ส่องขุมกำลัง เมื่อ”ลุงตู่” ขอแตะหลักไมล์เพชรบุรี-บิ๊กป้อมเยือนกรุงเก่า #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/484772

22 ก.ย. 2564

เมื่อ “2ป.” วางกำหนดการพบประชาชนแต่ไปคนละพื้นที่ “ลุงตู่” เลาะริมหาดเมืองเพชรฯ ขณะที่ บิ๊กป้อม ลุยกรุงเก่า อยุธยา ว่ากันว่า การลงพื้นที่ของ”2ป.”ครั้งนี้ เป็นการ”ส่องขุมกำลัง”เช็คบารมีของทั้งสองคนในการหวังผลทางการเมืองของพรรคพลังประชารัฐ

วันนี้คือวันดีเดย์สำหรับผู้เเทนฯ“พรรคพลังประชารัฐ”ที่เป็นหลักไมล์เเรกว่า ใครอยู่-ใครหนุนปีก“ลุงตู่”หรือขั้ว“ลุงป้อม”กันเเน่


“พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา “ในฐานะสร.1 เยือนเมืองเพชรบุรีเพื่อดูความพร้อมของการบริหารจัดการน้ำและแผนแก้ไขปัญหาน้ำท่วมลุ่มน้ำเพชรบุรี ณ โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาเพชรบุรี (เขื่อนเพชร) ตำบลท่าคอย อำเภอท่ายาง เเละ ประชุมเตรียมความพร้อมรองรับการเปิดรับนักท่องเที่ยวในพื้นที่นำร่องจังหวัดเพชรบุรี ณ โรงแรม Regent ชะอำ ตำบลชะอำ อำเภอชะอำ 

ด้านสร.2 “พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ “ไปกรุงเก่า เพื่อลงพื้นที่ติดตามความพร้อมของการบริหารจัดการน้ำหลาก ในพื้นที่ลุ่มต่ำของลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่าง ณ อำเภอบางบาล จังหวัดพระนครศรีอยุธยา 

เเม้กระบอกเสียงสำนักนายกฯ ย้ำว่า พล.อ.ประยุทธ์ และพล.อ.ประวิตร ไม่ได้เเตกเเยก เเต่เเบ่งงานกันในการตรวจเยี่ยมราชการเเละพบปะประชาชนในหลากพื้นที่

“ทั้ง 2 ท่านรักกันดีและช่วยกันทำงานเพื่อดูแลทุกข์สุขของคนไทยทั้งประเทศ ทุกอย่างเพื่อประเทศชาติและประชาชนอย่างเต็มที่ ซึ่งหลังจากนี้ ยังจะได้เห็นรัฐมนตรีและ ส.ส.    ท่านอื่นๆ ช่วยกันลงพื้นที่ ติดตามความคืบหน้าการทำงานตามนโยบาย รัฐบาลตามข้อสั่งการของท่านนายกรัฐมนตรีเพื่อพลิกโฉมประเทศด้วย”  ธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมครม.เมื่อวันที่ 21 ก.ย. 64 

ทว่า หลังม่านพลังประชารัฐ  อาจมีอะไรมากกว่านั้น เพราะผู้เเทนฯ พปชร.119 ชีวิต ทั้งเเบบเขตเเละปาร์ตี้ลิสต์ (บวกเสนาบดีของพรรคนี้ไปด้วยก็ได้ ) ต้องเลือกหรือหารันเวย์สำรองว่า จะไปให้กำลังใจ”ลุงตู่”หรือ“ลุงป้อม”กันดี…

ระยะรัศมี 200 กิโลเมตรในพื้นที่ใกล้เมืองเพชรเเละกรุงเก่าส.ส.พปชร.ละเเวกนั้นหรือใครที่พอจะปลีกเวลามาได้ เเม้จะใกล้จากพื้นที่ตัวเองพึงต้องไปเเสดงตนกับสร.1เเละสร.2เป็นเเน่เเท้ ไม่เช่นนั้นอาจจะชะตาปลิวในวันหน้า…หรือใครจะข้ามโซนไปเเสดงตนก็ไม่มีใครว่าอะไร

ตอนนี้เเกนนำพรรคเช็กชื่อเเล้วทราบขั้นต้นว่าส.ส.พปชร.ปีก“ลุงป้อม” เเละสายตรงของ “ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า”  พ่อบ้านพปชร.จะนำกำลังพลราว 20 ส.ส.ไปติดตาม”ลุงป้อม”  เเละจะมีนักการเมืองท้องถิ่นเเละว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เเละอดีตผู้เเทนฯสาย”ผู้กองตุ๋ย” ไปเเสดงตนกับหัวหน้าพรรคพปชร.


ส่วนคนการเมืองอีกปีกหนึ่งที่น่าจะมีจำนวนผู้เเทนฯวันนี้เเละกำลังเสริมในวันหน้าพร้อมไปตรวจงานกับสร.1 โดยจำนวนน่าจะไม่น้อยกว่าปีก”ลุงป้อม”  ดีไม่ดีอาจจะมากกว่าพอสมควรเพราะยามนี้ใครต่อใครในพปชร.ล้วนไม่อยากตกขบวน

เเต่เเว่วว่า ส.ส.เอ๋ เมืองโอ่ง “ปารีณา ไกรคุปต์”ที่ตอนนี้ยุติการปฏิบัติหน้าที่ตามคำสั่งศาลฯ จะข้ามฟากจากราชบุรีไปเตรียมการรอรับ“ลุงป้อม” ถึงพระนครศรีอยุธยา แต่ที่เด็ดสะระตี่กว่านั้น สืบทราบว่า ส.ส.เอ๋ส่งพ่อเเละพี่ชายไปรับ“ลุงตู่” 


การเเตะสัมพันธ์ของส.ส.เอ๋ นับว่าขั้นเซียนการเมือง เพราะบริหารความสัมพันธ์ทั้งสองปีกได้เกรดA+

หลังเที่ยงวันพุธรู้ผลขั้นต้น ขุมกำลังปีกสร.1หรือสร.2 ..ปีกใดมีส.ส.ในมือมากกว่ากัน

จากนั้นสามารถพึงพินิจเกมการเมืองขั้นต่อไปได้กระจ่างขึ้น

…………………………………….

สำหรับกำหนดการนายกฯ เริ่มเวลาประมาณเที่ยง  นายกรัฐมนตรี ออกเดินทางจากสนามเฮลิคอปเตอร์ พล.ม. 2 รอ. เขตพญาไท กรุงเทพฯ ไปยังจุดจอด ฮ. สนามกีฬาสวนเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา (สนามกีฬาท่ายาง) ตำบลท่ายาง อำเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี

บ่ายโมง ตรวจสถานการณ์การบริหารจัดการน้ำและแผนแก้ไขปัญหาน้ำท่วมลุ่มน้ำเพชรบุรี ณ โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาเพชรบุรี (เขื่อนเพชร) ตำบลท่าคอย อำเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี

ตามด้วยเป็นประธานประชุมเตรียมความพร้อมรองรับการเปิดรับนักท่องเที่ยวในพื้นที่นำร่องจังหวัดเพชรบุรี ณ โรงแรม Regent ชะอำ ตำบลชะอำ อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี  และเดินทางกลับช่วงเวลาประมาณ17.45 น. ถึงกรุงเทพฯ

ด้าน”ลุงป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ดูบ้าง  ช่วงเช้า เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายการกีฬาแห่งชาติ ที่ทำเนียบรัฐบาล  จากนั้น  ลงพื้นที่ติดตามความพร้อมของการบริหารจัดการน้ำหลาก ในพื้นที่ลุ่มต่ำของลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่าง ณ อำเภอบางบาล จังหวัดพระนครศรีอยุธยา  

ฉลุย “พ.ร.ก.ควบคุมโรคฯ” ใช้แทนพ.ร.ก.ฉุกเฉินปัดนิรโทษกรรม #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/484737

21 ก.ย. 2564

คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบร่าง”พ.ร.ก.ควบคุมโรคติดต่อ” ใช้แทนการออกพ.ร.ก.สถานการณ์ฉุกเฉิน ยันคุ้มครองบุคลากรทางการแพทย์ฯปัดนิรโทษกรรมฝ่ายนโยบาย

เมื่อวันที่  21 ก.ย.64  “น.ส.รัชดา ธนาดิเรก” รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)  ว่า ที่ประชุมครม. เห็นชอบร่างพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) แก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) โรคติดต่อ พ.ศ. 2558 เพื่อแก้ไข เพิ่มเติมพ.ร.บ.โรคติดต่อพ.ศ. 2558 ให้เป็น”ร่างพ.ร.ก.แก้ไขเพิ่มเติมพ.ร.บ.โรคติดต่อ”

ทั้งนี้ เพื่อกำหนดให้มีมาตรการที่จำเป็น และมีประสิทธิภาพในการป้องกัน ระงับ ควบคุม หรือขจัดโรคติดต่อที่มีการระบาดในกรณีปกติและในกรณีที่มีความรุนแรงให้ยุติหรือบรรเทาลงโดยเร็ว และมีการเพิ่มหมวดที่เกี่ยวข้องกับการจัดการสถานการณ์ฉุกเฉินด้านสาธารณสุขเพื่อให้แยกการจัดการ กรณีโรคติดต่อในสถานการณ์ปกติออกจากโรคติดต่ออันตรายร้ายแรง

“ในสถานการณ์ที่มีโรคระบาดร้ายแรง ก็ไม่ต้องออก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ซึ่งมีสาระหลักที่เน้นไปในเรื่องของความมั่นคง ถ้าในกรณีที่มีโรคติดต่อร้ายแรงเช่นนี้ก็จะใช้พ.ร.ก.แก้ไขเพิ่มเติมพ.ร.บ.โรคติดต่อแทน จะได้มีความเหมาะสมในการบริหารจัดการมากขึ้น”รองโฆษกรัฐบาล กล่าว 

นอกจากนี้ ประเด็นที่สำคัญที่มีการจับจ้องกันอยู่ว่า สาระของพ.ร.ก.ฉบับนี้จะเป็นการนิรโทษกรรมให้กับฝ่ายบริหารหรือไม่ ตามที่มีการเขียนถึงในโลกออนไลน์ ต้องขอย้ำว่าสาระของพ.ร.ก.ฉบับนี้ต้องการที่จะคุ้มครองดูแลบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขที่ปฎิบัติหน้าที่โดยสุจริต

รองโฆษกรัฐบาล ขยายความ สาระสำคัญว่า ได้กำหนดให้ยกเว้นความรับผิดให้แก่เจ้าหน้าที่ ให้แก่เจ้าพนักงานคุ้มครอง พนักงานควบคุมโรคติดต่อกและเจ้าหน้าที่ของรัฐหรือบุคคลใดซึ่งได้รับมอบหมายหรือได้รับการร้องขอให้ช่วยเหลือเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อที่ปฎิบัติหน้าที่ในสถานการณ์ฉุกเฉินด้านสาธารณสุขเช่นเดียวกับในกรณีสถานการณ์ฉุกเฉินด้านสาธารณสุข ซึ่งเรื่องนี้ไม่มีเนื้อหาสาระใดที่เป็นการกล่าวถึงการที่จะเข้าไปคุ้มครองเจ้าหน้าที่ฝ่ายนโยบายหรือฝ่ายบริหาร

“เพราะฉะนั้นโดยสาระ ขอย้ำว่าเป็นการดูแลเจ้าหน้าที่ ที่ปฎิบัติหน้าที่โดยสุจริตซึ่งเจ้าหน้าที่ที่จะได้รับประโยชน์จากร่างพ.ร.ก.ฉบับนี้จะครอบคลุม เช่น เจ้าพนักงาน เจ้าหน้าที่ ผู้ช่วย อสม. รวมถึงพนักงานกู้ภัย เจ้าหน้าที่ที่ปฎิบัติในโรงพยาบาลสนาม ที่ปฎิบัติหน้าที่ดูแลผู้ป่วย โควิด-19 ด้วย” น.ส.รัชดา กล่าว

“ครม.” ตั้ง กิตติกานต์ นั่ง ผอ.ขสมก.-กิตติพันธ์ อธิบดีกรมศิลปากร #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/484741

21 ก.ย. 2564

“ครม.” มีมติแต่งตั้งข้าราชการระดับสูงหลายหน่วยงาน กิตติกานต์ จอมดวง จารุวรพลกุล นั่ง ผอ.ขสมก. ขณะที่ กิตติพันธ์ พานสุวรรณ นั่ง อธิบดีกรมศิลปากร

น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า “คณะรัฐมนตรี” มีมติอนุมัติ เห็นชอบในเรื่องแต่งตั้งวันที่ 21 ก.ย. 2564  ดังนี้ 

1.เรื่อง การแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญให้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูง (กระทรวงศึกษาธิการ) 

“คณะรัฐมนตรี”มีมติอนุมัติตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเสนอแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญ สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ ให้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูง จำนวน 2 ราย เพื่อทดแทนตำแหน่งที่ว่าง ดังนี้  

1. นายพงษ์พิศาล ชินสำราญ รองศึกษาธิการภาค สำนักงานศึกษาธิการภาค 8 สำนักงานปลัดกระทรวง ดำรงตำแหน่ง ศึกษาธิการภาค สำนักงานศึกษาธิการภาค 13 สำนักงานปลัดกระทรวง  

 
2. นายชูสิน วรเดช รองศึกษาธิการภาค สำนักงานศึกษาธิการภาค 7 สำนักงานปลัดกระทรวง ดำรงตำแหน่ง ศึกษาธิการภาค สำนักงานศึกษาธิการภาค 6 สำนักงานปลัดกระทรวง

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งเป็นต้นไป 

2. เรื่อง การแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญให้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูง (สำนักนายกรัฐมนตรี)

“คณะรัฐมนตรี” มีมติอนุมัติตามที่สำนักงบประมาณเสนอแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญ สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี ให้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูง จำนวน 4 ราย เพื่อทดแทนผู้ดำรงตำแหน่งที่จะเกษียณอายุราชการ และทดแทนตำแหน่งที่จะว่าง ดังนี้

1.นางอลิสา ปิ่นประเสริฐ ที่ปรึกษาสำนักงบประมาณ (นักวิเคราะห์งบประมาณทรงคุณวุฒิ) สำนักงบประมาณ ดำรงตำแหน่ง รองผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ 

2. นายกรณินทร์ กาญจนโนมัย ที่ปรึกษาสำนักงบประมาณ (นักวิเคราะห์งบประมาณทรงคุณวุฒิ) สำนักงบประมาณ ดำรงตำแหน่ง รองผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ  

3. นายยุทธนา สาโยชนกร ที่ปรึกษาสำนักงบประมาณ (นักวิเคราะห์งบประมาณทรงคุณวุฒิ) สำนักงบประมาณ ดำรงตำแหน่ง รองผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ 

อ่านข่าวเกี่ยวข้อง

4. นายพยุงศักดิ์ ครเจริญ ที่ปรึกษาสำนักงบประมาณ (นักวิเคราะห์งบประมาณทรงคุณวุฒิ) สำนักงบประมาณ ดำรงตำแหน่ง รองผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ 

ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2564 ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งเป็นต้นไป 

3. เรื่อง การแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญให้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูง (สำนักนายกรัฐมนตรี) 

“คณะรัฐมนตรี”มีมติอนุมัติตามที่รองนายกรัฐมนตรี (นายวิษณุ เครืองาม) เสนอรับโอน นางศิริวรรณ สุคนธมาน รองเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษประจำ สำนักนายกรัฐมนตรี (นักบริหารระดับสูง) สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี สำนักนายกรัฐมนตรี ตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งเป็นต้นไป โดยผู้มีอำนาจสั่งบรรจุทั้งสองฝ่ายได้ตกลงยินยอมในการโอนแล้ว 

4. เรื่อง ขอความเห็นชอบการแต่งตั้งผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ผอ.ขสมก.)

คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงคมนาคมเสนอการแต่งตั้งนายกิตติกานต์ จอมดวง จารุวรพลกุล ให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ โดยให้ได้รับค่าตอบแทนคงที่ในอัตราเดือนละ 140,000 บาท รวมทั้งค่าตอบแทนพิเศษประจำปีและสิทธิประโยชน์อื่น ที่ผู้รับจ้างจะได้รับตามที่กระทรวงการคลังเห็นชอบแล้ว 

5.เรื่อง แต่งตั้งกรรมการกำกับกิจการพลังงาน 
 

“คณะรัฐมนตรี” มีมติอนุมัติรายชื่อผู้ได้รับการคัดเลือกเสนอชื่อเป็นกรรมการกำกับกิจการพลังงาน จำนวน 3 คน ตามที่กระทรวงพลังงานเสนอ ดังนี้  
   

1. นายนรินทร์ โอภามุรธาวงศ์          สาขาการเงิน การบัญชี  
 

2. นายพิทักษ์ จรรยพงษ์                 สาขาพลังงานด้านกิจการก๊าซธรรมชาติ  

3. นายวรวิทย์ ศรีอนันต์รักษา        สาขาการคุ้มครองผู้บริโภค  

ทั้งนี้ตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งเป็นต้นไป

6. เรื่อง การแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการการจัดการเรื่องราวร้องทุกข์ 

“คณะรัฐมนตรี”มีมติอนุมัติตามที่สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีเสนอแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการการจัดการเรื่องราวร้องทุกข์ด้านละหนึ่งคน ดังนี้   

1. ศาสตราจารย์นันทวัฒน์ บรมานันท์ เป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านกฎหมาย  

2. ศาสตราจารย์ระพีพรรณ คำหอม เป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านสังคมสงเคราะห์  

3. ศาสตราจารย์อุดม รัฐอมฤต เป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชน 
  

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 21 กันยายน 2564 เป็นต้นไป 

7. เรื่อง การแต่งตั้งข้าราชการให้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหาร ระดับสูงในกระทรวงวัฒนธรรม 
  

 “คณะรัฐมนตรี”มีมติอนุมัติตามที่กระทรวงวัฒนธรรมเสนอแต่งตั้งข้าราชการให้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหาร ระดับสูง ในกระทรวงวัฒนธรรม เพื่อทดแทนตำแหน่งที่ผู้ครองตำแหน่งอยู่เดิมจะเกษียณอายุราชการ และเพื่อการสับเปลี่ยนหมุนเวียนจำนวน 2 ราย ดังนี้ 
 

 1.นายกิตติพันธ์ พานสุวรรณ รองปลัดกระทรวง (นักบริหาร ระดับสูง) สำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงวัฒนธรรม ไปดำรงตำแหน่ง อธิบดีกรมศิลปากร 
   

 2.นางยุถิกา อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้ตรวจราชการกระทรวง (ผู้ตรวจราชการกระทรวง ระดับสูง)สำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงวัฒนธรรม ไปดำรงตำแหน่ง รองปลัดกระทรวง (นักบริหาร ระดับสูง) สำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงวัฒนธรรม 
 

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งเป็นต้นไป

รอยปริ 2ป. ผ่านภาพเเยกคุมผู้เเทนฯ ชิงการนำ”พปชร.”เเละเเนวร่วม #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/484635

21 ก.ย. 2564

ซุ่มเสียงบิ๊กตู่ย้ำว่า1รมต.ดูเเล10ส.ส.ให้ดี บรรดาคอการเมืองตีความไม่ยาก ส่วน บิ๊กป้อมหัวเรือใหญ่”พปชร.”ยังคงอุ้มสองกบฎพรรคพร้อมกับเลือกปักหมุดลงพื้นที่คนละโซนกับ”บิ๊กตู่” บ่งบอกว่าต่างคนต่างเดินเเละมีรอยปริจริงในพรรค เจาะประเด็นร้อน โดย อสนีบาต

ภาพข่าวปรากฏช่วงนี้ว่าบิ๊กตู่ “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา”ลงพื้นที่เยี่ยมประชาชนในหลายจังหวัด(สมุทรปราการ/ชัยนาท/ชลบุรี/เพชรบุรี) เเละมีเเผนจะลงอีกหลายพื้นที่

โดยจะพบว่าจังหวัดเหล่านี้มีส.ส.พลังประชารัฐปักหมุดไว้ ดังนั้น สร.1 คนนี้ต้องไปตรวจพื้นที่ เเละพบมวลชนเพื่อรับฟังสารพันปัญหาเเละติดตามการทำงานของรัฐบาลรวมทั้งกระชับสัมพันธ์ผู้เเทนฯค่าย“พปชร.”ไปด้วย


เเกนนำพปชร.หลายมุ้งที่ร่วมเป็นรมต.นั้นโดน”บิ๊กตู่”ย้ำว่า”1รมต.ดูเเล10ส.ส.ให้ดี ”  ถ้อยความนี้ บรรดาคอการเมืองตีความได้ไม่ยากต้องการสื่ออะไร


ส่วนหัวหน้าพรรคพปชร.“พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ”ในฐานะสร.2ก็จะไปติดตามสถานการณ์น้ำที่จ.อยุธยา

นั่นหมายความว่า ต่างคนต่างเดิน ระหว่างสร.1กับสร.2เเละมีรอยปริจริงในพรรค ตามกระเเสข่าวจากหลายสื่อที่เสนอข้อมูลเเบบเกาะติด

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

สอดรับกับการที่“ลุงป้อม”ไม่ปลดผู้กองตุ๋ย “ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า”พ้นเก้าอี้เลขาธิการพรรค รวมทั้งยังรั้งให้”นฤมล ภิญโญสินวัฒน์” เป็นเหรัญญิกพรรคต่อ เเม้จะตั้ง”บิ๊กน้อย ” พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา มาเป็นประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อคานอำนาจเเละประสานรอยปริระหว่าง“ลุงตู่”กับ“ผู้กองตุ๋ย-ดร.เเหม่ม”


“บิ๊กน้อย” คือจปร.22 ส่วน “ลุงตู่” คือจปร.23 เเละ“ผู้กองตุ๋ย”คือจปร.36 ตรงนี้“ลุงป้อม”น่าจะใช้เลือด”เเดง-เหลือง”เพื่อสมานเเผลใจ เเต่บางคราวก็อาจไม่ใช่ …เพราะสายข่าวย้ำว่าเร็วๆนี้รอดูลีลาน้องเล็กเเห่ง3ป.ว่าจะจัดการกบฏบนเรือเหล็กเเละว่าที่ไส้ศึกล้ม“ลุงตู่”ได้จริงไหม

การเช็กบิลกบฏเเละผู้ก่อการล้มรัฐบาลด้วยกลไกในสภาผู้เเทนฯ  “พล.อ.ประยุทธ์”  รับรู้เเล้วว่า ขบวนการนี้มีพล.ต.อ.นอกราชการ 2-3นาย เเละพล.ต.ท.ในปัจจุบัน 1 ชีวิต เเตะมือร้อยเอกคนหนึ่งในวงการการเมืองไปดีลกับฝ่ายค้านเเละขั้วตรงข้าม“ลุงตู่”ไว้อย่างไรบ้าง  เเละใช้กลยุทธ์ทั้งบนดินเเละใต้ดินอย่างไรในการทลายนั่งร้านของสร.1เเละพี่รองเเห่งค่ายบูรพาพยัคฆ์เพื่อนำอำนาจสวิงมาอยู่ในมือโดยอาศัยเงาของ“ลุงป้อม”เป็นเกราะกำบัง


ยิ่งต้องพิจารณาจากคำพูดของพ่อบ้านพปชร.ล่าสุด ที่อ้างคำสั่ง“ลุงป้อม“ว่าขอให้ส.ส.ลงพื้นที่เยอะๆเเละเตรียมตัวเลือกตั้งใน 1 ปี  ช่างย้อนเเย้งกับโฆษกรัฐบาลย้ำว่า”ลุงตู่”จะทำงานครบเทอม(4ปี)   มาถึงตรงนี้ชี้ชัดว่า พ่อบ้าน พปชร.ไม่สนใจประมุขฝ่ายบริหารเเม้เเต่น้อย

เหลียวมองหมากในมือ“ลุงตู่”  ห้วงเวลาที่เหลือต้องเเก้โควิด-19ให้บรรเทา  เร่งตรวจการบ้านรัฐบาล  วางโรดเเมปความฝันเมืองไทยยุคใหม่(New Hope for Thailand)  การเป็นเจ้าภาพการประชุมเอเปกในปีหน้า

ภารกิจเหล่านี้ของสร.1ในวันข้างหน้าต้องกระทำเพื่อสร้างเครดิตให้สังคมวางใจ ภารกิจเหล่านี้ จึงขัดกับสิ่งที่”ผู้กองตุ๋ย” กล่าวล่าสุดหรือไม่

อย่าลืมว่า“ลุงตู่”มีดาบอาญาสิทธิ์คือคำสั่ง“ยุบสภา” อีกทั้งอย่าเพิ่งชะล่าใจกับการเเก้รธน.เรื่องบัตรเลือกตั้งสองใบว่าจะเเจ้งเกิดได้ เพราะ“ลุงตู่”ทราบเเล้วว่ากบฏในเรือเหล็กไปกล่อมพี่ใหญ่ค่าย 3ป.ไว้อย่างไรให้ไฟเขียวในการเเก้รธน. รับกับจังหวะของขั้วตรงข้าม“ลุงตู่”ที่ดีใจออกนอกหน้า เป็นหนึ่งในเงื่อนไขที่“ลุงตู่”รู้ว่าขบวนการล้มสร.1วางหมากไวัเช่นใดดังนั้นเกมแก้รธน.ยังมีหมากเกมอีกหลายจังหวะ  นัยว่ารอเวลาขยับเท่านั้น

สืบทราบมาว่า มีการเช็คกำลังกันภายใน พบว่าหน่วยขึ้นตรงของ”ผู้กองตุ๋ย”เเละผู้เเทนฯขั้ว”ลุงป้อม”นั้น กำลังพลน้อยกว่าส.ส.พปชร.ที่ไปรายงานตัวกับลุงตู่บนอัตรา1:4

เเละอย่าลืมว่าก่อนหน้านั้น“ลุงป้อม”สั่งสลายหัวหน้ามุ้งในพรรคเพราะบอกว่า”หากส.ส.มีอะไรมาบอกผม”เเต่ความจริงเเล้วตอนนี้ ท่อน้ำเลี้ยงหลากท่อเชื่อมต่อไปที่ไทยคู่ฟ้ามากกว่าป่ารอยต่อฯ ดังนั้นผู้เเทนฯพปชร.น่าจะทราบว่าควรเลี้ยวไปยังทางไหนดีกว่า


ดังนั้นสิ่งที่”ลุงตู่” รู้ถึงภาวะประสงค์ต่อผลของขบวนการล้ม”ลุงตู่” นี้ว่าเดินเกมบนกระดานการเมืองไว้เช่นใดบ้างนั้น

การทลายนั่งร้านของขบวนการนี้ ด้วยฝีมือของ“ลุงตู่” นั้น ใกล้บังเกิดผล  รอเพียงวันเวลาในการเช็คบิลเท่านั้น

เพราะหลักฐานพร้อมเเล้ว

หลังจากนั้นค่อยมาเคลียร์ใจกับ”ลุงป้อม”เพราะอย่างไรเสียเลือดบนหัวใจสีม่วงย่อมตัดกันไม่ขาด…

คุมมวลชน ทำปชช.เดือดร้อน “สนธิญา” ร้อง ผบช.น. เอาผิดแกนนำ “คาร์ม็อบ 19 กันยา” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/484707

21 ก.ย. 2564

ที่ปรึกษากรรมาธิการการกฎหมายการยุติธรรมและสิทธิมนุษยชนสภาผู้แทนราษฎร ร้องถึง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เอาผิดแกนนำจัด “คาร์ม็อบ 19 กันยา” เข้าข่ายความผิด พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะฯ ควบคุมมวลชนไม่ได้ ทำประชาชนได้รับผลกระทบเดือดร้อน

21 ก.ย.2564 ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น) นายสนธิญา สวัสดี ที่ปรึกษากรรมาธิการ การกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชนสภาผู้แทนราษฎร  เข้าร้องทุกข์กล่าวโทษ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการ  และนายสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ บก.ลายจุด จากการจัดกิจกรรม คาร์ม็อบ เมื่อวันที่ 19 กันยายนที่ผ่านมา และผู้เข้าร่วมชุมนุม ว่าการกระทำดังกล่าว เข้าข่ายความผิดฐานฝ่าฝืน พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะฯ ปี 2558 ตามมาตรา 15 , 16 , 30 และ 31
 

อ่านข่าวที่น่าสนใจ 

พร้อมระบุว่า ก่อนหน้านี้ตนเองได้ยื่นให้ สำนักงานอัยการสูงสุดไปแล้ว ซึ่งจะมีการพิจารณาภายในสัปดาห์นี้ เพื่อส่งเรื่องต่อให้ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยสั่งการ ให้ผู้ชุมนุมยุติการชุมนุม โดยสาเหตุที่ตนเองต้องเดินทางมายื่นให้กับ ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เนื่องจากการชุมนุม จัดกิจกรรม “คาร์ม็อบ” ดังกล่าว มีการเคลื่อนขบวนไปในหลายพื้นที่ กรุงเทพฯ จึงอยากให้ทางกองบัญชาการตำรวจนครบาลตรวจสอบ เนื่องจากแกนนำไม่สามารถควบคุมผู้ร่วมชุมนุมได้  เกิดความวุ่นวาย ทั้ง เผาทำลายทรัพย์สิน ทางราชการ และสาธารณะจนได้รับความเสียหาย

สนธิญา ร้องเอาผิด คาร์ม็อบ 19 กันยาสนธิญา ร้องเอาผิด คาร์ม็อบ 19 กันยา

เล็งครม.ตั้งบอร์ด”เอ็กซิมแบงก์” ส่อเค้าวุ่นชี้ขัดมติครม. #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/484692

21 ก.ย. 2564

สคร.ส่อวุ่น! ปานทิพย์ เตรียมเสนอชื่อเพื่อนรับหน้าที่บอร์ด”เอ็กซิมแบงก์” ชี้ขัดมติคณะรัฐมนตรี(ครม.) เรื่อง skill matrix

รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาล แจ้งว่า นางปานทิพย์ ศรีพิมล ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ(สคร.) กำลังจะเสนอวาระการแต่งตั้งคณะกรรมการบริหาร(บอร์ด) ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย หรือ“เอ็กซิมแบงก์”  (EXIM BANK) ต่อรมว.คลังเพื่อเสนอที่ประชุมครม.ให้พิจารณาในเร็วๆนี้

โดยมีกระแสข่าวว่านางปานทิพย์จะเสนอชื่อข้าราชการระดับ11 จากกระทรวงหนึ่งที่มีความรู้ทางกฎหมายมาเป็นบอร์ด EXIM BANK

อย่างไรก็ตาม กรณีนี้มีสิ่งที่น่าสังเกตว่า “นางปานทิพย์”อาจจะดำเนินการฝ่าฝืนมติครม.วันที่  6ส.ค.2562   (นายธีระพงษ์ วงศ์ศิวะลาส เลขาธิการคณะรัฐมนตรี ได้แจ้งมติครม.วันที่6ส.ค.2562 และอ้างถึงหนังสือด่วนที่สุดที่นร. 0505/ว327 ลงวันที่8ส.ค.2562 เรื่องแนวทางการแต่งตั้งกรรมการรัฐวิสาหกิจไปยังหน่วยราชการต่างๆให้ยึดปฏิบัติ

โดยอ้างถึงหนังสือสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ด่วนที่สุดที่นร.0505/ว360 ลงวันที่20ก.ค.2560 และ หนังสือกระทรวงการคลัง ด่วนที่สุดที่ กค.0824/11779 ลงวันที่ 6 ส.ค.2562  

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง 

โดยมีใจความหลักว่าการสรรหาและแต่งตั้งกรรมการรัฐวิสาหกิจต้องดำเนินการอย่างมีหลักเกณฑ์และโปร่งใสเป็นไปตามหลักการกำกับดูแลที่ดีเพื่อให้รัฐวิสาหกิจได้กรรมการที่มีทักษะ ความรู้ ความเชี่ยวชาญ(skill matrix)เหมาะสมกับรัฐวิสาหกิจ) คือ ตอนนี้บอร์ด EXIM BANK มีผู้ที่มีความรู้ทางกฎหมายแล้ว

แต่เหตุใด นางปานทิพย์ยังจะเสนอชื่อข้าราชการรระดับ11คนดังกล่าวมารับหน้าที่ในบอร์ด EXIM BANKเพิ่มอีกหนึ่งคน ทั้งๆที่บอร์ดด้านอื่นๆยังขาดคนที่มีความรู้ความชำนาญมาทำหน้าที่

แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า กระแสว่าเหตุที่นางปานทิพย์จะเสนอชื่อข้าราชการระดับ11คนนั้นเพราะมีความสนิทสนมในการเรียนและอบรมหลักสูตรหนึ่งของบางหน่วยราชการกับข้าราชการระดับ11คนนั้น

ตรงนี้อาจจะเป็นเหตุผลที่นางปานทิพย์จะเสนอชื่อข้าราชการคนดังกล่าวเข้ารับหน้าที่ดังกล่าว ตรงนี้ทำให้เกิดกระแสวิจารณ์จากข้าราชการหลายหน่วยงานในกระทรวงการคลังถึงการเตรียมดำเนินการของนางปานทิพย์ในครั้งนี้ว่าอาจเกิดปัญหาขึ้นได้ในอนาคตหากยืนยันเสนอชื่อข้าราชการคนดังกล่าวเป็นบอร์ดEXIM BANKจริง

“ธนกร” แจง ประยุทธ์-ประวิตร แบ่งงานกันลงพื้นที่ หวังช่วยเหลือประชาชน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/484689

21 ก.ย. 2564

“ธนกร” โฆษกรัฐบาล แจง นายกฯ-รองนายกฯ แบ่งงานกันลงพื้นที่ รับรู้ปัญหาเพื่อช่วยเหลือประชาชน เดินหน้าพลิกโฉมประเทศ ขณะที่ “ประวิตร” สั่งด่วน กอนช.-กองทัพ-มหาดไทย ลุยพื้นที่ เร่งระบายน้ำช่วยชาวบ้าน

วันที่ 21 กันยายน 2564 นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า การลงพื้นที่ของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นการลงพื้นที่ตามภารกิจปกติที่กำหนดไว้อยู่แล้ว 


อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ขณะที่ทาง พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ก็แบ่งกันตรวจราชการเพื่อติดตามการแก้ไขปัญหาให้ประชาชนอยู่แล้วตามปกติ

โดยเฉพาะการแก้ปัญหาสถานการณ์น้ำท่วม ซึ่งการลงพื้นที่ของท่านนายกฯ และท่านรองนายกฯ นั้น เป็นการลงพื้นที่เพื่อต้องการที่จะช่วยเหลือประชาชนแบบเข้าถึงปัญหา รับรู้สถานการณ์ล่าสุดในพื้นที่ด้วยตัวท่านเอง และเพื่อความรวดเร็วในการเร่งช่วยเหลือประชาชน

นายธนกร กล่าวอีกว่า ทั้ง พลเอกประยุทธ์และพลเอกประวิตร ยังรักกันดี และช่วยกันทำงานเพื่อดูแล ทุกข์สุขของคนไทยทั้งประเทศ ทุกอย่างเพื่อประเทศชาติและประชาชน อย่างเต็มที่

“หลังจากนี้ ยังจะได้เห็น รัฐมนตรีและ ส.ส.ช่วยกันลงพี้นที่ ติดตามความคืบหน้าการทำงานตามนโยบาย รัฐบาลตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรีเพื่อพลิกโฉมประเทศด้วย”นายธนกร กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะ ผอ.กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ หรือ กอนช. ได้มีความห่วงใยประชาชนและเกษตรกร ที่ได้รับผลกระทบจากภาวะน้ำท่วมขัง

เนื่องจากฝนตกหนักหลายพื้นที่ ของประเทศไทย โดยเมื่อวานที่ผ่านมาได้สั่งการ ไปยัง กอนช. ,กองทัพ,มหาดไทย และกทม. เร่งให้ความช่วยเหลือประชาชนและเกษตรกร

ที่ได้รับผลกระทบ อย่างเร่งด่วน โดยได้กำชับให้ทุกหน่วยงานลงพื้นที่ และให้นำเครื่องมือ เครื่องจักรกลทุกชนิด พร้อมยานพาหนะ เพื่อสนับสนุนการเคลื่อนย้าย และการระบายน้ำ ที่ท่วมขัง ออกนอกพื้นที่สัญจร โดยเร็ว

ทั้งนี้ พลเอกประวิตร ได้รับรายงานจาก กอนช.ว่ามีพื้นที่น้ำท่วมที่ได้รับผลกระทบ อยู่ในขณะนี้ อาทิจ.พิจิตร, จ.ชัยภูมิ , จ.นครราชสีมา , จ.ศรีสะเกษ , จ.สระแก้ว ,จ.พระนครศรี อยุธยา และ กทม./ปริมณฑล บางแห่ง เป็นต้น

นอกจากนั้น พลเอกประวิตร และคณะฯ ยังได้มีแผนงานที่จะลงพื้นที่ บริเวณ โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาบางบาล อ.บางบาล จ.พระนครศรีอยุธยาในวันพรุ่งนี้ (22 ก.ย.64) เพื่อตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจ และให้ความช่วยเหลือประชาชน และติดตามความพร้อม ของการบริหารจัดการน้ำหลาก ในพื้นที่ลุ่มต่ำ ของลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่างอีกด้วย

“สุชาติ” ปฏิเสธ นายกฯ-รองนายกฯ ลงพื้นที่วัดพลังทางการเมือง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/484676

21 ก.ย. 2564

“สุชาติ” ปฏิเสธ “บิ๊กตู่-บิ๊กป้อม” ลงพื้นที่วัดพลังทางการเมือง แจงเป็นการแบ่งหน้าที่รับผิดชอบการดูแลเรื่องน้ำ นายกฯดูต้นน้ำ ส่วนรองนายกฯดูพื้นที่ลุ่มน้ำ ส่วนกรณีผู้สมัคร อบต.จะใช้โลโก้พรรคเป็นดุลพินิจกรรมการบริหารพปชร. แต่อดีตไม่เคยมี

วันที่ 21 กันยายน 2564  นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ในฐานะ ส.ส.ชลบุรีและรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ปฏิเสธข้อสังเกตของนักวิเคราะห์การเมืองว่าการลงพื้นที่วันเดียวกันของแกนนำรัฐบาล พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีที่จังหวัดเพชรบุรี ในการดูการเตรียมความพร้อมรับมือฤดูฝนที่น้ำจะท่วมบ่อยครั้ง กับการลงพื้นที่ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ เป็นการวัดพลังทางการเมือง

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

โดยชี้แจงว่า ทั้งพลเอกประวิตร และพลเอกประยุทธ์ คุยกันตลอด และเป็นการแบ่งงานกันทำ ประสานงานซึ่งพลเอกประยุทธ์ดูเรื่องต้นน้ำที่จังหวังเพชรบุรี 

ขณะที่พลเอกประวิตรดู น้ำทางพื้นที่ลุ่ม และได้นัดกับนายสมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติไว้แล้ว และเป็นวันว่างที่พร้อมลงพื้นที่หลังการประชุมคณะรัฐมนตรีวันที่ 21กันยายน จึงลงพื้นที่วันพรุ่งนี้ 22 กันยายน เพราะหลังจากนั้นจะเป็นวันหยุดราชการอีก

“ผมยืนยันด้วยว่าไม่มีการวัดพลังกันของกลุ่มการเมืองและ ส.ส.ในพรรคพลังประชารัฐ เพราะ ส.ส.ทุกคนอยู่พรรคนี้ด้วยเพราะ “ลงตู่-ลุงป้อม” อยู่แล้ว พร้อมเปิดเผยว่าเมื่อเช้าที่ผ่านได้ร่วมรับประทานอาหารเช้ากับพลเอกประวิตร และพลเอกประยุทธ์ ซึ่งก็คุยกันปกติ เป็นพี่น้องกันคบกันมานาน50ปี” นายสุชาติ กล่าว

โดยนายสุชาติ จะลงพื้นที่จังหวัดเพชบุรีพร้อมกับนายกรัฐมนตรีในวันพรุ่งนี้เนื่องจากต้องไปดูเรื่องโรงงานและแรงงานในพื้นที่ หลังจากมีเสียงสะท้อนว่าได้รับการจัดสรรวัคซีนน้อย และ ส.ส.จังหวัดเพชรบุรี เป็น ส.ส.ของพรรค และนายสุชาติเองเคยเป็นประธาน ส.ส.พรรค

ทั้งนี้ พรรคพลังประชารัฐมีกำหนดการนัดประชุมในวันที่ 23 กันยายนนี้ โดยมีวาระการหารือเรื่องต่างๆของ ส.ส.ในแต่ละพื้นที่ รวมถึงการวิเคราะห์การเลือกตั้งท้องถิ่นะดับ อบต.ว่า สมาชิกพรรคจะได้รับผลกระทบอะไรบ้าง 

ซึ่งนายสุชาติย้ำว่า ส.ส.อาจจะแค่สังเกตุการเลือกตั้งทั้น เพราะกฎหมายห้าม ส.ส.ไปช่วยหาเสียงอยู่แล้ว ส่วนผู้สมัครลงรับเลือกตั้ง อบต.จะขอใช้โลโก้พรรคในการหาเสียงนั้นก็เป็นดุลพินิจของกรรมการบริหารพรรคที่จะพิจารณา แต่ให้ข้อสังเกตุว่าการเลือกตั้ง อบจ.และ เทศบาลที่ผ่านมาก็ไม่มีให้ใช้โลโก้พรรคหาเสียงเลย

รับฤดูมรสุม “นิพนธ์” สั่งปภ.ขุดคูคลอง หวั่นน้ำเอ่อล้นท่วมบ้านเรือนประชาชน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/484668

21 ก.ย. 2564

“นิพนธ์” สั่งการ ปภ.เขต12 ประสาน อบจ.สงขลา และ ทม.เขารูปช้าง ระดมกำลัง ขุดลอกคลองสามกอง-คลองสำโรง เตรียมรับฤดูมรสุม หวั่นน้ำเอ่อล้นท่วมบ้านเรือนประชาชน

เมื่อวันที่ 20 กันยายน 2564 นายนิพนธ์ บุญญามณี รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และรมช.มหาดไทย พร้อมด้วย นายอำพล พงศ์สุวรรณ รองผวจ.สงขลา นายไพเจน มากสุวรรณ์ นายกอบจ.สงขลา นายจักรธร สุริแสง นายกเทศมนตรีเมืองเขารูปช้าง ผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 12 สงขลา

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

รับฤดูมรสุม "นิพนธ์" สั่งปภ.ขุดคูคลอง หวั่นน้ำเอ่อล้นท่วมบ้านเรือนประชาชนรับฤดูมรสุม “นิพนธ์” สั่งปภ.ขุดคูคลอง หวั่นน้ำเอ่อล้นท่วมบ้านเรือนประชาชน

คณะของนายนิพนธ์ ได้ลงพื้นที่ติดตามการขุดลอกคลองสามกอง-คลองสำโรง หมู่ที่ 5 และ หมู่ที่ 7 ตำบลเขารูปช้าง อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา เพื่อกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำเตรียมความพร้อมรับมืออุทกภัยในช่วงหน้ามรสุมของพื้นที่ภาคใต้

นายนิพนธ์ กล่าวว่า บริเวณคลองสามกอง-คลองสำโรง ในทุกๆปีจะมีการเตรียมความพร้อมในพื้นที่ก่อนเข้าสู่ช่วงมรสุม ทั้งในส่วนของการขุดลอกคูระบายน้ำ การดูดสิ่งปฏิกูลในท่อระบายน้ำ รวมทั้งการขุดลอกผักตบชวาและวัชพืชในคลองสามกอง-คลองสำโรง เพื่อให้น้ำไหลได้ดียิ่งขึ้น

รับฤดูมรสุม "นิพนธ์" สั่งปภ.ขุดคูคลอง หวั่นน้ำเอ่อล้นท่วมบ้านเรือนประชาชนรับฤดูมรสุม “นิพนธ์” สั่งปภ.ขุดคูคลอง หวั่นน้ำเอ่อล้นท่วมบ้านเรือนประชาชน

เนื่องจากเป็นสถานที่ตั้งของบ้านเรือนประชาชน มีร้านค้า โรงเรียน ประกอบกับชุมชนมีการขยายตัวอย่างรวดเร็ว ทำให้มีน้ำใช้จากสถานที่ดังกล่าว ระบายน้ำทิ้งลงสู่คลองสำโรงเป็นจำนวนมาก ทำให้เกิดปัญหาน้ำเสียและมีกลิ่นเหม็น 

“อีกทั้ง มีผักตบชวาที่เป็น อุปสรรคต่อการระบายน้ำในช่วงน้ำหลาก ผมได้ตระหนักถึงปัญหาดังกล่าว โดยให้มีการบูรณาการดำเนินการบริหารจัดการน้ำร่วมกับภาครัฐและภาคประชาชนเพื่อแก้ไขปัญหาเรื่องน้ำ”นายนิพนธ์ กล่าว

รับฤดูมรสุม "นิพนธ์" สั่งปภ.ขุดคูคลอง หวั่นน้ำเอ่อล้นท่วมบ้านเรือนประชาชนรับฤดูมรสุม “นิพนธ์” สั่งปภ.ขุดคูคลอง หวั่นน้ำเอ่อล้นท่วมบ้านเรือนประชาชน

โดยเฉพาะการกำจัดวัชพืชในแหล่งน้ำเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำตลอดจนการบำบัดน้ำเสียในคูคลองน้ำใสทำให้ชุมชนมีสภาวะแวดล้อมที่ดีขึ้น และพร้อมรับฤดูมรสุมที่กำลังจะมาถึง ซึ่งเมื่อน้ำระบายไม่ทันจะเอ่อท่วมบ้านเรือนพี่น้องประชาชนในชุมชน

รับฤดูมรสุม "นิพนธ์" สั่งปภ.ขุดคูคลอง หวั่นน้ำเอ่อล้นท่วมบ้านเรือนประชาชนรับฤดูมรสุม “นิพนธ์” สั่งปภ.ขุดคูคลอง หวั่นน้ำเอ่อล้นท่วมบ้านเรือนประชาชน

สำหรับการดำเนินงานดังกล่าว องค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา(อบจ.สงขลา) เทศบาลเมืองเขารูปช้าง ศูนย์ปภ.เขต 12 ได้บูรณาการเครื่องจักรเช่น รถแบ็คโฮ รถบรรทุก ฯลฯ รวมทั้งบุคลากรเพื่อปฏิบัติงานร่วมกัน

คลอดแล้วระเบียบกทม.ว่าด้วยเงินรายได้จากค่าโดยสาร”รถไฟฟ้าสายสีเขียว” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/484630

21 ก.ย. 2564

ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ ระเบียบกทม. ว่าด้วยเงินรายได้จากค่าโดยสารโครงการ”รถไฟฟ้าสายสีเขียว” ช่วงหมอชิต – สะพานใหม่ – คูคต และช่วงแบริ่ง – สมุทรปราการ พร้อมระบุการนำรายได้ไปชำระค่าใช้จ่าย มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันนี้  

21 ก.ย.64  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 20 ก.ย.ที่ผ่านมา ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ ระเบียบกรุงเทพมหานคร ว่าด้วยเงินรายได้จากค่าโดยสารของโครงการระบบขนส่งมวลชนสายสีเขียว ช่วงหมอชิต – สะพานใหม่ – คูคต และช่วงแบริ่ง – สมุทรปราการ พ.ศ. 2564  ซึ่งมีผลบังคับใช้ในวันนี้ (21 ก.ย.64 )

ระเบียบกทม.ว่าด้วยเงินรายได้จากค่าโดยสารโครงการถไฟฟ้าสายสีเขียว  ระบุว่า  โดยที่เป็นการสมควรกำหนดระเบียบกรุงเทพมหานครว่าด้วยเงินรายได้จากค่าโดยสารของโครงการ ระบบขนส่งมวลชนสายสีเขียว ช่วงหมอชิต – สะพานใหม่ – คูคต และช่วงแบริ่ง – สมุทรปราการ

อาศัยอำนาจตามความในข้อ 6 ข้อ 34 (2) และข้อ 47 แห่งข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง วิธีการงบประมาณ พ.ศ. 2563 ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครจึงกำหนดระเบียบขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้

ข้อ 1 ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบกรุงเทพมหานครว่าด้วยเงินรายได้จากค่าโดยสารของโครงการ ระบบขนส่งมวลชนสายสีเขียว ช่วงหมอชิต -สะพานใหม่ -คูคต และช่วงแบริ่ง -สมุทรปราการ พ.ศ. 2564”

ข้อ 2 ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

ข้อ 3 บรรดาข้อบังคับ ระเบียบ คำสั่ง หรือประกาศอื่นใดในส่วนที่ได้กำหนดไว้แล้วใน ระเบียบนี้หรือซึ่งขัดหรือแย้งกับระเบียบนี้ ให้ใช้ระเบียบนี้แทน

ข้อ 4 ในระเบียบนี้ “โครงการระบบขนส่งมวลชนสายสีเขียว” หมายความว่า โครงการระบบขนส่งมวลชนสายสีเขียว ช่วงหมอชิต – สะพานใหม่ – คูคตและช่วงแบริ่ง – สมุทรปราการ “เงินรายได้จากค่าโดยสารของโครงการระบบขนส่งมวลชนสายสีเขียว” หมายความว่า เงินที่สำนักการจราจรและขนส่งได้รับจากค่าบริการประเภทค่าโดยสารของโครงการระบบขนส่งมวลชน สายสีเขียวรวมถึงดอกผลที่เกิดจากการน าส่งรายได้จากค่าโดยสารของโครงการระบบขนส่งมวลชน สายสีเขียวล่าช้า

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

คลอดแล้วระเบียบกทม.ว่าด้วยเงินรายได้จากค่าโดยสาร"รถไฟฟ้าสายสีเขียว"คลอดแล้วระเบียบกทม.ว่าด้วยเงินรายได้จากค่าโดยสาร”รถไฟฟ้าสายสีเขียว”

ทั้งนี้  มีการระบุไว้ในหมวด 2 เกี่ยวกับการจ่ายเงินดังนี้ 

ข้อ 1  เงินรายได้จากค่าโดยสารของโครงการระบบขนส่งมวลชนสายสีเขียวให้นำไปเป็น ค่าใช้จ่ายในการดำเนินการโครงการระบบขนส่งมวลชนสายสีเขียวตามลำดับ ดังต่อไปนี้ (1) ค่าภาษีและค่าธรรมเนียม

(2) ค่าใช้จ่ายการให้บริการเดินรถและซ่อมบำรุงรวมทั้งดอกเบี้ย

(3) ค่าใช้จ่ายการติดตั้งระบบการเดินรถรวมดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมการกู้เงิน

(4) ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นหรือเกี่ยวเนื่องกับการดำเนินโครงการระบบขนส่งมวลชนสายสีเขียว ในกรณีที่มีความจำเป็นที่ทำให้การชำระค่าใช้จ่ายไม่เป็นไปตามลำดับตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นอำนาจของปลัดกรุงเทพมหานครในการอนุมัติเปลี่ยนแปลง

ข้อ 12 ให้สำนักการจราจรและขนส่งจัดให้มีหนังสือมอบอำนาจให้ผู้รับมอบหมายสามารถ เบิกเงินจากบัญชีธนาคารตามข้อ 6 เพื่อนำไปจ่ายเป็นค่าใช้จ่ายตามระเบียบนี้ โดยสำนักการจราจร และขนส่ง ต้องควบคุมดูแลการจ่ายเงินของผู้รับมอบหมายให้ดำเนินการโดยถูกต้อง

ข้อ 13 ในวันสิ้นเดือน ผู้รับมอบหมายต้องรวบรวมยอดรายได้จากค่าโดยสารของโครงการ ระบบขนส่งมวลชนสายสีเขียวและยอดค่าใช้จ่ายประจำเดือน โดยผู้รับมอบหมายมีหน้าที่นำเงินรายได้ จากค่าโดยสารของโครงการระบบขนส่งมวลชนสายสีเขียวจากบัญชีธนาคารตามข้อ 6 มาจ่ายเป็น ค่าใช้จ่ายประจำเดือนตามข้อ 11 ในกรณี (1) รายรับน้อยกว่ารายจ่าย ผู้รับมอบหมายจะต้องมีหนังสือแจ้งสำนักการจราจรและขนส่ง เพื่อดำเนินการตามข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครว่าด้วยวิธีการงบประมาณ 

(2) รายรับมากกว่ารายจ่าย หลังจากผู้รับมอบหมายจ่ายรายจ่ายประจำเดือนแล้วสำนักการจราจร และขนส่งมีหน้าที่นำส่งรายรับสุทธิประจำเดือนให้แก่กรุงเทพมหานคร โดยผู้รับมอบหมายมีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่ายของค่าใช้จ่ายตามข้อ 11 และนำส่งกรมสรรพากร พร้อมรายงานภาระภาษีให้สำนักการจราจรและขนส่งทราบ

ข้อ 14 ทุกครั้งที่มีการจ่ายเงิน ผู้รับมอบหมายต้องจัดท ารายงานการจ่ายเงินพร้อมทั้งหลักฐาน ที่เกี่ยวข้องให้ถูกต้องครบถ้วนแล้วส่งให้ส านักการจราจรและขนส่งทันที โดยสำนักการจราจรและขนส่ง ต้องดำเนินการตรวจสอบให้มีการดำ เนินการโดยถูกต้องครบถ้วน

อ่านฉบับเต็ม…..

ระเบียบกรุงเทพมหานคร ว่าด้วยเงินรายได้จากค่าโดยสารของโครงการระบบขนส่งมวลชนสายสีเขียวช่วงหมอชิต – สะพานใหม่ – คูคต และช่วงแบริ่ง – สมุทรปราการ พ.ศ. ๒๕๖๔