พอล รูเซซาบากินา ฮีโร่ ‘โฮเทล รวันดา’ ได้อิสรภาพ ออกจากเรือนจำแล้ว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2663425

พอล รูเซซาบากินา ฮีโร่ 'โฮเทล รวันดา' ได้อิสรภาพ ออกจากเรือนจำแล้ว

25 มี.ค. 2566 15:08 น.

พอล รูเซซาบากินา ฮีโร่ ‘โฮเทล รวันดา’ ได้อิสรภาพ ออกจากเรือนจำแล้ว

พอล รูเซซาบากินา วีรบุรุษ ช่วยผู้คนกว่าพันจากการถูกฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ จนเรื่องราวของเขาได้ถูกนำมาสร้างหนังเรื่อง ‘โฮเทล รวันดา’ ได้รับการปล่อยตัวจากเรือนจำแล้ว

เมื่อ 25 มีนาคม 2566  สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน นายพอล รูเซซาบากินา อดีตผู้จัดการโรงแรมในรวันดา วัย 68 ปี ซึ่งได้รับการยกย่องชื่นชมในฐานะวีรบุรุษช่วยชีวิตผู้คนกว่า 1,200 คนจากการโดนฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในรวันดา ในที่สุด ได้รับการปล่อยตัวจากเรือนจำในกรุงคิกาลี เมืองหลวงของรวันดาแล้ว จนสร้างความยินดีให้แก่ครอบครัวและผู้สนับสนุนเขาอย่างมาก หลังจากนายรูเซซาบากินาได้ถูกคุมขังในเรือนจำมาเป็นเวลา 2 ปี นับตั้งแต่ถูกศาลตัดสินจำคุก 25 ปีในข้อหาก่อการร้ายเมื่อกันยายน 2564

โฆษกรัฐบาลรวันดา กล่าวถึงการปล่อยตัวนายรูเซซาบากินา วีรบุรุษแห่งรวันดา เพียงว่า ‘การตัดสินลงโทษนายรูเซซาบากินาได้ถูกเปลี่ยนแปลงโดยคำสั่งประธานาธิบดี’

ด้านประธานาธิบดีโจ ไบเดนแห่งสหรัฐฯ ได้เรียกข่าวการปล่อยตัวนายรูเซซาบากินาออกจากเรือนจำในครั้งนี้ว่า เป็นผลลัพธ์ที่มีความสุข หลังจากรัฐบาลสหรัฐฯ ได้พยายามกดดันอย่างหนักให้รัฐบาลรวันดาปล่อยตัวนายรูเซซาบากินา ซึ่งพำนักอยู่ในสหรัฐฯ ตั้งแต่ปี 2552 และนายรูเซซาบากินาได้ถูกทางการรวันดาจับกุมในปี 2563 เนื่องจากครื่องบินส่วนตัวลำหนึ่งซึ่งเขาเชื่อว่าจะพาไปยังประเทศบุรุนดี กลับไปลงจอดที่กรุงคิกาลี

พอล รูเซซาบากินา ฮีโร่ 'โฮเทล รวันดา'ขณะถูกทางการรวันดาควบคุมตัวในปี 2563
พอล รูเซซาบากินา ฮีโร่ ‘โฮเทล รวันดา’ขณะถูกทางการรวันดาควบคุมตัวในปี 2563

รัฐบาลสหรัฐฯ ชี้ว่าการควบคุมตัวนายรูเซซาบากินา ถือเป็นการควบคุมตัวที่ผิด โดยรัฐบาลรวันดาได้ตั้งข้อหานายรูเซซาบากินา ถึง 9 ข้อหา อันเกี่ยวข้องกับสนับสนุนกลุ่มกบฏแนวร่วมปลดปล่อยแห่งชาติ (เอฟแอลเอ็น) ที่ก่อเหตุโจมตีเมื่อปี 2561 และ 2562 กระทั่งศาลรวันดาได้ตัดสินจำคุกนายรูเซซาบากินาเป็นเวลา 25 ปีในปี 2564

ก่อนหน้านี้ เรื่องราวของนายรูเซซาบากินา อดีตผู้จัดการโรงแรมมิลล์คอลลินส์  ซึ่งได้รับการยกย่องให้เป็นฮีโร่ ผู้ช่วยชีวิตผู้คนถึง 1,200 คนจาการถูกฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในรวันดา เมื่อปี 2537 ได้ถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์ฮอลลีวูด เรื่อง Hotel Rwanda (โฮเทล รวันดา) ซึ่งการที่เขาถูกศาลตัดสินจำคุกเป็นเวลา 25 ปีในข้อหาก่อการร้ายนั้น จึงทำให้บรรดาผู้คนที่สนับสนุนนายรูเซซาบากินา เรียกว่าเป็นการดำเนินคดีที่น่าอับอาย

ที่มา : BBC

อาลัย “ดาร์เซลล์ ฟิฟทีน” แดร็กควีนอายุมากที่สุดในโลก เสียชีวิตในวัย 92 ปี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2663465

อาลัย "ดาร์เซลล์ ฟิฟทีน" แดร็กควีนอายุมากที่สุดในโลก เสียชีวิตในวัย 92 ปี

25 มี.ค. 2566 14:42 น.

อาลัย “ดาร์เซลล์ ฟิฟทีน” แดร็กควีนอายุมากที่สุดในโลก เสียชีวิตในวัย 92 ปี

เธอมันตัวแม่ “ดาร์เซล ฟิฟทีน” ผู้เป็นตำนานในวงการแดร็กควีน เจ้าของสถิติกินเนสส์บุ๊ก “แดร็กควีนอายุมากที่สุดในโลกที่ยังทำการแสดงอยู่” เสียชีวิตในวัย 92 ปี

เมื่อวันที่ 24 มี.ค. 2566 สำนักข่าวเอพี รายงานว่า “วอลเตอร์ ซี โคล” หรือ “ดาร์เซล ฟิฟทีน” (Darcelle XV) แดร็กควีนผู้เป็นตำนานในวงการนางโชว์ผู้ชายแต่งหญิงที่ได้รับการบันทึกสถิติจากกินเนสส์บุ๊ก เมื่อปี 2559 ว่าเป็น “แดร็กควีนอายุมากที่สุดในโลกที่ยังทำการแสดงอยู่” เสียชีวิตแล้วขณะมีอายุ 92 ปี

รายงานข่าวระบุว่า “ดาร์เซล ฟิฟทีน” เสียชีวิตด้วยสาเหตุธรรมชาติ ที่บ้านพักในเมืองพอร์ทแลนด์ รัฐโอเรกอน ขณะมีชีวิตอยู่เขาทำงานแสดงโชว์แดร็กควีนที่ไนต์คลับ “ดาร์เซล ฟิฟทีน โชว์เพลส” ของเขา จวบจนวาระสุดท้าย รวมเป็นระยะเวลายาวนานถึง 57 ปี

นอกเหนือจากเวลาทำงานในฐานะแดร็กควีน วอลเตอร์ ซี โคล เป็นนักเคลื่อนไหวเพื่อปกป้องสิทธิกลุ่ม “LGBTQ+” และอุทิศตนทำงานด้านการกุศลในชุมชนเมืองพอร์ตแลนด์มาอย่างยาวนาน

โดยคำว่า “แดร็กควีน” มาจากคำว่า Dressed Resembling As a Girl หรือ DRAG หมายถึงผู้ที่นิยามตนเองว่าเป็นชาย แต่แต่งตัวเป็นผู้หญิง แต่ปัจจุบันแดร็กควีนอาจเป็นบุคคลเพศใดก็ได้ที่นิยมการแต่งตัวและแต่งหน้าแบบจัดเต็ม

ขณะเดียวกันไนต์คลับ “ดาร์เซล ฟิฟทีน โชว์เพลส” ในย่านใจกลางเมืองพอร์ตแลนด์ เปิดให้บริการมานานกว่า 50 ปี และกลายเป็นสถานที่แห่งวัฒนธรรมเมืองพอร์ตแลนด์ตั้งแต่ยุคปี ค.ศ. 1970 จนถึงปัจจุบัน โดยได้รับการรับรองให้เป็นสถานที่ประวัติศาสตร์แห่งชาติ เมื่อปี 2563 และเป็นสถานที่แห่งความทรงจำของชุมชน LGBTQ+

หลังจากทราบข่าวการเสียชีวิตของ “ดาร์เซล ฟิฟทีน” บรรดาแฟนๆ ต่างออกมาร่วมไว้อาลัย โดยนายรอน วีเดน นายกเทศมนตรีเมืองพอร์ตแลนด์และสมาชิกวุฒิสภาพรรคเดโมแครต กล่าวยกย่องว่า ดาร์เซล ฟิฟทีน เป็นผู้บุกเบิก และเป็นบุคคลในหน้าประวัติศาสตร์ของพอร์ตแลนด์ที่จะไม่มีใครลืมเลือน.

สุดอึ้ง 2 นักโทษในสหรัฐฯ ‘มาเหนือเมฆ’ ใช้แปรงสีฟันแงะกำแพง แหกคุก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2663356

สุดอึ้ง 2 นักโทษในสหรัฐฯ 'มาเหนือเมฆ' ใช้แปรงสีฟันแงะกำแพง แหกคุก

25 มี.ค. 2566 12:33 น.

สุดอึ้ง 2 นักโทษในสหรัฐฯ ‘มาเหนือเมฆ’ ใช้แปรงสีฟันแงะกำแพง แหกคุก

สองนักโทษในสหรัฐฯ คิดวิธีแหกคุกแบบเหนือชั้น ใช้แปรงสีฟันทำอุปกรณ์งัดแงะกะเทาะกำแพง จนสามารถหลบหนีออกจากเรือนจำในรัฐเวอร์จิเนีย ออกไปกินแพนเค้กได้หลายชั่วโมง

สื่อต่างประเทศรายงานเกิดเหตุการณ์แหกคุกแบบเหนือชั้นในสหรัฐอเมริกา จนทำให้เจ้าหน้าที่เรือนจำนิวพอร์ต นิวส์ เจล เอนเน็กซ์ รัฐเวอร์จิเนีย ต้องประสานไปยังสำนักงานนายอำเภอนิวพอร์ต นิวส์ เพื่อออกประกาศตามจับกุมนักโทษชายสองคน คือ นายอาร์ลีย์ วี.นีโม วัย 43 ปี และนายจอห์น เอ็ม.การ์ซา วัย 37 ปี หลังมารู้ว่านักโทษชายทั้งสองคนนี้ได้หายไปในระหว่างเจ้าหน้าที่นับจำนวนนักโทษ เมื่อช่วงค่ำ ประมาณ 19.00 น. ของวันจันทร์ที่ 20 มีนาคม ที่ผ่านมา ตามเวลาท้องถิ่น

สำนักงานนายอำเภอนิวพอร์ต นิวส์ รัฐเวอร์จิเนีย ได้เผยแพร่รูปถ่ายของนายอาร์ลีย์ วี.นีโม วัย 43 ปี และจอห์น เอ็ม.การ์ซา วัย 37 ปี เพื่อให้ประชาชนที่พบเห็นนักโทษทั้งสองคนนี้แจ้งมายังสำนักงานนายอำเภอเพื่อจะได้ติดตามจับกุมสองนักโทษแหกคุกให้กลับมาเข้าคุกตามเดิม

ทางการสหรัฐฯประกาศตามจับสองนักโทษแหกคุกในรัฐเวอร์จิเนีย
ทางการสหรัฐฯประกาศตามจับสองนักโทษแหกคุกในรัฐเวอร์จิเนีย

กระทั่งต่อมา ได้มีพลเมืองดีโทร.แจ้งเข้ามายังสำนักงานนายอำเภอว่า เห็นนักโทษชายสองคนนี้กำลังอยู่ในร้านขายแพนเค้ก IHOP ในเมืองแฮมป์ตัน เมื่อเวลาประมาณ 4.20 น. ของเช้าวันอังคารที่ 21 มีนาคม จึงทำให้เจ้าหน้าที่สามารถตามจับกุมนักโทษสองคนนี้กลับมาเข้าคุกได้สำเร็จ หลังจากสามารถหลบหนีออกจากคุกแบบเหนือชั้นได้เพียง 9 ชั่วโมง

สองนักโทษในสหรัฐฯใช้อุปกรณ์ทำมือประกอบด้วยแปรงสีฟันและโลหะ งัดแงะกำแพง จนแหกคุกได้สำเร็จ
สองนักโทษในสหรัฐฯใช้อุปกรณ์ทำมือประกอบด้วยแปรงสีฟันและโลหะ งัดแงะกำแพง จนแหกคุกได้สำเร็จ


จากการสอบสวนนักโทษสองคนนี้ในเบื้องต้น ทราบว่า พวกเขาได้พบจุดอ่อนแอที่สุดของเรือนจำแห่งนี้ จากนั้นจึงได้ทำอุปกรณ์ทำมือขึ้นมา โดยใช้แปรงสีฟัน และโลหะอย่างหนึ่งในการงัดแงะกำแพง กระทั่งสามารถกะเทาะมาถึงส่วนที่เป็นเหล็กเส้น จึงได้ใช้เหล็กเส้นนี้งัดกะเทาะกำแพงจนเป็นรูขนาดใหญ่พอที่จะลอดออกมาได้

นักโทษชายสองคนนี้สามารถหลบหนีไปได้ไกลจากเรือนจำนิวพอร์ต นิวส์ เจล เอนเน็กซ์ ประมาณ 6.6 ไมล์ หรือราว 10.6 กิโลเมตร ก่อนจะถูกเจ้าหน้าที่ตามจับกุมกลับเข้าคุกได้ในที่สุด เนื่องจากมีพลเมืองดีช่วยแจ้งเบาะแส โดยเจ้าหน้าที่จะต้องสอบสวนนักโทษชายสองคนนี้ต่อไปว่าใช้แปรงสีฟันงัดกำแพงคุกนานกี่วัน จนสามารถหนีออกมาได้

ที่มา : Dailymail

ยูเครนนับถอยหลังตีโต้ทวงดินแดน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2663265

ยูเครนนับถอยหลังตีโต้ทวงดินแดน

25 มี.ค. 2566 08:03 น.

ยูเครนนับถอยหลังตีโต้ทวงดินแดน

เมื่อวันที่ 24 มี.ค. กองทัพยูเครนประกาศจุดยืนว่า อีกไม่นานยูเครนจะเริ่มปฏิบัติการตีโต้ครั้งใหญ่ หลังประเมินว่าหน่วยรบรับจ้างวากเนอร์ของรัสเซียเริ่มอ่อนกำลังและสูญเสียกำลังพลไปเป็นจำนวนมากจากการสู้รบในพื้นที่เมืองบาคห์มุท ยูเครนจะใช้โอกาสนี้เหมือนกับที่เคยทำมาปีก่อนและสามารถทวงคืนดินแดนกลับคืนมาได้ ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่กรุงเคียฟและจังหวัดคาร์คิฟ ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

ขณะที่สื่อความมั่นคงบางกระแสระบุว่า ยูเครนได้แสดงจุดยืนว่าจะเริ่มปฏิบัติการตีโต้ในช่วงฤดูใบไม้ผลิที่จะถึงนี้หรือรอไปจนถึงช่วงฤดูร้อน และอาจระดมกำลังพลเตรียมไว้ 200,000 นายเพื่อการนี้ แต่ปฏิบัติการใช้ช่วงเวลาดังกล่าวย่อมหมายความว่าจะยังไม่ได้รับรถถังรุ่นใหม่จากชาติตะวันตก ไม่ว่าจะเป็นเลพเพิร์ด 2 ของเยอรมนี หรือเอบรัมส์ของสหรัฐฯ ส่วนนายดมิทรี เมดเวเดฟ อดีตประธานาธิบดีรัสเซีย ให้สัมภาษณ์สื่อรัสเซียว่า ความพยายามใดๆในการทวงคืนคาบสมุทรไครเมียจะเป็น เหตุผลที่เพียงพอให้กองทัพรัสเซียใช้อาวุธทุกรูปแบบ แต่เชื่อว่าการทวงคืนไครเมียเป็นเพียงโฆษณาชวนเชื่อของยูเครน พร้อมเตือนว่า หากเกิดการเผชิญหน้ากันโดยตรงระหว่างรัสเซีย-สหรัฐฯ ย่อมหมายถึงหายนะ และจะไม่มีผู้ชนะจากศึกครั้งนี้.

สโลวาเกีย ชาติที่ 2 ของนาโต ส่งเครื่องบินขับไล่ 4 ลำ ไปช่วยยูเครนแล้ว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2662935

สโลวาเกีย ชาติที่ 2 ของนาโต ส่งเครื่องบินขับไล่ 4 ลำ ไปช่วยยูเครนแล้ว

24 มี.ค. 2566 18:51 น.

สโลวาเกีย ชาติที่ 2 ของนาโต ส่งเครื่องบินขับไล่ 4 ลำ ไปช่วยยูเครนแล้ว

สโลวาเกีย ส่งมอบเครื่องบินขับไล่ มิก-29 จำนวน 4 ลำ ไปช่วยยูเครนแล้ว กลายเป็นชาติสมาชิกนาโตชาติที่ 2 ต่อจากโปแลนด์ ที่ตัดสินใจส่งเครื่องบินขับไล่ไปให้ยูเครนสู้กับรัสเซีย

เมื่อ 24 มี.ค. 2566 สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานความคืบหน้าของ สงครามรัสเซีย-ยูเครน ที่ดำเนินมาถึงวันที่ 393 แล้วว่า เครื่องบินขับไล่ Mig-29 (มิก-29) ยุคอดีตสหภาพโซเวียต ของสโลวาเกีย จำนวน 4 ลำ ได้ทะยานจากสโลวาเกียมุ่งหน้าสู่ยูเครนแล้ว เพื่อใช้ในการต่อสู้กับรัสเซียที่มารุกราน หลังจากประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน เปิดฉากทำสงครามในยูเครน ตั้งแต่ 24 ก.พ. 2565

นักบินกองทัพอากาศยูเครน ได้ทำหน้าที่ขับเครื่องบินขับไล่ มิก-29 จำนวน 4 ลำ ออกจากสโลวาเกีย เมื่อวันพฤหัสฯ ที่ 23 มีนาคม ตามเวลาท้องถิ่น มุ่งหน้าสู่ยูเครน ในขณะที่กระทรวงกลาโหมสโลวาเกียระบุว่า เครื่องบินขับไล่อีก 9 ลำ จะถูกส่งมอบให้แก่ยูเครนในสัปดาห์ต่อๆ ไป

ทั้งนี้ เมื่อวันศุกร์สัปดาห์ที่แล้ว (17 มี.ค. 2566) รัฐบาลสโลวาเกียได้อนุมัติแผนส่งเครื่องบินขับไล่ มิก-29 ไปเสริมกำลังให้กับกองทัพอากาศยูเครนเป็นจำนวนถึง 13 ลำ ทำให้สโลวาเกียกลายเป็นชาติที่ 2 ที่เป็นสมาชิกขององค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (นาโต) ต่อจากโปแลนด์ ที่ส่งเครื่องบินขับไล่ไปช่วยยูเครนป้องกันการถูกรุกรานจากรัสเซีย.

ที่มา : Aljazeera

‘อูมัวมัว’ คืออะไรกันแน่ ใช่ยานแม่เอเลี่ยน? ผ่านมา 5 ปี มีผลศึกษาใหม่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2662141

'อูมัวมัว' คืออะไรกันแน่ ใช่ยานแม่เอเลี่ยน? ผ่านมา 5 ปี มีผลศึกษาใหม่

24 มี.ค. 2566 16:33 น.

‘อูมัวมัว’ คืออะไรกันแน่ ใช่ยานแม่เอเลี่ยน? ผ่านมา 5 ปี มีผลศึกษาใหม่

  • ‘อูมัวมัว’ วัตถุระหว่างดวงดาว (Interstellar) จากนอกระบบสุริยะที่มาเยือนโลกเป็นครั้งแรก เมื่อ 5 ปีก่อนคืออะไรกันแน่ ยังคงเป็นคำถามที่บรรดานักฟิสิกส์ดาราศาสตร์ และเหล่านักวิทยาศาสตร์พยายามไขคำตอบ
  • ล่าสุด ทีมนักวิจัยจาก 2 มหาวิทยาลัยชั้นนำในสหรัฐฯ ทั้งม.แคลิฟอร์เนีย, เบิร์กลีย์ และ ม.คอร์เนล ได้ข้อสรุปว่า อูมัวมัว อาจเป็น ‘ดาวหางนอกระบบสุริยะ’
  • ขณะที่ตามความเห็นของเหล่านักฟิสิกส์ดาราศาสตร์จำนวนไม่น้อยยังคงเชื่อว่า อูมัวมัว อาจเป็น ‘ยานแม่ของเอเลี่ยน’ และมีนักดาราศาสตร์อีกมากที่คิดว่า อูมัวมัว น่าจะเป็น ‘ดาวเคราะห์น้อย’

การมาเยือนโลก ของวัตถุระหว่างดวงดาวนอกระบบสุริยะครั้งแรก ซึ่งนักวิทยาศาสตร์ตั้งชื่อให้ว่า ‘อูมัวมัว’ (Oumaumau) ยังคงเป็นปริศนา และไม่ได้ข้อสรุปที่แน่ชัด แม้เวลาจะล่วงเลยมานานกว่า 5 ปี แล้ว

ด้วยรูปร่างหน้าตาที่แปลกประหลาดของ อูมัวมัว ซึ่งมีลักษณะคล้าย ซิการ์ และไม่ได้มีขนาดใหญ่โตอะไร ประกอบกับสามารถเร่งความเร็ว จนเคลื่อนที่ด้วยความเร็วได้สูงถึง 196,000 ไมล์ต่อชั่วโมง ทำให้บรรดานักดาราศาสตร์และนักฟิสิกส์ดาราศาสตร์ทั่วโลกให้ความสนใจกันอย่างมาก และพยายามไขปริศนาของวัตถุระหว่างดวงดาวนอกระบบสุริยะนี้

'อูมัวมัว' วัตถุระหว่างดวงดาวจากนอกระบบสุริยะที่โคจรเข้ามาในระบบสุริยะของเราเป็นครั้งแรก
‘อูมัวมัว’ วัตถุระหว่างดวงดาวจากนอกระบบสุริยะที่โคจรเข้ามาในระบบสุริยะของเราเป็นครั้งแรก

‘อูมัวมัว’ ผู้มาเยือนลึกลับเมื่อกว่า 5 ปีก่อน

เวลาผ่านไปเร็ว จนถึงขณะนี้ อูมัวมัว ยังคงเป็นวัตถุลึกลับปริศนา หลังจากได้มาเยือนโลกตั้งแต่กว่า 5 ปีที่แล้ว นับตั้งแต่ทีมนักดาราศาสตร์ที่รัฐฮาวาย ในสหรัฐอเมริกา ต้องตื่นตะลึง เมื่อพบโดยกล้องโทรทรรศน์ Pan-STARRS1 ว่ามีวัตถุระหว่างดวงดาวที่มาจากนอกสุริยะกำลังเคลื่อนผ่านโลกของเรา ในวันที่ 19 ตุลาคม 2560  ขณะที่นักดาราศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยฮาวายได้ใช้กล้องโทรทรรศน์ชนิดนี้ในการค้นหาดาวเคราะห์น้อยที่เป็นอันตรายต่อโลก 

ก่อนต่อมานักดาราศาสตร์ได้มีการประกาศการค้นพบวัตถุอวกาศปริศนานี้ในวันที่ 25 ตุลาคม 2560 จนถือเป็นการค้นพบวัตถุระหว่างดวงดาวที่มาจากระบบสุริยะอื่นที่มาเยือนโลกเป็นครั้งแรก และตั้งชื่อเรียกว่า อูมัวมัว ซึ่งเป็นภาษาฮาวาย หมายถึง ‘หน่วยสอดแนม กองหน้าในการรบ’ หรือผู้ส่งสาร

ดาวหาง C/2022 E3 (ZTF) โคจรผ่านโลกและดวงอาทิตย์ที่สามารถมองเห็นด้วยตาเปล่า เป็นครั้งแรกในรอบ 50,000 ปี เมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2566
ดาวหาง C/2022 E3 (ZTF) โคจรผ่านโลกและดวงอาทิตย์ที่สามารถมองเห็นด้วยตาเปล่า เป็นครั้งแรกในรอบ 50,000 ปี เมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2566

นักฟิสิกส์ดาราศาสตร์จำนวนไม่น้อยยังเชื่อว่า คือ ‘ยานแม่ของเอเลี่ยน’

ท่ามกลางข้อสันนิษฐานในเบื้องต้นของนักดาราศาสตร์จำนวนมากที่คิดว่า อูมัวมัว น่าจะเป็นดาวเคราะห์น้อย แต่ก็มีนักฟิสิกส์จำนวนไม่น้อยที่ยังคงเชื่อว่า อูมัวมัว อาจเป็นยานแม่ของมนุษย์ต่างดาว

นอกจากรูปร่างหน้าตาของอูมัวมัวที่คล้ายกับซิการ์ มีความยาวราว 400 เมตร แต่มีความกว้างเพียง 40 เมตรแล้ว อูมัวมัว ถือเป็นเทหวัตถุที่มีลักษณะแปลกประหลาด ซึ่งนักดาราศาสตร์ทั่วโลกไม่เคยพบเคยเห็นมาก่อน

ที่สำคัญ อูมัวมัว ยังมีลักษณะสำคัญที่ทำให้นักฟิสิกส์ดาราศาสตร์จำนวนไม่น้อยเชื่อว่า มันไม่ใช่ดาวเคราะห์น้อย หรือดาวหาง ด้วยเหตุผลดังนี้

-อูมัวมัว ไม่ใช่ดาวหาง เพราะไม่มีส่วนที่ระเหิดเป็นแก๊สขณะโคจรเข้าใกล้ดวงอาทิตย์ ทำให้ไม่มีลักษณะคล้ายหางแต่อย่างใด

-สามารถเร่งความเร็วในการเคลื่อนที่ได้

-อูมัวมัว มีขนาดเล็กกว่าดางหางอื่นๆ ทั่วไป และอยู่ห่างจากดวงอาทิตย์ ซึ่งด้วยเหตุปัจจัยเหล่านี้จึงทำให้อูมัวมัวไม่สามารถที่จะมีไอน้ำที่ระเหิดออกมาเพียงพอที่จะก่อให้เกิดแรงขับที่มากขนาดนี้ และอูมัวมัวไม่ได้เคลื่อนที่จากแรงโน้มถ่วงของดวงอาทิตย์

-อูมัวมัว มาจากห้วงอวกาศอื่น ไม่ใช่เทหวัตถุในระบบสุริยะของเรา ซึ่งมันเหมือนกับ ‘ท่อนไม้ลอย’ ได้ในอวกาศ และไม่ได้เกี่ยวข้องกับดวงอาทิตย์

'อูมัวมัว' วัตถุระหว่างดวงดาวจากนอกระบบสุริยะที่โคจรเข้ามาในระบบสุริยะของเราเป็นครั้งแรก
‘อูมัวมัว’ วัตถุระหว่างดวงดาวจากนอกระบบสุริยะที่โคจรเข้ามาในระบบสุริยะของเราเป็นครั้งแรก

ล่าสุด ทีมนักวิจัย 2 มหา’ลัยชั้นนำในสหรัฐฯ เผยผลการศึกษาใหม่

อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางปริศนาของอูมัวมัว ผู้มาเยือนลึกลับที่ไม่สามารถได้คำตอบแน่ชัดว่ามันคืออะไร ปรากฏว่าเมื่อ 23 มี.ค. 2566 มีรายงานจากสื่อต่างประเทศ ระบุว่า นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยชื่อดัง ทั้งมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย, เบิร์กลีย์ และคอร์เนล ในสหรัฐอเมริกา ได้เสนอรายงานผลการศึกษาใหม่ในการพยายามไขปริศนาอูมัวมัว โดยเชื่อว่า อูมัวมัว น่าจะเป็น ‘ดาวหางนอกระบบสุริยะ

สาเหตุที่ทำให้ทีมนักวิจัยในสหรัฐฯ กลุ่มนี้เชื่อว่า อูมัวมัว คือ ดาวหางจากนอกระบบสุริยะ ได้มีการอธิบายอย่างง่ายๆ ว่า เป็นเพราะอูมัวมัว ถึงแม้ไม่มีกลุ่มแก๊สฯที่ดูแล้วมีลักษณะคล้ายหางที่พ่นออกมาเป็นหางยาว แต่เนื่องจากอูมัวมัวเป็นดาวหางขนาดเล็กจากนอกระบบสุริยะ ซึ่งเปลือกบางของแก๊สไฮโดรเจนไม่สามารถถูกตรวจจับจนมองเห็นได้โดยกล้องโทรทรรศน์

เรียกว่าผลการศึกษาใหม่ของทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กลีย์ และคอร์เนล ที่มีความเห็นว่า อูมัวมัว คือ ดาวหางนอกระบบสุริยะนั้น แตกต่างจากความเห็นของนักฟิสิกส์ดาราศาสตร์จำนวนหนึ่งที่เชื่อกันว่า อูมัวมัว อาจเป็นยานแม่ของเอเลี่ยน 

จึงทำให้ความสนุกตื่นเต้นในการไขปริศนา อูมัวมัว ผู้มาเยือนลึกลับ ยังคงดำเนินต่อไป จนกว่าจะมีข้อสรุปที่ไม่สามารถหักล้างด้วยเหตุผลทางวิทยาศาสตร์ใดๆ ได้อีกว่า อูมัวมัว สุดท้ายแล้วคืออะไร.

ผู้เขียน : อรัญญา ศรีจันทรนิตย์

ที่มา : DailymailCNN

‘ประชาธิปัตย์’ ยึดมั่นประชาธิปไตย ใครรวมเสียงได้มาก จัดตั้งรัฐบาล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/545547

25 มี.ค. 2566

'ประชาธิปัตย์' ยึดมั่นประชาธิปไตย ใครรวมเสียงได้มาก จัดตั้งรัฐบาล

‘ประชาธิปัตย์’ ยึดมั่นประชาธิปไตย เคารพประชาชน ใครรวมเสียงข้างมากได้ จัดตั้งรัฐบาล พรรคชนะอาจเป็นฝ่ายค้าน ส่วน ทักษิณ กลับบ้านได้ไม่มีใครห้าม แต่ต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนภายหลังเข้าร่วมสังเกตการณ์ปชป.ทำไพรมารีโหวตของผู้สมัคร สส. กทม. ที่โรงแรมบลิซ โฮเทล ลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร

ผู้สื่อข่าวถามถึงข่าวว่า นายทักษิณ ชินวัตร ต้องการกลับประเทศไทยนั้น หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ความจริงแล้วก็กลับประเทศได้อยู่แล้วถ้าจะกลับ ไม่มีใครสามารถไปห้ามไม่ให้กลับได้ เพียงแต่เมื่อกลับมาแล้วก็ต้องเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าต้องทำอะไรอย่างไร

พร้อมกับได้ให้ข้อสังเกตว่า นายทักษิณนั้นออกมาพูดในช่วงที่กำลังมีการเลือกตั้งเท่านั้นเอง ส่วนข้อเท็จจริงก็คือไม่มีใครไปห้ามไม่ให้กลับได้ เพราะตัวนายทักษิณเองก็สามารถกลับมาได้อยู่แล้ว เพียงแต่ต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม

ส่วนที่ผู้สื่อข่าวได้ถามถึงเรื่องการจับขั้วเพื่อรวมเสียงข้างมากในการจัดตั้งรัฐบาลนั้น นายจุรินทร์ตอบว่า สำหรับพรรคประชาธิปัตย์ มีหลักที่ได้ประกาศไปแล้วว่า เรายึดมั่นในการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ซึ่งเป็นประชาธิปไตยในระบบรัฐสภา ใครรวมเสียงข้างมากได้คนนั้นก็เป็นรัฐบาล ที่เหลือก็เป็นฝ่ายค้าน 

เพราะฉะนั้นจึงขึ้นอยู่กับเสียงประชาชนหลังการเลือกตั้งว่า พรรคไหนจะได้เท่าไหร่ แล้วใครจะไปรวมกับใคร กลายเป็นเสียงข้างมากเสียก่อน เพราะฉะนั้นต้องนับหนึ่งที่การเลือกตั้ง ส่วนการจับขั้วนั้นสามารถทำได้ แต่จะเกิดจริงได้หรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับมือประชาชน ใครจะไปจับกับใครอย่างไรก็จับได้ แต่สุดท้ายประชาชนเป็นผู้ให้คำตอบ 

ประชาธิปัตย์จึงบอกว่า เมื่อเรายึดมั่นในระบอบประชาธิปไตย เราก็เคารพประชาชน เพราะฉะนั้นต้องให้ประชาชนเป็นคนแรกที่ให้คำตอบก่อน ว่าเขาจะให้พรรคไหนเท่าไหร่ และเมื่อถึงเวลานั้น พรรคก็จะพิจารณาว่าจะตัดสินใจทางการเมืองอย่างไร โดยอาศัยที่ประชุมพรรค และต้องเป็นมติด้วย

“ประชาธิปัตย์นั้นเป็นประชาธิปไตยตัวจริง ตัวจริงทั้งประชาธิปไตยในพรรค และประชาธิปไตยนอกพรรคในระบบประชาธิปไตยสากล นี่คือสิ่งที่เรายึด ใครจะไปจับกับใครก็เป็นเรื่องของพรรคนั้น แต่ประชาธิปัตย์ยังไม่ได้ไปจับกับใคร จึงตั้งหลักไว้ชัดเจนแล้วว่า ก็ต้องรอผลการเลือกตั้ง และเมื่อประชาชนให้คำตอบแล้ว เราก็จะตัดสินใจ เพราะต้องนับหนึ่งด้วยการเคารพเสียงประชาชนก่อน” นายจุรินทร์กล่าว

ในการรวมเสียงข้างมากนั้น ไม่จำเป็นว่าต้องเป็นที่เท่าไหร่รวมกับที่เท่าไหร่ แต่อยู่ที่ว่าเมื่อรวมเสียงประชาชนทั้งหมดแล้วใครมากกว่า เพราะฉะนั้นไม่ว่าจะได้ที่เท่าไหร่ก็สามารถตั้งขั้วหรือจับขั้วรวมกันเป็นรัฐบาลได้ แต่ไม่ได้หมายความว่า ได้รับเลือกตั้งมาเป็นที่ 1 ที่ 2 จะเป็นรัฐบาล ที่ 3 ที่ 4 เป็นฝ่ายค้าน เพราะในการเลือกตั้งครั้งที่แล้ว พรรคที่ได้คะแนนมาเป็นลำดับ 1 ก็เป็นฝ่ายค้าน ซึ่งก็เกิดขึ้นได้เพราะการรวมเสียง ดังนั้นประชาธิปัตย์ก็มีโอกาสที่จะได้รับเสียงที่อยู่ในระดับที่สามารถรวมเสียงกับพรรคการเมืองอื่นเพื่อตั้งรัฐบาลได้เช่นกัน

“สถานการณ์การเมืองตอนนี้ หลายพรรคก็ลงมาในขนาดที่พอๆ กัน หรือใกล้เคียงกัน อาจจะยกเว้นบางพรรคที่เสียงอาจจะโด่งไปบ้าง แต่ที่เหลือเสียงก็ใกล้ๆ กัน อาจจะมากน้อยแตกต่างกันอยู่ที่มือประชาชนนั่นแหละ แต่ก็ไม่ได้แปลว่าประชาธิปัตย์จะไม่มีโอกาส และประชาธิปัตย์ก็มีโอกาสในการที่จะไปรวมเสียงข้างมากได้ ถ้าเราได้เสียงมากพอ แล้วก็มั่นใจว่าเที่ยวนี้เราจะได้ดีกว่าเดิมในทุกภาค ทั้งปักษ์ใต้ กรุงเทพมหานคร ภาคกลาง ภาคเหนือ อีสาน ในหลายจังหวัดมีเสียงตอบรับดีมาก และผู้สมัครของเราก็มีโอกาสได้รับเลือกตั้งเช่นกัน” นายจุรินทร์กล่าว

‘ประชาธิปัตย์’ รู้ผลทำไพรมารีโหวต สส.เขต- ปาร์ตี้ลิสต์ 27 มี.ค.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/545544

25 มี.ค. 2566

'ประชาธิปัตย์' รู้ผลทำไพรมารีโหวต สส.เขต- ปาร์ตี้ลิสต์ 27 มี.ค.

‘ประชาธิปัตย์’ รู้ผลทำไพรมารีโหวต ผู้สมัครสส.เขต 400 คน และ สส.ปาร์ตี้ลิสต์ 100 คน ทั่วประเทศ 27 มี.ค. จุรินทร์ ย้ำจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนตัวผู้สมัครใน กทม. 4 เขต มั่นใจ ปชป.ดีขึ้นทั่วประเทศ

ที่โรงแรมบลิซ โฮเทล ลาดกระบัง พรรคประชาธิปัตย์ ได้จัดประชุมสมาชิกพรรค เพื่อรับฟังความคิดเห็นการสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้ง สส.แบบแบ่งเขต และแบบบัญชีรายชื่อ หรือ ปาร์ตี้ลิสต์ จังหวัดกรุงเทพมหานคร(กทม.) โดยมี นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรค เข้าร่วมสังเกตการณ์การประชุม โดยบรรยากาศการทำไพรมารีโหวต ของผู้สมัคร สส.กทม.ในวันนี้เป็นไปอย่างคึกคัก มีสมาชิกพรรค และประชาชนให้ความสนใจเป็นจำนวนมาก

หลังจากเสร็จสิ้นการประชุมในการจัดทำไพรมารรีโหวตแล้ว นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนว่า เมื่อเสร็จสิ้นการทำไพรมารี่ในวันที่ 27 มี.ค. 2566 ก็จะทราบว่า ทั้ง 400 คน 400 เขต เป็นใคร และบัญชีรายชื่อทั้ง 100 รายชื่อนั้นเป็นใครบ้าง เมื่อทางพรรคได้นำมาจัดทำไพรมารีแล้ว ก็จะทราบผล

สำหรับการที่ กกต. มีการประกาศเขตเลือกตั้งออกมานั้น นายจุรินทร์ กล่าวว่า พรรคมีความจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนตัวผู้สมัครใน กทม. 4 เขต ประกอบด้วย น.ส.สุภัสสรา ธงไชย เขตห้วยขวาง วังทองหลาง นสพ.อนันต์ ฤกษ์ดี เขตหนองจอก ลาดกระบัง และมีนบุรี น.ส.ศิริภา อินทรวิเชียร เขตธนบุรี คลองสาน ราษฏร์บูรณะ นายสุวัฒน์ ม่วงศิริ เขตบางขุนเทียน จอมทอง เนื่องจาก กกต. มีการปรับเขตเลือกตั้ง ทำให้พรรคจำเป็นต้องปรับตาม ส่วนใน 29 เขต ก็คงเดิมตามที่ได้ประกาศเปิดตัวไปแล้ว

พรรคประชาธิปัตย์ทำไพรมารี่โหวต ผู้สมัครสส.เขต และ ผู้สมัครสส.ปาร์ตี้ลิสต์พรรคประชาธิปัตย์ทำไพรมารี่โหวต ผู้สมัครสส.เขต และ ผู้สมัครสส.ปาร์ตี้ลิสต์

ปชป.เชื่อฝั่งธนบุรีได้ 3 เสียง

พร้อมกับเพิ่มเติมว่า เมื่อตระกูลม่วงศิริ อยู่กับเราแล้ว 2 คน เมื่อคุณสุวัฒน์ เข้ามาเพิ่ม ก็จะช่วยให้ทีมกรุงเทพฯ เข้มแข็งขึ้น ก็เชื่อว่ามีโอกาสฝ่ามาได้ทั้ง 3 ท่านในฝั่งธนฯ

ปาร์ตี้ลิสต์ ปชป.มีครบ100 ชื่อ

สำหรับผู้สมัครแบบบัญชีรายชื่อนั้น หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์กล่าวว่า เรามีครบทั้ง 100 ชื่อ เป็นไปตามกฎหมาย ซึ่งจะไม่เกิน 100 ชื่อ ที่จะต้องนำไปทำไพรมารี และประชาธิปัตย์ได้ส่งทั้ง 100 ชื่อ ที่ได้ผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการสรรหาของพรรคในเบื้องต้น 

โดยจะรอผลจากการทำไพรมารีในวันที่ 27 มี.ค.นี้ก่อนว่าจะเป็นอย่างไร ซึ่งยังไม่สามารถตอบในตอนนี้ได้ ส่วนเรื่องการจัดลำดับบัญชีรายชื่อนั้น ก็จะเป็นเรื่องที่กรรมการสรรหาจะต้องเป็นผู้พิจารณาและส่งให้กรรมการบริหารพิจารณาอีกครั้ง

ปชป.ทำไพรมารีโหวต ผู้สมัครสส.กทม.ปชป.ทำไพรมารีโหวต ผู้สมัครสส.กทม.

ปชป.ทำไพรมารีโหวต ผู้สมัครสส.กทม.คึกคักปชป.ทำไพรมารีโหวต ผู้สมัครสส.กทม.คึกคัก

‘เพื่อไทย’ เตือน อย่าโหนกระแส ‘ทักษิณ’ กลับไทยหลังเลือกตั้งโจมตีพรรค

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/545543

25 มี.ค. 2566

'เพื่อไทย' เตือน อย่าโหนกระแส 'ทักษิณ' กลับไทยหลังเลือกตั้งโจมตีพรรค

‘เพื่อไทย’ เตือน ฝ่ายตรงข้าม อย่าโหนกระแส ‘ทักษิณ’ กลับไทยหลังเลือกตั้ง ชี้เป็นเรื่องดี กลับมาพิสูจน์ตัวเอง ยืนยันพรรคมุ่งแก้ปัญหาให้ประชาชน

เมื่อวันที่ 25 มี.ค. นางสาวลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย รักษาการโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงนักโหนกระแสของ ดร.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จะกลับประเทศไทยออกมาโจมตีพรรคเพื่อไทยว่า ควรคิดเสียใหม่ เพราะที่ประชาชนชื่นชมและเชื่อมั่นในพรรคเพื่อไทย คือ นโยบายดีๆที่ “คิดใหญ่ ทำเป็น เพื่อคนไทยทุกคน”
 

ซึ่งเป็นกรณีจากที่ ดร.ทักษิณออกมาให้สัมภาษณ์พิเศษกับสื่อต่างประเทศ พร้อมที่จะกลับมารับโทษจำคุกในประเทศไทย หากเขาได้รับอนุญาตให้ใช้ชีวิตที่เหลืออยู่กับครอบครัว ไม่ว่าผลการเลือกตั้งที่กำลังจะมีขึ้นในเดือน พ.ค. นี้จะออกมาเป็นอย่างไร ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขว้างและถูกหยิบมาเป็นประเด็นทางการเมือง เชื่อมโยงพรรคเพื่อไทย 
 

ดร.ลิณธิภรณ์ กล่าวต่ออีกว่า การแสดงความคิดเห็น ของ ดร.ทักษิณ เป็นการแสดงความคิดเห็นส่วนตัวของในฐานะคนไทยคนหนึ่งที่อยากกลับบ้านและกลับมาอยู่กลับลูกหลานในช่วงปั้นปลายชีวิต เพื่อเข้าสู่กระบวนการกฎหมายของไทยอย่างถูกต้อง ที่ผ่านมาคดีต่างๆที่ดร.ทักษิณ ถูกดำเนินคดี ล้วนเกิดจากฝั่งตรงข้ามทางการเมือง จนทำให้เกิดคำถามว่า ความยุติธรรมที่มีไว้เพื่อกำจัดฝั่งตรงข้ามจะยังใช่ความยุติธรรมหรือไม่

วันนี้หากดร.ทักษิณจะเดินทางกลับไทยและเข้าสู่การพิจารณาคดี ถือว่าเป็นสิทธิส่วนบุคคล และเป็นเรื่องที่ดีที่จะมาพิสูจน์ตนเอง ดังนั้นจึงไม่ควรใช้เป็นประเด็นโจมตีทางการเมือง โดยการเชื่อมโยงบุคคลอื่นคดีอื่นๆ

“วันนี้พรรคเพื่อไทยมุ่งเน้น การนำเสนอนโยบายเพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในทุกกลุ่มและทุกช่วงวัย ให้ครอบคลุมทุกๆมิติ เพราะประชาชนเชื่อมั่นในนโยบายของพรรคเพื่อไทย ว่าสามารถทำได้จริง ประเทศไทยล้าหลังและถดถอยมาตลอด 8 ปี ดังนั้นการเลือกตั้งอย่างมียุทธศาสตร์คือการเลือกเพื่อไทยให้ชนะขาดแบบแลนด์สไลด์” ดร.ลิณธิภรณ์กล่าว
นางสาวลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ นางสาวลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์

‘ชาติไทยพัฒนา’ ย้ำจุดยืน ไม่เป็นศัตรูกับใคร พร้อมร่วมงานทุก‘พรรคการเมือง’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/545538

25 มี.ค. 2566

'ชาติไทยพัฒนา' ย้ำจุดยืน ไม่เป็นศัตรูกับใคร พร้อมร่วมงานทุก‘พรรคการเมือง’

ท็อป วราวุธ ย้ำจุดยืน’ชาติไทยพัฒนา’ไม่เป็นศัตรูกับใคร พร้อมร่วมงานทุกพรรคการเมือง ขอโทษประชาชน หากป้ายหาเสียง บดบังทำให้ไม่ได้รับความสะดวก

ที่ศาลหลักเมือง จ.ร้อยเอ็ด นายวราวุธ ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา(ชทพ.) ระบุ ถึงคำพูดของตนที่ปราศรัยบนเวทีกาฬสินธุ์ที่ว่า ฟร์อมรัฐบาลทุกสูตรมีชาติไทยพัฒนาอยู่ในนั้น ว่า เราไม่ได้บอกว่า พรรคเราไปได้กับทุกขั้วการเมือง แต่เราบอกว่าทุกขั้วการเมืองอยากให้พรรคชาติไทยพัฒนาไปร่วมในการจัดตั้งรัฐบาล เนื่องจากพรรคชาติไทยพัฒนา ทำงานแบบไม่สร้างศัตรู 

ตลอด 4 ปีที่ผ่านมาเราทำงานร่วมกับทุกฝ่าย ไม่แบ่งว่าเป็นฝ่ายค้านหรือรัฐบาลเพราะฉะนั้นเมื่อถึงการจัดตั้งรัฐบาล ก็จะนึกถึงพรรคชาติไทยพัฒนาของเรา 

ตอนนี้ยังไม่มีพรรคใดมาชวนร่วมให้จับขั้วการเมือง แต่ด้วยความเป็นพรรคการเมือง เรามีการพูดคุยกับทุกพรรคกันเสมอ แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับพรรคการเมืองใหญ่ว่าจะเลือกเราหรือไม่

 นายวราวุธ ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนานายวราวุธ ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา

นายวราวุธ กล่าวถึงป้ายหาเสียงของพรรคถูกทำลายว่า มีป้ายหาเสียงของพรรคในหลายพื้นที่ ถูกทำลายและเสียหายพร้อมขอโทษประชาชน ที่บางครั้งป้ายหาเสียงของพรรคไปบดบังและสร้างความไม่สะดวกสบายให้ประชาชนในแต่ละพื้นที่

“แต่นานๆจะเลือกตั้งครั้งหนึ่ง จึงอยากขอโอกาสใช้ป้ายหาเสียงในการแนะนำตัวว่าที่ผู้สมัคร และนโยบายของพรรค หากประชาชน เห็นว่า จุดการติดป้ายไม่เหมาะสม สามารถแจ้งเพื่อให้เราไปย้ายป้ายได้”

นายวราวุธ ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวขอโทษหากป้ายหาเสียงของพรรคไปบดบังและสร้างความไม่สะดวกสบายให้ประชาชนนายวราวุธ ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวขอโทษหากป้ายหาเสียงของพรรคไปบดบังและสร้างความไม่สะดวกสบายให้ประชาชน