เอสซีจีร่วมมือศิริราชเร่งขยายห้องไอซียูโมดูลาร์เพิ่ม 20 เตียง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/600222

เอสซีจีร่วมมือศิริราชเร่งขยายห้องไอซียูโมดูลาร์เพิ่ม 20 เตียง

เอสซีจีร่วมมือศิริราชเร่งขยายห้องไอซียูโมดูลาร์เพิ่ม 20 เตียง

วันอังคาร ที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

เอสซีจี ผนึกกำลังโรงพยาบาลศิริราช ระดมทุกหน่วยงานเร่งสร้างนวัตกรรมห้องไอซียู โมดูลาร์รับมือการขาดแคลนห้องไอซียูในโรงพยาบาล ช่วยขยายพื้นที่รองรับผู้ป่วยหนักที่มีจำนวนมาก ลดอัตราการสูญเสียชีวิต เพิ่มความมั่นใจลดความเสี่ยงให้บุคลากรทางการแพทย์

ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ศ.ดร.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล และรศ.นพ.วิศิษฎ์ วามวาณิชย์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลศิริราช ร่วมรับมอบนวัตกรรมห้องไอซียูโมดูลาร์ จาก
นายรุ่งโรจน์ รังสิโยภาส กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี พร้อมทีมผู้บริหารเอสซีจี ณ บริเวณสวนเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา ตึกปิยมหาราชการุณย์ โรงพยาบาลศิริราช

นายรุ่งโรจน์ รังสิโยภาส กรรมการผู้จัดการใหญ่เอสซีจี กล่าวว่า เอสซีจีเล็งเห็นถึงวิกฤตการขาดแคลนห้องไอซียูของโรงพยาบาลศิริราช ซึ่งปัจจุบัน มีผู้ป่วยเข้ามารับการบริการจำนวนมาก ขณะที่ห้องไอซียู มีจำนวนไม่เพียงพอต่อการรองรับผู้ป่วยขั้นวิกฤตที่เพิ่มขึ้น จึงได้เร่งสร้างนวัตกรรมห้องไอซียูโมดูลาร์ (MODULAR ICU) จำนวน 20 เตียง เพื่อรองรับผู้ป่วยโควิดขั้นวิกฤต และผู้ป่วยโควิดที่มีโรคประจำตัวแทรกซ้อนที่ต้องการรับการผ่าตัดและรักษาได้ทันท่วงที อีกทั้งยังช่วยสร้างความมั่นใจลดความเสี่ยงการติดเชื้อให้กับบุคลากรทางการแพทย์ของโรงพยาบาลในเครือศิริราช ทั้ง 3 แห่ง ได้แก่ โรงพยาบาลศิริราช โรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์ และศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก ซึ่งจะช่วยสร้างความปลอดภัยและความอุ่นใจให้ผู้ป่วยและครอบครัวที่เข้ามารับการรักษา สำหรับนวัตกรรมห้องไอซียูโมดูลาร์นี้ ใช้เวลาก่อสร้างด้วยเวลาที่รวดเร็ว โดย 1 อาคาร ขนาด 10 เตียงใช้เวลาผลิตในโรงงาน 1 สัปดาห์ และติดตั้งหน้างานอีก 1 สัปดาห์ จึงทำให้สามารถรองรับการให้บริการแก่ผู้ป่วยได้ทันท่วงที ทั้งนี้ เอสซีจี ได้ให้การสนับสนุนการก่อสร้างทั้งสิ้น 5 ล้านบาท ภายใต้มูลค่าโครงการการก่อสร้างรวม 20 ล้านบาท

นวัตกรรมห้องไอซียูโมดูลาร์ออกแบบและก่อสร้างได้อย่างรวดเร็วจากการผลิตชิ้นส่วนต่างๆ จากโรงงาน โดยระบบ Modular สามารถควบคุมคุณภาพงานก่อสร้างตั้งแต่การออกแบบจนถึงการผลิตจากโรงงานเพื่อมาประกอบบริเวณหน้างานได้อย่างมีมาตรฐานถูกออกแบบตามฟังก์ชั่นการทำงานของข้อกำหนดห้อง ICU ที่มีทีมแพทย์เป็นที่ปรึกษา โดยห้องสามารถควบคุมแรงดันอากาศได้เหมาะสมและปลอดภัย ทั้งระบบความดันบวก (POSITIVE PRESSURE ROOM) เพื่อกำจัดเชื้อโรคและฝุ่น และระบบความดันลบ (NEGATIVE PRESSURE ROOM) เพื่อจำกัดการแพร่กระจายและ
ลดเชื้อไวรัสออกสู่ภายนอกอาคาร

ก้าวสู่ทศวรรษแห่งการช่วยเหลือครอบครัวผู้ป่วยเด็ก บ้านพักพิงโรนัลด์ฯ สถาบันเด็กแห่งชาติมหาราชินี #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/600207

ก้าวสู่ทศวรรษแห่งการช่วยเหลือครอบครัวผู้ป่วยเด็ก  บ้านพักพิงโรนัลด์ฯ สถาบันเด็กแห่งชาติมหาราชินี

ก้าวสู่ทศวรรษแห่งการช่วยเหลือครอบครัวผู้ป่วยเด็ก บ้านพักพิงโรนัลด์ฯ สถาบันเด็กแห่งชาติมหาราชินี

วันอังคาร ที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ด้วยเจตนารมณ์ในการช่วยเหลือครอบครัวผู้ป่วยเด็กของมูลนิธิโรนัลด์ แมคโดนัลด์ ประเทศไทย เพื่อให้ครอบครัวผู้ป่วยเด็กที่ยากไร้ ได้มีที่พักอาศัยที่มีมาตรฐาน พร้อมอยู่ดูแลบุตรหลานที่เจ็บป่วยได้อย่างใกล้ชิด เข้าใช้บริการโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย ทั้งนี้บ้านพักพิง โรนัลด์ แมคโดนัลด์ เฮาส์ เพื่อผู้ป่วยเด็กและครอบครัว ณ สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี ซึ่งได้ก่อตั้งขึ้น เป็นแห่งแรกในประเทศไทย ตั้งแต่มิถุนายน 2554 จวบจนทุกวันนี้ก้าวสู่หนึ่งทศวรรษที่ยังคงมุ่งมั่นเดินหน้าให้การช่วยเหลือ พร้อมเป็นที่พักพิงให้แก่ครอบครัวของผู้ป่วยเด็กต่อไปอย่างยั่งยืน โดยเมื่อเร็วๆ นี้ บ้านพักพิงฯสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินีได้จัดฉลองครบรอบ 10 ปีแห่งการเปิดให้บริการ โดยมีคณะผู้บริหารสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี นำโดยนายแพทย์อดิศัย ภัตตาตั้ง ผู้อำนวยการสถาบันฯให้เกียรติร่วมงานฉลองครบรอบ 10 ปี บ้านพักพิงฯ โดยมี กฤตยา อุ่นสากล กรรมการและเลขานุการ มูลนิธิ โรนัลด์ แมคโดนัลด์เฮาส์ ประเทศไทย และ บุปผา สุขวันผู้จัดการบ้านพักพิงฯ ต้อนรับ พร้อมกันนี้ มูลนิธิฯ ยังได้มอบเซตอาหาร ให้กับ 22หอผู้ป่วย ได้รับการสนับสนุนจากร้านแมคโดนัลด์ สาขาโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า และมอบของที่ระลึกให้กับตัวแทนหอผู้ป่วยของสถาบันสุขภาพเด็กฯ ที่ทำการส่งครอบครัวผู้ป่วยเข้าบ้านพัก ได้แก่ หอผู้ป่วยกุมารจักษุ โสต ศอ นาสิก, หอผู้ป่วยกุมารเวชกรรมโรคสมอง และโรคหัวใจหอผู้ป่วยวิกฤตกุมารเวชกรรม, หอผู้ป่วยกุมารศัลยกรรมกระดูก และหอผู้ป่วยพิเศษ

บ้านพักพิงฯ สถาบันสุขภาพเด็กฯ หรือโรงพยาบาลเด็กแห่งนี้ ตั้งอยู่ชั้น 6 อาคารมหิตลาธิเบศร เปิดให้บริการเมื่อวันที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2554 ถือเป็นบ้านพักพิงฯ
แห่งแรกในประเทศไทย ให้บริการเป็นที่พักชั่วคราวแก่ครอบครัวผู้ป่วยเด็กขั้นวิกฤต โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ครอบครัวผู้ป่วยเด็กที่เดินทางมาจากต่างจังหวัด และเพื่อช่วยเหลือบรรเทาผ่อนคลายความทุกข์ยากในการหาที่พักพิงในภาวะสถานการณ์วิกฤตทั้งในด้านเศรษฐกิจ และสภาวะทางจิตใจในระหว่างที่บุตรหลานได้รับการรักษาอยู่ในโรงพยาบาล มีพื้นที่ 524 ตร.ม. ประกอบด้วยห้องนอนเดี่ยวจำนวน 2 ห้อง ห้องนอนรวมหญิง จำนวน 17 เตียง และห้องนอนรวมชาย จำนวน16 เตียง พร้อมด้วยห้องน้ำ และสิ่งอำนวยความสะดวกพื้นฐานต่างๆ อาทิ ห้องนั่งเล่น ห้องครัว ส่วนรับประทานอาหาร และบริเวณสวนหย่อม ฯลฯ ทั้งนี้ได้ให้บริการแก่ครอบครัวผู้ป่วยเด็กมากกว่า 11,500 คน รวมเป็นจำนวน 67,000 คืน นอกจากนี้มูลนิธิ โรนัลด์ แมคโดนัลด์ เฮาส์ประเทศไทยยังมีอีก 2 โครงการหลักที่สำคัญอันได้แก่ โครงการหน่วยรถทันตกรรมเคลื่อนที่โรนัลด์ แมคโดนัลด์ (RonaldMcDonald Dental Care Unit) เป็นโครงการที่มูลนิธิฯ ร่วมกับมูลนิธิสงเคราะห์เด็กของสภากาชาดไทย ภายใต้โครงการหน่วยรถทันตกรรมเคลื่อนที่ “สุขภาพดีใต้ร่มพระบารมี”ออกเดินทางไปให้บริการด้านทันตสุขภาพทั้งด้านการรักษาและป้องกันให้กับเด็กในถิ่นทุรกันดารตั้งแต่ปี 2558 จนถึงปัจจุบันมากกว่า 37,000 คน โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น ซึ่งเป็นการดำเนินงานแบบบูรณาการร่วมกันกับพันธมิตรสำคัญได้แก่กองบัญชาการกองทัพไทย, กองทัพบก,กองทัพเรือ, กองทัพอากาศ, โรงพยาบาลทันตกรรมมหาจักรีสิรินธร และมูลนิธิทันตแพทย์เอกชน (ประเทศไทย) และ โครงการสร้างและปรับปรุงห้องสันทนาการ (RonaldMcDonald Playroom) เพื่อให้เด็กที่เจ็บป่วยหรือขาดโอกาสในโรงพยาบาลรัฐและสถานสงเคราะห์เด็กได้ใช้ผ่อนคลายหรือทำกิจกรรมร่วมกับครอบครัว ระหว่างเข้าพักรักษาตัวในโรงพยาบาล หรือระหว่างรอพบแพทย์ ปัจจุบันนี้มีจำนวน 38 ห้อง ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ให้บริการผู้ป่วยเด็กเฉลี่ย 340,000 คนต่อปี

สามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการแบ่งปันโอกาสให้กับผู้ป่วยเด็กและครอบครัวให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นได้โดยร่วมสนับสนุนโครงการต่างๆ ของมูลนิธิฯ ได้ที่ www.rmhc.or.th หรือ บริจาคผ่าน Bank Application โดย Scan QR Codeบน Facebook, กล่องรับบริจาคของมูลนิธิฯ,บริจาคผ่านเครื่องสั่งอาหารอัตโนมัติ, เครื่องคิดเงินที่ร้านแมคโดนัลด์ทุกสาขา กล่องรับบริจาคร้านไดร์ฟทรู, แอปพลิเคชั่น True Money และ K-Market Donation รายละเอียดเพิ่มเติมคลิก www.rmhc.or.th และ www.facebook/rmhcthailand

แม็กกี้และเบทาโกรเปิดสูตรเด็ด 3 เมนูสตรีทฟู้ด ความอร่อยครั้งใหม่ในรูปแบบอาหารพร้อมทาน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/600227

แม็กกี้และเบทาโกรเปิดสูตรเด็ด 3 เมนูสตรีทฟู้ด ความอร่อยครั้งใหม่ในรูปแบบอาหารพร้อมทาน

แม็กกี้และเบทาโกรเปิดสูตรเด็ด 3 เมนูสตรีทฟู้ด ความอร่อยครั้งใหม่ในรูปแบบอาหารพร้อมทาน

วันอังคาร ที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

เมนู Street Food สูตรเด็ดท้าให้ลอง จากแม็กกี้และเบทาโกร

แม็กกี้ และ เบทาโกร เผยความอร่อยใหม่ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากเมนูสตรีทฟู้ด ผสมผสานสูตรอาหารอร่อยจากแม็กกี้ และวัตถุดิบคุณภาพจากเบทาโกร มานำเสนอในรูปแบบผลิตภัณฑ์ข้าวกล่องพร้อมทาน ภายใต้คอนเซ็ปต์ “เมนู Street Food สูตรเด็ดท้าให้ลอง”ชูรสชาติอร่อยลงตัว สะดวกพร้อมทานและดึงเสน่ห์ของสตรีทฟู้ดที่ทานง่ายเหมาะสำหรับทุกคนในครอบครัว พร้อมเปิดสูตรเด็ด 3 เมนูสตรีทฟู้ดสุดฮิตตลอดกาล

เริ่มที่ เมนูข้าวหมูทอดนัวหมูทอดสูตรเข้มข้น หมักซอสสูตรพิเศษรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ของซอสแม็กกี้ ทำให้ได้ความหวานและเค็มที่สมดุลกัน ชิ้นหมูเต็มคำ มันวาว ดูชุ่มฉ่ำเสิร์ฟพร้อมข้าวสวยหอมนุ่ม เรียงเม็ดน่ารับประทาน แค่อุ่นร้อนก็ทานง่าย อิ่มท้อง และอร่อยถูกปาก

เมนูข้าวหน้าไก่คลุกเห็ดหอมเมนูสตรีทฟู้ดสุดคลาสสิกที่ใครๆ ก็นึกถึง เนื้อไก่คุณภาพจากเบทาโกร หมักจนเข้าเนื้อด้วยเครื่องปรุงรสคุณภาพของแม็กกี้ ผัดเข้ากับเห็ดหอมอร่อย และเพิ่มมิติของรสชาติที่คุ้นเคยด้วยน้ำราดเข้มข้นจากซอสแม็กกี้

เมนูข้าวขาหมูตุ๋นโกโก้ และ ขาหมูตุ๋นโกโก้ (กับข้าว) ขาหมูที่ผสมผสานรสชาติเข้มข้นของพะโล้กับความหวานกลมกล่อมของโกโก้ตุ๋นจนความอร่อยซึมเข้าเนื้อ ทานคู่กับน้ำราดขาหมู ที่คลุกเคล้าทุกอย่างให้ลงตัวด้วยซอสแม็กกี้ เสิร์ฟพร้อมรับประทานทั้งในรูปแบบข้าวราด และกับข้าว เป็นเมนูสตรีทฟู้ดแสนอร่อยที่กินได้ไม่มีเบื่อ

เครือวัลย์ วรุณไพจิตร

เครือวัลย์ วรุณไพจิตรผู้อำนวยการบริหารหน่วยธุรกิจผลิตภัณฑ์อาหาร และ เนสท์เล่ โพรเฟชชันนัล ประจำภูมิภาคอินโดไชน่ากล่าวว่า ด้วยนวัตกรรมด้านอาหารของแม็กกี้และเบทาโกร เรามุ่งหวังที่จะรักษาเสน่ห์ของอาหารสตรีทฟู้ดให้ถูกปากคนไทย โดยนำเอาจุดแข็งของทั้ง 2 แบรนด์ ในเรื่องซอสปรุงรสที่มีรสชาติและกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์และการคัดสรรวัตถุดิบคุณภาพ มาสร้างสรรค์เป็นผลิตภัณฑ์อาหารพร้อมรับประทาน ในรูปแบบอาหารแช่เย็น และแช่แข็ง เพื่อมอบประสบการณ์การความอร่อยครั้งใหม่ของเมนูสตรีทฟู้ดที่สะดวก ทานง่าย การันตีคุณภาพอาหารและความอร่อย แค่มีข้าวกล่อง เมนู Street Food สูตรเด็ดท้าให้ลอง ติดตู้เย็นไว้เมื่อไหร่เวลาไหนก็อุ่นทานได้ อีกทั้ง ยังราคามิตรภาพ แต่อิ่มท้อง และถูกปากทุกคนในครอบครัวแน่นอน

สัมผัสรสชาติความอร่อยของ “เมนู Street Food สูตรเด็ดท้าให้ลอง” ในรูปแบบข้าวกล่องพร้อมทานแช่แข็ง และแช่เย็น ราคาเริ่มต้นเพียง 45 บาท ที่โลตัส ทั่วประเทศการันตีความสะดวก ปลอดภัย ไว้วางใจได้ในมาตรฐานควบคุมความสดสะอาดของผลิตภัณฑ์อาหาร นอกจากนี้ยังมีบริการอุ่นร้อนที่โลตัสทุกสาขา หรือนำกลับไปรับประทานที่บ้านตามสะดวก ได้รสชาติอาหารสตรีทฟู้ดที่คุ้นเคย ถูกปากราวกับได้ไปนั่งทานที่ย่านนั้นๆ พิเศษขึ้นด้วยมิติความกลมกล่อมและกลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์จากซอสปรุงรสของแม็กกี้

เสวนาวันมะเร็งปอดโลก : ดูแลปอด ดูแลใจ เพื่อผู้ป่วยมะเร็งปอด การเดินทางของผู้ป่วย แนวทางการรักษา และข้อควรระวังช่วงโควิด-19 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/600225

เสวนาวันมะเร็งปอดโลก : ดูแลปอด ดูแลใจ เพื่อผู้ป่วยมะเร็งปอด  การเดินทางของผู้ป่วย แนวทางการรักษา และข้อควรระวังช่วงโควิด-19

เสวนาวันมะเร็งปอดโลก : ดูแลปอด ดูแลใจ เพื่อผู้ป่วยมะเร็งปอด การเดินทางของผู้ป่วย แนวทางการรักษา และข้อควรระวังช่วงโควิด-19

วันอังคาร ที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

รศ.พญ.บุษยามาส ชีวสกุลยง

วันมะเร็งปอดโลก ซึ่งจัดขึ้นเพื่อรณรงค์ให้คนทั่วโลกหันมาตระหนักถึงภัยของมะเร็งปอด ซึ่งเป็นมะเร็งที่มีอัตราการเสียชีวิตสูงและเป็นปัญหาสุขภาพระดับโลก จากความตระหนักดังกล่าวกระตุ้นให้เกิดการจัดงานเสวนาภายใต้หัวข้อ “ดูแลปอด ดูแลใจ เพื่อผู้ป่วยมะเร็งปอด” โดยเป็นการร่วมมือกันระหว่างมูลนิธิเครือข่ายมะเร็ง (Thai Cancer Society :TCS) กลุ่มสนับสนุนผู้ป่วยมะเร็งปอดและผู้ดูแล (Lung Cancer Patient Advocacy Group) แพลตฟอร์มความรู้สำหรับผู้ป่วยมะเร็งปอด LungAndMeและคณะทำงานมะเร็งปอดเพื่อคนไทย (Thai Lung Cancer Group : TLCG) เพื่อเจาะลึกถึงประเด็นต่างๆ เช่น สถานการณ์มะเร็งปอดและความเสี่ยงของการเกิดมะเร็งปอดในคนไทย การเดินทางของผู้ป่วยมะเร็งปอด ตั้งแต่แรกพบอาการไปจนถึงการติดตามการรักษา และการดูแลตัวเองในยุคโควิด-19 ของผู้ป่วยมะเร็งปอด

สถานการณ์มะเร็งปอดในปัจจุบันนับเป็นหนึ่งในปัญหาสุขภาพที่น่าเป็นห่วงของไทย สถิติในปี 2563 ที่ผ่านมา มีอุบัติการณ์และอัตราการเสียชีวิตที่สูงเป็นอันดับสอง โดยปอดเป็นอวัยวะที่สำคัญต่อการดำรงชีวิต ดังนั้น เมื่อเกิดมะเร็งขึ้นจึงมีโอกาสเสียชีวิตสูง ในด้านของปัจจัยเสี่ยงแบ่งออกเป็นปัจจัยภายนอกและปัจจัยภายใน ปัจจัยภายนอกเป็นปัจจัยที่สามารถควบคุมได้ เช่น การสูบบุหรี่และการได้รับสารพิษจากควันบุหรี่มือสองหรือมือสาม ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของมะเร็งปอด รวมไปถึงสิ่งแวดล้อมต่างๆ เช่น การสัมผัสกับแก๊สเรดอนและสารก่อมะเร็งอื่นๆ เช่น แร่ใยหิน โครเมียมและรังสี ในด้านของปัจจัยภายใน จะเป็นเรื่องของพันธุกรรม ซึ่งเกิดขึ้นจากยีนที่ผิดปกติทำให้เซลล์ในปอดแบ่งตัวอย่างต่อเนื่อง จนกลายเป็นมะเร็งในที่สุด ซึ่งปัจจัยเสี่ยงทางพันธุกรรมนั้นจะพบได้มากในผู้ป่วยชาวเอเชียที่อาจไม่ได้มีปัจจัยเสี่ยงภายนอก เช่น ไม่ได้สูบบุหรี่ เป็นต้น

ผศ.นพ.ไนยรัฐ ประสงค์สุข

รศ.พญ.บุษยามาส ชีวสกุลยง อายุรแพทย์มะเร็งวิทยา โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ กล่าวว่า การเดินทางของผู้ป่วยมะเร็งปอด แบ่งออกเป็นสี่ขั้นหลักๆ หนึ่งคือ ก่อนที่จะตรวจพบมะเร็งผู้ป่วยควรสังเกตการณ์อาการและความเสี่ยงของตนเอง รวมถึงวิธีป้องกันและแนวทางการตรวจคัดกรอง ขั้นที่สองคือ เมื่อตรวจพบว่าเป็นมะเร็งแล้ว เราจะมีการตรวจยืนยันอย่างไร เช่น เป็นมะเร็งชนิดไหน ระยะที่เท่าไหร่ มีตัวบ่งชี้ทางชีวภาพหรือไม่ ซึ่งนับเป็นขั้นตอนของการวินิจฉัย ขั้นตอนต่อมาคือการรักษา ควรศึกษาว่ามีแนวทางการรักษาตามชนิดและระยะอย่างไร ผ่าตัดได้ไหม ต้องฉายรังสีไหม มีตัวบ่งชี้ทางชีวภาพที่เหมาะกับยามุ่งเป้าหรือไม่ เพื่อวางแผนแนวทางการรักษาที่เหมาะสมให้แก่ผู้ป่วย

ขั้นตอนสุดท้ายคือ ช่วงเวลาที่ผู้ป่วยกำลังรักษาอยู่ บางคนรักษาเป็นเดือน แต่หลายคนจำเป็นต้องรักษานานเป็นปีถึงหลายปี จึงควรต้องมีการติดตามดูแลอาการและผลข้างเคียง หากเป็นมะเร็งปอดระยะต้น ผู้ป่วยมีโอกาสหายขาดได้ แต่หากเป็นมะเร็งระยะลุกลามเฉพาะที่หรือระยะแพร่กระจายก็สามารถรักษาและเฝ้าระวังอาการไปได้เรื่อยๆ ทั้งนี้เส้นทางการรักษาของผู้ป่วยแต่ละรายนั้นแตกต่างกันออกไป บางรายอาจรักษาได้อย่างราบรื่นเพราะมีการตอบสนองที่ดีต่อการรักษา แต่หากผู้ป่วยดื้อยาก็อาจประสบอุปสรรคระหว่างทางและอาจต้องมีการปรับแนวทางการรักษาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและผลลัพธ์การรักษาที่ดีกว่า โดยตลอดการเดินทางของผู้ป่วย ผู้ดูแลหรือญาติควรช่วยให้กำลังใจกับผู้ป่วยและเดินไปด้วยกัน ช่วยสนับสนุนพวกเขาทำให้การเดินทางของพวกเขาเป็นไปได้อย่างราบรื่นมากขึ้น

ผศ.นพ.ไนยรัฐ ประสงค์สุข อายุรแพทย์มะเร็งวิทยา โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า กล่าวว่า แนวทางการรักษามะเร็งปอดขึ้นอยู่กับชนิดและระยะของมะเร็ง โดยประโยชน์ของการรู้ว่าผู้ป่วยเป็นมะเร็งปอดระยะอะไรคือ หนึ่ง เราสามารถรู้ได้ว่าพยากรณ์ของโรคจะเป็นอย่างไร สอง เราต้องวางแผนการรักษาแบบไหน และสาม จุดมุ่งหมายจะเป็นอย่างไร ยกตัวอย่างเช่น หากผู้ป่วยเป็นมะเร็งปอดระยะที่ 1-2 เราสามารถที่จะผ่าตัดได้ เพราะจุดมุ่งหมายคือการหายขาด ระยะที่สามหรือลุกลามเฉพาะที่ถือเป็นระยะกลางๆ ถึงแม้ยังไม่ได้เกิดการกระจายไปที่จุดอื่นของร่างกายแต่มะเร็งเป็นก้อนที่มีขนาดค่อนข้างใหญ่ จึงอาจผ่าตัดไม่ได้ ซึ่งในกรณีนี้อาจจะต้องใช้เคมีบำบัดหรือการฉายแสงเพื่อให้ก้อนยุบลงแล้วค่อยพิจารณาผ่าตัด หากผู้ป่วยเป็นมะเร็งระยะสามปลายๆ ผ่าไม่ได้แล้วจะรักษาด้วยยาเคมีบำบัดร่วมกับการฉายแสง ส่วนผู้ป่วยระยะที่สี่ หรือระยะแพร่กระจายการรักษาจึงจะเป็นการให้ยาเพื่อเพิ่มระยะเวลารอดชีวิต ลดการกำเริบ บรรเทาความเจ็บปวดที่เกิดจากตัวโรคและเพิ่มคุณภาพชีวิต ดังนั้นจุดมุ่งหมายของการรักษาผู้ป่วยระยะลุกลามเฉพาะที่หรือระยะที่สี่ไม่ใช่การหายขาด แต่เป็นการรักษาเพื่อลดอาการและเสริมสร้างคุณภาพชีวิตที่ดี โดยการเลือกยาและแนวทางการรักษาที่เหมาะสมจะช่วยทำให้ผู้ป่วยมีร่างกายที่แข็งแรงและใช้ชีวิตได้ตามปกติ

จิตนิภา ภักดี

จิตนิภา ภักดี ผู้ป่วยมะเร็งปอดชนิด EGFR ระยะที่สี่ ได้ร่วมเล่าประสบการณ์ตั้งแต่การวินิจฉัยไปจนถึงอาการปัจจุบันว่า ส่วนตัวเป็นมะเร็งปอดชนิดที่เกิดจากพันธุกรรม โดยมียีนผิดปกติเป็นชนิด EGFR ตอนตรวจพบมีอายุเพียง 29 ปีและค่อนข้างดูแลสุขภาพดีพอสมควร ไม่ดื่มเหล้าหรือสูบบุหรี่ และคนในครอบครัวก็ไม่มีปัจจัยเสี่ยงที่จะส่งต่อให้เราเป็นมะเร็งได้เลย ก่อนที่จะตรวจพบมะเร็ง เริ่มมีอาการไอเรื้อรัง แต่ไม่ได้มีเสมหะหรือเจ็บคออย่างใดจึงประมาทและไม่ได้คิดว่าตัวเองจะเป็นอะไรมาก จนเริ่มมีอาการแน่นหน้าอก เหนื่อยกว่าปกติ และน้ำหนักลดลงเรื่อยๆ จึงยอมไปพบแพทย์ในที่สุด ระหว่างที่รอผลตรวจอาการก็เริ่มแย่ลงตามลำดับ เริ่มหายใจไม่ปกติ และน้ำหนักลงไปกว่า 9 กิโลกรัม ต่อมาเมื่อทราบว่าเป็นมะเร็งปอดระยะแพร่กระจาย ชนิดที่มียีนกลายพันธุ์ EGFR จึงเริ่มการรักษาทันที ด้วยการทานยามุ่งเป้า โดยได้เริ่มทานยามาประมาณ 17 เดือน จากที่เรามีอาการผิดปกติหอบหายใจไม่ค่อยสะดวก หลังจากที่ทานยามุ่งเป้าไปเพียงหนึ่งสัปดาห์อาการก็เริ่มลดลงอย่างเห็นได้ชัด ผลข้างเคียงอย่างเดียว คือมีผื่นคล้ายสิวขึ้นที่หน้าและลำตัว และทุกวันนี้เราก็สามารถใช้ชีวิตได้เกือบจะปกติเท่ากับตอนก่อนเป็นมะเร็ง

“การที่ผู้ป่วย ครอบครัว และผู้ดูแลร่วมเดินทางไปด้วยกัน แล้วตั้งสติและทำความเข้าใจกับโรคที่เราเป็น รับมือกับสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้น จะช่วยให้เราเดินทางไปกับมะเร็งได้ง่ายขึ้น หากเราดูแลตัวเองดีๆ ก็อาจมีแนวทางรักษาใหม่ๆ เข้ามาในอนาคตทำให้เรามีโอกาสอยู่รอดมากขึ้น จึงอยากให้ทุกคนมีความหวังในการรักษาเสมอ มะเร็งเหมือนเข้ามาเตือนใจเราให้รักตัวเองและหันมาใส่ใจคนรอบข้างและกลับมาดูแลตัวเองให้ดีขึ้น โดยเฉพาะในช่วงโควิดเราควรเลี่ยงการพบปะผู้คน และป้องกันตัวเองให้ดีที่สุด เพราะเรามีความเสี่ยงต่ออาการรุนแรงหากติดโควิด-19 ออกกำลังกายคลายเครียด ดื่มน้ำเยอะๆ ระมัดระวังตัวเองดูแลสุขภาพกายและใจให้ดีที่สุด”

ผู้ที่สนใจสามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโรคมะเร็งปอดได้ที่ช่องทางต่างๆ เหล่านี้ LungAneMe : เฟซบุ๊ค LungAndMe, ยูทูบ LungAndMe,LINE Official @LungAndMe, เว็บไซต์ www.LungAndMe.com, คลับเฮ้าส์ @LungAndMe กลุ่มสนับสนุนผู้ป่วยมะเร็งปอดและผู้ดูแล : พูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์เรื่องมะเร็งปอดได้ในเฟซบุ๊คกลุ่ม ห้องนั่งเล่นพูดคุยเรื่องมะเร็งปอด (สำหรับผู้ป่วยและผู้ดูแลเท่านั้น), มูลนิธิเครือข่ายมะเร็ง :เฟซบุ๊ค Thai Cancer Society : TCS เว็บไซต์ www.thaicancersocitey.com และมะเร็งสมาคมวิทยา : เว็บไซต์ http://www.thethaicancer.com/index.html

‘วิชัย เข็มทองคำ’ ปั้นแบรนด์ คามินเนีย ลดเบาหวาน จับมือ ม.มหิดล ทุ่มงานวิจัยตั้งโรงงานผลิต #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/600288

‘วิชัย เข็มทองคำ’ ปั้นแบรนด์ คามินเนีย ลดเบาหวาน  จับมือ ม.มหิดล ทุ่มงานวิจัยตั้งโรงงานผลิต

‘วิชัย เข็มทองคำ’ ปั้นแบรนด์ คามินเนีย ลดเบาหวาน จับมือ ม.มหิดล ทุ่มงานวิจัยตั้งโรงงานผลิต

วันจันทร์ ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2564, 18.48 น.

วิชัย เข็มทองคำ เจ้าพ่ออาหารอันดับ 1 ประเทศพม่า ลุยธุรกิจเสริมอาหาร คามินเนีย(Caminia) ลดเบาหวาน ทุ่มงานวิจัยจับมือ ม.มหิดล หมอและโรงพยาบาลต่างๆ ร่วมกันทำวิจัย เพื่อให้ได้สินค้าเกรดพรีเมี่ยม ใช้นวตกรรมนาโนเทคโนโลยี ทำให้ร่างกายดูดซึมได้มากถึง 50 เท่า ตั้งโรงงานผลิต 200 ล้าน รองรับการขยายตลาดทั่วประเทศ และเตรียมส่งออกไปต่างประเทศ ตั้งเป้าผลประกอบการปีหน้าทะลุ 450 ล้าน เผยโควิด-19 ทำให้ผู้คนสนใจด้านสุขภาพมากขึ้น ส่งผลให้ยอดเสริมอาหารเติบโตอย่างรวดเร็ว

ประสบความสำเร็จเป็นอย่างสูงสำหรับ คุณวิชัย เข็มทองคำ กรรมการ บริษัท โอเรียนท์ อินโนเวชั่น จำกัด นักธุรกิจเจ้าพ่ออาหารอันดับ 1 ประเทศพม่า ที่บุกตลาดพม่าจนมีชื่อเสียงโด่งดัง ไม่ว่าจะจับธุรกิจด้านไหนก็ประสบความสำเร็จ ล่าสุดก็เปิดตัวแบรนด์ คามินเนีย Caminia ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร รูปแบบแคปซูลเจลาตินนิ่ม ประกอบไปด้วยสารสกัดขมิ้นชัน น้ำมันปลา และ วิตามิน ดี3 เกรดพรีเมี่ยมที่มีส่วนช่วยในการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด สำหรับดูแลผู้ที่ต้องการลดเบาหวาน ซึ่งเป็นเสริมอาหารเกรดพรีเมี่ยม ทุ่มงานวิจัยกับมหาวิทยาลัยชื่อ โดยวัตกรรมนาโนเทคโนโลยีและส่วนผสมที่เป็นสิทธิบัตรเฉพาะของคามินเนีย ทำให้ได้สารสกัดขมิ้นชันที่มีการกักเก็บในรูปแบบอนุภาคระดับนาโนเมตร ทำให้ร่างกายดูดซึมได้ถึง 50 เท่า สร้างความฮือฮาให้วงการเสริมอาหารเป็นอย่างมาก

จุดเริ่มต้นในการทำธุรกิจ 

“ธุรกิจเริ่มมาจากประสบการณ์ของนักวิจัยที่ทำการศึกษาคุณสมบัติของสาระสำคัญในขมิ้นชัน น้ำมันปลาทูน่า  และวิตามินดี 3 พบว่าคุณสมบัติของสามสิ่งนี้มีประโยชน์ด้านการช่วยฟื้นฟูสุขภาพของผู้ป่วยโรคเบาหวาน และทำการศึกษาวิจัยต่อยอดในด้านการนำสามสิ่งนี้มาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ในรูปแบบซอฟท์เจล เพื่อให้ผู้ป่วยเบาหวาน และ ผู้ที่รักสุขภาพต้องการหลีกเลี่ยงจากการเป็นเบาหวาน  ได้รับประทานเป็นอาหารเสริมสุขภาพ”

“หลังจากที่ได้ทำการทดสอบในอาสาสมัครเป็นเวลานานกว่า 6 เดือน ทำให้บริษัทมีความเชื่อมั่นในผลิตภัณฑ์  จึงได้เริ่มผลิตเพื่อออกจำหน่ายตั้งแต่ต้นปี 2563 มาจนถึงปัจจุบัน ผลตอบรับจากกลุ่มเป้าหมายค่อยๆ ดีขึ้นจากการแนะนำต่อโดยผู้ที่เคยรับประทานผลิตภัณฑ์ของเราไปสักระยะหนึ่ง ประมาณ 1-3 เดือน”

“กลุ่มเป้าหมาย คือ ผู้ป่วยที่เป็นเบาหวาน (ประมาณ 8%ของประชากร)  และ ผู้อยู่ในกลุ่มเสี่ยงที่จะเป็นเบาหวานซึ่งมีจำนวนมากกว่ากลุ่มผู้ป่วยเบาหวาน  ตลอดจนผู้ที่มีสุขภาพปกติและต้องการที่จะรักษาสุขภาพเพื่อลดความเสี่ยงในการเป็นเบาหวาน โดยการรับประทานเสริมอาหารที่มีคุณภาพที่เชื่อถือได้และมีความปลอดภัยสูง”

จุดเด่นของ คามินเนีย คือการใช้นาโนเทคโลยีที่ทันสมัย ทำให้ร่างกายสามารถดูดซึมเข้าสู่เซลล์ได้มากกว่าปกติถึง 50 เท่า

“จุดเด่นของผลิตภัณฑ์ของเราคือ เรามีความพร้อมด้านเทคโนโลยีในการนำผลงานวิจัยมาสร้างผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพดีเยี่ยม  มีความปลอดภัยสูงสำหรับผู้บริโภคเกือบทุกเพศทุกวัย(ยกเว้นกลุ่มผู้ป่วยเกี่ยวกับนิ่วในถุงน้ำดี)

เรามีเทคโนโลยีในการสกัดสารสำคัญจากขมิ้นชัน  การใช้นาโนเทคโนโลยีและการห่อหุ้มสารสำคัญให้มีอนุภาคเล็กขนาดประมาณ 200 นาโนเมตรเพื่อรักษาคุณสมบัติของสาระสำคัญ ให้ร่างกายสามารถดูดซึมเข้าสู่เซลล์ได้ดีกว่าขบวนการปกติถึง 50 เท่า ช่วยให้ร่างกายได้ประโยชน์จากสาระสำคัญมากโดยการบริโภคเพียงจำนวนน้อย นอกจากนี้ เรายังมีน้ำมันปลาทูน่าเกรดดีมากซึ่งนำเข้าจากโรงงานของหุ้นส่วนของเราในเยอรมัน”

ขยายช่องทางจัดจำหน่ายไปยังหัวเมืองใหญ่ๆ และกระจายสู่ระดับตัวแทน ทุ่มงบสร้างโรงงาน 200 ล้านบาท รองรับแผนการขยายเพิ่มการผลิต

“ปัจจุบันเน้นการขายช่องทางออนไลนเป็นหลัก ทั้งเฟสบุ๊ค ยูทูบ ไลน์ รวมถึงมีการเริ่มทดลองในกลุ่มตัวแทนชุดแรกเพื่อทดสอบระบบที่เราเตรียมจะรับตัวแทนอีกในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปี 2564 โดยเราจะเน้นที่กรุงเทพและหัวเมืองใหญ่ก่อน แล้วจึงจะกระจายเข้าสู่ตัวแทนระดับถัดไปในปีหน้า จะได้รองรับกับแผนขยายโรงงานเพื่อเพิ่มกำลังการผลิตของเราด้วย ซึ่งเรามีแผนการลงทุนสร้างโรงงานสกัดสารสำคัญตลอดจนการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปด้วยงบประมาณ 200 ล้านบาท และในเร็วๆ นี้ เราจะมีวางจำหน่ายในร้านค้าสวัสดิการส่งเสริมสุขภาพและโภชนาการในโรงพยาบาลราชวิถีด้วย”

“สำหรับตัวแทนเรามี 2 ระบบครับ คือเป็นตัวแทนตัดสต็อกตามระบบมาตรฐาน เริ่มต้นที่ 30 กระปุก ก็จะได้กำไรที่ประมาณ 12000 บาทแล้ว ซึ่งสูงสุดจะเป็นตัวแทนตัดสต็อกที่ 400 กระปุก โดยได้กำไรถึง 300,000 บาท แต่ที่พิเศษกว่าคือ เนื่องจากในสถานการณ์แบบนี้ เราได้หารือกันว่าเราต้องการสร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้กับบุคคลทั่วไป โดยเขาไม่ต้องมีความเสี่ยง เราจึงจะมีระบบตัวแทนแบบดรอปชิป คือคุณมีหน้าที่เอาสินค้าไปขายอย่างเดียว ขายได้ ส่งออเดอร์มา เราแพคให้ ส่งให้ถึงลูกค้าตรงเลย ไม่ต้องเอาเงินมาลงทุน ไม่ต้องเหนื่อยสต็อกแพคของส่งของด้วย ช่วยให้สร้างรายได้ได้อย่างรวดเร็ว”

การดำเนินธุรกิจในปี 2564 เน้นสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จัก และสร้างชื่อและความน่าเชื่อถือด้วยทีมวิจัยจากม.มหิดล และคุณหมอจากโรงพยาบาลองค์กรต่างๆ ที่มาร่วมกันวิจัย

“ปีนี้เราจะเน้นการสร้างแบรนด์เป็นหลัก เน้นย้ำจุดยืนเรื่องคุณภาพของสินค้า แหล่งที่มาและวัตถุประสงค์ของแบรนด์ที่ต้องการจะช่วยให้คนทั่วไปได้มีสุขภาพที่ดีขึ้น ไม่ต้องเจ็บป่วยเข้าโรงพยาบาล เราอาจจะยังเป็นแบรนด์ใหม่ในตลาด แต่ทีมวิจัยจาก ม.มหิดล คุณหมอจากโรงพยาบาลและองค์กรต่างๆ ที่อยู่ในทีมงาน หรือให้ปรึกษา มีส่วนช่วยให้งานวิจัยชิ้นนี้ออกสู่ท้องตลาดได้ เป็นทีมมืออาชีพที่เห็นภาพเดียวกัน ต้องการให้ผลิตภัณฑ์ของเราเป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภคอย่างแท้จริง  และนั่นคือสิ่งที่เราอยากสื่อออกไปให้ผู้บริโภคมั่นใจ โดยเราจะเริ่มมีการออกสื่อมากขึ้น งานสัมภาษณ์ ออกงาน เพื่อเน้นย้ำถึงจุดยืนนี้ให้ชัดเจนทั้งกับผู้บริโภคและตัวแทนของเราครับ”

ตั้งเป้ารายได้ 30 ล้านบาทต่อเดือน

“ตั้งเป้าหมายให้มียอดจำหน่ายในปลายปี 2564 นี้จำนวน 20,000 กระปุก/เดือน หรือโดยประมาณที่ 30 ล้านบาทต่อเดือนครับ ถ้ารวมทั้งปี 2564 ตั้งไว้ที่ 80 ล้านบาทครับ สำหรับเป้าหมายของยอดขายในปี 2565  คาดหวังยอดขายจำนวน 25,000 กระปุกต่อเดือน หรือคิดเป็นยอดขายทั้งปีประมาณ 450 ล้านบาท”

โควิด-19 สร้างเทรนด์ด้านสุขภาพ ทำให้คนสนใจเสริมอาหารมากขึ้น หันมาลงทุนด้านสุขภาพก็คือรับประทานเสริมอาหาร ซึ่ง คามินเนีย เป็นการลงทุน ที่คุ้มค่ามาก เทียบกับกาแฟ 40 บาทเท่านั้น

“โควิดสร้างความกังวลให้กับผู้บริโภคในเรื่องสุขภาพอย่างมากครับ เรื่องนี้ถือว่าเป็นเทรนด์ที่ใหญ่และรุนแรงมาก มีผลกระทบในวงกว้าง ทำให้คนที่ยังไม่ได้ป่วยก็หันมาดูแลสุขภาพกัน เพื่อ ป้องกัน มากขึ้น  โดยเฉพาะในกลุ่มอายุ 40 ขึ้น ที่อาจะมีความกังวลมากกว่า  ทั้งนี้ งบประมาณที่ใช้เพื่อการดูแลรักษาสุขภาพให้ดีนั้น  ย่อมจะคุ้มค่ากว่าการใช้งบประมาณเพื่อการรักษาเมื่อเจ็บป่วยจากโรคในกลุ่ม NCDs”

“แน่นอนว่าภาวะเศรษฐกิจครั้งนี้กระทบกับคนแทบทุกกลุ่ม กลุ่มนี้ที่สำคัญคือยังมีกำลังซื้อมากกว่า ยังมีทุนเก็บอยู่มากกว่า ซึ่งโดยรวมตอนนี้การจัดลำดับการใช้จ่ายจึงจะเอามาใช้กับการบำรุงรักษาสุขภาพเป็นเรื่องต้นๆ และ สินค้าสำคัญในกลุ่มนี้คือ เสริมอาหารครับ ในส่วนของต้นทุนสำหรับการใช้ไปเพื่อเสริมอาหาร คามินเนีย ของเรา ต่อวัน ก็ประมาณใกล้เคียงกับค่ากาแฟเพียงหนึ่งถ้วยเท่านั้น 40 บาท”

“ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมของเราในชื่อ คามินเนีย มุ่งกลุ่มเป้าหมายผู้ที่เป็นเบาหวาน ผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงที่จะเป็นเบาหวาน และ ผู้ที่รักสุขภาพจากการศึกษาสถิติของผู้เป็นเบาหวานทั้งในประเทศไทยและในต่างประเทศ เราพบว่าในระยะเวลา 20 ปีที่ผ่านมา  มีผู้ป่วยเป็นเบาหวานเพิ่มขึ้นทุกปีในประเทศไทยมีผู้เป็นเบาหวานประมาณ 8% ของประชากรไทยจำนวน 66 ล้านคน คิดเป็นผู้ป่วยเบาหวานในประเทศไทยในปัจจุบันประมาณ 5 ล้านคน เป้าหมายด้านการขายของเราที่กำหนดไว้เดือนละ 25,000 กระปุก คิดเป็นเพียง 0.5% ของกลุ่มเป้าหมาย”

“พิจารณาจากผู้บริโภคที่เคยได้รับประทานผลิตภัณฑ์คามินเนียสักระยะหนึ่ง(ประมาณ 1-3 เดือน) พบว่าผู้บริโภคจะมีการซื้อซ้ำและยังมีการแนะนำต่อไปยังผู้ใกล้ชิดที่มีปัญหาด้านสุขภาพด้วย  เราจึงมีความเชื่อมั่นด้านการขยายตัวด้านการตลาดของผลิตภัณฑ์คามินเนียยังจะมีแนวโน้มที่ดีต่อไปเรื่อยๆ”

“เรามีแผนที่จะขยายตลาดในต่างประเทศเช่นกัน  โดยได้ส่งผลิตภัณฑ์คามินเนียไปยังพันธมิตรในต่างประเทศเพื่อส่งให้กลุ่มเป้าหมายผู้เป็นเบาหวานได้ทดลองบริโภค  ผลตอบรับกลับมาเป็นไปในแนวทางเดียวกันกับในประเทศไทย   ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนของการจดทะเบียนเครื่องหมายทางการค้า และ การขอ อย.ในประเทศที่เราจะขยายตลาดต่อไป”

‘พลูคาวหมักสกัด’ ต้านมะเร็ง เด่น! กระตุ้นภูมิคุ้มกัน ลดการอักเสบ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/600284

‘พลูคาวหมักสกัด’ ต้านมะเร็ง เด่น! กระตุ้นภูมิคุ้มกัน ลดการอักเสบ

‘พลูคาวหมักสกัด’ ต้านมะเร็ง เด่น! กระตุ้นภูมิคุ้มกัน ลดการอักเสบ

วันจันทร์ ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2564, 18.44 น.

ในภาวะโรคโควิด-19 ระบาดไปทั่วโลก ส่งผลให้ทุกคนหันมาตระหนักในการดูแลร่างกายตัวเองมากขึ้น เพราะคนที่ป่วยสุขภาพไม่แข็งแรง จะเสี่ยงต่อการเสียชีวิตเมื่อติดโรคโควิด-19 การมองหาตัวช่วยที่จะทำให้ร่างกายแข็งแรงจึงเป็นเทรนด์ที่เกิดขึ้นทั่วโลก ที่กำลังเป็นที่นิยมและถูกพูดถึงมากตอนนี้ก็คือ “พลูคาว” พืชสมุนไพรพบได้ในหลายประเทศในเอเชีย  สำหรับประเทศไทยพบมากทางภาคเหนือ มีสรรพคุณตำรับยาไทย ข้อมูลจากภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง พบว่า ช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกัน ยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็ง ต้านไวรัส ต้านแบคทีเรีย ลดการอักเสบ

และยิ่งถ้าเป็น พลูคาว ที่ใช้กรรมวิธีหมักสกัดชีวภาพก็ยิ่งมีฤทธิ์มากยิ่งขึ้นกว่าพลูคาวธรรดา เพราะจะมีปริมาณสารเควอซิทิน เพิ่มขึ้นถึง 12.6 เท่า และมีปริมาณ เบต้ากลูแคน เพิ่มเป็น 9 เท่า “พลูคาวหมักสกัดชีวภาพ” จึงเป็นที่ต้องการของผู้ที่ต้องการจะดูแลร่างกายให้แข็งแรงสู้กับโรคภัยไข้เจ็บ

อาจารย์นิติกฤตย์ กิตติศรีวรนันท์ ผู้บริหาร บริษัท สร้างสมดุล 915 จำกัด ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร BLS365 พลูคาวหมักสกัดชีวภาพ ได้ให้ข้อมูลถึงพลูคาวหมักสกัดชีวภาพว่า  พลูคาวหมักสกัดแบบชีวภาพ เป็นเทคนิคพิเศษที่ทำให้สามารถสกัดสารต่างๆ ในพลูคาวออกมาได้มากกว่าวิธีอื่นๆ หลายเท่า เช่น สาร เควอซิทิน และ เบต้ากลูแคน กระตุ้นภูมิต้านทานได้ดียิ่งขึ้น จากนั้นจะนำมาทำให้แห้งในระดับอุณหภูมิต่ำ นำมาผสมกับสมุนไพรอื่นๆ เพื่อเสริมฤทธิ์กันยิ่งๆขึ้น เพื่อใช้ดูแลสุขภาพองค์รวมหรือใช้เป็นทางเสริมร่วมกับการแพทย์แผนปัจจุบัน

BLS365 ประกอบไปด้วย พลูคาวหมักสกัด สายพันธ์ก้านแดง ผ่านกรรมวิธีหมักสกัดแบบชีวภาพสูตรเฉพาะ ทำให้มีสารสำคัญเควอซิทิน เพิ่มขึ้นเป็น 12.6 เท่า และมีปริมาณเบต้ากลูแคนเป็น 9 เท่า เสริมภูมิคุ้มกัน ต้านไวรัส ลดการอักเสบลดความเสี่ยงในการตีบของหลอดเลือดหัวใจ ต้านอนุมูลอิสระกระตุ้นเม็ดเลือดขาว (Macrophage) เซลล์เพชฌฆาต (Natural Killer Cell) หรือ เอนเคเซลล์ ซึ่งเป็นเซลล์ที่คอยสอดส่องเพื่อฆ่าเซลล์มะเร็ง และไวรัสทำลายเซลล์ร้าย ต้านเซลล์มะเร็ง ยับยั้งการกระจายตัวของเซลล์มะเร็ง รักษาแผลที่เกิดจากเนื้อร้าย

และยังมีมะขามป้อม Freeze dry ผ่านกรรมวิธีทำแห้งแบบแช่แข็ง ซึ่งทำให้ได้สารอาหารเข้มข้นและคงคุณภาพครบถ้วน อุดมไปด้วยวิตามินซีสูง มีสารต้านอนุมูลอิสระสูงกว่าพืชผลไม้มากกว่าเบอร์รี่มะนาว หลายเท่าตัวช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล ใช้ในโรคเบาหวาน โรคอ้วน ข้อเข่าเสื่อมและมีลูทีน ซีแซนทีน บำรุงระบบประสาทตา ชะลอการเสื่อมของจอตา

นอกจากนั้นแล้วกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข มีการรายงานถึงสรรพคุณของพลูคาว และหนังสือ THE ASEAN JOURNAL OF RADIOLOGY ได้เสนอข้อมูลเกี่ยวกับการนำพลูคาวไปให้ผู้ป่วยโรคมะเร็งรับประทาน พบว่า 90% ของผู้ป่วยโรคมะเร็งมีสุขภาพดีขึ้น ซึ่งต่อมามีการค้นพบว่าสารที่มีฤทธิ์ของพลูคาวคือ สารกลุ่มฟลาโวนอยด์และอัลคาลอยด์ มีคุณสมบัติช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกัน ทำลายเซลล์มะเร็งและเนื้องอก ยับยั้งการแพร่กระจายของเชื้อมะเร็งและเนื้องอก ทำลายเชื้อไวรัส แบคทีเรีย เชื้อรา รักษาน้ำเหลืองเสีย ขับปัสสาวะ และขับสารพิษ

TPN เปิดเวที MUT 2021 เฟ้นหา! ‘สตรีผู้ทรงพลัง สู่เส้นทางแห่งชัยชนะ’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/600239

TPN เปิดเวที MUT 2021 เฟ้นหา! ‘สตรีผู้ทรงพลัง สู่เส้นทางแห่งชัยชนะ’

TPN เปิดเวที MUT 2021 เฟ้นหา! ‘สตรีผู้ทรงพลัง สู่เส้นทางแห่งชัยชนะ’

วันจันทร์ ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2564, 16.41 น.

6 กันยายน 2564  บริษัท ทีพีเอ็น โกลบอล จำกัด (TPN) ผู้ถือลิขสิทธิ์การจัดการประกวด Miss Universe Thailand (มิสยูนิเวิร์ส ไทยแลนด์) จัดงานแถลงข่าวออนไลน์สุดตื่นตา เปิดตัว Miss Universe Thailand 2021 เผยรายละเอียดความอลังการที่กำลังจะเกิดขึ้นบนเวที MUT ปีนี้ ภายใต้แนวคิด “Power of Passion” หรือ “สตรีผู้ทรงพลัง สู่เส้นทางแห่งชัยชนะ” พร้อมเตรียมถ่ายทอดธรรมชาติและวัฒนธรรมไทยท้องถิ่น ผ่านกิจกรรมที่เจาะลึกถึงแก่นแท้แห่งสยาม ช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจไทยก้าวผ่านวิกฤตโควิด-19

เปิดม่านอีกครั้งสำหรับเวทีการประกวด Miss Universe Thailand ประจำปี 2564 ที่จะมีขึ้นตั้งแต่เดือนกันยายนนี้ ไปจนถึงเดือนตุลาคม 2564 ภายใต้การบริหารงานของ บริษัท ทีพีเอ็น โกลบอล จำกัด ผู้ถือลิขสิทธิ์ต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 3  โดยในปีนี้เวที MUT จะโบกสะบัดธง “สีแดง” อันเป็นสัญลักษณ์ของผู้คว้าชัยชนะ อีกทั้งมีความพลิ้วไหวที่เปรียบเสมือนท่วงท่าของสตรีที่สวยสง่า นอบน้อม เฉลียวฉลาด และสื่อถึงแนวคิด “Power of Passion” หรือ “สตรีผู้ทรงพลัง สู่เส้นทางแห่งชัยชนะ” ซึ่งเป็นธีมหลักการประชันความงามของสาวไทยปีนี้ ที่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของผู้หญิงทุกคนที่ต้องการคว้าชัยบนเวที MUT เพื่อเป็นหนึ่งเดียวจากประเทศไทยที่ทรงพลังและมีคุณค่าสมบูรณ์แบบทุกองศา ก้าวไปพิชิตมงกุฎระดับโลกจากเวที Miss Universe

การประกวด Miss Universe Thailand 2021 จะสร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้กับการประกวดนางงามในประเทศไทยอีกครั้ง ด้วยความพิเศษของเทคโนโลยีสุดล้ำที่สามารถรับชมและร่วมกิจกรรมกับผู้ประกวดเสมือนจริงแบบ Virtual นอกจากนั้น การประกวดปีนี้ยังมุ่งเน้นการรณรงค์ส่งเสริมการท่องเที่ยวไทย เพื่อสร้างมูลค่าให้กับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทย รวมถึงเผยแพร่ธรรมชาติและวัฒนธรรมไทย และสนับสนุนท้องถิ่น ได้แก่ การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ (Green Tourism) การท่องเที่ยวเชิงอาหาร (Gastronomic Tourism) และการท่องเที่ยวเชิงเกษตรกรรม (Agritourism) ผ่านกิจกรรมการประกวดที่เจาะลึกถึงแก่นแท้แห่งสยาม อาทิ การเก็บตัวสาวงาม ณ อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ มรดกโลกทางธรรมชาติของไทย โดยจะนำเสนอการท่องเที่ยวที่ใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างคุ้มค่า และช่วยอนุรักษ์แหล่งท่องเที่ยวให้คงอยู่อย่างสมบูรณ์ตลอดไป, การสนับสนุนผลผลิตของเกษตรกรการเกษตรอินทรีย์ ภายใต้โครงการ  Fight For Farmers อ.ปากช่อง, การเผยแพร่วัฒนธรรมอาหารท้องถิ่น และการเผยแพร่ความงดงามของศิลปะผ้าไทย เป็นต้น

การจัดประกวดครั้งนี้ ยังมีเป้าหมายในการช่วยกระตุ้นฟื้นฟูเศรษฐกิจโดยรวม และสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจของประเทศไทยให้กลับคืนมาจากสถานการณ์วิกฤตโควิด-19 อีกด้วย

“เรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้รับเกียรติเป็นผู้ถือลิขสิทธิ์การจัดการประกวด Miss Universe Thailand อย่างต่อเนื่อง แม้ในช่วงวิกฤต แต่เราก็ยังมีความมุ่งมั่นในการจัดการประกวดสาวงามของไทยให้เทียบเท่าระดับโลกเฉกเช่นทุกปี ซึ่งเวที MUT 2021 จะแสดงให้เห็นถึงศักยภาพและความพร้อมของประเทศไทยในการจัดกิจกรรมในรูปแบบ New Normal ภายใต้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ที่มีประสิทธิภาพ พร้อมที่จะเผยแพร่อัตลักษณ์วัฒนธรรมไทย รวมถึงเมืองท่องเที่ยวที่น่าสนใจของประเทศไทยในมุมมองใหม่ให้ปรากฏแก่นานาประเทศทั่วโลก ซึ่งจะนำไปสู่การสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจของประเทศไทยให้กลับคืนมาจากสถานการณ์วิกฤตโควิด-19 และเราจะเป็นกำลังใจให้ทุกคนก้าวข้ามผ่านวิกฤตนี้ไปด้วยกัน” ทีมผู้บริหาร TPN กล่าว

ในปีนี้ TPN GLOBAL ยังตั้งเป้าหมายให้อาณาจักร MUT ก้าวสู่ผู้นำ “BEAUTYTAINMENT” (บิวตี้เทนเมนต์) แพลตฟอร์มสาระความงามและความบันเทิงที่เต็มรูปแบบมากที่สุดในเมืองไทย ผ่าน Digital Content ที่จะตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายในทุกช่วงวัย และล้ำสมัยด้วยการใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยบริหารจัดการ พร้อมทั้งวิเคราะห์ผู้บริโภคด้วย Big Data เพื่อให้เข้าถึงความต้องการของทุกคนได้อย่างแม่นยำ ทั้งนี้ เมื่อเดือนพฤษภาคม 2564 ที่ผ่านมา MUT ได้ปั้นแบรนด์ “AOTURA” (ออทูร่า) ซึ่งอยู่ภายใต้การบริหารจัดการของบริษัท “MUT SELECT” เพื่อค้นหาผลิตภัณฑ์ในตลาดที่ตอบโจทย์ความงามอย่างแท้จริง

Miss Universe Thailand 2021 จะเปิดรับสมัครออนไลน์ตั้งแต่วันที่ 7 – 19 กันยายน และจะเผยโฉมผู้เข้าประกวดรอบแรกจำนวน 60 คนในช่วงปลายเดือนกันยายน เพื่อแข่งขันกันในรอบ Keyword และเข้าสู่รอบ 30 คนสุดท้ายในวันที่ 1 ตุลาคม โดยสาวงามจะเข้าร่วมกิจกรรมการประกวดและการประชันความงามรูปแบบต่าง ๆ ที่เรียกได้ว่าเข้มข้นทุกวินาที โดยการแข่งขันรอบ Preliminary จะมีขึ้นในวันที่ 22 ตุลาคม และประกาศผลผู้ที่คว้ามงกุฎ MUT 2021 ในรอบ Final ในค่ำคื่นวันที่ 24 ตุลาคม หญิงงามหนึ่งเดียวแห่งปีจะได้รับรางวัลมงกุฎเกียรติยศ รถยนต์ เงิน 1,000,000 บาท และรางวัลอันทรงเกียรติอื่น ๆ อีกมากมายจากผู้สนับสนุนหลัก ได้แก่ True, PPTV, Mouawad, BOTA-P, L’Oréal, BitKub, AssetWise, Honda  และ AOTURA ยังมีรางวัล People Choice ซึ่งเป็นรางวัลพิเศษจากการโหวต และเป็นตั๋ววิเศษที่ช่วยให้ผู้เข้าประกวดสามารถเข้ารอบ 10 คนสุดท้ายได้โดยอัตโนมัติ

ผู้คว้าตำแหน่ง Miss Universe Thailand 2021 จะเดินทางไปเข้าร่วมการประกวด Miss Universe 2021 ซึ่งมีกำหนดจะจัดขึ้นในเดือนธันวาคม 2564 ณ เมืองเอลัต ประเทศอิสราเอล โดยดีไซน์เนอร์ที่ออกแบบชุดราตรีที่ชนะ 5 ชุด จาก 10 ชุดบนเวที MUT 2021 จะได้ร่วมออกแบบชุดราตรีเพื่อให้ Miss Universe Thailand 2021 สวมใส่โชว์ความงามอันเจิดจรัสบนเวทีระดับโลกอีกด้วย ส่วน “ชุดประจำชาติ” ที่แฟนนางงามรอคอย ในปีนี้จะถูกรังสรรค์ขึ้นภายใต้แนวคิด “มวยไทย” ศิลปะการต่อสู้อันโดดเด่นของประเทศไทยที่จะสร้างชื่อเสียงให้กับ “ไทยแลนด์” ให้ดังก้องโลกอีกครั้ง

ตลอดการประกวดในปีนี้ จะมีการเผยแพร่ทุกกิจกรรมผ่านทางช่อง True ID และ Online Streaming โดย True 5G ซึ่งมีผู้เข้าชมจำนวนมากถึง 18 ล้านคนในปีที่ผ่านมา ผู้ที่สมัครเป็นสมาชิก Streaming Online จะสามารถติดตามทุกความเคลื่อนไหวเสมือนอยู่ในกองประกวด และยังได้ร่วมลุ้นผ่าน “ระบบโหวต” ซึ่งจะได้มีส่วนร่วมในการตัดสินใจว่าอยากให้ใครไปจักรวาลมากที่สุด นอกจากนั้น แฟนนางงามไทยทั่วโลกสามารถเข้าถึงการประกวดอย่างใกล้ชิดผ่านเว็บไซต์ http://www.missuniverse.in.th และแอปพลิเคชัน Miss Universe Thailand 2021 บนอุปกรณ์เคลื่อนที่ (Mobile Device) ทั้งระบบ iOS และ Android ซึ่งใช้งานง่าย สะดวกรวดเร็ว และมีความปลอดภัยสูงระดับสากล รวมถึงทางดิจิทัลแพลตฟอร์มของทางกองประกวดฯ ได้แก่ Facebook, Instagram, YouTube และ TikTok และจะมีการถ่ายทอดสดรอบ Preliminary และรอบ Final ทั่วประเทศทางสถานีโทรทัศน์ PPTV จากเวทีประกวดนางงามสุดล้ำในรูปแบบ Virtual Technology

TikTok: @missuniversethailand.of

Facebook: Missuniverse.in.th

Instagram: missuniverse.in.th 

Youtube : missuniversethailand

#MissUniverseThailand2021

Google แสดงความยินดีกับนักศึกษาหญิงไทยที่ได้รับทุนระดับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/600231

Google แสดงความยินดีกับนักศึกษาหญิงไทยที่ได้รับทุนระดับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

Google แสดงความยินดีกับนักศึกษาหญิงไทยที่ได้รับทุนระดับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

วันจันทร์ ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2564, 16.25 น.

Google แสดงความยินดีกับนักศึกษาหญิงไทยที่ได้รับทุนระดับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โครงการ Generation Google Scholarship 2021 

เมื่อเร็วๆ นี้ Google ประกาศรายชื่อผู้ที่ได้รับทุนการศึกษาในโครงการ Generation Google Scholarship 2021 สำหรับนักศึกษาหญิงในสาขาวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์  โดยในปีนี้  Google ได้มอบทุนการศึกษาใหักับผู้ที่ได้รับเลือกจำนวน 70 คน จาก 13 ประเทศในระดับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ทุนละ 1,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 33,000 บาท) สำหรับปีการศึกษา 2564 – 2565  และ 1 ในผู้ที่ได้รับคัดเลือกเป็นนักศึกษาจากประเทศไทย ได้แก่ นางสาววรัญญา แสงชมภู ปัจจุบันเป็นนักศึกษาระดับชั้นปีที่ 3 จากมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒประสานมิตร เป็นตัวแทนและได้สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศด้านเทคโนโลยี 

โดยในปีนี้ มีนักศึกษาในระดับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกร่วมสมัครเข้ามาทั้งหมดกว่า 7,000 คน และผ่านการคัดเลือกจำนวน  70 คนนั้น ได้แก่ อินเดีย 55 คน ไต้หวัน 2 คน สิงคโปร์ 2 คน อินโดนีเซีย 2 คน ไทย 1 คน เวียดนาม 1 คน กัมพูชา 1 คน ฟิลิปปินส์ 1 คน มาเลเซีย 1 คน ศรีลังกา 1 คน บังคลาเทศ 1 คน เนปาล 1 คน และปากีสถาน 1  คน ซึ่งนักศึกษาเหล่านี้ได้แสดงให้เห็นถึงความหลงใหลในเทคโนโลยี ความมุ่งมั่น ความเป็นผู้นำและเป็นแบบอย่างที่ยอดเยี่ยมของประเทศตนเองที่จะสร้างอนาคตของวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์และเทคโนโลยี โดยนักศึกษาทุกคนที่ได้รับคัดเลือกจะได้เข้าร่วมชุมชนของผู้รับทุน Google กว่า 2,600 รายทั่วโลกอีกด้วย 

นางสาววรัญญา แสงชมภู กล่าวว่า “ทราบข่าวเกี่ยวกับโครงการ Generation Google Scholarship 2021 จาก DSC Thailand กลุ่มสำหรับ Developer Student Clubs และแฟนเพจข่าวสารจากมหาวิทยาลัย จึงตัดสินใจสมัครทันที เพราะหัวข้อในการเขียนเรียงความนั้นตรงกับสิ่งที่เรียนรวมและตรงกับประสบการณ์ตนเอง ซึ่งปกติแล้วถ้ามีเวลาว่างก็จะออกไปช่วยคุณแม่ทำงานด้านสังคมอยู่เป็นประจำ ทำให้มีความเข้าใจสภาพของสังคมที่ต้องใส่ใจทั้งตัวเองและคนรอบข้าง มีความเป็นผู้นำที่คำนึงถึงความเท่าเทียม ความเสมอภาคและสิทธิขั้นพื้นฐานไม่ว่าจะเป็นทางเชื้อชาติ เพศ และอื่นๆ 

และหลังจากนี้ ยังต้องผ่านการทดสอบความสามารถผ่าน Google Online Challenge อีกด้วย  ซึ่งเมื่อ Google ประกาศผลว่าได้รับทุนก็รู้สึกดีใจและภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่เป็นนักศึกษาไทยคนเดียวที่ได้รับทุนนี้ แต่เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 ทำให้การร่วมทำกิจกรรมเป็นในรูปแบบออนไลน์ทั้งหมด 2 วัน ซึ่งถึงแม้จะไม่ได้ทำกิจกรรมแบบตัวต่อตัวก็ยังได้มีโอกาสพูดคุยแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์กับทั้งผู้บริหารด้าน Software Engineer ของ Google และกับนักศึกษาที่ได้รับทุนจากประเทศอื่นๆ

ซึ่งดิฉันคิดว่าการได้รับทุนนี้นอกจากจะเป็นแรงผลักดันตนเองแล้ว Google ยังช่วยสนับสนุนและทำให้รู้ว่าเราสามารถปรับเปลี่ยนสังคมให้ดีขึ้นได้ และจากประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมในครั้งนี้ อยากบอกต่อให้เพื่อนๆ ได้ลองสมัครเพื่อเปิดโลกทัศน์ตนเอง เพราะนอกจากจะได้พูดคุยกับคนที่ทำงานกับ Google โดยตรงแล้ว ยังได้เรียนรู้ถึงผลิตภัณฑ์ที่น่าสนใจ เช่น Google Cloud, Verily รวมไปถึงการพัฒนาด้านต่างๆ ที่เป็นประสบการณ์ที่หาไม่ได้จากอินเทอร์เน็ตหรือห้องเรียน และถือว่าเป็นประสบการณ์ที่เหนือความคาดหมาย ในการสมัครครั้งนี้ ดิฉันไม่ได้โฟกัสว่าเป็นสิ่งที่ยากหรือง่าย แต่ทำในสิ่งที่ชอบและ สามารถทำได้ดี แม้จะมีช่วงล้มลุกคลุกคลานบ้างแต่ก็คิดว่าคุ้มค่ากับสิ่งที่เราลงมือทำ ที่สำคัญคือจะเป็นสิ่งที่จะคอยเตือนเราว่าการเรียนในสายวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์นั้นไม่ใช่เพียงแค่เขียนโปรแกรมหรือพัฒนาเว็บไซต์ แต่ทุกคนสามารถมองไปถึงว่าเราจะทำอะไรได้บ้างเพื่อพัฒนาสังคมของเราให้ดีขึ้น และทุกคนสามารถเข้าถึงในสิ่งที่เราทำค่ะ”

สำหรับโครงการ Generation Google Scholarship นี้ก่อตั้งขึ้นเพื่อสร้างแรงบันดาลใจและสนับสนุนนักเรียนและนักศึกษาทั่วโลก ที่ต้องการศึกษาต่อในระดับปริญญาตรีด้านวิทยาการคอมพิวเตอร์ และเทคโนโลยี ซึ่งทุนนี้ทาง Google จะพิจารณาจากผู้สมัครทั้งหมดโดยจะคัดเลือกจากคุณสมบัติตามเกณฑ์ที่กำหนด อาทิ ผลการเรียนดี มีความสนในด้านเทคโนโลยีหรือศึกษาอยู่ในคณะวิทยาการคอมพิวเตอร์ มีความเป็นผู้นำ และสามารถแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่น  โดยทุนการศึกษานี้ Google สนับสนุนเพื่อความเป็นเลิศในด้านเทคโนโลยี และเพื่อก้าวไปเป็นแบบอย่างและเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมนี้  

ผู้ที่สนใจเกี่ยวกับกิจกรรมเกี่ยวกับทุนการศึกษาต่างๆ ของ Google สามารถดูรายละเอียดเพื่อเข้าร่วมได้ที่ https://buildyourfuture.withgoogle.com/scholarships/