ผลเลือกตั้งสจ.ปทุมธานี ‘เกวลิน-เสนีย์-สมศักดิ์’ ผงาดเขต3 เขต5

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/545641

จีรพงษ์ ประเสริฐพลกรัง

27 มี.ค. 2566

ผลเลือกตั้งสจ.ปทุมธานี ‘เกวลิน-เสนีย์-สมศักดิ์’ ผงาดเขต3 เขต5

เช็กผลการเลือกตั้งสจ.ปทุมธานี ล่าสุด เกวลิน หลีนวรัตน์ – เสนีย์ มูลขํา – สมศักดิ์ เกียรติพัฒนาชัย ชนะนั่งสจ.เขต 3 เขต 5

คณะกรรมการการเลือกตั้งประจําองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี ได้ออกประกาศสรุปผลการนับคะแนนเลือกตั้งสมาชิกสภาจังหวัดปทุมธานี หรือ สจ.ปทุมธานี จำนวน 3 เขตเลือกตั้ง ซึ่งมีการเปิดให้ลงคะแนนเมื่อวันอาทิตย์ที่ 26 มีนาคม 66  โดยมีผลคะแนนดังนี้ 

ผลเลือกตั้งสจ.ปทุมธานี ‘เกวลิน-เสนีย์-สมศักดิ์’ ผงาดเขต3 เขต5

เขตเลือกตั้งที่ 5 อําเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี

  1. นางสาวเกวลิน หลีนวรัตน์ 7,394 คะแนน
  2. นายถาวร ปูสุวรรณ์ 395 คะแนน 
  3. นางสาวอภัสนันท์ วิมล 343 คะแนน 

การใช้สิทธิเลือกตั้ง

  • จํานวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งในบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 28,519 คน 
  • จํานวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่มาแสดงตนขอรับบัตรเลือกตั้ง 9,280 คน
  • จํานวนบัตรเลือกตั้งที่ได้รับมาทั้งหมด 29,960 บัตร
  • จํานวนบัตรเลือกตั้งที่ใช้ลงคะแนนเลือกตั้ง 9,280 บัตร
    • จํานวนบัตรดี 8,132 บัตร
    • จํานวนบัตรเสีย 337 บัตร
    • จํานวนบัตรเลือกตั้งที่ทําเครื่องหมายไม่เลือกผู้สมัครผู้ใด 811 บัตร
  • จํานวนบัตรเลือกตั้งที่เหลือ 20,680 บัตร
     

เขตเลือกตั้งที่ 5 อําเภอเมืองปทุมธานี จังหวัดปทุมธานี 

  1. นายเสนีย์ มูลขํา 5,892 คะแนน
  2. นายบุญเกิด สีแย้ม 5,225 คะแนน 

นายเสนีย์ มูลขํานายเสนีย์ มูลขํา

การใช้สิทธิเลือกตั้ง

  • จํานวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งในบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 28,575 คน 
  • จํานวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่มาแสดงตนขอรับบัตรเลือกตั้ง 12,203 คน
  • จํานวนบัตรเลือกตั้งที่ได้รับมาทั้งหมด 30,020 บัตร
  • จํานวนบัตรเลือกตั้งที่ใช้ลงคะแนนเลือกตั้ง 12,203 บัตร
    • จํานวนบัตรที่ 11,117 บัตร
    • จํานวนบัตรเสีย 320 บัตร
    • จํานวนบัตรเลือกตั้งที่ทําเครื่องหมายไม่เลือกผู้สมัครผู้ใด 766 บัตร
  • จํานวนบัตรเลือกตั้งที่เหลือ 17,817 บัตร

เขตเลือกตั้งที่ 3 อําเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี 

  • นายสมศักดิ์ เกียรติพัฒนาชัย 6,681 คะแนน 
  • นายชาลี ยาตา 2,858 คะแนน 

นายสมศักดิ์ เกียรติพัฒนาชัย(คนยืน)นายสมศักดิ์ เกียรติพัฒนาชัย(คนยืน)

การใช้สิทธิเลือกตั้ง

  • จํานวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งในบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 27,532 คน
  • จํานวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่มาแสดงตนขอรับบัตรเลือกตั้ง 10,879 คน
  • จํานวนบัตรเลือกตั้งที่ได้รับมาทั้งหมด 28,920 บัตร
  • จํานวนบัตรเลือกตั้งที่ใช้ลงคะแนนเลือกตั้ง 10,879 บัตร
    • จํานวนบัตรดี 9,539 บัตร
    • จํานวนบัตรเสีย 449 บัตร
    • จํานวนบัตรเลือกตั้งที่ทําเครื่องหมายไม่เลือกผู้สมัครผู้ใด 891 บัตร
  • จํานวนบัตรเลือกตั้งที่เหลือ 18,041 บัตร

ผลเลือกตั้งสจ.ปทุมธานี 2566ผลเลือกตั้งสจ.ปทุมธานี 2566

ผลเลือกตั้งสจ.ปทุมธานี 2566ผลเลือกตั้งสจ.ปทุมธานี 2566

ผลเลือกตั้งสจ.ปทุมธานี 2566ผลเลือกตั้งสจ.ปทุมธานี 2566

‘เพื่อไทย’ เผย 7 ทางออกแก้ ฝุ่น PM 2.5 จี้เร่งประสาน ‘เมียนมา’ ควบคุมการเผา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/545636

27 มี.ค. 2566

'เพื่อไทย' เผย 7 ทางออกแก้ ฝุ่น PM 2.5 จี้เร่งประสาน 'เมียนมา' ควบคุมการเผา

‘เพื่อไทย’ เผย 7 ทางออกแก้ปัญหา ฝุ่น PM 2.5 ชี้อันตรายถึงชีวิต จี้ ‘นายกรัฐมนตรี’ เร่งประสานรัฐบาล ‘เมียนมา’ ขอให้ควบคุมการเผา

วันที่ 27 มีนาคม 2566 นายปลอดประสพ สุรัสวดี ประธานคณะกรรมการนโยบายสิ่งแวดล้อม พรรคเพื่อไทย เปิด 7 ทางออก แก้ปัญหาฝุ่น PM2.5 “กำลังฆ่าคนไทย ส่วนเกี่ยวข้องต้องเคลื่อนไหว ปล่อยตามมีตามเกิดไม่ได้” เปิดเผยว่า รู้สึกเป็นห่วงพี่น้องชาวภาคเหนือเป็นอย่างมาก วันนี้ถือเป็นวิกฤติทางมลภาวะทางอากาศที่ประเทศไทยได้ประสบมา ฝุ่น PM 2.5 สูงถึง 656 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร เป็นตัวเลขที่อันตรายถึงชีวิต ตามข้อเท็จจริงทางวิทยาศาสตร์ขณะนี้ พบว่ามาจากประเทศเมียนมาทั้งหมด ส่งผลกระทบต่อประชาชนทั้งระยะสั้นและระยะยาว จึงมีความจำเป็นสื่อสารไปถึงนายกรัฐมนตรี พรรคการเมือง หน่วยราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อรักษาชีวิตและพลานามัยพี่น้องชาวภาคเหนือและประชาชนคนไทย 

7 ข้อ แก้ปัญหาฝุ่น  PM 2.5

1. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ต้องโทรศัพท์ไปถึงผู้นำประเทศเมียนมา และผู้นำประเทศอื่นที่อยู่ใกล้กับจังหวัดเชียงราย โดยเฉพาะแม่สาย เพื่อขอร้องให้เมียนมาควบคุมการเผาที่ส่งผลให้เกิดฝุ่น PM 2.5 

2. กระทรวงสาธารณสุข ต้องแจกหน้ากากอนามัยคุณภาพดี ให้ทั่วถึงโดยทันที 

3. กระทรวงมหาดไทย ต้องสั่งหยุดงาน ปิดโรงเรียน และประกาศห้ามออกนอกบ้านโดยสิ้นเชิง 

4. หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดหาพัดลมให้ประชาชนเพื่อพัดฝุ่น PM 2.5 ออกจากบ้าน 

5. กระทรวงเกษตรและสหกรณ์  ต้องใช้ความเด็ดขาดและใช้อำนาจตามกฎหมายกับบริษัทต่างๆ เพื่อคุยให้ชัดเจนอย่างตรงไปตรงมา ถึงข้อตกลงที่มาที่ไม่ก่อให้เกิดมลภาวะหรือความเสียหายต่อประเทศ 

6. กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ต้องสั่งการกรมอุทยานแห่งชาติ ให้ยุติการอนุญาตเลี้ยงวัว 15 ฝูงขนาดใหญ่ ในอุทยานแห่งชาติทันที เพราะกลุ่มเลี้ยงวัวเหล่านี้ คือผู้ที่เผาเพื่อให้ได้หญ้ามาเลี้ยงวัว และต้องสั่งห้ามเข้าไปเก็บเห็ดในอุทยาน เพราะผู้ที่เผาทำเพื่อให้เห็ดเกิดขึ้น 

7. กกต.ต้องมีการประชุมทบทวน เพื่อให้เปิดทางให้อุปกรณ์ช่วยเหลือฝุ่น PM 2.5 เหล่านี้ไปยังประชาชน ผ่านทางราชการ เพราะเวลานี้เป็นเรื่องเป็น เรื่องตาย 
 
นายปลอดประสพ ระบุต่อว่า จำเป็นต้องดำเนินการทันทีในพื้นที่แม่สาย รวมถึงพื้นที่ที่ค่าเกินกว่า 450 หวังว่านายกรัฐมนตรีจะเห็นใจและสงสารประชาชน หากพรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาล สิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นไม่ได้

ด้านนายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ขอให้พล.อ.ประยุทธ์ เร่งประสานงานไปยังประเทศเพื่อนบ้านโดยด่วน 

 นายปลอดประสพ สุรัสวดี ประธานคณะกรรมการนโยบายสิ่งแวดล้อม พรรคเพื่อไทยนายปลอดประสพ สุรัสวดี ประธานคณะกรรมการนโยบายสิ่งแวดล้อม พรรคเพื่อไทย

‘ชัยเกษม’ นั่งปธ.คณะกรรมการแก้ปัญหาสังคม-ความเหลื่อมล้ำ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/545635

27 มี.ค. 2566

'ชัยเกษม' นั่งปธ.คณะกรรมการแก้ปัญหาสังคม-ความเหลื่อมล้ำ

‘พรรคเพื่อไทย’ เปิดตัวคณะกรรมการด้านประชาธิปไตย กระบวนการยุติธรรม และความเสมอภาคเท่าเทียม ขณะที่ ‘ภูมิธรรม’ ขอ 310 เสียง ตัดโอกาส ‘บิ๊กตู่’ กลับมา

เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2566 พรรคเพื่อไทย เปิดตัว “คณะกรรมการด้านประชาธิปไตย กระบวนการยุติธรรม และความเสมอภาคเท่าเทียม”  ประกอบด้วย นายชัยเกษม นิติสิริ​ ประธานยุทธศาสตร์และทิศทางการเมืองพรรค เป็นประธานคณะกรรมการ , นายชูศักดิ์  ศิรินิล​​​ รองหัวหน้าพรรค เป็น รองประธานกรรม , นายภูมิธรรม  เวชยชัย​​ รองหัวหน้าพรรค เป็น กรรมการ ,นายจาตุรนต์  ฉายแสง​​ แกนนำเพื่อไทย เป็น กรรมการ เป็นต้น

​​​นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า สภาพปัญหาด้านสังคมของประเทศขณะนี้ เช่น การเปลี่ยนแปลงจากสังคมชนบท เป็นสังคมเมือง การพัฒนาด้านเทคโนโลยี ปัญหาการแพร่ระบาดของยาเสพติด อาชญากรรม การทุจริตคอร์รัปชัน ปัญหาของรัฐธรรมนูญและระบบการเมืองที่ไม่เป็นประชาธิปไตย มีกฎหมายที่ละเมิดสิทธิเสรีภาพของประชาชน การบังคับใช้กฎหมายที่เป็นสองมาตรฐาน และปัญหาความเหลื่อมล้ำของคนในสังคม เป็นต้น

ปัญหาดังกล่าวนับวันจะมีความซับซ้อนและรุนแรง จำเป็นจะต้องเร่งดำเนินการแก้ไขด้วยการปฏิรูปสังคม ปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมและขจัดความเหลื่อมล้ำ สร้างความเป็นประชาธิปไตยและความเป็นธรรมให้เกิดขึ้นในสังคม เพื่อให้สังคมของไทยกลับมาสู่สังคมแห่งความสมานฉันท์ อยู่ร่วมกันอย่างสันติและมีความเท่าเทียมกัน  ซึ่งพรรคเพื่อไทยมีนโยบายที่ชัดเจนในการแก้ปัญหาดังกล่าว จึงบุคลากรของพรรคที่มีความรู้ ความสามารถเข้ามาทำงาน “คณะกรรมการด้านประชาธิปไตย กระบวนการยุติธรรม และความเสมอภาคเท่าเทียม” 

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย

ด้านนายชัยเกษม กล่าวว่า คณะกรรมการดังกล่าว จะทำหน้าที่ศึกษา วิเคราะห์ สรุปสภาพสังคม และความเหลื่อมล้ำของคนในสังคม กำหนดแนวทางและกระบวนการปฏิรูปสังคม ปัญหากฎหมายลิดรอนสิทธิเสรีภาพ อาชญากรรมทางไซเบอร์ รวมถึงการทุจริต วิเคราะห์ข้อดี-ข้อเสีย ผลกระทบและการใช้งบประมาณอย่างคุ้มค่า เป็นต้น 

ส่วนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มองว่า เมื่อเกิดปัญหาบิดเบือนสิ่งที่ควรจะเป็น นับตั้งแต่การปฏิวัติ ยินดีจะรับข้อเสนอแนะทุกอย่าง เรามีคณะทำงานชุดย่อย ที่มีความยินดีแก้ไขทุกจุด ทุกอย่างที่ไม่เป็นที่พอใจของประชาชนทุกอย่าง

นายชัยเกษม นิติสิริ​ ประธานยุทธศาสตร์และทิศทางการเมืองนายชัยเกษม นิติสิริ​ ประธานยุทธศาสตร์และทิศทางการเมือง

ด้านนายชูศักดิ์ กล่าวว่า แม้จะมีการเลือกตั้งในเร็วๆ นี้ แต่เรายังไม่เป็นประชาธิปไตยเท่าที่ควรจะเป็น เพราะผลจากการยึดอำนาจการปกครองประเทศ มีรัฐบาลที่ต่อเนื่องจากการยึดอำนาจ เลือกนายกรัฐมนตรีจากคนที่ไม่ได้มาเป็น สส. หรือไม่เป็นสมาชิกพรรค การมี ส.ว. ร่วมเลือกนายกรัฐมนตรี แสดงถึงการไม่เป็นประชาธิปไตย เป็นการนำประเทศนี้ไปสู่ธนาธิปไตย หรือการใช้เงินเป็นปัจจัยสำคัญในทางการเมือง 

ส่วนคณะกรรมการชุดนี้จะมีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่นั้น นายชูศักดิ์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาพรรคเพื่อไทยติดปัญหาสำคัญคือ สภาผู้แทนราษฎรมีมติให้ทำประชามติให้มีการจัดตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) แล้ว แต่วุฒิสภาไม่เอาด้วย ดังนั้น หากพรรคเพื่อไทยได้จัดตั้งรัฐบาล อาจพิจารณาให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติ ครม. เพื่อขอทำประชามติได้ 
 
จากกระบวนการยุติธรรมปัจจุบัน ทำให้สังคมมีปัญหา สิ่งที่น่าห่วง ประเทศกำลังจะมีอาชญากรรมแปลกๆ เช่น การสังหารหมู่ การกราดยิง ส่วนหนึ่งมาจากระบบราชการที่เสื่อมถอย และยังเต็มไปด้วยยาเสพติด อบายมุข ธุรกิจสีเทา จึงเป็นที่มาที่จะรวบรวมปัญหาเหล่านี้มาวิเคราะห์และเสนอวิธีแก้ไขต่อไปหากได้รัฐบาล

 นายชูศักดิ์  ศิรินิล​​​ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทยนายชูศักดิ์ ศิรินิล​​​ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย

ด้านนายภูมิธรรม กล่าวว่า การรัฐประหารในปี 2549 ถือเป็นต้นตอแห่งการทำลายล้างโครงสร้างของระบอบประชาธิปไตยมาจนถึงทุกวันนี้ รวมไปถึงการเข้ามาบริหารแบบแฝงรูป หรือระบอบประยุทธ์  ได้ทำลายความงดงามของระบอบประชาธิปไตย สิทธิเสรีภาพของพี่น้องประชาชน พรรคเพื่อไทยมีความพยายามนำหลักความเสมอภาคเป็นเครื่องมือหลัก และจะขยายความไปในด้านอื่น ทั้งเศรษฐกิจและสังคม หลักความเสมอภาคในประชาธิปไตย ภายใต้หลักคิด 5  ด้าน ได้แก่ 

1.ความเสมอภาคทางการเมือง ทุกคนควรมีสิทธิทางการเมืองเท่ากัน  ไม่ควรให้รัฐใช้อำนาจเกินขอบเขต โดยไม่มีหลักประกันให้กับประชาชน นักเรียน นักศึกษา ต้องไม่ถูกริดรอน กลั่นแกล้ง  โดยใช้อำนาจมากเกินไป 

2.ความเสมอภาคทางเศรษฐกิจ ต้องมีหลักประกันความมั่นคงทางเศรษฐกิจให้กับพี่น้องประชาชน ในฐานะสมาชิกในสังคม  นับตั้งแต่ปี 2554 ที่ผ่านมา มีการเป็นการปิดกั้นอำนาจทางเศรษฐกิจของประชาชน มีการเอื้อประโยชน์ให้คนส่วนน้อย ซึ่งเป็นคนของพวกเขา  คนส่วนมากของสังคมมีชีวิตที่ยากลำบาก

3.ความเสมอภาคทางสังคม ทุกคนต้องมีฐานะทางสังคม เศรษฐกิจและวัฒนธรรม แม้มีความแตกต่างกัน แต่ทุกคนต้องใช้ชีวิตทางสังคมอย่างเต็มที่  ปัญหาที่มีความเห็นที่แตกต่างต้องเข้าสู่สภา ไม่ใช่การใช้อำนาจตามอำเภอใจของรัฐบาล

4.ความเสมอภาคทางกฏหมาย ที่ผ่านมาภาครัฐใช้อำนาจที่ล้นเกิน  หลายคนถูกจับ ขัง ทั้งที่ใช้สิทธิเสรีภาพตามกฎหมาย ในขณะที่อีกหลายคนได้รับการโอบอุ้ม

5.ความเสมอภาคทางโอกาส ต้องให้โอกาสทุกคนใช้อำนาจที่สุจริต มาพัฒนาความสามารถ พัฒนารายได้ในการมีชีวิตความเป็นอยู่อย่างทัดเทียมกัน

หลายเรื่องที่เราเรียกร้องให้ประชาชนเลือกเพื่อไทยเป็นรัฐบาล ได้ สส.ในสภา 310 เสียงขึ้นไป ให้เราชนะเด็ดขาด เพื่อสู้ สว. 250 คน มิเช่นนั้นมีโอกาสที่พล.อ.ประยุทธ์จะกลับมาเหมือนเดิม

นายภูมิธรรม  เวชยชัย​​ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทยนายภูมิธรรม เวชยชัย​​ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย

‘ก้าวไกล’ แถลงยืนยันส่ง สส.เขต-สส.ปาร์ตี้ลิสต์ ครบ 500 คน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/545630

27 มี.ค. 2566

‘ก้าวไกล’ แถลงยืนยันส่ง สส.เขต-สส.ปาร์ตี้ลิสต์ ครบ 500 คน

‘ก้าวไกล’ แถลงยืนยันพร้อมส่ง สส.เขตและสส.ปาร์ตี้ลิสต์ ครบ 500 คน จี้ กกต.-หน่วยงานรัฐ ประชาสัมพันธ์ ลงทะเบียนเลือกตั้งนอกเขต-นอกราชอาณาจักรมากขึ้น พร้อมเรียกร้องเหล่าทัพจัดค่ายทหารปลอดภัย

ที่พรรคก้าวไกล นายกรุณพล เทียนสุวรรณ รองโฆษกพรรคก้าวไกล แถลงข่าวถึงผลสำรวจในกรุงเทพฯและ ปริมณฑลที่ต้องการให้นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 30 ของประเทศไทย ว่า ถือ เป็นการตอบรับจากพี่น้องประชาชนว่าประชาชนต้องการเปลี่ยนแปลงไม่ใช่เปลี่ยนแปลงแค่รัฐบาลหรือนายกรัฐมนตรีแต่รวมถึงการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยที่ต้องขับเคลื่อนไปข้างหน้า เพราะเราติดหล่ม กับเผด็จการซ่อนเงื่อนมามากแล้ว คนไทยต้องการนายกรัฐมนตรีที่มีวิสัยทัศน์และรับฟังปัญหาของประชาชนอย่างแท้จริง

ซัดกกต.อ่อนพีอาร์ลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้า 

พร้อมกันนี้ นายกรุณพล กล่าวถึงกรณีที่ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)ประกาศวันเลือกตั้งเป็นวันที่ 14 พฤษภาคม ว่า พรรคก้าวไกลมีความกังวลในเรื่องของในการเลือกตั้งนอกเขตและนอกราชอาณาจักร เพราะการเลือกตั้งแบบนี้มีเสียงของพี่น้องประชาชนที่จะมีการลงคะแนนก่อนที่จะมีการเลือกตั้งจริง แต่การที่จะลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้า นอกราชอาณาจักรหรือนอกเขตนั้นจำเป็นต้องมีการลงทะเบียนก่อน

ซึ่งหลายคนไม่ทราบ และภาครัฐรวมถึงกกต.ไม่ได้ประชาสัมพันธ์อย่างทั่วถึงเพื่อให้ประชาชนได้รับทราบข้อมูล รวมถึงการเข้าถึงการลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้าผ่านเว็ปไซต์ที่ไม่สามารถทำได้อย่างง่ายดาย และในวันแรกที่เปิดลงทะเบียนเว็บไซต์ก็ล่ม

นายกรุณพล เทียนสุวรรณ รองโฆษกพรรคก้าวไกล แถลงยืนยันพรรคก้าวไกล ส่ง สส.เขต-สส.ปาร์ตี้ลิสต์ ครบ 500 คนนายกรุณพล เทียนสุวรรณ รองโฆษกพรรคก้าวไกล แถลงยืนยันพรรคก้าวไกล ส่ง สส.เขต-สส.ปาร์ตี้ลิสต์ ครบ 500 คน

ส่งครบทั้ง สส.เขต-สส.ปาร์ตี้ลิสต์

จึงขอเรียกร้องให้ภาครัฐและกกต.ประชาสัมพันธ์ให้มากขึ้น ให้ประชาชนได้เข้าถึง สำหรับหน้าที่ของ กกต. แล้วต้องสามารถเข้าถึง โปร่งใสและตรวจสอบ ได้แต่ทุกวันนี้ประชาชนยังไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลของกกต.ที่จะรณรงค์ให้เกิดการเลือกตั้งที่โปร่งใสและยุติธรรมได้

ส่วนความคืบหน้าเรื่องการทำ ไพรมารีโหวต ของพรรคก้าวไกลนั้น มีรายงานข่าวว่าพรรคไกลจะส่งเพียงแค่ 60 จังหวัดแต่ความจริงแล้วพรรคก้าวไกลพร้อมครบทั้ง 77 จังหวัดมีเพียง 1 จังหวัดที่ยังอยู่ในขั้นตอนการทำ ไพรมารีโหวตอยู่ และคิดว่าน่าจะเสร็จภายในสิ้นเดือนมีนาคมนี้ และ คาดว่าพรรคจะพร้อมส่งผู้สมัครทั้งสส. เขต และสส.บัญชีราย ชื่อครบทั้ง 500 คนก่อนวันรับสมัครเลือกตั้ง(3-7 เม.ย.2566)

เรียกร้องค่ายทหารปลอดภัย

นายกรุณพล ยังกล่าวถึง เทศกาลคัดเลือกทหารที่กำลังจะเกิดขึ้นเร็วๆนี้ ว่า เป็นเทศกาลที่ต้องดึงคนของครอบครัวบังคับให้ไปเป็นทหาร พรรคก้าวไกลเป็นห่วงและไม่สามารถที่จะเปลี่ยนแปลงเรื่องของการเกณฑ์ทหารได้ในช่วงระยะเวลานี้ แต่ถ้าก้าวไกลได้เป็นรัฐบาล อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงได้แต่ตอนนี้

ขอเรียกร้องให้ทุกเหล่าทัพทำงานให้เคารพสิทธิและข้อจำกัดทางด้านเสรีภาพของประชาชนที่จะเข้าไปอยู่ในค่ายทหารเต็มๆ 2 ปี โดยขอเรียกร้องให้สร้างความปลอดภัยจากการถูกละเมิดสิทธิมนุษยชน ผ่านกลไกการร้องทุกข์ ร้องเรียนผู้บังคับบัญชาทุกขั้นตอน

รวมถึงการแก้ไขพ.ร.บ.วินัยทหาร ที่ทำให้อำนาจที่มากเกินไปของผู้บังคับบัญชาถูกใช้อย่างถูกต้อง สร้างความมั่นคงทางด้านรายได้ที่เหมาะสม ทำให้การเสียภาษีทุกบาททุกสตางค์ของประชาชน ตกถึงมือทหารเกณฑ์ที่เท่าเทียมกัน รวมถึงการสร้างอนาคตให้ทหารเกณฑ์ หากต้องการเป็นทหารสัญญาบัตร เพื่อให้ได้มีเกียรติ

‘ภูมิธรรม’ สวน ‘วิรัช’ เพ้อฝันเปิดทาง ‘บิ๊กป้อม’ นั่งนายกฯ ซัดอย่าโหนกระแส

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/545629

27 มี.ค. 2566

'ภูมิธรรม' สวน 'วิรัช' เพ้อฝันเปิดทาง 'บิ๊กป้อม' นั่งนายกฯ ซัดอย่าโหนกระแส

‘ภูมิธรรม’ ถามกลับ ‘วิรัช’ ฝันกลางวัน ให้สัมภาษณ์ ‘ทักษิณ’ ยอม ‘บิ๊กป้อม’ เป็นนายกฯ ยืนยันไม่จับมือ พปชร. และพรรคร่วมรัฐบาล จับตา 4 เม.ย. รายชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี

เมื่อวันที่ 27 มี.ค. นายภูมิธรรม เวชยชัย รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีนายวิรัช รัตนเศรษฐ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ให้สัมภาณ์ ดร.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ยอมให้ พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ นั่งเก้าอี้นายกรัฐมนตรีคนที่ 30 ว่า สิ่งที่นายวิรัชพูดว่า อยากถามกลับว่า “ฝันกลางวันไปหรือเปล่า” พรรคเพื่อไทยโดยกรรมการบริหารพรรคไม่เคยมีมติเช่นนี้ วันนี้มั่นคงที่จะให้ได้คะแนนเสียงพรรคเดียวเพื่อต่อสู้กับอำนาจ สว. 250 เสียง ย้ำไม่เคยตกลงหรือประสานงานกับนายวิรัชหรือใครทั้งสิ้น ดังนั้นวันนี้พรรคเพื่อไทยเดินหน้าสไลด์อย่างเดียว และไม่สนับสนุนคนอื่นเป็นนายกรัฐมนตรี ไม่ร่วมมือพรรคพลังประชารัฐ เวลานี้ยังไม่มีมติใดๆทั้งสิ้น

“พรรคเพื่อไทยจะจับมือกับพรรคพลังประชารัฐหรือจับมือกับพรรคอื่นเป็นเรื่องเพ้อฝันทั้งสิ้น เป็นเรื่องที่อาจจะมีเจตนาดีที่ไม่เข้าใจและต้องการโหนความนิยมที่ประชาชนให้กับพรรคเพื่อไทยในขณะนี้ไปด้วยกัน” 

นายภูมิธรรม กล่าวว่า หากได้เกิน 310 เสียง ก็สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ และจะไม่ให้เก้าอี้นายกรัฐมนตรีกับใครเด็ดขาด แต่ทั้งหมดต้องได้เสียง 376 เสียง ถึงจะตั้งรัฐบาลได้ทันที ซึ่งยังไม่มั่นใจว่าจะได้ถึงจำนวนหรือไม่ จึงอาจจะมีความเป็นไปได้ที่เราอาจจะจับมือกับพรรคการเมืองอื่นในการจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งจะเป็นพรรคร่วมฝ่ายค้าน พรรคฝ่ายประชาธิปไตย แต่นโยบายของพรรคเพื่อไทยที่ได้รับเสียงสนับสนุนจากประชาชนต้องเป็นนโยบายหลัก ส่วนพรรคอื่นก็สามารถมาคุยกันและร่วมมือกันในนโยบายรองๆ และต้องไม่ขัดกับนโยบายพรรคเพื่อไทย ไม่ใช่เรื่องการมาต่อรองตำแหน่งหรือกระทรวง ถ้าจะทำให้เกินคะแนน 376 เสียง ซึ่งไม่กังวลใจเพราะอดีตพรรคเพื่อไทยเคยได้ 377 เสียงเพราะฉะนั้นวันนี้การเมืองเป็นเรื่องของการสร้างความฝันที่ไม่เกินความจริง 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าการจับมือพรรคร่วมรัฐบาลจะเป็นโจทย์สุดท้ายหรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวสั้นๆว่า “ถ้าเป็นไปได้ไม่จับแน่นอน” 

ส่วนการเปิดรายชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี จะชัดเจนช่วงเช้าวันที่ 4 เมษายน 2566 เพราะเป็นวันที่เริ่มต้นเปิดรับสมัครผู้สมัครแบบเขตและเป็นวันสุดท้ายที่กรรมการบริหารพรรคจะได้ประชุมกัน ซึ่งรายชื่อทั้ง 3 คน จะต้องขึ้นอยู่กับมติของกรรมการบริหารพรรคเป็นผู้เสนอเท่านั้น
ส่วนที่มีกระแสโจมตีแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีไม่ได้อยู่ในบัญชีรายชื่อ จะอยู่หรือไม่ก็ได้ หากบอกว่าพรรคเพื่อไทยเลือกคนนอกที่ไม่ได้ทำงานในระบบบัญชีรายชื่อ นายภูมิธรรม ชี้แจงว่า ระบบบัญชีรายชื่อของพรรคเพื่อไทยแตกต่างกับการได้มาของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เพราะของเราเป็นระบบที่เสนอต่อพี่น้องประชาชนทั่วทั้งประเทศ เพื่อให้ตัดสินใจ 

‘จุรินทร์’ มั่นใจ ทีมผู้สมัคร สส. กทม. เข้มแข็ง คว้าพื้นที่คืนได้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/545626

27 มี.ค. 2566

‘จุรินทร์’ มั่นใจ ทีมผู้สมัคร สส. กทม. เข้มแข็ง คว้าพื้นที่คืนได้

ประชาธิปัตย์ ถกทีมยุทธศาตร์ ย้ำ 29 มี.ค. นี้ กก.บห. เคาะผู้สมัครครบ 2 แบบ ‘จุรินทร์’ มั่นใจทีม กทม. เข้มแข็ง คว้าพื้นที่คืนได้ เปิด ลำโพงประชาธิปัตย์ ขับเคลื่อน 3 ทัพ สู้ศึกเลือกตั้ง66

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ก่อนการ ประชุมทีมยุทธศาสตร์พรรคปชป. โดยกล่าวถึงความคืบหน้าการคัดเลือกว่าที่ผู้สมัคร สส. ก่อนยื่นสมัครกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. ว่า พรรคมีความพร้อม โดยวันนี้เป็นวันสุดท้ายที่พรรคจัดทำไพรมารี่โหวตตามกฎหมาย ซึ่งจะได้รายชื่อผู้สมัครทั้งหมด ทั้งแบบแบ่งเขตและบัญชีรายชื่อ

เมื่อถามว่า การจัดลำดับบัญชีรายชื่อจะมีการพิจารณาอย่างไร นายจุรินทร์กล่าวว่า วันที่ 29 มีนาคมนี้ จะมีการประชุมกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งทั้งหมดจะได้ข้อยุติ โดยพรรคทำตามระเบียบกฎหมาย เหมือนที่เคยทำมาเพราะมีแนวปฏิบัติอยู่แล้ว 

ส่วนรายชื่อของผู้หญิงก็เป็นไปตามข้องบังคับและกฎหมาย พร้อมปฏิเสธตอบถึงการลงสมัคร สส.บัญชีรายชื่อ ของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ โดยบอกว่าเคยตอบไปแล้ว ขณะที่แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ก็มีชื่อเดียวตามที่คณะกรรมการบริหารพรรคมีมติ

ส่วนผลโพลล่าสุดที่ออกมา พื้นที่กรุงเทพมหานคร(กทม.) ทางพรรคประชาธิปัตย์จะหยิบยกยุทธศาสตร์อะไรเป็นพิเศษ นายจุรินทร์กล่าวว่า ไม่ขอตอบเพราะพูดไปแล้ว แต่พรรคได้จัด 3 ทัพ คือ ทัพหัวหน้าพรรค ทัพเลขาธิการพรรค และทัพอดีตหัวหน้าพรรค ที่จะขับเคลื่อนไปในพื้นที่ต่างๆทั่วประเทศ ช่วยรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง2566 อย่างมีเอกภาพ 

ซึ่งวานนี้(26มี.ค.2566) ได้มีการพูดคุยกับ นายชวน หลีกภัย นายบัญญัติ บรรทัดฐาน อดีตหัวหน้าพรรค และคนอื่นที่เกี่ยวข้อง ซึ่งทุกคนก็พร้อมเดินหน้าช่วยหาเสียงเลือกตั้งทั่วประเทศ

ทั้งนี้ ยอมรับว่าในการเลือกตั้งที่ผ่านมา พื้นที่กทม. พรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้ผู้แทนแม้แต่คนเดียว แต่รอบนี้มั่นใจว่าได้หลายคน ทั้งระบบบัญชีรายชื่อ และ สส.เขต โดยมีเสียงตอบรับจากคนในพื้นที่ บางคนก็บอกว่าขอโทษครั้งที่แล้วไม่ได้เลือกประชาธิปัตย์ แต่ครั้งหน้าจะช่วยเลือก ซึ่งก็ต้องขอบคุณ และถือว่าท่านคิดไม่ผิด เพราะประชาธิปัตย์เป็นพรรคการเมืองที่อยู่คู่กับประเทศ ไม่เคยทิ้งประชาชน ไม่ว่าภาคไหน ในยามทุกข์ยามสุข ทุกสิ่งที่ทำ เราคิดตั้งแต่ต้นจนจบ 

ทั้งการสรรหาบุคคล นโยบาย ที่นอกจากขับเคลื่อนประเทศไปข้างหน้าได้ แล้วยังมั่นใจได้ว่าเราไม่พาประเทศหลงทางแน่นอน และอยู่บนพื้นฐานกำหนดทิศทางนโยบายด้วยความรับผิดชอบต่ออนาคตคนไทยและประเทศ เพราะเราเป็นพรรคการเมืองที่ต้องอยู่ต่อไปไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ไม่ว่าจะรุ่งเรืองหรือตกต่ำ พิสูจน์มา 70 กว่าปีแล้ว นี่คือสิ่งที่คิดว่าทำให้คนไทยมั่นใจได้ สำหรับการที่จะมาช่วยสนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์

เมื่อถามว่า พื้นที่กรุงเทพฯ บางเขต ต้องมีการเปลี่ยนผู้สมัครกะทันหัน ซึ่งไม่เคยทำพื้นที่มาก่อน ต้องระดมกำลังเข้าไปช่วยเสริมอย่างไร นายจุรินทร์ บอกว่ามี 4 เขต ซึ่งได้ประกาศตัวไปแล้ว เมื่อ 27 มีนาคม บางคนอาจจะใหม่หน่อย แต่บางคนก็มีประสบการณ์ในพื้นที่แล้ว ไม่มีอะไรน่ากังวลเพราะพรรคลงไปช่วยหาเสียงเต็มที่ และทีมกรุงเทพก็เข้มแข็ง คิดว่าคนกรุงเทพฯ ก็คงประเมินได้ว่าสุดท้ายแล้วจะตัดสินใจอย่างไร ซึ่งเรายังมั่นใจแม้มีเวลาแค่ 2 เดือนที่เหลือ อีกทั้งคุณสมบัติผู้สมัครก็โดดเด่นทุกคน

ส่วนจะเตรียมตั้งรับอย่างไร เพราะศาลปกครองได้รับเรื่องร้องเรียนการแบ่งเขตของ กทม. นายจุรินทร์ กล่าวว่า ก็ต้องเป็นไปตามกฎหมาย ขณะนี้ทุกคนมีหน้าที่ปฏิบัติตามที่กกต.แบ่งเขต เป็นอย่างอื่นไม่ได้ จนกว่าจะมีอะไรเปลี่ยนแปลงก็เป็นเรื่องของอนาคต แต่ถ้าไปรออนาคตว่าจะเปลี่ยนเขตอีกหรือไม่ แล้วค่อยตัดสินใจ ทำไม่ได้ วันนี้สะท้อนให้เห็นว่าประชาธิปัตย์พร้อม แม้ว่ากกต. จะเปลี่ยนแปลงเขตในกรุงเทพฯ แต่พรรคประชาธิปัตย์เป็นพรรคแรกที่ประกาศว่าพร้อมสู้ทุกกติกา พร้อมส่งผู้สมัครครบทั้ง 33 เขต และไม่ได้ออกไปโวยวายอะไร หรือฟ้องร้องกกต. หรือทำอะไรให้เกิดความขัดข้องใจ แต่ยินดีปฏิบัติตามกฎหมาย และทุกกติกา นี่คือจุดยืนที่ชัดเจน

สำหรับนโยบายสร้างชาติที่เหลืออยู่จะเปิดตัวเมื่อไรนั้น นายจุรินทร์ กล่าวว่า เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม ตอนนี้สร้างเงินสร้างคน ก็จะทยอยเปิด พร้อมกล่าวติดตลกว่า วันนี้เป็นการประชุมภายใน หรือ “ลำโพงประชาธิปัตย์” ซึ่งหมายความว่าผู้ที่มาร่วมประชุมวันนี้จะเป็นผู้ที่นำนโยบายของพรรค ยุทธศาสตร์พรรค ไปขยายผลและขับเคลื่อนต่อไปยังสื่อต่างๆ และขยายผลไปทั่วประเทศ โดยการสื่อสารจะได้ตรงกันทั้งหมด สะท้อนให้เห็นว่าพรรคประชาธิปัตย์พร้อมแล้วสำหรับการก้าวเข้าสู่การเลือกตั้ง

‘ปชป.’ ขอโอกาส ชาวกทม. ‘องอาจ’ ไม่หวั่นโพลพรรคยังตามหลัง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/545623

27 มี.ค. 2566

'ปชป.' ขอโอกาส ชาวกทม. ‘องอาจ’ ไม่หวั่นโพลพรรคยังตามหลัง

‘ปชป.’ขอโอกาสชาวกทม.‘องอาจ’ไม่หวั่นโพลพรรคยังตามหลัง ผู้สมัคร สส. กทม.ยังคงมุ่งมั่นทำงานหนักเพื่อปักธงชัยใน กทม. ให้ได้

นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่รับผิดชอบพื้นที่ กทม. กล่าวถึงผลสำรวจความนิยมของประชาชนใน กทม. โดยนิด้าโพล ที่พรรคประชาธิปัตย์ยังตามหลังพรรคการเมืองอื่นว่า พร้อมรับฟังเสียงสะท้อนจากประชาชนคน กทม. ผ่านการทำโพล เพื่อนำข้อมูลมาใช้ประโยชน์ในการทำงานให้เปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดียิ่งขึ้น

ผลสำรวจผ่านการทำโพลก็มีขึ้นมีลงไปตามช่วงเวลาที่ทำโพล อย่างไรก็ดีพบว่าการเลือกตั้งในพื้นที่ กทม. ในอดีตที่ผ่านมา ความคิดเห็นของประชาชนต่อการใช้สิทธิลงคะแนนเสียงเลือกตั้งมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา บางครั้งเกิดการเปลี่ยนแปลงชั่วข้ามคืน เมื่อมีข้อมูลใหม่มาประกอบการตัดสินใจเพิ่มมากขึ้น

ถึงแม้ผลสำรวจของนิด้าโพลในพื้นที่ กทม. พรรคประชาธิปัตย์ ยังตามหลังพรรคการเมืองอื่นอีก 3 พรรค เราไม่หวั่นไหว ผู้สมัคร สส. กทม. ของพรรค ยังคงมุ่งมั่นทำงานหนักเพื่อปักธงชัยใน กทม. ให้ได้

ทีมผู้สมัคร สส. กทม. ของพรรคประชาธิปัตย์ ทีมผู้สมัคร สส. กทม. ของพรรคประชาธิปัตย์

ขณะนี้ผู้สมัครของพรรคประชาธิปัตย์ เร่งลงพื้นที่พบปะพี่น้องประชาชนอย่างเต็มที่ นำนโยบายที่ตอบโจทย์คน กทม. ไปนำเสนอให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งรับรู้เนื้อหาสาระให้ทั่วถึงทุกพื้นที่ พร้อมยืนยันถึงความตั้งใจจริงในการเสนอตัวอาสามารับใช้ประชาชนคน กทม. โดยไม่ย่อท้อต่อปัญหาอุปสรรคใดๆ

จากการลงพื้นที่อย่างต่อเนื่องพบว่า เสียงตอบรับจากชาวบ้านเพิ่มมากขึ้น ทำให้เชื่อมั่นว่า พรรคประชาธิปัตย์จะได้รับโอกาสให้กลับมารับใช้คน กทม. ต่อไปอย่างแน่นอน

ทีมผู้สมัคร สส. กทม. ของประชาธิปัตย์ทีมผู้สมัคร สส. กทม. ของประชาธิปัตย์

ผลเลือกตั้งนายกอบจ.สระแก้ว “ฐานิสร์ เทียนทอง” ชนะขาดลอย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/545624

จีรพงษ์ ประเสริฐพลกรัง

27 มี.ค. 2566

ผลเลือกตั้งนายกอบจ.สระแก้ว “ฐานิสร์ เทียนทอง” ชนะขาดลอย

สรุปผลเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสระแก้ว “ฐานิสร์ เทียนทอง” ชนะขาดลอย ตามคาด ท่ามกลางจำนวนผู้ใช้สิทธิ์ไม่ถึงครึ่ง

ผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการ การเมืองระดับจังหวัดที่สระแก้วเพิ่งเสร็จสิ้นลงไปหมาดๆเมื่อวันอาทิตย์ที่ 26 มีนาคม 2566 กับการชิงเก้าอี้ “นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสระแก้ว” หรือ นายกอบจ.สระแก้ว 

ผลปรากฏว่า “นายฐานิสร์ เทียนทอง” ผู้สมัครเบอร์ 2 ชนะด้วยคะแนนขาดลอย แสดงถึงพลังของ “ตระกูลเทียนทอง” ยังคงเหนียวแน่นในพื้นที่จังหวัดสระแก้ว เพราะนายกอบจ.คนก่อนหน้านี้คือ “นางขวัญเรือน เทียนทอง” ที่ลาออกจากตำแหน่ง มีผลตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา จึงทำให้เกิดการเลือกตั้งนายกอบจ.สระแก้วคนใหม่ในครั้งนี้

โดยการเลือกตั้งครั้งนี้มีผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นนายก อบจ.สระแก้ว จำนวน 4 คน ประกอบด้วย นางอัคลีมา คลังเพชร เบอร์ 1 , นายฐานิสร์ เทียนทอง เบอร์ 2 , นายบรรจง โพธิ์คำ หมายเลข 3 และนายวราวุธ สุวิทยพันธุ์ หมายเลข 4 โดยจัดให้มีการลงคะแนนเลือกตั้งในวันอาทิตย์ที่ 26 มีนาคม 2566 ตั้งแต่เวลา 08.00-17.00 น.

สำหรับผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการ ภายหลังมีการนับคะแนนและปิดหีบหลังเวลา 17.00 น. มีผลดังนี้

  • นายฐานิสร์ เทียนทอง เบอร์ 2 ได้ 131,999 คะแนน
  • นางอัคลีมา คลังเพชร เบอร์ 1 ได้ 38,707 คะแนน
  • นายบรรจง โพธิ์คำ หมายเลข 3 ได้ 3,548 คะแนน
  • นายวราวุธ สุวิทยพันธุ์ หมายเลข 4 ได้ 1,950 คะแนน
  • ผู้ไม่ประสงค์ลงคะแนนมีจำนวน 17,623 คน
  • บัตรเสีย 9,665 คน 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าการเลือกตั้งครั้งนี้คอนข้างจะเงียบเหงา เพราะมีผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งเพียง 47.26% ของผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งทั้งหมด 430,852 คน จำนวนหน่วยเลือกตั้ง 799 หน่วย 

สำหรับประวัติคร่าวๆของ “ฐานิสร์ เทียนทอง” ประกอบธุรกิจในจังหวัดสระแก้ว และได้รับแต่งตั้งเป็นประธานหอการค้าจังหวัดสระแก้ว ในระหว่างปี พ.ศ. 2538-พ.ศ. 2539 

จากนั้นมาจึงได้เข้ามาทำงานการเมือง โดยการเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสระแก้ว ในสังกัดพรรคความหวังใหม่ พรรคไทยรักไทย และพรรคประชาราชตามลำดับ โดยได้รับตำแหน่งเลขาธิการพรรคประชาราช

ต่อมาในเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2554 ได้ย้ายไปร่วมงานกับพรรคเพื่อไทย พร้อมกับ ตรีนุช เทียนทอง สรวงศ์ เทียนทอง และสมาชิกพรรคประชาราชอีกจำนวนหนึ่ง และในปี  2561 ฐานิสร์ได้ย้ายมาร่วมงานกับ พรรคพลังประชารัฐ


ฐานิสร์ เคยได้รับตำแหน่งที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย คือ นายเสนาะ เทียนทอง เคยเป็นที่ปรึกษาของ นายสุขวิช รังสิตพล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เคยเป็นที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (สรอรรถ กลิ่นประทุม) และที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรี (สุวิทย์ คุณกิตติ) 

และได้รับโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ในรัฐบาลของนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ต่อมาได้ปรับไปรับตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม (ครม.ยิ่งลักษณ์ 3) กระทั่งได้รับโปรดเกล้าฯ ให้พ้นจากความเป็นรัฐมนตรีในเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2556

‘ประชาธิปัตย์’ ผลักดัน ‘นโยบายพลังงานสะอาด’ ลดก๊าซเรือนกระจก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/545620

27 มี.ค. 2566

'ประชาธิปัตย์' ผลักดัน 'นโยบายพลังงานสะอาด' ลดก๊าซเรือนกระจก

ดร.สามารถ คลี่ปมค่าไฟฟ้าแพง เหตุปล่อยให้เกิดชนผลิตไฟฟ้าสำรองสูงเกินความต้องการ ‘ประชาธิปัตย์’ เสนอ ‘นโยบายพลังงานสะอาด’ ลดโลกร้อน ลดก๊าซเรือนกระจก ต้องทำเพื่อลูกหลานแม้ใช้เวลานาน

ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เข้าร่วมเสวนา ”ชวนพรรคร่วมคิด: ให้พลังงานเป็นมิตรต่อโลก ไปกับความต้องการของประชาชน” ในงาน “Energy เอเนอจิ้น : จินตนาการเพื่อพลังงานที่เป็นมิตรต่อชีวิตและโลก” ซึ่งจัดขึ้นค่ำวานนี้ (26 มี.ค.) ที่บริเวณลานด้านหน้าหอศิลป์กรุงเทพฯ ซึ่งงานเสวนาดังกล่าว มีการสำรวจความคิดเห็นของประชาชน “นโยบายพลังงานที่ประชาชนต้องการและพรรคการเมืองต้องทำ” เพื่อนำมาเป็นหัวข้อสำหรับพูดคุยบนเวทีเสวนาดังกล่าว จากผลสำรวจพบว่า เรื่องการกำหนดค่าไฟฟ้าให้เหมาะสม เป็นสิ่งที่พี่น้องประชาชนต้องการมากที่สุด

ทางออกปรับค่าไฟฟ้าสูงเกินจริง

โดย ดร.สามารถ ได้แสดงความเห็นด้วยกับผลสำรวจดังกล่าว พร้อมกับชี้ให้เห็นถึงสาเหตุที่ค่าไฟฟ้ามีราคาแพง กรณีค่าไฟฟ้าภาคครัวเรือนเมื่อรวมค่าไฟฟ้าฐาน ค่าไฟฟ้าผันแปร ค่าบริการและภาษีมูลค่าเพิ่ม พบว่ามีราคาหน่วยละประมาณ 5.40 บาท เป็นเพราะเรามีกำลังผลิตไฟฟ้าสำรองสูงเกินไป สูงเกินความต้องการ ซึ่งเกิดจากเราได้พยากรณ์ความต้องการเรื่องการใช้ไฟฟ้าไว้สูงเกินความเป็นจริง ทำให้เราต้องจ่ายค่าพร้อมจ่ายให้แก่โรงไฟฟ้าเอกชนไม่ว่าเขาจะผลิตหรือไม่ก็ตาม เนื่องจากได้มีการลงทุนสร้างโรงไฟฟ้าแล้ว และต้องเสียค่าบำรุงรักษา

พร้อมกับได้เสนอแนวทางการปรับราคาไฟฟ้าดังนี้ 

1.ทบทวนการพยากรณ์ความต้องการของไฟฟ้าให้ใกล้เคียงความเป็นจริงมากที่สุด โดยเผื่อไว้ประมาณ 15% เท่านั้น ซึ่งจะทำให้ลดค่าพร้อมจ่ายที่ต้องเสียให้กับโรงไฟฟ้าเอกชนได้ 

2.ส่งเสริมให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยผลิตไฟฟ้าให้มากขึ้น โดยคิดเป็นสัดส่วนไม่น้อยกว่า 50% เพราะจะมีราคาถูกกว่าของเอกชน 

3.ส่งเสริมการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน ซึ่งเป็นพลังงานสะอาด เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ลดการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล เช่น ส่งเสริมการติดแผงโซล่าร์บนหลังคา (Solar- Rooftop) ซึ่งปัจจุบันยังมีราคาแพง หากต้องการไฟ 5 กิโลวัตต์ ต้องจ่ายค่าติดตั้ง ค่าแบตเตอรี่ รวมแล้วประมาณ 4 แสนบาท

เวทีเสวนา ”ชวนพรรคร่วมคิด: ให้พลังงานเป็นมิตรต่อโลก ไปกับความต้องการของประชาชน” ในงาน “Energy เอเนอจิ้น : จินตนาการเพื่อพลังงานที่เป็นมิตรต่อชีวิตและโลก”เวทีเสวนา ”ชวนพรรคร่วมคิด: ให้พลังงานเป็นมิตรต่อโลก ไปกับความต้องการของประชาชน” ในงาน “Energy เอเนอจิ้น : จินตนาการเพื่อพลังงานที่เป็นมิตรต่อชีวิตและโลก”

ด้วยเหตุนี้ รัฐบาลจึงจำเป็นต้องหาทางช่วยลดค่าใช้จ่ายเรื่องการติดตั้งแผงโซลาร์บนหลังคา และทำให้แบตเตอรี่สำหรับเก็บพลังงานไฟฟ้ามีราคาถูกลง พร้อมกับกำหนดรูปแบบการรับซื้อไฟฟ้าจาก Solar Rooftop ภาคประชาชน โดยพยายามหาทางปรับรูปแบบจาก Net Billing เป็น Net Metering แต่จะต้องชี้แจงข้อทักท้วงเรื่องความเป็นธรรมให้ได้ ทั้งนี้ เพื่อนำประเทศไปสู่การใช้พลังงานสะอาดให้มากที่สุด

ไทยปล่อยก๊าซเรือนกระจกอันดับ 19 ของโลก

พร้อมกับเพิ่มเติมว่านอกจากเรื่องดังกล่าว เราก็ไม่ควรมองข้ามเรื่องการลดคาร์บอนตามความต้องการของโลกด้วย เพราะขณะนี้ประเทศไทยเป็นประเทศที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูงเป็นอันดับที่ 19 ของโลก จาก 197 ประเทศ และจากการประชุมสมัชชาประเทศภาคีอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (COP) มีเป้าหมายในการควบคุมไม่ให้อุณหภูมิเฉลี่ยของโลกเพิ่มขึ้นเกิน 1.5 องศาเซลเซียส โดยจะต้องลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

ประชาธิปัตย์ ผลักดันนโยบายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 10 ด้าน ได้แก่

1. ด้านพลังงาน

  • สนับสนุนการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน ซึ่งเป็นพลังงานสะอาด เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ลดการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล
  • สนับสนุนการศึกษา วิจัย พัฒนาเทคโนโลยีด้านพลังงานหมุนเวียน
  • สนับสนุนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า พร้อมทั้งสนับสนุนให้มีจุดชาร์จไฟสำหรับยานยนต์ไฟฟ้าอย่างกว้างขวาง
  • ส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน
  • ส่งเสริมการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อบริหารจัดการการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ เช่น แอปพลิเคชันบริหารจัดการเครื่องปรับอากาศอัจฉริยะผ่านโทรศัพท์มือถือ เป็นต้น
  • สนับสนุนนวัตกรรมการออกแบบและก่อสร้างอาคารประหยัดพลังงาน และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
  • บรรจุหลักสูตรการอนุรักษ์พลังงานในการเรียนการสอน
  • ส่งเสริมบทบาทขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องค์กรเอกชน และภาคประชาชนในการอนุรักษ์พลังงาน

2. ด้านการพัฒนาเศรษฐกิจ

สนับสนุนเศรษฐกิจสีเขียว ซึ่งเป็นการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ลดการสูญเสีย

3. ด้านการพัฒนาเมือง

สนับสนุนให้เกิดเมืองคาร์บอนต่ำ (Low Carbon City) หรือเมืองอัจฉริยะ (Smart City) ที่มีการวางผังเมือง ระบบจราจร การออกแบบก่อสร้างอาคารบ้านเรือนโดยคำนึงถึงการประหยัดพลังงาน การใช้พลังงานหมุนเวียน การกำจัดขยะอย่างมีประสิทธิภาพ ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

4. ด้านการผลิตสินค้า

สนับสนุนการให้ความใส่ใจต่อสินค้าครบทั้งวงจร ตั้งแต่การจัดหาวัตถุดิบ กระบวนการผลิต บรรจุภัณฑ์ การขนส่ง การใช้งาน และการกำจัดเมื่อหมดอายุ โดยทุกขั้นตอนจะต้องปล่อยก๊าซเรือนกระจกน้อยที่สุด

5. ด้านอุตสาหกรรม กระบวนการอุตสาหกรรม และการใช้ผลิตภัณฑ์

  • ส่งเสริมการใช้ซีเมนต์ไฮดรอลิก
  • สนับสนุนการปรับเปลี่ยนสารทำความเย็น

6. ด้านการเกษตร และพื้นที่สีเขียว

  • สนับสนุนให้มีการปรับปรุงการทำนาข้าวเพื่อลดการปล่อยก๊าซมีเทน
  • สนับสนุนการใช้มูลสัตว์ผลิตก๊าซชีวภาพ
  • ส่งเสริมการปลูกป่าธรรมชาติ/ป่าเศรษฐกิจ
  • ส่งเสริมการเพิ่มพื้นที่สีเขียวในเมือง และในชนบท
  • รณรงค์ป้องกันการบุกรุกทำลายป่า
  • ด้านเทคโนโลยี

ส่งเสริมการพัฒนา “เทคโนโลยี CCUS” ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ช่วยดักจับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ เพื่อใช้ในทางอุตสาหกรรม หรือเก็บไว้ใต้พื้นดิน ไม่ปล่อยเป็นมลภาวะออกสู่ชั้นบรรยากาศ

8. ด้านการกำจัดขยะ

  • นำขยะมาผลิตพลังงาน (Waste to Energy) ให้ขยะเหลือเป็นศูนย์ (Zero Waste)
  • สนับสนุนแนวทาง 3R (Reuse – Reduce – Recycle) เพื่อลดปริมาณขยะ

9. ด้านคาร์บอนเครดิต

สนับสนุนตลาดคาร์บอนเครดิต เพื่อลดก๊าซเรือนกระจก โดยใบรับรองคาร์บอนเครดิต สามารถซื้อขายได้โดยผ่านแพลตฟอร์ม

10. ด้านกฎหมาย

จะผลักดัน (ร่าง) พระราชบัญญัติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

“พรรคประชาธิปัตย์มั่นใจว่าถ้าเราได้มีโอกาสนำนโยบายเหล่านี้มาใช้ ประเทศไทยจะสามารถลดก๊าซเรือนกระจกลงได้อย่างแน่นอน เพราะเราตระหนักอยู่เสมอว่าการลดโลกร้อนเป็นการทำเพื่อลูกหลาน แม้ว่าจะต้องใช้เวลานานก็ตาม แต่ถ้าเราทำทุกวันไม่มีวันหยุด ทำอย่างต่อเนื่อง ความสำเร็จจะรออยู่ข้างหน้า” ดร.สามารถ กล่าว

ดร.สามารถ เสนอ นโยบายพลังงานสะอาด พรรคประชาธิปัตย์ดร.สามารถ เสนอ นโยบายพลังงานสะอาด พรรคประชาธิปัตย์

สอศ.คิกออฟ’1วิทยาลัย1ครูอนามัย สร้างHEROอาชีวะ’ มุ่งสร้างความปลอดภัยในสถานศึกษา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/717412

สอศ.คิกออฟ'1วิทยาลัย1ครูอนามัย สร้างHEROอาชีวะ' มุ่งสร้างความปลอดภัยในสถานศึกษา

สอศ.คิกออฟ’1วิทยาลัย1ครูอนามัย สร้างHEROอาชีวะ’ มุ่งสร้างความปลอดภัยในสถานศึกษา

วันอังคาร ที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2566, 22.02 น.

เมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2566 ที่วิทยาลัยอาชีวศึกษาปทุมธานี จังหวัดปทุมธานี น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เป็นประธานในพิธีการสัมมนาเชิงปฏิบัติการ โครงการ “1 วิทยาลัย 1 ครูอนามัย สร้าง HERO อาชีวะ” โดยมี ว่าที่ร้อยตรี ธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (เลขาธิการ กอศ.) และคณะผู้บริหาร สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ผู้อำนวยการวิทยาลัย ครู และนักเรียน นักศึกษา ในสังกัด สอศ.พร้อมด้วยผู้บริหารจากกรมสุขภาพจิต กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เข้าร่วม

น.ส.ตรีนุช กล่าวตอนหนึ่ง ว่า รัฐบาลให้ความสำคัญอยากให้เด็กไทยทุกคนมีสภาพร่างกาย สภาพจิตใจ ที่เข้มแข็ง ศธ.ได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องผลักดันให้มี โครงการ “1 โรงเรียน 1 ครู อนามัย” โดยตั้งเป้าว่าในปีนี้ โรงเรียนในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน จะต้องมีครูอนามัยประจำโรงเรียนให้ได้ 2,000 แห่ง และเด็กไทยมีความรู้พื้นฐานในการช่วยชีวิตเบื้อต้นได้จำนวน 1 ล้านคน และสำหรับในส่วนของวิทยาลัยในสังกัด สอศ.นอกจากจะให้ทุกวิทยาลัยอาชีวะฯมีครูอนามัยประจำวิทยาลัยทุกแห่งแล้ว ศธ.ตั้งเป้าสร้างฮีโร่อาชีวะ และให้ความรู้ครูและเรียนนักศึกษาเข้าใจเรื่องการดูแลสุขภาพตนเองได้อย่างเหมาะสม และสามารถทำ CPR เป็น ตามนโยบายสถานศึกษาปลอดภัย และมีจิตอาสาช่วยเหลือสังคม

ด้าน ว่าที่ร้อยตรี กล่าวว่า การจัดโครงการ “1 วิทยาลัย 1 ครูอนามัย สร้าง HERO อาชีวะ” มีวัตถุประสงค์เพื่อฝึกทักษะนักเรียน นักศึกษาให้สามารถปฐมพยาบาล ให้สามารถช่วยเหลือผู้ที่หยุดหายใจหรือหัวใจหยุดเต้นได้ (Cardiopulmonary Resuscitation : CPR) และพัฒนาศักยภาพผู้บริหาร ครู ให้สามารถดูแล ให้คำปรึกษา ช่วยเหลือ ผู้เรียน ด้านสุขภาพกาย สุขภาพจิต และสุขภาพสังคมได้ โดยแนวทาง กระทรวงศึกษาธิการให้ความสำคัญถึงความปลอดภัยของผู้เรียนอาชีวศึกษา กำหนดเป็นนโยบายด้านการจัดการศึกษาเพื่อความปลอดภัย ให้มีรูปแบบ วิธีการ หรือกระบวนการในการดูแลช่วยเหลือนักเรียน นักศึกษา เกิดการเรียนรู้อย่างมีคุณภาพ มีความสุข และได้รับการปกป้อง คุ้มครอง ความปลอดภัยทั้งด้านร่างกาย และจิตใจ รวมถึงการเสริมสร้างทักษะให้ผู้เรียน มีความสามารถ ในการดูแลตนเองจากภัยอันตรายต่างๆ ท่ามกลางสภาพแวดล้อมทางสังคม ภายใต้หลัก 3 ป “ป้องกัน ปลูกฝัง และปราบปราม” เพื่อเป้าหมายของการจัดการศึกษา มุ่งเน้นการพัฒนาคุณภาพของผู้เรียนเป็นสำคัญ

“สอศ.จึงเร่งสร้างความปลอดภัยในสถานศึกษาอันนำไปสู่ “สถานศึกษาแห่งความสุข” ภายใต้นโยบายเสริมสร้างอาชีวศึกษาปลอดภัย สร้างความร่วมมือกับสาธารณสุขในพื้นที่เพื่อสร้าง 1 วิทยาลัย 1 ครูอนามัย สร้าง HERO อาชีวะ โดยมีบันทึกข้อตกลงความร่วมมือโครงการคู่เครือข่ายดูแลจิตใจ ก้าวสู่คนไทยคุณภาพ ระหว่างสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กับกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข เพื่อให้สถานศึกษามีการคัดกรองและดูแลช่วยเหลือผู้เรียนที่เหมาะสมและบูรณาการกับระบบสาธารณสุข พร้อมทั้งกำหนดโครงสร้าง บทบาทหน้าที่ครูอนามัย (ครูสวัสดิการนักเรียน นักศึกษา) และผู้ช่วยครูอนามัย (นักเรียน นักศึกษา) ในกรอบแนวคิด 4 คานงัด (MIDA) ได้แก่  M = MISSION : กำหนดที่มาและภารกิจงานของครูอนามัยและจิตอาสาอนามัยในสถานศึกษา I = Implement : มีรูปแบบการขับเคลื่อนและประสานงานระหว่างสถานศึกษากับหน่วยงานสาธารณสุข D = Development : มีแผนการผลิตและพัฒนาทักษะความรู้ความสามารถของครูอนามัยและจิตอาสาอนามัย และ A = Activities : มีแผนงานโครงการกิจกรรมของงานอนามัย” เลขาธิการ กอศ.กล่าว

– 006