Waterandothers ชุดว่ายนํ้าคลาสสิกแต่ไม่วินเทจ กระแสแรง สาวๆต้องมีที่ Absolute Siam Store #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/601038

Waterandothers ชุดว่ายนํ้าคลาสสิกแต่ไม่วินเทจ  กระแสแรง สาวๆต้องมีที่ Absolute Siam Store

Waterandothers ชุดว่ายนํ้าคลาสสิกแต่ไม่วินเทจ กระแสแรง สาวๆต้องมีที่ Absolute Siam Store

วันศุกร์ ที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

อทิตยา ประเสริฐสังข์, ปัทมา บัวแก้ว และ รัตนเทพ แป้นกระโทก

โด่งดังในโลกโซเชียล ด้วยคอนเซ็ปต์ของชุดว่ายน้ำสุดชิคมีสไตล์ไม่ซ้ำใครของ Waterandothersที่เกิดจากความชอบและความพร้อมที่บรรจบลงตัวของ 3 เพื่อนซี้ ส้มโอ-อทิตยา ประเสริฐสังข์, ปุ๋ย-ปัทมา บัวแก้ว และ เป๊ก-รัตนเทพแป้นกระโทก กับซิกเนเจอร์ที่เน้นเรื่องของความเป็น feminine มีความเป็นผู้หญิงสูง colourful สีสันสดใส และ functionable ใช้ประโยชน์ได้มีแพทเทิร์นที่คลาสสิก สามารถใส่ได้นานไม่เอาท์ เรียกได้ว่ามีติดตู้เสื้อผ้าไว้ถือเป็น classic piece หยิบมาใส่เมื่อไหร่ก็ร่วมสมัยอยู่เสมอ สามารถหาได้ที่ Absolute Siam Store ชั้น 1 สยามเซ็นเตอร์ เมืองแห่งไอเดียที่ล้ำเทรนด์

เจ้าของแบรนด์ ส้มโอ-ปุ๋ย และ เป๊ก เล่าว่า Waterandothers ไม่ใช่แบรนด์แรกที่ทำ ก่อนหน้านี้เคยทำแบรนด์มาก่อนร่วมกับเพื่อนอีกหลายคน แต่เกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นทำให้ทั้งสามคนตัดสินใจแยกตัวออกมาเปิดแบรนด์เป็นของตัวเอง หัวหอกสำคัญคือ ส้มโอ ที่ชอบว่ายน้ำเดินชายหาด แต่หาชุดถูกใจไม่ค่อยได้จึงอยากทำของตัวเองประกอบกับสบช่องทางการตลาดที่ยังไม่มีแบรนด์ชุดว่ายน้ำมากนัก จึงชวนเพื่อนอีกสองคนมาทำ เป๊กจะถนัดในเรื่องแฟชั่นเพราะเป็นสไตลิสต์ ส่วนปุ๋ยจะเข้ามาเติมเต็มเรื่องการบริหารจัดการบัญชีการเงิน

Waterandothers เป็นแบรนด์ชุดว่ายน้ำและไลฟ์สไตล์ที่แตกไลน์บีชแวร์ออกมาด้วยเพื่อให้ตลาดกว้างขึ้น เป็นแบรนด์สำหรับผู้หญิงทุกคนที่รู้ว่าตัวเองชอบอะไร จะเซ็กซี่ ฮิปสเตอร์หญิงหวาน แนวไหนก็มาได้หมด เพราะคอนเซ็ปต์หลักของเราคือ feminine, colourful และ functionable

ดีไซน์ชุดจะมีคาแร็กเตอร์ base on classic timeline ถึงจะเป็นแบบเดียวกันแต่ภาพสะท้อนของคนที่ใส่จะออกมาไม่เหมือนกัน จะดูเปลี่ยนไปตามคาแร็กเตอร์ของคนใส่ กลายเป็นคาแร็กเตอร์ใหม่ แม้ว่าจะเป็นรุ่นเดียวกันสีเดียวกันก็ตาม เราออกแบบให้ดูคลาสสิกแต่ไม่วินเทจ เป็น timeless pieces คลาสสิกไอเท็ม ที่สำคัญใส่ว่ายน้ำได้จริง ทำกิจกรรมทางน้ำได้หมดไม่ใช่แค่ชุดที่ใส่ถ่ายรูปสวยๆ เท่านั้น ในหนึ่งปีแบรนด์จะออก 4 คอลเลคชั่นแต่ละคอลเลคชั่นจะมีลูกเล่นบนพื้นฐานความเป็นคลาสสิก จะเล่นสีหรือลายปริ้นท์ แต่ถ้าอยากมีลายปริ้นท์ ดีไซน์ชุดก็จะเรียบหน่อย หรือชุดมีลีลาก็จะใช้สีเรียบแทน มีความผสมผสานกันไป ดีไซน์ของเราจะไม่ตามเทรนด์แฟชั่นไม่ตามใครเอาความชอบของตัวเองใส่ลงไปแทน

“ประสบการณ์ในการทำแบรนด์แรกถือเป็นบทเรียนสำคัญมาก ทำให้เรียนรู้เป็นประสบการณ์ชีวิต ไม่เสียใจกับสิ่งที่เกิด ไม่เสียดายด้วย กลับทำให้เราแข็งแกร่งขึ้นด้วยซ้ำพอมาทำแบรนด์ของตัวเองจึงมั่นใจกว่าเดิม พร้อมและสนุกกว่าเดิมรู้ว่าจะแก้ปัญหายังไง รู้ว่าต้องทำยังไงแบรนด์ถึงอยู่ได้นาน นั่นคือความไม่แฟชั่นจ๋ามากไม่หวือหวามาก แบรนด์เราโตขึ้น กลุ่มลูกค้าก็โตขึ้นเช่นกัน แบรนด์เก่าเน้นความเป็นแฟชั่นแต่แบรนด์ใหม่เราเน้นความอยู่นานเป็น timelessชุดว่ายน้ำของแบรนด์อื่นจะเป็น want เห็นแล้วชอบอยากได้ใส่ฉาบฉวย แต่ของแบรนด์เราจะเป็น need ที่คุณจะขาดไม่ได้เลยที่สำคัญชุดเราใส่สวยและใช้ประโยชน์ได้จริง ลูกค้าไม่ได้ซื้อแล้วแค่อยากใส่ถ่ายรูปโชว์สวยๆ แต่เขารู้ว่าชอบอะไรและต้องการอะไรจากชุดของเรา ใส่แล้วมั่นใจ ซึ่งจุดนี้เรามองว่ามาถูกทางแล้ว ชุดของเราต่อให้ซื้อไว้สิบปีหยิบออกมาใส่ก็ยังสวยอยู่ ยั่งยืน ซื้อแล้วหยิบมาใส่ได้เรื่อยๆ ไม่มีเอาท์ คุ้มค่า ซึ่งทุกครั้งที่จะไปทะเล เราอยากให้เขาคิดถึงเรา”

สิ่งที่เจ้าของแบรนด์ทั้งสามอยากฝากไว้ก็คือ ลูกค้ามาซื้อชุดว่ายน้ำที่เราถึงจะใส่ไม่ได้ทุกรุ่น แต่เรามีรุ่นแนะนำให้ทุกรูปร่างแน่นอน เพราะสิ่งที่พวกเรายึดถือกันมาตลอดคือความห่วงใยซึ่งไม่เพียงแต่ห่วงใยในตัวเพื่อนด้วยกันเท่านั้น แต่เราส่งต่อความห่วงใยไปถึงลูกค้าด้วย ซึ่งเราเชื่อว่าลูกค้ารู้สึกได้และรับได้ถึงพลังส่งต่อนี้ ทำให้ทุกคนมีความสุข

สำหรับใครที่มองหาชุดว่ายน้ำ timeless pieces คลาสสิกไอเท็มที่ต้องมีติดตู้ต้องไม่พลาด Waterandothers ในร้าน Absolute Siam Store ชั้น 1 สยามเซ็นเตอร์หรือ FB : absolutesiamstore หรือช็อปเพลินๆ เพียงปลายนิ้วสัมผัสได้ที่ OneSiam Ultimate Chat & Shop : https://onesiam.one-viz.com หรือ Line @ONESIAM คลิกเมนู OneSiamUltimate Chat & Shop

ผู้ชนะจากโครงการ Live Anywhere ของ Airbnb เตรียมปักหมุดใช้ชีวิตสไตล์ Digital Nomad ในไทย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/600973

ผู้ชนะจากโครงการ Live Anywhere ของ Airbnb  เตรียมปักหมุดใช้ชีวิตสไตล์ Digital Nomad ในไทย

ผู้ชนะจากโครงการ Live Anywhere ของ Airbnb เตรียมปักหมุดใช้ชีวิตสไตล์ Digital Nomad ในไทย

วันศุกร์ ที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

เฮนดริก เทย์ และเพื่อนๆ

Airbnb ได้จัดโครงการระดับโลกLive Anywhere on Airbnbเพื่อเปิดโอกาสให้คนที่หลงรักการเดินทางได้สัมผัสประสบการณ์ใหม่ด้วยการไปใช้ชีวิตที่ประเทศไหนก็ได้ตามใจชอบ ซึ่งมีผู้สมัครกว่า314,000 คนจากทั่วโลก โดยล่าสุดได้ประกาศผลผู้ที่ได้รับการคัดเลือกจำนวน 12 ท่าน และหนึ่งในนั้น คือเฮนดริก เทย์ ผู้ร่วมก่อตั้งชุมชนนักเดินทางยอดนิยมที่ชื่อว่า The TravelIntern จากประเทศสิงคโปร์

เฮนดริกและเพื่อนอีก 3 คน คือ เชอรี่ ซิม ผู้ร่วมก่อตั้ง The Travel Intern, คลาเรนซ์ เบห์ และ คิมเบอร์ลี ไลกำลังเตรียมตัวออกเดินทางไปทั่วทวีปเอเชียและยุโรปเป็นระยะเวลา12 เดือน ภายใต้โครงการของAirbnb เพื่อไปเปิดประสบการณ์สถานที่ต่างๆ และลองใช้ชีวิตแบบ Digital Nomad เพื่อที่จะทำให้เห็นถึงประโยชน์ของการทำงานจากที่ไหนก็ได้ทั่วโลกรวมถึงประเทศไทย โดยพวกเขาตั้งเป้าอยากจะไปเยือนเชียงใหม่, ปาย, สมุย และภูเก็ต

วิถีชีวิตแบบโนแมด หรือการทำงานผ่านออนไลน์จากที่ไหนก็ได้ทั่วโลก คือสิ่งที่ เฮนดริก ใฝ่ฝันมานาน ซึ่งตัวเขาเองมีความสุขจากการมีอาชีพอิสระ เป็นครีเอทีฟให้กับโปรเจกท์ต่างๆ และทำคอนเทนต์ทางการตลาด เฮนดริก เล่าว่าเขาเคยมาใช้ชีวิตโนแมดที่ประเทศไทยเป็นเวลา 3 เดือนก่อนหน้านี้“ผมชอบไลฟ์สไตล์การทำงานแบบนี้มาก เมืองไทยยังมีสถานที่ที่สวยงาม สามารถเดินทางท่องเที่ยวได้ง่ายรวมถึงการเป็นฮับของการเดินทางเชื่อมต่อไปยังทั่วโลกและยังมีโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ที่ดีเหมาะกับคนที่กำลังต้องการจะมาพักอาศัยแบบระยะยาว เรื่องความแตกต่างของเวลาก็ไม่มีปัญหาให้ต้องกังวลแต่อย่างใดเพราะสามารถคอนเนคติดต่อสื่อสารกับลูกค้าได้ไม่ต่างกับการอยู่ที่สิงคโปร์เลย”

นอกจากนี้ พวกเขายังวางแผนที่จะออกไปท่องเที่ยวสำรวจสถานที่ที่ยังไม่ค่อยมีคนรู้จักให้มากขึ้น“คนสิงคโปร์คุ้นเคยกับการเดินทางมาเที่ยวยังที่เดิมๆ ไม่กี่แห่งในประเทศไทย เราเชื่อว่ายังมีสถานที่ที่สวยงามอีกมากมายที่รอให้พวกเราได้มีช่วงเวลาอันน่าประทับใจ”

เฮนดริกและผู้ชนะอีก 11 คนจากโครงการ Live Anywhere on Airbnb จะไปใช้ชีวิตและทำงานจากที่ไหนก็ได้และพร้อมจะนำเสนออนาคตของ flexible living โดยตลอดระยะเวลาหนึ่งปีพวกเขาจะแชร์อินไซด์ในเรื่องของการพักแบบระยะยาวและฟีดแบ๊กของการให้บริการและอินโนเวชั่นต่างๆ บนแพลตฟอร์มAirbnb และถ้าหากคุณเป็นอีกคนหนึ่งที่ต้องการพักที่ใดสักแห่งในระยะยาวสามารถเช็คที่พักที่น่าสนใจในประเทศไทย ได้ที่ http://www.airbnb.com/rediscoverthailandAo Yon Beach Sea View (ภูเก็ต)Ao Yon Beach Sea View (ภูเก็ต)Garden Villa in The City @ Nimman (เชียงใหม่)Garden Villa in The City @ Nimman (เชียงใหม่)Amazing Sea View Private Pool Villa (สมุย)Amazing Sea View Private Pool Villa (สมุย)

สุดยอดขนมไหว้พระจันทร์จาก 10 โรงแรมหรู เสิร์ฟความอร่อย เสริมสิริมงคลถึงบ้าน พร้อมสั่งในที่เดียว #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/600976

สุดยอดขนมไหว้พระจันทร์จาก 10 โรงแรมหรู  เสิร์ฟความอร่อย เสริมสิริมงคลถึงบ้าน พร้อมสั่งในที่เดียว

สุดยอดขนมไหว้พระจันทร์จาก 10 โรงแรมหรู เสิร์ฟความอร่อย เสริมสิริมงคลถึงบ้าน พร้อมสั่งในที่เดียว

วันศุกร์ ที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

“เทศกาลไหว้พระจันทร์”หนึ่งในวัฒนธรรมที่สำคัญของชาวจีนที่ปฏิบัติสืบทอดกันมานับพันปีซึ่งปีนี้ตรงกับวันที่ 21 กันยายน 2564 ศูนย์การค้าสยามพารากอน ศูนย์กลางการช้อปปิ้งระดับโลก ร่วมสืบสานวัฒนธรรมอันดีงาม รวบรวมสุดยอดขนมไหว้พระจันทร์จากโรงแรมหรูระดับเวิลด์คลาสทั่วกรุงเทพฯ เพื่อเสิร์ฟความอร่อยเสริมสิริมงคลถึงบ้าน ด้วยบริการผ่านไลน์ @ONESIAM : ULTIMATECHAT & SHOP พร้อมแจกโค้ดส่วนลด 400 บาท เพียงพิมพ์โค้ดMOONCK400 เมื่อซื้อครบ 4,000 บาท และ ลด 150 บาท พิมพ์โค้ด MOONCK150 เมื่อซื้อครบ 2,000 บาท (สิทธิ์มีจำนวนจำกัด) ตั้งแต่วันนี้ถึง 21 กันยายน นี้ ช้อปง่ายๆ แค่คลิก https://onesiam.one-viz.com/category/mooncake-festival/da3e241f-1ece-4b14-bb41-bb2bfbaf5579 หรือติดตามรายละเอียดได้ที่ Facebook : ONESIAM

เหล่าโรงแรมชั้นนำต่างภูมิใจนำเสนอขนมไหว้พระจันทร์หลากรสชาติบรรจุในกล่องสวยหรู พร้อมรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ เริ่มที่ โรงแรม แกรนด์ไฮแอท เอราวัณ กรุงเทพฯ ขนมไหว้พระจันทร์สูตรพิเศษ ที่บรรจุมาในกล่องของขวัญที่ผสมผสานความทันสมัยแต่เรียบง่ายและสง่างาม มาพร้อมกับขนมไหว้พระจันทร์ 4 รสชาติสุดคลาสสิกไม่ว่าจะเป็นไส้ใบเตยมะพร้าว, ไส้ 8 เซียน,ไส้คลาสสิกอย่าง ทุเรียนไข่แดง, และไส้คัสตาร์ดที่หอมหวานลงตัว 4 ชิ้นราคา 888 บาท 8 ชิ้น ราคา 1,588 บาท

โรงแรมคิมป์ตัน มาลัย กรุงเทพฯ ครั้งแรกกับเทศกาลไหว้พระจันทร์ประจำปี 2564 เตรียมมอบดวงจันทร์ที่มาพร้อมแสงส่องสว่างและดีไซน์สุดล้ำบรรจุด้วยขนมไหว้พระจันทร์ 4 ชิ้น ในหลากหลายรสชาติ ทุเรียนไข่เค็ม, ชาไทย, โหงวยิ้งและคาปูชิโน่วอลนัท โดยความพิเศษในปีนี้ คือกล่องของขวัญที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากโคมไฟรูปพระจันทร์ข้างในสามารถดัดแปลงให้กลายเป็นถาดเสิร์ฟเรืองแสงอันโดดเด่นและด้วยดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์คุณยังสามารถนำมาใช้เป็นของประดับตกแต่งบ้าน

โรงแรมแชงกรี-ลา กรุงเทพฯ ไหว้พระจันทร์ในตำนานในแบบฉบับแชงกรี-ลา ประกอบไปด้วยไส้โหงวยิ้ง ไส้ทุเรียน ไส้เม็ดบัวไส้ถั่วแดง พร้อมไข่เค็มเดี่ยวขนาดปกติอีกทั้งไส้ครีมล้วนขนาดเล็ก และไส้ครีมรังนกเปลือกหิมะขนาดเล็ก ขนมไหว้พระจันทร์ที่นำไปอบจนผิวขนมเป็นสีน้ำตาลทองน่ารับประทานบรรจุในกล่องสุดหรูขนาดสองชิ้น 4 ชิ้น,6 ชิ้น, และ 8 ชิ้น

ที่นำเสนอเรื่องราวของนกฟีนิกซ์อันเป็นสัญลักษณ์แห่งความแข็งแกร่งและการฟื้นตัวจากความยากลำบาก จำหน่ายในราคาเริ่มต้นที่กล่องละ398-2,198 บาท

โรงแรมแบงค็อก แมริออท มาร์คีส์ ควีนส์ปาร์ค นำเสนอขนมไหว้พระจันทร์สูตรดั้งเดิม(ราคาเริ่มต้นกล่องละ 988 บาท) และแบบชิ้นเดี่ยว (ราคาเริ่มต้นชิ้นละ 188 บาท)มีทั้งหมด 4 รสชาติ ประกอบไปด้วย ไส้เม็ดบัวและแมคคาเดเมีย ไส้หมูแผ่นปรุงรสและสารพัดถั่ว ไส้เม็ดบัวและเมล็ดแตงโมกับไข่แดง และไส้ทุเรียนจันทบุรีกับเม็ดบัวและไข่แดง สำหรับสูตรซิกเนเจอร์ จำหน่ายเป็นกล่อง 6 ชิ้น (ราคาเริ่มต้นกล่องละ888 บาท) มีให้เลือก 2 รสชาติ ได้แก่ ไส้คัสตาร์ดวานิลลากับไข่แดง และไส้ช็อกโกแลตมอลต์ โรเช่ร์

โรงแรมบันยันทรี กรุงเทพฯ ขนมไหว้พระจันทร์แบบโฮมเมด ที่เลือกใช้แต่วัตถุดิบที่สด สะอาดอีกทั้ง ยังทำใหม่ทุกวัน พร้อมให้คุณได้ลิ้มลองสุดยอดความอร่อยไปกับไส้ต่างๆ อาทิ ไส้ที่ขายดีที่สุดอย่างทุเรียน เม็ดบัว โหงวยิ้ง พุทราผสมวอลนัท และคัสตาร์ด โดยบรรจุในแพ็กเกจที่หรูหรา สวยงาม ในราคาชิ้นละ 208 บาท แบบกล่อง 2 ชิ้น ราคากล่องละ 588 บาท แบบกล่อง 4 ชิ้น ราคากล่องละ 988 บาท

โรงแรม ดิ โอกุระ เพรสทีจกรุงเทพฯ ขนมไหว้พระจันทร์สูตรพิเศษที่ได้แรงบันดาลใจมาจาก 4 ฤดูกาลของประเทศญี่ปุ่น ได้แก่ ไส้ซากุระ ที่มีส่วนผสมของดอกซากุระ ให้กลิ่นที่หอม หวาน ชวนให้นึกถึงเทศกาลดอกซากุระบานในฤดูใบไม้ผลิไส้ลาเวนเดอร์ ที่ผสมผสานกลิ่นดอกลาเวนเดอร์ ให้ความรู้สึกถึงทุ่งดอกลาเวนเดอร์ในช่วงฤดูร้อนที่ฮอกไกโด ไส้ส้มแมนดาริน รสชาติหวานอมเปรี้ยว ชวนให้นึกถึงบรรยากาศอันแสนโรแมนติกช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสีในประเทศญี่ปุ่น ส่วนไส้มันม่วงญี่ปุ่นไข่เดี่ยวนั้น เป็นตัวแทนของฤดูหนาว ที่คนญี่ปุ่นมักจะกินมันม่วงเป็นอาหารว่างในช่วงฤดูหนาว ทั้ง 4 รสชาติจะถูกบรรจุรสชาติละ 2 ชิ้นลงในกล่องไม้สนอย่างดีและห่อด้วยผ้าฟูโรชิกิพิมพ์ลายดีไซน์พิเศษที่สามารถนำกลับมาใช้ได้ใหม่ นอกจากนี้ ยังมีขนมไหว้พระจันทร์สูตรต้นตำรับไส้คัสตาร์ดยอดนิยม และไส้ทุเรียนไข่เดี่ยวที่ จดลงในกล่องไม้สนอย่างดี8 ชิ้น ราคากล่องละ 1,288 บาท

โรงแรม ดิ แอทธินี โฮเทลเชฟเชง กัม ซิง เชฟใหญ่ซึ่งเป็นตำนานห้องอาหาร เดอะ ซิล์ค โร้ดได้คิดค้นสูตรรสชาติขนมไหว้พระจันทร์อย่างพิถีพิถัน รสชาติขนมไหว้พระจันทร์ ถั่วแดงและขิงแดง (เดอะซิลค์โร้ด ซิกเนเจอร์), ซีซอลเท็ดคาราเมล (เดอะ ซิลค์โร้ด ซิกเนเจอร์),ลูกบัวและไข่แดง, ริชคัสตาร์ด, โหงวยิ้งและไข่แดง, ทุเรียนจันทบุรีและไข่แดง,แมนดารินยูสุและแมคคาเดเมีย,รสชาติดั้งเดิม ราคา 238 บาทรสชาติซิกเนเจอร์ ราคา 288 บาท Athenee Hotel Signature Box ราคา 988 บาท (จำนวน 4 ชิ้น) ส่วน Bouquet Amor art box ราคา 1,688 บาท(จำนวน 4 ชิ้น) (กล่องArt Box Collection จาก ศิลปินชื่อดังArianna Caroli ชาวอิตาเลี่ยน)

โรงแรม เดอะ เซนต์ รีจิส กรุงเทพฯ พบกับขนมไหว้พระจันทร์ทั้ง 4 รสชาติ ไม่ว่าจะเป็นรสชาติยอดนิยมไส้ทุเรียน ไส้ลูกบัว ไส้โหงวยิ้งและไส้เต้าซาดำ หรือถั่วแดง โดยขนมไหว้พระจันทร์ทุกรสชาติสอดไส้ด้วยไข่แดงเค็ม ที่หมายถึงความสุขสว่างเหมือนพระจันทร์เต็มดวง ในปีนี้เดอะ เซนต์ รีจิส กรุงเทพฯ ได้จัดกล่องขนมไหว้พระจันทร์แบบแยกชิ้น ในกล่องสีทองและน้ำตาลลวดลายคลาสสิก ราคาชิ้นละ 198 บาท หรือ4 ชิ้น ราคา 690 บาท

โรงแรมอนันตรา สยาม กรุงเทพฯ เฉลิมฉลองเทศกาลพิเศษด้วยขนมไหว้พระจันทร์ยอดนิยม5 รสชาติ คือ ทุเรียนหมอนทองไข่เดี่ยวพุทราจีนไข่เดี่ยว ลูกบัวไข่เดี่ยว ชาเขียวถั่วดำ และคัสตาร์ด ผลิตจากวัตถุดิบคุณภาพชั้นเลิศ ในปีนี้มีกล่องให้เลือกถึง 2 ดีไซน์ เป็นกล่องสีแดงเบอร์กันดีสวยหรู พิมพ์ลวดลายดอกบัวสีทองพร้อมทั้งลวดลายนกกระเรียนคู่ ที่คนจีนถือว่าเป็นสัตว์มงคลทำให้เกิดโชคดีมีความเป็นอมตะ อายุยืน บรรจุ4 ชิ้น ราคากล่องละ 1,088 บาทและ 1,588 บาท

โรงเเรมอินเตอร์คอนติเนนตัล กรุงเทพฯ ขนมไหว้พระจันทร์สูตรต้นตำรับจากห้องอาหารซัมเมอร์ พาเลซ ที่คัดสรรเฉพาะวัตถุดิบชั้นเยี่ยม บรรจงปรุงอย่างพิถีพิถัน อบสดใหม่จากเตาทุกวัน ให้รสชาติที่กลมกล่อมด้วยเนื้อสัมผัสที่ละมุนลิ้น มีให้เลือก 4 รสชาติ (คัสตาร์ดไข่เดี่ยว พุทราจีนไข่เดี่ยว เม็ดบัวไข่เดี่ยว เเละทุเรียนไข่เดี่ยว) ราคาชิ้นละ 180 บาท ราคากล่อง 4 ชิ้นราคา 988 บาทและกล่อง 8 ชิ้น ราคา 1,388 บาท

กปน. จัดกิจกรรมออนไลน์ ‘วิถีใหม่แห่งการประหยัดน้ำกับฉลากประหยัดน้ำของการประปานครหลวง’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/600962

กปน. จัดกิจกรรมออนไลน์ ‘วิถีใหม่แห่งการประหยัดน้ำกับฉลากประหยัดน้ำของการประปานครหลวง’

กปน. จัดกิจกรรมออนไลน์ ‘วิถีใหม่แห่งการประหยัดน้ำกับฉลากประหยัดน้ำของการประปานครหลวง’

วันศุกร์ ที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมออนไลน์ “วิถีใหม่แห่งการประหยัดน้ำกับฉลากประหยัดน้ำของการประปานครหลวง” โดยมี นายนิสิตจันทร์สมวงศ์ ประธานกรรมการ กปน. นายนิทัศน์ มณีศิลาสันต์ กรรมการ กปน. นายวีรวัฒน์ ยมจินดากรรมการ กปน. และนายกวี อารีกุล ผู้ว่าการ กปน. ร่วมพิธีเปิดกิจกรรม เมื่อเร็วๆ นี้ ณ อาคารอเนกประสงค์การประปานครหลวง สำนักงานใหญ่

นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า กปน. เป็นหน่วยงานภายใต้ การกำกับดูแลของกระทรวงมหาดไทย มีภารกิจหลักในการผลิตน้ำประปาสะอาด ปลอดภัย ตามมาตรฐานองค์การอนามัยโลก (World Health Organization : WHO) ให้บริการประชาชนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร นนทบุรี และสมุทรปราการ เพื่อช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีให้พี่น้องประชาชนได้รับบริการน้ำประปา สะอาด ปลอดภัย อย่างทั่วถึงและเท่าเทียม เสริมความแข็งแกร่งให้เศรษฐกิจไทยนอกจากภารกิจหลักแล้ว กปน. ยังให้ความสำคัญกับการดูแลรักษาทรัพยากรน้ำที่มีอยู่อย่างจำกัด โดยการจัดกิจกรรมส่งเสริมการใช้อุปกรณ์ประหยัดน้ำที่ได้รับการรับรองฉลากประหยัดน้ำของการประปานครหลวงอย่างต่อเนื่อง โดยในปีนี้ได้จัดกิจกรรมออนไลน์ “วิถีใหม่แห่งการประหยัดน้ำกับฉลากประหยัดน้ำของการประปานครหลวง” เพื่อที่จะเป็นทางเลือกให้ประชาชนเลือกซื้ออุปกรณ์ประหยัดน้ำที่ได้รับการรับรองฉลากประหยัดน้ำจากการประปานครหลวง ซึ่งจะช่วยควบคุมการใช้น้ำในปริมาณที่เหมาะสม ลดการสูญเสียน้ำโดยไม่จำเป็นรวมทั้งสงวนต้นทุนน้ำไว้ใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับทุกภาคส่วน

นายนิสิต จันทร์สมวงศ์ ประธานกรรมการ กปน. กล่าวว่า การประปานครหลวงดำเนินกิจกรรมฉลากประหยัดน้ำเพื่อที่จะเป็นทางเลือกให้ประชาชนเลือกซื้อผลิตภัณฑ์และอุปกรณ์ประหยัดน้ำที่ได้รับการรับรองมาตรฐานฉลากประหยัดน้ำของการประปานครหลวง ซึ่งจะช่วยควบคุมการใช้น้ำในปริมาณที่เหมาะสม ลดการสูญเสียน้ำโดยไม่จำเป็น ช่วยลดอัตราการใช้น้ำ เฉลี่ย/คน/วัน(Per Capita) เพื่อให้ประชาชนทุกคนมีน้ำใช้อย่างเพียงพอและยั่งยืนตลอดไปตามนโยบายของกระทรวงมหาดไทยและรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย(นายนิพนธ์ บุญญามณี)

ด้าน นายกวี อารีกุล ผู้ว่าการ กปน. กล่าวว่า สำหรับกิจกรรมในวันนี้ กปน. ได้มีการเสวนาออนไลน์โดยได้รับความร่วมมือของพันธมิตรจากบริษัทผู้ผลิตอุปกรณ์ประหยัดน้ำที่ผ่านมาตรฐาน และได้รับการรับรองฉลากประหยัดน้ำของ กปน. รวมถึงโมเดิร์นเทรด (Modern Trade) และจัดนิทรรศการเสมือนจริง (Virtual Exhibition) ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการใช้อุปกรณ์ประหยัดน้ำที่ได้รับการรับรองฉลากประหยัดน้ำจากการประปานครหลวง ซึ่งอุปกรณ์ประหยัดน้ำที่มีฉลากประหยัดน้ำของการประปานครหลวงจะเพิ่มฟองอากาศให้น้ำที่ไหลออกมามีความหนา นุ่มไม่แตกต่างจากก๊อกน้ำทั่วไป แต่ลดการใช้น้ำลง 1 ใน 3จากการใช้ก๊อกน้ำทั่วไป รวมถึงส่งเสริมการใช้น้ำอย่างรู้คุณค่า เพื่อให้ประชาชนร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยกันอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำ เพื่อให้เราทุกคนได้มีน้ำประปาสะอาด ปลอดภัย ใช้อย่างยั่งยืนสืบไปนิพนธ์ บุญญามณี รมช.มหาดไทยนิพนธ์ บุญญามณี รมช.มหาดไทยกวี อารีกุล ผู้ว่าการ กปน.กวี อารีกุล ผู้ว่าการ กปน.

คุณแหน : 10 กันยายน 2564 #SootinClaimon.Com 

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/601035

คุณแหน

คุณแหน : 10 กันยายน 2564

วันศุกร์ ที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ll สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานโล่และเครื่องหมายเชิดชูเกียรติ ศิลปิน แห่งชาติประจำปี พ.ศ.2563 จำนวน12 คน ณ วังสระปทุม..ลูกศิษย์ลูกหา เด็กเตรียมอุดม 50 ปี ที่แล้ว ดีใจที่ ศ.กำจรสุนพงษ์ศรี อาจารย์พิเศษหนุ่มหล่อ(สมัยนั้น)จากศิลปากร ได้รับเกียรติคุณในยามชรา สาขาจิตรกรรม..

ll เป็นที่ซาบซึ้งในพระกรุณาธิคุณของ สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณ วลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ที่ทรงมีต่อนักศึกษาแพทย์ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์..ทรงหมั่นไต่ถามทุกข์สุขด้วยความห่วงใย..ทรงได้พระราชทานทุนการศึกษาให้กับ นศ.แพทย์เรียนดี ฯลฯ..ทรงพระเจริญ..

ll วันที่ 9 เดือน 9 เป็นวันคล้ายวันเกิดของ ท่านผู้หญิง ดร.ทัศนีย์ บุณยคุปต์ (อยู่บ้านเลขที่ 9 เอกมัย)..ปีนี้ลูกศิษย์หลายรุ่น รวมเงินบริจาคให้“ชัยพัฒนา”ช่วยการแพทย์ต่อต้านโควิด-19..อาจารย์ใหญ่คนแรกของจิตรลดาปลื้มถึงอายุ 100 ปี เร็วๆ นี้..ปีนี้เพิ่ง 99 ขวบเต็ม..

ll นัดกันกินข้าว 2 ครอบครัว(บุญหลง-ศิรประภาศิริ)ตั้งแต่ Rocket เพิ่งคลอด จนบัดนี้หนุ่มน้อยพัฒนชาติ เข้า Prep School ธีรัส บุญหลงก็ยังไม่ได้กินข้าวกับ ภูมิ ศิรประภาศิริเพื่อนรักจิตรลดา..อาจรองานแต่งของลูกทั้ง 2 ฝ่าย..

ll เก่งหลายอย่าง อ.ประยูร เชี่ยววัฒนา ก่อตั้งสถาบันมาตรวิทยา..งานอดิเรกถ่ายรูประดับโปร..ข่าวสารบ้านเมืองก็ตามติดโดยเฉพาะพฤติกรรมนักการเมืองบ้านเรา..อาจารย์ต้องยกคำคมรัฐบุรุษอเมริกา BenjaminFranklin มาเหน็บ..“ผู้คนจำนวนมาก(นักการเมือง)..เสียชีวิตตั้งแต่อายุ 25 ปี..แต่ไม่นำไปฝัง..จนกระทั่งเขามีอายุ 75 ปี(ฮา)..

ll เพิ่งทำบุญฉลองอายุ 100 ปี(ชาตกาล)ให้คุณแม่ รำไพพรรณไพรีพ่ายฤทธิ์ ที่บ้านโคราช รศ.พรพิมลตันประวัติ ขอพักผ่อนที่บ้าน“เดอระกา”ริมลำน้ำลำตะคอง..ปิดตายบ้าน“จรัลสนิทวงศ์”สักระยะ อยู่ติดเพื่อนบ้านที่หลบภัยไปอยู่ดูไบนานแล้ว..ไม่กลับมา..

ll โรงเรียนเอกชนดีๆ ตอนนี้อยู่ยาก..พญ.ลลิตา ธีระสิริ ดีใจที่“พิณทิพย์”อนุบาลชั้นดีรับ“หลานย่า”เข้าเรียน..รุ่นต่อจาก“ลูกชาย”ที่โรงเรียนช่วยวางรากฐานการศึกษาชั้นดี..นอกจากเป็น“หมอ”แล้วยังเป็นคนดี..

ll ในฐานะที่ศรัทธา“เจ้าฟ้ามหิดล”พญ.กุสุมา เลิศทัศนีย์ นอกจากเลือกทำงานที่ รพ.แมคคอร์มิค ที่“หมอเจ้าฟ้า”ทรงทำงานหลังเสด็จกลับจากอเมริกา..เดือน“กันยายน”ของทุกปี“หมอกุ”ต้องจัดกิจกรรมดีๆ เพื่อระลึกถึง..บิดาแห่งการแพทย์สาธารณสุขไทย..ll

ภิญญ์สิรี

เอไอเอสสานต่อโครงการ ‘ฝากทิ้ง’ ชวนคนไทยทิ้ง E-Waste ฟรีกับไปรษณีย์ไทย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/600968

เอไอเอสสานต่อโครงการ ‘ฝากทิ้ง’ ชวนคนไทยทิ้ง E-Waste ฟรีกับไปรษณีย์ไทย

เอไอเอสสานต่อโครงการ ‘ฝากทิ้ง’ ชวนคนไทยทิ้ง E-Waste ฟรีกับไปรษณีย์ไทย

วันศุกร์ ที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

สายชล ทรัพย์มากอุดม

เอไอเอส โดย โครงการ “คนไทยไร้ E-Waste” ยังคงสานต่อภารกิจด้านการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนผ่านแคมเปญ “ฝากทิ้ง” ร่วมกับไปรษณีย์ไทย ที่ช่วยให้คนไทยทิ้งE-Waste ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ได้ง่ายๆ จากที่บ้านเพื่อความปลอดภัย ผ่านแนวคิด “เก็บตัวได้…แต่อย่าเก็บ E-Waste ฝากทิ้งฟรี! กับ พี่ไปรฯ และ AIS”

นางสายชล ทรัพย์มากอุดม หัวหน้าฝ่ายงานประชาสัมพันธ์ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน)หรือ เอไอเอส กล่าวว่า ปัญหาขยะอิเล็กทรอนิกส์ (E-Waste) เป็นปัญหาที่ส่งผลต่อ สิ่งแวดล้อมและสุขภาพ เพราะเป็นขยะอันตรายที่ไม่สามารถย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ หากนำไปทิ้งและกำจัดไม่ถูกวิธีก็จะปล่อยสารพิษที่เป็นอันตรายต่อตัวเราและสิ่งแวดล้อมได้ ที่ผ่านมาเอไอเอส และไปรษณีย์ไทย ได้ร่วมกันจัดการปัญหาขยะอิเล็กทรอนิกส์อย่างต่อเนื่องผ่านแคมเปญ “ฝากทิ้ง”ในโครงการ “คนไทยไร้ E-Waste” และล่าสุดจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ส่งผลให้หลายๆ คนต้องเก็บตัวอยู่ที่บ้านเพื่อความปลอดภัย จึงได้เกิดแนวคิด “เก็บตัวได้…แต่อย่าเก็บ E-Waste ฝากทิ้งฟรี! กับ พี่ไปรฯ และ AIS” ที่ต้องการให้คนไทยปลอดภัยทั้งจาก การแพร่ระบาดของโควิด-19 และอันตรายของขยะอิเล็กทรอนิกส์ ตลอดจนยังได้มีส่วนร่วมในการรักษ์โลก และดูแลสิ่งแวดล้อมได้ง่ายๆ จากที่บ้านอีกด้วย”

สำหรับวิธีการ “ฝากทิ้ง” ทำได้ง่ายๆ เพียง 2 ขั้นตอน 1.เตรียมE-Waste ทั้ง 5 ประเภท ได้แก่ โทรศัพท์มือถือและแท็บเลต, สายชาร์จ, หูฟัง,เพาเวอร์แบงก์ และแบตเตอรี่มือถือนำใส่กล่อง พร้อมเขียนหน้ากล่อง “ฝากทิ้งขยะอิเล็กทรอนิกส์” 2.“ฝากทิ้ง” กับพี่ไปรษณีย์ ที่มาส่งของที่หน้าบ้านได้ทันที โดยไม่มีค่าใช้จ่าย

ทุกๆ การ “ฝากทิ้ง” มั่นใจได้ว่า ไปรษณีย์ไทยจะนำE-Waste ส่งต่อให้ เอไอเอส เพื่อนำไป Recycle และกำจัดอย่างถูกวิธีตามมาตรฐานสากล สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง https://www.facebook.com/ais.sustainability

‘ณัฐวุฒิ สุริยเสนีย์’ ทายาทสุริยาหีบศพ กับงานจิตอาสาขนย้ายศพผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/600964

‘ณัฐวุฒิ สุริยเสนีย์’ ทายาทสุริยาหีบศพ กับงานจิตอาสาขนย้ายศพผู้เสียชีวิตจากโควิด-19

‘ณัฐวุฒิ สุริยเสนีย์’ ทายาทสุริยาหีบศพ กับงานจิตอาสาขนย้ายศพผู้เสียชีวิตจากโควิด-19

วันศุกร์ ที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

เพราะวิกฤตโควิด-19 ทำให้เซฟ-ณัฐวุฒิ สุริยเสนีย์ ทายาทสุริยา หีบศพ(บริษัท สุริยา 9 คอฟฟิน จำกัด) ต้องปรับตัวมาสานต่อธุรกิจของครอบครัว จัดจำหน่ายหีบศพทุกประเภท และดูแลจัดการพิธีงานศพแบบครบวงจร ขณะเดียวกันก็ผันตัวเองมาเป็นจิตอาสาช่วยบุคลากรทางแพทย์ในการให้บริการขนย้ายศพผู้เสียชีวิตด้วยโรค COVID-19

“ยอมรับว่า กลัว แต่ก็เป็นหน้าที่ที่สำคัญอย่างหนึ่งในการช่วยบุคลากรทางการแพทย์ ปกติเราจะให้บริการขายหีบศพ และก็มีเรื่อง Organize พิธีงานศพ ไม่ได้รับเคสผู้เสียชีวิตจากโรงพยาบาลไปทำพิธี แต่ด้วยจำนวนผู้เสียชีวิตมีมากขึ้น และบุคลการทางการแพทย์ก็ทำงานกันหนักมากครับ ทางพวกเราจึงเพิ่มบริการขนย้ายศพผู้เสียชีวิตจาก COVID-19 ตั้งแต่ช่วงการระบาดระลอกที่ 3 มีญาติและครอบครัวผู้เสียชีวิตติดต่อสอบถามเข้ามาเป็นจำนวนมาก ยิ่งจำนวนต่อวันนั้นก็มากจนน่าตกใจ จึงทำให้การทำงานเป็นไปอย่างยากลำบาก การผลิตโลงศพก็ต้องรีบเร่งผลิตมากขึ้นเป็นเท่าตัว นั่นหมายถึงพนักงานก็ต้องทำงานหนักมากขึ้นเพื่อผลิตโลงศพให้เพียงพอต่อความต้องการ รวมทั้งปัญหาการจัดการคิวในการเผาศพผู้เสียชีวิตด้วย แต่ละวัดก็จะคิวเต็มกันเสียส่วนใหญ่เพราะคิวการเผาศพที่ต้องทำอย่างระมัดระวังในทุกกระบวนการ ผมและทีมงานเองก็ต้องระมัดระวังในทุกขั้นตอนเช่นกันครับ

ตลอดการทำงานจะต้องสวมชุด PPE ป้องกันอย่างรัดกุม และยังมีอุปกรณ์อีกหลายอย่าง เช่น หน้ากาก N95 ถุงมือ Face Shield เมื่อเราไปถึงโรงพยาบาลก็จะต้องจัดการกับร่างผู้เสียชีวิต แพ็กศพอย่างแน่นหนา และเมื่อบรรจุลงโลงศพแล้วจะไม่สามารถเปิดออกมาได้ และนำส่งไปยังวัดเพื่อประกอบพิธีทางศาสนาภายใน
24 ชั่วโมง การทำหน้าที่นี้สำหรับผมกลัวทั้งโรคติดต่อและกลัวในสิ่งที่ต้องระมัดระวังมากมาย เพราะเป็นเรื่องละเอียดอ่อนที่สำคัญมากๆ หน้าที่ที่ผมทำอยู่นี้ เรียกว่าเป็นจิตอาสาในการช่วยเหลือภาระงานของบุคลากรทางการแพทย์ และยังเป็นการช่วยเหลือผู้ที่เดือดร้อน ทำหน้าที่แทนครอบครัวของผู้เสียชีวิตที่เขาต้องมีระยะห่างตรงนี้ครับ ผมและทีมงานทำด้วยความเต็มใจ เราพร้อมที่จะดูแลลูกค้าด้วยความเต็มใจ ในเมื่อมีคนหลายคนเดือดร้อนหากช่วยได้ก็ต้องช่วยกันไปครับ

ผมอยากขอเป็นกำลังใจให้ทุกคน โดยเฉพาะพี่ๆ หมอ พยาบาล ทีมบุคลากรทางการแพทย์ นักรบชุดขาว และทุกๆ หน่วยงานที่ยังคงลุยต่อสู้กับสถานการณ์
อันโหดร้ายนี้ ขอให้พวกเราผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปด้วยกันอย่างปลอดภัยและไม่มีการสูญเสียที่มากไปกว่านี้”

ปัจจุบัน บริษัท สุริยา 9 คอฟฟิน จำกัด(Suriya Coffin) ให้บริการและดูแลทั้งลูกค้าคนไทยและต่างชาติ ซึ่ง เซฟ-ณัฐวุฒิยอมรับว่า การเรียนเอกภาษาอังกฤษ ที่ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต สามารถทำให้การทำงานกับลูกค้าต่างชาติคล่องตัวมากขึ้น แม้จะยังไม่มีโอกาสทำงานด้านสายการบิน เพราะวิกฤตโควิด-19 ตามที่ตั้งใจ

“เหตุผลที่ตัดสินใจเลือกเรียนด้านภาษา เพราะต้องการนำไปกับการทำงาน และที่ตัดสินใจเลือกเรียนที่มหาวิทยาลัยรังสิต เพราะว่าที่นี่มีสาขาวิชาที่ต้องการ และสภาพแวดล้อมก็ถูกใจ บอกได้เลยว่าที่นี่ตอบโจทย์มาก แพลนที่วางไว้คือ เรียนจบอยากทำงานสายการบินครับ มุ่งมั่นถึงกับตอนเลือกเรียนวิชาโท ผมก็เลือกเรียนด้านการจัดการธุรกิจการบินของวิทยาลัยท่องเที่ยวและการบริการ บวกกับชอบเที่ยวด้วยครับ อยากไปเที่ยวหลายๆ ที่ ดังนั้น ภาษาก็ต้องใช้แน่นอนแต่จากสถานการณ์ตอนนี้ไม่ว่าแพลนของใคร ก็คงต้องปรับเปลี่ยนไป ผมจึงตัดสินใจช่วยงานที่บ้าน

สำหรับน้องๆ ที่ยังไม่รู้ว่าอยากจะทำอาชีพอะไร เรียนอะไร อยากให้ค่อยๆ ตัดสินใจครับ ลองทำสิ่งที่เราได้รับโอกาสมาก่อน และค่อยๆ ดูว่าเราสนุก เราเต็มที่
กับสิ่งเหล่านั้นได้มากน้อยแค่ไหน ท้ายที่สุดคนเราอาจจะต้องลองอะไรมากมายก่อนจะรู้จักตัวเองมากขึ้น ยิ่งปัจจุบันมีสาขาวิชามีคณะให้เลือกมากมาย ดังนั้น การได้ศึกษาข้อมูลและลองมุ่งมั่นไปทีละนิดละหน่อยก็จะนับเป็นโอกาสที่ดี อย่างเช่น ผมเลือกเรียนที่ ม.รังสิต แม้จะมุ่งมั่นรู้แล้วว่าตัวเองต้องการจะเรียนอะไร แต่สิ่งแปลกใหม่ที่ทำให้ผมได้เรียนรู้นั่นก็คือ สังคมใหม่ๆ เพื่อนๆ รุ่นพี่ รุ่นน้องและอาจารย์ ที่ตอกย้ำได้ว่าชีวิตนี้มันมีหลายมุมมอง ผมเองโชคดี ได้เรียนในสิ่งที่ชอบ และยังได้มีสังคมดีๆมี Connection ดีๆ ด้วย”

เชื่อมั่นในพลังธรรมชาติ เชื่อมั่นในเมอริจิ้น ผลิตภัณฑ์เพื่อความงามสารสกัดจากธรรมชาติ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/600972

เชื่อมั่นในพลังธรรมชาติ เชื่อมั่นในเมอริจิ้น  ผลิตภัณฑ์เพื่อความงามสารสกัดจากธรรมชาติ

เชื่อมั่นในพลังธรรมชาติ เชื่อมั่นในเมอริจิ้น ผลิตภัณฑ์เพื่อความงามสารสกัดจากธรรมชาติ

วันศุกร์ ที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

แบรนด์ Merigin (เมอริจี้) เล็งเห็นถึงความยิ่งใหญ่ในพลังธรรมชาติ และเชื่อมั่นว่าธรรมชาติคือแหล่งกำเนิดของชีวิต คือขุมทรัพย์และสิ่งล้ำค่าสำหรับมนุษย์ทุกคน ด้วยความเชื่อดังกล่าว แบรนด์ Merigin จึงได้ทำการศึกษาค้นคว้าอย่างต่อเนื่อง พิถีพิถันในทุกขั้นตอนเพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีสารสกัดจากธรรมชาติอันทรงพลังที่มาพร้อมกับการฟื้นฟูพร้อมบำรุง บางเบาทุกการสัมผัสและกลิ่นหอมละมุนจากสมุนไพร

แบรนด์ Merigin นำเสนอผลิตภัณฑ์จากสารสกัดจากธรรมชาติที่ดีที่สุด ประกอบด้วย Merigin Hair Tonic ผลิตภัณฑ์บำรุงเส้นผมและหนังศีรษะที่มาพร้อมกับความหอมละมุนกระตุ้นความรู้สึกสดชื่นได้อย่างดี, Merigin Velvety Soapและ Merigin Cleansing Soap Hand and Body สบู่สองสูตรที่ทำความสะอาดได้อย่างล้ำลึกผสานไปกับการบำรุงผิวและผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุดที่ได้รับการตอบรับอย่างดีมาก Merigin Essence Fresh Serum เซรั่มที่จะมาปิดสวิตช์แห่งริ้วรอยของคุณ และพิเศษสุดกับ Merigin Weekend Possible Price ที่ให้คุณพบกับราคาสุดพิเศษของ Merigin Essence Fresh Serum เซรั่มที่จะมาปิดสวิตช์ทุกริ้วรอย เพียง 999 บาทจากราคาเต็ม 3,000 บาท ตั้งแต่วันที่ 9-17 กันยายน 64 นี้ (เพียง9 วันเท่านั้น)

สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดของผลิตภัณฑ์และสั่งซื้อสินค้าได้ที่โทร.062-5426282Line : @Merigin และ Website :www.merigin.in.th

สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัยจัดประกวด โครงการศิลปินร่วมสมัย สู้ภัยโควิด ด้วยจิตสำนึก #3 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/601036

สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัยจัดประกวด โครงการศิลปินร่วมสมัย สู้ภัยโควิด ด้วยจิตสำนึก #3

สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัยจัดประกวด โครงการศิลปินร่วมสมัย สู้ภัยโควิด ด้วยจิตสำนึก #3

วันศุกร์ ที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ตามที่สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กระทรวงวัฒนธรรม ร่วมกับสมาคมภาพถ่ายแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้จัดการประกวดโครงการศิลปินร่วมสมัย สู้ภัยโควิด ด้วยจิตสำนึก #2 หัวข้อ “บันทึกคนไทย หัวใจไม่เคยท้อ” และได้รับความสนใจจากนิสิต นักศึกษา และประชาชนเป็นอย่างดี

ปัจจุบันสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ยังมีอยู่ต่อเนื่อง ล่าสุด ทางสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กระทรวงวัฒนธรรม ร่วมกับ สมาคมถ่ายภาพ
แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ขอเชิญประกวด “โครงการศิลปินร่วมสมัยสู้ภัยโควิด ด้วยจิตสำนึก #3” ในหัวข้อ “ร้อยพลังไทย สู้ภัยโควิด” เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้มีใจรักในการถ่ายภาพ ได้ร่วมถ่ายทอดความคิดและสะท้อนมุมมอง เพื่อร้อยเรียงเรื่องราวความร่วมมือทางด้านการสาธารณสุขของไทย ในการเอาชนะโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) อาทิ การบริหารจัดการ และการรับมือในเหตุการณ์ต่างๆ ของบุคลากรด่านหน้า การให้บริการฉีดวัคซีน ความร่วมมือในภาคประชาชน และในส่วนของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ฯลฯ

เพื่อรวบรวมเป็นบันทึกประวัติศาสตร์ และภาพความทรงจำของการต่อสู้อีกหนึ่งครั้งสำคัญของคนไทย โดยผลงานภาพถ่ายทั้งหมดที่สร้างสรรค์ขึ้นจะนำมาเผยแพร่สู่สาธารณชนผ่านสื่อโซเชียลมีเดีย สื่อออนไลน์ เว็บไซต์ และช่องทางอื่นๆ ที่เหมาะสม เพื่อประโยชน์ทางการศึกษาด้านศิลปะร่วมสมัย การประชาสัมพันธ์กิจกรรม และภารกิจที่เกี่ยวข้องของสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัยต่อไป

ทั้งนี้ ภาพถ่ายที่ได้รับคัดเลือกจากคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งประกอบด้วย นายวรนันทน์ ชัชวาลทิพากร ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (ศิลปะภาพถ่าย) พ.ศ.2552,ดร.วิมลลักษณ์ ชูชาติ ผู้อํานวยการสํานักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย, นายดาว วาสิกสิรินายกสมาคมถ่ายภาพแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์, นางเกษร กำเหนิดเพ็ชรผู้อํานวยการสํานักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย, นายวินิจ รังผึ้ง ผู้อำนวยการฝ่ายบริการการตลาด การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, นายตุลย์ หิรัญญลาวัลย์อุปนายกสมาคมถ่ายภาพแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์, นายวรรณพงษ์สุรโรจน์ประจักษ์ กรรมการบริหารสมาคมถ่ายภาพแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์,นายอดุล ตัณฑโกศัย กรรมการบริหารสมาคมถ่ายภาพแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์และ นางสาวสมลักษณ์ คล่องแคล่ว ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านส่งเสริมงานวิจิตรศิลป์ (ทัศนศิลป์)สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย จำนวน 100 ภาพ ผลงานจะได้รับเงินค่าตอบแทนการสร้างสรรค์ผลงานภาพละ 3,000 บาท พร้อมเกียรติบัตร เปิดรับภาพตั้งแต่วันนี้-19 กันยายน 2564

ผู้สนใจจะส่งภาพถ่ายเข้าประกวดจะต้องลงทะเบียนผ่านระบบเว็บไซต์ของสมาคมถ่ายภาพแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ที่http://www.rpst.or.th/covid-19-and-cooperation/ หรือสอบถามข้อมูลได้ที่02-2093755, 097-2500058

ททท. มอบรางวัล ‘สุดยอดนวัตกรรมสื่อการเรียนรู้การตลาดท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบ’ เสริมความยั่งยืนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยหลังวิกฤตโควิด-19 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/600961

ททท. มอบรางวัล 'สุดยอดนวัตกรรมสื่อการเรียนรู้การตลาดท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบ' เสริมความยั่งยืนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยหลังวิกฤตโควิด-19

ททท. มอบรางวัล ‘สุดยอดนวัตกรรมสื่อการเรียนรู้การตลาดท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบ’ เสริมความยั่งยืนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยหลังวิกฤตโควิด-19

วันพฤหัสบดี ที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2564, 14.24 น.

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยเดินหน้าสู่ความยั่งยืน สร้างหลักสูตรการตลาดท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบ (Responsible Tourism) พร้อมต่อยอดให้น่าสนใจและทันสมัยด้วยสื่อการเรียนรู้แบบใหม่ มุ่งยกระดับขีดความสามารถของบุคลากรในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย เพื่อมุ่งสู่การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (Sustainable Tourism)

9 กันยายน 2564 นายอภิชัย ฉัตรเฉลิมกิจ รองผู้ว่าการด้านดิจิทัล วิจัย และพัฒนาการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เป็นประธานในพิธีมอบรางวัล “สุดยอดนวัตกรรมสื่อการเรียนรู้การตลาดท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบ” ภายใต้โครงการนวัตกรรมการเรียนรู้ด้านการตลาดท่องเที่ยว ผ่านระบบออนไลน์ Live Streaming และเปิดเผยว่า โครงการประกวดนวัตกรรมการเรียนรู้ด้านการตลาดท่องเที่ยว หรือ Learning Innovation Contest ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี โดยมีทีมผู้สนใจสมัครเข้าร่วมโครงการกว่า 70 ทีม ผ่านกระบวนการคัดเลือก จำนวน 3 รอบ จนได้ 10 ทีมสุดท้ายที่ผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศ ร่วมพัฒนานวัตกรรมสื่อการเรียนรู้ให้เกิดขึ้นจริง เพื่อเฟ้นหา “สุดยอดนวัตกรรมสื่อการเรียนรู้การตลาดท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบ” ตลอดระยะเวลาโครงการกว่า 2 เดือน ทีมที่ผ่านเข้ารอบได้ร่วมกระบวนการพัฒนาศักยภาพและยกระดับขีดความสามารถอย่างเข้มข้น จากการเพิ่มทักษะและองค์ความรู้ ผ่านการอบรมออนไลน์กับวิทยากรผู้เชี่ยวชาญตามหลักสูตรของโครงการ ประกอบด้วย การท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบที่ยั่งยืน ร่วมคิดร่วมสร้างนวัตกรรมการท่องเที่ยวที่มีส่วนร่วมสร้างความยั่งยืน และเทคนิคการสื่อสารเพื่อความยั่งยืน ซึ่งผลจากความทุ่มเทและความตั้งใจของทุกทีมก็ทำให้ได้ผลงานนวัตกรรมสื่อการเรียนรู้ที่เป็นรูปธรรม โดยผลงานสื่อการเรียนรู้ในโครงการนี้ถือเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือสำคัญที่จะช่วยยกระดับขีดความสามารถของการท่องเที่ยวไทยบนพื้นฐานของการท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบและการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน

ทั้งนี้ ผลงานของทั้ง 10 ทีม ที่ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ ได้แก่ ผลงาน EAGLE.COM จากทีมสิงห์เหนือเสือใต้ แพลตฟอร์มออนไลน์ในรูปแบบ Weblog EAGLE.COM ผลงาน GREEN ISLAND 2030 จากทีม Hygienic Tourism Website ที่นำเสนอชุดเครื่องมือ Toolkit ระดมความคิดในการออกแบบการแก้ปัญหา ผลงาน Go in one จากทีม Powerpuffgirls แอปพลิเคชันที่ง่ายต่อการใช้งาน ผลงานตูนจะสอนก่อนหมดไป จากทีม Call we a winner นวัตกรรมสื่อการเรียนรู้ในรูปแบบของ Cartoon E-Book ผลงานนวัตกรรมด้านการตลาด #Hashtag for Responsibility จากทีม Ma-no นวัตกรรมด้านการตลาดผ่าน #hashtag บนแพลตฟอร์ม Social Media ผลงาน Tourist Response Ladder จากทีม RUTS : New Gen Innovation สื่อการเรียนรู้ในรูปแบบเกมบันไดงูออนไลน์ ผลงานใครจะรับผิดชอบ? The Series จากทีม FMSQUARE สื่อการเรียนรู้ในรูปแบบคลิปวิดีโอสั้น 3 ตอน ผลงานการท่องเที่ยวอย่างใส่ใจ จากทีม Mindfulness Journey แพลตฟอร์มห้องเรียนออนไลน์ Weblog ผลงาน La Learn เล่น จากทีม New Gen New Normal เกมออนไลน์ และวิดีโอตัวอย่างโปรโมทการท่องเที่ยวผ่านแอปพลิเคชัน Tik Tok และผลงาน TOURHYTHM Music Video จากทีม Work วิดีโอการเล่าเรื่องผ่านบทเพลงที่บอกเล่าเรื่องราวของการท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบ

สำหรับทีมที่คว้ารางวัลชนะเลิศ “สุดยอดนวัตกรรมสื่อการเรียนรู้การตลาดท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบ” และได้รับเงินรางวัลมูลค่า 100,000 บาท พร้อมโล่รางวัล ได้แก่ ทีม Hygienic Tourism ที่นำเสนอ Website และชุดเครื่องมือ Toolkit ที่ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยระดมความคิดในการแก้ปัญหา และกระตุ้นให้เกิดแนวคิดเรื่องความยั่งยืน รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 1 ได้แก่ ทีม WORK ได้รับเงินรางวัล 70,000 บาท พร้อมโล่รางวัล นำเสนอวิดีโอการเล่าเรื่องผ่านบทเพลง โดยมีภาพวาดประกอบ นับเป็นอีกหนึ่งสื่อการเรียนรู้ที่สร้างแรงบันดาลใจ และกระตุ้นให้เกิดความน่าติดตามได้อย่างดีเยี่ยม รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 2 ได้แก่ ทีม FMSQUARE ได้รับเงินรางวัล 50,000 บาท พร้อมโล่รางวัล นำเสนอแพลตฟอร์มสื่อการเรียนรู้ในรูปแบบคลิปวิดีโอสั้น 3 ตอน หลากหลายอารมณ์ ที่จะพาทุกท่านไปรู้จักกับการท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบ ด้วยประโยคที่คุ้นหูในยามที่มีปัญหาเกิดขึ้นว่า “ใครจะรับผิดชอบ?”

ผู้สนใจสามารถติดตามความเคลื่อนไหวของการท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบ และกิจกรรมต่าง ๆ ที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ทาง http://www.tatacademy.com และ Facebook page: TAT Academy

เรียบเรียงโดย -(016)