#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/likesara/593388

รัฐประศาสนศาสตร์ DPU’ ปรับหลักสูตรปั้นขรก.ยุคดิจิทัล
วันอาทิตย์ ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.
ผศ.ดร.วลัยพร รัตนเศรษฐ คณบดีคณะรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (มธบ.) หรือ DPU กล่าวว่า วิกฤติโควิด-19 ส่งผลกระทบให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในหลายสาขาอาชีพรวมไปถึงปรับเปลี่ยนการทำงานไปสู่ระบบออนไลน์มากขึ้น ในส่วนของภาคการศึกษาผลกระทบที่เกิดขึ้น ทำให้นักเรียนหลายคนหันมาสนใจเรียนสาขาที่สามารถทำงานราชการได้มากขึ้น เห็นได้จากยอดผู้สมัครเรียนปีการศึกษา 2564 มีนักเรียนให้ความสนใจสมัครเรียนคณะรัฐประศาสนศาสตร์ หรือ รปศ. DPU เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 15 และคาดว่าจะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอีก
“สาเหตุสำคัญส่วนหนึ่งอาจมาจากคำแนะนำของผู้ปกครองที่อยากให้ลูกหลานเข้ารับราชการเพราะมองว่าเป็นอาชีพที่มั่นคงในทุกสถานการณ์ ซึ่งคณะเปิดสอนหลักสูตรรัฐประศาสนศาสตร์ในระดับปริญญาตรีภาคปกติเรียนวันจันทร์ถึงวันศุกร์ และปริญญาตรีภาคเสาร์-อาทิตย์ และเปิดสอนระดับปริญญาโท เรียนเฉพาะวันเสาร์และวันอาทิตย์” ผศ.ดร.วลัยพร กล่าว
ผศ.ดร.วลัยพร กล่าวต่อว่า หลักสูตรระดับปริญญาตรี การเลือกเรียนคณะที่ตรงกับสายงานราชการนั้นหลายคนอาจมองภาพไม่ออกว่าระหว่างรัฐประศาสนศาสตร์และรัฐศาสตร์มีความแตกต่างกันอย่างไร เนื่องจากทั้งสองศาสตร์นี้มีความคาบเกี่ยวกันอยู่แต่เมื่อนำมาเปรียบเทียบกันจะเห็นได้ว่ารัฐศาสตร์จะเรียนเรื่องการเมือง การปกครอง กระบวนการและสถาบันทีเกี่ยวข้องกับการเข้าสู่อำนาจการลงจากอำนาจ พรรคการเมือง การเลือกตั้งกลุ่มผลประโยชน์ เป็นต้น เมื่อเรียนจบออกไปแล้วสามารถประกอบอาชีพในหน่วยงานราชการและงานทางการเมืองได้
ส่วนรัฐประศาสนศาสตร์ จะเรียนเกี่ยวกับการบริหารภาครัฐทั้งหมดเรียนแก่นสาระวิชาโครงสร้างการบริหารราชการส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และส่วนท้องถิ่น เรียนกระบวนการนโยบายสาธารณะการเงินการคลังภาครัฐ องค์กรสมัยใหม่ การบริหารทรัพยากรมนุษย์ นอกจากนี้เพื่อให้เปิดมุมมองที่กว้างขวางไร้พรมแดนยังเรียนสาระวิชาที่เป็นเรื่องการต่างประเทศ มิติใหม่แห่งการพัฒนาประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ Thailand 4.0 EEC เป็นต้น
ซึ่งเมื่อเรียนจบสามารถสมัครรับราชการในหน่วยงานภาครัฐ ทั่วประเทศ อาทิ กระทรวง กรมจังหวัด อำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตำรวจ ทหาร ในส่วนของรัฐวิสาหกิจทุกแห่ง เช่น การประปานครหลวง การประปาส่วนภูมิภาค ไปรษณีย์ไทย เป็นต้น ส่วนของภาคเอกชน เช่น ธนาคาร งานด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล (HumanResources : HR) และงานด้านบริหารจัดการทั่วไปในบริษัทต่างๆ เป็นต้น
ทั้งนี้ หลักสูตร รปศ. DPU ออกแบบมาให้นักศึกษาเป็นผู้บริหารงานภาครัฐอย่างมืออาชีพ โดยเน้นการเรียนแบบ Project-Based Learning หรือการเรียนรู้จากประสบการณ์ในการปฏิบัติงานจริง ซึ่งนักศึกษาต้องลงไปศึกษาในชุมชน รวบรวมข้อมูลของในพื้นที่นั้นมาศึกษาวิเคราะห์ แก้ไขปัญหาและเสนอกิจกรรมแก้ปัญหาเหล่านั้น พร้อมกันนั้นยังถูกฝึกให้ทำงานจิตอาสาไม่น้อยกว่า 60 ชั่วโมง เพื่อเรียนรู้การให้ ความเสียสละ และรู้จักตนเองมากขึ้น เมื่อเข้าไปทำงานในหน่วยงานราชการจะคุ้นชินกับการทำงานเพื่อตอบสนองประชาชน เป็นข้าราชการที่ดีในอนาคต
นอกจากนี้แล้วนโยบายของมหาวิทยาลัยในการเสริม6 ทักษะสำคัญผ่าน DPU CORE ได้แก่ ทักษะการเป็นผู้ประกอบการ, ทักษะทางเทคโนโลยี, ทักษะการวิเคราะห์และแก้ปัญหา,ทักษะการสื่อสาร, ทักษะการทำงานเป็นทีม, ทักษะด้านการมีความคิดสร้างสรรค์ซึ่งทักษะทั้ง 6 นี้ ถือเป็นอาวุธอันทรงพลังที่เด็ก DPU ทุกคนต้องมีติดตัวและยังเป็นแต้มต่อที่นำไปใช้ในการสร้างธุรกิจเป็นของตนเองรวมถึงแก้ไขปัญหาในการทำงานได้ไม่ว่าจะเป็นข้าราชการหรือไม่ นี่คือความพิเศษของรัฐประศาสนศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์
ผศ.ดร.วลัยพรกล่าวอีกว่า ในปีการศึกษา 2565 คณะรปศ. DPU เตรียมปรับหลักสูตรให้สอดคล้องกับยุคดิจิทัลและสถานการณ์ปัจจุบันมากขึ้นนอกจากแก่นสาระวิชาหลักของสาขาแล้ว ภายในหลักสูตรจะสอดแทรกเนื้อหาของการบริหารงานภาครัฐยุคดิจิทัลที่เพิ่มขึ้น เช่น สาระวิชาการนำรูปแบบองค์กรเสมือนจริงมาใช้กับการทำงานที่บ้านหรือ Work from Home การจัดการประชุมออนไลน์ที่มีประสิทธิภาพ การสร้างนวัตกรรมชุมชนผ่านออนไลน์ การออกแบบการบริการประชาชนในมิติต่างๆผ่านโลกออนไลน์การรู้เท่าทันข้อมูลออนไลน์ เป็นต้น
หลักสูตรดังกล่าวนอกจากจะเพิ่มความรู้ทางด้านเทคโนโลยีแล้ว ยังฝึกให้คิดวิเคราะห์และนำแพลตฟอร์มหรือเครื่องมือต่างๆ นำใช้ประโยชน์ในการทำงานเพื่อตอบโจทย์และตอบวัตถุประสงค์ขององค์กร ขณะเดียวกัน ทางคณะยังเพิ่มการเรียนการสอนเป็นแบบโมดูล พร้อมเปิดโอกาสให้บุคคลภายนอกหรือข้าราชการเข้ามาเรียน Upskill Reskill เพื่อพัฒนาทักษะในการทำงาน ส่วนผู้เรียนสามารถเก็บสะสมหน่วยกิตไปใช้ในการเรียนต่อได้
“คณะหวังว่าทักษะต่างๆ ที่มหาวิทยาลัยและคณะเตรียมและปลูกฝังให้นักศึกษาไว้จะถูกนำไปใช้เป็นเครื่องมือในการทำงานและตอบโจทย์ในศควรรษที่ 21 ได้เป็นอย่างดี อยากฝากถึงนักเรียนที่กำลังเลือกคณะเรียน อยากให้ทุกคนตัดสินใจเลือกเรียนในสิ่งที่ชอบและคิดว่าใช่ส่วนสาขาเรียนจะตอบโจทย์อนาคตของตนเองและมีความมั่นคงในชีวิตหรือไม่นั้น ทุกคนควรมองความเป็นจริงด้วยว่าโลกในปัจจุบันและอนาคตเป็นอย่างไรเพราะโควิด-19ทำให้เราต้องกลับมาทบทวนเรื่องของความไม่แน่นอนมากขึ้น” ผศ.ดร.วลัยพร กล่าวทิ้งท้าย

.jpg)
.jpg)





































