ป.ป.ช.เปิดตัวสื่อเรียนรู้การเปิดเผยข้อมูลสาธารณะ เชื่อยกระดับความโปร่งใสหน่วยงานรัฐทั่วประเทศ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/593409

ป.ป.ช.เปิดตัวสื่อเรียนรู้การเปิดเผยข้อมูลสาธารณะ เชื่อยกระดับความโปร่งใสหน่วยงานรัฐทั่วประเทศ

ป.ป.ช.เปิดตัวสื่อเรียนรู้การเปิดเผยข้อมูลสาธารณะ เชื่อยกระดับความโปร่งใสหน่วยงานรัฐทั่วประเทศ

วันเสาร์ ที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 19.03 น.

ป.ป.ช.เปิดตัวสื่อเรียนรู้การเปิดเผยข้อมูลสาธารณะ หวังให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลภาครัฐได้อย่างสะดวก ถูกต้อง เป็นปัจจุบัน เชื่อยกระดับความโปร่งใสหน่วยงานรัฐทั่วประเทศ

สำนักงาน ป.ป.ช. เปิดตัวสื่อเรียนรู้การเปิดเผยข้อมูลสาธารณะ หวังสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องให้แก่หน่วยงานของรัฐ ในการเปิดเผยข้อมูลสาธารณะ ซึ่งส่งผลต่อดัชนีการรับรู้การทุจริต (Corruption Perceptions Index : CPI) ของประเทศ เสริมประสิทธิภาพการบริหารจัดการข้อมูลอย่างเป็นระบบ มีธรรมาภิบาล โปร่งใส ตรวจสอบได้ในระดับสากล เนื่องจากปัจจุบันโลกได้เข้าสู่ยุคดิจิทัลที่มีเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเจริญก้าวหน้าอย่างรวดเร็วและเข้ามามีบทบาทในการอำนวยความสะดวกให้หน่วยงานของรัฐ เอกชน และประชาชนสามารถติดต่อสื่อสารและแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกัน โดยปราศจากข้อจำกัดด้านเวลาและสถานที่ สามารถเชื่อมโยงระหว่างกันได้เพียงเสี้ยววินาที โดยมีเว็บไซต์ (Website) ที่เป็นแหล่งเก็บรวบรวมข้อมูลสารสนเทศต่าง ๆ ขณะเดียวกันสถานการณ์แพร่ระบาด COVID-19 ที่ประชาชนไม่สามารถติดต่อสัญจรไปมาหาสู่กันได้อย่างสะดวกแบบ face to face เหมือนที่เคยนั้น ทำให้ช่องทางออนไลน์บนโลกดิจิทัล มีความสำคัญมากยิ่งขึ้น

ดังนั้น เว็บไซต์หน่วยงานของรัฐ จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งในการเป็นช่องทางให้ผู้ใช้บริการหรือประชาชนสามารถติดต่อหน่วยงานของรัฐต่าง ๆ ได้อย่างสะดวก เข้าถึงข้อมูลการบริการ การดำเนินงานของหน่วยงานได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญให้เกิดความโปร่งใส ความรับผิดชอบต่อการปฏิบัติหน้าที่ และส่งเสริมการมีส่วนร่วมให้ประชาชนได้ร่วมตรวจสอบและแสดงความคิดเห็นต่อการดำเนินงาน อันจะก่อให้เกิดความเชื่อมั่นและไว้วางใจจากประชาชนต่อการปฏิบัติหน้าที่ของหน่วยงานของรัฐยิ่งขึ้น

ขณะที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย กำหนดให้รัฐมีหน้าที่ต้องเปิดเผยข้อมูลหรือข่าวสารสาธารณะในครอบครองและต้องจัดให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลข่าวสารได้โดยสะดวก ประกอบกับกฎหมายว่าด้วยการบริหารงานและการให้บริการภาครัฐผ่านระบบดิจิทัล ยังได้กำหนดให้ “หน่วยงานของรัฐจัดทำข้อมูลที่ต้องเปิดเผยตามกฎหมายว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของราชการในรูปแบบดิจิทัลต่อสาธารณะโดยต้องให้ประชาชนทั่วไปสามารถเข้าถึงได้อย่างเสรีโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย และสามารถนำไปเผยแพร่ใช้ประโยชน์ หรือพัฒนาบริการและนวัตกรรมในรูปแบบต่างๆ ได้”

สำนักงาน ป.ป.ช. ในฐานะหน่วยงานที่มีหน้าที่ค่อยส่งเสริมให้หน่วยงานของรัฐทุกประเภทบริหารจัดการองค์กรให้เป็นไปตามหลักธรรมาภิบาล จึงเล็งเห็นถึงความสำคัญดังกล่าวโดยการ “ผลิตสื่อเรียนรู้การเปิดเผยข้อมูลสาธารณะ” เพื่อยกระดับการเปิดเผยข้อมูลที่อยู่ในความครอบครองของหน่วยงานของรัฐไปสู่ “ความเป็นสาธารณะ” และ “ความโปร่งใส” เปิดกว้างให้ทุกภาคส่วนสามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารที่อยู่ในความครอบครองได้อย่างสะดวก ถูกต้อง ครบถ้วน เป็นระบบ และเป็นปัจจุบัน ในรูปแบบวิดีทัศน์ 7 ตอน/เรื่องต่อเนื่องกัน ประกอบด้วย ตอนที่ว่าด้วยเจตนารมณ์ของการเปิดเผยข้อมูลสาธารณะ จำนวน 1 ตอน/เรื่อง และตอนที่ว่าด้วยคำแนะนำในการเปิดเผยข้อมูลบนเว็บไซต์ จำนวน 6 ตอน/เรื่อง ได้แก่ 1) ข้อมูลพื้นฐานของหน่วยงาน 2) ข้อมูลการบริหารหน่วยงาน 3) ข้อมูลการบริหารเงินงบประมาณของหน่วยงาน 4) ข้อมูลการบริหารและพัฒนาทรัพยากรบุคคลของหน่วยงาน 5) ข้อมูลการส่งเสริมความโปร่งใสของหน่วยงาน และ 6) ข้อมูลการป้องกันการทุจริตของหน่วยงาน

ทั้งนี้ สำนักงาน ป.ป.ช.คาดหวังให้หน่วยงานภาครัฐทุกประเภทสามารถเปิดเผยข้อมูลสาธารณะได้อย่างถูกต้อง ครบถ้วน เป็นระบบและเป็นปัจจุบัน ส่วนภาคประชาชนซึ่งถือเป็นผู้รับบริการจากภาครัฐจะได้รับประโยชน์เป็นอย่างยิ่งจากหน่วยงานของรัฐที่ได้เปิดเผยข้อมูลบนเว็บไซต์ สามารถเข้าไปมีส่วนร่วมในข้อมูลที่อยู่ในความครอบครองของรัฐได้อย่างสะดวก ตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของหน่วยงานของรัฐเพื่อสร้างความโปร่งใส อันจะส่งผลต่อการยกระดับผลการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ (Integrity & Transparency Assessment : ITA) ตามเป้าหมายของแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ ประเด็นการต่อต้านการทุจริตและประพฤติมิชอบ ที่หน่วยงานของรัฐต้องผ่านเกณฑ์การประเมิน ITA จำนวนร้อยละ 80 ขึ้นไป ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 และส่งผลให้ดัชนีการรับรู้การทุจริต (Corruption Perceptions Index : CPI) ของไทยดีขึ้นในที่สุด

สำหรับ “สื่อการเรียนรู้การเปิดเผยข้อมูลสาธารณะ” ชุดนี้ หน่วยงานภาครัฐทุกประเภทและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกแห่ง สามารถเรียนรู้และนำไปประยุกต์ใช้ในการเปิดเผยข้อมูลสาธารณะของตนเองได้ โดยจะเผยแพร่ผ่าน Web-Application ที่ชื่อว่า “ระบบธรรมาภิบาลออนไลน์”หรือ https://ggde.nacc.go.th ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2564 เป็นต้นไป

‘ชูศิษฐ์ วิจารณ์โจรกิจ’ เตรียมจัดทำผลงานรีโปรดักชั่น พระบรมรูปคู่ ‘ความทรงจำแห่งรัก ในหลวงรัชกาลที่ 9 และ สมเด็จพระบรมราชชนนี พันปีหลวง’ ช่วยผู้ป่วยโควิด ถวายเป็นพระราชกุศล #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/593350

'ชูศิษฐ์ วิจารณ์โจรกิจ' เตรียมจัดทำผลงานรีโปรดักชั่น พระบรมรูปคู่ ‘ความทรงจำแห่งรัก ในหลวงรัชกาลที่ 9 และ สมเด็จพระบรมราชชนนี พันปีหลวง’ ช่วยผู้ป่วยโควิด ถวายเป็นพระราชกุศล”

‘ชูศิษฐ์ วิจารณ์โจรกิจ’ เตรียมจัดทำผลงานรีโปรดักชั่น พระบรมรูปคู่ ‘ความทรงจำแห่งรัก ในหลวงรัชกาลที่ 9 และ สมเด็จพระบรมราชชนนี พันปีหลวง’ ช่วยผู้ป่วยโควิด ถวายเป็นพระราชกุศล”

วันเสาร์ ที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 15.33 น.

พระบรมรูปคู่ ‘ความทรงจำแห่งรัก ในหลวงรัชกาลที่ 9 และ สมเด็จพระบรมราชชนนี พันปีหลวง’ เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยโรคโควิด-19 และผู้ป่วยโรคมะเร็งเต้านมที่ยากไร้ถวายเป็นพระราชกุศลมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 90 พรรษา

ชูศิษฐ์ วิจารณ์โจรกิจ จิตรกรชื่อดังที่มีฝีมือน่าจับตามองแห่งศตวรรษที่ 20 ของเมืองไทย เตรียมจัดทำผลงานรีโปรดักชั่น พระบรมรูปคู่ ‘ความทรงจำแห่งรัก ในหลวงรัชกาลที่ 9 และ สมเด็จพระบรมราชชนนี พันปีหลวง’ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 90 พรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนี พันปีหลวง ที่กำลังจะมาถึงในเดือนสิงหาคม พ.ศ.2565

สุดพิเศษคือการทำงานประติมากรรมลอยตัวลายเถากุหลาบซึ่งศิลปินได้ปั้นขึ้นมาเป็นครั้งแรกเพื่อประดับอยู่บนกรอบทองที่ชูศิษฐ์ได้ออกแบบดีไซน์ขึ้นโดยเฉพาะ เพื่อให้งดงามเข้ากับผลงานชิ้นล่าสุดของเขา โดยเปิดรับจองเพียงจำนวน 50 คู่เท่านั้น

ซึ่งโครงการดังกล่าวได้รับความกรุณาจาก รศ.นพ.กฤษณ์ จาฏามระ หัวหน้าศูนย์สิริกิติ์บรมราชินีนาถเพื่อมะเร็งเต้านม โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ให้จัดทำโครงการการกุศลจัดหารายได้เพื่อสมทบทุนการจัดซื้ออุปกรณ์การแพทย์ ให้แก่ “โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์” เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยโรคโควิด-19 ในภาวะวิกฤติเร่งด่วนในขณะนี้ ตลอดจนช่วยเหลือผู้ป่วยโรคมะเร็งเต้านมที่ยากไร้ แก่มูลนิธิศูนย์มะเร็งเต้านมเฉลิมพระเกียรติ โดยเปิดจองตั้งแต่วันที่ 12 สิงหาคมเป็นต้นไป

พระบรมรูปคู่ ‘ความทรงจำแห่งรัก ในหลวงรัชกาลที่ 9 และ สมเด็จพระบรมราชชนนี พันปีหลวง’ ชูศิษฐ์ได้วาดพระบรมสาทิสลักษณ์ สมเด็จพระบรมราชชนนี พันปีหลวง ด้วยโครงสีทองพื้นชมพูอันเป็นโทนสีแห่งความอบอุ่นเลอค่า เราจะสังเกตเห็นการวาดแววพระเนตรและพระพักตร์ด้วยความละเมียดละไม งดงามลึกซึ้งราวกับมีชีวิต ซึ่งสิ่งนี้ถือเป็นซิกเนเจอร์สำคัญในการทำงานศิลปะของเขาที่หาตัวจับยาก การเน้นมิติของรายละเอียดในการวาดเครื่องขัตติยราชอิสริยาภรณ์ ที่มีการทับซ้อนแทรกสีหลายเลเยอร์ ประกอบกับการจรดพู่กันการสานเส้นอย่างปราณีตเพื่อเพิ่มความโปร่งบางและการทิ้งตัวให้กับฉลองพระองค์กรองทองทรงสะพักอันบอบบางซับซ้อน

อีกทั้งเสน่ห์ของบรรยากาศของสีที่มีความฟุ้งฝัน ล่องลอย ซ้อนด้วยเกล็ดแสงระยิบระยับ ถือเป็นอีกหนึ่งสุนทรียภาพแห่งความงามที่ยากจะละสายตามอง ส่วนประติมากรรมลายเถากุหลาบที่ผูกร้อยไว้ด้วยริบบิ้นบนกรอบทองนอกจากจะเพิ่มความหวานและสง่างามให้กับผลงานแล้ว ยังมีความหมายอันลึกซึ้งที่แสดงถึงความรักอันงดงามของทั้งสองพระองค์ที่ผูกพันอย่างไม่มีวันเสื่อมคลายปราศจากกาลเวลา ในขณะที่ริบบิ้นซ้อน 3 ชั้นผูกปมสลักสัญลักษณ์เลขไทยเพื่อแสดงความรักและน้อมรำลึกถึงในหลวงรัชกาลที่ 9

ประวัติของจิตรกรผู้สร้างสรรค์ผลงานชิ้นละเมียดนี้ ย้อนกลับไปดูเส้นทางศิลปะของชูศิษฐ์ เมื่ออาจารย์ถวัลย์ ดัชนี และ อาจารย์จักรพันธุ์ โปษยกฤต (ศิลปินแห่งชาติ) ได้ให้คำแนะนำและคำสอนที่มีคุณค่า อันเป็นจุดเทริ์นนิ่งพ้อยท์ในชีวิตเส้นทางการทำงานศิลปะของเขา ที่เป็นแรงบันดาลใจให้เขาเดินทางกลับไปศึกษาต่อในต่างประเทศโดยเน้นการเรียนเฉพาะทางในมหาวิทยาลัยและอะเทลิเย่อันโด่งดัง ซึ่งทำให้ชูศิษฐ์เชี่ยวชาญการวาดภาพที่ผสานด้วยความรู้และเทคนิคโอลด์มาสเตอร์ การใช้อารมณ์ บรรยากาศแห่งการใช้สีราวกับการผสมผสานระหว่างอารมณ์ของศิลปะเรอเนอซองค์มาสู่โลกตะวันออก ในภาพแต่ละภาพของเขาจึงหาที่ติมิได้ ด้วยทฤษฎีการทำงานศิลปะอย่างโอลด์มาสเตอร์ นอกจากปรัชญาความคิดอันล้ำลึกแล้วยังแฝงไว้ด้วยจิตวิญญาณในการสร้างสรรค์ยังสามารถถ่ายทอดความรู้สึกผ่านมิติการสัมผัสและเทคนิควิธีการที่เป็นลักษณะเฉพาะตัวที่น่าค้นหาอันเป็นสิ่งที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ของโลกศิลปะ

ชูศิษฐ์ไม่เพียงมีชื่อเสียงเฉพาะในเมืองไทย ย้อนกลับไปเมื่อหลายปีก่อน เขาคือศิลปินไทยคนแรกที่สามารถคว้ารางวัลชนะเลิศการประกวดวาดภาพลายเส้นจาก “อเมริกัน อาร์ติสต์ แมกาซีน” ที่ได้รับการยอมรับแวดวงศิลปะมานานกว่า 70 และได้รับการคัดเลือกเข้าเป็น อาร์ทิสต์เมมเบอร์ ของ แคลิฟอร์เนียอาร์ตคลับ สมาคมศิลปะชื่อดังอันดับต้นๆของประเทศสหรัฐอเมริกา ด้วยความสามารถด้านศิลปะทำให้ชูศิษฐ์ได้รับทุนจาก Leslie T. Posey Foundtion เดินทางไปศึกษาปริญญาโทในสาขาจิตรกรรมที่ New York Academy of Art ขณะกำลังศึกษาอยู่ที่สหรัฐอเมริกานี่เอง ชูศิษฐ์ยังได้รับเกียรติให้เป็น 1 ใน 7 ศิลปินร่วมแสดงในงาน Painting From the Past ที่จัดโดย The Metropolitan Museum of Art พิพิธภัณฑ์ระดับโลกที่มหานครนิวยอร์ค ซึ่งถือเป็นความภาคภูมิใจของจิตรกรไทยตัวเล็กๆ พ.ศ.2558 เป็นปีที่ชูศิษฐ์กลับมาเมืองไทยโดยตั้งปณิธานกับตนเองไว้ว่า เขาจะทำงานศิลปะตอบแทนคุณแผ่นดิน ด้วยการเป็นคอนทิบิวส์สร้างสรรค์ผลงาน Royal Portraits โดยผลงานของเขาได้รับอัญเชิญขึ้นเป็นปกนิตยสารที่มีชื่อเสียงของเมืองไทย ตลอดจนคิวเรท 2 นิทรรศการศิลปะอันยิ่งใหญ่แห่งปีของเมืองไทย เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 โดยรายได้จากการจัดงานสมทบทุนมูลนิธิอานันทมหิดล

และเขายังได้รับเกียรติบัตรแห่งความดีโดยเป็นกรรมการตัดสินผลงานภาพวาดในหัวข้อ “สมเด็จพระเทพฯในดวงใจ” เพื่อมูลนิธิเด็กCCF อีกด้วย ในปี พ.ศ.2561 ชูศิษฐ์ยังได้รับเกียรติ ได้รับการคัดเลือกเป็น 1 ใน 300 ไฮ ไฟเออร์ – Thailand’s New Establishment โดยนิตยสาร Prestige (ไทยแลนด์) ถึง 2 ปีซ้อน เค้ายังมีผลงานการออกแบบสัญลักษณ์ให้กับการประกวดระดับโลกอย่าง Miss Universe 2018 และ Miss Universe Thailand 2019 ที่แฝงอัตลักษณ์แห่งความเป็นไทยเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง และ พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลปัจจุบัน ที่ได้รับความชื่นชมจากทั่วโลกว่าทีมงานกองประกวดของประเทศไทยเป็นโฮสต์ที่จัดงานประกวดที่ดีที่สุดในโลกเป็นเสียงร่ำลือมาจนถึงบัดนี้

ชูศิษฐ์ยังคงส่งต่อสิ่งดีๆ ด้วยการทำโครงการ “อาร์ทิสต์ ทอล์ค วิทยากรสอนน้อง”โดยมอบความรู้ด้านศิลปะ ตลอดจนมอบทุนและอุปกรณ์การศึกษาเพื่อส่งเสริมน้องๆ นักศึกษาศิลปะให้เติบโตไปยังเส้นทางของเขา รางวัลและโอกาสดีต่าง ๆ ที่มาสู่ ชูศิษฐ์ วิจารณ์โจรกิจ ไม่ใช่แค่ความโชคดีแต่เป็นเพราะฝีมือฉกาจและการทุ่มเท ใส่ใจละเมียดละไมในการสร้างสรรค์ผลงานภาพวาดของเขานั่นเอง

สำหรับท่านผู้สนใจสามารถจองภาพรีโปรดักชั่นพระบรมรูปคู่ ‘ความทรงจำแห่งรัก’ฯลฯ ฝีมือ ชูศิษฐ์ วิจารณ์โจรกิจ ขนาด 45×54.5 เซนติเมตร (Limited Edition) พร้อมด้วยความพิเศษ งานประติมากรรมลอยตัวลายเถากุหลาบอันงดงามซึ่งศิลปินได้ปั้นขึ้นมาเป็นครั้งแรกเพื่อประดับอยู่บนกรอบทองขนาด 64.5×84 เซนติเมตร ที่เขาได้ออกแบบดีไซน์ด้วยตนเอง เพื่อเป็นการส่งมอบความปรารถนาดีและความรฤกถึงไปยังทุกท่านในช่วงเวลานี้ โดยเปิดรับจองเพียงจำนวน 50 คู่ โดยรายได้ส่วนหนึ่งสมทบทุนการจัดซื้ออุปกรณ์การแพทย์แด่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยโรคโควิด-19 และ ผู้ป่วยยากไร้มูลนิธิศูนย์มะเร็งเต้านมเฉลิมพระเกียรติ เปิดจองตั้งแต่วันที่ 12 สิงหาคมนี้เป็นต้นไป ขอเรียนเชิญผู้ที่สนใจสั่งจองพระบรมรูปคู่รีโปรดักชั่นได้ที่ Facebook : มูลนิธิศูนย์มะเร็งเต้านมเฉลิมพระเกียรติ , Line Official : @qscbcfoundation โทร 065-239-4591

‘ซีพีเอฟ’ ช่วยดูแลน้องๆ ‘รร.ตชด.’ ฝ่าวิกฤติโควิด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/593180

‘ซีพีเอฟ’ ช่วยดูแลน้องๆ ‘รร.ตชด.’ ฝ่าวิกฤติโควิด

‘ซีพีเอฟ’ ช่วยดูแลน้องๆ ‘รร.ตชด.’ ฝ่าวิกฤติโควิด

วันเสาร์ ที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

การส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนเข้าถึงอาหารโปรตีนคุณภาพอย่างต่อเนื่อง แม้จะอยู่ในสถานการณ์ระบาดของโควิด-19 เป็นเรื่องจำเป็น โดยเฉพาะการได้บริโภคโปรตีนที่ดีอย่าง “ไข่ไก่” ช่วยหนุนการเติบโตอย่างสมวัยทั้งทางร่างกายและสมอง ที่ผ่านมา “โครงการเลี้ยงไก่ไข่เพื่ออาหารกลางวัน” เป็นแหล่งอาหารที่ยั่งยืนของโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการ 880 แห่งครอบคลุมจำนวนนักเรียนประมาณ 160,000 คนมีผลผลิตไข่ไก่บริโภคอย่างสม่ำเสมอ ผลผลิตไข่ไก่ที่ได้จาก “โครงการเลี้ยงไก่ไข่เพื่ออาหารกลางวันนักเรียน” ในโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน ที่เข้าร่วมโครงการเป็นอาหารมื้อสำคัญของเด็กๆ ในแต่ละวัน ซึ่งปีนี้โครงการเลี้ยงไก่ไข่ฯ ที่มี บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟ และมูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์พัฒนาชีวิตชนบท เป็นปีที่ 32 แล้ว

ด.ต.หญิงสำรวย  อินอุ่นโชติ ครูผู้ช่วยครูโครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวัน รับผิดชอบกิจกรรมด้านปศุสัตว์-การเลี้ยงไก่ไข่ รร.ตชด.บ้านเขาสารภี จ.สระแก้ว เล่าว่า ที่นี่มีนักเรียนที่เป็นเด็กไทยและกัมพูชา เข้าร่วมโครงการเลี้ยงไก่ไข่ฯ เป็นปีที่ 24 แล้ว ในช่วงโควิดเด็กๆ ไม่ได้มาโรงเรียน ครูใหญ่เป็นห่วงเรื่องสุขอนามัยจึงมอบหมายให้คุณครูประจำชั้นนำไข่ไก่ไปแจกจ่ายให้ถึงที่บ้านได้บริโภคไข่คนละ 15 ฟอง ทุกสัปดาห์รวมทั้งผักและปลาในโครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวัน ให้เด็กๆ ได้ทานอาหารที่มีประโยชน์ เพราะเด็กส่วนใหญ่มีฐานะยากจน อาศัยอยู่กับปู่ย่าตายาย พ่อแม่ต้องไปทำงานต่างจังหวัดอาหารที่นำไปให้จึงช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายได้นอกจากนี้ โรงเรียนยังให้ชาวบ้านเข้ามาเก็บผักและแบ่งเมล็ดพันธุ์ผักไปปลูกที่บ้าน ส่วนช่วงที่ปลดระวางแม่ไก่ ผู้ปกครองจะขอซื้อไปเลี้ยงต่อบ้านละ 5-10 ตัว ทำให้มีไข่บริโภคทุกวัน ผลผลิตอีกส่วนหนึ่งสหกรณ์จะจำหน่ายให้ชุมชนในราคาย่อมเยา แผงละ 30 ฟอง ราคา 85 บาท

 ด.ญ.ณัฐณิชา เวหาด หรือน้องกัน นักเรียนชั้น ป.1 รร.ตชด.บ้านเขาสารภี เล่าว่า อาศัยอยู่กับย่า 2 คน พ่อแม่ไปทำงานต่างจังหวัดพอมีโควิด ก็ยิ่งลำบากกว่าเมื่อก่อนมีคุณครูมาช่วยดูแล เอาไข่ไก่ ปลา กับผักมาให้ทุกอาทิตย์ ดีใจมากที่ครูมาเยี่ยมและนำอาหารมาให้ ชอบทำไข่เจียว เพราะทำง่ายและอร่อยที่บ้านยังเอาเมล็ดพันธุ์ผักที่ครูให้มาปลูกไว้ด้วยผลผลิตช่วยลดรายจ่ายได้มากๆ  

ด.ต.วีรพงศ์ สังข์แก้ว ครูผู้รับผิดชอบโครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวันบอกว่า ทั้งครูและนักเรียนต้องปรับตัวตามสถานการณ์โควิด แม้นักเรียนมาเรียนไม่ได้แต่คุณครูพร้อมเติมพลังกายให้พวกเขานำผลผลิตไข่ไก่จากแม่ไก่ 200 ตัว ไปให้กับนักเรียนได้ทุกคน คนละ 15 ฟองต่อสัปดาห์อีกส่วนจำหน่ายให้ชุมชน มีการสั่งจองล่วงหน้าวันละ 150-160 ฟอง ส่วนพืชผักที่ปลูกในโรงเรียน ครูจะแจ้งให้ผู้ปกครองและนักเรียนเข้ามารับได้ฟรี พร้อมสนับสนุนให้นำเมล็ดพันธุ์ผักไปปลูกเองที่บ้าน เพื่อสร้างอาหารที่ยั่งยืนในครัวเรือน

ทางด้าน ด.ต.ภูวนาท แสนคำอ้วนครูผู้ดูแลโครงการ โรงเรียนตชด.บ้านห้วยเป้า จ.เลย เล่าว่า ตลอด 10 ปี ที่ร่วมโครงการเลี้ยงไก่ไข่ฯ เด็กๆ ได้เรียนรู้วิธีการเลี้ยงไก่ไข่ที่่นำไปใช้เป็นพื้นฐานอาชีพติดตัว หลายครอบครัวซื้อแม่ไก่ที่ปลดระวางไปเลี้ยง ได้บริโภคไข่ไก่ลดรายจ่ายช่วงโควิด นักเรียนไม่ได้มาโรงเรียน แต่ยังได้บริโภคไข่ไก่อย่างต่อเนื่อง เพราะทุกสัปดาห์ครูจะร่วมกันทำอาหารจากไข่ไก่ ไข่เป็ด ปลาดุก ผักสวนครัว ไปมอบให้นักเรียน พร้อมกับไข่ไก่อีกคนละ 5 ฟอง เพื่อดูแลโภชนาการของเด็กๆ ขณะเดียวกัน โรงเรียนยังเป็นแหล่งอาหารของชุมชน มีไข่จำหน่ายในราคาย่อมเยา ช่วยลดค่าใช้จ่ายเป็นสวัสดิการชุมชนในช่วงโควิด-19

กรุงเทพฯ ประชากรไม่หนาแน่น แต่แออัด ยังไม่จำเป็นต้องขยายกรุงเทพฯ แต่ต้องจัดระเบียบใหม่ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/593199

กรุงเทพฯ ประชากรไม่หนาแน่น แต่แออัด ยังไม่จำเป็นต้องขยายกรุงเทพฯ แต่ต้องจัดระเบียบใหม่

กรุงเทพฯ ประชากรไม่หนาแน่น แต่แออัด ยังไม่จำเป็นต้องขยายกรุงเทพฯ แต่ต้องจัดระเบียบใหม่

วันเสาร์ ที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

กรุงเทพฯ ยังมีพื้นที่ว่างอีกมาก แต่กลับมีความพยายามของบางคนให้ขยายกรุงเทพฯออกไป ทั้งๆ ที่ยังสามารถใช้พื้นที่ของกรุงเทพฯ ให้เป็นประโยชน์ได้อีกมากมาย คนที่บอกว่ากรุงเทพฯ มีคนมากไป ต้องไปดูว่ากรุงโตเกียวมีคนมากกว่ากรุงเทพฯ ใช่ไหม แล้วทำไมโตเกียวไม่มีปัญหาเหมือนกรุงเทพฯ  

ไลฟ์ วาไรตี สัปดาห์นี้ ดร.เฉลิมชัย ยอดมาลัย นำคุณไปสนทนากับ รองศาสตราจารย์ ดร.พนิต ภู่จินดา หัวหน้าภาควิชาการวางแผนภาคและเมือง คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในอีกตำแหน่งคือนายกสมาคมนักผังเมืองไทย 

l อาจารย์ครับ กรุงเทพฯ และประเทศไทยมีผังเมืองไหมครับ ทำไมกรุงเทพฯ และเมืองใหญ่อื่นๆ ของไทยจึงมีสิ่งปลูกสร้างเกิดขึ้นสะเปสะปะ ไม่เป็นระบบระเบียบเหมือนมหานครอื่นๆ ที่มีการวางผังเมืองอย่างดีครับ 

รศ.ดร.พนิต : บ้านเรามีกฎหมายผังเมือง และกฎหมายนี้ก็เทียบเคียงได้กับของประเทศที่เจริญแล้วครับ แต่ปัญหาของเราคือเราใช้กฎหมายผังเมืองไม่ครบถ้วน และใช้ไม่ถูกต้อง โดยหลักการของผังเมืองนั้นกำหนดไว้ว่าการพัฒนาพื้นที่ในระบบตามกายภาพ เช่น การสร้างถนนและระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานทั้งหมดต้องทำตามผังเมือง เพราะผังเมืองจะบ่งบอกว่าจะใช้ประโยชน์สูงสุดจากที่ดินอย่างไร และยังเป็นแม่บทในการพัฒนาเมือง ผังเมืองจะบอกว่าต้องมีถนน ไฟฟ้า ประปา ระบบสาธารณูปโภคทั้งหมดอย่างไรจึงจะเพียงพอเหมาะสมกับประชากร ผังเมืองจะบอกถึงการใช้ประโยชน์จากที่ดินและบอกระดับความหนาแน่นของประชากรได้ชัดเจน เพราะฉะนั้นผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานและหน่วยงานต่าง ๆ ของรัฐจะรู้ว่าจะมีคนอยู่อาศัยจำนวนเท่าไร ต้องมีถนน ไฟฟ้า ประปา หรือระบบขนส่งมวลชนแบบราง ผังเมืองเป็นเสมือนตัวกลางหรือแม่บทที่ทุกคนจะมาใช้ร่วมกันอย่างถูกต้อง แต่ปัญหาของเราที่เห็นประจำคือการปลูกสร้างนอกผังเมือง มีคนถามเสมอว่าทำไมจึงเกิดชุมชนตรงนี้ขึ้นมา ทั้งที่อยู่นอกเขตผังเมือง คำถามที่ตามมาคือมีคนไปสร้างชุมชนอยู่นอกผังเมืองแล้วทำไมมีไฟฟ้า ประปา เลขที่บ้านได้ นี่คือคำถามที่หาคำตอบไม่ค่อยได้ ย้ำว่าคำว่าอยู่นอกผังเมืองคือไม่ได้อยู่ในเขตของผังเมือง เวลาวางผังเมืองเราจะเขียนเฉพาะในเขตที่เป็นพื้นที่เมือง ส่วนนอกเหนือจะไม่เข้าไปยุ่งด้วย ในเขตผังเมืองต้องมีโครงสร้างต่างๆ ที่ได้มาตรฐาน และต้องการมีการจ่ายค่าบริการต่างๆ เพราะทุกอย่างมีค่าใช้จ่าย เช่นค่าเดินเสาไฟ วางสายไฟ ค่าวางท่อประปา ค่าทำถนน ค่าระบบบำบัดน้ำเสียและขยะ เป็นต้น ยกตัวอย่างกรณีโรงงานหมิงตี้ที่เพิ่งเกิดระเบิดไปเมื่อไม่นาน โรงงานสร้างมาตั้งแต่ปี 2532 ส่วนผังเมืองสมุทรปราการฉบับแรกออกมาปี 2537 โรงงานอยู่มาก่อนผังเมืองก็จริง แต่หากคุณขัดกับผังเมืองก็ต้องทำให้ถูกต้อง เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบร้ายแรงใดๆ ต่อชุมชน แต่การจะให้โรงงานต้องทำตามผังเมืองก็ต้องชดเชยให้กับโรงงานด้วย ดังนั้นใครที่ได้ประโยชน์จากการใช้ผังเมืองก็ต้องเป็นผู้จ่าย เช่น ผู้ที่พัฒนาพื้นที่แล้วขายในเชิงพาณิชย์ก็ต้องจ่ายเงินส่วนดังกล่าวให้โรงงาน แต่ปัญหาคือบ้านเราไม่เคยปฏิบัติในเรื่องนี้นี่คือการใช้กฎหมายไม่ครบ 

l อะไรคือตัวการทำให้ใช้กฎหมายไม่ครบ เป็นอิทธิพลหรือความมักง่าย หรือผลประโยชน์ของใครครับ 

รศ.ดร.พนิต : กฎหมายผังเมืองมันคือ Zero Sum Game คนได้ประโยชน์ต้องชดเชยให้คนเสียประโยชน์ อันเกิดจากการที่คุณได้ประโยชน์ ลองคิดดูง่ายๆ กรณีโรงงานหมิงตี้พอเปิดกฎหมายพบว่าต้องชดเชยให้เขา คำถามคือใครจะชดเชย บางคนบอกว่าเอาภาษีไปชดเชย ก็จะมีเสียงบอกว่าผมอยู่เชียงใหม่ ผมไม่เกี่ยวกับพื้นที่นี้ ผมไม่ได้ประโยชน์อะไร จะเอาภาษีผมไปจ่ายได้อย่างไร ส่วนคนที่เป็นผู้พัฒนาที่ดินที่ได้ประโยชน์ก็ไม่ยอมจ่าย เช่น หมู่บ้านจัดสรรรอบ ๆโรงงานก็ไม่ยอมจ่าย เพราะมันทำให้ราคาบ้านที่เขาขายต้องถูกบวกค่าชดเชยเข้าไป ราคาบ้านก็จะแพงขึ้น เขาก็ขายไม่ได้ เขาก็ไม่ยอมจ่าย อีกประเด็นคือสังคมมักลืมว่าอุบัติเหตุจากโรงงานมันเกิดขึ้นได้เสมอ ดังนั้นห้ามของผังเมืองมีเกณฑ์สี่ข้อ คือหนึ่งห้ามใช้ระบบคมนาคมขนส่งเกินกว่ากำหนดไว้ เช่นกำหนดว่ามีถนนสองช่องทางจราจร แต่ถ้าโรงงานต้องใช้รถ 18 ล้อ แบบนี้ก็ไม่ได้แล้ว สองคือการใช้ไฟฟ้า ประปาเกินกว่าที่เตรียมไว้ให้หากใช้เมื่อไรส่งผลให้บ้านรอบๆ โรงงานไฟตกน้ำไม่ไหล ก็ไม่ได้เช่นกัน สามคือกิจการตามปกติของคุณก่อให้เกิดผลกระทบกับชุมชนจนเขาอยู่ไม่ได้ เช่น เสียงดัง ส่งกลิ่นเหม็น ปล่อยก๊าซพิษ นี่ก็ไม่ได้อีก ส่วนข้อสี่คือ เราต้องคิดเสมอว่ากิจการใดๆก็ตาม ในวันหนึ่งอาจต้องเกิดภัยพิบัติร้ายแรง ต่อให้คุณป้องกันดีแค่ไหนก็ตาม มันก็เกิดขึ้นได้ ตัวอย่างเช่น กรณีตึก World Trade ในนิวยอร์กที่ถูกโจมตีในเหตุการณ์ 9/11 หรือโรงไฟฟ้าพลังนิวเคลียร์ฟุกุชิมะที่เสียหายเพราะแผ่นดินไหวจากเหตุสึนามิ หรือกรณีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์เชอร์โนบิล รัสเซียระเบิด เป็นต้น นี่คือสิ่งที่ผังเมืองต้องคิดเผื่อไว้ แต่เรื่องนี้คนส่วนมากไม่ยอมรับ เพราะไม่ต้องการจ่ายต้นทุนที่แพงมาก นี่คือสิ่งที่นักผังเมืองประสบปัญหาและถูกโจมตีมาตลอด เมื่อแตะปัญหาเหล่านี้ บางคนด่าว่าผังเมืองถ่วงความเจริญ แต่เมื่อเกิดปัญหาก็โยนความผิดให้นักผังเมืองอีก 

l ผมเชื่อว่าคนไทยอยากเห็นกรุงเทพฯเชียงใหม่ เชียงราย และเมืองใหญ่ๆ ของเราสวยงามเหมือนมหานครใหญ่ของโลก เช่น โตเกียว ปารีส นิวยอร์ก อัมสเตอร์ดัม เป็นต้นเรามีโอกาสไหมครับ   

รศ.ดร.พนิต : ผมจะเล่าให้ฟังนะครับ สถาปนิกและนักผังเมืองของไทยเมื่อ 40 ปีก่อนไปช่วยสร้างเมืองสิงคโปร์ ฮ่องกง นะครับ นั่นคือผมจะบอกว่าเรามีคนมีฝีมือครับ แต่ปัญหาของเราคือเราไม่ทำตามหลักการสำคัญของผังเมืองคือ ทุกคนที่อยากได้เมืองดีๆ สวยๆ เป็นระเบียบ ต้องช่วยกันจ่ายเพื่อสร้างเมืองดีๆ ขึ้นมา ตัวอย่างปัญหาของบ้านเรา กรุงเทพฯ มีถนนเราน้อยมาก จึงเกิดปัญหารถติดมากมาหลายสิบปี เรามีถนนเพียง 7 เปอร์เซ็นต์ แต่มาตรฐานของเมืองในโลกต้องมีถนน 25 เปอร์เซ็นต์ เราได้แต่เชื่อนักการเมืองที่พูดลอยๆ ว่าไม่ต้องตัดถนนเพิ่ม แต่จะหาเทคโนโลยีมาช่วย ถามว่าเทคโนโลยีอะไรครับในเมื่อมาตรฐานของพื้นที่ถนนเราน้อยกว่าความเป็นจริง เราไม่ยอมเสียที่ดินเพื่อทำถนน เราไม่ยอมจ่าย ดังนั้นทุกคนก็เจอปัญหารถติดเหมือนๆกันเป็นเวลาหลายสิบปีมาแล้ว เราต้องยอมเสียสละที่ดินเพื่อให้มีถนน เพื่อให้ถนนอยู่ใกล้บ้าน เวลาเกิดปัญหาใดๆ รถดับเพลิง รถพยาบาลก็เข้าถึงบ้านได้ทันที ท่อระบายน้ำ ระบบไฟฟ้า ประปา ระบบบำบัดน้ำเสียก็จะได้มาตรฐาน ท่อระบายน้ำก็จะได้มาตรฐาน น้ำไม่ท่วม นี่คือเมืองที่ดี ถ้าเราอยากได้เมืองดี เราต้องยอมจ่ายเพื่อให้ได้มา แต่บ้านเรานั้นทุกหน่วยงานและทุกคนห่วงที่ดิน ไม่ยอมเสียสละที่ดินเพื่อส่วนรวม เมืองอื่นๆ ที่เราเห็นว่าเขาสวยงามนั้น เขามีผังเมืองดี และเขาใช้ผังเมืองอย่างเคร่งครัดทั้งนั้น 

l เราจะแก้ปัญหานี้ได้ไหม แก้อย่างไรครับ 

รศ.ดร.พนิต : หลักการอำนาจของผังเมืองมี 2 แบบ แบบที่หนึ่งคือผังเมืองไปอยู่กับหน่วยงานที่ผู้กำหนดนโยบายโดยตรง เช่นอยู่กับสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อให้สามารถสั่งการไปยังทุกกระทรวงได้ หรือให้อยู่ใต้อำนาจของนายกเทศมนตรีนคร เช่น โตเกียว ส่วนอีกแบบคือในยุโรป ผังเมืองก็เป็นหน่วยงานที่มีระดับเดียวกับหน่วยงานอื่นๆ แต่ทุกหน่วยงานเขาฟังความเห็นของผังเมือง ตัวอย่างเช่นมหานครแฟรงค์เฟิร์ตที่ผังเมืองได้รับความร่วมมืออย่างดีจากทุกหน่วยงานเมืองของเขาจึงแก้ปัญหาต่างๆ ได้อย่างมีระบบ สำหรับบ้านเรานะครับ ผมไม่ได้คิดว่าเราจะก้าวกระโดดไปเป็นเหมือนมหานครเหล่านั้น แต่ผมคิดว่าอย่างแรกที่เราต้องทำคือสร้างพื้นฐาน เช่น ไฟฟ้า ประปา ระบบจัดเก็บขยะ บำบัดน้ำเสียระบบจัดการกับภัยพิบัติต่างๆ ให้เพียงพอก่อน และต้องเน้นเรื่องความปลอดภัยให้มากกว่าเดิมเมื่อเรื่องเหล่านี้พร้อมตามแผนแม่บทแล้ววันข้างหน้าเราก็จะสามารถสร้างกรุงเทพฯ ให้เป็นเหมือนมหานครที่เราอยากเห็นได้ คุณทราบไหมว่าผังเมืองกรุงเทพฯ ปี 2556 รองรับประชากรได้สามสิบล้านคน เพราะต้องพัฒนาที่ดินในกรุงเทพฯ ให้ใช้ประโยชน์ได้เต็มที่มากกว่าเดิม เรายังไม่ต้องขยายกรุงเทพฯ หรอก ทำกรุงเทพฯ ให้เป็นเมืองที่สามารถใช้พื้นที่ได้ประโยชน์สูงสุดเสียก่อนดีกว่า ดีกว่าปล่อยให้คนไปบุกรุกคลอง พื้นที่เพาะปลูก พื้นที่รับน้ำเพื่อป้องกันภัยพิบัติต่างๆ ของเมืองทำสภาพแวดล้อมให้ดี จัดโซนเมืองให้ดีก่อน นี่คือสิ่งที่เราต้องทำก่อนโดยเร็ว 

l มีผู้วิจารณ์ว่ากรุงเทพฯ มีคนเยอะมากไป แก้ปัญหาไม่ได้แล้ว จริงไหมครับ 

รศ.ดร.พนิต : กรุงเทพฯเป็นมหานครที่มีความหนาแน่นน้อยของคนน้อยมากเมื่อเทียบกับมหานครอื่นๆ ในโลกนี้ แต่เราสบสนระหว่างหนาแน่นกับแออัด มหานครดีๆ ของโลกนี้ไม่แออัด แต่มีประชากรหนาแน่น เขาหนาแน่นกว่าเรามากหลายเท่า แต่เขาไม่แออัด เขาวางผังเมืองดี แล้วทำตามผังเมืองเคร่งครัดมาก ยกตัวอย่างเขตราชเทวีของเรามีการปลูกสร้างอาคารบนที่ดินโดยเฉลี่ยเท่ากับมีตึก 5 ชั้นเท่านั้น ซึ่งถ้าเทียบกับนิวยอร์ก หรือโตเกียว เขาใช้ที่ดินได้มากกว่าเรา 25-30 เท่า เขามีคนเยอะกว่าเราแต่เขาไม่แออัด ทั้งๆ ที่เขามีความหนาแน่นสูงมาก เมืองที่ดีต้องมีความหนาแน่นสูงแต่ไม่แออัดครับ ยิ่งหนาแน่นมาก จะยิ่งใช้โครงสร้างพื้นฐานได้ประโยชน์สูงสุด เพราะต้นทุนโดยเฉลี่ยจะต่ำลงมา กรุงเทพฯ ของเรามีคนโดยเฉลี่ย 8 คนต่อหนึ่งไร่เท่านั้น ซึ่งเราต้องพิจารณาเรื่องนี้ให้ดีครับ หากเราจะพัฒนาเมืองของเราให้ใช้ประโยชน์จากที่ดินให้สูงสุดโดยที่มีประชากรหนาแน่นแต่ไม่แออัด แต่ตอนนี้เรากำลังเผชิญกับโควิด-19ผมว่าเมืองจะต้องเปลี่ยนแปลงไปจากที่เป็นอยู่อีกมาก หลังโควิด-19 ผ่านไป เราน่าจะเห็นการเปลี่ยนแปลงของเมืองในแง่มุมที่ผิดไปจากเดิม โควิด-19 ทำให้คนส่วนหนึ่งรู้ว่าเราทำงานที่ไหนก็ได้ หากมีระบบ WIFI ดีมากพอ แต่ปัญหาอื่นๆคือ โรงเรียนดีๆ สำหรับลูก โรงพยาบาลที่เราต้องใช้ กระจายไปยังที่ต่างๆ ทั่วถึงหรือยัง ระบบสาธารณูปโภคที่ได้มาตรฐานกระจายทั่วถึงหรือยังถ้ายัง ก็หมายความว่าคนอาจจะยังไม่ยอมเปลี่ยนแปลงที่อยู่อาศัยจากเดิม เพราะมันจะส่งผลกระทบกับการดำรงชีวิตประจำวันของพวกเขา 

คุณจะได้พบรายการดีที่ครบครันด้วยสาระและความรู้ รายการ ไลฟ์ วาไรตี ออกอากาศทุกวันอาทิตย์ เวลา 16.00-16.25 น. ทางโทรทัศน์ NBT กดหมายเลข 2 และชมรายการย้อนหลังได้ที่ YouTube ไลฟ์ วาไรตี

ศูนย์รวมปันสุข ‘ชุมชนอิ่มท้อง ร้านอาหารอิ่มใจ’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/593178

ศูนย์รวมปันสุข ‘ชุมชนอิ่มท้อง ร้านอาหารอิ่มใจ’

ศูนย์รวมปันสุข ‘ชุมชนอิ่มท้อง ร้านอาหารอิ่มใจ’

วันเสาร์ ที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ทีแอนด์บี มีเดีย โกลบอล ร่วมมือกับ MQDC เครือโรงพยาบาลพริ้นซ์ อีอีซี เอ็นจิเนียริ่งเน็ทเวิร์ค และมูลนิธิพุทธรักษา ในโครงการศูนย์รวมปันสุข “ชุมชนอิ่มท้อง ร้านอาหารอิ่มใจ” เพื่อช่วยสนับสนุนร้านค้า ร้านอาหารรายย่อย 2,000 ราย และจัดข้าวกล่อง 240,000 กล่องให้กับชุมชนที่เดือดร้อนจากการระบาดของโควิด-19 เป็นระยะเวลา 4 เดือน

ด้วยสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ที่ยังคงสร้างผลกระทบให้ทั้งภาครัฐ ภาคธุรกิจ และประชาชนไทยอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการระบาดระลอกที่ 3 ส่งผลให้ร้านอาหารรายย่อยในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ต้องปิดตัวไปมากส่งผลให้ประชาชนไทยตกงานเพิ่มขึ้นและขาดรายได้เป็นจำนวนมากด้วย ทีแอนด์บีฯ จึงร่วมมือกับเหล่าพันธมิตรนอกวงการอย่าง MQDC โรงพยาบาลในเครือพริ้นซิเพิล เฮลท์แคร์ อีอีซี เอ็นจิเนียริ่ง เน็ทเวิร์คและมูลนิธิพุทธรักษา เพื่อเป็นแรงสนับสนุนอีกส่วนหนึ่งในการบรรเทาความเดือดร้อนให้กับเหล่าร้านอาหารรายย่อยและประชาชนกับโครงการศูนย์รวมปันสุข ส่งต่อความห่วงใยสู้ภัยโควิด-19“ชุมชนอิ่มท้อง ร้านอาหารอิ่มใจ” ซึ่งเริ่มดำเนินการไปแล้วเมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม ที่ผ่านมา โดยเปิดรับสมัครร้านอาหารรายย่อยให้เข้ามาเป็นเครือขายในการผลิตและนำส่งอาหารปรุงสุกสะอาดตามหลักโภชนาการบรรจุกล่องไปยังชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดโควิด-19

เอกศิษฐ์ เฉลิมรัฐวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายผลิตและฝ่ายทรัพยากรบุคคลบริษัท ทีแอนด์บี มีเดีย โกลบอล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า มีความยินดีที่ได้ส่งต่อความสุขผ่านโครงการศูนย์รวมปันสุข “ชุมชนอิ่มท้อง ร้านอาหารอิ่มใจ” ทางทีแอนด์บีฯ ในฐานะบริษัทภาคเอกชนจึงขอร่วมเป็นส่วนเล็กๆ ในการช่วยเหลือสังคมและเป็นอีกแรงหนึ่งในการบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนคนไทยที่ได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจจากสถานการณ์โควิด-19 จึงได้จัดกิจกรรมภายใต้โครงการ “Pay It Forward” หรือ “โครงการส่งต่อความสุข”โดยการระดมทุนและรับสิ่งของบริจาคเพื่อส่งความช่วยเหลือไปยังที่ที่ต้องการ เช่น บุคลากรทางการแพทย์ พระสงฆ์ คนทำงานในพื้นที่ และคนที่ได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจชะลอตัวในช่วงโควิด-19 และสัตว์ที่ต้องพึ่งพาการท่องเที่ยวเพื่อการดูแลและความเป็นอยู่ที่ดี นอกจากนี้เรายังวางแผนร่วมมือกับเครือข่ายพันธมิตรในวงการบันเทิงของเรา ไม่ว่าจะเป็นศิลปินและดารานักแสดงต่างๆ ในการเป็นอีกหนึ่งกระบอกเสียงให้ผู้คนรับรู้และสามารถเข้าถึงโครงการได้เป็นวงกว้างมากยิ่งขึ้น

ชวนชิม ชวนช็อป ชวนใช้ ชวนชม : 7 สิงหาคม 2564 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/593132

ชวนชิม ชวนช็อป ชวนใช้ ชวนชม : 7 สิงหาคม 2564

ชวนชิม ชวนช็อป ชวนใช้ ชวนชม : 7 สิงหาคม 2564

วันเสาร์ ที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ร้านไทยเทอเรส ชวนชิม “แกงคั่วปูใบชะพลู” เมนูแกงคั่วดั้งเดิมของไทยในราคา 395 บาทที่ 3 สาขา ได้แก่ สาขาโรงพยาบาลศิริราช, รพ.พระราม 9 และ รพ.วิภาวดี หรือสั่งเดลิเวอรี่ CRG Call Center โทร.1312

ร้านส้มตำนัว ชวนชิม “ตำมั่ว”สุดยอดเมนู Signature ประจำร้านทานคู่กับไก่ทอด บริการใน 2 สาขา ได้แก่ สาขาสยามสแควร์ ซอย 5 และสาขา Grab Kitchen ลาดพร้าว 101 CRG Call Center
โทร.1312

โออิชิ ชวนชิม “แซลมอน ซาชิมิ” เมนูคุณภาพ สดใหม่ ใน “เทศกาลปลาแซลมอน” เสิร์ฟพร้อมวาซาบิและโชยุ ขนาดน้ำหนัก 500 กรัม ราคา 595 บาท บริการผ่าน “โออิชิ เดลิเวอรี่” โทร.1773

ชวนชิม

พาย เฟสซ์ ชวนชิมพายสูตรลับอารมณ์ดี เนื้อพายสี่เลเยอร์กรอบนอกนุ่มในสไตล์โฮมเมดจากออสเตรเลีย พร้อมรับ โปรโมชั่นพายคาว12 ชิ้น ราคา 299 บาท (จากปกติ 420 บาท)โทร.063-2049506

แจมบาร์ จูซ ชวนชิมน้ำผลไม้แท้ 100% กับโปรโมชั่นเครื่องดื่มในหมวด All Fruit Smoothies ขนาด 12 ออนซ์ 1 แก้ว รับอีก 1 แก้วฟรี (เฉพาะรสชาติที่ร่วมรายการ) โทร.065-5098231 และ 098-2854163

บจก.มอนเดลีซ อินเตอร์เนชันแนล (ประเทศไทย) ชวนชิม Halls VITA-C Stick โฉมใหม่ ผสมวิตามินซีพร้อม 2 กลิ่นหอมอร่อย ได้แก่ “Colors” รวม 3 กลิ่นผลไม้ในแท่งเดียว และ “Lime” กลิ่นมะนาวสุดจี๊ด

ชวนช็อป

เครือเซ็นทรัล กรุ๊ป ชวนช็อปด้วยบัตรเครดิต เซ็นทรัล เดอะวัน ทั้งออนไลน์และหน้าร้านกับแคมเปญ “แรลลี่พิชิตดวง” ถึง 30 ก.ย.พร้อมกิจกรรมสะสมอีแสตมป์ รับเครดิตเงินคืนและลุ้นรับรางวัล

ท็อปส์ และ เซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์ ชวนช็อปเทศกาล “สินค้าโครงการหลวง ดี อร่อยส่งความสดจากยอดดอยสู่ชุมชน” ถึง 31 ส.ค. ที่ 59 สาขา และช่องทางท็อปส์ ออนไลน์ www.tops.co.th

อิเกีย ชวนช็อปเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งบ้าน ในราคาประหยัด ค่าส่งพัสดุ 99 บาท จุได้ถึง 24 กิโลกรัม ราคาเดียวทุกพื้นที่ ถึง 31 ส.ค. จัดส่งผ่านอิเกีย ออนไลน์ ที่ IKEA.co.th

ชวนใช้

บมจ.ไทยสมุทรประกันชีวิต ชวนใช้บริการปรึกษาแพทย์ออนไลน์ฟรี “OCEAN LIFE TelePharmacy” ทั้งเรื่องทั่วไปและโรค COVID-19 และบริการปรึกษาเภสัชกรออนไลน์ผ่าน PHARMCARE
Platform พร้อมรับยาที่ร้านยาเครือข่าย OCEANLIFE ไทยสมุทรทั่วประเทศได้ทันที โทร.02-2078888

ฟูจิฟิล์ม ร่วมกับ Wonder Photo Shop by Big Camera ชวนส่งมอบความรักแม่ลูกผ่านภาพถ่ายและโพสต์รูปคู่แม่ลูกใน comment ใต้โพสต์เพจ https://www.facebook.com/wpsthai/posts/2939000206359845 ถึง 12 ส.ค. ลุ้นรับรางวัลของขวัญโทร.02-2706000

ดานอน สเปเชียลไลซ์ นิวทริชั่น ประเทศไทย ชวนใช้ SouvenaidTM (ซูวีเนด) อาหารทางการแพทย์ที่มีส่วนช่วยเสริมความทรงจำ สำหรับผู้ที่มีอาการอัลไซเมอร์ระยะเริ่มแรก (ควรใช้ภายใต้คำแนะนำของแพทย์)

ชวนชม

“กระจกหกด้าน” ชวนชมสารคดีกระจกหกด้าน ตอน “พระพันปีศรีแผ่นดิน” ในวันศุกร์ที่ 13 ส.ค. เวลา 17.00-17.15 น. และสารคดีร้อยเรื่องเมืองไทย ตอน “มนต์เมี่ยง”ในวันอาทิตย์ที่ 15 ส.ค. เวลา 07.52-07.57 น.ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 7HD

SCG ชวนชมภาพยนตร์โฆษณาออนไลน์ชุด “เปลี่ยน…เพื่อโลกที่คุณแคร์” ให้เข้าใจปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ใกล้ตัวมากกว่าที่เราคิด ที่ https://youtu.be/w4BOZRcB8q4

แมนพาวเวอร์กรุ๊ป ประเทศไทย ชวนชมข้อมูลตำแหน่งงานรายวันและรายเดือนหลายร้อยอัตรา สร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้ คุณสมบัติวุฒิ ม.3 ขึ้นไป ลงทะเบียนที่ https://bit.ly/3rtziSU โทร.02-1712345

ส่งข้อมูลกิจกรรมต่างๆ ได้ที่ ธนเดช อิงคภัทรางกูร E-mail : tanadet@outlook.com

พาณิชย์หนุนนักออกแบบไทยสู่แพลตฟอร์มอี-คอมเมิร์ซ จับมือ Shopee เปิด POP UP Store ออนไลน์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/593172

พาณิชย์หนุนนักออกแบบไทยสู่แพลตฟอร์มอี-คอมเมิร์ซ  จับมือ Shopee เปิด POP UP Store ออนไลน์

พาณิชย์หนุนนักออกแบบไทยสู่แพลตฟอร์มอี-คอมเมิร์ซ จับมือ Shopee เปิด POP UP Store ออนไลน์

วันเสาร์ ที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

สมเด็จ สุสมบูรณ์

กระทรวงพาณิชย์ สนับสนุนผู้ประกอบการนักออกแบบรุ่นใหม่จากโครงการ Talent Thai และ Designers’ Room เข้าสู่แพลตฟอร์มอี-คอมเมิร์ซ Shopee ขนทัพสินค้าแนวดีไซน์กลุ่มไลฟ์สไตล์และแฟชั่น เจาะตลาดผู้บริโภคกำลังซื้อสูงในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รับกำลังซื้อเทศกาลช้อปปิ้ง วันที่ 8 เดือน 8 ซึ่งเป็นการดำเนินงานตามนโยบายของ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่ต้องการส่งเสริมผู้ประกอบการรุ่นใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่ม Micro Smes ให้ได้รับโอกาสทางการค้าผ่านแพลตฟอร์มการค้าออนไลน์ที่มีศักยภาพในระดับโลก

สำนักส่งเสริมนวัตกรรมและสร้างมูลค่าเพิ่มเพื่อการค้ากรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เดินหน้าขับเคลื่อนโครงการส่งเสริมนักออกแบบไทยสู่ตลาดโลก(Designers’ Room & Talent Thai Promotion 2021) เพื่อเพิ่มศักยภาพและขีดความสามารถของนักออกแบบรุ่นใหม่พร้อมพัฒนาธุรกิจเข้าสู่การค้าในยุคเศรษฐกิจใหม่ (New Economy) สามารถยกระดับธุรกิจไปสู่การเป็นแบรนด์นักออกแบบ (Designers Brand) มืออาชีพที่เป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ ล่าสุดจับมือ Shopee ผู้นำแพลตฟอร์มอี-คอมเมิร์ซในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สนับสนุนนักออกแบบกว่า 60 แบรนด์เข้าแพลตฟอร์ม “Shopee” เปิดตัวร้านค้า Official Mall ภายใต้ชื่อ “DESIGNERS’ ROOM &TALENT THAI” เป็นครั้งแรกในเดือนสิงหาคม 2564

นายสมเด็จ สุสมบูรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า “DITP เร่งส่งเสริมผู้ประกอบการสร้างสรรค์และนักออกแบบรุ่นใหม่ กลุ่ม Micro Smes ที่รูปแบบสินค้ามีความโดดเด่น มีการออกแบบดีให้ได้รับโอกาสทางการค้าผ่านช่องทางการค้าสมัยใหม่ผ่านแพลตฟอร์มการค้าออนไลน์ในระดับสากล ซึ่งเป็นการดำเนินงานตามนโยบายของ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งจากสถิติพบว่าแพลตฟอร์มอี-คอมเมิร์ซ มีแนวโน้มเติบโตสูงขึ้นโดย Shopee ถือว่าเป็นแอปพลิเคชั่น E-Commerce ที่มียอดดาวน์โหลดทั่วโลกสูงสุดเป็นอันดับ 2 (รองจาก Amazon) โดยมียอดดาวน์โหลด 139 ล้านครั้ง ในปี 2020 (ข้อมูลจาก businessofapps.com) เข้าถึงตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งประกอบไปด้วยประเทศสิงคโปร์, มาเลเซีย, อินโดนีเซีย,มาเลเซีย, ไต้หวัน, เวียดนาม, ฟิลิปปินส์ รวมถึงประเทศไทย และเพิ่งเปิดตัวในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งล่าสุดโครงการส่งเสริมนักออกแบบไทยสู่ตลาดโลก (Designers’ Room & Talent Thai Promotion 2021) ได้ร่วมกับ Shopee Thailand เพื่อร่วมผลักดันผู้ประกอบการรุ่นใหม่ก้าวเข้าสู่ตลาดพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (อี-คอมเมิร์ซ) ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพและเป็นประตูไปสู่ผู้บริโภคที่มีกำลังซื้อสูงในตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

สำหรับรูปแบบความร่วมมือครั้งสำคัญ เป็นการรวบรวมสินค้าของนักออกแบบไทยเข้าสู่แพลตฟอร์ม “Shopee”โดยเปิดร้านค้า Official Mall บนแพลตฟอร์ม Shopee เป็นครั้งแรก ซึ่งจะเริ่มต้นขึ้นในเดือนสิงหาคม 2564 นี้ รับกำลังซื้อช่วงเทศกาลช้อปปิ้ง 8.8 ในรูปแบบป๊อปอัพ สโตร์ (POP UP Store) นำเสนอสินค้าแบรนด์ต่างๆ ของนักออกแบบในโครงการกว่า 60 แบรนด์ ซึ่งประกอบด้วย กลุ่มสินค้าแฟชั่น เช่น WOMENS’ WEAR, MENS’ WEAR, JEWELRY, ACCESSORIES, FOOTWEAR, BAG และ กลุ่มสินค้าไลฟ์สไตล์ เช่น HOME DECORATION, FURNITURE, GIFT, STATIONARY, CERAMIC เป็นต้น

“ความร่วมมือระหว่าง DITP และ Shopee ในครั้งนี้จะเป็นการเปิดพื้นที่ให้นักออกแบบได้รับการเสริมทักษะการขายออนไลน์ เพิ่มช่องทางการขาย การนำเสนอสินค้าและแบรนด์ในรูปแบบออนไลน์ พร้อมที่จะก้าวสู่ช่องทางการค้าออนไลน์ได้อย่างแข็งแกร่ง นับเป็นการขยายฐานลูกค้าจากออฟไลน์สู่ออนไลน์ และสนับสนุนให้นักออกแบบสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มทางการค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องจากช่องทางการค้าในรูปแบบออนไลน์ จะเป็นอีกหนึ่งช่องทางการค้าที่ตอบสนองไลฟ์สไตล์ในปัจจุบัน และ Shopee ก็เป็นผู้นำแพลตฟอร์มอี-คอมเมิร์ซในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จึงเป็นการร่วมสนับสนุนนักออกแบบไทยเข้าสู่แพลตฟอร์มออนไลน์เป็นประตูก้าวสู่ตลาดโลกได้อย่างแข็งแกร่ง”

โครงการ Designers’ Room & Talent Thai Promotion2021 โดยสำนักส่งเสริมนวัตกรรมและสร้างมูลค่าเพิ่มเพื่อการค้า กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งความร่วมมือกับ Shopee ในครั้งนี้ นับเป็นความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนในการพัฒนาผู้ประกอบการไทยให้เติบโตอย่างมีศักยภาพ ช่วยขยายช่องทางการตลาดให้ครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมาย ผู้สนใจสามารถติดตามและสนับสนุนสินค้าของนักออกแบบได้ใน Shopee Mall ภายใต้ชื่อ “DESIGNERS’ ROOM & TALENT THAI”ผ่านแอปพลิเคชั่น “Shopee” ได้ระหว่างนี้จนถึงวันที่ 12 สิงหาคม2564 และเชิญร่วมช้อปสินค้าสุดพิเศษของนักออกแบบในโครงการ ที่คัดสรรมาเพื่อขาช้อปโดยเฉพาะกับเทศกาล Shopee 8.8 Crazy Flash Sale ที่จะถึงนี้ ทั้งนี้ สามารถติดตามความเคลื่อนไหวของนักออกแบบที่เข้าร่วมโครงการฯได้ที่เฟซบุ๊ค: Talent Thai & Designers’ Roo

ร่วมใจฝ่าวิกฤติโควิด มอบพัดลมสนับสนุน ศูนย์พักคอยสำหรับผู้ติดเชื้อโควิด-19 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/593181

ร่วมใจฝ่าวิกฤติโควิด มอบพัดลมสนับสนุน  ศูนย์พักคอยสำหรับผู้ติดเชื้อโควิด-19

ร่วมใจฝ่าวิกฤติโควิด มอบพัดลมสนับสนุน ศูนย์พักคอยสำหรับผู้ติดเชื้อโควิด-19

วันเสาร์ ที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

รุจิเรศ นีรปัทมะ ผู้อำนวยการอาวุโส กลุ่มงานรัฐกิจสัมพันธ์และสรรหาที่ดิน-สถาบัน สายงานพัฒนาธุรกิจและโครงการ ตัวแทนผู้บริหาร บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารเซ็นทรัล วิลเลจ ลักชูรี่เอาท์เล็ตแห่งแรกของไทย เดินหน้าส่งต่อน้ำใจ ร่วมใจกันฝ่าวิกฤติโควิด ส่งมอบพัดลมจำนวน 100 เครื่องให้กับ จำเริญ หลำวรรณะ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบางโฉลง เพื่อสนับสนุนศูนย์พักคอยสำหรับผู้ติดเชื้อโควิด-19 แก่องค์การบริหารส่วนตำบลบางโฉลง จังหวัดสมุทรปราการ ในการช่วยระบายความร้อนแก่ ผู้ป่วย และบุคลากรทางการแพทย์ โดยมี วราวุธวรภมร ผู้จัดการทั่วไปศูนย์การค้า เซ็นทรัล วิลเลจ,ปารณีย์ นาคคำ ปลัด อบต.บางโฉลง และ พนักงานของ เซ็นทรัล วิลเลจ ร่วมส่งมอบณ ศูนย์ส่งเสริมสุขภาพตำบลบางโฉลง ซึ่งศูนย์พักคอยสำหรับผู้ติดเชื้อโควิด-19 นี้ ทาง องค์การบริหารส่วนตำบลบางโฉลง จังหวัดสมุทรปราการ ได้จัดสร้างขึ้นเพื่อเตรียมรอส่งต่อ และเพิ่มศักยภาพในการดูแลรักษาผู้ป่วยตกค้าง รวมทั้งป้องกันและควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค โดยแยกผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 ออกมาจากบ้าน นำมาพักคอยที่ศูนย์ รอการนำส่งต่อไปรักษาที่โรงพยาบาล สามารถรองรับผู้ป่วยได้ 100 เตียง มีอุปกรณ์รองรับ อาทิ เตียงผู้ป่วย พัดลม กล้องวงจรปิด เครื่องซักผ้าเป็นต้น โดยมีทีมแพทย์และพยาบาลจากโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบางโฉลง และโรงพยาบาลเซ็นทรัลปาร์ค ดูแลและประเมินอาการตลอด 24 ชั่วโมง ทางศูนย์พักคอยแห่งนี้ยังคงเปิดรับบริจาคสิ่งของต่างๆ ที่จำเป็นสำหรับผู้ติดเชื้อ อาทิ เตียงกระดาษ ที่นอนผ้าปูที่นอน หมอน ปลอกหมอน กล้องวงจรปิด ซึ่งสามารถติดต่อสนับสนุนได้ที่ อบต.บางโฉลงโทร.02-7508741-5

ภาวะเลือดออกในเยื่อหุ้มสมองใต้ชั้นอะแรชนอยด์ เนื่องจากหลอดเลือดสมองโป่งพองแตก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/593173

ภาวะเลือดออกในเยื่อหุ้มสมองใต้ชั้นอะแรชนอยด์ เนื่องจากหลอดเลือดสมองโป่งพองแตก

ภาวะเลือดออกในเยื่อหุ้มสมองใต้ชั้นอะแรชนอยด์ เนื่องจากหลอดเลือดสมองโป่งพองแตก

วันเสาร์ ที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ภาวะเลือดออกในเยื่อหุ้มสมองใต้ชั้นอะแรชนอยด์ที่ไม่ได้เกิดจากอุบัติเหตุ(nontraumatic subarachnoid hemorrhage)ผู้ป่วยส่วนใหญ่มาด้วยอาการปวดศีรษะอย่างรุนแรงแบบทันทีทันใด ความรุนแรงของอาการปวดศีรษะมักรุนแรงมากจนบางรายอาจบรรยายว่าปวดมากที่สุดในชีวิตไม่เคยปวดรุนแรงเท่านี้มาก่อน มักมีอาการปวดบริเวณต้นคอหรือท้ายทอยร่วมด้วยเวลาก้มคอจะทำให้ปวดมากขึ้น มักมีอาเจียนร่วมด้วย บางรายที่มีอาการรุนแรงมากอาจหมดสติ เรียกไม่รู้สึกตัว อาจมีอาการอ่อนแรงครึ่งซีกหรืออ่อนแรงขาสองข้างและบางรายอาจมีอาการหนังตาตกข้างใดข้างหนึ่งร่วมด้วยได้ ภาวะนี้มีสาเหตุได้หลายประการ โดยสาเหตุที่พบได้บ่อยที่สุดและเป็นสาเหตุที่มีอันตรายถึงชีวิต คือ โรคหลอดเลือดสมองโป่งพองแตก (rupturedcerebralaneurysm)

โรคหลอดเลือดสมองโป่งพอง(cerebral aneurysm) เกิดจากความผิดปกติของผนังหลอดเลือดแดงในสมอง อาการของโรคหลอดเลือดสมองโป่งพองส่วนใหญ่เกิดจากหลอดเลือดที่โป่งพองนั้นเกิดการแตก ทำให้เกิดอาการดังกล่าวข้างต้น การแตกของหลอดเลือดสมองโป่งพองนั้นเป็นภาวะที่อันตรายมาก บางรายเสียชีวิตทันทีเมื่อมีการแตก บางรายเกิดความพิการอย่างถาวร

โรคหลอดเลือดสมองโป่งพองที่เกิดการแตกแล้วมักเกิดการแตกซ้ำอีกได้ในเวลาไม่นาน การแตกซ้ำแต่ละครั้งจะส่งผลให้มีอัตราความพิการและเสียชีวิตสูงมาก ดังนั้นภาวะหลอดเลือดสมองโป่งพองแตกจึงเป็นภาวะรีบด่วนที่ต้องให้การรักษาโดยเร็วเพื่อป้องกันการแตกซ้ำ

การวินิจฉัยโรคหลอดเลือดสมองโป่งพองแตกต้องอาศัยประวัติและการตรวจร่างกาย ร่วมกับการตรวจยืนยันการวินิจฉัยด้วยเอกซเรย์คอมพิวเตอร์สมอง (CT scan) และการตรวจเอกซเรย์หลอดเลือดสมอง

การรักษาโรคหลอดเลือดสมองโป่งพองมีทั้งการผ่าตัดและการรักษาทางสายสวนหลอดเลือด ทั้งสองวิธีเป็นการรักษาที่มีความซับซ้อนและอาศัยอุปกรณ์พิเศษ เช่น การผ่าตัดต้องอาศัยกล้องจุลศัลยกรรมที่มีความละเอียดสูง ส่วนการรักษาทางสายสวนหลอดเลือด ต้องอาศัยเครื่องเอกซเรย์หลอดเลือดที่มีความละเอียดสูงและอุปกรณ์เฉพาะด้านสายสวนหลอดเลือดสมอง การเลือกให้การรักษาด้วยวิธีใดนั้นขึ้นอยู่กับการพิจารณาของประสาทศัลยแพทย์โดยพิจารณาจากลักษณะ ตำแหน่งและขนาดของหลอดเลือดสมองที่โป่งพองร่วมกับลักษณะทางคลินิกของผู้ป่วยแต่ละราย

แนวหน้าฟู้ดรีวิว : 12 โรงแรมสร้างสรรค์เพื่อวันแม่ 12 สิงหา กับอาหารอร่อยอบอุ่น #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/593138

แนวหน้าฟู้ด รีวิว : 12 โรงแรมสร้างสรรค์เพื่อวันแม่ 12 สิงหา กับอาหารอร่อยอบอุ่น

แนวหน้าฟู้ด รีวิว : 12 โรงแรมสร้างสรรค์เพื่อวันแม่ 12 สิงหา กับอาหารอร่อยอบอุ่น

วันเสาร์ ที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

โรงแรมมณเฑียร

กลับมาพบกันอีกครั้งในวันเสาร์สุดสัปดาห์กับคอลัมน์ “แนวหน้า ฟู้ด รีวิว” ที่จะคอยสรรหาเมนูจานเด็ด พร้อมโปรโมชั่นพิเศษ ให้ผู้อ่านทุกท่านได้ทราบก่อนใคร และในสุดสัปดาห์นี้ ขอต้อนรับเข้าสู่เทศกาลวันแม่แห่งชาติ ด้วยอาหารที่อร่อยอย่างอบอุ่นเพื่อคุณแม่และครอบครัว จาก 12 โรงแรมชั้นนำทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด เริ่มต้นกันที่

โรงแรมมณเฑียร สุรวงศ์ นำเสนอเมนูอร่อย การันตีด้วยรางวัลมิชลิน บิบ กูร์มองด์ อาทิ ข้าวมันไก่มณเฑียร, ยำส้มโอกับกุ้งย่าง และกระเพาะปลาน้ำทอง จากห้องอาหารเรือนต้น สั่งอาหาร 1,000 บาทขึ้นไป รับเผือกหิมะ และสั่งอาหาร 3,500 บาท ขึ้นไป รับบัตรกำนัลห้องพักดีลักซ์ 1 คืน (ไม่รวมอาหารเช้า) ถึง 15 ส.ค.โทร.02-2370015-18

โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น

โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น หลักสี่ นำเสนออาหารจาก ห้องอาหารเปรมประชากร อาทิ ยำเกาเหลาบก, ผัดพริกแกงราดข้าว, สปาเกตตีผัดขี้เมา, อกไก่ย่าง, มิราเคิล คลับแซนด์วิช, ซีซ่าร์สลัด ฯลฯ ในราคาพิเศษ ลด 50% สำหรับสั่งกลับบ้านโทร.02-5755599

โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ฯ ลาดพร้าว

โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ฯ ลาดพร้าว นำเสนอเมนูจานโปรดจาก ห้องอาหารอิตาเลียนดอน จิโอวานนี และ ห้องอาหารจีนไดนาสตี้ มีให้เลือก 4 เซตเมนู รับประทานได้ 4 ท่าน/1 เซต บริการส่งถึงบ้านภายในระยะทาง 5 กิโลเมตร จากโรงแรมระหว่างวันที่ 12-15 ส.ค. โทร.02-5411234

โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ฯ เซ็นทรัลเวิลด์

โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ฯ เซ็นทรัลเวิลด์ นำเสนอหลากหลายเมนูทุเรียน 11 อย่าง ด้วย“เวนตีซีเดลิเวอรี่” อาทิ ทีรามิสุทุเรียน, ชูครีมทุเรียน, พิตาชิโอเอแคลร์ครีมทุเรียน, แยลโรลทุเรียน,โอเปร่าช็อกโกแลตทุเรียน, ดับเบิ้ลชีสเค้กทุเรียนและไอศกรีมรสทุเรียนหมอนทอง ถึง 31 ส.ค.โทร.02-1006255

โรงแรมอวานี เอเทรียม

โรงแรมอวานี เอเทรียม นำเสนออาหารเดลิเวอรี่จาก ห้องอาหารเบนิฮานา อาทิ ซูชิซิกเนเจอร์, เซตข้าวกล่องเบนโตะ บริการทุกวัน09.00-20.00 น. ส่งฟรี 5 กม. สั่งอาหารโดยตรงที่ https://bit.ly/3yB9uqg โทร.02-7182000

โรงแรมสินธร เคมปินสกี้

โรงแรมสินธร เคมปินสกี้ นำเสนอ“ฟู้ดเดลิเวอรี่ บาย สินธร เคมปินสกี้ ทั้งเมนูอาหารไทยจาก ลูกจันทน์ บาย เสน่ห์จันทน์ และอาหารเมดิเตอร์เรเนี่ยน ตั้งแต่เวลา 06.30-20.30 น. พร้อมรับส่วนลดทันที 15% สำหรับเมนูที่ร่วมรายการโทร.02-0959999

โรงแรมคาเพลลา

โรงแรมคาเพลลา นำเสนอชุดอาหารไทยสูตรต้นตำรับ “2 แบบ 2 สไตล์” ได้แก่ ชุด“ลองชิม อีสาน” และชุด “ลองชิม ปักษ์ใต้”ราคาชุดละ 1,400 บาท++ประกอบด้วยอาหาร 7 ชนิดและขนมหวาน จาก ห้องอาหารพระนคร เพื่อสั่งกลับบ้านโทร.02-0983888

โรงแรม แบงค็อก แมริออท เดอะ สุรวงศ์

โรงแรมแบงค็อกแมริออท เดอะ สุรวงศ์ นำเสนอ “อาหารคุณภาพคับกล่อง ราคาสบายกระเป๋า”เริ่มต้น 60 บาท อาทิเกี๊ยวหมาล่า 60 บาท,ก๋วยเตี๋ยวเส้นสด ซอสเสฉวนหมูสับ, บะหมี่ฮ่องกงจักรพรรดิ ฯลฯ ทุกวันจันทร์-พฤหัสบดี ตั้งแต่เวลา 11.00-20.00 น. ถึง 31 ส.ค.โทร.02-0885666

โรงแรมใบหยกสกาย 

โรงแรมใบหยกสกาย นำเสนอ “เซตอาหารไทย จากใบหยก” หลากหลายชุดให้เลือกอร่อย อาทิ เซตข้าวมันหมูฝอย, ส้มตำ,ไก่ทอด ราคา 159 บาท รวมทั้งเมนูยอดนิยม “กุ้งย่างมันเยิ้ม”ตัวละ 100 บาท สั่ง 5 ตัว ฟรี 1 ตัว พร้อมน้ำจิ้มซีฟู้ดสุดแซ่บ สั่งได้ทุกวันด้วยบริการ Baiyoke Delivery โทร.02-6563939

โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ฯ หัวหิน

โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ บีช รีสอร์ท และวิลลา หัวหิน นำเสนอรายการ “สไปซ์ อัพ ยัวร์ ซีฟู้ด สลัด” สลัดอาหารทะเลเพื่อสุขภาพสไตล์คอสโมโพลิแทน พร้อม อะ ลา คาร์ท อีกกว่า 50 รายการ รวมพิซซ่าคลาสสิกสไตล์อิตาเลียน ที่ ห้องอาหาร โคสต์ บีชคลับและบิสโทรโทร.032-512021

โรงแรมโซ โซฟิเทล หัวหิน

โรงแรมโซ โซฟิเทล หัวหิน นำเสนออาหารทะเลสดๆ นานาชนิด อาทิ ล็อบสเตอร์สายพันธุ์ภูเก็ต, ล็อบสเตอร์สายพันธุ์เมน, กุ้งลายเสือขนาดใหญ่, ขาปูยักษ์
จากเมืองฮอกไกโด ฯลฯ ถึง 31 ส.ค. ที่ห้องอาหารไวท์ โอเว่น โทร.032-709555

คาเฟ่ แคนทารี

คาเฟ่ แคนทารี นำเสนอโปรโมชั่นพิเศษฉลองวันแม่ “ซื้อเครื่องดื่ม 1 แก้ว แถมฟรี 1 แก้ว”(ในราคาที่เท่ากันหรือน้อยกว่าแก้วแรกที่ซื้อ) เฉพาะวันที่ 12 ส.ค. ที่คาเฟ่ แคนทารี ทุกสาขา โทร.1627

ร่วมมอบมื้อพิเศษสุดประทับใจให้คนสำคัญในวันแม่ปีนี้ เลือกอาหารที่ชอบในสไตล์ที่ใช่ให้คุณแม่ แด่ผู้หญิง
ที่แสนดีในยุควิถีใหม่ ไปกับ “แนวหน้า ฟู้ด รีวิว”