เปิดแผนลับ พปชร.เสียงแตก โหวตล้ม “ประยุทธ์” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/481613

เปิดแผนลับ พปชร.เสียงแตก โหวตล้ม “ประยุทธ์”

02 ก.ย. 2564

ผ่าประเด็นร้อน แผนลับล็อบบี้ ส.ส. โหวตล้ม “ประยุทธ์” โยงปมขัดแย้ง “3 ป.” ถึงขั้นแตกหัก มูลเหตุมาจากการแต่งตั้งโยกย้าย “ตำรวจ-ทหาร-ปลัดมหาดไทย” เพิ่มอูณภูมิการเมืองร้อนแรงยิ่งขึ้นเมื่อมีตัวเลขมาเกี่ยวข้อง

การอภิปรายไม่ไว้วางใจ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและอีก 5 รัฐมนตรี ย่างเข้าวันที่สาม ท่ามกลางกระแสข่าวการเปลี่ยนขั้วทางการเมือง โดยเฉพาะท่าทีของพรรคพลังประชารัฐ ที่เปลี่ยนไปมา

ว่ากันว่า ก่อนการยื่นญัตติไม่ไว้วางใจของฝ่ายค้าน การที่พรรคเพื่อไทย เว้นชื่อ พล.อ.ประวิตร วงศ์สุวรรณ รองนายกฯ และร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรฯ ต่างพากันตั้งข้อสังเกตุว่ามี “ดีล” อะไรหรือไม่เพราะทั้งสองเป็นหัวหน้าและเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ

จนกระทั่งถึงวันอภิปรายไม่ไว้วางใจ ข่าวการเปลี่ยนขั้วทางการเมืองเริ่มแรงมากยิ่งขึ้น ด้วยสูตร พลังประชารัฐ เพื่อไทย และพรรคเล็ก เว้นเฉพาะพรรคก้าวไกล ร่วมกันจัดตั้งรัฐบาล โดยชู พล.อ.ประวิตร เป็นนายกรัฐมนตรี

เรื่องนี้เมื่อ พล.อ.ประยุทธ์ ทราบข่าวก็มีการทวงถามความจริงไปยัง พล.อ.ประวิตร แต่พล.อ.ประวิตร ก็ยืนยันว่าไม่มีอะไร

หากจะล้วงลึกจริงๆปัญหาความไม่ลงรอยของ 3 ป. ปะทุจากการที่ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทยไม่ได้ทำตามคำขอของ พล.อ.ประวิตร ที่ต้องการให้ นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพย์ฯย้ายข้ามห้วยไปเป็น ปลัดมหาดไทย

ทุกคนต่างทราบว่า นายจตุพรนั้น สายตรง ร้อยเอกธรรมนัส ซึ่งทั้งพล.อ.ประวิตร และร้อยเอกธรรมนัส ก็ต้องการ นายจตุพร เป็นปลัดมหาดไทย เพื่อเตรียมเลือกตั้ง

ต่อมาการแต่งตั้งโยกย้ายทหารและตำรวจ พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ได้ทำตามคำขอของพล.อ.ประวิตร ขณะที่ร้อยเอกธรรมนัส ไม่พอใจที่นายกฯตั้งผบช.ตำรวจภาค 5 และนายวิรัช รัตนเศรษฐ รองหัวหน้าพรรคพปชร.ไม่พอใจที่นายกฯตั้งผบช.ตำรวจภาค3

นี่คือรอยร้าวที่นำไปสู่การแตกหักระหว่างพล.อ.ประวิตร และพล.อ.อนุพงษ์และพล.อ.ประยุทธ์ จนนำไปสู่แผนการล้มพล.อ.ประยุทธ์ ในการโหวตไม่ไว้วางใจ

อย่างไรก็ตาม พล.อ.ประยุทธ์ ก็ไม่ยอมแพ้ ด้วยการไปดึง นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง ที่อยู่ในกลุ่ม4 ช. ออกมาแล้วให้ นายสันติ เดินสายล็อบบี้ส.ส.ในพรรคพลังประชารัฐ และข้ามไปล็อบบี้ส.ส.ในพรรคเพื่อไทย ที่นายสันติ เลี้ยงเอาไว้และมีสายสัมพันธ์ที่ดี มาโหวตหนุนพล.อ.ประยุทธ์

ขณะที่ฝ่ายล้มพล.อ.ประยุทธ์ ในพรรคพปชร.ก็เดินสายล็อบบี้พรรคเล็กเพื่อให้โหวตล้ม พล.อ.ประยุทธ์

ว่ากันว่า โหวตล้มจ่าย 5 ล้าน เลยทำให้ฝ่ายหนุนพล.อ.ประยุทธ์ เปิดตัวเลขโหวตหนุนจ่าย10 ล้าน ในเกทับ โดยมี 2เสธ.เป็นตัวเดินเกมล็อบบี้ผ่าน “ชัชวาล คงอุดม” หัวหน้าพรรคพลังท้องถิ่นไทย ด้วยการแถมเก้าอี้รัฐมนตรีในการปรับครม.

ขณะเดียวกัน พล.อ.ประยุทธ์ ก็พยายามต่อรองด้วยการรับปากว่าขอให้โหวตผ่าน แล้วจะปรับครม.ตามที่กลุ่มพล.อ.ประวิตร และร.อ.ธรรมนัส ต้องการ

แต่ทางกลุ่มร.อ.ธรรมนัส ไม่ไว้ใจพล.อ.ประยุทธ์ เนื่องจากเคยรับปากทุกครั้ง แต่ไม่เคยได้ และหวั่นเกรงว่า หากปล่อยพล.อ.ประยุทธ์ ไปแล้ว พล.อ.ประยุทธ์ จะยุบสภา เพราะพล.อ.ประยุทธ์และพล.อ.อนุพงษ์ จะไม่เล่นการเมืองอีกแล้ว ประกอบกับก็ทราบว่า พรรคพปชร.จะไม่เสนอชื่อพล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯอีกในการเลือกตั้งครั้งหน้า

นี่คือบทสุดท้ายที่ทำให้เกมแตกหักด้วยการโหวตล้มพล.อ.ประยุทธ์เลย ในการลงมติในวันเสาร์ที่ 4กันยายน 2564 เว้นเสียแต่ว่าจะมีการลงสัตยาบันเอาไว้ว่าปรับครม.ตามที่ต้องการ พล.อ.ประยุทธ์ ถึงจะผ่านศึกในครั้งนี้

ศึก “อภิปรายไม่ไว้วางใจ” เวทีด้อยค่าส.ส. โหนกระแสความตาย ประท้วงวุ่น #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/481522

ศึก”อภิปรายไม่ไว้วางใจ” เวทีด้อยค่าส.ส. โหนกระแสความตาย ประท้วงวุ่น

02 ก.ย. 2564

ประมวลศึก”อภิปรายไม่ไว้วางใจ” โหนกระแสความตายโควิด สร้างภาพจำความรุนแรงนอกสภา ยัดเยียดวาทะกรรม ค้าความตาย สุดท้ายประท้วงวุ่น สะท้อนความ”ด้อยค่าส.ส.”ของตนเอง คอลัมน์เจาะประเด็นร้อน โดย อสนีบาต

เข้าสู่วันที่สามของ การอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรี  ท่ามกลางอุณหภูมิทางการเมืองทั้งในและนอกสภาร้อนระอุขึ้นมาเรื่อยๆ 

ศึก"อภิปรายไม่ไว้วางใจ" เวทีด้อยค่าส.ส. โหนกระแสความตาย ประท้วงวุ่น

ถือเป็นการซักฟอกรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา  เป็นครั้งที่สาม นับตั้งแต่ได้รับเลือกให้มาเป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งแต่ละครั้งของการอภิปรายมิอาจปฏิเสธได้เลยว่า ฝ่ายค้านต้องการจองกฐินผู้นำประเทศก่อนเป็นลำดับแรก

ตามมาด้วยรัฐมนตรีที่ฝ่ายค้านเห็นว่า ในรอบปีที่ผ่านมามีการบริหารส่อไปในทางทุจริตคอร์รัปชั่นแต่กระนั้นไม่ได้มองแค่การบริหารบกพร่องเท่านั้นแต่ยังเป็นการเจาะจงตัวบุคคลที่หวังว่าจะสร้างแรงสั่นสะเทือนในพรรคร่วมรัฐบาลให้เกิดการเปลี่ยนแปลง  

การอภิปรายไม่ไว้วางใจรอบนี้ นอกจากพล.อ.ประยุทธ์ จึงพ่วง  5  รัฐมนตรีเป้าหมาย  

นั่นคือ  อนุทิน  ชาญวีรกูล  รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข  ศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม  สองรายนี้จากพรรคภูมิใจไทย ขณะที่ สุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน  ชัยวุฒิ  คมานุสรณ์   รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมเฉลิมชัย  จากพรรคพลังประชารัฐ ตบท้ายด้วย เฉลิมชัย  ศรีอ่อน  รมว.เกษตรและสหกรณ์ จากพรรคประชาธิปัตย์

เรียกว่าเป็นแผนเขย่าพรรคร่วมอย่างครบครัน เพราะแต่ละรายคือระดับแกนนำคนสำคัญของพรรคร่วมรัฐบาล

ข่าวที่เกี่ยวข้อง 

ศึก"อภิปรายไม่ไว้วางใจ" เวทีด้อยค่าส.ส. โหนกระแสความตาย ประท้วงวุ่น

สมพงษ์ อมรวิวัฒน์ 

คราวนี้ หากติดตามการอภิปรายไม่ไว้วางใจสองวันที่ผ่านมา เริ่มตั้งแต่ สมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ผู้นำพรรคฝ่ายค้าน ทำหน้าที่เปิดอภิปราย ถ้าไม่นับรวมการเอ่ยชื่อ-สกุล พล.อ.ประยุทธ์ อย่างผิดพลาด เป็น “พล.อ.ประยุทธ์  ยงใจยุทธ์”  ถึงสองครั้งสองครา ว่าเป็นการส่งสัญญาณออกสตาร์ทอภิปรายที่ไม่ค่อยราบรื่น 

ยังพบถึงความไม่พร้อมของฝ่ายค้านในหลายต่อหลายช่วงการอภิปราย ทั้งการนำข้อมูลการอภิปรายมาจากสื่อออนไลน์ คัดสรรคลิปข่าวจากสำนักข่าวที่มีคน”ดูไบ”ให้การสนับสนุน ทั้งข้อมูลเท็จมากกว่าจริงผสมปนเป   จนถูกองครักษ์ฝ่ายรัฐบาลต้องลุกขึ้นประท้วง

ดั่งกรณีส.ส.พรรคก้าวไกลอภิปรายพาดพิงกองทัพสั่งนายทหารปฏิบัติการ IO.โดยโชว์เอกสารลับ  ในที่สุด ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส.กทม.พรรคก้าวไกล กลายเป็นรายแรกประเดิมศึกอภิปรายโดนกองทัพภาคที่2ฟ้องร้องดำเนินคดีปั้นเอกสารเท็จ

ทราบกันดีศึกซักฟอกครั้งนี้ อยู่ท่ามกลางสถานการณ์แพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ที่ทุกฝ่ายต้องร่วมมือร่วมใจฝ่าฟันวิกฤต แต่ปรากฎว่า “ฝ่ายค้าน”  ฉกฉวยวิกฤตเป็นโอกาส นำปัญหาการบริหารของรัฐบาลต่อสถานการณ์โควิดมาเป็นประเด็นถล่มอย่างมันส์ปาก

ประเด็นโรคระบาดถือเป็นสถานการณ์ฉุกเฉินที่ต้องอาศัยภูมิปัญญาความรู้ของบุคลากรทางการแพทย์ในการวินิจฉัย รับษาโรค ทว่านักการเมืองฝ่ายค้านสวมบทเป็นแพทย์อยู่ในสภาจำนวนมาก

เก่งกล้าสามารถอภิปรายการบริหารจัดการสู้โควิดถึงขั้นชี้ว่าระบบสาธารณสุขไทยล้มเหลวเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทั้งที่โดยข้อเท็จจริงมีการผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ แต่ส.ส.ฝ่ายค้านก็ยังมิอัพเกรดข้อมูลที่นำมาอภิปราย 

หมอการเมืองในสภาทั้งหลายมีความเชี่ยวชาญถึงกับแสดงภูมิปัญญา”ด้อยค่าวัคซีน”ชนิดนั้นชนิดนี้ กล่าวหารัฐบาลจัดหามาฉีดประชาชนได้อย่างไร  ทั้งที่ส.ส.ในสภาส่วนใหญ่ก็ฉีดวัคซีนชนิดที่ตนเองกล่าวหาว่าด้อยค่าอยู่นั่นเอง 

ในทำนองเดียวกันมีการเรียกร้องให้รัฐต้องนำวัคซีนขั้นเทพมาฉีดประชาชน แต่หารู้ไม่จากสถิติปัจจุบัน ประเทศที่ได้รับวัคซีนไฟเซอร์ กลับพบว่ามีผู้ติดเชื้อรายใหม่สูงขึ้นอย่างน่าตกใจ เช่น สหรัฐอเมริกา ติดล่าสุด 1.8 แสนคน อิสราเอลติด 1.6 หมื่นคน (ข้อมูล ณ วันที่ 1 ก.ย.64 )

นี่เป็นเพราะการป้องกันดูแลสุขภาพของตนเองที่หย่อนยานต่อการต่อสู้กับสายพันธุ์เดลต้าหรือไม่ ซึ่งเป็นประเด็นที่นักการเมืองผู้ห่วงใยชีวิตประชาชนควรจะนำมาทำบอกกล่าวแจ้งเตือน

การอภิปรายไม่ไว้วางใจตลอดสองวันที่ผ่านมายังไม่นับรวมวันนี้ (2 ก.ย.64 ) เริ่มเข้าสู่การอภิปรายรมต.รายบุคคลมากขึ้น พบว่า ส.ส.ฝ่ายค้าน ยังไม่ชี้ให้เห็นถึงการทำหน้าที่ตรวจสอบผ่านข้อมูลหลักฐานใหม่ๆ แต่ขณะเดียวกัน ผลิตวาทกรรม ในลักษณะ “เฮชสปีช” สร้างความเกลียดชัง อาฆาตมาดร้าย

ไม่ว่าเป็นคำว่า ค้าความตาย ซึ่งปรากฎอยู่ในญัตติ โดยผู้นำฝ่ายค้านเป็นผู้เปิดประเด็น ตามด้วย ส.ส.ฝ่ายค้านรายอื่นตอกย้ำซ้ำไปซ้ำมา

ศึก"อภิปรายไม่ไว้วางใจ" เวทีด้อยค่าส.ส. โหนกระแสความตาย ประท้วงวุ่น

วิโรจน์  ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกล

ด้วยการยัดเยียดรัฐบาลเป็น “ฆาตกร” บ้าง  “คลั่งอำนาจ”บ้าง ก่อนตบท้ายใช้ศาลเตี้ยกลางสภา พิพากษารัฐบาล สร้างบาปทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก 

ซ้ำร้ายกว่านั้นคงมาจากวาทกรรมของ วิโรจน์  ลักขณาอดิศร  ส.ส.บัญชีรายชื่อจากพรรคก้าวไกล ถึงกลับผลักใสให้ผู้นำประเทศ “ตกนรกโลกันต์” คำนี้ นำไปสู่การประท้วงวุ่นวาย 

นอกจากโหนกระแสโควิด-19 ด้วยการพ่นละอองฝอยเต็มสภาไปหมดแล้ว  อีกประเด็นเป็นไปตามคาด เมื่อหยิบเหตุการณ์ตำรวจสลายการชุมนุมกลุ่มป่วนเมืองแยกดินแดง มาอภิปราย “รัฐบาลทำร้ายประชาชน”บ้าง รัฐบาลทำร้ายเด็กและเยาวชนบ้าง

หากแต่ไม่เคยสำเหนียกมองดูอีกภาพ การที่เด็กและเยาวชนเหล่านั้น กลายเป็นหัวรุนแรง เกิดจากการสร้างสมจากกลุ่มนักการเมืองหรือไม่ ทำไมไม่พูด ไม่อภิปราย แต่กลับเลือกประจานเพื่อทำลายฝ่ายตรงกันข้ามสร้างประโยชน์เข้าตน 

ถ้าใช้คำแรงๆแบบคนในสภา ก็คงต้องบอกว่า “นี่คือสันดานนักการเมือง”นั่นเอง 

สองวันที่ผ่านมาและกำลังรวมถึงวันนี้  วาทกรรมเลวร้าย จึงเกลื่อนสภาเต็มไปหมด ท่ามกลางการประท้วงเรียกร้องโดยเฉพาะกับคำอภิปรายของ ศุภชัย ใจสมุทร  ส.ส.พรรคภูมิใจไทย พอกระตุกต่อมสำนึก หากให้ส.ส.ผู้ทรงเกียรติ มาละเลงวาทกรรมต่ำตมแบบนี้คงจะไม่เหลือมาตรฐานสภาไทยอีกต่อไป

ญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรมต. ถือเป็นมาตรการรุนแรงที่กำหนดไว้ให้สภาผู้แทนราษฎร ได้ทำหน้าที่ในฐานะสภานิติบัญญัติ ตรวจสอบการทำงานของฝ่ายบริหาร

แต่ละยุคสมัย มีการตรวจสอบอย่างเข้มข้น ด้วยข้อมูลหลักฐานการทุจริตและมีการส่งเรื่องต่อป.ป.ช.ดำเนินการเอาผิดอย่างชัดเจนก็มีให้เห็นเป็นที่ประจักษ์

มาถึงยุคนี้ บทบาทการทำหน้าที่ของส.ส.ต่อญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ เป็นไปในลักษณะสาละวันเตี้ยลง หาข้อมูลหลักฐานเชิงตรวจสอบแทบไม่ได้เลย อาจมีดีขึ้นบ้างคือการว่าจ้างเอกชนทำสื่อสมัยใหม่มาฉายในสภา ซึ่งปรากฎทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาล  

แต่ที่ขาดไม่ได้คือการสวมบทบาทนักแสดงตีหน้าเศร้าเล่าความเท็จ โหนข่าวการสูญเสียของเพื่อนมนุษย์ในสถานการณ์โควิด-19 นำมาผูกโยงให้เห็นว่านี่เป็นความผิดพลาดของรัฐบาล  

ส.ส.ฝ่ายค้านจึงเน้นหนักไปกับการประดิษฐ์วาทกรรมทำลายความเชื่อมั่นรัฐบาล สร้างความได้เปรียบเพื่อประโยชน์ทางการเมืองให้กับตน

เน้นหนักไปกับการเก็บเกี่ยวเสียงวิพากษ์วิจารณ์ตามร้านตลาด มาก่นด่าต่อในสภา จนแทบหาสาระสำคัญไม่ได้ ไม่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนผู้ติดตามรับชมรับฟัง 

ทั้งหมดดูเป็นเรื่องที่ ต่างคนต่างกำลังแสดงพฤติกรรม”ด้อยค่า”ตัวเองจากความเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฏรอันทรงเกียรติ 

ฝ่าพงหนาม “ธรรมนัส” บนเส้นทางที่ต้องเลือก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/481525

ฝ่าพงหนาม “ธรรมนัส” บนเส้นทางที่ต้องเลือก

01 ก.ย. 2564

เดิมพันศึกซักฟอก “ธรรมนัส” จัดหนักไอ้ห้อยไอ้โหน คนเพื่อนเยอะ จะเลือกอนาคตแบบไหน คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

หลังมีกระแสข่าว “โหวตล้มประยุทธ์” ร้อยเอกธรรมนัส พหรมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ได้ให้สัมภาษณ์สื่อ เปิดใจแบบยาวๆ สรุปว่า ไม่มีเรื่องขบวนการล้มประยุทธ์ มีแต่ขบวนการเต้าข่าว

“คนเต้าข่าว ไม่ใช่พรรคฝ่ายค้านนะครับ พรรคฝ่ายรัฐบาลนี่แหละ ไอ้ห้อย ไอ้โหนทั้งหลาย ชอบเลียแข้งเลียขา สำเหนียกซะมั่งครับ”

ร.อ.ธรรมนัส ย้ำเรื่อง “ไอ้ห้อย ไอ้โหน” หลายครั้ง และตบท้ายว่า หากเขายังเป็นเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ เมื่อถึงเลือกตั้ง ส.ส. พวกไอ้ห้อย ไอ้โหน ไม่ได้ลง ส.ส.แน่นอน

ตอนหนึ่งของการเปิดใจ “ผู้กองมนัส” บอกว่า “ผมมาถึงทุกวันนี้ จากลูกชาวนา เด็กบ้านนอกจนๆ มาถึงเวลานี้ได้ทำงาน เพื่อชาติบ้านเมือง พี่น้องประชาชน ผมถือว่า ชีวิตผมสูงสุดแล้ว ส่วนที่เหลือ ถ้าผมจะมีโอกาสทำงานเพื่อชาติ บ้านเมือง และรับใช้แผ่นดิน รับใช้พี่น้องประชาชน ผมก็จะทำให้ดีที่สุด”

++

พะเยา-ตากใบ

++

“ผู้กองมนัส” เกิดในครอบครัวชาวนา บ้านท่ากลองใหม่ อ.เมือง จ.พะเยา ด้วยความยากจน พ่อแม่ของเขา จึงได้มอบลูกชายให้กับชาวใต้คนหนึ่ง ไปดูแลส่งเสียเรียนหนังสือ

พ่อบุญธรรมของผู้กองมนัส ย้ายมาทำงานที่ อ.สุไหงโก-ลก จึงย้ายครอบครัวมาปักหลักที่บ้านทรายขาว อ.ตากใบ จ.นราธิวาส เด็กชายชาวพะเยา จึงได้เรียนจบชั้นมัธยมจากโรงเรียนนราสิขาลัย จ.นราธิวาส

ฝ่าพงหนาม “ธรรมนัส” บนเส้นทางที่ต้องเลือก

ผู้กองมนัส สมัยเรียนหนังสืออยู่ภาคใต้

จากปลายด้ามขวาน ผู้กองมนัส เข้ากรุงเทพฯ เรียนโรงเรียนเตรียมทหาร รุ่นที่ 25 และโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า รุ่นที่ 36 รุ่นเดียวกันกับ พล.อ.ร่มเกล้า ธุวธรรม และหิมาลัย ผิวพรรณ

ทุกวันนี้ “เสธ.หิ” หิมาลัย ผิวพรรณ ยังทำงานการเมือง ร่วมกับผู้กองมนัส เสมือนเป็นมือขวาด้านการทำงานมวลชน

ปี 2560 ช่วง คสช.ครองเมือง ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า ได้แจ้งย้ายออกจากระบบทะเบียนราษฎร์ จากบ้านเลขที่ 10 หมู่ 1 ต.บ้านใหม่ อ.เมืองพะเยา จ.พะเยา ไปยังที่บ้านเลขที่ 66/1 หมู่ 2 ต.ไพรวัน อ.ตากใบ จ.นราธิวาส ซึ่งเป็นบ้านเกิดหลังที่ 2 ของเขา

ฝ่าพงหนาม “ธรรมนัส” บนเส้นทางที่ต้องเลือก

ชีวิตนักการเมือง เพื่อคนพะเยา

เหตุผลหลักคือ เพื่อความสบายใจของทุกฝ่าย โดยเฉพาะรัฐบาล คสช. และกองทัพภาคที่ 3 ไม่ต้องมีความกังวลหรือลำบากใจเรื่องการทำกิจกรรมทางสังคมของเขา

เนื่องจากก่อนหน้านั้น ร้อยเอกธรรมนัส ได้มีชื่อในผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ช่วงการเลือกตั้ง 2557 แต่เลือกตั้งครั้งนั้นเป็นโมฆะ

ปี 2561 มีนายทหารใหญ่ ได้ขอให้ผู้กองมนัสเข้ามาช่วยงานการเมืองในภาคเหนือ เพื่อสลายสีเสื้อ เขาจึงเบนเข็มมาสู่พรรคพลังประชารัฐ

++

อดีตเพื่อไทย

++

ปี 2550 หลัง “ผู้กองมนัส” ประสบความสำเร็จทางธุรกิจ มีเงินทองพอสมควร จึงหวนคืนเมืองพะเยา โดยนำมูลนิธิธรรมนัส พรหมเผ่า ไปช่วยเหลือคนยากคนจน และทำทีมฟุตบอลพะเยา เอฟซี

ปี 2554 ร.อ.ธรรมนัส ได้ช่วย “เสี่ยอิ๊ด” วรวิทย์ บุรณศิริ คนในชายคาเพื่อไทย จนได้รับชัยชนะ และส่งน้องชาย อัครา พรหมเผ่า ขึ้นเป็นรองนายก อบจ.พะเยา นับแต่นั้นมา เขาได้เริ่มวางแผนเล่นการเมืองเต็มตัว และสมัครเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย

จริงๆแล้ว ผู้กองมนัส ทำงานการเมืองหลังม่านมานาน ตั้งแต่สมัยพรรคไทยรักไทยเฟื่องฟู ย้ายมาเป็นพรรคพลังประชาชน และพรรคเพื่อไทย ผู้กองคนดังรู้จักแกนนำมุ้งต่างๆ ในพรรคการเมืองเครือข่ายของ “คนดูไบ” เป็นอย่างดี

ไม่แปลกที่กรณีศึกซักฟอกหนที่แล้ว ร้อยเอกธรรมนัส รมช.เกษตรฯ จะได้คะแนนไว้วางใจ 274 ต่อ 199 งดออกเสียง 5 ไม่ลงคะแนน 1 ปรากฏมีเสียง ส.ส.ฝ่ายค้าน ลงมติสวนมติวิปจำนวนมาก

ส.ส.ฝ่ายค้าน ที่ลงมติไว้วางใจ ร้อยเอกธรรมนัส มาจากพรรคเพื่อไทย 2 คน ,พรรคประชาชาติ 1 คน และพรรคเพื่อชาติ 3 คน

สำหรับพรรคเพื่อชาตินั้น มี ส.ส. 5 คน ปรากฏว่า ไว้วางใจผู้กองมนัส 3 คน และงดออกเสียง 2 คน ซึ่งใครก็รู้ว่า พรรคนี้มีกองเชียร์ชื่อ ยงยุทธ ติยะไพรัช แถม 1 ใน 2 ที่งดออกเสียงคือ “โฮม” ปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช ลูกสาวของยงยุทธ

ในพรรคพลังประชารัฐ มี ส.ส.ภาคเหนือ 25 คน แต่ที่ใกล้ชิดผู้กองมนัส ก็มี บุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ, จีรเดช ศรีวิราช ส.ส.พะเยา, ธนัสถ์ ทวีเกื้อกูลกิจ ส.ส.ตาก , ภาคภูมิ บูลย์ประมุข ส.ส.ตาก และ ไผ่ ลิกค์ ส.ส.กำแพงเพชร

ผู้กองมนัส ยังมี ส.ส.พลังประชารัฐ สายอีสานอีกจำนวนหนึ่ง รวมถึง ส.ส.ใต้ 13 คน ล้วนอยู่ในการดูแลของผู้กอง แนวร่วมของผู้กองมนัสคือ วิรัช รัตนเศรษฐ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ผู้กุมฐานเสียงโคราช

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในระหว่างศึกซักฟอกครั้งนี้ คงทำให้ ร้อยเอกธรรมนัส ต้องตัดสินใจกำหนดอนาคตของตัวเองใหม่ จะก้าวเดินไปบนถนนเลือกตั้งสายนี้แบบไหน

Live! 3 ก.ย. 2564 ถ่ายทอดสด ชมสดอภิปรายไม่ไว้วางใจ 2564 จับตาศึกซักฟอก 6 รมต. #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/481231

Live! 3 ก.ย. 2564 ถ่ายทอดสด ชมสดอภิปรายไม่ไว้วางใจ 2564 จับตาศึกซักฟอก 6รมต.

03 ก.ย. 2564

การเมืองเข้าสู่โหมดร้อนแรงการตรวจสอบการทำงานรัฐบาลอีกครั้ง เมื่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาญัตติ “อภิปรายไม่ไว้วางใจ” นายกรัฐมนตรีและ 5 รมต. ระหว่างวันที่ 31 ส.ค. – 4 ก.ย. 64

ติดตามการถ่ายทอดสดอภิปรายไม่ไว้วางใจได้ที่นี่ …. โดยกำหนดการมีดังนี้ 

31 สิงหาคม -2 กันยายน 
เริ่มประชุมตั้งแต่เวลา 09.00 น.-00.30 น 

วันที่ 3 กันยายน
ประชุมตั้งแต่เวลา 09.00 น.-21.00 น.

วันที่ 4 กันยายน
ลงมติ เวลา 10.00 น.

ระยะเวลาในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ

รวมเวลาทั้งหมด  58.30  ชั่วโมง 
ฝ่ายค้านขอเวลาอภิปราย  40 ชั่ วโมง 
ฝ่ายรัฐบาลและ ครม.ชี้แจง 18.30  ชั่วโมง

รายชื่อครม.ที่อยู่ในญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ 

  • พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม
  • นายอนุทิน ชายวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.สาธารณสุข
  • นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน
  • นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม 
  • นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ 
  • นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

ลิงค์ถ่ายทอดสด

ซักฟอก ศักดิ์สยาม “เขากระโดง” ภาค 2 ทับซ้อนพื้นที่การรถไฟฯ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/481700

ซักฟอก ศักดิ์สยาม “เขากระโดง” ภาค 2 ทับซ้อนพื้นที่การรถไฟฯ

03 ก.ย. 2564

ส.ส. ประชาชาติ ซักฟอก ศักดิ์สยาม “เขากระโดง” ภาค 2 ทับซ้อนพื้นที่การรถไฟฯ หลังศาลฎีกามีคำพิพากษาให้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างและไม่สามารถออกโฉนดได้ ทำให้ประเทศชาติเสียหายกว่าหมื่นล้าน จี้ถามจริยธรรมโยงนายกฯรับผิดชอบร่วม

นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ส.ส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ อภิปราย นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมว่าจงใจใช้อำนาจหน้าที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญและกฎหมาย ฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง เข้าบุกรุกครอบครองที่ดินของรัฐเพื่อนำมาเป็นของตนและเครือญาติ ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐอย่างร้ายแรง โดยอภิปรายให้ฟังว่าข้อกล่าวหาที่หยิบยกขึ้นมา ประเทศชาติเสียหายอย่างไร 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง : เดียร์ วทันยา ชี้ ในที่สุด ความจริง พิสูจน์จุดยืน-อุดมการณ์ งดโหวต”ศักดิ์สยาม” ปมที่ดินเขากระโดง

                        : สพ.รฟ. เริ่มเคลื่อนแล้ว รับซักฟอก ศักดิ์สยาม ทวงที่ดิน”เขากระโดง”

                          :ศักดิ์สยาม หนาว อภิปรายไม่ไว้วางใจ สหภาพฯรถไฟบี้คืนที่ดิน”เขากระโดง”

ส่วนนายก ฯ ตนขอตั้งข้อกล่าวในฐานะผู้บังคับบัญชา หัวหน้ารัฐบาล ปล่อยปละละเลยให้รัฐมนตรีกระทำการทุจริตต่อหน้าที่และจงใจใช้อำนาจหน้าที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญและกฎหมาย

และปล่อยให้ใช้กฎหมายอย่างไม่เท่าเทียมกันโดยไม่ยึดถือประโยชน์ของประชาชนและประเทศชาติส่วนรวม 

นายกมลศักดิ์ กล่าวต่อว่า เรื่องนี้เมื่อกลางเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ ได้เคยอภิปรายเกี่ยวกับข้อเท็จจริงกรณีที่ดินเขากระโดง จ.บุรีรัมย์ และตนจะอภิปรายในภาค 2 ที่ดินเขากระโดง

ข้อเท็จจริงฟังได้ว่ามีเนื้อที่ 5,083 ไร่ อยู่ภายใต้ พ.ร.บ.การจัดวางรางรถไฟและทางหลวง พ.ศ. 2462 ตามมาตรา 3 (2)

ปัจจุบันมีประชาชนรวมถึง รมว.คมนาคมและเครือญาติอยู่ในที่ดินแปลงนี้ด้วยซึ่งรัฐมนตรีได้แจ้งที่อยู่ต่อรัฐสภาซึ่งตั้งอยู่ในเขากระโดง ซึ่งสิ่งที่จะชี้ว่าเป็นที่ดินดังกล่าวเป็นของการรถไฟคือคณะกรรมการกฤษฎีกามีมติเมื่อวันที่ 17 ม.ค. 2541

และเมื่อวันที่ 12 ก.ย.2554 สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้ไต่สวนแล้วเห็นว่าโฉนดเลขที่ 8564 เนื้อที่ 37 ไร่ ซึ่งเป็นที่พักของ รมว.คมนาคม เป็นที่ของการรถไฟและได้เสนอแนะให้การรถไฟฟ้องขับไล่ 

นายกมลศักดิ์ กล่าวต่อว่า อีกทั้งคำพิพากษาของศาลฎีกาปี วันที่ 16 ก.ค. 2560 พิพากษาขับไล่รื้อถอนและให้ชดใช้ค่าเสียหาย 35 ราย

และอีกคำพิพากษาของศาลฎีกาวันที่ 22 พ.ย. 2561 พิพากษาขับไล่รื้อถอนและให้ชดใช้ค่าเสียหายและศาลฎีกา จ.บุรีรัมย์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนเมื่อวันที่ 22 เม.ย. 2563 กับราษฎรที่ไปยื่นขอเอกสารสิทธิ์และศาลพิพากษายกฟ้อง เพราะเห็นว่าที่บริเวณดังกล่าวเป็นที่ของการรถไฟ ข้อเท็จจริงเหล่านี้ยืนยันว่าที่ดินที่รัฐมนตรีและเครือญาติกำลังทำธุรกิจอยู่นั้นเป็นที่ของการรถไฟ 

นายกมลศักดิ์ กล่าวว่า เรื่องนี้ตนไม่ได้หยิบยกขึ้นมาเองแต่มีคำพิพากษาของศาลฎีกาและหากอ่านคำพิพากษาของศาลฎีกาทั้ง 2 คดี ได้วินิจฉัยชัดเจนว่าที่อื่นบริเวณใกล้เคียงเป็นที่ของการรถไฟ

ทั้งนี้ตนได้มีการติดตามรัฐมนตรีในฐานะเป็นผู้กำกับดูแลการรถไฟจะมีการแอคชันหรือดำเนินการภายใต้รัฐธรรมนูญ อยู่ภายใต้ประมวลจริยธรรมอย่างไรบ้างปรากฏว่า 2-3 เดือนหลังการอภิปรายครั้งแรกยังไม่มีความคืบหน้า

และเมื่อวันที่ 23 มิ.ย.ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย เพิ่งมีหนังสือถึงกรมที่ดินให้เพิกถอนเอกสารสิทธิ์ที่ดิน 5,000 กว่าไร่นี้     ตามประมวลกฎหมายที่ดินมาตรา 61 โดยอ้างคำสั่ง ป.ป.ช. และคำสั่งศาลฎีกา ซึ่ง รมว.คมนาคมและเครือญาติก็รู้มาตั้งแต่ต้นแต่ก็ยังอยู่ในบ้านหลังดังกล่าว และทำธุรกิจอย่างเป็นล่ำเป็นสัน 

นายกมลศักดิ์ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้เมื่อวันที่ 27 ก.ค. ที่ผ่านมา กรมที่ดินมีหนังสือตอบกลับมายังการรถไฟฯ ว่า การจะเพิกถอนเอกสารสิทธิ์ ตามประมวลกฎมายที่ดินมาตรา 61 กับเอกสารสิทธิ์ที่มีอยู่บนที่ดินประชาชนครอบครอง

รวมถึงที่ดินของรัฐมนตรีที่ครอบครองอยู่ด้วย ขอเอกสารเพิ่มเติมยังไม่สามารถดำเนินการได้ ตอนนี้รอให้การรถไฟส่งรูประวางแผนที่เพิ่มเติม รวมถึงรายชื่อของคนที่ครอบครองในที่ดิน

โดยประเด็นที่น่าสนใจของหนังสือฉบับนี้คือในย่อหน้าสุดท้าย ระบุว่าอนึ่ง กรณีสำนักงานอัยการสูงสุดได้มีคำวินิจฉัยให้การรถไฟดำเนินการฟ้องคดีต่อศาลให้เพิกถอนโฉนดเลขที่ 3466 และ 8564 กรมที่ดินขอทราบเหตุผลที่ทางการรถไฟไม่ดำเนินการฟ้องคดี เพื่อให้เป็นไปตามความเห็นของอัยการสูงสุด ก่อนที่จะมีการพิจารณาเพิกถอนตามประมวลกฎหมายที่ดินมาตรา 61 

นายกมลศักดิ์ กล่าวต่อว่า จึงเป็นที่มาของญัตติไม่ไว้วางใจ ซึ่ง 2 ปีที่ผ่านมา ที่อยู่ในตำแหน่งทำไมท่านไม่ฟ้องตัวเอง หรือทำไมไม่ฟ้องเครือญาติที่อยู่ที่นั่น เพื่อให้ได้มาซึ่งสิทธิสาธารณสมบัติของแผ่นดินที่การรถไฟคืน ตนไม่ได้เจตนาขับไล่ประชาชนที่อยู่ที่นั่น ซึ่งตนขอเสนอแนะไปยังรัฐมนตรี ซึ่งท่านต้องมีสปิริตในการฟ้องตัวเอง

ทั้งนี้เมื่อเห็นหนังสือ 2 ฉบับที่การรถไฟเพิ่งขยับเมื่อเดือน มิ.ย. และกรมที่ดินมีหนังสือตอบกลับ ถ้าภาษาฟุตบอลเรียกสับขาหลอก เพราะอย่างน้อยเมื่อถูกอภิปรายจะได้บอกว่าทำแล้ว คดีที่ศาลฎีกา
พิพากษาแล้ว ทั้ง 35 คนเวลานี้ยังไม่มีการดำเนินการใด ๆ ตนไม่รู้ว่าท่านมีผลประโยชน์อะไรกับที่ตรงนี้ จึงไม่สั่งการให้ฝ่ายกฎหมายดำเนินการใด ๆ เลย

ตนคิดคำนวณค่าเสียหายคดีนี้ตามที่ศาลฎีกาพิพากษา 20 กว่าล้านบาท หากเกรงประชาชนไม่มีที่อยู่ ก็ทำสัญญาเช่ากับการรถไฟเสีย ไม่ใช่ปล่อยปละละเลยอย่างนี้ ในที่ดินที่ท่านพักอาศัยอยู่ก็ไม่มีการ
ดำเนินการใด ๆ เช่นกัน 

นายกมลศักดิ์ กล่าวว่า อย่างไรก็ตามล่าสุด 4 ชุมชนใน กทม.ที่ได้รับผลกระทบจากการสร้างรถไฟฟ้าความเร็วสูงเชื่อมต่อ 3 สนามบิน ถูกการรถไฟฟ้อง เมื่อวันที่ 20 เม.ย.ที่ผ่านมาเพื่อเร่งรัดให้มีการสร้างทางรถไฟ เป็นความไม่เท่าเทียมกันของการบังคับใช้กฎหมาย รวมถึงประชาชนในพื้นที่ จ.นราธิวาส ที่ถูกกรมอุทยานฯ ฟ้องขับไล่จากพื้นที่ป่า

ยิ่งรัฐมนตรีเพิกเฉยการรถไฟยิ่งเสียผลประโยชน์เพราะมูลค่าประเมินที่ดินกว่าหมื่นล้านบาทซึ่งเป็นทรัพย์สินของประเทศชาติ

ดังนั้นรัฐมนตรีต้องมีมาตรฐานจริยธรรมอย่างสูงทั้งนี้นายกรัฐมนตรีต้องบริหารราชการโดยใช้หลักความรับผิดชอบตามรัฐธรรมนูญมาตรา 158 หลังการอภิปรายวันนี้ตนอยากได้ยินรัฐมนตรีและนายกรัฐมนตรีชี้แจงต่อสภาว่าจะดำเนินการอย่างไรกับที่ดินเขากระโดง 

ทั้งนี้ระหว่างนายกมลศักดิ์อภิปราย นายศุภชัย ใจสมุทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย นายรังสิกร ทิมาตฤกะ ส.ส.บุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย  นายคารม พลพรกลาง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ได้ลุกขึ้นประท้วงนายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาฯคนที่สอง ทำหน้าที่ประธานที่ประชุมเป็นระยะว่าต้องควบคุมการประชุมอย่างเคร่งครัด

เพราะผู้อภิปรายกำลังอภิปรายบิดเบือนข้อเท็จจริงหรือพูดความจริงไม่ถึงครึ่ง ทำให้มีความเข้าใจว่า  รมว.คมนาคม คือ ผู้ถูกฟ้องร้อง เป็นการเอาหนังเก่ามาฉายซ้ำสร้างความคลุมเครือว่าเป็นหนังใหม่ ทั้งนี้ประธานที่ประชุมได้วินิจฉัยว่า สามารถอภิปรายได้ เพราะถึงอย่างไรรัฐมนตรีที่ถูกพาดพิงก็ต้องชี้แจง

นายกฯหัวเราะปม “เงิน 5 ล้าน” ในสภาแลกโหวตสนับสนุน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/481672

นายกฯหัวเราะปม “เงิน 5 ล้าน” ในสภาแลกโหวตสนับสนุน

02 ก.ย. 2564

พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯหัวเราะปม “เงิน 5 ล้าน” แลกกับการโหวตสนับสนุนพร้อมระบุว่าได้แจงกับประธานสภาฯ แล้วว่าไม่มีเรื่องเงิน 5 ล้านเกิดขึ้น

พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เปิดเผยกับสื่อมวลชนสั้น ๆ หลังจากเสร็จสิ้นการอภิปรายไม่ไว้วางใจในวันที่สามว่า ทุกอย่างเหมือนเดิม 

อ่านข่าวเกี่ยวข้อง

เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามถึงเรื่องที่ฝ่านค้านอ้างว่ามีการให้เงิน 5 ล้านกันในสภา นายกฯ หัวเราะ และบอกอีกว่า ได้พูดคุยกับนายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ แล้ว ว่าไม่มีเรื่องนี้เกิดขึ้น  พร้อมทั้งได้ตรวจสอบจากกล้องวงจรปิด ไม่พบว่ามีบุคคลได้ทำแบบนี้

ผู้สื่อข่าวยังสอบถามถึง ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า  นายกฯ ตอบว่าไม่รู้เพราะไม่ได้เจอ ร.อ.ธรรมนัส พร้อมให้ไปถาม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในการประชุมสภาฯ วาระอภิปรายไม่ไว้วางใจ ในช่วง 15.00 น. ขณะที่นายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย กำลังอภิปราย ได้ประกาศผ่านที่ประชุมสภาฯ ว่า “คนที่อยู่ในตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ตอนนี้สง่างามหรือไม่ ผมขอท่านชวน หลีกภัย เป็นเสาหลักให้ประชาชนคนไทยด้วย ผมขอประกาศไปทั่วโลก ว่าขณะนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จ่ายเงินให้ส.ส. คนละ 5 ล้านบาท ที่ห้องทำงานชั้น3 ถือเป็นพฤติกรรมที่อุกอาจ ทุจริต ต้องการอยู่ในตำแหน่ง จนถึงต้องให้ ส.ส. ไปรับเงินกลางสภาฯ ล่มเถอะครับ หน้าไม่อาย” 

ทำให้ ส.ส. พรรคพลังประชารัฐ ลุกประท้วงและชี้แจง โดยนายนิโรธ สุนทรเลขา ส.ส.นครสวรรค์ พรรคพลังประชารัฐ ลุกประท้วงนายวิสาร พร้อมระบุว่าเป็นการกล่าวเท็จในสภาฯและไม่เกี่ยวกับญัตติ อีกทั้งคำที่ใช้ในญัตติไม่ไว้วางใจนั้นต้องสังคายนา

ขณะที่ นายวีระกร คำประกอบ ส.ส.นครสวรรค์ พรรคพลังประชารัฐ ประท้วงให้นายวิสารถอนคำพูดและชี้แจงว่า ตนและคณะส.ส. ได้เข้าพบกับนายกรัฐมนตรีที่ห้องทำงาน เพราะต้องการให้กำลังใจและแสดงความเห็น โดยตนได้เสนอข้อมูลเกี่ยวกับโครงการผันน้ำยมมาสู่แม่น้ำเจ้าพรระยา

“การยกมือหรือไม่ยกมือไม่ต้องให้นายกฯ แจกเงิน พูดแบบนี้ดูถูกกันเกินไป ผู้แทนราษฎรที่ไหนจะรับเงิน 4- 5 ล้านบาท และแจกเงินในพื้นที่แบบนี้ ขอให้ถอนคำพูด ประชาชนฟังแล้วไม่ดี เสียหาย” นายวีระกร กล่าว

ด้านนายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ ฐานะประธานที่ประชุม วินิจฉัยว่าประเด็นของนายวิสารนั้นไม่อยู่ในประเด็นแต่เมื่อถึงเวลาให้นายกฯ ชี้แจง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ต่อจากนั้นได้เข้าสู่การอภิปรายของนายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ส.ส.สุรินทร์ พรรคเพื่อไทย แต่เมื่ออภิปรายจบ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ลุกหารือ ให้นายชวน ตรวจสอบกล้องวงจรปิดของรัฐสภา เพราะทราบว่ามีความพยายามลบคลิป

ทำให้นายวีระกร ลุกชี้แจงอีกครั้งว่า ตนและส.ส. พรรคพลังประชารัฐ ได้แก่  นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง, น.ส.จอมขวัญ กลับบ้านเกาะ ส.ส.สมุทรสาคร นายพรชัย  อินทร์สุข ส.ส.พิจิตร, นายวิเชียร ชวลิต ส.ส.บัญชีรายชื่อ นายสัณหพจน์  สุขศรีเมืองส.ส.นครศรีธรรมราช  ได้เข้าพบนายกฯ ไม่มีการรับเงิน ซึ่งคำกล่าวหาของส.ส.พรรคเพื่อไทย ถือว่าเลวทรามต่ำช้า และขอให้ถอนคำพูด ส่วนการตรวจสอบกล้องวงจรปิดขอให้ดำเนินการ

ทั้งนี้นายชวน กล่าวว่า หากถอนจะไม่มีสิทธิ์ที่ชี้แจง เมื่อเรื่องเกิดขึ้น ถูกพาดหัวแล้ว ทราบว่า พล.อ.ประยุทธ์จะมาชี้แจงหลังจากการอภิปรายดำเนินการไปตามขั้นตอน

ทั้งนี้การก่อเหตุในห้องอะไรนั้น ประธานไม่สามารถวิ่งไปดูได้เมื่อถูกกล่าวหา ผู้กล่าวต้องรับผิดชอบหากคำกล่าวหานั้นไม่จริง แต่หากเป็นเรื่องจริง ต้องดำเนินการตามรัฐธรรมนูญ

ศักดิ์สยามหนาว “อภิปรายไม่ไว้วางใจ” สหภาพฯรถไฟบี้ “คืนที่ดินเขากระโดง” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/481661

ศักดิ์สยามหนาว”อภิปรายไม่ไว้วางใจ”สหภาพฯรถไฟบี้”คืนที่ดินเขากระโดง

02 ก.ย. 2564

ศักดิ์สยามหนาว รับ”อภิปรายไม่ไว้วางใจ” สหภาพฯรถไฟเตรียมบุกมหาดไทยเข้าพบอนุพงษ์ จี้”คืนที่ดินเขากระโดง” ขอคำตอบหลังกรมที่ดินดองเรื่องมานานหลายสิบปี

เมื่อวันที่ 2 ก.ย.64 นายสาวิทย์  แก้วหวาน ประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจรถไฟแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากสหภาพฯ ได้ติดตามข้อมูลปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นกับการดำเนินงานของการรถไฟแห่งประเทศไทย  (รฟท.) ซึ่งมีประเด็นความเกี่ยวข้องกับหน่วยงานภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงมหาดไทย 

โดยเป็นเรื่องเรื่องของกรณีที่ศาลฏีกาได้มีคำพิพากษา เมื่อปี 2560 และคำพิพากษา เมื่อ 22 พ.ย.2563 กรณีราษฎรเป็นโจทก์ฟ้องการรถไฟฯ เพื่อขออกโฉนด โดยทั้งสองคดี  ศาลฎีกามีคำพิพากษาเป็นแนวเดียวกันว่า

ศักดิ์สยามหนาว"อภิปรายไม่ไว้วางใจ"สหภาพฯรถไฟบี้"คืนที่ดินเขากระโดง

“ที่ดินเป็นของการรถไฟฯ ไม่สามารถออกโฉนดได้ ให้โจทก์รื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง และขนย้ายสิ่งของทรัพย์สินและบริวารออกจากที่ดิน ทั้งให้ชำระค่าเสียหายกับการรถไฟฯ

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ศักดิ์สยามหนาว"อภิปรายไม่ไว้วางใจ"สหภาพฯรถไฟบี้"คืนที่ดินเขากระโดงสาวิทย์ แก้วหวาน ประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจรถไฟแห่งประเทศไทย

นายสาวิทย์  กล่าวว่า   แนวทางของคำพิพากษาเป็นลักษณะชี้ให้เห็นว่าพื้นที่ทั้งแปลงจำนวน 5,083 ไร่ 80 ตารางวา เป็นพื้นที่ของการรถไฟฯ  ห้ามผู้ใดเข้ามาบุกรุกและออกเอกสารสิทธิ์ได้  ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องดำเนินการเพิกถอนเอกสารสิทธิ์ทั้งหมดที่ออกไม่ชอบตามกฎหมายที่บัญญัติไว้ 

ประธานสหภาพแรงงานการรถไฟ กล่าวว่า  จากกรณีดังกล่าว สร.รฟท.ได้เคยขอเข้าพบ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย  เพื่อหารือและติดตามแนวทางในการดำเนินการกรณีดังกล่าว เมื่อวันที่ 1 ก.ค.2564  แต่ทางรัฐมนตรีได้แจ้งเลื่อนกำหนดไปในภายหลัง เนื่องจากขอศึกษารายละเอียดที่เกี่ยวข้อง

ศักดิ์สยามหนาว"อภิปรายไม่ไว้วางใจ"สหภาพฯรถไฟบี้"คืนที่ดินเขากระโดงพื้นที่บริเวณเขากระโดงที่ตระกูลชิดชอบครอบครองสิทธิ์

“จนถึงขณะนี้ ระยะเวลาได้ล่วงเลยมาพอสมควร สร.รฟท.เห็นว่ามีประเด็นปัญหาที่ผู้เกี่ยวข้องต้องดำเนินการ จึงมีความจำเป็นต้องเข้าพบพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย หรือผู้แทน เพื่อติดตามและนำเสนอแนวทางในการแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้น ในวันพุธที่  8 ก.ย. เวลา 10.00 น. เพื่อให้เกิดความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาสร.รฟท. “ ประธานสหภาพฯการรถไฟ กล่าว 

อนึ่ง ปัญหาการทวงคืนที่ดินให้การรถไฟยืดเยื้อมานานกว่าหลายสิบปี  โดยพื้นที่ดังกล่าวอยู่บริเวณเขากระโดง จ.บุรีรัมย์  ซึ่งปรากฎว่า มีตระกูลชิดชอบครอบครองพื้นที่ดังกล่าวอยู่ด้วย 

ศักดิ์สยามหนาว"อภิปรายไม่ไว้วางใจ"สหภาพฯรถไฟบี้"คืนที่ดินเขากระโดง

ขณะเดียวกัน ข้อพิพาทพื้นที่การรถไฟที่บริเวณเขากระโดง จ.บุรีรัมย์ ถือเป็นประเด็นสำคัญที่ฝ่ายค้านเตรียมนำมาอภิปรายไม่ไว้วางใจนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม ในฐานะกำกับดูแลนโยบายการรถไฟแห่งประเทศไทยอีกด้วย 

ธรรมนัส ไม่ทราบ เต้ ปูด บิ๊กตู่ เซ็นขับ “พ้น รมต.” ย้ำคุยกับ บิ๊กป้อม เท่านั้น #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/481637

ธรรมนัส ไม่ทราบ เต้ ปูด บิ๊กตู่ เซ็นขับ “พ้น รมต.” ย้ำคุยกับ บิ๊กป้อม เท่านั้น

02 ก.ย. 2564

รมช.เกษตรฯ ร.อ. ธรรมนัส พรหมเผ่า ไม่ทราบ เต้ มงคลกิตติ์ ปูด พล.อ.ประยุทธ์ นายกฯ เซ็นขับ “พ้น รมต.” ย้ำคุยกับ บิ๊กป้อม เท่านั้น

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และในฐานะเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) กล่าวถึงกรณีนายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยศรีวิไลย์ โพสต์ข้อความว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เซ็นคำสั่งปลด ร.อ. ธรรมนัส ออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีแล้วว่า ตนไม่ทราบ และไม่ได้ไปคุยกับพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ซึ่งตนไปคุยธุระข้างนอกมาและยังไม่เห็นข่าวดังกล่าว

ส่วนถ้าไม่ใช่เรื่องจริงจะดำเนินการเอาผิดนายมงคลกิตติ์ ที่ปล่อยข่าวออกมาหรือไม่นั้น เชื่อว่านายมงคลกิตติ์ คงไม่ได้ประสงค์ร้ายอะไรกับตน จะไปเอาผิดได้อย่างไร ต้องไปถามนายมงคลกิตติ์

เมื่อถามว่าได้เคลียร์ปัญหาที่เป็นรอยร้าวเรียบร้อยแล้วใช่หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ตนยืนยันว่า ได้พูดคุยกับพล.อ.ประวิตร และได้ตอบคำถามในการแถลงข่าวเมื่อวานชัดเจนหมดแล้ว 

ส่วนที่มีการเชื่อมโยงคำพูดนายกฯ เรื่องแอบอ้างสถาบัน ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า อย่าถามเรื่องประเด็นนี้ การเมืองเราต้องแยกให้ชัดเจน การเมืองคือการเมือง อย่าดึงสถาบันเข้ามาเล่น

ส่วนที่ว่าถ้านายมงคลกิตติ์ โพสต์เป็นเรื่องจริงจะทำอย่างไร ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า คำตอบของตนเมื่อวานชัดเจนทุกเรื่องอยู่แล้ว

เมื่อถามย้ำว่า คือการกลับไปเป็นส.ส.อย่างเดียวใช่หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ตนมาจากประชาชน ส่วนการไปคุยกับหัวหน้าพรรคได้แนะนำหรือเตือนอะไรหรือไม่นั้น ตนยืนยันตามที่แถลงไปเมื่อวาน ไม่มีประเด็นอะไรใหม่เลย 

คิดว่าตนเองได้รับความเป็นธรรมหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า เราเข้าสู่เวทีการเมืองแล้ว อย่าไปคิดมากซึ่งการปกครองในระบอบประชาธิปไตย เราคือตัวแทนพี่น้องปวงชนชาวไทย ดังนั้นคุณจะทำอะไรก็ต้องคิดถึงผลประโยชน์ต่อชาติบ้านเมืองและประชาชนเป็นที่ตั้ง เสียงจากประชาชนคือเสียงสวรรค์ ตนคิดแค่นี้ แต่ชีวิตก็ไม่เคยคิดมาเล่นการเมือง

เมื่อถามย้ำถึงการแอบอ้างสถาบัน ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า นี่คุณถามอีกแล้ว อย่าเอาเรื่องสถาบันมายุ่งกับการเมือง

และเมื่อถามย้ำว่า กระแสข่าวที่ออกมาวันนี้มองว่ารุนแรงกับตัวเองหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ตนผ่านความเป็นความตายมามากพอแล้วในชีวิต ดังนั้นหนทางที่ก้าวไปข้างหน้า มันจะมีหลุมมีบ่อมีเหว เราก็ต้องเตรียมพร้อม

ส่วนกระแสข่าวที่ออกมาจะส่งผลต่อการโหวตไม่ไว้วางใจในวันที่ 4 ก.ย.นี้หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า เรื่องนี้ตนไม่ทราบซึ่งเป็นสิทธิส่วนบุคคลของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เราไม่สามารถไปบังคับได้

เมื่อถามว่า หากเรื่องนี้เป็นเรื่องจริงแสดงว่ามีปัญหากับนายกฯ ใช่หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ก็มีแต่กระแสข่าว ตนยังไม่ได้คุยกับนายกฯ 

เมื่อถามย้ำว่าในฐานะเลขาฯพรรค ยืนยันว่าจะรวบรวมเสียงสนับสนุนนายกฯ ใช่หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า  ผมพูดเสมอว่า ทุกอย่างอยู่ที่ท่านหัวหน้าจะให้นโยบายอย่างไร แต่ทุกอย่างอยู่ที่เอกสิทธิ์และสิทธิของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแต่ละคนว่าจะตัดสินใจในเรื่องเสียงในสภาอย่างไร เราไปครอบงำเขาไม่ได้หรอก

ผมเชื่อว่าส.ส.ทุกคน กว่าจะมาเป็น ส.ส. เขาผ่านอะไรมาเยอะ มีทั้งองค์ความรู้และประสบการณ์ชีวิต แต่ผมเชื่อว่าวิถีชีวิตของการเป็นนักการเมือง ประชาชนจะเลือกคุณหรือไม่เลือกคุณในสมัยเลือกตั้งครั้งหน้า มันอยู่ที่พฤติกรรมของคุณ แล้วคุณทำงานดูแลพี่น้องประชาชนของคุณหรือเปล่า

สุดท้ายเมื่อถามว่า จากปัญหาในครั้งนี้ทำให้ถอดใจลาออกจากรัฐมนตรีหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ตนพูดเสมอว่าไม่ยึดติดกับตำแหน่งหน้าที่

ทั้งนี้ นายมงคลกิตติ์  โพสต์เฟซบุ๊กว่า  นายกรัฐมนตรี เซ็นคำสั่งปลด ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรฯ แล้ว ถึงเวลาสงครามของผู้แทนของประชาชน+ประชาชน แล้ว ลุงคนดี vs ประชาชน

และต่อมาโพสต์ข้อความว่า ถ้านายแน่จริง นายก็ปลด พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ อีกคนสิ

นิคม ฉงน สายสัมพันธ์ บริษัทชนะประมูล “ATK” เชื่อมข้อมูลเครื่องบิน อนุทิน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/481616

นิคม ฉงน สายสัมพันธ์ บริษัทชนะประมูล “ATK” เชื่อมข้อมูลเครื่องบิน อนุทิน

02 ก.ย. 2564

ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังปวงชนไทย “นิคม บุญวิเศษ” ฉงน สายสัมพันธ์ บริษัทชนะประมูล “ATK” เชื่อมข้อมูลเครื่องบิน อนุทิน

นายนิคม บุญวิเศษ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังปวงชนไทย อภิปรายไม่ไว้วางใจ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและรมว.กลาโหม และนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.สาธารณสุข 

นายนิคม อภิปรายด้วยว่า ตนมีความสงสัยต่อการจัดซื้อชุดตรวจหาเชื้อโควิด-19 ATK  8.5 ล้านชุด

โดยพบว่าองค์การเภสัชกรรมได้ลงนามกับบริษัทเวิลด์ เมดิคอล อัลไลแอนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด ทั้งที่บริษัทที่ชนะประมูล คือบริษัทออสท์แลนด์ แคปปิตอล

นอกจากนี้ยังตั้งข้อสังเกตความสัมพันธ์ของบริษัทที่เซ็นสัญญาว่ามีผู้ถือหุ้นรายเดียวกับบริษัทแห่งหนึ่งที่พบประวัติการครอบครองเครื่องบิน HS-WTH

ซึ่งขณะนี้เครื่องบินลำดังกล่าวนั้นมีผู้ครอบครองคือรมว.สาธารณสุข ดังนั้นการมีข้อสั่งการให้ ลดสเปค ATK ที่ไม่ต้องผ่านการรับรองจากองค์กรอนามัยโลก ผ่านแค่การรับรองจาก อย. เพื่อให้บริษัทดังกล่าวผ่านการประมูล ในราคา 65 บาท ทั้งที่ราคากลางตั้งไว้ 120 บาท ซึ่งการลดสเปคดังกล่าวทำให้ต้องลดค่าความแม่นยำ เหลือ 95% จากที่กำหนดค่าความแม่นยำ 98% ตามมาตรฐานขององค์กรอนามัยโลก

นายกฯ “สูดน้ำมูก” แจงสภา ปมวัคซีนซิโนแวค -ไม่ร่วมโคแวกซ์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/481605

นายกฯ “สูดน้ำมูก” แจงสภา ปมวัคซีนซิโนแวค -ไม่ร่วมโคแวกซ์

02 ก.ย. 2564

แชร์ข่าว

นายกรัฐมนตรี “สูดน้ำมูก” แจงสภาปมวัคซีนซิโนแวค ส.ส. ก้าวไกล  ลุกขึ้นประป้วง นายกฯอาจเป็นหวัด ขอให้ระมัดระวังะอาจแพร่เชื้อได้ ด้านประธานที่ประชุม บอก เป็นเรื่องปกติเวลาใส่หน้ากากฯแล้วพูด จะมีอาการเช่นนี้

เข้าสู่การอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีรายบุคคลเป็นวันที่ 3  พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ชี้แจงประเด็นสาธารณสุขได้มีการปรับกลยุทธ์เพื่อรับสายพันธุ์เดลต้ามากขึ้น

ส่วนการลดความตึงเครียดในระบบสาธารณสุขของเมืองหลวง ที่มีการส่งกลับผู้ป่วยกลับไปรักษายังภูมิลำเนาในระบบปิด ยืนยันไม่ได้ปล่อยปละละเลย ได้ช่วยกันชี้แจงให้ประชาชนเข้าสู่ช่องทางที่ถูกต้อง  ไม่ใช่สนับสนุนให้ไปแพร่เชื้อให้คนอื่น 

อย่างไรก็ตามปัจจุบันนั้นองค์การอนามัยโลกรับรองวัคซีนเพียง 7 ยี่ห้อแต่มีการใช้ในหลายประเทศ  

ส่วนตลาดวัคซีนอาจเข้าใจผิดว่าทำไมไม่ได้ตามจำนวนที่ต้องการหรือผิดสัญญา เรื่องนี้เป็นตลาดของผู้ขายไม่ใช่ตลาดของผู้ซื้อเพราะฉะนั้นจะต้องระมัดระวังด้วยในการพูดจาด้อยค่า หากประเทศต้นทางไม่ส่งวัคซีนให้จะทำอย่างไร ที่ผ่านมาก็มีการฉีดวัคซีนที่ท่านระบุว่าด้อยค่ามาเป็นจำนวนมาก แต่ยังสามารถลดอัตราการตายได้จำนวนมาก 

ทั้งนี้รัฐบาลเตรียมทำทุกวิถีทางในการติดต่อกับผู้นำไม่ว่าจะเป็นการจัดซื้อจัดหาหรือการส่งของการไขว้วัคซีนหรือแลกเปลี่ยนวัคซีน วันนี้วัคซีนที่มอบให้ประเทศไทยตนไม่เคยไปขอร้องอ้อนวอน แต่ให้มาเองโดยเห็นถึงความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

ในส่วนของไทยโชคดีเพราะเป็นมีบริษัทที่เป็นฐานการผลิตวัคซีน astrazeneca การเลือกให้ใครผลิตไม่ใช่การตัดสินใจของรัฐบาล แต่เป็นการตัดสินใจของบริษัทแอสตร้าฯ หลายคนเอามาพูดจาเสียหายก็คงต้องระมัดระวัง 
 

ส่วนที่บอกว่าราคาสูงเป็นเรื่องของผู้ขาย  ราคาเท่าไหร่ก็ต้องเบิกงบประมาณไปเท่านั้น ขอเอาทุกอย่างมารวมมั่วจะทำให้เกิดความเข้าใจผิด 

ส่วนการที่ไทยไม่เข้าร่วมโคแวกซ์ ตนคิดว่าไม่ใช่การตัดสินใจที่ผิดพลาด ต้องพิจารณาจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ผลดี ผลเสียในภาพรวม ไทยอยู่ในกลุ่มประเทศที่สั่งวัคซีนเองหากเข้าร่วมโครงการจะต้องวางเงินมัดจำในวงเงินที่สูงและมีเงื่อนไขจำกัดหลายประการ อีกทั้งไม่สามารถจำกัดเวลาในการรับวัคซีนได้อีกด้วย

ส่วนการตั้งคำถามว่า ทำไมวันนี้ถึงยังต้องใช้วัคซีนซิโนแวค  WHO ย้ำเสมอว่าวัคซีนมีประสิทธิภาพ คือป้องกันอาการป่วย และป้องกันการเสียชีวิต  ขอให้ใช้วิจารณญาณและภูมิปัญญาอย่างมากในทุกคำพูด ไม่เช่นนี้นต้องมีการรับผิดชอบ

อย่างไรก็ตาม วันนี้นายกฯมีอาการเหนื่อย  เหมือนจะไม่สบาย เพราะมีการสูดน้ำมูก เป็นระยะตลอดการชี้แจง จนนายประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์  ส.ส. พรรคก้าวไกล  ลุกขึ้นประป้วงว่านายกรัฐมนตรีอาจจะเป็นหวัด ขอให้ระมัดระวังเพราะอาจจะแพร่เชื้อได้เนื่องจากมีการสูดน้ำมูกถึง 98 ครั้ง 

ทำให้นายไพบูลย์  นิติตะวัน ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ ลุกขึ้นประท้วงปกป้องนายกรัฐมนตรี เพราะอาจทำให้คนฟังเข้าใจผิดว่าว่านายกฯทำผิดข้อบังคับ เข้าข่ายเป็นการใส่ความ

ด้านประธานที่ประชุม บอก เป็นเรื่องปกติเวลาใส่หน้ากากฯแล้วพูด จะมีอาการเช่นนี้