6​ ‘พรรคการเมือง’ หนุนซอฟต์พาวเวอร์ไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/544839

ขวัญเรียม​ แก้ว​สุวรรณ​

14 มี.ค. 2566

6​ 'พรรคการเมือง' หนุนซอฟต์พาวเวอร์ไทย

​ ‘พรรคการเมือง’​ ประสานเสียง หนุนซอฟต์พาวเวอร์ไทย สร้างเม็ดเงินบูม ‘เศรษฐกิจ’​ ขับเคลื่อนประเทศไทย​หลังได้รัฐใหม่

“เครือเนชั่น” ​ กรุ๊ป​ จัดเวที “อนาคตประเทศไทย SOFTPOWER​ ขับเคลื่อนประเทศ” โดยเชิญผู้ประกอบการเสนอแนวทางการพัฒนา​ซอฟต์พาวเวอร์​ อาทิ สถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย​ SACIT,  สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ​ (องค์การมหาชน)​ หรือ NIA และตัวแทนพรรคการเมือง​​ 6 พรรค เข้าร่วมรับฟังและนำเสนอนโยบาย​ผลักดัน​ SOFTPOWER​ สู่ระดับโลก  

เครือเนชั่น​ กรุ๊ป​ จัดเวที "อนาคตประเทศไทย SOFTPOWER​ ขับเคลื่อนประเทศ"เครือเนชั่น​ กรุ๊ป​ จัดเวที “อนาคตประเทศไทย SOFTPOWER​ ขับเคลื่อนประเทศ”

นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานพรรคชาติพัฒนากล้านายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานพรรคชาติพัฒนากล้า

สำหรับตัวแทนพรรคการเมืองต่างนำเสนอนโยบายไปในทิศทางเดียวกันซอฟต์พาวเวอร์เป็นโยบายที่สำคัญและจำเป็นต้องทุ่มเงินสนับสนุนอย่างจริงจัง โดยนายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานพรรคชาติพัฒนากล้า  เสนอว่า ประเทศไทยมีจุดแข็งคือซอฟต์พาวเวอร์​ พรรคชาติพัฒนากล้าจึงมีนโยบายกอบกู้วิกฤตเศรษฐกิจด้วยการนำพลังของคนไทยมาสร้างความยั่งยืน เช่น การท่องเที่ยวสายมูเตลู​ การส่งออกวัฒนธรรม​อาหารป้อนโลก ซึ่งจะสร้างพลังทางเศรฐกิจด้านท่องเที่ยวได้ 5 ล้านล้านบาท

ก่อนหน้านี้ทางพรรคได้เปิดนโยบายโคราชโนมิกส์ เพื่อให้ภาคตะวันออกเฉียงเหนือเป็นระเบียงเศรษฐกิจใหม่ เน้นการท่องเที่ยว ใช้​ซอฟต์พาวเวอร์เป็นแรงสนับสนุน พร้อมกับสร้างเศรษฐกิจสร้างสรรค์ สร้างมูลค่าเพิ่ม ยกตัวอย่าง เมื่อกินอาหารไทย ดูมวยไทย อยากมาเมืองไทย ดูมิสยูนิเวิร์สแล้วอยากมาดูผ้าไหมไทย  โดยจะจัดตั้งกองทุนสนับสนุน​ซอฟต์พาวเวอร์ 1 หมื่นล้านบาท

ด้าน น.ส.วทันยา บุนนาค ประธานคณะทำงานนวัตกรรมการเมืองกรุงเทพมหานคร​ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า​ ประชาธิปัตย์มีนโยบายกองทุนไอเดียสร้างสรรค์ จะมีการพัฒนาทุนมนุษย์ให้ประชาชนพัฒนาทักษะ มหาวิทยาลัยไม่ควรจำกัดช่วงอายุของการศึกษา แต่ควรจะให้ประชาชนทุกช่วงวัยได้รับโอกาส และพรรคประชาธิปัตย์จะผลักดันเรื่องโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงแหล่งทุนได้ เพราะแม้มีความคิดสร้างสรรค์ก็ไม่สามารถเดินไปขอสินเชื่อจากธนาคารได้ ทำให้ขาดโอกาสในการเติบโตต่อไปในอนาคต

 น.ส.วทันยา บุนนาค ประธานคณะทำงานนวัตกรรมการเมือกรุงเทพมหานคร​ พรรคประชาธิปัตย์น.ส.วทันยา บุนนาค ประธานคณะทำงานนวัตกรรมการเมือกรุงเทพมหานคร​ พรรคประชาธิปัตย์

นอกจากนี้ เม็ดเงินจากกองทุนไอเดียสร้างสรรค์จะนำมาต่อยอด ต่อโอกาสอย่างเท่าเทียมให้กับประชาชนทุกคน และการสร้างเม็ดเงินในอุตสาหกรรมบันเทิง ยังจะก่อให้เกิดการจ้างงานอีกจำนวนมาก  

สำหรับการส่งเสริมอาชีพนวดแผนไทยถือเป็นหนึ่งในวัฒนธรรมไทย พรรคประชาธิปัตย์มีนโยบายการส่งเสริม 3 เรื่อง คือ 1. การทำให้วัฒนธรรมไทยไปสู่สายตาทั่วโลกผ่านอุตสาหกรรมบันเทิง 2. สนับสนุนทุนมนุษย์ในการทำให้คนไทยสามารถไปพัฒนาทักษะต่างๆ 3. สนับสนุนเม็ดเงินผ่านกองทุนไอเดียสร้างสรรค์ เพื่อให้ประชาชนที่มีความคิดสร้างสรรค์สามารถเข้าถึงแหล่งทุน ก่อธุรกิจสตาร์ทอัป สร้างรายได้ให้ประเทศ 

“ขอย้ำว่าการส่งเสริมนวดแผนไทย หนีไม่พ้นที่จะต้องทำให้วัฒนธรรมไทยเป็นที่ต้องตาต้องใจชาวต่างชาติให้ได้ ผ่านอุตสาหกรรมบันเทิง การให้ทุนมนุษย์เพื่อพัฒนาทักษะ และการสนับสนุนเม็ดเงินจากกองทุนไอเดียสร้างสรรค์” น.ส.วทันยา ระบุ

น.ส.วทันยา กล่าวถึงการปรับภาพลักษณ์ไม่ให้ชาวต่างชาติมองพัทยาเป็นเหมือนพัฒน์พงศ์ ว่า ไม่อยากให้มองว่า พัทยาหรือพัฒน์พงศ์เป็นเพียงภาพลักษณ์ที่แย่เพียงอย่างเดียว แต่อยากให้ตั้งคำถามว่า เมื่อเกิดขึ้นแล้วจะสามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจจากเรื่องราวที่เกิดขึ้นได้อย่างไร

นายอภิสิทธิ์ ไล่ศรัตรูไกล ตัวแทนพรรคก้าวไกล​ กล่าวว่า​ พรรคก้าวไกลจะสนับสนุนให้อุตสาหกรรมสร้างสรรค์เป็นอุตสาหกรรมระดับชาติ โดยจะปรับเปลี่ยนโครงสร้างงบประมาณใหม่ สร้างสวัสดิการให้แรงงานให้ดีกว่าเดิม เพราะหากแรงงานเชิงสร้างสรรค์ไม่มีความมั่นคง จะไม่สามารถมีความคิดเชิงสร้างสรรค์ได้ พร้อมแปลงพื้นที่ว่างบางพื้นที่ให้เป็นสถานที่ทดลองในอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ เพื่อพัฒนาความรู้ของคนไทย 

นายอภิสิทธิ์ ไล่ศรัตรูไกล ตัวแทนพรรคก้าวไกล​นายอภิสิทธิ์ ไล่ศรัตรูไกล ตัวแทนพรรคก้าวไกล​

ขณะเดียวกัน จะต้องจัดตั้งกองทุนเชิงสร้างสรรค์ โดยปรับเนื้อหาของกองทุนให้กว้าง และหลากหลายมากขึ้น จากนั้นจะเพิ่มเงินในกองทุน เพื่อให้คนที่สนใจสามารถกู้ยืมเงินได้ แต่ก็ต้องแก้กฎหมายที่ล้าหลัง เพื่อให้สอดคล้องกับยุคสมัย 

น.ส.จิราพร สินธุไพร​ สส.​ร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทยน.ส.จิราพร สินธุไพร​ สส.​ร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทย

น.ส.จิราพร สินธุไพร​ สส.​ร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทย เสนอว่า  พรรคเพื่อไทยต้องการที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจโดยมีนโยบาย 3 ส่วน 1.​ พัฒนาทุนมนุษย์ 1 ครอบครัว 1 ซอฟต์พาวเวอร์เพื่อยกระดับแรงงานไทย สร้างงาน 20 ล้านตำแหน่ง พร้อมสร้างระบบการเรียนรู้ เข้าอบรม พัฒนาศักยภาพของตัวเอง ทั้งในระดับพื้นฐาน ระดับอาชีพ และมีระบบคัดกรองศักยภาพของแต่ละคน ซึ่งพรรคเพื่อไทยอบรมให้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย​ 

2.​ สร้างระบบอีโคซิสเตม และจัดตั้งหน่วยงานขึ้นมาดูแล เพื่อผลักดันนโยบายซอพท์พาวเวอร์ เพื่อให้มีการทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐและเอกชน ดึงคนที่มีความรู้เข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาอุตสาหกรรมต่างๆ และ​ 3.​ การนำซอฟต์พาวเวอร์ออกไปสู่ต่างประเทศ ต้องมีนักการทูตไทยที่มีความพร้อมช่วยขับเคลื่อนโอกาสของประเทศไทย

นายนิกร จำนง​ ประธานคณะกรรมการนโยบายและยุทธศาสตร์ พรรคชาติไทยพัฒนา​ นายนิกร จำนง​ ประธานคณะกรรมการนโยบายและยุทธศาสตร์ พรรคชาติไทยพัฒนา​

ด้านนายนิกร จำนง​ ประธานคณะกรรมการนโยบายและยุทธศาสตร์ พรรคชาติไทยพัฒนา​ เสนอว่า​ จะจัดตั้งกองทุนฟื้นฟูซอฟต์พาวเวอร์  แต่ไม่ใช่ส่งเสริมเรื่อยเปื่อย สิ่งที่ต้องระวังอย่าให้ซ้ำรอยเกาหลีใต้ ที่ซอฟต์พาวเวอร์เข้มแข็ง​ แต่พบว่ารายได้เข้าบริษัท ต้องให้รายได้กระจายไปถึงมือ

ตัวแทนพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวด้วยว่า ปัจจุบันมีกฎหมายว่าด้วยการรักษามรดกทางภูมิปัญญา มีการให้งบประมาณแต่น้อยมาก ดังนั้น​ ต้องเพิ่มกองทุน สำหรับนโยบายของพรรคต้องการสร้างซอพท์พาวเวอร์ใหม่ คือ การตั้งคาร์บอนเครดิตเซ็นเตอร์ นโยบายที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมโลก

น.ต.ศิธา ทิวารี เลขาธิการ​ พรรรคไทยสร้างไทยน.ต.ศิธา ทิวารี เลขาธิการ​ พรรรคไทยสร้างไทย

น.ต.ศิธา ทิวารี เลขาธิการ​ พรรรคไทยสร้างไทย เสนอว่า​  การนำความเป็นไทยร่วมกับวัฒนธรรมแบบไทยแท้ สนับสนุนซอฟต์พาวเวอร์ เช่น ประเทศไทยมีวัฒนธรรมเครื่องดื่มสุรา ซึ่งสามารถสร้างมูลค่าการตลาดได้ถึง 4​ แสนล้านบาท ซึ่งเท่ากับประเทศญี่ปุ่น แต่ประเทศไทยมีสุราไม่กี่ยี่ห้อ มีผู้ผลิตไม่กี่บริษัท แต่ที่ญี่ปุ่นมีสุราหมื่นยี่ห้อ ดังนั้น​ ต้องสนับสนุนท้องถิ่นให้สุราท้องถิ่นเป็นซอฟต์พาวเวอร์ของไทย ไม่ใช่ให้กลุ่มทุนอย่างเดียว

‘วิษณุ’ เผย นายกฯ บอก 21 มี.ค. ยังมีประชุมครม.ตามปกติ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/544834

14 มี.ค. 2566

‘วิษณุ’ เผย นายกฯ บอก 21 มี.ค. ยังมีประชุมครม.ตามปกติ

ครม.ประชุมยาวนานร่วม 7 ชั่วโมง ‘วิษณุ’ เผย นายกฯ ยังไม่ส่งสัญญาณว่าจะยุบสภาหรือไม่ แต่บอก 21 มี.ค. ยังมีประชุมครม.ตามปกติ

14 มี.ค.2566 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่ใช้เวลากว่า 7 ชั่วโมง ถือเป็นการทิ้งทวนก่อนยุบสภาหรือไม่ ว่า เป็นทุกสมัยไม่ว่ารัฐบาลไหน หลายเรื่องไม่ต้องเข้าในสัปดาห์นี้ แต่เราไม่อยากไปดำเนินการในสัปดาห์ต่อๆ ไป แต่ไม่ถือว่าเป็นการทิ้งทวนอะไร เพราะมีเรื่องเวลามาล็อกไว้ เนื่องจากหากยุบสภาไปแล้วหลายเรื่องจะพิจารณาไม่ได้

เมื่อถามว่า มีการตั้งข้อสังเกตว่าจะมีการยุบสภาวันที่ 20 มี.ค. ทำให้การประชุม ครม.ครั้งหน้า จะเป็นรัฐบาลรักษาการ นายวิษณุ กล่าวว่า ตนไม่ทราบว่าวันไหน แต่วันที่ 21 มี.ค.จะยังมีการประชุม ครม.อยู่ตามปกติ ส่วนเรื่องจะมากน้อยขึ้นอยู่กับเหตุการณ์

ถามกรณีที่มีการถอนวาระพิจารณาโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม นายวิษณุ กล่าวว่า เมื่อ ครม.ยังมีความเห็นที่แตกต่างกันอยู่ และหลายฝ่ายเห็นว่าควรรอคำวินิจฉัยของศาลปกครองสูงสุดที่ใกล้จะตัดสินแล้ว



เมื่อถามว่า เรื่องดังกล่าวนายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รมช.คมนาคม เป็นผู้เสนอเป็นวาระจร นายวิษณุ กล่าวว่า นายอธิรัฐไม่ได้เสนอวาระจร แต่เรื่องมันจร เพราะเรื่องเพิ่งเสนอเข้ามา กว่าจะขอความเห็นจากหน่วยงานต่างๆ ได้

ถามย้ำว่า เรื่องดังกล่าวจะกลับมาเสนอทันในรัฐบาลชุดนี้หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ยากที่จะเสนอมาในรัฐบาลนี้ เพราะหาก ครม.ไม่ได้อนุมัติไว้แล้ว จะติดเงื่อนไขรัฐธรรมนูญมาตรา 169 (1)

เมื่อถามอีกว่า ทั้งรถไฟฟ้าสายสีเขียวและสายสีส้ม จะไม่ทันในรัฐบาลชุดนี้ใช่หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวยอมรับว่า ใช่

ถามว่า การประชุม ครม.ครั้งนี้ เป็นการประชุม ครม.นัดสุดท้ายที่จะอนุมัติโครงการต่างๆ ได้ใช่หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า หากงบประมาณใดที่วงเงินติดอยู่ในวงเงินงบประมาณแล้วสามารถอนุมัติได้ แต่ถ้าไม่อยู่ในรายการงบประมาณแล้วเกิดมีการยุบสภา ครั้งนี้ก็จะเป็นครั้งสุดท้ายถ้ามีการยุบสภา แต่ถ้าสภาครบวาระจะเป็นอีกเรื่องหนึ่ง หากยุบก่อนวันที่ 21 มี.ค. จะอนุมัติโครงการไหนไม่ได้

เมื่อถามว่า นายกฯได้ส่งสัญญาณจะยุบสภาเมื่อไหร่แล้วหรือยัง นายวิษณุ กล่าวว่า ท่านไม่ได้พูดอะไร พูดแต่เพียงว่าอาทิตย์หน้าประชุม ครม.

ครม. อนุมัติ ต่างชาติฉีดวัคซีนโควิดได้ นำเงินเข้าแผ่นดิน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/544824

14 มี.ค. 2566

ครม. อนุมัติ ต่างชาติฉีดวัคซีนโควิดได้ นำเงินเข้าแผ่นดิน

มติครม. อนุมัติ ให้กรมควบคุมโรค จัดหาวัคซีนฉีดให้นักท่องเที่ยวต่างชาติได้ พร้อมนำรายได้เข้าแผ่นดิน เพื่อช่วยชำระคืนเงินกู้

เมื่อวันที่ 14 มี.ค. น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) อนุมัติให้นักท่องเที่ยวต่างชาติฉีดวัคซีนโควิด-19 ได้ และให้ค่าวัคซีนนำส่งคืนเป็นรายได้แผ่นดิน

โดยเป็นผลการพิจารณาของคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้(คกง.) ภายใต้ พระราชกำหนดเงินกู้ฯ เพิ่มเติม พ.ศ.2564 ให้กรมควบคุมโรคเปลี่ยนแปลงรายละเอียด ซึ่งเป็นสาระสำคัญของโครงการจัดหาวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา2019 (โควิด-19) สำหรับบริการประชากรในประเทศไทยจำนวน 60 ล้านโดส (AstraZeneca) ปี พ.ศ. 2565 โดยการปรับลดราคาวัคซีนโควิดตามโครงการเหลือ 5 ดอลลาร์สหรัฐต่อโดส ส่งผลให้วงเงินตามโครงการลดลงเหลือ 18,382.46 ล้านบาท (เดิม 18,639.10 ล้านบาท) และปรับเพิ่มกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติเป็นกลุ่มเป้าหมายตามโครงการด้วย

รวมถึงเปลี่ยนแปลงรายละเอียดโครงการจัดหาวัคซีนโควิด19 สำหรับประชากรในประเทศไทยจำนวน 30 ล้านโดส (Pfizer) ปี พ.ศ. 2565 โดยปรับเพิ่มกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติเป็นกลุ่มเป้าหมายตามโครงการ และขยายระยะเวลาดำเนินโครงการจากสิ้นสุด ธ.ค. 65 เป็น ก.ย. 66

นอกจากนี้ ครม. ให้กรมควบคุมโรค นำรายได้ 2 โครงการจากการให้บริการวัคซีนแก่นักท่องเที่ยวต่างชาติ เฉพาะส่วนของค่าวัคซีนโควิด19 เป็นรายได้แผ่นดิน ภายใต้ระเบียบที่เกี่ยวข้องเพื่อนำมาช่วยชำระคืนเงินกู้ ซึ่งจะช่วยลดภาระงบประมาณในการชำระหนี้ของภาครัฐได้ต่อไป และให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการประชาสัมพันธ์กับนักท่องเที่ยวต่างชาติกลุ่มเป้าหมาย รวมทั้งบริการจัดการวัคซีนให้เกิดการใช้ประโยชน์คุ้มค่าและมีประสิทธิภาพสูงสุด

ครม. มีมติ เพิ่มเงิน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน แพทย์ตำบล ฝ่ายปกครอง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/544822

14 มี.ค. 2566

ครม. มีมติ เพิ่มเงิน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน แพทย์ตำบล ฝ่ายปกครอง

ครม. มีมติ เพิ่มค่าตอบแทน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน แพทย์ประจำตำบล และฝ่ายปกครอง ทั้งแบบปรับฐานและขั้นวิ่ง ด้วยงบประมาณเกือบ 4.8 พันล้านต่อปี

วันที่ 14 มี.ค. มติที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบเพิ่มเงินค่าตอบแทนกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน แพทย์ประจำตำบล สารวัตรกำนัน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านฝ่ายปกครอง และผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านฝ่ายรักษาความสงบ


นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ชี้แจงรายละเอียดแต่ละส่วนตามที่กระทรวงมหาดไทยเสนอว่า 

การปรับเพิ่มอัตราเงินตอบแทนตำแหน่งกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ฯลฯ แบบปรับฐาน  
– กำนัน อัตรากำลังคน 7,036 อัตราเงินตอบแทน  12,000 บาท/เดือน (เงินที่ปรับเพิ่มจำนวน  2,000 บาท/เดือน)
– ผู้ใหญ่บ้าน อัตรากำลังคน 67,673     อัตราเงินตอบแทน  10,000 บาท/เดือน   (เงินที่ปรับเพิ่มจำนวน  2,000 บาท/เดือน)
– แพทย์ประจำตำบล อัตรากำลังคน  7,036 อัตราเงินตอบแทน 6,000 บาท/เดือน (เงินที่ปรับเพิ่มจำนวน  1,000 บาท/เดือน)
– สารวัตรกำนัน อัตรากำลังคน  14,072  อัตราเงินตอบแทน  6,000 บาท/เดือน   (เงินที่ปรับเพิ่มจำนวน  1,000 บาท/เดือน)
– ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ฝ่ายปกครอง  อัตรากำลังคน 149,418  อัตราเงินตอบแทน 6,000 บาท/เดือน (เงินที่ปรับเพิ่มจำนวน  1,000 บาท/เดือน)
– ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ฝ่ายรักษาความสงบ อัตรากำลังคน  46,181  อัตราเงินตอบแทน  6,000 บาท/เดือน (เงินที่ปรับเพิ่มจำนวน  1,000 บาท/เดือน)

การปรับเพิ่มอัตราเงินตอบแทนตำแหน่งกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ฯลฯ แบบขั้นวิ่ง เดิมจากขั้นละ 200 บาทต่อปี ปรับเพิ่มเป็นขั้นละ 300 บาทต่อปี และในกรณีที่ได้ 2 ขั้น จะปรับจาก 400 บาทต่อปี เป็น 600  บาทต่อปี ดังนี้
– กำนัน  แบบขั้นวิ่งใหม่ 29.13 บาท/เดือน  ผู้ใหญ่บ้าน  280.15 บาท/เดือน  แพทย์ประจำตำบล  29.13 บาท/เดือน  สารวัตรกำนัน 58.26 บาท/เดือน  ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ฝ่ายปกครอง  618.59 บาท/เดือน  ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ฝ่ายรักษาความสงบ  191.19  บาท/เดือน

รวมงบประมาณ จากการปรับเพิ่มอัตราเงินตอบแทนตำแหน่งกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน  ฯลฯ แบบปรับฐาน จำนวน  4,393.50 ล้านบาทต่อปี และแบบขั้นวิ่ง จำนวน 402.15 ล้านบาทต่อปี รวมเป็นเงินทั้งสิ้น จำนวน  4,795.65 ล้านบาทต่อปี 

โดยอัตราเงินตอบแทนตำแหน่งกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ฯลฯ ใช้มาตั้งแต่ปี 2560 ไม่มีการปรับปรุง แต่หลายหน่วยงานได้ปรับอัตราเงินเดือนหรือเงินตอบแทนไปแล้ว 

ดังนั้นเพื่อเป็นขวัญกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่และให้สอดคล้องกับ สภาพเศรษฐกิจ สังคม ค่าครองชีพ และทัดเทียมกับค่าตอบแทนของเจ้าหน้าที่รัฐอื่น ๆ รวมทั้งสมาชิกสภาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่เดียวกัน 

‘นายกรัฐมนตรี’ ปัดตอบประชุมครม.นัดสุดท้าย ก่อน ‘ยุบสภา’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/544817

14 มี.ค. 2566

'นายกรัฐมนตรี' ปัดตอบประชุมครม.นัดสุดท้าย ก่อน 'ยุบสภา'

‘นายกรัฐมนตรี’ ปัดตอบ วันนี้ประชุมครม.นัดสุดท้าย ก่อน ‘ยุบสภา’ งงทั้งทำเนียบ ให้สัมภาษณ์ ไม่มีวาระพิจารณาโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม

วันนี้ 14 มี.ค. การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นานกว่า 7 ชั่วโมง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า วันนี้มีการพิจารณากว่า 60 เรื่อง ที่เกี่ยวกับความเดือดร้อนของประชาชน หลายเรื่องต้องหาแนวทางแก้ปัญหา 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึง นำเรื่องโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มเข้าพิจารณาในที่ประชุมหรือไม่ นายกรัฐมนตรี ระบุว่า  ไม่มีการพิจารณาเรื่องนี้ ไม่มีการนำเรื่องนี้เข้าพิจารณา ไม่มีการนำเข้าเลย

จากนั้นผู้สื่อข่าวถามว่า  วันนี้เป็นการประชุมครม.นัดสุดท้ายก่อนยุบสภาหรือไม่ นายกรัฐมนตรี “เขาห้ามประชุมครม.ต่อเหรอ” 
ผู้สื่อข่าวจึงตอบกลับว่า เป็นการประชุมแบบมีอำนาจเต็ม นายกรัฐมนตรีตอบว่า “ไม่รู้เลยนะเนี่ย คิดว่านายกรัฐมนตรีไม่ทราบเหรอ เมื่อทราบก็จบ” ก่อนจะเดินขึ้นตึกไทยคู่ฟ้าทันที 

ส่วนนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม จะลาออกไปร่วมงานกับพรรคเพื่อไทยหรือไม่ นายกรัฐมนตรี ระบุ “ให้ไปถามเจ้าตัว”
 
ขณะเดียวกันผู้สื่อข่าวได้สอบถามนายสุริยะ ถึงประเด็นย้ายออกจากพรรคพลังประชารัฐ ไปสังกัดพรรคเพื่อไทย แต่ไม่ได้รับคำตอบ ก่อนขึ้นรถเดินทาง

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี

ดัน​ ‘ชาไทย-รอยยิ้ม’​ เป็น​ซอฟต์พาวเวอร์​  

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/544821

ขวัญเรียม​ แก้ว​สุวรรณ​

14 มี.ค. 2566

ดัน​ 'ชาไทย-รอยยิ้ม'​ เป็น​ซอฟต์พาวเวอร์​  

‘พิพัฒน์’​ ดัน​ ‘ชาไทย’​ เป็น​ ‘ซอฟต์พาวเวอร์’​ สร้างการยอมรับให้เหมือน​ ‘มวยไทย’​ เพิ่มมูลค่าแปรรูปในอุตสาหกรรม​ส่งออก​ ตั้งเป้าภายใน​ 5​ ปีเติบโตร้อยละ​ 25​ ของจีดีพีประเทศ

“มวยไทย” คือซอฟต์พาวเวอร์​  (SOFTPOWER)​ ที่สามารถกระจายไป 146  ประเทศ​ ผลิตอุปกรณ์กีฬามวยจำหน่ายทั่วโลก​ ทว่าความจริงประเทศไทยมี​ SOFTPOWER​ อีกมากที่ยังไม่ถูกผลักดัน​ วันนี้​เครือเนชั่น​ ได้เปิดเวที​  “อนาคตประเทศไทย​ SOFTPOWER ขับเคลื่อนประเทศ?” โดยมี “นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา​  ปาฐกถาหัวข้อ  “SOFT​ POWER… เราอยู่จุดไหนในตลาดโลก?” เตรียมผลักดัน​ “ชาไทย” และ​รอยยิ้ม​ เป็น​ซอฟต์พาวเวอร์​ พร้อมกันนี้ได้เชิญตัวแทน 6 พรรคการเมือง ร่วมเสนอนโยบาย​ SOFTPOWER​ ขับเคลื่อนประเทศ​ ประกอบด้วย นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานพรรคชาติพัฒนากล้า , นายนิกร จำนง ประธานคณะกรรมการนโยบายและยุทธศาสตร์ พรรคชาติไทยพัฒนา , น.ต.ศิธา ทิวารี เลขาธิการ พรรคไทยสร้างไทย , น.ส. จิราพร สินธุไพร​ สส.ร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทย ,นายอภิสิทธิ์ ไล่ศรัตรูไกล ตัวแทนพรรคก้าวไกล​ , น.ส.วทันยา บุนนาค ประธานคณะทำงานนวัตกรรมการเมือกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ 

เครือเนชั่น​ เปิดเวที​  "อนาคตประเทศไทย​ SOFTPOWER ขับเคลื่อนประเทศ?"เครือเนชั่น​ เปิดเวที​  “อนาคตประเทศไทย​ SOFTPOWER ขับเคลื่อนประเทศ?”

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ
“รัฐมนตรีท่องเที่ยว” บอกว่า​ ซอฟต์พาวเวอร์ หลายคนคิดไม่เหมือนกัน​ แต่ต้องเข้าใจร่วมกันว่า​ซอฟต์พาวเวอร์คือพลัง และสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ ซึ่งยังมี ซอฟต์พาวเวอร์ที่ยังไม่มีพลัง 1​ ในนั้นคือ​ “ชาไทย”

โดยระยะต่อไป ตามยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนการท่องเที่ยวด้วยซอฟต์พาวเวอร์​ ต้องคัดเลือก พัฒนา ต่อยอด สร้างแรงดึงดูดที่เหมาะสม เพื่อสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ เพราะ “ชาไทย” ติดอันดับ 7 ของโลก จาก​การจัดอันดับ 100 เครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ อร่อยที่สุดในโลก คนไทยต้องสร้างคุณค่าในประเทศไทยขึ้นมาให้ได้ โดยให้โรงแรม​ ร้านอาหารเตรียม “ชาไทย” ตอนรับนักท่องเที่ยว​

เมื่อมีคุณค่าแล้วก็จะมีมูลค่า​ หน่วยงานภาครัฐต้องเอาจริงกับ​ซอฟต์พาวเวอร์​ เดินไปข้างหน้าพร้อมกัน อย่างไรก็ตาม​ ทุกกระทรวงต้องมีงบประมาณเพื่อผลักดันนโยบายซอฟต์พาวเวอร์ อย่างแท้จริง​ ให้เหมือนกับมวยไทย​

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬานายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

“เราจะดัน​ ” ชาไทย”  ให้เป็น​ซอฟต์พาวเวอร์ เป็นเวลคัมดริ้งในโรงแรม​ ประชุมระดับชาติเอาชาไทยวางบนโต๊ะประชุม เมื่อมีคุณค่า​แล้ว​ ต้องสร้างมูลค่า​ในอุตสาหกรรม​ แปรรูป​เพื่อส่งออก​  เปลี่ยนคุณค่าทางวัฒนธรรม​ ให้เป็นคุณค่าทางเศรษฐกิจ”  นายพิพัฒน์ กล่าว

นอกจากนี้​ เรายังมีซอฟต์พาวเวอร์ที่แข็งแรงที่สุดก็คือ​  “คนไทย​”  ในอดีตตั้งแต่ปี 2562 เราสามารถต้อนรับนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก​ และมีรายได้เป็นอันดับ 4 ของโลกเพราะเรามีภูมิศาสตร์ที่แข็งแรง​ วันนี้นักท่องเที่ยวมาเที่ยวไม่ใช่มาท่องเที่ยวเพียงอย่างเดียว​ แต่อยากมาสัมผัสคนไทยที่มีมารยาท​ มีรอยยิ้ม​ เราต้องช่วยกันผลักดันซอฟต์พาวเวอร์ให้ปี 2566 มีนักท่องเที่ยวใกล้เคียง​ 30 ล้านคน​ และปี 2567  จำนวน​ 40​ ล้านคน​ ภายในระยะเวลา 5 ปีจะต้องเติบโตร้อยละ 25​ ของจีดีพีทั้งหมดของประเทศ​

นายพิพัฒน์​ กล่าวทิ้งท้ายว่า​ ซอฟต์พาวเวอร์การท่องเที่ยวต้องมีความปลอดภัย​ เที่ยวอย่างมีคุณภาพ​ เพราะสุดท้ายนักท่องเที่ยวเดินทางกลับประเทศ​ พวกเขาต้องเล่าประสบการณ์ที่ประเทศไทยให้เพื่อนฟัง​ ดังนั้น​ คนไทยต้องถ่ายทอดประสบการณ์ให้นักท่องเที่ยว​ เพื่อให้เพื่อนเขามาเที่ยวประเทศไทย

ครม. มีมติ เพิ่มค่าตอบแทนผู้บริหารและสมาชิก อบต. เริ่ม 1 ต.ค. นี้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/544803

14 มี.ค. 2566

ครม. มีมติ เพิ่มค่าตอบแทนผู้บริหารและสมาชิก อบต. เริ่ม 1 ต.ค. นี้

ที่ประชุมครม. มีมติ เพิ่มค่าตอบแทนผู้บริหารและสมาชิก อบต. เริ่มตั้งแต่ 1 ต.ค. นี้ แบ่งออกเป็น 6 กลุ่มตามรายได้ นายกอบต.เริ่ม 25,800-75,530 บาท/เดือน

วันนี้ 14 มีนาคม 2566 คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเพิ่มเงินค่าตอบแทนผู้บริหารและสมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) มีผลตั้งแต่วันที่ 1 เป็นต้นไป 

นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ครม.เห็นชอบหลักการร่างระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วย เงินค่าตอบแทนนายกองค์การบริหารส่วนตำบล รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบล ประธานสภาองค์การบริหารส่วนตำบล รองประธานสภาองค์การบริหารส่วนตำบล สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบล เลขานุการนายกองค์การบริหารส่วนตำบล และเลขานุการสภาองค์การบริหาร ส่วนตำบล (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. โดยให้จ่ายค่าตอบแทนตามบัญชีอัตราค่าตอบแทนใหม่ต้ังแต่ วันที่ 1 ตุลาคม 2566 เป็นต้นไป

โดยมีการกำหนดช่วงอัตราเงินค่าตอบแทนขึ้นอยู่กับ รายได้ของ อบต. ซึ่งปัจจุบันมี 5,300 แห่ง แบ่งออกเป็น 6 ช่วง ดังนี้

1) รายได้ไม่เกิน 10 ล้านบาท อัตราค่าตอบแทนของ

– นายก อบต. รวม 25,800 บาท/เดือน ่

– รองนายก อบต. รวม 15,480 บาท/เดือน 

– ประธานสภา อบต. และรองประธานสภา อบต. 10,880 บาท/เดือน  

– สมาชิกสภา เลขานุการนายก อบต. และ เลขานุการสภา อบต. 7,080 บาท/เดือน

2) รายได้เกิน 10 – 25 ล้านบาท (3,562 แห่ง) อัตราค่าตอบแทน

– นายก อบต. รวม 35,600 บาท/เดือน 

่- รองนายก อบต. รวม 21,180 บาท/เดือน  

– ประธานสภา อบต. 15,180 บาท/เดือน

– รองประธานสภา อบต. 12,420 บาท/เดือน 

– สมาชิกสภา เลขานุการนายก อบต. และเลขานุการสภา อบต. 9,660 บาท/เดือน

3) รายได้เกิน 25 – 50 ล้านบาท (525 แห่ง) อัตราค่าตอบแทน

– นายก อบต. รวม 40,800 บาท/เดือน 

– รองนายก อบต. รวม 24,840 บาท/เดือน 

– ประธานสภา อบต. 15,840 บาท/เดือน 

– รองประธานสภา อบต. 12,960 บาท/เดือน  

– สมาชิกสภา เลขานุการนายก อบต. และ เลขานุการสภา อบต. 10,080 บาท/เดือน

4) รายได้เกิน 50 – 100 ล้านบาท (166 แห่ง) อัตราค่าตอบแทน

– นายก อบต. รวม 46,000 บาท/เดือน 

– รองนายก อบต. รวม 28,500 บาท/เดือน  

– ประธานสภา อบต. 16,500 บาท/เดือน 

– รองประธานสภา อบต. 13,500 บาท/เดือน  

– สมาชิกสภา เลขานุการนายก อบต. และ เลขานุการสภา อบต. 10,500 บาท/เดือน

5) รายได้เกิน 100 – 300 ล้านบาท ( 30 แห่ง) อัตราค่าตอบแทน

– นายก อบต. รวม 63,000 บาท/เดือน

– รองนายก อบต. รวม 38,220 บาท/เดือน 

– ประธานสภา อบต. 24,720 บาท/เดือน

– รองประธานสภา อบต. 20,250 บาท/เดือน 

– สมาชิกสภา เลขานุการนายก อบต. และ เลขานุการสภา อบต. 15,750 บาท/เดือน

6) รายได้เกิน 300 ล้านบาท (8 แห่ง) อัตราค่าตอบแทน

– นายก อบต. รวม 75,530 บาท/เดือน

– รองนายก อบต. รวม 45,540 บาท/เดือน 

– ประธานสภา อบต. 30,540 บาท/เดือน

– รองประธานสภา อบต. 24,990 บาท/เดือน 

– สมาชิกสภา เลขานุการนายก อบต. และ เลขานุการสภา อบต. 19,440 บาท/เดือน

ทั้งนี้การ เพิ่มค่าตอบแทน อบต. ครั้งนี้ ถือว่าปรับขึ้นในรอบ 11 ปี (ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2554) ซึ่งมีอัตราเดียวกับบัญชีเงินเดือนและค่าตอบแทนของเทศบาล ใช้งบประมาณจากรายได้ของอบต. จากเดิม 9,522.05 ล้านบาท เป็น 13,774.69 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเงินค่าตอบแทนปัจจุบัน 4,252 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 44.66 เพื่อให้เกิดความเสมอภาคและความเท่าเทียมกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดหรือเทศบาล และเป็นขวัญกำลังใจในการปฏิบัติงานของผู้บริหาร และสมาชิกสภา อบต. 

ทั้งนี้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นได้รับฟังความคิดเห็น ปรากฏว่า ร้อยละ 92.20 เห็นด้วยกับการให้มีการปรับเพิ่มเงินค่าตอบแทนให้กับ ผู้บริหารและสมาชิกสภา อบต. 

ที่ ‘ประชุม ครม.’ ถอนวาระพิจารณา โครงการ ‘รถไฟฟ้าสายสีส้ม’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/544787

14 มี.ค. 2566

ที่ 'ประชุม ครม.' ถอนวาระพิจารณา โครงการ 'รถไฟฟ้าสายสีส้ม'

ประมูลสัมปทานโครงการ ‘รถไฟฟ้าสายสีส้ม’ สะดุด ที่ ‘ประชุม ครม.’ ขอถอนวาระ หลังอธิรัฐ รัตนเศรษฐ เสนอเป็นวาระจร ให้พิจารณา

มีรายงานว่าการประชุม ครม.วันนี้ นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ทำหน้าที่รักษาการได้เสนอโครงการประมูลรถไฟฟ้าสายสีส้มเข้าพิจารณา เป็นวาระจร หลังศาลรัฐธรรมนูญ สั่งให้นาย ศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมหยุดปฏิบัติหน้าที่ แต่คณะรัฐมนตรี ไม่ให้ความเห็นชอบ เนื่องจากเป็นช่วงท้ายของ ครม. และยังมคดีค้างอยู่ที่ศาลปกครอง เป็นไปตามที่นาย ศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ซึ่งอยู่ระหว่างหยุดปฏิบัติหน้าที่ ตามคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญ เคยพูดไว้  

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับบรรยากาศการประชุม ครม.ใน วันนี้ประเด็นการเสนอให้ ครม. อนุมัติโครงการ รถไฟฟ้าสายสีส้มตะวันตก(บางขุนนนท์-ศูนย์วัฒนธรรม) เป็นวาระที่มีการพิจารณากันอย่างยาวนานกว่า 1 ชั่วโมง โดยในที่ประชุมมีรัฐมนตรีมากกว่า 70% ที่ไม่เห็นด้วยกับการเสนอครั้งนี้ เนื่องจากว่า รถไฟฟ้าสายสีส้มตะวันตก ยังคงไม่เสร็จสิ้นกระบวนการในชั้นศาลปกครองสูงสุด โดยรัฐมนตรีหลายคนเกรงว่าหากมีการขออนุมัติอาจจะเกิดปัญหาภายหลัง

อย่างไรก็ตาม หลังจากถกเถียงกันเป็นเวลานานกว่า 1 ชั่วโมง ในที่ประชุมจึงมีมติให้ถอนวาระการพิจารณารถไฟฟ้าสายสีส้มออกไปก่อน โดยให้ทางกระทรวงคมนาคมกลับไป พิจารณารายละเอียดใหม่อีกครั้ง

ก่อนหน้านี้ นาย สามารถ ราชพลสิทธิ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการคมนาคมขนส่งเตือนว่า นาย อธิรัฐ มีเวลาในการศึกษาการประมูลรถไฟฟ้าสายสีส้มซึ่งมีรายละเอียดมากมาย และสลับซับซ้อนในช่วงเวลาจำกัด อาจไม่สามารถทำความเข้าใจได้อย่างถ่องแท้

หากจะนำเรื่องนี้เข้าสู่ที่ประชุม ครม. แล้วถ้าต่อมาศาลฯ มีคำพิพากษาว่าการยกเลิกการประมูลครั้งที่ 1 ไม่ชอบด้วยกฎหมาย และ/หรือ การประมูลครั้งที่ 2 มีการกีดกันและเอื้อประโยชน์ให้เอกชนรายใดรายหนึ่ง นายอธิรัฐจะเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้การแก้ปัญหาโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มทำได้ยากขึ้น

ทำความรู้จัก ‘พรรคเส้นด้าย’ พรรคที่ไม่เอา ‘นโยบายประชานิยม’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/544799

14 มี.ค. 2566

ทำความรู้จัก 'พรรคเส้นด้าย' พรรคที่ไม่เอา 'นโยบายประชานิยม'

ขอเป็นตัวเลือกของคนที่ไม่มีทางเลือก ‘พรรคเส้นด้าย’ อาสารื้อระบบเส้นสาย ไม่เอา ‘นโยบายประชานิยม’ คนไม่ต้องพึ่งพารัฐ

คมชัดลึกสัมภาษณ์พิเศษ คริส โปตระนันทน์ หัวหน้าพรรคเส้นด้าย ในโอกาสที่พรรคเส้นด้ายเข้าพบ เพื่อแนะนำพรรคก่อนสู้ศึกเลือกตั้ง66 เราพบว่ามีความน่าสนใจ ในการก่อเกิดของพรรคเส้นด้ายหลายประการ  ที่แตกต่างไปจากพรรคการเมืองอื่นๆ  รวมถึงนโยบาย กลุ่มเป้าหมาย และอุดมการณ์ ที่สวนกระแสของพรรคการเมืองที่มีอยู่อย่างหลากหลายในปัจจุบัน  จึงชวนกันมา คลี่เส้นด้าย พรรคของคนไม่มีเส้น ดังต่อไปนี้ 

Q : Concept พรรคเส้นคืออะไร

A: พรรคเส้นด้ายเป็นหลักฐานและวิธีคิดที่เกิดขึ้นของมวลชนกลุ่มหนึ่งในช่วงโควิด-19 ช่วงนั้นรัฐบาลล้มเหลวในการจัดการรักษาพยาบาล เพราะฉะนั้นประชาชนจำนวนมากรวมตัวกันเกิดกลุ่มเส้นด้ายขึ้น ในวันนั้นเราช่วยคนได้ 3.8 แสนคน โดยไม่ขอความช่วยเหลือจากรัฐ  เป็นความเข้มแข้งจากฐานราก  เมื่อเราใช้วิธีคิดแบบนี้ มาทำการเมืองจึงจะเกิดพรรคการเมืองที่เป็นพรรคการเมืองของประชาชนจริงๆ เกิดจากความเข้มแข็งจากฐานรากจริงๆ ที่สำคัญคือไม่ต้องพึ่งพิงรัฐ และเราเห็นด้วยว่ารัฐเป็นปัญหาของการพัฒนาประเทศนี้ 

เพราะฉะนั้นมันเป็นไปได้หรือไม่ ที่ตอนนี้มันต้องมีพรรคการเมืองพรรคหนึ่ง ที่บอกว่าประชาชนแข็งแรงประชาชนไม่จำเป็นต้องพึ่งพิงรัฐ สิ่งที่พรรคการเมืองอื่นพยายามจะนำเสนอว่าจะต้องช่วยประชาชนแบบนั้นแบบนี้ผ่านนโยบายการแจก  แจกเงิน แจกโน่นแจกนี่ มันน่าจะเป็นแนวทางในการที่พัฒนารัฐนาวาไทยที่มันผิด 

วันนั้นเราประกาศตัวสู้กับโควิด แล้วเราชนะแล้ว  ปรากฎว่าหลังจากโควิดชนะ ศัตรูตัวหนึ่งมันยังอยู่ คือระบบเส้นสายที่มันทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำมหาศาล  พรรคเส้นด้ายประกาศตัวว่าเป็นพรรคของคนไม่มีเส้นมาสู้กับระบบเส้นสาย   เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ ของประเทศนี้

คริส โปตระนันทน์ หัวหน้าพรรคเส้นด้ายคริส โปตระนันทน์ หัวหน้าพรรคเส้นด้าย

Q: ไม่ได้เข้ามาเพื่อตัดแต้มพรรคก้าวไกล

A: พรรคเส้นด้าย ไม่มีความมุ่งหวัง จะเข้ามาตัดแต้มพรรคก้าวไกลแต่อย่างไร 
เราเชื่อว่า ตอนนี้ยังมีประชาชนกลุ่มหนึ่งที่ยังไม่ตัวแทนของเขา ไม่ว่าตอนนี้พอบอกว่าประชาชนที่อายุต่ำกว่า 30 เลือกก้าวไกลทั้งหมด ผมบอกว่าประชาชนอายุต่ำกว่า  30 มีหลายแบบ มีหลากหลาย มีส่วนหนึ่งที่ไม่ต้องการสิ่งที่หลายๆ พรรคเรียกกันว่ารัฐสวัสดิการ เขาอยากจะเข็มแข็งได้ด้วยตัวเขาเอง เขาอยากปกป้องภาษีของเขาเอง  สิ่งสำคัญคือการทำนโยบายที่หลายพรรคทำ ไม่ว่าจะเป็นการลดแลกแจกแถม หรือการทำสวัสดิการทั่วหน้า จะทำให้เกิดภาระหนี้ในอนาคตที่จะมีปัญหากับประเทศในระยะยาวต่อไป คนกลุ่มนี้คือคนที่เส้นด้ายมุ่งหวังที่จะให้เป็นคนที่กาเลือกพรรคของเรา

Q: เป้าหมายในการเลือกตั้งคราวนี้

A: เป้าหมายในกรุงเทพฯ จริงๆ มีคนออกมาเลือกตั้งโดยเฉลี่ยเกือบ 2 ล้าน เรามุ่งหวังที่จะเป็นพรรคของคนกลุ่มหนึ่ง  ประมาณสัก 25% เพราะงั้นในกรุงเทพฯ เรามุ่งหวังไว้ที่ 5 แสน แล้วอีกล้านห้าจะไปเก็บทั่วประเทศ เราเชื่อจริงๆ ว่า สิ่งที่เราพูดไปหลายอย่างอาจจะไม่ใช่สิ่งที่จะได้รับความนิยมในวงกว้าง  อย่างเช่นพรรคจำนวนมากตอนนี้บอกว่า อย่างที่ผมกล่าวว่าจะแจกเงินแบบนั้นแบบนี้ ผมจะเป็นพรรคแรก และพรรคเดียวที่พูดว่าการเอาเงินภาษีประชาชนมาแจกประชาชนแบบนี้ป็นการตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ   เราจะพัฒนาประเทศนี้ได้ ทำระบบกฎหมายให้มันดี ทำระบบภาษีให้มันดี ทำระบบยุติธรรมให้มันดี ทำตำรวจให้ดี แบบนี้มันเป็นการพัฒนาประเทศมากกว่า ไม่ใช่เรื่องของการแจกเงิน แจกโน่นแจกนี้ แบบที่ตอนนี้ทุกพรรคกำลังทำอยู่

Q: หลังเลือกตั้งเราจะได้บริการจากพรรคเส้นด้าย อย่างไรบ้าง

A: ถ้าพรรคเส้นด้าย ได้เป็นรัฐบาล อันที่ 1 เลยสิ่งที่จะได้แน่นอนคือประสบการณ์ที่เราได้จากการทำระบบสาธารณสุขในช่วงโควิด เราจะทำให้ โรงพยาบาลลดความแออัด การนัดหมอจะนัดได้ง่ายผ่านแอปพลิเคชัน การทำเทเลเมด คือการที่เราสามารถที่จะไม่จำเป็นต้องที่ไปโรงพยาบาลเพื่อเจอหมอ  แล้วได้คุยกับหมอผ่านแอปพลิเคชันผ่านมือถือ แล้วมียาส่งไปที่บ้านจะเป็นเรื่องจริง

ถัดจากนี้แล้วระบบเส้นสาย ในระบบสาธารณสุขจะต้องไม่มี ในปัจจุบันมีคนรวย หรือคนที่มีเส้นจำนวนมาก หาความได้เปรียบของตัวเองในการที่สามารถที่จะนัดอาจารย์คนนั้นคนนี้ได้เลย เพราะฉะนั้นระบบแบบนี้มันจะต้องไม่เกิดขึ้น จะต้องไม่มีใครเอาทรัพยากรของรัฐมาหาประโยชน์ส่วนต้ว อันนี้คือสิ่งที่จะได้ในทางสาธารณสุข 

สิ่งอื่นที่จะได้เช่นระบบราชการ คุณเข้าไปเจอเจ้าหน้าที่ จะไม่ต้องใช้เส้นสายแล้ว เจ้าหน้าที่จะบริการประชานทุกคนเท่ากัน  แล้วเราตั้งเป้าจะลดอำนาจของ ลดดุลยพินิจของเขา การเรียกสินบนจะไม่มี  การทำการค้าขายในเมืองไทยต่อไปนี้ไม่ต้องใช้เส้น ไม่ใช่ว่าใครมีเส้นจะได้สัปทานอย่างนั้นอย่างนี้ ใครมีเส้นจะได้ทำธุรกิจกับรัฐแบบนั้นแบบนี้ แบบนี้จะไม่มีแล้ว ทุกคนต้องแข่งขันกันในกติกาที่เท่าเทียมกัน แล้วเราเชื่อว่าเมื่อเราทำประเทศให้มันดี การแข่งขันเพิ่มขึ้น ธุรกิจจะเพิ่มขึ้น การจ้างงานจะเกิดมากขึ้น ค่าแรงจะขึ้นอัตโนมัติโดยที่ไม่ต้องเข้าไปยุ่งเลยว่าค่าแรงขึ้นต่ำต้องเป็นเท่าไหร่

Q: เป็นฝ่ายค้านเราก็ทำแบบนโยบายนี้ได้ใช่ไหม

A: ถ้าเราเป็นฝ่ายค้านเราจะพูดเรื่องแบบเดียวกัน แล้วเราจะพูดแบบตอนนี้เราหาเสียงนี่แหละ คือเราจะไม่กลัวว่าเวลาเราพูดแล้วจะกระทบผลประโยชน์ใคร แล้วหลายต่อหลายครั้งสิ่งที่เราพูด พรรคที่อยู่ในอำนาจอาจจะทำตามที่พรรคเส้นด้ายเสนอไม่ได้  พรรคเส้นด้ายเคยเสนอเคยทำแบบนี้สำเร็จมาแล้วครั้งหนึ่งตอนที่เราเป็นกลุ่มเส้นด้าย 

กลุ่มเส้นด้ายมีการเรียกร้องใหัรัฐ ใช้การตรวจแบบ ATK แทน RT PCR  ซึ่งมันช้า-แพงและมีโอกาสที่จะเกิดการทุจริตสูง พอเราเรียกร้องปุ๊บ รัฐทำเลย เราเรียกร้องให้รัฐส่งยาไปที่บ้าน เมื่อเราเรียกร้องปุ๊บ ใช้เวลากดดันอีกเดือนหรือ 2 เดือน ถัดจากนั้นรัฐมีบริการส่งยาไปที่บ้านช่วงโควิดเลย เพราะฉะนั้นไม่ว่าเส้นด้ายพรรคเส้นด้ายจะเป็นรัฐบาลหรือเป็นฝ่ายค้านเราเชื่อว่าคะแนนเสียงของทุกคนจะไม่เสียเปล่า และมันจะมีคุณค่าสามารถผลักดันให้ประเทศนี้เป็นประเทศที่ดีขึ้นได้

Q: พรรคเส้นด้ายกับนโยบายป้องกันกองทัพแทรกแซงการเมือง

A: เชื่อจริงๆ แล้ว สิ่งที่เราจะผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลง มันต้องเกิดจากการร่วมมือเกิดจากการพูดคุย แล้วเราได้พูดคุยกับทหารจำนวนหนึ่ง ว่าถ้าสิ่งที่การเปลี่ยนแปลงประเทศนี้ ที่ทหารจะโอเคประชาชนจะได้ประโยชน์มันคืออะไร  สิ่งที่ผมได้คำตอบมาคือการที่ทำให้ ทหารกลับไปทำหน้าที่ของตัวเอง กลับไปเป็นรั้วของชาติ ตอนนี้สิ่งที่กองทัพเป็นคือกองทัพไร้ประสิทธิภาพ และไม่สามารถปกป้องอำนาจอธิปไตยของประเทศได้ สิ่งหนึ่งที่สามารถทำได้เลยคือ ลดกำลัง และเพิ่มประสิทธิภาพของกองทัพ เพราะฉะนั้นไม่จำเป็นต้องไปตัดงบของเขาก็ได้ หากสามารถที่จะทำให้งบของกองทัพใช้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่เกิดการคอร์รัปชัน แล้วทำให้แสนยานุภาพของประเทศไทยเกิดขึ้นได้ 

ตอนนี้หมดยุคที่กองทัพจะเป็นกองทัพคนแล้ว ตอนนี้มันต้องเปลี่ยนเป็นกองทัพที่ทันสมัย การซื้อเครื่องบินรบ การซื้อเรือรบ การทำอุปกรณ์ยุทธโธปกรณ์ให้ดีเป็นสิ่งที่ทำได้จริง แล้วทำได้ในหลายประเทศทั่วโลก  บางประเทศอย่างสหรัฐอเมริกาเขาใช้โดรนแล้ว แทบจะไม่ต้องใช้คนขับเลย  เพราะฉะนั้นถ้าเราจะเสนอว่าอะไรก็ตามที่กองทัพจะแฮปปี้ ประชาชนจะแฮปปี้  คือเพิ่มประสิทธิภาพกองทัพ ลดกำลังกองทัพลง ลดจำนวนทหาร แล้วก็ถัดไปก็คือไปกำจัดคอร์รัปชันในกองทัพ ไม่มีใครเห็นด้วย ไม่มีทหารคนไหนเห็นด้วย

Q: เลือกพรรคขนาดเล็กแล้วได้อะไร

A: เชื่อว่าพรรคขนาดเล็กหรือไม่เล็ก concept นี้ไม่มีอยู่จริง เพราะตอนที่ผมตั้งพรรคอนาคตใหม่ตอนนั้นทุกคนก็บอกว่าพรรคอนาคใหม่จะเป็นพรรคขนาดเล็ก และสุดท้ายก็ได้ถึง  80 เสียง เพราะฉะนั้น วันนี้ผมมาตั้งอีกพรรคหนึ่ง พรรคการเมืองหนึ่งทีผมเชื่อว่ามันมีอุดมการณ์และมีสิ่งที่เราคิด และสิ่งทีเราเชื่อร่วมกัน หากคุณมาร่วมเห็นด้วยอุดมการณ์นี้  คุณต้องมีตัวแทนของคุณในรัฐสภา

คริส โปตระนันทน์ หัวหน้าพรรคเส้นด้ายคริส โปตระนันทน์ หัวหน้าพรรคเส้นด้าย

พรรคเส้นด้าย อาสาที่จะเป็นต้วแทนของคุณเข้าไปกำจัดคอร์รัปชัน เข้าไปลดอำนาจรัฐ  เข้าเพิ่มเสรีภาพทางเศรษฐกิจให้มากขึ้น ทำให้เข้าไปกำจัดระบบเส้นสายออกจากประเทศนี้ ทำระบบสาธรณสุขดีขึ้น ด้วยวิธีการที่จะทำให้ทุกฝ่ายแฮปปี้ เรายึดหลักวินๆ เพราะฉะนั้นไม่ต้องห่วงเลย เลือกพรรคเส้นด้าย เลือกตัวแทนของคุณเข้าไปในสภาแล้วเดี๋ยวพวกผมจะเข้าไปผลักดันสิ่งนี้ให้ดู ไม่ว่าจะอยู่ในฝ่ายรัฐบาลหรือฝ่ายค้านก็ตาม

‘อลงกรณ์’ พลิกโฉมหน้าภาค‘เกษตร’ครั้งใหญ่นำไทยสู่มหาอำนาจทางอาหารของโลก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/544791

14 มี.ค. 2566

‘อลงกรณ์’ พลิกโฉมหน้าภาค‘เกษตร’ครั้งใหญ่นำไทยสู่มหาอำนาจทางอาหารของโลก

‘อลงกรณ์’ ปลื้มเกษตรกรขานรับนโยบายพรรคประชาธิปัตย์ ตั้งเป้าเป็นพรรคขวัญใจเกษตรกรผู้นำแห่งการปฏิรูปภาคเกษตร แย้มเตรียมคลอดนโยบายชุดต่อไปยกระดับเมืองเกษตรเป็นเมืองอาหารพลิกโฉมหน้าภาคเกษตรครั้งใหญ่นำไทยสู่มหาอำนาจทางอาหารของโลก

นายอลงกรณ์ พลบุตร รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์พรรคและที่ปรึกษารัฐมนตรีเกษตรและสหกรณ์ เขียนในเฟซบุ๊กและไลน์วันนี้ว่าหลังจากพรรคประชาธิปัตย์ประกาศ 16 นโยบาย 2 ชุดแรก ภายใต้ยุทธศาสตร์ สร้างเงิน สร้างคน สร้างชาติปรากฎว่ามีเสียงสะท้อนผ่านช่องทางเฟซบุ๊ก-ไลน์และเวที ”ฟัง-คิด-ทำ”ตอบรับจากผู้นำเกษตรกร ผู้นำชาวนากลุ่มต่างๆ  

เช่น ศูนย์ข้าวชุมชน เกษตรแปลงใหญ่ กลุ่มเกษตรกรรุ่นใหม่ (Young Smart Farmer) กลุ่มแม่บ้านเกษตรสหกรณ์ สถาบันเกษตรกร วิสาหกิจชุมชน อาสาสมัครเกษตร (อกม.) ภาคเอกชนภาควิชาการ โดยแสดงความเชื่อมั่นในศักยภาพการบริหารแบบทำได้ไวทำได้จริงของพรรคตลอด 4 ปีที่ผ่านมา

พรรคประชาธิปัตย์พรรคประชาธิปัตย์

โดยเฉพาะนโยบายประกันรายได้เกษตรกร นโยบายเทคโนโลยีเกษตรอินเตอร์เน็ตฟรี 1 ล้านจุดทุกหมู่บ้าน นโยบายธนาคารหมู่บ้านธนาคารชุมชน 2 ล้าน นโยบายยกระดับเกษตรแปลงใหญ่ 3 ล้านบาท นโยบายชาวนารับ 30,000 บาทต่อครัวเรือน นโยบายปลดล็อก พ.ร.ก.ประมง นโยบายองค์กรชุมชนประมงท้องถิ่น 1 แสนบาท นโยบายค่าตอบแทน อกม. 1 พันบาท
 

นโยบายนมโรงเรียน 365 วัน เป็นต้นโดยมองว่าเป็นนโยบายที่สามารถเพิ่มรายได้เพิ่มผลผลิตแก้หนี้แก้จนได้ในระดับฐานรากของประเทศซึ่งครอบคลุมครอบครัวเกษตรกรกว่า 20 ล้านคนภายใต้ยุทธศาสตร์สร้างเงิน สร้างคน สร้างชาติเป็นแนวทางการพัฒนาภาคเกษตรกรรมเชิงโครงสร้างและระบบแบบครบวงจรอย่างยั่งยืนซึ่งภาคเกษตรเป็นหนึ่งในศักยภาพสำคัญที่สุดของประเทศไทยที่มีขีดความสามารถในการแข่งขันระดับโลก


รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ระบุด้วยว่า ยังมีนโยบายชุดต่อไปที่จะเป็นคานงัดการปฏิรูปภาคเกษตรสู่เกษตรมูลค่าสูงเพื่อยกระดับประเทศไทยจากเมืองเกษตรเป็นเมืองอาหาร ด้วย

พรรคประชาธิปัตย์พรรคประชาธิปัตย์

“เราตั้งเป้าให้ประชาธิปัตย์เป็นพรรคขวัญใจเกษตรกรเป็นพรรคผู้นำการปฏิรูปภาคเกษตรจึงประกาศนโยบาย 2 ชุดแรกมุ่งเน้นการสนับสนุนส่งเสริมภาคเกษตรกรรมและเกษตรกรเป็นสำคัญครอบคลุมทั้งสาขาพืช ประมงและปศุสัตว์เป็นการสานต่อผลงานการปฏิรูปภาคเกษตรกรรมของไทยตลอด 4 ปีที่พรรคประชาธิปัตย์บริหารกระทรวงเกษตรและกระทรวงพาณิชย์โดยการนำของหัวหน้าพรรค นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีพาณิชย์และ ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการพรรคและรัฐมนตรีเกษตรและสหกรณ์ เช่น การจัดตั้งศูนย์เทคโนโลยีเกษตรและนวัตกรรม (AIC: Agritech and Innovation Center) 77 จังหวัด การจัดตั้งศูนย์ข้อมูลเกษตรแห่งชาติ (National Agriculture Big Data Center) การพัฒนาอาหารแห่งอนาคต การยกระดับคุณภาพและมาตรฐานสินค้าเกษตร การพัฒนาเกษตรแปลงย่อยเป็นเกษตรแปลงใหญ่ การส่งเสริมเกษตรอัจฉริยะ การพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืนในเมือง การส่งเสริมเกษตรอินทรีย์ การจัดตั้งองค์กรชุมชนประมงท้องถิ่น การพัฒนาปศุสัตว์ครบวงจร

การพัฒนาผลไม้จนส่งออกทุเรียนผลสดทะลุแสนล้านบาทเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์และการส่งออกสินค้าเกษตรและอาหารกว่า 1.2 ล้านล้านบาทต่อปี จนเป็นประเทศผู้ส่งออกสินค้าเกษตรและอาหารอันดับ 13 ของโลก แม้เผชิญกับผลกระทบและอุปสรรคจากวิกฤติโควิดและสงครามรัสเซีย-ยูเครน โดยใช้ยุทธศาสตร์เทคโนโลยีเกษตร 4.0 และยุทธศาสตร์ตลาดนำการผลิตสู่เกษตรมูลค่าสูง เป็นต้น

ซึ่งจากผลงานโดดเด่นเหล่านี้ ทำให้ในการสำรวจความคิดเห็นโดยซูเปอร์โพลเมื่อสิ้นปี 2565 สรุปว่า ที่สุดแห่งปี ที่สุดแห่งพรรคการเมือง ปี 2565 คือพรรคประชาธิปัตย์โดยซูเปอร์โพลระบุผลสำรวจความเห็นว่าพรรคประชาธิปัตย์เป็นสถาบันการเมืองทำงานมายาวนานในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ไม่มีประวัติด่างพร้อยเรื่องทุจริต พรรคประชาธิปัตย์เป็นพรรคขวัญใจเกษตรกร เป็นพรรคการเมืองที่ถูกคาดหวังจากเกษตรกรมากที่สุดอันดับหนึ่ง


อกม.จำนวน 76,000 คนตามข้อมูลของกระทรวงเกษตรล่าสุด อีกนโยบาย คือ สานต่อนโยบายยกระดับเกษตรแปลงใหญ่ 3 ล้าน ตอนนี้มีเกือบหมื่นแปลงใหญ่ นโยบายอินเตอร์เน็ตฟรี 1 ล้านจุดทุกหมู่บ้านชุมชนจะทำให้การพัฒนาเกษตรอัจฉริยะ ตลาดเกษตรออนไลน์ การสื่อสารการเรียนรู้ การประชุมของเกษตรกรทำได้ครอบคลุมหมู่บ้าน/ชุมชน/โรงเรียนทั่วประเทศยังมีนโยบายเกษตรที่จะประกาศในชุดนโยบายต่อๆ ไปอีกครับ เช่น ศพก. ศูนย์AIC วิสาหกิจชุมชน สหกรณ์ กลุ่มเกษตรกร