Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Monthly Archives: September 2021

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

แม่ค้าสุดดีใจ ‘ลิซ่า’ อยากกลับบุรีรัมย์กิน ‘ลูกชิ้นยืนกิน’ ขอบคุณ..ไม่ลืมบ้านเกิด! #SootinClaimon.Com 

Posted on September 13, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/601582

แม่ค้าสุดดีใจ'ลิซ่า'อยากกลับบุรีรัมย์กิน'ลูกชิ้นยืนกิน' ขอบคุณ..ไม่ลืมบ้านเกิด!

แม่ค้าสุดดีใจ’ลิซ่า’อยากกลับบุรีรัมย์กิน’ลูกชิ้นยืนกิน’ ขอบคุณ..ไม่ลืมบ้านเกิด!

วันอาทิตย์ ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2564, 15.12 น.

แม่ค้าขาย “ลูกชิ้นยืนกิน” ปลื้ม ดีใจ “ลิซ่า” อยากกินลูกชิ้นบุรีรัมย์ ขอบคุณ..ไม่ลืมบ้านเกิด

12 ก.ย.64 หลังจาก ลิซ่า BLACKPINK หรือ ลลิษา มโนบาล ได้ปล่อยซิงเกิลเดี่ยวออกมาจนยอดวิวพุ่งทะลุไม่หยุด ล่าสุดเธอได้ออกมาพูดคุยในรายการ WOODY SHOW ออกอากาศทางช่อง 7HD และเป็นครั้งแรกของประเทศไทยที่เธอได้ออกมาให้สัมภาษณ์

โดยเธอ เผยว่า เป็นเวลาเกือบ 2 ปีแล้วที่เธอไม่ได้กลับประเทศไทยเลย สิ่งแรกที่เธอคิดถึงเลยคือ คุณพ่อคุณแม่ คิดถึงอาหารที่พวกเขาทำให้กินและบอกว่าอยากกลับไปบ้านเกิดที่จังหวัดบุรีรัมย์

สิ่งแรกที่จะทำคือกลับไปไหว้คุณตา และอีกหนึ่งสิ่งที่ลิซ่าอยากทำก็คือ ไปกินลูกชิ้นยืนกินที่สถานีรถไฟบุรีรัมย์ เธอเผยว่า “ที่เกาหลีไม่มีเลย มันเด็ดตรงที่น้ำจิ้มบุรีรัมย์เจ้านั้นมันเด็ดมากๆ หาไม่ได้” ซึ่งสำหรับลิซ่า จะต้องเป็นเจ้าที่มีน้ำพริกเผาเท่านั้น

ขอบคุณภาพ : WOODY SHOW x LISA

ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่บริเวณชานชลา หลังสถานีรถไฟบุรีรัมย์ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ ซึ่งเป็นสถานที่เปิดให้พ่อค้าแม่ค้าขาย “ลูกชิ้นยืนกิน” ที่มีอยู่กว่า 10 ร้าน ในเขตเทศบาลเมืองบุรีรัมย์ ที่มีเอกลักษณ์การกินที่ไม่เหมือนใคร และมีเพียงจังหวัดเดียวในประเทศไทย หรือแห่งเดียวในโลก โดยลูกชิ้นทอดซึ่งเน้นเป็นลูกชิ้นหมูนั้น มีความนุ่มอร่อย ที่สำคัญ น้ำจิ้มเป็นสูตรเฉพาะทำจากน้ำมะขามเปียก พร้อมมีกลิ่นหอมของพริกทอด ทำให้รสชาติเป็นที่ถูกปากของลูกค้า

ขอบคุณภาพ : IG lalalalisa_m

โดยพ่อค้าแม่ค้าขาย “ลูกชิ้นยืนกิน ต่างบอกว่า ก่อนหน้านี้ได้รับผลกระทบขายไม่ดี ตั้งแต่ช่วงการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ระลอกใหม่ ทำให้ลูกค้าลดลง และนักท่องเที่ยวไม่มาซื้อยืนกินลูกชิ้นหน้ารถเข็น ส่งผลให้พ่อค้าขายลูกชิ้นแต่ละร้านมียอดขายลดลงมากกว่า 50 เปอร์เซ็นต์

แต่พอมีข่าว ลิซ่า BLACKPINK หรือ ลลิษา มโนบาล บอกว่า อยากกลับไทย ไปบ้านเกิดที่จังหวัดบุรีรัมย์ กินลูกชิ้นบุรีรัมย์ ก็เริ่มมีประชาชน และนักท่องเที่ยวออกมาซื้อและยืนกินที่รถเข็นแล้ว หรือสั่งผ่านแกร็บ ส่งผลให้พ่อค้าขายลูกชิ้นแต่ละร้านมียอดขายเพิ่มขึ้นมาบ้าง

ต่างก็ฝากขอบคุณ ลิซ่า รู้สึกเป็นปลื้ม ดีใจ ที่ไม่ลืมบ้านเกิด และทำให้คนทั่วโลกได้รู้ว่าลูกชื้นยืนกิน ยังมีอยู่ และเป็นเอกลักษณ์อีกอย่างหนึ่งของคนบุรีรัมย์ อีกทั้ง MV ของน้อง ลิซ่า ก็เป็นรูปปราสาทพนมรุ้ง ซึ่งถือเป็นโบราณสถานอันศักดิ์สิทธิ์และสวยงาม เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของจังหวัดบุรีรัมย์และประเทศไทย

นางสาวรุ่งอรุณ ชนะทะเล อายุ 44 ปี แม่ค้า เจ้าของต้นตำรับลูกชิ้นยืนกิน “ป้านก” รุ่นที่ 2 ที่ขายมานานกว่า 40 ปี บอกว่า ก่อนหน้านี้ ช่วงการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ระลอกใหม่ ทำให้ยอดขายลดลงมากกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ แต่เชื่อว่า หลังจาก ลิซ่า BLACKPINK บอกอยากกลับไทย มากินลูกชิ้นบุรีรัมย์ ก็น่าจะทำให้ลูกชิ้นยืนกินบุรีรัมย์ ขายดีขึ้น ซึ่งก็เริ่มมีประชาชน และนักท่องเที่ยวออกมาซื้อลูกชิ้น หรือสั่งผ่านแกร็บ ส่งผลให้พ่อค้าขายลูกชิ้นแต่ละร้านมียอดขายเพิ่มขึ้นมาบ้าง

“อยากจะขอบคุณ น้องลิซ่า รู้สึกปลื้ม ดีใจ ที่ยังไม่ลืมถิ่นฐานบ้านเกิดของเรา ที่ จ.บุรีรัมย์ และชอบที่น้องพูดว่าอยากมายืนกินลูกชิ้นยืนกินบุรีรัมย์ ตรงหอนาฬิกา” นางสาวรุ่งอรุณ กล่าว

สำหรับ “ลูกชิ้นยืนกินบุรีรัมย์” จะเปิดขายทุกวัน ตั้งแต่เวลา 07.00-18.00 น. ที่บริเวณชานชลา หลังสถานีรถไฟบุรีรัมย์ ในเขตเทศบาลเมืองบุรีรัมย์ จะขายไม้ละ 3 บาท 7 ไม้ 20 บาท  (009)

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

รถยนต์ฝ่าเชือกกั้น ลุยน้ำท่วมเข้าซอย คลื่นซัดเข้าบ้านของพังเสียหาย #SootinClaimon.Com

Posted on September 13, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/601573

รถยนต์ฝ่าเชือกกั้น ลุยน้ำท่วมเข้าซอย คลื่นซัดเข้าบ้านของพังเสียหาย

รถยนต์ฝ่าเชือกกั้น ลุยน้ำท่วมเข้าซอย คลื่นซัดเข้าบ้านของพังเสียหาย

วันอาทิตย์ ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2564, 14.55 น.

มาไม่เบา! รถยนต์ฝ่าเชือกกั้น ที่ชาวบ้านขึงไว้ เพราะในซอยน้ำท่วมสูง แถมขับด้วยความเร็ว จนเกิดการด่าทอ

12 ก.ย.64 นี่คือภาพเหตุการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ จ.เพชรบูรณ์ ที่ซอยแห่งหนึ่ง น้ำท่วมสูง แต่กลับมีรถสัญจรเข้า-ออก ซึ่งไม่ชลอความเร็ว ทำให้น้ำท่วมซัดเข้าบ้านเรือนประชาชนที่ตั้งอยู่ริมถนน จึงทำให้เกิดเสียงโวยวายรถยนตืที่ขับเข้ามา 

โดยเพจเฟซบุ๊ก Social Hunter Reborn V3 ระบุว่า เหตุเกิดที่หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ ชาวบ้านในพื้นที่บอกมาว่า ได้นำเชือกมากั้นไว้ ไม่ให้รถขับผ่านเข้ามา ตรงที่มีน้ำท่วม แต่ได้มีรถบางคันแอบเข้ามา ขับรถชนจนเชือกขาด คลื่นน้ำที่เกิดจากรถ ได้ทำให้ประตูบ้าน กระถางต้นไม้ ข้าวของภายในบ้านพังเสียหาย (009)

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สกู๊ปแนวหน้า : ‘รักษ์โลก-ห่วงสุขภาพ’ ทิศทาง ‘ท่องเที่ยว’ หลังโควิด #SootinClaimon.Com

Posted on September 13, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/601464

สกู๊ปแนวหน้า : ‘รักษ์โลก-ห่วงสุขภาพ’ ทิศทาง‘ท่องเที่ยว’หลังโควิด

สกู๊ปแนวหน้า : ‘รักษ์โลก-ห่วงสุขภาพ’ ทิศทาง‘ท่องเที่ยว’หลังโควิด

วันอาทิตย์ ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2564, 07.30 น.

“พอดีได้มีโอกาสไปสอนนักศึกษาท่องเที่ยวที่ภูเก็ตผู้ประกอบการตั้งเป้าหมายไว้ที่แสนคน มาแค่ 1 หมื่นคน ประมาณ 10 กว่าเปอร์เซ็นต์เอง แม้กระทั่งภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ที่เราตั้งเป้าหมายไว้ หรือสมุย มันก็ไม่เป็นไปตามเป้าหมายเพราะสถานการณ์โควิดที่มันเกิดขึ้น เพราะฉะนั้นประเทศไทยจะทำอย่างไรให้นักท่องเที่ยวเกิดการรู้สึกว่าอุ่นใจ เบาใจ อยากมาท่องเที่ยว รู้สึกปลอดภัย”

ศ.ดร.วิสาขา ภู่จินดา คณบดีคณะบริหารการพัฒนาสิ่งแวดล้อม สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) บรรยายในหัวข้อ “ทิศทางอนาคตท่องเที่ยวไทย
หลังโควิด-19” ในงานสัมมนาวิชาการ ครั้งที่ 6 “การขับเคลื่อน BCG สู่การเปลี่ยนผ่านประเทศไทยหลังภาวะหลังปกติใหม่(Next Normal)” จัดโดยสถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ว่าด้วย “การท่องเที่ยว” ภาคเศรษฐกิจสำคัญของประเทศไทย ภายใต้ความท้าทายในยุคสมัยที่โลกเผชิญสถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 ซึ่งแม้จะมีความพยายามฟื้นฟูแต่ยังห่างไกลจากเป้าหมายที่ตั้งไว้

ที่ผ่านมาประเทศไทยมีรายได้จำนวนมากจากการท่องเที่ยว อาทิ ในปี 2562 ซึ่งเป็นปีสุดท้ายของโลกยุคเดิมก่อนเกิดสถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 มีนักท่องเที่ยวต่างชาติมาเยือนไทยถึง 40 ล้านคน สร้างรายได้กว่า 2.2 ล้านล้านบาทแต่ในเมื่อทุกอย่างไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป การปรับตัวจึงเป็นเรื่องสำคัญ เช่น ต้องมีมาตรการด้านสุขอนามัย หรือก็คือการมุ่งสู่ “การท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ” แทนการมุ่งเน้นเชิงปริมาณ

ศ.ดร.วิสาขา กล่าวถึง “จุดแข็ง” ของภาคการท่องเที่ยวของไทยไว้ 3 ประการ คือ 1.ทรัพยากรในประเทศอุดมสมบูรณ์ 2.มีขัดความสามารถด้านการบริการ (Service Mind) และ 3.ราคาไม่แพง แต่ก็มี “จุดอ่อน” 2 ประการ คือ1.สิ่งแวดล้อม กับ 2.ความปลอดภัย ส่วน “ประเภทการท่องเที่ยวมูลค่าสูงที่ควรส่งเสริม” เช่น การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ การท่องเที่ยวที่สร้างเศรษฐกิจหมุนเวียนแก่ชุมชน

“ตลาดเราเปลี่ยนไปแล้ว ตลาดเราจะเป็น Hi-End คือมีกำลังซื้อสูง สินค้าท่องเที่ยวเราก็จะต้องเป็นทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่ตอนนี้ถูกฟื้นฟูกลับมาดีมาก เพราะตอนนี้จากจำนวนคนที่ไปใช้มาก จากสถานการณ์โควิดมันเกิดการฟื้นฟู น้ำทะเลใสขึ้น มีความอุดมสมบูรณ์มีความหลากหลายทางชีวภาพมากขึ้น เราต้องขายตรงนี้แต่เราต้องขายในราคาที่สูง และขายในราคาที่กลุ่ม Hi-End นักท่องเที่ยวที่มีคุณภาพ ไม่ได้มาทำลายสิ่งแวดล้อม ฉะนั้นการท่องเที่ยววิถีใหม่ต้องเปลี่ยนมุมมองแล้ว เป็นการท่องเที่ยวที่ต้อง Optimize (เพิ่มประสิทธิภาพ) Optimum Scale (ได้สัดส่วนที่เหมาะสม) ไม่เกิน Capacity (ความจุที่รองรับได้)” ศ.ดร.วิสาขา ระบุ

คณบดีคณะบริหารการพัฒนาสิ่งแวดล้อม นิด้า กล่าวต่อไปว่า หลังจากนี้ทั้งการท่องเที่ยวระหว่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นชาวต่างชาติเข้ามาประเทศไทย หรือชาวไทยไปต่างประเทศ และการท่องเที่ยวในประเทศของนักท่องเที่ยวชาวไทยเองจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป “การเดินทางแบบหมู่คณะจำนวนมากมีแนวโน้มลดลง” ขณะเดียวกัน “มาตรการสาธารณสุขจะมีบทบาทมากขึ้น” เช่น หนังสือรับรองการฉีดวัคซีนครบถ้วน และมาตรการอื่นๆ ในการดูแลนักท่องเที่ยวให้ปลอดภัย

ทั้งนี้ มีความเป็นไปได้ที่โลกหลังยุคโควิด นักท่องเที่ยวจะสนใจการท่องเที่ยเชิงวิถีชีวิตและประสบการณ์มากขึ้นใส่ใจสิ่งแวดล้อมและสุขภาพมากขึ้น ความท้าทายจึงอยู่ที่ว่าจะสร้างรายได้อย่างไรโดยเฉพาะกับเศรษฐกิจระดับชุมชน รวมถึง“อาจต้องมีระบบบริหารจัดการที่คำนึงถึงสมดุลระหว่างความจุของสถานที่ท่องเที่ยวกับปริมาณนักท่องเที่ยว” เช่น นักท่องเที่ยวลงจากเครื่องบิน หากสถานที่ท่องเที่ยวหนึ่งจำนวนนักท่องเที่ยวยังมากอยู่ อาจสับเปลี่ยนไปสถานที่ท่องเที่ยวอื่นก่อนจะวนกลับมาก็ได้

สำหรับทิศทางการท่องเที่ยวยุคหลังจากนี้ 1.การท่องเที่ยวแบบกลุ่มเล็กๆ จะได้รับความนิยมมากขึ้น โดยเป็นการเดินทางของกลุ่มที่สมาชิกทั้งหมดรู้จักกัน เนื่องจากมีความไว้วางใจกัน ซึ่งปัจจุบันผู้ประกอบการเริ่มคิดออกแบบการจัดการท่องเที่ยวกันแล้วภายใต้แนวคิดด้านสิ่งแวดล้อมและสุขอนามัย 2.เทคโนโลยีดิจิทัลจะได้รับความนิยมมากขึ้นเช่น การชำระค่าใช้จ่ายโดยไม่ต้องใช้เงินสด (Cashless) หรือการใช้เทคโนโลยีมาช่วยบริหารจัดการโปรแกรมการท่องเที่ยวอาทิ กำหนดการเดินทางไปยังสถานที่ต่างๆ ที่อาจสับเปลี่ยนหมุนเวียนได้ และ 3.การดูแลสิ่งแวดล้อมจะถูกให้ความสำคัญมากขึ้น ทรัพยากรธรรมชาติที่ฟื้นตัวขึ้นมาจะทำอย่างไรไม่ให้กลับไปเสื่อมโทรมลงอีก

“ในเชิงปัญหาสิ่งแวดล้อมที่เราจะกระทบเห็นๆ เลยในมุมนักท่องเที่ยวคือเชิงอากาศ ประเทศไทยร้อน ประเทศไทยมีมลพิษ PM2.5 ไปเที่ยวภาคเหนือเกิดการเผาโดยเฉพาะหน้าหนาวที่อากาศดี เราจะลดกันอย่างไรในด้านเผาไหม้ต่างๆ คุณภาพอากาศเป็นสิ่งที่สำคัญ คือมันจับต้องได้ในเชิงท่องเที่ยวอย่างเร็วอย่างขยะเราเห็นมันแค่อุจาดตาVisual Pollution (มลพิษทางสายตา) อาจจะมีกลิ่นบ้าง แต่เรื่องฝุ่นละอองคุณภาพอากาศมันถึงเราโดยตรง น้ำเสียเราอาจจะไม่กระทบโดยตรง

ควรจะต้องแก้ปัญหาในระยะแรกระยะสั้นเลย แต่เรื่องขยะควรจะต้องคำนึงถึงในระยะถัดไป โดยเฉพาะขยะพลาสติกต่างๆ กระบวนการก็จะกลับมา Upcycling (แปรรูปเพิ่มมูลค่า) เอาไปทำจีวรพระ ผลิตชุด PPE หมอ เราก็เห็นว่าเอากลับไป Upcycling มากขึ้น เพื่อให้การท่องเที่ยวมันดูเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม” ศ.ดร.วิสาขา ยกตัวอย่าง

อีกเรื่องหนึ่งที่จะเกิดขึ้นในการท่องเที่ยวยุคหลังโควิดคือ “นักท่องเที่ยวต้องการความไว้วางใจ” เช่น เวลาไปซื้อสินค้าหรือใช้บริการร้านค้าต่างๆ เมื่อเห็นป้ายแสดงว่าพนักงานทุกคนฉีดวัคซีนครบถ้วนแล้ว มาตรการด้านสุขอนามัยจะกลายเป็นปัจจัยสำคัญในการพิจารณาเลือกแหล่งท่องเที่ยว เช่น สถานที่แออัดหรือไม่ หรือแม้กระทั่งการเดินทางก็มีแนวโน้มจะใช้รถยนต์ส่วนตัวมากกว่าขนส่งสาธารณะ

ศ.ดร.วิสาขา กล่าวสรุปความสำคัญของเศรษฐกิจ BCG (Bio Economy-เศรษฐกิจชีวภาพ, Circular Economy-เศรษฐกิจหมุนเวียน, Green Economy = เศษฐกิจสีเขียว) ซึ่งมีอยู่ 4 สาขา คือ 1.การท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ 2.เกษตรและอาหาร สุขภาพและการแพทย์ และพลังงาน โดยทั้ง 4 สาขาล้วนเกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวทั้งสิ้นเช่น การแปรรูปผลผลิตทางการเกษตรให้มีมูลค่าสูงขึ้น หรือการนำขยะไปแปรรูปเป็นเชื้อเพลิง เป็นต้น!!!

SCOOP@NAEWNA.COM

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, สกู๊ปแนวหน้า, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, สกู๊ปแนวหน้า, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สกู๊ปพิเศษ : ปักหมุด‘เที่ยวทริป…ไฮบริดทัวร์’ ท่องเที่ยวปลอดภัยในยุคโควิด #SootinClaimon.Com

Posted on September 13, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/601492

สกู๊ปพิเศษ : ปักหมุด‘เที่ยวทริป...ไฮบริดทัวร์’  ท่องเที่ยวปลอดภัยในยุคโควิด

สกู๊ปพิเศษ : ปักหมุด‘เที่ยวทริป…ไฮบริดทัวร์’ ท่องเที่ยวปลอดภัยในยุคโควิด

วันอาทิตย์ ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

3 จังหวัดกลุ่มภาคกลางตอนล่าง 1 ผสานพลังเปิดเกมรุกอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเมืองรองรอบกรุง(เทพฯ) เปิดประสบการณ์ “เที่ยวทริป…ไฮบริดทัวร์” เที่ยวปลอดภัยในยุคโควิดครั้งแรกของการท่องเที่ยวในรูปแบบ “Virtual Trip”ท่องเที่ยวเสมือนจริง บนแพลตฟอร์ม Virtual Tour 360 ํ ที่ก้าวล้ำ
และสมบูรณ์ที่สุด

หลังจากที่โลกของการเดินทางต้องหยุดนิ่งมานาน อันเนื่องมาจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 (โควิด-19) ทำให้นักเดินทางต่างโหยหาประสบการณ์จากการออกไปท่องเที่ยวโดยจากการเก็บข้อมูลจากสื่อโซเชียลในช่วงการล็อกดาวน์ระหว่างเดือนมิถุนายน–สิงหาคมที่ผ่านมาพบว่า มีการพูดถึงความต้องการทำกิจกรรมต่างๆ มากมาย ซึ่งกิจกรรมที่ผู้คน“อยากทำ” และพูดถึงมากที่สุดบนโลกออนไลน์คือ “อยากไปเที่ยว” โดยมีผู้คนเข้ามามีส่วนร่วมสูงถึง กว่า 3.7 ล้านเอ็นเกจเมนต์

นายณัฐภัทร สุวรรณประทีป ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี เปิดเผยว่า ท่ามกลางความกังวลใจต่อการแพร่ระบาดของโควิด-19 ผู้คนส่วนใหญ่ต่างมีความกังวลจึงไม่กล้าออกมาท่องเที่ยว ทำให้อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวหยุดชะงักมาเป็นเวลานาน แม้ว่ากลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง 1 ซึ่งประกอบด้วยจังหวัดสุพรรณบุรี จังหวัดราชบุรี และจังหวัดกาญจนบุรี จะมีแหล่งท่องเที่ยวที่หลากหลาย ทั้งการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและวิถีชีวิตชุมชน แหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ แหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ แหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศ รวมถึงแหล่งท่องเที่ยวที่ถูกสร้างขึ้น แต่ที่ผ่านมายังขาดกิจกรรมที่จะมาช่วยกระตุ้นให้นักท่องเที่ยวเดินทางมาท่องเที่ยวกันเพิ่มขึ้น จำนวนนักท่องเที่ยวทั้งในประเทศและต่างประเทศจึงลดลงอย่างต่อเนื่อง

เปิดเกมรุกอุตสาหกรรมท่องเที่ยวเมืองรองรอบกรุง(เทพฯ)

ดังนั้น เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวภายใต้สถานการณ์นี้ กลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง 1 จึงมีแนวคิดพัฒนาการตลาดและการประชาสัมพันธ์ โดยการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ทันสมัย มาสร้างสรรค์และพัฒนาเป็นสื่อประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวในแบบ Virtual Tour 360 ํ หรือ ทัวร์เสมือนจริงอย่างเต็มรูปแบบมาใช้ในการประชาสัมพันธ์ เพื่อสร้างความน่าสนใจ ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้อยากกลับมาเที่ยวซ้ำ เมื่อสถานการณ์คลี่คลายขึ้น

ไฮไลต์ของ Virtual Tour 360 ํ นี้เป็นการผสมผสานเทคโนโลยีสุดล้ำ VR360 ํ ทั้งภาคพื้นดิน และบนอากาศ การสร้างสรรค์แมสคอต และของดีประจำจังหวัดมาในแบบโมเดล 3 มิติที่สามารถดูได้รอบทิศ พร้อมสเปเชียลเอฟเฟ็กต์ที่จะสร้างมิติแห่งการท่องเที่ยวที่ให้มุมมองแบบ 2 แสง คือ กลางวันและกลางคืน ซึ่งจะนำนักท่องเที่ยวก้าวข้ามผ่านมิติของแพลตฟอร์มไปสู่สถานที่ท่องเที่ยวจริง ได้สัมผัสความงดงาม ตื่นตากับความหลากหลายของสถานที่และวัฒนธรรม บริบทของการใช้ชีวิตของผู้คนในชุมชนในทุกแง่มุม ผ่านDigital Eye ในรูปแบบ World of VR 360 ํที่เสมือนยกแหล่งท่องเที่ยวที่โดดเด่นใน3 จังหวัดให้มาอยู่ตรงหน้าเพียงปลายนิ้วสัมผัส

นายวิสาห์ พูลศิริรัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี กล่าวว่า นอกจากนักท่องเที่ยวจะประทับใจแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมที่หลากหลายแล้วในมุมมองรอบทิศทางแล้ว ยังจะเพลิดเพลินกับการเลือกซื้อสินค้าโอท็อปจากผู้ขายในชุมชนได้โดยตรงผ่านแชท Facebook และ Line ได้ด้วย และเพื่อให้สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์และเข้าถึงช่องทางการสื่อสารของกลุ่มเป้าหมายยิ่งขึ้น นักท่องเที่ยวยังสามารถสัมผัสประสบการณ์ของ Virtual Tour 360 ํ ในรูปแบบของ HybridTour ร่วมด้วยได้ และยังสามารถบันทึกภาพความประทับใจระหว่างการท่องเที่ยวได้ด้วย ไม่ว่าจะเป็นการพาตนเองไปยังสถานที่นั้นๆ หรือย้ายสิ่งของจากแหล่งท่องเที่ยวมาอยู่ใกล้ตัวเพื่อเซลฟี่ ก็สามารถทำได้ในคลิกเดียว

นางสาวกิรดา ลำโครัตน์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดกาญจนบุรี กล่าวว่า ด้วยเทคโนโลยี VR 360 ํ ที่ผสานกับ 3D AR จะสร้างมิติมุมมองให้ชวนติดตาม จะทำให้แหล่งท่องเที่ยวหลายแห่งของ 3 จังหวัดในกลุ่มการท่องเที่ยวภาคกลางตอนล่าง 1 กลับพลิกฟื้นมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง ซึ่งการท่องเที่ยวในรูปแบบของ Virtual Tour นี้ นอกจากจะเป็นการกระตุ้นและเสริมภาพลักษณ์ที่ดีด้านการท่องเที่ยวแล้ว ยังเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจในภาพรวม ช่วยกระจายรายได้จากการท่องเที่ยวเมืองหลักสู่การท่องเที่ยวเมืองรอง และกระจายลงสู่พื้นที่ชุมชนในท้องถิ่นอย่างทั่วถึง สอดรับกับการท่องเที่ยวในวิถีใหม่ (New Normal) ได้อย่างลงตัว

ท่องแดนมังกร…จังหวัดสุพรรณบุรี

“Virtual Trip” ปักหมุดสถานที่ท่องเที่ยว7 แห่งของจังหวัดสุพรรณบุรี สัมผัสประสบการณ์การเดินทางไปกับ “น้องเหน่อ” แวะนมัสการศาลเจ้าพ่อหลักเมือง และลัดเลาะชมความงดงามหนึ่งเดียวของอุทยานมังกรสวรรค์ ซึ่งเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์และเป็นที่เคารพนับถือของชาวจังหวัดสุพรรณบุรีจากนั้นท่องโลกใต้น้ำใกล้ชิดปลาฉลามหายากที่บึงฉวากเฉลิมพระเกียรติ ลอดอุโมงค์ความยาวประมาณ 8.5 เมตร สามารถเดินลอดผ่านใต้ตู้ปลาได้ ซึ่งถือเป็นอุโมงค์ปลาน้ำจืดแห่งแรกของประเทศไทย

แวะชมมหัศจรรย์แห่งความศรัทธาที่ยิ่งใหญ่ พระพุทธปุษยคีรีศรีสุวรรณภูมิ องค์พระพุทธรูปแกะสลักประดับหน้าผาใหญ่ที่สุดในโลก ผ่านมุมมองแบบโดรน 360 องศา ชมความงามของเทคนิค LIVE VR สเปเชียลเอฟเฟ็กต์ในเรื่องแสงเช้าและแสงเย็น เสมือนยืนอยู่ด้านหน้าของภูผาตระหง่านแค่เอื้อมมือ จากนั้น สักการะรอยพระพุทธบาทที่วัดเขาพระศรีสรรเพชญาราม วัดเก่าแก่ เป็นที่ค้นพบโบราณวัตถุ ซึ่งเป็นแบบพิมพ์สมัยยุคทวารวดีที่พบในบริเวณวัดเขาพระ

นอกจากนี้ ยังมีเส้นทางตามรอยขุนช้าง ขุนแผนไปยังวัดป่าเลไลยก์วรวิหาร เรียนรู้วรรณคดีชื่อดัง ผ่านภาพจิตรกรรมฝาผนัง และสักการะหลวงพ่อโต พระพุทธรูปปางป่าเลไลยก์ ศิลปะสมัยอู่ทองสุพรรณภูมิที่งดงามจับตา และเรียนรู้เกษตรกรรมแบบดั้งเดิมกับกิจกรรมงมแห้ว (สมหวัง) ที่ชุมชนสมหวังที่วังยาง ไปพร้อมกับรับชมสาวเจ้ารำฟ้อนประกอบเพลงพื้นบ้านอยู่ใกล้ๆ งมไปดูไปไม่มีเบื่อ ก่อนกลับชวนแวะอุดหนุนผลิตภัณฑ์พื้นบ้านที่ถูกใจได้อีกด้วย ปิดท้ายด้วยการเยี่ยมชมเรือนกระดองเต่าแห่งเดียวในสุพรรณบุรี ที่ศูนย์ฟื้นฟูวัฒนธรรมไทดำโบราณ หมู่บ้านท่องเที่ยววิถีวัฒนธรรมไทดำ รำพันของชุมชนไทดำบ้านดอน

ตามรอยอารยธรรม…จังหวัดราชบุรี

ด้วยการผสานเทคโนโลยี “น้องโอ่ง”สัญลักษณ์เมืองราชบุรีจึงเกิดขึ้น เพื่อพานักท่องเที่ยวโลดแล่นเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์หนังใหญ่วัดขนอน สัมผัสความงดงามของ“หนังใหญ่”สมบัติทางวัฒนธรรมไทยที่มีมาตั้งแต่สมัยสุโขทัย ทรงคุณค่าทางศิลปะสูง และแสดงถึงอัจฉริยภาพของบรรพบุรุษไทย ซึ่งหาชมได้ที่นี่เพียงแห่งเดียว ร่วมด้วยทัวร์ทริป 4 วัดเลื่องชื่อ จากวัดมหาธาตุ สถานที่สำคัญเป็นที่สักการะพระบรมสารีริกธาตุวัดเขาช่องพราน นมัสการพระนอนและชมฝูงค้างคาวนับล้านในช่วงอาทิตย์อัสดงวัดหนองหอย ประดิษฐานหลวงพ่อใหญ่คู่เมืองราชบุรี และพระวิหารพระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์กวนอิมบนยอดเขาแร้งวัดโพธิ์คู่รัตนารามซึ่งมีพระอุโบสถสเตนเลสตั้งตระหง่านดูจับตา และพลาดไม่ได้กับอุทยานหินเขางู สถานที่ท่องเที่ยวทางโบราณคดี ที่สะท้อนความมหัศจรรย์ทางธรรมชาติเพียงแห่งเดียวพบได้ที่เมืองราชบุรี

เปิดประตูสู่ดินแดนประวัติศาสตร์…จังหวัดกาญจนบุรี

ท่องเที่ยวเพียงปลายนิ้วสัมผัส ร่วมเดินทางย้อนประวัติศาสตร์กับ “น้องเห็ด”มัคคุเทศก์บนดิจิทัลอาย ที่พาเช็คอินจุดแรก ณ สะพานข้ามแม่น้ำแคว และต้นจามจุรียักษ์ที่มีอายุมากกว่า 100 ปี ลำต้นขนาด 10 คนโอบสัญลักษณ์แหล่งท่องเที่ยวที่มีการเช็คอินเป็นอันดับหนึ่งของจังหวัดกาญจนบุรี

จากนั้น สานต่อศรัทธาที่ วัดถ้ำเสือ นมัสการหลวงพ่อชินประทานพร พระพุทธรูปปางประทานพรที่ใหญ่ที่สุดของจังหวัดกาญจนบุรี ตัวองค์พระสวยงามประดับด้วยโมเสกสีทองทั้งองค์ และชมความงดงามของพระเจดีย์เกศแก้วมหาปราสาท เจดีย์ทรงแปดเหลี่ยม สีส้มอิฐ ที่มีความสูงถึง 75 เมตร มีทั้งหมด 9 ชั้น ในทุกแง่มุมผ่านโดรน 360 ํและในส่วนของแหล่งท่องเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจอย่าง เขื่อนศรีนครินทร์ ซึ่งเป็นแหล่งเรียนรู้ทางธรรมชาติ ที่ปีหนึ่ง ๆ มีนักท่องเที่ยวแวะเวียนเข้าไปที่แห่งนี้ปีละเป็นจำนวนกว่าแสนคน อีกทั้งยังมีแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ที่รักษาไว้ซึ่งเอกราชชาติไทยจนทุกวันนี้ พระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช สมัยสงคราม 9 ทัพ พระองค์ทรงทำสงครามยุทธหัตถีชนะสมเด็จพระมหาอุปราชาของพม่า ซึ่งมีหลักฐานที่ค้นพบเต็มไปด้วยวัตถุโบราณที่ใช้ในการทำสงครามตั้งอยู่ในสถานที่แห่งนี้อีกด้วย

ปิดท้ายด้วยสถานที่ท่องเที่ยวที่ถือว่า เป็นความลับทางประวัติศาสตร์ของเมืองกาญจนบุรี โรงงานกระดาษไทย กาญจนบุรี มิวเซียมอุตสาหกรรมแห่งแรกของประเทศไทย ที่เชิญชวนให้นักท่องเที่ยวที่หลงใหลในสถาปัตยกรรมในช่วงสงครามโลก ครั้งที่ 2 เดินทางเข้าไปท่องเที่ยวชมความงามที่ยังคงเหลืออยู่ และเก็บภาพเป็นที่ระลึก

ยังมีเรื่องราวดีๆ อีกมากมายจากหลากหลายพื้นที่ในกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง 1ซึ่งรอให้นักท่องเที่ยวได้มาค้นพบ ปักหมุดแล้วมาท่องเที่ยวทั้งแบบ Virtual Trip ทั้งบนเว็บไซต์สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดราชบุรี เว็บไซต์สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดกาญจนบุรี เว็บไซต์สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสุพรรณบุรี และ Hybrid Tour บนมือถือได้แล้ววันนี้

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, สกู๊ปพิเศษ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

กรรมบางอย่างตามเรามาตั้ง 1,000 ชาติคอยจังหวะเผลอเมื่อไรก็หวดเมื่อนั้น : โอวาทธรรม หลวงพ่อฤาษีลิงดํา #SootinClaimon.Com 

Posted on September 13, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/601493

กรรมบางอย่างตามเรามาตั้ง 1,000 ชาติคอยจังหวะเผลอเมื่อไรก็หวดเมื่อนั้น : โอวาทธรรม หลวงพ่อฤาษีลิงดํา

กรรมบางอย่างตามเรามาตั้ง 1,000 ชาติคอยจังหวะเผลอเมื่อไรก็หวดเมื่อนั้น : โอวาทธรรม หลวงพ่อฤาษีลิงดํา

วันเสาร์ ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2564, 19.04 น.

“…กรรมบางอย่างมันตามเรามาตั้ง ๑,๐๐๐ ชาติ มันยังไม่มีโอกาสให้ผลก็มี มันก็คอยจังหวะอยู่นั่นแหละ ถ้าจังหวะของเราเผลอเมื่อไร มันก็หวดเมื่อนั้น กรรมบางอย่างให้ผลในปัจจุบัน กรรมบางอย่างให้ผลในชาติต่อไป กรรมบางอย่างมันให้ผล ๑๐๐ ชาติ ๑,๐๐๐ ชาติ จึงจะให้ผลได้ เพราะอะไร สมมติว่า ถ้าคนนั้นทำความชั่วประเภทนี้ไว้แล้ว ไปเกิดใหม่ก็ทำความชั่วใหม่ แต่ว่าตอนปลายมือกลับไปทำความดี พอจะตายจิตกลับไปนึกถึงกรรมที่เป็นกุศล ก็ไปสวรรค์ก่อน ไอ้กรรมพวกนั้นก็ให้ผลไม่ได้ ก็คอยจ้องเล่นงานอยู่เท่านั้นแหละ…” โอวาทธรรมคำสอน พระราชพรหมยานเถระ (หลวงพ่อฤาษีลิงดํา) จากเพจ คำสอนหลวงพ่อฤาษี วัดท่าซุง

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

พืชกระท่อมฟรีเวอร์! สาวเมืองคอนเพาะต้นพันธุ์ขายโกยเงินวันละ 15,000 บาท #SootinClaimon.Com

Posted on September 13, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/601473

พืชกระท่อมฟรีเวอร์! สาวเมืองคอนเพาะต้นพันธุ์ขายโกยเงินวันละ 15,000 บาท

พืชกระท่อมฟรีเวอร์! สาวเมืองคอนเพาะต้นพันธุ์ขายโกยเงินวันละ 15,000 บาท

วันเสาร์ ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2564, 17.51 น.

หลังรัฐบาลปลดล็อกพืชกระท่อมเมื่อวันที่ 24 ส.ค.64 ที่ผ่านมา ทำให้ประชาชนหันมาขายใบพืชกระท่อม ต้นพืชกระท่อมทั้งแบบเพาะจากเมล็ดและแบบเสียบยอดกับต้นตอกระท่อมขี้หมู โดยมีการจำหน่ายกันอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะการส่งขายทางออนไลน์ทั่วประเทศ โดยมีผู้สั่งซื้อใบพืชกระท่อมจากจังหวัดนครศรีธรรมราชไปแล้วไม่น้อยกว่า 3 ตัน ขณะที่ต้นพันธุ์พืชกระท่อมไม่น้อยกว่า 5 แสนต้น สร้างได้รายให้กับประชาขนในช่วงการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 แล้วหลายสิบล้านบาทผ่อนคลายปัญหาความเดือดร้อนจากการประกอบอาชีพ ขาดรายได้อย่างชัดเจน

ส่วนที่บริเวณบ้านเลขที่ 18/4 หมู่ 6 ต.นาพรุ อ.พระพรหม จ.นครศรีธรรมราช ของ น.ส.ธราทิพย์ จงจิต อายุ 31 ปี พร้อมสมาชิกในครอบครัวกำลังช่วยกันหาต้นพืชกระท่อมขี้หมู เพื่อนำพันธุ์พืชกระท่อมที่นิยมบริโภคมาเสียบยอด ติดตา ทาบกิ่ง เพื่อจำหน่ายสร้างได้ให้ครอบครัวสูงถึงวันละกว่า 15,000 บาทตั้งแต่รัฐบาลปลดล็อกพืชกระท่อมเมื่อวันที่ 24 ส.ค.64 จนถึงปัจจุบันไม่ถึง 20 วันสร้างได้ได้แล้วกว่า 3 แสนบาท โดยในปัจจุบันได้หันมารับซื้อต้นตอพืชกระท่อมขี้หมูเพื่อนำพันธุ์พืชกระท่อมยอดนิยมมาเสียบยอด ติดตา ทาบกิ่ง จำหน่ายรวมทั้งมีการจำหน่ายทางเพจเฟซบุ๊กและบริษัทจำหน่ายสินค้าออนไลน์ชื่อดังอีกด้วย 

น.ส.ธราทิพย์ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ทำงานรับจ้าง ค้าขาย และทำสวน แต่สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ทำให้การทำงานหยุดชะงัก ขาดรายได้ ส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตเป็นอย่างมาก เมื่อทราบข่าวว่าทางรัฐบาลจะปลดล็อกพืชกระท่อม จึงคิดว่าน่าจะมีช่องทางในการประกอบอาชีพหารายได้ จึงชวนกันลงไปหาต้นพืชกระท่อมขี้หมูมาตัดแต่ง ก่อนนำพันธุ์พืชกระท่อมยอดนิยมที่เขานิยมบริโภคกันวางไว้รอบๆ บ้าน จนถึงวันปลดล็อกพืชกระท่อมก็เปิดขายในเพจเฟซบุ๊กส่วนตัว ปรากฏว่ามีกระแสตอบนรับซื้อเข้ามาวันแรกกว่า 100 ต้นมีรายได้เกือบ 20,000 บาท จากนั้นจึงระดมกันออกถอนหรือขุดพืชกระท่อมขี้หมูมาตัดแต่งติดตา เสียยอด ทาบกิ่งจำหน่ายเพิ่มมากขึ้นโดยมีการจำหน่ายทางบริษัทจำหน่ายสินค้าออนไลน์ ทั้ง ลาซาด้า ช็อปปี้ มียอดสั่งซื้อเข้ามาทุกวัน ๆ ละหลายร้อยต้น ลูกค่าส่วนใหญ่จากภาคกลาง ภาคเหนือ ที่เยอะสุดคือภาคอีสาน

ขณะที่เพื่อนบ้านทั้งตำบลและเท่าที่ทราบหลายอำเภอได้หันมาลงทุ่งนาหรือเข้าป่าละเมาะเพื่อขุดหรือถอนต้นพืชกระท่อมขี้หมูจำหน่ายกันตั้งแต่ต้นละ 10-50 บาท มีรายได้อย่างถ้วนหน้าคาดว่าในจังหวัดนครศรีธรรมราช ต้นพืชกระท่อมขี้หมูที่ขึ้นเองตามธรรมชาติถูกถอนหรือขุดขึ้นมาจำหน่ายไปแล้วไม่น้อยกว่า 5 แสนต้นทำให้ต้นพืชกระท่อมขี้หมูเริ่มหายากมากขึ้นเรื่อย ๆ และต้องไปหาในที่ไกล ๆ ตนและสมาชิกในครอบครัวจึงไม่ต้องเปิดรับซื้อต้นกระท่อมขี้หมูไม่ต้องออกไปหาเอง ก่อนนำมาเสียบยอด ติดตา หรือทาบกิ่ง จำหน่ายในราคาต้นละ 85-500 บาทตามขนาดของต้นตอและอายุหลังการเสียยอด ติดตาหรือทาบกิ่ง ซึ่งลูกค้าที่ซื้อครั้งละมาก ๆ จะเดินทางมาซื้อและบรรทุกกลับไปเอง

น.ส.ธราทิพย์ กล่าวอีกว่า นับว่าการปลดล็อคพืชกระท่อมทำให้ตนและชาวบ้านทั่วไปลืมตาอ้าปากได้ช่วยพลิกฟื้นเศรษฐกิจฐานรากได้อย่างแท้จริง หากไม่มีการปลดล็อกพืชกระท่อมตนและครอบครัวยังมืดแปดด้านว่าจะหาอาชีพอะไรทำให้มีรายได้เพียงพอในยุคการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด ซึ่งในอนาคตแม้กระแสความต้องการต้นพืชกระท่อมลดน้อยลง แต่ตนและครอบครัวก็จะยึดอาชีพเพาะพันธุ์ต้นพืชกระท่อมตลอดไป เนื่องจากใช้เงินลงทุนน้อยมาก ส่วนใหญ่จะใช้เวลาและแรงงานนั่งตัดแต่งต้นพืชกระท่อมขี้หมู เสียบยอด ติดตามหรือทาบกิ่ง หากจำหน่ายไม่ได้ในช่วงนั้น ๆ ก็ไม่ได้เสียหายเพราะนำไปใส่ถุงดำ ใส่กระภถาง หรือลงปลูกในดินเลี้ยงเอาไว้เพื่อรอการจำหน่าย โดยเมื่อต้นเจริญตอบโตงอกงามมีขนาดใหญ่ มีใบออกมามากเท่าไหร่ราคาก็จะสูงขึ้นตามไปด้วย แค่ขายได้วันละ 4-5 ต้นก็มีรายได้อย่างน้อย 400-500 บาทก็สามารถเลี้ยงครอบครัวได้สบายแล้ว – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

โควิดพ่นพิษ! ‘สวนสัตว์สงขลา’ เปิดโครงการอุปถัมภ์สัตว์ป่าหลังรายได้ลด #SootinClaimon.Com

Posted on September 13, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/601416

โควิดพ่นพิษ! 'สวนสัตว์สงขลา' เปิดโครงการอุปถัมภ์สัตว์ป่าหลังรายได้ลด

โควิดพ่นพิษ! ‘สวนสัตว์สงขลา’ เปิดโครงการอุปถัมภ์สัตว์ป่าหลังรายได้ลด

วันเสาร์ ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2564, 14.22 น.

นายอรรถพร ศรีเหรัญ ผู้อำนวยการองค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย เปิดโครงการอุปถัมภ์สัตว์ป่าสวนสัตว์สงขลา ไลฟ์สดผ่านสื่อออนไลน์สวนสัตว์สงขลาที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคระบาดโควิด 19 ซึ่งสวนสัตว์สงขลายังอยู่ในช่วงที่ปิดให้บริการ โดยยังต้องให้การดูแลทั้งทางด้านคุณภาพชีวิตสัตว์ และสวัสดิภาพสัตว์อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ประชาชนที่ชื่นชอบสัตว์ได้มีส่วนร่วมในการอุปถัมภ์สัตว์ชนิดต่างๆ ที่อยู่ในความดูแลของสวนสัตว์สงขลา

วันที่ 11 ก.ย.64 จากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ส่งผลให้สวนสัตว์สงขลา ตำบลเขารูปช้าง อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา ต้องปิดให้บริการตามคำสั่งคณะกรรมการโรคติดต่อ จ.สงขลา ทำให้สัตว์ป่าที่เลี้ยงไว้ 1,175 ตัว มากกว่า 140 ชนิด อาทิ สัตว์ป่าสงวนใกล้สูญพันธุ์ของไทยอย่าง “สมเสร็จ” และสัตว์ป่าคุ้มครองอย่าง “นกเงือก” ที่มีมากทางภาคใต้และสัตว์อื่นๆอีกนานาชนิด ไม่ว่าจะเป็นเจ้าจ้อน ลิงชิมแพนซีแสนซน แมวน้ำและเพนกวิน พร้อมเสือโคร่งชนิดต่างๆที่เป็นดาวเด่นประจำสวนสัตว์สงขลา ที่ยังต้องให้การดูแลด้านอาหารสัตว์ เวชภัณฑ์ในการรักษาสัตว์ รวมถึงอุปกรณ์ส่งเสริมคุณภาพชีวิตสัตว์ด้วย

นายอรรถพร ศรีเหรัญ ผู้อำนวยการองค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า สำหรับ “โครงการอุปถัมภ์สัตว์ป่า” เกิดจากผลกระทบของการเกิดโรคระบาดโควิด-19 ทำให้สวนสัตว์ในสังกัดบางแห่ง ต้องปิดให้บริการชั่วคราว ขณะเดียวกันสัตว์ป่าทุกชนิดที่อยู่ภายในสวนสัตว์ทั้ง 6 แห่ง และโครงการคชอาณาจักร จังหวัดสุรินทร์ องค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย ยังต้องให้การดูแลทั้งทางด้านคุณภาพชีวิตสัตว์ และสวัสดิภาพอย่างต่อเนื่อง โดยวัตถุประสงค์โครงการฯ ก็เพื่อให้ประชาชนที่ชื่นชอบสวนสัตว์รวมถึงหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ได้มีส่วนร่วมในการอุปถัมภ์สัตว์ชนิดต่างๆ ที่อยู่ในความดูแลของสวนสัตว์ ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมแบ่งปันน้ำใจอุปถัมภ์สัตว์ป่า ด้วยการบริจาคทุนทรัพย์ โดยสามารถเลือกประเภทกลุ่มสัตว์ที่ต้องการอุปถัมภ์ได้ 5 กลุ่มคือ กลุ่มสัตว์ขนาดใหญ่ กลุ่มสัตว์ขนาดกลาง กลุ่มสัตว์ขนาดเล็ก กลุ่มสัตว์ปีกและกลุ่มตามอัธยาศัย

ด้านนายวันชัย ตันวัฒนะ ผู้อำนวยการสวนสัตว์สงขลา กล่าวว่า ในช่วงนี้สวนสัตว์สงขลาได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด ก็ปิดสวนสัตว์มาเป็นระยะเวลายาวนานหลายเดือน แต่ว่าในส่วนสัตว์ป่าที่เราเลี้ยง ไม่ว่าจะเป็นช้างหรือสัตว์ต่าง เราก็ยังต้องให้การดูแลเขา เพราะเลี้ยงเขาทุกวัน ให้อาหารทุกวัน ค่าใช้จ่ายก็ยังมีอยู่ตลอดเวลาและสิ่งสำคัญตอนนี้ สวนสัตว์ไม่มีรายได้ เงินที่จะมาอุดหนุนมาดูแลสัตว์มันก็มีจำนวนจำกัด ก็เลยเปิดโครงการอุปถัมภ์สัตว์ป่า เปิดโอกาสให้พี่น้องประชาชนคนที่มีใจรักสัตว์หรือชื่นชอบเคยมาเที่ยวใช้บริการสวนสัตว์ ได้มีส่วนที่จะได้ช่วยเหลือช่วยกันดูแลสัตว์ป่าอุปถัมภ์ต่างๆ จากสวนสัตว์สงขลาและสวนสัตว์อื่นๆ ของโครงการสวนสัตว์ด้วยกัน

ประเด็นสำคัญโครงการนี้เปิดโอกาสให้พี่น้องประชาชนได้ร่วมกันบริจาคเป็นเงินที่ได้มาช่วยกันอุปถัมภ์เลี้ยงดูเขา อย่างเช่น ช้างกินวันหนึ่งเป็น 1,000 บาทต่อตัว เพราะฉะนั้นท่านสามารถบริจาคเป็นเงินเข้ามาในโครงการนี้ได้

นอกเหนือจากนี้ ก็ช่วยอุดหนุนผลิตภัณฑ์ของสวนสัตว์สงขลา ที่พนักงานลูกจ้างของเราช่วยกันทำขึ้นเพื่อจำหน่ายมาเป็นรายได้ให้กับสวนสัตว์ เพื่อดูแลสัตว์กันต่อไป ตอนนี้ที่เราทำผลิตภัณฑ์ไว้มี ฟ้าทะลายโจร ซึ่งเราเพาะไว้เป็นพันต้น ฟ้าทะลายโจรจะช่วยเราในการต่อสู้โควิด นอกจากฟ้าทะลายโจรแล้วเรายังทำปุ๋ยหมักปุ๋ยชีวภาพซึ่งรวบรวมมูลสัตว์ มูลช้างมูลแรดมูลต่างๆมาผสมกับเศษวัชพืช ทำเป็นปุ๋ยหมักปุ๋ยคอกปุ๋ยที่ปลอดภัยไร้สารเคมี

นอกจากนั้นมีน้ำยาล้างจาน น้ำหมักชีวภาพที่เกิดจากการหมักเศษเหลือของอาหารสัตว์หมักเพื่อให้เกิดน้ำหมักคุณภาพ เพื่อนำไปใช้ตามคอกสัตว์ ลดกลิ่น นำมาจำหน่าย เพื่อให้เกิดรายได้นำมาดูแลสัตว์โดยมีจุดจำหน่ายบริเวณหน้าสำนักงานสวนสัตว์สงขลา ก็อยากจะเชิญชวนทุกท่านเข้ามาอุดหนุนกันเพื่อให้เกิดรายได้ในการดูแลสัตว์ โดยเริ่มจำหน่ายตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สังขาร ‘หลวงปู่วิลาศ’ ไม่ไหม้ เพลิงเผาศาลาเก็บสรีระเกือบวอดชาวบ้านเชื่อเป็นสิ่งอัศจรรย์ #SootinClaimon.Com 

Posted on September 13, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/601414

สังขาร'หลวงปู่วิลาศ'ไม่ไหม้ เพลิงเผาศาลาเก็บสรีระเกือบวอดชาวบ้านเชื่อเป็นสิ่งอัศจรรย์

สังขาร’หลวงปู่วิลาศ’ไม่ไหม้ เพลิงเผาศาลาเก็บสรีระเกือบวอดชาวบ้านเชื่อเป็นสิ่งอัศจรรย์

วันเสาร์ ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2564, 14.21 น.

ไฟไหม้ศาลาเก็บสรีระสังขาร “หลวงปู่วิลาศ” อดีตเจ้าคณะอำเภอพุทไธสง จังหวัดบุรีรัมย์ กลางดึกโครงหลังคา ฝ้าเพดาน โลงเย็นเสียหาย แต่ร่างหลวงปู่กลับไม่เป็นอะไร ญาติโยมศิษย์ยานุศิษย์แห่กราบไหว้เชื่อเป็นสิ่งอัศจรรย์ 

เจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลพุทไธสง อ.พุทไธสง จ.บุรีรัมย์ พร้อมด้วยชาวบ้านและญาติโยม ได้ช่วยกันเก็บข้าวของเครื่องใช้ พระพุทธรูป และทำความสะอาด บริเวณศาลาเอนกประสงค์ภายในวัดโพนทอง ต.พุทไธสง หลังจากถูกไฟไหม้เมื่อกลางดึกคืนวันที่ 9 ก.ย.64 ที่ผ่านมา ทำให้โครงหลังคา ฝ้าเพดาน ข้าวของเครื่องใช้บางส่วน และโลงเย็นสำหรับบรรจุสรีระสังขาร พระครูวิลาศธรรมคุณ หรือหลวงปู่วิลาศ อดีตเจ้าคณะอำเภอพุทไธสงได้รับความเสียหาย

แต่ที่สร้างความฮือฮาและชาวบ้านเชื่อว่าเป็นสิ่งที่น่าอัศจรรย์ คือ สรีระสังขารของพระครูวิลาศธรรมคุณ อดีตเจ้าคณะอำเภอที่บรรจุ ในโลงเย็นที่ถูกไฟไหม้กลับไม่เป็นอะไร แม้แต่จีวรที่ห่มร่างของหลวงปู่ก็ไม่มีรอยถูกไฟไหม้แต่อย่างใด ซึ่งเบื้องต้นทางวัดได้ทำการเคลื่อนย้ายสรีระสังขารของหลวงปู่วิลาศ ไปไว้ที่ศาลารับรองภายในวัดก่อนชั่วคราว

ทั้งนี้ ยังมีเรื่องที่น่าเหลือเชื่อจากคำบอกเล่าของพระครูประดิษฐ์ เจ้าอาวาสวัดเทพประดิษฐ์ อ.บ้านใหม่ไชยพจน์ ที่ได้เดินทางมาเคารพศพและได้ไปถ่ายภาพโลงเย็นหลวงปู่ที่ถูกเคลื่อนย้ายมาไว้ที่ศาลารับรอง โดยขณะที่ใช้โทรศัพท์มือถือไปถ่ายไม่ได้ขออนุญาตก่อน ปรากฏว่าถ่ายยังไงก็ถ่ายไม่ติด แต่พอพระครูกัลยากิจวิธาณ รักษาการเจ้าอาวาสวัดโพนทอง บอกให้พระครูประดิษฐ์ ขออนุญาตหลวงปู่ก่อน ซึ่งพระครูประดิษฐ์ก็ได้กราบขออนุญาตตามที่รักษาการณ์เจ้าอาวาสบอก จากนั้นได้ลองถ่ายภาพอีกครั้งก็ถ่ายติดปกติ ซึ่งก็เป็นเรื่องที่น่าอัศจรรย์

นายสุนันท์ พวงโต ไวยาวัจกรวัดโพนทอง บอกว่า พระครูวิลาศธรรมคุณ หรือหลวงปู่วิวาส อดีตเจ้าคณะอำเภอ ได้มรณภาพเมื่อวันที่ 17 ก.ค.64 ที่ผ่านมา ซึ่งดำริของหลวงปู่ก็ได้ทำเรื่องบริจาคร่างกายให้กับ รพ.ศรีนครินทร์ จ.ขอนแก่น ไว้เมื่อมรณภาพทางวัดก็ได้แจ้งไปทางโรงพยาบาลแต่ทางโรงพยาบาลแจ้งกลับมาว่าเนื่องจากสถานการณ์โควิดขอนแก่นเป็นพื้นที่สีแดง จึงไม่สามารถเดินทางมารับร่างหลวงปู่ได้ ทางคณะสงฆ์และกรรมการวัดจึงได้มีมติจะเลื่อนการประกอบพิธีพระราชทานเพลิงศพออกไปก่อน และทางวัดจึงได้นำร่างหลวงปู่บรรจุในโลงเย็นเก็บไว้ที่ศาลาเอนกประสงค์ เพื่อให้ญาติโยมศิษย์ยานุศิษย์มากราบไหว้

แต่เมื่อช่วงประมาณ 4 ทุ่มคืนวันที่ 9 ก.ย.ที่ผ่านมา จู่ๆ ก็เกิดเหตุเพลิงไหม้ที่บริเวณโลงเย็นซึ่งมีอยู่ 2 โลง เพื่อไว้สลับสับเปลี่ยนจัดเก็บร่างหลวงปู่ เพื่อไม่ให้คอมฯโลงเย็นทำงานหนัก จากนั้นก็เกิดไฟลุกลามไหม้โครงหลังคา ฝ้าเพดาน และโลงเย็นทั้ง 2 หลังได้รับความเสียหาย แต่สรีระสังขารของหลวงปู่ที่อยู่ในโลงเย็นกลับไม่โดนไฟไหม้แม้แต่จีวรยังอยู่ปกติ ทำให้ชาวบ้านเชื่อว่าเป็นสิ่งอัศจรรย์จึงได้พากันมากราบไหว้ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเชื่อว่าน่าจะเป็นไฟฟ้าลัดวงจร 

ส่วนศาลาที่ถูกเพลิงไหม้ในครั้งนี้แม้จะไม่เสียหายทั้งหมด แต่คาดว่าโครงการคงใช้การไม่ได้แล้ว เพราะเมื่อปี 2555 เคยถูกไฟไหม้มาแล้วครั้งหนึ่ง ทางกรรมวัดจึงเห็นว่าควรจะรื้อสร้างใหม่เพื่อความปลอดภัยของทั้งพระสงฆ์ และญาติโยม เนื่องจากศาลาอเนกประสงค์ดังกล่าวใช้ประกอบพิธีทางศาสนาต่างๆ ดังนั้นหากใครอยากจะร่วมทำบุญสร้างศาลาก็สามารถติดต่อได้ที่วัดโพนทอง หรือสามารถบริจาคได้ที่ ชื่อบัญชี วัดโพนทอง เลขที่บัญชี 334-1-31565-9 บัญชีออมทรัพย์ ธนาคารกรุงไทย สาขาพุทไธสง

ด้าน ดร.อร่ามศรี จงปัตนา รองประธานกรรมการวัด บอกว่า ทั้งชาวบ้านและญาติโยมที่ทราบข่าวต่างก็รู้สึกตกใจและเสียใจ เพราะหลวงปู่วิลาศธรรมคุณเหมือนเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวพุทไธสง ส่วนที่สรีระของหลวงปู่ไม่ถูกไหม้นั้นก็เชื่อว่าน่าจะเป็นบุญบารมีของหลวงปู่ เพราะท่านเป็นพระที่ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบตามหลักพระพุทธศาสนาอย่างเคร่งครัด และเป็นพระที่มีคุณธรรม สิ่งศักดิ์สิทธิ์จึงคุ้มครองให้ร่างท่านปลอดภัย แต่ถ้าหากใครอยากจะมาร่วมพิธีพระราชทานเพลิงศพก็สามารถมาได้ และหากอยากร่วมทำบุญสร้างศาลาบูรณะวัดก็สามารถมาติดต่อที่วัด หรือบริจาคผ่านบัญชีของวัดได้ – 003 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘ส.อ.’ สองแควใช้พื้นที่บ้านพักเลี้ยงหนูนาในวงบ่อแปรรูปเป็นหนูอบถัง-ผัดเผ็ดส่งขาย #SootinClaimon.Com

Posted on September 13, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/601397

'ส.อ.'สองแควใช้พื้นที่บ้านพักเลี้ยงหนูนาในวงบ่อแปรรูปเป็นหนูอบถัง-ผัดเผ็ดส่งขาย

‘ส.อ.’สองแควใช้พื้นที่บ้านพักเลี้ยงหนูนาในวงบ่อแปรรูปเป็นหนูอบถัง-ผัดเผ็ดส่งขาย

วันเสาร์ ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2564, 11.37 น.

ข้าราชการทหารยศ “ส.อ.” ใช้เวลาว่างและดัดแปลงพื้นที่โรงจอดรถบ้านพักให้เป็นประโยชน์ทำฟาร์มเลี้ยงหนูนาในวงบ่อ แปรรูปเป็นหนูนาอบถัง-ผัดเผ็ดหนูนาสูตรเด็ดไม่เหมือนใคร พร้อมสร้างแบรนด์ “สองหนูนามาเฟีย” ส่งขายออนไลน์ทั่วประเทศ สร้างรายได้เสริมเดือนละกว่า 1 หมื่นบาท

วันนี้…จะพาไปดูช่องทางหาเงินกับอาชีพเสริมสร้างรายได้อย่างการเพาะเลี้ยงหนูนา-หนูเนื้อแปรรูปเป็นหนูนาอบถัง และผัดเผ็ดหนูนาสูตรเด็ดที่ใครชิมก็ต้องติดใจของ ส.อ.ธนกร โพธิ์สาน อายุ 49 ข้าราชการทหาร สังกัดพัน สห.31 ค่ายเอกาทศรถ ต.อรัญญิก อ.เมือง จ.พิษณุโลก ที่ดัดแปลงพื้นที่โรงจอดรถข้างบ้านพักทหารเป็นฟาร์มเลี้ยงหนูนากว่า 30 วงบ่อ และหนูนาแปรรูป เจ้าของแบรนด์ “สองหนูนามาเฟีย” ที่สามารถสร้างรายได้เสริมให้กับครอบครัวได้เดือนละกว่า 1 หมื่นบาท

ส.อ.ธนกร โพธิ์สาน เล่าให้ฟังว่า เมื่อวันหนึ่งที่อยากมีอาชีพ อยากมีรายได้เพิ่ม นอกเหนือจากเงินเดือนข้าราชการ ก็ลองผิด ลองถูก หาอาชีพเสริมหลายอย่าง ทั้งเลี้ยงปลา เลี้ยงไก่ แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร วันหนึ่งไปเจอชาวบ้านกลางนาจับหนูนา ใส่กรงขาย ก็เลยลองซื้อมา เห็นคนยึดเป็นอาชีพเสริมกัน ก็เลยคิดที่อยากจะเลี้ยงหนูนา ก็เริ่มลงมือ ศึกษาข้อมูลอย่างละเอียด ทั้งการเลี้ยงการดูแล ก็ไปศึกษาเรียนรู้ตามฟาร์มต่างๆ ก็มาปรับใช้กับตัวเอง เลี้ยงมาได้ประมาณ 3 ปี ก็ได้ผลตอบรับที่ดี แต่ก็มาเผชิญกับปัญหา คนเลี้ยงกันเยอะขึ้นเลยคิดว่าต้องแปรรูป เพื่อสินค้าจะได้มีหลากหลาย 

จึงได้ประยุกต์เอาถังแกลลอนน้ำมัน 200 ลิตร มาออกแบบเป็นถังอบ แทนการย่าง หรือการอบโอ่งทั่วไป ใส่เตาอั้งโล่เข้าไป แล้วเอาหนูนาไปอบในถัง จนแม่นเรื่องของอุณหภูมิ และเวลาในการอบแต่ละครั้ง และหนูนาอบถังของตนนั้นจะไม่เหมือนที่อื่นเพราะเรามีเคล็ดลับสูตรเด็ดหมักก่อนนำเข้าถังอบ จะทำให้หนูนาที่ได้ออกมานั้น จะหอม หนังกรอบ เนื้อในนุ่ม อร่อยแม้ไม่ต้องจิ้มน้ำจิ้ม และกล้ารับรองได้เลยว่าไม่มีกลิ่นสาบหนูแม้แต่นิดเดียว เพราะหนูนาที่ตนเลี้ยงให้อาหารหลัก เป็นหญ้าหวาน กล้วยสุก และเสริมด้วยหัวอาหารหนูเพียงเท่านั้น

นอกจากนี้ด้วยความที่ตนเป็นคนชอบทำกับข้าวและชอบกินหนูนาอยู่แล้ว จึงมักจะทำเมนูผัดเผ็ดหนูนา สูตรเด็ดที่มีเอกลักษณ์เป็นของตนเอง กินเป็นประจำ จนกลุ่มเพื่อและคนรู้จักคือบอกว่าอร่อยทำขายเถอะจะอุดหนุน เพราะผัดเผ็ดหนูนาของตนนั้นจะคัดสรรหนูเนื้อมาเป็นวัตถุดิบ ผัดให้ถึงเครื่อง รสเผ็ดนำ และผัดแห้ง เหมือนคั่วแห้ง ไม่มีน้ำมันเยิ้ม ใครชิมก็ต้องติดใจ ตนจึงแปรรูปหนูนาที่เลี้ยงไว้ เป็นผัดเผ็ดหนูนาขายอีกด้วย

ส.อ.ธนกร โพธิ์สาน เล่าต่ออีกว่า ตอนนี้ในฟาร์มหนูนา ของตนมีหนูนาหลายร้อยตัวตัวจะแบ่งเป็นหนูนาอนุบาล หนูนาวัยรุ่น และหนูนาพ่อพันธุ์แม่พันธ์ ที่ผ่านมาก็มีคนสนใจมาศึกษาเรียนรู้ต่อยอดไปเป็นอาชีพเสริม ซึ่งตนก็ยินดีให้ความรู้ทุกอย่าง เพราะอยากให้คนทั่วไปมีรายได้เสริมในครัวเรือน

สำหรับราคาจำหน่ายหนูนาในฟาร์ม ก็จะมีทั้งประเภท จำหน่ายพ่อพันธุ์แม่พันธ์ จะมีตัวผู้ 1 ตัว ตัวเมีย 2 ตัว ราคา 600 บาท หนูสดทำเรียบร้อยแล้ว(ไซส์ 2 ตัว 1 กิโลกรัม)ราคากิโลกรัมละ 170 บาท หนูนาย่าง(ชั่งตอนสดก่อนนำไปย่าง) ราคากิโลกรัมละ 220 บาท ผัดเผ็ดหนูนารสเด็ด ขนาดกล่องละ 150 กรัม ราคา 50 บาท สามารถจัดส่งได้ทั่วประเทศ เฉพาะผัดเผ็ดหนูนา และหนูนาอบถัง 

ใครสนใจอยากจะเรียนรู้วิธีการเพาะพันธุ์หนูนา ต้องการซื้อพันธุ์ไปต่อยอดสร้างรายได้ ก็ยินดีให้ความรู้ฟรี หรือใครสนใจอยากอุดหนุน หนูนาอบถัง ผัดเผ็ดหนูนาที่รับรองว่ารสเด็ด ใครชิมก็ต้องติดใจ ก็สามารถสั่งได้ทางเพจ facebook : สอง หนูนามาเฟีย หรือโทรสอบถามทาง 095-641-9160 ได้ – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ตำแหน่งนอนใต้หลอดไฟ เสี่ยงเป็นมะเร็งจริงหรือไม่ #SootinClaimon.Com

Posted on September 13, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/601380

ตำแหน่งนอนใต้หลอดไฟ เสี่ยงเป็นมะเร็งจริงหรือไม่

ตำแหน่งนอนใต้หลอดไฟ เสี่ยงเป็นมะเร็งจริงหรือไม่

วันเสาร์ ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2564, 09.01 น.

ตำแหน่งนอนใต้หลอดไฟ หรือติดหลอดไฟส่องลงบนเตียง ที่หลาย ๆ ท่านอาจจะเกิดความสงสัย และวิตกกังวล เพราะมีข้อมูลทางฮวงจุ้ย จากหลาย ๆ สื่อได้กล่าวว่า จะส่งผลร้ายจนถึงขั้นเป็น มะเร็ง จนทำให้บางท่านให้ช่างมาย้าย ตำแหน่งหลอดไฟ เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้ส่องลงบนเตียงนอน โดยตรง

สำหรับในศาสตร์ ฮวงจุ้ยปัญจธาตุ ตำแหน่งหลอดไฟ ที่ส่องลงบนเตียงนอน ไม่ได้ส่งผลร้ายจนถึงขั้นเป็นมะเร็ง โดยท่านลองคิดด้วยหลักเหตุ และผลง่าย ๆ ดูครับ 

ถ้าหากแสงจากหลอดไฟจะส่งผลถึงขั้นเป็นมะเร็ง พนักงานขายร้านสะดวกซื้อ ที่ทำงาน 24 ชั่วโมง หรือ พนักงานในโรงงานต่าง ๆ ที่จะต้องทำงานในที่ ๆ มีไฟส่องสว่างอยู่ตลอดเวลา ก็จะต้องเป็นมะเร็งทุก ๆ ท่าน และพฤติกรรมในการนอนของ ทุก ๆ ท่าน ก็จะปิดไฟทุกครั้ง แล้วถึงจะเข้านอน จึงทำให้ผลกระทบจากหลอดไฟ ยิ่งน้อยกว่า ในร้านสะดวกซื้อ หรือ โรงงาน ครับ 

เพื่อคลายความวิตกกังวล ผมจึงได้ทำคลิปอธิบาย มาให้ท่านได้รับชม ครับ

ปรึกษาฮวงจุ้ย ช่วยส่งรูปอาคาร และแชร์โลเคชั่น ส่งข้อความมาใน inbox เพจ ฮวงจุ้ยปัญจธาตุ อ.ศาสตรา พีระมาน หรือ แอดไลน์ @upr7669n ครับ – 003 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,939,933 hits

Join 4,116 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

ครม.ฉีกMOU44 ลั่นไทยแลนด์เฟิร์ส กัมพูชาแถลงเสียใจ
อดีตผู้พิพากษา ชี้ การอ้างศักดิ์ศรีมนุษย์เลี่ยงติดกำไล EM ระวังทำลายระบบยุติธรรมทั้งประเทศ
เอ็ดดี้ ผ่า พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน สะพานข้ามวิกฤต หรือ หนี้ซื้อเวลา? จี้รัฐบาลตอบให้ชัด 4 ข้อใหญ่
น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ๑๐๓ ปี วันคล้ายวันประสูติ ‘สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระนราธิวาสราชนครินทร์’
ส่องอาฟเตอร์ปาร์ตี้สุดเอ็กซ์คลูซีฟ ลิซ่า BLACKPINK กระทบไหล่เซเลบระดับโลก
กลาโหมสหรัฐฯ ยืนยัน การหยุดยิงกับอิหร่านยังมีผล ลั่นไม่ได้หาเรื่อง
นราพัฒน์ ตั้งคำถาม แลนด์บริดจ์ ดีจริงแค่ไหน? หวั่นคุ้มทุนไม่จริง-กลายเป็นภาระยาว
ลูกชาย “ออง ซาน ซู จี” เรียกร้องทางการเมียนมาพิสูจน์ว่าแม่ยังมีชีวิต วอนฝรั่งเศสช่วยกดดัน
ณัฐพงษ์ นั่งหัวโต๊ะประชุม ครม.เงา จี้ 3 ข้อเสนอเรียกเยียวยา ‘ขนส่ง-ประมง’
อิหร่านปาดหน้า พบหารือรัฐมนตรีจีน ถกประเด็นสงคราม-ช่องแคบฮอร์มุซ ก่อนการเยือนของทรัมป์

Recent Posts

  • เกาหลีเหนือแก้รธน. ตัดทิ้ง “การรวมชาติ” ตอกย้ำสถานะแยกเกาหลีใต้
  • ไฟไหม้ศูนย์การค้าใกล้กรุงเตหะราน ดับ 8 ชีวิต เจ็บ 36 ราย เร่งสอบสาเหตุ
  • ลูกชาย “ออง ซาน ซู จี” เรียกร้องทางการเมียนมาพิสูจน์ว่าแม่ยังมีชีวิต วอนฝรั่งเศสช่วยกดดัน
  • ญาติ “ฮุน มาเนต” ออกแถลงการณ์ยอมรับถือหุ้น 30% ในกลุ่มบริษัท “ฮวยวัน” เชื่อมโยงเครือข่ายสแกมเมอร์
  • อิหร่านปาดหน้า พบหารือรัฐมนตรีจีน ถกประเด็นสงคราม-ช่องแคบฮอร์มุซ ก่อนการเยือนของทรัมป์

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar

Loading Comments...

    %d