‘มาดามแป้ง’ ขยายความช่วยเหลือผู้ป่วยโควิด-19 ใน 5 เขตรอบกรุงเทพฯ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/600715

'มาดามแป้ง' ขยายความช่วยเหลือผู้ป่วยโควิด-19 ใน 5 เขตรอบกรุงเทพฯ

‘มาดามแป้ง’ ขยายความช่วยเหลือผู้ป่วยโควิด-19 ใน 5 เขตรอบกรุงเทพฯ

วันพุธ ที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2564, 15.36 น.

มูลนิธิมาดามแป้ง – เมืองไทยประกันภัย สานต่องานสู้วิกฤต ขยายความช่วยเหลือผู้ป่วยโควิด-19 ใน 5 เขตรอบกรุงเทพฯ

8 กันยายน 2564 “มาดามแป้ง” นวลพรรณ ล่ำซำ กรรมการผู้จัดการ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน) ในฐานะประธานกรรมการมูลนิธิมาดามแป้ง เดินทางมาร่วมหารือแนวทางการช่วยเหลือผู้ป่วยโควิด-19 ใน Community Isolation ต่อเนื่องเป็นระยะที่สอง หลังร่วมก่อตั้งศูนย์ดูแลผู้ป่วยใน 4 เขตรอบกรุงฯ โดยขยายความช่วยเหลือไปยังเขตคลองเตยเพิ่มเติม ซึ่งมี นางสาวอธิศรี วุฒิภาคภักดี ผ.อ.เขตราษฎร์บูรณะ, นายยุทธนา ป่าไม้ ผ.อ.เขตภาษีเจริญ, นายนันทพงศ์ แก้วศรี ผ.อ.เขตบึงกุ่ม, นายปารุส  อรหัตมานัส ผ.อ.เขตวังทองหลาง และนางสาวปิยธิดา นิยม ผ.อ.เขตคลองเตย ร่วมหารือ เมื่อวันที่ 6 กันยายน ที่ผ่านมา ณ Community Isolation เขตราษฏร์บูรณะ

สำหรับความร่วมมือในระยะสอง ภายใต้การสนับสนุนจากมูลนิธิมาดามแป้ง และ เมืองไทยประกันภัย นั้น มุ่งเน้นให้ความช่วยเหลือผู้ป่วยที่เข้ารักษาตัวใน 5 เขต ซึ่งมีผู้ป่วยเข้ารับการรักษาจำนวนมาก มีดังนี้ วิทยาลัยพาณิชยการอินทราชัย เขตวังทองหลาง, โรงเรียนสุขุมนวพันธ์อุปถัมภ์ เขตบึงกุ่ม, โกดัง บมจ.ศรีไทยซุปเปอร์แวร์ เขตราษฎร์บูรณะ, วัดกำแพง (บางแวก) เขตภาษีเจริญ รวมถึงศูนย์ดูแลผู้ติดเชื้อโควิด-19 ชุมชนคลองเตย

การสนับสนุนศูนย์ดูแลผู้ป่วยทั้ง 5 เขต แบ่งเป็น 3 ประเด็นหลัก คือ

1. การมอบกรมธรรม์ประกันภัยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ให้แก่กลุ่มผู้ป่วยติดเชื้อที่เข้ารับการรักษาตัวภายในศูนย์ ความคุ้มครองวงเงินผลประโยชน์หากอยู่ในภาวะโคม่า (Coma) กรณีติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) 100,000 บาท คุ้มครองระยะเวลา 6 เดือน

2. การมอบอุปกรณ์ทางการแพทย์แก่สำนักงานเขต เพื่อส่งต่อให้แก่ศูนย์ดูแลผู้ป่วย ได้แก่ เครื่องเอกซเรย์

โดยร่วมกับสมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย และ บริษัท หลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด แก่สำนักงานเขตราษฎร์บูรณะ และเครื่องผลิตออกซิเจน ขนาด 5 ลิตร จำนวน 25 เครื่อง แก่ศูนย์ดูแลผู้ป่วยทั้ง 5 ศูนย์

3. ตั้งหน่วยเคลื่อนที่เร็ว ดูแลผู้ป่วย Home Isolation ฉุกเฉิน ปฏิบัติการ 24 ชั่วโมงรอบกรุงเทพฯ ผ่านสายด่วน

“มาดามแป้ง เฟรนด์ คลับ” เบอร์ 02-2907979 โดยทีมอาสากล้าใหม่มูลนิธิมาดามแป้ง

“มาดามแป้ง” นวลพรรณ ล่ำซำ เปิดเผยว่า “มูลนิธิมาดามแป้ง มีแนวทางการทำงานในเชิงรุกและเชิงลึก เมื่อวิกฤตยังไม่จางหาย แผนงานจึงต้องมีความต่อเนื่องและปรับตัวเร็วตามสถานการณ์เสมอ เพื่อแบ่งเบาความเดือดร้อนให้ได้มากที่สุด จากการทำงานร่วมกับสำนักงานเขตและบุคลากรทางการแพทย์ในการตั้งศูนย์ดูแลในระยะแรกจนถึงปัจจุบัน ทำให้เราเหมือนคนครอบครัวเดียวกัน ลงเรือลำเดียวกันจึงต้องช่วยกันจนสุดทาง จึงได้ขยายความช่วยเหลือในประเด็นต่างๆ เหล่านี้ ด้วยเชื่อว่าจะช่วยให้วิกฤตนี้ผ่านพ้นไปได้โดยเร็ว”

สำหรับท่านที่ต้องการร่วมสนับสนุนการทำงานของมูลนิธิมาดามแป้ง ร่วมบริจาคสมทบทุนได้ที่บัญชีธนาคารกสิกรไทย เลขบัญชี 092-2-61340-0 ชื่อบัญชี มูลนิธิมาดามแป้ง เพื่อโครงการสร้างสังคมแห่งการให้ หรือร่วมสมัครเป็นอาสากล้าใหม่กับเราได้ที่ http://bitly.ws/dsfM

#ส่งต่อน้ำใจคนไทยไม่ทิ้งกัน #มูลนิธิมาดามแป้ง #เมืองไทยประกันภัย

เรียบเรียงโดย -(016)

IP จับมือ RBF ลุยวิจัยพัฒนา ‘กัญชง-กัญชา’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/600699

IP จับมือ RBF ลุยวิจัยพัฒนา ‘กัญชง-กัญชา’

IP จับมือ RBF ลุยวิจัยพัฒนา ‘กัญชง-กัญชา’

วันพุธ ที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2564, 15.20 น.

รายแรกในไทย! อินเตอร์ ฟาร์มา จับมือ อาร์ แอนด์ บี ฟู้ด ซัพพลาย ลงนามซื้อขายกัญชาชงและกัญชา เพื่อร่วมวิจัย พัฒนา ผลิตภัณฑ์ยาสมุนไพร

ดร.ตฤณวรรธน์ ธนิตนิธิพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อินเตอร์ ฟาร์มา จำกัด (มหาชน) หรือ IP  และ พ.ต.พญ. จัณจิดา รัตนภูมิภิญโญ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อาร์แอนด์ บี ฟู้ด ซัพพลาย จำกัด (มหาชน) หรือ RBF พร้อมด้วย นายณัฎฐนันท์ พันธุวงศ์ ได้ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจซื้อขายผลิตภัณฑ์จากกัญชาชงและกัญชา เพื่อร่วมกันวิจัย พัฒนา และต่อยอดผลิตภัณฑ์ยาสมุนไพรเป็นรายแรกของประเทศไทยเมื่อวันที่ 7 กันยายน 2564 ณ บริษัท อาร์ แอนด์ บี ฟู้ด ซัพพลาย จำกัด (มหาชน) -(016)

อว.สู้โควิด-19 ให้กำลังใจนักรบด่านหน้า เยี่ยมชม ‘ICU ศิริราชรวมใจ’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/600433

อว.สู้โควิด-19 ให้กำลังใจนักรบด่านหน้า  เยี่ยมชม ‘ICU ศิริราชรวมใจ’

อว.สู้โควิด-19 ให้กำลังใจนักรบด่านหน้า เยี่ยมชม ‘ICU ศิริราชรวมใจ’

วันพุธ ที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ศ.(พิเศษ) ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รมว.กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว) พร้อมด้วย ศ.ดร.นพ.สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ปลัด อว. เข้าเยี่ยมชม ICU ศิริราชรวมใจ มี ศ.ดร.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ม.มหิดล,รศ.นพ.วิศิษฎ์ วามวาณิชย์ ผอ.รพ.ศิริราช, รุ่งโรจน์ รังสิโยภาส กก.ผจญ.เอสซีจี และ นิธิ ภัทรโชค กก.ผจญ.ธุรกิจซีเมนต์-ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง เอสซีจี

ศ.(พิเศษ) ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) พร้อมด้วย ศ.ดร.นพ.สิริฤกษ์ ทรงศิวิไลปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ได้ให้กำลังใจและเข้าเยี่ยมชม ICU ศิริราชรวมใจ โดยมี ศ.ดร.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล,รศ.นพ.วิศิษฎ์ วามวาณิชย์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลศิริราช, รุ่งโรจน์ รังสิโยภาสกรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี และนิธิ ภัทรโชค กรรมการผู้จัดการใหญ่ธุรกิจซีเมนต์-ผลิตภัณฑ์ก่อสร้างเอสซีจี ต้อนรับ ณ โรงพยาบาลศิริราช กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2564

ศ.(พิเศษ) ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ กล่าวว่า “ขอขอบคุณศิริราชในนามคนไทยและรัฐบาล รวมทั้งผู้บริหารบุคลากรทางการแพทย์ทุกระดับที่ช่วยกันทำงานอย่างหนักเพื่อฝ่าฟันวิกฤตโควิด-19 ศิริราชถือเป็นป้อมปราการด้านการแพทย์และสาธารณสุขของไทยที่ต่อสู้ ทุ่มเทอย่างสุดชีวิตเพื่อรักษาชีวิตคนไทย การจัดสร้าง ICU ศิริราชรวมใจ เป็นการขยายการดูแลผู้ป่วยในภาวะวิกฤตที่ไม่ใช่เฉพาะผู้ป่วยโควิด แต่ยังมีผู้ป่วยโรคหนักๆ หรือมีโรคประจำตัว หรือโรคแทรกซ้อนที่ต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด นอกจากการรักษาพยาบาลแล้ว ศิริราชเองยังได้ทำวิจัยและพัฒนาทางการแพทย์มากมาย เช่น การศึกษาทดลองการฉีดวัคซีนไขว้ เพื่อมาโมเดลที่เหมาะสม การเตรียมข้อมูลสำหรับการฉีดเข็มที่ 3 และมีการวิจัยเกี่ยวกับชุดตรวจ ATK จนได้เป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการขึ้นทะเบียน อย. เป็นแห่งแรกของประเทศไทยและได้นำออกสู่ท้องตลาดแล้ว ศิริราชจึงทำหน้าที่ของตนเองได้อย่างครบถ้วน แม้จะมีกฎหมายหรือกฎระเบียบบางอย่างที่ยังทำให้ไม่คล่องตัวในการวิจัยและพัฒนานวัตกรรม ก็ยังพยายามทำทุกอย่างเท่าที่ทำได้ ตนในฐานะที่เป็นรัฐมนตรีพร้อมสนับสนุนอย่างเต็มที่ และแก้ไขกฎระเบียบเพื่อการทำงานให้คล่องตัวยิ่งขึ้น”

ศ.ดร.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา เปิดเผยว่า การระบาดของโควิด-19 ส่งผลให้หอผู้ป่วยวิกฤตโควิด-19ที่รองรับผู้ป่วยหนักเต็มทุกเตียง ทำให้ รพ.ศิริราช ต้องขยายพื้นที่จัดตั้งICU สนามขึ้นรองรับผู้ป่วยหนักเพิ่มอีก20 เตียง อย่างเร่งด่วน บริเวณข้างสวนเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา ใกล้กับท่าเรือรถไฟขณะนี้ ICU สนาม ได้ดำเนินการแล้วเสร็จ ภายใต้ชื่อ “ICU ศิริราชรวมใจ” และเปิดรับผู้ป่วยเข้ารับการรักษาวันแรกเมื่อวันที่ 30 ส.ค.ที่ผ่านมา ด้วยความร่วมมือร่วมใจจากทุกภาคส่วน โดยเฉพาะอย่างยิ่งน้ำใจจากประชาชน ที่ร่วมใจกันบริจาคเงินอย่างต่อเนื่อง การออกแบบและจัดสร้างอาคารแบบโมดูลาร์ โดย บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) และยังได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากบุคลากรทางการแพทย์ในเครือทั้ง3 โรงพยาบาล คือ รพ.ศิริราช รพ.ศิริราช ปิยมหาราชการุณย์ และศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก ประจำตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้การดูแลรักษาผู้ป่วยหนักครอบคลุมทั่วถึงทุกกลุ่มโรคที่ติดเชื้อโควิด

รศ.นพ.วิศิษฎ์ วามวาณิชย์ กล่าวว่า ICU ศิริราช ได้ดำเนินการก่อสร้างเมื่อวันที่ 28 ก.ค. 2564งบประมาณ 100 ล้านบาท ประกอบด้วย2 อาคาร 20 เตียง เพื่อดูแลผู้ป่วยหนักโควิดที่มีโรคประจำตัวซับซ้อน หรือมีภาวะเร่งด่วนวิกฤตครบครันด้วยเครื่องมือแพทย์มาตรฐานเดียวกับไอซียูในโรงพยาบาล มีระบบสนับสนุนเพื่อความปลอดภัยของบุคลากรทางการแพทย์ อาคารสนับสนุนเพื่อเป็นที่ทำงานและที่พักบุคลากร ห้องเก็บยาและเวชภัณฑ์ มีครุภัณฑ์ที่จำเป็น ระบบปรับอากาศ ห้องน้ำ ห้องอาบน้ำสำเร็จรูปรวมทั้งหน่วยงานสนับสนุนอื่นๆ

ขณะที่ รุ่งโรจน์ รังสิโยภาส กล่าวว่า เอสซีจี มีความยินดีอย่างยิ่งที่มีส่วนในการออกแบบและจัดสร้างอาคารไอซียูศิริราช แบบโมดูลาร์ เพื่อลดความซับซ้อนของโครงสร้างอาคาร สามารถติดตั้งและประกอบได้อย่างรวดเร็วภายในเวลาที่จำกัด ส่งมอบให้กับ รพ.ศิริราชใช้งานได้ทันตามกำหนดเวลา ในภาวะที่การระบาดของโรค
ติดเชื้อโควิด-19 กำลังประสบปัญหาอย่างหนัก เพื่อที่ รพ.ศิริราชจะได้รับผู้ป่วยหนักเข้ารับการรักษาได้อย่างทันท่วงที

ศ.(พิเศษ) ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รมว.กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ให้กำลังใจและเข้าเยี่ยมชม ICU ศิริราชรวมใจศ.(พิเศษ) ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รมว.กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ให้กำลังใจและเข้าเยี่ยมชม ICU ศิริราชรวมใจ

อร่อยกับขนมไหว้พระจันทร์ระดับตำนาน ในงาน ‘Mooncake Festival 2021’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/600427

อร่อยกับขนมไหว้พระจันทร์ระดับตำนาน  ในงาน ‘Mooncake Festival 2021’

อร่อยกับขนมไหว้พระจันทร์ระดับตำนาน ในงาน ‘Mooncake Festival 2021’

วันพุธ ที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

กูร์เมต์อีทส์ และ กูร์เมต์ มาร์เก็ต ร่วมต้อนรับเทศกาลพระจันทร์เต็มดวง จัดงาน “Mooncake Festival 2021” คัดสรรที่สุดของความอร่อยของขนมไหว้พระจันทร์ระดับตำนาน จากโรงแรมภัตตาคารชั้นนำและร้านดังจากต่างประเทศ มาให้ลิ้มลองกว่า 200 รายการ พร้อมอำนวยความสะดวกให้ลูกค้ากับหลายหลากช่องทางการ
สั่งซื้อตั้งแต่วันนี้-21 กันยายน 2564 ที่เดอะมอลล์ ทุกสาขา, เอ็มโพเรียม,เอ็มควอเทียร์, พารากอน, Call To Order,www.gourmetmarketthailand.com และแอปพลิเคชั่น Line Man,Robinhood

เทศกาลไหว้พระจันทร์เป็นอีกหนึ่งเทศกาลที่ถือเป็นสัญลักษณ์ของการที่สมาชิกของครอบครัวจะได้กลับมาพร้อมหน้ากันอีกครั้ง เพื่อร่วมเฉลิมฉลองเทศกาลอันแสนงดงาม ในคืนที่พระจันทร์เต็มดวง ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 8 ตามปฏิทินจันทรคติ ซึ่งในปีนี้ตรงกับวันที่ 21 กันยายน และสิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้สำหรับเทศกาลก็คือขนมไหว้พระจันทร์ ที่ใช้เป็นเครื่องเซ่นไหว้เทพเจ้าดวงจันทร์ คนจีนจะเรียกว่า “ขนมเอี้ยปิ่ง” หมายถึงความพรั่งพร้อม สมบูรณ์ ความสมหวัง และเพื่อร่วมเฉลิมฉลองเทศกาลไหว้พระจันทร์ และในปีนี้กูร์เมต์อีทส์ และ กูร์เมต์ มาร์เก็ต ได้ร่วมคัดสรรที่สุดของขนมไหว้พระจันทร์ระดับตำนานที่ถูกรังสรรค์ด้วยความพิถีพิถัน จากโรงแรมและภัตตาคารชั้นนำมากมาย รวมถึงร้านดังจากต่างประเทศ มาให้ลิ้มลอง หรือจะเลือกเป็นของขวัญแทนคำอวยพรให้คนพิเศษกว่า 200 รายการ

โดยภายในงานพบกับขนมไหว้พระจันทร์จากโรงแรม ภัตตาคารชั้นนำ และร้านดังจากต่างประเทศ อาทิ

PENINSULA กับขนมไหว้พระจันทร์ไส้คัสตาร์ดไข่แดง ที่เป็นที่นิยมของโรงแรมเพนนินซูลา โดดเด่นด้วยขั้นตอนการผลิตที่พิถีพิถัน รวมถึงการใช้วัตถุดิบส่วนผสมหลักที่เป็นออร์แกนิก บรรจุกล่อง 8 เหลี่ยม สวยงาม หรูหรา สง่างามตกแต่งด้วยลวดลายดอกบัว ที่ผลิตขึ้นโดยใช้วัสดุที่ย่อยสลายได้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

BANYAN TREE BANGKOK ขนมไหว้พระจันทร์แบบโฮมเมด ที่เลือกใช้แต่วัตถุดิบที่สด สะอาด อบใหม่ทุกวัน ที่พร้อมให้ได้เลือกลิ้มลองความอร่อยกับไส้ต่างๆ อาทิ ไส้ทุเรียน, เม็ดบัว, โหงวยิ้ง,พุทราผสมวอลนัท และคัสตาร์ด

HARRODS ฉลองปี 2564 ด้วยขนมไหว้พระจันทร์ชื่อดังของ Harrodsสูตรขนมไหว้พระจันทร์สูตรหนึ่งโดยเฉพาะ ในปีนี้ Harrods จะจัดแสดงขนมไหว้พระจันทร์แบบโฮมเมดโดยใช้ส่วนผสมคุณภาพชั้นยอดสำหรับการสร้างสรรค์การทำอาหารขั้นสุดยอดผลิตสดใหม่ทุกวันไส้คัสตาร์ดไข่แดง,ไส้คัสตาร์ดลาวา, ไส้คัสตาร์ดไวท์ทรัฟเฟิล, ไส้ทุเรียนหมอนทองไข่แดง,ไส้ชานมกลิ่นกุหลาบ

MXCAKES&BAKERY สัมผัสรสชาติความอร่อยอันเป็นเอกลักษณ์ของ MXMOONCAKE ที่การันตีด้วยยอดขายอันดับ 1 ใน Hong Kong ถึง 23 ปีซ้อน มาพร้อมรสชาติใหม่ในกล่องดีไซน์สวยหรู ควรคู่แก่การมอบให้เป็นของขวัญ

ภัตตาคารเชียงการีล่า ขนมไหว้พระจันทร์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะเปลือกบางไส้หนานุ่มที่ใช้วัตถุดิบชั้นดี กลิ่นหอมละมุน มีให้เลือกทั้งไส้ดั้งเดิมมากกว่า 10 ไส้ อาทิ ทุเรียนหมอนทองไข่ โหงวยิ้งไข่ ลูกบัวไข่ เต้าซาดำไข่ ชาเขียวถั่วแดง สำหรับปีนี้ภัตตาคารเชียงการีล่า มีไส้ใหม่เป็นส้มยูสุ-แมคคาเดเมีย

Kyo Roll En เซตขนมสุดพรีเมียม Limited Edition CollaborationMooncake จากการ Collaboration อีกครั้งในปีที่ 2 ของ Kyo Roll En X Sorn ร้านอาหารใต้ไฟน์ไดน์นิ่ง “ศรณ์” ระดับ 2 ดาวมิชลิน โดยเชฟ “ไอซ์-ศุภักษร จงศิริ และเชฟเดช คิ้วคชา จาก Kyo Roll En และ Kyo Bar กับรสชาติพิเศษสุด Exclusive ที่คัดสรรวัตถุดิบคุณภาพจากทั่วภาคใต้ของไทยและญี่ปุ่น รังสรรค์เป็นขนมไหว้พระจันทร์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว กับสุดยอดขนมไหว้พระจันทร์สูตรแฮนด์เมด ทุกชิ้นปั้นด้วยมือตามประเพณีจีนที่สืบทอดยาวนานกว่า1,000 ปี มีให้เลือกอร่อย 4 รสชาติ Yuzu Lava, Satsuma Imo, Custard Vanilla, Kyo Mixed Nuts

นอกจากนี้ ยังมีขนมไหว้พระจันทร์ ที่ได้รับความนิยมจากแบรนด์ชั้นนำอีกมากมาย อาทิ SHANGRI-LAHOTEL,DUSIT THANI BANGKOK,BANGKOK MARRIOTT MARQUIS QUEEN’S PARK, Bakery Hut, PhoenixLava, Skinni Bears, Rolling Pinn, ภัตตาคารกอกใจ, S&P, แต้จิ้นเส็ง,Baan Ban, Whiskand Butter,เฮียบหลี, GOLDEN DRAGON ฯลฯ พร้อมมอบโปรโมชั่นสำหรับสมาชิกบัตร SCB M VISA

เลือกอร่อยกับหลายรสชาติขนมไหว้พระจันทร์จากแบรนด์ชั้นนำได้ในงาน “Mooncake Festival 2021” ตั้งแต่วันนี้-21 กันยายน 2564 ที่มาร์เก็ต ฮอลล์ พารากอน, วันที่ 7-21 กันยายน 2564 ที่เอ็มโพเรียม, เอ็มควอเทียร์และ เดอะมอลล์ ทุกสาขา (ยกเว้นรามคำแหงและโคราช), วันที่ 15-21 กันยายน 2564 ที่กูร์เมต์ มาร์เก็ตสาขาเอ็มโพเรียม, เอ็มควอเทียร์และพารากอน ติดตามทุกกิจกรรมความพิเศษสุดเอ็กซ์คลูซีฟได้ก่อนใครได้ที่ Facebook: Gourmet EatsTheMall Group และ GourmetMarketThailand

2 องค์กร ‘MBK’ และ ‘CP ALL’ สนับสนุนโครงการ ‘วันสร้างสุข สู้ภัยโควิด-19’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/600429

2 องค์กร ‘MBK’ และ ‘CP ALL’ สนับสนุนโครงการ ‘วันสร้างสุข สู้ภัยโควิด-19’

2 องค์กร ‘MBK’ และ ‘CP ALL’ สนับสนุนโครงการ ‘วันสร้างสุข สู้ภัยโควิด-19’

วันพุธ ที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

เดียว วรตั้งตระกูล ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ บมจ.เดอะ วัน เอ็นเตอร์ไพรส์ เป็นผู้รับมอบน้ำดื่มจำนวน 5,000 ขวด จาก ศตกมล วรกุล ผอ.ฝ่ายสื่อสารองค์กร บมจ. เอ็ม บี เค

จากสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา(โควิด-19) ยังคงต่อเนื่อง ส่งผลกระทบกับพี่น้องคนไทยทั่วประเทศ โครงการ “วันสร้างสุข สู้ภัยโควิด-19” ขอเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือชุมชน และเป็นอีกหนึ่งกระบอกเสียงในการเปิดรับบริจาค เพื่อกระจายความช่วยเหลือต่างๆ ไปสู่คนที่ได้รับความเดือดร้อน ทั้งนี้ยังได้รับการสนับสนุนจากพาร์ทเนอร์หลายภาคส่วน

โดยครั้งนี้ เดียว วรตั้งตระกูล ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท เดอะ วัน เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน) เป็นผู้รับมอบน้ำดื่มจำนวน 5,000 ขวด จาก ศตกมล วรกุลผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วย เอื้อมพร สิงหกาญจน์ผู้ช่วยผู้จัดการทั่วไป ส่วนงานสำนักบริหารการสื่อสารองค์กร บริษัท ซีพีออลล์ จำกัด(มหาชน) มอบชุด PPE จำนวน100 ชุด และเจลแอลกฮอล์ เมื่อวันพุธที่ 1 กันยายน 2564 ที่ผ่านมาเอื้อมพร สิงหกาญจน์ ผช.ผจก.ทั่วไป ส่วนงานสำนักบริหารการสื่อสารองค์กร บมจ.ซีพีออลล์ มอบชุด PPE จำนวน100 ชุด และเจลแอลกฮอล์เอื้อมพร สิงหกาญจน์ ผช.ผจก.ทั่วไป ส่วนงานสำนักบริหารการสื่อสารองค์กร บมจ.ซีพีออลล์ มอบชุด PPE จำนวน100 ชุด และเจลแอลกฮอล์

เบื้องหลังเทคนิคความงามแบบสมมาตร ผสานศาสตร์ชะลอวัยแบบองค์รวม #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/600420

เบื้องหลังเทคนิคความงามแบบสมมาตร ผสานศาสตร์ชะลอวัยแบบองค์รวม

เบื้องหลังเทคนิคความงามแบบสมมาตร ผสานศาสตร์ชะลอวัยแบบองค์รวม

วันพุธ ที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

เมิร์ซ เอสเธติกส์ ไทยแลนด์ เผยนวัตกรรมที่จะผสมผสานเป็นศาสตร์ชะลอวัยแบบองค์รวม เชิญ นายแพทย์ดนัยย์ ประดิษฐสุวรรณ์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ความงามมากว่า 20 ปี มาร่วมเผยเทคนิคความงามแบบสมมาตรและการใช้ศาสตร์ชะลอวัยแบบองค์รวมเพื่อการรักษาที่จะตอบโจทย์ Confidence to be…สวยมั่นใจในแบบฉบับที่เป็นตัวเองมากยิ่งขึ้น และยังได้เปิดใจกับสาวสวยตัวแทนผู้หญิงเอเชีย อย่าง ซอ จียอน ถึงเรื่องราวชีวิตของการเป็นดารานักแสดงที่คนภายนอกมองว่าสวยงาม แต่ก็พบเจอปัญหาความงามไม่แพ้กัน ในรายการ Woody FM

นายแพทย์ดนัยย์ ประดิษฐสุวรรณ์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ความงาม ได้เผยว่า “เมื่อคนเรามีอายุที่มากขึ้นจนถึงจุดหนึ่ง สภาพเซลล์ในร่างกายก็จะเริ่มถดถอยหรือเสื่อมสภาพลง สำหรับบางคนที่ทำงานหนัก อาจจะไม่ค่อยได้สังเกตตัวเองถึงการเปลี่ยนแปลงที่จะค่อยๆ เกิดขึ้นทีละน้อยๆโดยเฉพาะเรื่องความหย่อนคล้อยของผิวและคุณภาพผิว โดยเทคนิคการดูแลผิวด้วยตัวเองในช่วง Work from Home ยังพอทำได้ คือ นอกจากการนอนหลับและดื่มน้ำให้เพียงพอแล้ว สิ่งที่สำคัญที่หมออยากแนะนำ คือการใช้ตัวบำรุงผิวประเภทมอยซ์เจอไรเซอร์ที่เป็นตัวเบสที่ไม่เข้มข้นจนเกินไป เช่น วอเตอร์เบส หรือเนื้อเจล ซึ่งจะช่วยให้ผิวดูดซึมได้ดี และไม่เหนียวเหนอะหนะจนเกินไป หรือใช้ผลิตภัณฑ์ทีเป็น AHA หรือ BHA ที่จะช่วยให้ผิวมีความละเอียดขึ้นและรูขุมขนดูกระชับขึ้น แต่ถ้าเรามีความกังวลเรื่องของผิวที่มีรูขุมขนกว้างที่เกิดจากผิวมัน ในสถานการณ์ปกติเราก็จะใช้นวัตกรรมโบบริสุทธิ์ ในรูปแบบของโปรแกรม Micro Edition กับผิว ซึ่งจะช่วยลดความมันได้ และผิวดูกระจ่างใสขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติด้วย”

นพ.ดนัยย์ ประดิษฐสุวรรณ์

นอกจากนี้ คุณหมอยังได้เผยถึงหลักการสังเกตความเปลี่ยนแปลงของสัดส่วนบนใบหน้าที่เราสามารถสังเกตเองได้ที่บ้าน และยังเป็นหลักการที่แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านความงาม จะใช้วิเคราะห์และทำการรักษา นั่นคือกฎ A B C ประเมินใบหน้า มองเห็นปัญหา และหาตัวช่วยแก้ไข ในลักษณะของศาสตร์ชะลอวัยแบบองค์รวม

Assessment คือ การประเมินใบหน้า ดูการเปลี่ยนแปลงของใบหน้า โดยในทางการแพทย์ความงาม จะดูในเรื่องของ Facial Harmonization คือใบหน้าที่มีสัดส่วนที่ถูกต้อง (Facial Proportions) หรือ เป็นความงามแบบสมมาตร โดยแพทย์จะประเมินใบหน้าคนไข้แบบเป็นสัดส่วน ตั้งแต่ชายผมจนมาถึงระหว่างคิ้ว ระหว่างคิ้วจนมาถึงปลายจมูก และจากปลายจมูกจนมาถึงคาง โดยต้องมีความสมมาตรกันคือเป็น 1/3 ในแต่ละส่วน นอกเหนือจากนั้น ยังมองสัดส่วนใบหน้าในรูปแบบแนวตั้งด้วย โดยแบ่งเป็น ปลายหูมาถึงหางตา หางตามาถึงหัวตา หัวตาด้านหนึ่งมาถึงหัวตาอีกด้านหนึ่ง และจากหัวตาไปถึงหางตาและหางตาไปถึงใบหู ซึ่งจะแบ่งเท่าๆ กัน เป็น 1/5 ซึ่งหากใบหน้าไม่ได้สัดส่วน ก็จะมีการใช้นวัตกรรมความงามหรือสารเติมเต็มต่างๆ เข้ามาช่วยปรับให้รูปหน้ามีสัดส่วนและเป็นความงามที่สมมาตรมากยิ่งขึ้น

Big Issue คือ ปัญหาหลัก หรือปัญหาที่เรามองเห็นและต้องการแก้ไข ซึ่งประกอบไปด้วย 1.รูปหน้า หรือโครงของใบหน้า (Facial Contouring) ซึ่งปัจจุบัน รูปหน้าทรงรูปไข่ หรือทรงรูปหัวใจ เป็นโครงหน้าที่ถูกนิยามว่าสวย เนื่องจากมีสัดส่วนของส่วนบน ส่วนกลาง และส่วนล่างของใบหน้าที่สมมาตรกัน 2.ลักษณะบนใบหน้า (Facial Features) คือส่วนของคิ้ว ตา จมูก ปาก คาง ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้แต่ละคนมีบุคลิกที่แตกต่างกันไป โดยเราจะมี 3 คาน บนใบหน้า ที่บ่งบอกว่าเราดูมีอายุหรือไม่ ซึ่งคานแรกจะอยู่ระดับคิ้ว คานที่ 2 คือระดับมุมปาก สังเกตได้จากเวลาที่เราอายุมากขึ้น เวลาที่เราไม่ยิ้มมุมปากของเราจะดูตกลง และคานที่ 3 คือ บริเวณกรอบหน้าส่วนล่าง ซึ่งคนส่วนใหญ่ที่มาพบหมอบ่อยๆ จะขอความช่วยเหลือในบริเวณตรงนี้ เพื่อช่วยกำจัดเหนียง หรือแก้มที่ย้อย ให้หายไป 3.คุณภาพของผิว (Skin Quality) โดยคุณภาพผิวสามารถสะท้อนได้หลายอย่าง โดยเริ่มจาก สีผิวที่เท่ากันความเรียบเนียน ริ้วรอย ความมันของผิว รวมถึงรูขุมขนกว้าง

ซอ จียอน

Choice of treatment แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านความงามในปัจจุบัน จะให้การรักษาในลักษณะผสมผสาน (Combinedmodality) ซึ่งจะใช้ตัวหลักอย่างสารลดเลือนริ้วรอย โบบริสุทธิ์ ในการปรับแต่งรูปหน้า (Facial Contouring) หรือลักษณะบนใบหน้า (Facial Features) หรืออาจจะใช้สารเติมเต็ม ฟิลเลอร์ เพื่อยกกระชับหรือพยุงหน้าในบางส่วนที่ทรุดตัวลง และยังสามารถช่วยเติมเต็มสภาพผิว (Skin Quality) ให้ดูมีความฉ่ำวาวมากขึ้น รวมทั้งยังใช้ร่วมกับ เครื่องยกกระชับอัลเทอราปี ซึ่งเป็นเครื่องเดียวที่ลงไปถึงชั้น SMASที่มีผลต่อการทำให้หน้าของเราดูเด็กและอ่อนกว่าวัย โดย อัลเทอราปี จะทำให้ชั้นผิวนั้นมีการหดตัวหรือกระชับมากยิ่งขึ้น และยังช่วยกระตุ้นคอลลาเจนใหม่ด้วย ซึ่งเรียกได้ว่า เป็นการผสานศาสตร์ชะลอวัยแบบองค์รวม เพื่อแก้ไขปัญหาความหย่อนคล้อยแห่งวัยจากภายในได้อย่างแท้จริง

อย่างไรก็ตาม ปัญหาความหย่อนคล้อยตามวัย แน่นอนว่าส่งผลกับทุกคน แม้จะเป็นดารานักแสดงที่เราเห็นว่าดูแลตัวเองเป็นอย่างดีแล้ว ก็ยังมีปัญหาผิวที่ต้องหาทางแก้ไขเช่นกัน โดย ซอ จียอน ได้เผยว่า “ยิ่งมีอายุมากขึ้น แถมด้วยอาชีพของเราที่ต้องแต่งหน้าบ่อยและใช้เวลานาน ทำงานก็หนักก็ยิ่งเจอกับปัญหาเรื่องผิวพรรณมากขึ้น ก็ต้องคอยหาวิธีดูแลรักษากันตลอดเวลา ยิ่งช่วงนี้ชอบเจอปัญหาผิวโดยเฉพาะเรื่องของรูขุมขนที่กว้างขึ้น และเริ่มมีความหย่อนคล้อยของผิวมากขึ้นตามวัยผสมกับริ้วรอยต่างๆ อย่างรอยตีนกา ก็มีเกิดขึ้นด้วย ซึ่งเราก็หาวิธีในการดูแลมาตลอด แถมยังมีประสบการณ์ดื้อโบด้วย แต่หลังจากที่ฟังคุณหมอแล้วก็จะลองไปตรวจเรื่องอาการดื้อโบดูหลังจากคลายล็อกดาวน์ค่ะ สำหรับช่วงนี้ที่ยังต้อง Work from Home อยู่ ก็จะลองไปหาผลิตภัณฑ์ที่ดูแลเรื่องรูขุมขนตามที่คุณหมอแนะนำก่อนค่ะ”

สำหรับกรณีดื้อโบของสาวจียอน ทางคุณหมอก็ได้แนะนำให้ลองไปตรวจเช็คว่าเกิดการดื้อโบหรือการไม่ตอบสนองที่ส่วนไหน เช่น ดื้อที่ตัวโมเลกุลของโบเลย หรือดื้อต่อโครงสร้างโปรตีนซึ่งเป็นตัวองค์ประกอบที่ไม่ใช่ตัวโบ หากเป็นกรณีหลังก็ยังสามารถใช้โบบริสุทธิ์ในการรักษาได้ เทคนิคการดูแลผิวและความรู้ที่เกี่ยวกับการเสริมความงามยังมีอีกมากมาย สามารถไปรับฟังเต็มๆ กันได้ที่https://bit.ly/3mDVlG2 และหากสนใจสามารถตรวจสอบคลินิกที่ให้บริการ โบบริสุทธิ์ ฟิลเลอร์เนื้อเนียน จากสวิตเซอร์แลนด์ และเครื่องอัลเทอราปีแท้หลังคลายล็อกดาวน์ได้ที่ www.merzclubthailand.com

คลาสออกกำลังกายดึงศักยภาพของนักกอล์ฟให้ถึงขีดสุด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/600421

คลาสออกกำลังกายดึงศักยภาพของนักกอล์ฟให้ถึงขีดสุด

คลาสออกกำลังกายดึงศักยภาพของนักกอล์ฟให้ถึงขีดสุด

วันพุธ ที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

นักกอล์ฟคงทราบดีว่าปัญหากวนใจที่ทำให้การตีไม่แม่นยำ ตีวงได้ไม่ไกล และมักเกิดอาการบาดเจ็บอยู่เสมอๆ เนื่องจากกล้ามเนื้อ มัดสำคัญที่จำเป็นต่อการ
ตีกอล์ฟไม่แข็งแรงพอ และการใช้กล้ามเนื้อมัดเดิมซ้ำๆ ย่อมเสี่ยงต่อการบาดเจ็บได้ง่าย

ดังนั้น หากนักกอล์ฟอยากดึงศักยภาพของตัวเองออกมาให้ถึงขีดสุด การฝึกซ้อมท่วงท่าและเทคนิคต่างๆ ควบคู่ไปกับการเสริมกล้ามเนื้อเป็นเรื่องสำคัญ โดยเฉพาะกล้ามเนื้อหน้าท้อง กล้ามเนื้อหลัง กล้ามเนื้อสะโพก กล้ามเนื้อต้นขาทั้งด้านหน้าและด้านหลังเพื่อใช้ในการหมุนรอบแกนกระดูกสันหลังล้วนเป็นกล้ามเนื้อมัดสำคัญเพื่อให้วงสวิงของคุณแข็งแรง และทำให้การตีกอล์ฟดีขึ้น เหนือสิ่งอื่นใดการสร้างความแข็งแรงให้กล้ามเนื้อมัดต่างๆ ที่ต้องใช้งานบ่อยๆ ยังช่วยป้องกันการบาดเจ็บที่มักเกิดบริเวณหลัง ข้อมือ ข้อศอก ข้อไหล่ ได้อย่างดี เนื่องจากบริเวณดังกล่าวมีแรงกดและแรงบิดจำนวนมากที่มีผลกระทบต่อระบบโครงกระดูกและกล้ามเนื้อสันหลังขณะตีกอล์ฟ

และถ้าคุณไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไร แนะนำให้ลองเริ่มต้นง่ายๆ กับคลาสออกกำลังกายหลากหลายรูปแบบที่ออกแบบมาเพื่อนักกอล์ฟโดยเฉพาะในช่อง GOLFit โดยNicole Cavarra โปรกอล์ฟผู้มีประสบการณ์การสอนมากว่า 27 ปี ผ่านการรับรองจาก LPGA Class-A, TPI Certified, Certified Professional Fitness Trainer และ Certified Golf Conditioning Specialist และยังเคยได้รับการเสนอชื่อในรางวัล LPGA National Teacher of the Year ปี 2012 ด้วยคลาสออกกำลังกายหลากหลายที่จะช่วยให้การตีกอล์ฟเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ อาทิ Ground Dynamics, Strength and Stability III คลาสที่จะช่วยให้คุณเคลื่อนไหวร่างกายให้ถูกวิธี เพราะท่วงท่าที่ถูกต้องจะช่วยให้คุณควบคุมวงสวิงได้อย่างดี ลดอาการบาดเจ็บ และท่าออกกำลังกายในคลาสนี้ยังเน้นสร้างกล้ามเนื้อมัดสำคัญต่อการเล่นกอล์ฟ ผสานด้วยคาร์ดิโอสร้างความแข็งแรงให้กล้ามเนื้อหัวใจและเผาผลาญไขมันในคราวเดียวกัน และ Fundamental and Functional Motion คลาสนี้เหมาะกับนักกอล์ฟทุกระดับ ตั้งแต่มือใหม่ไปจนถึงมืออาชีพ เรียนรู้วิธีเคลื่อนไหวร่างกายพร้อมกับการยืดเหยียดกล้ามเนื้อ เสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อหลังและยังทำให้ระบบโครงสร้างกล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อที่มีความแข็งแรงทนทานมากขึ้นเมื่อร่างกายยืดหยุ่นจึงไม่บาดเจ็บง่ายๆ อีกทั้งช่วยเพิ่มพลังในการตีให้มากขึ้นด้วย

ยังมีคลาสดีๆ จาก Nicole โปรกอล์ฟระดับโลกอีกมากมาย รอให้นักกอล์ฟมาสร้างกล้ามเนื้อที่แข็งแรง ร่างกายที่ยืดหยุ่น และการเคลื่อนไหวที่ถูกต้องเพื่อรีดศักยภาพการเล่นกอล์ฟของคุณให้ถึงขีดสุดในช่อง GOLFit ทาง “Virtual Studio” แอปพลิเคชั่นที่รวบรวมคลาสออนดีมานด์กว่า 1,800 คลาสและคลาสสตรีมมิ่งจากโปรแกรมระดับโลก รวมถึงช่องดังมากมายที่อัดแน่นไปด้วยข้อมูลดีๆ ตอบโจทย์คนรักสุขภาพทุกเพศ ทุกวัย โดยผู้นำฟิตเนสอันดับหนึ่งของเมืองไทย ทั้ง ฟิตเนส เฟิรส์ท และ เซเลบริตี้ ฟิตเนส

สมาชิก Fitness First และ Celebrity Fitness เพียง 59 บาท/เดือน บุคคลทั่วไปที่ไม่ได้เป็นสมาชิก Fitness First และ Celebrity Fitness พิเศษเพียง 89 บาท/เดือน สมัครที่ Application “Fitness First Asia” และ “Celebrity Fitness Asia” ทั้ง IOS และ Android หรือดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ทาง http://www.fitnessfirst.co.th,www.facebook.com/FitnessFirstThailand,www.celebrityfitness.co.th, http://www.facebook.com/Celebrity
FitnessThailand

LIFE & HEALTH : ผลเสียของการไม่บริโภคอาหารคาร์โบไฮเดรต #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/600418

LIFE&HEALTH : ผลเสียของการไม่บริโภคอาหารคาร์โบไฮเดรต

LIFE&HEALTH : ผลเสียของการไม่บริโภคอาหารคาร์โบไฮเดรต

วันพุธ ที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

เมื่อเรามีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น ก็มักจะโทษว่าเกิดจากการรับประทานอาหารจำพวกแป้งและน้ำตาล (คาร์โบไฮเดรต) มากเกินไป ข้อมูลจาก รศ.ดร.ภญ.จิรภรณ์
อังวิทยาธร ภาควิชาเภสัชเคมี คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล เปิดเผยว่าคาร์โบไฮเดรตก็ไม่ใช่ผู้ร้ายเสมอไป คาร์โบไฮเดรตมีประโยชน์ต่อสุขภาพอย่างมากมาย อยู่ที่การรับประทานในอัตราส่วนที่เหมาะสม บทความนี้มิได้เน้นวิธีการลดน้ำหนัก แต่ต้องการให้ตระหนักถึงประโยชน์ของการรับประทานอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรต ซึ่งเป็น 1 ในอาหารหลัก 5 หมู่ที่มีความจำเป็นต่อการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพเต็มที่ของร่างกาย

คาร์โบไฮเดรตที่มีผลดีต่อสุขภาพและควรรับประทาน ได้แก่ ข้าวที่ไม่ได้ผ่านการขัดสี หรือขัดสีน้อย เช่น ข้าวซ้อมมือ ข้าวกล้อง ขนมปังที่ไม่ฟอกขาว เช่น ขนมปัง
โฮลวีท รวมถึงผักผลไม้ที่มีรสหวานน้อย แคลอรี่ต่ำ มีกากใยอาหารมาก เช่น มันเทศ ข้าวโพด อย่างไรก็ตาม ควรควบคุมปริมาณไม่ให้มากจนเกินความจำเป็นต่อร่างกาย โดยทั่วไปแล้ว ผู้ใหญ่ที่ทำงานและมีกิจกรรมตามปกติควรได้รับพลังงานวันละประมาณ 2,000 แคลอรี่ โดยที่ 900-1,300 แคลอรี่ (45-65%ของพลังงานที่ควรได้รับ) ควรมาจากคาร์โบไฮเดรตปริมาณคาร์โบไฮเดรต (รวมถึงน้ำตาล) ที่ควรรับประทานในแต่ละวันคือ 225-325 กรัม

การงดอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรตโดยสิ้นเชิงจะส่งผลเสียมากกว่าผลดี ประโยชน์ของคาร์โบไฮเดรตมีหลายประการดังต่อไปนี้

l ช่วยในการทำงานของสมอง เซลล์สมองจำเป็นต้องใช้น้ำตาลกลูโคส เป็นแหล่งพลังงานอย่างต่อเนื่อง กลูโคสได้จากการย่อยสลายของคาร์โบไฮเดรตและถูกดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือด เมื่อสมองขาดกลูโคสหรือได้รับกลูโคสไม่เพียงพอ จะทำให้เกิดอาการอ่อนเพลีย วิงเวียน ใจสั่น มือสั่น หน้ามืด ตาลายเหงื่อออก ปวดศีรษะ และเซื่องซึม ถ้าสมองขาดกลูโคสอย่างเฉียบพลันและรุนแรง จะทำให้ระบบประสาทส่วนกลางทำงานล้มเหลว จนอาจเกิดอาการชัก หมดสติ เซลล์สมองเกิดความเสียหายจนไม่สามารถคืนสู่สภาพเดิมได้ และหากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที อาจเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตได้ สมองไม่สามารถใช้อาหารจำพวกไขมันหรือโปรตีนเป็นแหล่งพลังงานทดแทนกลูโกสได้

กลูโคสยังมีผลต่อความคิด การเรียนรู้และการจดจำสิ่งต่างๆ เนื่องจากกลูโคสใช้ในการสังเคราะห์สารสื่อประสาทหลายชนิดมีงานวิจัยในปี 2008 โดยมหาวิทยาลัย Tufts ในประเทศสหรัฐอเมริกา ได้ทำการศึกษาในผู้หญิงที่มีน้ำหนักเกินและไม่รับประทานอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตโดยสิ้นเชิงเป็นเวลานาน 1 สัปดาห์ จะมีทักษะทางปัญญา ความใส่ใจจากการมองเห็น การรับรู้จากการมองเห็น ความทรงจำเชิงพื้นที่ ต่ำกว่าผู้หญิงที่มีน้ำหนักเกินและรับประทานคาร์โบไฮเดรตในปริมาณที่เหมาะสม

l ผลต่ออารมณ์และสุขภาพจิต ในประเทศแถบตะวันตกจะมีคำกล่าวที่ว่า “ถ้ารู้สึกไม่มีความสุข ให้กินพาสต้า แล้วทุกอย่างจะดีขึ้น”คาร์โบไฮเดรตมีความสำคัญต่ออารมณ์และสุขภาพจิต ผลงานวิจัยที่ตีพิมพ์ในปี 2552ในวารสาร The Journal of the American MedicalAssociation Internal Medicine พบว่าผู้ที่รับประทานอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตต่ำและมีไขมันสูง เป็นระยะเวลานาน 1 ปี จะมีอาการวิตกกังวล ซึมเศร้าและมักมีอารมณ์โกรธฉุนเฉียว มากกว่าคนที่รับประทานอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตสูงและมีไขมันต่ำ ในอาหารคาร์โบไฮเดรตจะมีกรดอะมิโนที่จำเป็นชนิดหนึ่งคือ tryptophan ซึ่งใช้ในการผลิต serotonin ในสมอง serotonin เป็นสารสื่อประสาทที่มีบทบาทสำคัญเกี่ยวกับการลดอาการซึมเศร้าและช่วยให้นอนหลับได้ดีขึ้น เราจะสังเกตได้ว่าผู้ที่อยู่ในช่วงลดน้ำหนักโดยงดคาร์โบไฮเดรต มักมีอารมณ์แปรปรวน หงุดหงิด โกรธง่ายกว่ายามปกติ

l ลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจและหลอดเลือด มีงานศึกษาวิจัยที่แสดงให้เห็นว่าการบริโภคธัญพืชเต็มเมล็ด (whole grains) ที่ผ่านกระบวนการขัดสีน้อยหรือไม่ผ่านเลย จะช่วยลดไขมันชนิดเลว (LDL cholesterol) และคอเลสเตอรอลรวม แต่ไม่มีผลลดไขมันดี (HDL cholesterol) ทำให้ลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด ผลงานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร American Journal of Clinical Nutrition ยังพบว่าผู้ที่รับประทานเมล็ดธัญพืชมากกว่า16 กรัมทุกวันจะมีระดับ LDL cholesterol ต่ำกว่าผู้ที่รับประทานยาลดไขมันในกลุ่ม statins ที่ไม่รับประทานเมล็ดธัญพืช

l เป็นแหล่งพลังงาน คาร์โบไฮเดรตในรูปของกลูโคสจะเป็นแหล่งพลังงานและเชื้อเพลิงหลักของร่างกาย ซึ่งใช้ในการทำกิจกรรมต่างๆ ของร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นการทำงาน ออกกำลังกายทำกิจวัตรประจำวัน หรือแม้กระทั่งการหายใจ น้ำตาลกลูโคสส่วนเกินจะถูกเก็บไว้ในตับ กล้ามเนื้อ และเซลล์อื่นๆ ในรูปของไกลโครเจน เพื่อใช้ในภายหลังหรือถูกเปลี่ยนเป็นไขมัน ถ้าร่างกายได้รับคาร์โบไฮเดรตไม่เพียงพอ ร่างกายจะใช้โปรตีนเป็นแหล่งพลังงานทดแทน แต่เนื่องจากร่างกายจำเป็นต้องใช้โปรตีนเพื่อใช้ในการเสริมสร้างกล้ามเนื้อ ผลก็คือทำให้กล้ามเนื้อลีบแบน ผิวหนังเหี่ยวย่น ร่างกายผ่ายผอม อ่อนเพลีย ไม่มีเรี่ยวแรง

l ควบคุมน้ำหนัก ผู้ที่ต้องการลดน้ำหนักมักงดเว้นอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรต แต่การเลือกรับประทานคาร์โบไฮเดรตชนิดและปริมาณที่เหมาะสม เช่น การรับประทานเมล็ดธัญพืชเต็มเมล็ด ผักผลไม้ที่มีกากใยอาหารในปริมาณสูงจะทำให้รู้สึกอิ่มโดยได้รับแคลอรี่น้อยลง ช่วยควบคุมน้ำหนักได้

การรับประทานเมล็ดธัญพืช ผักผลไม้ที่มีกากใยยังช่วยให้การเคลื่อนไหวของลำไส้เป็นปกติ ผู้ที่รับประทานคาร์โบไฮเดรตไม่เพียงพอ จะได้รับกากใยอาหารไม่เพียงพอ ทำให้เกิดอาการท้องผูก ท้องอืดท้องเฟ้อ นอกจากนี้เมล็ดธัญพืชยังอุดมไปด้วยวิตามิน B ซึ่งช่วยให้ร่างกายสร้างพลังงานจากอาหาร และช่วยสร้างเม็ดเลือดแดง ผลไม้และผักนั้นเต็มไปด้วยวิตามิน B และ C การบริโภคคาร์โบไฮเดรตไม่เพียงพอ ทำให้ขาดสารโฟเลตแคลเซียม แมกนีเซียม เหล็ก และโปแทสเซียมวิตามินต่างๆ เช่น วิตามิน A และ E

โดยสรุป การเลือกบริโภคคาร์โบไฮเดรตชนิดที่ส่งผลดีต่อสุขภาพ มีปริมาณโซเดียมต่ำ ไขมันอิ่มตัวต่ำ มีคอเลสเตอรอลและไขมันทรานส์ต่ำหรือไม่มีเลย โดยรับประทานในปริมาณที่เหมาะสม เน้นอาหารให้หลากหลายชนิดแต่ให้ครบ 5 หมู่ ในปริมาณที่เหมาะสมก็สามารถทำให้ร่างกายแข็งแรงได้ โดยไม่ต้องพึ่งตัวช่วยราคาแพงอื่นๆ

สำหรับผู้สนใจข้อมูลสุขภาพและการใช้ยาของคณะเภสัชศาสตร์ ม.มหิดล สามารถติดตามได้ที่ https://pharmacy.mahidol.ac.th/th/service-knowledge.php

ผศ.(พิเศษ)ดร.อภิสิทธิ์ ฉัตรทนานนท์

ประธานกรรมการ มูลนิธิคุณแม่คุณภาพ

แนะทางเลือกสร้างกำไรจากการลงทุน กับแบรนด์ชั้นนำระดับโลก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/600441

แนะทางเลือกสร้างกำไรจากการลงทุน กับแบรนด์ชั้นนำระดับโลก

แนะทางเลือกสร้างกำไรจากการลงทุน กับแบรนด์ชั้นนำระดับโลก

วันพุธ ที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

เครื่องประดับอันสวยงามนอกจากจะให้คุณค่าทางใจแก่ผู้ที่ได้สวมใส่แล้ว ในทางกลับกันยังแสดงถึงความมั่งคั่งส่วนบุคคลของเจ้าของ เพราะไม่ใช่แค่เพียงความสวยงามที่ได้เห็น เครื่องประดับยังบ่งบอกถึงความสามารถในการลงทุนในฐานะสินทรัพย์ทางเลือกได้อีกด้วยซึ่งผลตอบแทนที่ได้รับนั้นก็เติบโตทุกปี ซึ่งนักลงทุนแถวหน้าของเมืองไทยอย่าง “มาร์คธาวิน พี เซียวตง” เจ้าของซาลอนสุดหรูMaison Mark Thawin Hair & EliteLifestyle นั้นก็เป็นนักสะสมคนหนึ่งที่ชื่นชอบการลงทุนในเครื่องประดับชั้นสูง ที่ถือเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่มีมากกว่าความสวยงาม

“มาร์ค ธาวิน พี เซียวตง” กล่าวถึงความน่าสนใจของการลงทุนในเครื่องประดับชั้นสูง (High Jewelry) ว่า “ก่อนที่เราจะเริ่มลงทุนกับเครื่องประดับชั้นสูงนั้น เราก็เคยลงทุนและสะสมเพชรมาก่อน ได้ศึกษารายละเอียดของเพชรมาเป็นอย่างดี ทั้งการดูความบริสุทธิ์ของเพชร ระดับความแข็ง น้ำหนักของเพชร ใบรับรองแต่จุดที่ทำให้หันมาลงทุนในเครื่องประดับชั้นสูงนั้น มาจากประสบการณ์ที่ได้ไปตลาดประมูลที่ต่างประเทศ ทำให้เราได้เห็นมุมมองของนักลงทุนอื่นๆ ว่าทำไมนักลงทุนถึงไม่ได้สนใจลงทุนในเพชรกันมากนัก เพราะเพชรสามารถหาซื้อได้ตามท้องตลาด ราคาขึ้นอยู่กับราคาตลาดโลก และยังผันผวนตามค่าเงินดอลลาร์ แต่ในทางกลับกันเครื่องประดับอย่างไฮจิวเวลรี่กลับมีสตอรี่ที่น่าสนใจ ทั้งเรื่องราวความเป็นมาอย่างยาวนานของแบรนด์ แหล่งที่มา ชื่อเสียงของดีไซเนอร์ ความประณีตในการผลิต ที่มีจำนวนชิ้นน้อยหรือมีชิ้นเดียว ทำให้ราคาไม่ได้ผันผวนตามตลาด และให้ผลตอบแทนที่มากกว่าอัตราเงินเฟ้อ ดังนั้นจะเห็นได้ว่าเครื่องประดับไฮจิวเวลรี่นั้น สามารถสร้างผลตอบแทนได้หากเรารู้จักเลือกและถือครอง ซึ่งเหมาะกับการลงทุนในระยะยาว”

สำหรับผู้ที่สนใจในเครื่องประดับไฮจิวเวลรี่ แนะนำให้ศึกษารายละเอียดและพิจารณาอย่างถี่ถ้วน นอกจากจะพิจารณาเรื่องราคาแล้ว ยังต้องพิจารณาถึงแหล่งที่มา สภาพความสมบูรณ์ของเครื่องประดับ และความหายากในท้องตลาด รวมถึงต้องศึกษาข้อมูลแหล่งซื้อขาย อย่างเช่น สถาบันประมูล “คริสตี้ส์” (Christie’s) ที่ถือว่า
เป็นหนึ่งในผู้นำด้านการประมูลของโลก ทั้งงานศิลปะ เครื่องประดับ นาฬิกา ไวน์ชั้นยอด เครื่องดนตรี เฟอร์นิเจอร์ ไปจนถึงพรม หรือสถาบันประมูล “ซัทเทบีส์” (Sotheby’s) บริษัทจัดการประมูลที่เก่าแก่ที่สุดในอังกฤษ ศูนย์ในการประมูลของสะสมราคาแพง อาทิ เครื่องเพชร นาฬิกา งานศิลปะ และรถยนต์

มาร์ค ธาวิน พี เซียวตง

และเครื่องประดับชั้นสูง จากแบรนด์ชั้นนำระดับโลกอย่าง “บูลการี” (Bvlgari) และ“บูเชอรง” (Boucheron) ที่มาร์ค ธาวินได้สะสมเพื่อสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนนั้น ประกอบไปด้วยกำไลและสร้อยจากแบรนด์ “บูลการี”(Bvlgari) จิลเวลรี่ชั้นสูงแบรนด์ดังจากประเทศอิตาลี มีเอกลักษณ์อันโดดเด่นด้วยเครื่องประดับรูปงู สัญลักษณ์แห่งความสมบูรณ์ สติปัญญา และพลังอำนาจ ซึ่งถ้าใครเห็นก็จะทราบได้ทันทีว่านี่คือเครื่องประดับจากบูลการี โดยจะมีไอเทมชิ้นเด่นอย่าง กำไล “บูลการี เซอร์เพนติ ไดมอนด์เบรซเลท” (Bvlgari Serpenti Diamond Bracelet) กำไลรูปงูที่ใช้เทคนิคการผลิตด้วยฝีมือโบราณ “Tubogas”  ในยุคศตวรรษที่ 18 มาแต่งแต้มในงานจิวเวลรี่ มีการนำทองหรือเหล็กมาตัดและขึ้นรูปให้คล้ายกับสปริง เพื่อใช้พันข้อมือหรือลำคอเข้ากับทรวดทรงของผู้สวมใส่ ราคา 13 ล้านบาท

สร้อย “บูลการี เซอเพนติ ไดมอนด์ เนคเลส” (Bvlgari Serpenti Diamond Necklace) สร้อยคองูสุดโดดเด่นอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของแบรนด์ ตัวเรือนผลิตจากทองขาวโดยความพิเศษของเครื่องประดับชิ้นนี้อยู่ที่เป็นการสั่งทำไซส์ขนาดพิเศษ เพราะโดยปกติแล้วสร้อยคอชิ้นนี้จะผลิตไซส์สำหรับผู้หญิง หากต้องการขยายไซส์เพิ่มจะต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่มซื้อมาในราคา 13 ล้านบาท แต่ตอนนี้ราคาขึ้นไปถึง 16 ล้านบาท

สร้อย “บูลการี โมเนเต้ เพนแด้นท์ วอช”(Bvlgari Monete Pendant Watch) สร้อยคอที่สามารถเป็นได้ทั้งเครื่องประดับ และเครื่องบอกเวลา ความพิเศษอยู่ที่ตัวจี้จะเป็นเหรียญ Monete ที่ประดับอยู่บนนาฬิกาตูร์บิยง ซึ่งเป็นรุ่นที่ผลิตมาจากเหรียญโรมันโบราณที่มีชื่อว่า“เตตราดราคม” (Tetradrachm) สืบทอดมาจากAlexander the Great ซึ่งสร้อยเส้นนี้เป็นสร้อยที่มีเส้นเดียวในโลก เมื่อสี่ปีที่แล้วราคาอยู่ที่ 16 ล้านบาท แต่ในปัจจุบันราคายังประเมินไม่ได้

ส่วนแบรนด์ “บูเชอรง” (Boucheron)แบรนด์จิวเวลรี่ที่มีชื่อเสียงมาอย่างยาวนาน ก่อตั้งเมื่อปีค.ศ.1858 ที่ใจกลางกรุงปารีส กับสร้อยข้อมือ “บูเชอรง ไพธ่อน เบรซเลท”(Boucheron Python Bracelet) ผลิตจากทองขาว ถือเป็นสร้อยข้อมือชิ้นเด่นของแบรนด์ที่หายาก มีกลไกที่สามารถดึงลิ้นงูออกมาแล้วจะเจอลูกแอปเปิ้ลอยู่ในปากของงู ซึ่งเป็นดีเทลสุดพิเศษ ราคาแรกซื้ออยู่ที่ 13 ล้านบาท และในปัจจุบันราคาก็ขยับสูงขึ้นไปหลายเปอร์เซ็นต์

สามารถรับชมเรื่องราวการลงทุนในเครื่องประดับชั้นสูงเพิ่มเติมได้ทาง https://www.youtube.com/watch?v=GBAFgxKaW2s หรือติดตามคอนเทนต์ดีๆ เกี่ยวกับการลงทุนโดยเซเลบริตี้นักลงทุน แบรนด์เนมชื่อดัง “มาร์ค ธาวิน พี เซียวตง” ได้ทาง Facebook, Instagram และ YouTube ชื่อ The World of Mark Thawin

‘ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค’ร่วมกับ‘มูลนิธิรักษ์ไทย’ เดินหน้าอนุรักษ์และฟื้นฟูป่าต้นน้ำปีที่ 3 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/600428

‘ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค’ร่วมกับ‘มูลนิธิรักษ์ไทย’  เดินหน้าอนุรักษ์และฟื้นฟูป่าต้นน้ำปีที่ 3

‘ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค’ร่วมกับ‘มูลนิธิรักษ์ไทย’ เดินหน้าอนุรักษ์และฟื้นฟูป่าต้นน้ำปีที่ 3

วันพุธ ที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ตระหนักถึงความสำคัญของทรัพยากรน้ำ เพราะ “น้ำ” สำคัญยิ่งต่อการดำรงชีวิตของมนุษย์ และถือเป็นหัวใจหลักในการดำเนินธุรกิจของเราซันโทรี่ เป๊ปซี่โค เบเวอเรจ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเครื่องดื่มภายใต้แบรนด์สินค้าของซันโทรี่และเป๊ปซี่โคในประเทศไทย จึงมุ่งมั่นดำเนินโครงการเพื่ออนุรักษ์ทรัพยากรน้ำภายใต้พันธสัญญา “มิซุโตะอิคิรุ (Mizu To Ikiru)” หรือ “การอยู่ร่วมกับน้ำ”ผ่านความร่วมมือกับ มูลนิธิรักษ์ไทย และชุมชนในพื้นที่ป่าต้นน้ำ อ.แม่แจ่มจ.เชียงใหม่ เดินหน้าสานต่อโครงการอนุรักษ์ป่าต้นน้ำอย่างยั่งยืนขยายผลต่อเนื่องเป็นปีที่ 3

“ป่าต้นน้ำ” นอกจากจะเป็นแหล่งกักเก็บน้ำตามธรรมชาติที่ช่วยรักษาความชุ่มชื้นและป้องกันความเสียหายของผืนป่าและหน้าดินแล้วยังถือเป็นจุดกำเนิดของสายน้ำที่หล่อเลี้ยงสรรพชีวิตน้อยใหญ่ตลอดทั้งระบบนิเวศ ด้วยเหตุนี้ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค ประเทศไทย จึงได้ผนึกกำลังร่วมกับ มูลนิธิรักษ์ไทยรณรงค์อนุรักษ์ฟื้นฟูป่าต้นน้ำผ่านโครงการในอ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ โดยตั้งเป้าหมายอย่างต่อเนื่องที่จะฟื้นฟูระบบนิเวศของลุ่มน้ำแม่ศึก ซึ่งเป็นต้นน้ำที่สำคัญของแม่น้ำแม่แจ่มและแม่น้ำปิงอันเป็นหนึ่งในต้นกำเนิดของแม่น้ำเจ้าพระยาที่หล่อเลี้ยงชีวิตของคนไทยมาช้านาน โดยตั้งแต่ปี 2562 เป็นต้นมาได้ส่งเสริมให้เกิดความร่วมมือของคนในพื้นที่เพื่อแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืนโดยสนับสนุนชุมชนพื้นที่ลุ่มแม่น้ำแม่ศึก สร้างฝายชะลอน้ำและซ่อมแซมฝายที่มีอยู่เดิมรวมทั้งสิ้น 1,639 ฝายเพื่อช่วยลดการชะล้างพังทลายของดินและเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับป่าต้นน้ำและสนับสนุนการปลูกหญ้าแฝกเพื่อฟื้นฟูดินให้มีความอุดมสมบูรณ์ซึ่งปลูกไปได้มากกว่า 95 ไร่ อีกทั้งร่วมกับชุมชนปลูกต้นไม้เพิ่มเติมในพื้นที่แม่ศึกจำนวน 588 ไร่และสร้างแนวกันไฟธรรมชาติมีความยาวรวมกว่า 40 กิโลเมตร เพื่อเป็นแนวตั้งรับในการดับไฟป่า พร้อมกันนี้ ซันโทรี่เป๊ปซี่โค ประเทศไทย ยังได้สนับสนุนงบประมาณสร้างระบบน้ำประปาภูเขาให้ 5 หมู่บ้านและ 1 โรงเรียน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่ให้เข้าถึงแหล่งน้ำสะอาด

นายอชิต โจชิ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค เบเวอเรจ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า“ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค ประเทศไทย มุ่งมั่นสานต่อพันธสัญญา “มิซุโตะอิคิรุ (Mizu To Ikiru)” หรือ “การอยู่ร่วมกับน้ำ”สู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านการดำเนินธุรกิจอย่างรู้คุณค่าของน้ำ และดำเนินโครงการอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำในองค์รวมนับตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ ในรูปแบบต่างๆ และในหลากหลายพื้นที่ โดยโครงการอนุรักษ์ป่าต้นน้ำถือเป็นหนึ่งในโครงการที่เราให้ความสำคัญและผลักดันอย่างต่อเนื่องตลอด 3 ปีที่ผ่านมา ทั้งนี้ ในปี 2564 เราได้สนับสนุนชุมชนแม่ศึกสร้างฝายเพิ่มเติมไปแล้วกว่า 197 ฝาย ปลูกหญ้าแฝกอีก 19 ไร่ และพัฒนาระบบน้ำสะอาดให้กับ 1 หมู่บ้าน ซันโทรี่ เป๊ปซี่โคประเทศไทย ยังคงมุ่งมั่นที่จะดำเนินโครงการอนุรักษ์ป่าต้นน้ำและจะขยายผลโครงการไปยังพื้นที่ต่างๆ ต่อไป เพื่อเป็นการตอกย้ำวิสัยทัศน์องค์กร “เติบโตอย่างยั่งยืน” (Growing for Good)”

ด้าน นางสาวสุพรทิพย์ช่วงรังสี กรรมการมูลนิธิรักษ์ไทย กล่าวเสริมว่า “มูลนิธิรักษ์ไทยมีความยินดีที่ได้ร่วมมือกับบริษัท ซันโทรี่ เป๊ปซี่โคเบเวอเรจ (ประเทศไทย) จำกัด ในการอนุรักษ์ป่าต้นน้ำมาตั้งแต่ปี 2562 ในขณะเดียวกันมูลนิธิเองตระหนักดีว่าการอนุรักษ์ป่าต้นน้ำจะไม่สามารถส่งผลต่อระบบนิเวศอย่างยั่งยืนได้หากปราศจากความร่วมมือของคนในพื้นที่ จึงได้ทำงานร่วมกับชาวบ้านในพื้นที่แม่ศึกมากกว่า 15,500 คน เพื่อฟื้นฟูป่าต้นน้ำในพื้นที่ดังกล่าวซึ่งถือว่าเป็นแหล่งทรัพยากรธรรมชาติที่พวกเขาได้พึ่งพา มูลนิธิ เชื่อมั่นว่าความร่วมมือของคนในพื้นที่ ความเสียสละ ความเข้มแข็ง และความสามัคคีจะนำไปสู่การอนุรักษ์ป่าต้นน้ำที่ยั่งยืน”

ส่วน นายดวงจันทร์ ธรรมชาติมณี ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 12 ตำบลแม่ศึก เผยว่า “ป่าต้นน้ำเป็นหัวใจสำคัญของเราเพราะเป็นแหล่งอาหารของคน เป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ และเป็นต้นกำเนิดของน้ำ ป่าอยู่ได้ เราอยู่รอด ดีใจมากที่ทาง ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค ประเทศไทย เห็นถึงความสำคัญตรงนี้ ชาวบ้านกว่า 95 ครัวเรือน ได้รับประโยชน์จากกิจกรรมในโครงการอนุรักษ์ป่าต้นน้ำของทางบริษัทฯผ่านการเรียนรู้ร่วมกัน ซึ่งช่วยสร้างความเข้าใจและทำให้พวกเราเห็นความสำคัญของการอนุรักษ์และส่งต่อให้กับคนรุ่นต่อไป”อชิต โจชิ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร SPBT

อชิต โจชิ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร SPBTสุพรทิพย์ ช่วงรังสี กรรมการมูลนิธิรักษ์ไทยสุพรทิพย์ ช่วงรังสี กรรมการมูลนิธิรักษ์ไทยผู้ใหญ่ ดวงจันทร์ ธรรมชาติมณีผู้ใหญ่ ดวงจันทร์ ธรรมชาติมณี