แพทย์เข้าเฝือกอ่อนให้ ‘ประยุทธ์’ งดภารกิจไปต่างจังหวัด 5-7 วัน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/544206

05 มี.ค. 2566

แพทย์เข้าเฝือกอ่อนให้ ‘ประยุทธ์’ งดภารกิจไปต่างจังหวัด 5-7 วัน

แพทย์รพ.พระมงกุฎฯ เข้าเฝือกอ่อนให้ ‘ประยุทธ์’ หลังปวดบวมมือข้างขวารุนแรง และให้พักดูอาการ งดภารกิจไปต่างจังหวัด 5-7 วัน แต่ภารกิจที่ทำเนียบยังปฎิบัติหน้าที่ได้ตามปกติ สรุปอาการ ไม่ใช่เก๊าต์เทียม นำน้ำเหลืองเข้าห้องปฏิบัติการ อยู่ระหว่าง รอผล หาสาเหตุ

ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม หลัง พล.อ.ประยุทธ์ เดินทางเข้าพบแพทย์ที่โรงพยาบาลพระมงกุฏเกล้าเพื่อตรวจอาการผิดปกติมือข้างขวาบวม หลังจากเริ่มมีอาการปวดรุนแรงต่อเนื่องมา 2-3 วันแล้ว ตั้งแต่เมื่อเช้าวานนี้(4 มี.ค.)

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ ในขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ ลงพื้นที่จังหวัดอุดรธานี หนองบัวลำภู และท้ายสุดการลงพื้นที่พระนครศรีอยุธยาเพื่อไหว้พระนั้น อาการบวมที่มือข้างขวาก็ไม่ลดลง และมีอาการปวดเพิ่มมากขึ้น ถึงขนาดที่ พล.อ.ประยุทธ์ ได้ปรารภกับคนใกล้ชิดว่ารู้สึกปวดมากขึ้น ทำให้พล.อ.ประยุทธ์ ต้องเดินทางเข้าพบแพทย์โรงพยาบาลพระมงกุฏเพื่อตรวจเช็คอาการอย่างละเอียดอีกครั้ง

มือข้างขวาของพลเอกประยุทธ์ ปวดบวมมือข้างขวาของพลเอกประยุทธ์ ปวดบวม

ล่าสุด ผศ.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้ทวิตผ่านบัญชีทวิตเตอร์ รัชดา ธนาดิเรก – รองโฆษกรัฐบาล @Rachadaspoke มีใจความว่า 

โฆษกรัฐบาล เผย นายกรัฐมนตรีเข้าตรวจอาการปวดบวมที่มือด้านขวา แพทย์เข้าเฝือกอ่อนให้ และให้พักดูอาการ งดภารกิจไปต่างจังหวัด 5-7 วัน แต่ภารกิจที่ทำเนียบยังปฎิบัติหน้าที่ได้ตามปกติ

สรุปปัญหา สาเหตุ อาการล่าสุด นายกฯ 

 1.มือขวาอักเสบ บวมแดง ‘ไม่ใช่เก๊าต์เทียม’ 

 2.แอดมิต ให้ยา ‘ปฏิชีวนะ’ หลังรักษาแบบผู้ป่วยนอก 2 วัน ไม่ทุเลา 

 3.ตรวจคลื่นแม่เหล็ก เปิด ‘ระบายน้ำเหลือง’ แล้วเย็บแผล ไม่มีอาการแทรกซ้อน 

4. นำน้ำเหลืองเข้าห้องปฏิบัติการ อยู่ระหว่าง ‘รอผล’ หาสาเหตุ

แพทย์รพ.พระมงกุฏเข้าเฝือกอ่อนให้พล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีแพทย์รพ.พระมงกุฏเข้าเฝือกอ่อนให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี

‘แพทองธาร’ ขอชัยชนะบุรีรัมย์ยกจังหวัด เพื่อ ‘คืนชีวิตที่ดีกว่า’ ให้ลูกหลาน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/544228

05 มี.ค. 2566

‘แพทองธาร’ ขอชัยชนะบุรีรัมย์ยกจังหวัด เพื่อ ‘คืนชีวิตที่ดีกว่า’ ให้ลูกหลาน

ชาวบุรีรัมย์ แห่ฟังเพื่อไทยปราศรัยล้นพื้นที่ ‘แพทองธาร’ ขอชัยชนะบุรีรัมย์ยกจังหวัด เพื่อ ‘คืนชีวิตที่ดีกว่า’ ให้ลูกหลานปลอดยาเสพติด เอากัญชาคืนไป เอาอนาคตเยาวชนไทยคืนมา หมอชลน่าน เผยขอใช้พื้นที่ราชการแต่ถูกปฏิเสธ โรงเรียนจัดงานแข่งขันกีฬากะทันหัน

5 มี.ค. 2566 เพื่อไทยจัดปราศรัยใหญ่ #คิดใหญ่ทำเป็นเพื่อไทยทุกคน ที่ศูนย์ประสานงานพรรคเพื่อไทย อำเภอประโคนชัย จังหวัดบุรีรัมย์ หลังจากถูกเปลี่ยนพื้นที่เพราะหนังสือขอราชการจากทางราชการบุรีรัมย์ไม่อนุมัติ จึงจำเป็นต้องมาจัดพื้นที่ปราศรัยหน้าศูนย์ประสานงานพรรคเพื่อไทย อำเภอประโคนชัย โดยมีประชาชนเข้าร่วมรับฟังแกนนำพรรคเพื่อไทยและทีมงานครอบครัวเพื่อไทยกันอย่างหนาแน่น

โดยการปราศรัยครั้งนี้ ร่วมด้วยแกนนำพรรคเพื่อไทย ส.ส. และสมาชิกครอบครัวเพื่อไทย ประกอบด้วย นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย,นายสุทิน คลังแสง รองหัวหน้าพรรค และประธานวิปฝ่ายค้าน, นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย, นางสาวแพทองธาร ชินวัตร ประธานคณะที่ปรึกษาด้านการมีส่วนร่วมและนวัตกรรม พรรคเพื่อไทย, นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้อำนวยครอบครัวเพื่อไทย, นายอดิศร เพียงเกษ โฆษกผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร และ ส.ส.พร้อมด้วยผู้ประสงค์ลงสมัครรับการเลือกตั้ง ส.ส. บุรีรัมย์ทั้ง 10 เขต

ขอใช้สถานที่ราชการแต่ถูกปฏิเสธ

นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว สส.น่าน และหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวขอบคุณพี่น้องประชาชนที่มาฟังปราศรัยกันอย่างหนาแน่น แม้พื้นที่จะคับแคบ โดยระบุว่า ทางพรรคเพื่อไทยได้ขอพื้นที่ปราศรัยในบุรีรัมย์กลับถูกปฏิเสธ พรรคเพื่อไทยยกทัพใหญ่มาพบปะคนบุรีรัมย์ เพื่อนำเรื่องสำคัญที่จะประกาศนำพี่น้องประชาชนเข้าสู่ความกินดีอยู่ดี เพื่ออนาคตของประชาชน ลูกหลาน และอนาคตประเทศไทยที่ดีขึ้นต่อไป

โดยผู้ประสงค์สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.บุรีรัมย์ พรรคเพื่อไทย ทั้ง 10 เขต คือคนของพี่น้องประชาชน คนในพื้นที่โดยแท้จริง พร้อมที่จะปกป้องพี่น้องจากอำนาจมืด การโกง การเปลี่ยนแปลงคะแนนในหน่วยเลือกตั้งจะต้องหมดไป หากต้องการเปลี่ยนแปลงบุรีรัมย์ วันเลือกตั้งเดินเข้าคูหา ควักปากกา กาพรรคเพื่อไทยทั้งสองใบ

“วันนี้ขอขอบคุณพี่น้องที่มาฟังกันหนาแน่น เป็นหมื่นคน แม้สถานที่จะคับแคบ สิ่งที่สะท้อนใจกับบุรีรัมย์ก็คือพรรคได้ทำหนังสือขอใช้สถานที่ราชการก็ถูกปฏิเสธ มีหนึ่งโรงเรียนเตรียมจะให้ใช้สถานที่แล้ว แต่สุดท้ายขอปฏิเสธการให้ใช้พื้นที่เนื่องจากโรงเรียนจัดงานแข่งขันกีฬากะทันหัน แต่ไม่เป็นไร แม้สถานที่คับแคบแต่เรามาหนาแน่น ขอให้ความหนาแน่นนี้ขยายไปใน 10 เขตเป็นคะแนนเพื่อไทยแลนด์สไลด์ยกจังหวัด” นพ.ชลน่าน กล่าว

นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทยนพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย

นายสุทิน คลังแสง รองหัวหน้าพรรค และประธานวิปฝ่ายค้านนายสุทิน คลังแสง รองหัวหน้าพรรค และประธานวิปฝ่ายค้าน

เอากัญชาคืนไป เอาอนาคตเยาวชนไทยคืนมา

อดิศร เพียงเกษ โฆษกผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร กล่าวบนเวทีบุรีรัมย์ ‘คิดใหญ่ ทำเป็น เพื่อไทยทุกคน’ ณ ศูนย์ประสานงานพรรคเพื่อไทย อำเภอประโคนชัย จังหวัดบุรีรัมย์ กล่าวต่อพี่น้องประชาชนถึงปัญหาพิษภัยและอันตรายของยาเสพติดและกัญชา ว่าทุกวันนี้ยาเสพติดและกัญชาระบาดไปทุกแห่ง พรรคเพื่อไทยมีแต่นโยบายส่งเสริมสุขภาพให้กับพี่น้อง รักษาพี่น้องให้หายป่วยด้วยโครงการ 30 บาทรักษาทุกโรคซึ่งทำมาตั้งแต่สมัยพรรคไทยรักไทย และจะทำให้ดีขึ้นในรัฐบาลหน้า

นายอดิศร เพียงเกษ โฆษกผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรนายอดิศร เพียงเกษ โฆษกผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร

พรรคเพื่อไทยเราไม่สนับสนุนกัญชาเพื่อสันทนาการแบบทุกวันนี้ เราสนับสนุนกัญชาเพื่อการแพทย์ เราสนับสนุนแต่นโยบายที่ส่งเสริมสุขภาพของพี่น้องให้แข็งแรง มีสวัสดิการที่ดีใครเจ็บป่วยต้องได้รักษา เหมือนโครงการ 30 บาทรักษาทุกโรค เราไม่สนับสนุนยาเสพติด

“ยาบ้ายังไม่มีปัญญาปราบ ยังจะไปเอากัญชามาอีก วันนี้คนบุรีรัมย์ยังจะเอากัญชาอีกหรือ ถ้าเราไม่ร่วมมือกันแลนด์สไลด์ มันจะเป็นไปไม่ได้เลย พรรคเพื่อไทย ขอพี่น้องทุกคนกาเพื่อไทยทั้ง 2 ใบ เลือกทั้งคนทั้งพรรค เอากัญชาคืนไป เอาอนาคตเยาวชนไทยคืนมา” โฆษกผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร กล่าว

เพื่อไทยพร้อมเปลี่ยนอนาคตให้ประชาชนอยู่ดีกินดี

น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทยและประธานคณะที่ปรึกษาด้านการมีส่วนร่วมและนวัตกรรม พรรคเพื่อไทย ขึ้นเวทีกล่าวทักทายพี่น้องชาวบุรีรัมย์ที่ให้การต้อนรับพรรคเพื่อไทยเป็นอย่างดี ว่าการมาบุรีรัมย์ครั้งนี้ พรรคเพื่อไทยต้องการมาประกาศนโยบายเพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชนให้หลุดพ้นจากความยากลำบาก

น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทยน.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย

เพราะพรรคเพื่อไทยเห็นถึงปัญหาที่แตกต่างกันในแต่ละพื้นที่ โดยในจังหวัดบุรีรัมย์นั้น มีประชากรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกร ที่ได้ผลตอบแทนเพียงน้อยนิดเมื่อเทียบกลับแรงที่ลงทุนไป พรรคเพื่อไทยจึงขอเสนอ นโยบาย ‘3 ดี’ ได้แก่

  1. ‘ดินดี น้ำดี’ นำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการทำการเกษตรเพื่อทำให่น้าและดินเหมาะสมกับการเพาะปลูก
  2. ‘เมล็ดพันธุ์ดี’ ช่วยทุ่นแรงในเกษตร ในการหาเมล็ดพันธุ์ที่ดีในการเพาะปลูก
  3. ‘ขายได้ราคาดี’ ราคาสินค้าเกษตรต้องขึ้นยกแพง

ขณะที่ด้านปัญหายาเสพติดที่หาได้ง่ายในปัจจุบันต้องกวาดล้างเพื่ออนาคตที่ดีของลูกหลานโดย พรรคเพื่อไทยขอเสนอ

  1. ‘ป.ปราบ’ ใครขายยาเสพติด เจอที่ไหนต้องถูกจับทันที
  2. ‘ป.เปิด’ เปิดการเจรจากับประเทศเพื่อนบ้านเพื่อหาแหล่งผลิต และทำลายแหล่งผลิต
  3. ‘ป.เปลี่ยน’ เปลี่ยนผู้เสพให้เป็นผู้ป่วย เพื่อรักษาให้ผู้ติดยาเสพติดให้กลับคืนสู่สังคม

“เรากำหนดอนาคตของตัวเองได้ผ่านการเลือกตั้ง ต้องกล้าเปลี่ยนแปลงอนาคตของตัวเอง เพราะพรรคเพื่อไทยพร้อมจะเปลี่ยนชีวิต เปลี่ยนอนาคตให้ประชาชนอยู่ดีกินดี ขอฝากพี่น้องชาวบุรีรัมย์ให้ได้เป็นส่วนหนึ่งให้พรรคเพื่อไทย แลนสไลด์ ทั้งคน ทั้งพรรค” แพทองธาร กล่าว


คนจนกำลังเข้าสู่สถานะ ‘คนจนถาวร’

‘นายสุทิน คลังแสง  สส.มหาสารคาม รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ปราศรัยบนเวทีศูนย์ประสานงานพรรคเพื่อไทย อำเภอประโคนชัย จังหวัดบุรีรัมย์เปรียบเทียบถึงสถานการณ์บ้านเมืองในยุคพรรคไทยรักไทย 2544 กับปัจจุบันว่า สถานการณ์เศรษฐกิจย่ำแย่ ประเทศหนี้สินล้นพ้น ประชาชนมีแต่หนี้ ภาครัฐอุ้มแต่คนรวยทอดทิ้งคนจน และหนักกว่านั้นคือ คนจนกำลังเข้าสู่สถานะ ‘คนจนถาวร’ หมายถึงต่อให้เศรษฐกิจฟื้นเขาก็กลับมายืนไม่ได้เพราะหมดที่ดินทำกินหมดอาชีพไปก่อนหน้านี้

“12 ปีที่ผ่านมา เหตุการณ์วนเดินกลับมาจุดเดิม คือประเทศเป็นหนี้ ประชาชนมีแต่หนี้สิน ค้าขายลำบาก รัฐอุ้มแต่คนรวย ความเหลื่อมล้ำสูงคนรวยรวยขึ้น คนจนจนเรื้อรัง และหนักมากกว่านั้น คนจนหนักมากขึ้นจะกำลังเดินเข้าสู่สถานะคนจนถาวร คือ ต่อให้เศรษฐกิจจะฟื้นแต่คนจนกลุ่มนี้ จะไม่สามารถกลับตัวมายืนได้อีกเพราะเขาหมดทั้งที่ดินหมดอาชีพจะมาทำงานแล้ว” สุทิน กล่าว

สู้ในสนามเศรษฐกิจของประเทศต้องเพื่อไทย

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้อำนวยการครอบครัวเพื่อไทย ขึ้นเวทีปราศรัยปิดท้าย ว่า พรรคเพื่อไทยกลับมาวันนี้ ไม่ได้มาเพื่อรุกรานหรือเปิดศึกกับใคร แต่เขตเลือกตั้งนี้และพื้นที่บุรีรัมย์แห่งนี้เคยเป็นพื้นที่ที่ประชาชนอุ้มชู สส.เพื่อไทยเข้าสภามาก่อน ตั้งแต่ปี 2548 ปี 2550 และปี 2554 ดังนั้น ตนจึงมารับพี่น้องของเรากลับบ้านหลังใหญ่ หัวใจดวงเดิม คือพรรคเพื่อไทย ซึ่งวันเลือกตั้งมาเมื่อไหร่ก็เมื่อนั้น ขอชวนประชาชนกลับคืนสู่ความทรงจำเดิม เลือกพรรคการเมืองที่มีนโยบายเอาอนาคตที่ดีกว่ามาคืนให้ประชาชนคือพรรคเพื่อไทย กาให้แลนด์สไลด์ยกจังหวัด

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้อำนวยการครอบครัวเพื่อไทยนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้อำนวยการครอบครัวเพื่อไทย

“นี่คือทีมเพื่อไทย บุรีรัมย์ ยูไนเต็ดให้ไปสู้ในสนามฟุตบอล ถ้าสู้ในสนามเศรษฐกิจของประเทศต้องเพื่อไทย ยูไนเต็ด เท่านั้น เป็นจ่าฝูงมาทุกฤดูกาล ครั้งที่แล้วก็เป็นจ่าฝูง ก็มีนายพลเอกตั้ง สว.250 คน มายกมือเลือกเขา ดังนั้น แค่เป็นที่ 1 ไม่พอ ต้องชนะให้แลนด์สไลด์ เพื่อไทยคือพรรคเดียวที่สร้างความเปลี่ยนแปลงได้ เลือกเพื่อไทยให้เกินครึ่ง เพื่อจัดตั้งรัฐบาลฝ่ายประชาธิปไตย และคนของเพื่อไทยจะเป็นนายกรัฐมนตรี”นายณัฐวุฒิ กล่าวทิ้งท้าย

‘จุรินทร์’ ลุยหาเสียงสงขลา เมิน ‘นิด้าโพล’ หนุนพล.อ.ประยุทธ์นั่งนายกฯต่อ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/544234

05 มี.ค. 2566

'จุรินทร์' ลุยหาเสียงสงขลา เมิน 'นิด้าโพล' หนุนพล.อ.ประยุทธ์นั่งนายกฯต่อ

‘จุรินทร์’ เปิดศูนย์ประสานงานเลือกตั้ง เขต 1 สงขลา ชี้เก้าอี้ ส.ส. ภาคใต้เพิ่ม เป็นผลดีกับพรรค เมินผลนิด้าโพลหนุนพล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯต่อ

5 มี.ค.2566 จุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วย น.นิพนธ์บุญญามณี รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) น.ส.ทันยา บุนนาค ประธานคณะทำงานนวัตกรรมการเมือง

พร้อมทั้ง ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขต 1 น.สรรเพรช บุญญามณี, ว่าที่ผู้สมัครเขต 2 น.นิพัฒน์ อุดมอักษร, น.สมยศ หลายดวง ว่าที่ผู้สมัครเขต 3 เข้าสักการะศาลหลักเมือง จ.สงขลา โดยมีผู้สนับสนุนและประชาชนส่งเสียงเชียร์ต้อนรับให้กำลังใจ พร้อมเปิดศูนย์ประสานงานเลือกตั้ง เขต 1 มีปราศรัยย่อยพบปะประชาชน 

โดยขอให้สนับสนุน น.สรรเพชร เป็นผู้แทนเขต 1 เพราะเป็นลูกชาย น.นิพนธ์ ซึ่งถือเป็นกำลังสำคัญของพรรคประชาธิปัตย์

จุรินทร์ กล่าวถึง ที่ “นิด้าโพล” ระบุว่า คนสงขลาสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็น นายกฯ แต่ในส่วนของ ส.ส.และพรรค ผลโพลยังคงให้พรรคประชาธิปัตย์เป็นอันดับหนึ่ง

จุรินทร์ กล่าวว่า ไม่เป็นไร เพราะระบบนี้ไม่ใช่ระบบประธานาธิบดี ที่เลือกผู้นำประเทศโดยตรง แต่ต้องเลือกผ่านระบบพรรคการเมืองเท่านั้น

ซึ่งหากพรรคการเมืองคะแนนดี ได้ ส.ส.มากกว่า ใครรวมเสียงข้างมากได้เยอะกว่า พรรคนั้นก็เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลและเป็น นายกฯ ต้องไม่สับสนกับระบบที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน โดยหัวหน้าพรรคเป็นส่วนหนึ่งของพรรค ถ้าพรรคคะแนนดี หัวหน้าพรรค กรรมการบริหารพรรค และผู้สมัคร ส.ส. ล้วนแต่มีส่วน ที่ทำให้พรรคได้คะแนนดี

แต่ในขณะเดียวกัน มั่นใจในระบบรัฐสภาว่า ถ้าเรามีเสียงมากพอ ก็สามารถเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลได้ โดยหลักของระบบนี้ไม่ได้หมายความว่าคนที่ได้คะแนนอันดับหนึ่ง จะได้เป็น นายกฯ หรือเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลเสมอไป แต่อยู่ที่ว่าพรรคไหนได้รวมเสียงข้างมากได้เยอะกว่า พรรคนั้น ก็จะได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลและเป็นได้ นายกฯ

สำหรับการหาเสียงในพื้นที่ เขต 1 จ.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ มีความพร้อมมากกว่าพรรคอื่น เพราะมีการเปิดตัวเป็นพรรคแรกใน จ.สงขลา และผู้สมัครลงพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่หลังเลือกตั้งปี 2562 โดยในเวทีปราศรัย อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ที่ผ่านมา ประชาชนเข้าร่วมฟังปราศรัย กว่า 30,000 คน สะท้อนให้เห็นถึง จิตวิญญาณประชาธิปัตย์ในสงขลากลับขึ้นมา ทำให้มั่นใจจะชนะทั้งจังหวัด

มีความเป็นไปได้สูงมากเพราะผู้สมัครทุกคน ล้วนเป็นคนคุณภาพ คนรุ่นใหม่ ทั้งนายสรรเพชญ น.สมยศ น.นิพัฒน์ และยังมี น.ไพเจนมากสุวรรณ์ นายก อบจ.สงขลา ซึ่งเป็นทีมของพรรคประชาธิปัตย์ จึงทำให้การเลือกตั้งจังหวัดสงขลาครั้งนี้ ถือว่ามีความพร้อม ประกอบกับนายนิพนธ์ ในฐานะผู้อำนวยการเลือกตั้ง ก็รับผิดชอบพื้นที่จังหวัดสงขลา รวมถึง น.เดชอิศม์ ขาวทอง รองหัวหน้าพรรคภาคใต้  เมื่อร่วมผนึกกำลัง จึงมั่นใจว่าชาวสงขลาจะให้การตอบรับเป็นอย่างดี

สำหรับผลโพลช่วงหลัง ที่ความนิยมของพรรคประชาธิปัตย์มาเป็นที่หนึ่งนั้น มาจากพรรคมีความพร้อมทั้งในเรื่องตัวบุคคล และการลงพื้นที่ต่อเนื่อง รวมถึงสร้างความผูกพันธ์กับคนใต้ ยังมีนโยบายของพรรคที่ ชัดเจนในการสร้างเงิน สร้างคน สร้างชาติ พาประเทศไทยไปสู่อนาคตที่ดี   และนโยบายย่อย 8 ข้อที่ผูกพันกับคนใต้ ทั้งในเรื่องของการประกันรายได้พืชเกษตร 5 ชนิด การออกโฉนดที่ดินทำกิน 1 ล้านแปลง นมโรงเรียนฟรี 365 วันธนาคารหมู่บ้าน หมู่บ้านละ 2 ล้านบาท

'จุรินทร์' ลุยหาเสียงสงขลา เมิน 'นิด้าโพล' หนุนพล.อ.ประยุทธ์นั่งนายกฯต่อ

นอกจากนี้ ยังกล่าวถึงการแบ่งเขตใหม่ของ กกต. ที่ทำให้ภาคใต้เพิ่มจาก 58 เขต เป็น 60 เขตว่า ถือเป็นโอกาสของพรรคประชาธิปัตย์ที่จะทำให้มี ส.ส.เพิ่ม ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์มีความพร้อม โดยเย็นวัน 5 มี.ค.นี้ จะมีการเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. ปัตตานีครบทั้ง 5 คน จากเดิม 4 เขต ส่วนจังหวัดนครศรีธรรมราช ที่เพิ่มมา 1 เขต อยู่ระหว่างการคัดเลือก เพราะมีผู้สมัครมากกว่า 1 คน ดังนั้น จึงถือเป็นผลดีต่อการตั้ง ส.ส. โดยคาดว่าการเลือกตั้งครั้งนี้จะได้ ส.ส.ใต้ 40 ที่นั่งขึ้นไป

รุกใหญ่ ‘อุ๊งอิ๊งค์’ เยือน ‘บุรีรัมย์’ ชู ปราบ เปิด เปลี่ยน กวาดล้างยาเสพติด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/544225

05 มี.ค. 2566

รุกใหญ่ ‘อุ๊งอิ๊งค์’ เยือน ‘บุรีรัมย์’ ชู ปราบ เปิด เปลี่ยน กวาดล้างยาเสพติด

รุกใหญ่ ‘อุ๊งอิ๊งค์’ เยือน ‘บุรีรัมย์’ ชู ปราบ เปิด เปลี่ยน กวาดล้างยาเสพ ลูกหลานต้องมีอนาคตที่ดี ขึ้นรายได้ลดความเหลื่อมล้ำ เกษตรกรต้องหายเหนื่อย ประชาชนให้หลุดพ้นจากความยากลำบาก ฝากเลือกพรรคเพื่อไทยแลนด์สไลด์ ทั้งคน ทั้งพรรค

5 มี.ค. 2566 อุ๊งอิ๊งค์ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทยและประธานคณะที่ปรึกษาด้านการมีส่วนร่วมและนวัตกรรม พรรคเพื่อไทย ขึ้นเวทีปราศรัยที่ศูนย์ประสานงาน พรรคเพื่อไทยเขต 10 อำเภอประโคนชัย จังหวัดบุรีรัมย์ เป็นเวทีปราศรัยในจังหวัดที่ 2 ของการลงพื้นที่ในสุดสัปดาห์นี้ ท่ามกลางการต้อนรับอย่างอบอุ่นของชาวบุรีรัมย์

น.ส.แพทองธาร กล่าวทักทายพี่น้องชาวบุรีรัมย์ที่ให้การต้อนรับพรรคเพื่อไทยเป็นอย่างดี ว่าการมาบุรีรัมย์ครั้งนี้ พรรคเพื่อไทยต้องการมาประกาศนโยบายเพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชนให้หลุดพ้นจากความยากลำบาก เพราะพรรคเพื่อไทยเห็นถึงปัญหาที่แตกต่างกันในแต่ละพื้นที่

โดยในจังหวัดบุรีรัมย์นั้น มีประชากรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกร ที่ได้ผลตอบแทนเพียงน้อยนิดเมื่อเทียบกลับแรงที่ลงทุนไป พรรคเพื่อไทยจึงขอเสนอนโยบาย ‘3 ดี’ ได้แก่ ดินดี น้ำดี นำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการทำการเกษตรเพื่อทำให่น้าและดินเหมาะสมกับการเพาะปลูก เมล็ดพันธุ์ดี ช่วยทุ่นแรงในเกษตร ในการหาเมล็ดพันธุ์ที่ดีในการเพาะปลูก ขายได้ราคาดี ราคาสินค้าเกษตรต้องขึ้นยกแพง

นางสาวแพทองธาร ยังกล่าวถึงข้าวหอมมะลิดินภูเขาไฟของดีประจำบุรีรัมย์ ที่จะต้องเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก พร้อมเสนอการพักชำระหนี้ 3 ปีให้แก่เกษตรกร และเปิดการพูดคุยการค้าเสรีบริเวณชายแดน เพิ่มแหล่งรายได้ให้พี่น้องประชาชน

ด้านปัญหาค่าแรง พรรคเพื่อไทยประกาศค่าแรงขั้นต่ำ 600 บาทต่อวันไปนั้นเป็นเรื่องที่สามารถทำได้จริง เพราะเพื่อไทยจะทำให้เศรษฐกิจดีขึ้นทั้งระบบ นายจ้างจะมีกำลังจ่ายค่าแรงแน่นอน ลูกจ้างจะต้องรวยไปพร้อมกับนายจ้าง ลดความเหลื่อมล้ำ แรงงานที่ทำงานไกลบ้านต้องหมดกังวลเรื่องรายได้

รุกใหญ่ ‘อุ๊งอิ๊งค์’ เยือน ‘บุรีรัมย์’ ชู ปราบ เปิด เปลี่ยน กวาดล้างยาเสพติด
รุกใหญ่ ‘อุ๊งอิ๊งค์’ เยือน ‘บุรีรัมย์’ ชู ปราบ เปิด เปลี่ยน กวาดล้างยาเสพติด

ในปัญหายาเสพติดที่หาได้ง่ายในปัจจุบันต้องกวาดล้างเพื่ออนาคตที่ดีของลูกหลานโดย พรรคเพื่อไทยขอเสนอ

1. ป.ปราบ ใครขายยาเสพติด เจอที่ไหนต้องถูกจับทันที

2. ป.เปิด เปิดการเจรจากับประเทศเพื่อนบ้านเพื่อหาแหล่งผลิต และทำลายแหล่งผลิต

3. ป.เปลี่ยน เปลี่ยนผู้เสพให้เป็นผู้ป่วย เพื่อรักษาให้ผู้ติดยาเสพติดให้กลับคืนสู่สังคม

“เรากำหนดอนาคตของตัวเองได้ผ่านการเลือกตั้ง ต้องกล้าเปลี่ยนแปลงอนาคตของตัวเอง เพราะพรรคเพื่อไทยพร้อมจะเปลี่ยนชีวิต เปลี่ยนอนาคตให้ประชาชนอยู่ดีกินดี ขอฝากพี่น้องชาวบุรีรัมย์ให้ได้เป็นส่วนหนึ่งให้พรรคเพื่อไทยแสนสไลด์ ทั้งคน ทั้งพรรค” น.ส.แพทองธาร กล่าว

รุกใหญ่ ‘อุ๊งอิ๊งค์’ เยือน ‘บุรีรัมย์’ ชู ปราบ เปิด เปลี่ยน กวาดล้างยาเสพติด
รุกใหญ่ ‘อุ๊งอิ๊งค์’ เยือน ‘บุรีรัมย์’ ชู ปราบ เปิด เปลี่ยน กวาดล้างยาเสพติด

ราเมศ ‘โฆษกปชป.’ ลุย แก้ปัญหา ‘ที่ดินทำกิน’ จ.พังงา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/544219

05 มี.ค. 2566

ราเมศ ‘โฆษกปชป.' ลุย แก้ปัญหา ‘ที่ดินทำกิน’ จ.พังงา

ราเมศ ‘โฆษกปชป.’ ลุย แก้ปัญหา ‘ที่ดินทำกิน’ จ.พังงา ชี้ กรมที่ดิน ต้องจริงใจในการพิสูจน์สิทธิ ชาวบ้านบางรายต่อสู้มานานถึง 30 ปี พร้อมชูนโยบาย โฉนดล้านแปลง ใน 4 ปี

5 มี.ค.2566 นายราเมศ รัตนะเชวง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ระบบบัญชีรายชื่อ ในฐานะโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ (โฆษกปชป.) กล่าวถึงการแก้ปัญหาที่ดินทำกินให้กับประชาชนว่า เรื่องปัญหาที่ดินทำกิน ถือเป็นปัญหาลำดับต้น ๆ ของพี่น้องประชาชนทั่วทั้งประเทศ เป็นปัญหาที่หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องไม่ได้สนใจในปัญหานี้เท่าที่ควร

สำหรับในพื้นที่จังหวัดพังงา ปัญหาดังกล่าวเป็นปัญหาอันดับแรกที่พี่น้องประชาชนต้องการให้มีการแก้ไข พร้อมกับได้ยกตัวอย่างจากการลงพื้นที่ใน หมู่ที่ 3 ตำบล เหล อำเภอกะปง จังหวัดพังงา พบว่าที่ดินที่ใช้เป็นที่อยู่อาศัย และทำสวน เป็นที่ดินที่ไม่ได้อยู่ในเขตป่า

“แต่เมื่อเจ้าหน้าที่ไปสำรวจก็จะเกิดข้ออ้างหลากหลายประการที่ทำให้ชาวบ้านไม่ได้รับความเป็นธรรมและไม่สามารถที่จะออกโฉนดได้ ซึ่งชาวบ้านได้ต่อสู้เรื่องนี้มานานกว่า 30 ปี ทั้ง ๆ ที่มีหลักฐานสิทธิในที่ดิน นส. 3 และเอกสารอื่นๆ ที่ชี้ให้เห็นถึงการถือครองที่ชอบ”โฆษกปชป. กล่าว

ซึ่งจากการลงพื้นที่เก็บข้อมูลด้วยตัวเอง ก็เชื่อมั่นว่า มีหลายแปลงสามารถออกเอกสารสิทธิที่เป็นโฉนดได้ เพียงแต่เจ้าหน้าที่รัฐที่เดินสำรวจ ไม่ได้ให้ความสำคัญกับชาวบ้าน และไม่คิดที่จะช่วยกันหาทางพิสูจน์สิทธิด้วยความจริง ด้วยการรับฟัง รวมถึงการให้ชาวบ้าน ผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น เข้ามามีส่วนร่วม

นายราเมศ กล่าวต่อว่า ตนจะได้นำเรื่องนี้เสนอต่อให้กับประธานสภาผู้แทนราษฎร นายชวน หลีกภัย เพื่อใช้กลไกของฝ่ายนิติบัญญัติช่วยแก้ปัญหาในช่วงท้ายของวาระสภาสมัยนี้ และจะได้นำเสนอต่อ นายนริศ ขำนุรักษ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยอีกช่องทาง เพื่อให้ช่วยสั่งการกรมที่ดินรวมรวมข้อเท็จจริง รายงานต่อรัฐมนตรีสำหรับหาแนวทางให้ความช่วยเหลือประชาชนต่อไป

นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกปชป. ลุย แก้ปัญหาที่ดินทำกิน จ.พังงานายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกปชป. ลุย แก้ปัญหาที่ดินทำกิน จ.พังงา

นายราเมศ กล่าวตอนท้ายว่า พรรคประชาธิปัตย์ให้ความสำคัญปัญหาที่ดินทำกิน จึงเป็นที่มาของนโยบายที่พรรค ตั้งเป้าหมายไว้ คือ ออกโฉนดที่ดิน 1 ล้านแปลง ภายใน 4 ปี ซึ่งพรรคได้ดำเนินการสำเร็จมาแล้วส่วนหนึ่ง และจะนำมาสานต่อเพื่อให้ประชาชนได้รับประโยชน์เพิ่มขึ้นให้มากที่สุด

รวมไปถึงการแก้ปัญหาของประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ที่เป็นกรรมสิทธิ์ของรัฐ พรรคก็มีนโยบายออกกรรมสิทธิ์ทำกินให้ประชาชน เพื่อให้เกิดความมั่นคงและยั่งยืน โดยไม่ทำให้พี่น้องประชาชนเกิดความกังวล และเกิดความทุกข์ว่าจะถูกดำเนินคดีหรือไม่

“ปัญหาเหล่านี้ไม่ควรส่งต่อจากรุ่นหนึ่งไปยังอีกรุ่นหนึ่ง พรรคประชาธิปัตย์มี นโยบายที่ชัดเจนเพื่อแก้ปัญหาให้จบอย่างเป็นระบบ มั่นคงและยั่งยืน ซึ่งพรรคได้ทำสำเร็จมาแล้วจากนโยบาย “โฉนดชุมชน” ซึ่งพี่น้องประชาชนมีความพึงพอใจและเรียกร้องให้สานต่อนโยบายเหล่านี้ให้ดียิ่งขึ้น ดังนั้นพรรคยืนยันที่จะทำเรื่องนี้ต่อไป” โฆษกปชป.กล่าว

โฆษกปชป.พบชาวบ้านจังหวัดพังงา ที่เดือดร้อนจากที่ดินทำกิน บางรายต่อสู้มานานถึง 30 ปีโฆษกปชป.พบชาวบ้านจังหวัดพังงา ที่เดือดร้อนจากที่ดินทำกิน บางรายต่อสู้มานานถึง 30 ปี

‘ประเสริฐ’ ลั่น สู้ศึกบุรีรัมย์ เพื่อไทยเอาจริง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/544218

05 มี.ค. 2566

‘ประเสริฐ’ ลั่น สู้ศึกบุรีรัมย์ เพื่อไทยเอาจริง

‘ประเสริฐ’ เลขาธิการพรรคเพื่อไทย เผย ลงพื้นที่บุรีรัมย์เอาจริง รับ ภูมิใจไทย เป็นคู่แข่ง พร้อมส่ง พรเทพ น้องชาย ตี๋ใหญ่ รักษาแชมป์สุรินทร์ และส่งผู้สมัครครบทั้ง 8 เขต

5 มี.ค. 2566 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง สส.นครราชสีมา และเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ในการเลือกตั้งครั้งก่อน พรรคเพื่อไทยไม่มี สส. แบบแบ่งเขตเลือกตั้งในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ เนื่องจากครั้งก่อนมีการส่งผู้สมัครในนามพรรคไทยรักษาชาติ ซึ่งพรรคไทยรักษาชาติถูกยุบก่อนการเลือกตััง

อย่างไรก็ตาม ผู้สมัครหลายคนก็ได้รับคะแนนเสียงมา โดยในตอนนี้พรรคเพื่อไทยได้ทำทีมบุรีรัมย์มาระยะหนึ่งแล้ว จึงเชื่อว่ามีความพร้อมสำหรับการเลือกตั้ง2566 ที่จะถึงนี้

นายประเสริฐ กล่าวยอมรับว่า ในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทยก็มีกระแสของเขาเอง แต่ก็เช่นเดียวกันกับพรรคเพื่อไทยที่มีกระแสในพื้นที่ต่างจังหวัดแบบยกจังหวัด

“การลงพื้นที่ปราศรัยหาเสียงในจังหวัดบุรีรัมย์ครั้งนี้ พรรคเพื่อไทยเอาจริง จะประกาศนโยบายของพรรค โดยที่ประชาชนก็มีความต้องการให้พรรคเพื่อไทยไปปราศรัยหาเสียงด้วย” นายประเสริฐ กล่าว

นายประเสริฐ กล่าวยอมรับด้วยว่า คู่แข่งของพรรคเพื่อไทยคือพรรคภูมิใจไทย ที่มีความหวังจะกวาดที่นั่ง ส.ส. ยกจังหวัดบุรีรัมย์ แต่พรรคเพื่อไทยก็มีความหวังเช่นเดียวกัน

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง สส.นครราชสีมา และเลขาธิการพรรคเพื่อไทยนายประเสริฐ จันทรรวงทอง สส.นครราชสีมา และเลขาธิการพรรคเพื่อไทย

นอกจากนี้ นายประเสริฐ ยังกล่าวถึงสนามเลือกตั้งในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ว่า พรรคเพื่อไทยส่งว่าที่ผู้สมัครครบทั้ง 8 เขตเลือกตั้งในจังหวัดสุรินทร์ ส่วนพื้นที่ของนายตี๋ใหญ่ พูนศรีธนากูล อดีต ส.ส. สุรินทร์ เขต 4 พรรคเพื่อไทย ที่เสียชีวิต เมื่อวันที่ 4 ก.พ. 2566 พรรคเพื่อไทยเตรีนมจะส่งน้องชายของนายตี๋ใหญ่ลงสมัครแทน คือ นายพรเทพ พูนศรีธนากูล เพื่อรักษาพื้นที่ทางการเมืองในอำเภอรัตนบุรี จังหวัดสุรินทร์ ซึ่งมีฐานเสียงจากการเลือกตั้งครั้งก่อนเป็นจำนวนกว่า100,000 คน

‘ประเสริฐ’ ลั่น สู้ศึกบุรีรัมย์ เพื่อไทยเอาจริง

คนสงขลา หนุน ‘ประยุทธ์’ นั่งนายกฯต่อ แต่ยังเชียร์ สส. ปชป.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/544214

05 มี.ค. 2566

คนสงขลา หนุน ‘ประยุทธ์’ นั่งนายกฯต่อ แต่ยังเชียร์ สส. ปชป.

นิด้าโพล เผย ผลสำรวจคนสงขลาเลือกพรรคไหน ผลปรากฏ หนุน ‘ประยุทธ์-อุ๊งอิ๊ง-พิธา’ เป็นนายกฯ เรียงตามลำดับ แต่ยังเชียร์ประชาธิปัตย์ ทั้งสส.เขต-สส.ปาร์ตี้ลิสต์ มาเป็นอันดับหนึ่ง

5 มี.ค. 2566 ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจของประชาชน เรื่อง “คนสงขลาเลือกพรรคไหน” ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 17-23 กุมภาพันธ์ 2566 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป และมีสิทธิเลือกตั้งในจังหวัดสงขลา กระจายทุกระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ รวมทั้งสิ้น จำนวน 1,100 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับคนจังหวัดสงขลาเลือกพรรคไหน 

การสำรวจอาศัย การสุ่มตัวอย่างโดยใช้ความน่าจะเป็นจากบัญชีรายชื่อฐานข้อมูลตัวอย่างหลัก (Master Sample) ของ “นิด้าโพล” สุ่มตัวอย่างด้วยวิธีแบบง่าย (Simple Random Sampling) เก็บข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ โดยกำหนดค่าความเชื่อมั่น ร้อยละ 95.0

จากการสำรวจเมื่อถามถึงบุคคลที่คนสงขลาจะสนับสนุนให้เป็นนายกรัฐมนตรีในวันนี้ พบว่า อันดับ 1 ร้อยละ 26.00 ระบุว่าเป็น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา (พรรครวมไทยสร้างชาติ) เพราะ ซื่อสัตย์สุจริต มีความเด็ดขาด กล้าตัดสินใจ ทำให้บ้านเมืองเกิดความสงบ และต้องการให้บริหารประเทศอย่างต่อเนื่อง อันดับ 2 ร้อยละ 18.46 ระบุว่าเป็น น.ส.แพทองธาร (อุ๊งอิ๊งค์) ชินวัตร (พรรคเพื่อไทย) เพราะ เป็นคนรุ่นใหม่ ชื่นชอบพรรคเพื่อไทย นโยบายของพรรคเพื่อไทยสามารถแก้ไขปัญหาราคาสินค้าทางการเกษตรได้ 

ขณะที่บางส่วนระบุว่า ชื่นชอบผลงานของตระกูลชินวัตร อันดับ 3 ร้อยละ 11.36 ระบุว่าเป็น นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ (พรรคก้าวไกล) เพราะ ต้องการเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่เข้ามาบริหารประเทศ เป็นคนมีวิสัยทัศน์ ชื่นชอบนโยบายและอุดมการณ์ทางการเมืองของพรรคก้าวไกล

อันดับ 4 ร้อยละ 10.36 ระบุว่า ยังหาคนที่เหมาะสมไม่ได้ อันดับ 5 ร้อยละ 7.18 ระบุว่าเป็น นายกรณ์ จาติกวณิช (พรรคชาติพัฒนากล้า) เพราะ เป็นคนมีความรู้ความสามารถ มีความเชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจ และชื่นชอบนโยบายของพรรคชาติพัฒนากล้า

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชาพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

อันดับ 6 ร้อยละ 6.73 ระบุว่าเป็น นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ (พรรคประชาธิปัตย์) เพราะ สนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์ ชื่นชอบผลงานที่ผ่านมา ขณะที่บางส่วนระบุว่า เป็นคนใต้เหมือนกัน อันดับ 7 ร้อยละ 4.64 ระบุว่าเป็น นายอนุทิน ชาญวีรกูล (พรรคภูมิใจไทย) เพราะ มีผลงานชัดเจน มีประสบการณ์ด้านการบริหารประเทศ และชื่นชอบนโยบายพรรคภูมิใจไทย

อันดับ 8 ร้อยละ 4.18 ระบุว่าเป็น พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส (พรรคเสรีรวมไทย) เพราะ เป็นคนพูดจริงทำจริง ตรงไปตรงมา มีความซื่อสัตย์สุจริต และชื่นชอบวิธีการทำงาน อันดับ 9 ร้อยละ 3.18 ระบุว่าเป็น คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ (พรรคไทยสร้างไทย) เพราะ ต้องการเปิดโอกาสให้ผู้หญิงเข้ามาบริหารประเทศ มีประสบการณ์ด้านการบริหาร และชื่นชอบนโยบายของพรรคไทยสร้างไทย 

อันดับ 10 ร้อยละ 1.91 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ อันดับ 11 ร้อยละ 1.27 ระบุว่าเป็น นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา (พรรคประชาชาติ) เพราะ มีประสบการณ์ในการทำงาน และช่วยเหลือประชาชนอย่างต่อเนื่อง อันดับ 12 ร้อยละ 1.09 ระบุว่าเป็น พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ (พรรคพลังประชารัฐ) เพราะ เป็นคนซื่อสัตย์สุจริต และตรงไปตรงมา

และร้อยละ 3.64 ระบุอื่น ๆ ได้แก่ ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์(พรรคสร้างอนาคตไทย) น.ส.กัญจนา ศิลปอาชา (พรรคชาติไทยพัฒนา) นพ. ชลน่าน ศรีแก้ว (พรรคเพื่อไทย) นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม (พรรคไทยภักดี) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ (พรรคประชาธิปัตย์) นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ (พรรคไทยศรีวิไลย์) นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ (พรรคพลังประชารัฐ) นายชวน หลีกภัย (พรรคประชาธิปัตย์) นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค (พรรครวมไทยสร้างชาติ) และดร.ชัชชาติ สิทธิพันธุ์

สำหรับพรรคการเมืองที่คนสงขลามีแนวโน้มจะเลือกให้เป็น สส. แบบแบ่งเขต ในวันนี้ พบว่า อันดับ 1 ร้อยละ 23.46 ระบุว่าเป็น พรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) อันดับ 2 ร้อยละ 19.00 ระบุว่าเป็น พรรคเพื่อไทย(พท.) อันดับ 3 ร้อยละ 15.91 ระบุว่าเป็น พรรครวมไทยสร้างชาติ(รทสช.) อันดับ 4 ร้อยละ 13.45 ระบุว่าเป็น พรรคก้าวไกล อันดับ 5 ร้อยละ 7.55 ระบุว่าเป็น พรรคภูมิใจไทย อันดับ 6 ร้อยละ 4.73 ระบุว่า ยังไม่ตัดสินใจ อันดับ 7 ร้อยละ 4.64 ระบุว่าเป็น พรรคชาติพัฒนากล้า อันดับ 8 ร้อยละ 3.18 ระบุว่าเป็น พรรคพลังประชารัฐ อันดับ 9 ร้อยละ 2.45 ระบุว่าเป็น พรรคเสรีรวมไทย 

อันดับ 10 ร้อยละ 1.45 ระบุว่าเป็น พรรคไทยสร้างไทย อันดับ 11 ร้อยละ 1.27 ระบุว่าเป็น พรรคกล้า อันดับ 12 ร้อยละ 1.00 ระบุว่าเป็น พรรคประชาชาติ และร้อยละ 1.91 ระบุอื่น ๆ ได้แก่ พรรคไทยภักดี พรรคสร้างอนาคตไทย พรรคชาติไทยพัฒนา พรรคไทยศรีวิไลย์ พรรคเพื่อชาติ พรรคเศรษฐกิจไทย และไม่ตอบ/ไม่สนใจ

อุ๊งอิ๊งค์ น.ส.แพทองธาร  ชินวัตร  หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทยอุ๊งอิ๊งค์ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย

 นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกลนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์

‘วราวุธ’ ชูแนวทางแก้รัฐธรรมนูญต้องตั้ง สสร. ระบุ นโยบายสิ่งแวดล้อมสำคัญ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/544208

05 มี.ค. 2566

'วราวุธ' ชูแนวทางแก้รัฐธรรมนูญต้องตั้ง สสร. ระบุ นโยบายสิ่งแวดล้อมสำคัญ

หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา ‘วราวุธ ศิลปอาชา’ ชูธงแก้รัฐธรรมนูญ ระบุชัดยังมีความไม่สมบูรณ์ มัดมือเท้าส.ส.จนทำงานให้ประชาชนไม่ได้ ย้ำชัดเรื่องสิ่งแวดล้อม แนวทางแก้ปัญหาระยะสั้นและระยะยาว

นายวราวุธ ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา ได้พูดคุยผ่านยรายการ เนชั่นสุดสัปดาห์ เนชั่นทีวี ถึงแนวทาง นโยบาย ที่ใช้ในการหาเสียง การเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึง แนวทางต่อท่าทีในการร่วมรัฐบาล รวมทั้งความน่าสนใจในเรื่องของการชูธงแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่ถูกมองว่าไม่เป็นประชาธิปไตย 

นายวราวุธให้สัมภาษร์รายการเนชั่นสุดสัปดาห์นายวราวุธให้สัมภาษร์รายการเนชั่นสุดสัปดาห์

ในเรื่องของท่าทีการร่วมจัดตั้งรัฐบาลในอนาคตนั้น นายวราวุธ กล่าวว่า ต้องดูเสียงข้างมาก เพราะว่า เวลาการบริหารงานแผ่นดิน ส.ว. ไม่ได้เข้ามาบริหารด้วย เพราะถ้าเป็นเสียงข้างน้อย มันจะไม่เหมือนกับสมัยรัฐบาล ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช แต่ก็อยู่ไม่รอด ด้วยกฎหมายสมัยนั้น กับกฎหมายสมัยนี้ก็ไม่เหมือนกัน แค่เสนองบประมาณแผ่นดินวาระแรก ถ้าท่านเป็นเสียงข้างน้อย แล้วไม่ผ่านความเห็นชอบ ก็ต้องเลือกตั้งกันอีก

นายวราวุธ ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา นายวราวุธ ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา

ซึ่งดูจากสภาพแล้ว  วันนี้กว่าจะตั้งรัฐบาลได้ก็ต้องเดือนกรกฎาคม – สิงหาคม เข้ามาก็ต้องรีบพิจารณางบประมาณ ปี 2567 แล้วถ้าเป็นเสียงข้างน้อย มันก็ล่มตลอด พอล่มเสร็จ ก็ต้องเลือกตั้งใหม่ งบประมาณของประเทศมันก็จะล่าช้าไปเรื่อย ๆ ประเทศก็เสียหายไปเรื่อย ๆ มันต้องคิดถึงบริบทว่า จะบริหารประเทศกันอย่างไร 
 

เมื่อถามถึงว่า พรรคชาติไทยพัฒนา พร้อมที่จะจับมือกับพรรคเพื่อไทยในการจัดตั้งรัฐบาล นายวราวุธ บอกว่า  ถึงเวลาแล้วที่จะต้องมานั่งดูกันว่า เราจะได้กี่เสียง เราเกิดเราได้เยอะเราจะเลือกเขา แต่ถ้าเราได้น้อย เขาจะเลือกเราหรือเปล่า 

การพูดคุยในรายการการพูดคุยในรายการ
ในเรื่องของรัฐธรรมนูญ ในฐานะที่พรรคชาติไทย เคยมีบทบาทในการได้มาซึ่งรัฐธรรมนูญปี 2540 แล้วคิดว่าจะจัดการอย่างไรกับรัฐธรรมนูญ ที่คิดว่ายังไม่เป็นประชาธิปไตย นโยบายที่ออกมาเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ นายวราวุธ บอกในรายการว่า เป็นนโยบายแรกในสิบนโยบายของพรรค เพราะเรายังเชื่อว่า ปี 2538 ปีที่นายบรรหาร ศิลปะอาชา แก้รัฐธรรมนูญ มาตรา 211 จนเป็นที่มาของรัฐธรรมนูญปี 2540 เรายังเชื่อว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้มาจากเสียงของประชาชนจริงๆ เพราะสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) มาจากคนที่หลากหลาย ทุกสถานะเข้ามารวมกัน แต่ฉบับถัด ๆ มา มันมีความไม่สมบูรณ์มากขึ้นเรื่อย ๆ

นายวราวุธ ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา นายวราวุธ ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา

จนแม้กระทั่งรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน สภาผู้แทนราษฎร เหมือนถูกมัดมือมัดขา ทำอะไรให้พี่น้องประชาชนไม่ได้เลย เข้ามาเกี่ยวข้องในการทำงานที่เกี่ยวกับงบประมาณแทบจะไม่ได้เลย พอทำแบบนี้แล้ว ถามว่า คุณเป็น ส.ส. แล้ว จะเป็นไปเพื่ออะไร 


แม้ตามกฎหมาย ส.ส.จะมีหน้าที่ฝ่ายนิติบัญญัติ แต่ความเป็นจริง บริบทของประเทศไทยมันไม่ใช่ ส.ส.เป็นคนที่น้ำไม่ไหล ไฟไม่ติด ทำอะไรไม่ได้คนวิ่งมาหาหมด แล้วถ้าส.ส.โดนมัดมือมัดขา ไม่สามารถไปขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานราชการอะไรต่าง ๆ ได้ จะมาดูแลความเป็นอยู่ประชาชนได้อย่างไร นี่คือหัวใจสำคัญ มันมีข้อดีและข้อด้อย 

แต่คงต้องมาชั่งน้ำหนักกันว่า สิ่งที่ทำให้ ส.ส. ไม่สามารถทำงานได้เต็มที่ มันก็น่าเป็นห่วงมากกว่า เป็นที่มาว่าเราก็อยากจะให้มีการเปลี่ยนแปลง ไปแก้รัฐธรรมนูญอีกครั้งหนึ่ง  ควรจะร่างรัฐธรรมนูญใหม่ แล้วก็ก่อนจะร่างใหม่ ควรจะตั้งกลไกในการสรรหา สสร. และไม่ใช่สักแต่ว่าให้มีแต่จะต้องมีองค์ประกอบ และรายละเอียด ให้ครอบคลุมคนทุกกลุ่มทุกเพศ ทุกวัย แล้วก็บริบทสังคมไทยสมัยนี้ มันต่างกับเมื่อปี 2538 ต้องเป็นการยกร่างฯที่มาจากประชาชนทุกคนจริงๆ 

การพูดคุยในรายการการพูดคุยในรายการ
ในเรื่องของความยั่งยืนนายวราวุธ อธิบายในเรื่องนี้ว่า  เป็นนโยบายสำคัญของพรรคชาติไทยพัฒนา จากที่ได้ทำงานในกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เกือบ 4 ปี ได้เห็นปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น แล้วเราต้องการทำให้ประเทศไทยในอีกไม่กี่ปีจากนี้ไป จะต้องสู้กับต่างประเทศได้

นายวราวุธ ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา นายวราวุธ ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา

“เพราะเรากำลังเป็นประเทศที่ได้รับผลกระทบเรื่องสิ่งแวดล้อม ผมคิดถึงความยั่งยืน วันนี้เราต้องเร่งคิดเร่งแก้ไขปัญหาเสียก่อน จะโยนให้เป็นภาระของลูกหลาน ไม่เห็นด้วย แนวทางการทำนโยบายของพรรค อย่างการเปิดตัว คาร์บอน เครดิต เซ็นเตอร์ เป็นการวางแนวทางแก้ปัญหาตั้งแต่ระดับรากหญ้า จนถึงระดับสากล ไม่ใช่อะไรที่เพ้อฝัน เรื่องสิ่งแวดล้อมกำลังเป็นเรื่องที่เป็นความสนใจระดับโลกอยู่ เกษตรกร เช่น สุพรรณบุรี อยุธยา ก็เริ่มต้นทำแล้ว ในการขายคาร์บอนเครดิต ยอมรับว่านโยบายของชาติไทยพัฒนา อาจจะไม่หวือหวาแบบพรรคการเมืองอื่น ๆ แต่จะอยู่ได้ในระยะยาว เพราเป็นแนวคิดที่จะแก้ไขปัญหา ทั้งในขณะนี้และในอนาคต ไปพร้อม ๆ กัน” นายวราวุธ กล่าว

ชาติไทยพัฒนาจะไม่เพียงแก้ไขปัญหาในขณะนี้ แล้วทิ้งปัญหาในอนาคตช่างมัน จะได้เป็นรัฐบาลหรือไม่ แล้วค่อยไปแก้ปัญหาเอาข้างหน้า จะไม่เอาแบบนั้น เบื่อกับการที่เมื่อถึงเวลาก็ไปสัญญาแบบนั้นแบบนี้ แล้วสร้างปัญหาให้กับเขาในอนาคต ตนต้องการแก้ปัญหา เช่น เปลี่ยนวิธีการทำนา ในแนวคิดการแก้ปัญหาเรื่องคาร์บอน ถ้าเราไม่รีบเปลี่ยนตั้งแต่ตอนนี้ อีกสิบปีเราจะส่งออกไม่ได้ เพราะในอนาคตจะมีการตั้งกำแพงภาษีและเรื่องสิ่งแวดล้อมมากขึ้น แม้การจะเปลี่ยนความคิดไม่ใช่เรื่องง่าย 

4 ตระกูลดังดัน ‘ปชป.’ สู้เลือกตั้งพัทลุง ‘จุรินทร์’ พร้อมกู้ศักดิ์ศรีคนใต้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/544195

04 มี.ค. 2566

4 ตระกูลดังดัน 'ปชป.' สู้เลือกตั้งพัทลุง 'จุรินทร์' พร้อมกู้ศักดิ์ศรีคนใต้

‘ปชป.’ ลุยพัทลุง มีกองหนุนจาก 4 ตระกูลดัง ดัน 3 ผู้สมัครกวาดยกจังหวัด ‘นิพนธ์’ ยก ‘จุริทน์’ เหมาะ ‘นายกฯ’ ด้าน ‘มาดามเดียร์’ ยกเคส รมว.ทุจริต หาเงินซื้อเสียง ขอคนใต้สั่งสอน เงินซื้อไม่ได้

พรรคประชาธิปัตย์ นำโดย นายจุรินทร์  ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์, ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการพรรค รมว.เกษตรและสหกรณ์, นายนิพนธ์ บุญญามณี อดีต รมช.มหาดไทย, นายเดชอิศม์ ขาวทอง รองหัวหน้าพรรค, นายชัยชนะ เดชเดโช รองเลขาธิการพรรค, นายนริศ ขำนุรักษ์ รมช.มหาดไทย, น.ส.วทันยา บุนนาค ขึ้นเวทีปราศรัยที่สนามหน้าโรงเรียนพัทลุง จ.พัทลุง “ประชาธิปัตย์ ยุคใหม่ โอกาสใต้บ้านเรา” 

พร้อมเปิดตัวว่าที่ผู้สมัครทั้ง 3 เขต ประกอบด้วย น.ส.สุพัชรี ธรรมเพชร อดีต ส.ส.พัทลุง 2 สมัย ผู้สมัครเขต 1 , ดร.เดย์ ปิยะกาญจน์ สุพรรณชนะบุรี ผู้สมัครเขต 2 , นายร่มธรรม ขำนุรักษ์ ผู้สมัครเขต 3

พรรคประชาธิปัตย์เปิดตัว 3 ผู้สมัคร จ.พัทลุงพรรคประชาธิปัตย์เปิดตัว 3 ผู้สมัคร จ.พัทลุง

นายจุรินทร์ ปราศรัยช่วงหนึ่งถึงความพร้อมสู้ศึกเลือกตั้งของ จ.พัทลุง มั่นใจประชาธิปัตย์ยกทีม เพราะได้รับการผนึกกำลังจาก 4 ตระกูลสำคัญท้องถิ่น คือ ตระกูลธรรมเพชร ตระกูลขำนุรักษ์  ตระกูลสุพรรณชนะบุรี และ ตระกูลพัทลุงสามัคคี 

เลือกตั้งครั้งหน้าเป็นการกู้ศักดิ์ศรีของคนพัทลุงคืนมา เพื่อพิสูจน์ว่าคนพัทลุงไม่เลือกเงิน คนพัทลุงจะกินเหยื่อแต่ไม่กินเบ็ด เพราะถ้าเลือกเงิน ก็จะได้แต่เงิน ไม่มีวันได้ผู้แทนที่มีคุณภาพ ได้การเมืองแบบถอนทุนคืน เกิดคอร์รัปชั่นทำลายประเทศและทำลายพัทลุง จึงขอให้ช่วยสนับสนุนนักการเมืองคุณภาพทั้ง 3 คน ช่วยกันสนับสนุนการเมืองสะอาด ประชาธิปไตยสุจริต ด้วยการเลือกทั้งคนทั้งพรรคของประชาธิปัตย์ ผู้สมัครพรรคประชาธิปัตย์คุณภาพคับแก้ว เหนือกว่าพรรคอื่น เพราะคัดมาอย่างดี

ด้านนายนิพนธ์ ยกนายจุริทน์เหมาะสมที่สุดในตำแหน่ง “นายกรัฐมนตรี” ใครจะสู้ได้ เป็น ส.ส.มา 11 สมัย เป็นรัฐมนตรีมาหลายกระทรวง มีผลงานมากมาย นอกจากนี้แสดงท่าเดินเซ สื่อถึงหัวหน้าพรรคบางพรรค จะเป็นนายกรัฐมนตรีได้อย่างไร พรรคที่แข่งกับเราล้มหายไปหมดแล้ว เหลือแต่พรรคประชาธิปัตย์ อยู่มา 77 ปี เป็นสถาบันการเมือง ไม่ใช่พรรคเฉพาะกิจ

น.ส.วทันยา บุนนาคน.ส.วทันยา บุนนาค

ด้านน.ส.วทันยา ให้ความมั่นใจแม้ช่วงนี้จะมีเลือดไหลออก หลายคนอาจจะรู้สึกกังวล แต่การมายืนอยู่ของตน เป็นสิ่งที่จะบอกว่า “เลือดเก่าที่ไหลออก แต่เลือดใหม่ที่ไหลเข้า” พรรคประชาธิปัตย์ได้เตรียมคนรุ่นใหม่ไฟแรงที่อาสามาดูแลพี่น้องชาวพัทลุง คับแน่นด้วยคุณภาพและอุดมการณ์ หวังว่าคนพัทลุงจะให้โอกาสคนรุ่นใหม่อย่างเสมอภาคและเท่าเทียมกัน

น.ส.วทันยา ยังกล่าวถึงกรณีที่มีรัฐมนตรีจากบางพรรคถูกศาลรัฐธรรมนูญสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ระหว่างพิจารณาคดี เกิดจากการทุจริตคอรัปชั่น ส่วนทำไมถึงต้องทุจริต ก็เพราะต้องนำเงินมาซื้อสิทธิขายเสียงประชาชน ขอให้ชาวภาคใต้ช่วยกันทำให้เห็นว่า คนใต้อุดมการร์แรง ซื้อไม่ได้ ซึ่งตลอด 4 ปีทางการเมือง มีโอกาสพบประชาชนทุกภาค แต่ไม่มีภาคไหนอุดมการณ์แรงเท่าคนภาคใต้แล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการเลือกตั้งปี 2562 พรรคประชาธิปัตย์ได้มาเพียง 1 เขต จากทั้งหมด 3 เขต อีก 2 เขตพ่ายแพ้ให้พรรคภูมิใจไทย

พรรคประชาธิปัตย์ปราศรัยจ.พัทลุงพรรคประชาธิปัตย์ปราศรัยจ.พัทลุง

แพทย์ขอ’พล.อ.ประยุทธ์’ อยู่รพ.ติดตามอาการปวดมือ -จุรินทร์ ร่วมให้กำลังใจ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/544192

04 มี.ค. 2566

แพทย์ขอ'พล.อ.ประยุทธ์' อยู่รพ.ติดตามอาการปวดมือ -จุรินทร์  ร่วมให้กำลังใจ

แพทย์โรงพยาบาลพระมงกุฏเกล้า ได้ให้”พล.อ.ประยุทธ์” พักรักษาตัวที่โรงพยาบาลติดตามอาการ   หลังจากนายกรัฐมนตรีเกิดอาการปวดมือ โดยแพทย์ผู้ทำการรักษาขอเวลา 1  วัน   หากไม่พบความผิดปกติเพิ่มเติมจะอนุญาตให้ไปรักษาตัวที่บ้าน  ด้าน”จุรินทร์” ส่งไลน์อวยพรให้หายโดยเร็ว

พล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีได้เข้าทำการรักษาอาการปวดที่มือข้างขวา  กับแพทย์โรงพยาบาลพระมงกุฏเกล้าในช่วงเช้าที่ผ่านมา   ทั้งนี้นายกรัฐมนตรีเริ่มมีปวดมือข้างขวา โดยมีอาการมา 2-3 วัน  ขณะที่ลงพื้นที่จังหวัดอุดรธานี จังหวัดหนองบัวลำภู และล่าสุดการลงพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา   โดยอาการบวมที่มือข้างขวาไม่ลดลง มีอาการปวดเพิ่มมากขึ้น   กระทั่ง  พล.อ.ประยุทธ์  ปรารภกับคนใกล้ชิดว่าปวดมากขึ้น  และเช้าวันนี้ พล.อ. ประยุทธ์   ได้เข้าพบแพทย์เพื่อตรวจอาการอย่างละเอียด


ขณะเดียวกันจากผลการตรวจ   แพทย์ได้ให้คำแนะนำ พล.อ.ประยุทธ์ ขอให้พักรักษาตัวที่โรงพยาบาลเป็นเวลา 1 คืน เพื่อติดตามอาการ หากไม่พบความผิดปกติ อาจจะอนุญาตให้กลับบ้านได้ในวันพรุ่งนี้  มีรายงานว่า  อาการมือข้างขวาบวมทวีความรุนแรงขึ้น ภายหลังจากนายกรัฐมนตรีเดินทางกลับจากการลงพื้นที่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา วานนี้(3 มี.ค.) โดยมีรายงานว่าเมื่อเดินทางกลับถึงบ้านพัก ในกรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ (ร.1 รอ.) ถนนวิภาวดีรังสิต  พล.อ.ประยุทธ์  ได้ให้แพทย์ประจำตัวเข้ามาตรวจอาการที่บ้านพัก

แพทย์วินิฉัย ว่า มีอาการมือขวาอักเสบ และพบอาการผิดปกติ จึงขอให้เข้าตรวจอาการอย่างละเอียดอีกครั้ง เบื้องต้นพบว่ามีอาการอักเสบรุนแรงที่บริเวณมือด้านขวาในการรักษาจึงต้องให้ยาปฏิชีวนะ ซึ่งแพทย์ได้ให้งดภารกิจก่อนโดยเฉพาะการใช้มือ  เพื่อลดอาการอักเสบและบวม  ขณะเดียวกันสำหรับแผนการลงพื้นที่ ของของพล.อ.ประยุทธ์ ที่วางเอาไว้ ในสัปดาห์หน้าจนถึงวันที่ 17 มี.ค.  ยังคงไม่เปลี่ยนแปลง แต่คณะทำงานนายกรัฐมนตรี กำลังพิจารณาทบทวนถึงความเหมาะสมอีกครั้ง

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนที่สนามบินหาดใหญ่ ว่า  รับทราบข่าวอาการป่วยของนายกรัฐมนตรี  กระทั่งต้องเข้าพักรักษาตัวที่โรงพยาบาล   และได้ส่งข้อความทางไลน์ส่วนตัว ถึงนายกรัฐมนตรี เพื่อให้กำลังใจ เพราะนายกรัฐมนตรีถือว่าเป็นบุคคลสำคัญ  ขอให้นายกรัฐมนตรีหายป่วย กลับมาแข็งแรงโดยเร็ว 

แพทย์ขอ'พล.อ.ประยุทธ์' อยู่รพ.ติดตามอาการปวดมือ -จุรินทร์  ร่วมให้กำลังใจแพทย์ขอ'พล.อ.ประยุทธ์' อยู่รพ.ติดตามอาการปวดมือ -จุรินทร์  ร่วมให้กำลังใจอาการมือบวมที่เกิดขึ้นกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี

แพทย์ขอ'พล.อ.ประยุทธ์' อยู่รพ.ติดตามอาการปวดมือ -จุรินทร์  ร่วมให้กำลังใจ

แพทย์ขอ'พล.อ.ประยุทธ์' อยู่รพ.ติดตามอาการปวดมือ -จุรินทร์  ร่วมให้กำลังใจพล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี  พักรักษาตัวที่โรงพยาบาลพระมงกุฏเกล้า

แพทย์ขอ'พล.อ.ประยุทธ์' อยู่รพ.ติดตามอาการปวดมือ -จุรินทร์  ร่วมให้กำลังใจ

จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนที่สนามบินหาดใหญ่ ทราบถึงอาการปวดมือซึ่งเกิดขึ้นกับนายกรัฐมนตรี