คุณแหน : 6 สิงหาคม 2564 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/592936

คุณแหน : 6 สิงหาคม 2564

วันศุกร์ ที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ll สมัยที่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เริ่มทรงงานด้านการรักษาพยาบาลพสกนิกร..มีคนเป็นจำนวนมากที่ยังต้องพึ่งการรักษาแบบพื้นบ้านเพียงอย่างเดียว ทรงจัดหน่วยแพทย์พระราชทาน มีการสัมภาษณ์คนที่จำเป็นต้องรักษาในโรงพยาบาล มีประวัติผู้ป่วย ฯลฯ..มีอาสาสมัครเยี่ยมไข้ ฯลฯ..ในชุมชนที่ห่างไกล โปรดเกล้าฯให้มีการฝึก“หมอหมู่บ้าน”ให้ดูแลสุขภาพอนามัยของชาวบ้านด้วยกันก่อนพบแพทย์..

ll หนังสือพระราชนิพนธ์เล่มล่าสุดของ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี“เรื่องผีสั้นๆ ฯลฯ”..ทรงเล่าเรื่อง“ผีในภาพ(ของพระองค์เอง)ได้อย่างน่าสนุก..กรมสมเด็จพระเทพฯ“ต้องวิ่งเข้าห้องนอนคลุมโปงหลับตา”..ท้ายสุดจบด้วยบทสวดมนต์แผ่เมตตา..“สาธุเพี้ยง”..

ll หมออาชีพเก่งทั้งวิชาการและประสบการณ์ยาวนานในการรักษา นพ.มนูญ ลีเชวงวงศ์ออกมาให้ความเห็นน่าฟัง..ไม่ควรห้ามการเล่นกอล์ฟ..เพราะเป็นกีฬากลางแจ้งในที่โล่งมีทั้งแดด อากาศ และการออกกำลังกายซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างภูมิสู้โควิด-19..ข่าวลับไม่ลวง..ทั้งหมอและมาดามหมอยา สายสมร ลีเชวงวงศ์ หลงใหลในกีฬากอล์ฟ เล่นได้ทุกอาทิตย์..ที่ต้องระวังคืองดปาร์ตี้กินร่วมกันหลังเล่น..ปลอดภัย..

ll รศ.(พิเศษ)นพ.ทวี โชติพิทยสุนนท์ ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดเชื้อ ผู้ทรงคุณวุฒิ คณะกก.โรคติดต่อแห่งชาติ..“หัวเราะ”กับข่าวลือร้ายๆ ที่โถมกันเข้ามาในช่วงนี้ตามประสา“หมอเชี่ยว”ผู้มีอารมณ์ขันของเพื่อนๆ วงเฮฮา..ใครยุให้แก้ข่าวก็ปฏิเสธ ด้วยรู้ว่าผู้คนตอนนี้มี“อคติ”ระบาดพอๆ กับไวรัสร้าย..

ll ศ.นพ.นิธิ มหานนท์ เลขาธิการราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ตอนนี้เป็นขวัญใจคุณหญิงคุณนายที่มีบริวารเป็นสาวใช้ต่างด้าว..เพราะเปิดให้ลงทะเบียนจองฉีดวัคซีน“ซิโนฟาร์ม”แล้ว“เข้าได้”..ไม่ล่มแล้วล่มอีก..เหมือน“หมอไม่พร้อมหรือโรงพยาบาลยังไม่ว่าง”..

ll อยู่มหาชัย เสี่ยโรจนินทร์ พัชรเรืองกิจ เจ้าของโรงงานอาหารทะเลส่งนอก มีคนงานเป็นพัน..ติดโควิดปกติ..แต่“เสี่ยไก่”..ไม่ปิดโรงงานหนี ไปเสวยสุข ณ คฤหาสน์ กทม. ..กลับไปโรงงานสู้สถานการณ์กับลูกน้องทุกวัน..ที่น่าชม..ให้ลูกน้องที่ติดกักตัวเองอยู่ในห้อง บริษัทจัดข้าวน้ำและยาไปส่งทุกวัน..พ้นกักตัวเอง 14 วัน..หายเกือบหมด..

ll ยกกิจการตัวแทนเครื่องเสียงชั้นดีให้ลูก..ตอนนี้ ลานทิพย์ ทวาทสิน เน้นงานกุศล..ล่าสุด ทำพริกดองอร่อย รายได้ช่วยคนยากไร้..จุฑาธวัช อินทรสุขศรี เชียร์เต็มที่..ll

ภิญญ์สิรี

ไอคอนสยาม วันสยาม และร้านอาหาร ขานรับนโยบายภาครัฐ บริการ Food Delivery Service ภายใต้มาตรการสุขอนามัยสูงสุด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/592908

ไอคอนสยาม วันสยาม และร้านอาหาร ขานรับนโยบายภาครัฐ  บริการ Food Delivery Service ภายใต้มาตรการสุขอนามัยสูงสุด

ไอคอนสยาม วันสยาม และร้านอาหาร ขานรับนโยบายภาครัฐ บริการ Food Delivery Service ภายใต้มาตรการสุขอนามัยสูงสุด

วันศุกร์ ที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ไอคอนสยาม และ วันสยาม จับมือ ผู้ประกอบการร้านอาหาร พร้อมให้ความร่วมมือและปฏิบัติตามภายใต้มาตรการสุขอนามัยและความปลอดภัยสูงสุด หลังจากศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019(โควิด-19) หรือ ศบค. มีนโยบายผ่อนคลายมาตรการสำหรับร้านอาหารในห้างสรรพสินค้าและศูนย์การค้า สามารถเปิดให้บริการอาหารและเครื่องดื่มผ่านบริการ Food DeliveryService

ทั้งนี้ สำหรับร้านอาหารทั้งไอคอนสยาม และวันสยาม ที่ผนึกกำลังศูนย์การค้า ได้แก่ สยามพารากอนสยามเซ็นเตอร์ พร้อมเปิดให้บริการผ่าน Food Delivery Serviceทุกแอปพลิเคชั่น ทั้ง Line Man, Grab Food, True Food และ Robinhoodในวันที่ 3 สิงหาคม เป็นต้นไป มีทั้งสิ้นกว่า 100 ร้าน โดยร้านอาหารในไอคอนสยาม รวมทั้งร้านอาหารในห้างสรรพสินค้าสยาม ทาคาชิมายะ และสุขสยาม ที่เปิดบริการ ได้แก่ Café Chilli (คาเฟ่ ชิลลี่), Fire Tiger Bar & Restaurant (โรงเตี๊ยมเสือพ่นไฟ), Ros’ niyom (รสนิยม), Greyhound Café (เกรย์ ฮาวนด์ คาเฟ่), ,Nice Two Meat U (ไนซ์ ทู มีท ยู), แหลมเจริญซีฟู้ด, หรือจะเป็นขนมและเครื่องดื่มอาทิ %Arabica (%อะราบิก้า),After You (อาฟเตอร์ ยู), Kamu Tea (คามูที), Katsukura (คัตสึคุระ), Tsukiji Takewaka (ซึกิจิ ทาเควะกะ), Unaji Toku (อูนางิ โทคุ) นอกจากนี้ยังมีอีกมากมายกว่า 60 ร้านให้เลือกสรรเมนูโปรด

ด้านร้านอาหารวันสยามที่พร้อมเปิดให้บริการขายเดลิเวอรี่ สยามพารากอน ได้แก่ Amici by Pomodoro(อมิชี่ บาย โพโมโดโร), Four Seasons (โฟร์ ซีซั่นส์), Nara Thai Cuisine (นารา ไทย ควิซีน), Oishi Grand (โออิชิ แกรนด์), Taling Pling (ตะลิงปลิง), Wang Jia Sha (วัง เจีย ชา) ส่วน สยามเซ็นเตอร์ ได้แก่ Mo MoParadise (โม โม พาราไดซ์), Yuzu Suki (ยูซุ สุกี้),Yayoi (ยาโยอิ), Flash Coffee (แฟลช คอฟฟี่) และยังมีร้านอีกมากมาย

ทางไอคอนสยาม และวันสยาม รวมทั้งผู้ประกอบการร้านอาหารภายในศูนย์ฯ ยังคงเน้นย้ำมาตรการสุขอนามัยอย่างเข้มข้นสูงสุดตามแนวทางปฏิบัติที่ศบค.กำหนด ซึ่งได้ปฏิบัติมาอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด อาทิ 1.ผู้ประกอบการร้านอาหาร และพนักงานทุกคน ต้องปฏิบัติตามมาตรการ DMHT มีการเว้นระยะห่างระหว่างกัน สวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลาทำความสะอาดมือด้วยเจลแอลกอฮอล์เป็นประจำหรือล้างมือบ่อยๆ และตรวจวัดอุณหภูมิก่อนเข้างาน ทั้งนี้ ไอคอนสยาม และวันสยาม ยังสนับสนุนให้ผู้ประกอบการและพนักงานที่เข้าปฏิบัติหน้าที่ได้รับวัคซีนป้องกันโควิด-19 และมีสุขภาพสมบูรณ์พร้อมปฏิบัติตามมาตรการสุขอนามัยอย่างเคร่งครัด

2.มาตรการจัดจุดสำหรับรอรับอาหารของพนักงานส่งสินค้า โดยเน้นมาตรการรักษาความสะอาด ปลอดภัย ในการรับ-ส่งสินค้าเดลิเวอรี่ และบริษัทขนส่งต่างๆ อย่างเข้มงวด ซึ่งทางศูนย์ได้กำหนดทางเข้า-ออก จุดบริการ และจุดรอสินค้าอย่างปลอดภัย ยิ่งไปกว่านั้นยังได้เพิ่มมาตรการความสะอาด ด้วยการพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อบริเวณจุดจอดรถของไรเดอร์ไม่ต่ำกว่า 2 ครั้งต่อวัน3.เน้นย้ำมาตรการสวมหน้ากากอนามัย และเว้นระยะห่างอย่างเคร่งครัด ให้พนักงานส่งอาหารทุกคนต้องสวมใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลา และต้องล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อก่อนรับสินค้าทุกครั้ง รักษาการเว้นระยะห่างจากผู้อื่นอย่างเคร่งครัด

สำหรับลูกค้าสามารถสั่งบริการเดลิเวอรี่เมนูอร่อยจากร้านชื่อดังทั้งในไอคอนสยามและวันสยามได้จากทุกบริการ Food Deliveryทุกแอปพลิเคชั่น ทั้ง Line Man, Grab Food, True Food และ Robinhood พิเศษยิ่งขึ้น ไอคอนสยามและวันสยามมีแคมเปญส่วนลดพิเศษร่วมกับRobinhood ภายใต้ชื่อ ”Taste of Siam x Robinhood” ที่จะช่วยให้ลูกค้าได้อาหารที่ถูกใจพร้อมโปรโมชั่นสุดคุ้ม ยังเป็นการรวมพลังสนับสนุนผู้ประกอบการร้านอาหาร หล่อเลี้ยงสร้างอาชีพให้ผู้คนอีกมากมายที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจอาหาร รวมถึงเหล่าไรเดอร์นับหมื่น ให้ก้าวผ่านช่วงเวลาอันท้าทายนี้ไปได้ด้วยกัน

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร.02-6108000 หรือ Facebook : OneSiam และไอคอนสยาม ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร.1338หรือ Facebook: ICONSIAM

ดีป้าชี้มาตรการวัคซีนขาดความชัดเจน กระทบความเชื่อมั่นอุตสาหกรรมดิจิทัล #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/592903

ดีป้าชี้มาตรการวัคซีนขาดความชัดเจน กระทบความเชื่อมั่นอุตสาหกรรมดิจิทัล

ดีป้าชี้มาตรการวัคซีนขาดความชัดเจน กระทบความเชื่อมั่นอุตสาหกรรมดิจิทัล

วันศุกร์ ที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ดีป้า เผยผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นอุตสาหกรรมดิจิทัล ไตรมาส 2 ปี 2564 พบทรงตัวในเกือบทุกองค์ประกอบ หลังสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ระลอกที่ 3 พ่นพิษ ส่งผลให้ภาคธุรกิจ รวมถึงประชาชนชะลอคำสั่งซื้อและลดปริมาณการซื้อสินค้าและบริการดิจิทัล ขณะที่มาตรการภาครัฐขาดความชัดเจน โดยเฉพาะการบริหารจัดการวัคซีน กระทบความเชื่อมั่นและยังผลให้เศรษฐกิจโดยภาพรวมชะลอตัว ด้านผู้ประกอบการวอนรัฐดำเนินนโยบายส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัลให้ชัดเจน และควรมีบริการดิจิทัลสำหรับการติดต่อสื่อสารที่ไม่ขาดตอนในช่วง Work from Home เพื่อความสะดวกสบายแก่ผู้รับบริการ

สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้า แถลงผลการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นอุตสาหกรรมดิจิทัล (Digital SentimentIndex) ไตรมาส 2 ประจำปี 2564ใน 5 กลุ่มอุตสาหกรรมย่อย ประกอบด้วย กลุ่มอุตสาหกรรมฮาร์ดแวร์และอุปกรณ์อัจฉริยะ กลุ่มอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ กลุ่มอุตสาหกรรมบริการด้านดิจิทัล กลุ่มอุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์ และกลุ่มอุตสาหกรรมโทรคมนาคม โดยดัชนีความเชื่อมั่นฯ อยู่ที่ระดับ 45.6 ทรงตัวจากระดับ 46.4 ของไตรมาส 1 ในเกือบทุกองค์ประกอบ ทั้งด้านผลประกอบการ การผลิตคำสั่งซื้อ ด้านการลงทุน และด้านต้นทุนประกอบการ

ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการใหญ่ ดีป้า เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นฯ ที่ระดับ 45.6 เป็นผลมาจากการที่ภาคธุรกิจและประชาชนชะลอคำสั่งซื้อและลดปริมาณการซื้อสินค้าและบริการดิจิทัล เนื่องจากผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ระลอกที่ 3 รวมถึงมาตรการภาครัฐที่ยังไม่มีความชัดเจน โดยเฉพาะการบริหารจัดการวัคซีน และมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโรค ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นและยังผลให้เศรษฐกิจโดยภาพรวมเกิดการชะลอตัวหากแยกตามกลุ่มอุตสาหกรรมจะเห็นว่า ดัชนีความเชื่อมั่นฯส่วนใหญ่ปรับตัวลดลง ทั้งในแง่ผลประกอบการคำสั่งซื้อ และการลงทุน มีเพียงกลุ่มอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ (Software) ที่ปรับตัวสูงขึ้นอยู่ที่ระดับ 49.5 โดยดัชนีความเชื่อมั่นฯ ในกลุ่มอุตสาหกรรมบริการด้านดิจิทัล (Digital Service) อยู่ที่ระดับ 48.9กลุ่มอุตสาหกรรมฮาร์ดแวร์และอุปกรณ์อัจฉริยะ (Hardware and Smart Device) อยู่ที่ระดับ 42.3กลุ่มอุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์ (Digital Content) อยู่ที่ระดับ 42.0และกลุ่มอุตสาหกรรมโทรคมนาคม (Telecommunication) อยู่ที่ระดับ 40.7

“ทั้งนี้ ผู้ประกอบการในภาคอุตสาหกรรมดิจิทัลไทยคาดหวังให้ภาครัฐดำเนินนโยบายส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัลให้ชัดเจน เพื่อกระตุ้นให้เกิดการลงทุน ทั้งเรื่องอัตราดอกเบี้ยและแหล่งเงินกู้ ครอบคลุมทั้งประชาชนและผู้ประกอบการดิจิทัล รวมถึงการบริหารจัดการวัคซีน ควบคู่ไปกับการเสริมความสามารถทางการแข่งขันผ่านมาตรการสิทธิประโยชน์ด้านภาษี และการสนับสนุนโอกาสเข้าสู่ตลาดภาครัฐ เพื่อขยายตลาดให้กับธุรกิจดิจิทัล และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ภาครัฐควรมีบริการดิจิทัลสำหรับการติดต่อสื่อสารในช่วงที่ให้บุคลากรภาครัฐ Work from Home เพื่อให้บริการได้อย่างต่อเนื่อง และเกิดความสะดวกสบายแก่ผู้รับบริการ” ผู้อำนวยการใหญ่ ดีป้า กล่าว

ผู้สนใจสามารถติดตามรายละเอียดผลการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นอุตสาหกรรมดิจิทัล ไตรมาส 2 ประจำปี 2564 ผ่านช่องทางการสื่อสารต่างๆ ของ ดีป้า ไม่ว่าจะเป็นเว็บไซต์ www.depa.or.th/th/depakm/digital-indicators, LINE@depaThailand และเพจเฟซบุ๊ค depa Thailand

แบรนด์รองเท้า ‘เบบี้บอท’ เพื่อสุขภาพ สำหรับเหล่าแฟชั่นนิสต้าตัวน้อย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/592938

แบรนด์รองเท้า‘เบบี้บอท’เพื่อสุขภาพ  สำหรับเหล่าแฟชั่นนิสต้าตัวน้อย

แบรนด์รองเท้า‘เบบี้บอท’เพื่อสุขภาพ สำหรับเหล่าแฟชั่นนิสต้าตัวน้อย

วันศุกร์ ที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

การเลือกรองเท้าให้เหมาะสมกับแต่ละช่วงอายุของเด็ก นับเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยส่งเสริมการพัฒนาของกระดูก และรูปเท้าของเด็กได้เป็นอย่างดี ดังนั้น การเลือกรองเท้าที่ถูกต้องจะมีส่วนช่วยให้เด็กมีพัฒนาการที่ดีอย่างสมวัย อย่างล่าสุด “เบบี้บอท” (Babybotte) แบรนด์รองเท้าที่ช่วยส่งเสริมพัฒนาการด้านการเดินสำหรับเด็ก ภายใต้การบริหารของ อรนิดา จุลเสน ได้เปิดตัวรองเท้าคอลเลคชั่นใหม่ที่ชื่อว่า “ซัมเมอร์ เนเจอร์” (Summer Nature) นำเสนอแรงบันดาลใจจากความงดงามทางธรรมชาติ โดยมีเซเลบริตี้คุณแม่คนสวย อาทิ จุฑาธรรม จิราธิวัฒน์ กับน้องดวิน-น้องดีญ์อา, อรชุมาดุรงค์เดช กับน้องโคลเอ้-น้องคอลิน,เมลนีย์ อยู่วิทยา กับน้องเฌอลินณ์และ รัสรินทร์ ชุมสาย ณ อยุธยา กับน้องไอออน มาแนะนำเคล็ดลับการเลือกรองเท้าคู่แรกให้ดีที่สุดสำหรับลูกน้อย

“เบบี้บอท” (Babybotte) แบรนด์รองเท้าที่ช่วยส่งเสริมพัฒนาการด้านการเดินสำหรับเด็ก จากประเทศฝรั่งเศส ที่ก่อตั้งมาอย่างยาวนานกว่า 80 ปี โดยมีทีมนักวิจัยที่ศึกษาเกี่ยวกับการผลิตรองเท้าสำหรับเด็กโดยเฉพาะ ซึ่งโครงรองเท้าจะต้องสามารถช่วยพยุงข้อเท้า และรองรับส้นเท้า สำหรับเด็กในช่วงหัดเดินได้ ส่วนพื้นรองเท้ายังมีบุเสริมอุ้งเท้า เพื่อช่วยกระตุ้นการสร้างรูปเท้าให้มีส่วนโค้งเว้า และเท้าไม่แบน ผ่านกระบวนการผลิตกว่า 120 ขั้นตอน ด้วยการเลือกใช้หนังแท้จากอิตาลี (Italian Full Grain leather) ในการตัดเย็บทั้งบริเวณด้านนอกและด้านใน ทำให้มีน้ำหนักเบา และรู้สึกนิ่มสบายขณะสวมใส่

โดยออกแบบมาสำหรับเด็กแรกเกิด ไปจนถึงอายุ 15 ปี โดยแบ่งออกเป็น 4 รุ่น เริ่มจากรุ่น ออล โฟร์ (All Fours) รองเท้าสำหรับเด็กแรกเกิด หรือช่วงกำลังคลาน โดยรองเท้าจะมีความยืดหยุ่นดี ทำให้เด็กรู้สึกคล่องตัว และคุ้นชินกับการใส่รองเท้า ถัดมาที่รุ่น ท็อดเลอร์ (Toddler) เป็นรุ่นสำหรับเด็กเริ่มหัดเดิน-อายุ 2 ปี โดยรองเท้าจะช่วยเรื่องการทรงตัว รองรับการเดินได้ดีสามารถใส่เดินภายในบ้านได้ เพื่อช่วยให้เด็กฝึกการทรงตัว และเดินได้เร็วขึ้น ต่อมาที่รุ่น เฟิร์ส สเต็ป (Firs Step) รองเท้าสำหรับเด็กช่วงเริ่มเดิน และเริ่มวิ่ง ตั้งแต่อายุ 1-5 ปี โดยการออกแบบรองเท้าจะเน้นให้ผู้สวมใส่มีความคล่องตัวมากขึ้น และรุ่น อินเตอร์พิต (Intrepides) รองเท้าสำหรับเด็กอายุ 4-15 ปีที่ดีไซน์ให้เหมาะสมกับการสวมใส่เพื่อทำกิจกรรมในแต่ละวัยมากขึ้น

อรนิดา จุลเสน

อรนิดา จุลเสน กล่าวถึงจุดเด่นของแบรนด์ “เบบี้บอท” (Babybotte) ว่า “เบบี้บอทเป็นรองเท้าเด็กที่แพทย์แนะนำว่าคุณสมบัติตรงตามตำราแพทย์ เนื่องจากเป็นรองเท้าที่ช่วยส่งเสริมพัฒนาการด้านการเดินสำหรับเด็ก โดยจะมีรองเท้าสำหรับเด็กแรกเกิด ไปจนถึงอายุ 15 ปี แต่ในแง่ของการผลิตเราจะให้ความสำคัญในขั้นตอนการผลิตรองเท้าของเด็กแรกเกิดถึงอายุ 5 ขวบมากเป็นพิเศษ เพราะในช่วงวัยนี้รองเท้าจะมีส่วนช่วยจัดรูปทรงกระดูกของเท้าด้วย และยังช่วยทำให้เท้ามีสรีระที่ดี ซึ่งจะช่วยส่งผลต่อการทรงตัว และทำให้ท่าทางในการเดินถูกต้องเหมาะสม เพราะหากเด็กไม่ได้สวมใส่รองเท้าที่ถูกต้องในช่วงเริ่มต้น จะมีผลต่อการเดินในอนาคตได้  ดังนั้น การหารองเท้าที่เหมาะสมกับสรีระเท้าของลูกจึงเป็นสิ่งสำคัญและมีประโยชน์มากต่อการเริ่มต้นเดินของลูก เพราะรองเท้าที่ดีจะเป็นตัวช่วยในการสร้างความมั่นใจให้ลูกในการหัดเดินแต่ละก้าว  และหากเด็กสวมใส่รองเท้าที่ไม่ได้มาตรฐาน อาจส่งผลให้เกิดปัญหาด้านการเดินได้ อาทิ เดินแล้วล้มง่าย เดินเขย่งปลายเท้า เท้าบิดเสียรูป ท่าทางการเดินไม่สวย และภาวะเท้าแบน ซึ่งภาวะเท้าแบนจะส่งผลให้เดินได้ไม่นาน และเมื่อยง่าย โดยที่ผ่านมาเบบี้บอทได้รับการตอบรับที่ดีเป็นอย่างมากจากลูกค้าชาวไทย เราจึงได้เปิดตัวคอลเลคชั่นใหม่ “ซัมเมอร์ เนเจอร์” (Summer Nature) ด้วยงานดีไซน์ที่สนุกขึ้น ถ่ายทอดผ่านลวดลายที่สะท้อนให้นึกถึงฤดูกาลแห่งซัมเมอร์ ไม่ว่าจะเป็นลายป่าไม้, ลายดาว, ลายผลไม้,ลายกากเพชร และอีกมากมายไปจนถึงโทนสีจากธรรมชาติ และพัฒนาการออกแบบให้เหมาะสมกับสรีระเท้าของเด็กไทยมากยิ่งขึ้น”

ด้านเซเลบริตี้คุณแม่ลูกสองจุฑาธรรม จิราธิวัฒน์ เผยถึงการเลือกรองเท้าให้ลูกว่า “อันดับแรกเลยต้องเป็นรองเท้าที่ให้ความสำคัญด้านการออกแบบให้เหมาะสมกับเด็กในแต่ละช่วงวัย มีการใช้วัสดุตัดเย็บที่ทนทาน สวมใส่สบาย ถ่ายเทอากาศได้ดี เวลาใส่เดินแล้วไม่ลื่น สามารถช่วยส่งเสริมการสร้างพัฒนาการให้ลูก ให้เขารู้จักหัดเดินด้วยตัวเองได้อย่างมั่นใจ รวมถึงดีไซน์ก็ต้องสวยงาม และสามารถสวมใส่ได้หลายโอกาส”

ถัดมาที่คุณแม่ลูกแฝด อรชุมาดุรงค์เดช  “สำหรับตนมองว่าการเลือกรองเท้าที่ดีให้ลูกนั้นสำคัญมาก ขนาดเป็นผู้ใหญ่ถ้าโดนรองเท้ากัดยังเจ็บเลย แต่เด็กเขาเป็นวัยเพิ่งเริ่มเดิน กำลังพัฒนา ถ้าเลือกใส่รองเท้าที่ไม่ถูกต้องตามหลัก อาจส่งผลให้เขามีการเดินที่ไม่ถูกต้อง และไม่สามารถทำกิจกรรม หรือเล่นกีฬาได้ในอนาคต”

“เบบี้บอท” (Babybotte)มีจำหน่ายที่เซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 2, สยาม พารากอน ชั้น 3, ร้าน QD Little thing ทุกสาขา, ร้าน Baby gift ทุกสาขา, ร้าน Minikidsและโรงเรียนนานาชาติ Regentรวมถึงช่องทางออนไลน์ทาง www.babybotte-th.com, IG : babybotte_thailand, FB : babybotte Thailand และ Line@ : @babybotte_thailandจุฑาธรรม จิราธิวัฒน์ และ น้องดวิน-น้องดีญ์อา วิรัชศิลป์จุฑาธรรม จิราธิวัฒน์ และ น้องดวิน-น้องดีญ์อา วิรัชศิลป์รัสรินทร์ ชุมสาย ณ อยุธยา และน้องไอออนรัสรินทร์ ชุมสาย ณ อยุธยา และน้องไอออนอรชุมา ดุรงค์เดช และน้องคอลินอรชุมา ดุรงค์เดช และน้องคอลิน

ลิ้มรส ‘แตงกวา มินิคิวค์ ลิซ่า’ จากเจียไต๋ฟาร์ม สายพันธุ์ใหม่ล่าสุด ดีต่อสุขภาพ อร่อยกว่าเคย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/592905

ลิ้มรส ‘แตงกวา มินิคิวค์ ลิซ่า’ จากเจียไต๋ฟาร์ม  สายพันธุ์ใหม่ล่าสุด ดีต่อสุขภาพ อร่อยกว่าเคย

ลิ้มรส ‘แตงกวา มินิคิวค์ ลิซ่า’ จากเจียไต๋ฟาร์ม สายพันธุ์ใหม่ล่าสุด ดีต่อสุขภาพ อร่อยกว่าเคย

วันศุกร์ ที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

เจียไต๋ฟาร์ม โดยกลุ่มบริษัทเจียไต๋ ผู้นำธุรกิจนวัตกรรมการเกษตรของไทย ชวนลิ้มลอง “แตงกวา มินิคิวค์ ลิซ่า” สายพันธุ์ใหม่ล่าสุดอีกทางเลือกสำหรับผู้บริโภคที่มองหาความอร่อยในรสสัมผัสที่แปลกใหม่ สด สะอาด ปลอดภัย และดีต่อสุขภาพ

แตงกวา เป็นพืชที่ผู้บริโภครับประทานกันเป็นประจำไม่ว่าจะรับประทานแบบสด เป็นเครื่องเคียงเมนูอาหารหรือแบบปรุงสุกก็ต่างอุดมด้วยสารอาหารที่ดีต่อสุขภาพ และเพื่อให้แตงกวาอร่อยพิเศษกว่าที่เคย เจียไต๋ ผู้นำในตลาดแตงกวาที่ได้เคยพัฒนาเมล็ดพันธุ์แตงกวาลูกผสมสายพันธุ์โมเดลสำเร็จเป็นสายพันธุ์แรกในไทย นับว่าเป็นการเปลี่ยนโฉมวงการแตงกวาไทยในการเพิ่มผลิตผลและสร้างรายได้ที่มั่นคงให้กับเกษตรกร ด้วยความมุ่งมั่นในการนำนวัตกรรมเกษตรมาช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คน ทั้งเกษตรกรและผู้บริโภคให้ดีขึ้น เจียไต๋จึงได้พัฒนาสายพันธุ์แตงกวาที่ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดอย่างต่อเนื่องด้วยเทคโนโลยีการปรับปรุงพันธุ์แบบชีวภาพ หรือBiotechnology ที่ทันสมัยและปลอดภัย อาทิแตงกวาเขียวมาลัย 2 แตงกวาหอมเตยอะโรมาติกและล่าสุดอย่างแตงกวา มินิคิวค์ ลิซ่า

แตงกวา มินิคิวค์ ลิซ่า สายพันธุ์ใหม่นี้อยู่ในตระกูลเบต อัลฟ่า (Beit Alpha) หรือแตงกวายุโรป จึงมีไส้น้อย เนื้อแน่น และเปลือกบาง ให้รสสัมผัสที่แตกต่างจากแตงกวาไทยทั่วไป และยังโดดเด่นด้วยรสชาติที่หวานกรอบ สามารถรับประทานเป็นของว่างคู่กับดิปปิ้งซอสอย่างแมรี่โรส และฮันนี่มัสตาร์ด หรือจะเป็นเครื่องเคียงเมนูอาหารอย่างน้ำพริกเผาทูน่าสูตรเด็ดของร้านเจียไต๋ฟาร์ม แม้กระทั่งสไตล์ไทยๆ อย่างน้ำพริกกะปิหรือน้ำพริกอ่องถ้วยเด็ด นอกจากนี้ยังสามารถนำไปประกอบอาหารได้หลากหลายโดยไม่ทำให้เสียรสชาติ

นายถวิลย์ อินต๊ะขัน ผู้จัดการทั่วไป ฝ่ายการค้าบริษัท ซีที เฟรช จำกัด กล่าวว่า “แตงกวา มินิคิวค์ลิซ่า อยู่ในสายพันธุ์แตงกวายุโรปที่เจียไต๋นำมาพัฒนาจนสามารถเพาะปลูกและได้ผลผลิตดีในประเทศไทยให้รสชาติและรสสัมผัสที่ไม่เหมือนแตงกวาไทยอื่นๆ เป็นทางเลือกใหม่ในตลาดสำหรับผู้ที่ชื่นชอบแตงกวาเนื้อแน่น กรอบ เปลือกบาง และยังคงรสชาติอร่อย ซึ่งการเพาะปลูกยังสามารถปลูกได้ในโรงเรือนที่ควบคุมสภาพแวดล้อมได้ดี ช่วยป้องกันแมลงศัตรูพืช จึงปลอดภัยต่อสิ่งแวดล้อม เกษตรกร และผู้บริโภคนับว่าเป็นแตงกวาน้องใหม่ที่มาแรงในตลาดและเป็นที่สนใจสำหรับเกษตรกรยุคใหม่ด้วย”

ทั้งนี้ สามารถหาซื้อผลสดแตงกวา มินิคิวค์ ลิซ่าได้แล้ววันนี้ ที่ร้านเจียไต๋ฟาร์ม สาขาสุขุมวิท 60 สาขากาญจนบุรี และสาขาปากช่อง รวมถึงที่ห้างสรรพสินค้าโลตัสและร้านเซเว่น อีเลฟเว่น ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล หรือติดต่อช่องทางออนไลน์ได้ทางFacebook: Chia Tai Farm โทร.089-1396170 และ LINE: @chiataifarm

ISSUE คอลเลคชั่น Pre-Fall 2021 ‘Safe Safe’ ขอให้ ‘ปลอดภัย’ ในทุกๆ วัน เราจะผ่านวิกฤตินี้ไปด้วยกัน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/592912

ISSUE คอลเลคชั่น Pre-Fall 2021‘Safe Safe’  ขอให้‘ปลอดภัย’ในทุกๆ วัน เราจะผ่านวิกฤตินี้ไปด้วยกัน

ISSUE คอลเลคชั่น Pre-Fall 2021‘Safe Safe’ ขอให้‘ปลอดภัย’ในทุกๆ วัน เราจะผ่านวิกฤตินี้ไปด้วยกัน

วันศุกร์ ที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

วิกฤติการระบาดของ COVID-19 ที่ยังคงร้อนระอุอยู่ทั่วโลก สร้างความตึงเครียดให้กับสังคมในปัจจุบันไม่น้อย รวมทั้งยังเปลี่ยนวิถีชีวิตไปสู่รูปแบบใหม่ที่ให้ความสำคัญกับ “การป้องกัน” เพื่อให้ “ปลอดภัย” จากเชื้อไวรัสทุกรูปแบบ และกลายเป็นปัจจัยสำคัญของชีวิตประจำวัน ซึ่งเป็นที่มาของ “Safe Safe” (เซฟ เซฟ)คอลเลคชั่นต้อนรับเข้าสู่ Pre-Fall Season ของ ISSUE แบรนด์เสื้อผ้าระดับแถวหน้าสัญชาติไทย ฝีมือการออกแบบของ โรจ-ภูภวิศ กฤตพลนาราครีเอทีฟไดเร็กเตอร์และผู้ก่อตั้งแบรนด์ ที่ตั้งใจจะเป็นกำลังใจให้ทุกคนฝ่าวิกฤตินี้ไปด้วยกัน และขอให้ “ปลอดภัย” ในทุกๆ วัน

คอลเลคชั่น Pre-Fall 2021 ภายใต้ชื่อ “Safe Safe” ได้ถ่ายทอดเมนคอนเซ็ปต์ผ่านการออกแบบที่จัดจ้านและคงอัตลักษณ์การดีไซน์ของISSUE ไว้ในทุกไอเท็ม โดยในคอลเลคชั่นนี้ ISSUE ได้ใช้เทคนิคการพิมพ์ลายตามแบบฉบับของแบรนด์มาเพิ่มเสน่ห์ของซีซั่น โดยสร้างสรรค์ลวดลายใหม่ด้วยคำว่า “Safe Safe” เสมือนเป็นคำอวยพรที่ทางแบรนด์อยากส่งถึงผู้สวมใส่ให้ “ปลอดภัย” และลวดลาย “ใบกัญชา” อันเป็นสัญลักษณ์ที่สื่อถึง “ความสบาย” รวมถึงลายผีเสื้อ และลายทาง (Stripe) ที่นำมาจากประเทศเม็กซิโกสุดเก๋ ผสานการใช้สีสันต่างๆเพื่อสร้างความสดใสและน่าสนใจยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็น สีเหลือง แดง และเขียว ที่สะท้อนถึงพลังแห่งความสุข สนุกสนาน มีชีวิตชีวาที่ตอกย้ำความเป็น ISSUE อย่างลงตัว

อีกทั้ง ยังได้เปิดตัวพร้อม BOLON (โบลอน) คอลเลคชั่น SS21 แว่นตาแบรนด์ดังจากประเทศฝรั่งเศส ซึ่งยังคงคอนเซ็ปต์ “No Limit” โดยได้รับแรงบันดาลใจจากความสดใสของคนรุ่นใหม่ ที่มาพร้อมกับความมั่นใจ ผสมผสานการออกแบบรูปทรงอันโฉบเฉี่ยวของสถาปัตยกรรม สามารถตอบโจทย์ได้ทุกรูปทรงของใบหน้า อีกทั้ง ยังคงความเบาสบายอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของ BOLON และยังมีลูกเล่นของเลนส์ที่สามารถเปลี่ยนสีได้เมื่อออกแดด ช่วยเสริมทุกลุคในคอลเลคชั่น Pre-Fall 2021 ของ ISSUE Thailand ให้มีสไตล์มากยิ่งขึ้น

สำหรับคอลเลคชั่นนี้ ISSUE ได้เลือกเดสติเนชั่นระดับโลกอย่าง “รายาวดี” (Rayavadee) ลักชัวรี่รีสอร์ทที่ตั้งอยู่ในจังหวัดกระบี่ สวรรค์แห่งการพักผ่อนที่มีความเงียบสงบ สบายและโอบล้อมไปด้วยธรรมชาติ เป็นสถานที่นำเสนอลุคสุดเอ็กซ์คลูซีฟของ Pre-Fall 2021

Safe Safe ไปด้วยกันกับคอลเลคชั่นล่าสุดของ ISSUE Thailandได้ที่ช้อปทุกสาขา หรือช้อปปิ้งออนไลน์ผ่าน Line Official: ISSUE Thailand และร้านค้าใน Shopee และ Lazada ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ ISSUE Thailand ได้ที่ www.issuethailand.com / Facebook Page: @issuethailandofficial / Instagram: @issuethailand / YouTube: ISSUE Thailand

ค้นพบความหลากหลายแห่งอาหารต้นตำรับจากสหภาพยุโรป #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/592973

ค้นพบความหลากหลายแห่งอาหารต้นตำรับจากสหภาพยุโรป

ค้นพบความหลากหลายแห่งอาหารต้นตำรับจากสหภาพยุโรป

วันพฤหัสบดี ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 17.32 น.

ครบทุกรสชาติ เต็มอิ่มด้วยคุณภาพ ความปลอดภัย และยั่งยืน  แคมเปญ “COLOURS BY EUROPE. TASTES OF EXCELLENCE.” พร้อมพาคุณเดินทางสู่เส้นทางแห่งอาหารอันน่าตื่นเต้น!

ทราบหรือไม่ว่า ผลิตภัณฑ์จากสหภาพยุโรป (EU) ชนิดใดบ้างที่มีจำหน่ายในประเทศไทย?

คุณภาพของอาหารจากสหภาพยุโรปนั้นไม่ธรรมดา และมาพร้อมกับการการันตีรสชาติด้วยชื่อเสียงระดับตำนาน เราคุ้นเคยกับการทานสปาเก็ตตี้ ชีส และไส้กรอก เช่นเดียวกับการดื่มไวน์ชั้นเยี่ยม แต่อันที่จริงแล้ว อาหารจากประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาคมีความหลากหลายมากกว่านั้น และมิได้มีแค่อาหารจานอร่อยที่เป็นที่ชื่นชอบของใครหลาย ๆ คนอย่างพิซซ่า พาสต้า และทาปาสเท่านั้น แต่ประเทศสมาชิกทั้ง 27 ประเทศยังมีประเพณีด้านอาหารที่โดดเด่นเป็นแบบฉบับของตนเอง พร้อมมีผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมและวัฒนธรรมการปรุงอาหารที่หลากหลาย

อาหารยุโรปได้รับความนิยมในประเทศไทยมาเป็นเวลานานแล้ว และยิ่งมีความแพร่หลายมากขึ้นเมื่อเราเปิดรับวัฒนธรรมตะวันตกเข้ามามากกว่าเดิม ในทุกวันนี้ การซื้อผลิตภัณฑ์จากยุโรปไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป ผู้บริโภคสามารถซื้อส่วนผสมที่ดีที่สุดจากภูมิภาคนี้ได้ง่าย ๆ ตามซูเปอร์มาร์เก็ตและนำไปปรุงอาหารเองได้อย่างไม่ซับซ้อน ในช่วงเวลาเช่นนี้ที่เราไม่สามารถรับประทานอาหารนอกบ้านได้ ความคิดที่จะเพลิดเพลินกับอาหารปรุงเองที่บ้านจึงกำลังเป็นที่ดึงดูดใจของคนไทยจำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆ

ทำไมเราถึงอยากเป็นแรงบันดาลใจให้คุณได้ปรุงอาหารด้วยส่วนผสมอาหารของสหภาพยุโรป?

นอกจากจะมีความอร่อย สดใหม่ และมีคุณภาพสูงแล้ว ผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มเพื่อการเกษตรของสหภาพยุโรปยังต้องอยู่ภายใต้ข้อบังคับการผลิตและการตรวจสอบคุณภาพที่เข้มงวดอีกด้วย เกษตรกรและผู้ผลิตทั่วทั้งยุโรปมีทักษะความเชี่ยวชาญในการผสานรวมประเพณีท้องถิ่นเข้ากับวิธีการทางการเกษตรที่ทันสมัย อีกทั้งเทคโนโลยีการจัดเก็บ สารกำจัดวัชพืช สารเติมแต่ง สารปรุงแต่งรส และเอนไซม์ที่ใช้ทั้งหมดยังอยู่ภายใต้ข้อบังคับที่เข้มงวด ซึ่งเป็นการรับประกันได้ถึงความเป็นต้นตำรับด้วยฉลากที่ไม่ซ้ำใคร อาทิ สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GIs – PDO และ PGI) ซึ่งช่วยให้ผู้บริโภคสามารถตรวจสอบผลิตภัณฑ์เหล่านี้ย้อนกลับไปยังต้นกำเนิดได้อย่างไม่ยุ่งยาก

อาหารประเภทใดที่จะสามารถตอบโจทย์ผู้บริโภคในยุคนี้ได้อย่างลงตัว

ผู้คนในประเทศไทยเริ่มให้ความสนใจในการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์และดีต่อสุขภาพมากขึ้น พวกเขารักผลิตภัณฑ์ออร์แกนิกที่ช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมและรักษาความหลากหลายทางชีวภาพ และยินดีที่จะจ่ายแพงขึ้นเพื่อแลกกับความพรีเมียมเหล่านี้ สิ่งสำคัญสำหรับผู้บริโภคนั้นไม่ใช่เรื่องของราคา แต่เป็นคุณภาพและแหล่งที่มาของอาหาร ในสหภาพยุโรป อุตสาหกรรมการเกษตรและแนวปฏิบัติด้านการผลิตอาหารอยู่ภายใต้การควบคุมอย่างเข้มงวด มีการรับประกันความปลอดภัยและความยั่งยืนของผลิตภัณฑ์ทั้งหมด อีกทั้งภูมิภาคยุโรปยังเนรมิตส่วนผสมที่มีความหลากหลายมากพอที่จะตอบสนองทุกความต้องการ

มาดื่มด่ำไปกับรสชาติแท้ ๆ จากยุโรปไปพร้อม ๆ กัน! อาหารและเครื่องดื่มจากยุโรปรสชาติชั้นเลิศ ที่คุณสามารถนำไปปรุงเป็นอาหารที่ดีต่อสุขภาพได้ง่าย ๆ เพื่อทุกคนในครอบครัว

ติดตามข่าวสารของกิจกรรม ได้ที่ Facebook, Instagram, Website ร่วมสำรวจโลกแห่งสีสันและอร่อยล้ำไปกับผลิตภัณฑ์อาหารทางการเกษตรต่างๆ จากสหภาพยุโรป ติดตามแคมเปญของเราได้ในบัญชีโซเชียลมีเดียต่างๆ #coloursbyEurope #tastesofexcellence #euagrifood #EnjoyItsFromEurope #ชีวิตต้องมีสีสัน #สีสันแห่งรสชาติ

‘ข้าวกล่องเต็มอิ่ม เติมยิ้มร้านอาหาร’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/592633

‘ข้าวกล่องเต็มอิ่ม เติมยิ้มร้านอาหาร’

‘ข้าวกล่องเต็มอิ่ม เติมยิ้มร้านอาหาร’

วันพฤหัสบดี ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

โลตัส เปิดแพลตฟอร์มให้มูลนิธิและเครือข่ายจิตอาสาลงทะเบียนรับข้าวกล่องไปส่งต่อให้ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ในจังหวัดสีแดงเข้ม ภายใต้โครงการ “ข้าวกล่องเต็มอิ่ม เติมยิ้มร้านอาหาร” โดยให้ร้านอาหารในศูนย์อาหารที่ปิดบริการตามนโยบายภาครัฐเป็นผู้ปรุงอาหาร เพื่อสร้างรายได้ให้ผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบ

นายสมพงษ์ รุ่งนิรัติศัย ประธานคณะผู้บริหารธุรกิจโลตัส ประเทศไทย กล่าวว่า “จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในประเทศไทยที่ยังคงทวีความรุนแรงขึ้น มีผู้ติดเชื้อและกลุ่มเสี่ยงที่กักตัวที่บ้านและผู้ยากไร้ที่ขาดแคลนอาหาร นอกจากนั้นผู้ประกอบการร้านอาหารขนาดเล็กในห้างสรรพสินค้าและศูนย์อาหารใน 13 จังหวัดสีแดงเข้มไม่สามารถเปิดให้บริการได้ตามมาตรการภาครัฐก็ประสบปัญหาขาดรายได้ จึงเป็นที่มาของโครงการ ข้าวกล่องเต็มอิ่ม เติมยิ้มร้านอาหาร โดยในเดือนสิงหาคม2564 โลตัสจะว่าจ้างผู้ประกอบการร้านอาหารรายย่อยปรุงอาหารจำนวน100,000 กล่อง แจกจ่ายใน 10 จังหวัดสีแดงเข้มที่มีสาขาของโลตัสตั้งอยู่ เพื่อให้มูลนิธิและเครือข่ายจิตอาสามารับเพื่อไปส่งมอบให้กับผู้ป่วยหรือผู้ที่ยากไร้ต่อไป

โลตัส ขอเชิญชวนมูลนิธิและเครือข่ายจิตอาสา แจ้งความประสงค์ขอรับข้าวกล่องผ่านช่องทางออนไลน์ https://forms.office.com/r/BUB62YA9JE โดยจะได้รับการติดต่อจากสาขาเพื่อรับข้าวกล่องต่อไป”

ทั้งนี้ 10 จังหวัด ที่ร่วมโครงการ ได้แก่ กรุงเทพมหานครจังหวัดสงขลา จังหวัดนครปฐม จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จังหวัดฉะเชิงเทราจังหวัดปทุมธานี จังหวัดสมุทรสาครจังหวัดนนทบุรี จังหวัดสมุทรปราการและจังหวัดชลบุรี

สศท. ดึงเซเลบฯ-ดารา ร่วมทัพพร้อมท้าชน 3 เมนเทอร์ เรียลิตี้ ‘SACICT WAR CRAFT สงครามทำมือ’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/592666

สศท. ดึงเซเลบฯ-ดารา ร่วมทัพพร้อมท้าชน 3 เมนเทอร์  เรียลิตี้‘SACICT WAR CRAFT สงครามทำมือ’

สศท. ดึงเซเลบฯ-ดารา ร่วมทัพพร้อมท้าชน 3 เมนเทอร์ เรียลิตี้‘SACICT WAR CRAFT สงครามทำมือ’

วันพฤหัสบดี ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

แพนเค้ก-เขมนิจ

สศท. หรือ สถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (องค์การมหาชน) หรือชื่อเดิมคือ ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน) (ศ.ศ.ป) ประเดิมจัดเรียลิตี้โชว์ประชันฝีมืองานคราฟต์ “SACICT WAR CRAFT สงครามทำมือ” ดึงดารา-เซเลบริตี้วงการบันเทิงอย่าง แพนเค้ก,ตูมตาม, บุ๊กโกะ, จิ๊บ, นิว ร่วมปะทะกับ 3 เมนเทอร์ฝีปากกล้า นำทัพโดย หมู-พลพัฒน์, นุ้ย-สุจิรา และ กรกต อารมย์ดี เตรียมรับชมสงครามแห่งไอเดียงานคราฟต์ เริ่มตอนแรก 7 สิงหาคมนี้ ทางช่องอมรินทร์ทีวี 34

สศท.จัดเวทีประลองไอเดียของคนรุ่นใหม่ในการออกแบบผลิตภัณฑ์จักสานร่วมสมัย ในรูปแบบเรียลิตี้โชว์ที่เฟ้นหาสุดยอดทีมออกแบบผลิตภัณฑ์จักสานรุ่นใหม่ เพื่อชิงรางวัลพระราชทานจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และยังมีโอกาสได้ร่วมต่อยอดทางธุรกิจกับสถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (องค์การมหาชน) ในกิจกรรมต่างๆ ที่ทางหน่วยงานจัดขึ้น

ตูมตาม-ยุทธนา

ในการแข่งขันครั้งนี้จะมีดาราและเซเลบริตี้แนวหน้าของวงการบันเทิง มาเป็นพี่เลี้ยงดูแลและให้คำแนะนำแก่ผู้เข้าแข่งขันทุกทีม นำโดย แพนเค้ก-เขมนิจ นางเอกที่ผ่านมาแล้วทุกบทบาท พ่วงด้วยดีกรีสุดยอดนางแบบโลกปี 2004, ตูมตาม-ยุทธนา พระเอกเสียงดีมาดเข้ม, บุ๊กโกะ-ธนัชพันธ์ เจ้าหญิงแห่งวงการวิทยุ, จิ๊บ-ปกฉัตร นางเอกสายแซ่บ และ นิว-ชัยพล พระเอกหนุ่มเจ้าบทบาท จะมาถ่ายทอดความรู้ให้กับผู้เข้าแข่งขันอย่างสุดความสามารถ พร้อมประชันฝีปากกับ 3 เมนเทอร์ผู้มากประสบการณ์ อย่าง หมู Asava-พลพัฒน์ อัศวะประภา ดีไซเนอร์แนวหน้าของเมืองไทย, นุ้ย-สุจิรา อรุณพิพัฒน์ ที่เรียนด้านการออกแบบเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายมาแล้วทุกประเภท รวมถึงมีประสบการณ์ในวงการบันเทิงมากกว่า 20 ปี และ กรกต อารมย์ดี เจ้าของแบรนด์ KORAKOT ที่สร้างสรรค์งานหัตถกรรมไม้ไผ่จนโด่งดังไปทั่วโลก

นิว-ชัยพล

รายการเรียลิตี้ “SACICT WAR CRAFT” สงครามทำมือ จะเป็นอีกหนึ่งรายการที่จะมาเปิดโลกทางความคิดสร้างสรรค์ให้กับผู้ที่สนใจด้านงานศิลปหัตถกรรมไทย ซึ่งเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่ารายการนี้จะเป็นประโยชน์ต่อนักศึกษา นักออกแบบ และผู้ที่กำลังมองหาธุรกิจใหม่ในการสร้างอาชีพ ตลอดจนสามารถสร้างความนิยมให้กับงานศิลปหัตถกรรมไทยเพิ่มมากขึ้น

พลาดไม่ได้… “SACICT WAR CRAFT สงครามทำมือ”เริ่มตอนแรก 7 สิงหาคมนี้ ทุกวันเสาร์ เวลา 16.30-17.00 น.ทางช่องอมรินทร์ทีวี 34 หรือติดตามและรับชมย้อนหลังได้ทาง www.sacict.or.th หรือ Facebook : www.facebook.com/sacict และ YouTube : JSLGlobalMediaจิ๊บ-ปกฉัตรจิ๊บ-ปกฉัตรบุ๊กโกะ-ธนัชพันธ์บุ๊กโกะ-ธนัชพันธ์

‘เมืองไทยประกันภัย’ ผนึกกำลัง ‘มูลนิธิมาดามแป้ง’ หนุนตั้ง Community Isolation 400 เตียง รอบกรุงเทพฯ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/592687

‘เมืองไทยประกันภัย’ผนึกกำลัง‘มูลนิธิมาดามแป้ง’ หนุนตั้ง Community Isolation 400 เตียง รอบกรุงเทพฯ

‘เมืองไทยประกันภัย’ผนึกกำลัง‘มูลนิธิมาดามแป้ง’ หนุนตั้ง Community Isolation 400 เตียง รอบกรุงเทพฯ

วันพฤหัสบดี ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ไม่เคยหยุดนิ่งและยอมแพ้กับวิกฤติโควิด-19 มาดามแป้ง นางนวลพรรณ ล่ำซำ ซีอีโอ บมจ.เมืองไทยประกันภัย เดินหน้าเพื่อช่วยเหลือและบรรเทาทุกข์ผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 อย่างต่อเนื่อง ล่าสุดกับตัวเลขผู้ป่วย New High ทำให้มีผู้ป่วยที่ต้องการเตียงพักรักษาตัวในโรงพยาบาลจำนวนมาก เพื่อเป็นการบรรเทาและแก้ไขปัญหาดังกล่าว บริษัท เมืองไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน)จึงได้จับมือร่วมกับ มูลนิธิมาดามแป้ง ดำเนินภารกิจสู้วิกฤติโควิด-19 โดยสมทบทุนจัดตั้งศูนย์ Community Isolation จำนวน 400 เตียง และจัดหาสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ มูลค่ารวมกว่า 4 ล้านบาท ใน 4 แห่ง รอบกรุงเทพมหานคร เพื่อรองรับผู้ติดเชื้อกลุ่มสีเขียว หวังบรรเทาวิกฤติเตียงไม่เพียงพอ ลดวงจรการเจ็บป่วยรุนแรงและเสียชีวิต เริ่มเปิดบริการต้นเดือนสิงหาคม นี้ เป็นต้นไป

มาดามแป้ง นางนวลพรรณ ล่ำซำ กรรมการผู้จัดการ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน)หรือ MTI ในฐานะประธานกรรมการมูลนิธิมาดามแป้ง กล่าวถึงการทำงานครั้งนี้ว่า “นับเป็นการบูรณาการความช่วยเหลือให้เท่าทันสถานการณ์ ในวินาทีที่สังคมต้องการความช่วยเหลือเราพร้อมหมุนตัว 360 องศาช่วยเต็มที่ ด้วยความร่วมมือกันของทุกภาคส่วน ทั้งเอกชน หน่วยงานท้องถิ่น วัด โรงเรียน ชุมชนอาสาสมัคร โดยในอนาคตอันใกล้นี้ เราคงมีพันธมิตรทางธุรกิจมาร่วมกับเราอีกหลายองค์กร แน่นอนว่าจะเป็นประโยชน์สูงสุดต่อการแก้ไขวิกฤติของประเทศ”

สำหรับ Community Isolation ทั้ง 4 แห่งนั้น สามารถรองรับผู้ป่วยได้แห่งละ 100 เตียงต่อรอบการรักษา ซึ่งกระจายอยู่ทั้ง 4 มุมเมืองของกรุงเทพมหานคร ได้แก่ วิทยาลัยพณิชยการอินทราชัย เขตวังทองหลาง โดย รพ.ลาดพร้าว, รร.สุขุมนวพันธ์อุปถัมภ์ เขตบึงกุ่ม โดย รพ.พญาไท นวมินทร์, โกดังเก็บของ บมจ.ศรีไทยซุปเปอร์แวร์ เขตราษฎร์บูรณะ โดย รพ.ประชาพัฒน์ และวัดกำแพง (บางแวก) เขตภาษีเจริญ โดย รพ.มิตรประชา (เพชรเกษม 2) โดยจะเริ่มทยอยเปิดให้บริการในช่วงต้นเดือนสิงหาคม

“ปัญหาใหญ่หนึ่งที่มองข้ามไม่ได้ คือการขาดแคลนบุคลากรทางการแพทย์ ซึ่งมองอย่างไรก็ไม่มีทางเพียงพอต่อจำนวนผู้ป่วยโควิด-19 รายวัน ดังนั้น นอกจากสนับสนุนการตั้งศูนย์ขึ้นแล้ว เรายังมีแผนสร้างทีมอาสากล้าใหม่มูลนิธิมาดามแป้งขึ้นมาเป็นผู้ช่วยหมอ พยาบาล ในการดูแลผู้ป่วยหน้างานอย่างเร่งด่วน ด้วยรูปแบบการอบรมระยะสั้นตามมาตรฐาน หากเราทำได้ก็จะช่วยแบ่งเบาภาระงานของหมอ พยาบาลไปได้อีกมาก และยังสามารถขยายโมเดลนี้ได้ทั่วประเทศในอนาคตอีกด้วย”