รายการ LIFE VARIETY : ชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/600348

รายการ LIFE VARIETY : ชัยวัฒน์  ชื่นโกสุม ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี

รายการ LIFE VARIETY : ชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี

วันอังคาร ที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2564, 08.29 น.

รายการ LIFE VARIETY : ชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี

รายการ LIFE VARIETY ออกอากาศวันอาทิตย์ที่ 22 สิงหาคม 2564 ทาง NBT 2HD ช่องหมายเลข 2 เวลา 11.05 – 11.30 น.

P&Gประเทศไทยสนับสนุนโครงการ ‘ต้องรอด’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/600238

P&Gประเทศไทยสนับสนุนโครงการ‘ต้องรอด’

P&Gประเทศไทยสนับสนุนโครงการ‘ต้องรอด’

วันอังคาร ที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

นายแพทย์จรัล ปันกองงาม รอง ผอ.โรงพยาบาลสนามบุษราคัม และม.ร.ว.เฉลิมชาตรี ยุคล

อาสาสมัครโครงการ“ต้องรอด” โดยกลุ่ม Up for Thai เดินทางไปโรงพยาบาลสนามบุษราคัมเพื่อนำสิ่งของบริจาคไปมอบแก่บุคลากรทางการแพทย์และโรงพยาบาลอีกครั้ง ในโครงการเฉพาะกิจ#missionบุษราคัม75 เพื่อจัดหาเครื่องอุปโภค-บริโภคให้แก่ผู้ป่วยที่เข้าพักรักษาในโรงพยาบาลสนามบุษราคัมเป็นระยะเวลา 75 วัน ก่อนจะมีการย้ายไปยังสถานที่ใหม่

โดยครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนสิ่งของเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อสุขอนามัยจากแบรนด์ของ P&G  ได้แก่ น้ำยาซักผ้า Downy ขนาด 150 มล. จำนวน 6,720 ขวด ยาสระผม Pantene180 มล. รวม 9,000 ขวด และมีดโกนหนวด Gillette Vector รวม 1,080 อัน มูลค่าทั้งสิ้น 646,824 บาท โดยมีนายแพทย์จรัล ปันกองงาม รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลสนามบุษราคัม เป็นผู้รับมอบสิ่งของบริจาคจากหม่อมราชวงศ์เฉลิมชาตรี ยุคล ผู้ร่วมก่อตั้งโครงการ “ต้องรอด” และอาสาสมัครตัวแทนกลุ่มUp for Thai เพื่อนำไปแจกจ่ายให้แก่ผู้ป่วย อาสาสมัครและบุคลากรทางการแพทย์ที่ปฏิบัติงานอยู่ในภายในโรงพยาบาล

โรงพยาบาลสนามบุษราคัมเป็นโรงพยาบาลสนามภายใต้กระทรวงสาธารณสุขมีเตียงรองรับผู้ป่วย 4,000 เตียง และมีผู้ป่วยรวมถึงบุคลากรปฏิบัติงานอยู่ภายในโรงพยาบาลนับ 5,000 ชีวิต ทั้งนี้ P&G ประเทศไทยและกลุ่ม Up for Thai พร้อมยืนหยัดที่จะสู้ไปกับทุกคนขอให้ทุกคนมีสุขภาพที่แข็งแรงและปลอดภัย

ร่วมส่งต่อความช่วยเหลือกับ “ต้องรอด”ได้ที่ : ศูนย์อาสาต้องรอด Up For Thai วัดเทวสุนทร https://goo.gl/maps/X6VJJXWgD7FxVM6X6

สำหรับที่อยู่ในการจัดส่งสิ่งของบริจาค :กองอำนวยการ Up For Thai ต้องรอด วัดเทวสุนทรเลขที่ 1 ม.19 ถ.กำแพงเพชร 6 ลาดยาว จตุจักร กทม. 10900

สมทบทุนเป็นเงินสดที่กสิกรไทย 096-3-23974-2(ม.ร.ว.เฉลิมชาตรี ยุคล และนางสมใจ พุ่มสมบัติ)

ติดต่อสอบถาม โทร.080-0004566 (ทีมงานต้องรอด) หรือที่ LINE @upforthai

เพราะเรา#ต้องรอดไปด้วยกัน#upforthaiม.ร.ว.เฉลิมชาตรี ยุคล พร้อมทีมอาสา Up for Thaiม.ร.ว.เฉลิมชาตรี ยุคล พร้อมทีมอาสา Up for Thai

HELP THAI FIGHT COVID-19 ดูแลสาธารณสุข เคียงข้างคนไทย ฝ่าวิกฤตโควิด-19 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/600240

HELP THAI FIGHT COVID-19  ดูแลสาธารณสุข เคียงข้างคนไทย ฝ่าวิกฤตโควิด-19

HELP THAI FIGHT COVID-19 ดูแลสาธารณสุข เคียงข้างคนไทย ฝ่าวิกฤตโควิด-19

วันอังคาร ที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ด้วยความหวังและมุ่งมั่นที่ต้องการให้คนไทยกลับมาใช้ชีวิตปกติได้โดยเร็ว และควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ให้อยู่ในวงจำกัดกลุ่มเซ็นทรัล จึงได้จัดโครงการ HELP THAI FIGHT COVID-19 ร่วมเคียงข้างคนไทยให้ก้าวผ่านวิกฤตครั้งนี้ ด้วยการเป็นศูนย์กลางในการเชื่อมโยงและให้การช่วยเหลือทุกภาคส่วนอย่างมีประสิทธิภาพ รวดเร็ว และทั่วถึง อีกทั้งผนึกกำลังบริษัทในเครือและภาคี สนับสนุนและดูแลด้านสาธารณสุขแบบครบวงจร 360 องศา เพื่อให้คนไทยสามารถดำเนินชีวิตได้อย่างปกติท่ามกลางการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 อย่างไม่ประมาท

พิชัย จิราธิวัฒน์ กรรมการบริหารกลุ่มเซ็นทรัล กล่าวว่า สถานการณ์โควิดมีแนวโน้มว่าจะส่งผลกระทบต่อคนไทยอีกในระยะเวลาหนึ่ง สิ่งสำคัญที่สุดคือการที่คนไทยทุกคนต้องได้รับวัคซีนอย่างทั่วถึงโดยเร็ว ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญที่จะทำให้เกิดภูมิคุ้มกันหมู่และประเทศเดินหน้าต่อไปได้ กลุ่มเซ็นทรัลจึงให้ความสำคัญกับการส่งเสริมสาธารณสุขอย่างจริงจังในทุกๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นการบริการสนับสนุนเรื่องพื้นที่ พร้อมอุปกรณ์ต่างๆ เพื่อการเข้าถึงจุดฉีดวัคซีนได้อย่างสะดวก, มาตรการความสะอาด ปลอดภัย ขั้นสูงสุด, การสนับสนุนงานของบุคลากรทางการแพทย์และการส่งเสริมการวิจัยยาหรือวัคซีนต้านโรคโควิด-19 โดยแพทย์ไทย เป็นต้น โดยการร่วมมือกับภาคีเครือข่ายผ่านการร่วมมือ ร่วมใจกัน ครอบคลุม 4 ด้านดังนี้

1.ร่วมมือกับภาครัฐ อาทิ หอการค้าไทย กรุงเทพมหานคร สาธารณสุขประจำจังหวัด และ สำนักงานประกันสังคม ในการจัดตั้งหน่วยบริการฉีดวัคซีนนอกโรงพยาบาล แบบครบวงจร ทั่วประเทศ

-ต้นแบบพื้นที่ให้บริการฉีดวัคซีนแบบครบวงจร 33 จุดฉีดแบ่งเป็นศูนย์การค้าเซ็นทรัล 24 จุดฉีดทั่วประเทศ, โรบินสันไลฟ์สไตล์ 6 จุดฉีด,ท็อปส์พลาซา 1 จุดฉีด, ศูนย์การค้าแพลทฟอร์ม วงเวียนใหญ่ 1 จุดฉีดและจิวเวลรี่ เทรด เซ็นเตอร์ 1 จุดฉีด

-เปิดให้บริการต่อเนื่องนานกว่า 150 วัน ตั้งแต่เดือนเมษายน-สิงหาคม 2564 และยังคงดำเนินการต่อเนื่อง

-บริการฉีดวัคซีนให้ประชาชนคนไทยตามที่ได้รับจัดสรรมากกว่า 1.1 ล้านเข็ม

2.มาตรการเซ็นทรัล สะอาดมั่นใจ

-ผู้นำแผนแม่บทด้านมาตรการความสะอาด-ปลอดภัย ให้กับศูนย์การค้าทั่วประเทศตามหลัก D-M-H-T-T-A ซึ่งเป็นแนวทางปฏิบัติที่กระทรวงสาธารณสุขแนะนำให้ใช้ในการชะลอการระบาดของโควิด-19 ย่อมาจาก D : Distancing เว้นระยะระหว่างบุคคล หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับผู้อื่นM : Mask wearing สวมหน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัยตลอดเวลา H : Hand washing ล้างมือบ่อยๆ จัดให้มีจุดบริการเจลล้างมืออย่างทั่วถึงเพียงพอT : Temperature ตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายก่อนเข้าใช้บริการ เพื่อคัดกรองผู้ใช้บริการ T : Testing ตรวจหาเชื้อโควิด-19และ A : Application ติดตั้งและใช้แอปพลิเคชั่น “ไทยชนะ” และ “หมอชนะ”ก่อนเข้า-ออกสถานที่ทุกครั้ง

-พร้อมสนับสนุนและรณรงค์ให้ทุกคนได้รับวัคซีน ปัจจุบันพนักงานในกลุ่มเซ็นทรัลได้รับวัคซีนแล้วมากกว่า 85% ของพนักงานทั้งหมดทั่วประเทศ

3.สนับสนุนการปฏิบัติงานของด่านหน้า

-สนับสนุนห้องพักในเครือโรงแรมเซ็นทารา กว่า 8,856 ห้อง ให้บุคลากรทางการแพทย์

-จัดส่งอาหารในเครือซีอาร์จีให้ผู้ป่วย Home Isolation ในโครงการ Meal for You ร่วมกับ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย, โรงพยาบาลรามาธิบดี และโรงพยาบาลตากสิน มากกว่า 16,000 มื้อ

-จัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์และอื่นๆ รวมกว่า 12.9 ล้านบาท อาทิ วัคซีนซิโนฟาร์ม 3,000 เข็ม ห้องความดันลบ 4 ห้อง เครื่องช่วยหายใจสำหรับห้องปฏิบัติการ 3 เครื่อง และยาฟาวิพิราเวียร์ กว่า 25,000 เม็ด เป็นต้น

-สมทบทุนก่อสร้างหอผู้ป่วยสนามเร่งด่วน และจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์

4.ระดมทุนและร่วมสนับสนุนงบประมาณเพื่องานวิจัยโครงการวัคซีนคนไทย เพื่อคนไทย

-ระดมทุนและสมทบทุนการวิจัยวัคซีนและยาเพื่อคนไทยได้เข้าถึงวัคซีนป้องกันโควิด-19 ได้มากกว่า 15.8 ล้านบาท

กลุ่มเซ็นทรัลขอเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนการทำงานของทุกภาคส่วนโดยเฉพาะบุคลากรทางการแพทย์ ที่เป็นเสมือนนักรบด่านหน้าในการต่อสู้กับการแพร่ระบาดในครั้งนี้ พร้อมที่จะรวมสรรพกำลังของธุรกิจในเครือในการสนับสนุนช่วยเหลือให้คนไทยปลอดภัยด้วยการเข้าถึงสาธารณสุข แบ่งเบาภาระให้กับประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน พร้อมเคียงข้างคนไทยให้ผ่านพ้นวิกฤต ด้วยความอดทน เข้มแข็ง และร่วมแรงร่วมใจกันพิชัย จิราธิวัฒน์ กรรมการบริหารกลุ่มเซ็นทรัลพิชัย จิราธิวัฒน์ กรรมการบริหารกลุ่มเซ็นทรัล

30 ปี SEIKO THAILAND ชวนสัมผัส 4 รุ่นสะท้อนวัฒนธรรมไทย 4 ภูมิภาค #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/600212

30 ปี SEIKO THAILAND ชวนสัมผัส  4 รุ่นสะท้อนวัฒนธรรมไทย 4 ภูมิภาค

30 ปี SEIKO THAILAND ชวนสัมผัส 4 รุ่นสะท้อนวัฒนธรรมไทย 4 ภูมิภาค

วันอังคาร ที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

MONLINE.COM โดย เดอะมอลล์กรุ๊ป ร่วมเฉลิมฉลองครบรอบความสําเร็จ 30 ปี SEIKO THAILAND ชวนสัมผัสที่สุดแห่งนาฬิกาสุดเอ็กซ์คลูซีฟแห่งปี SEIKO “REAL THAI” COLLECTION สะท้อนความเป็นไทย ด้วยแรงบันดาลใจในการออกแบบจากวัฒนธรรมไทยทั้ง 4 ภูมิภาค ได้แก่ ภาคเหนือ ภาคใต้ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลาง ซึ่งมเพียง 1,991 เรือนในแต่ละรุ่น คนรักนาฬิกาไม่ควรพลาด โดย 4 รุ่นสุดเอ็กซ์คลูซีฟแห่งปีที่สะท้อนความเป็นไทยใน 4 ภูมิภาค มีดังนี้

ภาคอีสาน : PHI TA KHONภาคอีสาน หรือภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้รับแรงบันดาลใจในการออกแบบจากเทศกาลงานบุญอันโด่งดังและมีเอกลักษณ์ของภาคอีสาน ได้แก่ประเพณี “ผีตาโขน”ตัวเรือนออกแบบลักษณะแบบ “ซูโม่”ซึ่งถือเป็นรุ่นบุกเบิกของ Seiko ขอบตัวเรือนสีดำแดงตัดกับสเกลและหลักชั่วโมงสีทองที่ได้รับแรงบันดาลใจตามสีสันของหน้ากากและเครื่องแต่งกายของ ผีตาโขน บริเวณหน้าปัดมีลวดลายสวนงามเสมือนงานหัตถกรรมเครื่องจักสาน ฝาหลังประทับสัญลักษณ์ลวดลายของหน้ากากผีตาโขน 

ภาคใต้ : NUNG TA LUNGได้รับแรงบันดาลใจจากความสวยงามของท้องทะเลไทย รวมถึงอัตลักษณ์และศิลปวัฒนธรรมจาก “หนังตะลุง” ใช้สีน้ำเงินและฟ้าครามของท้องทะเลไทยมาเป็นสีหลัก หน้าปัดแบบซันเรย์มีการเล่นเหลือบแสงเงาสีสันของน้ำทะเลในวันฟ้าใสสะท้อนตา ชุดเข็มประดับสีทองเพิ่มความหรูหรา ฝาหลังประทับสัญลักษณ์ตัวละครเด่นของหนังตะลุง 

ภาคเหนือ :KHOM YEE PENG ได้รับแรงบันดาลใจมาจากความสวยงามตระการตาของโคมลอยนับพันบนฟ้าในงานประเพณี“ยี่เป็ง” ตัวเรือนที่มีรูปทรงเหมือนกระดอง“เต่า” หน้าปัดทรงกลมคือตัวแทนของโคมลอยที่มีลักษณะโค้งมน ขอบหน้าตัวเรือนแบบเซรามิกสีดํารับกับสเกลสีส้มและสีครีมดูตัดกันอย่างกลมกลืน หน้าปัดเล่นระดับการไล่สีส้มกลืนไปกับขอบสีดําสื่อถึงความสวยงามของแสงไฟในโคมลอยบนท้องฟ้าในคืนวันเพ็ญ ฝาหลังประทับสัญลักษณ์รูปโคมล้านนา 

ภาคกลาง :YAK WAT CHANG ดึงเอกลักษณ์สถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญและเป็นที่รู้จักทั้งคนไทยและชาวต่างชาติ ออกมาเป็นแรงบันดาลใจ นั่นคือ “ตำนานเรื่องเล่าของ “ทศกัณฐ์” และ “สหัสเดชะ” ประติมากรรมยักษ์ 2 ตน ผู้ยืนเฝ้าทางเข้าพระอุโบสถวัดอรุณฯ และตำนานเรื่องเล่าแห่งท่าเตียน” ถูกนำมาเป็นไอเดียต้นแบบที่เรียกว่า “ซามูไร” จากรูปทรงของตัวเรือนที่เฉียบคม โดยรุ่น “ยักษ์”ของภาคกลาง ถูกผลิตออกมาด้วยกัน 2 เรือน ตามต้นแบบคือ “สหัสเดชะ”(ยักษ์กายสีขาว) หน้าปัดสีขาวแพทเทิร์นสี่เหลี่ยมจัตุรัสแบบสามมิติเหมือนผิวกายประติมากรรมของยักษ์ที่ถูกตกแต่งและประดับประดาด้วยกระเบื้องชิ้นเล็กๆ อย่างประณีต ขอบหน้าปัดสีแดงเหมือนสีริมฝีปากของยักษ์ ขอบเซรามิกสีดําพิมพ์สเกลสีขาวล้อมกรอบสีทองเหมือนดั่งมงกุฎชัย ชุดเข็มตกแต่งด้วยสีทองสื่อถึงดินแดนแห่งสุวรรณภูมิ หรือ ดินแดนอันอุดมสมบูรณ์ “ทศกัณฐ์”(ยักษ์กายเขียว) หน้าปัดสีเขียวแพทเทิร์นสี่เหลี่ยมจัตุรัสแบบสามมิติเลียนแบบผิวกายของยักษ์ที่ถูกประดับด้วยชิ้นกระเบื้องสวยงามประณีต ขอบหน้าปัดสีแดงเหมือนสีของริมฝีปากของยักษ์ขอบเซรามิกสีดําพิมพ์สเกลสีเขียวล้อมกรอบสีทองเหมือนดั่งมงกุฎ

จีน ชุดเข็มสีทองตัดกับเข็มวินาทีสีแดงเพิ่มความหรูหราร่วมสัมผัสที่สุดแห่งนาฬิกาสุดเอ็กซ์คลูซีฟแห่งปี ด้วยแรงบันดาลใจในการออกแบบจากวัฒนธรรมไทยทั้ง 4 ภูมิภาค กับ SEIKO “REAL THAI” COLLECTION เพียงคลิก MONLINE.COM ตลอด 24 ชั่วโมง รวมถึงช่องทางM CHAT & SHOP และ CALL TO ORDERเริ่มจำหน่ายตัวแรก Isan : Phi ta Khonตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป และที่ WatchGalleria พารากอน ดีพาร์ทเม้นท์สโตร์,เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ งามวงศ์วาน

เอาใจเหล่าแฟชั่นนิสต้า กับคอลเลคชั่น SHEIN ชวนช้อปในแคมเปญ 9.9 ที่ปังที่สุด 9 กันยายนนี้ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/600237

เอาใจเหล่าแฟชั่นนิสต้า กับคอลเลคชั่น SHEIN  ชวนช้อปในแคมเปญ 9.9 ที่ปังที่สุด 9 กันยายนนี้

เอาใจเหล่าแฟชั่นนิสต้า กับคอลเลคชั่น SHEIN ชวนช้อปในแคมเปญ 9.9 ที่ปังที่สุด 9 กันยายนนี้

วันอังคาร ที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

SHEIN (ชีอิน) เปิดตัวคอลเลคชั่น “Fall For You” เผยไอเท็มชิ้นเด็ด เนรมิตลุคสุดชิคหลากหลายสไตล์เอาใจแฟชั่นนิสต้าในงบไม่ถึงหนึ่งพันบาทให้สาวๆ ได้สนุกไปกับการแต่งตัว เตรียมตัววอร์มอัพหน้าหนาว กับลุคชิลล์ๆ แม้ว่าประเทศไทยจะเป็นเมืองร้อน แต่ก็แต่งตัวให้ดูหนาวแบบมีสไตล์ขึ้นมาหน่อยได้

SHEIN ลองจัดคีย์ลุคหลักๆมาให้ เผื่อสาวๆ จะนำไปมิกซ์แอนด์แมทช์ลุคสุดชิคตามสไตล์ของแต่ละคนเริ่มกันด้วยลุคสวยหวานสไตล์ผู้ดีอย่างเดรสจับจีบลายดอกไม้สุดพรีเมียมมีดีไซน์ผูกโบด้านหลัง ให้ลุคพอดีตัวดูโก้ขึ้นไปอีกระดับ, เดรสชิฟฟี่สีขาว ดีเทลลายฉลุ แต่งสายคาดเอวเพิ่มทรวดทรง, สม็อคเดรสปลายระบายเน้นเลเยอร์สุดพลิ้ว

มาต่อกันที่ลุคหวานซ่อนเซ็กซี่อย่างมีสไตล์ อาทิ เดรสสีครีม สไตล์โบฮีเมียน จับคู่กับกางเกงขาสั้นเบอร์มิวดา หนัง PU, เสื้อเปิดไหล่ แขนทรงโคมไฟสุดชิค ดีเทลไขว้ด้านหน้า สม็อคหลัง ใส่คู่กับกางเกงขาสั้นเบอร์มิวดาเอวสูง ปิดท้ายด้วยลุคสีสันโดดเด่นสะดุดตา แบบไม่ซ้ำใครอย่าง เบลเซอร์ครอปผูกไขว้ที่มาพร้อมกระดุุมหลัง จับเซตคู่กับมินิเดรสลายพิมพ์สุดคิ้วท์, คามิเดรสปลายระบายสีเขียวอ่อนสดใส คอมพลีทลุคกับเสื้อสูทหนัง PU อันมีสไตล์ เป็นต้น

นอกจากนี้ยังมีรองเท้าและแอคเซสซอรี่ให้เลือกหลากหลายรูปแบบ อาทิ กระเป๋า, สร้อย, แว่นตา,เข็มขัด ช่วยคอมพลีทลุคให้ดูมีลูกเล่นตามสไตล์ของแต่ละคนในงบไม่ถึงหนึ่งพันบาทได้แน่นอนเรียกได้ว่าครบจบในที่เดียว มีทั้งเสื้อผ้าสำหรับผู้ชาย เสื้อผ้าเด็กเสื้อผ้าสำหรับสาวพลัสไซส์ สินค้าความงาม ของใช้ในบ้าน และอุปกรณ์สำหรับสัตว์เลี้ยงแสนน่ารัก ในราคาที่จับต้องได้อีกด้วย

เท่านั้นยังไม่พอ พบกับแคมเปญสุดปัง 9.9 ฟรี! 199 คำสั่งซื้อแรก วันที่ 9 กันยายนนี้ตั้งแต่เวลาเที่ยงคืนเป็นต้นไป(ไม่รวมบริการส่งสินค้าเก็บเงินปลายทาง) ไม่ว่าคุณจะสั่งเท่าไหร่ ถ้าอยู่ใน 199 ออเดอร์แรก ก็ช้อปฟรีไปเลยสาวก SHEIN รีบจดลิสต์ชุดที่ชอบตั้งนาฬิกาปลุกแล้วซ้อมกดให้ไว เตรียมตั้งตาช้อปออนไลน์ในวันที่ 9.9 ได้เลย

ส่วนใครที่กดไม่ทันไม่ต้องเสียใจ ยังมีโปรโมชั่นอื่นๆ ที่น่าสนใจอีกมากมาย สำหรับใครที่ช้อป SHEINตั้งแต่วันนี้-12 กันยายน 2564 อาทิ มีสินค้าลดราคาสูงสุดถึง 90% ให้ได้เลือกช้อปกันตั้งแต่วันที่ 6-9 กันยายนนี้, โปรโมชั่นซื้อ 3 แถม 1 และซื้อ 3 ชิ้น ในราคาเพียง 399 บาทเท่านั้น, ช้อปปิ้ง SHEIN ถึงวันที่ 7 กันยายน 2564 รับไปเลยคะแนนสะสมคูณสองเท่า สะสมใช้เป็นส่วนลดในการซื้อครั้งถัดไปได้,สำหรับผู้ที่ช้อปขั้นต่ำ 599 บาท แจกของรางวัลสุดเซอร์ไพรส์ ระหว่างวันที่ 8-12 กันยายนนี้ และฟรีค่าจัดส่ง โดยไม่จำกัดจำนวนขั้นต่ำในการสั่งสินค้า

อยู่บ้านช่วงนี้ ก็กดช้อปกันได้ชิลล์ๆ ผ่านช่องทางเว็บไซต์ https://th.shein.com/ หรือแอปพลิเคชั่นSHEIN การันตีให้คุณได้ช้อปสนุกใช้งานง่ายเพียงปลายนิ้ว และปลอดภัย100% สามารถเรียกดูสินค้าใหม่กว่า 1,000 รายการ ทุกแอปเดียวครบ จบทุกเรื่องแฟชั่นที่ SHEIN

กว่า 100 องค์กร ผนึกพลัง ซีพี-ซีพีเอฟ แจกอาหาร ‘ครัวปันอิ่ม’ ช่วยชาวกรุง สู้ภัยโควิด-19 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/600204

กว่า 100 องค์กร ผนึกพลัง ซีพี-ซีพีเอฟ แจกอาหาร ‘ครัวปันอิ่ม’ ช่วยชาวกรุง สู้ภัยโควิด-19

กว่า 100 องค์กร ผนึกพลัง ซีพี-ซีพีเอฟ แจกอาหาร ‘ครัวปันอิ่ม’ ช่วยชาวกรุง สู้ภัยโควิด-19

วันอังคาร ที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ท่ามกลางสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในประเทศไทย ส่งผลกระทบอย่างหนักต่อการดำเนินชีวิตของประชาชนในวงกว้าง เราได้เห็นธารน้ำใจของคนไทยที่หลั่งไหลมาจากทั่วสารทิศเพื่อช่วยเหลือคนไทยด้วยกันโครงการ “ครัวปันอิ่ม ซีพีร้อยเรียงใจ สู้ภัยโควิด-19” ที่เกิดขึ้นจากการผนึกพลังความร่วมมือครั้งยิ่งใหญ่โดยเครือเจริญโภคภัณฑ์และบริษัทในเครือฯ ร่วมพันธมิตรทุกภาคส่วนกว่า 100 องค์กร แจกฟรีอาหารปรุงสุกใหม่ 2 ล้านกล่อง เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งช่วยบรรเทาความเดือดร้อนเรื่องปากท้องของพี่น้องประชาชน และช่วยสร้างรายได้ให้ผู้ประกอบธุรกิจร้านอาหารรายย่อยในชุมชนต่างๆ ทั่วกรุงเทพมหานครให้สามารถฝ่าวิกฤตครั้งนี้ไปด้วยกัน

โครงการ “ครัวปันอิ่ม” เป็นอีกโครงการล่าสุดที่ริเริ่มขึ้นตามเจตนารมณ์ของ ธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโสเครือเจริญโภคภัณฑ์ ผนึกกำลังธุรกิจในเครือฯ ร่วมแรงร่วมใจกับทุกภาคส่วนแจกอาหารฟรี 2 ล้านกล่อง ให้แก่พี่น้องประชาชนกว่า 40 แห่งทั่วกรุงเทพมหานครและปริมณฑล โดยอาหาร 2 ล้านกล่องประกอบด้วย 1 ล้านกล่องแรก โครงการฯ จะจัดซื้ออาหารจากร้านอาหารรายย่อยในชุมชนเพื่อเป็นการช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนที่ได้รับการคุมเข้มมาตรการ
ป้องกันการแพร่ระบาด และอีก 1 ล้านกล่องเป็นการสมทบอาหารจากเครือซีพี เป็นอาหารที่ปรุงสุกใหม่ทุกวัน สด สะอาด ถูกหลักโภชนาการบรรจุกล่องพร้อมทาน ประกอบไปด้วยเมนูอาหารแตกต่างกันในแต่ละวัน รวมเป็น 2 ล้านกล่อง โดยมีบริษัทในเครือซีพี จิตอาสา และพันธมิตรภาคีเครือข่ายกว่า 100 องค์กร ทั้งหน่วยงานภาครัฐ เอกชน มูลนิธิ ภาคประชาสังคม สื่อมวลชน รวมทั้งพลังจิตอาสาของชาวชุมชน เพื่อร่วมเป็นสะพานบุญแจกจ่ายข้าวกล่องจาก “ครัวปันอิ่ม” ให้ถึงมือพี่น้องชุมชนทั่วกรุงเทพฯ และปริมณฑล ในแต่ละวัน ได้อย่างรวดเร็ว

บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ ได้ระดมทุกสรรพกำลังกับธุรกิจในเครือซีพี ข้าวตราฉัตรซีพีอินเตอร์เทรด ตลอดจนความร่วมแรงร่วมใจขององค์กรพันธมิตรต่างๆ ในสังคม อาทิ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์มูลนิธิ ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช โรงพยาบาลศิริราช มหาวิทยาลัยมหิดล กองทัพเรือ โรงเรียนสุวรรณาราม กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ สำนักงานเขตประเวศ กรุงเทพมหานคร กองบัญชาการกองทัพไทย จิตอาสา 904 หมอแล็บแพนด้า เพจเราต้องรอด การเคหะแห่งชาติ มูลนิธิสืบนาคะเสถียรมูลนิธิธนินท์-เทวี เจียรวนนท์ มูลนิธิิอริยวรารมย์ มูลนิธิพุทธรักษา โรงพยาบาลในเครือพริ้นซิเพิล เฮลท์แคร์ MQDCอีอีซี เอ็นจิเนียริ่ง เน็ทเวอร์ค และทีแอนด์บีมีเดีย โกลบอล สื่อมวลชน เครือเนชั่น เครือมติชน สำนักข่าวท็อปนิวส์ สมาคมผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจ สมาคมสื่อมวลชนเกษตรแห่งประเทศไทย เกษตรก้าวไกลเกษตรทำกิน และหน่วยงานอื่นๆ เป็นต้นช่วยกันแจกจ่ายอาหารกล่อง “ครัวปันอิ่ม” รวมทั้งเครื่องดื่มวิตามิน หน้ากากอนามัย และสิ่งของจำเป็นให้ถึงมือพี่น้องประชาชน และผู้ป่วยโดยตรงช่วยบรรเทาความเดือดร้อนพี่น้องชาวชุมชนทั่วกรุงเทพฯ และส่วนช่วยป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโรคได้อีกทางหนึ่ง

ด้าน เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่าท่ามกลางการแพร่ระบาดของโควิด-19 เรื่องที่จำเป็นสำหรับทุกชีวิต คือ การได้เข้าถึงอาหารคุณภาพปลอดภัยอย่างเพียงพออาหารจากครัวปันอิ่ม ช่วยชาวชุมชนหลายแห่งในเขตบางกอกน้อยได้อิ่มท้องมีแรงสู้กับวิกฤตครั้งนี้ การมาร่วมด้วยช่วยกันในวันนี้ เป็นปรากฏการณ์ที่น่าประทับใจและเชื่อว่าพลังของทุกคนที่ช่วยให้คนไทยก้าวผ่านวิกฤตครั้งนี้ไปได้

พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า กรุงเทพมหานครมีผู้เดือดร้อนและได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 เป็นจำนวนมาก ไม่ใช่เพียงผู้ติดเชื้อที่กักตัวอยู่ที่บ้าน หรือในชุมชน แต่ยังมีคนตกงาน ผู้ขาดรายได้ และกลุ่มเปราะบาง ที่ต้องการความช่วยเหลือด้านต่างๆ รวมทั้งเรื่องปากท้อง ต้องขอขอบคุณภาคเอกชนอย่างเครือซีพี-ซีพีเอฟที่นำอาหารจาก “ครัวปันอิ่ม”มาแบ่งปันความสุขให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตนี้ ช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนได้อย่างมาก รวมถึงร้านค้ารายย่อยให้มีรายได้ในช่วงนี้ด้วย

ขณะที่ รัฐวิทย์ มงคลสกุลพัชร์ผู้แทนชุมชนบ้านเอื้ออาทรสุวรรณภูมิ กล่าวขอบคุณทุกภาคส่วนที่ส่งอาหารการกินมาช่วยบรรเทาทุกข์ให้ชาวชุมชนของเราได้อย่างมาก ในชุมชนมีทั้งคนไม่มีงานทำไม่มีรายได้ รวมทั้งคนที่กักตัวอยู่ในบ้าน อาหารพร้อมทานช่วยชาวชุมชนมีกำลังใจมากขึ้นที่ได้เห็นหลายภาคส่วนเห็นใจและกองหนุนในยามวิกฤตนี้

ปิดท้ายที่ ประสิทธิ์ บุญดวงประเสริฐ ประธานคณะผู้บริหาร ซีพีเอฟ กล่าวว่าวิกฤตในวันนี้ส่งผลกระทบต่อพี่น้องคนไทยรุนแรงมาก ซีพี-ซีพีเอฟ ขอขอบคุณพันธมิตรที่ร่วมโครงการฯ อาสาแจกจ่ายอาหารที่ปรุงสุกใหม่ทุกวันให้ถึงมือพี่น้องชาวชุมชนได้อย่างรวดเร็วในภาวะวิกฤตเป็นความร่วมมือของคนไทยครั้งยิ่งใหญ่เพื่อช่วยให้ทุกภาคส่วนสามารถเดินหน้าฝ่าภัยโควิด-19 ได้โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

คุณแหน : 7 กันยายน 2564 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/600244

คุณแหน

คุณแหน : 7 กันยายน 2564

วันอังคาร ที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ll กำหนดการทอดผ้าป่าพระราชทาน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เพื่อการศึกษาผู้พิการ ณ วิทยาลัยเทคโนโลยีพระมหาไถ่หนองคายฯ 20 ก.ย. 08.08 น.โดยมี ประเสริฐ ลือชาธนานนท์ ผวจ.หนองคายเป็นประธาน…

ll การโหวตการอภิปรายไม่ไว้วางใจสิ้นสุดลงแล้วเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา โดยมีผลตามความคาดหมายของวงการเมือง แต่กว่าจะลงตัวกันได้ทั้งสองฝ่ายก็ต้องประชุมถกกันเครียดตอนบ่ายวันศุกร์ ที่มูลนิธิป่ารอยต่อฯ ซึ่งปกติแกนนำของ พปชร.ใช้เป็นเซฟเฮ้าส์อยู่แล้ว ประเด็นสำคัญจึงอยู่ที่ว่า “แก้วที่ร้าวไปแล้วจะประสานดังเดิมได้ไหม?”…ส่วนเรื่อง “การปรับ ครม.” เพื่อผลทางการเมืองที่หลายก๊กในรัฐบาลเฝ้ารอกันอยู่นั้น…วงในว่าคงต้องรอก่อนชั่วคราว เพราะยังมีปัญหาใหญ่ที่เป็นชนวนการขัดแย้งในพรรคมาตลอด กล่าวคือสิ่งหอมหวานของทุกผู้คือ “เก้าอี้มท.1” และก็เป็นที่หมายปองของแกนนำเบอร์ใหญ่“เลขาธิการพรรค” โดยอ้างถึงถ้าจะเดินเกมการเมืองเลือกตั้งครั้งหน้า จำเป็นต้องนั่งเอง เพื่อควบคุมกลไกอันซับซ้อนของมหาดไทยทั่วประเทศ…เห็นว่าทั้งนี้ไม่มีปัญหาเรื่องการบริหารงานภายใน เพราะปกติก็ใช้ปลัดของกระทรวงเป็นผู้บริหารอยู่แล้ว…

ll “ทำดีอย่าให้เด่นจะเป็นภัย…”ขอนำวาทกรรมของ หลวงวิจิตรวาทการ มาแสดงให้เห็นว่า ยังเป็นสัจธรรมในชีวิตที่ทันสมัยมาจนถึงทุกวันนี้ …เห็นได้ชัดเจนในกรณีของ JACK MAเอกอัครมหาเศรษฐีโลกชาวจีน ซีอีโอบริษัทข้ามชาติ ALIBABA เขาเติบโตมาจาก “0” ล้มลุกคลุกคลานมาด้วยลำแข้งของตน ดวงเคยตกถึงขนาดตอนเป็นวัยรุ่นไปสมัครงานเป็น พนักงานเบ๊ของ KFC บริษัทรับผู้สมัครไป 24 คน แจ๊คยังตกเป็นคนที่ 25 ซ้ำร้ายตลอดเส้นทางชีวิตยังถูกคนเยาะเย้ยดูแคลนในรูปลักษณ์ของเขา ในที่สุดฟ้าบันดาลให้เขานำเอาระบบ E-COMMERCE มาเป็นพื้นฐานสร้างธุรกิจออนไลน์มูลค่ามหาศาล ชื่อเขากระฉ่อนไปทั่วโลก กลายเป็นตำนานที่ทุกคนยกย่อง เป็น INSPIRATION อะไรก็ตามแปะชื่อ JACK MA ขายได้หมด !!…นั่นแหละคือจุดดับ เมื่อเขาเริ่มลืมตัวคุยโม้โอ้อวดได้ทุกเรื่อง รวมถึงพยายามสร้างบุคลิกใหม่ที่ไม่ใช่ตัวเขา,ทุกอย่างพออภัยให้ได้ แต่นี่เล่นข้ามเส้นไปกล่าวตำหนิติเตียนสั่งสอนรัฐบาลจีน เลยถูกสั่งสอนกลับครั้งใหญ่หายไปจากวงการโลกกลายเป็น “NON-PERSON”ทางการไม่เอ่ยหรืออ้างอิงถึงบุคคลผู้นี้เลย…

llกำหนดสวดพระอภิธรรมศพ อดีตรองปลัดกระทรวงมหาดไทย ชยพล ธิติศักดิ์ 6-8 ก.ย.18.00 น.ณ ศาลา 8 วัดมกุฏกษัตริยาราม…ส่วนพิธีพระราชทานเพลิงศพ 11 ก.ย. 14.00 น. …

ll เมื่อช่วง 2-5 ก.ย.ที่ผ่านมา สถานทูตไทย ณ กรุงอังการา ตุรกี ร่วมงานการค้าวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวนานาชาติ ครั้งที่ 1 ณ ที่นั่น ซึ่งมีทั้งนิทรรศการ และการแสดงบนเวที โดยสถานทูตไทยฯจัดแสดง “เซิ้งกะลา” โชว์ศิลปะวัฒนธรรมไทยบนเวที งานนี้ อัครราชทูตที่ปรึกษาชาครีย์นรทิพย์ เสวิกุล พร้อมมาดามบังอร ร่วมเซิ้งกับเจ้าหน้าที่การทูตคนอื่นๆ ด้วย…นับเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจที่จะอยู่ในความทรงจำมิรู้เลือน…

ll ตอนนี้ชาวโซเชียลใช้แอป Face Play เปลี่ยนหน้าดาราในหนังเป็นหน้าตัวเอง ได้เป็นพระเอก-นางเอก โลดแล่นในฉากต่างๆ…แบบไม่ต้องพึ่งโมเดลลิ่งหรือเอเจนซีใดๆ พาเข้าวงการมายา พล.ต.ญ.ชุลีกร ไชยศิริ เป็นผู้หนึ่งที่เล่นแอปนี้ ได้เป็น “นางเอกในหนังนานาชาติ” เหมือนเสกได้ในพริบตา…เทคโนโลยีสมัยใหม่นำพา “ฝันให้เป็นจริงได้” อย่างน่าอัศจรรย์แท้เทียว !!…ll

บารอนเนส

เปรียบเทียบวัคซีนโควิด 19 ต้องให้แข่งในสนามเดียวกัน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/600221

เปรียบเทียบวัคซีนโควิด 19 ต้องให้แข่งในสนามเดียวกัน

เปรียบเทียบวัคซีนโควิด 19 ต้องให้แข่งในสนามเดียวกัน

วันอังคาร ที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ประสิทธิผลของวัคซีนแต่ละตัวที่ทำการศึกษากันคนละประเทศ กลุ่มประชากรต่างกัน ช่วงเวลาต่างกันสถานการณ์การระบาดต่างกันไม่สามารถนำมาเปรียบเทียบกันได้ เหมือนม้าแข่งคนละสนาม นานๆ จะมีการศึกษาประสิทธิผลของวัคซีน2 ชนิด ในประเทศเดียวกัน กลุ่มประชากรกลุ่มเดียวกัน ในช่วงเวลาและสถานการณ์การระบาดแบบเดียวกัน อันนี้จึงจะสามารถเปรียบเทียบกันได้ เหมือนจับม้ามาแข่งสนามเดียวกัน

มีการตีพิมพ์งานวิจัยเมื่อ2 กันยายน 2564 เรื่องประสิทธิผลของวัคซีนโควิด 19 ชนิดเชื้อตายในชิลี ลงในวารสารทางการแพทย์นิวอิงแลนด์ เป็นการศึกษาระหว่างวันที่ 2 กุมภาพันธ์ ถึง 1 พฤษภาคม 2564 ในประชากร 10.2 ล้านคนที่ได้รับวัคซีนของบริษัทซิโนแวค (CoronaVac) เปรียบเทียบกับผู้ที่ไม่ได้รับวัคซีน พบว่าประสิทธิผลหลังได้รับวัคซีนของบริษัทซิโนแวคเข็มแรกป้องกันการมีอาการ 15.5% ป้องกันการนอน รพ. 37.4% ป้องกันการนอนICU 44.7% และป้องกันการเสียชีวิต 45.7% ประสิทธิผลหลังได้รับวัคซีนของบริษัทซิโนแวคครบ 2 เข็ม : ป้องกันการมีอาการ 65.9% ป้องกันการนอน รพ. 87.5% ป้องกันการนอน ICU 90.3% และป้องกันการเสียชีวิต 86.3%

ในรายงานนี้มีภาคผนวกแสดงประสิทธิผลหลังได้รับวัคซีนของบริษัทไฟเซอร์ (BNT162b2 mRNA Covid-19vaccine) ในช่วงเวลาเดียวกัน มีผู้ได้รับวัคซีนครบ 2 เข็ม 490,760 คน พบว่า ประสิทธิผลหลังได้รับวัคซีนของบริษัทไฟเซอร์ครบ 2 เข็ม : ป้องกันการมีอาการ92.6% ป้องกันการนอน รพ. 95.1% ป้องกันการนอน ICU 96.2% และป้องกันการเสียชีวิต 91.0%

จะเห็นว่าประสิทธิผลของวัคซีนไฟเซอร์ดีกว่าวัคซีนซิโนแวคในทุกด้าน โดยเฉพาะการป้องกันการมีอาการของโควิด 19 โดยวัคซีนซิโนแวคมีประสิทธิผลต่ำมากเมื่อได้เพียงเข็มเดียว แต่เมื่อได้รับวัคซีนครบ 2 เข็มแล้ววัคซีนทั้งสองชนิดก็ช่วยป้องกันการนอนโรงพยาบาลการนอน ICU และการเสียชีวิตได้ดี

แต่การศึกษานี้อาจไม่สามารถนำมาใช้กับสถานการณ์ปัจจุบันได้ เนื่องจากการระบาดของสายพันธุ์เดลต้า ซึ่งทำให้ประสิทธิผลของวัคซีนทุกชนิดลดลง และการศึกษานี้ใช้เวลาติดตามหลังได้รับเข็มที่ 2 ไม่นานนัก ความรู้ในปัจจุบันพบว่าวัคซีนเชื้อตาย ภูมิคุ้มกันจะลดลงมากหลังเข็มที่ 2 ไปแล้วนานเกินกว่า 2-3 เดือน ซึ่งน่าจะทำให้ประสิทธิผลในด้านต่างๆลดลงมากอีกด้วย

ทางเลือกใหม่ผ่าตัดลิ้นหัวใจด้วยเทคนิคส่องกล้องแผลเล็ก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/600224

ทางเลือกใหม่ผ่าตัดลิ้นหัวใจด้วยเทคนิคส่องกล้องแผลเล็ก

ทางเลือกใหม่ผ่าตัดลิ้นหัวใจด้วยเทคนิคส่องกล้องแผลเล็ก

วันอังคาร ที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

มิติใหม่แห่งการผ่าตัดซ่อมและเปลี่ยนลิ้นหัวใจด้วยเทคนิคส่องกล้อง แผลเล็กลงเหลือเพียง 4-5 เซนติเมตร ฟื้นตัวเร็ว ลดการนอนโรงพยาบาล และกลับไปใช้ชีวิตได้ตามปกติใน 1 เดือน

หัวใจมีหน้าที่สูบฉีดเลือดไปเลี้ยงอวัยวะต่างๆ ของร่างกาย โดยมีลิ้นหัวใจทั้งหมด 4 ลิ้น ประกอบด้วย Tricuspid valve, Pulmonary valve, Mitral valve และ Aortic valve ทําหน้าที่ควบคุมการไหลเวียนเลือดใน4 ห้องหัวใจ ให้เป็นไปตามทิศทางที่ถูกต้องและไม่ให้เลือดไหลย้อนกลับ หากลิ้นหัวใจชำรุด เสื่อมสภาพหรือมีโรคที่รบกวนการทํางานของลิ้นหัวใจจนเกิดความผิดปกติ จะส่งผลให้กล้ามเนื้อหัวใจทํางานหนักจนเกิดภาวะต่างๆ เช่น หัวใจโต เลือดคั่งในหัวใจหรือปอด และอาจรุนแรงจนถึงชีวิตจากภาวะหัวใจล้มเหลวได้

นายแพทย์สยาม ค้าเจริญ ศัลยแพทย์หัวใจและทรวงอก โรงพยาบาลเวชธานี เปิดเผยว่า ความผิดปกติของลิ้นหัวใจมีสาเหตุ ดังนี้ 1.โรคลิ้นหัวใจผิดปกติจากความเสื่อม (Degenerative Valve Disease) มักพบในผู้สูงอายุ ซึ่งเกิดจากการเสื่อมสภาพของเนื้อเยื่อลิ้นหัวใจ 2.โรคลิ้นหัวใจรูมาติก (Rheumatic Heart Disease) เกิดจากการติดเชื้อสเตรปโตคอคคัส กรุ๊ป เอ ทําให้เกิดไข้รูมาติก ซึ่งมีผลทําลายลิ้นหัวใจของผู้ป่วยในระยะยาว มักจะเริ่มแสดงอาการผิดปกติของหัวใจหลังจากเป็นไข้รูมาติกประมาณ 5-10 ปี 3.โรคลิ้นหัวใจอักเสบจากการติดเชื้อ (Infective Endocarditis) เกิดจากการติดเชื้อในกระแสเลือดและเชื้อโรคไปเกาะกินลิ้นหัวใจ ทำให้ผู้ป่วยจะเกิดอาการแบบเฉียบพลันและหัวใจวายรุนแรง 4.กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด (Myocardial infarction) อาจส่งผลให้เกิดลิ้นหัวใจไมตรัลรั่วตามมาได้ 5.ความพิการของลิ้นหัวใจแต่กําเนิด (Congenital Valve Disease) มักจะเกิดขึ้นตั้งแต่อยู่ในครรภ์ของมารดา ทำให้การเจริญเติบโตของลิ้นหัวใจผิดปกติ

ภาวะความผิดปกติของลิ้นหัวใจแบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือลิ้นหัวใจตีบและลิ้นหัวใจรั่ว โดยสามารถเกิดขึ้นได้กับลิ้นหัวใจทั้ง 4 ลิ้น ซึ่งผู้ป่วยลิ้นหัวใจมักจะมีอาการเหนื่อยง่าย เจ็บแน่นหน้าอก ใจสั่น หัวใจเต้นผิดจังหวะ และเท้าบวม จำเป็นต้องรีบพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยและรับการรักษา หากอาการยังไม่รุนแรงแพทย์อาจแนะนำให้รับประทานยาและนัดติดตามอาการเป็นระยะ แต่ถ้าอาการรุนแรงก็จำเป็นต้องได้รับการผ่าตัดซ่อมลิ้นหัวใจหรือผ่าตัดเปลี่ยนลิ้นหัวใจ

การผ่าตัดซ่อมลิ้นหัวใจหรือการผ่าตัดเปลี่ยนลิ้นหัวใจแบบวิธีมาตรฐาน คือการเปิดแผลผ่าตัดกึ่งกลางหน้าอก (Median sternotomy) พร้อมกับตัดกระดูกหน้าอกเพื่อเข้าไปแก้ไขลิ้นหัวใจ ทำให้ผู้ป่วยมีแผลยาวตั้งแต่คอหอยถึงลิ้นปี่ และต้องใช้เวลาพักฟื้นประมาณ 3 เดือนจนกว่ากระดูกหน้าอกจะเชื่อมต่อกันจึงจะกลับมาทำกิจกรรมต่างๆ ได้ตามปกติ โดยวิธีนี้เหมาะกับผู้ป่วยที่ต้องผ่าตัดลิ้นหัวใจร่วมกับหัตถการอื่นๆ แต่ปัจจุบันมีการผ่าตัดแบบแผลเล็ก หรือ MIS (Minimally Invasive Surgery) ด้วยการส่องกล้อง ซึ่งสามารถใช้ได้ทั้งกับการซ่อมลิ้นหัวใจและเปลี่ยนลิ้นหัวใจ โดยจะช่วยลดการเสียเลือดขณะผ่าตัด เปิดแผลขนาดเล็ก ไม่ต้องตัดกระดูกหน้าอก ลดจำนวนการนอนโรงพยาบาล ฟื้นตัวเร็ว กลับไปใช้ชีวิตและทำกิจกรรมต่างๆ ได้ในเวลา 1 เดือน หรือ 1 เดือนครึ่ง ขึ้นอยู่กับความแข็งแรงของร่างกายผู้ป่วย

การผ่าตัดแบบแผลเล็กสามารถใช้ได้กับลิ้นหัวใจทั้ง 4 ลิ้น ไม่ว่าจะเป็นการซ่อมหรือเปลี่ยนลิ้นหัวใจเทียมก็ตาม โดยจะมีแผลผ่าตัดหลักความยาว 4-5 เซนติเมตร ซ่อนอยู่ใต้ราวนมหรือกลางหน้าอก ขึ้นอยู่กับตำแหน่งของลิ้นหัวใจที่ต้องการเปลี่ยนหรือซ่อม แผลเจาะรูบริเวณข้างหน้าอกความกว้าง 0.5 เซนติเมตร จำนวน 2 แผล และมีแผลที่ขาหนีบ 1 แผล ยาวประมาณ 2 เซนติเมตร เพื่อใส่สายเข้าไปช่วยการทำงานของหัวใจขณะผ่าตัด ซึ่งผมเคยผ่าตัดด้วยเทคนิคนี้ในผู้ป่วยตั้งแต่อายุ 18 ปี จนถึง 89 ปีแม้ผู้ป่วยบางรายจะมีโรคประจำตัวอื่นๆ ร่วมด้วย ไม่ว่าจะเป็นโรคเบาหวาน ความดัน ไขมัน ตับ ไตวายเรื้อรังก็สามารถใช้วิธีการผ่าตัดแบบส่องกล้องได้เช่นกัน

นอกจากนี้ เทคนิคการผ่าตัดแผลเล็กยังสามารถใช้ได้กับการผ่าตัดแก้ไขปัญหารูรั่วที่ผนังหัวใจได้ด้วย รวมถึงยังสามารถผ่าตัดแก้ไขลิ้นหัวใจที่มีปัญหาพร้อมกันได้2 ลิ้น แต่ข้อจำกัดในการผ่าตัดแบบแผลเล็กด้วยการส่องกล้อง คือไม่สามารถทำได้ในผู้ป่วยที่ต้องทำหัตถการอื่นร่วมด้วย เช่น การผ่าตัดลิ้นหัวใจร่วมกับการทำบายพาสหัวใจ หรือการผ่าตัดลิ้นหัวใจร่วมกับการเปลี่ยนเส้นเลือดแดงใหญ่ ดังนั้น ผู้ป่วยต้องได้รับการตรวจวินิจฉัยที่ชัดเจนและอยู่ภายใต้การประเมินของแพทย์เฉพาะทาง

เนสท์เล่สานต่อแคมเปญออนไลน์ #เมนูหนูช่วยทำ เผยมุมมองการกินอยู่อย่างสร้างสรรค์จากปัจจัยสี่ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/600228

เนสท์เล่สานต่อแคมเปญออนไลน์ #เมนูหนูช่วยทำ  เผยมุมมองการกินอยู่อย่างสร้างสรรค์จากปัจจัยสี่

เนสท์เล่สานต่อแคมเปญออนไลน์ #เมนูหนูช่วยทำ เผยมุมมองการกินอยู่อย่างสร้างสรรค์จากปัจจัยสี่

วันอังคาร ที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

กนกทิพย์ ปริญญานุสสรณ์

โครงการเนสท์เล่เพื่อเด็กสุขภาพดี (Nestlé for Healthier Kids) ใส่ใจในสุขภาวะทั้งทางกายและทางอารมณ์ของทุกคนในครอบครัว เดินหน้าสานต่อแคมเปญออนไลน์ #เมนูหนูช่วยทำ ตอน สนุกสุขโซน นำเสนอกิจกรรมสร้างความสนุก ความสุข และสุขภาพดีในครอบครัว ผ่าน 3 โซนกิจกรรมสุดหรรษา ได้แก่ โซนนักสำรวจ โซนครัวหรรษา และโซนคิดส์สร้างสรรค์ ที่เปิดโอกาสให้ทุกครอบครัวได้ใช้เวลาคุณภาพร่วมกันภายในบ้าน ในการเตรียมมื้ออาหารให้สนุกและมีสีสัน ให้เด็กๆ ได้มีส่วนร่วมลงมือทำจนสำเร็จ ซึ่งจะเป็นการช่วยฝึกทักษะการคิดจากสมองส่วนหน้า (EF: Executive Function) สร้างความมั่นใจ และ สร้างพฤติกรรมสุขภาพหมู่ร่วมกันในครอบครัว ผ่านทางเฟซบุ๊คเพจ https://www.facebook.com/N4HKThailand

นางกนกทิพย์ ปริญญานุสสรณ์ ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาและสื่อสารโภชนาการเพื่อสุขภาพ บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด เปิดเยปว่า ในปีนี้ กิจกรรมภาคต่อของ #เมนูหนูช่วยทำ ตอน สนุกสุขโซน ได้รับการตอบรับที่ดี และเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณจากปีที่แล้ว รวมทั้ง 3 โซนกิจกรรมแล้ว เราได้รับ400 ไอเดียจากเกือบ 300 ครอบครัวไทย โดยเมนูอาหารที่ทุกครอบครัวส่งเข้ามามีความหลากหลายทั้งอาหารคาวและอาหารหวาน และตั้งชื่อได้สร้างสรรค์ดึงดูดใจ อาทิผัดดาวตกหน่อไม้ฝรั่ง แซนด์วิชปาร์ตี้สวนสัตว์ พัฟไข่ข้นปูอัดบัวลอย 3 สี พุดดิ้งไมโลผลไม้รวม Our Heart Tart Fruity เป็นต้น

“เราได้เห็นเมนูพิชิตใจแต่ละบ้านที่เติมคุณค่าทางโภชนาการด้วยผักผลไม้หลากสี และมีการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ของเนสท์เล่ที่ได้รับสัญลักษณ์โภชนาการทางเลือกสุขภาพ ที่สำคัญคือ ทีมงานได้เห็นภาพความน่ารักที่น่าประทับใจของพ่อแม่ ผู้ปกครองและเด็กๆ ใช้เวลาร่วมกันอย่างมีความสุขเต็มไปด้วยรอยยิ้ม และเสียงหัวเราะ รับรู้ได้ถึงความตั้งใจจริงผ่านแววตาที่มุ่งมั่นของเด็กๆ ขณะลงมือทำ และได้เห็นความคิดสร้างสรรค์ที่ถ่ายทอดออกมาเป็นศิลปะบนจานอาหารจนสำเร็จ อีกทั้งยังได้รับคอมเม้นท์เชิงบวกอีกมากมายจากผู้ปกครอง ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของช่วงเวลาแห่งความสุขที่สร้างขึ้นได้เองง่ายๆ ที่บ้าน การค้นพบพื้นที่การเรียนรู้แห่งใหม่ในห้องครัวที่ช่วยให้ลูกมีสมาธิกับการตัด หั่น ผัก ผลไม้ หรือตวงส่วนผสม ฝึกความคิดสร้างสรรค์ และทักษะการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า รวมไปถึงช่วยให้ลูกเจริญอาหาร กินอาหารได้หลากหลายยิ่งขึ้น ไม่เลือกกินเฉพาะแต่สิ่งที่ชอบหรือคุ้นเคยแต่อย่างเดียว”

ทั้งนี้ จากผลสำเร็จของกิจกรรม #เมนูหนูช่วยทำ ตอนสนุกสุขโซน ทางโครงการเนสท์เล่เพื่อเด็กสุขภาพดีได้สรุปเป็นแนวทางการใช้พื้นที่บ้านเชิงสร้างสรรค์ให้เป็น
แหล่งเรียนรู้ สร้างความสุขและสุขภาพดีในครอบครัว นำโดยผู้เชี่ยวชาญ อาจารย์รณสิงห์ รือเรือง นักจิตวิทยาคลินิก ระดับชำนาญการพิเศษ และ นางทัศนีย์ สิทธิรัตน์ ณ นครพนม ผู้จัดการฝ่ายชำนาญการพิเศษด้านอาหาร บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด นำเสนอมุมมองใหม่ในการใช้ปัจจัยสี่ช่วยสร้างเสริมสุขภาพและการเรียนรู้ของเด็กเมื่อต้องอยู่ที่บ้านเป็นเวลานาน โดยยึดหลักการกินอยู่อย่างสร้างสรรค์ ได้แก่ 1.อาหาร-การทำอาหารช่วยให้เด็กได้ฝึกทักษะและพัฒนาการรอบด้าน ทั้งการพึ่งพาตนเอง (Self – Reliance) การควบคุมตนเอง (Self – Control) และความคิดสร้างสรรค์ (Creativity) อีกทั้ง ยังสอดแทรกความรู้เกี่ยวกับวัตถุดิบ ทั้งการเลือก การใช้คุ้มค่า และประโยชน์ต่อร่างกายด้วย 2.ที่อยู่อาศัย-การจัดโซนกิจกรรมภายในบ้านและแบ่งแยกให้ชัดเจน ช่วยฝึกให้เด็กรู้จักตัวตนของตัวเอง (Self – Identity) รู้จักหน้าที่ มีความรับผิดชอบต่อตัวเองและส่วนรวม และสามารถพัฒนาศักยภาพในการทำสิ่งต่างๆ ให้สำเร็จด้วยตัวเอง

3.เครื่องนุ่งห่ม-เครื่องแต่งกายช่วยสร้างภาพลักษณ์ของตัวเอง (Self – Image) ในเด็ก พ่อแม่สามารถช่วยสอนให้เด็กเรียนรู้เรื่องกาลเทศะได้ง่ายๆ จากการแต่งกายในชีวิตประจำวันให้เหมาะสมกับสถานที่และกิจกรรม รวมไปถึงการดูแลเรื่องสุขอนามัยและความปลอดภัย เช่นเมื่อเข้าครัวทำอาหาร ให้สวมผ้ากันเปื้อนเพื่อป้องกันคราบสกปรกสวมหมวกคลุมผมเพื่อสุขอนามัย และใส่ถุงมือกันความร้อนเพื่อความปลอดภัย

4.ยา-การกินอาหารให้ถูกต้องหลักตามโภชนาการ และการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอนับเป็นยาชั้นดี เป็นวัคซีนธรรมชาติที่ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกายแข็งแรงและจิตใจแจ่มใส สำหรับการใช้ชีวิตในบ้าน แนะนำให้กินอาหารหลากหลาย เพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหารที่จำเป็นครบถ้วน อาทิ กลุ่มวิตามิน A ที่ช่วยในการบำรุงสายตา สามารถพบได้ใน แครอท ผักกาดหอม แคนตาลูป ฯลฯ วิตามิน C ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันและป้องกันโรคหวัด พบได้ใน ส้ม ฝรั่ง บร็อคโคลี่ ฯลฯ รวมถึงวิตามิน D ช่วยส่งเสริมการดูดซึมแคลเซียม ช่วยให้กระดูกแข็งแรง พบได้ใน เนื้อปลาที่มีมัน ไข่แดง นมวัว ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นแนวคิดที่ให้ทุกครอบครัวสามารถนำไปปรับใช้ให้เหมาะสม เพื่อให้เกิดการเรียนรู้และโภชนาการที่ดีสำหรับเด็ก

สามารถติดตามสาระและกิจกรรมดีๆ สำหรับครอบครัวได้ที่เฟซบุ๊คเพจ https://www.facebook.com/N4HKThailandและสามารถดาวน์โหลดสื่อการเรียนการสอนด้านสุขภาพและโภชนาการสำหรับเด็กวัยเรียนได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ได้ที่เว็บไซต์ www.nestle.co.th ภายใต้หัวข้อ “โภชนาการเพื่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดี”กิจกรรมเมนูหนูช่วยทำ ตอน สนุกสุขโซน

กิจกรรมเมนูหนูช่วยทำ ตอน สนุกสุขโซนอาจารย์ รณสิงห์ รือเรืองอาจารย์ รณสิงห์ รือเรืองทัศนีย์ สิทธิรัตน์ ณ นครพนม

ทัศนีย์ สิทธิรัตน์ ณ นครพนม