‘จตุพร’ มอง ‘เศรษฐา’ ไปไม่ถึงฝันนั่ง นายกรัฐมนตรี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/544374

07 มี.ค. 2566

'จตุพร' มอง 'เศรษฐา' ไปไม่ถึงฝันนั่ง นายกรัฐมนตรี

นักวิชการรัฐศาสตร์ มอง ‘เศรษฐา ‘ มีหวัง เป็น นายกรัฐมนตรี ตำสำรอง ด้าน ‘จตุพร’ ชี้ ควรเคลียร์เรื่อง ‘ขงเบ้ง’ ข้างกาย เพื่อความเหมาะสมคนจะเป็นแคนดิเดต

อีกหนึ่งเรื่องราวของวงการเมือง หลังพรรคเพื่อไทย เปิดตัวทีมเศรษฐกิจของพรรค หนึ่งในนั้นคือ นายเศรษฐา ทวีสิน นักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ตำแหน่งประธานที่ปรึกษาหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย และที่ปรึกษาคณะกรรมการด้านเศรษฐกิจ รวมทั้งถูกมองว่าจะเป็นหนึ่งในแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค และได้มีคำสัมภาษณ์ชัดเจนจาก นายเศรษฐา ว่า จะรับตำแหน่งเดียวทางการเมือง คือ นายกรัฐมนตรี เท่านั้น 

อ่านเกม "เศรษฐา" ใครตัวจริงพรรคเพื่อไทย อ่านเกม “เศรษฐา” ใครตัวจริงพรรคเพื่อไทย
รายการ คมชัดลึก เนชั่นทีวี พูดคุยในประเด็น อ่านเกม “เศรษฐา” ใครตัวจริงพรรคเพื่อไทย เพื่อมองภาพรวมการเมือง และบุคคลในเกมการเมือง 


รศ.พรชัย เทพปัญญา นักวิชาการด้านรัฐศาสตร์รศ.พรชัย เทพปัญญา นักวิชาการด้านรัฐศาสตร์

กล่าวว่า  โครงสร้างพรรคเพื่อไทยเป็นอย่างไร อำนาจอยู่ที่ไหน แม้จะมีกรรมการบริหารพรรค แต่ก็มีอำนาจที่เหนือกว่าคัดเลือก ในความเป็นตจริงควรจะต้องเป็นคนที่ไต่เต้าขึ้นมาจาก ส.ส. การที่เศรษฐา มาไม่ใช่ความบังเอิญ แต่เป็นใบสั่งจากผู้มีอำนาจตัวจริง  ในเรื่องความเหมาะสม อ.พรชัย มองว่าเป็น เหล้าเก่าในขวดใหม่ ไม่ใช่คนหน้าใหม่ทางการเมือง มีชื่อเสียงจากการทำบ้านจัดสรร ความโดดเด่นยังไม่มีมากมาย 

เชื่อว่า ลึก ๆ นายเศรษฐา ก็หวังเป็นนายกรัฐมนตรี เพราะถ้าไม่มีความหวัง ก็คงไม่ยอมให้เปิดตัว และมองว่า หากมีอุบัติเหตุทางการเมือง ก็สามารถเสนอชื่อ นายเศรษฐา ได้อีกรอบ การวางตัวเป็นนายกฯ เชื่อว่ายังไงก็เป็น น.ส.แพรทองธาร เพราะเปิดตัว เดินสาย มาตลอด ไม่เช่นนั้น ก็เท่ากับลองประชาชน หากมีการสลับเปลี่ยนเป็นนายเศรษฐา

อ่านเกม "เศรษฐา" ใครตัวจริงพรรคเพื่อไทย อ่านเกม “เศรษฐา” ใครตัวจริงพรรคเพื่อไทย
ส่วนเรื่องการจะเป็นรัฐบาลของ พรรคเพื่อไทย อ.พรชัย มองว่า การรวมเสียงรัฐบาล ตราบใดที่เพื่อไทยไม่ได้เสียงข้างมาก ก็เป็นไปได้ยาก การรวมเสียงต่าง ๆ ก็จะมาเป็นทาง พล.อ.ประวิตร ด้วยเพราะมีเสียง ส.ว. หากคะแนนเสียงของ เพื่อไทยไม่ถึง 220 คะแนนขึ้นไป ถึงจะมีโอกาสเป็นรัฐบาล รวมทั้ง นายกรัฐมนตรี แต่หากมีตัวแปรเสียง ส.ว. อาจจะเกิดรัฐบาลเสียงข้างน้อย เว้นแต่เพื่อไทย สามารถรวมเสียงได้เกิน อ.พรชัย มองว่า รัฐบาลใหม่ เป็นได้อย่างมาก ที่ พล.ประวิตร วงษ์สุวรรณ จะเป็นนายกรัฐมนตรี 

นายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำหลอมรวมประชาชนนายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำหลอมรวมประชาชน

ด้าน นายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำหลอมรวมประชาชน มองว่า ปัญหาใหญ่ของเพื่อไทย ไม่ใช่เศรษฐกิจ แต่เป็นเรื่องการทุจริต เป็นเรื่องที่เป็นจุดอ่อนของเพื่อไทย นายเศรษฐา เคยกล่าวว่า ตำแหน่งเดียวที่จะรับคือ นายกรัฐมนตรี แต่เชื่อว่า คนที่เจ้าของพรรคตัวจริง เลือกคือ น.ส.แพรทองธาร เพราะมีบทเรียนมาจาก สมัย เลือก นายสมัคร สุนทรเวช อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งจะเห็นได้หลังจากนั้น ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีวนอยู่ในตระกูลและเครือญาติ ในทางการเมือง นายเศรษฐา ไม่มีความโดดเด่น น.ส.แพรทองธาร ต้องพิสูจน์ให้ได้ว่า มีความโดดเด่นมากกว่าความเป็นลูกอดีตนายกรัฐมนตรี  การที่ดึงเศรษฐาเข้ามา เชื่อว่า เตรียมไว้ให้ น.ส.แพรทองธาร ช่วงที่จะต้องคลอดลูก 

ในทางผลประโยชน์ทางการเมือง ในการเป็นที่ปรึกษาให้รัฐบาลยิ่งลักษณ์ นายเศรษฐา ก็ไม่ได้มีบทบาทการเมืองอะไร ในความเป็นจริง ต้องทำงานให้เป็นที่ยอมรับจากประชาชน ไม่ใช่เป็นที่ยอมรับจากเจ้าของพรรคการเมือง และมองว่ายังไง นายกรัฐมนตรีรัฐบาลใหม่ เชื่อว่ายังไงต้องเป็น พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นนายกฯ แล้ว น.ส.แพรทองธาร เป็นรองนายกรัฐมนตรี 

อ่านเกม "เศรษฐา" ใครตัวจริงพรรคเพื่อไทย อ่านเกม “เศรษฐา” ใครตัวจริงพรรคเพื่อไทย
ส่วนเรื่อง ขงเบ้ง คนข้างกาย นายเศรษฐา ที่กำลังถูกพูดถึงในแง่ลบ นายจตุพร กล่าวว่า เรื่องนี้จะทยอยออกมาเป็นลำดับ ในเรื่องไม่ชอบมาพากล คนจะมาเป็นนายกรัฐมนตรี ควรจะแก้ไข ชี้แจง เรื่องคนใกล้ตัว เป็นโอกาสที่ดี ชี้แจงได้ก็จะเป็นคุณกับนายเศรษฐา แต่เท่าที่เปิดเผยออกมาทั้งของตนเอง และนายชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์ ก็คงจะเป็นมือมาร เพราะถ้าเป็นฝ่ายดีคงเปิดหน้าออกมาแล้ว 

‘นิพนธ์’ จับมือ ‘เดชอิศม์’ ลุยเลือกตั้ง สงขลา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/544360

07 มี.ค. 2566

'นิพนธ์' จับมือ 'เดชอิศม์' ลุยเลือกตั้ง สงขลา

สงขลาคึกคัก ‘นิพนธ์’ จับมือ ‘เดชอิศม์’ เปิดศูนย์เลือกตั้งเขต 1 สงขลา พร้อมสู้ทุกเขต เย้ย พวกโดดเรือหนี 4 ปีย้าย 3 พรรค

นายนิพนธ์ บุญญามณี รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และผู้อำนวยการเลือกตั้งพรรคปชป. พร้อมด้วยนายเดชอิศม์ ขาวทอง  รองหัวหน้าพรรคปชป.ภาคใต้ และส.ส.เขต 5 สงขลา  ร่วมในพิธีเปิดศูนย์ประสานงานเขตเลือกตั้งที่ 1 สงขลา โดยมีนานไพเจน มากสุวรรณ์ นายก อบจ.สงขลา ผู้บริหาร และสมาชิกสภา อบจ.สงขลา นายวันชัย ปริญญาศิริ นายกเทศมนตรีนครสงขลา พร้อมด้วยผู้สมัครจากพรรคปชป.ทั้ง 9 เขตที่มาร่วมในการเปิดศูนย์นายสรรเพชญ บุญญามณี  ผู้สมัคร สส.ในเขตเลือกตั้งที่ 1 สงขลา

นายนิพนธ์ กล่าวว่า สิ่งที่ปชป.ทำมาขณะนี้ คือจัดปราศรัยและทำความเข้าใจกับพี่น้องประชาชน ซึ่งอาจจะมีพี่น้องประชาชนที่ยังไม่เข้าใจอยู่บ้าง หรือยังไม่รู้ว่าพรรคเคยทำอะไรในอดีต ซึ่งทางพรรคก็พยายามชี้แจงอยู่ในเรื่องนี้ คือพรรคเสนอตัวบุคคลความพร้อมในเขตเลือกตั้ง พรรคเสนอความพร้อมของพรรคปชป.ที่เป็นสถาบันการเมืองมายาวนานย่างเข้า 77 ปีในเดือนเมษายนนี้  กับพรรคอื่นที่เราเรียกว่าพรรคเฉพาะกิจ ที่ตั้งมาเพื่อให้ใครเป็นนายก แต่ถ้าไม่ได้เป็นนายกพรรคเหล่านั้นก็เลิกไป  ซึ่งเห็นมามากแล้วในอดีต

ส่วนพรรคประชาธิปัตย์จะเดินหน้าสร้างความเข้าใจกับประชาชนอย่างต่อเนื่อง โดยในวันที่ 24 ก.พ.จะปราศรัยเพชรบุรี  วันที่ 25 ก.พ. ปราศรัยที่หาดใหญ่   วันที่ 3 มี.ค.ปราศรัยพัทลุง  วันที่ 5 มี.ค. ปราศรัยที่ปัตตานี

นาย นิพนธ์ บอกอีกว่า ยุทธศาสตร์ของพรรคประชาธิปัตย์ คือการขายความเป็นสถาบันทางการเมือง ความเป็นผู้นำรวมหมู่ ไม่ฝากความหวังไว้กับคนใดคนหนึ่ง ซึ่งจะเห็นว่าเราเปลี่ยนหัวหน้าพรรคมาเป็นคนที่ 8 แล้ว ประชาธิปัตย์ก็ยังอยู่ นี่คือความต่างจากพรรคอื่น

เป็นไปได้ เลื่อน ‘ยุบสภา’ ‘เลือกตั้ง’ 14 พฤษภาคม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/544351

07 มี.ค. 2566

เป็นไปได้ เลื่อน 'ยุบสภา' 'เลือกตั้ง' 14 พฤษภาคม

นายกรัฐมนตรี ยังไม่หารือเรื่องพระราชกฤษฎีกา ‘ยุบสภา’ ‘เลือกตั้ง’ วันไหน ไม่ใช่ปัญหาหากยังอยู่ในกรอบระยะเวลาตามรัฐธรรมนูญ

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ยืนยันว่า พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ยังไม่ได้หารือเรื่องการออกพระราชกฤษฎีกายุบสภา ทำให้ไม่สามารถบอกได้ว่าจะมีการยุบสภาวันไหน  แต่การเลือกตั้งหากมีการยุบสภา ต้องจัดให้มีการเลือกตั้งไม่น้อยกว่า 45 วัน และไม่เกิน 60 วัน นับจากมีพระราชกฤษฎีกายุบสภา ซึ่งเป็นหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง ไม่มีรายละเอียดอยู่ในพระราชกฤษฎีกา ยุบสภาดังนั้นเดิมที่มีการคาดการกันว่า  จะมีการเลือกตั้ง 7 พฤษภาคม ก็อยู่บนสมมติฐาน ที่สามารถจัดการเลือกตั้งได้ตามรัฐธรรมนูญ คือไม่เกิน 60 วัน

ส่วนคำถามที่ว่า หากมีการยุบสภา วันที่ 20 มีนาคม จะสามารถจัดการเลือกตั้งในวันที่ 14 พฤษภาคมได้หรือไม่นั้น ต้องดูว่ายังอยู่ในกรอบเวลา 45-60 วันหรือไม่  แต่ต้องอยู่บนหลักการเดิมที่จะให้การเลือกตั้ง ตรงกับวันอาทิตย์  หากยุบสภาวันที่ 20 มีนาคม ก็สามารถจัดการเลือกตั้งในวันที่ 14 พฤษภาคมได้

สมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้งโพส ตารางปฏิทินเลือกตั้ง แบบ สมชัย หากยุบสภา 20 มีนาคม 2566 ทางเฟซบุ๊ก มีเนื้อหาว่า

  • ภายใน 25 มีนาคม 2566  กกต. ประชุมกำหนดวันเลือกตั้ง เป็นวันที่ 14 พฤษภาคม 2566
  • วันที่ 3-7 เมษายน 2566 เป็นวันรับสมัคร ส.ส.แบบ แบ่งเขต  ได้เบอร์เขต
  • วันที่ 4-6 เมษายน 2566 เป็นวันรับสมัคร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ  ได้เบอร์พรรค
  • 7 พฤษภาคม 2566 เป็นวันเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขต (ในประเทศ)
  • 14 พฤษภาคม 2566 วันเลือกตั้งทั่วไป
  • 13 กรกฎาคม 2566 วันสุดท้าย ที่ กกต.ต้องประกาศผลการเลือกตั้งให้ได้ร้อยละ 95 ของจำนวน สส. ทั้งหมด
  • ภายใน 28 กรกฎาคม 2566 ประชุมสภานัดแรก เพื่อเลือกประธานสภา

คืบหน้ามือบวม ‘นายกฯ’ ไร้อุปสรรคเซ็นเอกสาร ใกล้ยุบสภาเต็มที

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/544344

07 มี.ค. 2566

คืบหน้ามือบวม 'นายกฯ' ไร้อุปสรรคเซ็นเอกสาร ใกล้ยุบสภาเต็มที

‘นายกฯ’ เผย มือบวมลดลง แต่ต้องระวังติดเชื้อ ซ้อมเซ็นเอกสาร ไม่เกี่ยว ‘ยุบสภา’ ยอมรับใกล้เข้ามาทุกที ส่วน ‘บิ๊กป้อม’ พบ ‘หม่อมเจ้าจุลเจิม’ เรื่องปกติ ขออย่ามองแง่ลบ

ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงอาการมือข้างขวาบวมจนถึงรับการรักษาที่โรงพยาบาลว่า ขณะนี้บวมลดลง แต่อาจจะต้องปรับกำหนดการการลงพื้นที่ให้เหมาะสม เพราะยังเป็นแผลอยู่ ต้องระมัดระวังเรื่องความสะอาด ไม่ได้ว่าใครไม่สะอาด แต่ด้วยพื้นที่เป็นธรรมดา ต้องมีฝุ่น จับอะไร ต้องระวังที่สุด เกรงจะติดเชื้อ ซึ่งต้องใช้เวลาประมาณ 2 อาทิตย์ เพราะมีรอยเย็บด้วยและยังต้องให้ยาฆ่าเชื้อทุกวัน

ผู้สื่อข่าวสังเกตเห็นอาการดูไม่สดชื่น ซูบๆ นั้น นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เป็นธรรมดา หลับบ้างไม่หลับบ้าง เพราะไม่เคยเข้านอนในโรงพยาบาล ล่าสุดเท่าที่จำได้ สมัยโดดร่ม ต้องให้หมอตรวจกระดูกคอ2-3วัน

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี

ส่วนการทำงาน ด้านเอกสาร ได้มีการซ้อมเซ็นชื่อมาก่อน เพราะเมื่อวานมือยังล็อคอยู่ วันนี้ลายมือสวยกว่าเดิม 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าซ้อมเซ็นเพื่อเตรียมยุบสภาหรือไม่ นายกรัฐมนตรี ตอบว่า “ไม่ต้องลองหรอก อันนี้เซ็นเพราะบางอย่างต้องส่งต่อ ช่วงที่อยู่โรงพยาบาลก็อ่านและเซ็นแบบอิเล็กทรอนิกส์ “

ส่วนความคืบหน้าการยุบสภา ใกล้เข้ามาทุกที ซึ่งได้คุยกับแกนนำและพรรคร่วมรัฐบาลแล้ว ไม่มีปัญหาอะไร และคิดว่าสัปดาห์หน้ายังมีการประชุมครม.ครั้งสุดท้าย เพราะยังมีทั้งเรื่องเก่าและเรื่องใหม่เรื่องที่ติดค้าง ประชาชนยังเดือดร้อน ก็พยายามแก้ให้ได้มากที่สุด ยุบสภา เลือกตั้ง หาเสียง คือ อีกเรื่อง ทุกคนยังคงทำกันอยู่ และร่วมกันแก้ปัญหาไปกับนายกรัฐมนตรี

ส่วนที่มีภาพ พล.อ.ประวิตรวงษ์ สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี พูดคุยกับ พล.อ.หม่อมเจ้าจุลเจิม ยุคล นั้น พล.อ.ประยุทธ์ ระบุว่า ” ไม่ได้คุยกัน แต่เป็นสิทธิ์ของท่าน รู้จักกันทำไมจะคุยกันไม่ได้ อย่ามองในแง่ลบทุกอย่าง คนเราเจอกันก็ต้องคุยกันเวลาไปไหนมาไหน ตนก็คุยกับทุกคน ทำไมต้องมองว่า จะต้องคุยเรื่องนั้นเรื่องนี้ และเราก็ไม่ได้อยู่ร่วมการคุยด้วย แต่ท่านก็บอกว่าไม่ได้มีอะไร ทักทายกันธรรมดา”

‘ชูวิทย์’ เผย แฉไม่ได้ทุกพรรค อัด ‘ภูมิใจไทย’ ช่วงเลือกตั้ง เหตุทำเสียหาย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/544339

07 มี.ค. 2566

'ชูวิทย์' เผย แฉไม่ได้ทุกพรรค อัด 'ภูมิใจไทย' ช่วงเลือกตั้ง เหตุทำเสียหาย

‘ชูวิทย์’ เปิดใจ ไม่ได้รับงานถล่มพรรคการเมืองไหนเป็นพิเศษ ล็อกเป้า ‘ภูมิใจไทย’ ช่วงใกล้เลือกตั้ง เพราะคนสนใจ

เป็นอีกเรื่องราวเครื่องเคียง ที่คอการเมืองต่างให้ความสนใจอกสนใจ ติดตาม รวมทั้งคอทั่วไป ที่สดับรับฟัง การดำเนินการเปิดโปง ของ นายชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์ ที่รุหนักพรรคภูมิใจไทย การประมูล รถไฟฟ้าสายสีส้ม รวมทั้งยังปะทะคารมกับ นายสนธิ ลิ้มทองกุล นายใหญ่บ้านพระอาทิตย์ จึงทำให้มีหลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตว่า นายชูวิทย์ รับงานใครโจมตีภูมิใจไทย หรือไม่ 


รายการ คมชัดลึก เนชั่นทีวี ได้เชิญ นายชูวิทย์ มาพูดคุยกันในรายการ หัวข้อ  ปอกเปลือก “ชูวิทย์” คิดล้มใครแน่

เปิดใจ ชูวิทย์เปิดใจ ชูวิทย์

ทำไมถึงเดินหน้าแฉ พรรคภูมิใจไทย ก่อนการเลือกตั้ง เป็นคำถามที่ถูกตั้งขึ้น นายชูวิทย์ เปิดคำตอบที่น่าสนใจว่า ถ้าจะให้พูดทุกพรรคมันเละ การเมืองไม่ได้สอนให้ใครเป็นคนดี เลวน้อย เลวสมาก อันนี้มาว่ากัน แต่จะมาหาคนดีในการเมืองมันไม่มีหรอก 

เปิดใจ ชูวิทย์เปิดใจ ชูวิทย์
ส่วนการเลือกพูดในช่วงก่อนเลือกตั้ง แม้จะมีการพูดกันมาก่อนหน้านี้แล้ว นายชูวิทย์ บอกว่า การนำเสนอไม่เหมือนกัน ข้อมูลคุณมี แต่การพรีเซนต์คุณไม่เป็น การนำเสนอให้ประชาชนเข้าใจไม่ต้องมาก อย่างที่พูดเรื่องรถไฟฟ้าสายสีส้ม มีหลักการง่าย ๆ พูดรับเหมา คนเดินรถ ล้มประมูลครั้งที่ 1 เพราะมีคนเสนอถูกเกินไป และไม่มีเงินทอนให้ ประมูลครั้งที่ 2 ได้แพงขึ้น แล้วถามประชาชนว่า ถ้ามีพูดรับเหมาก่อสร้าง 2 ราย รายหนึ่งดำเนินการ 9 พันล้านบาท กับอีกราย 7 หมื่นล้านบาท 
 

จะเลือกใคร แน่นอนต้องเลือก 9 พันล้านบาท เพราะคุณสมบัติมันผ่านแล้ว แต่เตะ ผู้รับเหมา 9 พันล้านบาทไป เอารายที่เสนอ 7 หมื่นล้านบาทแทน  นายชูวิทย์ อธิบายต่อถึงคำถามที่ว่ารับงาน บีทีเอส มา เขาบอกว่า ผมรับงาน แต่ผมไม่ได้รับเงิน ตรงนี้เป็นเรื่องของเงินภาษี

เปิดใจ ชูวิทย์เปิดใจ ชูวิทย์

ในการรับงานที่ว่า ชูวิทย์ บอกต่อไปว่า การรับโดยตรงไม่มี แต่เป็นการรวบรวมข้อมูลทั้งจากฝ่ายค้าน และที่สืบค้นเอาเอง หัวใจของเรื่องคือการล็อกสเปก เพราะไทยเพิ่งจะมีความเชื่อมชาญในด้านการขุดเจาะอุโมงค์ ประมาณ 10 ปีที่ผ่านมา ส่วนต่างประเทศเขาชำนาญกันมาร่วม 100 ปี ในไทยนั้น มีเพื่อ 2 บริษัทเท่านั้น ที่มีคุณสมบัติ และมีความพยายามที่จะล็อกให้ตรงกับบริษัทที่ต้องการให้ได้การประมูลนี้  ชูวิทย์ ยืนยันว่า หากฝ่ายไหนที่เสนอราคาถูกกว่า เขาก็พร้อมที่จะเลือกฝ่ายนั้น 


ส่าวนที่ทำหาใบเสร็จเงินทอน ที่ นายชูวิทย์ อ้างถึงนั้น เขาอธิบายว่า การรับเหมา ยังไม่มีการเซ็นสัญญา แล้วเขาจะจ่ายไหม เมื่อมีการเซ็นสัญญาแล้ว รับเงินจึงจะมีการโอนเงินให้  แต่ก็มีการเปิดบัญชีรอรับเงินแล้ว ในเรื่องกัญชา ชูวิทย์ บอกว่า ในต่างประเทศยังคงเป็นเรื่องที่ผิดกฎหมาย และมีผลกระทบในเรื่องการรักษา และมีผลกระทบต่อสังคมสูง แล้วทำไมถึงไม่ออกเป็นกฎหมายมา ออกแค่กฎกระทรวงเท่านั้น เพราะหลายพรรคการเมืองเขาไม่เอาด้วย แล้วการจะนำกัญชาออกมาใช้ ต่างประเทศยังต้องมีการทำประชามติก่อน 
 

การที่เลือกมาพูดตอนนี้ เพื่อตั้งใจให้มีผลในช่วงเลือกตั้ง คือ คำตอบของ นายชูวิทย์ เพราะถ้าพูดก่อนหน้านี้จะไม่เป็นที่สนใจ การสื่อสารไม่จำเป็นต้องฟังแต่พรรคการเมืองอย่างเดียว ตนก็มีสิทธิในการสื่อสารกลับไป ในฐานะประชาชน แล้วที่คนมองว่า มี 2 พรรคการเมืองที่จะได้ผลประโยชน์จากการแฉครั้งนี้ คือ พรรครวมไทยสร้างชาติ กับ เพื่อไทย ชูวิทย์ บอกว่า แล้วทำไมไม่มองว่าพรรคอื่น ๆ จะได้ผลประโยชน์บ้าง 

เปิดใจ ชูวิทย์เปิดใจ ชูวิทย์
เรื่องการพูดถึง นายเศรษฐา ทวีสิน ทีมเศรษฐกิจของพรรคเพื่อไทย ที่มีบุคคลข้างกาย ที่ชื่อ ขงเบ้ง ซึ่งเป็นตัวละครที่ นายชูวิทย์ เคยพูดถึงในเรื่องของ อาบ อบ นวด ซึ่ง ชูวิทย์ บอกว่า ถ้า นายเศรษฐา ทำอะไรไม่ถูกต้อง ก็จะพูดอย่างแน่นอน ส่วน ขงเบ้ง เป็น คนเดียวกับที่แนะนำให้มีการไปกู้เงินที่เกาะเคย์แมน มาซื้ออาบ อบ นวด เดอะลอร์ด ภายใต้เจ้าของเดิม  ขงเบ้ง เป็นคนข้างกายนายเศรษฐา มีบทบาทในการให้กู้เงินของ นายกำพล เจ้าของเดอะลอร์ด 

เพื่อไทย เตรียมแจ้งความเอาผิด สนธิญา สวัสดี มั่ว ร้องยุบพรรค

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/544338

07 มี.ค. 2566

เพื่อไทย เตรียมแจ้งความเอาผิด สนธิญา สวัสดี  มั่ว ร้องยุบพรรค

หัวหน้าทีมกฎหมายพรรค เพื่อไทย เตรียมเล่นงาน สนธิญา สวัสดี ฐานร้อง ยุบพรรค มั่ว ไม่มีการกระทำใด เข้าข่ายความผิด

นายชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้าพรรคและประธานคณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย เตรียมเอาผิดนายสนธิญา สวัสดี ที่ได้ยื่นคำร้องต่อ กกต. ให้ยุบพรรคเพื่อไทย  โดยอ้างว่ามีการกระทำที่ขัดมาตรา 28 มาตรา 29 มาตรา 72 และมาตรา 92 (3) ของ พรป.พรรคการเมือง และกรณีการแต่งตั้งนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เป็นผู้ช่วยหาเสียง เป็นการกระทำที่ขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา 258 (2) เนื่องจากนายณัฐวุฒิ ฯ ถูกตัดสิทธิทางการเมืองไปแล้ว ขัดต่อคุณธรรมจริยธรรมนั้น

การปราศรัยของหัวหน้าพรรคเมื่อวันที่ 4 มีนาคมที่ผ่านมาที่จังหวัดนครราชสีมา เป็นเพียงพูดว่านายวีรศักดิ์ ฯ และทีม อบจ. และพรรคเพื่อไทยเป็นกลุ่มเดียวกัน มีความหมายเพียงว่า บุคคลตามที่กล่าวมาเป็นผู้สนับสนุนพรรคเพื่อไทย เพื่อนำไปสู่การแลนด์สไลด์เท่านั้น ไม่ได้มีการกระทำใดที่กลุ่มบุคคลดังกล่าวเข้ามาควบคุม ครอบงำหรือชี้นำการดำเนินกิจกรรมทางการเมืองของพรรคเพื่อไทยในลักษณะที่จะทำให้พรรคเพื่อไทยและสมาชิกพรรคขาดความเป็นอิสระในการดำเนินกิจกรรมทางการเมืองแต่อย่างใด 

การที่บุคคลใดจะสนับสนุนพรรคการเมืองใดนั้น ยอมเป็นสิทธิเสรีภาพของบุคคลนั้นที่จะพึงกระทำได้ อันถือเป็นเรื่องปกติธรรมดาในทางการเมือง และพรรคเพื่อไทยก็ไม่ได้มีการกระทำใดที่จะถือเป็นการยินยอมให้บุคคลเหล่านั้นกระทำการในลักษณะเช่นนั้นแต่อย่างใดเช่นกัน

ส่วนนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ได้ขึ้นเวทีปราศรัยในพื้นที่ต่างๆ เพราะพรรคเพื่อไทย ได้แต่งตั้งให้นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เป็นผู้ช่วยหาเสียงของพรรค และยื่นเอกสารดังกล่าวต่อเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้งไปก่อนหน้านั้นแล้ว แม้นายณัฐวุฒิ ฯ จะมีลักษณะต้องห้ามมิให้สมัคร สส. หรือดำรงตำแหน่งทางการเมือง หรือเป็นสมาชิกพรรคก็ตาม แต่นายณัฐวุฒิ ฯ ยังคงเป็นผู้     มีสิทธิเลือกตั้งตามกฎหมายที่จะเป็นผู้ช่วยหาเสียงให้กับพรรคและผู้สมัครของพรรคเพื่อไทยได้ ตามระเบียบของคณะกรรมการการเลือกตั้ง

ข้อกล่าวอ้างของนายสนธิญา จึงไม่เข้าองค์ประกอบใดๆ ที่จะถือว่าพรรคเพื่อไทยกระทำการอันฝ่าฝืนต่อกฎหมายพรรคการเมืองและรัฐธรรมนูญ และพรรคเห็นว่านายสนธิญา ได้ยื่นคำร้องให้ยุบพรรคเพื่อไทยมาแล้วหลายครั้ง โดยมิได้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายให้ครบถ้วนและถูกต้องเสียก่อน

พรรคจึงเห็นว่าการกระทำของนายสนธิญาอาจเข้าข่ายเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 101 ของกฎหมายพรรคการเมืองที่มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของผู้นั้น  พรรคเพื่อไทยจึงจะได้ยื่นคำร้องขอให้ กกต. ได้ดำเนินการสืบสวนไต่สวนและเอาผิดต่อไป

นอกจากนี้ ได้ทราบข้อเท็จจริงว่ามีแกนนำบางคนของบางพรรคการเมืองอยู่เบื้องหลัง การดำเนินการ ซึ่งอยู่ระหว่างการรวบรวมหลักฐาน หากปรากฏหลักฐานชัดเจนพรรคก็จะยื่นขอให้ กกต.ดำเนินการยุบพรรคการเมืองดังกล่าวตามมาตรา 101 วรรคสอง ต่อไปด้วย

เลือกตั้ง66 ‘มาดามเดียร์’ ประกาศ ประชาชน คือหัวใจ ‘พรรคประชาธิปัตย์’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/544331

07 มี.ค. 2566

เลือกตั้ง66 'มาดามเดียร์' ประกาศ ประชาชน คือหัวใจ 'พรรคประชาธิปัตย์'

เลือกตั้ง66 ‘มาดามเดียร์’ ประกาศ ประชาชน คือหัวใจ ‘พรรคประชาธิปัตย์’ ชี้การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นเพื่อผลิดอกออกผลให้สวยยิ่งกว่า ชวนทุกคนกลับบ้านหลังเดิม มั่นใจเลือด ปชป. ยังไหลอยู่ในคน กทม.

โค้งสุดท้ายก่อนยุบสภาและเข้าสู่โหมดเลือกตั้ง66 ‘มาดามเดียร์’ น.ส.วทันยา บุนนาค ประธานคณะทำงานนวัตกรรมการเมือง พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวเน้นย้ำในการเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร สส. กรุงเทพมหานคร(กทม.)ของพรรคประชาธิปัตย์ ทั้ง 33 คน 33 เขต ว่า วันนี้การที่ตนมายืนอยู่ตรงนี้เป็นสิ่งที่แสดงให้ทุกคนได้มีความมั่นใจว่าพรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้มีเพียงเลือดที่ไหลออกไป แต่ยังมีเลือดคนรุ่นใหม่อย่างตน และผู้สมัคร สส. ของพรรคประชาธิปัตย์ที่ไหนเข้ามาอย่างไม่ขาดสาย 

ซึ่งในทุกประวัติศาสตร์ ทุกการเปลี่ยนแปลงย่อมต้องมีการสูญเสียเป็นเรื่องปกติ ประชาธิปัตย์เองก็เป็นเช่นนั้น เพราะเราคือต้นไม้ใหญ่ เมื่อจะผลิดอกออกผลก็ต้องผลัดใบเป็นเรื่องปกติ เพื่อให้สมัยหน้าเราจะผลิดอกออกผลให้สวยงามยิ่งขึ้นกว่าเดิม

“การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นเป็นเครื่องยืนยันที่แสดงให้เห็นว่าอุดมการณ์และความเป็นสถาบันที่พรรคประชาธิปัตย์ยืนอยู่เหนือตัวบุคคล และนี่เป็นเหตุผลที่ทำให้พรรคดำรงอยู่คู่คนไทยมายาวนานถึง 77 ปี” น.ส.วทันยา กล่าว

น.ส.วทันยา กล่าวว่า ในประวัติศาสตร์เราเห็นการเกิดขึ้นของพรรคการเมืองหลายพรรค เพื่อจุดประสงค์บางอย่าง เพื่อต้องการชนะการเลือกตั้ง โดยเอาอำนาจ เอาตำแหน่งเป็นที่ตั้ง และพรรคเหล่านั้นก็อยู่ได้เพียง 1-2 สมัยแล้วก็ล้มหายตายจากไป ซึ่งการที่เรามานั่งอยู่พร้อมกันวันนี้ เพราะที่นี่เรามีประชาชนเป็นที่ตั้ง 

มาดามเดียร์ น.ส.วทันยา บุนนาค ประธานคณะทำงานนวัตกรรมการเมือง พรรคประชาธิปัตย์ ปราศรัยในวันเปิดตัวผู้สมัคร สส.กทม.มาดามเดียร์ น.ส.วทันยา บุนนาค ประธานคณะทำงานนวัตกรรมการเมือง พรรคประชาธิปัตย์ ปราศรัยในวันเปิดตัวผู้สมัคร สส.กทม.

ที่พูดแบบนี้จะบอกว่าเราไม่ได้อยู่เหนือใคร แต่เราทำงานการเมือง เราตระหนักเสมอตั้งแต่วันแรกที่ก่อตั้งพรรคจนถึงวันนี้ว่า อำนาจสูงสุดเป็นของประชาชน และตั้งแต่ทีม กทม. ทำงานมาเพื่อเตรียมสู่ศึกการเลือกตั้งครั้งหน้า เราทำโครงการ ฟัง-คิด-ทำ เพราะถือว่าประชาชนเป็นหัวใจสำคัญ เป็นแกนกลางของประชาธิปัตย์
 

และต่อเนื่องมาจนถึงงานในวันนี้ ”ประขาธิปัตย์เท่ากับประชาชน” เพราะต้องการย้ำให้เห็นว่าประชาชนอยู่เหนือพรรคประขาธิปัตย์ โดยผู้สมัคร สส.ของพรรคเป็นผู้ที่อาสามาเป็นสะพานเชื่อมประสานเพื่อแก้ไขปัญหาให้กับประชาชน

มาดามเดียร์ : “ขอบคุณทุกคนที่ยังคงสนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์มาโดยตลอด"มาดามเดียร์ : “ขอบคุณทุกคนที่ยังคงสนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์มาโดยตลอด”

เลือกตั้ง66 'มาดามเดียร์' ประกาศ ประชาชน คือหัวใจ 'พรรคประชาธิปัตย์'

“ขอบคุณทุกคนที่ยังคงสนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์มาโดยตลอด รวมถึงหลายคนที่ก่อนเคยสนับสนุน แต่ว่าอาจจะมีนอกใจไปเลือกพรรคใหม่พรรคอื่นบ้าง แต่สุดท้ายก็ผิดหวัง เดียร์จึงอยากจะบอกว่าให้ทุกคนกลับมาบ้านหลังเดิม กลับมาช่วยทำบ้านหลังนี้ให้เข้มแข็ง อบอุ่น และยิ่งใหญ่ไปกว่าเดิม เพราะสุดท้ายบ้านหลังนี้เป็นบ้านของประชาชนอย่างแท้จริง และเดียร์เชื่ออย่างยิ่งว่าเลือดของพรรคประชาธิปัตย์ยังคงไหลเสียนอยู่ในคน กทม. เสมอ” น.ส.วทันยา กล่าวทิ้งท้าย

12 พรรคการเมืองจัดเต็มบุก ‘ตราด’ ชิง 1 เก้าอี้ สส. เขต

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/544327

07 มี.ค. 2566

12 พรรคการเมืองจัดเต็มบุก ‘ตราด’ ชิง 1 เก้าอี้ สส. เขต

ยกทัพบุก ตราด หลายพรรคการเมืองส่งผู้สมัครฯ สส. ชิง 1 เก้าอี้ พื้นที่เศรษฐกิจศูนย์กลางการค้าและการท่องเที่ยวภาคตะวันออก

แม้ตราด จะเป็นจังหวัดเล็กๆ มีผู้แทนราษฎรได้เพียง 1 คน แต่ก็นับว่ามีบทบาทสำคัญโดยเฉพาะทางด้านเศรษฐกิจ เนื่องจากเป็นเมืองศูนย์กลางการค้าและการท่องเที่ยวภาคตะวันออก

โดยการเลือกตั้งปี 66  ตราด ยังคงมีเขตเลือกตั้ง 1 เขต สส. 1 คน เช่นเดียวกับการเลือกตั้งปี 62 แต่หากย้อนกลับไป กว่า 2 ทศวรรษ จังหวัดนี้ ถือเป็นฐานการเมืองสำคัญของพรรคประชาธิปัตย์ ก่อนจะถูกตีแตกไปในการเลือกตั้งที่ผ่านมา โดยพ่ายให้กับ พรรคอนาคตใหม่ หรือ ก้าวไกล ในปัจจุบัน

เมื่อผลเลือกตั้งปี 62 สะท้อนให้เห็นสมการการเมืองเปลี่ยน ทำให้หลายพรรคต่างมุ่งส่งคนลงเจาะพื้นที่ และกลายเป็นงานยาก งานหนัก ของสาธิต ปิตุเตชะ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะแม่ทัพภาคตะวันออก กับภารกิจกอบกู้ สส. กลับคืนมาให้มากที่สุด โดยมีขวากหนามทั้งพรรคร่วมรัฐบาลและฝ่ายค้าน รอจังหวะเสียบ

การเลือกตั้งปี 66  มี 12 พรรคการเมือง เปิดตัวส่งคนเข้าประชันโฉมที่จังหวัดตราด แต่เมื่อโฟกัสไปยังพรรคซึ่งเป็นที่รู้จักมักคุ้น

พื้นที่แชมป์เป็นของ ศักดินัย นุ่มหนู จากพรรคก้าวไกล ดีกรีนักธุรกิจด้านอาหาร ที่สามารถเอาชนะ ธีระ สลักเพชร ของพรรคประชาธิปัตย์ ดีกรีเป็นถึงอดีต สส. มาแล้ว 5 สมัย อีกทั้งยังเคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ในรัฐบาล อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ด้วย

ซึ่งรอบนี้ ศักดินัย ก็จะยังลงรักษาเก้าอี้ในนามพรรคก้าวไกลตามเดิม โดยมีคู่แข่งคนสำคัญรายเดิม คือ ธีระ สลักเพชร จากพรรคประชาธิปัตย์ เตรียมกลับมาแก้มืออีกครั้ง

ขณะที่ เพื่อไทย ซึ่งประกาศจะเอาแลนด์สไลด์ทุกจังหวัด ส่ง กำนันเล็ก ทินวัฒน์ เจียมอุย อดีตผู้สมัคร สส. ไทยรักษาชาติ มาลงสู้ในนามพรรค โดยพกฐานคะแนนจาก ส.อบจ. ตราด ชมรมผู้สูงอายุทั่วทั้งจังหวัด ตลอดจนสมาชิกตราดเอฟซี และแรงสนับสนุนจากสมาคมเอกชนบางแห่ง ตุนในกระเป๋า

ถัดมาเป็นพรรคซีกอนุรักษ์นิยมอย่าง พลังประชารัฐ ก่อนหน้านี้ สุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน เมื่อครั้งยังอยู่ใต้ปีก ลุงป้อม เตรียมส่ง ประทีป เลขาพันธ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีจับกัง สู้ในสีเสื้อพรรคพลังประชารัฐ แต่เมื่อ เสี่ยเฮ้ง ชัดเจนขอขึ้นเขาลงห้วยไปกับ ลุงตู่ ทำให้ ประทีป รีโนเวทศูนย์ประสานงานชนิดยกใหญ่ เพื่อรับหน้าที่ผู้สมัครรวมไทยสร้างชาติ

เมื่อ เสี่ยเฮ้ง สุชาติ ขอกอดคอไปกับ ลุงตู่ พลังประชารัฐจึงส่งเด็กในคาถาของ สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจรมว.อุตสาหกรรม คือ กิตติธัช ไชยอรรถ ที่ปรึกษารัฐมนตรี มาลงชิงเก้าอี้ โดยอาศัยฐานเสียงจากชุมชนต่างๆ หลังลงพื้นที่ไม่ขาด พร้อมหวังบารมีลุงป้อมมาเป็นตัวเสริม    

ปิดท้ายด้วยภูมิใจไทย ดันที่ปรึกษาของ กนกวรรณ วิลาวัลย์ อดีต รมช.ศึกษาธิการ คือ วศิน พงษ์ศิริ มารับหน้าที่ชิงเก้าอี้ สส. ซึ่งหลังจากเปิดตัวเป็นทางการไปแล้ว ก็ลงพื้นที่อย่างสม่ำเสมอ

แม้ดูเป็นจังหวัดเล็กๆ แต่ในทางการเมืองต้องถามว่า เล็กแน่นะวิ เพราะดูภูมิหลัง ผู้สมัครฯแต่ละคนล้วนมีบิ๊กแบ็คอัพ มาช่วยเสริม ในสนามเลือกตั้ง66 ที่นี่เปรียบได้ดั่งศึก ช้างชนช้าง

‘สมศักดิ์’ ให้อำนาจ สุริยะ ‘ตัดสินใจ’ อยู่หรือไป จากพรรคพลังประชารัฐ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/544319

07 มี.ค. 2566

'สมศักดิ์' ให้อำนาจ สุริยะ  'ตัดสินใจ' อยู่หรือไป จากพรรคพลังประชารัฐ

กลุ่มสามมิตร ไม่เคยเป็นฝ่ายค้าน ‘สมศักดิ์’ ให้ ‘สุริยะ’ ตัดสินใจ เรื่องการย้ายพรรค เชื่อแยกกันได้ไม่ต้องไปเป็นกลุ่มก้อน

นาย สมศักดิ์ เทพสุทิน แกนนำกลุ่มสามมิตร บอกว่า การย้ายพรรคหรือไม่ขึ้นอยู่กับ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ แกนนำอีกคนของกลุ่มสามมิตร เพราะเหลือระยะเวลาอีกกว่าสิบวัน จะถึงกำหนดเรื่องยุบสภา ที่มีการคาดหมายกันว่าจะเกิดขึ้นในวันที่ 15 มีนาคมนี้   ระยะเวลาที่เหลือน่าจะตัดสินใจได้ แต่ที่ผ่านมา สามมิตร ไม่เคยเป็นฝ่ายค้านจะไปไหนก็ไปในทิศทางเดียวกัน

ในฐานะแกนนำกลุ่มสามมิตร นาย สมศักดิ์ อธิบายถึงท่าทีที่ดูเหมือนยังลังเลว่า เพราะยังมีงานต้องรับผิดชอบในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ที่ต้องทำให้แล้วเสร็จ ทั้งเรื่องกฎหมายปราบปรามการทรมานอุ้มหาย งานที่ร่วมกับคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนเรื่อง ที่พักของผู้ต้องหาที่คดียังไม่ถึงที่สิ้นสุดให้ศาลสามารถสั่งให้อยู่ในสถานที่บางสถานที่ได้ ซึ่งจะต้องทำให้เสร็จในสัปดาห์หน้า

ส่วนสมาชิกในกลุ่มสามมิตรจะตัดสินใจอย่างไร  ขึ้นอยู่กับบริบททางการเมือง ที่จะขยับอย่างไรให้อยู่รอด เพราะทุกคนเป็นผู้ใหญ่กันหมดแล้ว การย้ายไปเป็นกลุ่มก้อนใช่ว่าจะมั่นคงเสมอไป  ส่วนหลังการเลือกตั้งจะกลับมาร่วมงานกันอีกหรือไม่นั้น หากมีโอกาส ก็เชื่อว่าการพูดคุยเจรจาจะง่ายขึ้น

‘นายกฯ’ กลับมาทำงานวันแรก หลังพักรักษามือบวมติดเชื้อ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/544317

07 มี.ค. 2566

'นายกฯ' กลับมาทำงานวันแรก หลังพักรักษามือบวมติดเชื้อ

ภารกิจแรก ‘นายกฯ’ เข้าร่วมประชุมครม. หลังพักรักษามือบวมติดเชื้อที่รพ.พระมงกุฎเกล้า เผยอาการดีขึ้นเยอะ ด้าน ‘ธนกร’ ชี้ไม่มีผลเดินหน้าหาเสียงเลือกตั้ง

วันนี้ 7 มี.ค. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กลับมาทำงานเป็นวันแรก หลังจากเข้ารับการรักษามืออักเสบมือข้างขวาที่โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า

โดยเมื่อช่วงเช้านายกรัฐมนตรี ลงจากตึกไทยคู่ฟ้ามายังตึกสันติไมตรี เพื่อมาประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) พบว่ายังคงใส่เผือกอ่อนอยู่ เดินมาพร้อมกับนายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน นายธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี  นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค เลขาธิการนายกฯ และคณะ

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า เป็นอย่างไรบ้าง ยังปวดๆตึงๆหรือไม่ นายกรัฐมนตรี ตอบว่า ดีขึ้นเยอะแล้ว แต่ต้องทำงานอยู่ THANK YOU สื่อทุกคน 

ด้านนายธนกร ระบุว่า ขณะนี้ พล.อ.ประยุทธ์ แข็งแรงมาก อาการเจ็บไม่มีอาการหนัก ไม่มีผลต่อการเดินสายปราศรัยหรือลงพื้นที่หาเสียง แต่อาจจะต้องปรับกำหนดการเล็กน้อย  ซึ่งวันที่ 10 กำหนดการจะลงพื้นที่ อ.แปดริ้ว จ.ฉะเชิงเทรา และวันที่ 11 ที่ จ. สงขลา ยังคงมีอยู่ 
 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับอาการนายกรัฐมนตรีนั้น มือข้างขวาอักเสบ และตัดสินใจเข้ารับการรักษาเมื่อวันที่ 4 มีนาคม เนื่องจากบวมมาก ทีมแพทย์ตรวจพบ มีน้ำเหลืองขังอยู่ จึงตัดสินใจทำหัตถการเล็กๆ เปิดแผลที่มือเพื่อระบายเอาน้ำเหลืองที่อักเสบติดเชื้อออก และทำการเย็บแผลเป็นที่เรียบร้อย