ที่สุดกำลังใจ! ‘ต่าย อรทัย’ทักแชทดึงสติ หนุ่มคิดสั้นหวังจะจบชีวิต #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/604431

ที่สุดกำลังใจ! 'ต่าย อรทัย'ทักแชทดึงสติ หนุ่มคิดสั้นหวังจะจบชีวิต

วันศุกร์ ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2564, 14.53 น.

ที่สุดของกำลังใจ! ‘ต่าย อรทัย’ ทักแชทดึงสติแฟนเพลง กำลังคิดสั้น หวังจะจบชีวิต

ในยามทุกข์ใจ สิ่งที่ทุกคนอยากได้ที่สุดคือกำลังใจ เรื่องนี้เผยโดยเพจเฟซบุ๊ก อีซ้อขยี้ข่าว 2 เผยเรื่องราวของนักร้องลูกทุ่งชื่อดัง ต่าย อรทัย ที่เผยข้อความว่ามีหนุ่มรายหนึ่งเกิดปัญหาในชีวิตรวมถึงระบุว่าเป็นโรคซึมเศร้า ขอจบชีวิตในวัย 35 ปี 2 เดือน

ซึ่งก่อนหน้านี้ หนุ่มคนนี้เคยแชร์บทเพลงที่โคฟเวอร์โดย ต่าย อรทัย ในเพลง ลม และยังบอกว่า พี่ต่าย คือความสุขของน้องเสมอ

ด้าน ต่าย อรทัย ได้เห็นข้อความนี้ผ่านโซเชียล จึงรีบทักไปหาเพื่อสอบถามและพูดคุยให้กำลังใจ “… หนูจะไม่อยู่เป็นกำลังใจให้พี่ต่ายต่อไปอีกแล้วเหรอคะ คุณพ่อ คุณแม่ล่ะ หนูอยากเห็นท่านร้องไห้เจ็บปวดทรมานหัวใจ ที่ลูกตัดสินใจจบชีวิตแบบนี้เหรอคะ หนูมีเรื่องทุกข์ใจเยอะมากเลยใช่ไหม เล่าให้พี่ต่ายฟังบ้างได้ไหม สักเรื่องนึง พี่ต่ายอยากฟัง” จนทำให้หนุ่มคนนี้ล้มเลิกความตั้งใจที่จะจบชีวิตในที่สุด 

.

(009)

‘แต้ว ณฐพร’อวดลุดเปรี้ยวจี๊ด แปลงโฉมเป็นวายรายสุดร้อนแรง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/604380

'แต้ว ณฐพร'อวดลุดเปรี้ยวจี๊ด แปลงโฉมเป็นวายรายสุดร้อนแรง

วันศุกร์ ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2564, 12.25 น.

24 ก.ย.64 แซ่บซี๊ดพริก 10 เม็ดเลยทีเดียว สำหรับ “แต้ว ณฐพร เตมีรักษ์” ที่ล่าสุด เจ้าตัวได้แปลงโฉมเป็นวายร้ายสุดจี๊ด “ครูเอลล่า” ผู้ชื่นชอบแฟชั่นขนสัตว์ และต้องการนำขนสุนัขมาตัดเย็บเป็นแฟชั่นเครื่องแต่งกาย โดยสาวแต้วได้แชะภาพสุดแซ่บ เสื้อผ้าหน้าผมมาเต็ม แถมเรื่องอินเนอร์ไม่ต้องพูดถึง ถอดแบบ “ครูเอลล่า” มาแบบเป๊ะๆ ต้องกดไลค์ให้แบบรัวๆ เลยทีเดียว .-011

‘เปิ้ล ไอริณ’ขอพูดปม’น้องไข่เน่า’ ไม่เห็นด้วยอาชีพSex Worker #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/604369

'เปิ้ล ไอริณ'ขอพูดปม'น้องไข่เน่า' ไม่เห็นด้วยอาชีพSex Worker

วันศุกร์ ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2564, 11.28 น.

‘เปิ้ล ไอริณ’ ขอพูดปม’น้องไข่เน่า’ ไม่เห็นด้วยอาชีพ Sex Worker  บอกอาชีพบ้านๆ ธรรมดาดีกว่า

24 กันยายน 2564 จากกรณีเจ้าหน้าที่ชุดกองบังคับการสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี บุกจับกุม น้องไข่เน่าและแฟน ผู้ต้องหาถูกดำเนินคดีตามหมายจับศาลจังหวัดสมุทรปราการ ที่ 444/2564 และ 445/2564 ลงวันที่ 20 ก.ย.2564 ในข้อหาความผิดตามประมวลกฎหมายอาญาร่วมกันทำผลิตมีไว้หรือนำเข้าหรือส่งออกไปนอกราชอาณาจักรหรือทำให้แพร่หลายโดยประการใดๆอันลามกเพื่อความประสงค์แห่งการค้าเพื่อแจกจ่ายหรือเพื่อการแสดงแก่ประชาชน 

ขณะเดียวกัน ดาราสาวเซ็กซี่ตลอดกาล ‘เปิ้ล ไอริณ’ ก็ขอแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ ผ่านเฟซบุ๊ก Irin Sriklao ว่า ไม่เห็นด้วยกับอาชีพ Sex Worker 

” Totally Disagree 

ไม่เห็นด้วยกับการ Freedom อาชีพ Sex Worker ค่ะ

ตอนเราอายุ 18-19 ปี สามัญสำนึกไม่มั่นคงเลย สับสน มีแต่ความอยากรู้อยากลอง งุนงงกับการตัดสินใจ รู้สึกถูกชักจูง และถูกหลอกอยู่ตลอดเวลา และแม้เราไม่เคยเล่นหนังถึงเรทนั้น แต่การเลือกเป็น Sexy Star ในวงการบันเทิงไทย ฟีดแบ็กต่อชีวิตไม่ได้สวยงามนักหรอก! เรามักโดนแบ่งชนชั้น ทั้งจากทีมงาน เพื่อนร่วมงาน, FC ,คนรอบข้าง และจนถึงสมาชิกในครอบครัวค่ะ! บ่อยครั้ง ก็ได้รับการทรีทแย่ๆ จากคนแปลกหน้า ที่ตัดสินเราลบๆ มองว่าชีวิตประสบความสำเร็จจากทางลัด โดยไร้สมอง ไร้ความสามารถ มันยากที่มีคนเข้าถึง การ Opened mind ในแบบของเรา และบ่อยครั้ง ยังต้องรับมือกับโรคจิตรูปแบบต่างๆ ต้องใช้สมอง คอยแก้เกมส์  เพื่อปกป้องตัวเอง จากเหล่าผู้ชาย ที่ต้องการเข้ามา แบบเจตนาไม่บริสุทธิ์ทั้งหลายด้วยค่ะ !!  

นี่ผ่านมายี่สิบกว่าปีแล้ว ยังเป็น ยังเจอ ยังต้องอยู่ในสภาวะนั้น แบบหลีกเลี่ยงไม่ได้อยู่เลยค่ะ!!

บางทีคุณไม่รู้หรอก ว่าอาชีพสุจริต บ้านๆ ธรรมดาๆ ที่พวกคุณกำลังทำมาหากินกันอยู่นี่ เมื่อเทียบกับบางอาชีพ มันถูกทาง มันดีต่อใจ ต่อชีวิต ต่ออนาคต และต่อภาพทรงจำของคุณ ต่อคนที่คุณรัก และลูกหลานในอนาคตมากกค่ะ… ดีกว่าเย๊อะเลยค่ะ!! “

.

(009)

‘แบม จณิสตา’ย้อนเล่าอุบัติเหตุหวิดโดนตัดขา ตอนเป็นนักการเมืองเคยโดนขู่ สาดน้ำกรดให้เสียโฉม? #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/604301

'แบม จณิสตา'ย้อนเล่าอุบัติเหตุหวิดโดนตัดขา ตอนเป็นนักการเมืองเคยโดนขู่ สาดน้ำกรดให้เสียโฉม?

วันพฤหัสบดี ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2564, 19.23 น.

แบม จณิสตา ที่วันนี้จะมาเปิดชีวิตหมดเปลือกกับเส้นทางเข้าสู่วงการที่เคยขึ้นหน้า1 ในเหตุการณ์อุบัติเหตุเกือบต้องตัดขา พร้อมเผยชีวิตนักการเมืองที่ต้องแลกมาด้วยข่าวคาว หวิดเสียโฉมโดนขู่สาดน้ำกรดใส่หน้า แต่ไม่รู้ว่าที่ยุติการเป็นนักการเมือง เพราะมาเจอความรักกับสามีนักธุรกิจโบ๊ท บุตรรัตน์ ที่รักกันมา 12 ปีหรือเปล่า แล้ววันนี้จะมาเปิดเผยแชทลับจากหนุ่มใหญ่ที่เคยจ้างให้เจ้าตัวเป็นภรรยาลับ ผ่านทางรายการคุยแซ่บshow ทางช่อง วัน31 ที่มีธัญญ่า ธัญญาเรศ และ อาจารย์เป็นหนึ่ง เป็นพิธีกรดำเนินรายการ

สถานการณ์โควิดกระทบร้านอาหารเป็นยังไงบ้าง?

แบม : ปีนี้เป็นปีที่ 10 แล้วที่ทำร้านมา ก่อนหน้านี้มีอยู่ 8 สาขาในศูนย์การค้าชั้นนำต่างๆ พอเจอโควิดรอบที่1 ก็เซย์ไป ปิดไป 1 สาขา ที่เอสพลานาด แล้วพอมาโควิด 2-3 ก็มีอีกสาขานึง คือ เซ็นทรัลเวสต์เกต ที่หมดสัญญาพอดี เราคิดว่าไม่ต่อสัญญาดีกว่า ก็เลยเหลือแค่ 6 สาขา

ค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือนเราแบกรับภาระเยอะไหม?

แบม : ต้องบอกว่าหนักมาก ตั้งแต่โควิด1 ยอดขายที่หายไป จากล็อกดาวน์ ปิดร้าน แล้วก็มาตรการต่างๆ คือยอดขายหายไปร่วม 90% ในขณะที่เราเป็นร้านที่มีสาขา เราต้องมีไม่ใช่พนักงานแต่ละสาขา ต้องมีพนักงานครัวกลาง มีพนักงานในส่วนกลางด้วยที่เราต้องดูแล พอโควิด1 เราต้องปิดหมดเหลือแค่สาขาเดียว ทำแค่เดลิเวอรี่ รอวที่ผ่านมาทุกล็อกดาวน์หมดเลย ทุกอย่างอยู่บนออนไลน์ เดลิเวอรี่ อย่างเดียว แต่ต้องหล่อเลี้ยงพนักงานทั้งบริษัทในหลายๆ สาขา และส่วนกลางด้วย มันเป็นอะไรที่ประคองยาก ก็เข้าเนื้อ ทุกร้านอาหาร หรือที่เป็นธุรกิจบริการ ทุกคนต้องแบก 

ตอนนี้เป็นยังไงหลังจากเปิดร้านอาหารได้แล้ว?

แบม : ด้วยมาตรการต่างๆ แล้วด้วยตัวเลขมันไม่ได้อยู่ในจุดที่พวกเรามั่นใจ คนก็ยังไม่ได้กลับไปเท่าเดิม เพราะตอนนี้มาตรการรับลูกค้าได้แค่ครึ่งนึง ซึ่งครึ่งนึงมันไม่สามารถมาต่อสู้กับค่าใช้จ่ายต่างๆ ได้อยู่แล้ว แต่เราก็พยายามหากลยุทธิ์ หารายได้ทางอื่น ทำออนไลน์ สร้างแบรนด์ใหม่ๆ เปิดเพื่อให้รายได้อื่นๆ เข้ามา จริงๆ ตอนนี้เป็นนโยบายแบบประคับประคอง

พี่แบมได้บทเรียนจากครั้ง1-2-3 ยังไงบ้าง?

แบม : ทุกอย่างมันอยู่ที่พยายามปรับตัวให้เร็วที่สุด ทำให้เรารู้ได้ว่าบางสิ่งบางอย่างมันเกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็วอย่างที่เราคิด ภายใต้แรงกดดัน เพราะว่ามันไม่มีประตูออกแล้ว มันไม่มีทางเลือก เหมือนมันบีบคลั้นให้เราเข้าไปจัดการกับสิ่งที่เกิดขึ้น มุมนึงเราก็เหนื่อยกับการที่ต้องฝ่าฟันต่อสู้ ประคับประคอง อีกมุมนึงแบมก็พูดอยู่อสมอว่า บางครั้งก็ขอบคุณโควิดนะที่มาเร่งอะไรหลายๆ อย่างที่เราจะต้องทำ

มีช่วงนึงพี่แบมดังมาก ขึ้นหน้า 1 จากอุบัติเหตุ ตอนนั้นเหตุการณ์เป็นยังไงบ้าง?

แบม : ตอนนั้นยังไม่เข้าวงการด้วย  อายุ 17 ปี อยู่มัธยมปลาย ก็มีบทบาทในโรงเรียนบ้าง เลิกเรียนวันนั้นก็ไม่ได้ไปไหน เดินๆ รอรถมารับอยู่ แล้วอยู่ดีๆ เหมือนมีรถซิ่งแหกโค้งเข้ามาในโรงเรียนรอบสนามฟุตบอลแล้วดึงเบรกมือ ก็เลยกวาดนักเรียนไปประมาณ 9 คน

9 คน เห็นว่าพี่แบมหนักสุด ?

แบม : ก็เป็นผู้หญิงคนเดียว ถ้าจะพูดถึงความหนัก จริงๆ ก็มีอีกคนก็หนักพอๆ กัน เขาก็โดนเข้าข้างหลังขาหัก 2 ข้าง แต่ในแง่ของแผลที่เกิดขึ้นภายนอกเราเหมือนหนักสุด แล้วก็ใช้เวลาในการรีกษาค่อนข้างนาน เพราะมันเป็นเรื่องของเอ็นที่เท้า เท้าขวาเหมือนตัดจะขาดไปเลย ใต้เท้าคือเป็นแผลเย็บแบบยาวเลย พูดง่ายๆ คือส้นเท้าไม่มี

เห็นว่าต้องระวังการติดเชื้อของแผลมาก เพราะมีโอกาสที่จะต้องตัดขา?

แบม : ใช่ค่ะ หลังจากนั้นก็นำไปสู่กระบวนการรักษา แล้วแผลเปิดแบบกระจาย แล้วมีการติดเชื้อ ต้องเข้าห้องผ่าตัดทุกวัน ต้องใช้ยาฆ่าเชื้อขนาดที่ดีมาก ตอนนั้นหมอเริ่มบอกแล้วว่าโอกาสที่จะกลับมาเดินปกติอาจจะไม่มีหรือเหลือน้อย เหมือนกับว่าเราอาจจะเท้าไม่เท่ากัน แล้วหวังว่ามันจะไม่มีการติดเชื้อที่รุนแรงแล้วมันจะลาม จนนำไปสู่การตัดส่วนของรางกายออกไป

รักษาตัวนานไหม?

แบม : ก็อยู่โรงพยาบาลหลายเดือนนะคะ สุดท้ายพอออกมาได้ก็ต้องเข้าเฝือกนานร่วมปี ต้องกายภาพบำบัด ทำหลายอย่าง ซึ่งมันเป็นปราฏิหาริย์สำหรับเราเหมือนกันนะว่าเราผ่านจุดนั้นมาได้ยังไง แล้วตามมาด้วยเรื่องราวต่างๆ ในชีวิตอีกมากมาย เข้าวงการอย่างนี้ จากจุดที่เราเกือบเป็นคนที่เดินไม่ได้

ปัจจุบันนี้มันยังมีแปลบๆ หรือยังมีความรู้สึกอยู่ไหม?

แบม : ทุกวันนี้ความเจ็บมันไม่เคยหายเลย ส้นเท้าเรามันหายไป เขาเอาเนื้อเซลบางอย่างในร่างกายไปปลูกด้วย เพื่อให้มันหนาขึ้น ซึ่งเวลาเดินลงส้นเท้านี่เจ็บตลอด แล้วเสียดสีก็จะมีเลือดออก เอ็นก็จะเจ็บตลอด คือเจ็บจนเป็นปกติ จนเป็นเรื่องที่มันเป็นส่วนนึงของชีวิตไปแล้ว นั่งๆ อยู่ๆ ก็เจ็บ อะไรแบบนี้ คือเฉียดความเป็นผู้พิการ จะบอกว่าตอนนี้มีความพิการเล็กน้อยก็ได้นะ เพราะมันไม่ครบนะ ร่างกายเราไม่ได้ครบส่วน

พี่แบมเคยมีความรู้สึกมันเป็นปมด้อยไหม?

แบม : ตอนแรกๆ ที่เข้าวงการมันก็จะมีการถ่ายแบบ หรือเป็นพิธีกร ซึ่งมันต้องโชว์ ก่อนหน้านี้จะไม่ค่อยอยากเปิด ก็ใส่แล้วเอาผ้าปิด เพราะเมื่อก่อนแผลจะช้ำชัดด้วย ก็อาย คนเขามองว่าเท้าเราเป็นอะไร แต่ว่าสุดท้ายแล้วมันก็เป็นตัวเรา หลายๆ อย่างที่มันเกิดขึ้นในชีวิต เราก็ก้าวมาทำทั้งๆ ที่มันมีตำหนิแบบนี้ ก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคอะไรในการที่เราทำหลายๆ สิ่งในชีวิต

พี่แบมเข้าวงการมาได้ยังไง?

แบม : เหตุการณ์นี้น่าจะเป็นเหตุการณ์ที่เลวร้ายที่สุดในชีวิตละ ก็ไม่คิดนะว่าวันนึงจะมีโอกาสได้เข้ามาอยู่ในสปอตไลท์ โดยเฉพาะในวงการบันเทิง มาโชว์ถ่ายแบบหรืออะไรแบบนี้ แต่ในที่สุดพอเข้าจุฬาได้ ก็มีโอกาสได้เข้าไปทำงานในโครงการถวายสมเด็จ แล้วก็ท่านผู้หญิงวิยะฎา กฤดากร จากตรงนั้นก็เลยมีภาพเข้าไปอยู่ในหน้าสังคม แล้วก็ไปเจอกับพี่ชาลี ซึ่งเป็น บก.นิตยสารดิฉันโดยบังเอิญ ซึ่งพี่ชาลีอาจจะเห็นหน้า เห็นตามาบ้างแล้ว พี่ชาลีก็เลยชวนมาถ่ายปกนิตยสารดิฉันกันไหม ตอนนั้นเราก็ดีใจมาก อยู่น่าจะประมาณปี1 แล้วขาเราก็ไม่ได้สวย แต่พี่ชาลีก็บอกว่าเนี่ยมาถ่ายปกกัน ก็เลยเป็นจุดเริ่มต้นเป็นที่รู้จัก แต่จุดที่เป็นที่รู้จักจริงๆ คือตอนปี4 ที่เป็นดัมอมเยอร์ฟุตบอลประเพณีจุฬา-ธรรศาสตร์ 50 ปี กับพี่ตั้ว ศรัณยู พี่แหวน ธิติมา น้องอร อรอนงค์ ตอนนั้นก็เลยมีโอกาสได้มาเจอกับคุณวิทวัจน์ ในรายการ ตีสิบ โดยมาสัมภาษณ์แบบหมู่คณะ แล้วอีก 2 วันทีมงานตีสิบก็ติดต่อมาอยากเชิญมาสัมภาษณ์เดี่ยว เพื่อจะรู้ว่าเราเป็นใครมาจากไหน อาจจะเป็นเพราะ 3 ท่าน คนนึงก็นางสาวไทย อีก 2 ท่านก็ดารา ก็เลยมีโอกาสได้เจอคุณวิทวัจน์ หลังจากนั้นก็มีคนติดต่อให้ไปถ่ายนิตยสาร ให้ไปถ่ายผลิตภัณฑ์หลายๆ อย่าง

แล้วจริงๆ พี่แบมชอบวงการบันเทิงไหม?

แบม : ทุกวันนี้ยังคิดถึง ก็เป็นอะไรที่สนุก จริงๆ อยู่ในรายการตีสิบ อาจจะ 3 ปี แต่ว่าเริ่มต้นตั้งแต่เป็นพิธีกรรายการอื่นๆ รวมๆ แล้วน่าจะมี 5 ปี ก็สนุกและมีความสุขที่ได้ทำ

ตอนนั้นมีคนชวนไปเป็นนักแสดงบ้าฃไหม?

แบม : มีค่ะ ยังคิดเสียดายอยู่เลยนะ ตอนนั้นน่าจะไปเล่นสักหน่อย มันจะเป็นอะไรที่เป็นประสบการณ์ ซึ่งตอนนั้นถามว่าทำไมไม่ไป จริงๆ เป็นคนขี้เกียจ คือรู้ว่านักแสดงต้องทุ่มเทมาก เวลาไปออกกอง คิวได้ยินเวลาเขาเล่าว่าต้องรอ เรารู้สึกว่าขี้เกียจไปนั่งรอถ่าย แล้วรู้สึกว่ามันไม่ใช่บทบาทของเรา ก็เลยไม่เอาดีกว่า ไม่น่าจะเป็นเรา

จากพิธีกร มาเล่นการเมือง มันคนละทางกันเลย?

แบม : พอเรียนจบกลับมา ก่อนที่จะไปเป็นพิธีกรตีสิบ กลับมาเมืองไทยรับราชการก่อน แล้วไม่ได้มีความคิดเลยจะมาทำพิธีกรจริงจัง แต่พอมาทำปั๊บทำให้คนเห็นหน้าเราในความเป็นสาธารณะ และในหมวดที่เราเป็นข้าราชการก็เลยมีโอกาสได้เจอพวกผู้หลัก ผู้ใหญ่ที่เป็นนักการเมืองอยู่บ่อยครั้ง แล้วก็บทสัมภาษณ์ที่ออกมาเรามีความสนใจ เพราะเราเรียนรัฐศาสตร์ แล้วก็เรียนโทด้านนี้ ก็เลยเกิดการทาบทามว่ามาลง สส.ไหม เป็นข้าราชการก็ทำงานให้ประเทศได้นะ แต่ถ้าเป็นนักการเมือง เป็น สส. ถ้าได้ร้บเลือกตั้งเป็นปากเป็นเสียงให้ประชาชนเลย ทำได้หลายเรื่องมาก ก็ตัดสินใจอยู่พอสมควร เพราะตอนนั้นก็เป็นพิธีกรแล้วด้วย รายการตีสิบ อะ เพราะเรารู้ว่าเราต้องออกจากตรงนั้น ห้ามเป็นคู่กัน

แสดงว่าเป็นความชอบตั้งแต่ทุนเดิมสำหรับการเป็นนักการเมือง?

แบม : ต้องบอกว่าโดยพื้นฐานจริงๆ ลึกๆ คุณแม่ก็รัฐศาสตร์ แล้วคุณแม่ให้เราเข้ารัฐศาสตร์ แล้วมาทำงานราชการจริงๆ คุณแม่เป็นคนชอบการเมือง จริงๆ คุณแม่อยากให้เราทำงานราชการ หรืไปเป็นนักการเมืองอยู่แล้ว ซึ่งถามว่าตัวเองชอบไหม เราก็ทำได้ แล้วเราก็สนใจเรื่องบ้าน เรื่องเมือง แต่ว่าไม่ได้คิดว่ามันจะเร็วขนาดอายุ 26 ปีที่จะก้าวออกไปเลย แต่สุดท้ายตัดสินใจ เพราะได้รับโอกาสที่ดี

พอเข้ามาในวงการนักการเมืองก็มีคนโทรมาขู่ มันมาได้ยังไง?

แบม : พี่เป็นสส. เป็นนักการเมือง รวมกันแล้ว 2 สมัย แล้วก็ 8 ปี สมัยแรกเป็นแบบบ้ญชีรายชื่อ คือเลือกมาจากพรรคแล้วอราได้ แร่สมัยที่สอง เราไปลงเลือกตั้งแบบแบ่งเขต คือเป็นตัวแทนในการหาเสียง พอเราลงพื้นที่มีผู้คนหลากหลายต่อสู้ มีการแข่งกันในพื้นที่ค่อนข้างเยอะมาก ดุเดือด หลายกลุ่มหลายพวก อย่างว่าคนที่ลงแข่งเขาอาจไม่ชอบเรา ก็เจอเรื่องน่ากลัวๆ ตอนนั้นอายุประมาณใกล้ 30 ปี 

ตอนนั้นกลัวไหม?

แบม : ตอนนั้นตัวคนเดียวลุคบู๊ ทีมเวิร์ก พักพวกเยอะก็ไม่กลัวนะคะ เราก็ซ่า

พี่แบมจัดการกับความรู้สึกตรงนั้นได้ยังไง?

แบม : พอได้รับเสียงสนับสนุนจากประชาชนในพื้นที่ พอเราลงไปเขาเฮ เขาอยากให้เรามา มันเหมือนฮึกเหิม แล้วก็ไม่แคร์ เรารู้สึก เรามีประชาชนเป็นโล่ ถ้าอะไรเกิดขึ้นมันคงเป็นเรื่องอะไรที่ไม่น่าจบง่ายๆ  แล้วตัวคนทำก็ต้องเจออยู่แล้ว ก็เลยคิดว่าไม่น่ามีใครกล้าเอาตัวเองมาเสี่ยง ก็น่าจะเป็นคำขู่

เห็นว่ามีเอาปืนมาขู่ลูกน้องพี่แบมด้วย?

แบม : ใช่ ก็หลากหลาย บางทีเราไปออกงาน บางทีมีคนกินเหล้าเมา มาทีก็มาแบบอะไรอย่างนี้ แต่เราก็รู้อยู่แล้วว่าพื้นที่ไหน จุดเสี่ยงเป็นยังไง อันตราย เราก็จะมีทีมงานที่เข้าไป คือไม่เคยไปไหนคนเดียว

มีท้อไหม?

แบม : มีเหนื่อยเป็นพักๆ ท้อมีเป็นระยะๆ  แต่ว่าเราเป็นคนอึด เหนื่อยๆ พอนอนข้ามคืนเหมือนมันรีชาร์จ มันก็เลยไม่ค่อยรู้สึกว่าจะถอย

แล้วกับข่าวลือต่างๆ เหมือนเมาท์พี่แบมว่าเป็นภรรยาน้อยบ้าง เวลาเราได้ยินรู้สึกยังไงบ้าง?

แบม : จริงๆ ตั้งแต่เข้าวงการการเมืองมันก็จะมีมาตลอด ซึ่งจริงๆ เราเตรียมตัวในระดับนึง เรารู้อยู่พอสมควรว่ามาเป็นนักการเมือง มันเป็นกลยุทธอ่ะในการที่จะดิสเครดิตอีกฝั่งนึง เวลาได้ยินเราก็เซ็งนะ เพราะตอนที่เราอยู่วงการบันเทิง มันมีแฟนคลับ เราไม่ค่อยโดนอะไรแบบนี้ เป็นที่รัก แต่อยู่ดีๆ เราต้องมาโดนแบบว่าป้ายสีอะไรแบบนี้ แบมเชื่อว่าสุดท้ายความจริงก็ต้องปรากฏออกมาว่ามันเป็นยังไง อย่างเรื่องที่โดนกับท่านหัวหน้าพรรคในยุคนั้น ก็จะเป็นประเด็นโจมตี เพราะว่าท่านหัวหน้าพรรคก็เอ็นดูแบมจริงๆ ในการทำงาน เพราะเราก็เป็นคนทำงานให้พรรค แล้วก็การทำงานของเราในยุคนั้นก็พิสูจน์คนที่ติดตามการเมืองในยุคนั้น คนที่ออกมาแสดงและหลุดพ้นจากราคีนี้ก็คือภรรยาและลูกสาวของท่านหัวหน้าพรรค

แล้วมีคนคิดต่อจริงๆ ไหม เพราะพี่แบมทั้งสวย ทั้งสาว และอยู่ตรงนั้น น่าจะมีผู้ใหญ่ที่เขามองพี่เหมือนกัน?

แบม : มันก็คงจะมีนะ แต่ว่าเราก็ต้องมีวิธีหลบหลีก เอาตัวรอด

แต่ว่าสุดท้ายก็มาพบรักกับคุณสามี?

แบม : ตอนนั้นกำลังจะคบสมัยของการเป็น สส.แล้วนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองที่ต้องมีการยุบพรรค พอเราผ่านการเลือกตั้งไปก็มีเหตุการณ์การยุบพรรค แล้วก็พรรคการเมืองที่สังกัดโดนคำสั่ง กรรมการบริหาร ซึ่งเราเป็นหนึ่งในนั้นด้วยต้องเว้นวรรคทางการเมือง 5 ปี เราก็เลยโอเค ทำอะไรไม่ได้แล้ว ก็เลยเริ่มกลับมาใช้ชีวิตที่เป็นตัวของตัวเอง หลังจากเกือบ 10 ปีไม่เคยไปนั่งฟังเพลงข้างนอก ใช้ชีวิตสาวๆ วัยรุ่น ก็เลยมีโอกาสได้ไปแล้วไปเจอกับพี่โบ๊ทโดยบังเอิญที่สถานที่นั่งฟังเพลงที่นึง เราเห็นหน้าเขาแบบไม่รู้ทำไมหน้าเขาเตะตาเรา เราคิดในหัวว่าเด็กคนนี้หน้าตาบ๊องแบ๊วจังเลย

ทำไมถึงใช้คำว่าเด็ก?

แบม : เพราะคิดว่าเขาอายุน้อยกว่า ไม่ได้คิดว่าเขาเป็นรุ่นพี่

ทำไมถึงใช้คำว่าเด็ก?

แบม : เพราะคิดว่าเขาอายุน้อยกว่า ไม่ได้คิดว่าเขาเป็นรุ่นพี่

เห็นแล้วสเปคเลยไหม?

แบม : ไม่ๆ เห็นแล้วแบบเหมือนเราเห็นดาราคนนึง ว่าเออ…น้องคนนี้หน้าตาดีนะ แต่ว่าพอเวลาผ่านไปสักพัก อยู่ดีๆ ก็แบบแบมๆ นี่แนะนำให้รู้จักรุ่นพี่โรงเรียนสาธิต หันไปเอ้า…เด็กคนเมื่อกี้ ยกมือไหว้แทบไม่ทัน ก็เลยเป็นจุดเริ่มต้นที่ได้แนะนำให้รู้จัก

แล้วต่อเนื่องกันยังไง?

แบม : เราก็แบบว่า…สวย ไม่รวย แต่หยิ่งนะ เขาก็ขอเบอร์หน่อย แต่เราเป็นคนที่แบบอยู่ดีๆ ไม่ไปให้เบอร์โทรศัพท์กับใคร ในความรู้สึกแบบไม่ได้ให้เบอร์ผู้ชายแปลกหน้า เหมือนเราแบบมีใจ ก็ไม่ให้ เปลี่ยนเรื่อง แต่เราก็รู้ว่าเดี๋ยวเขาก็คงเอาได้แหละ

แล้วนานขนาดไหนพี่ถึงเปิดใจแล้วได้คุยกัน?

แบม : ก็น่าจะประมาณสักเดือน สองเดือน เขาก็โทรมา เริ่มคุยโทรศัพท์ตอนนั้น แต่ว่าไม่ไปกินข้าวกับเขาเลยนะ เรามีความรู้สึกแบบถ้าเราไม่ได้รู้จัก ไม่ได้เป็นเพื่อนของเพื่อนที่เราแบบว่าคุ้นเคยแล้ว ไปนั่งทานข้าวด้วย ยุคนั้นเดี๋ยวจะมีความรู้สึกว่าเรามีใจให้ เสียฟอร์มเรา ไม่ไป ทั้งที่จริงๆ แล้วต้องไปตั้งนานแล้วนะ

สุดท้ายแล้วทำไมถึงต้องไป?

แบม : มันมีเหตุการณ์ที่ต้องเดินทางไปดูงานที่ต่างประเทศ ที่อเมริกาประมาณ 3 สัปดาห์ เขาก็บอกว่ามาเถอะ มาเจอกัน ทานข้าว ไม่มีอะไรกินข้าว คุยกันได้ เราก็มานั่งคิด เราก็ 30 กว่าแล้วจะมาอะไรกันมากมาย ก็เลยโอเคไปก็ได้ ก็เลยได้ไปทานข้าวกัน 1 มื้อก่อนที่จะเดินทางไปต่างประเทศ

บรรยากาศเป็นยังไงบ้าง?

แบม : ก็เคร่งเครียด พี่โบ๊ทเขาสนใจเรื่องเหตุการณ์บ้านมือง เขาเป็นคนคุยที่มีสาระ ซึ่งที่ผ่านมาเราไม่เคยคุยกับผู้ชายที่มาเดทหรือมาจีบในลักษณะประมาณนี้ ก็แปลกใจนิดนึง ก็โอเคเขามีอีกมุมนึงที่เราไม่เคยเจอ ข้ามคืนนั้นก็ไปต่างประเทศ ก็คุยกันผ่านวีดิโอคอล แล้วพอถึงวันที่แบมจะต้องกลับเมืองไทยแล้ว ตอนนั้นอยู่ซาฟราน มันใกล้ถึงเดือนตุลาคมคือวันเกิด เขาก็บอกว่าเดี๋ยวกลับมา มากินข้าวที่กรุงเทพด้วยกันนะหลังวันเกิด เราโอเค แต่เขาบอกว่าที่นัดไว้ทานข้าวยกเลิกนะ ตอนแรกก็แบบอะไร เขาบอกเดี๋ยวจะบินไปทานที่นั่นด้วย

พอเขาบอกเดี๋ยวบินมา พี่เชื่อไหม?

แบม : ช็อก คือแบบนี่อีก 3 วันจะกลับนะ จะมาเหรอ มาได้ยังไงเขาก็บอกไป เดี๋ยวไปพรุ่งนี้เลย

รู้สึกยังไงพอเขามาเซอร์ไพรส์ถึงที่?

แบม : เป็นอะไรที่ประทับใจนะ แล้วมา 2-3 วัน ก็รู้สึกว่าเขาก็ต้องชอบเราจริงนะ

วันนั้นตัดสินใจเป็นแฟนกันเลยไหม?

แบม : ค่ะ ก็กลับมาก็คุยกันต่อ จริงๆ เราก็เริ่มผู้ใหญ่กันแล้ว เป็นคนใกล้ชิดกันไม่ได้ประกาศอะไรว่าเป็นแฟน แต่ก็คือคบกัน

มีทะเลาะกันถึงขั้นบอกเลิกไหม?

แบม : มีนะคะ ส่วนใหญ่บางทีพี่ก็บอก บางทีก็ไม่ได้บอก ก็แบบว่าห่างๆ กันแล้วกัน แต่ก็ไม่กี่วันหรอก คิดว่าต่างคนต่างกลัวมากกว่า คือเขาก็จะ 40 แล้ว เขาจะต้องแต่งงาน เขาไม่อยากจะคบใครแบบหลายๆ คน มันเลยเป็นความรู้สึกแบบกลัวมากกว่าตกลงมันใช่ไหมเนี่ย เหมือนระแวงกันไปมา ถามว่าใครง้อใคร ก็ง้อกันไปมา แต่จริงๆ เขาไม่ชอบคนขี้งอลนะ ถ้าเรางอลแบบงุ้งงิ้งเขาจะไม่ แต่ถ้าเขารู้สึกว่าที่เราโกรธกันมันเป็นเรื่องของความไม่เข้าใจกัน เขาก็จะกลับมาพูดแบบเดี๋ยวทานข้าวกันไหม

คบนานไหมกว่าจะมีการขอแต่งงาน?

แบม : น่าจะประมาณสัก 2 ปี

ติดตามชมรายการ “คุยแซ่บShow”  ทุกวันจันทร์-วันศุกร์  เวลา13.40-14.40 น. ทางช่อง one31 Facebook Page : คุยแซ่บShow รับชมย้อนหลังได้ที่ Youtube Channel : Orange Mama

‘เอื้อย พรสวรรค์’โชว์ความแซ่บไม่มีแผ่ว กับชุดซีทรูเปลือยอกอึ๋ม #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/604227

'เอื้อย พรสวรรค์'โชว์ความแซ่บไม่มีแผ่ว กับชุดซีทรูเปลือยอกอึ๋ม

วันพฤหัสบดี ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2564, 16.32 น.

23 ก.ย.64 เป็นอีกหนึ่งสาวที่ขึ้นชื่อเรื่องความสวยแซ่บจริงๆ สำหรับ “เอื้อย พรสวรรค์ ภู่เสือ” เน็ตไอดอลชื่อดัง หวานใจของนักแสดงหนุ่ม อาร์ เดอะสตาร์ ล่าสุดสาวเอื้อยก็ทำเอาไอจีต้องลุกเป็นไฟอีกครั้ง เมื่อเจ้าตัวขอโชว์ความแซ่บ ผ่านชุดซีทรูโนบรา เปลือยอกสุดแซ่บ แม้เอามือบังหน้าอกหน้าใจ แต่ก็ยังเห็นความอึ๋มแบบชัดเจนจริงๆ

แซ่บละสายตา! ‘แพทริเซีย’อวดหุ่นเป๊ะในชุดเดรสแหวกอก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/604198

แซ่บละสายตา! 'แพทริเซีย'อวดหุ่นเป๊ะในชุดเดรสแหวกอก

วันพฤหัสบดี ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2564, 15.26 น.

23 ก.ย.64 สวยวันสวยคืนจริงๆ สำหรับนางเอกซุปตาร์ อย่าง “แพทริเซีย กู๊ด” ที่ล่าสุดขออวดหุ่นเป๊ะโชว์สัดส่วน อก เอว สะโพก เว้าโค้งในชุดเดรสรัดรูปแหวกเต้าโชว์อกอึ๋ม โดยภาพถ่ายดังกล่าวเป็นช็อตที่เจ้าตัวกำลังเดินเล่นรับลมเย็นๆ ในลุคสุดละมุน แถมเสื้อผ้าหน้าผมก็ยังดูลงตัวเข้ากันกับบรรยากาศเป็นที่สุดเลยทีเดียว

ว้าว! ‘ซาร่า’ขอแซ่บบ้าง จัดทริปทะเลแจกความสดใส #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/604138

ว้าว! 'ซาร่า'ขอแซ่บบ้าง จัดทริปทะเลแจกความสดใส

วันพฤหัสบดี ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2564, 13.36 น.

23 ก.ย.64 นานๆ ทีจะได้เห็นมุมเซ็กซี่ของสาวอารมณ์ดีอย่าง “ซาร่า โฮเลอร์” กับทริปทะเลภูเก็ต โดยในทริปนี้สาวซาร่าได้อวดหุ่นสวยเซ็กซี่เบาๆ ในชุดว่ายน้ำแหวกเว้าเปิดอก เอว สะโพก แม้เจ้าตัวจะปล่อยภาพมุมไกล แต่บอกเลยว่าซูมแล้วถึงกับร้องว้าวกันเลยทีเดียว  .-011

‘ได๋ ไดอาน่า’ควรค่าแก่รางวัล’ผู้เสียสละเพื่อสังคม’ ลุยช่วยภารกิจสู้โควิด-19 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/604118

'ได๋ ไดอาน่า'ควรค่าแก่รางวัล'ผู้เสียสละเพื่อสังคม' ลุยช่วยภารกิจสู้โควิด-19

วันพฤหัสบดี ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2564, 13.11 น.

สวย เก่ง ครบเครื่อง!  ‘ได๋ ไดอาน่า’ ทุ่มแรงกาย แรงใจ ล่าสุดเข้ารับรางวัล ‘ผู้เสียสละเพื่อสังคม’ จากกระทรวงการพัฒนาสังคมเเละความมั่นคงของมนุษย์

23 กันยายน 2564 หลายคนบอกว่าเหมาะสมและควรค่ากับรางวัลที่ได้รับ หลังจากพิธีกรสาวคนเก่ง ได๋ ไดอาน่า ทีได้เดินหน้าช่วยเหลือผู้ป่วยโควิด-19 ไม่ว่าจะเป็นการจัดทำศูนย์พักคอย แจกจ่ายยารักษา อาหาร ช่วยเหลือเคสต่างๆตามที่ถูกนำเสนอบนสื่อมาตลอดในช่วงที่ผ่านมา 

ล่าสุด  ได๋ ไดอาน่า ได้โพสต์ภาพเข้ารับรางวัล “ผู้เสียสละเพื่อสังคม” จากกระทรวงการพัฒนาสังคมเเละความมั่นคงของมนุษย์ พร้อมระบุว่า “ผู้เสียสละเพื่อสังคม” จากกระทรวงการพัฒนาสังคมเเละความมั่นคงของมนุษย์

ขอบพระคุณท่านรมต ที่เห็นการทำงานของ ทีม เราต้องรอด นะคะ อาสาสมัครหลายร้อยคนที่ทุ่มเทเพื่อช่วยเหลือคนไทย
เพิ่อให้เรา “รอด” ไปด้วยกัน

ยิ่งทำยิ่งเห็นปัญหาโดยเฉพาะเรื่องความเหลื่อมล้ำในสังคม ความยากลำบาก ปัญหาของคนไร้สิทธิ์ คนตกสำรวจ ต่างด้าว ผู้สูงอายุ คนพิการ…….

เมื่อวานนี้ขอเบอร์ท่านไว้เเล้ว

มีอะไรหนูขออนุญาตโทรหานะคะ

#เราต้องรอด 

ปังไม่ไหว! ‘ทับทิม เดอะเฟซ’อวดความฮอตในชุดบิกินีตัวจิ๋ว #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/604104

ปังไม่ไหว! 'ทับทิม เดอะเฟซ'อวดความฮอตในชุดบิกินีตัวจิ๋ว

วันพฤหัสบดี ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2564, 11.49 น.

 23 ก.ย.64 เปิดมุมเซ็กซี่ ของ “ทับทิม ภรัณยา ลาภอุดมสกุล” หรือ “ทับทิม เดอะเฟซ” ถือเป็นอีกหนึ่งสาวจาก The Face Thailand ที่เผยความเซ็กซี่ออกมารัวๆ ล่าสุดสาวทับทิมก็ได้ออกมาระเบิดความแซ่บพร้อมกับบิกินี่ทูพีชสีชมพูสะท้อนแสง โชว์ความซาบซ่านสุดเซ็กซี่ ด้วยท่าโพสสยิวข้างริมสระว่ายน้ำ บอกเลยว่าปั๊วะปังไม่ไหวเลยทีเดียว

แซ่บพริกยกสวน! ‘มายด์ ณภศศิ’สวมบิกินีอวดหุ่นเซ็กซี่สู้แดด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/603992

แซ่บพริกยกสวน! 'มายด์ ณภศศิ'สวมบิกินีอวดหุ่นเซ็กซี่สู้แดด

วันพุธ ที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2564, 17.26 น.

22 ก.ย.64 นักแสดงสาวหน้าหมวยมากความสามารถ อย่าง มายด์ ณภศศิ สุรวรรณ” ที่ล่าสุดเจ้าตัวได้โพสต์รูปใส่บิกินีสีขาวตัวจิ๋วเว้าสูง ที่ทำให้ดูเซ็กซี่แบบสายหวาน เผยให้เห็นหุ่นสวย ผิวออร่า เรียกว่าสวยเป๊ะตั้งแต่หัวจรดปลายเท้ากันเลยทีเดียว