‘ศรัณย์วุฒิ’อัด ประชาธิปไตยจอมปลอม มอง แลนด์สไลด์ ทำไม่ได้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/545531

25 มี.ค. 2566

'ศรัณย์วุฒิ'อัด ประชาธิปไตยจอมปลอม มอง แลนด์สไลด์ ทำไม่ได้

‘วันวิชิต’ มองภาพการเมือง ภูมิใจไทย เข้าวินที่ 1 ฝ่ายอนุรักษ์นิยม แต่ใช้บริการ สว.ไม่ได้ ‘ศรัณย์วุฒิ’อัด ฝ่ายประชาธิปไตยจอมปลอม เผยความหลัง อภิปราย พล.อ.ประวิตร ไม่ได้ ชี้ แผน แลนด์สไลด์ ทำไม่ได้จริง

สถานการณ์การเมืองช่วงเข้าสู่โหมดเลือกตั้ง ปรากฏการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นคือการย้ายพรรคการเมือง ทั้งกลุ่มสามมิตรเข้าเพื่อไทย ฝ่ายตรงข้ามย้ายไปอนุรักษ์นิยม สส.หลายคนย้ายไปพรรคฝ่ายตรงข้าม ทำให้เกมการเมืองครั้งนี้ดูซับซ้อนและน่าติดตาม


รายการคมชัดลึก เนชั่นทีวี ได้เปิดประเด็นพูดคุย เกมลึกสลับขั้ว เตะตัดขาฝ่ายตรงข้ามเพื่อวิเคราะห์สถานการณ์ที่เกิดขึ้นกับการย้ายสลับขั้วครั้งนี้ 

รายการคมชัดลึก เนชั่นทีวี พูดคุยประเด็น เกมลึกสลับขั้ว เตะตัดขาฝ่ายตรงข้าม
ผศ.ดร.วันวิชิต บุญโปร่ง 
อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต มองการเข้าร่วมงานของ พล.อ.ธรรมรักษ์ อิศรางกุล ณ อยุธยา ด้วยความที่ร้างราวงการการเมืองไปหลายปี ส่วนตัวเชื่อว่าท่านไม่มีของ ในการที่จะไปดูแลพื้นที่ภาคอีสาน ด้วยวัย ด้วยปัจจัยต่างๆ สมรภูมิการสู้รบในภาคอีสานเปลี่ยนไปไกล นอกจากตัวพรรคการเมือง ตัวปัจเจกบุคคลที่ไหลเข้าไหลออก การที่พล.อ.ธรรมรักษ์ เปิดตัวช่วย พล.อ.ประวิตร เป็นภาพที่พลังประชารัฐกำลังรีแบรนด์หลายๆอย่าง

ผศ.ดร.วันวิชิต บุญโปร่ง อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิตผศ.ดร.วันวิชิต บุญโปร่ง อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต

ส่วนผสมในพลังประชารัฐ เรียกว่ามีความหลากหลาย พล.อ.ธรรมรักษ์ เคยมีความใกล้ชิดนายทักษิณ ชินวัตร มีนายสกลธี ภัททิยกุล มีนายอุตตม สาวนายน ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า กลุ่มบ้านใหญ่ต่างๆ การทำแบบนี้เป็นการเตรียมการสำหรับ พล.อ.ประวิตร ที่มีธงในการก้าวข้ามความขัดแย้ง การใช้แบบความสงบจบลงที่ พล.อ.ประยุทธ์ ใช้ไม่ได้แล้ว 

และภาพของพล.อ.ประยุทธ์เป็นแบรนด์ที่แข็งกร้าว พร้อม ปะ ฉะ ดะ ไม่สามารถสร้างความสงบสุขได้ แต่ภาพพล.อ.ประวิตร การนไส่วนผสมทั้งคนเก่าคนแก่ มีประโยชน์หรือไม่มีประโยชน์ทางการเมือง แต่ได้ภาพความหลากหลาย และภาพของ น.ส.ภัสราวลี ธนกิจวิบูลย์ผล หรือน้องมายด์ อดีตแกนนำคณะราษฏร 2563 ที่ไปสัมภาษณ์ พล.อ.ประวิตร ถามว่าทีมงานพรรคทราบหรือไม่ว่าใครจะมาจะสัมภาษณ์ ซึ่งเชื่อว่าได้มีการประเมินความคุ้มค่าทางการเมืองแล้ว การตอบเป็นการตอบแบบผู้ใหญ่ เป็นการต้องการภาพเปรียบเทียบ เทียบเคียง ในทางตรงข้ามถ้าเปลี่ยนคนนั่งเป็นพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ส่วนตัวคิดว่า พล.อ.ประยุทธ์ไม่น่าจะมีความอดทน ที่จะตอบอะไรแบบนี้ ภาพที่ต้องการตอนนี้คือการชิงเป็นที่1 ในขั้วอนุรักษ์นิยมด้วยกัน 

'ศรัณย์วุฒิ'อัด ประชาธิปไตยจอมปลอม มอง แลนด์สไลด์ ทำไม่ได้
การวิเคราะห์ทางการเมืองในขณะนี้ ฝ่ายอนุรักษ์นิยม ถ้าตัดภูมิใจไทยออกไป ในระดับสส.เขต ของสามพรรคใหญ่ฝ่ายอนุรักษ์นิยม ภูมิใจไทย พลังประชารัฐ รวมไทยสร้างชาติ การเลือกตั้งเอา สส.เขต หรือคิดคะแนน สส.บัญชีรายชื่อ คิดว่าภูมิใจไทยมาเป็นที่ 1 เพียงแต่ว่า ภูมิใจไทยไม่สามารถเข้าถึงบริการของ สว. ได้  ดังนั้น สว. จะยอมแค่ผู้นำ 2 พรรค คือ พล.ประวิตร กับ พล.อ.ประยุทธ์ ซึ่งภูมิใจไทยก็รู้ดี และการที่พยายามหาทางลงให้สว.แบบสุดโต่ง ต้องพล.อ.ประยุทธ์เท่านั้น แต่ในเรื่องของพล.อ.ประวิตร ไม่ได้แสดงออกเท่านั้นเอง

ดังนั้นถ้าคะแนนฝ่ายอนุรักษ์นิยมอยู่ในระดับที่ใกล้เคียงกัน พล.อ.ประวิตรก็อยู่ในเงื่อนไขที่ได้เปรียบ ในข้อแม้อย่างน้อยเสียงต้องมากกว่ารวมไทยสร้างชาติ ไม่มากกว่าภูมิใจไทยอาจจะมีเงื่อนไขการต่อรอง ที่ว่า นุทินไม่มีเสียง สว. ยกเว้น อนุทินต่อสู้ว่ามีเสียงจากประชาชน อันนั้นก็ต้องไปสร้างความชอบธรรมกับกระแสสังคมให้มากดดันอีกที 
 

ในการมองกลุ่มสามมิตร อ.วันวิชิตวิเคราะห์ว่าอยู่ในภาวะกล้ำกลืน กินน้ำใต้ศอก เพราะว่ากระทรวงที่รับผิดชอบไม่ว่าจะเป็นยุติธรรม หรือ อุตสาหกรรม ไม่ได้เป็นกระทรวงที่หมายปอง การอยู่ตามมารยาท 4 ปี การที่นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ พูดมานั้นอาจจะถูกครึ่งเดียว วิธีการทำงาน การเตะตัดขา ไม่ได้ไปในทิศทางเดียวกัน ประกอบกับ 2 คน นายสุริยะ และ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน ไม่มีประสบการณ์การอยู่ภายใต้หัวหน้าหรือผู้นำกองทัพมาก่อน วิธีคิดแบบข้าราชการ ทั้ง 2 คนอยู่กับนักเลือกตั้งมาทั้งชีวิต 


การที่กลุ่มสามมิตรมีภาพอยู่ฝ่ายไหนเป็นรัฐบาลตลอด จะเป็นตัวบ่งชี้ได้หรือไม่ว่า เพื่อไทยมีดอกาสชนะการเลือกตั้ง การย้ายพรรค เป็นการมองเห็นโอกาสที่จะชนะ วรรคทองของนายสมศักดิ์ที่ว่า อยู่กับฝ่ายรัฐบาลตลอด แต่คนที่ย้ายไปพรคอื่นๆก็มีแสงในตัวเช่นกัน จึงเป็นรการสู้กับความเชื่อของตัวเอง 


ในกรณีคนในพรรคเดิม โดยเฉพาะการที่อยู่มานาน แล้วมีการย้ายออกจากพรรคนั้นๆ อ.วันวิชิต มองว่า การที่คนที่อยู่พรรคมานานๆและไม่คิดจะเปลี่ยนแปลงหรือเปลี่ยนใจไปอยู่กับฝ่ายตรงข้าม ย่อมมีน้ำหนัก หรือมีวาระซ่อนเร้นมีออฟชั่นพิเศษ จนต้องก้าวออกไปหรือไม่ เป็นทฤษฏีสมคบคิด ซึ่งคนที่อยู่มานาน ย่อมมีน้ำหนักกากกว่าคนที่เป็นไม้เบื่อไม้เมาเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว 

นายศรัณวุฒิ ศรัณย์เกตุ สมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติ
นายศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ 
สมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติ เป็นหนึ่งในบุคคลที่ย้ายข้ามขั้ว ได้บอกถึงโอกาสการแลนด์สไลด์ของเพื่อไทยว่า คงไม่แลนด์สไลด์ เพราะเพื่อไทยไม่น่าจะเหมือนเดิมเท่าไหร่ การประกาศแลนด์สไลด์ กลัวว่าเลือดจะไม่หยุดไหลมากกว่า การที่มองว่ามีบุคคลระดับรัฐมนตรีย้ายเข้าร่วมและประเมินว่าจะได้เป็นรัฐบาล คงจะต้องคิดใหม่ การจะแลนด์สไลด์เป็นเรื่องที่ยากมาก การที่นายสมศักดิ์ระบุว่า อยู่กับฝ่ายเป็นรัฐบาลมาตลอด แต่ในความเป็นจริง นายสมศักดิ์เคยอยู่พรรคมัชฌิมาธิปไตย ซึ่งก็เป็นพรรคฝ่ายค้าน

'ศรัณย์วุฒิ'อัด ประชาธิปไตยจอมปลอม มอง แลนด์สไลด์ ทำไม่ได้

สะท้อนถึงคำพระว่าอะไรก็ไม่แน่นนอน ในภาคเหนือ การเลือกตั้งที่ผ่านมาตนเป็นคนเดียวที่ได้รับการยอมรับของประชาชน ตนไม่เชื่อในการแลนด์สไลด์ อุตรดิตถ์ตนไม่เคยซื้อเสียง ทำงานรับใช้ประชานทั้งตัวเองและลูกสาว รวมทั้งการพูดไม่ใช่ว่าตนออกจากพรรคเก่ามาแล้วมาโจมตี แต่การที่จะจับมืออย่างไรกับใครทำไมไม่ยอมตอบคำถาม ในเวลาที่ยังอยู่กับพรรคเก่า ตนจะทำการอภิปราย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ กลายเป็นไม่มีชื่อในการอภิปราย เมื่อทำการประท้วงต่อประธานสภา นายชวน หลีกภัย ได้รับคำตอบว่า ไม่สามารถช่วยได้เนื่องจากเป็นการส่งรายชื่อจากทางวิปฝ่ายค้าน


อ.วันวิชิตถามความเห็น นายศรัณวุฒิ ว่า สมมุติว่าตนเป็นคนอุตรดิตถ์ แล้วนายศรัณวุฒิ ย้ายไปรวมไทยสร้างชาติ และทราบว่า พล.อ.ประยุทธ์ มีโอกาสเป็นนายกฯไม่ถึง 2 ปี จะโน้มน้าวใจอย่างไร ในเลือกทั้งตัว นายศรัณวุฒิ  และ พล.อ.ประยุทธ์ ได้อย่างไร เพราะถ้าเลือกไปก็เป็นไม่ถึง2ปี และไม่ต่อเนื่อง

นายศรัณวุฒิ ตอบว่า ในครั้งแรกตนคิดแบบเดียวกับอ.วันวิชิต พอสัมผัสกับพื้นที่ มีจำนวนไม่น้อยที่เป็นแฟนคลับพล.อ.ประยุทธ์ และสอบถามว่าถ้าพล.อ.ประยุทธ์ไม่ได้เป็นนายกฯต่อสวัสดิการต่างๆจะยังได้หรือไม่ และในการหาพรรคสังกัดใหม่ ตนไม่มีพรรคในฝ่ายประชาธิปไตย จึงคิดว่าพรรคอะไรก็ได้ เพราะแต่ละพรรคในความเห็นของนายศรัณวุฒิ ทั้งจอมปลอม ทั้งสุดโต่ง บางพรรคสร้างภาพประชาธิปไตยแต่ข้างในกลับเป็นเผด็จการ

เมื่อถามประชาชนว่าตนควรอยู่ฝ่ายไหน ก็ตอบกันว่าให้อยู่กับพรรคที่หัวหน้าเป็นนายกฯดีกว่า ตนเสนอนโยบายแช่แข็งหนี้ ไม่ใช่วิธีการอัดฉีดเงินลงไป เพราะมีนายทุนจ้องจะรอเก็บเงินเหล่านี้ เมื่อคุยกับ พล.อ.ประยุทธ์ แล้วก็รับนโยบาย อีกเรื่องคือเกษตรร่ำรวย ในมุมมองตน 20ปีข้างหน้ายังไม่เห็นหนทาง แต่ที่เห็นคือที่ดินถูกยึด แล้วนำไปขายต่างชาติ ซึ่งได้นำเสนอไปแล้ว พล.อ.ประยุทธ์เห็นด้วยว่าต้องอุ้มเกษตรกร 


อ.วันวิชิต มองการย้ายข้ามขั้วครั้งนี้อย่างกรณีนายศรัณวุฒิ ว่า คงต้องตอบคำถามประชาชนให้ได้ เพราะ4ปีที่ผ่านมา ก็ฟาดพล.อ.ประยุทธ์แรงมาตลอด ส่วนที่ได้ถามเบื้องต้นว่าในเวลาเหลือไม่ถึง 2 ปี อะไรคือความมั่นใจในการร่วมกับรวมไทยสร้างชาติ หากมีการแก้กฎหมายเพื่อปลดล็อก8ปี ตรงนั้นจะกลายเป็นวิกฤตทางการเมือง เพราะ คสช.เป็นคนสร้างกติกาขึ้นมาเอง แล้วมาแก้ไข เป็นเกมที่ไม่สวย 

ประกาศวัน “เลือกตั้งล่วงหน้า” เลือกตั้ง 66 คนไทยในต่างประเทศเช็ก ที่นี่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/545530

25 มี.ค. 2566

ประกาศวัน "เลือกตั้งล่วงหน้า" เลือกตั้ง 66 คนไทยในต่างประเทศเช็ก ที่นี่

ประกาศวัน “เลือกตั้งเลือกหน้า” เลือกตั้ง 66 คนไทยในต่างประเทศเช็กรายละเอียดที่นี่ กต.จัดทำระบบตรวจสอบแบบเรียลไทม์

คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีประกาศกำหนดให้ลงทะเบียนใช้สิทธิลงคะแนนก่อนวันเลือกตั้งนอกเขตเลือกตั้ง ในเขตเลือกตั้ง และนอกราชอาณาจักร หรือ “เลือกตั้งล่วงหน้า” ระหว่างวันที่ 25 มี.ค.- 9 เม.ย. 66 นี้ สำหรับคนไทยที่อาศัยในต่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ ได้กำหนดวัน  

“เลือกตั้งล่วงหน้า” ในวันที่ 29 มี.ค.66 กระทรวงต่างประเทศประกาศวันเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร คาด พร้อมจัดระบบป้องกันปัญหาบัตรตกหล่น

นางสารัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงการจัดการเลือกตั้งสำหรับคนไทยที่อยู่ในต่างประเทศ หรือ “เลือกตั้งล่วงหน้า” ว่า ขณะนี้กระทรวงการต่างประเทศ ได้เตรียมความพร้อมการจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ปี 2566 นอกราชอาณาจักร 

โดยสถานทูตและสถานกงสุลจะประกาศสถานที่ลงคะแนน วันเวลา และสถานที่ลงคะแนน “เลือกตั้งล่วงหน้า” ในวันที่ 29 มี.ค.66 คาดว่า จะเปิดให้คนไทยในต่างประเทศเริ่มลงทะเบียนขอใช้สิทธิ์เลือกตั้งภายในสิ้นเดือนมีนาคม ทั้งนี้ การเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร กฎหมายกำหนดให้สถานทูตและสถานกงศุลจะต้องจัดให้มีการลงคะแนนเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรก่อนการเลือกตั้งภายในประเทศไม่น้อยกว่า 7 วัน 

นางสาวรัชดา กล่าวต่อว่า สำหรับการเลือกตั้งครั้งนี้ กระทรวงการต่างประเทศ จะจัดทำระบบเรียลไทม์ Oversea Voting Monitoring System หรือ OVMS เพื่อติดตามการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร ตั้งแต่การจัดอบรม การไปใช้สิทธิ์ รวมถึงการส่งถุงเมล์ทางการทูต ซึ่งระบบ OVMS ช่วยป้องกันปัญหาบัตรตกหล่นอย่างที่เคยเกิดขึ้นเมื่อ 4 ปีก่อน

‘เศรษฐา’ ประกาศพา กทม. เป็น ‘มหานคร’ อันดับโลกอีกครั้ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/545522

24 มี.ค. 2566

'เศรษฐา' ประกาศพา กทม. เป็น 'มหานคร' อันดับโลกอีกครั้ง

‘เศรษฐา’ ประกาศวิสัยทัศน์ 3 มิติ นำพา กทม. กลับมาเป็น ‘มหานคร’ อันดับโลกอีกครั้ง ด้าน ‘ก้อง อายุน้อยร้อยล้าน’ หนุน Soft Power สร้างงาน 20 ล้านตำแหน่ง สร้างรายได้ 2 แสนบาทต่อปี

เมื่อวันที่ 24 มี.ค. นายเศรษฐา ทวีสิน ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย กล่าวถึงศึกชิงพื้นที่ สส.กทม.ของพรรคเพื่อไทยว่า สำหรับไม่ได้มองเป็นแค่จังหวัด แต่เป็นศูนย์กลางของประเทศภายใต้การปกครองระบอบประชาธิปไตย ศูนย์กลางเศรษฐกิจ วัฒนธรรมและความหลากหลายทางความคิด แต่วันนี้มองกทม.แล้วรู้สึกสลดใจจากที่เคยเป็นเมืองเแห่งความหวัง กลายเป็นเมืองแห่งความสิ้นหวัง เมื่อได้รัฐบาลที่ไร้ความสามารถ ผู้นำล้าสมัย จากการทำรัฐประหาร ผลักไสนักลงทุนออกไป เพราะคนทั่วโลกรับไม่ได้ ปิดโอกาสคนไทยมา 8 ปี เวียดนาม อินโดนีเซีย แซงเราไปหมดแล้ว 

พรรคเพื่อไทยตั้งใจเปลี่ยนแปลงกทม.ให้กลับมาเป็นมหานครของโลกอีกครั้งด้วยNew Vision 3 มิติ 
1.มหานครทางเศรษฐกิจ ให้ความสำคัญเจรจาการค้า เป็นตัวแทนสร้างโอกาสในตลาดโลก ขณะเดียวกันทลายข้อระเบียบที่ไม่ได้ประโยชน์ กำจัดคอรัปชั่น ทำให้เกิดการลงทุน สร้างงาน สร้างอาชีพ เป็นแหล่งเงินทุน 
2.มหานครแห่งความหลากหลายทางความคิด อัตลักษณ์และวัฒนธรรม พร้อมผลักดันให้เกิดการจัดงานระดับโลกและความหลากหลายทางเพศให้ได้ 

3.มหานครแห่งความเท่าเทียม ทุกคนเท่ากัน มีผู้นำและสส.รับฟังประชาชนอย่างแท้จริง รับใช้ระบบเส้นสาย ที่ทำให้คนจำนวนมากเข้าไม่ถึงโอกาส และมาเฟียเต็มไปด้วยเจ้าหน้าที่รัฐ สิ่งเหล่านี้ล้วนทำให้เกิดวิกฤตศรัทธา เราจะเข้ามากอบกู้วิกฤตนี้ ทำให้รัฐกลับมาเป็นที่พึ่งของคนไทย 

ดังนั้นขอโอกาสแลนด์สไลด์ เพื่อให้เข้าไปทำหน้าที่ในสภา ได้ทำตามฉันทามติที่ต้องใจเอาไว้

นายเศรษฐา ทวีสิน  (คนซ้าย) และ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร (คนขวา)นายเศรษฐา ทวีสิน (คนซ้าย) และ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร (คนขวา)

ด้านนายอรรฆรัตน์ นิติพน “ก้อง อายุน้อยร้อยล้าน” ว่าที่ผู้สมัครเขตประเวศ กล่าวว่า คนไทยเก่ง มีความคิดและความขยันไม่แพ้ชาติใดเลย แต่ยังติดอยู่ในกับดักรายได้ปานกลาง ไม่สามารถเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจได้เหมือนประเทศอื่น ๆ คำตอบคือ เราติดอยู่ที่รัฐบาล เราไม่มี “ตัวจุดระเบิด เพิ่มศักยภาพ” ไม่มี Economic launcher ให้กับผู้ประกอบการ ซ้ำในบางครั้งรัฐบาลกลับเป็นผู้ทำลายโอกาส

ต่างประเทศรัฐบาลเขาสนับสนุนให้คนมีโอกาส เช่น ประเทศเกาหลีใต้รัฐบาลส่งเสริมจริงจัง ดารากินรามยอน ซีรีส์กินรามยอนออกไปทั่วโลก รามยอนก็ขายได้ ผู้ผลิตรามยอนก็ขายดี

หันมามองประเทศไทย ทั่วโลกยกย่องให้อาหารไทยเป็นอันดับต้นๆ ของโลก แต่เรารู้จักไก่ทอดเกาหลีมากกว่าไก่ย่างของไทย ทำไมรัฐบาลไม่ทำให้นักท่องเที่ยวมาเมืองไทยมาจ่ายเงินให้พ่อค้าแม่ขายพี่น้องประชาชนของเรา เช่นเดียวกันที่ประเทศไทยมีสมาร์ทโฟนประมาณ 70 ล้านเครื่อง คนไทยซื้อสินค้าออนไลน์ e-commerce, social commerce ผ่านไลน์ ผ่านแมสเซนเจอร์ มูลค่ารวมกว่า 6 แสนล้านบาท เป็นอันดับต้นๆ ของโลก แต่ไม่มีการซื้อขายผ่านแอปฯ หรือบริษัทคนไทยเลย ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีศักยภาพท่องเที่ยว มีโรงแรม ที่พัก รีสอร์ทคุณภาพดีมากมาย แต่ต้องจองโรงแรมที่พัก จองตั๋วเครื่องบินผ่านแอปฯ จากต่างชาติหมด นั่นเพราะเอกชนถึงมีไอเดียดีๆ แต่ถ้าไม่มีการหนุนเสริมจากรัฐบาล ไอเดียทั้งหมดก็เป็นไปได้ยาก เงินทุนไม่พอ ข้อกฎหมายเป็นปัญหา 

ก้อง อายุน้อยร้อยล้าน กล่าวต่อว่า พรรคเพื่อไทย มีนโยบายตั้งองค์กร Thailand Creative Content Agency มาสนับสนุนศักยภาพความคิดสร้างสรรค์ของคนไทย นโยบาย 1 ครอบครัว 1 Soft power ที่จะสร้างเงินจากความคิดสร้างสรรค์ของคนในแต่ละครอบครัว สร้างงาน 20 ล้านตำแหน่ง ที่มีรายได้ไม่ต่ำกว่า 200,000 บาทต่อปี

ผลักดันให้ประเทศไทยเป็น Digital Hub แห่งเอเชีย เป็น Food Paradise และสร้าง Festival Tourism ที่จะยกระดับอาหารและสินค้าไทยไปพร้อมกับวัฒนธรรมความคิดสร้างสรรค์ สร้างโอกาส สร้างงานใหม่ อาชีพใหม่ ถึงเวลาแล้วที่เราจะเปลี่ยนจากคนเดิมๆ คิดแบบเดิมๆ เป็นคนที่คิดใหญ่ ทำเป็น ต้องเพื่อไทยเท่านั้น

ก้อง อายุน้อยร้อยล้านก้อง อายุน้อยร้อยล้านนพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทยนพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทยพรรคเพื่อไทย จัดงาน "คิดใหญ่ ทำเป็น เพื่อคนกรุงเทพฯ"พรรคเพื่อไทย จัดงาน “คิดใหญ่ ทำเป็น เพื่อคนกรุงเทพฯ”

‘มดดำ’ พิธีกรเวทีปราศรัย ‘พรรคเพื่อไทย’ เปิดตัวผู้สมัครกทม.ครบ 33 เขต

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/545519

24 มี.ค. 2566

'มดดำ' พิธีกรเวทีปราศรัย 'พรรคเพื่อไทย' เปิดตัวผู้สมัครกทม.ครบ 33 เขต

‘มดดำ คชาภา’ รับบทเป็นพิธีกร ขึ้นเวทีปราศรัย ‘พรรคเพื่อไทย’ ในงานมีเปิดตัวผู้สมัครกทม.ครบ 33 เขต รายชื่อคนดังเพียบ

วันที่ 24 มี.ค. พรรคเพื่อไทย จัดงาน “คิดใหญ่ ทำเป็น เพื่อคนกรุงเทพฯ” ที่สเตเดียมวัน จุฬา ซอย 6 นำโดย นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย , น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ประธานคณะที่ปรึกษาด้านการมีส่วนร่วมและนวัตกรรม (พท.) และหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย , นายเศรษฐา ทวีสิน ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย , นายดนุพร ปุณณกันต์ ประธานคณะกรรมการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง กรุงเทพมหานคร 

วันนี้มีเซอร์ไพรส์เปิดตัวพิธีกรคนใหม่ คือ “มดดำ คชาภา” ตันเจริญ พิธีกรชื่อดัง ลูกของนายสุชาติ ตันเจริญ สส.ฉะเชิงเทรา มดดำ เปิดเผยว่า มาเพราะศรัทธาและความรัก อยากให้ทุกคนมีชีวิตที่ดีขึ้น อยากให้ไปกันไกลกว่านี้ ซึ่งการคิดใหญ่ ต้องก้าวไปให้สุด แต่ “คิด” ใครก็คิดได้ แต่ “ทำ” ทำได้หรือไม่ เพราะฉะนั้นเราจำเป็นต้องมีคนที่ทำเป็น
 

หากถามว่าพรรคเพื่อไทยทำเป็น คิดถึงอะไร เช่น โครงการ 30 รักษาทุกโรค ปัจจุบันมีโอกาสเป็นหัวหน้าคน เห็นครอบครัวของลูกน้อง มีสิทธิรักษา รอดจากโครงการดังกล่าว วันนี้หวังว่า 30 บาทรักษาทุกโรคต้องดีกว่า10ปีที่แล้ว 

นอกจากนี้นโยบายที่พรรคเพื่อไทยเคยทำสำเร็จมาแล้ว คือ ค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาท เราก็ทำสำเร็จ ล่าสุดประกาศ เพิ่มเป็น600บาท  หากอยากได้นโยบายนี้ ขอให้ชาวกทม.กลับไปคิดกันว่าต้องอย่างไร

 "มดดำ คชาภา" ตันเจริญ (คนขวา)“มดดำ คชาภา” ตันเจริญ (คนขวา)

สำหรับรายชื่อว่าที่ผู้สมัคร สส.กทม.พรรคเพื่อไทย 33 เขต ประกอบด้วย

เขตเลือกตั้งที่ 1 นางสาวกานต์กนิษฐ์ แห้วสันตติ ผู้ซึ่งประสงค์สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.กทม.เขตบางรัก,เขตพระนคร,เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย,เขตดุสิต (ยกเว้นแขวงถนนนครไชยศรี) , เขตสัมพันธ์วงศ์

เขตเลือกตั้งที่ 2 นางสาวลีลาวดี วัชโรบล ผู้ซึ่งประสงค์สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.กทม.เขตสาทร, เขตราชเทวี , เขตปทุมวัน

เขตเลือกตั้งที่ 3  นางสาวเพ็ญพิสุทธิ์ จินตโสภณ เขตบางคอแหลม,เขตยานาวา

เขตเลือกตั้งที่ 4. นายนวธันย์ ธวัธวงศ์เดชากุล ผู้ซึ่งประสงค์สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.กทม.เขตคลองเตย ,เขตวัฒนา

เขตเลือกตั้งที่ 5 นายขจรศักดิ์ ประดิษฐาน ผู้ซึ่งประสงค์สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.กทม. เขตห้วยขวาง, เขตวังทองหลาง (ยกเว้นแขวงคลองเจ้าคุณสิงห์)

เขตเลือกตั้งที่ 6 นายภัทร ภมรมนตรี ผู้ซึ่งประสงค์สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.กทม.เขตดินแดง ,เขตพญาไท

เขตเลือกตั้งที่ 7 นายรัฐพงษ์ ระหงส์ ผู้ซึ่งประสงค์สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.กทม.เขตบางซื่อ, เขตดุสิต (เฉพาะแขวงนครไชยศรี)
 
เขตเลือกตั้งที่ 8 นายสุรชาติ เทียนทอง ผู้ซึ่งประสงค์สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.กทม. เขตจตุจักร (ยกเว้นแขวงจันทรเกษมและแขวงเสนานิคม), เขตหลักสี่ (ยกเว้นแขวงตลาดบางเขน)
 
เขตเลือกตั้งที่ 9 นายอนุสรณ์ ปั้นทอง ผู้ซึ่งประสงค์สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.กทม.เขตบางเขน (ยกเว้นแขวงท่าแร้ง) , เขตจตุจักร (เฉพาะแขวงจันทรเกษมและแขวงเสนานิคม), เขตหลักสี่ (เฉพาะแขวงตลาดบางเขน)

เขตเลือกตั้งที่ 10 นายสุธนพจน์ กิจธนาพิทักษ์ ผู้ซึ่งประสงค์สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.กทม. เขตดอนเมือง

เขตเลือกตั้งที่ 11 นายเอกภาพ หงสกุล  ผู้ซึ่งประสงค์สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.กทม. เขตสายไหม (ยกเว้นแขวงออเงิน)

เขตเลือกตั้งที่ 12 นายญาณกิตติ์ ห่วงทรัพย์  ผู้ซึ่งประสงค์สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.กทม.เขตบางเขน (เฉพาะแขวงท่าแร้ง) , เขตสายไหม (เฉพาะแขวงออเงิน), เขตลาดพร้าว (เฉพาะแขวงจระเข้บัว)

เขตเลือกตั้งที่ 13 นางสาวสกาวใจ พูนสวัสดิ์  ผู้ซึ่งประสงค์สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.กทม. เขตลาดพร้าว (ยกเว้นแขวงจระเข้บัว) , เขตบึงกุ่ม (ยกเว้นแขวงคลองกุ่ม)

เขตเลือกตั้งที่ 14 นายพงศกร รัตนเรืองวัฒนา  ผู้ซึ่งประสงค์สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.กทม. เขตบางกะปิ ,เขตวังทองหลาง (เฉพาะแขวงคลองเจ้าคุณสิงห์)
 
เขตเลือกตั้งที่ 15 นายพลภูมิ วิภัตภูมิประเทศ ผู้ซึ่งประสงค์สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.กทม. เขตคันนายาว, เขตบึงกุ่ม (เฉพาะแขวงคลองกุ่ม)
 
เขตเลือกตั้งที่ 16 นายจิรายุ ห่วงทรัพย์  ผู้ซึ่งประสงค์สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.กทม. เขตคลองสามวา (ยกเว้นแขวงสามวาตะวันออกและแขวงทรายกองดินใต้)

เขตเลือกตั้งที่ 17 นายไพฑูรย์ อิสระเสรีพงษ์  ผู้ซึ่งประสงค์สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.กทม.เขตหนองจอก (ยกเว้นแขวงโคกแฝด แขวงลำผักชีและแขวงลำต้อยติ่ง), เขตคลองสามวา (เฉพาะแขวงสามวาตะวันออกและแขวงกองทรายดินใต้)

เขตเลือกตั้งที่ 18  นายไพโรจน์ อิสระเสรีพงษ์ ผู้ซึ่งประสงค์สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.กทม.เขตหนองจอก (เฉพาะแขวงโคกแฝด แขวงลำผักชีและแขวงลำต้อยติ่ง), เขตมีนบุรี (เฉพาะแขวงแสนแสบ) , เขตลาดกระบัง (เฉพาะแขวงลำปลาทิว)

เขตเลือกตั้งที่ 19 นายวิชาญ มีนชัยนันท์  ผู้ซึ่งประสงค์สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.กทม. เขตมีนบุรี (เฉพาะแขวงแสนแสบ), เขตสะพานสูง (ยกเว้นแขวงทับช้าง)

เขตเลือกตั้งที่ 20 นางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวานิชย์  ผู้ซึ่งประสงค์สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.กทม. เขตลาดกระบัง (ยกเว้นแขวงลำปลาทิว)
  
เขตเลือกตั้งที่ 21 นายอรรฆรัตน์ นิติพน ผู้ซึ่งประสงค์สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.กทม. เขตประเวศ (ยกเว้นแขวงหนองบอน) ,  เขตสะพานสูง (เฉพาะแขวงทับช้าง)
  
เขตเลือกตั้งที่ 22 นายธกร เลาหพงศ์ชนะ  ผู้ซึ่งประสงค์สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.กทม. เขตสวนหลวง, เขตประเวศ (เฉพาะแขวงหนองบอน)
 
เขตเลือกตั้งที่  23 นายกวีวงศ์ อยู่วิจิตร  ผู้ซึ่งประสงค์สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.กทม. เขตพระโขนง, เขตบางนา
 
เขตเลือกตั้งที่ 24 นายศิลปวิชญ์ น้อยสมมิตร ผู้ซึ่งประสงค์สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.กทม. เขตคลองสาน,เขตธนบุรี (ยกเว้นแขวงวัดกัลยาณ์ แขวงหิรัญรูจีและแขวงบางยี่เรือ) ,เขตราษฎร์บูรณะ (เฉพาะแขวงบางประกอก)
 
เขตเลือกตั้งที่ 25 นายกิตติพล รวยฟูพันธ์ ผู้ซึ่งประสงค์สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.กทม.เขตทุ่งครุ, เขตราษฎร์บูรณะ (ยกเว้นแขวงบางประกอก)
 
เขตเลือกตั้งที่ 26 นายศรัณยสัณฑ์ วีรกุลสุนทร ผู้ซึ่งประสงค์สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.กทม. เขตจอมทอง (ยกเว้นแขวงบางขุนเทียน) ,เขตบางขุนเทียน (เฉพาะแขวงท่าข้าม)
 
เขตเลือกตั้งที่ 27 นางสาวกมลพัฒน์ ปุงบางกระดี่  ผู้ซึ่งประสงค์สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.กทม. เขตบางขุนเทียน (ยกเว้นแขวงท่าข้าม) , เขตบางบอน (เฉพาะแขวงบางบอนใต้และแขวงคลองบางบอน)

เขตเลือกตั้งที่ 28 นายวัน อยู่บำรุง ผู้ซึ่งประสงค์สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.กทม. เขตหนองแขม (เฉพาะแขวงหนองแขม), เขตบางบอน (ยกเว้นแขวงบางบอนใต้และแขวงคลองบางบอน) , เขตจอมทอง (เฉพาะแขวงบางขุนเทียน)
 
เขตเลือกตั้งที่ 29 นายกฤชนนท์ อัยยปัญญา ผู้ซึ่งประสงค์สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.กทม. เขตบางแค (เฉพาะแขวงบางแคเหนือและแขวงบางไผ่), เขตหนองแขม (ยกเว้นแขวงหนองแขม)
 
 เขตเลือกตั้งที่ 30 นางสุภาภรณ์ คงวุฒิปัญญา ผู้ซึ่งประสงค์สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.กทม. เขตบางแค (ยกเว้นแขวงบางแคเหนือและแขวงบางไผ่), เขตภาษีเจริญ (เฉพาะแขวงบางหว้า แขวงบางด้วนและแขวงคลองขวาง)
 
เขตเลือกตั้งที่ 31 นายจิรวัฒน์ อรัญยกานนท์ ผู้ซึ่งประสงค์สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.กทม. เขตตลิ่งชัน (ยกเว้นแขวงบางเชือกหนัง), เขตทวีวัฒนา
 
เขตเลือกตั้งที่ 32 นายอารุม ตุ้มน้อย ผู้ซึ่งประสงค์สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.กทม.เขตบางกอกใหญ่,เขตภาษีเจริญ (ยกเว้นแขวงบางหว้า แขวงบางด้วนและแวงคลองขวาง), เขตธนบุรี (เฉพาะแขวงวัดกัลยาณ์ แขวงหิรัญรูจีและแขวงบางยี่เรือ), เขตตลิ่งชัน (เฉพาะแขวงบางเชือกหนัง), เขตบางกอกน้อย (เฉพาะแขวงศิริราช)

เขตเลือกตั้งที่ 33 นายธิติวัฐ อดิศรพันธ์กุล ผู้ซึ่งประสงค์สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.กทม.เขตบางพลัด, เขตบางกอกน้อย (ยกเว้นแขวงศิริราช)

นายวัน อยู่บำรุงนายวัน อยู่บำรุง นางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวานิชย์นางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวานิชย์เปิดตัวว่าที่ผู้สมัครสส.กทม. 33 เขตเปิดตัวว่าที่ผู้สมัครสส.กทม. 33 เขตเปิดตัวว่าที่ผู้สมัครสส.กทม. 33 เขตเปิดตัวว่าที่ผู้สมัครสส.กทม. 33 เขต

พท.เปิดตัวผู้สมัครสส. กทม. 33 เขต ‘แพทองธาร’ ชูเติบโตมั่นคงมั่งคั่ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/545511

24 มี.ค. 2566

พท.เปิดตัวผู้สมัครสส. กทม. 33 เขต ‘แพทองธาร’ ชูเติบโตมั่นคงมั่งคั่ง

พท. เปิดตัวผู้สมัครสส. กทม. 33 เขต ‘แพทองธาร’ ชูคุณภาพชีวิตคนกรุงเทพฯ ดันนโยบาย รถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย 50 เขต 50 โรงพยาบาล กรุงเทพฯ ไม่จมน้ำ

น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ประธานคณะที่ปรึกษาด้านการมีส่วนร่วมและนวัตกรรม พรรคเพื่อไทย ขึ้นเวทีงาน ‘คิดใหญ่ ทำเป็น เพื่อคนกรุงเทพฯ’ จากพรรคเพื่อไทย พร้อมผู้ประสงค์ลงสมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร ทั้ง 33 คน ณ สเตเดียมวัน จุฬาซอย 6 ถนนบรรทัดทอง กรุงเทพมหานคร

น.ส.แพทองธาร กล่าวถึงเป้าหมายของพรรคเพื่อไทยที่ ‘คิดใหญ่’ เพื่อพัฒนากรุงเทพมหานครให้เป็นเมืองหลวงของทุกคนภายใน 4 ปี เพราะหลายปีที่ผ่านมา อนาคตของกรุงเทพ ฯ ถูกบีบให้แคบลงเรื่อยๆ จากปัญหาความแออัดด้วยความล้าหลังของระบบราชการภายใต้รัฐบาลที่ขาดวิสัยทัศน์ และความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ แต่ด้วยโอกาสที่กระจุกตัวอยู่ในเมืองหลวง ทำให้ผู้คนยังคงดั้นด้นเดินทางมาสร้างชีวิตในที่แห่งนี้อย่างเลี่ยงไม่ได้

กรุงเทพฯ เป็นพื้นที่รวบรวมทุกความแตกต่าง ทุกคนล้วนมีเรื่องราวและความฝันเป็นของตัวเอง พรรคเพื่อไทยจึงคิดพัฒนาความเจริญทางกายภาพของกรุงเทพฯ บนฐานความเข้าใจในความหลากหลาย ให้ความสำคัญกับคนรุ่นใหม่ที่จะเป็นอนาคตให้กับกรุงเทพมหานคร ‘คิดใหญ่เพื่อคนรุ่นใหม่ คิดใหญ่เพื่อคนกรุงเทพฯ’ จึงเป็นแนวทางนโยบายพัฒนากรุงเทพ ฯ ของพรรคเพื่อไทย

พรรคเพื่อไทย เปิดตัวผู้สมัคร สส. กทม.33 เขตพรรคเพื่อไทย เปิดตัวผู้สมัคร สส. กทม.33 เขต

พรรคเพื่อไทย เปิดตัวผู้สมัคร สส. กทม.33 เขต ส่วนมากเป็นคนรุ่นใหม่ พรรคเพื่อไทย เปิดตัวผู้สมัคร สส. กทม.33 เขต ส่วนมากเป็นคนรุ่นใหม่

ขณะที่ต้องเผชิญสภาวะเศรษฐกิจถดถอย พรรคเพื่อไทยจะช่วยเติมเงินรายได้ให้ครอบครัวที่มีรายได้ต่ำกว่า 20,000 บาท ให้ถึง 20,000 บาททันที เป็นการช่วยเหลือเบื้องต้นก่อนนโยบายขึ้นค่าแรง 600 บาทต่อวัน และขึ้นเงินเดือนขั้นต่ำวุฒิปริญญาตรีเป็น 25,000 บาทจะสำเร็จภายใน 4 ปี

พรรคเพื่อไทยจะ ‘คิดใหญ่’ พัฒนาให้กรุงเทพ ฯ เป็นศูนย์กลางเทคโนโลยีทางการเงิน เปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่มีส่วนร่วมในการขันเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยี และผลักดันให้ประชาชนได้พัฒนาศักยภาพของตนอย่างน้อยครอบครัวละหนึ่งคน ผ่านนโยบาย 1 ครอบครัว 1 Soft Power (OFOS) ให้ทุกคนได้เข้าถึงองค์ความรู้ พร้อมไปยืนบนเวทีโลก และสร้างรายได้ใหม่ด้วยทักษะของตน

คุณภาพชีวิตของคนกรุงเทพฯ ต้องสะดวกและปลอดภัยภายใต้การดูแลของรัฐบาลพรรคเพื่อไทย ที่จะลดค่าโดยสารรถไฟฟ้าให้เหลือ 20 บาท ตลอดสาย, เพิ่มโรงพยาบาลขนาดใหญ่ 50 แห่ง 50 เขต, แก้ไขปัญหา PM 2.5 ที่ต้นเหตุ และ วางแผนแก้ไขระยะยาว ให้กรุงเทพ ฯ ไม่จมน้ำภายในปี 2575 ด้วยนโยบายสร้างเกาะรอบกรุงเทพฯ ให้เป็นเขื่อนแก้ปัญหาน้ำท่วม และลดความแออัด รวมถึงสร้างมูลค่าเพิ่มจากที่ดินในการสร้างเกาะและเขื่อนได้อย่างมหาศาล

น.ส.แพทองธาร กล่าวปิดท้ายการปราศรัยในครั้งนี้ด้วยว่า แผนการพัฒนาของพรรคเพื่อไทย เพื่อคนรุ่นใหม่ เพื่อกรุงเทพมหานคร ยังไม่จบเพียงเท่านี้ แต่จะใหญ่ขึ้นและสมบูรณ์ขึ้นด้วยนโยบายอีกมากมาย ให้กรุงเทพฯ เติบโตด้วยความมั่นคงและมั่งคั่ง ความหลากหลายจะต้องคงอยู่ แต่ความเหลื่อมล้ำจะหมดไป ภายใต้การดูแลของพรรคเพื่อไทย กรุงเทพฯ จะต้องใหญ่พอสำหรับทุกคน

แกนนำพรรคเพื่อไทยและว่าที่ผู้สมัคร สส.กทม.แกนนำพรรคเพื่อไทยและว่าที่ผู้สมัคร สส.กทม.

แกนนำพรรคเพื่อไทยและว่าที่ผู้สมัคร สส.กทม.แกนนำพรรคเพื่อไทยและว่าที่ผู้สมัคร สส.กทม.

แกนนำพรรคเพื่อไทยและว่าที่ผู้สมัคร สส.กทม.แกนนำพรรคเพื่อไทยและว่าที่ผู้สมัคร สส.กทม.

‘ทักษิณ’ ‘กลับบ้าน’ ปีนี้ ประกาศพร้อมรับโทษ ขอแค่ได้อยู่กับ’ครอบครัว’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/545509

24 มี.ค. 2566

'ทักษิณ' 'กลับบ้าน' ปีนี้ ประกาศพร้อมรับโทษ ขอแค่ได้อยู่กับ'ครอบครัว'

‘ทักษิณ’ อดีตนายกรัฐมนตรี เปิดใจกับสื่อญี่ปุ่น พร้อม กลับบ้าน มารับโทษจำคุกในประเทศไทย ขอแค่ได้รับอนุญาตให้ใช้ชีวิตที่เหลืออยู่กับ ครอบครัว มั่นใจเพื่อไทยชนะ เลือกตั้ง66

24 มี.ค. 2566 มีรายงานข่าวว่า สำนักข่าวเกียวโด และสำนักข่าว วนิเคอิ ประเทศญี่ปุ่ญ รายงานบทสัมภาษณ์ของ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ของประเทศไทย

นายทักษิณ ได้ให้สัมภาษณ์พิเศษกับสื่อญี่ปุ่น Kyodo News โดยเขาบอกว่า พร้อมที่จะกลับมารับโทษจำคุกในประเทศไทย หากเขาได้รับอนุญาตให้ใช้ชีวิตที่เหลืออยู่กับครอบครัว ไม่ว่าผลการเลือกตั้งที่กำลังจะมีขึ้นในเดือน พ.ค. นี้จะออกมาเป็นอย่างไรก็ตาม

การสัมภาษณ์นี้ เกิดขึ้นระหว่างที่ นายทักษิณ เดินทางเยือนโตเกียว โดยเจ้าตัวกล่าวว่า เขากำลังรอเวลาก่อนที่จะกลับมาประเทศไทยในปีนี้ หลังจากใช้ชีวิตลี้ภัยในต่างประเทศมาหลายปี

ทั้งนี้ นายทักษิณ ถูกขับออกจากประเทศหลังการรัฐประหารในปี พ.ศ.2549 และออกจากประเทศไทยในปี พ.ศ. 2551 เพื่อไม่ต้องเผชิญหน้ากับโทษจำคุก

“ตอนนี้ผมเหมือนติดอยู่ในคุกขนาดใหญ่มา 16 ปีแล้ว เพราะพวกเขากีดกันไม่ให้ผมอยู่กับครอบครัว ผมทรมานมามากพอแล้ว ถ้าผมต้องทนทุกข์ทรมานอีกครั้งในคุกที่เล็กกว่านั้น ก็ไม่เป็นไร” ทักษิณกล่าวถึงชีวิตที่ต้องห่างไกลจากบ้านเกิด

เขาเสริมว่า “จริง ๆ แล้วมันไม่ใช่ราคาที่ผมต้องจ่าย แต่ผมยอมจ่ายเพราะผมอยากอยู่กับลูกหลาน ผมควรจะใช้ชีวิตที่เหลือกับลูก ๆ หลาน ๆ ของผม”

ในส่วนของการเลือกตั้งในประเทศไทยที่กำลังจะมีขึ้นในเดือน พ.คง นี้ อดีตนายกฯ แสดงความเชื่อมั่นว่า พรรคเพื่อไทยจะชนะการเลือกตั้งโดยได้เสียงข้างมากอย่างแน่นอน

‘สุวัจน์’ เตรียมเปิดตัว ผู้สมัครสส. โคราช ครบ 16 เขต

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/545503

24 มี.ค. 2566

‘สุวัจน์’ เตรียมเปิดตัว ผู้สมัครสส. โคราช ครบ 16 เขต

‘สุวัจน์’ เตรียมเปิดตัว ผู้สมัครสส. โคราช 16 เขต ‘ชาติพัฒนากล้า’ พร้อมสู้ศึก เลือกตั้ง66 ด้วยนโยบาย ‘โคราชโนมิกส์’ จันทร์ 27 นี้ที่เมืองย่าโม

นายเทวัญ ลิปตพัลลภ เลขาธิการพรรคชาติพัฒนากล้า เปิดเผยว่า ในวันจันทร์ที่ 27 มีนาคม 2566 เวลา 9.00 น.พรรคชาติพัฒนากล้า จะมีการเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร สส.โคราช ครบทั้งหมด 16 เขต ของพรรคชาติพัฒนากล้า ที่สำนักงานพรรคชาติพัฒนากล้า จังหวัดนครราชสีมา

โดยมีนายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานพรรคชาติพัฒนากล้า จะเป็นประธานในการเปิดตัวว่าที่ผู้สมัครสส.โคราช ครบทั้ง 16 เขต พร้อมด้วยคณะกรรมการบริหารพรรคและสมาชิกพรรคชาติพัฒนากล้า และพี่น้องประชาชนชาวโคราช

นอกจากนั้น จะมีการขอพรและแสดงความมุ่งมั่นในการรับใช้พี่น้องประชาชนชาวโคราชต่อหน้าอนุสรณ์สถานพลเอกชาติชายชุณหะวัณ แล้วจะมีการปล่อยขบวนรถแห่ของว่าที่ผู้สมัครแต่ละเขต ไปตามตัวเมืองในเขตเทศบาลนครฯ แล้วคณะทุกท่านก็จะไปกราบสักการะคุณย่าโมที่บริเวณอนุสาวรีย์ท่านท้าวสุรนารี(ย่าโม) เพื่อความเป็นสิริมงคลต่อไป

นายเทวัญ ลิปตพัลลภ เลขาธิการพรรคชาติพัฒนากล้านายเทวัญ ลิปตพัลลภ เลขาธิการพรรคชาติพัฒนากล้า

เลขาธิการพรรคชาติพัฒนากล้า ยังได้กล่าวด้วยความมั่นใจว่าในการเลือกตั้ง2566 พรรคมีความพร้อมมากที่สุด มั่นใจว่า จะประสบความสำเร็จในการเลือกตั้งที่จังหวัดนครราชสีมา และจะนำยุคทองของเศรษฐกิจเมืองโคราชกลับมาภายใต้นโยบายเศรษฐกิจ “โคราชโนมิกส์” ที่นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานพรรค ได้ประกาศไปแล้ว จะสร้างโคราชและภาคอีสานให้เป็นระเบียงเศรษฐกิจใหม่ของประเทศไทย

ทีมพรรคชาติพัฒนากล้าทีมพรรคชาติพัฒนากล้า

กกต.งานเข้า ศาลรับคำร้อง ‘อรรถวิชช์’ ปม ‘แบ่งเขตเลือกตั้ง’ กทม.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/545495

24 มี.ค. 2566

กกต.งานเข้า ศาลรับคำร้อง ‘อรรถวิชช์’ ปม ‘แบ่งเขตเลือกตั้ง' กทม.

กกต.งานเข้า ศาลปกครองสูงสุด รับคำร้อง ‘อรรถวิชช์’ ปม ‘แบ่งเขตเลือกตั้ง’ กทม. ตั้งใจทำลายเขตเลือกตั้งเดิม หรือไม่ รอศาลเรียกไต่สวน

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี รองหัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า (ชพก.) เปิดเผยว่า ศาลปกครองสูงสุดได้รับคำร้องปมการแบ่งเขตเลือกตั้งของกรุงเทพมหานคร (กทม.) ที่ได้ยื่นร้องไปแล้ว เป็นคดีดำหมายเลข ฟ.16/2566 ศาลปกครองสูงสุด ซึ่งรับไว้แล้วเมื่อวันที่ 20 มี.ค.ที่ผ่านมา

โดยนายอรรถวิชช์ กล่าวว่า ในฐานะผู้ร้องได้ยื่นเอกสารหลักฐานหมดแล้ว และหลังจากนี้รอการเรียกไต่สวนตามกฎหมาย ซึ่งในขั้นตอนนี้ไม่มีมาตรการคุ้มครองชั่วคราว แต่ตามกฎหมายศาลจะดำเนินการและพิจารณาให้แล้วเสร็จก่อนการเลือกตั้ง

นายอรรถวิชช์ กล่าวอีกว่า มั่นใจว่าในการแบ่งเขตเลือกตั้งกฎหมายให้รวมอำเภอเป็นเขตเลือกตั้ง แต่จากแบ่งเขตการเลือกตั้งของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ครั้งนี้ มีเพียง 4 เขตจาก 33 เขต ที่เป็นเขตเลือกตั้งเดิม โดยตั้งข้อสังเกตว่าเป็นการตั้งใจทำลายเขตไม่ให้เหมือนเดิมหรือไม่

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี รองหัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้านายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี รองหัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า

โดยมีรายงานว่าศาลปกครองสูงสุดได้รับคำร้องการแบ่งเขตเลือกตั้งทั้ง 3 จังหวัด คือ กรุงเทพมหานคร, สุโขทัย และสกลนคร ขณะที่ กกต. อยู่ระหว่างการเตรียมทำคำชี้แจงส่งต่อศาล

‘ดรุณวรรณ’ ชี้ยุทธศาสตร์ “สร้างเงิน สร้างคน สร้างชาติ” หนุนคนพิการพึ่งพาตนเองได้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/545493

24 มี.ค. 2566

‘ดรุณวรรณ’ ชี้ยุทธศาสตร์ “สร้างเงิน สร้างคน สร้างชาติ” หนุนคนพิการพึ่งพาตนเองได้

“ดรุณวรรณ” ชี้ยุทธศาสตร์ “สร้างเงิน สร้างคน สร้างชาติ” ช่วยสร้างอาชีพ สร้างความมั่นคง ให้คนพิการพึ่งพาตนเองได้ ส่งเสริมศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์

นางดรุณวรรณ ชาญพิพัฒนชัย รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ได้ร่วมเสวนาพร้อมกับตัวแทนจากพรรคการเมืองอื่นในงาน “เวทีประชาชน คนพิการอยู่ไหน ในการเมืองไทย” ซึ่งจัดโดย เครือข่ายคนพิการและภาคีร่วมภาคประชาชน ร่วมกับ วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม คณะเศรษฐศาสตร์  และสถาบันปฏิรูปประเทศไทย มหาวิทยาลัยรังสิต 
 

นางดรุณวรรณ  รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์  ได้เสนอแนวคิด “เปลี่ยนผู้ด้อยโอกาส ให้เป็นผู้ได้โอกาส” ในการทำนโยบายเพื่อคนพิการ ภายใต้กรอบยุทธศาสตร์ “สร้างเงิน สร้างคน สร้างชาติ” ของพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมนำเสนอประเด็นที่สำคัญ กล่าวคือ

"ดรุณวรรณ" ชี้ยุทธศาสตร์ “สร้างเงิน สร้างคน สร้างชาติ” หนุนคนพิการพึ่งพาตนเองได้“ดรุณวรรณ” ชี้ยุทธศาสตร์ “สร้างเงิน สร้างคน สร้างชาติ” หนุนคนพิการพึ่งพาตนเองได้

1. ส่งเสริมสิทธิมนุษยชน และรณรงค์เพื่อสร้างความตระหนักรู้ และสร้างเจตคติที่ดีให้เกิดการยอมรับผู้พิการภายใต้ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ที่เท่าเทียมกันและ “เขาไม่ได้แตกต่างจากเรา” 


2. ส่งเสริมการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของคนพิการ เพื่อช่วย “สร้างคน” โดยพรรคฯ มีจุดยืนที่ชัดเจนในเรื่องการศึกษา เพราะเชื่อว่าการศึกษาคือความมั่นคงของชาติ ดังนั้นการศึกษาสำหรับผู้พิการก็จะเป็นการสร้างความมั่นคงให้กับผู้พิการด้วยเช่นกัน ดังนั้นพรรคประชาธิปัตย์จะขับเคลื่อน และส่งเสริมการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของผู้พิการ โดยเฉพาะเรื่องการออกแบบหลักสูตรที่เหมาะสมกับประเภทและระดับความพิการแต่ละบุคคล (IEP – Individual Education Program) ซึ่งต้องสอดคล้องกับความต้องการเรียนรู้ตามทักษะความสามารถและสอดรับกับประเภทความพิการ (Education Choices) 
 

ในปี 2565 ถือเป็นปีที่สำคัญของการเรียนร่วม ซึ่ง ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ จากพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะที่ดูแลกำกับการศึกษาพิเศษได้ผลักดันให้เกิดการเรียนร่วมอย่างเป็นรูปธรรมชัดเจน และต้องทำให้เกิดขึ้นในโรงเรียน 245 แห่ง เพื่อให้เป็นโรงเรียนคุณภาพต้นแบบครบทุกเขตพื้นที่การศึกษา พร้อมกับสนับสนุนเรื่องการเพิ่มอัตรากำลังของครูในโรงเรียนการศึกษาพิเศษ เพราะการเรียนในระบบการศึกษาพิเศษนอกจากจะต้องมีครูเพื่อให้ความรู้ทางวิชาการแล้ว ยังจำเป็นจะต้องมีครูสายสนับสนุนเพิ่มเติม ปัจจุบันได้รับการอนุมัติกรอบอัตรากำลังมาแล้ว รวมถึงการสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) จึงเชื่อมั่นว่าการมีบุคลากรเพิ่มเติมจะทำให้ระบบการศึกษาพิเศษดีขึ้น ดูแลได้ทั่วถึงมากขึ้น

"ดรุณวรรณ" ชี้ยุทธศาสตร์ “สร้างเงิน สร้างคน สร้างชาติ” หนุนคนพิการพึ่งพาตนเองได้“ดรุณวรรณ” ชี้ยุทธศาสตร์ “สร้างเงิน สร้างคน สร้างชาติ” หนุนคนพิการพึ่งพาตนเองได้


พรรคประชาธิปัตย์คิดเรื่อง “ทำอย่างไรจะต้องมีรายได้ระหว่างเรียน” ไม่ใช่คิดเพียงแค่ให้เรียนจบแล้วมีงานทำ เพราะการเรียนในระบบการศึกษาพิเศษนั้น นอกจากต้องส่งเสริมทักษะวิชาการแล้วยังต้องสร้างทักษะอาชีพตั้งแต่ในรั้วสถานศึกษาไปพร้อมๆ กัน ยกตัวอย่างเช่นโรงเรียนพิษณุโลกปัญญานุกูล เป็นโรงเรียนที่นักเรียนมีรายได้ระหว่างเรียน 100% ซึ่งการฝึกอาชีพถือเป็นการ “สร้างเงิน” สร้างงาน สร้างอาชีพให้เกิดขึ้นตั้งแต่ในรั้วโรงเรียน เพื่อช่วยให้เด็กมีรายได้ระหว่างเรียนช่วยลดภาระผู้ปกครอง รวมถึงจัดให้มีการเรียนรู้ทักษะ CODING  และการเรียนแบบ STEAM Education เพื่อฝึกให้นักเรียนสามารถอยู่ร่วมกันได้ในสังคม และการจัดการเรียนรู้ด้านศิลปะ ดนตรี กีฬา ช่วยสร้างสมาธิและส่งเสริมความสามารถ 


3. สนับสนุนการปรับเบี้ยผู้พิการให้สอดคล้องกับสภาวะเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงไป โดยรัฐบาลของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้ริเริ่ม “เบี้ยผู้พิการถ้วนหน้า” จากจุดเริ่มต้น 500 บาท และเพิ่มขึ้นเป็น 800 บาท ในปี 2557 โดยล่าสุดปี 2565 พรรคประชาธิปัตย์ในฐานะพรรคร่วมรัฐบาล และนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรค ในฐานะประธานบอร์ดผู้พิการแห่งชาติ ได้พยายามผลักดันเบี้ยผู้พิการเป็น 1,000 บาทแบบถ้วนหน้า และนำเรื่องเสนอต่อ ครม. แล้ว แต่ยังไม่ได้รับความเห็นชอบเนื่องจากกรอบงบประมาณ สำหรับในเรื่องนี้หากพรรคประชาธิปัตย์ได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลในการเลือกตั้งที่จะถึง ก็พร้อมเดินหน้าผลักดันอย่างเต็มที่ 

"ดรุณวรรณ" ชี้ยุทธศาสตร์ “สร้างเงิน สร้างคน สร้างชาติ” หนุนคนพิการพึ่งพาตนเองได้“ดรุณวรรณ” ชี้ยุทธศาสตร์ “สร้างเงิน สร้างคน สร้างชาติ” หนุนคนพิการพึ่งพาตนเองได้


พรรคประชาธิปัตย์ยังมีความจริงใจที่จะเปิดพื้นที่ให้กับผู้พิการได้มาร่วมทำงานทางการเมืองควบคู่ร่วมกันกับพรรค ในรูปแบบต่างๆ และพร้อมสนับสนุน ร่างพ.ร.บ.ส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ….ของสภาคนพิการทุกประเภทแห่งประเทศไทยและองค์การคนพิการระดับชาติ หากมีการนำเสนอร่างนี้เข้าสู่สภาผู้แทนราษฎร 


“นอกจากการสร้างเงิน สร้างคน แล้ว การสร้างชาติโดยการปราบปรามยาเสพติดและทุจริตคอรัปชั่นก็สำคัญเพราะจะทำให้ประเทศมีงบประมาณนำมาใช้ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้พิการ ภายใต้แนวทางทั้งหมดนี้ เราเชื่อว่าจะเป็นส่วนสำคัญในการส่งเสริมและสร้างคุณค่าความเป็นมนุษย์ให้กับผู้พิการทุกคน” นางดรุณวรรณกล่าว

สั่งจำคุก ‘ผู้สมัครสส.’ พรรค ‘ก้าวไกล’ แต่ไม่กระทบ ‘หาเสียงเลือกตั้ง’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/545492

24 มี.ค. 2566

สั่งจำคุก 'ผู้สมัครสส.' พรรค 'ก้าวไกล' แต่ไม่กระทบ 'หาเสียงเลือกตั้ง'

‘ผู้สมัครสส.’ พรรค ‘ก้าวไกล’ ถูกศาลสั่งจำคุก แต่รอการลงโทษไว้ 2 ปี ทำให้ไม่มีผลกระทบในการเดินหน้า ‘หาเสียงเลือกตั้ง’

โตโต้ ปิยะรัฐ จงเทพ ว่าที่ผู้สมัครสส. บางนา-พระโขนง พรรคก้าวไกล เปิดเผยกับคมชัดลึก ว่า คำสั่งจำคุก 1 เดือน แต่ให้รอการลงโทษไว้ 2 ปี  ไม่กระทบกับการลงสมัครรับเลือกตั้ง ฯ แต่คำสั่งให้บำเพ็ญสาธารณประโยชน์ เป็นเวลา 24 ชั่วโมง ครั้งแรก  อาจอยู่ในช่วงเวลาของการหาเสียงเลือกตั้งพอดี

โดยกำหนดการบำเพ็ญสาธารณประโยชน์นั้น  ศาลจะเป็นผู้กำหนด  ภายในภูมิลำเนาของเขา ซึ่งอยู่ในพื้นที่ ที่เขาลงสมัครรับเลือกตั้ง ซึ่งจะทำให้เขาเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งสส. เพียงรายเดียวที่ต้องบำเพ็ญสาธารณประโยชน์  ตามคำสั่งศาลระหว่างการหาเสียงเลือกตั้ง

เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลอ่านคำพิพากษา คดีร่วมกันมั่วสุมชุมนุม หมายเลขดำอ.2092/2564 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 3 เป็นโจทก์ฟ้อง นายปิยรัฐ จงเทพ หรือโตโต้ ว่าที่ผู้สมัครสส.พรรคก้าวไกล อดีตหัวหน้ากลุ่มการ์ดวีโว กับพวกรวม 19 คน เป็นจำเลย ในความผิดฐานมั่วสุมชุมนุมตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป

ก่อความวุ่นวายในบ้านเมือง ต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานในการปฏิบัติหน้าที่ฯกระทำผิดฐานร่วมกันชุมนุมตั้งแต่ 10 คนขึ้นไปก่อความวุ่นวายในบ้านเมือง ตามป.อาญา มาตรา 215 วรรคแรกประกอบ มาตรา 83 พิพากษาจำคุกคนละ 1 เดือน ปรับคนละ 9,000 บาท คำให้การเป็นประโยชน์ลดโทษ 1 ใน 3 คงจำคุกคนละ 20 วัน ปรับเงินคนละ 6,000 บาท

แต่ไม่ปรากฏว่าเคยต้องโทษจำคุกมาก่อนเห็นควรให้โอกาสกลับตัวเป็นคนดี จึงรอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี ให้คุมประพฤติคนละ 1 ปี และรายงานตัวกับพนักงานคุมประพฤติ 4 ครั้ง ให้ทำงานเพื่อประโยชน์สาธารณะบริการสังคมเป็นเวลา 24 ชั่วโมง ส่วนข้อหาอื่นให้ยกฟ้อง