นอท กองสลากพลัส นำทัพ ‘พรรคเปลี่ยน’ขอเสียงชาวอุดร ชูยกระดับอาชีพขายหวย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/545691

28 มี.ค. 2566

นอท กองสลากพลัส นำทัพ 'พรรคเปลี่ยน'ขอเสียงชาวอุดร ชูยกระดับอาชีพขายหวย

“นอท กองสลากพลัส” นำทีม”พรรคเปลี่ยน”ออกพบปะประชาชน เลือกอุดรธานีเป็นพื้นที่แรก ระบุเป็นเมืองหลวงของผู้ถูกรางวัลที่ 1 ประกาศเป้าหมายเลือกตั้ง 66 ส่งบัญชีรายชื่อ 10 คน ส่วน สส.เขต ส่งสมัคร 7 คน ชูนโยบายเข้าถึงคนขายลอตเตอรี่ ด้วยแนวทางยกระดับอาชีพนี้ให้ได้รับการส่งเสริม

นายพันธ์ธวัช นาควิสุทธิ์ “นอท กองสลากพลัส” หัวหน้าพรรคเปลี่ยน เดินสายหาเสียงประเดิมจ.อุดรธานี เป็นที่แรก  โดยระบุถึงเหตุผลในการเลือกพื้นที่แห่งนี้  โดยอ้างถึงการเป็นเมืองหลวงของผู้ถูกรางวัลที่ 1 มากที่สุด ทำให้เชื่อว่ากลุ่มผู้ค้าลอตเตอรี่  จะเป็นฐานเสียงให้กับ “พรรคเปลี่ยน”  ด้านจุดขายของพรรค คือการยกระดับอาชีพขายลอตเตอรี่ให้เป็นอาชีพหลักอย่างแท้จริง 


ที่สวนสาธารณะหนองประจักษ์  ถนนเทศา เขตเทศบาลนครอุดรธานี  อ.เมือง จ.อุดรธานี  นายพันธ์ธวัช นาควิสุทธิ์ “นอท กองสลากพลัส” ในฐานะหัวหน้าและผู้ก่อตั้ง“พรรคเปลี่ยน”พร้อมคณะได้เดินทางมารณรงค์หาเสียง โดยเริ่มต้นจากการพบปะประชาชน ที่สวนสาธารณะหนองประจักษ์    จากนั้นได้ขึ้นรถแห่ไปหาเสียงในเขตเทศบาลนครอุดรธานี เพื่อแนะนำนโยบายพรรค และขอคะแนนเสียงจากประชาชน 

นายพันธ์ธวัช นาควิสุทธิ์  หัวหน้าพรรคเปลี่ยน เปิดเผยว่า พรรคเปลี่ยนได้รณรงค์หาเสียงที่ จ.อุดรธานี  เป็นที่แรกเนื่องจากจ.อุดรธานี เป็นแหล่งผู้ประกอบอาชีพขาย ลอตเตอรี่มากที่สุด   ทั้งยังเป็นเมืองหลวงของการถูกรางวัลที่ 1 เกือบทุกงวดจากข้อมูลที่มี เพราะผู้ค้าจาก อุดรธานี  ไปซื้อที่ จ.เลย แล้วนำมาขายที่จ.อุดรธานี  จึงเชื่อว่าน่าจะเป็นกลุ่มคนที่ใกล้ชิดกับกองสลากพลัส หรือพรรคเปลี่ยนมากที่สุด  สามารถที่จะสนับสนุนพรรค 

แนวทางของ”พรรคเปลี่ยน”ต่อการเลือกตั้งครั้งนี้ จะส่งผู้สมัครในระบบบัญชีรายชื่อ   10 คน ส่วนผู้สมัครเขตส่งสมัคร  7 คน  ด้านแนวนโยบายของพรรคคือ แก้ปัญหาอาชีพรากหญ้า ผลักดันอาชีพขายลอตเตอรี่ให้เป็นอาชีพหลักสามารถเลี้ยงดูครอบครัวได้อย่างสบาย ไม่ใช่เป็นอาชีพเสริม  “ผมสอบถามชาวบ้านที่ขายลอตเตอรี่ บอกว่ารับมาแพง ราคา 98 บาท จึงมีนโยบายให้ชาวบ้านได้โควต้าทั่วถึงได้รับความเป็นธรรมไม่ต้องไปต่อแถว  ทั้งจะทำในเรื่องแพลตฟอร์มออนไลน์  ให้มีพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์  ควรได้รับการดูแลและสนับสนุน ต่อสู้กับต่างชาติได้ ในเรื่องเกี่ยวกับภาษี และต้นทุน” หัวหน้าพรรคเปลี่ยน  ระบุ

นอท กองสลากพลัส นำทัพ 'พรรคเปลี่ยน'ขอเสียงชาวอุดร ชูยกระดับอาชีพขายหวย
นอท กองสลากพลัส นำทัพ 'พรรคเปลี่ยน'ขอเสียงชาวอุดร ชูยกระดับอาชีพขายหวย
นอท กองสลากพลัส นำทัพ 'พรรคเปลี่ยน'ขอเสียงชาวอุดร ชูยกระดับอาชีพขายหวย
นอท กองสลากพลัส นำทัพ 'พรรคเปลี่ยน'ขอเสียงชาวอุดร ชูยกระดับอาชีพขายหวย
นอท กองสลากพลัส นำทัพ 'พรรคเปลี่ยน'ขอเสียงชาวอุดร ชูยกระดับอาชีพขายหวย
นอท กองสลากพลัส นำทัพ 'พรรคเปลี่ยน'ขอเสียงชาวอุดร ชูยกระดับอาชีพขายหวย
นอท กองสลากพลัส นำทัพ 'พรรคเปลี่ยน'ขอเสียงชาวอุดร ชูยกระดับอาชีพขายหวย
นอท กองสลากพลัส นำทัพ 'พรรคเปลี่ยน'ขอเสียงชาวอุดร ชูยกระดับอาชีพขายหวย

พันธ์ธวัช นาควิสุทธิ์ “นอท กองสลากพลัส” หัวหน้าพรรคเปลี่ยน  นำคณะรณรงค์หาเสียง ในเขตเทศบาลนครอุดรธานี  อ.เมือง จ. อุดรธานี  โดยชูนโยบายผลักดันให้อาชีพขายลอตเตอรี่ ได้รับการยกระดับเป็นอาชีพหลัก 

.

ข่าว – ภาพ :  เศกสันติ  กัลยาณวิสุทธิ์

1 กีฬา 1 รัฐวิสาหกิจพลัส นโยบายปลุกชีพ ‘วงการกีฬา’ ของ ‘พรรคเพื่อไทย’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/545684

28 มี.ค. 2566

1 กีฬา 1 รัฐวิสาหกิจพลัส นโยบายปลุกชีพ 'วงการกีฬา' ของ 'พรรคเพื่อไทย'

‘พรรคเพื่อไทย’ ฟื้นนโยบายยุครัฐบาลไทยรักไทย ปลุกชีพ ‘วงการกีฬา’ ใช้กำไรจากรัฐวิสาหกิจสนับสนุน ตั้งเป้าวัดผลได้ใน 100 วัน

พรรคเพื่อไทย เปิดนโยบาย ‘1 กีฬา  1 รัฐวิสาหกิจ พลัส’ ส่งเสริมความเป็นเลิศด้านกีฬา อย่างต่อเนื่องด้วยทุนสนับสนุน จากผลกำไรหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ

ปัจจุบันวงการกีฬาไทยต้องเผชิญกับยุคมืด อยู่ในจุดตกต่ำของวงการกีฬาไทย เนื่องจากภาครัฐไม่มีความเข้าใจ ขาดการสนับสนุนจากภาครัฐทำให้นักกีฬาไทยไม่ได้รับการอุดหนุนในการแข่งขันระดับโลก

นายพิมล ศรีวิกรม์ ประธานคณะที่ปรึกษานโยบายกีฬา พรรคเพื่อไทย ร่วมกับ นายชลิตรัตน์ จันทรุเบกษา และนายณณัฏฐ์ หงษ์ชูเวช แถลงข่าวพลิกฟื้นวงการกีฬาไทย ด้วยนโยบาย 1 กีฬา  1 รัฐวิสาหกิจ พลัส ว่า

นโยบายนี้เดิมทีมาจากโครงการ ‘1 กีฬา 1 รัฐวิสาหกิจ’ ในสมัยรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ปี 2544-2549 ที่มีการมอบหมายให้กระทรวงการคลังกําหนดนโยบายให้หน่วยงานรัฐวิสาหกิจที่มีผลประกอบการดี หันมาสนับสนุนงบประมาณให้กีฬาสากลที่มีความหวังจะสร้างผลงานในการแข่งขันระดับนานาชาติ อย่างต่อเนื่องและเป็นระบบ

แต่หลังจากการรัฐประหารปี พ.ศ. 2549 สมาคมกีฬาแห่งประเทศไทยต่างๆ ได้ทยอยถูกยกเลิกเป็นส่วนใหญ่ คงเหลือเพียงสมาคมกีฬาเทควันโดแห่งประเทศไทย ที่ยังได้รับการสนับสนุนต่อเนื่องจากธนาคารอาคารสงเคราะห์ ทำให้โครงการ 1 กีฬา 1 รัฐวิสาหกิจ ถูกล้มเลิกไป



แม้ว่าภาครัฐจะมีงบประมาณจากการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) และกองทุนพัฒนากีฬา แต่งบประมาณดังกล่าวมีขีดจํากัดในการใช้ และมีการจัดสรรงบฯ เป็นลักษณะปีต่อปี ทําให้สมาคมกีฬาไม่สามารถวางแผนในระยะยาวได้



ดังนั้นหลักการของโครงการ 1 กีฬา 1 รัฐวิสาหกิจ พลัส คือผลักดันหน่วยงานรัฐวิสาหกิจรวมไปถึงหน่วยงานของรัฐอื่นๆ ที่มีกำไรสุทธิในแต่ละปีมาสนับสนุนวงการกีฬาได้อย่างต่อเนื่อง อาทิ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคที่มีกำไรในปี 2565 11,093 ล้านบาท



โดยมีการวางแผนระยะยาว 4 ปี มีเป้าหมายให้กีฬาต่างๆ ไปสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศ พร้อมกับสร้างความภาคภูมิใจให้กับประชาชนชาวไทยในระดับนานาชาติ อาทิ ซีเกมส์ เอเชียนเกมส์ โอลิมปิกเกมส์ และอื่นๆ

กราฟฟิคประกอบการแถลงนโยบาย จากพรรคเพื่อไทยกราฟฟิคประกอบการแถลงนโยบาย จากพรรคเพื่อไทย

โดยมีการดำเนินตามกรอบแนวทางปฏิบัติอย่างชัดเจน โปร่งใส และมีประสิทธิภาพ มีมาตราฐานการตรวจสอบและวัดผลที่ชัดเจน ภายในระยะเวลาหลังพรรคเพื่อไทยมีโอกาสได้จัดตั้งรัฐบาลและกำกับดูแลกระทรวงการคลัง จะมีการแต่งตั้งคณะกรรมการชุด และดําเนินการตามนโยบายเสร็จสิ้นภายใน 100 วัน



ทั้งหมดเพื่อฟื้นฟูยุคทองของกีฬาไทยให้กลับมาอีกครั้งหนึ่ง ให้นักกีฬาไทยได้ไปไกลในระดับสากล มีโอกาสคว้าเหรียญทองในโอลิมปิก เอเชียนเกมส์และซีเกมส์ ภายใต้รัฐบาลของพรรคเพื่อไทย

‘ลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้า’ ทำอย่างไร เช็กได้ที่นี่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/545674

28 มี.ค. 2566

'ลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้า' ทำอย่างไร เช็กได้ที่นี่

กกต. ประชาสัมพันธ์ วิธีการและช่องทางการ ‘ลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้า’ ซึ่งผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งต้องดำเนินดำเนินการ ก่อน 20 วัน ก่อนวันเลือกตั้ง

สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งหรือ กกต.  ประชาสัมพันธ์ การใช้สิทธิ์เลือกตั้งล่วงหน้า สำหรับการเลือกตั้งสส. ปี 2566 ที่กำลังจะมาถึง


กรณีผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง ที่ไม่ว่างในวันลงคะแนน สามารถลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้า ซึ่งต้องดำเนินการภายใน 20 วันก่อนถึงวันลงคะแนนเลือกตั้ง

เอกสาร ที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งต้องใช้ในการลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้าประกอบด้วย


• สำเนาบัตรประชาชนหรือบัตรที่มีรูปถ่ายและเลขประจำตัวระบุอยู่
• แบบคำร้องขอใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้า ใน/นอกเขตเลือกตั้ง
• เอกสารคำสั่งจากราชการหรือหนังสือรับรองจากภาครัฐ
(เฉพาะกรณีใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าในเขตเลือกตั้ง)

ลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้า ผ่าน 3 ช่องทาง

• ยื่นด้วยตนเองหรือมอบหมายให้ผู้อื่นยื่นเรื่องต่อนายทะเบียนอำเภอหรือนายทะเบียนท้องถิ่นในเขตเลือกตั้งของตนหรือนอกเขตเลือกตั้งที่เราประสงค์ขอลงคะแนน
• ยื่นเรื่องทางไปรษณีย์ โดยจ่าหน้าซองถึงนายทะเบียนอำเภอ/นายทะเบียนท้องถิ่น ที่ตนมีถิ่นที่อยู่
• ยื่นเรื่องทางอินเทอร์เน็ต (เฉพาะกรณีใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขตเลือกตั้ง)

ดูรายละเอียดเกี่ยวกับการเลือกตั้งล่วงหน้าเพิ่มเติมได้ที่ เว็บเพจ รู้ก่อนเลือก https://www.thaivote.info และแอปพลิเคชัน Smart Vote

กราฟฟิคประกอบข่าวจาก กกต.กราฟฟิคประกอบข่าวจาก กกต.

เช็กที่นี่ ‘คุณสมบัติผู้สมัครสส.’ ก่อนลงสนาม 3 – 7 เม.ย.นี้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/545239

28 มี.ค. 2566

เช็กที่นี่ 'คุณสมบัติผู้สมัครสส.' ก่อนลงสนาม 3 - 7 เม.ย.นี้

นับถอยหลังลงสนามเลือกตั้ง ‘คุณสมบัติผู้สมัครสส.’ มีข้อห้ามอย่างไร ใครเข้าเกณฑ์สมัครได้บ้าง เช็กได้ที่นี่

เปิดคุณสมบัติผู้สมัครสส.นับถอยหลังสมัครรับเลือกตั้ง แบบแบ่งเขต ที่ กกต.กำหนดไว้ระหว่าง 3 – 7 เม.ย.นี้ ตามสถานที่ที่ กกต.กำหนดไว้ในแต่ละจังหวัดกำหนด โดยการสมัครสส.กทม. เปิดรับสมัคร ที่ศาลาว่าการกทม.ดินแดง 

เช่นเดียวกับ การรับสมัครแบบบัญชีรายชื่อซึ่งจะเริ่มรับสมัครในวันถัดไป 

คุณสมบัติผู้สมัครสส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง และแบบบัญชีรายชื่อ ต้องมีคุณสมบัติตามมาตรา 41 คือมีสัญชาติไทย อายุไม่ต่ำกว่า 25 ปี และสังกัดพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่งแต่เพียงพรรคการเมืองเดียวเป็นเวลาติดต่อกัน ไม่น้อยกว่า90วันนับถึงวันเลือกตั้ง

เว้นแต่ในกรณีที่มีการเลือกตั้งทั่วไปเพราะเหตุยุบสภา ระยะเวลาดังกล่าวให้ลดลงเหลือ 30วัน

กราฟฟิคคุณสมบัติผู้สมัครสส.กราฟฟิคคุณสมบัติผู้สมัครสส.

มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน หรือเคยศึกษาในสถานศึกษาหรือเคยรับราชการหรือปฏิบัติหน้าที่ในหน่วยงานของรัฐที่ตั้งอยู่ในจังหวัดที่จะสมัคร หรือไม่น้อยกว่า 5 ปี ไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 42 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2561

บุคคลใดประสงค์จะสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ให้มีสิทธิสมัคร รับเลือกตั้งในนามของพรรคการเมืองใดได้เพียงพรรคการเมืองเดียวและจะสมัครรับเลือกตั้งแบบแบ่ง เขตเลือกตั้งหรือแบบบัญชีรายชื่อแบบใดแบบหนึ่งได้เพียงแบบเดียว

กราฟฟิค คุณสมบัติผู้สมัครสส.เขตกราฟฟิค คุณสมบัติผู้สมัครสส.เขต

คุณสมบัติผู้สมัครสส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง ที่สำคัญคือต้องเป็นผู้ซึ่งพรรคการเมืองที่ตนเป็นสมาชิกส่งสมัครรับเลือกตั้งและได้รับการสรรหาตามหลักเกณฑ์และ วิธีการที่กำหนดไว้ในกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง โดยจะสมัครรับเลือกตั้ง เกินหนึ่งเขตมิได้ และต้องไม่เป็นบุคคลที่มีรายชื่ออยู่ในบัญชีรายชื่อผู้สมัครแบบบัญชีรายชื่อ

นอกจากนี้ ต้องมีหลักฐานแสดงการเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเป็นเวลาติดต่อกันสามปีนับถึงปีที่ สมัครรับเลือกตั้งของผู้สมัคร เว้นแต่เป็นผู้ไม่ได้เสียภาษีเงินได้ ให้ทำหนังสือยืนยันการไม่ได้เสียภาษี พร้อมทั้งสาเหตุแห่งการไม่ได้เสียภาษี ตามแบบ ส.ส. 4/7และเสียค่าธรรมเนียมการรับสมัคร คนละ 10,000 บาท


ลักษณะต้องห้ามสมัครสส.ที่สำคัญ เช่น

• ติดยาเสพติดให้โทษ
• เป็นบุคคลล้มละลายหรือเคยเป็นบุคคลล้มละลายทุจริต
• เป็นเจ้าของหรือผู้ถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนใด ๆ
• อยู่ในระหว่างถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งไม่ว่าคดีนั้นจะถึงที่สุดแล้วหรือไม่
• วิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ
• อยู่ระหว่างถูกระงับการใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นการชั่วคราวหรือถูกเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง
• ต้องคำพิพากษาให้จำคุกและถูกคุมขังอยู่โดยหมายของศาล
• เคยได้รับโทษจำคุกโดยได้พ้นโทษมายังไม่ถึงสิบปีนับถึงวันเลือกตั้ง เว้นแต่ในความผิดอันได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลทุโทษ
• เคยถูกสั่งให้พ้นจากราชการ หน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจเพราะทุจริตต่อหน้าที่ หรือถือว่ากระทำการทุจริตหรือประพฤติมิชอบในวงราชการ
• เคยต้องคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลอันถึงที่สุดให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดินเพราะร่ำรวยผิดปกติ หรือเคยต้องคำพิพากษาอันถึงที่สุดให้ลงโทษจำคุกเพราะกระทำความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต
• เคยต้องคำพิพากษาอันถึงที่สุดว่ากระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการหรือต่อตำแหน่งหน้าที่ในการยุติธรรม หรือกระทำความผิดตามกฎหมายว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ หรือความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ที่กระทำโดยทุจริตตามประมวลกฎหมายอาญาความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน กฎหมายว่าด้วยยาเสพติดในความผิดฐานเป็นผู้ผลิต นำเข้า ส่งออก หรือผู้ค้า กฎหมายว่าด้วยการพนันในความผิดฐานเป็นเจ้ามือหรือเจ้าสำนัก กฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ หรือกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินในความผิดฐานฟอกเงิน  ฯลฯ

ประมวลภาพ ‘ชาติพัฒนากล้า’ ทวงแชมป์โคราชคืน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/545661

27 มี.ค. 2566

ประมวลภาพ ‘ชาติพัฒนากล้า’ ทวงแชมป์โคราชคืน

จัดใหญ่ จัดเต็ม ประมวลภาพ ‘ชาติพัฒนากล้า’ ขนทัพแกนนำพรรค ด้วยขบวนรถบิ๊กไบค์ฮาร์ลีย์-เดวิดสัน สร้างสีสรรสนามเลือกตั้งเมืองย่าโม ให้กลับมาคึกคัก ‘สุวัจน์’ หวังทวงแชมป์โคราชคืน

ตามไปดูสนามเลือกตั้งจ.นครราชสีมา การเปิดตัวผู้สมัครสส.16 เขตของพรรคชาติพัฒนากล้า เป็นไปด้วยความคึกคัก สนุกสนาน สร้างสีสรรการให้กับการเลือกตั้ง 2566 กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง หลังเลือกตั้งล่าสุดเมื่อปี2562

นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานพรรคชาติพัฒนากล้า ทำทีมขุนพลพรรคชาติพัฒนากล้า ไล่เรียงมาตั้งแต่ นายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรค นายเทวัญ ลิปตพัลลภ เลขาธิการพรรค นายแพทย์วรรณรัตน์ ชาญนุกูล ที่ปรึกษาพรรค พันเอกวินัย สมพงษ์ ที่ปรึกษาพรรค นายวัชรพล โตมรศักดิ์ รองหัวหน้าพรรค นายสมบัติ กาญจนวัฒนา รองเลขาธิการรพรรค รวมทั้งผู้สมัครสส.อีก 16 คน ท่ามกลางแฟนคลับที่มารอให้กําลังใจกว่า 2,000 ชีวิต

“พรรคชาติหน้ากล้า มีความมุ่งมั่นที่จะต้องได้ชัยชนะ ที่จังหวัดนครราชสีมา ต้องทวงแชมป์คืน ต้องกลับมาเป็นแชมป์ที่โคราชให้ได้ เพื่อขับเคลื่อนนโยบายโคราชโนมิกส์ บนแนวคิด งานดี-มีเงิน-ของไม่แพง และเอาเศรษฐกิจยุคทองของคนโคราชกลับมา เหมือนสมัยพล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ ที่แปรสนามรบเป็นสนามการค้า” นายสุวัจน์ กล่าวด้วยความมุ่งมั่น

นายสุวัจน์-นายกรณ์ แกนนำพรรคชาติพัฒนากล้า นำรถบิ๊กไบค์ฮาร์ลีย์-เดวิดสัน สร้างสีสรรการเมืองโคราชนายสุวัจน์-นายกรณ์ แกนนำพรรคชาติพัฒนากล้า นำรถบิ๊กไบค์ฮาร์ลีย์-เดวิดสัน สร้างสีสรรการเมืองโคราช

ประมวลภาพ ‘ชาติพัฒนากล้า’ ทวงแชมป์โคราชคืน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศในการเปิดตัวผู้สมัครสส.โคราช พรรคชาติพัฒนากล้า ทางพรรคได้จำลองเวทีมวย พร้อมเป้าชก ให้ผู้สมัครแนะนำตัว และชกเป้าหมายเพื่อชัยชนะ โดยมีประธานพรรค เป็นโปรโมเตอร์ เรียกเสียงเชียร์จากแฟลคลับอย่างสนุกสนานทั้งจากประชาชน 16 เขตที่มาให้กำลังผู้สมัครสส.เขต 

ประมวลภาพ ‘ชาติพัฒนากล้า’ ทวงแชมป์โคราชคืน

ประชาชนที่มาให้กำลังใจพรรคชาติพัฒนากล้า ต่างชูป้ายเชียร์ มอบดอกไม้ มอบพวงมาลัย มอบผ้าขาวม้าให้กำลังใจประธานพรรค หัวหน้าพรรค เลขาธิการพรรค และผู้สมัครสส.ทั้ง 16 คน กันอย่างคึกคัก เรียกรอยยิ้มและเสียงหัวเราะทั้งจากผู้ให้และผู้รับ

ผู้สมัครสส.เขต ชกเป้า เพื่อชัยชนะ ผู้สมัครสส.เขต ชกเป้า เพื่อชัยชนะ

ประมวลภาพ ‘ชาติพัฒนากล้า’ ทวงแชมป์โคราชคืน
ประมวลภาพ ‘ชาติพัฒนากล้า’ ทวงแชมป์โคราชคืน

จากนั้นเป็นการปล่อยขบวนรถแห่ทั้ง 16 คัน โดยมีกลุ่มรถบิ๊กไบค์ฮาร์ลีย์-เดวิดสัน (Harley-Davidson) จำนวน 10 คัน นำขบวนแห่รอบเมืองโคราช มากราบสักการะอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี(ย่าโม) และเดินทางไปกราบพระชัยเมือง เพื่อความเป็นสิริมงคลกับผู้สมัครสส.เขต และแกนนำพรรคชาติพัฒนากล้า

ผู้สมัครสส.โคราช จัดเต็มผู้สมัครสส.โคราช จัดเต็ม

ลีลา-เชิงมวยไม่เป็นรองใครลีลา-เชิงมวยไม่เป็นรองใคร

ประมวลภาพ ‘ชาติพัฒนากล้า’ ทวงแชมป์โคราชคืน
ประมวลภาพ ‘ชาติพัฒนากล้า’ ทวงแชมป์โคราชคืน
ประมวลภาพ ‘ชาติพัฒนากล้า’ ทวงแชมป์โคราชคืน
ประมวลภาพ ‘ชาติพัฒนากล้า’ ทวงแชมป์โคราชคืน
ประมวลภาพ ‘ชาติพัฒนากล้า’ ทวงแชมป์โคราชคืน
ประมวลภาพ ‘ชาติพัฒนากล้า’ ทวงแชมป์โคราชคืน
ประมวลภาพ ‘ชาติพัฒนากล้า’ ทวงแชมป์โคราชคืน
ประมวลภาพ ‘ชาติพัฒนากล้า’ ทวงแชมป์โคราชคืน
ประมวลภาพ ‘ชาติพัฒนากล้า’ ทวงแชมป์โคราชคืน
ประมวลภาพ ‘ชาติพัฒนากล้า’ ทวงแชมป์โคราชคืน
ประมวลภาพ ‘ชาติพัฒนากล้า’ ทวงแชมป์โคราชคืน
ประมวลภาพ ‘ชาติพัฒนากล้า’ ทวงแชมป์โคราชคืน
ประมวลภาพ ‘ชาติพัฒนากล้า’ ทวงแชมป์โคราชคืน
ประมวลภาพ ‘ชาติพัฒนากล้า’ ทวงแชมป์โคราชคืน
ประมวลภาพ ‘ชาติพัฒนากล้า’ ทวงแชมป์โคราชคืน
ประมวลภาพ ‘ชาติพัฒนากล้า’ ทวงแชมป์โคราชคืน

องอาจ นำทัพ’ปชป.’โรดโชว์นโยบายกทม. -ผู้การแต้มทิ้งบอมบ์ไม่เอากัญชาเสรี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/545663

27 มี.ค. 2566

องอาจ นำทัพ'ปชป.'โรดโชว์นโยบายกทม. -ผู้การแต้มทิ้งบอมบ์ไม่เอากัญชาเสรี

“ปชป.”ออกสตาร์ขอเสียงคนกทม. องอาจ คร้ามไพบูลย์ นำทีมลงพื้นที่เขตสวนหลวง พบประชาชน ด้านประธานคณะทำงานนโยบายกทม.  ชูแนวคิดกทม.ไม่จมน้ำ ,ผู้การแต้ม อ้อนขอให้เชื่อมั่น จุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ ผ่านสส.มา 11 สมัยผลงาน ซัดผู้นำที่พี้กัญชา ด้านมาดามเดียร์ ย้ำ 77 ปี ปชป.พึ่งพาได้

ที่บริเวณแยกศรีนุช  (ถนนอ่อนนุช ตัดกับถนนศรีนครินทร์)  แขวงและเขตสวนหลวง กรุงเทพฯ  พรรคประชาธิปัตย์ “ปชป.”  ได้จัดกิจกรรมเปิดนโยบายพรรคประชาธิปัตย์กทม. โดยมีผู้เข้าร่วมประกอบด้วย นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรค,น.ส. วทันยา บุนนาค ประธานคณะทำงานนวัตกรรมการเมือง กทม. , ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ประธานคณะทำงานนโยบายกทม. , พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ว่าที่ผู้สมัคร สส.เขตหลักสี่ , นายจักรวี วิสุทธิผล ว่าที่ผู้สมัคร สส. เขตสวนหลวง-ประเวศ , นายกิตพล เชิดชูกิจกุล ว่าที่ผู้สมัคร สส. เขตสะพานสูง-ประเวศ

นายองอาจ คล้ามไพบูลย์   รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์  กล่าวว่า   จากนี้ไปพรรคจะออกรณรงค์ไปทุกพื้นที่ในกรุงเทพมหานคร ตามวิถีทางของพรรคประชาธิปัตย์เพื่อไปพบปะพี่น้องประชาชน พูดคุยและขอคะแนนเสียงสนับสนุนผู้สมัครของพรรคประชาธิปัตย์ทุกเขต และขอเสียงสนับสนุนจากประชาชนให้เลือก “ปชป.”  ทั้งคนทั้งพรรค 

ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ประธานคณะทำงานนโยบายกทม.  กล่าวว่า  ขอขอบคุณทุกคะแนนเสียงที่มอบให้กับพรรคประชาธิปัตย์ เมื่อครั้งการเลือกผู้ว่า กทม. จนทำให้คะแนนมาเป็นลำดับที่ 2 และวันนี้ตนยังอยู่กับพรรคประชาธิปัตย์ และสัญญาว่าทุกคะแนนเสียงที่สนับสนุน จะทำเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง  ขณะเดียวกันพรรคประชาธิปัตย์ได้เป็นพรรคแรกที่ ประกาศสงครามกับฝุ่นพิษ และเป็นพรรคแรกที่ประกาศนโยบายกรุงเทพต้องไม่จมน้ำ อีกทั้งตนเป็นคนดูแลโดยตรงด้านนโยบายการศึกษา ที่ต้องให้คนไทยเรียนฟรีถึง ปริญญาตรี , นโยบายนมโรงเรียน 365 วัน  

“วันนี้เสียใจที่พรรคประชาธิปัตย์ไม่มี สส. ในกรุงเทพมหานคร แม้แต่คนเดียว ดังนั้นจึงขอเสียงสนับสนุน  สส. ของพรรคประชาธิปัตย์เพื่อให้ได้เข้าไปทำงานในสภาและผลักดันนโยบายเหล่านี้ไปสู่การปฏิบัติจริงต่อไป ”  ดร.สุชัชวีร์ กล่าว  

พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ (ผู้การแต้ม) ว่าที่ผู้สมัคร สส.เขตหลักสี่  กล่าวว่า  พรรคประชาธิปัตย์ ไม่เอากัญชาเสรีโดยเด็ดขาด แต่สนับสนุนกัญชาทางการแพทย์  และไม่เอากัญชาออกจากยาเสพติดโดยเด็ดขาด เพราะจะเป็นการเอื้อประโยชน์แก่พรรคการเมือง และนายทุน   เช่นเดียวกันเรื่องทุจริต หากได้เป็นรัฐบาล พรรคประชาธิปัตย์จะออกกฎหมาย ให้ผู้กระทำผิด ผู้ช่วยเหลือและผู้สนับสนุนให้เกิดการทุจริต ต้องรับโทษเท่ากันสถานเดียว คือการประหารชีวิต 

“ขอให้เชื่อมั่นในตัวผู้สมัครของพรรค เชื่อมั่นในตัวหัวหน้าพรรค นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ ว่าจะสามารถมาเป็นผู้นำประเทศ มีความรู้มีประสบการณ์เป็น สส.มาถึง 11 สมัย เป็นรัฐมนตรีที่มีผลงานเป็นที่ประจักษ์ และขอถามว่า ประชาชนจะเอาผู้นำที่พาแต่ครอบครัวตัวเองเข้ามาทำงาน ผู้แทนที่ทีแต่โมโหโกรธ ผู้นำที่เดินแบบแพนกวิ้น ผู้นำที่พี้กัญชาทุกวัน จะเอาหรือไม่”   พล.ต.ต.วิชัย   ระบุ

องอาจ นำทัพ'ปชป.'โรดโชว์นโยบายกทม. -ผู้การแต้มทิ้งบอมบ์ไม่เอากัญชาเสรี
องอาจ นำทัพ'ปชป.'โรดโชว์นโยบายกทม. -ผู้การแต้มทิ้งบอมบ์ไม่เอากัญชาเสรี
องอาจ นำทัพ'ปชป.'โรดโชว์นโยบายกทม. -ผู้การแต้มทิ้งบอมบ์ไม่เอากัญชาเสรี
องอาจ นำทัพ'ปชป.'โรดโชว์นโยบายกทม. -ผู้การแต้มทิ้งบอมบ์ไม่เอากัญชาเสรี
องอาจ นำทัพ'ปชป.'โรดโชว์นโยบายกทม. -ผู้การแต้มทิ้งบอมบ์ไม่เอากัญชาเสรี

น.ส. วทันยา  บุนนาค ประธานคณะทำงานนวัตกรรมการเมือง กทม. กล่าวว่าปัญหาเรื่องเงิน วิกฤตปากท้อง เป็นปัญหาหลักของคนกรุงเทพ สืบเนื่องมาตั้งแต่วิกฤตโควิด ตามมาด้วยวิกฤตสงคราม ทำให้ต้นทุนต่าง ๆ สูงขึ้น ส่งผลให้ค่าครองชีพสูงขึ้นตามมา และ ปัญหาเหล่านี้ได้รับผลกระทบทั่วโลก ซึ่งบรรดานักวิชาการทั่ว ประเทศได้ออกมาระบุแล้วว่าปัญหาหลักที่สำคัญที่ใหญ่ที่สุด ในปี 2566 คือ ปัญหาเศษฐกิจ

“กว่า 77 ปีที่ผ่านมาพรรคประชาธิปัตย์  เป็นที่พึ่งพาให้กับคนกรุงเทพ และ คนไทยมาโดยตลอด ตั้งแต่วิกฤตต้มยำกุ้ง ที่เข้ามากู้วิกฤต โดยมี นายชวน หลักภัย เป็นนายกรัฐมนตรี รวมถึงสมัยที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอีกด้วย ซึ่งแสดงให้เห็นแล้วว่า พรรคประชาธิปัตย์มีผลงานและแน่นอนว่า พรรคประชาธิปัตย์เท่านั้นที่จะเป็นสถาบันการเมือง ที่จะเป็นที่พึ่งพาให้กับประชาชน วันนี้ มีแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี คือ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ซึ่ง ผ่านงาน 7 กระทรวง เข้าใจกลไกลในการทำงาน เข้าใจระบบบริหารงบประมาณแผ่นดิน เป็น สส.ถึง 11 สมัย เรามีรากฐานจากประชาชน และยึดเป็นอุดมการณ์ในการทำงานเพื่อประชาชนมาโดยตลอด อีกทั้งพรรคประชาธิปัตย์ยังมีผู้สมัคร ที่ไม่น้อยหน้า แต่นำหน้าผู้สมัครพรรคอื่นๆ โดยเฉพาะผู้สมัครทั้งในเขต สวนหลวง และเขตประเวศ ซึ่งมีความรู้ความสามารถ มีประสบการณ์ อีกทั้ง ยังมีนโยบายที่ทำได้จริง ไม่ใช่การขายฝัน เพราะ ยึดหลักว่ พูดอะไรไป ต้องทำได้ เพราะพรรคยังจะอยู่กับประชาชนอีกนานไม่ใช่นโยบาย ลด แลก แจก แถม โดยไม่คำนึงถึงอนาคต เพราะเลือกตั้งรอบหน้าพรรคก็ไม่อยู่อีกต่อไป ” 

น.ส.วทันยา กล่าวว่า   พรรคให้ความสำคัญนโยบายธนาคารชุมชน ชุมชนละ 2 ล้านบาท , เงินทุน SME 300,000 ล้านบาท เพื่อให้ SME สามารถเข้าถึงแหล่งเงิน แหล่งทุน สำหรับนำมาขยายกิจการ , รวมถึงนโยบาย กองทุนไอเดียหมื่นล้าน สนับสนุนงบประมาณให้กับผู้มีความคิดสร้างสรรค์ นำเงินไปเปลี่ยนเป็นธุรกิจได้  นอกจากนี้พรรคประชาธิปัตย์ยังเห็นความสำคัญของผู้สูงอายุ โดยตั้งกองทุนชมรม ผู้สูงวัยปีละ 30,000 บาท 

“หวังว่าสิ่งที่พรรคประชาธิปัตย์ตั้งใจ ทำงานซื่อสัตย์ สุจริต ไม่ซื้อสิทธิ์ขายเสียง จะทำให้วันที่ 14 พ.ค. นี้ พี่น้องชาวตลาดเอี่ยมสมบัติ จะลงคะแนนให้กับพรรคประชาธิปัตย์เท่านั้น ”  น.ส. วทันยา  กล่าว
 

องอาจ นำทัพ'ปชป.'โรดโชว์นโยบายกทม. -ผู้การแต้มทิ้งบอมบ์ไม่เอากัญชาเสรี
องอาจ นำทัพ'ปชป.'โรดโชว์นโยบายกทม. -ผู้การแต้มทิ้งบอมบ์ไม่เอากัญชาเสรี
องอาจ นำทัพ'ปชป.'โรดโชว์นโยบายกทม. -ผู้การแต้มทิ้งบอมบ์ไม่เอากัญชาเสรี
องอาจ นำทัพ'ปชป.'โรดโชว์นโยบายกทม. -ผู้การแต้มทิ้งบอมบ์ไม่เอากัญชาเสรี
องอาจ นำทัพ'ปชป.'โรดโชว์นโยบายกทม. -ผู้การแต้มทิ้งบอมบ์ไม่เอากัญชาเสรี

องอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์,น.ส. วทันยา บุนนาค ประธานคณะทำงานนวัตกรรมการเมือง กทม , ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ประธานคณะทำงานนโยบายกทม. , พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ว่าที่ผู้สมัคร สส.เขตหลักสี่ ,จักรวี วิสุทธิผล ว่าที่ผู้สมัคร สส. เขตสวนหลวง-ประเวศ , กิตพล เชิดชูกิจกุล ว่าที่ผู้สมัคร สส. เขตสะพานสูง-ประเวศ ร่วมออกรณรงค์หาเสียง เปิดนโยบายพรรคประชาธิปัตย์  กทม. วันแรกที่บริเวณแยกศรีนุช  (ถนนอ่อนนุช ตัดกับถนนศรีนครินทร์)  แขวงและเขตสวนหลวง  กรุงเทพฯ

‘ทักษิณ’ โต้ ‘วิรัช’ ปมยกเก้าอี้นายกฯให้ ‘ประวิตร’ ลั่นเพื่อไทยไม่โง่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/545659

27 มี.ค. 2566

'ทักษิณ' โต้ 'วิรัช' ปมยกเก้าอี้นายกฯให้ 'ประวิตร' ลั่นเพื่อไทยไม่โง่

‘ทักษิณ ชินวัตร’ ทวิตโต้ลั่นไม่เคยคุยกับ ‘วิรัช’ พลังประชารัฐ มานานแล้ว มั่นใจเพื่อไทยได้ สส.เกินกึ่งหนึ่ง เชื่อไม่โง่ยกเก้าอี้นายกฯให้ ‘ประวิตร’

เลือกตั้ง2566 เพิ่มอูณหภูมิทางการเมืองร้อนแรงทิ้งท้ายก่อนวันหยุดสุดสัปดาห์ เมื่อสื่อดังประเทศญี่ปุ่นเผยแพร่บทสัมภาษณ์ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีของไทย บอกจะกลับประเทศไทยปีนี้ ส่งแรงกระเพื่อมถึงพรรคการเมือง และนักการเมือง เรียงหน้าออกมาโหนกระแสให้ตัวเองและพรรคการเมืองที่สังกัดในเวลาต่อมา

ล่าสุด 27 มี.ค. 2566 นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความบนทวิตเตอร์ @ThaksinLive เพื่อตอบคำถามของ นายวิรัช รัตนเศรษฐ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) หลังการเลือกตั้ง2566 แล้วจัดตั้งรัฐบาลผสม ระหว่างพรรคเพื่อไทยกับพรรคพลังประชารัฐ และให้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคเป็นนายกรัฐมนตรี

'ทักษิณ' โต้ 'วิรัช' ปมยกเก้าอี้นายกฯให้ 'ประวิตร' ลั่นเพื่อไทยไม่โง่

โดย นายทักษิณ โพสต์ข้อความลงในทวิตเตอร์ว่า ตอบ วิรัช “เรื่องยกตำแหน่งนายกฯ ให้ป้อม”

1. ผมไม่ได้มีอำนาจในพรรคเพื่อไทย

2. ผมไม่เคยสื่อสารกับคุณวิรัชมานานมากแล้ว อีกทั้งไม่เคยคุยกับ พล.อ.ประวิตร มา 17 ปีแล้ว

3. ผมมั่นใจว่าพรรคเพื่อไทยจะได้ ส.ส.เกินกึ่งหนึ่ง เชื่อว่าพรรคไม่โง่พอที่จะยกตำแหน่งนายกฯ ให้ป้อม

สอดคล้องกับ นายภูมิธรรม เวชยชัย รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ระบุว่า พรรคเพื่อไทย โดยคณะกรรมการบริหารพรรค เท่านั้น จะเป็นผู้ตัดสินใจว่าจะร่วมรัฐบาลกับใครหรือไม่ พรรคเพื่อไทยยังคงยืนยันเดินหน้ารณรงค์หาเสียงให้เลือกพรรคเพื่อไทยได้ สส.ในสภาให้ถึง 310 เสียง เพื่อจัดตั้งรัฐบาล

เพราะขณะนี้ปัญหาของประเทศ คือ สว. 250 คน ที่ถือว่าเป็นตัวปัญหา หากพรรคเพื่อไทยได้ 310 เสียง ขึ้นไป ไม่มีเหตุผลใดที่จะจับมือกับใคร มีเงื่อนไขเดียว คือจับมือกับพรรคการเมืองที่มีกรอบความคิดตรงกัน หรือฝ่ายค้านที่เคยทำงานร่วมกันมา

“ขอให้ประชาชนมั่นใจ วันนี้พรรคเพื่อไทยมุ่งมั่นเป็นรัฐบาลให้ได้ เพื่อการเปลี่ยนแปลงของสังคมไทยที่เกิดขึ้น และจะไม่ขอพูดเรื่องนี้อีกแล้ว ขอความเป็นธรรมให้พรรคเพื่อไทยและประชาชนด้วย” ภูมิธรรม กล่าวย้ำ

‘มิ่งขวัญ’ ประกาศแนวทางลด ‘แก๊สประชาชน’ เหลือ 250 บาทต่อถัง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/545654

27 มี.ค. 2566

'มิ่งขวัญ' ประกาศแนวทางลด 'แก๊สประชาชน' เหลือ 250 บาทต่อถัง

‘มิ่งขวัญ’ ประกาศนโยบายแก๊สประชาชน เหลือ 250 บาทต่อถัง ลั่นถ้า พล.อ.ประวิตร นั่งนายกฯคนที่ 30 ทำได้แน่ ช่วงนี้รัฐบาลตรึงราคาใกล้เลือกตั้ง66 แต่หลัง 30 มิ.ย. พุ่งสูงขึ้นถึง 513 บาทต่อถัง

นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ ที่ปรึกษาคณะทำงานโยบายพรรคพลังประชารัฐ แถลงข่าวถึงนโยบายแก๊สประชาชนว่า วันนี้ปฎิเสธไม่ได้ว่าอัตราเงินเฟ้อสุงสุดในรอบ 24 ปี ค่าครองชีพขึ้น ค่าของทุกอย่างเพิ่มขึ้น ตนเห็นใจพ่อค้าแม่ค้า เพราะต้นทุนเพิ่มขึ้น อย่างเช่น แก๊สหรือก๊าซหุงต้มที่จะไปช่วยเหลือภาคครัวเรือนโดยตรง เพราะเราอยากให้คนไทยมีความสุขและแก้ปัญหาปากท้องได้อย่างแท้จริงจึงเป็นที่มาของนโยบายยุทธศาสตร์นี้เพื่อดูแลปากท้องของประชาชน

ปัญหาราคาแก๊สเกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อวันที่ 15 ธ.ค. 2557 ที่คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ(กพช.) ได้กำหนดกรอบและแนวทางในการปรับโครงสร้างราคาน้ำมันเชื้อเพลิง โดยต่อมา กบง. ยอมให้ โรงแยกแก๊สปรับราคาแอลพีจีจาก 10 บาทเป็น 15 บาทเริ่มมีผลตั้งแต่ 2 ก.พ. 2558 รัฐบาลจึงเริ่มใช้กองทุนน้ำมันอุดหนุน โดยคุมราคาปลายทาง จากนั้นเมื่อปี 2560 กบง.ได้เปิดเสรีธุรกิจแก๊สแอลพีจีเต็มรูปแบบ จึงทำให้ราคาต้นทางขึ้นไม่หยุด รัฐบาลต้องเอาเงินภาษีกองทุนน้ำมันจำนวนมากไปอุดหนุน

จากนั้นเมื่อ เม.ย.- ก.ย. 2565 กองทุนน้ำมันมีหนี้มหาศาลติดลบถึง 124,602 ล้านบาท โดยรัฐบาลมีการปรับราคาแก๊สหุงต้มขึ้นกิโลกรัมละ 1 บาท ทุก ๆ เดือน หรือ 15 บาทต่อถัง ซึ่งสำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ก็เสนอแผนการกู้เงิน 150,000 ล้านบาท เพื่อนำไปโปะหนี้กองทุนน้ำมัน แต่จะกลายเป็นหนี้สาธารณะของประชาชนในประเทศ

นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ ที่ปรึกษาคณะทำงานโยบายพรรคพลังประชารัฐ นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ ที่ปรึกษาคณะทำงานโยบายพรรคพลังประชารัฐ

หลัง 30 มิ.ย.แก๊สพุ่ง 513 บาทต่อถัง

และเมื่อต้นปี 2566 ที่ผ่านมา ราคาแก๊สหุงต้ม ปรับขึ้นเป็น 423 บาทต่อถัง และรัฐบาลประกาศให้ตรึงราคาแก๊สไว้ที่ราคานี้ จนถึงวันที่ 30 มิ.ย. เนื่องจากเวลานี้ใกล้การเลือกตั้ง ถ้าปล่อยให้ราคาแก๊สสูงขึ้นไปเรื่อย ๆ จะกระทบต่อคะแนนเสียง จึงประกาศเช่นนี้ แต่ปัญหาจะเกิดขึ้นหลังวันที่ 30 มิ.ย. อย่างแน่นอน เพราะถ้าดูจากสถิติราคาแก๊สจะพุ่งสูงขึ้นถึง 513 บาทต่อถัง ซึ่งไม่ทราบว่าเวลานั้นรัฐบาลจะเป็นใคร

นายมิ่งขวัญ กล่าวต่อว่า เราเห็นว่าต้องมีการรื้อ และปรับโครงสร้างราคาพลังงาน เพื่อทำให้ประชาชนคนไทยได้รับความสุข ความเป็นธรรม และเกิดความโปร่งใสเป็นการใช้งบประมาณรายได้ของรัฐให้ถูกที่ถูกทาง คนไทยทุกคนเป็นเจ้าของทรัพยากรธรรมชาติร่วมกัน ทรัพยากรธรรมชาติต้องตอบแทนให้คนไทยกินดีอยู่ดีทั้งประเทศ โดยเราจะลดราคาแก๊สเพื่อประชาชน จากราคาปัจจุบัน 423 บาทต่อถัง จะลดราคาลง 173 บาท ประชาชนคนไทยจะใช้แก๊สในราคา 250 บาทต่อถัง

คนไทยใช้แก๊สหุงต้มปีละ ประมาณ 2,087 ล้านกิโลกรัม ซึ่งเป็นตัวเลขที่อ้างอิงข้อมูลจากกระทรวงพลังงานปี2565 งบประมาณที่ใช้อุดหนุน ระยะเวลาหนึ่งปีคือ 11.53 บาทต่อ แก๊ส 1 กิโลกรัม สรุปว่า เราจะใช้งบประมาณอุดหนุนทั้งสิ้น โดยประมาณของ 24,000 ล้านบาท ที่เรากล้าพูด เพราะต้องทำได้

 เนื่องจากข้อมูลของกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ เมื่อวันที่ 8 มี.ค. มีการประกาศระบบสัมปทานใหม่ในแหล่งก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทย จากระบบสัมปทานสู่ระบบสัญญาแบ่งปันผลผลิต ทำให้ราคาก๊าซธรรมชาติที่ได้ปรับลดราคาลงจาก 279-324 ต่อล้านบีทียู เหลือ 172 บาทต่อล้านบีทียู ซึ่งจะทำให้รายได้กลับคืนสู่ภาครัฐมากขึ้นกว่าเดิมประมาณ 24,000 ล้านบาทต่อปี

นี่คือตัวเลขที่เราจะนำมาใช้อุดหนุนเพื่อลดราคาแก๊สทั้งนี้หลังจากนี้จะมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาดูแลด้านพลังงานทั้งหมด ทั้งก๊าซและน้ำมัน รวมถึงไฟฟ้า คู่ขนานไปด้วย

นายมิ่งขวัญ กล่าวต่อว่า ตนได้รับอนุญาตจาก พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ให้มาแถลงข่าวนี้ เนื่องจากราคาพลังงานไม่ว่าจะเป็น ราคาน้ำมัน ราคาแก๊ส ถือว่าเป็นเรื่องเร่งด่วนของพรรคพลังประชารัฐที่จะต้องเร่งแก้ไขปัญหาให้กับประชาชน เพราะเราเล็งเห็นถึงความเดือดร้อนของคนไทยทั้งประเทศ

โดยเมื่อ พล.อ.ประวิตร ได้เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 30 จะต้องไฟเขียวนโยบายดังกล่าวแน่นอน เพราะต้องการช่วยเหลือแก้ปัญหาปากท้องความเป็นอยู่ของประชาชนเพื่อให้คนไทยดำเนินชีวิตและมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ บอกว่าหลัง 30 มิ.ย.2566 แก๊สหุงต้มจะสูงถึง 513 บาทต่อถังนายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ บอกว่าหลัง 30 มิ.ย.2566 แก๊สหุงต้มจะสูงถึง 513 บาทต่อถัง

ทั้งนี้ นายมิ่งขวัญ กล่าวถึงลำดับปาร์ตี้ลิสต์ว่ายังไม่ได้มีถ้าใครมาแจ้งอะไรก็ถือว่าเป็นฝ้าเอื้องของทางพรรคพลังประชารัฐเค้าที่เห็นสมควร อย่าดึงให้ตนไปพูดการเมือง เพราะต้นจะพูดแต่เรื่องเศรษฐกิจจนกว่าพวกเราจะมีความสุข

‘พลังประชารัฐ’ มั่นใจ ‘เลือกตั้ง66’ กวาด สส.ยก จ.ตาก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/545651

27 มี.ค. 2566

‘พลังประชารัฐ’ มั่นใจ ‘เลือกตั้ง66’ กวาด สส.ยก จ.ตาก

‘ชัยวุฒิ’ ผนึกกำลัง ‘ธรรมนัส’ พร้อมสู้ศึก เลือกตั้ง66 มั่นใจ พปชร.กวาดเก้าอี้ยก จ.ตาก ด้านผู้สมัคร เชื่อผลงานพล.อ.ประวิตรเป็นที่ประจักษ์ ช่วยให้ได้ชัยชนะแน่

นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) ลงพื้นที่อำเภอเมือง จังหวัดตาก ช่วย นายประสงค์ นามเสถียร ว่าที่ผู้สมัคร สส.เขต 1 พรรคพลังประชารัฐ ปราศรัยหาเสียง พบปะพี่น้องประชาชนที่มาจับจ่ายซื้อของที่บริเวณตลาดวังหิน เทศบาลเมืองตาก เเละเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน

ทั้งนี้ บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก โดยนายชัยวุฒิ เปิดเผยว่า วันนี้พรรคพลังประชารัฐ พร้อมที่จะปักธง จังหวัดตากทั้ง 3 เขตยกจังหวัด โดย ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า อดีต สส.พะเยา พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานภาคเหนือ ก็จะเข้ามาช่วยประสานงานและดูแลด้วย เพราะว่ามีความคุ้นเคยกับพื้นที่เป็นอย่างดี

“ผมเเละ ร.อ.ธรรมนัส ตั้งมั่นที่จะสู้การเลือกตั้งในพื้นที่จังหวัดตาก เพื่อให้ได้ สส.ของพรรคครบทุกเขต โดยเมื่อปี2562 พรรคพลังประชารัฐก็ได้ 2 เขตจากทั้งหมด 3 เขต ซึ่งครั้งนี้เราเชื่อมั่นว่า จะทําให้ได้ครบทั้งจังหวัด ผมขอการสนับสนุนจากพี่น้องประชาชนทุกคนด้วย”นายชัยวุฒิ กล่าว

นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รองหัวหน้า พปชร.ช่วยผู้สมัครสส.จังหวัดตากหาเสียงนายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รองหัวหน้า พปชร.ช่วยผู้สมัครสส.จังหวัดตากหาเสียง

นายชัยวุฒิ กล่าวต่อว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ท่านมีความผูกพันกับชาวตาก เพราะตลอดเวลาที่ได้เข้ามาทำหน้าที่บริหารจัดการเรื่องน้ำไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาแหล่งน้ํา การส่งเสริม อาชีพต่างๆ ของพี่น้องเกษตรกร รวมถึงเรื่องที่ดินทํากิน ที่ถือว่าเป็นปัญหาสําคัญของชาวจังหวัดตาก 

โดยเราก็มีโครงการธนาคารที่ดิน มาแก้ปัญหาที่ดินให้พี่น้องประชาชนอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ ถ้าพรรคพลังประชารัฐ ได้ ส.ส.ทั้ง 3 คน ก็จะเข้ามาช่วยกันผลักดันโครงการต่างๆ แก้ปัญหาชาวจังหวัดตากให้สําเร็จให้ได้

นายชัยวุฒิ พบปะพี่น้องประชาชนที่มาจับจ่ายซื้อของที่บริเวณตลาดวังหิน เทศบาลเมืองตากนายชัยวุฒิ พบปะพี่น้องประชาชนที่มาจับจ่ายซื้อของที่บริเวณตลาดวังหิน เทศบาลเมืองตาก

ด้านนายประสงค์ นามเสถียร ผู้สมัคร สส.เขต1 พรรคพลังประชารัฐ จังหวัดตาก กล่าวว่า พรรคพลังประชารัฐ ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากชาวจังหวัดตาก เพราะผลงานของ พล.อ.ประวิตร แก้ปัญหาให้กับชาวบ้านได้อย่างตรงจุด จึงเป็นที่รักของชาวตาก รวมถึงสมัยที่ท่านเป็นผู้บังคับบัญชาทหารบก ก็ได้ดูเเลพื้นที่เเนวชายแดน จ.ตาก โดยให้ความสำคัญเรื่องปัญหายาเสพติด จึงเชื่อมั่นว่า พรรคพลังประชารัฐ จะทำให้ตนมีโอกาสที่จะได้รับการเลือกตั้งในเขตนี้

ผู้สมัครสส.จ.ตาก พลังประชารัฐผู้สมัครสส.จ.ตาก พลังประชารัฐ

นายชัยวุฒิ พบปะพี่น้องประชาชนที่ตลาดวังหิน เทศบาลเมืองตากนายชัยวุฒิ พบปะพี่น้องประชาชนที่ตลาดวังหิน เทศบาลเมืองตาก

นายชัยวุฒิ พบปะพี่น้องประชาชน ที่มาจับจ่ายซื้อของที่บริเวณตลาดวังหิน เทศบาลเมืองตากนายชัยวุฒิ พบปะพี่น้องประชาชน ที่มาจับจ่ายซื้อของที่บริเวณตลาดวังหิน เทศบาลเมืองตาก

คึกคัก ‘สุวัจน์’ จัดสังเวียน เปิดตัวผู้สมัครสส.16 เขตโคราช

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/545645

27 มี.ค. 2566

คึกคัก ‘สุวัจน์’ จัดสังเวียน เปิดตัวผู้สมัครสส.16 เขตโคราช

พรรคชาติพัฒนากล้า จำลองเวทีมวย พร้อมเป้าชก ให้ผู้สมัครสส. 16 เขตโคราช ชกเป้าหมายเพื่อชัยชนะ ท่ามกลางเสียงเชียร์ กว่า 2,000 คน ‘สุวัจน์’ ดันโคราชโนมิกส์ นำเศรษฐกิจยุคทองโคราชกลับคืนมา

นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานพรรคชาติพัฒนากล้า นายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรค นายเทวัญ ลิปตพัลลภ เลขาธิการพรรค นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล ที่ปรึกษาพรรค พ.อ.วินัย สมพงษ์ ที่ปรึกษาพรรค นายวัชรพล โตมรศักดิ์ รองหัวหน้าพรรค นายสมบัติ กาญจนวัฒนา รองเลขาธิการรพรรค ร่วมกันเปิดตัวผู้สมัคร สส.โคราช ทั้ง 16 เขต พร้อมผู้สมัคร สส.ระบบบัญชีรายชื่อ(ปาร์ตี้ลิสต์) โดยชูนโยบาย “โคราชโนมิกส์” เตรียมสู้ศึกการเลือกตั้งและขับเคลื่อนประเทศ บนแนวคิด “งานดี-มีเงิน-ของไม่แพง” 

ทั้งนี้ พรรคชาติพัฒนากล้า จำลองเวทีมวยพร้อมเป้าชก ให้ผู้สมัคร สส.16 เขตโคราช ชกเป้าหมายเพื่อชัยชนะ และขบวนรถฮาเลย์ ทำให้บรรยากาศการเปิดตัวผู้สมัครสส.เต็มไปด้วยสีสรรและคึกคักมาก

ยึดอุดมการณ์ ตาม พล.อ.ชาติชาย

นายสุวัจน์ กล่าวว่าวันนี้ได้มีการเปิดตัวว่าที่ผู้สมัครสส.ทั้ง 16 เขต เพราะวันที่ 3 เมษายนนี้จะต้องไปสมัครแล้วขั้นตอนต่อไปก็จะนําไปสู่การทํา primary vote ภายในอาทิตย์นี้เพื่อให้ถูกต้องถือว่าได้เปิดตัวต่อพี่น้องประชาชน ต้องขอขอบคุณชาวโคราชที่ได้มาให้การสนับสนุนให้กําลังใจกว่า 2,000 คน และถือโอกาสนี้พาผู้สมัครทั้ง 16 ท่าน ไปแสดงตนต่อหน้าอนุสรณ์สถานพลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ เพื่อที่จะยึดอุดมการณ์ แนวคิดในการทํางานเพื่อรับใช้ชาวโคราช

โดยเฉพาะในการเลือกตั้งครั้งนี้พรรคชาติหน้ากล้า มีความมุ่งมั่นที่จะต้องได้ชัยชนะ ที่จังหวัดนครราชสีมา ต้องทวงแชมป์คืน ต้องกลับมาเป็นแชมป์ที่โคราชให้ได้ เพื่อที่จะได้มาผลักดันโครงการที่สําคัญ ซึ่งได้ประกาศนโยบายไปแล้ว คือ นโยบายโคราชโนมิกส์ ในการที่จะเอาเศรษฐกิจยุคทองของคนโคราชกลับมา เหมือนที่ท่านพลเอกชาติชายได้เคยสร้างเอาไว้

นายสุวัจน์ นำผู้สมัครสส.16 เขตโคราช แสดงตนต่อหน้าอนุสรณ์สถานพลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ นายสุวัจน์ นำผู้สมัครสส.16 เขตโคราช แสดงตนต่อหน้าอนุสรณ์สถานพลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ

นโยบายโคราชโนมิกส์นั้น เป็นเรื่องที่จะสร้างโคราช สร้างอีสานให้เป็นระเบียงเศรษฐกิจใหม่ ด้านการลงทุนของประเทศให้ยิ่งใหญ่เหมือนกับตอนที่ท่านชาติชาย เปิดประตูอีสานสู่อินโดจีน แปรสนามรบเป็นสนามการค้าเหมือนภาคสอง

นายสุวัจน์ นำผู้สมัครสส.16 เขตโคราช แสดงตนต่อหน้าอนุสรณ์สถานพลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ นายสุวัจน์ นำผู้สมัครสส.16 เขตโคราช แสดงตนต่อหน้าอนุสรณ์สถานพลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ

แปรสนามรบเป็นสนามการค้า ภาค2

นโยบายที่สําคัญก็คือ การที่จะดึงนักลงทุนต่างๆ มาลงทุนโดยอาศัยความได้เปรียบของภูมิรัฐศาสตร์ ฉะนั้น เรื่องระบบการคมนาคม เรื่องการสร้างโคราชให้เป็นเมืองอาหารป้อนโลก โคราชเป็นเมืองท่องเที่ยวอินเตอร์ และโครงสร้างพื้นฐานทางด้านแก้ไขปัญหาน้ำท่วม น้ำแล้ง ต้องพร้อม 

เรามั่นใจ หลังจากที่ได้เปิดตัวนโยบายโคราชโนมิกส์ไปแล้ว พี่น้องประชาชนจําติดปากแล้วว่าโคราชโนมิกซ์ก็คือ การเอาเศรษฐกิจยุคทองของคนโคราชกลับมา คือ นโยบายแปรสนามรบ เป็นสนามการค้าภาคที่สอง แต่มาในเวอร์ชั่นของภาคเศรษฐกิจ บวกกับนโยบายโดยภาพรวมทั้งประเทศของพรรคชาติพัฒนากล้า เรื่อง “งานดี มีเงิน ของไม่แพง”

ฉะนั้น เรามีความมั่นใจว่าในการเลือกตั้งครั้งนี้ โดยเฉพาะที่จังหวัดนครราชสีมา ต้อง come back ต้องเป็นแชมป์ที่โคราช อย่างแน่นอน เพื่อมาทํางานให้ชาวโคราช

นายสุวัจน์ กล่าวว่าบรรยากาศเรื่องการเลือกตั้งมาได้ดี เพราะตอนนี้มีการแบ่งเขตแล้ว กําหนดวันสมัครแล้ว กําหนดวันเลือกตั้งแล้ว คิดว่าการเลือกตั้งครั้งนี้คงจะเป็นการเลือกตั้งที่ค่อนข้างที่จะเหมือนกับว่าท้องฟ้าเปิด ไม่มีความได้เปรียบเสียเปรียบในเรื่องของกติกาก็เป็นเรื่องที่ดีต้องขอบคุณทาง กกต. ด้วย จากนี้ไปก็เป็นเรื่องของการควบคุมในแง่ operation ในเรื่องของการปฏิบัติในภาคสนามว่าทําอย่างไรที่จะจัดการกับเรื่อง Money Politics หรือการซื้อเสียงหรืออะไรที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย

ดันนโยบาย16 ข้อแก้ปัญหาประเทศ

วันนี้ เปิดตัวผู้สมัครทั้ง 16 เขต เอาขึ้นเวทีมวยชกครบทุกเซต แต่ไม่ใช่ว่าจะไปต่อยไปหาเรื่องกับใคร พรรคชาติพัฒนากล้าไม่มีเรื่องมีราวกับใครอยู่แล้ว เรามีแต่เพื่อน แต่วันนี้ที่ใช้เวทีมวยเป็นการเปิดตัวเพราะมวยคือ การต่อสู้ วันนี้เราต่อสู้กับปัญหาของประเทศไทย 

เรามีผู้สมัครสส.16 คน ก็ปัญหาของประเทศมา 16 ข้อ คือ ปัญหาเงินเฟ้อ น้ำมันแพง ค่าไฟแพง ตกงาน นักท่องเที่ยว ความยากจน น้ําท่วม น้ําแล้ง ที่ดินทํากินของเกษตรกร ราคาพืชผลเกษตรตกต่ํา การลงทุนสิ่งต่างๆ 

เหล่านี้ คือ ปัญหาที่เราต้องไฟท์ก็เลยใช้เวทีมวย และให้ผู้สมัครแต่ละคนต่อยกับปัญหา สู้กับปัญหา ฉะนั้น ยืนยันได้ว่าพี่น้องประชาชนมั่นใจในในพรรคชาติพัฒนากล้า ในการเอาจริงเอาจังในเรื่องนโยบายทํางานกันจริงๆ วันนี้ระดมผู้มีประสบการณ์ หวังว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ เราจะได้รับโอกาสในการเข้าไปทํางานเพื่อแก้ไขปัญหาบ้านเมือง”

สำหรับพื้นที่เขต 3 เขต 4 ดึงบ้านใหญ่โคกกรวด ตระกูลกาญจนวัฒนา”กำนันเบ้า-สมศักดิ์”และ “สจ.สมบัติ”ลงสนามนั้น นายสุวัจน์ กล่าวว่าค่อนข้างมั่นใจมากๆ ทั้งสองท่านอาจจะลงสมัครครั้งแรก แต่คนโคราช รู้จักกัน เป็นอย่างดี เพราะว่าครอบครัวกาญจนวัฒนาตั้งแต่สมัยคุณพ่อท่านกํานันประเสริฐ เป็นกํานันที่ได้รับการยอมรับความเป็นนักพัฒนา 

แล้วก็ตกมารุ่นลูก คือ กำนันเบ้า-สมศักดิ์ แล้วก็รุ่นหลาน “กำนันกาญจนา”(ลูกสาวกำนันเบ้า) ถือว่าเป็นครอบครัวนักพัฒนาครอบครัวที่อยู่กับพี่น้องประชาชนรู้ปัญหาจริงๆ ฉะนั้น การที่ทั้งสองท่านได้ตัดสินใจมาร่วมงานกับพรรคชาติพัฒนากล้าต้องขอบคุณทั้งสองท่าน

“ผมมั่นใจมากว่าทั้งสองท่านจะได้รับการสนับสนุนจากพี่น้องประชาชน แล้วจะเป็น สส.ที่ดีเป็นหน้าเป็นตาให้กับเมืองโคราช”

พรรคฯไม่จับขั้วการเมือง

ผู้สื่อข่าวถามว่ามองเรื่องการเมืองสองขั้ว อย่างไร นายสุวัจน์ กล่าวว่าทางการเมืองของแต่ละพรรคก็เป็นเรื่องแต่ละพรรค แต่สําหรับพรรคชาติพัฒนากล้า เราไม่ได้วาง position หรือวางตนเองว่าเป็นขั้วการเมืองอะไร เราคิดว่าการเมืองวันนี้ต้องพยายามที่จะทำให้เกิดความร่วมมือ ลดความขัดแย้งให้มากที่สุด และให้เกิดความร่วมมือในการทํางานร่วมกัน

ใครจะเป็นฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาลก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่ความร่วมมือ การทํางานร่วมกันเพื่อให้พลังทางการเมืองให้เกิดความรู้สึกว่าเราเลือกตั้งมาแล้วการเมืองมีเสถียรภาพ แก้ไขปัญหาให้พี่น้องประชาชนได้ ฉะนั้น พรรคชาติพัฒนากล้า ตอนนี้ก็วางตนเองไว้ว่าวันนี้ให้น้ำหนักกับการเลือกตั้ง2566 กับ สนามเลือกตั้ง กับผลการเลือกตั้ง การตัดสินใจทางการเมืองอะไรที่เกี่ยวข้องจากนี้ไปก็คงขึ้นอยู่กับผลการเลือกตั้ง เราต้องเคารพเสียงประชาชน ผลการเลือกตั้งคือเสียงของประชาชน

ปชช.ตัดสินใครนายกฯคนต่อไป

สำหรับประเด็นแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคชาติพัฒนากล้านั้น ประธานพรรคฯ กล่าวว่าจะมีการทํา primary vote ในเรื่องของสส.เขต และสส.ปาร์ตี้ลิต์ เสร็จแล้วก็จะมาตัดสินใจเรื่องใครจะเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ซึ่งตามรัฐธรรมนูญเสนอได้ 3 ท่านอยู่แล้ว ไม่มีปัญหา มีอยู่แล้วก็ต้องระดมสรรพกําลังกัน ระดมผู้มีประสบการณ์ ระดมความรู้ความสามารถ เพราะบ้านเมืองวิกฤตจริงๆ ก็ต้องระดมกันทุกคนต้องกลับมาช่วยชาติบ้านเมือง กลับมาช่วยพรรคกัน คือสุดท้ายแล้วพี่น้องประชาชนเป็นผู้ตัดสินใจไม่ว่าจะเป็นใครก็แล้วแต่ก็เชื่อว่าทุกพรรคก็ต้องเสนอคนที่ดีที่สุดแล้วก็ต้องแล้วแต่พี่น้องประชาชน

เปิดรายชื่อผู้สมัครสส.16 เขต

นายเทวัญ ลิปตพัลลภ เขต 1

นายวัชรพล โตมรศักดิ์ เขต 2

นายสมศักดิ์ กาญจนวัฒนา เขต 3

นายสมบัติ กาญจนวัฒนา เขต 4

นายปิยเมษฐ ปราณีตพวงรัง เขต 5

นายศักดา แสงกันหา เขต 6

นายสุรพล ดอกไม้ เขต 7

ร.ต.อ.วีระพงษ์ แดนพิมาย เขต 8

นายอำนวย การค้า เขต 9

นางกาญจนา บุญมีศิริทิพงศ์ เขต 10

นางนิธิกาน พงทองถวิล เขต 11

นายพิบูลย์รัฐ ศรีจันทร์อ่อน เขต 12

นายวรพจน์ บุนจันทึก เขต 13

นายณกรณ์ มหินเรศ เขต 14

ดร.อริย์ธัช ศรีภัทรโกสินทร์ เขต 15

นายพิเชษฐ์ ปิติเสรีวงศ์ เขต 16

พรรคชาติพัฒนากล้า เปิดตัวผู้สมัครสส.16 เขตโคราชพรรคชาติพัฒนากล้า เปิดตัวผู้สมัครสส.16 เขตโคราช

เปิดตัวผู้สมัครสส.16 เขตโคราชเปิดตัวผู้สมัครสส.16 เขตโคราช