‘ได๋’ เปิดใจความสำเร็จ’ข้าวเหนียวมะม่วงแม่วารี’ปรากฎการณ์ ‘มิลลิ’พลิกวิกฤตครอบครัว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/706632

'ได๋' เปิดใจความสำเร็จ'ข้าวเหนียวมะม่วงแม่วารี'ปรากฎการณ์ 'มิลลิ'พลิกวิกฤตครอบครัว

‘ได๋’ เปิดใจความสำเร็จ’ข้าวเหนียวมะม่วงแม่วารี’ปรากฎการณ์ ‘มิลลิ’พลิกวิกฤตครอบครัว

วันพุธ ที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2566, 15.27 น.

รายการ “DNA TALK บุกคนต้นแบบ” ในวันอาทิตย์นี้ (29ม.ค.) พิธีกร ได๋-ไดอาน่า จงจินตนาการพาผู้ชมไปบุกค้นหาดีเอ็นเอแห่งความสำเร็จของแม่ค้าข้าวเหนียวมะม่วงชื่อดัง คุณวารีจีนสุวรรณหรือ คุณแม่วารี เจ้าของแบรนด์ข้าวเหนียวมะม่วงแม่วารีย่านปากซอยทองหล่อ เกรดคุณภาพถูกปากถูกใจทั้งคนไทยและชาวต่างชาติ หลังปรากฎการณ์แร็ปเปอร์สาวมิลลิ ทำการแสดงโชว์คอนเสิร์ตระดับโลกอย่างโคเชลลา(Coachella) และกินข้าวเหนียวมะม่วงโชว์ความเป็นไทยกลายเป็นไฟโหมกระหน่ำตอกย้ำความสำเร็จอย่างแท้จริง โดย คุณแม่วารี ขอแชร์เบื้องหลังทั้งน้ำตา ที่ไม่เคยเผยที่ไหนมาก่อนว่า ณ จุดจุดนี้ วิกฤตที่น่ากลัวที่สุดคือวิกฤตครอบครัว

“ถามว่าประสบความสำเร็จหรือยัง คิดว่าสำเร็จแล้ว แต่รวยหรือยัง…ยังนะ เพราะนอกจากวิกฤตทางการค้า ก็มีวิกฤตคนในครอบครัวที่ทำเราลำบากกว่าจะผ่านมาได้ถึงตอนนี้ แรกเริ่มแม่ขายผลไม้นอก ประสบความสำเร็จเมื่อ20 กว่าปีก่อน คิดว่าสำเร็จละเลยอยากจะวางมือส่งให้ลูกต่อ เอาลูกมาฝึกปรือ ปรากฎว่าเขาทำทุกวิถีทางเอาทุกอย่างที่แม่มีไปแม่เปิดเผยให้เขาฟังหมดทุกอย่าง ทั้งเงินในบัญชีทั้งที่ดิน อยู่มาวันหนึ่ง เขามาบอกแม่โดนข้อหาฟอกเงิน สรรพากรตรวจสอบแม่ บอกเราให้โอนย้ายเงินเข้าบัญชีนี้ ๆ เป็นล้านๆ กว่าบาทโอนมาตลอดเลย ผลสุดท้าย เงินร้อยกว่าล้านโอนให้บัญชีเขาเองจนหมด เป็นหนี้ 20 กว่าล้าน ขายทิ้งเกือบทุกอย่างเพื่อใช้หนี้แลกข้าวกินแม่ก็เสียภาษีทุกต้องหมดนะ แม่ก็ไม่เชื่อว่าสายเลือดเดียวกับเราจะทำกับเราแบบนี้ แต่ทุกวันนี้แม่ก็ไม่โกรธเขานะให้อภัยด้วยความเป็นแม่ลูก แต่ขอไม่คุยไม่เจอหน้าพอ วิกฤตนี้ทำให้แม่เห็นสัจธรรมว่าทุกอย่างไม่เป็นของเรา ไม่เคยคิดฆ่าตัวตาย เอาธรรรมขัดเกลาจิตใจตัวเองตลอดแม่ทำให้ชื่อเรายังขายได้ สู้กับมันไม่ยอมแพ้กับปัญหา กว่าจะผ่านจุดนั้นมาได้ก็ปีกว่าทุกวันนี้จดชื่อบริษัทเป็นลูกทั้งสองคน แต่ภายใต้การบริหารของแม่องค์ประกอบมาตรฐานไม่เคยตก ข้าวเหนียวคัดสรรจากเชียงรายมะพร้าวจากสุราษฎร์ธานีจนรายได้เริ่มฟื้นขายได้10-40 กะละมัง แต่ปรากฎการณ์มิลลิทำยอดพุ่งเป็นร้อยกะละมังต่อวัน มีกำลังใจสู้ต่อไป ปัญหาที่เราเจอทำอะไรเราไม่ได้แต่ก็สงสารลูกน้องบอกทุกคนอย่าท้อสู้นะลูก ผ่านไปได้เดียวมีโบนัสให้”ติดตามเรื่องราวสุดน่าทึ่งของ คุณแม่วารี ได้ในรายการ “DNA TALK บุกคนต้นแบบ” วันอาทิตย์ที่ 29มกราคมนี้ เวลา 17.30 น. ทางช่องMONO29

w014

G’NEST เปิดตัว TIGGER ศิลปินเดี่ยวคนแรกของค่าย นิโคล ตื่นเต้น แชร์รูปลูกชายรัวๆ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/706631

G’NEST เปิดตัว TIGGER ศิลปินเดี่ยวคนแรกของค่าย นิโคล ตื่นเต้น แชร์รูปลูกชายรัวๆ

G’NEST เปิดตัว TIGGER ศิลปินเดี่ยวคนแรกของค่าย นิโคล ตื่นเต้น แชร์รูปลูกชายรัวๆ

วันพุธ ที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2566, 15.26 น.

ในที่สุด G’NESTค่ายเพลงในสังกัด GMM Grammyก็เปิดตัวศิลปินคนใหม่ออกมาแล้ว ผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียของค่ายพร้อมแคปชั่น“The first solo artist from G’NEST”หรือศิลปินเดี่ยวคนแรกของค่าย ที่สร้างความฮือฮามิใช่น้อยเพราะหนุ่มน้อยคนนั้นไม่ใช่ใครที่ไหน เขาคือ “ทิกเกอร์ อชิระ เทริโอ”ลูกชายสุดที่รักของคุณแม่นิโคล เทริโอ และคุณพ่อแมว จิรศักดิ์ ปานพุ่ม ที่เก็บตัวเป็นเด็กฝึกอยู่ใน GMM Academy มานานเกิน 2 ปี งานนี้ทำเอาแฟนๆต่างเข้ามายินดีพร้อม        คอมเมนท์รอติดตามผลงานเพลง แต่ที่แน่ๆคนที่ตื่นเต้นสุดตอนนี้ น่าจะเป็นคุณแม่นิโคลที่แชร์ทุกรูปทุกคลิปของลูกชาย พร้อมขอบคุณทุกกำลังใจที่ติดตามทิกเกอร์ ขอยกตำแหน่ง FC No.1 ให้ไปเลยเตรียมปักหมุดรอชม MV เดบิวต์ซิงเกิลแรก “R U OK?” ของทิกเกอร์กันได้ ในวันที่ 1 กุมภาพันธ์นี้ เวลา 18.00 น. ทางYoutube Channel : @gnest_official#TIGGER_RUOK #TIGGERTHERIAULT #ทิกเกอร์#GNEST #GMMGrammy

w014

‘ทนายเดชา’เฉลยทำไมคดี’ม้า อรนภา’เพื่อนทนายต้องนั่งรวมตัวครบองค์เผยเคยได้รายได้30ล้านต่อเคส

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/706625

'ทนายเดชา'เฉลยทำไมคดี'ม้า อรนภา'เพื่อนทนายต้องนั่งรวมตัวครบองค์เผยเคยได้รายได้30ล้านต่อเคส

‘ทนายเดชา’เฉลยทำไมคดี’ม้า อรนภา’เพื่อนทนายต้องนั่งรวมตัวครบองค์เผยเคยได้รายได้30ล้านต่อเคส

วันพุธ ที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2566, 15.20 น.

ใครสายเผือกมารวมตัวทางนี้ด่วนเมื่อ “แพรรี่ ไพรวัลย์”นัด “ทนายเดชา” ชี้แจงประเด็น เปิดเบื้องหลังชีวิตทนาย ในรายการ“แย่งซีน” ทางออนไลน์ช่อง8พร้อมเฉลยข้อมูลแบบลึกที่หลายคนสงสัย ทำไมคดีม้าอรนภา กับนักแสดงหนุ่มหน้าใหม่ ต้องรวมตัวทนายตัวพ่อครบองค์ประชุมแถลงข่าว พร้อมเล่าชัดว่า ดีกับทนายตั้มและหิวแสงจริงหรือไม่

มีคนไปกางสถิติผู้ติดตามในเฟซบุ๊ก ผู้ติดตามที่เป็นรองทนายตั้มคือพี่เดชายอดติดตามเป็นล้านเหรอ ภูมิใจไหมคะ?

ภูมิใจๆ เราก็หาแสงทุกวันอ่ะ มันเรื่องจริง

หนูว่าเราควรหาคดีมากกว่าไหม ทำไมต้องหาแสง การที่มีแสงเยอะทำให้มีคนจ้างว่าความไหม?

แสงทำให้เราดูจ้าไง  แต่มันไม่เกี่ยวกันรายได้ผม มาจากสถาบันการเงิน บริษัทขนาดใหญ่เป็นรายได้ประจำอยู่นะ ส่วนแสงเป็นความชอบส่วนตัว

คิดว่าอะไร ที่ทำให้คนติดตามเราเยอะขนาดนี้?

 มองว่าเราเป็นคนเสือกทุกเรื่อง(หัวเราะ)คือเขาไม่ได้เชิญเราก็เสือก เราเป็นคนชอบอย่างนั้น

คดี “ม้า อรนภา” ไปนั่งเรียงกันเพราะอะไร?

เมาคือ ไปนั่งกินไวน์กันวันนั้น วันเกิดเมียทนายตั้ม

เป็นทนายต้องมีความน่าเชื่อถือ พี่มาพูดว่าไปนั่งกินเหล้า กินไวน์มันจะเหลือความน่าเชื่อถือเหรอ?

เราก็เป็นคนนะ อย่าลืมนะ มันต้องเป็นคนก่อนถึงเป็นทนาย และตอนนั้นเราไปงานสังสรรค์วันเกิดเมียเพื่อน ไปนั่งดื่มไวน์กันเมาแล้วตั้มชวนมานั่ง เราก็นั่งแค่นั้น ไม่มีอะไร ไม่ได้ไปซ้ำเติมอะไรกันหรอก คุณม้ากับผมก็เคยจัดรายการกันมาก่อน

ได้ข่าวมาพี่เดชาเป็นคนชอบซ้ำเวลาใครทำพลาดนิดพลาดหน่อยก็แท็กทีมไปซ้ำ?

 คือมันเป็นบริการของเราอยู่แล้ว มันจุดแข็งเรา คุณไปซื้อโทรศัพท์อะไร เขายังมีบริการเสริมเลย ก็เหมือนอย่างตอนนี้ตู้ห่าว ชูวิทย์เริ่ม เดชาก็ซ้ำเลยเห็นไหม

คุยกันแบบไม่มีคนอื่นรู้ได้ไหม เวลาทนายเขาไปรับแบบคดีดังๆได้เยอะไหม?

ก็เยอะ มันมีตั้งแต่หลักล้าน จนเป็นหลักหลายสิบล้าน อย่างของผมสูงสุดก็เกือบ 30 ล้าน เคสเดียว แต่ผมเสียภาษีนะ

ขอพูดถึงเคสคดีดัง พี่แตงโม ล่าสุดเห็นพี่เดชากับพระมารดาอยู่ด้วยกัน?

มันก็มีคนมาเผือก พวกนักการเมือง นักร้อง มาบอกว่าฆาตกรรม

คนที่บอกจะเตะปากใช่ไหมคะ?

ใช่(หัวเราะ)แล้วก็มีนักร้องคนหนึ่งเจ้าของเพจดัง ก็บอกว่ามีฆาตกรรม มีดกรีดขา ถีบหัวเรืออะไร มีหลักฐานอะไรต่างๆเนี่ย ทำให้คุณแม่เลยต้องเพี้ยนไป ไปหลงเชื่อหลงอะไรพวกเนี่ยสุดท้ายพอคุณแม่ไปก็วงแตก ฆาตกรรมก็ไม่มี หลักฐานก็ไม่มี ผมก็ประกาศถอนตัว

ไม่ได้ตังค์หรือเปล่า?

ตังค์เขาจ่ายครบครับ ผมไม่ค่อยทำฟรี ผมไม่ค่อยถนัดงานฟรีเท่าไร

เรื่อง 2 หมื่นคืออย่างไรช่วยเล่าหน่อย?

คุณแม่ก็เป็นคนทานจุอยู่แล้วนะ สามหมื่นแทบจะไม่ค่อยพอ ก็คือว่าแกตกลงกับจำเลยคนที่ 1 ที่ 2 เดือนละ 3 หมื่นจ่ายทุกเดือน แต่ว่าจำเลยที่ 3-6 ยังไม่ได้คุย แกก็อยากจะได้เพิ่ม ก็เป็นสิทธิ์ของคุณแม่

คดีน้องชมพู่ อยู่ดีๆก็เงียบไป คดีจะจบไหม ตอนนี้ถึงไหนแล้ว?

ผมก็รู้เรื่องราวมาตลอด ก็คดีนี้มันก็มีโอกาสที่จะชนะคดีนะ เพราะมีหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ มีเส้นขน เส้นผม พยานแวดล้อม ผมก็คิดว่าคุณแม่ชมพู่ก็จะได้รับความเป็นธรรม ตอนนี้สืบพยานโจทก์จะเสร็จแล้วครับ

แวดวงทนายมีแบ่งไหมคนนี้ทนายดารา เซเลป?

ก็เป็นครับ เราก็เป็นเซเลปอยู่แล้วไง มันเรื่องจริง เราจะไปโกหกทำไมล่ะ

หลังๆเราเห็นทนายมาทะเลาะกันเอง สาวไส้กันเองตกลงวงการทนายมันเป็นอย่างไร?

ไม่มีนะ เลิกกันหมดแล้ว ฮั้วกันหมดแล้วตอนนี้ พวกเดียวกันหมดอยู่ในกลุ่มเดียวกัน ทนายไพศาล ทนายสงกรานต์ ทนายตั้ม ทนายเกิดผล พวกเดียวกับผมหมด

มีแบบที่ไม่ชอบกันไหม เอาดีๆ มีแบบสาวไส้กันไหม?

ไม่มี ไม่มีหรอก ไม่มีสาวไส้ ไส้ผมหมดแล้ว

แล้วอย่างพี่อัจฉริยะล่ะ?

นั่นเขาไม่ใช่ทนาย

พี่ตั้มล่ะดีกันแล้วใช่ไหม เคยโกรธกันใช่ไหม เคยเห็นข่าว?

รักกันมาก ไม่เคยหรอก เขาเรียกว่า เข้าใจผิด อย่าไปเรียกว่าโกรธ ตอนนี้เป็นเพื่อนซี้กัน

ไปกินไวน์แก้วเดียวดีกับเขาเลย?

ธรรมดา เราเป็นคนเห็นแก่กินอยู่แล้ว

สุดท้ายนี้ ทนายเดชา ได้ฝากแง่คิดให้กับแพรรี่ ด้วยประโยคที่ว่า “เคยเห็นแต่ความผิดของคนอื่น แต่ไม่เคยเห็นความผิดของตัวเอง” แต่แพรรี่ขอฟาดกลับแบบคมๆก่อนจบรายการว่า “โทษคนอื่นมองเห็นเท่าภูเขา โทษของเรามองเห็นเท่าเส้นขน ตดคนอื่นเหม็นเบื่อเหลือจะทน ตดของตนถึงเหม็นไม่เป็นไร”(หัวเราะ)ส่วนใครที่อยากดูแบบจุใจสามารถติดตามชมรายการ “แย่งซีน” ทุกวันอังคาร เวลา19.30 น. ทางยูทูบและทุกช่องทางออนไลน์ของช่อง 8https://youtu.be/nzhCgTgf4D8ห้ามพลาด!

w014

ส่องลุคดีกรีทั้งสวยทั้งน่ารัก ‘วินนี่-ปิ่น-เบนซ์-มายด์’ รุ่นน้องมิสทีน ไทยแลนด์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/706614

ส่องลุคดีกรีทั้งสวยทั้งน่ารัก 'วินนี่-ปิ่น-เบนซ์-มายด์' รุ่นน้องมิสทีน ไทยแลนด์

ส่องลุคดีกรีทั้งสวยทั้งน่ารัก ‘วินนี่-ปิ่น-เบนซ์-มายด์’ รุ่นน้องมิสทีน ไทยแลนด์

วันพุธ ที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2566, 15.12 น.

หลังจากที่แต่ละคนส่งผลงาน เผยฝีมือโดนใจไม่พอล่าสุดรุ่นน้องมิสทีน ไทยแลนด์ ทั้ง วินนี่ ศิภัชรดา, ปิ่น ชรินพร, เบนซ์ ชนกนันท์, มายด์ มาริสา, เอฟฟี่ วรรณรดา, วิว เบญญาภา, พิพลอย กัญญรัตน์,แพร พิมพ์อารยา , มิมี่ จัสมิน , หมิว ธนพร ฯลฯ ไปต่อกับผลงานละคร ซีรีส์ ที่มาพร้อมความสนุกให้แฟนๆ ทุกคนได้ติดตามอย่างต่อเนื่อง
แน่นอนว่านอกจากจะได้เห็นพัฒนาการ ความสามารถที่ทุกคนล้วนตั้งใจถ่ายทอดฝีมืออย่างเต็มที่แล้ว ด้านออร่าแต่ละคนยังสุดแรงกระแทกตาไม่ใช่น้อย วันนี้หมัดรวมภาพมาให้ได้ชมกันก่อนจะได้ชมผลงานทั้งด้านการแสดง นางแบบ ฯลฯ ตลอดทั้งปี 2566  สำหรับผลงานของ  ปิ่น ชรินพร  เตรียมพบกับละครรอยรักรอยบาป, วินนี่ ศิภัชรดา ผลงานละครลมพัดผ่านดาว, มายด์ มาริสา ผลงานละครคุณแม่แก้ขัด และ รักแท้แซ่บหลาย, เอฟฟี่ วรรณรดา ผลงานละครมาเฟียลำซิ่งและลูกผู้ชายหัวใจเพชร, เบนซ์ ชนกนันท์ ผลงานละครรอยรักรอยบาป และ สาวใช้ดิลิเวอรี ฯลฯ ปักหมุดรอชมกันได้ทาง ช่อง 7HD วิว เบญญาภา ผลงาน ซีรีส์ หัวใจในสายลม Dangerous Romance  , พิพลอย กัญญรัตน์  ผลงานใหม่ในซีรีส์ Enigma คน มนตร์ เวท และ Wednesday Club คนกลางแล้วไง ติดตามชมกันทางช่อง GMMTV  และห้ามพลาดผลงานใหม่ทั้งด้านการแสดง นางแบบ ฯลฯ จาก เกรซ บุศรินทร์ ,แพร พิมพ์อารยา, หมิว ธนพร, มิมี่ จัสมิน ฯลฯ  

ติดตามอัพเดทผลงานและความเคลื่อนไหวของแต่ละคนกันได้ทาง IG :     view.benyapa, marisa_scholl, _piploy_, prae.pary,  winniesp_, _pppinchrp, mamew.mmew, yaswines, cchanoknun,ff   Facebook : missteenthailand ขอบคุณภาพจาก IG : view.benyapa,  _piploy_,  winniesp_,talent_team

w014

‘กุ๊บกิ๊บ-บี้’จูงมือออกเดท ฉลองครบรอบแต่งงาน 7 ปี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/706515

'กุ๊บกิ๊บ-บี้'จูงมือออกเดท ฉลองครบรอบแต่งงาน 7 ปี

‘กุ๊บกิ๊บ-บี้’จูงมือออกเดท ฉลองครบรอบแต่งงาน 7 ปี

วันพุธ ที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2566, 09.15 น.

25 ม.ค.66 เป็นครอบครัวที่น่ารักเอามากๆ สำหรับ “กุ๊บกิ๊บ สุมณทิพย์” กับสามี “บี้ ธรรศภาคย์” ที่เผลอแปปเดียวก็แต่งงานกันมาได้ 7 ปีแล้ว และยังมีลูกที่น่ารักมากๆ 2 คน อย่าง น้องเป่าเป่า กับ น้องเป่าเป้ย์

ล่าสุด กุ๊บกิ๊บ โพสต์คลิปควงสามีสุดหล่อไปฉลองวันครบรอบแต่งงาน 7 ปี กันสองต่อสองสุดเฟี้ยว แบบY2k พร้อมแคปชันหวานว่า “ *7th Anniversary dip with my hubby ฉลองครบรอบแบบY2k”

และ “*Happy 7th Church wedding Anniversary to us เมื่อวานครบรอบแต่งงานกันที่โบสถ์ครบ 7 ปี เราเลยไปเดทกันแบบคิ้ว ๆ แบบวัยรุ่นเค้าทำกัน ในปีนี้ได้ฉลองด้วยกัน นั่งคุยกันว่าเราต่างรู้สึกดีใจแค่ไหนที่ได้รักกันและใช้ชีวิตอยู่ร่วมกัน ขอบคุณนะคะที่เบบี๋รักษาสัญญามาเสมอตั้งแต่ในโบสถ์วันนั้นผ่านมาจนวันนี้ เราจะเป็นทีมเดียวกันจะจับมือกันผ่านทุกอย่างไปด้วยกันเสมอ @biexu1991”

‘แม่ลี’รักลูกจนควบคุมชีวิต‘แก้มบุ๋ม’18 ปีที่ไม่เป็นตัวเอง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/706402

‘แม่ลี’รักลูกจนควบคุมชีวิต‘แก้มบุ๋ม’18 ปีที่ไม่เป็นตัวเอง

‘แม่ลี’รักลูกจนควบคุมชีวิต‘แก้มบุ๋ม’18 ปีที่ไม่เป็นตัวเอง

วันพุธ ที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.32 น.

เรียกว่าขึ้นแท่นเป็นคู่แม่ลูกสุดแซ่บขวัญใจโซเชียลไปแล้ว สำหรับ คุณแม่ลี-ศริญญา สิทธาไชย และ แก้มบุ๋ม-ปรียาดา ล่าสุดมาเปิดใจในรายการ WOODY INTERVIEW กว่าจะมีวันนี้ เคยเสียน้ำตาเพราะถูกแม่ควบคุมชีวิตจนไม่เป็นตัวเอง ไม่กล้าพูดเพราะกลัวแม่อาย พร้อมอัปเดตเรื่องแฟนหนุ่มสายเปย์จริงไหม? และแพลนแต่งงานในอนาคต

สัมผัสได้เลยว่าตัวตนของ แม่ลี เป็นคนร่าเริงสดใสแต่ของ แก้มบุ๋ม รู้สึกว่าก็มีบทบาทหน้าที่เบื้องหน้าที่ต้อง
เอนเตอร์เทน แต่ในชีวิตจริงส่วนใหญ่แล้วเป็นแบบไหน?

แก้มบุ๋ม : ส่วนใหญ่แล้วเป็นคนเครียดง่าย เอาความเครียดออกจากชีวิตตัวเองยากมาก หนูเลยพยายามทำทุกอย่างให้มันสบาย รู้สึกว่าไม่อยากเอาความเครียดเข้าชีวิตเลยจริงๆ เพราะเอาออกจากชีวิตยากมาก ข้างนอกดูสนุกแต่บางทีหนูเป็นคนที่ซีเรียส ค่อนข้างเซนซิทีฟแต่ว่าเฉพาะบางเรื่องอย่างเช่นแม่พ่อ ตอนเด็กๆ เราเป็นคนที่ไม่กล้าพูดว่าฉันต้องการแบบนี้ แต่เดี๋ยวนี้เหรอต่อปากต่อคำ (หัวเราะ)

แม่ลี : ตอนเด็กเขาเป็นคนนิ่งๆ เก็บความรู้สึกทุกอย่างหมดด้วยความที่เขานิ่งเลยทำให้เราไม่รู้ว่าชอบหรือไม่ชอบ แต่เรารู้มันเป็นอะไรที่ทำแล้วถึงเราจะเหนื่อยแต่บั้นปลายชีวิตนั่นคือสิ่งที่มันคืออาชีพของเขา

ภาคภูมิใจในตัวแก้มบุ๋มไหมครับคุณแม่?

แม่ลี : ภาคภูมิใจ เพราะเมื่อก่อนแคสโฆษณา 100 ครั้ง แก้มบุ๋มไม่ได้เลย แต่เราคิดว่าวันหนึ่งต้องเป็นของเธอนะนางร้ายป้ายแดงของแม่ แล้ววันหนึ่งก็ดีใจที่ทำสำเร็จในส่วนหนึ่ง ไม่ได้คิดว่าคุณต้องเป็นที่ 1 แต่ทำยังไงก็ได้ เล่นเรื่องไหนก็ได้ ให้คนรู้จักคุณก็พอแล้ว หน้าที่ของคุณต้องรับผิดชอบให้ดี

สนับสนุนอย่างเต็มที่?

แก้มบุ๋ม : ถ้าหายใจแทนได้ก็คงทำ (หัวเราะ)

แม่ลี : ถ้าเดินแบบเองได้ก็ทำ (หัวเราะ)

มีเรื่องที่ต้องเสียน้ำตาบ้างไหมแก้มบุ๋ม?

แก้มบุ๋ม : เยอะ ส่วนใหญ่จะไม่ค่อยเอาปัญหาไปให้คนในบ้านได้รับรู้ว่าเรารู้สึกไม่โอเค มีความอึดอัดบ้างในสิ่งที่เราโดนตั้งกฎเกณฑ์ต่างๆ ในชีวิต หนูเป็นคนที่ใส่รองเท้าส้นสูงไปกองถ่ายทุกวัน เพื่อแม่บอกว่าต้องดูดีตลอดเวลา คือมันอึดอัดแม้กระทั่งการแต่งตัว เราไม่สามารถแต่งตัวเป็นตัวเองได้เลย แม่ก็จะบอกว่าจะแต่งตัวให้วัยรุ่นชอบหรือให้ผู้ใหญ่ชอบ ทำไมแค่ใส่เสื้อผ้ามันผิดอะไร ผมก็ตัดไม่ได้ต้องไว้ผมยาวตรงเท่ากันทุกเส้นมันเป็นความอึดอัดที่ว่าทำไมเราไม่ได้เป็นตัวตน ร้องไห้บ่อยแต่สุดท้ายหนูก็ทำตามในสิ่งที่เขาอยากให้ทำ

แม่ลี : ทุกอย่างเราจะจัดขั้นตอนให้เขา แต่เขาอาจจะไม่พอใจ แต่ครั้งหนึ่งเมื่อถึงเวลานี้เขาจะรู้เลย

มีเรื่องอะไรเกี่ยวกับลูกสาวที่เราฝังใจแล้วไม่มีวันลืมบ้างไหม?

แม่ลี : ถ้าไม่มีวันลืมก็ฝังใจเรื่องนางงาม จนกลายเป็นคนที่แบบต้องเอาให้ได้ นางจบ ม.6 เราก็คิดว่าไม่ต้องไปไกลให้อิมพอร์ตไปเรียนสิงคโปร์ เราก็คิดในใจว่าวันหนึ่งนางจบจากสิงคโปร์ 4 ปี เราก็จะเอานางเข้าไปประกวด ก็จะกลายเป็นสิ่งที่โอเคมากมายแล้วเสร็จอยู่ที่นั่น 4 วัน ทุกอย่างเรียบร้อยหมด นางก็บอกว่า แม่หนูเป็น ตุ๊กตาแม่มา 18 ปี แม่รู้ไหมความฝันของหนูคืออยากเรียน ม.กรุงเทพ หนูอยากใส่ชุดมหาวิทยาลัยกรุงเทพ เอ้า! แล้วทำไมไม่บอกแม่ล่ะ แม่รู้ไหมแม่คุยกับคนไว้เยอะหนูกลัวแม่อาย ก็นอนร้องไห้ ก็บอกว่าบุ๋มเรากลับบ้านเรานะ แต่กลับแล้วต้องเชื่อแม่ทุกอย่าง ให้ประกวดอะไร
ต้องประกวดนะ แล้วแม่ไม่อายคนเหรอ ก็บอกไม่อายหรอกทำไงได้ล่ะกลับก็กลับ อายก็ไม่เป็นไร

แก้มบุ๋ม : คือเขาขอไว้ว่าชีวิตขอเป็นของแม่จนถึงเราเรียนจบหลังจากนั้นบุ๋มจะทำอะไรทำ แม่จะไม่ว่าอะไรบุ๋มเลย แล้วเขาก็ทำแบบนั้นจริงๆ

ความรักตอนเป็นยังไงบ้าง?

แก้มบุ๋ม : ดีค่ะ เรียกว่าเป็นความรักที่พอดี ไม่รู้สึกว่าเป็นภาระของกันและกัน รู้สึกว่ามาสนับสนุนกัน คบกันมาจะเข้า
ปีที่ 4 แล้วค่ะ

มีแพลนไหม?

แก้มบุ๋ม : มีแพลนค่ะ แต่หนูบอกว่าให้เขาตัดสินใจเลยไม่ว่าเรื่องอะไรก็ตาม เพราะรู้สึกว่าหนูชิลๆ แล้วแต่เลย

มีคนบอกว่าเปย์หนักมาก ?

แก้มบุ๋ม : เปย์หนักไหมแม่

แม่ลี : ก็น่าดูเหมือนกันนะ

แก้มบุ๋ม : เขาคงอยากให้เรามั้ง พี่วู้ดดี้เชื่อไหมว่าอยู่มาจนอายุ 30 Patek คือนาฬิกาอะไรหนูยังไม่รู้เรื่องเลย คือเราเป็นคนที่ไม่ติดแบรนด์เนม อาจจะมีบ้างที่เอามาเพื่อไปออกงาน ไปเข้าสังคม แต่ว่าเป็นคนไม่ติดว่าต้องใช้ของแบรนด์เนม แต่ว่าเวลาไปไหนมาไหนกับเขามีซื้อให้ ครั้งแรกที่ซื้อให้ก็คือซื้อนาฬิกา Patek ให้แล้ว ในครั้งแรกที่ขอเป็นแฟน คนก็เลยมองว่าเขาเปย์หรือเปล่า แต่จริงๆ แล้วเขาไม่ได้เปย์แค่สิ่งของ แต่เขาเปย์ความรู้ของเขาให้เราด้วย เช่น ให้ข้อมูลให้คำปรึกษาในการใช้ชีวิตหรือว่าวางแผนในการทำงานอะไร เขาก็มีความช่วยเหลือส่วนหนึ่งด้วย

อยากมีหลานให้แม่ไหม?

แก้มบุ๋ม : ก็อาจจะ หนูฝากไข่เอาไว้ค่ะ หนูก็เลยไม่รีบว่าจะมีก็ได้ไม่มีก็ได้ เพราะว่ามีหลานก็เลยรู้สึกว่าเฉยๆ

แม่ลี : ทุกคนคิดว่าการมีความรักต้องมีลูก ทุกอย่างมันต้องพร้อม มันคือภาระที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิต

ทำความรู้จัก ‘เมกุโระ เร็น’ หนุ่มหล่อสมบัตชาติญี่ปุ่น สู่จอภาพยนตร์ครั้งแรก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/706416

ทำความรู้จัก ‘เมกุโระ เร็น’ หนุ่มหล่อสมบัตชาติญี่ปุ่น  สู่จอภาพยนตร์ครั้งแรก

ทำความรู้จัก ‘เมกุโระ เร็น’ หนุ่มหล่อสมบัตชาติญี่ปุ่น สู่จอภาพยนตร์ครั้งแรก

วันพุธ ที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

“เมกุโระ เร็น” นักร้องยอดนิยมจากวง Snow Man วงบอยแบนด์ไอดอลญี่ปุ่นจากค่าย Johnny & Associates ซึ่งตอนนี้เขาได้มีโอกาสแสดงความสามารถอันโดดเด่นด้านการแสดงหลายเรื่อง เช่น ซีรี่ส์ My Love Mix-Up! ยางลบสื่อรัก, Maiagare! และ Silent และผลงานภาพยนตร์เรื่องล่าสุดกับ Phases of the Moon เกิดกี่ครั้งก็ยังเป็นเธอ ที่จ่อชนโรงใน
วันที่ 2 กุมภาพันธ์นี้

การแสดงภาพยนตร์เรื่องนี้นับเป็นเรื่องแรกที่เขาได้เป็นบทนำของเรื่อง ในบท อากิฮิโกะ มิสุมิ นักศึกษาหนุ่มในยุค 80 ที่ตกหลุมรัก รุริ สาวสวยที่อายุมากกว่า แต่ความรักของเขาจึงต้องเก็บงำซ่อนเร้นเอาไว้เหมือนพระจันทร์ในเงามืดรอวันที่จะได้เผยความรู้สึก บทนี้ทำให้เขาได้รับคำชมจากนักวิจารณ์ว่าแสดงได้อย่างน่าสนใจจนได้ชิงรางวัล Best New Actor จากเวที Mainichi Film Awards ครั้งที่ 77

คุณรู้สึกอย่างไรเมื่อได้รับเลือกให้แสดงเรื่องนี้?

ผมมีความสุขมากครับ ผมได้อ่านบทก่อนแล้วจึงไปหาอ่านฉบับนวนิยาย ซึ่งทำให้ผมร้องไห้เลย ผมรู้สึกอย่างจริงใจที่ได้มีส่วนร่วมในงานนี้ครับ มันมีหลายส่วนในเรื่องที่เชื่อมโยงกับสิ่งที่ผมคิดอยู่แล้ว บางอย่างมันตรงกับสิ่งที่ผมมักให้ความสนใจอย่างเช่น เรื่องในชีวิตประจำวัน เราทุกคนมักพูดว่า “เจอกัน” เวลาเอ่ยคำลา แต่สำหรับผมมักจะคิดว่า การได้พูด “เจอกัน” ครั้งนี้อาจเป็นครั้งสุดท้ายก็ได้ และงานนี้ก็เล่าเรื่องราวแบบนั้นดังนั้นจึงมีหลายส่วนในเรื่องที่เข้าถึงจิตใจผมได้

กับการรับบท อากิฮิโกะ มิสุมิ?

ตอนที่ผมอ่านบทเป็นครั้งแรก ผมคิดว่าตัวเองก็น่าจะเล่นได้นะถ้านึกถึงตัวเองตอนอายุ 20 ปีได้ มิสุมิไม่ใช่คนเท่ ซึ่งผมก็คิดว่าตัวเองเป็นแบบนั้น พอผมได้เจอ รุริซัง (แสดงโดย คาซุมิ อาริมุระ) ผมคิดว่ามันเป็นการเจอกันด้วยโชคชะตากำหนด ตัวผมกำลังมองชีวิตไปข้างหน้า แต่เธอรู้สึกเหมือนได้มองย้อนอดีตชีวิตตัวเอง ยังมีหลายสิ่งที่มิซุมิไม่รู้ เขาอยู่ในช่วงระหว่างถูกสอนเรื่องอารมณ์ต่างๆ จากผู้หญิงที่เป็นผู้ใหญ่กว่า เขารู้สึกถึงความสั่นไหวของหัวใจในตอนนั้น

ตัวละครนี้ดูน่าเห็นใจมาก น่าสงสารที่สุดในบรรดาบทที่คุณแสดงมา

ผมเองก็คิดว่ามิสุมิเป็นตัวละครที่น่าจะรับความเห็นใจจากคนดู ผมเองยังสงสารเขาเลยครับผมหวังว่าคนที่ดูหนังเรื่องนี้แล้วคงอยากจะปฏิบัติต่อสมาชิกในครอบครัวและคนอื่นๆด้วยความห่วงใยมากขึ้นเพื่อที่จะไม่ต้องมาเสียใจทีหลัง ผมคิดว่าบทนี้จะทำให้คนเปลี่ยนวิธีที่โต้ตอบกับผู้คน ผมอยากให้คนดูรู้สึกแบบนั้น

มีฉากไหนที่คุณคิดว่านี่คือปมปัญหาของมิสุมิ?

หลังจากสูญเสียรูริไปมิสุสิจะไปเที่ยวสถานที่ที่อยู่ในความทรงจำของเขา เช่น บริเวณที่ได้ดื่มเบียร์กับรูริ หรือไปที่ Waseda Shochiku โรงภาพยนตร์ที่เขาดูหนัง (โรงภาพยนตร์นี้เป็นโรงที่เก่าแก่ในโตเกียว) ในการอำลาอย่างกะทันหันถ้าคนที่สำคัญของผมจากไป ผมไม่อยากจะคิดเลยว่าโลกของผมมันจะทลายไปขนาดไหนผมคงรู้สึกเคว้งคว้างอยู่ผิดที่ผิดทาง มันเป็นความรู้สึกที่เหนื่อยมาก ความรู้สึกนี้ตามกลับไปบ้านเลย ผมรู้สึกว่าได้ใช้หัวใจและสมองไปมากจนอยากจะถอนหายใจ ผมรู้สึกว่าเวลาเล่นซีนร้องไห้ต้องใช้พลังงานเยอะ เป็นพิเศษครับ

มีวิธีจัดการความรู้สึกตกค้างจากตัวละครไหม?

ผมคิดว่าสิ่งที่ควรจะทำคือการพยายามใช้ชีวิตให้ร่าเริงไว้จนกว่าจะกลับมาแสดงครับ และค่อยกดสวิตช์ความรู้สึกกลับมาก่อนเข้าฉากแต่ผมก็ไม่ได้เป็นคนที่สลัดความรู้สึกได้เก่งนัก ผมทำได้ทีละอย่าง ดังนั้น คืนก่อนที่จะแสดงผมจะบอกกับตัวเองว่ากำลังจะเล่นฉากนี้เพื่อให้ฟื้นความรู้สึกจากที่แสดงไปคราวก่อน ดึงความรู้สึกกลับมา และเมื่อได้อารมณ์แล้วก็เข้านอน ตื่นมาตอนเช้า ความรู้สึกมันก็จะยังคงติดในหัว แม้กระทั่งมาถึงกองถ่ายแล้วเริ่มแต่งหน้า ความรู้สึกก็ยังอยู่ เวลาอยู่คนเดียวก็จะรู้สึกเหงา มันเลยทำให้ผมรู้สึกตอนกลับบ้านไปและรู้สึกว่าใช้ใจในการแสดงไปเยอะ

รู้สกอย่างไรเมื่อได้เห็นงานที่เสร็จแล้ว

ผมทนดูบางฉากไม่ได้เลยครับ เพราะร้องไห้ตลอด ฉากที่ต้องมีการจากลากะทันหันนี่ไม่ได้เลยร้องไห้ไม่หยุด

สมาชิกวง Snow Man เคยได้ชมเรื่องนี้หรือยัง?

ผมไปดูรอบพรีวิวกับราอูลครับ ผมร้องไห้ เพราะว่าราอูลร้องไห้ ผมถึงขั้นบอกสต๊าฟให้เอากระดาษทิชชู่มาให้ผมหน่อย (หัวเราะ) ผมร้องไห้หนักมากจนแทบจะลุกจากเก้าอี้ไม่ไหวเลย ตอนที่ผมดูหนังอยู่ผมได้ยินเสียงร้องไห้มาจากราอูลที่นั่งถัดออกไป ผมรู้สึกมีความสุขมากที่เขาได้เห็นงานที่ผมทุ่มเทอย่างหนักออกมาได้ผลแบบนี้

ปกติแล้วคุณคอยเช็คผลงานเพื่อนๆในวงบ้างไหม?

ผมพยายามดูงานที่เพื่อนๆ แสดงตลอดครับและบอกพวกเขาว่าผมคิดอย่างไร การได้เห็นคนอื่นทุ่มเทอย่างหนักมันสร้างแรงบันดาลใจให้กับผม ผมคิดว่ามันจะทำให้ผมก็ต้องพยายามเหมือนกัน

รู้สึกอย่างไรบ้างที่ได้แสดงเป็นตัวละครวัยรุ่น ยุค 1980?

เราถ่ายกันในฉากที่เซตขึ้นมาให้เป็นสถานีรถไฟทากาดาโนบาบะ ในยุคนั้นเลยครับ มีรถจากยุคนั้นด้วยมันเป็นประสบการณ์ล้ำค่ามากสำหรับผลที่ได้มีโอกาสเห็นในสิ่งที่ผมไม่เคยเห็นมาก่อน มันสนุกมากที่ได้แสดงในฉากเหล่านี้ มันเป็นช่วงเวลาที่ดี ได้ใส่เสื้อผ้า ใส่เสื้อวงร็อกที่กำลังฮิตในตอนนั้น ซึ่งทีมงานก็จะบอกว่าสมัยก่อนเขาแต่งตัวกันแบบนี้ล่ะ ผมว่ามันสนุกมากครับ

เคยทำงานพาร์ทไทม์ในร้านขายแผ่นเสียงคุณคุ้นเคยกับมันไหม?

มันมีช่วงหนึ่งครับที่แผ่นเสียงกลับมาฮิตอีกครั้ง แต่ส่วนตัวผมเองนี่ไม่เคยฟังจากเครื่องเล่นแผ่นเสียงด้วยซ้ำ ผมเองยังไม่ค่อยจะได้ฟังเพลงจากเครื่อง MD เลยด้วยซ้ำ (เครื่อง Sony MiniDisc เครื่องฟังเพลงรูปแบบหนึ่งที่ฮิตมากๆ ในประเทศญี่ปุ่น ยุค 90 เป็นเครื่องฟังเพลงแบบพกพาโดยเล่นจากแผ่นซีดีขนาดเล็ก แต่เสียงมีคุณภาพดี) ผมมักจะไปร้านเช่าแผ่น MD แล้วไปหยิบเพลงธีมจากภาพยนตร์มาฟังใน MD ของตัวเอง (แต่ไม่เช่ากลับไป) ครับ (หัวเราะ)

ในหนังเรื่องนี้มีฉากที่ได้ดูภาพยนตร์ในโรงปกติเข้าโรงหนังบ่อยไหม?

นานแล้วที่ไม่ได้ไปโรงหนังตั้งแต่ช่วงโควิด-19 ระบาดครับ ผมไม่ได้ไปดูกับคนกลุ่มใหญ่ๆแต่ก็เคยไปบ้างผมชอบหนังแอ๊กชั่น และหนังที่เล่าเรื่องเกี่ยวกับอารมณ์จริงๆ ของมนุษย์ในด้านการจัดการความสมดุลระหว่างความรัก และงานในชีวิตประจำวัน

คุณเชื่อเรื่อง ‘การกลับชาติมาเกิด’ ไหม?

ตอนนี้ผมยังมีชีวิตอยู่ผมเลยไม่สามารถบอกได้ครับว่ามันมีจริงไหม และเมื่อถึงปลายทางจริงๆ ก็ไม่มีใครรู้จริงๆ อีก แต่ผมคิดว่ามันเป็นไปได้นะ เวลาคิดถึงเรื่องการกลับชาติมาเกิด ผมรู้สึกว่ามันเกิดขึ้นได้จริง การที่จะต้องจากลาจากใครสักคนมันเป็นเรื่องที่น่ากลัว แต่เมื่อคิดว่าเดี๋ยวก็จะได้กลับมาเกิดอีกครั้งมันทำให้รู้สึกว่า มีความหวังเล็กๆ ผมยังไม่ได้คิดว่าถ้าเกิดใหม่ได้จริงจะทำอะไร แต่ถ้ามีโอกาสผมก็คงอยากจะได้เจอกับผู้คน ที่ผมรักในชาตินี้

อะไรที่ทำให้คุณมีความสุขในช่วงนี้?

ทุกวันนี้งานยุ่งมากครับ แต่ผมมีความสุขก่อนที่ผมจะเดบิวต์ ผมอยากทำในสิ่งที่ผมทำอยู่ตอนนี้นี่แหละ แต่ตอนนั้นทำไม่ได้ ดังนั้น ตอนนี้ผมจึงมีความสุขที่ได้ทำในสิ่งที่อยากทำ

ที่สุดของพลังเสียงที่โลกไม่เคยลืม ‘ชีวิตสุดมหัศจรรย์…วิทนีย์ ฮุสตัน’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/706415

ที่สุดของพลังเสียงที่โลกไม่เคยลืม 'ชีวิตสุดมหัศจรรย์...วิทนีย์ ฮุสตัน'

ที่สุดของพลังเสียงที่โลกไม่เคยลืม ‘ชีวิตสุดมหัศจรรย์…วิทนีย์ ฮุสตัน’

วันพุธ ที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

“I Wanna Dance with Somebody ชีวิตสุดมหัศจรรย์วิทนีย์ ฮุสตัน” ผลงานที่เปลี่ยนชีวิต “นาโอมิ แอ็คกี้” เป็นการเฉลิมฉลองแด่ วิทนีย์ ฮุสตัน นำแสดงโดย นักแสดงรางวัลบาฟตา อวอร์ด “นาโอมิ แอ็คกี้” ภาพยนตร์ที่สะท้อนชีวิตของเจ้าของเสียงดีว่าในตำนานจากเด็กหญิงในคณะนักร้องประสานเสียงสู่การเป็นหนึ่งในศิลปินที่มียอดขายอัลบั้มสูงสุดและได้รับรางวัลมากที่สุดตลอดกาล“วิทนีย์ ฮุสตัน”

I WILL ALWAYS LOVE YOU : เพลงดังที่สุดในตำนานของ “วิทนีย์ ฮุสตัน” ผู้ชมจะมีโอกาสได้จดจำและรำลึกถึงฮุสตันและฟังเสียงสุดทรงพลังของเธอในโรงภาพยนตร์ ผ่าน I Wanna Dance with Somebody ภาพยนตร์ที่จะทำให้แฟนๆ ของวิทนีย์ได้รับรู้ถึงแง่มุมมที่ไม่เคยมีใครรู้มาก่อนเกี่ยวกับชีวิตและเส้นทางนักร้องของไอคอนคนดัง ภาพยนตร์เรื่องนี้จะเป็นทั้งการยกย่องชัยชนะในชีวิตของเธอและเป็นภาพสะท้อนที่ชัดเจนของโศกนาฏกรรมที่พรากเธอไปจากเราก่อนเวลาอันควร

นาโอมิ แอ็คกี้ ผู้รับบท วิทนีย์ ฮุสตัน หญิงชาวอังกฤษ ใน I Wanna Dance with Somebody เผยความรู้สึกว่า “เราจะต้องเฉลิมฉลองให้กับวิทนีย์ค่ะ ตอนนี้เราสามารถมองย้อนกลับไปและรับรู้ได้ว่าไม่มีใครเหมือนเธออีกแล้ว เวลาผ่านไปกว่าหนึ่งทศวรรษแล้ว แต่ก็ยังไม่มีใครเหมือนเธอค่ะ ฉันไม่รู้จะอธิบายยังไงด้วยซ้ำ คือวิทนีย์อยู่ที่นั่นเสมอ อยู่ในชีวิตของฉันเสมอ ทุกงานแต่งงาน ทุกคอนเสิร์ต การเฉลิมฉลอง ทุกพิธีศีลล้างบาป วันเกิด ร้องคาราโอเกะ เธอมักจะปรากฏตัวอยู่เสมอ วันที่ฉันได้รับโทรศัพท์ให้ไปออดิชั่น แทบไม่เชื่อว่านี่คือเรื่องจริง ฉันรู้สึกเต็มตื้นไปกับความคิดที่จะได้สวมบทไอคอนคนดังที่ฉันรัก จนกระทั่งทุกอย่างเข้าสู่ระบบตามขั้นตอน ตั้งแต่ครั้งแรกฉันก็รู้สึกกลัวขึ้นมาทันทีเลยค่ะ ฉันกลัวทุกครั้งที่ฉันลองในบทบาทของเธอ การฝึกซ้อม การลองอีกรอบและบทนี้ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ มันยิ่งรู้สึกแปลกยิ่งสัมผัสได้ถึงพลังงาน จากนั้นการออดิชั่นครั้งสุดท้าย ซึ่งเป็นวันฮาโลวีน ฉันก็สวมชุดเต็มยศเป็นวิทนีย์ทั้งสูท เสื้อผ้าหน้าผม เพื่อร้องเพลง “I Will Always Love You” และบางอย่างก็คลิก ในที่สุดฉันก็เข้าใจ และฉันก็ได้รับพลัง ความมั่นใจ ความเข้าถึงที่จะสามารถเล่าเรื่องนี้ได้”

“I Wanna Dance with Somebody”

26 มกราคมนี้ ในโรงภาพยนตร์

‘กลัฟ’ ตื่นเต้นแฟนมีตครั้งแรก! กลางกรุงโซล ต้อนรับศักราช 2023 สุดปัง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/706391

‘กลัฟ’ ตื่นเต้นแฟนมีตครั้งแรก! กลางกรุงโซล  ต้อนรับศักราช 2023 สุดปัง

‘กลัฟ’ ตื่นเต้นแฟนมีตครั้งแรก! กลางกรุงโซล ต้อนรับศักราช 2023 สุดปัง

วันพุธ ที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ต้อนรับปีกระต่ายทองไม่ทันไรก็ฉายแววปังต่อเนื่องกับหนุ่มสุดฮอต “กลัฟ” คณาวุฒิ ไตรพิพัฒนพงษ์ ที่ได้เดินสายออนทัวร์งานแฟนมีตติ้งกับงาน “GULF THE FIRST ASIA TOUR FAN MEETING 2022” โดยครั้งนี้ได้เดินทางไปนิวเยียร์ พี่ๆ ลูกบอลไกลถึงแดนโสมภายใต้งาน “Gulf 1stFanmeeting in KOREA” ณ เคบีเอส อารีน่า กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ โดยงานนี้ “หนุ่มกลัฟ” ทั้งร้องทั้งเต้น อย่างเต็มคาราเบล เรียกเสียงกรี๊ดไปกระหึ่มฮอลล์ ปิดงานแฟนมีตติ้งพาร์ทแรกไปอย่างสวยงาม โดยงานแฟนมีตติ้งครั้งนี้เป็นแฟนมีตที่กรุงโซลเป็นครั้งแรก มีแฟนคลับมารอต้อนรับสนามบินอย่างอบอุ่น ซึ่งการมาเยือนครั้งนี้ของหนุ่มกลัฟได้จัดเตรียมโชว์พิเศษๆ ต่างๆ มากมาย โดย “กลัฟ” กล่าวว่า

“ตื่นเต้นมากๆ สิ้นสุดการรอคอยแล้วครับกับงานแฟนมีตที่ เคบีเอส อารีน่า กรุงโซล ผมได้เดินทางมาเจอพี่ๆ ลูกบอล และพี่ๆ แฟนคลับที่เกาหลีเป็นครั้งแรก ประทับใจมากๆ ดีใจที่ทุกคนมีส่วนร่วมสนุกและแฮปปี้ไปกับงานในครั้งนี้ สำหรับแฟนมีตครั้งนี้ผมก็มีโชว์และเซอร์ไพรส์พิเศษ เพลงเพราะๆ มาฝากทั้งเพลงไทยและเพลงเกาหลีอย่าง I Think I ซึ่งเป็นการร้องเพลงเวอร์ชั่นเกาหลีเป็นครั้งแรก แอบตื่นเต้นมากแต่ตั้งใจทำอย่างเต็มที่และที่สำคัญได้เตรียมโปสต์การ์ดรูปของผมเองมาให้ทุกคนพร้อมลายเซ็นเหมือนเช่นเคย และก็ขอขอบคุณทุกๆ โปรเจกท์ที่ทำต้อนรับผมด้วยนะครับ ผมประทับใจมากๆ ผมจะขอเก็บความรู้สึกดีๆ นี้ไว้เป็นกำลังใจในการทำงานทุกงานเลยเพื่อพี่ๆ ลูกบอลของผม แล้วรอพบกับงานแฟนมีตติ้งซีซั่นสองของผมได้ เร็วๆ นี้ นะครับ”

ใครเอ่ย? ดาราชายมุ่งสู่ดาวทวิต ชีวิตเปลี่ยนทิศมาถ่ายนู้ดโชว์ดุ้น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/706472

ใครเอ่ย? ดาราชายมุ่งสู่ดาวทวิต ชีวิตเปลี่ยนทิศมาถ่ายนู้ดโชว์ดุ้น

ใครเอ่ย? ดาราชายมุ่งสู่ดาวทวิต ชีวิตเปลี่ยนทิศมาถ่ายนู้ดโชว์ดุ้น

วันอังคาร ที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2566, 21.14 น.

วันที่ 24 มกราคม 2566 นักข่าวบันเทิงอย่าง เต๋า ทีวีพูล ก็ได้ออกมาแฉอีกแล้ว ด้วยการโพสต์ข้อความผ่านทางอินสตาแกรมส่วนตัว ซึ่งเป็นเรื่องราวของนักแสดงชายท่านหนึ่ง ที่ผันตัวเองมาเข้าวงการโชว์หวิวบนโลกออนไลน์

ซึ่งข้อความดังกล่าวได้ระบุเอาไว้ว่า “จากดาราภาพยนตร์มาสู่ดาวทวิต ชีวิตเปลี่ยนทิศมาถ่ายนู้ด โชว์ดุ้นทองกระบองฝังเพชร เค้าคือใคร?” งานนี้ก็มีชาวเน็ตเริ่มทยอยเข้ามาทำการบ้านทายกันเป็นที่เรียบร้อย