ประมวลเชื่อ “ยุบสภา” เลือกตั้งต้นปีหน้า หลัง บิ๊กตู่-บิ๊กป้อม ลงพื้นที่ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/485229

24 ก.ย. 2564

ประมวล เชื่อ “ยุบสภา” ปลายปีเลือกตั้งต้นปีหน้าหลัง นายกฯ- พล.อ.ประวิตร ลงพื้นที่หาเสียงให้ ส.ส.พปชร. ย้ำเพื่อแผ่นดินพร้อมลุยเลือกตั้ง ไม่เกี่ยงใช้กติกาไหน ขอเพียงกกต.ทำหน้าที่เป็นกลาง สุจริต โปร่งใสก็พอ

วันที่ 21 กันยายน นายประมวล เอมเปีย หัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน ให้สัมภาษณ์ถึงการลงพื้นที่ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และพล.อ.ประวิตร วงศ์สุวรรณ รองนายกฯและหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.)ถี่ขึ้นว่า จากประสบการณ์การเมือง ก็พอได้กลิ่น “ยุบสภา” เนื่องจากความไม่เป็นเอกภาพของพรรครัฐบาล

และปัญหาความแตกแยกในพรรคพปชร.เอง นายกฯคงทราบดีว่า อาจจะมีการเอาคืนของส.ส.สาย ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ที่ถูกปลดออกจากตำแหน่งรัฐมนตรี จึงลงพื้นที่ถี่ขึ้น เพราะไม่มั่นใจว่าอาจจะมีอุบัติเหตุทางการเมืองเกิดขึ้นได้

ที่ผมทราบมาคือ รัฐบาลจะออก พ.ร.ก.กู้เงินอีก1 ล้านล้าน ซึ่งเป็นอำนาจฝ่ายบริหารสามารถทำได้ แต่เมื่อออก พ.ร.ก.แล้ว ต้องนำร่างพ.ร.ก.นั้นเสนอให้สภารับรองภายใน30 วัน ตรงนี้แหละน่าห่วงว่า ส.ส.พปชร.จะโหวตหนุนหรือไม่ หาก พ.ร.ก.ถูกคว่ำในสภา นายกฯต้องลาออกหรือ “ยุบสภา” มีทางเลือกแค่สองทางเท่านั้น

นายประมวล กล่าวอีกว่า ฉะนั้นจากความแตกแยกในรัฐบาลและในพรรค พปชร. จึงทำให้สถานการณ์ไม่แน่นอน หากกฎหมายการเงินถูกคว่ำในเดือนพ.ย.หรือธ.ค.นายกฯก็ต้อง “ยุบสภา” แล้วให้มีการเลือกตั้งไม่เกิน 60 วันและไม่น้อยกว่า45 วัน

พรรคเพื่อแผ่นดินเราเป็นพรรคเล็กที่อาสามารับใช้พี่น้องประชาชน ไม่ว่าจะใช้กติกาเลือกตั้งแบบไหนทั้งบัตรใบเดียวหรือสองใบเราพร้อมสู้ทุกสนาม ขอเพียงอย่างเดียวกลไกรัฐ และกกต.ให้ทำหน้าที่เป็นกลาง ยุติธรรม สุจริตโปร่งใสเท่านั้นก็พอ นายประมวลกล่าวในที่สุด

“สุดารัตน์” หารือสมาชิกวุฒิสภา มิตต์ รอมนีย์ รับมือโควิด-19 กลายพันธุ์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/485225

24 ก.ย. 2564

“สุดารัตน์” หารือสมาชิกวุฒิสภารัฐยูทาห์ ถกการรับมือการกลายพันธุ์โควิด-19 ชี้ ท้องถิ่นไทยพร้อมซื้อวัคซีน mRNA รวมถึงแสวงหาความร่วมมือการค้าการลงทุนไทย-สหรัฐฯ

คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานพรรคไทยสร้างไทย โพสต์ข้อความผ่านเพจเฟสบุ๊ค ระบุว่ามาอเมริกาครั้งนี้ ดิฉันได้มีโอกาสได้พบหารือกับ ท่านวุฒิสมาชิก มิตต์ รอมนีย์ แห่งรัฐยูทาห์

"สุดารัตน์" หารือสมาชิกวุฒิสภา มิตต์  รอมนีย์  รับมือโควิด-19 กลายพันธุ์“สุดารัตน์” หารือสมาชิกวุฒิสภา มิตต์ รอมนีย์ รับมือโควิด-19 กลายพันธุ์

ท่านเป็นอดีตผู้ว่าการรัฐเมสซาชูเซตส์ และผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ของพรรคริพับลิกัน เมื่อปี2012

คุณหญิงสุดารัตน์  ระบุว่าโดยได้หารือถึงความร่วมมือ ในด้านการค้า การลงทุนระหว่าง 2 ประเทศ และในภูมิภาค

"สุดารัตน์" หารือสมาชิกวุฒิสภา มิตต์  รอมนีย์  รับมือโควิด-19 กลายพันธุ์“สุดารัตน์” หารือสมาชิกวุฒิสภา มิตต์ รอมนีย์ รับมือโควิด-19 กลายพันธุ์

โดยเฉพาะผลกระทบทางเศรษฐกิจจากวิกฤติโควิด ที่ประเทศที่เป็นคู่ค้าสำคัญต้องร่วมมือกันอย่างใกล้ชิด เพื่อแสวงหาแนวทางที่จะส่งเสริมการค้าระหว่างกัน

รวมทั้งความร่วมมือในการต่อสู้กับ COVID-19 ทั้งด้านข้อมูล องค์ความรู้ วัคซีน และยา โดยเฉพาะเรื่องวัคซีนที่สหรัฐกำลังพัฒนา วัคซีน mRNA ในรุ่น 2 เพื่อต่อสู้กับเชื้อกลายพันธุ์

โดยดิฉันได้กล่าวถึง “ท้องถิ่น” ของไทยหลายแห่ง มีความพร้อม และประสงค์จะซื้อวัคซีน mRNA ที่ FDA สหรัฐ รับรองอย่างเต็มรูปแบบแล้ว เพื่อไปฉีดให้ประชาชนได้ทั่วถึงอย่างรวดเร็ว โดยใช้เงินของท้องถิ่นเอง

"สุดารัตน์" หารือสมาชิกวุฒิสภา มิตต์  รอมนีย์  รับมือโควิด-19 กลายพันธุ์“สุดารัตน์” หารือสมาชิกวุฒิสภา มิตต์ รอมนีย์ รับมือโควิด-19 กลายพันธุ์

จึงฝากท่านสว. มิตต์ รอมนีย์ ช่วยสนับสนุนการจัดหาวัคซีนให้หน่วยงานท้องถิ่น รวมทั้งเอกชนไทยด้วย

CR:คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ Sudarat Keyuraphan 

“นายกฯ” เตรียมลงพื้นที่สุโขทัยติดตามสถานการณ์น้ำท่วม อาทิตย์ 26 ก.ย.นี้ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/485189

24 ก.ย. 2564

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา “นายกรัฐมนตรี” เตรียมลงพื้นที่สุโขทัยติดตามสถานการณ์น้ำท่วม รับฟังปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนวันอาทิตย์ที่ 26 ก.ย.นี้

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา “นายกรัฐมนตรี” และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มีกำหนดการลงพื้นที่ตรวจราชการจังหวัดสุโขทัย เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำท่วมสุโขทัย ที่ได้รับผลกระทบจากอ่างเก็บน้ำแม่ม่อมล้นอ่างจากฝนตกหนักในช่วงเวลาที่ผ่านมา

รวมทั้งรับฟังการเตรียมพื้นที่รับน้ำแก้มลิงบริเวณแม่น้ำยมฝั่งซ้าย โอกาสนี้ “นายกรัฐมนตรี” จะพบปะประชาชนและมอบปัจจัยทางการเกษตรให้แก่ผู้แทนเกษตรกรในพื้นที่ในวันอาทิตย์ที่ 26 กันยายนนี้

โดย “นายกรัฐมนตรี” จะประชุมหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์น้ำและการบริหารจัดการน้ำ ณ โรงแรมสุโขทัย เฮอริเทจรีสอร์ท

จากนั้นจะพบปะให้กำลังประชาชนพร้อมมอบปัจจัยทางเกษตรให้แก่ผู้แทนเกษตรกรเพื่อนำไปมอบต่อให้กับเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมพื้นที่เพาะปลูกการเกษตร

จากนั้น “นายกรัฐมนตรี” และคณะจะเดินทางโดยรถยนต์เพื่อสำรวจพื้นที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดสุโขทัยก่อนเดินทางกลับกรุงเทพมหานครในวันเดียวกัน

ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวรายงานว่าพื้นที่จังหวัดสุโขทัย เป็นของนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ซึ่งส.ส. ในพื้นที่จังหวัดสุโขทัย เป็นของพรรคพลังประชารัฐถึง 2 เขตจาก 3 เขตเลือกตั้ง

ประกอบด้วย นางพรรณสิริกุล นาถศิริ ส.ส. เขต 1 จังหวัดสุโขทัย พรรคพลังประชารัฐ  นายชูศักดิ์ คีรีมาศทอง ส.ส.เขต 2 จังหวัดสุโขทัย พรรคพลังประชารัฐ  นายสมเจตน์ ลิมปะพันธุ์ ส.ส.เขต 3 จังหวัดสุโขทัย พรรคภูมิใจไทย

ขณะเดียวกันในสัปดาห์หน้าวันที่ 29 กันยายน”นายกรัฐมนตรี”จะลงพื้นที่จังหวัดนครราชสีมาและวันที่ 30  ก.ย. “นายกรัฐมนตรี”จะลงพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช 

ประกอบด้วย นายเกษม ศุภรานนท์ ส.ส.เขต 1 นครราชสีมาพรรคพลังประชารัฐ  นายวัชรพลโตมรศักดิ์ ส.ส.เขต 2 นครราชสีมา พรรคชาติพัฒนา  นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.เขต 3 นครราชสีมา พรรคเพื่อไทย

นายทวิรัฐ รัตนเศรษฐ ส.ส.เขต 4 นครราชสีมา พรรคพลังประชารัฐ  นายโกศล ปัทมะ ส.ส.เขต 5 นครราชสีมา พรรคเพื่อไทย นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ ส.ส.เขต 6 นครราชสีมา พรรคพลังประชารัฐ

นางทัศนียา รัตนเศรษฐ ส.ส.เขต 7 นครราชสีมา พรรคพลังประชารัฐ นางทัศนาพร เกษเมธีการุณ ส.ส.เขต 8 นครราชสีมา พรรคพลังประชารัฐ  นายอภิชา เลิศพชรกมล ส.ส.เขต 9 นครราชสีมา พรรคภูมิใจไทย  นายพรชัย อำนวยทรัพย์ ส.ส.เขต 4 นครราชสีมาพรรคภูมิใจไทย

นายสมศักดิ์ พันธ์เกษม ส.ส.เขต 11 นครราชสีมา พรรคพลังประชารัฐ  นายศิรสิทธิ์ เลิศลาภ ส.ส. เขต 12 นครราชสีมา พรรคเพื่อไทย นายวิสิทธิ์ พิทยาภรณ์ ส.ส. เขต 13 นครราชสีมาพรรคภูมิใจไทย และนายสุชาติ ภิญโญ ส.ส.เขต 14 นครราชสีมา พรรคเพื่อไทย โดยหากดูจากรายชื่อส.ส.ทั้ง 14 เขต เป็นพื้นที่ของพรรคพลังประชารัฐถึง 6 เขตเลือกตั้ง

ด้านจังหวัดนครศรีธรรมราช มี ส.ส. ทั้งหมดจำนวน 8 เขตเลือกตั้ง ประกอบด้วย นายรงค์บุญสวยขวัญ ส.ส.นครศรีธรรมราช เขต 1 พลังประชารัฐ นายสัณหพจน์ สุขศรีเมือง ส.ส.เขต 2นครศรีธรรมราช พรรคพลังประชารัฐ 

นายอาญาสิทธิ์ ศรีสุวรรณ ส.ส.เขต 3 นครศรีธรรมราช พรรคพลังประชารัฐ นายประกอบ รัตนพันธ์ เขต 4 จังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์

นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ส.ส. เขต 5 นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ นายชัยชนะ เดชเดโช ส.ส. เขต 6 นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ นายสายัณห์ ยุติธรรม ส.ส.เขต 7นครศรีธรรมราช พรรคพลังประชารัฐ และนางพิมพ์ภัทรา วิริยะกุล ส.ส.เขต 8 นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ 

คิวแน่นเดินสาย “นายกฯ” ลงพื้นที่สัปดาห์หน้า 3 จว. รวด สุโขทัย -โคราช – นครศรีฯ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/485156

24 ก.ย. 2564

คิวแน่นเดินสาย “นายกรัฐมนตรี” เตรียมลงพื้นที่สัปดาห์หน้า 3 จังหวัดรวด สุโขทัย – นครราชสีมา – นครศรีธรรมราช จับตารุดชิงพื้นที่หาเสียง ก่อนยุบสภาเลือกตั้งหรือไม่

หลังจากที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและรมว.กลาโหมลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมเพื่อแก้ไขสถานการณ์น้ำในพื้นที่จังหวัดเพชรบุรี เมื่อ 22 ก.คที่ผ่านมา

มีรายงานว่า “นายกรัฐมนตรี” จะเดินทางลงพื้นที่จังหวัดสุโขทัยในวันอาทิตย์ที่ 26 กันยายนนี้เพื่อตรวจสถานการณ์น้ำท่วม ขณะเดียวกันในสัปดาห์เดียวกันวันที่ 29 กันยายน”นายกรัฐมนตรี”จะลงพื้นที่จังหวัดนครราชสีมาและวันที่ 30 กันยายน “นายกรัฐมนตรี”จะลงพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช 

ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวรายงานว่าพื้นที่จังหวัดสุโขทัย เป็นของนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ซึ่งส.ส. ในพื้นที่จังหวัดสุโขทัย เป็นของพรรคพลังประชารัฐถึง 2 เขตจาก 3 เขตเลือกตั้ง

ประกอบด้วย นางพรรณสิริกุล นาถศิริ ส.ส. เขต 1 จังหวัดสุโขทัย พรรคพลังประชารัฐ  นายชูศักดิ์ คีรีมาศทอง ส.ส.เขต 2 จังหวัดสุโขทัย พรรคพลังประชารัฐ  นายสมเจตน์ ลิมปะพันธุ์ ส.ส.เขต 3 จังหวัดสุโขทัย พรรคภูมิใจไทย

ขณะที่นครราชสีมาเป็นพื้นที่ของนายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคพลังประชารัฐ และในฐานะประธานวิปรัฐบาล ซึ่งมีพื้นที่เลือกตั้งในจังหวัดจำนวน 14 เขต

ประกอบด้วย นายเกษม ศุภรานนท์ ส.ส.เขต 1 นครราชสีมาพรรคพลังประชารัฐ  นายวัชรพลโตมรศักดิ์ ส.ส.เขต 2 นครราชสีมา พรรคชาติพัฒนา  นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.เขต 3 นครราชสีมา พรรคเพื่อไทย

นายทวิรัฐ รัตนเศรษฐ ส.ส.เขต 4 นครราชสีมา พรรคพลังประชารัฐ  นายโกศล ปัทมะ ส.ส.เขต 5 นครราชสีมา พรรคเพื่อไทย นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ ส.ส.เขต 6 นครราชสีมา พรรคพลังประชารัฐ

นางทัศนียา รัตนเศรษฐ ส.ส.เขต 7 นครราชสีมาพรรคพลังประชารัฐ นางทัศนาพร เกษเมธีการุณ ส.ส.เขต 8 นครราชสีมา พรรคพลังประชารัฐ  นายอภิชา เลิศพชรกมล ส.ส.เขต 9 นครราชสีมา พรรคภูมิใจไทย  นายพรชัย อำนวยทรัพย์ ส.ส.เขต 4 นครราชสีมาพรรคภูมิใจไทย

นายสมศักดิ์ พันธ์เกษม ส.ส.เขต 11 นครราชสีมา พรรคพลังประชารัฐ  นายศิรสิทธิ์ เลิศลาภ ส.ส. เขต 12 นครราชสีมาพรรคเพื่อไทย นายวิสิทธิ์ พิทยาภรณ์ ส.ส. เขต 13 นครราชสีมาพรรคภูมิใจไทย และนายสุชาติ ภิญโญ ส.ส.เขต 4 นครราชสีมา พรรคเพื่อไทย โดยหากดูจากรายชื่อส.ส.ทั้ง 14 เขต เป็นพื้นที่ของพรรคพลังประชารัฐถึง 6 เขตเลือกตั้ง

ด้านจังหวัดนครศรีธรรมราช มี ส.ส. ทั้งหมดจำนวน 8 เขตเลือกตั้ง ประกอบด้วย นายรงค์บุญสวยขวัญ ส.ส.นครศรีธรรมราช เขต 1 พลังประชารัฐ นายสัณหพจน์ สุขศรีเมือง ส.ส.เขต 2นครศรีธรรมราช พรรคพลังประชารัฐ  นายอาญาสิทธิ์ ศรีสุวรรณ ส.ส.เขต 3 นครศรีธรรมราช พรรคพลังประชารัฐ นายประกอบ รัตนพันธ์ เขต 4 จังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์

นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ส.ส. เขต 5 นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ นายชัยชนะ เดชเดโช ส.ส. เขต 6 นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ นายสายัณห์ ยุติธรรม ส.ส.เขต 7นครศรีธรรมราช พรรคพลังประชารัฐ และนางพิมพ์ภัทรา วิริยะกุล ส.ส.เขต 8 นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ 

เป็นที่น่าสังเกตได้ว่า การลงพื้นที่ของ “นายกรัฐมนตรี” ในครั้งนี้ เริ่มถี่ขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งอาจเป็นการส่งสัญญาณ อาจเกิดการเลือกตั้งขึ้นในปีหน้า 

“นายกฯ” ให้ความมั่นใจกองทัพ ย้ำกลางสภากลาโหม ผมกับพี่ป้อม รักกันเสมอ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/485108

23 ก.ย. 2564

“นายกฯ” ประชุมสภากลาโหม อารมณ์ดีคุยหยอกล้อ ผบ.เหล่าทัพ สไตล์พี่น้องทหาร พร้อมเปิดใจ ผมรักพี่ป้อมเสมอและตลอดไป ไม่มีอะไรแทรกแซงได้

พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เดินทางมาร่วมประชุมสภากลาโหมครั้งแรก นับตั้งแต่มีมาตรการคุมเข้มโควิด-19

โดยก่อนเข้าประชุม “นายกฯ”ได้ร่วมพิธีอำลาราชการของ พลเอกณัฐ อินทรเจริญ ปลัดกลาโหม , พลเรือเอก ชาติชาย ศรีวรขาน ผบ.ทร. ,พล.อ.อ. แอร์บูล สุทธิวรรณ ผู้บัญชาการทหารอากาศ และนายทหารชั้นผู้ใหญ่ที่เกษียณราชการรวม 19 นาย

สำหรับการประชุมครั้งนี้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะที่ปรึกษาสภากลาโหม ไม่ได้มาร่วมประชุมด้วย

ขณะที่ พล.ท. คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม ชี้แจงว่า พลเอก ประวิตร ไม่ได้มาร่วมประชุม เนื่องจากมีการประชุมผ่านระบบออนไลน์ ทำให้บางท่านไม่ได้เดินทางมา

พร้อมยืนยันว่า พลเอกประยุทธ์ พลเอก ประวิตร  พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีมหาดไทย ยังเป็นหนึ่งเดียว เป็นพี่น้องที่เหนียวแน่น และยังมุ่งมั่นทำงานเพื่อประเทศ ประชาชน เป็นหลัก และจรรโลงไว้ซึ่งสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ไม่อยากให้เอาไปเสี้ยมให้เกิดความขัดแย้งกัน ทั้ง 3 ท่านมีความหนักแน่น

“นายกฯ” ยังย้ำว่า ความขัดแย้งต้องไม่เกิดขึ้น โดยเฉพาะหน่วยงานราชการ ขอให้มั่นใจว่าการทำงานของรัฐบาลยังมีความเหนียวแน่น และเพื่อให้กองทัพเกิดความสบายใจกับกระแสข่าวว่าไม่ได้ มีปัญหาอะไรกัน

มีรายงานว่าหลังจบประชุม พล.อ.ประยุทธ์ ได้พบปะกับผบ.เหล่าทัพ อย่างเป็นกันเอง หยอกล้อน้องๆ ทหารตามสไตล์ ไม่ได้มีความเครียดใดๆ พร้อมกล่าวย้ำว่า ตนกับ พลเอกประวิตร ไม่ได้มีความขัดแย้งอะไรกันรักกันเสมอและจะรักกันตลอดไป ไม่มีอะไรแทรกแซงได้

ขณะที่ก่อนเดินทางกลับ พลเอก ประยุทธ์ ไม่ได้ตอบคำถามสื่อแต่อย่างใด

“นายกฯ” สั่งจับตากระบวนการค้าอาวุธสงคราม เชื่อมโยงอาวุธในคลังหายไป ด้านโฆษกกลาโหม เผย มีทหารเกษียณ -ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน เอี่ยว

พันเอกวันชนะ สวัสดี รองโฆษกกระทรวงกลาโหม แถลงผลการประชุมสภากลาโหม ว่า พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา “นายกฯ” และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้นโยบายถึงการสับเปลี่ยนกำลังชายแดน และการปฏิบัติภารกิจแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ว่า ให้เหล่าทัพ และ กอ.รมน. ดำเนินการสับเปลี่ยนกำลังที่จะปฏิบัติภารกิจในกองกำลังป้องกันชายแดน และกำลังที่จะปฏิบัติภารกิจแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ 

โดยยังคงให้ความเข้มข้นการควบคุมบริเวณชายแดน โดยเฉพาะมาตรการการข่าว เพื่อการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด การขนย้ายสินค้าเกษตรหนีภาษี การข้ามแดนของแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย รวมถึงการตัดไม้ทำลายป่า ซึ่งเป็นการทำลายทรัพยากร
ธรรมชาติ และให้เอาผิดกับนายทุนที่อยู่เบื้องหลัง

ส่วนการสับเปลี่ยนกำลังชายแดนโดยเฉพาะชายแดนไทย-เมียนมา ซึ่งไทยเตรียมจะเปิดประเทศด้วยนั้น พลโท คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม ชี้เเจงว่า การสับเปลี่ยนกำลังเป็นช่วงของรอยต่อสิ้นปีงบประมาณ ซึ่งสถานการณ์ในเมียนมาปัจจุบันยังมีความเสี่ยงต่อการสู้รบ ใช้ความรุนแรงตามแนวชายแดนมากขึ้น

รวมทั้งอาวุธสงครามที่มีความเคลื่อนไหวของขบวนการค้าอาวุธมากขึ้น มีการลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมาย ยาเสพติด โดยขอย้ำว่าจุดยืนของรัฐบาลไม่สนับสนุนให้มีการใช้ความรุนแรงในการแก้ปัญหาในเมียนมา

และไทยพร้อมทำหน้าที่ดูแลผลกระทบจากการสู้รบ ทั้งคนไทยที่อยู่ตามแนวชายแดน รวมถึงชาวเมียนมาที่ได้รับผลกระทบตามหลักมนุษยธรรม ซึ่งฝ่ายปกครองเตรียมการรองรับไว้เเล้ว โดยต้องทำงานร่วมกับ unhcr ด้วยในอนาคต 

ที่มา ข่าว-เนชั่นทีวี

ทั้งนี้ “นายกฯ” เน้นย้ำสั่งการเรื่องที่กลุ่มผู้ค้าอาวุธสงครามที่มีความเคลื่อนไหวมากขึ้นซึ่งจากการติดตามและจับกุมได้พบว่าข้าราชการระดับท้องถิ่นเข้าไปเกี่ยวข้อง เช่น ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ตำบลแสมสาร อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี เมื่อขยายผลแล้วพบบุคคลหลายวงการ ซึ่งขณะนี้กำลังสอบสวนเชิงลึกอยู่

ขณะเดียวกันก็ไปดูความเชื่อมโยงของปืนลูกซองและปืนพกของทางราชการที่หายไป รวมถึงอาวุธปืนที่ถูกโจรกรรมของกองทัพด้วย ที่นำออกไปนอกประเทศและไปสร้างความรุนแรง โดยให้เอาผิดกับผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด ไม่มียกเว้น และให้สอบเส้นทางการเงิน พร้อมเพิ่มความระมัดระวังหน่วยงานทางราชการที่มีคลังอาวุธ ทั้งตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง 

พลโท คงชีพ ยอมรับว่า การสับเปลี่ยนกำลังก็ต้องมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลกันเพื่อให้หน่วยงานที่เข้าไปทำงานในปีงบประมาณ 65 สามารถดำเนินการได้อย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะงานข่าว

รวมถึงเส้นทางที่เป็นพื้นที่เสี่ยงต่อการสู้รบ ตั้งแต่อำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอนต่อเนื่องมาถึงอำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งเป็นจังหวัดที่ต้องเฝ้าระวังพิเศษทั้งยาเสพติด การลักลอบข้ามแดน อาวุธสงคราม รวมถึงความรุนแรงจากภายสู้รบที่เกิดขึ้น

สำหรับเบาะเเสที่เชื่อมโยงเจ้าหน้าที่รัฐนั้น ยอมรับมีทหารที่เกษียณไปแล้วเข้าไปเกี่ยวข้อง กำลังสืบความเชื่อมโยงอยู่ ขอให้ได้ข้อมูลที่ชัดเจนแล้วจะเปิดเผยให้ทราบ ซึ่งการที่ “นายกฯ” มาเน้นย้ำเรื่องนี้ เพราะมีการลักลอบโจรรกรรมหรือไม่

พร้อมสอบสวนขยายผลเชื่อมโยงขบวนการค้าอาวุธที่อยู่ในฝั่งตรงข้าม กองกำลังชนกลุ่มน้อย กับขบวนการค้าอาวุธในไทย โดยในส่วนของกองทัพขณะนี้ยังไม่มีข่าวสูญหายเพิ่ม

โฆษกกระทรวงกลาโหม ยังบอกด้วยว่า ขณะนี้ประเทศไทยยังไม่เปิดประเทศ ดังนั้นพรมแดนทั้งสองฝั่งจึงยังปิดอยู่ การเข้ามาของเพื่อนบ้านถือเป็นการลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมาย

แต่ถ้าเปิดประเทศแล้วก็ต้องมีมาตรการคัดกรองต่าง ๆ ซึ่งเป็นไปตามข้อตกลง MOU ร่วมกันกับประเทศเพื่อนบ้าน

อย่างไรก็ตามวันนี้มีปัญหาโรคระบาด 2 ประเทศก็ปิดอยู่ เพราะ
ฉะนั้นแรงงานไม่มีการเข้ามา จะมีก็เป็นกลุ่มลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมาย ซึ่งจะโทษเจ้าหน้าที่อย่างเดียวไม่ได้ เพราะผู้ประกอบการยังเห็นแก่ได้ ยังมีความต้องการแรงงานผิดกฎหมายเข้ามาทำงาน จนมีขบวนการนำพาเกิดขึ้น ซึ่งเจ้าหน้าที่ก็จับกุมได้ตลอด ไม่ว่าจะเป็นทางกัมพูชา เมียนมา ลาว

ส่วน state quarantine ที่กองทัพรับผิดชอบมาตั้งแต่แรก ได้จบภารกิจวันที่ 15 กรกฎาคมแล้ว และส่งต่อให้กระทรวงสาธารณสุข เข้าไปดำเนินการต่อแล้ว 

“นิพนธ์” กำชับ ผู้ว่าฯ ปภ. เฝ้าระวัง พายุดีเปรสชั่น ลูกใหม่ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/485100

23 ก.ย. 2564

อุตุเตือน พายุดีเปรสชั่น ก่อตัวทวีความรุนแรง ในทะเลจีนใต้ “นิพนธ์” กำชับ ผู้ว่าฯปภ. เฝ้าระวังและติดตามอย่างใกล้ชิดตลอด24ชั่วโมง ย้ำ แนวทางสร้างที่ให้น้ำอยู่ ทำทางให้น้ำไหล บริหารจัดการน้ำ ลดความรุนแรงภัยแล้งปีหน้า

เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2564 ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย(ปภ.) นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (รมช.มหาดไทย) เปิดเผยว่า จากรายงานของกรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 7 วันข้างหน้าร่องมรสุมที่พาดผ่านภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่างจะมีกำลังแรงขึ้น 

ส่งผลทำให้ประเทศไทยตอนบนมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักถึงหนักมาก ทำให้ประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณพื้นที่เสี่ยงภัยในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ ได้รับผลกระทบจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสม ทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลากได้ในช่วงวันที่ 23 – 28 ก.ย. 2564 นั้น

นายนิพนธ์ กล่าวว่า ในฐานะที่ได้กำกับดูแลกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ขณะนี้ได้สั่งการไปยังกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และผู้ว่าราชการจังหวัดในทุกภูมิภาคทั่วประเทศ ให้ติดตามสถานการณ์พายุดีเปรสชั่นที่กำลังก่อตัวในทะเลจีนใต้และกำลังทวีความรุนแรงขึ้นส่งผลกระทบต่อสภาพอากาศฝนฟ้าคะนองในทุกพื้นที่ 

โดยให้วางแผนบริหารจัดการสถานการณ์ตามแผนเผชิญเหตุและแผนอพยพ ในการแบ่งมอบพื้นที่ ภารกิจ หน่วยงานรับผิดชอบให้ชัดเจน โดยเฉพาะกำลังเจ้าหน้าที่ เครื่องจักรกลสาธารณภัย เตรียมพร้อมในพื้นที่เสี่ยงภัยไว้เป็นการล่วงหน้า เพื่อให้มีความพร้อมเผชิญเหตุในการช่วยเหลือประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง 

พร้อมบูรณาการปฏิบัติงานร่วมกับองค์กรปกครองท้องถิ่นในแต่ละพื้นที่ หน่วยงานภาคีต่างๆ เพื่อลดความรุนแรงของสถานการณ์ ลดความสูญเสียด้านชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ส่วนประชาชนขอให้ติดตามข่าวสารสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

“โดยเฉพาะประชาชนที่ปลูกบ้านเรือนที่อยู่อาศัยในพื้นที่ราบเชิงเขา อาจได้รับผลกระทบจากสภาวะดินสไลด์ กระแสน้ำป่าไหลหลากที่รุนแรง หากสถานการณ์ในพื้นที่มีแนวโน้มรุนแรง ให้อพยพประชาชนไปยังพื้นที่ปลอดภัย

และให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.) กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เครือข่ายอาสาสมัคร เข้าดูแลให้ความช่วยเหลือประชาชนอย่างเป็นระบบ ควบคู่ไปกับมาตรการในการป้องกันและควบคุมโรคโควิด-19 ซึ่งเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องก็ต้องเข้าไปดูแลอย่างใกล้ชิด”นายนิพนธ์ กล่าว

นายนิพนธ์  กล่าวอีกว่า ในช่วงนี้เป็นช่วงฤดูมรสุมของประเทศไทย ต่อเนื่องไปจนถึงสิ้นปี โดยครอบคลุมตั้งแต่ภาคเหนือลงไปจนถึงภาคใต้ ทำให้เกิดฝนตกในหลายพื้นที่ ซึ่งปริมาณน้ำฝนที่ตกลงมามากต่อเนื่องอาจเอ่อล้นในพื้นที่ลุ่มต่ำส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตของพี่น้องประชาชน ทั้งท่วมบ้านเรือนที่อยู่อาศัย พื้นที่การเกษตร ถนนสัญจร เป็นต้น

ทำให้พี่น้องประชาชนได้รับความยากลำบากในการใช้ชีวิตประจำวัน ซึ่งจุดนี้ได้กำชับให้หน่วยงานรับผิดชอบได้เฝ้าติดตามสถานการณ์และรายงานเหตุความรุนแรงต่อเนื่องเพื่อการสนับสนุนการช่วยเหลือดูแลประชาชน

ขณะเดียวกันในเรื่องของการบริหารจัดการน้ำตามหลักคิดที่ให้ไว้คือ“สร้างที่ให้น้ำอยู่ ทำทางให้น้ำไหล” นั้น โดยกรมปภ.และผู้ว่าราชการจังหวัดในแต่ละพื้นที่ให้ประสานหน่วยงานทั้ง กรมชลประทาน องค์กรปกครองท้องถิ่นไปดำเนินการเพื่อเก็บกักน้ำไว้ใช้ทำประโยชน์การเกษตร ผลิตน้ำประปา ฯลฯเพื่อลดความรุนแรงของสถานการณ์ภัยแล้งในปีหน้า

เช็คเลย “โผนายพัน “ลงนามแต่งตั้งโยกย้ายนายทหารระดับนายพัน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/485104

23 ก.ย. 2564

เปิด “โผนายพัน” แต่งตั้งโยกย้ายนายทหารระดับนายพัน 302 นาย เผย พล.อ.เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์  ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ได้ลงนาม คำสั่ง กองบัญชาการกองทัพไทย เรื่องให้นายทหารสัญญาบัตรรับราชการ และแต่งตั้ง ลขท.ประจำบุคคล

กระแสย้ายนายทหาร เปิดโผนายพัน ร้อนแรง ผู้สื่อข่าวรายงาน เมื่อวันที่ 23 ก.ย. 64 “พล.อ.เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์”  ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ได้ลงนาม คำสั่ง กองบัญชาการกองทัพไทย เรื่องให้นายทหารสัญญาบัตรรับราชการ และแต่งตั้ง ลขท.ประจำบุคคล

อาศัยอำนาจตามข้อบังคับ กห.ว่าด้วยการบรรจุ ปลด ย้ายเลื่อน และลดตำแหน่งข้าราชการกลาโหม พ.ศ. 2502 และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม หมวด 2  ข้อ 5 (2)  

ฉะนั้น จึงให้นายทหารสัญญาบัตนร จำนวน 302 นาย รับราชการ และแต่งตั้ง ลขท.ประจำบุคคลพร้อมปรับอัตราเงินเดือนตามคำสั่ง กห. ที่ 160/ 2560 ลง 25 ก.พ.60 เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการเยียวยาให้แก่ข้าราชการทหารผู้ได้รับผลกระทบจากความเหลื่อมล้ำของอัตราเงินเดือน ดังบัญชีรายละเอียดแนบท้ายนี้ 

เช็คเลย "โผนายพัน "ลงนามแต่งตั้งโยกย้ายนายทหารระดับนายพันเช็คเลย “โผนายพัน “ลงนามแต่งตั้งโยกย้ายนายทหารระดับนายพัน

สำหรับการให้ได้รับและงดรับเงินประจำตำแหน่งและเงินค่าตอบแทนให้เป็นไปตาม พ.ร.ฎ.ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการการจ่ายเงินประจำตำแหน่งของข้าราชการและผู้ดำรงตำแหน่งผู้บริหารซึ่งไม่เป็นข้าราชการ พศ. 2539 ระเบียบ กค. ว่าด้วยการเบิกจ่ายเงินค่าตอบแทนนอกเหนือจากเงินเดือนของข้าราชการและลูกจ้างประจำของส่วนราชการ (ฉบับที่ 3 ) พ.ศ.2552 และระเบียบบก.ทท. ว่าด้วยการให้รับและงดรับเงินประจำตำแหน่ง พ.ศ. 2554 

ทั้งนี้ ตั้งแต่ 1 ต.ค. 64 

1.น.อ.ณัฐพัชร หนองแสง   เป็น ผอ.กสน.สน.บก.บก.ทท.

2. พ.อ.ธำรงค์ บุญพราหมณ์  เป็น รองเสธ.สน.บก.บก.ทท.

3.พ.อ.ชาติชาย ผลวาทิต เป็น นปก.ประจำ บก.ทท.

4.พ.อ.เจษฎ์ อยู่สมบูรณ์ เป็น นปก.ประจำ บก.ทท.

5. น.อ.มานะ พิกุล ร.น. เป็น นปก.ประจำ บก.ทท.

6. พ.อ.หญิงทพิจุฑา  พินกลาง  เป็น รองผอ.กสน.สลก.บก.ทท.

7.พ.อ.ศิรพล  แผ้วพลสง  เป็น รองผอ.กปช. สลก.บก.ทท.

8. น.อ.หญิง วรารักษ์ เหมกรณ์  เป็น นปก.ประจำ สลก.บก.ทท.

9. พ.อ.หญิงจันทิมา อ่อมอ่อง  เป็น นปก.ประจำ บก.ทท.

10. พ.อ.สราวุธ ทองสิมา  เป็น ผอ.กตส.สตป.สจร.ทหาร

11. น.อ.ฐิติพันธ์ จิตต์เจริญ ร.น. เป็น ผอ.กตท.สตป.สจร.ทหาร

12. พ.อ.กิตติ์จิรัฎฐ์ แสงศุภกร เป็นนปก.ประจำ บก.ทท.

13.น.อ.หญิง ศิรินันท์ ศรีสุวรรณศร  เป็น รองผอ.กสส.สตป.สจร.ทหาร 

14.พ.ท.สรสิช  สกุลเฟื่อง   เป็น ผช.ผอ.กสส.สตป.สจร.ทหาร

15.น.อ.หญิง ฉัตรพิไล โอสถานุเคราะห์  ร.น. เป็น รองผอ.กจส. สสก.ทหาร 

16. พ.ท.สุเมธ  บัวโฉม  เป็น รอง.ผอ.กกฬ.สสก.ทหาร

17.พ.อ.หญิง ลาวัณย์ จุลพัลลภ เป็น นปก. ประจำ บก.ทท.

18. น.อ.ณัชฐ์  ลิ้มสุวรรณ์  เป็น ผอ.กสน.สยย.ทหาร 

19.น.อ.ปานดาบ  เมฆสวัสดิ์ ร.น. เป็นนายช่างใหญ่ สยย.ทหาร

20. น.อ.บุญถึง  หนูเจริญ  เป็น ผอ.กบผ.สยย.ทหาร 

เป็นต้น 

หมายเหตุ  สามารถ ตรวจสอบ บัญชีการปรับย้ายนายทหารสัญญาบัตร สังกัด บก.ทท.รับราชการ และแต่งตั้ง สชท. ประจำบุคคล แนบท้ายคำสั่ง บก.ททท. ที่ 333/2564  ลง 23 ก.ย.64 

พปชร.มอบ “ไผ่ ลิกค์” มือประสาน ส.ส.ร่วมคณะ บิ๊กตู่ – บิ๊กป้อม #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/485093

23 ก.ย. 2564

พลังประชารัฐ มอบ “ไผ่ ลิกค์” มือประสาน ส.ส.ร่วมคณะ พล.อ.ประยุทธ์ นายกฯ – พล.อ. ประวิตร รองนายกฯเวลาลงพื้นที่ กันสื่อแหย่

นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ฐานะรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมถึงการให้รองเลขาธิการพรรคเป็นผู้ประสาน ส.ส.ร่วมภารกิจของนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ว่า จากนี้ไปทางพรรคจะมอบหมายให้ “นายไผ่ ลิกค์” ส.ส.กำแพงเพชร รองเลขาธิการพรรค เป็นผู้ประสาน เพราะเป็นคนทำได้ดี คุยได้ทุกคน คุยได้ทุกอย่าง คุยแล้วรู้เรื่อง น่าจะให้ทำหน้าที่ตรงนี้  

หากพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ  รองนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรค พลังประชารัฐ รวมถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา  นายกรัฐมนตรี เวลาลงพื้นที่ไปแก้ไขปัญหาให้ประชาชนในจังหวัดต่าง ๆ  เพื่อให้ ส.ส. ในพื้นที่ที่รับรู้ปัญหาต่าง ๆ ในพื้นที่โดยตรง ได้ร่วมติดตามภารกิจโดยตรง

คงต้องบอกกับ ส.ส.ไผ่ ว่า ต่อไปนี้ต้องมาช่วยกัน ถ้าไปพร้อมกันอีก ก็ต้องจัดให้ดูเสมอ ๆ ต้องคุยกัน ไม่ใช่ไม่คุย มีความรู้สึกว่า ถ้าเป็นอย่างนี้เดี๋ยวสื่อมวลชนก็แหย่กันไป แหย่กันมา มันไม่มีอะไร แต่ก็สั่นคลอนเหมือนกัน นายวิรัช กล่าว

 สำหรับการประชุม พปชร. วันนี้ พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา ประธานยุทธศาสตร์พรรคพลังประชารัฐ เดินทางมาพร้อมกับร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า ในฐานะเลขาธิการพรรค เพื่อร่วมประชุมพรรค

พล.อ.วิชญ์ ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนถึงการทำหน้าที่ภายในพรรค โดยยอมรับว่า ภารกิจสำคัญที่ได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่ภายในพรรค คือการสร้างความปรองดองทั้งภายในพรรคและภายนอกพรรคให้ทุกฝ่ายได้พูดคุยกันทำให้ประเทศเดินไปข้างหน้าโดยไม่แบ่งพรรคแบ่งพวกแบ่งสีกันอีก

ยืนยันว่าหัวหน้าพรรคเองทำให้ภายในพรรคปรองดองกันได้ซึ่งตอนนี้ก็ปรองดองอยู่แล้ว จะไม่มีใครแยกออกไปตั้งพรรคใหม่ หรือปรับโครงสร้างพรรคตามที่เป็นข่าวแน่นอน เพราะเป้าหมายตอนนี้คือต้องทำให้บ้านเมืองสงบสุขที่สุด

ผู้สื่อข่าวถามว่าการเข้ามารับตำแหน่งภายในพรรคครั้งนี้หนักในหรือเป็นโจทย์ที่ท้าทายหรือไม่ พลเอกวิชญ์ ยอมรับว่าท้าทาย เพราะเรื่องการเมืองถือเป็นเรื่องใหม่สำหรับตนเอง แต่ก็ต้องเรียนรู้ แม้จะไม่ใช่นักการเมืองแต่จะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ส่วนเรื่องใครจะมีเล่ห์เหลี่ยมนั้น ยืนยันว่า ตนเองไม่มีเล่ห์เหลี่ยมแน่นอน มีอะไรก็พูดกันตรงๆ

ธรรมนัส ยันไม่ได้ล็อบบี้ส.ส.ให้ไปต้อนรับ บิ๊กป้อม มากกว่า บิ๊กตู่

ด้าน ร.อ.ธรรมนัส กล่าวถึงการลงพื้นที่ของพลเอกประวิตรและนายกรัฐมนตรีคนละจังหวัดเมื่อวานนี้ ยืนยันว่า เป็นการลงพื้นที่ไปดูปัญหา ไม่ใช่การประลองกำลังตามที่เป็นข่าว

ส่วนที่มีข่าวว่าตนเองเป็นคนล็อบบี้ให้ ส.ส.ไปต้อนรับพลเอกประวิตรมากกว่านายกรัฐมนตรีนั้น ยืนยันว่าไม่มี และตนก็เพิ่งมาทราบจากในข่าวเช่นกัน

ส่วนตัวขออย่าไปมองแบบนั้น เพราะท่านนายกฯ และหัวหน้าพรรคลงไปเพื่อแก้ไขปัญหาให้กับประชาชน และก็เป็นหน้าที่ ส.ส.แต่ละพื้นที่ที่จะไปต้อนรับนายกฯและหัวหน้าพรรค ร้อยเอกธรรมนัส กล่าว

อัยการยื่นฟ้อง “ไมค์ จาดนอก” อีกคดี โพสต์ข้อความหมิ่นสถาบันฯ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/485087

23 ก.ย. 2564

อัยการยื่นฟ้อง “ไมค์ จาดนอก” อีกคดี โพสต์ข้อความหมิ่นสถาบันฯ ลงในโซเชียล ผิดประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์

เมื่อวันที่ 23 กันยายน 64 ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก พนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 5 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายภานุพงศ์ หรือ “ไมค์ จาดนอก” อายุ 25 ปี แกนนำม็อบคณะราษฎร เป็นจำเลย ในความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 มาตรา 14 , พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2560 มาตรา 8 ซึ่งในชั้นสอบสวนจำเลยให้การปฏิเสธ

คำฟ้องระบุพฤติการณ์ว่า เมื่อวันที่ 8 พ.ย. เวลากลางคืน ถึงวันที่ 7 ธ.ค.2563 จำเลยซึ่งเป็นเจ้าของเพจเฟซบุ๊กใช้ชื่อบัญชี  “ภาณุพงศ์ จาดนอก”  ซึ่งมีผู้ติดตามกว่า 9 หมื่นคน ได้โพสต์ข้อความลักษณะหมิ่นสถาบัน ซึ่งเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณจักร โดยการโพสต์ของจำเลยดังกล่าว ทำให้บุคคลทั่วไปที่พบเห็นเข้ามาแสดงความคิดเห็น และแชร์ข้อความ อันเป็นการฝ่าฝืนต่อกฎหมาย ต่อมาวันที่ 25 ม.ค.2563 พนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหาให้จำเลยทราบและทำการสอบสวนแล้ว ปรากฏว่าจำเลยให้การปฏิเสธ
เหตุเกิดที่ ต.สำนักท้อน อ.ฉาง จ.ระยอง, ต.บ้านคลอง อ.เมือง จ.พิษณุโลกและท้องที่อื่นทั่วราชอาณาจักร เกี่ยวพันกัน

ข่าวที่น่าสนใจ 

อย่างไรก็ตามท้ายคำฟ้อง ยังระบุว่า นายภานุพงศ์ จำเลยเป็นบุคคลเดียวกับจำเลยที่ 2 ในคดีอาญาหมายเลขดำ อ.1668/2564 ของศาลอาญา, จำเลยในคดี อ.1061/2564 ของศาลจังหวัดระยอง, และ จำเลยที่ 3 คดี อ.708/2564 ของศาลแขวงดุสิต ขอให้ศาลนับโทษจำคุกของจำเลยคดีนี้ต่อจากคดีดังกล่าวด้วย
หากจำเลยยื่นคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราว ขอให้อยู่ในดุลยพินิจของศาล

เบื้องต้นศาลได้ประทับรับฟ้องไว้เป็นคดีหมายเลขดำ ที่ อ.2380/2564 เพื่อจะนัดสอบคำให้การและตรวจพยานหลักฐานต่อไป

สหายแสง “ศุภชัย โพธิ์สุ” แถลงปมครอบครองที่ดินดงพะทาย ยันได้มาโดยสุจริต #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/485071

23 ก.ย. 2564

สหายแสง นาย “ศุภชัย โพธิ์สุ” ส.ส.พรรคภูมิใจไทย และรองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 2 แจ้งถือครองที่ดินของรัฐ (น.ส.2) โดยมิชอบ

ล่าสุด เมื่อวันที่ 23 ก.ย.64 นาย “ศุภชัย โพธิ์สุ” ส.ส.พรรคภูมิใจไทย และรองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 2 แถลงข่าวกรณีดังกล่าวว่า ที่ดินทำกินบริเวณผืนป่าดงพะทาย จ.นครพนม เป็นการจัดที่ดินเพื่อประชาชนในตำบลดงพะทาย ตามระเบียบว่าด้วยการจัดที่ดินเพื่อประชาชน โดยมีมติที่ประชุมของคณะกรรมการจัดที่ดินแห่งชาติ เมื่อวันที่ 15 ม.ค.18 โดยมีสาระสำคัญ คือ เป็นที่ดินรกร้างว่างเปล่า ซึ่งมิใช่ที่สาธารณะสมบัติของแผ่นดินที่ประชาชนใช้ประโยชน์ร่วมกัน มิใช่พื้นที่สงวนหวงห้าม เช่น ที่ป่าสงวนแห่งชาติหรือที่ราชพัสดุ ดังนั้นทางราชการจึงสามารถนำมาจัดสรรหรือออกเอกสารสิทธิ์ให้แก่ราษฎรตามประมวลกฎหมายที่ดินได้ ซึ่งในปัจจุบัน (2518-2564) จัดสรรทั้งหมด จำนวน 1,492  แปลง แยกเป็น นส.3 ก. จำนวน 32  แปลง เป็นโฉนด จำนวน  30  แปลง คงเหลือเป็นใบจอง จำนวน 1,430  แปลง 
 

นาย “ศุภชัย” ยังกล่าวถึงการได้สิทธิครอบครองที่ดิน ว่า ต่อมาราษฎรที่ได้รับการจัดที่ดินไม่ปฏิบัติตามระเบียบคณะกรรมการจัดที่ดินแห่งชาติ โดยนำมาขายให้กับบุคคลอื่นก่อน และต่อมาตกมายังตนเอง ที่ดินนั้นก็ยังเป็นที่ดินประเภทที่รกร้างว่างเปล่าตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1304 (1) ซึ่งตนเองเป็นผู้ครอบครองและทำประโยชน์จึงสามารถนำมาขอออกหนังสือแสดงสิทธิในที่ดิน (โฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์) ได้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1334 และเนื่องจากเป็นที่ดินที่ถือว่าผู้ครอบครองได้ครอบครองและทำประโยชน์ภายหลังจากวันที่ประมวลกฎหมายที่ดินใช้บังคับ (หลังวันที่ 1 ธันวาคม 2497) ซึ่งสามารถนำที่ดินมานำเดินสำรวจออกโฉนดที่ดินได้ตามมาตรา 58 ทวิ วรรคสอง (3)

อ่านข่าวที่สนใจ

“สำหรับกรณีเรื่องนี้นั้นได้มีการตรวจสอบจากหน่วยงานของรัฐอย่างละเอียดเมื่อครั้งที่ยังดำรงตำแหน่ง รมช.เกษตรและสหกรณ์ โดยหน่วยงานที่ทำหน้าที่ตรวจสอบได้มีหนังสือยืนยันความถูกต้องของการถือครองที่ดินดงพะทาย โดยมีหนังสือจากกรมที่ดิน เลขที่ มท 0516.3/40984 ลงวันที่ 29 ธ.ค.53 และหนังสือจากสำนักงาน ป.ป.ช. ออกเมื่อวันที่ 20 ส.ค.52 โดยตลอดระยะเวลา 34 ปีที่ผ่านมา นับตั้งแต่ พ.ศ.2530 ซึ่งในขณะนั้นเป็นครูใหญ่โรงเรียนบ้านท่าหนามแก้ว ต.พะทาย ในสมัยนั้น ปัจจุบันชื่อ ต.หนองเทา และได้ทำการเกษตรในที่ดินแปลงดังกล่าวมาโดยตลอด จนเมื่อครั้งเข้ารับตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จึงได้แสดงในบัญชีทรัพย์สิน โดยยึดถือเจตนาบริสุทธิ์ เนื่องจากได้รับประโยชน์จากที่ดินแปลงดังกล่าว และเข้าใจว่ามีสิทธิในการครอบครองโดยชอบด้วยกฎหมาย” นาย “ศุภชัย”  กล่าว