Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Monthly Archives: August 2021

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

พบสุสาน ‘แท็กซี่’ พิษโควิดทำจอดทิ้งอื้อ ‘คนขับไม่ไหว-อู่แบกหนี้’ วอนรัฐ-ไฟแนนซ์ช่วย #SootinClaimon.Com

Posted on August 6, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/592710

พบสุสาน‘แท็กซี่’พิษโควิดทำจอดทิ้งอื้อ ‘คนขับไม่ไหว-อู่แบกหนี้’วอนรัฐ-ไฟแนนซ์ช่วย

พบสุสาน‘แท็กซี่’พิษโควิดทำจอดทิ้งอื้อ ‘คนขับไม่ไหว-อู่แบกหนี้’วอนรัฐ-ไฟแนนซ์ช่วย

วันพุธ ที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 17.37 น.

4 ส.ค. 2564 ผู้สื่อข่าวเดินทางไปยังอู่รถแท็กซี่ของสหกรณ์บวรแท็กซี่ บริเวณ ถ.พุทธสาคร (ฝั่งใต้-ขาเข้า ถ.พุทธมณฑลสาย 4 และ ถ.เพชรเกษม) ต.สวนหลวง อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร หลังพบโลกออนไลน์มีการแชร์ภาพสุสานรถแท็กซี่จำนวนมากจอดทิ้ง พร้อมกับบรรยายภาพว่าผลพวงมาตรการล็อกดาวน์จากสถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด-19 ทำให้คนขับรถแท็กซี่หลายรายผ่อนต่อไปไม่ไหว ต้องยอมปล่อยให้ไฟแนนซ์ยึดรถ

แท็กซี่สภาพใหม่ ถูกจอดทิ้งจนเถาวัลย์เลื้อยพันจนรก

ซึ่งเมื่อไปถึงพบสภาพเป็นอู่รถจอดเกือบทิ้งร้าง ด้านหน้าในส่วนของสำนักงานถูกปิดเงียบ ส่วนด้านหลังเป็นลานจอดรถแท็กซี่ รถส่วนใหญ่มองภายนอกสภาพยังดูใหม่ แต่หลายคันถูกปล่อยทิ้งจนมีหญ้าขึ้นและเถาวัลย์พันรก โดย นายฐาปกรณ์ อัศวเลิศกุล ที่ปรึกษาสหกรณ์บวรแท็กซี่และราชพฤกษ์แท็กซี่ พาผู้สื่อข่าวเดินดูรถแต่ละคัน ซึ่งหลายคันเมื่อเปิดฝากระโปรงรถดูพบว่าสภาพเครื่องยนต์ผุพังทรุดโทรม

ฐาปกรณ์ อัศวเลิศกุล ที่ปรึกษาสหกรณ์บวรแท็กซี่และราชพฤกษ์แท็กซี่ โชว์รูปที่คนขับแท็กซี่ในกลุ่มส่งมาให้ดูว่าแต่ละวันดำรงชีวิตอยู่อย่างไร

นายฐาปกรณ์ เปิดเผยว่า อาชีพขับรถแท็กซี่ได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่การระบาดระลอกแรก รถแท็กซี่หลายคันที่จอดที่นี่จอดมาแล้วเกือบ 2 ปี แต่หนี้สินก็ไม่หยุด ซึ่งปัจจุบันรายได้เฉลี่ยของคนขับอยู่ที่เพียงวันละ 300 บาทต่อวัน ซึ่งหักค่าเชื้อเพลิงแล้วเหลือเพียงไม่เกิน 100 บาท โดยรถแท็กซี่ 1 คันราคา 1.2 ล้านบาท หากรวมดอกเบี้ยจะอยู่ที่คันละ 1.5 ล้านบาท วันนี้ที่จอดเท่ากับมีหนี้ 5-7 แสนบาทต่อคัน ซึ่งตนวิงวอนบริษัทไฟแนนซ์และลิสซิ่งอย่าคิดเบี้ยปรับ และให้ลดดอกเบี้ยลงมาให้เท่ากับรถยนต์ทั่วไป เพราะคนขับแท็กซี่ทุกวันนี้ต้องบอกว่าลำบากอย่างสาหัสจริงๆ อีกทั้งที่ผ่านมาก่อนเกิดสถานการณ์โควิด-19 ก็เป็นลูกค้าชั้นดี ส่งค่างวดรถไม่เคยขาดมาโดยตลอด

ฐาปกรณ์ ชี้ให้ดูสภาพรถแท็กซี่ที่ถูกจอดทิ้งจนเครื่องยนต์ผุพังทรุดโทรม แม้ภาพนอกจะดูใหม่ก็ตาม

“สัญญาผมทำเช่าซื้อกับลิสซิ่งลงมา แต่ผมต้องทำเช่ากับคนขับแต่ยกรถให้คนขับ เช่าแล้วได้รถ เพราะสัญญาจะไปซ้อนสัญญาไม่ได้ คือครบกำหนดแล้วได้รถไปเลย ตอนนี้เขาไมได้ขับก็ไม่ได้ส่ง ทิ้งภาระให้สหกรณ์ เพราะแต่ก่อนที่จะมีรถพวกนี้ขึ้นมา สมาชิกต้องมาจองรถก่อน ต้องมีคนขับก่อนเพื่อจัดหารถให้ ไม่ใช่ว่าผมเอารถมารอคน คนรอรถนะ ที่สหกรณ์บวรมี 5-6 พันคันคือคนรอรถนะ เราประกอบอาชีพให้คนขับมีรถเป็นของตัวเอง บางคนมีคันที่ 1 ก็มีคันที่ 2 ก็มีไปเรื่อยๆ เรายินดีสนับสนุนสำหรับคนขับที่มีวินัยมีระเบียบ เรายินดีผลักดันให้เขามีรถเป็นของตัวเอง” นายฐาปกรณ์ กล่าว

บรรยากาศภายในสำนักงานสหกรณ์บวรแท็กซี่ ถ.พุทธสาคร ดูเงียบเหงา

นายฐาปกรณ์ กล่าวต่อไปว่า นอกจากที่นี่แล้ว ยังมีแท็กซี่ถูกจอดทิ้งเนื่องจากคนขับไม่สามารถแบกรับภาระต่อไปได้อีกหลายจุด รวมกว่า 2 พันคัน เช่น ที่อู่ในซอยบางแวก 6 ถ.บางแวก ย่านภาษีเจริญ กรุงเทพฯ ตลอดจนแท็กซี่ที่ถูกนำไปจอดไว้ตามหน้ากระทรวงต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ว่าชาวแท็กซี่ได้รับความเดือดร้อนอย่างมากและต้องการให้ภาครัฐเข้ามาช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน หากไม่ตอบสนองก็พร้อมจะนำรถแท็กซี่เข้าไปจอดเพิ่มเติมอีก

ซึ่งปัจจุบันพบว่ามีเพียงกระทรวงแรงงานที่เข้ามาช่วยเหลือ เช่น สนับสนุนข้าวสาร อาหารแห้งและน้ำดื่ม ทั้งนี้ ตนเสนอว่า แทนที่จะปล่อยให้รถแท็กซี่ถูกจอดทิ้งไว้เฉยๆ จนชำรุดทรุดโทรม ภาครัฐควรนำรถเหล่านี้ออกไปวิ่งซึ่งตนไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ โดยให้ภาครัฐรับผิดชอบค่าจ้างคนขับและค่าเชื้อเพลิง เช่น นำไปวิ่งรับ-ส่งผู้ป่วยหรือกลุ่มเสี่ยงโควิด-19 หรือผู้โดยสารทั่วไปในพื้นที่กรุงเทพฯ-ปริมณฑล

แผนที่สหกรณ์บวรแท็กซี่ ถ.พุทธสาคร

“ตอนนี้ผมมีไลน์กลุ่มตั้งให้คนขับแท็กซี่ถ่ายรูปมาว่าความเป็นอยู่เป็นอย่างไร กินข้าวกับอะไร ก็กินข้าวกับปลาทู กินข้าวกับมาม่า สมาชิกผมมี 2 สหกรณ์ รวมแล้ว 8 พันกว่าคน ตอนนี้ลำบากมาก ผมให้ส่งภาพมาให้ดูว่าการกินอญุ่เป็นอย่างไร อันนี้ส่วนหนึ่ง ยังมีอีกเยอะแยะที่เขาลำบากมาก ผักบุ้ง ตำลึง เก็บกินจนโกร๋นหมดแล้ว ขึ้นไม่ทันแล้ว ต้องช่วยกันหน่อย” นายฐาปกรณ์ ระบุ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

https://www.naewna.com/local/592058 (‘สุชาติ’รับปากช่วย‘แท็กซี่’เข้าประกันสังคมจ่ายเยียวยา ถามไฟแนนซ์ยึดรถตอนนี้ได้ประโยชน์อะไร)

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ทำไมถึงห้าม? ‘ดร.ธรณ์’ เผยเหตุผลละเอียดยิบ กรมอุทยานฯ ห้ามนำ-ใช้ ‘ครีมกันแดด’ #SootinClaimon.Com

Posted on August 6, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/592705

ทำไมถึงห้าม? 'ดร.ธรณ์' เผยเหตุผลละเอียดยิบ กรมอุทยานฯ ห้ามนำ-ใช้ 'ครีมกันแดด'

ทำไมถึงห้าม? ‘ดร.ธรณ์’ เผยเหตุผลละเอียดยิบ กรมอุทยานฯ ห้ามนำ-ใช้ ‘ครีมกันแดด’

วันพุธ ที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 17.27 น.

4 ส.ค.64 ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านนิเวศน์ทางทะเล และรองคณบดี คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว “Thon Thamrongnawasawat” ระบุว่า “ในกรณีประกาศของอุทยานฯ ห้ามนำ/ใช้ครีมกันแดดที่มีส่วนผสมของสารเคมีที่อาจทำให้เกิดอันตรายต่อปะการัง ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติ มีรายละเอียดที่อยากบอกเพื่อนธรณ์ดังนี้ครับ มีการศึกษาทั่วโลกพบว่า สารเคมีบางชนิดในครีมกันแดด ส่งผลต่อปะการัง เช่น ทำให้ปะการังฟอกขาวง่ายขึ้น ส่งผลต่อการเจริญเติบโตและการสืบพันธุ์ ฯลฯ

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : ราชกิจจานุเบกษา ประกาศห้ามนำ-ใช้ ‘ครีมกันแดด’ เข้าอุทยานแห่งชาติ ฝ่าฝืนปรับ 1 แสนบาท

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : นทท.ถกสนั่น! ประกาศห้ามใช้ครีมกันแดด ที่มีสารอันตรายเที่ยวทะเล

นอกจากนี้ NOAA ซึ่งเป็นองค์กรหลักทางทะเลของประเทศสหรัฐอเมริกา ยังระบุถึงผลกระทบที่มีต่อสัตว์น้ำอื่นๆ (ดังภาพ) ปัจจุบัน มีการแบนครีมกันแดดที่มีสารเป็นอันตรายในหลายสถานที่ เช่น ฮาวาย ปาเลา bonaire ฯลฯ (ตามลิงค์ท้ายบทความ) ในเมืองไทย เริ่มมีการพูดถึงเรื่องนี้มาหลายปี และเริ่มมีมาตรการในบางพื้นที่ เช่น สิมิลัน (ในช่วงใกล้เคียงเกิดโควิด) ครั้งนี้ ประกาศห้ามทั่วทุกอุทยาน หากถามถึงความจำเป็น ผมอธิบายไปแล้วว่า มีการศึกษามานาน มีการรับรองถึงผลกระทบโดย NOAA ที่คนเชื่อถือ และมีการแบนในหลายแห่ง สำหรับคำถามว่า ทำไมไม่ห้ามตั้งแต่ผู้ผลิต ? คงต้องตอบว่าอุทยานไม่มีอำนาจ ซึ่งก็เป็นในลักษณะเดียวกับหลายประเทศที่ห้ามเฉพาะพื้นที่ เช่น อเมริกา แต่ในอนาคต เมื่อโลกมีเทรนด์มาแนวนี้ ผู้ผลิตย่อมต้องหาทางออก และผลิตของที่ไม่รบกวนมากขึ้น

คำถามสำคัญอีกเรื่องคือเจ้าหน้าที่จะดูแลอย่างไร ?

คำตอบชัดๆ ต้องฟังจากอุทยาน แต่เมื่อมีการประกาศห้าม คงต้องเริ่มหาทางปรับตัว ข้อเสนอแนะคือกรมอุทยานควรช่วยอำนวยความสะดวกให้ผู้ประกอบการและนักท่องเที่ยว ตรวจสอบและระบุยี่ห้อหรือติดป้ายให้คนทราบทั่วกันว่า ยี่ห้อไหนอย่างไรที่โอเค หากทำเช่นนี้ได้ โดยส่วนกลางประสานหน่วยงานอื่น/จัดจ้างตรวจสอบ จากนั้นส่งข้อมูลให้ทราบทั่วถึงกันทุกอุทยาน เพื่อแจ้งให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องจะได้ปฏิบัติตามกม.ได้ในช่วงนี้คงมีนักท่องเที่ยวน้อยมาก รีบทำกันตอนนี้ยังพอมีเวลา ทราบดีว่าครีมบางชนิดมีปัญหา อุทยานต้องรีบมาดูแล และถ้าช่วยกันอีกนิด จะทำให้ระเบียบทำได้ง่ายขึ้น ทุกคนปฏิบัติได้ ทะเล คนเที่ยวทะเล คนดูแลทะเล จะมีความสุขครับ

รายละเอียดผลกระทบ https://oceanservice.noaa.gov/news/sunscreen-corals.html

รายละเอียดที่ห้ามใช้ https://www.cntraveler.com/…/these-destinations-are…

ภาพประกาศ – ReReef (มีครีมแบบเซฟขาย)

รายละเอียดประกาศ (iGreen)

กรมอุทยานฯ ออกประกาศห้ามใช้ครีมกันแดดที่มีสารเคมี 4 ประเภท เพราะเป็นอันตรายต่อปะการัง ฝ่าฝืนมีโทษปรับไม่เกิน 1 แสนบาท

เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2564 ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ประกาศกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ลงนามโดยนายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานฯ เรื่อง ห้ามนำและใช้ครีมกันแดดที่มีส่วนประกอบของสารเคมีที่เป็นอันตรายต่อปะการังเข้าไปในอุทยานแห่งชาติ

ทั้งนี้ ระบุเหตุผลว่า ในปัจจุบันมีนักท่องเที่ยวเข้าไปท่องเที่ยวในอุทยานแห่งชาติทางทะเลจำนวนมาก รวมทั้งมีการนำและใช้ครีมกันแดดที่มีสารเคมีที่เป็นอันตรายต่อปะการังเข้าไปในอุทยานแห่งชาติ โดยจากข้อมูลวิชาการพบว่า สารเคมีหลายชนิดที่พบในครีมกันแดดมีส่วนทำให้ปะการังเสื่อมโทรมลง เนื่องจากสารเคมีเหล่านั้นทำลายตัวอ่อนปะการัง ขัดขวางระบบสืบพันธุ์และทำให้ปะการังฟอกขาว

กรมอุทยานฯ พิจารณาแล้วเพื่อเป็นการสงวน อนุรักษ์ คุ้มครองดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติ และป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายต่อปะการังและระบบนิเวศ ในอุทยาน อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 20 แห่งพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 ประกอบข้อ 6 ของระเบียบกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ว่าด้วยการเข้าไปในอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2563 และมาตรา 32 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติระเบียบการบริหารราชการแผ่นดิน (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2545 จึงออกประกาศ ดังนี้

1.ห้ามนำและใช้ครีมกันแดดที่มีส่วนประกอบของสารเคมีที่เป็นอันตรายต่อปะการังเข้าไปในอุทยานแห่งชาติ ได้แก่ Oxybenzone (Benzophenone-3, BP-3), Octinoxate (Ethylhexyl methoxycinnamate), 4-Methylbenzylid Camphor (4MBC) และ Butylparaben หากผู้ใดฝ่าฝืนมีความผิดตามมาตรา 20 ประกอบมาตรา 47 แห่งพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท

2.ประกาศฉบับนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป ประกาศ ณ วันที่ 24 มิถุนายน 2564” 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ชาวบ้านวอนช่วยซ่อมถนน หลังน้ำป่าไหลหลากกัดเซาะเป็นร่องหลุมยาว #SootinClaimon.Com

Posted on August 6, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/592690

ชาวบ้านวอนช่วยซ่อมถนน หลังน้ำป่าไหลหลากกัดเซาะเป็นร่องหลุมยาว

ชาวบ้านวอนช่วยซ่อมถนน หลังน้ำป่าไหลหลากกัดเซาะเป็นร่องหลุมยาว

วันพุธ ที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 16.59 น.

4 ส.ค.64 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากชาวบ้านทุ่งหลา หมู่ 1 ต.สองแพรก อ.เมือง จ.พังงา ว่ามีเหตุ ถนนเส้นทางสัญจรเข้าหมู่บ้านได้รับความเสียหายจากน้ำป่าไหลหลาก บริเวณถนนทางขึ้นหมู่บ้านดังกล่าว จึงเข้าตรวจสอบ พร้อมด้วย นายประชิต เผดิมผล ประธานสภา อบต.นบปริง และชาวบ้านอีกจำนวนหนึ่ง พบว่าเส้นทางดังกล่าวเป็นลักษณะดินลูกรังลาดด้วยหินเกร็ด ยาวประมาณ 500 เมตร มีความลาดชันประมาณ 35 องศา สภาพถนนมีร่องรอยถูกน้ำกัดเซาะเป็นร่องตลอดแนว มีความลึกประมาณกว่า 1 เมตร ชาวบ้านส่วนใหญ่ไม่สามารถใช้งานได้

สอบถามชาวบ้านในพื้นที่ ทราบว่า บ้านทุ่งหลา หมู่ 1 ต.สองแพรก ซึ่งอยู่ในเขตการปกครองของ อบต.นบปริง อ.เมือง จ.พังงา ชาวบ้านจำนวนกว่า 14 ครัวเรือน อาศัยและทำมาหากินโดยใช้เส้นทางดังกล่าวมานานกว่า 50-60 ปี อีกทั้งมีเกษตรกรชาวสวนยางพารา ปาล์มน้ำมัน และพืชผลทางเกษตรกร ในพื้นที่ ปกติใช้รถจักรยานยนต์ รถยนต์ขับเคลื่อน 4 ล้อ และ จักรยานยนต์พ่วงข้าง กระทั่งเมื่อช่วงปลายเดือนที่ผ่านมา (กรกฎาคม) มีฝนตกหนักในพื้นที่ทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลากทำความเสียหายให้แก่ถนนเส้นเดียวของหมู่บ้าน

ขณะทางนายประชิต เผดิมผล ประธานสภา อบต.นบปริง กล่าวว่า ถนนดังกล่าวเป็นเส้นทางเดียวที่ชาวบ้านใช้สัญจรเข้า-ออกหมู่บ้านและเข้าตัวเมืองพังงา ซึ่งใช้เส้นทางดังกล่าวมานานกว่า 50-60 ปี ต่อมาทางกรมป่าไม้ได้ประกาศเป็นพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ มีการประกาศเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าโตนปริวรรต กระทั่งมีน้ำป่าไหลหลากสร้างความเสียหายให้แก่ถนนเส้นทางดังกล่าว ตนเองจึงได้แจ้งให้ทาง อบต.นบปริง รับทราบเพื่อเข้าดำเนินการแก้ไข แต่ทาง อบต.นบปริง ได้แจ้งว่าติดปัญหาสภาพป่าไม้ ไม่สามารถดำเนินการได้ จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องหรือหน่วยงานที่สามารถแก้ปัญหาให้แก่ชาวบ้านในการสัญจรไปมาได้เข้าช่วยเหลือ

ด้าน นางสุนันทา บุษบงค์ ปลัดอบต.นบปริง อ.เมือง จ.พังงา กล่าวว่า ประชาชนในพื้นที่บ้านทุ่งหรา ได้แจ้งทาง อบต. ได้รับทราบแล้ว พร้อมขึ้นเพื่อสำรวจข้อเท็จจริง ปรากฏว่ามีความเสียหายจากเหตุน้ำป่าไหลหลากจริง ซึ่งได้ตั้งงบประมาณดำเนินการแก้ปัญหาเร่งด่วนไว้แล้ว แต่พบว่าติดปัญหาในเรื่องพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ป่าไม้ จึงได้ดำเนินการแจ้งต่อป่าไม้เพื่อเข้าดำเนินการซึ่งอยู่ในระหว่างการพิจารณาของทางป่าไม้ โดยทาง อบต.นบปริง ไม่ได้นิ่งนอนใจ แต่หากเข้าดำเนินการในพื้นที่เกรงว่าจะมีผลทางด้านกฎ ระเบียบ และกฎหมาย ซึ่งความเดือดร้อนของประชาชนเป็นเรื่องสำคัญยิ่งในขณะนี้

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

นทท.ถกสนั่น! ประกาศห้ามใช้ครีมกันแดด ที่มีสารอันตรายเที่ยวทะเล #SootinClaimon.Com

Posted on August 6, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/592685

นทท.ถกสนั่น! ประกาศห้ามใช้ครีมกันแดด ที่มีสารอันตรายเที่ยวทะเล

นทท.ถกสนั่น! ประกาศห้ามใช้ครีมกันแดด ที่มีสารอันตรายเที่ยวทะเล

วันพุธ ที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 16.47 น.

นทท.ถกสนั่น! หลังประกาศห้ามใช้ครีมกันแดด ที่มีสารเคมีอันตรายเที่ยวทะเล

4 ส.ค.64 หลังจากที่ ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศ ห้าม นำ-ใช้ ครีมกันแดดที่มีสารเคมีอันตราย เข้าอุทยานแห่งชาติ ฝ่าฝืนปรับ 1 แสนบาท 

โดย ระบุเหตุผลว่า ในปัจจุบันมีนักท่องเที่ยวเข้าไปท่องเที่ยวในอุทยานแห่งชาติทางทะเลจำนวนมาก รวมทั้งมีการนำและใช้ครีมกันแดดที่มีสารเคมีที่เป็นอันตรายต่อปะการังเข้าไปในอุทยานแห่งชาติ โดยจากข้อมูลวิชาการพบว่า สารเคมีหลายชนิดที่พบในครีมกันแดดมีส่วนทำให้ปะการังเสื่อมโทรมลง  เนื่องจากสารเคมีเหล่านั้นทำลายตัวอ่อนปะการัง ขัดขวางระบบสืบพันธุ์และทำให้ปะการังฟอกขาว 

อ่านข่าวเกี่ยวข้อง : ราชกิจจานุเบกษา ประกาศห้ามนำ-ใช้ ‘ครีมกันแดด’ เข้าอุทยานแห่งชาติ ฝ่าฝืนปรับ 1 แสนบาท

จนกลายประเด็นตามมา หลังจากที่มีชาวเน็ตสายท่องเที่ยวจำนวนเข้ามาแสดงความคิดเห็น บางคนบอกว่า “…ไม่อยากให้ทาก็ไปห้ามคนผลิตอย่าผลิตออกมาสิ…” , “…อุทยานจะรู้เหรอครับ ว่าเราทาอะไรมา…” 

ขณะเดียวกันหลายคนที่เห็นด้วยบอกว่า “…เขาไม่ได้ห้ามกันแดดทุกตัวนะ กันแดดหลายตัวที่อนุรักษ์สิ่งแวดล้อมก็มี ถ้าเราใส่ใจตรงนี้ซักนิด น้องๆปะการังจะได้อยู่ให้เราไปชมความสวยได้นานๆ…” , “…เมื่อก่อนไม่ทราบ ไม่เป็นไร ตอนนี้ทราบแล้วก็ต้องปฎิบัติ อยู่ที่จิตสำนึกค่ะท่าน เมนต์ที่ว่าทำไมไม่สั่งห้ามผลิต , หรือ จนท.จะรู้ได้ไง ว่าทาสารต้องห้ามมาไหม พักก่อนค่ะท่าน…. กลับไปอ่านด้านบน คือจิตสำนึก…”ขอบคุณ : IGreenขอบคุณ : IGreenขอบคุณ : IGreenขอบคุณ : IGreenขอบคุณ : IGreenขอบคุณ : IGreenขอบคุณ : IGreenขอบคุณ : IGreen

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ชี้แจงแล้ว! ภาพ ‘แต้ว สุดาพร’ มี 4 หู 4 คิ้ว ยอมรับตัดต่อจริงเพราะหารูปยาก #SootinClaimon.Com

Posted on August 6, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/592664

ชี้แจงแล้ว! ภาพ'แต้ว สุดาพร' มี4หู4คิ้ว ยอมรับตัดต่อจริงเพราะหารูปยาก

ชี้แจงแล้ว! ภาพ’แต้ว สุดาพร’ มี4หู4คิ้ว ยอมรับตัดต่อจริงเพราะหารูปยาก

วันพุธ ที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 16.07 น.

หลังจากมีประเด็นที่โซเชียลตั้งคำถามว่า เหตุใดภาพ แต้ว สุดาพร สีสอนดี ถึงดูแปลกๆในชุดอาสาสมัครทหารพรานหญิง ล่าสุด เฟซบุ๊ก Wassana Nanuam ได้โพสต์ข้อความพร้อมกับภาพของของแต้ว โดยชี้แจงไว้ดังนี้

” ทีม ปชส.ทัพเรือ
ขอโทษสื่อ และประชาชน
ที่ ส่งภาพ “น้องแต้ว”
ตัดต่อให้สื่อ
เพราะไม่รู้เช่นกัน
เหตุทางหน่วย ต้นสังกัดส่งมา
เผย ภาพน้องแต้ว ในชุดทหารพราน
หายากมาก มีแต่ภาพซ้อมมวย
และ มีภาพเดียว คือ ภาพในประวัติ และติดบัตร

กองประชาสัมพันธ์ สำนักงานเลขานุการกองทัพเรือ ชี้แจง กรณีมีการตั้งข้อสังเกตุ
ในโซเชี่ยล มีเดีย ว่า ภาพ “น้องแต้ว”อส. ทหารพรานหญิง สุดาพร สีสอนดี นักชกมวยสากลโอลิมปิก สวมเครื่องแบบทหารพรานนั้น เป็นภาพตัดต่อ เพราะชื่อไม่ตรง และมีภาพซ้อนหู เพิ่มมาด้านหลัง

ทั้งนี้ ภาพน้องแต้ว ดังกล่าว ทางหน่วยต้นสังกัด ได้ส่งมาให้ เพื่อส่งให้สื่อ ตามที่สื่อร้องขอ จึงไม่ได้มีการตรวจสอบก่อน ด้วยความไว้วางใจ และไม่คิดว่าจะเป็นภาพตัดต่อ เลยส่งเข้ากลุ่มไลน์สื่อมวลชน

ล่าสุด ได้สอบถามไปยัง หน่วยต้นสังกัด ยอมรับว่า เป็นภาพตัดต่อ เพราะภาพสวมเครื่องแบบหายากมาก ส่วนใหญ่จะมีเป็นชุดซ้อมกีฬา จึงขอโทษสื่อมาด้วย

โดยมีภาพเดียวคือภาพนี้ ภาพติดบัตร ภาพในประวัติ ในนาม อส.ทหารพรานนย. เท่านั้น
สังกัดกองร้อยทหารพรานนาวิกโยธินที่ 524ชุดควบคุมทหารพรานนย.ที่ 2หน่วยเฉพาะกิจทหารพรานนย. ค่ายเทวาพิทักษ์ อ.โป่งน้ําร้อน จ.จันทบุรี เป็นทหารพรานตั้งแต่2556

: กองประชาสัมพันธ์ สำนักงานเลขานุการกองทัพเรือ

(วาสนา ก็ขอโทษ ด้วยค่ะ ที่ไม่ได้ตรวจสอบ ก่อน เพราะ ทาง ทร.ส่งมาเอง จึงไม่ได้ขยายภาพ ดูก่อน ค่ะ) ” 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ไม่มีรถมาซ่อม! เจ้าของอู่รถเกาะสมุยหันเปิดฟาร์มนกปรอดหัวโขนสร้างรายได้ #SootinClaimon.Com

Posted on August 6, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/592657

ไม่มีรถมาซ่อม! เจ้าของอู่รถเกาะสมุยหันเปิดฟาร์มนกปรอดหัวโขนสร้างรายได้

ไม่มีรถมาซ่อม! เจ้าของอู่รถเกาะสมุยหันเปิดฟาร์มนกปรอดหัวโขนสร้างรายได้

วันพุธ ที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 15.59 น.

วันที่ 4 ส.ค.64 ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยว่า มีเจ้าของอู่ซ่อมรถยนต์ชื่อประสิทธิ์ยนต์การช่าง ตั้งอยู่ที่ 62/2 หมู่ที่ 1 ตำบลแม่น้ำ อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งเป็นอู่ซ่่อมรถจากบริษัทประกันภัยได้ผันตัวเองเพื่อหารายได้เลี้ยงครอบครัวช่วงวิกฤติโควิด-19 ด้วยการเลี้ยงนกปรอดหัวโขน หรือนกกรงหัวจุก เพื่อชดเชยรายได้ที่ขาดหายไปจากอู่ซ่อมรถที่มีรายได้ที่ผ่านมาปีไม่ต่ำกว่า 3 ล้านบาท ที่สำคัญนกปรอดหัวโขน หรือนกกรงหัวจุก ที่เจ้าของอู่ซ่อมรถยนต์รายนี้เลี้ยงมีความแตกต่างจากนกปรอทหัวโขนทั่วไป

ผู้สื่อข่าวจึงเดินทางไปพบเจ้าของอู่รายนี้คือนายสิทธิพงศ์ บริพันธ์ ได้พาชมนกปรอดหัวโขน หรือนกกรงหัวจุก ที่มีหลากหลายสีที่ได้ผสมเองได้แก่ สายเลือดสีเผือก สายเลือดสีเทา สายเลือดสีโอวัลติน สายเลือดนกแข่งเสียง สายเลือดอินโดลูกผสม และสายเลือดสีเผือกตาแดง แต่ละสายเลือดมีอยู่ฟาร์มเดียวบนเกาะสมุย

ส่วนราคาขายมีทั้งราคานกสวยงาม นกแข่งขันเสียงที่มีราคาสูงสุดกว่าหนึ่งแสนบาทต่อหนึ่งตัว มีรางวัลการันตีจากการเลี้ยงนกแข่งมากมาย ที่สำคัญเป็นฟาร์มที่ได้รับใบอนุญาติให้มีไว้ซึ่งสัตว์ป่าคุ้มครองที่ได้มาจากการเพาะพันธุ์ และใบอนุญาตให้เพาะพันธุ์สัตว์ป่าสงวนหรือสัตว์ป่าคุ้มครอง จากกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช นกทุกตัวจึงเป็นนกที่ถูกกฏหมาย และตั้งแต่ต้นปีเป็นต้นมาสามรถสร้างรายได้เลี้ยงครอบครัวกว่าห้าแสนบาท

นายสิทธิพงศ์ บริพันธ์ เจ้าของซ่อมรถประสิทธิ์ยนต์การช่างที่ผันตัวเองมาเลี้ยงนกขาย กล่าวว่า ก่อนเกิดวิกฤติโควิดมีรถเข้ามาซ่อมที่อู่จำนวนมาก แต่หลังจากโควิดระบาดมา 2 ปีมีรถมาซ่อมน้อยลง รายได้แทบไม่มี เพราะแรงงานออกจากเกาะมาก ประกอบกับนักท่องเที่ยวไม่มีทำให้รายได้ไม่พอใช้ในชีวิตประจำวัน จึงหันมาเพาะนกซึ่งเมื่อก่อนตนเองแข่งนกปรอดหัวโขน หรือนกกรงหัวจุก แต่ตอนนี้ได้หันมาเพาะเลี้ยงนกสี ซึ่งมีรายได้พอได้พยุงธุรกิจและเลี้ยงครอบครัว

สำหรับตลาดที่รองรับนกที่ตนเองเลี้ยงนั้นมีตลาดรองรับทั่วประเทศและก็มีส่งไปต่างประเทศ เช่น ประเทศเวียดนาม ประเทศมาเลเซียแล้วแต่ลูกค้าจะสั่งซื้อเข้ามา ซึ่งขณะนี้ลูกค้าจากกรุงเทพฯ และจังหวัดทางภาคเหนือจะเป็นลูกค้า ซึ่งนกทุกตัวที่ออกจากฟาร์มของตนนั้นถูกต้องตามกฏหมายทุกตัว มีใบอนุญาตเรียบร้อยและมีห่วงปลอกขาที่ระบุที่มา สำหรับราคานกที่ใช้สำหรับแข่งเสียงร้องตัวละ 1 แสนกว่าบาท ส่วนนกที่มีสีสวยสีหายากราคาหลักหมื่นขึ้นไปทุกตัว

ช่วงการแพร่ระบาดของไวรัสโควิดทุกคนได้รับผลกระทบรายได้ไม่มี จึงขอฝากให้ข้อคิดว่าเราต้องสู้ชีวิตด้วยการดูว่าตัวเรามีความถนัดจะทำอะไร เช่นธุรกิจการเลี้ยงปรอดหัวโขน หรือนกกรงหัวจุกนั้นธุรกิจนี้ยังคงไปได้เช่น การเลี้ยงและเพาะพันธุ์นก การทำอาหารนกขาย การทำกรงนกขาย และธุรกิจเกี่ยวเนื่องอื่นๆ ที่เกี่ยวกับนกสายพันธุ์นี้ยังคงเดินหน้าไปได้ในช่วงนี้แถบไม่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิดเลย จึงขอให้ทุกคนสู้แล้วมันจะผ่านพ้นไปได้ด้วยดีที่สำคัญธุรกิจการเพาะเลี้ยงนกที่ทำอยู่นี้อีกสิบปีถึงยี่สิบปีก็ยังคงไปได้

สำหรับผู้ที่สนใจจะเลี้ยงนกปรอทหัวโขนสามารถติดต่อสอบถามก่อนเลี้ยงได้ที่ตนเอง โดยสารมารถติดต่อได้ที่เฟสบุีกพี่ดำสมุยฟาร์ม หรือที่โทรสอบถาม 082 153 9665

นกปรอดหัวโขน หรือ นกปรอดหัวจุก หรือที่นิยมเรียกกันว่า นกกรงหัวจุก เป็นสัตว์ที่มีรายชื่ออยู่ในพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พุทธศักราช 2535 เป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง นกปรอดหัวโขน เป็นที่นิยมในแง่ที่เป็นสัตว์เลี้ยงที่เลี้ยงเพื่อฟังเสียงร้องอันไพเราะและเพื่อการแข่งขันเสียงร้อง เช่นเดียวกับนกเขาชวาโดยเฉพาะอย่างยิ่งในจังหวัดภาคใต้ของประเทศไทยที่ติดกับประเทศมาเลเซีย คือจังหวัดนราธิวาส, จังหวัดปัตตานี และจังหวัดยะลา ซึ่งการเลี้ยงนกชนิดนี้เป็นเหมือนหนึ่งในวัฒนธรรมและวิถีการดำรงชีวิตของผู้คนในสามจังหวัด นกปรอดหัวโขนหากได้รับการเลี้ยงดูอย่างถูกต้อง สามารถมีอายุยืนนานได้ถึง 11 ปี และนกตัวใดที่มีเสียงร้องไพเราะและได้รับรางวัลชนะเลิศจากการประกวดแข่งขัน อาจมีราคาถึงหลักล้านบาท

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ราชกิจจานุเบกษา ประกาศห้ามนำ-ใช้ ‘ครีมกันแดด’ เข้าอุทยานแห่งชาติ ฝ่าฝืนปรับ 1 แสนบาท #SootinClaimon.Com

Posted on August 6, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/592637

ราชกิจจานุเบกษา ประกาศห้ามนำ-ใช้ 'ครีมกันแดด' เข้าอุทยานแห่งชาติ ฝ่าฝืนปรับ 1 แสนบาท

ราชกิจจานุเบกษา ประกาศห้ามนำ-ใช้ ‘ครีมกันแดด’ เข้าอุทยานแห่งชาติ ฝ่าฝืนปรับ 1 แสนบาท

วันพุธ ที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 15.29 น.

ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศ ห้าม นำ-ใช้ ครีมกันแดดที่มีสารเคมีอันตราย เข้าอุทยานแห่งชาติ ฝ่าฝืนปรับ 1 แสนบาท

ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ ประกาศกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เรื่อง ห้ามนำและใช้ครีมกันแดดที่มีส่วนประกอบของสารเคมีที่เป็นอันตรายต่อปะการังเข้าไปในอุทยานแห่งชาติ ใจความสำคัญระบุว่า ปัจจุบันมีนักท่องเที่ยวเข้าไปท่องเที่ยวในอุทยานแห่งชาติทางทะเลเป็นจำนวนมาก รวมทั้งมีการนำและใช้ครีมกันแดดที่มีสารเคมีที่เป็นอันตรายต่อปะการัง เข้าไปในอุทยานแห่งชาติ

โดยจากข้อมูลทางวิชาการพบว่าสารเคมีหลายชนิดที่พบในครีมกันแดด มีส่วนทำให้ปะการังเสื่อมโทรมลง เนื่องจากสารเคมีเหล่านั้นทำลายตัวอ่อนปะการัง ขัดขวางระบบสืบพันธุ์ และทำให้ปะการังฟอกขาว

กรมอุทยานฯ พิจารณาแล้ว เพื่อเป็นการสงวน อนุรักษ์ คุ้มครองดูแลทรัพยากร และป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายต่อปะการังและระบบนิเวศในอุทยานแห่งชาติ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 20 แห่ง พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2562 จึงออกประกาศดังนี้

1.ห้ามนำและใช้ครีมกันแดด ที่มีส่วนประกอบของสารเคมีที่เป็นอันตรายต่อปะการังเข้าไปในอุทยานแห่งชาติ ได้แก่ Oxybenzone , Octinoxate ,4-Methylbenzylid Camphor และ Butylparaben หากผู้ใดฝ่าฝืนมีความผิดมาตรา 20 ประกอบมาตรา 47 แห่งพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2561 ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท

2.ประกาศฉบับนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ทรัพย์ในดิน! ชาวบ้าน ‘ปัว’ พลิกวิกฤติโควิด เข้าป่าขุด ‘กระชาย’ โกยรายได้ #SootinClaimon.Com

Posted on August 6, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/592629

ทรัพย์ในดิน! ชาวบ้าน‘ปัว’พลิกวิกฤติโควิด เข้าป่าขุด‘กระชาย’โกยรายได้

ทรัพย์ในดิน! ชาวบ้าน‘ปัว’พลิกวิกฤติโควิด เข้าป่าขุด‘กระชาย’โกยรายได้

วันพุธ ที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 15.14 น.https://www.youtube.com/embed/yAPUU_XKhpA

ทรัพย์ในดิน! ชาวบ้าน‘ปัว’พลิกวิกฤติโควิด เข้าป่าขุด‘กระชาย’โกยรายได้

4 สิงหาคม 2564 เรื่องราวของ “กระชาย” กำลังเป็นกระแสว่าเป็นสมุนไพรที่ต้านโรคโควิด 19 ได้ ทำให้ชาวบ้านบ้านหลักลาย หมู่ 7 ตำบลอวน อำเภอปัว จังหวัดน่าน รวมกลุ่มกันเข้าป่าขุดกระชายมาขายสร้างรายได้ในยุคที่โควิดกำลังแพร่ระบาดไปทำมาหากินอะไรก็ไม่ได้

นางนัยนา ทีฆาวงค์ อายุ 48 ปี ผู้ใหญ่บ้าน บ้านห้วยหาด หมู่ 8 ตำบลอวน อำเภอปัว จังหวัดน่าน พร้อมด้วยลูกบ้านหลักลายและหมู่บ้านห้วยหาด หมู่ 7 ทั้ง 2 หมู่บ้าน ได้เข้าป่าที่เป็นพื้นที่ไหล่เขาในหมู่บ้าน ซึ่งเป็นเขตป่าชุมชนของหมู่บ้านห้วยหาด เพื่อหาขุดหัวกระชายป่า ในแต่ละวันได้มาไม่ต่ำกว่า 100 กิโลกรัม หลังจากเป็นกระแสว่า “กระชาย” มีสรรพคุณบรรเทา หรือต้านโรคโควิด 19 ได้

ทั้งนี้ ตามสูตรโบราณคนไทยจะนำไปใช้รักษาโรค โดยการต้ม หรือทำเป็นกระชายตากแห้ง แล้วนำมาปั้นเป็นลูกกลอนผสมน้ำผึ้งเดือน 5 สร้างมูลค่าเพิ่มรายได้ และทำให้ลูกบ้านมีรายได้จากการขุดกระชายป่าในที่ทำกินมาขาย นอกจากนี้ยังขุดมาทำเครื่องปรุงน้ำขนมเส้น หรือขนมจีนน้ำใส บางครั้งทานกับแกงหน่อไม้ มีรสร้อนเผ็ดเล็กน้อย แก้หวัดได้ดี ราคาที่เคยขายสูงสุด 50-60 บาท จนถึงเวลานี้ราคาอยู่ที่ 80-100 บาท แต่ยิ่งมีกระแสก็มีการรับซื้อในช่วงนี้ได้ราคากว่า 200 บาท ทำ

เมื่อได้กระชายมาแล้ว วิธีการคือล้างหัวกระชาย เพราะมีดินแกะแน่น ต้องทุบดินออก ต้องล้างน้ำประมาณ 3 รอบ ถ้าล้างในลำห้วยไหล จะง่ายกว่า จึงมีการขุดกระชายป่า แถมมีขิง ติดนำมาขายด้วย จากวิกฤตโควิด จึงกลายเป็นโอกาส

สำหรับผู้ที่สนใจสามารถติดต่อได้ที่ นางนัยนา ทีฆาวงค์ บ้านหลักลาย บ้านเลขที่ 28 หมู่ 8 ตำบลอวน อำเภอปัว จังหวัดน่าน ติดต่อได้ที่หมายเลข 0933172539 หรือนางสุนีย์ จอมเมือง อายุ 65 ปี บ้านหลักลาย บ้านเลขที่ 6 หมู่ 8 ตำบลอวน อำเภอปัว จังหวัดน่าน หมายเลข 0987167501

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘เภสัชกร’ ติดโควิด! รีวิวการ Home Isolation รักษาตัวเองที่บ้าน จนหายใน 9 วัน #SootinClaimon.Com

Posted on August 6, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/592609

'เภสัชกร'ติดโควิด! รีวิวการ Home Isolation รักษาตัวเองที่บ้าน จนหายใน 9 วัน

‘เภสัชกร’ติดโควิด! รีวิวการ Home Isolation รักษาตัวเองที่บ้าน จนหายใน 9 วัน

วันพุธ ที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 14.21 น.

วันที่ 4 สิงหาคม 2654 โลกออนไลน์ ได้แห่แชร์โพสต์ของเภสัชกรสาว เจ้าของเฟซบุ๊ก Suthamart Sathidkul ซึ่งได้โพสต์เมื่อวันที่ 2 ส.ค.ที่ผ่านมา เล่าประสบการณ์ติดโควิด-19 ก่อนจะรักษาตัวจนหายภายใน 9 วัน ด้วยการ Home Isolation

แต่เป็นการซื้อยากินเอง เพราะติดต่อ 1330 ได้รับคำตอบว่าที่นี่บัตรทอง โทร. ไปหาประกันสังคม 1506 ก็ติดยาก ลองโทร. ไปหลังเวลา 17.00 น. ก็เลิกงานกันแล้ว ก่อนได้รับคำแนะนำว่าให้โทร. ไป 1330 ใหม่ สุดท้ายจบลงที่การได้กรอกแบบฟอร์ม แต่ก็ไม่มีใครติดต่อกลับมา จึงตัดสินใจซื้อยาและรักษาตัวเอง

เจ้าของโพสต์เล่าว่า เธอได้รับวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้ามา 1 เข็ม ประมาณเดือนกว่าๆ และเป็นคนแข็งแรง แม้ไม่ค่อยออกกำลังกาย แต่ไม่มีโรคประจำตัวใดๆ ค่า bmi ไม่เกิน

จนวันที่ 25-26 ก.ค.ที่ผ่านมา มีอาการเจ็บคอ คัดจมูก มีน้ำมูก ตอนแรกคิดว่าไม่ชินแอร์ที่ห้องแฟน แต่พอวันที่ 27 ก.ค. ผู้ช่วยเภสัชแจ้งมาในไลน์ว่า Antigen Test Kit เป็นบวก ตอนเย็นเลยออกมาซื้อ Antigen Test Kit และตุนยาเพราะคิดว่าไม่น่ารอด และไม่รอดจริงๆ เพราะผลตรวจเป็นบวก

แต่แฟนที่อยู่ด้วยกันมาหลายวัน หรือคนที่ไปกินข้าวด้วยไม่มีใครติด คาดว่าอาจเพราะฉีดวัคซีนเลยไม่แพร่เชื้อให้ใคร

จากนั้นเธอจึงเริ่มประเมินอาการตัวเอง แต่ปรากฎว่าไม่มีอาการ เพราะตอนเจ็บคอ คัดจมูกเมื่อ 2 วันก่อน ก็กิน ไอบรูโพรเฟน กินยาแก้แพ้ พ่นยาลดการคัดจมูกไปแล้ว เลยจัดตัวเองอยู่กลุ่มผู้ป่วยสีเขียวสดใส ไม่มีอาการ จึงตัดสินใจ Home Isolation

โดยการ Home Isolation ทางการระบุว่า โทร. 1330 กด 14 จะมียา มีข้าว 3 มื้อ มีวิดีโอคอลจากแพทย์ แต่สำหรับตัวเองไม่ใช่ เพราะไร้การติดต่อกลับแต่อย่างใด ซึ่งเริ่มจากโทร. ไป 1330 บอกที่นี่บัตรทอง ให้โทร, ไปประกันสังคม 1506 กด 6 ก็โทรติดยากมาก เลยโทร. ไปหลัง 17.00 น เจ้าหน้าที่เลิกงานแล้ว จึงต้องกด 1 แทน และได้รับคำตอบว่า ให้กลับไปโทร. 1330 ใหม่ เพราะที่นี่ยังไม่มีมาตรการ Home Isolation ใช้ร่วมกันกับ 1330

ระหว่างนั้นก็กรอกฟอร์มในลิงก์ไปและโทรด้วย กรอกฟอร์มที่ว่าหลัง 48 ชั่วโมง สรุปจนถึงวันนี้ 2 ส.ค. ก็ยังไม่ได้รับการติดต่อจาก สปสช. แต่อย่างใด สรุป Home Isolation เองจนหายแล้ว

เภสัชกรสาว เผยวิธีรักษาและดูแลตัวเอง เริ่มจากเรื่องทั่วๆ ไป คือพยายามกินข้าวให้ครบ 5 หมู่ ทั้ง 3 มื้อ กินให้หลากหลาย ทั้งผัก ผลไม้ น้ำอุ่น หรือน้ำขิง ที่เขาว่าดีก็กินหมด นอนเยอะๆ ออกกำลังกาย

ประกอบกับส่วนตัวได้มีการทำความสะอาดห้องด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อทุกครั้ง แยกกันอยู่กับแฟน แยกโซนกันชัดเจน ไม่กินข้าวด้วยกัน ห้องน้ำก่อน-หลังใช้ต้องทำความสะอาดทุกครั้ง

การกินยา ส่วนตัวกิน Vitamin high dose ใครจะกินตามก็ดูเงื่อนไขของตัวเองด้วยว่าไตไหวไหม เคยเป็นนิ่วหรือเปล่า

-Vitamin c ที่กินเป็นของ blackmore 1000 mgx3 ครั้งละ 1 เม็ด หลังอาหาร เช้า กลางวัน เย็น

-Zinc 50 mg/day

-Vitamin D 5000 iu/day

ไม่ได้กินฟ้าทะลายโจรแต่อย่างใด (แอบกินกระชายนิดหนึ่ง) เพราะหาไม่ได้และเอาจริงก็ไม่อยากกินขนาดนั้น เคยกินฟ้าทะลายโจรแล้วเหมือนเป็นกรดไหลย้อน

สำหรับยาที่กินก็จะกินตามอาการ คือ

-ยากดการไอ terco-d (dextromethophan) 1 เม็ด วันละ 3 ครั้ง เช้า กลางวัน เย็น หลังอาหาร

-ยาละลายเสมหะ ambroxol 1 เม็ด วันละ 3 ครั้ง

-ยาลดไข้ ส่วนตัวไม่มีไข้ ถ้ามีก็กินพารา

-ยาแก้เจ็บคอ กิน ibuprofen 1 เม็ด วันละ 3 ครั้ง

-ยาลดน้ำมูก แก้แพ้ ส่วนตัวกิน telfast หรือ zyrtec สลับไป กินวันละ 1 เม็ด วันละครั้ง

-ยาลดอาการคัดจมูก กิน nasolin 1 เม็ดวันละ 4 ครั้ง และพ่นจมูกด้วย otrivin และล้างจมูกด้วยน้ำเกลือ

-ถ้าระคายคอ ก็พ่นสเปรย์ รวมถึงกินยาอมด้วย

ทั้งนี้ ระหว่างรักษาตัว แนะนำให้จดอาการตัวเองในแต่ละวัน ถ้าเอกซเรย์ปอดได้บ่อยก็ยิ่งดี จะได้รู้ว่าเชื้อลงปอดหรือไม่ และหมั่นคอยวัดอุณหภูมิ และออกซิเจนด้วย เพราะหากมีอาการเหนื่อย มีไข้สูงมาก หายใจไม่เต็มปอด ให้ไปโรงพยาบาลทันที

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เปิดตัวรถวิทยุบังคับคันใหม่ใหญ่กว่าเดิมทำหน้าที่ส่งยาผู้ป่วยโควิคหลังคันเก่าพังในหน้านี้ #SootinClaimon.Com

Posted on August 6, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/592581

เปิดตัวรถวิทยุบังคับคันใหม่ใหญ่กว่าเดิมทำหน้าที่ส่งยาผู้ป่วยโควิคหลังคันเก่าพังในหน้านี้

เปิดตัวรถวิทยุบังคับคันใหม่ใหญ่กว่าเดิมทำหน้าที่ส่งยาผู้ป่วยโควิคหลังคันเก่าพังในหน้านี้

วันพุธ ที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 13.26 น.

โรงพยาบาลปลายพระยา เปิดตัวรถวิทยุบังคับคันใหม่ใหญ่กว่าเดิม ทำหน้าที่ส่งยาและอาหารในหอผู้ป่วยโควิค – 19 ลดความเสี่ยงการสัมผัสผู้ป่วยติดเชื้อไม่เปลืองชุด PPE หลังคันเก่าพังเนื่องจากใช้งานหนัก ช่วงเดือนที่ผ่านมาต้องบริการผู้ป่วยทุกวันกว่า 40 ราย ด้าน ผอ.โรงพยาบาล เผยเตรียมดัดแปลงเพิ่มเสียงเรียกคนไข้ 

สร้างความฮือฮาแก่ชาวโลกออนไลน์อีกครั้ง เมื่อโรงพยาบาลปลายพระยา ได้ทำการเปิดตัว “สมาชิกน้องใหม่เป็นรถบังคับวิทยุที่ใช้สำหรับส่งเวชภัณฑ์ ส่งอาหารและน้ำให้ผู้ป่วยโควิด – 19 ตามหอพักผู้ป่วยติดเชื้อโควิด ภายในโรงพยาบาลปลายพระยา อ.ปลายพระยา จ.กระบี่ เพื่อลดการสัมผัสผู้ป่วยติดเชื้อ เป็นการใช้รถบังคับวิทยุแทนเจ้าหน้าที่พยาบาล จึงไม่ต้องใช้ชุด PPE

โดยรถคันใหม่นี้มีขนาดใหญ่กว่าเดิม สามารถยบรรทุกได้มากขึ้น พร้อมระบบเสียงบลูทูธ ได้รับการชื่นชมจากชาวโลกออนไลน์และแชร์ต่อกันจำนวนมาก โดยก่อหน้านี้ทางนายแพทย์ณัฐพงษ์ ดูงาม ผู้อำนวยการโรงพยาบาลปลายพระยา ได้ผุดไอเดียนำรถบังคับวิทยุเก่าของลูกชายมาให้พนักงานในโรงพยาบาลซ่อมและดัดแปลงเป็นรถส่งยาในหอผู้ป่วยโควิดในโรงพยาบาลปลายพระยา มาแล้วสร้างความฮือฮาและได้รับการชื่นชมอย่าล้นหลาม

นายแพทย์ณัฐพงษ์ เปิดเผยว่า สาเหตุที่ต้องนำรถวิยุบังคับคนใหม่มาใช้สืบเนื่องจากเมื่อช่วงเดือนที่ผ่านมารถบังคับวิทยุคันเก่าต้องทำงานรอย่างหนัก เนื่องจากมีผู้ป่วยอยุ่กว่า 40 เตียง ต้องคอยส่งยา ส่งอาหารตามหอพักผู้ป่วยทุกวันจนแกนล้อหักและพังในที่สุด หลังใช้งานมานานประมาณ 4-5 เดือน เรียกว่าตายในหน้าที่เกินที่จะซ่อมแซมได้  

กระทั่ง พ.ต.อ.จงรักษ์ พิมพ์ทอง ผกก.สภ.ปลายพระยา ทราบข่าวจึงได้บริจาคเงินมาช่วยซื้อรถวิทยุบังคับคันใหม่มาให้ ซึ่งมีขนาดใหญ่กว่าคันเก่าที่เสียไปและเสียงระบบบลูทูธด้วย จึงให้พนักงานนำมาดัดแปลงเพิ่มกำลังส่ง ให้ใกลขึ้น ก่อนนำมาใช้งานโดยเริ่มใช้งาน ซึ่งหลังจากนี้ก็จะนำมาดัดแปลงให้เป็นเสียงเรียกคนไข้ เวลารถไปส่งอาหารและยาที่หน้าหอผู้ป่วย แทนการใช้โทรศัพท์โทรเรียกผู้ป่วยให้ออกมารับยาและอาหารที่หน้าประตู เพื่อลดการใช้โทรศัพท์ต่อไป

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,945,160 hits

Join 4,116 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

เลขาฯ สมช. รอ ผบ.ตร. แจงปมชายชาวจีนครอบครองอาวุธสงคราม ปัดตอบมั่นคงหละหลวม
ราเชน จบดราม่าย้ายตำแหน่ง เชื่อไร้ปม หลาน รมต. เกี่ยวข้อง-น้อมรับมติบอร์ดบริหาร
นายกฯนำทีมลงภูเก็ต สั่งปราบกุ๊ย ล้างแก๊งมาเฟียรุกหาด
รัฐบาลเฝ้าระวัง ไวรัสฮันตา ใกล้ชิด ย้ำไทยยังไม่พบการระบาด พร้อมเพิ่มมาตรการคัดกรองต่อเนื่อง
ปลัดมท. ปฏิเสธตอบ ปมคำสั่งย้าย นฤชา-ไชยวัฒน์
รมว.สธ.แจงวุฒิสภา ไม่มีนโยบายกัญชาเสรี พบขาย-เสพผิดกฎหมาย จับได้ทันที
เปิดตัวผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. 16 พ.ค. นี้ อภิสิทธิ์ นำทัพ ปชป. ปฐมนิเทศผู้สมัคร สก.
‘แม็คโคร–โลตัส’ ผนึกกำลังภาครัฐ เดินหน้าบริหารจัดการขยะส่งเสริมทะเลไทยยั่งยืน
อนุทิน บินด่วนระนอง ตรวจโกดังสินค้าหนีภาษี 50 ล้าน ลั่นไม่มีผู้ใหญ่สูงกว่าคลียร์ได้
แฟนๆแห่ยินดี! บี มาติกา ประกาศดี กำลังตั้งครรภ์ลูกคนที่ 3

Recent Posts

  • สหรัฐฯผวา พบผู้โดยสารอเมริกันติดเชื้อไวรัสฮันตา หลังอพยพลงมาจากเรือสำราญ MV Hondius
  • ราคาน้ำมันโลกพุ่งแรง หลังสหรัฐฯ-อิหร่านเจรจาสันติภาพล่มอีก
  • ภารกิจอพยพผู้โดยสารลงจากเรือไวรัสฮันตาใกล้แล้วเสร็จ WHO จับตาใกล้ชิดหวั่นแพร่ข้ามประเทศ
  • ทรัมป์-สี จิ้นผิง เตรียมหารือใหญ่ ประเด็นอิหร่าน นิวเคลียร์ การค้า และ AI หวังลดตึงเครียด 2 ชาติ
  • รมว.กลาโหมลัตเวีย ลาออกหลังโดรนยูเครนตกใส่แท็งก์น้ำมัน

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar

Loading Comments...

    %d