ไต้หวัน เปิดตัวงานแสดงสินค้า Food Taipei Mega Shows 2021 ผ่านรูปแบบออนไลน์ เพิ่มโอกาสทางธุรกิจ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/600958

ไต้หวัน เปิดตัวงานแสดงสินค้า Food Taipei Mega Shows 2021 ผ่านรูปแบบออนไลน์ เพิ่มโอกาสทางธุรกิจ

ไต้หวัน เปิดตัวงานแสดงสินค้า Food Taipei Mega Shows 2021 ผ่านรูปแบบออนไลน์ เพิ่มโอกาสทางธุรกิจ

วันพฤหัสบดี ที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2564, 14.13 น.

ไต้หวัน เปิดตัวงานแสดงสินค้าเมกะอีเวนท์ 5in 1ในงาน Food Taipei Mega Shows พร้อมนำโซลูชั่นออนไลน์แพลตฟอร์มเชื่อมต่อธุรกิจ สร้างโอกาสเวทีในการค้าขาย

สภาส่งเสริมการค้าและการส่งออกแห่งไต้หวัน ประจำประเทศไทย (TAITRA) ร่วมกับ สถาบันอาหาร (สอห.) และ บริษัท พีซีโฮม (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในกลุ่ม PChome Online Inc. ธุรกิจอีคอมเมิร์ซที่ใหญ่ที่สุดในไต้หวัน จัดงานสัมมนาออนไลน์ ในหัวข้อ “Taiwan Food : The Perfect Partner” (Food and Smart Agriculture Industries) วันพฤหัสบดีที่ 9 กันยายน 2564โดยมี คุณนิค เค.นิ ผู้อำนวยการกองเศรษฐกิจ สำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเปประจำประเทศไทย (TECO) และคุณอนงค์ ไพจิตรประภาภรณ์ ผู้อำนวยการสถาบันอาหารแห่งชาติ (NFI) ให้เกียรติเป็นประธานเปิดงาน

          การจัดสัมมนาออนไลน์ มีจุดประสงค์เพื่อประชาสัมพันธ์การจัดงาน Food Taipei Mega Shows 2021       โดยมีกำหนดจะจัดขึ้นในวันที่ 6-9 ตุลาคมนี้ ณ กรุงไทเป ไต้หวัน ซึ่งถือได้ว่าเป็นงานเมกะอีเวนท์ 5 in 1 ที่ประกอบด้วยงานสำคัญ คือ มหกรรมอาหารชั้นเลิศ(Food Taipei) เครื่องจักรสำหรับการแปรรูปอาหาร (Foodtech Taipei) เทคโนโลยีในอุตสาหกรรมอาหาร (Bio/Pharmatech Taiwan) บรรจุภัณฑ์ (Taipei Pack) และอุปกรณ์เครื่องใช้ในธุรกิจโรงแรม ร้านอาหาร และจัดเลี้ยง (Taiwan HORECA) นอกจากนี้ยังมีงานแสดงสินค้าเพื่อธุรกิจทางการเกษตร ที่น่าสนใจอีกมากมาย ซึ่งจะจัดขึ้นที่ไต้หวัน ในช่วงเดือนตุลาคม 2564 ไปจนถึง มีนาคม 2565 

          อย่างไรก็ตาม ด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้งานFood Taipei Mega Shows2021 ได้นำรูปแบบการจัดงานที่มีการผสมผสานระหว่างงานรูปแบบปกติและรูปแบบออนไลน์เข้าเอาไว้ด้วยกันเพื่อเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมจากทั่วโลกสามารถมาร่วมงานเมกะอีเวนท์นี้กันได้มากขึ้นพร้อมทั้งการแลกเปลี่ยนข้อมูลและจับคู่ธุรกิจซึ่งนับว่าเป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มอุตสาหกรรมอาหารที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียและคาดว่างานแสดงสินค้าFood Taipei Mega Shows นี้จะช่วยกระตุ้นให้เกิดนวัตกรรมและเปิดโอกาสทางธุรกิจมากขึ้น

คุณนิค เค.นิ ผู้อำนวยการกองเศรษฐกิจ สำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเปประจำประเทศไทย (TECO) กล่าวว่า งาน Food Taipei Mega Shows เป็นการจัดแสดงสินค้ากลุ่มอุตสาหกรรมอาหารครบวงจร ครอบคลุมส่วนต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำของอุตสาหกรรมอาหารรวมทั้งอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งช่วยอำนวยความสะดวกในการจัดซื้อแบบครบวงจรสำหรับผู้ซื้อทั่วโลก นอกจากพาวิลเลียนของไต้หวันแล้ว ยังมีพาวิลเลียนจาก 17 ประเทศ ซึ่งรวมถึงพาวิลเลียนของญี่ปุ่น ลาตินอเมริกา เบลเยี่ยม และอินโดนีเซีย งานนี้จะจัดขึ้นที่ศูนย์แสดงสินค้าไทเป หนานกัง ฮอลล์ 1 (TaiNEX1) และฮอลล์ 2 (TaiNEX2) อย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งคาดว่าปี2564จะมีจำนวนบูธจัดแสดงรวมกว่า 4,000 บูธ จากผู้เข้าร่วมแสดงสินค้ากว่า 1,000 รายจาก 32 ประเทศทั่วโลกร่วมงาน

ด้าน นางอนงค์ ไพจิตรประภาภรณ์ ผู้อำนวยการสถาบันอาหารแห่งชาติ (NFI)กล่าวว่า เป็นโอกาสอันดี สำหรับผู้ประกอบการ SMEs กลุ่มอุตสาหกรรมอาหารแปรูปของไทย ได้ศึกษาพฤติกรรมการบริโภค การเลือกซื้อ และความต้องการของผู้บริโภคคนไทยที่มีต่อสินค้าไต้หวัน นำไปสู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์ พัฒนากลยุทธ์ สร้างคุณค่าใหม่ให้เกิดขึ้น รวมถึงเป็นช่องทางสำคัญในการเชื่อมโยงในการเจรจาธุรกิจและสร้างโอกาสทางธุรกิจในตลาดไต้หวันต่อไป

ในงานสัมมนาออนไลน์ ได้รับเกียรติจาก 2 วิทยากรพิเศษ ได้แก่คุณเอกรัตน์ สัญญากรTrade Specialist สภาส่งเสริมการค้าและการส่งออกแห่งไต้หวัน ประจำประเทศไทย (TAITRA) นำเสนอกิจกรรมไฮไลท์ต่างๆ ในงานแสดงสินค้า รวมถึงเทคโนโลยีและผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับธุรกิจอาหารและการเกษตรที่น่าสนใจ และคุณชนนท์พัฒน์ พงศ์นัชชา ผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท พีซีโฮม (ประเทศไทย) จำกัด อัพเดทเทรนด์อาหารและสินค้าไต้หวัน เป็นที่นิยมและตอบโจทย์สำหรับกลุ่มตลาดผู้บริโภคคนไทย รวมถึงข้อมูลเกี่ยวกับการนำเข้า-ส่งออก สำหรับผู้ประกอบการ SMEsตลอดจนผู้กำลังที่มองหาหรือสนใจเป็นตัวกลางในการซื้อขาย หรือตัวแทนจำหน่ายในการนำเข้า-ส่งออกสินค้าคุณภาพระดับสากลจากไต้หวันเพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ

สำหรับงานFood Taipei Mega Shows 2021 จะเปิดให้ชมในรูปแบบออนไลน์ ตั้งแต่วันที่6 ตุลาคม – 5 พฤศจิกายน 2564 ท่านสนใจสามารถเข้าร่วมงาน ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.foodtaipei.com.tw

นอกจากนี้ ยังสามารถพบกับงานแสดงสินค้าเกี่ยวกับอาหาร ในงาน Taiwan Expo in Thailand 2021 ในวันพุธที่ 29 กันยายน – วันศุกร์ที่ 1 ตุลาคม 2564 กันได้ โดยมีสินค้าอาหารไต้หวันและสินค้าอื่นๆ ขนทัพมาจัดแสดงอย่างมากมายเช่นกันสามารถติดตามข้อมูลและลงทะเบียนเข้าร่วมงาน ได้ทางเพจเฟสบุ๊ค Taiwan Expo in Thailand หรือhttps://www.facebook.com/twexpointhai

โปรดคลิกลิงก์ต่อไปนี้เพื่อชมการสัมมนาออนไลน์: https://www.youtube.com/watch?v=tKsNZOg9uzc

เรียบเรียงโดย -(016)

ทำความเข้าใจว่าทำไมต้องส่งเสริมความเสมอภาคระหว่างเพศ? #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/600938

ทำความเข้าใจว่าทำไมต้องส่งเสริมความเสมอภาคระหว่างเพศ?

ทำความเข้าใจว่าทำไมต้องส่งเสริมความเสมอภาคระหว่างเพศ?

วันพฤหัสบดี ที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2564, 13.07 น.

คลิปสัมภาษณ์ผู้ที่มีชื่อเสียงในมุมมอง เรื่องสิทธิมนุษยชน โดยเฉพาะเรื่องความเสมอภาคระหว่างเพศ ความด้อยโอกาสของสตรีเมื่อเทียบกับบุรุษ เรื่องความรุนแรง รวมไปถึงการไม่ยอมรับความหลากหลายทางเพศ ยอมรับการเลือกที่จะแสดงออกอัตลักษณทางเพศที่แตกต่างจากเพศกำเนิด

เรื่องความเสมอภาคระหว่างเพศที่ เป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างอนาคตที่ยั่งยืน โดยการเสริมสร้างบทบาทของผู้หญิงและเด็กหญิงจะช่วยสนับสนุนการเติบโตและการพัฒนาทางเศรษฐกิจ แม้ในปัจจุบันจะมีเด็กผู้หญิงที่ได้รับการศึกษาเพิ่มขึ้น และมีจำนวนผู้หญิงในตลาดแรงงานมากขึ้น แต่ยังคงมีความไม่เสมอภาคระหว่างเพศในการเข้าถึงสิทธิแรงงานและค่าจ้าง นอกจากนี้ ความรุนแรงและการละเมิดทางเพศ รวมทั้งการทำงานบ้านและงานที่ไม่ได้รับค่าจ้าง และการเลือกปฏิบัติต่อเพศหญิง ยังคงเป็นอุปสรรคสำคัญในการบรรลุเป้าหมาย

เหตุที่ต้องมีการส่งเสริมความเสมอภาคระหว่างเพศเนื่องจาก การเข้าถึงและได้รับสิทธิ หน้าที่ รวมทั้งโอกาสที่เท่าเทียมของบุคคล ทั้งผู้หญิง ผู้ชาย และกลุ่มบุคคลผู้มีความหลากหลายทางเพศ

นอกจากนี้ ยังต้องคำนึงถึงความต้องการจำเพาะและโอกาสที่แตกต่างกันของแต่ละกลุ่มเพศด้วย รวมทั้งการขจัดอุปสรรคซึ่งเป็นผลมาจากเพศภาวะและความทับซ้อนด้วยเหตุและปัจจัยอื่น ๆ (intersectionality) เช่น ความพิการ ชนชั้น ชาติพันธุ์ เพื่อให้บุคคลเข้าถึงสิทธิ โอกาส และทรัพยากรในการพัฒนาอย่างเต็มศักยภาพ

ในมุมมองที่ทั้ง 4 ท่านร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนกันนำทีมโดยคุณ ต๊ะ พิภู พุ่มแก้วกล้า ที่รับหน้าที่เป็นพิธีกรในการสัมภาษณ์ คุณ ซินดี้ สิรินยา บิชอพ นางแบบ/นักแสดง มากความสามารถที่ได้รับการแต่งตั้งจาก UN women ให้เป็นทูตสันถวไมตรี (Goodwill Ambasssdor) ประจำภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก ปี 2020

คุณ จะเด็ด เชาว์วิไล ผู้อำนวยการมูลนิธิหญิงชายก้าวไกล

คุณ ผศ.ดร.จุฑามาศ รัตนวราภรณ์ ประธานหลักสูตรสหสาขาวิชาวิศวกรรมชีวเวช คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ

คุณ ตรีทิพย์นิภา ทิพย์ปาภา มิสทรานยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2019 ที่มาร่วมพูดคุยแบ่งปันทัศนคติความเข้าใจเกี่ยวกับการส่งเสริมความเสมอภาคระหว่างเพศให้เกิดขึ้นและพัฒนาสู่สังคมไทยให้น่าอยู่และยั่งยื่นไปด้วยกันกับพวกเขา

ติดตามทุกข่าวสารและรายลเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เว็บไซต์ : https://www.dwf.go.th/ เพื่อนครอบครัว : , http://www.xn--42ca5dfr6ac6azcd1c9c9f0e.com/ , Facebook : https://www.facebook.com/sorkor023068633 , Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCXtsy6w-fx3fkESr-C6UaAA , Instagram : https://instagram.com/pr.dwf123?utm_medium=copy_link

เรียบเรียงโดย -(016)

ลอรีอัล ปารีส สนับสนุนเวที Miss Universe Thailand ตอกย้ำความเชื่อมั่นในคุณค่าและพลังความสามารถของผู้หญิง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/600689

ลอรีอัล ปารีส สนับสนุนเวที Miss Universe Thailand  ตอกย้ำความเชื่อมั่นในคุณค่าและพลังความสามารถของผู้หญิง

ลอรีอัล ปารีส สนับสนุนเวที Miss Universe Thailand ตอกย้ำความเชื่อมั่นในคุณค่าและพลังความสามารถของผู้หญิง

วันพฤหัสบดี ที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ลอรีอัล ปารีส (L’Oréal Paris) แบรนด์ความงามอันดับ 1 ของโลก กลับมาสร้างความตื่นตาอีกครั้งโดยการจับมือกับ บริษัท ทีพีเอ็น โกลบอล จำกัด (TPN)ผู้ถือลิขสิทธิ์การจัดการประกวด Miss Universe Thailand2021 (มิสยูนิเวิร์ส ไทยแลนด์ 2021) ในฐานะผู้สนับสนุนหลักของเวทีในปี 2564 ภายใต้แนวความคิดสนับสนุนหลักจากแบรนด์ลอรีอัล ปารีส คือ “EMPOWERTO UNIVERSE ที่สุดแห่งพลังของผู้หญิง เติมเต็มความมั่นใจแล้วก้าวไปสู่จักรวาล”

นับเป็นอีกหนึ่งความเคลื่อนไหวที่น่าจับตามองแห่งปีเมื่อ ลอรีอัล ปารีส แบรนด์ความงามระดับโลกได้เข้าสนับสนุนงานด้านเมคอัพ ให้กับเวทีการประกวดสุดยิ่งใหญ่ มิสยูนิเวิร์ส ไทยแลนด์ เพื่อตอกย้ำจุดยืนของแบรนด์ที่ไม่เพียงแค่จะมอบพลังความงามให้กับผู้หญิง ในขณะเดียวกันก็ยังสนับสนุนให้ผู้หญิงทุกคนกล้าที่จะยืนหยัด และตระหนักรู้ถึงคุณค่าของตัวเอง

นายนิพิฐพนธ์ วินยางค์กูล Brand Business Leader ของ L’Oréal Paris กลุ่มผลิตภัณฑ์ Makeup กล่าวว่า “L’Oréal Paris และ Miss Universe Thailand มีจุดยืนในแบบเดียวกัน นั่นคือความเชื่อมั่นในคุณค่าและพลังความสามารถของผู้หญิง ดังนั้นแบรนด์ L’Oréal Paris จึงอยากเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนให้ผู้หญิงไทยได้มีพื้นที่เพื่อโชว์ศักยภาพ ได้มีความกล้าที่จะยืนหยัดในการแสดงความคิดและความเชื่อมั่นในรูปแบบที่เป็นตัวเองและเรายังหวังอีกว่าพวกเธอจะสามารถส่งต่อแรงบันดาลใจเพื่อให้ผู้หญิงไทยทุกคน ได้เชื่อมั่นในคุณค่าของตัวเองเช่นเดียวกัน”

ลอรีอัล ปารีส เสริมพลังความมั่นใจให้กับผู้หญิงไทยผ่านสินค้าไลน์เมคอัพ เพื่อสร้างลุคที่ทรงพลังให้กับผู้เข้าประกวด และเป็นแรงบันดาลใจให้กับผู้หญิงทุกคนที่ได้รับชม โดยมี ป้อม- วินิจ บุญชัยศรี เมคอัพ อาร์ติสท์อันดับหนึ่งของประเทศไทย ผู้ซึ่งเป็นเจ้าของผลงานเมคอัพลุคที่น่าจดจำมากมาย เป็นหัวเรือใหญ่ในการสร้างสรรค์ลุคต่างๆ ในครั้งนี้

นอกจากนี้ ลอรีอัล ปารีสยังส่ง ชมพู่-อารยา เอ ฮาร์เก็ตพรีเซ็นเตอร์ของแบรนด์ นั่งแท่นหนึ่งในคณะกรรมการตัดสินหลักของเวทีการประกวดในปีนี้ เพื่อตอกย้ำความยิ่งใหญ่และจุดยืนของทางแบรนด์โดยลอรีอัล ปารีสเชื่อว่า การร่วมมือกันในครั้งนี้ไม่เพียงแต่จะก่อให้เกิดปรากฏการณ์ความงามครั้งใหม่ที่จะช่วยผลักดันศักยภาพของผู้หญิงไทยสู่เวทีระดับสากล แต่ยังเป็นการสร้างแรงบันดาลใจและปลุกความมั่นใจในคุณค่าของตัวเองให้กับผู้หญิงไทยทุกคน

ตลอดเวลาที่ผ่านมา ลอรีอัล ปารีส เชื่อมั่นในคุณค่า และศักยภาพของผู้หญิงไทย โดยแบรนด์ได้สื่อเจตจำนงผ่านการสื่อสาร กิจกรรมของแบรนด์และการสนับสนุนกิจกรรมต่างๆ ที่ส่งเสริมศักยภาพ รวมถึงยกระดับความมั่นใจและการเห็นคุณค่าของตนเองของสตรีได้ และเมื่อเร็วๆ นี้ ลอรีอัล ปารีส ได้ริเริ่มโครงการ StandUP
Against Street Harassment เพื่อลดภัยคุกคามบนท้องถนนในประเทศไทย โดยมีจุดมุ่งหมายสูงสุดเพื่อให้ผู้หญิงทุกคนสามารถเดินบนท้องถนนได้อย่างปลอดภัย และใช้ชีวิตได้ตามเป้าหมายและความต้องการของพวกเธอโดยปราศจากความหวาดกลัว ซึ่งตรงกับแนวคิด “Power of Passion” หรือ “สตรีผู้ทรงพลัง สู่เส้นทางแห่งชัยชนะ”อันเป็นธีมหลักของการประกวดของเวทีมิสยูนิเวิร์ส ไทยแลนด์ในปีนี้

ผู้ชมสามารถติดตามกิจกรรมต่างๆ ของลอรีอัล ปารีสในฐานะผู้สนับสนุนหลักของเวที Miss Universe Thailand 2021 นี้ได้ผ่านทุกช่องทางโซเชียลมีเดียของทางแบรนด์ Facebook & Twitter: L’Oréal Paris หรือเว็บไซต์ www.loreal-paris.co.th

นวัตกรรมชุดตรวจคัดกรองโรคโควิด-19 ‘COVID-19 SCAN’ รับรองมาตรฐานจาก อย. #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/600790

นวัตกรรมชุดตรวจคัดกรองโรคโควิด-19  ‘COVID-19 SCAN’ รับรองมาตรฐานจาก อย.

นวัตกรรมชุดตรวจคัดกรองโรคโควิด-19 ‘COVID-19 SCAN’ รับรองมาตรฐานจาก อย.

วันพฤหัสบดี ที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ถือเป็นปัญหาสุขภาพสำคัญของมวลมนุษยชาติ ปัจจุบันมีผู้ป่วยติดเชื้อและเสียชีวิตจากโรคโควิด-19เป็นจำนวนมากได้สร้างความตื่นตระหนกและส่งผลกระทบต่อสภาพเศรษฐกิจและสังคมทั่วโลก สำหรับวิธีมาตรฐานในการตรวจวินิจฉัยโรคโควิด-19 ในปัจจุบันจะใช้เทคนิค Real-time PCR เพื่อเพิ่มปริมาณสารพันธุกรรมของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (SARS-CoV-2)แต่การตรวจด้วยวิธีนี้มีต้นทุนสูงจำเป็นต้องอาศัยเครื่องมือที่มีราคาแพงและบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญซึ่งมีอยู่อย่างจำกัดเฉพาะในโรงพยาบาลขนาดใหญ่เท่านั้น จึงทำให้การดำเนินการตรวจวินิจฉัยโรคโควิด-19 ไม่ครอบคลุมไปยังทุกภูมิภาคของประเทศ

ดังนั้น คณะผู้วิจัยนำโดยรศ.ดร.สัญชัย พยุงภร ภาควิชาชีวเคมี คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จึงได้พัฒนา นวัตกรรมชุดตรวจคัดกรองโรคโควิด-19 “COVID-19 SCAN”ที่มีราคาถูกใช้งานง่าย รวดเร็วไม่ต้องอาศัยเครื่องมือที่ซับซ้อน และมีประสิทธิภาพใกล้เคียงกับเทคนิค Real-time PCR ขึ้น

นวัตกรรมชุดตรวจคัดกรองโรคโควิด-19 “COVID-19 SCAN” นี้เกิดจากความร่วมมือระหว่างหน่วยปฏิบัติการวิจัยจุลชีววิทยาเชิงระบบ ศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านชีววิทยาเชิงระบบ และศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก คณะแพทยศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยนวัตกรรมชุดตรวจคัดกรอง “COVID-19 SCAN”สามารถตรวจหาสารพันธุกรรมของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 จากตัวอย่างสิ่งส่งตรวจ เช่น ตัวอย่างจากระบบทางเดินหายใจ (Nasopharyngeal Swab / Throat Swab) หรือตัวอย่างน้ำลายที่ผ่านกระบวนการสกัดสารพันธุกรรมและการเพิ่มปริมาณสารพันธุกรรมภายใต้อุณหภูมิเดียว(Isothermal Amplification) จากนั้นตรวจหาสารพันธุกรรมได้อย่างจำเพาะด้วยระบบ CRISPR-Cas12a หากสิ่งส่งตรวจนั้นพบสารพันธุกรรมของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 จะเกิดการเรืองแสงภายใต้เครื่องกำเนิดแสงสีฟ้า (Blue light transilluminator) ทั้งนี้ นวัตกรรมชุดตรวจคัดกรอง “COVID-19 SCAN” มีประสิทธิภาพในการตรวจวินิจฉัยทางคลินิกมีความจำเพาะ 100% ความไว 96.23% และมีความแม่นยำในการตรวจวินิจฉัย 98.78% ซึ่งใกล้เคียงกับเทคนิค Real-time PCR ซึ่งเป็นวิธีตรวจมาตรฐาน

สำหรับนวัตกรรมชุดตรวจคัดกรองโรคโควิด-19 “COVID-19 SCAN” ที่ได้รับการพัฒนาขึ้นนี้มีความพร้อมของเทคโนโลยีระดับ 8 (TechnologyReadiness Level; TRL8) และได้ถ่ายทอดเทคโนโลยีให้แก่บริษัทไมโคร อินเจคชั่น จำกัด เพื่อพัฒนาต่อยอดจากงานวิจัยจนเกิดเป็นนวัตกรรมที่สามารถใช้งานได้จริงและเกิดประโยชน์เชิงสังคมและเชิงพาณิชย์ ซึ่งนวัตกรรมชุดตรวจคัดกรอง “COVID-19 SCAN” ได้รับการรับรองและอนุญาตให้ผลิตจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา(อย.) เลขที่ T6400049 เมื่อวันที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2564 ที่ผ่านมา

คณะผู้วิจัยหวังเป็นอย่างยิ่งว่านวัตกรรมชุดตรวจคัดกรองโรคโควิด-19“COVID-19 SCAN” ที่พัฒนาขึ้นนี้จะเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่จะช่วยให้การตรวจคัดกรองหรือวินิจฉัยโรคโควิด-19สามารถเข้าถึงประชากรทุกกลุ่มได้ง่ายและรวดเร็วยิ่งขึ้น รวมถึงสามารถประยุกต์ใช้ในการตรวจคัดกรองเชิงรุกนอกสถานที่สำหรับกลุ่มที่มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เพื่อควบคุมการแพร่กระจายของโรคโควิด-19ภายในประเทศ ตลอดจนผู้ติดเชื้อให้ได้เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลอย่างทันท่วงที

ฮีโร่ส่งใจร่วมสู้โควิด ทิ้งขยะยังไงให้ save พี่ๆ พนักงานเก็บขยะ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/600787

ฮีโร่ส่งใจร่วมสู้โควิด  ทิ้งขยะยังไงให้ save พี่ๆ พนักงานเก็บขยะ

ฮีโร่ส่งใจร่วมสู้โควิด ทิ้งขยะยังไงให้ save พี่ๆ พนักงานเก็บขยะ

วันพฤหัสบดี ที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ก่อให้เกิดปัญหาขยะติดเชื้อและขยะอันตรายเข้าขั้นวิกฤตจากข้อมูลกระทรวงสาธารณสุขตั้งแต่เดือนมกราคม-มิถุนายน 2564 รวมทั้งหมด 31,709.84 ตัน เฉพาะในเดือนมิถุนายนเพียงเดือนเดียวพบปริมาณมูลฝอยติดเชื้อสูงที่สุดเฉลี่ย 210 ตันต่อวัน ยิ่งมีนโยบายให้แยกกักตัวที่บ้าน(Home Isolation)และการแยกกักตัวในชุมชนคน (Community Isolation)ยิ่งเพิ่มมูลฝอยทั่วไปและมูลฝอยติดเชื้อจากครัวเรือนมากขึ้นไม่ว่าจะเป็น หน้ากากอนามัยใช้แล้วกระดาษทิชชู่ ถุงมือใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้ง ภาชนะบรรจุอาหารแบบใช้ครั้งเดียว โดยเฉพาะ ชุดตรวจโควิด-19 (Antigen Test Kit) มีความเสี่ยงสูงสุด ดังนั้นการสร้างวินัยการทิ้งขยะให้ถูกวิธีตั้งแต่ต้นทาง ควรเริ่มจากในครัวเรือนและชุมชนเป็นอันดับต้นๆ

ท่ามกลางความเสี่ยงที่เลี่ยงไม่ได้ในช่วงที่สถานการณ์โควิด-19 นี้ “ฮีโร่” (HERO) ผู้นำนวัตกรรมด้านการผลิตและจัดจำหน่ายบรรจุภัณฑ์พลาสติกชั้นนำระดับโลก ให้ความสำคัญกับอีก 1 อาชีพที่ต้องอุทิศตนทำงานเพื่อพวกเรา คือพนักงานเก็บขยะ ดังนั้น วันนี้ เราจึงมาแนะ4 วิธีการง่ายๆ ในการทิ้งขยะติดเชื้อ เพื่อ #Save พี่ๆ พนักงานเก็บขยะโดยรวบรวมข้อมูลจาก กรมควบคุมโรค กรมควบคุมมลพิษ กรมอนามัยดังนี้

1.Save พี่ๆ พนักงานเก็บขยะ ต้องรู้จักประเภทและสัญลักษณ์แทน“ขยะติดเชื้อ” กันก่อน

กรมควบคุมมลพิษ ได้ให้นิยามของ “มูลฝอยติดเชื้อ” หรือ ขยะติดเชื้อคือ มูลฝอยที่มีเชื้อโรคปะปนอยู่ในปริมาณหรือมีความเข้มข้นซึ่งถ้ามีการสัมผัสใกล้ชิดกับมูลฝอยนั้นแล้วสามารถทำให้เกิดโรคได้โดยที่กรมอนามัยแจ้งว่าในช่วงเวลานี้ขยะติดเชื้อทั้งที่ปนเปื้อนน้ำมูก น้ำลาย หรือสารคัดหลั่ง รวมถึงขยะจากผู้ป่วยผู้ป่วยโควิด-19 แบบ Home Isolationเช่น หน้ากากอนามัย กระดาษทิชชู่ AntigenTest Kit จำเป็นต้องมีการแยกทิ้งจากขยะทั่วไป และเพื่อ Save พี่ๆ พนักงานเก็บขยะควรหาสัญลักษณ์ที่ใช้แทนขยะติดเชื้อ ได้แก่ ถุงขยะสีแดง ถังขยะสีแดง หรือใช้ปากกาเมจิกเขียนระบุว่าเป็น “ขยะติดเชื้อ” จากนั้นทิ้งลงถังที่มีฝาปิดมิดชิด หรือไม่ก็ทำป้ายสัญลักษณ์“รูปหัวกะโหลกไขว้” ติดไว้บริเวณจุดตั้งถังขยะอย่างชัดเจน

2.Save พี่ๆ พนักงานเก็บขยะ ด้วยวิธีการรวบรวมขยะติดเชื้อและทำการฆ่าเชื้อเบื้องต้น

ขยะปนเปื้อนสารคัดหลั่ง เช่น หน้ากากอนามัย ทิชชู่ต่างๆ ชุดตรวจโควิด-19 (Antigen Test Kit) ควรทิ้งแยกในถุงซิป หากไม่มีก็สามารถใช้ถุงพลาสติกทั่วไปแต่ซ้อนสองขั้น มัดปากถุงให้แน่นแล้วฉีดสเปรย์แอลกอฮอล์ 70% ขึ้นไปบริเวณปากถุง ในส่วนของขยะติดเชื้อทั่วไปจากผู้กักตัวที่บ้านแบบ Home Isolation ใช้วิธีคล้ายๆ กัน คือ ก่อนทิ้งให้นำสเปรย์แอลกอฮอล์ 70% ขึ้นไปฉีดพ่นใส่ก่อน ลงทิ้งในถุงขยะสีแดง หรือ ทิ้งลงถุงขยะสีดำทั่วไป จากนั้นเขียนด้วยปากกาเมจิกระบุว่าถุงขยะติดเชื้อหรือทำสัญลักษณ์สีแดงไว้เพื่อให้พี่ๆ พนักงานเก็บขยะได้ระมัดระวังตัว หากเป็นขยะติดเชื้อที่รวมกับของมีคม ควรใส่ถุงซ้อนสองชั้น และควรบรรจุขยะเพียง 2 ใน 3 เพื่อลดการฉีกขาดของถุง และไม่ให้ถุงแน่นจนเกินไป

3.Save พี่ๆ พนักงานเก็บขยะ ด้วยการแจ้งไปยังหน่วยงานจัดการขยะ เมื่อบ้านของเรามีขยะติดเชื้อ

บ้านเรือน ชุมชน ร้านค้า และสถานประกอบการต่างๆ ที่ต้องการทิ้งขยะติดเชื้อทั้งของผู้ที่เป็นกลุ่มเสี่ยง และผู้ติดเชื้อโควิดแบบ Home Isolation แนะนำให้แจ้งไปยังหน่วยงานจัดการขยะในท้องถิ่น ส่วนกรุงเทพมหานครทั้ง 52 เขตให้แจ้งไปยังสำนักเขตนั้นๆ เบอร์ติดต่อ คลิก http://www.the-than.com/saranalu/S1/30.html เพื่อเข้าจัดเก็บและจัดเตรียมทีมเจ้าหน้าที่เฉพาะกิจ สวมชุดป้องกันตน PPEสำหรับจัดเก็บอย่างถูกหลักการกำจัดขยะติดเชื้อ

4.Save พี่ๆ พนักงานเก็บขยะ ด้วยแนวทางการทิ้งให้ถูกวิธีเพื่อลดความเสี่ยงต่อการแพร่กระจายโรคโควิด-19 กรณีในพื้นที่หรือชุมชนไม่มีระบบการเก็บขนมูลฝอยติดเชื้อ

ขยะติดเชื้อในชุมชนจำพวก หน้ากากอนามัยที่ใช้แล้ว ถุงมือยาง และชุดตรวจโควิด-19 (Antigen Test Kit) ที่ใช้แล้ว ยิ่งในผู้ป่วยโควิดที่กักตัวอยู่บ้าน หรือ Home Isolation ยิ่งต้องรวบรวมขยะติดเชื้อแล้วแยกทิ้งจะดีที่สุด มีแนวทางการกำจัดเดียวกัน คือ ควรรวบรวมขยะติดเชื้อทุกวันและแยกทิ้งจากขยะทั่วไปโดยทิ้งลงในถุงขยะสีแดงซ้อนสองชั้นชั้นแรกสัมผัสขยะติดเชื้อโดยตรง ควรมัดให้แน่นก่อนแล้วฉีดฉีดพ่นบริเวณปากถุงด้วยสารโซเดียมไฮโปคลอไรท์ 5,000 ppm หรือเตรียมจากน้ำยาฟอกขาวผสมน้ำ อัตราส่วน 1 : 10 หรือ แอลกอฮอล์70% เพื่อฆ่าเชื้อ แล้วมัดปากถุงชั้นนอกให้แน่น และฉีดฆ่าเชื้อบริเวณปากถุงอีกครั้งเมื่อทุกถุงผ่านการฆ่าเชื้อเบื้องต้นแล้วก็ดำเนินการแจ้งไปยังหน่วยงานจัดการขยะในท้องถิ่น หรือสำนักเขต

หากคนไทยทุกคนสร้างวินัยในการทิ้งขยะให้ถูกวิธีจนติดเป็นนิสัย ไม่ว่าจะเกิดเหตุการณ์ใดขึ้นเราจะสามารถรับมือกับมันได้เป็นอย่างดี ทั้งนี้ ฮีโร่ขอเป็นกำลังใจและอยู่เคียงข้างกันร่วมผ่านสถานการณ์โควิด-19 นี้ไปด้วยกัน

กรมควบคุมโรค พัฒนาหลักสูตรและชุดเครื่องมือ หนุนผู้นำท้องถิ่นทั่วไทยใช้ป้องกัน ‘โรคเอ็นซีดี’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/600783

กรมควบคุมโรค พัฒนาหลักสูตรและชุดเครื่องมือ  หนุนผู้นำท้องถิ่นทั่วไทยใช้ป้องกัน ‘โรคเอ็นซีดี’

กรมควบคุมโรค พัฒนาหลักสูตรและชุดเครื่องมือ หนุนผู้นำท้องถิ่นทั่วไทยใช้ป้องกัน ‘โรคเอ็นซีดี’

วันพฤหัสบดี ที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข จับมือกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย พัฒนาหลักสูตรและชุดเครื่องมือหนุนผู้นำท้องถิ่นทั่วประเทศใช้ป้องกันโรคเอ็นซีดีในพื้นที่ซึ่งเป็นต้นเหตุหลักทำให้คนไทยอายุสั้นและมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะ 5 โรคสำคัญคือ โรคหลอดเลือดสมอง โรคหัวใจขาดเลือดโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูงโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง ในปี 2562 มีผู้เสียชีวิตรวมกว่า 8 หมื่นราย กำลังรักษาตัวขณะนี้อีกกว่า 4 ล้านราย ขณะนี้จัดทำร่างหลักสูตรภาคทฤษฎีแล้วเสร็จอยู่ระหว่างทดลองภาคปฏิบัติ คาดสมบูรณ์แบบและประกาศใช้ปลายปีนี้  

นายแพทย์ปรีชา เปรมปรี รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวถึงการป้องกันแก้ไขปัญหา โรคเอ็นซีดีหรือโรคไม่ติดต่อว่า ขณะนี้โรคเอ็นซีดี (Non Communicable Diseases : NCDs)กำลังเป็นปัญหาคุกคามสุขภาพอันดับ 1ทั่วโลก เสียชีวิตปีละกว่า 40 ล้านคนคิดเป็นร้อยละ 70 ของการเสียชีวิตทั้งหมดโรคนี้ไม่ได้มีสาเหตุมาจากการติดเชื้อเฉียบพลัน แต่เกิดมาจากพฤติกรรมของแต่ละบุคคลเองที่สะสมจนเป็นเหตุให้เจ็บป่วยหรือมีอันตรายต่อชีวิตในระยะยาว  โรคจะดำเนินอย่างค่อยเป็นค่อยไปบั่นทอนคุณภาพชีวิตลงเรื่อยๆ และทำให้อายุสั้นลง โรคเอ็นซีดีที่พบมากที่สุดในประเทศไทยมี 5 โรคสำคัญ  ข้อมูลล่าสุดในปี 2562 มีผู้เสียชีวิตจาก 5 โรคนี้รวม 88,088 ราย ได้แก่ โรคหลอดเลือดสมอง จำนวน 34,727 ราย โรคหัวใจขาดเลือด จำนวน 20,556 ราย โรคเบาหวานจำนวน 16,589 ราย โรคความดันโลหิตสูงจำนวน 9,313 ราย โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง จำนวน 6,903 ราย กำลังป่วยอยู่ระหว่างรักษาในขณะนี้อีกกว่า 4.5 ล้านคนทั่วประเทศ พบทั้งเขตเมืองและชนบทไม่แตกต่างกัน  สาเหตุการเจ็บป่วยเกี่ยวกับ6 ปัจจัยเสี่ยงหลักคือ การสูบบุหรี่ ดื่มสุราขาดการออกกำลังกาย การรับประทานอาหารไม่เหมาะสม เช่น หวานเกิน เค็มเกินความเครียด และมลพิษสิ่งแวดล้อมโดยเฉพาะมลพิษทางอากาศ

นายแพทย์ปรีชา กล่าวว่า กรมควบคุมโรค ได้เร่งป้องกันแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยในปีนี้ได้ร่วมมือกับกองสาธารณสุขท้องถิ่น กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย จัดทำโครงการพัฒนาหลักสูตรการป้องกันควบคุมโรคเอ็นซีดีและชุดเครื่องมือ เพื่อให้ผู้นำท้องถิ่นนำไปใช้แก้ปัญหาในพื้นที่ โดยได้รับการสนับสนุนจากโครงการป้องกันและควบคุมโรคเอ็นซีดีภายใต้ยุทธศาสตร์ความร่วมมือของประเทศระหว่างรัฐบาลไทยกับองค์การอนามัยโลก(CCS NCDs Program) และระดมสมองจากผู้เชี่ยวชาญและผู้ที่เกี่ยวข้องร่วมกันจัดทำหลักสูตร ช่วยให้ผู้นำท้องถิ่นมีศักยภาพ เป็นต้นแบบในการดูแลสุขภาพ เป็นผู้กำหนดนโยบายและบริหารจัดการท้องถิ่น เพื่อการส่งเสริมสุขภาพ ป้องกันควบคุมโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพสอดคล้องกับบริบทวิถีชีวิตของท้องถิ่นนั้นๆ โดยมีกองโรคไม่ติดต่อเป็นแกนหลักดำเนินการระหว่างเดือน เม.ย.-ธ.ค.2564 ซึ่งขณะนี้ได้จัดทำร่างหลักสูตรภาคทฤษฎีแล้วเสร็จ อยู่ระหว่างทดลองใช้ในภาคปฏิบัติ โดยจัดอบรมในระบบออนไลน์อย่างต่อเนื่อง คาดว่าจะสมบูรณ์แบบและใช้ในช่วงปลายปีนี้  

ด้าน นายแพทย์กฤษฎาหาญบรรเจิด ผู้อำนวยการกองโรคไม่ติดต่อกล่าวว่า  ร่างหลักสูตรฯนี้ ประกอบด้วย 10 กลุ่มวิชา ได้แก่ 1.ทิศทางการป้องกันควบคุมโรคเอ็นซีดีของประเทศไทย และความสำคัญของท้องถิ่นกับการจัดการโรคฯ2.โรคเอ็นซีดีและหลักการป้องกันควบคุม 3.ระบาดวิทยาและชุดข้อมูลที่ใช้ในการวิเคราะห์สถานการณ์ป้องกันโรคเอ็นซีดีในชุมชน 4.การประเมินสถานการณ์ปัจจัยเสี่ยงและปัจจัยกำหนดของสุขภาพในชุมชน 5.การสร้างเสริมสุขภาพและลดความเสี่ยงในการป้องกันควบคุมโรคฯในชุมชน ด้วยหลักการ 3อ.2ส. คืออาหาร ออกกำลังกาย อารมณ์ ไม่เสพสิ่งเสพติด และไม่ดื่มสุรา รวมถึงการป้องกันฝุ่นและสารเคมี การให้ความรู้ในชุมชน เทคนิคการสื่อสาร และการจัดทำข้อตกลงในชุมชน 6.การจัดการสิ่งแวดล้อมเพื่อป้องกันควบคุมโรคเอ็นซีดี 7.การจัดทำแผน ออกแบบโครงการ/กิจกรรมป้องกันควบคุมโรคฯในชุมชน 8.การติดตามโครงการ/กิจกรรมส่งเสริมสุขภาพป้องกันควบคุมโรคฯสำหรับประชาชนในพื้นที่  9.กฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันควบคุมโรคฯ และ 10.การใช้และพัฒนาสื่อเทคโนโลยีดิจิทัลในชุมชน

ซีคอนร่วมใจสู้ภัยโควิด-19 บริจาคเครื่องช่วยหายใจ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/600684

ซีคอนร่วมใจสู้ภัยโควิด-19 บริจาคเครื่องช่วยหายใจ

ซีคอนร่วมใจสู้ภัยโควิด-19 บริจาคเครื่องช่วยหายใจ

วันพฤหัสบดี ที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

บริษัท ซีคอน จำกัด บริษัทรับสร้างบ้านรายแรกในประเทศไทย ฉลองครบรอบ 60 ปีร่วมกับบริษัทในเครือ ได้แก่ บริษัท นันยางมาร์เก็ตติ้ง จำกัด บริษัท ไทยชูรส จำกัด บริษัท บีเวอร์แมน จํากัด และ บริษัท ซีคอน ไอดี จำกัด เดินหน้าช่วยเหลือคนไทยที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ผ่านโครงการร่วมใจสู้ภัยโควิด-19 โดยมี มนู ตระกูลวัฒนะกิจ กรรมการผู้จัดการ และคุณปิยะวดี วรรธนาคม ผู้ช่วยผู้อำนวยการสายงานบริหาร บริษัทซีคอน จำกัด เป็นตัวแทนในการบริจาคเครื่องช่วยหายใจ High Flow Oxygen Therapy รุ่น Neo Hif-17 จำนวน 1 เครื่อง และอุปกรณ์ทางการแพทย์ รวมูลค่า 240,000 บาท ให้แก่โรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช กรมแพทย์ทหารอากาศ โดยได้รับเกียรติจาก น.อ.ธำรงค์ประวัติ เชิดเกียรติกุล นายทหารบริหารงานกองอำนวยการโรงพยาบาลฯ และ พล.อ.อ.ภูมิพิชญากรณ์ จรรยาวิจักษณ์ อดีตเจ้ากรมแพทย์ทหารอากาศ เป็นตัวแทนรับมอบ เพื่อสนับสนุนการทำงานของคณะแพทย์และพยาบาลด่านหน้าในการรักษาพยาบาลผู้ติดเชื้อโรคโควิด-19ที่อาการอยู่ในขั้นวิกฤต ณ โรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช กรมแพทย์ทหารอากาศ เมื่อเร็วๆ นี้ ทั้งนี้ สามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมของซีคอน ได้ทาง https://www.facebook.com/Seacon.Co.Ltd หรือ www.seacon.co.th หรือ Line@ Seacon หรือโทร.1391

TPN เปิดเวที MUT 2021 เฟ้นหาสาวงามสู่จักรวาล ‘Power of Passion’สวย ทรงพลัง ทุกองศา เพื่อคว้ามง 3 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/600795

TPN เปิดเวที MUT 2021 เฟ้นหาสาวงามสู่จักรวาล  ‘Power of Passion’สวย ทรงพลัง ทุกองศา เพื่อคว้ามง 3

TPN เปิดเวที MUT 2021 เฟ้นหาสาวงามสู่จักรวาล ‘Power of Passion’สวย ทรงพลัง ทุกองศา เพื่อคว้ามง 3

วันพฤหัสบดี ที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

เปิดม่านอีกครั้งสำหรับเวทีการประกวด Miss Universe Thailand 2021 ที่จะมีขึ้นตั้งแต่เดือนกันยายนนี้ ไปจนถึงเดือนตุลาคม 2564 บริษัท ทีพีเอ็น โกลบอล จำกัด (TPN) ผู้ถือลิขสิทธิ์การจัดการประกวด Miss Universe Thailand (มิสยูนิเวิร์ส ไทยแลนด์) ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 จัดแถลงข่าวออนไลน์สุดตื่นตาเผยรายละเอียดความอลังการที่กำลังจะเกิดขึ้นบนเวที MUT ปีนี้ เฟ้นหาสาวงามสู่จักรวาล ภายใต้แนวคิด “Power of Passion” หรือ “สตรีผู้ทรงพลังสู่เส้นทางแห่งชัยชนะ” สวย ทรงพลัง มีคุณค่าสมบูรณ์แบบทุกองศา เพื่อคว้ามง 3 จากเวที Miss Universe 2021 ที่จะจัดขึ้นปลายปีนี้ที่ประเทศอิสราเอล

ปุ้ย ปิยาภรณ์ แสนโกศิก หนึ่งในผู้บริหารบริษัท ทีพีเอ็น โกลบอล จำกัด (TPN) และ ผู้อำนวยการกองประกวด Miss Universe Thailand 2021กล่าวว่า เวที MUT 2021 จะสร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้กับการประกวดนางงามในประเทศไทยอีกครั้งด้วยความพิเศษของเทคโนโลยีสุดล้ำที่สามารถรับชมและร่วมกิจกรรมกับผู้ประกวดเสมือนจริงแบบVirtual นอกจากนั้น การประกวดปีนี้ยังมุ่งเน้นการรณรงค์ส่งเสริมการท่องเที่ยวไทย เพื่อสร้างมูลค่าให้กับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทย รวมถึงเผยแพร่ธรรมชาติและวัฒนธรรมไทย และสนับสนุนท้องถิ่น ได้แก่ การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ (Green Tourism) การท่องเที่ยวเชิงอาหาร (Gastronomic Tourism) และการท่องเที่ยวเชิงเกษตรกรรม (Agritourism)ผ่านกิจกรรมการประกวดที่เจาะลึกถึงแก่นแท้แห่งสยามอาทิ การเก็บตัวสาวงาม ณ อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ มรดกโลกทางธรรมชาติของไทย โดยจะนำเสนอการท่องเที่ยวที่ใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างคุ้มค่า และช่วยอนุรักษ์แหล่งท่องเที่ยวให้คงอยู่อย่างสมบูรณ์ตลอดไป, การสนับสนุนผลผลิตของเกษตรกรการเกษตรอินทรีย์ ภายใต้โครงการ Fight For Farmers อ.ปากช่อง, การเผยแพร่วัฒนธรรมอาหารท้องถิ่น และการเผยแพร่ความงดงามของศิลปะผ้าไทย เป็นต้น อีกทั้ง ยังมีเป้าหมายในการช่วยกระตุ้นฟื้นฟูเศรษฐกิจโดยรวม และสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจของประเทศไทยให้กลับคืนมาจากสถานการณ์วิกฤตโควิด-19 อีกด้วย

“เรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้รับเกียรติเป็นผู้ถือลิขสิทธิ์การจัดการประกวด Miss Universe Thailand อย่างต่อเนื่อง แม้ในช่วงวิกฤต แต่เราก็ยังมีความมุ่งมั่นในการจัดการประกวดสาวงามของไทยให้เทียบเท่าระดับโลกเฉกเช่นทุกปี ซึ่งเวที MUT 2021 จะแสดงให้เห็นถึงศักยภาพและความพร้อมของประเทศไทยในการจัดกิจกรรมในรูปแบบ New Normal ภายใต้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ที่มีประสิทธิภาพ พร้อมที่จะเผยแพร่อัตลักษณ์วัฒนธรรมไทย รวมถึงเมืองท่องเที่ยวที่น่าสนใจของประเทศไทยในมุมมองใหม่ให้ปรากฏแก่นานาประเทศทั่วโลก ซึ่งจะนำไปสู่การสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจของประเทศไทยให้กลับคืนมาจากสถานการณ์วิกฤตโควิด-19 และเราจะเป็นกำลังใจให้ทุกคนก้าวข้ามผ่านวิกฤตนี้ไปด้วยกัน”

ในปีนี้ TPN GLOBAL ยังตั้งเป้าหมายให้อาณาจักร MUT ก้าวสู่ผู้นำ “BEAUTYTAINMENT” (บิวตี้เทนเมนต์) แพลตฟอร์มสาระความงามและความบันเทิงที่เต็มรูปแบบมากที่สุดในเมืองไทยผ่าน Digital Content ที่จะตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายในทุกช่วงวัยและล้ำสมัยด้วยการใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยบริหารจัดการ พร้อมทั้งวิเคราะห์ผู้บริโภคด้วย Big Data เพื่อให้เข้าถึงความต้องการของทุกคนได้อย่างแม่นยำ ทั้งนี้ เมื่อเดือนพฤษภาคม 2564ที่ผ่านมา MUT ได้ปั้นแบรนด์ “AOTURA” (ออทูร่า) ซึ่งอยู่ภายใต้การบริหารจัดการของบริษัท “MUT SELECT” เพื่อค้นหาผลิตภัณฑ์ในตลาดที่ตอบโจทย์ความงามอย่างแท้จริง

Miss Universe Thailand 2021 เปิดรับสมัครออนไลน์แล้วตั้งแต่วันที่ 7-19 กันยายนและจะเผยโฉมผู้เข้าประกวดรอบแรกจำนวน 60 คนในช่วงปลายเดือนกันยายน เพื่อแข่งขันกันในรอบKeyword และเข้าสู่รอบ 30 คนสุดท้ายในวันที่ 1 ตุลาคม โดยสาวงามจะเข้าร่วมกิจกรรมการประกวดและการประชันความงามรูปแบบต่างๆ ที่เรียกได้ว่าเข้มข้นทุกวินาที โดยการแข่งขันรอบ Preliminary จะมีขึ้นในวันที่ 22 ตุลาคม และประกาศผลผู้ที่คว้ามงกุฎ MUT 2021 ในรอบ Final ในค่ำคืนวันที่24 ตุลาคม หญิงงามหนึ่งเดียวแห่งปีจะได้รับรางวัลมงกุฎเกียรติยศ รถยนต์ เงินสด 1,000,000 บาท และรางวัลอันทรงเกียรติอื่นๆ อีกมากมายจากผู้สนับสนุนหลัก ได้แก่ True, PPTV, Mouawad, BOTA-P, L’Oréal, BitKub, AssetWise, Honda และ AOTURA ยังมีรางวัล People Choice ซึ่งเป็นรางวัลพิเศษจากการโหวต และเป็นตั๋ววิเศษที่ช่วยให้ผู้เข้าประกวดสามารถเข้ารอบ 10 คนสุดท้ายได้โดยอัตโนมัติ

ผู้คว้าตำแหน่ง Miss Universe Thailand 2021 จะเดินทางไปเข้าร่วมการประกวด Miss Universe 2021 ซึ่งมีกำหนดจะจัดขึ้นในเดือนธันวาคม 2564 ณ เมืองเอลัต ประเทศอิสราเอล โดยดีไซเนอร์ที่ออกแบบชุดราตรีที่ชนะ 5 ชุด จาก 10 ชุดบนเวที MUT 2021 จะได้ร่วมออกแบบชุดราตรีเพื่อให้ Miss Universe Thailand 2021 สวมใส่โชว์ความงามอันเจิดจรัสบนเวทีระดับโลกอีกด้วยส่วน “ชุดประจำชาติ” ที่แฟนนางงามรอคอย ในปีนี้จะถูกรังสรรค์ขึ้นภายใต้แนวคิด “มวยไทย” ศิลปะการต่อสู้อันโดดเด่นของประเทศไทยที่จะสร้างชื่อเสียงให้กับ “ไทยแลนด์” ให้ดังก้องโลกอีกครั้ง

ตลอดการประกวดในปีนี้ จะมีการเผยแพร่ทุกกิจกรรมผ่านทางช่อง True ID และ Online Streaming โดย True 5G ซึ่งมีผู้เข้าชมจำนวนมากถึง 18 ล้านคนในปีที่ผ่านมา ผู้ที่สมัครเป็นสมาชิก Streaming Online จะสามารถติดตามทุกความเคลื่อนไหวเสมือนอยู่ในกองประกวด และยังได้ร่วมลุ้นผ่าน “ระบบโหวต” ซึ่งจะได้มีส่วนร่วมในการตัดสินใจว่าอยากให้ใครไปจักรวาลมากที่สุด นอกจากนั้น แฟนนางงามไทยทั่วโลกสามารถเข้าถึงการประกวดอย่างใกล้ชิดผ่านเว็บไซต์ http://www.missuniverse.in.th และแอปพลิเคชั่น Miss Universe Thailand 2021 บนอุปกรณ์เคลื่อนที่ (Mobile Device) ทั้งระบบ iOS และ Android ซึ่งใช้งานง่าย สะดวกรวดเร็ว และมีความปลอดภัยสูงระดับสากล รวมถึงทางดิจิทัลแพลตฟอร์มของทางกองประกวดฯ ได้แก่ Facebook: Missuniverse.in.th, Instagram: missuniverse.in.th , YouTube: missuniversethailand และ TikTok : @missuniversethailand.of โดยจะมีการถ่ายทอดสดรอบ Preliminary และรอบ Final ทั่วประเทศทางสถานีโทรทัศน์ PPTV จากเวทีประกวดนางงามสุดล้ำในรูปแบบ Virtual Technology

3.1 Phillip Lim คอลเลคชั่น Fall 2021 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/600796

3.1 Phillip Lim คอลเลคชั่น Fall 2021

3.1 Phillip Lim คอลเลคชั่น Fall 2021

วันพฤหัสบดี ที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

3.1 Phillip Lim เผยโฉม 0.4 คอลเลคชั่น Fall 2021 ยังคงให้ความสำคัญกับเสื้อผ้าสำหรับผู้หญิงยุคใหม่ เน้นย้ำการผสมผสานระหว่างประโยชน์การใช้สอยและการเลือกใช้เนื้อผ้าที่ดีในการตัดเย็บ เพื่อให้รู้สึกถึงสัมผัสของความหรูหรา

คอลเลคชั่นนี้สะท้อนให้เห็นถึงความสดชื่นและกระปรี้กระเปร่าเมื่อเสื้อผ้าถูกตกแต่งด้วยรายละเอียดที่ทันสมัย ผสมผสานด้วยเท็กซ์เจอร์และกลิ่นอายของชาวร็อกแอนด์โรลยุค 70 ที่เย้ายวน หนังกลับลูกฟูกที่ชวนให้รำลึกถึงอดีต ลูกไม้ลายดอกไม้และงานปักเลื่อมบนผ้าชีฟองถูกนำเสนอใหม่ในรูปทรงที่อ่อนหวานและใช้งานได้หลากหลายเพื่อความสนุกสนานในการแต่งกายช่วงฤดูหนาว

ลายพิมพ์ของฤดูกาลนี้ คือการหยิบเอาเนื้อผ้าวินเทจมาจินตนาการใหม่ พร้อมใส่ความพิถีพิถันลงไปบนผ้าทอลายทแยงสำหรับกระโปรงพลีท เชิ้ตเดรสสุดทันสมัยที่มาพร้อมปกเสื้อที่ปรับระดับได้ รวมถึงเสื้อเชิ้ตวินเทจสมัยใหม่

ประโยชน์ใช้สอย คือหัวใจสำคัญสำหรับเสื้อผ้าในฤดูกาลนี้ภายใต้การผสมผสานกันระหว่างฟังก์ชั่นการใช้งานได้เรื่อยๆ และสไตล์สปอร์ตที่มาพร้อมกับความสะดวกสบาย แบบ 3 in 1

ในแต่ละฤดูกาล 3.1 Phillip Limมุ่งนำเสนอเสื้อผ้าในแนวทางที่ยั่งยืนอย่างต่อเนื่อง ทั้งการเลือกหยิบหนังวีแกนน้ำหนักเบามาใส่ไว้ในรายละเอียดของเสื้อผูกคอ กระโปรงพลีทไล่เฉด และกางเกงที่มีรายละเอียดของพลีทในสีเขียวมะกอกและสีเปลือกไข่ที่ดูอบอุ่น อีกทั้งมีการเลือกใช้ทั้งผ้าวูลรีไซเคิล จากโพลิเอสเตอร์ปราศจากสารเคมีที่ผ่านการรับรอง และผ้าฝ้ายมาตรฐาน BCI (Better Cotton Initiative ผู้รับรองความยั่งยืนของผ้าฝ้ายระดับโลก) ในการตัดเย็บเสื้อผ้าลูกฟูกที่มากด้วยประโยชน์ใช้สอยและสามารถสวมใส่ได้ในทุกๆ วัน

พบกับ “0.4 Collection” จาก3.1 Phillip Lim ได้ที่ชั้น G สยามดิสคัฟเวอรี่และชั้น M ดิ เอ็มควอเทียร์ หรือ LineOfficial Account: @31philliplimth

ซอนต้าประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมระดับภูมิภาค ครั้งที่ 21 ภายใต้หัวข้อ‘Unity and Safety’ในรูปแบบ Electronic 100% ครั้งแรก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/600735

ซอนต้าประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมระดับภูมิภาค ครั้งที่ 21  ภายใต้หัวข้อ‘Unity and Safety’ในรูปแบบ Electronic 100% ครั้งแรก

ซอนต้าประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมระดับภูมิภาค ครั้งที่ 21 ภายใต้หัวข้อ‘Unity and Safety’ในรูปแบบ Electronic 100% ครั้งแรก

วันพฤหัสบดี ที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ซอนต้าประเทศไทย เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมระดับภูมิภาค ครั้งที่ 21st Zonta International District 17 Conference ภายใต้หัวข้อ “Unity and Safety” ในรูปแบบ Electronic 100% ครั้งแรกมุ่งหวังให้ผู้เข้าร่วมประชุมรวมกันเป็นหนึ่งเดียวเพื่อก้าวผ่านสถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด-19 พร้อมเตรียมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศของโลก และเพื่อสนองเจตนารมณ์ของซอนต้าสากลในการยื่นมือไปช่วยเหลือผู้หญิงและเด็กผู้หญิงให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ระหว่างวันที่ 17-20 กันยายน 2021

การประชุมระดับภูมิภาค ครั้งที่ 21st Zonta International District 17 Conference ภายใต้หัวข้อ “Unity and Safety” มี ซอนเชี่ยน ชวาลี โอสถานุเคราะห์ผู้ว่าการภาค ภูมิภาค 17 ปีบริหาร 2020-2022 เป็นประธานจัดการประชุม โดยมีซอนเชี่ยน ดร.ณ ฤดี เคียงศิริ เป็นประธานดำเนินการประชุม ซอนเชี่ยน กาญจนา สายสิริพร เป็นประธานร่วมดำเนินการประชุม และ ดร.สร้อยเพชร เรศานนท์ ผู้อำนวยการเขต 6 ภูมิภาค 17ซอนต้าสากล เป็นประธานการเลือกตั้ง 21st Zonta International District 17 Conference

และด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาด ของไวรัสโควิด-19 จึงจำเป็นต้องจัดการประชุมในรูปแบบ Electronic District Conference แบ่งออกเป็นสองส่วน ได้แก่ กิจกรรมก่อนการประชุม ซึ่งได้จัดขึ้นเมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2021 ที่ผ่านมา และจะดำเนินไปจนถึงต้นเดือนกันยายน ได้จัดให้มีการปฐมนิเทศ (First Timers) ให้กับสมาชิกใหม่, การปฐมนิเทศต่างๆ สำหรับสมาชิกที่มีสิทธิ์ลงคะแนนเสียงและเลือกตั้ง การแก้ไขกฎระเบียบของภูมิภาค, การตั้ง District 17 Leaders Institute เพื่อสร้างผู้นำในอนาคต การรับฟังผู้สมัครในตำแหน่งต่างๆ ที่จะเข้ารับการเลือกตั้งที่จะมาเป็นผู้นำของภูมิภาคในวาระต่อไปกล่าววิสัยทัศน์ และการเลือกตั้งผ่านระบบ online

สำหรับการประชุมภูมิภาคครั้งที่ 21st Zonta International District 17 Conference ที่จะเกิดขึ้นระหว่างวันที่ 17-20 กันยายน 2021 พิธีเปิดการประชุมจะมีขึ้นในช่วงเช้าของวันที่ 17 กันยายน 2021 เริ่มด้วยการเดินธงทั้ง 83 สโมสร โดยนายกสโมสรจะเรียงลำดับจากการเกิดของสโมสร มาถึงสโมสรที่ก่อตั้งล่าสุดเมื่อปี 2020-2021 และธงของเขตทั้ง 6 เขตในภูมิภาค 17 รวมถึงธงประเทศไทย ประเทศสหรัฐอเมริกา ประเทศฟินแลนด์ ประเทศฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ฮ่องกง มาเก๊า และมาเลเซีย และจบด้วยธง District 17 จากนั้น ซอนเชี่ยน ชวาลี โอสถานุเคราะห์ผู้ว่าการภาค ภูมิภาค 17 กล่าวเปิดและกล่าวต้อนรับ ต่อมา นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กล่าวและมอบสารแสดงความยินดีผ่านสื่อออนไลน์ นอกจากนี้จะมี Keynote Address จาก Sharon Langenbeck,Ph.D. ประธานซอนต้าสากล ชาวอเมริกัน ซึ่งจะมาร่วมในพิธีเปิด live จาก California สหรัฐอเมริกา การแสดงจากนักร้องประสานเสียงชื่อดัง Bangkok Voices และการแสดงในชุดวัฒนธรรมไทยในชุด “Thailand Cultural Experience”

วันที่ 18 กันยายน 2021 จะเป็นการประชุมเชิงปฏิบัติการ พร้อมการรายงานกิจกรรมต่างๆ ในปีแรกของวาระ 2020-2021 จากนั้นจะเป็นการรับประทานอาหารกลางวันร่วมกันผ่านออนไลน์ ในธีมLuncheon “NOODLES” เชิญชวนซอนเชี่ยนทุกท่านร่วมเตรียมเส้น noodles ได้แก่ ก๋วยเตี๋ยวผัดไทย มารับประทานร่วมกัน แต่ต่างคนต่างรับประทานจากที่บ้าน พร้อมร่วมฟังบรรยายพิเศษจาก คุณมาริสา สุโกศล หนุนภักดี รองประธานกรรมการบริหารกลุ่มโรงแรมในเครือสุโกศล ในหัวข้อ“Connection during Virtual New Normal Times” ซึ่งเป็นนักบริหารผู้หญิงรุ่นใหม่ที่เก่งและแกร่งในการฝ่าวิกฤตธุรกิจในวิถีใหม่ และเพื่อเสริมพลังในการทำงานให้กับผู้หญิง

กิจกรรมช่วงบ่ายจะเป็นการจัดWorkshop จำนวน 3 หัวข้อเรียงลำดับ ดังนี้1.“Gender Responsive Budgeting” เกี่ยวข้องกับ SDGs ขององค์การสหประชาชาติ โดย Goal 5 มีเป้าหมายเพื่อให้บรรลุความเท่าเทียมระหว่างเพศ และเสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่สตรีและเด็กหญิง เนื้อหาใน Workshop จะเกี่ยวข้องกับการจัดทำงบประมาณที่กระจายอย่างทั่วถึงและเปิดโอกาสให้กับทุกเพศ ทุกวัยในการเข้าถึงทรัพยากรได้อย่างเสมอภาคซึ่งเป็นกลไกสำคัญที่จะนำไปสู่ความเท่าเทียมทางเพศ 2.“Prevention of Violence against Women and Children” เนื่องด้วยมีการเน้นให้ความสำคัญในการป้องกันการกระทำรุนแรงต่อสตรีและเด็ก ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับการรณรงค์ให้มีความเท่าเทียมทางเพศ SDGs Goal 5 เนื้อหาใน Workshop จะเน้นถึงการนำภาคส่วนด้านการศึกษามาขับเคลื่อนเพื่อลดการกระทำรุนแรงต่อสตรีและเด็ก รวมทั้งแนวปฏิบัติที่ดีและนำเสนอโครงการที่ประสบความสำเร็จ 3.“Become Climate Change Citizen Scientists” เกี่ยวข้องกับ SDGs ขององค์การสหประชาชาติ โดย Goal 13 มีเป้าหมายเร่งต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและผลกระทบที่เกิดขึ้น เนื้อหาใน Workshop มุ่งเน้นให้ทุกคนตระหนักเรื่องภาวะโลกร้อน โดยนำเสนอโครงการแนวร่วมปฏิวัติขยะสุพรรณบุรี แสดงการลดขยะที่ต้นทางและประชาชนรวมพลังคัดแยกขยะไปทำประโยชน์ การประชุมปฏิบัติการนี้จะให้ความรู้แก่สมาชิกซอนเชี่ยนให้กลายเป็นนักวิทยาศาสตร์พลเมืองเรื่องสภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลงทำให้โลกร้อน ที่สามารถเข้าใจและแนะนำการบริโภคเพื่อเลิก ลด การปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่อาจมีส่วนทำให้ภาวะโลกร้อนรุนแรงขึ้น รวมทั้งแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในการรับมือกับสภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลงจากภูมิภาคอื่นๆ

วันที่ 19 กันยายน 2021 จะมีพิธีรำลึกถึงสมาชิกซอนต้าที่ล่วงลับในรอบ 2 ปีที่ผ่านมา (Memorial Service)ต่อด้วยการประชุมเชิงปฏิบัติการ รวมถึงรายงานกิจกรรมต่างๆ ของปีแรกของวาระ2020-2021 และวันสุดท้ายของการประชุมวันที่ 20 กันยายน 2021 จะมีพิธีมอบรางวัลDistrict Governor’s Awards เพื่อมอบให้กับสโมสรซอนต้า ในภูมิภาค 17 และบุคคลที่ทำโครงการต่างๆตรงตามวัตถุประสงค์ของซอนต้าสากลและของภูมิภาค 17 โดยครอบคลุม 3R’s RecoverRebuild และ Rehabilitate ซึ่งเป็น goal ของ District 17 ในวาระนี้ เพื่อร่วมกันฟื้นฟูและสร้างศักยภาพผู้หญิงและเด็กผู้หญิง ให้สามารถช่วยเหลือตัวเองได้อย่างยั่งยืนพร้อมกับพิธีปิดการประชุม ตามด้วยพิธีปิด Closing สนุกสนานและเป็นมิตรภาพ

นอกจากนั้น ระหว่างการจัดการประชุมทั้ง 4 วัน จะมีการเปิด Market place โดย ซอนเชี่ยน ชวาลี โอสถานุเคราะห์ผู้ว่าการภาค ภูมิภาค 17 และประธานจัดการประชุมครั้งนี้ ต้องการเปิดโอกาสให้ผู้หญิงที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 นำสินค้าของตนเองมาจำหน่ายผ่าน Facebook page ของ Zonta International District 17 โดยจะไม่เก็บค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น

ซอนเชี่ยน ชวาลี โอสถานุเคราะห์ผู้ว่าการภาค ภูมิภาค 17 และเป็นประธานจัดการประชุม 21st Zonta District Conference (ZDC) กล่าวว่า 21st Zonta District Conference (ZDC)ครั้งนี้จะเป็นครั้งแรกที่จัดการประชุมในรูปแบบ Electronic 100% โดยมุ่งหวังให้ผู้เข้าร่วมประชุมทุกท่านรวมกันเป็นหนึ่งเดียวเพื่อก้าวผ่านสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 และเตรียมพร้อมเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศของโลก เพื่อสนอเจตนารมณ์ของซอนต้าสากล Zonta Says NOW to Climate Action ในการยื่นมือไปช่วยเหลือผู้หญิงและเด็กผู้หญิงให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ให้เขามีโอกาสยืนด้วยตัวเขาเองด้วยความมั่นใจ โดยการให้ความรู้ ให้ข้อคิดที่ดีและการให้โอกาส เพื่อให้สามารถดำเนินชีวิตที่ดีมีคุณค่าและมีประโยชน์ต่อตนเอง สังคมและประเทศชาติ

ทั้งนี้ ซอนต้าในประเทศไทยเป็นองค์กรที่ให้บริการด้านสาธารณกุศล ก่อตั้งโดยท่านผู้หญิงพูนทรัพย์ นพวงศ์ ณ อยุธยา เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ.1969 โดยมีสโมสรซอนต้า กรุงเทพ 1 เป็นสโมสรแรกในประเทศไทย ซึ่งมุ่งเน้นในการให้ความสำคัญกับการส่งเสริมและสนับสนุนสตรีและเด็ก ให้มีสิทธิและได้รับโอกาสทางสังคมอย่างเท่าเทียม สำหรับ Zonta International District 17 หรือซอนต้าสากล ภูมิภาค 17 ปัจจุบันมี ซอนเชี่ยน ชวาลี โอสถานุเคราะห์ เป็นผู้ว่าการภาค ภูมิภาค 17 ปีบริหาร 2020-2022มี วัตถุประสงค์ในการทำงาน คือ “The Link to the Future is NOW…Let us Embrace the New Normal with Optimism for Women…through Recover Rebuild and Rehabilitate.”

ซอนต้าสากล ภูมิภาค 17 คือองค์กร ใน Zonta International ที่เป็น 1 District ซึ่งทั้งหมดมี 31 District ทั่วโลก และ 1 Region ที่อเมริกาใต้ District 17 เป็น District ที่ใหญ่ที่สุดในโลกปัจจุบันเรามี 83 สโมสรและสมาชิก 2,642 คนDistrict 17 ประกอบด้วยสมาชิก ได้แก่ ไทย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ฮ่องกง มาเก๊าและมาเลเซีย Zonta มีพันธกิจมุ่งไปที่ Sustainable Development Goal ที่ 5 ซึ่งเป็นนโยบายขององค์การสหประชาชาติ นั่นคือ Achieve Gender Equality and Empower all Women and Girls โดยจะให้สโมสร Zonta ในทุกประเทศของ District 17ร่วมมือกับภาครัฐเพื่อจะช่วยกันผลักดันให้เกิดนโยบายให้ผู้หญิงมีโอกาสที่จะได้สิทธิที่เท่าเทียมกับผู้ชาย และเพื่อให้ผู้หญิงมี social protection ได้รับการคุ้มกันต่างๆ ไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของผู้ชาย เป็นต้นซอนเชี่ยน ชวาลี โอสถานุเคราะห์ซอนเชี่ยน ชวาลี โอสถานุเคราะห์ซอนเชี่ยน ดร.ณ ฤดี เคียงศิริซอนเชี่ยน ดร.ณ ฤดี เคียงศิริซอนเชี่ยน กาญจนา สายสิริพรซอนเชี่ยน กาญจนา สายสิริพรซอนเชี่ยน ดร.สร้อยเพชร เรศานนท์ซอนเชี่ยน ดร.สร้อยเพชร เรศานนท์