ขอสดุดี “ทหารพราน”ผู้กล้าหาญและเสียสละเพื่อแผ่นดิน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/485042

23 ก.ย. 2564

ร่วมสดุดี”ทหารพราน”ผู้หาญกล้าและเสียสละ นายกฯและรมว.กลาโหมแสดงความเสียใจทหารพรานบาดเจ็บและเสียชีวิตจากการถูกซุ่มโจมตีใน 3 จชต. ย้ำ มท.เตรียมขับเคลื่อนชุดคุ้มครองตำบล ดูแลความปลอดภัยประชาชน

เมื่อวันที่ 23 ก.ย.64  “พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์” โฆษก กห. เปิดเผยว่า “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” นรม.และรมว.กห. ได้กล่าวแสดงความเสียใจกับอาสาทหารพรานที่ได้รับบาดเจ็บและครอบครัวของผู้เสียชีวิต จากเหตุถูกซุ่มโจมตีด้วยวัตถุระเบิดโดยกลุ่มก่อความไม่สงบ ขณะปฏิบัติหน้าที่ชุดคุ้มครองตำบล ดูแลความปลอดภัยประชาชนในพื้นที่ บ้านน้ำบ่อ อ.ปานาเระ จว.ปัตตานี ส่งผลกำลังพลได้รับบาดเจ็บ 1 นายและเสียชีวิต 1 นาย เมื่อ 1925 ; 23 ก.ย.64 ที่ผ่านมา

โดย พล.อ.ประยุทธ์ ได้แสดงความอาลัยและย้ำว่า เป็นการสูญเสียกำลังพลที่ตั้งใจทำงานด้วยความทุ่มเทและเสียสละเพื่อดูแลความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนในพื้นที่

พร้อมกำชับ ทบ. และ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ให้การช่วยเหลือดูแลผู้ได้รับบาดเจ็บและครอบครัวผู้เสียชีวิตอย่างเต็มกำลัง โดยเฉพาะการสนับสนุนจัดพิธีทางศาสนาผู้เสียชีวิตอย่างสมเกียรติ รวมทั้งให้การช่วยเหลือครอบครัวผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตต่อเนื่องกันไป 

พร้อมกันนี้ ได้กำชับ หน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ เพิ่มความระมัดระวังและไม่ประมาทในการปฏิบัติหน้าที่ โดยให้คงความต่อเนื่องติดตามความเคลื่อนไหวกลุ่มก่อความไม่สงบและเร่งติดตามนำผู้ก่อเหตุมาลงโทษโดยเร็ว  

ทั้งนี้ นรม.และ รมว.กห.ยังได้ย้ำกับฝ่ายปกครอง โดยกระทรวงมหาดไทย ให้เตรียมความพร้อมเปลี่ยนผ่าน รับการถ่ายโอนความรับผิดชอบขับเคลื่อนชุดคุ้มครองตำบลทั้ง 164 ชุด ในปี 65 เพื่อร่วมดูแลความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่ 3 จชต.ไปสู่ระยะการเสริมสร้างสันติสุขและการพัฒนาอย่างยั่งยืนในอนาคต

เปิดมติ ก.อ. สั่งสอบวินัยร้ายแรง “เนตร นาคสุข” สั่งไม่ฟ้อง บอส อยู่วิทยา #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/485044

23 ก.ย. 2564

เปิดเหตุผลมติ ก.อ. สั่งสอบวินัยร้ายแรง ”เนตร นาคสุข” อดีตรองอัยการสูงสุด สั่งไม่ฟ้อง บอส อยู่วิทยา ชี้ชัดคดีไม่ชอบมาพากล เกิดความเสียหายต่อองค์กรและกระบวนการยุติธรรม เสื่อมเสียย่อยยับพังทลาย

กรณีที่วันที่ 21 ก.ย.ที่ผ่านมาคณะกรรมการอัยการ (ก.อ.) 9 เสียงมีมติเห็นควรสอบสวนวินัยร้ายเเรง “เนตร นาคสุข” กรณีสั่งไม่ฟ้องนายวรยุทธ อยู่วิทยา ขับรถชนคนตายจากคณะกรรมการชุด นายกายสิทธิ์ พิศวงปราการ ก.อ.ผู้ทรงคุณวุฒิเป็นประธานคณะกรรมการสอบสวนวินัย

มีความเห็นเสนอที่ประชุมว่า “นายเนตร นาคสุข” อดีตรองอัยการสูงสุดผิดวินัยไม่ร้ายแรง เนื่องจากไม่พบการทุจริต แต่เป็นความบกพร่องในการปฏิบัติหน้าที่ เห็นควรงดบำเหน็จหรือไม่เลื่อนขั้นเป็นระยะเวลา 2 ปี และไม่เสนอโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นอัยการอาวุโส

ทั้งนี้ก่อนการลงมติที่เป็นเสียงเอกฉันท์ให้สอบวินัยร้ายเเรงได้มีกรรมการ ก.อ.อย่างน้อย 3 คนอภิปรายถึงเหตุผลถึงเหตุที่ควรตั้งกรรมการสอบสวนวินัยร้ายเเรง “นายเนตร” โดยรายละเอียดการอภิปรายมีประเด็นดังนี้

ได้มีการตั้งคำถามว่าข้อพิจารณาเรื่องการมอบอำนาจให้ “นายเนตร”ปฏิบัติราชการแทนอัยการสูงสุดชอบด้วยกฎหมาย

ดังนั้น “นายเนตร” จึงมีอำนาจหน้าที่พิจารณาเรื่องร้องขอความเป็นธรรมและมีอำนาจพิจารณาสั่งคดีของสำนักงานคดีอาญากรุงเทพใต้คดีนายวรยุทธ อยู่วิทยา ผู้ต้องหาสั่งสำนวนของ”นายเนตร นาคสุข” เป็นการใช้อำนาจและดุลพินิจที่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่มีความผิดทางวินัยเพียงใด

เเละประเด็นรายงานการสอบข้อเท็จจริงชุดของนายวิชา มหาคุณมีการระบุว่าพนักงานอัยการไม่ทราบชื่อและอัยการสูงสุดได้เข้าไปเกี่ยวข้องพยานหลักฐานในส่วนนี้คืออะไร ได้มีการสอบถามราย
ละเอียดเพิ่มเติมไปยังคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงชุดนายวิชาฯ แล้วหรือไม่ การไม่รับฟังรายงานการตรวจสอบข้อเท็จจริงชุดนี้ควรกระทำด้วยความรอบคอบ

ซึ่งทางผู้อภิปรายเห็นว่าเนื่องจากไม่เคยมีระเบียบหรือหนังสือเวียนที่เป็นการกำหนดการดำเนินการสั่งคดีที่มีการร้องขอความเป็นธรรมไว้อย่างชัดแจ้งมีเพียงระเบียบการดำเนินคดีอาญาของพนักงานอัยการ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2548 ข้อ 48 ก็กำหนดเพียงวิธีการสั่งคดีที่มีการร้องขอความเป็นธรรมเมื่อมีพิจารณาคำร้องร้องขอความเป็นธรรมพนักงานอัยการก็จะสั่ง  

1.สอบสวนเพิ่มเติมหรือ 2. สั่งยุติการพิจารณาคำร้องขอความเป็นธรรมกรณีที่เห็นว่ามีเหตุอันควรสั่งสอบสวนเพิ่มเติมตามที่ร้องขอความเป็นธรรมก็ดำเนินการไป 

แต่กรณีที่พนักงานอัยการเห็นว่าเป็นการร้องขอความเป็นธรรมซ้ำซ้อนในประเด็นเดิมที่ได้เคยมีการพิจารณาไปแล้วหรือปราศจากพยานหลักฐานใหม่ก็จะพิจารณาว่าการร้องขอความเป็นธรรมลักษณะนี้เป็นไปเพื่อประวิงคดีให้ล่าช้าพนักงานอัยการก็จะสั่งยุติการพิจารณาคำร้องขอความเป็นธรรม

เมื่อมาพิจารณาการดำเนินการของ “นายเนตร” ในการสั่งสำนวน ส.1 ซึ่งเป็นการร้องขอความเป็นธรรมเข้ามาถึง 14 ครั้ง อัยการสูงสุดถึง 2 คนได้สั่งยุติการพิจารณาคำร้องขอความเป็นธรรมไปแล้วพยานหลักฐานที่ร้องขอความเป็นธรรมครั้งที่ 14 ก็เป็นพยานหลักฐานเดิมที่ปรากฏอยู่แล้วในสำนวน และพยานปากพล.อ.ท.จักรกฤช ถนอมกุลบุตร และนายจารุชาติ มาดทอง ไม่ใช่พยานหลักฐานใหม่แต่อย่างใด

การที่ “นายเนตร” เลือกรับฟังข้อเท็จจริงในประเด็นความเร็วของรถยนต์จากคำให้การของพยานทั้งสองปากทั้ง ๆ ที่ยังมีความเห็นแตกต่างในประเด็นความเร็วรถโดยไม่สอบสวนเพิ่มเติมให้ได้ข้อยุติชัดเจน

โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเด็นดังกล่าวอัยการสูงสุดถึง 2 คนได้เคยพิจารณาเป็นที่ยุติไปแล้วและพนักงานอัยการตามลำดับชั้นก็พิจารณาเห็นพ้องกันตลอดสายให้ยุติการพิจารณาเรื่องร้องขอความเป็นธรรม แต่นายเนตร กลับเลือกรับฟังพยานหลักฐานดังกล่าวพร้อมทั้งกลับคำสั่งเป็นสั่งไม่ฟ้องผู้ต้องหา 

กรณีเป็นการใช้ดุลยพินิจตามอำเภอใจขัดต่อ พ.ร.บ. องค์กรอัยการและพนักงานอัยการ พ.ศ. 2553 มาตรา 21 ที่ระบุว่าพนักงานอัยการมีอิสระในการพิจารณาสั่งคดีและการปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นไปโดยรวดเร็วเที่ยงธรรมและปราศจากอคติทั้งปวง การสั่งคดีของ “นายเนตร” จึงเป็นความผิดฐานไม่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความระมัดระวังเป็นเหตุให้เสียหายแก่ทางราชการตาม พ.ร.บ. ระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการ พ.ศ. 2553 มาตรา 64 

เเละกรณีดังกล่าวถือเป็นประมาทเลินเล่อในหน้าที่ราชการ หรือปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยจงใจไม่ปฏิบัติตามกฎหมายหรือระเบียบของทางราชการอันเป็นเหตุให้เสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรง ตามพรบ. ระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการ พ.ศ. 2553 มาตรา 85 

เห็นควรตั้งเป็นข้อสังเกตว่าการพิจารณาการใช้ดุลพินิจของ “นายเนตร” ในครั้งนี้ไม่ควรถูกหยิบยกมาอ้างอิงความเป็นอิสระในการสั่งคดีของพนักงานอัยการโดยทั่วไปเพื่อเป็นหลักประกันความชอบธรรมของกระบวนการยุติธรรม ความมีอิสระในการพิจารณาสั่งคดีจะต้องอยู่ในกรอบของความเที่ยงธรรมด้วยมิฉะนั้นจะข้ามเส้นแบ่งกลายเป็นการใช้ดุลยพินิจตามอำเภอใจ

สำนวนของสำนักงานคดีอาญากรุงเทพใต้คดีนายวรยุทธ อยู่วิทยากล่าวได้ว่ามีลักษณะเป็น Exceptional Case  ซึ่งมีความไม่ชอบมาพากลนับครั้งไม่ถ้วนนับ แต่เริ่มกระบวนการสอบสวนมีความพยายามช่วยเหลือผู้ต้องหามาโดยตลอดแม้จะถูกเฝ้ามอง

และเป็นที่จับตาของสังคมเป็นอย่างมากก็ยังมีการร้องขอความเป็นธรรมเข้ามาถึง 14 ครั้งอัยการสูงสุดถึง 2 คนได้สั่งยุติการพิจารณาคำร้องขอความเป็นธรรมไปแล้วก็ยังมีความพยายามใช้ดุลยพินิจรับฟังพยานและพิจารณาสำนวนที่ข้อเท็จจริงยังไม่เสร็จสิ้นกระแสความ ไม่พิจารณาด้วยความละเอียดรอบคอบทั้ง ๆ ที่”นายเนตร” เป็นผู้มีประสบการณ์สูงในการดำเนินคดีอาญาย่อมต้องทราบดีว่าพยานหลักฐานที่เลือกรับฟังมีความน่าสงสัยเป็นอย่างมาก

แม้จะไม่ปรากฏข้อเท็จจริงหรือพยานที่ชัดเจนว่ามีการเรียกรับผลประโยชน์ในทางมิชอบหรือกระทำโดยทุจริตก็เป็นเพราะไม่มีอำนาจตรวจสอบเส้นทางการเงินและปราศจากผู้กล่าวหา แต่ได้ก่อให้เกิดความเคลือบแคลงต่อการใช้ดุลพินิจดังกล่าวต่อสังคมเป็นวงกว้างกระทบถึงองค์กรอัยการและกระบวนการยุติธรรมเสียหาย

ในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิต แปลว่า เสื่อมเสียย่อยยับพังทลายความเสียหายเป็นคำนามไม่มีบทนิยามในทางกฎหมายแพ่งหรืออาญาเพราะมีความชัดเจนในตัวเองอยู่แล้วในทางกฎหมายวางหลักเพียงว่าความเสียหายเป็นตัวเงินและความเสียหายที่มิใช่ตัวเงินอันเป็นมูลฐานในการคำนวณค่าเสียหายที่เกิดขึ้น

แม้ต่อมาคดีนี้จะได้มีการสั่งฟ้องนายนายวรยุทธ อยู่วิทยา ผู้ต้องหาที่ 1 ในฐานความผิดดังกล่าวข้างต้นและมีการออกหมายจับผู้ต้องหาที่1 แล้วก็ตาม

แต่หากคดีนี้ไม่ได้เป็นข่าวใหญ่ที่ประชาชนทั้งประเทศติดตามและให้ความสนใจก็คงไม่มีการออกคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานเพื่อตรวจสอบคดีดังกล่าวจนกระทั่งมีการกลับคำสั่งไม่ฟ้องของ “นายเนตร” เป็นคำสั่งฟ้องและออกหมายจับผู้ต้องหาแต่อย่างใด

ดังนี้ย่อมแสดงให้เห็นเด่นชัดว่าการสั่งไม่ฟ้องของ “นายเนตร” เป็นการเสียหายแก่ทางราชการอย่างยิ่งและทำให้ภาพลักษณ์องค์กรเสียหายอย่างร้ายแรงเสื่อมศรัทธาต่อประชาชนทั่วทั้งประเทศ

ดังนั้นการที่คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงความเห็นว่าการกระทำของ “นายเนตรฯ” เป็นความผิดวินัยไม่ร้ายแรงจึงไม่ชอบด้วยข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย

หลังจากนั้น นายพชร ยุติธรรมดำรง ประธาน ก.อ.ก็ให้มีการลงมติเปิดเผยโดยการยกมือ ผลปรากฎเป็นเอกฉันท์ 9 เสียง เเละตั้งนายธนพิชญ์ มูลพฤกษ์ ก.อ.ผู้ทรงคุณวุฒิเป็นประธานกรรมการสอบวินัยร้ายแรงต่อไป

“ประยุทธ์” โชว์วิสัยทัศน์เวทีโลกให้คำมั่นร่วมมือยุติโควิด-19 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/485027

23 ก.ย. 2564

“นายกฯประยุทธ์” โชว์วิสัยทัศน์ ประชุมสุดยอดว่าด้วยการยุติการแพร่ระบาดของโควิด-19 และการฟื้นตัวกลับมาดีขึ้น ประกาศลั่นเวทีโลก ร่วมมือยุติโควิด-19 ยกระดับ ออกพรก.ควบคุมโรค รองรับโรคร้ายในอนาคต

เมื่อวันที่ 23 ก.ย. 64 “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ได้เข้าร่วมประชุมสุดยอดว่าด้วยการยุติการแพร่ระบาดของโควิด-19 และการฟื้นตัวกลับมาดีขึ้น (Global COVID-19 Summit : Ending the Pandemic and Building Back Better) ซึ่งจัดขึ้นที่กรุงวอชิงตัน ดีซี สหรัฐอเมริกา ในรูปแบบการประชุมทางไกล

ทั้งนี้ “นายธนกร วังบุญคงชนะ” โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยสาระสำคัญถ้อยแถลงนายกรัฐมนตรี 
ว่า นายกฯ ยินดีที่ได้รับเชิญเข้าร่วมการประชุมครั้งนี้ ไทยเชื่อมั่นในความร่วมมือพหุภาคีมาตลอดทั้งเพื่อยุติการแพร่ระบาดของโควิด-19 และเตรียมพร้อมสำหรับภัยคุกคามทางสุขภาพในอนาคต

นายกฯได้ระบุในถ้อยแถลงดำเนินการของรัฐบาลให้เป็นไปตามเป้าหมาย ดังนี้ 

1. ไทยกำหนดให้การฉีดวัคซีนเป็นวาระแห่งชาติ และจะฉีดวัคซีนให้ครอบคลุมประชาชนอย่างน้อยร้อยละ 70 ภายในปีนี้ นอกจากนี้ รัฐบาลได้ลงทุนในการวิจัยและพัฒนาเพื่อผลิตวัคซีนภายในประเทศ และพร้อมร่วมมือกับนานาประเทศในการเสริมสร้างขีดความสามารถในการผลิตวัคซีนในภูมิภาคและส่งเสริมด้านสุขภาพโลก

2. ไทยสนับสนุนการเพิ่มกำลังการผลิตเวชภัณฑ์และวัสดุทางการแพทย์ เพื่อเป็นเกราะป้องกันให้มีความปลอดภัย ที่ผ่านมา ไทยได้ให้ความช่วยเหลือด้านเวชภัณฑ์และอุปกรณ์การแพทย์ แก่กว่า 10 ประเทศ ตลอดจนร่วมมือพัฒนาขีดความสามารถด้านสาธารณสุขกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างต่อเนื่อง และจะเพิ่มมากขึ้น ทั้งนี้ ไทยขอขอบคุณสหรัฐฯ และมิตรประเทศที่ได้ให้ความช่วยเหลือตลอดมา

3. ไทยเห็นด้วยกับการสร้างความเข้มแข็งในการเตรียมความพร้อมและการตอบสนองต่อโรคระบาดในระดับประเทศ ระดับภูมิภาค และระดับสากล รวมทั้งสนับสนุน WHO ที่กำลังจัดทำตราสารระหว่างประเทศว่าด้วยโรคระบาด ซึ่งประเทศไทยอยู่ระหว่างแก้ไขพระราชบัญญัติโรคติดต่อให้สอดคล้องกับกฎอนามัยระหว่างประเทศมากยิ่งขึ้น เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเตรียมพร้อมรับมือกับโรคระบาดในอนาคต 

 

อนึ่ง การประชุมสุดยอดครั้งนี้ มีนายโจเซฟ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา เป็นประธานการประชุมฯ ซึ่งการมีส่วนร่วมของนายกรัฐมนตรีเป็นการแสดงสปิริต ความมุ่งมั่น และการสนับสนุนความพยายามร่วมกันในระดับโลกเพื่อประกาศคำมั่น และสะท้อนความร่วมมือเพื่อยุติโควิด – 19 และเพื่อการฟื้นตัว



ทั้งนี้ ภายหลังเสร็จสิ้นการประชุม Global COVID-19 Summit : Ending the Pandemic and Building Back Better นี้แล้ว นายกรัฐมนตรี มีกำหนดเข้าร่วมการประชุมสมัชชาสหประชาชาติสมัยสามัญ ครั้งที่ 76 (76th Session of the United Nations General Assembly: UNGA76) และการประชุมที่เกี่ยวข้องแบบทางไกล

โดยมีกำหนดการกล่าวถ้อยแถลงในการประชุมที่สำคัญอีก 3 รายการ ดังนี้


1. วันที่ 23 กันยายน 2564 การประชุมสุดยอดว่าด้วยระบบอาหาร (Food Systems Summit) ซึ่งนายกรัฐมนตรีจะแสดงวิสัยทัศน์ “มั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน” สร้างความมั่นคงทางอาหาร และขับเคลื่อนโมเดล BCG เป็นทศวรรษแห่งการทำงาน หรือ Decade of Action พลิกโฉมระบบอาหารให้มีความยั่งยืนและสมดุล


2. วันที่ 24 กันยายน 2564 การประชุมระดับสูงด้านพลังงาน (High-level Dialogue on Energy) ซึ่งนายกรัฐมนตรีจะแสดงวิสัยทัศน์การเปลี่ยนผ่านทางพลังงานของไทย โดยมุ่งจัดทำแผนพลังงานแห่งชาติ ขับเคลื่อนภาคพลังงานของไทยสู่เศรษฐกิจสังคมคาร์บอนต่ำ และการลดก๊าซเรือนกระจก และ


3. วันที่ 25 กันยายน 2564 ในการอภิปรายทั่วไป (General debate) ซึ่งนายกรัฐมนตรีจะแสดงวิสัยทัศน์เกี่ยวกับโลกหลังยุคโควิด-19

“สุดารัตน์” บินพบ แทมมี่ เผยรอส่งวัคซีน 1 ล้านโดสให้ไทยแต่รอหนังสือตอบรับ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/485012

23 ก.ย. 2564

“สุดารัตน์” บินพบ แทมมี่ จับมือร่วมสู้โควิด แสวงหาความร่วมมือสนับสนุนวัคซีน mRNA ให้ไทยเพิ่ม รวมทั้งผลักดันการส่งออกสินค้าไทยไปขายอเมริกา หลังเศรษฐกิจสหรัฐฯฟื้นตัว กำลังซื้อกลับมาอย่างรวดเร็ว

คืนวานนี้ (22 กันยายน 2564) ตามเวลาประเทศไทย คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานพรรคไทยสร้างไทย ได้เข้าพบนางแทมมี่ ดักเวิร์ธ สมาชิกวุฒิสภาแห่งสหรัฐอเมริกา พรรคเดโมแคท จากรัฐอิลลินอยส์ ณ สำนักงานวุฒิสมาชิกแทมมี่ ที่กรุงวอชิงตันดีซี

คุณหญิงสุดารัตน์ บินพบ ส.ว.แทมมี่ สหรัฐอเมริกา หารือความร่วมมือกับไทยหลายด้านคุณหญิงสุดารัตน์ บินพบ ส.ว.แทมมี่ สหรัฐอเมริกา หารือความร่วมมือกับไทยหลายด้าน

โดยคุณหญิงสุดารัตน์ และวุฒิสมาชิกแทมมี่ ได้หารือกันถึงความร่วมมือระหว่างไทยและอเมริกาในการต่อสู้กับการระบาดโรคโควิด-19 ซึ่ง ส.ว.แทมมี่ มีส่วนสำคัญในการสนับสนุนให้รัฐบาลสหรัฐอเมริกา บริจาควัคซีนไฟเซอร์ จำนวน 2.5 ล้านโดส ให้ประเทศไทย

ส.ว.แทมมี่ ได้แสดงความห่วงใยต่อการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในประเทศไทย และประสงค์จะช่วยผลักดันรัฐบาลสหรัฐ ให้บริจาควัคซีนให้ประเทศไทยเพิ่มเติม จากที่ได้แสดงเจตจำนงบริจาคไปแล้ว 2.5 ล้านโดส และส่งมอบมาแล้ว 1.5 ล้านโดส

คุณหญิงสุดารัตน์ บินพบ ส.ว.แทมมี่ สหรัฐอเมริกา หารือความร่วมมือสู้โควิด-19คุณหญิงสุดารัตน์ บินพบ ส.ว.แทมมี่ สหรัฐอเมริกา หารือความร่วมมือสู้โควิด-19

ส.ว.แทมมี่ ดักเวิร์ธ กล่าวว่าสหรัฐพร้อมที่จะส่งมอบวัคซีนที่เหลืออีก 1 ล้านโดส แต่ขณะนี้รัฐบาลไทย ยังไม่ส่งเอกสารตอบรับมา จึงทำให้ยังไม่สามารถส่งมอบอีก 1 ล้านโดสที่เหลือให้ชาวไทยได้

นอกจากนี้ ส.ว.แทมมี่ ได้แสดงความเห็นว่าถ้าประเทศไทยรีบดำเนินการเข้าโครงการโคแวค จะทำให้ไทยมีโอกาสในการได้รับจัดสรรวัคซีนเพิ่มเติม เพื่อมาเร่งฉีดให้คนไทยได้มากขึ้น

ซึ่งสหรัฐพร้อมจะสนับสนุนวัคซีนให้ประเทศที่เข้าโครงการโคแวค ใน อินโด แปซิฟิก หลายประเทศ เช่น อินโดนีเซีย ได้ 12.6 ล้านโดส เกาหลีใต้ได้ 1.5 ล้านโดส เป็นต้น

คุณหญิงสุดารัตน์ ได้ใช้โอกาสนี้ในการขอบคุณรัฐบาลสหรัฐ โดยเฉพาะท่านส.ว.แทมมี่ ที่มีส่วนสำคัญในการผลักดันให้มีการจัดสรรวัคซีนจำนวน 2.5 ล้านโดสให้ประเทศไทย และหวังในความร่วมมือในการจัดสรรวัคซีนเพิ่มเติมให้ชาวไทย

โดยคุณหญิงสุดารัตน์ ได้เสนอว่าท้องถิ่นของประเทศไทยหลายแห่งมีความพร้อมและประสงค์จะซื้อวัคซีน mRNA ที่ FDA สหรัฐ รับรองอย่างเต็มรูปแบบแล้ว เพื่อไปฉีดให้ประชาชนในแต่ละพื้นที่ได้ทั่วถึง เร็วขึ้น

โดยท้องถิ่นมีเงินสะสมอยู่หลายแสนล้าน จึงขอให้ส.ว.แทมมี่ ช่วยสนับสนุนเรื่องนี้ด้วย ซึ่งทางส.ว.แทมมี่ได้ตอบรับที่จะประสานงานให้ แต่ต้องขึ้นอยู่กับรัฐบาลไทยจะเปิดทางให้หรือไม่ด้วย

สุดท้ายคุณหญิงสุดารัตน์ ยังได้หยิบยกเรื่องการค้าการลงทุนขึ้นมาหารือ กับส.ว.แทมมี่ ถึงลู่ทางที่จะเพิ่มมูลค่าการค้าระหว่างกัน หลังจากเศรษฐกิจสหรัฐได้เริ่มฟื้นตัวขึ้น ซึ่งจะเป็นโอกาสทองของผู้ส่งออกไทย

โดยท่านส.ว.แทมมี่มีแผนงานที่จะนำนักธุรกิจจากสหรัฐ มาประชุมกับภาคธุรกิจหลายประเทศในอาเซียนช่วงปลายปีนี้ แต่ไม่ได้มาไทย

คุณหญิงสุดารัตน์ จึงถือโอกาสเชิญท่านส.ว.ให้นำนักธุรกิจอเมริกันมาพบปะกับนักธุรกิจไทย เพื่อฟื้นฟู และส่งเสริมการค้าการลงทุนระหว่างไทยและสหรัฐหลังสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในช่วงต้นปีหน้า(2565) อีกด้วย

‘อุ้ม-นิวเคลียร์’แพ็กคู่ประชันความแซ่บ อวดหุ่นเซ็กซี่ชุดบิกินี่ชวนใจสั่น #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/604595

'อุ้ม-นิวเคลียร์'แพ็กคู่ประชันความแซ่บ อวดหุ่นเซ็กซี่ชุดบิกินี่ชวนใจสั่น

วันเสาร์ ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2564, 13.23 น.

25 กันยายน 2564 ทำเอาทะเลช่วงหน้าฝนร้อนระอุขึ้นมาในพริบตาเมื่อสองสาวพี่น้อง “อุ้ม ลักขณา” และ “นิวเคลียร์ หรรษา” ได้จัดทริปพักผ่อนริมชายหาดรับลมทะเลที่หัวหิน แน่นอนว่างานนี้สองสาวไม่พลาด จัดชุดบิกินี่ประชันความแซ่บกันอย่างไม่มีใครยอมใคร ถึงแม้ทั้งคู่จะเป้นคุณแม่กันแล้ว แต่หุ่นและความสวยไม่เคยลดลง ยังคงเซ็กซี่กระชากใจเหมือนเดิม แพ็กคู่ความซี้ดมาขนาดนี้ ทะเลไม่ลุกเป็นไฟทนไหววววววววว

มิติใหม่ของสถานที่จัดงานไมซ์ ยุค New Normal #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/604611

มิติใหม่ของสถานที่จัดงานไมซ์  ยุค New Normal

วันอาทิตย์ ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ สสปน. (TCEB) จัดโครงการอบรมหลักสูตรการจัดการสถานที่ Venue Management Course (VMC) ภายใต้คอนเซ็ปต์สุดคูล “CustomersInsights & Experience Design จัดให้อย่างรู้ใจ ดีไซน์ไม่จำกัด” การออกแบบที่เจาะลึกเพื่อให้ลูกค้าพึงพอใจอย่างไร้ขีดจำกัด อาทิ การออกแบบประสบการณ์ การปรับกลยุทธ์การบริหารจัดการสถานที่ การประชาสัมพันธ์ การตลาดการสร้างงานในวิถีใหม่ของโลกอนาคตไมซ์ไทย โดยมีศุภวรรณ ตีระรัตน์ CED, CEM, CIS, DES, EMD, SEP, UCP รองผู้อำนวยการ สสปน. สายงานพัฒนาและนวัตกรรม อรชร ว่องพรรณงาม, CED, CEM, CIS, DES, EMD, SEP ผู้อำนวยการ ฝ่ายพัฒนาศักยภาพอุตสาหกรรมไมซ์ สสปน. และวิทยากรชั้นนำมาจากแวดวงธุรกิจต่างๆ เข้าร่วม

โดยภายในงานตลอด 2 วัน เรียกว่าจัดเต็มไม่มีพร่องกับเหล่ากูรูชั้นนำผู้คร่ำหวอดในอุตสาหกรรมไมซ์ และผู้คร่ำหวอดในแวดวงการตลาดและการออกแบบประสบการณ์ระดับประเทศมากกว่า 12 ท่าน ที่มาร่วมถ่ายทอดเทคนิค ประสบการณ์ในการสร้างสรรค์งานออกมาให้โดนใจลูกค้ามากที่สุดให้แก่ผู้เข้าร่วมอบรมที่สนใจกว่า 200 คน

Celebrity Gossip : 26 กันยายน 2564 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/604649

Celebrity Gossip : 26 กันยายน 2564

วันอาทิตย์ ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

O คณะทูตสุดเท่ 7 หนุ่ม BTS ปฏิบัติหน้าที่ทูตพิเศษของประธานาธิบดีแห่งเกาหลีใต้อย่างสมศักดิ์ศรี กับการกล่าวสุนทรพจน์ 7 นาทีแต่ทรงพลังในที่ประชุมสมัชชาใหญ่สหประชาชาติในสัปดาห์ที่ผ่านมา กับการสะท้อนความรู้สึกและความคิดเห็นของคนหนุ่มสาวจากทั่วโลก ซึ่งพวกเขาได้ตั้งคำถามไว้ก่อนหน้านี้ว่า “ชีวิตในรอบ 2 ปีที่ผ่านมาเป็นอย่างไรบ้าง และโลกของคุณในวันนี้เป็นอย่างไร” ซึ่งพวกเขาได้คำตอบว่า บรรดาคนรุ่นใหม่ต่างก็มีความห่วงกังวลต่อโลกของเรา และพยายามหาวิธีทำให้มันดีขึ้น ซึ่งแม้ตลอด 2 ปีที่ผ่านมาทุกคนต้องเผชิญกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 แต่ก็ทำให้ผู้คนได้สื่อสารกันโดยตรงมากขึ้น และยังได้เรียนรู้ศึกษาข้อมูลในหลายๆ เรื่อง แม้บางคนจะขนานนามว่าคนวัยหนุ่มสาวยุคนี้เป็นเจเนอเรชั่นที่หลงทาง แต่พวกเขากลับมองว่าเป็นเจเนอเรชั่นที่พร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงมากกว่าถือเป็นครั้งที่ 3 ที่หนุ่มๆ BTS ได้ไปกล่าวสุนทรพจน์ที่สมัชชาใหญ่สหประชาชาติ โดย 2 ครั้งก่อนหน้านี้คือเมื่อปี 2018 และ 2020

O เม้าท์กันหนักหน่วงเหลือเกินว่าชีวิตคู่ 3 ปีของ จัสติน บีเบอร์และภรรยา เฮลีย์ ส่อเค้าเตียงหักรักพังซะแล้ว เพราะบีเบอร์ ที่ปกติมักจะชอบอวยภรรเมียผ่านโซเชียลบ่อยๆ กลับทำตัวไม่น่ารักใส่ภรรยา หลังลงจากเวทีคอนเสิร์ตที่ลาสเวกัสเมื่อวันก่อน แม้จะมีคนอ้างว่าอยู่ในเหตุการณ์ออกมาแก้ข่าวแทนว่า บีเบอร์ไม่ได้ตะคอกหรือตะเพิดภรรยาคนสวย เพียงแต่เขายังคึกเพราะอะดรีนาลีนกำลังพุ่งเนื่องจากยังมันส์ต่อเนื่องจากบนเวทีก็เลยพูดเสียงดังไปหน่อยก็เท่านั้นเอง แถมทั้งคู่ยังยิ้มแย้มหัวเราะกันด้วยแต่ไม่มีใครถ่ายคลิปมาก็เท่านั้น ล่าสุด เฮลีย์ ออกโรงยืนยันผ่านรายการ 4D ของ เดมี โลวาโต ว่า เธอได้ยินเสียงลือเสียงเล่าอ้างมาเยอะเกี่ยวกับเรื่องส่วนตัวของเธอกับสามี แต่บอกเลยว่าตรงข้ามกับความเป็นจริงสุดๆ เพราะจริงๆ แล้วพูดได้เลยว่าเธอเป็นผู้หญิงที่โชคดีสุดๆ ที่ได้อยู่กับผู้ชายที่ให้เกียรติเธออย่างมาก และทำให้เธอรู้สึกพิเศษในทุกๆ วัน

O แดเนียล เคร็ก อำลาบทบาทสายลับเจ้าเสน่ห์รหัส 007 ในหนังแอ๊กชั่นสไตล์ผู้ดี James Bond ในภาค 25ที่ใช้ชื่อว่า No Time to Die หลังสวมบทนี้ในหนัง 5 ภาค ตลอดระยะเวลา 15 ปี ก่อนหน้านี้ก็มีหลายคนเปิดประเด็นว่าใครจะมาเสียบบทนี้ต่อจากเขา โดยหลายเสียงอยากให้เปิดโอกาสให้นักแสดงผิวสี อย่าง ไอดริส เอลบา หรือไม่ก็ เรเก ฌอง เพจ ขณะที่บางคนอยากให้บทสายลับ 007 ตกอยู่ในมือนักแสดงหญิงอย่าง เอมิลี บลันท์ หรือไม่ก็ กัล กาด็อต เมื่อคำถามนี้ผ่านไปถึงหูพระเอกเจมส์ บอนด์ คนปัจจุบัน เคร็กก็ตอบแบบบัวไม่ช้ำน้ำไม่ขุ่นว่า มันมีอีกตั้งหลายบทที่เหมาะกับนักแสดงหญิงและนักแสดงผิวสีมากกว่าซะอีก แม้หลายคนตีความว่าคำตอบของเขาอาจเป็นการแสดงความไม่เห็นด้วยกลายๆ แต่ขณะเดียวกันก็อาจมีบิ๊กเซอร์ไพรส์เป็นนักแสดงหญิงผิวสีลาชานา ลินช์ ที่ร่วมแสดงในหนัง No Time to Die กับบทสายลับ รหัสขึ้นต้นด้วยเลข 00 ที่หลายคนจับตาว่า เธอนี่แหละที่จะขึ้นแท่น 007 คนใหม่

O หลังจาก อเดล เสร็จสิ้นการหย่าขาดจาก ไซมอนโคเนคกี ไปเมื่อต้นปีที่ผ่านมาหลังทั้งคู่อยู่กินจนมีลูกชาย แองเจโลวัย 8 ปีด้วยกันหนึ่งคน นักร้องสาวก็กลับมาหัวใจชุ่มฉ่ำอีกครั้ง โดยเธอได้เผยความสวยในชุดราตรีของ Schiaparelli ให้แฟนๆได้ตะลึงกับความผอมสวยของเจ้าตัว ก่อนที่รูปถัดมาจะแนบชิดกับชายหนุ่ม ริช พอล วัย 39 ปี ผู้เป็นเอเย่นต์ของนักกีฬาชื่อดังมากมายทั้ง เลอบรอน เจมส์ และ เบน ซิมมอนส์ ขณะที่เรื่องงานก็ไม่ร่วงแต่อย่างใด เพราะหลังจากที่ อเดล ปล่อยผลงานอัลบั้ม 25 ตั้งแต่ปี 2015 ดูเหมือนว่าเธอพร้อมที่จะกลับมาออกผลงานใหม่อีกครั้งแล้ว โดยเธอแพลนที่จะกลับมาออกอัลบั้มใหม่อีกครั้งหลังจากปล่อยให้แฟนๆ รอมานาน เพื่อให้เธอได้รักษาแผลใจจนหายดี คราวนี้เธอเตรียมที่จะเปิดคอนเสิร์ตในลาสเวกัสด้วย เป็นอีเว้นท์ไลฟ์สดครั้งแรกในรอบ 4 ปี ของ อเดล ซึ่งแฟนๆจะได้ชมพร้อมกันทั่วโลกในวันที่ 10 ธ.ค.

O คานเย เวสต์ จ่ายเงินซื้ออสังหาริมทรัพย์มาเก็บไว้อีกแล้ว ครั้งนี้เป็นบ้านที่ตั้งอยู่ใน มาลิบู แคลิฟอร์เนีย ที่มีดีไซน์ไม่เหมือนใคร บ้านหลังนี้เป็นผลงานออกแบบของสถาปนิกชื่อดัง ทาดาโอะ อันโด ที่ออกแบบมาแล้วดูมีความคล้ายกับบังเกอร์ทหารบ้านยังมีวิวติดทะเล และมีพื้นที่ใช้สอย 4,000 ตารางฟุตจ่ายเงินไปเบาๆ แค่ 57 ล้านดอลลาร์ หรือราว 2,000 ล้านบาทถือว่า คานเย เวสต์ ได้มาในราคาที่ใช้ได้เลยทีเดียวเพราะก่อนหน้านี้เมื่อปีก่อนบ้านหลังนี้เคยมีราคาพุ่งสูงไปถึง 75 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 2,500 ล้านบาท แต่อาจจะดูไม่ค่อยมีความเป็นส่วนตัวสักเท่าไหร่เพราะว่ามีบ้านเพื่อนบ้านขนาบทั้งสองข้างซ้ายขวา

‘คุณน้ำผึ้ง’แบ่งปันรอยยิ้ม ความสุข ส่งถึงผู้รับคนบนดอยอมก๋อย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/604609

‘คุณน้ำผึ้ง’แบ่งปันรอยยิ้ม ความสุข ส่งถึงผู้รับคนบนดอยอมก๋อย

วันอาทิตย์ ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ทริปนี้ “คุณน้ำผึ้ง, น้อย” มาต่อก๊อกสองตามสัญญา ในภารกิจเดินเท้าข้ามเขาเข้าป่าไปกับหมอเดินเท้า เพื่อรักษาชาวเขาตามหมู่บ้าน ในอมก๋อย จ.เชียงใหม่ จาก หมู่บ้านตะกอคะไปต่อที่ หมู่บ้านปิโกทะ และ หมู่บ้านมอโพทะ ซึ่งเป็นเส้นทางที่รถเข้าไม่ถึงทุกคนจึงต้องเดินเท้าปีนป่ายเขาลาดชันตั้งแต่เช้าจนเย็น บางเส้นทางจะต้องลัดเลาะข้ามลำน้ำเงา คุณน้ำผึ้งก็สู้ไม่ถอย

หมู่บ้านต่อไปคือ หมู่บ้านสเรเดคี ซึ่งเป็นจุดหมายของคุณน้ำผึ้งก่อนจะมาเกิดอุบัติเหตุรถตกเขาเมื่อคราวก่อน การเดินทางเข้าหมู่บ้านสเรเดคี ขอเปลี่ยนจากเดินเท้ามานั่งรถแม้เส้นทางจะสูงชันลำบากขนาดไหนแต่ละคนก็ไม่มีบ่นพอมาถึงหมู่บ้านสเรเดคี คุณน้ำผึ้งและคณะต่างช่วยกันแจกเสื้อกันหนาว เครื่องเขียน อุปกรณ์กีฬา รวมทั้งขนมให้กับเด็กๆ ระหว่างนั้นทีมแพทย์เดินเท้าก็ไม่รอช้า ตรงดิ่งกระชับพื้นที่ทำการตรวจรักษาชาวบ้านที่มีอาการเจ็บป่วย รวมไปจนถึงผู้หญิงที่ตั้งครรภ์ก็ได้โอกาสมาฝากครรภ์ด้วย

แต่ที่ทำเอาคุณน้ำผึ้งเกือบบ่อน้ำตาแตกคงหนีไม่พ้นเคสเด็กน้อยอายุ 7 เดือนที่ถูกไฟลวกและมีอาการติดเชื้อ งานนี้เจ้าตัวไม่อยู่นิ่งขอทำหน้าที่ผู้ช่วยหมออย่างสมบูรณ์แบบ ด้วยการอุ้มเด็กมาป้อนข้าวป้อนยา พร้อมคอยแจกยาให้กับชาวบ้านต่อด้วยเลย จากนั้นเดินทางกันต่อที่ หมู่บ้านทีตะอึคีซึ่งที่นี่ทำให้คุณน้ำผึ้งได้เจอกับครูหน่อง ที่เคยช่วยวิทยุสื่อสารแจ้งเจ้าหน้าที่กับ ฮ. มารับคุณน้ำผึ้ง เมื่อตอนที่คุณน้ำผึ้งประสบอุบัติเหตุรถตกเขาและหมู่บ้านสุดท้ายกับภารกิจมอบความสุขให้คนในพื้นที่ห่างไกลอยู่ที่ หมู่บ้านทีผะแหล่ ซึ่งที่นี่จัดว่าเป็นหมู่บ้านที่บรรยากาศชิวสุดๆ เพราะอยู่ใกล้แหล่งน้ำมีพื้นที่ราบสำหรับให้เด็กๆ ทำกิจกรรมการเดินทาง…เราไม่ได้เดินตามเส้นทางท่องเที่ยวอย่างเดียว แต่เรายังเดินตามความฝัน ของผู้ด้อยโอกาสที่ห่างไกล ที่รอคอยพวกเราไปให้ถึงพวกเขาเพื่อมอบรอยยิ้มและความสุขให้แก่กัน

‘เบลล่า-ราณี’ชวนเที่ยวพัทยา กับแคมเปญ‘Unseen More Fun วันธรรมดา@ชลบุรี’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/604610

‘เบลล่า-ราณี’ชวนเที่ยวพัทยา กับแคมเปญ‘Unseen More Fun วันธรรมดา@ชลบุรี’

วันอาทิตย์ ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ททท.สำนักงานพัทยา ขอชวนคนไทยออกไป See the Unseen @ Pattaya ที่คิดถึงในวันธรรมดากับแคมเปญ“Unseen More Fun วันธรรมดา@ชลบุรี” ออกมาร่วมสัมผัสประสบการณ์ความอันซีนใกล้กรุงของจังหวัดชลบุรีที่มีทั้งทะเลภูเขาหรือสวนดอกไม้ เตรียมตัวให้พร้อมและปฏิบัติตามมาตรฐานสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด แล้วออกไปUNLOCK ความสุขเติมความ UNSEEN ให้กับชีวิตกันเลย

Unseen New series : หุบเขาไดโนเสาร์ สวนนงนุช

เริ่มต้นกับ “เบลล่า-ราณี” ดารานักแสดงชื่อดังที่จะมาชวนตะลุยหุบเขาไดโนเสาร์ผ่าน “Photo Series”ณ แหล่งท่องเที่ยว Unseen New series แห่งใหม่ของพัทยากับ หุบเขาไดโนเสาร์ สวนนงนุช เพียงแค่ก้าวเข้าไปก็ราวกับย้อนเวลากลับไปในยุคไดโนเสาร์ เพราะนอกจากความหลากหลายของไดโนเสาร์สายพันธุ์ต่างๆ กว่า 700 ตัว แล้วรูปลักษณ์ที่เหมือนจริงในทุกรายละเอียด เริ่มจากสีผิว รอยยับย่นของผิวหนัง สีหน้า ท่าทาง รวมถึงขนาดที่เท่าตัวจริง ก็ทำให้สถานที่แห่งนี้กลายเป็นหุบเขาไดโนเสาร์อย่างแท้จริง ไม่เชื่อ…ลองได้สบตาไดโนเสาร์ แววตาเหล่านั้นราวกับมีชีวิตจริงๆ

นอกจากหุบเขาไดโนเสาร์ ภายในสวนนงนุชยังพบกับความยิ่งใหญ่ของสวนกระบองเพชร เพลิดเพลินกับพันธุ์ไม้นานาชนิดบนสวนลอยฟ้า พร้อมสัมผัสกับประสบการณ์ชิมกัญชา ชมช้าง กลางป่าไดโนเสาร์

เกาะล้าน พัทยา

ของดีที่ไม่ควรมองข้ามเพียงเพราะอยู่ใกล้ตัวมากเกินไปหลายคนยังไม่รู้หรือยังไม่เคยมาสัมผัสด้วยตัวเองว่าพัทยาจะมีเกาะแสนสวยที่ทรายขาวน้ำใสและจุดชมวิวแบบที่ไม่คิดว่าจะหาได้ง่ายๆ เพิ่งขับรถไม่กี่นาทีจากกรุงเทพฯและในปีนี้เกาะล้านมีคาเฟ่ ร้านอาหาร และที่พักสุดเก๋ถ่ายรูปสวยเปิดใหม่มากมายชวนให้ออกมา Shopping แบบชิลๆ สบายกระเป๋าและด้วยการเดินทางที่แสนสะดวกสบาย ราคาประหยัดทำให้สามารถไปเที่ยวได้ทั้งแบบไปเช้า-เย็นกลับ และค้างคืน

สวนสัตว์เปิดเขาเขียว

นอกจากชลบุรีจะมีเที่ยวทะเลยังมีพื้นที่สีเขียวกว้างใหญ่กว่า 5,000 ไร่ ที่ให้อิสระต่อใจในการสัมผัสธรรมชาติและใกล้ชิดเหล่าสรรพสัตว์ที่ใช้ชีวิตกันอย่างมีความสุขท่ามกลางสวนสัตว์แบบธรรมชาติที่มีพื้นที่กว้างขวางและที่พลาดไม่ได้ก็คือนัด fan meet กับเซเลบฯแห่งเขาเขียวที่เป็นที่รู้จักในโลกออนไลน์อย่าง คุณแฟลช สลอธสองนิ้ว สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมแสนเชื่องช้า น้องหมูตุ๋น น้องหมูหวาน

อย่างไรก็ดี แม้พัทยาจะเปิดให้เริ่มเดินทางกันได้แล้วแต่ทุกคนต้องการ์ดไม่ตกไปไหนมาไหนใส่หน้ากาก ล้างมือทุกครั้งเลือกแหล่งท่องเที่ยวคนน้อยไม่แออัดโดยเฉพาะการเดินทางท่องเที่ยววันธรรมดา นอกจากไม่แออัดแล้วยังได้รับโปรโมชั่นดีๆ ราคาสุดพิเศษจากผู้ประกอบการโรงแรม ที่พักต่างๆ มากมายและที่สำคัญต้องเลือกโรงแรมที่พักที่ที่ได้มาตรฐาน SHAทำ “วันธรรมดา” ให้เป็น “วันเที่ยว” ที่มีความ Amazingยิ่งกว่าเดิม ททท. สำนักงานพัทยา (ชลบุรี) โทร.038-427667,038-428750, 038-423990

โอ๊ยเล่าเรื่อง : อิน จัน (Extraordinary Siamese Story : Eng and Chang) #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/604428

โอ๊ยเล่าเรื่อง : อิน จัน   (Extraordinary Siamese Story :  Eng and Chang)

วันเสาร์ ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

อิน จัน (Extraordinary Siamese Story : Eng and Chang) ซีรี่ส์ความยาว 13 ตอน ผลงานของ ทรู ออริจินัล และ กันตนา โมชั่น พิคเจอร์ส ที่เปิดตัวอย่างฮือฮา ในการเป็นซีรี่ส์ไทยเรื่องแรกที่เปิดตัวพร้อมกับ Disney +Hotstar หนึ่งในงานฉลองครบรอบ 70 ปีของ กันตนา และเป็นอีกครั้งของ กันตนา กับการหยิบเอาเรื่อง แฝดสยาม มาทำเป็นหนังที่เคยทำเป็นสารคดี ความยาว 26 ตอนจบ เมื่อ 30 ปีที่แล้ว

อิน จัน เล่าเรื่องของแฝดสยาม ในประเด็นความรักครอบครัวที่อเมริกา การดำเนินชีวิตในอเมริกาเป็นหลัก ในรูปแบบของดราม่า ไม่ได้เน้นวิชาการต่างๆ เริ่มต้นแต่พบรักมาจนถึงวาระสุดท้ายของชีวิต 

บ็อบ-วรุตม์ บราวน์ และ เบ็น-วราวุฒิ บราวน์ ไปได้ดีกับบท อิน จัน ในบุคลิกที่ต่างกันออกไป ชัดเจนในตัวตนของแต่ละคน อิน สุภาพสุขุมรอบรอบ จัน วู่วามขี้เหล้า ชอบเสี่ยงอารมณ์ร้อน ทั้งคู่เล่นดี ทั้งสีหน้าท่าทาง ทำให้เชื่อว่าทั้งคู่เป็นอิน จัน จริงๆ

เดน่า สโลซาร์ ในบท ซาร่า กับ มารีญา พูลเลิศลาภในบท แอดิเลด สวยเล่นดี ดูดีทั้งบทกุ๊กกิ๊ก รัก หรือแม้แต่บทดราม่าหนักๆ บทเด่น แบกหนังไว้ตลอดไม่แพ้ตัวอิน จันดูแล้วเชื่อในความเป็นพี่น้องที่มีทั้งรักกัน ขัดแย้งกัน ไม่แพ้อิน จัน ดูแล้วบางทีก็รัก บางทีก็น่ารำคาญกับบางเรื่องที่ทั้งคู่ทำ

เจสัน ยัง มารับบท ชาร์ล แฮริส เพื่อนสนิทของอิน จันเล่นสบายๆ ไม่มีอะไรมาก โอซา แวง แปลงโฉมอ้วนฉุ แก้มป่องที่ดูแปลกตา แต่ดูไปดูมาไม่ค่อยสมจริง ดูหลอกๆ ในบท แนนซี่ เยทส์ แม่ยายของอิน จัน 

อิน จัน ดีงามในด้านโปรดักชั่น ภาพ มุมกล้อง แสงการตัดต่อ ออกมาดูดีสวย เครื่องแต่งกายสวย ดูดีเหมือนดูหนังฝรั่งโปรดักชั่นดีๆ มิวสิกวีดีโองามๆ เนรมิตภาพออกมาดูแล้วเชื่อว่าเกิดในอเมริกา ในยุคนั้นจริงๆ มีการยกกองไปถ่ายทำในไร่ที่อเมริกา จริงๆ ฉากบ้านเมือง บ้าน ดูสมจริง ที่เด่นมากๆ คือ สถานีรถไฟ ถ้าไม่สังเกตดีๆ จะไม่รู้เลยว่าคือหัวลำโพง บ้านของอิน จัน ที่สร้างในกันตนามูฟวี่ทาวน์ดนตรีประกอบกับเพลงประกอบ ฝีมือ ฮิวโก้-จุลจักร จักรพงษ์ เพราะมาก มีสกอร์เป็นของตัวเอง ในแต่ละช่วง ช่วยเพิ่ม/ขยี้อารมณ์ให้กับหนังมากมาย ให้บรรยากาศเหงาๆ ในแบบชาวไร่อเมริกันดีๆ แค่สงสัยนิดหนึ่ง ทุกอย่างเป็นภาษาอังกฤษหมด เพลงนำยังภาษาอังกฤษ แต่พอช่วงท้ายๆ เพลงประกอบกลับเป็นภาษาไทย 

เต้นท์-กัลป์ กัลย์จาฤก ทำ อิน จัน ออกมาได้ในระดับดีโกอินเตอร์ได้อย่างสบายๆ ดูสนุก ดูได้เรื่อยๆ เพลินๆ ทำให้รู้จักแฝดสยามอิน จัน ในมุมที่อาจจะไม่มีใครรู้ ในรูปแบบความบันเทิงที่ดีงามไม่แพ้สารคดี แฝดสยาม อาจจะไม่สนุกตื่นเต้นเร้าใจอะไรมากนัก แต่ก็เป็นงานที่ดูได้เรื่อยๆ สบายๆ ในแบบที่รู้สึกว่ามีความอินเตอร์กันเลยทีเดียว 7/10 คะแนน