‘กานต์กนิษฐ์ แห้วสันตติ’ ลั่นตลอด 20 ปี ทำงานไม่หยุดแก้ไขปัญหาคนในพื้นที่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/544117

03 มี.ค. 2566

'กานต์กนิษฐ์ แห้วสันตติ' ลั่นตลอด 20 ปี ทำงานไม่หยุดแก้ไขปัญหาคนในพื้นที่

“กานต์กนิษฐ์  แห้วสันตติ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย” ฟีเวอร์ แฟนคลับแห่มอบดอกไม้ให้กำลังใจ ย้ำประชาชนอยากได้ ส.ส. ที่มีความสามารถ และใกล้ชิดประชาชนอย่างไม่ถือตัว ยืนยันตลอด 20 ปีทำงานไม่หยุดแก้ไขปัญหาคนในพื้นที่

นางสาวกานต์กนิษฐ์ แห้วสันตติ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.กทม.เขต 1 พรรคเพื่อไทย ลงพื้นที่ต่อเนื่อง นำเสนอนโยบายพรรคเพื่อไทยให้กับคนในพื้นที่ พร้อมระบุว่าตั้งแต่เข้าร่วมงานทางการเมืองกับพรรคเพื่อไทย

นางสาวกานต์กนิษฐ์ แห้วสันตติ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.กทม.เขต 1 พรรคเพื่อไทยนางสาวกานต์กนิษฐ์ แห้วสันตติ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.กทม.เขต 1 พรรคเพื่อไทย

ได้รับการตอบรับจากประชาชนในพื้นที่ได้เป็นอย่างดี รวมถึงคนรุ่นใหม่ที่ติดตามการลงพื้นที่ มอบดอกไม้ ให้กำลังใจตนเองมาอย่างต่อเนื่อง 

“โดยเฉพาะในวันวาเลน์ไทน์มีแฟนด้อมแห่ร่วมให้กำลังใจ ส่งดอกไม้และของขวัญ ให้ ตนเองที่พรรคเพื่อไทยเป็นจำนวนล้นหลามไม่ขาดสาย และตลอดการลงพื้นที่หาเสียงยังมีน้องๆ ติดตามลงพื้นที่ให้กำลังใจด้วย

'กานต์กนิษฐ์ แห้วสันตติ' ลั่นตลอด 20 ปี ทำงานไม่หยุดแก้ไขปัญหาคนในพื้นที่

ซึ่งน้องๆบอกว่าอยากได้ ส.ส. ที่มีความสามารถ และใกล้ชิดประชาชนอย่างไม่ถือตัว ทำให้เห็นว่าประชาชนต้องการ ส.ส.ในพื้นที่ใกล้ชิด และทำงานเพื่อประชาชน เพื่อประเทศชาติ

 ทั้งนี้ตลอดระยะเวลา 20 ปี ตั้งแต่ตนเองเข้าสู่วงการการเมืองได้ทำงานเพื่อคนในพื้นที่ ดูแลประชาชนอย่างใกล้ชิด ไม่หยุดแก้ไขปัญหา”

แนะ ‘แบ่งเขตเลือกตั้งใหม่’ จาก ‘คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/544112

03 มี.ค. 2566

แนะ 'แบ่งเขตเลือกตั้งใหม่' จาก 'คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ'

อดีตกรรมการการเลือกตั้ง สมชัย ศรีสุทธิยากร แนะ กกต. ประกาศเขตเลือกตั้งที่ไม่ได้รับผลจาก ‘คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ’ ก่อน ‘แบ่งเขตเลือกตั้งใหม่’ 8 จังหวัด ที่เหลือ

สมชัย ศรีสุทธิยากร อดีกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. เชื่อว่าให้สั่งการคำนวณจำนวน สส. พึงมี ทั้งประเทศ และ การแบ่งเขตเลือกตั้งใหม่บางจังหวัด  จะใช้เวลาไม่นาน ในการคำนวณผ่านระบบเอ็กเซล จากนั้น จะพบว่ามีจังหวัดที่ไม่เปลี่ยนแปลงเขตเลือกตั้ง 69 จังหวัด มี 8 จังหวัดที่ได้รับผลกระทบมีจำนวน สส.ลดลง 4 จังหวัด คือ ตาก เชียงใหม่ เชียงราย สมุครสาคร และเพิ่มขึ้น  4 จังหวัด ได้แก่อุดรธานี ลพบุรี ปัตตานี และ นครศรีธรรมราช

ส่วน 69 จังหวัดที่ไม่ได้รับผลกระทบ กกต. สามารถประกาศการแบ่งเขตเลือกตั้งในราชกิจจานุเบกษาทันที เพื่อให้พรรคการเมืองมีเวลาทำไพรมารี่โหวต และในพื้นที่ 8 จังหวัดที่ได้รับผลกระทบ ต้องการให้ กกต.ประกาศรูปแบบการแบ่งเขตเลือกตั้งใหม่อย่างน้อย 3 รูปแบบให้ประชาชน และพรรคการเมืองแสดงความคิดเห็น ตั้งแต่วันที่ 4 มีนาคมเป็นต้นไป เชื่อว่า กกต.เตรียมการไว้แล้ว ขณะเดียวกันต้องลดเวลาในการรับฟังความคิดเห็นจาก 10 วันเหลือ 5 วัน

หรือหลังจากประกาศการรับฟังความเห็น 4 มีนาคมแล้ว สรุปการรับฟังความเห็น 9 มีนาคม   ต่อจากนั้น 10  มีนาคม เสนอ กกต. เพื่อลงมติ รูปแบบการแบ่งเขต ใน 8 จังหวัดที่เหลือ พร้อมประกาศลงเวปราชกิจจานุเบกษาคืนวันดังกล่าว และให้พรรคการเมืองไปทำไพรมารี่โหวตใน 8 จังหวัด คาดว่าไม่เกิน 5 วันพรรคจะดำเนินการเสร็จ

แนะ ยุบสภา 22 มีนาคม

หากทำเช่นนี้ นายกรัฐมนตรีจะยุบสภา 15 มีนาคม ก็ยังทันและมีเวลาให้พรรคการเมืองดำเนินการ แต่หากไม่ต้องการให้ตึงจึงมีข้อเสนอ ต่อนายกรัฐมนตรีว่าต้องรอ กกต. ในการแบ่งเขตเลือกตั้งใหม่ ก่อนจะตัดสินใจยุบสภา ซึ่งโดยส่วนตัวเห็นว่า วันที่เหมาะสมต่อการยุบสภาคือวันที่ 22 มีนาคม และวันเลือกตั้งที่เหมาะสมก็ควรเป็นวันที่ 21 พฤษภาคม ซึ่งเห็นว่าเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด อาจจะไม่ตรงกับวันธงชัยหรือวันฤกษ์ดีของใคร แต่ย้ำว่าเป็นกรอบเวลาปฏิบัติที่เป็นไปได้ที่ทำให้ทุกฝ่ายสามารถทำงานได้อย่างรอบคอบครบถ้วนสมบูรณ์

‘หมอสุภัทร’ ปลุกข้าราชการสู้อยุติธรรม ‘สาธารณสุข’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/544108

03 มี.ค. 2566

'หมอสุภัทร' ปลุกข้าราชการสู้อยุติธรรม 'สาธารณสุข'

เชื่อถูกกลั่นแกล้ง กล่าวหาทุจริตโรงพยาบาลสะบ้าย้อย ‘หมอสุภัทร’ ขอสู้ตามขั้นตอน ชี้ทีมตรวจสอบกระทรวง ‘สาธารณสุข’ มีธง

ตามสูตร หลังโยกย้ายก็ต้องยัดข้อหาทุจริต  เป็นข้อความล่าสุด บนเฟซบุ๊กของ นายแพทย์ สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ หรือ หมอสุภัทร ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสะบ้าย้อย ประธานชมรมแพทย์ชนบทหลังถูกกล่าวหาว่ามีการทุจริตในการทำหน้าที่ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจะนะจากทีม ตรวจสอบของกระทรวงสาธารณสุข
 

หมอสุภัทร ตั้งข้อสังเกตว่า

ทีมตรวจสอบภายในจากสาธารณสุขชุดใหญ่ที่เข้ามาตรวจสอบ 4 วันนั้น มีท่าทีที่ไม่เป็นมิตรกับเจ้าหน้าที่อย่างมาก ดุด่าพูดจาข่มขู่ใช้คำรุนแรง ซึ่งผิดวิสัยปกติของการทำงาน เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลสามารถเป็นพยานได้ และหลังตรวจสอบเสร็จก็ไม่มีการ exit คือการสรุปผลการตรวจเบื้องต้น เพื่อให้เจ้าหน้าที่มีการชี้แจง การตรวจสอบครั้งนี้ ไม่มีการเชิญเขาไปให้ข้อมูลใดๆด้วย จนวันนี้เองก็ยังไม่ทราบว่า ทางกระทรวงมองว่าทุจริตในกรณีใด


การที่เปลวสีเงินได้ลงข่าวเผยแพร่เรื่องนี้ก่อนใคร รวมทั้งการที่นายแพทย์รุ่งเรือง กิจผาติ ออกมาแถลง ก็เป็นอีกข้อสังเกต เป็นความผิดปกติที่ตัควเขาเองยังไม่ทราบข้อมูลใดๆเลย เป็นความไม่เป็นธรรมกับเขาอย่างยิ่ง และเป็นการชกใต้เข็มขัดที่น่ารังเกียจที่สุด

การเปิดเผยข่าวเช่นนี้คือวิถีของการเมือง เพื่อมุ่งทำลายตัวตนของเขาด้วยวิชามาร ไม่ใช่วิธีราชการที่เน้นเพื่อการให้ความเป็นธรรมของทุกฝ่าย จึงเข้าใจอย่างแจ่มแจ้งแล้วว่า ทำไมข้าราชการจึงไม่กล้าที่จะยืนข้างความถูกต้องยืนข้างประชาชน เพราะเขาจะโดนกลั่นแกล้งแบบนี้

หมอสุภัทร ระบุอีกว่าไม่ได้คาดหวังอะไรกับความเป็นธรรมสำหรับในยุคนี้ แต่ก็จะสู้เต็มที่ตามวิถีราชการ ชมรมแพทย์ชนบทและยืนยันเดินหน้าวิพากษ์วิจารณ์ความไม่ปกติของกระทรวงสาธารณสุขอันเป็นที่รักเป็นบ้านหลังที่2ของเราต่อไปอย่างไม่ลดละ

ความเป็นธรรมในอนาคตอาจจะมี หากผลการเลือกตั้งออกมาว่า พรรคการเมืองนี้คะแนนลดตกต่ำ และไม่ได้กลับมาดูแลกระทรวงสาธารณสุขอีก

ประธานชมรมแพทย์ชนบทบอกอีกว่า ถึงเวลาแล้วที่พี่น้องในกระทรวงสาธารณสุขและพี่น้องคนไทย ต้องลุกขึ้นมาช่วยปลดแอกกระทรวงสาธารณสุขจากพรรคภูมิใจไทย ที่นี่คือฐานที่มั่นในการดูแลสุขภาพประชาชน ไม่ใช่ที่ที่กลุ่มคนบางกลุ่มจะมาขยายฐานอำนาจ วางคนลิ่วล้อให้ครอบทุกจุด ร่องรอยปัจจุบันนั้นมีอยู่ แต่ใบเสร็จเช็คบิลนั้น ต้องรอให้หมดอำนาจก่อน มั่นใจครับว่า จะไม่รอดส่วนข้าราชการที่รับใช้จนลืมผิดชอบชั่วดี จะได้รับผลกรรม แน่นอน

ไม่รับตำแหน่งอื่นที่ไม่ใช่นายกรัฐมนตรี แต่ยินดีเป็นที่ปรึกษา ‘อุ๊งอิ๊ง’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/544106

03 มี.ค. 2566

ไม่รับตำแหน่งอื่นที่ไม่ใช่นายกรัฐมนตรี แต่ยินดีเป็นที่ปรึกษา 'อุ๊งอิ๊ง'

ยอมเป็นที่ปรึกษาให้ ‘อุ๊งอิ๊ง’ เท่านั้น ‘เศรษฐา ทวีสิน’ ไม่ขอรับตำแหน่งอื่นทางการเมือง และไม่ได้กดดันพรรคเพื่อไทย

ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย และที่ปรึกษาคณะกรรมการด้านเศรษฐกิจ นายเศรษฐา ทวีสิน อธิบายการสัมภาษณ์กับสื่อมวลชนว่าต้องการเพียงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเท่านั้นเพราะเป็นตำแหน่งที่มีอำนาจตัดสินใจว่า ไม่ใช่ความต้องการ และอาจจะมีความสับสนนิดหน่อย ตอนนี้มีตำแหน่งเป็นประธานที่ปรึกษาหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย ส่วนตำแหน่งแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีต้องเข้าสู่กระบวนการของกรรมการบริหารพรรค ซึ่งพรรคเพื่อไทยมีความชัดเจนว่าจะส่งแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีครบ 3 คน ก็ขึ้นอยู่กับว่าใครจะได้รับความไว้วางใจจากกรรมการบริหารพรรค แต่สำหรับตัวเองขอทำหน้าที่ประธานที่ปรึกษา อุ๊งอิ๊ง หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย 

เศรษฐา บอกว่า ความหมายที่สื่อสารออกไปตีความได้ว่าต้องเป็นนายกรัฐมนตรีเท่านั้น นายเศรษฐา ย้ำว่ามันไม่ใช่ เพราะในฐานะคนไทยคนหนึ่งสามารถทำประโยชน์ให้กับบ้านเมืองได้ แต่ถ้าพูดถึงตำแหน่งที่ต้องไปขับเคลื่อนอะไร นายกรัฐมนตรีถือเป็นตำแหน่งที่มีอำนาจมีอำนาจ และสามารถทำได้จริง  ส่านตำแหน่งอื่น ชัดเจนว่าไม่ได้ต้องการ แต่ยังสามารถให้คำแนะนำอยู่เบื้องหลัง และยังเป็นประธานที่ปรึกษา อุ๊งอิ๊ง หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทยต่อไปได้ อีกทั้งก็ยังเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย หรือจะไปให้คำแนะนำกับคณะทำงานด้านเศรษฐกิจก็สามารถทำได้

ยืนยันว่าไม่เคยกดดันพรรคเพื่อไทย ให้มอบแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีให้ เพราะเรารู้จักกันมานาน  รู้ตัวตนกันเองมานาน เรื่องการกดดันหรืออ้อมค้อม ไม่ใช่นิสัย+เรื่องนี้ไม่มีแน่นอน

นอกจากนี้นายเศรษฐา ยังยกมือไหว้ขอบคุณรองนายกรัฐมนตรี พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ ที่เอ่ยปากชมตนว่าเป็นคนเก่ง มีความสามารถ และรู้สึกเป็นเกียรติ ซึ่งส่วนตัวไม่ได้รู้จักกับพลเอกประวิตรเป็นการส่วนตัว แต่พอรู้จักกับเพื่อนของพลเอกประวิตรบ้าง

ขณะที่ประธานสมาคมหอการค้าไทย-จีน นายณรงค์ศักดิ์ พุทธพรมงคล กล่าวภายหลังร่วมหารือกับพรรคเพื่อไทย โดยให้คำแนะนำให้ไทยเร่งดำเนินการรถไฟความเร็วสูงจากไทยไปลาว เชื่อมต่อจีน เพราะจะช่วยส่งเสริมการค้าการลงทุนไทย-จีนเพิ่มมากขึ้น รวมถึงการเพิ่มเที่ยวบินระหว่างประเทศ เพราะถือเป็นเรื่องสำคัญ ไม่เช่นนั้นนักท่องเที่ยวของทั้งสองประเทศจะเดินทางลำบาก อีกทั้งขณะนี้ยังติดปัญหาวีซ่า ที่ทำให้การเดินทางไปท่องเที่ยวทั้งไทยและจีนนั้นยังติดขัด

ส่วนนโยบายของพรรคเพื่อไทยจากการพูดคุยกันนั้น มีหลายนโยบายที่น่าสนใจ และมีอีกหลายเรื่องที่ได้เสนอแนะกลับไปเช่นกัน พร้อมทั้งไม่ขอออกความเห็นว่าเชื่อมั่นในพรรคการเมืองใดเป็นพิเศษ แต่หากพรรคไหนที่ทำเพื่อพัฒนาประเทศก็พร้อมสนับสนุน

‘พรรคไทยชนะ’ เปิดตัว ‘หม่อมเต่า จัตุมงคล โสณกุล’ เป็นนายกรัฐมนตรี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/544103

03 มี.ค. 2566

'พรรคไทยชนะ' เปิดตัว  'หม่อมเต่า จัตุมงคล โสณกุล' เป็นนายกรัฐมนตรี

เปิดตัวนายกรัฐมนตรี ‘พรรคไทยชนะ’ วันพรุ่งนี้ ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย หัวหน้าพรรคอ้าง ‘หม่อมเต่า จัตุมงคล โสณกุลง ตอบรับแล้ว

นาย จักรพงศ์ ชื่นดวง หัวหน้าพรรคไทยชนะ แจ้งแถลงเปิดตัว หม่อมราชวงศ์  จัตุมงคล โสณกุล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นนายกรัฐมนตรี 12.00 น. วันที่ พรุ่งนี้ ที่อนุสาวรีย์ ประชาธิปไตย โดยยืนยัน ว่าได้รับการตอบรับจากเจ้าตัวแล้ว

ข้อมูลจากวิกิพีเดีย ระบุว่า พรรคไทยชนะเป็นพรรคการเมืองไทยซึ่งจดทะเบียนก่อตั้งเป็นลำดับที่ 13/2564 เมื่อวันอังคารที่ 31 สิงหาคม ปี พ.ศ. 2564 โดยมี และนางสาว รมนต์อร บุญเรือง เป็นหัวหน้าพรรคและเลขาธิการพรรคคนแรก 

ต่อมาในวันจันทร์ที่ 18 ตุลาคม ปี พ.ศ. 2564 นางสาวรมนต์อร ซึ่งเป็นเลขาธิการพรรคพร้อมคณะกรรมการบริหารพรรคอีก 8 คนได้ยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่ง โดยนายจักรพงศ์ได้รับทราบจดหมายลาออกทั้ง 9 ฉบับในวันอังคารที่ 26 ตุลาคม ทำให้คณะกรรมการบริหารพรรคที่เหลือต้องพ้นจากตำแหน่งทั้งคณะแต่ยังคงรักษาการในตำแหน่งจนกว่าจะมีการเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ โดยอดีตกรรมการบริหารพรรคทั้ง 9 คนให้เหตุผลในการลาออกว่าไม่พอใจการทำงานของหัวหน้าพรรค

วันอาทิตย์ที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2565 ทางพรรคไทยชนะได้จัดประชุมใหญ่สามัญครั้งที่ 1/2565 เพื่อเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่จำนวน 13 คนและจัดตั้งสาขาพรรคประจำภาคเหนือที่ จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งที่ประชุมมีมติเลือก นายจักรพงศ์ ให้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคต่อเป็นสมัยที่ 2 ส่วนตำแหน่งเลขาธิการพรรคที่ประชุมมีมติเลือก นายฐานวัฒน์ วิบูลย์ธนสาร อดีตรองหัวหน้าพรรคให้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการพรรคคนใหม่

ด่วน ‘ศาลรัฐธรรมนูญ’ สั่ง ‘ศักดิ์สยาม ชิดชอบ’ หยุดปฏิบัติหน้าที่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/544095

03 มี.ค. 2566

ด่วน 'ศาลรัฐธรรมนูญ' สั่ง 'ศักดิ์สยาม ชิดชอบ' หยุดปฏิบัติหน้าที่

‘ศาลรัฐธรรมนูญ’ รับคำร้อง ถอดถอน ‘ศักดิ์สยาม ชิดชอบ’ สั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม จนกว่าจะมีคำวินิจฉัย

ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาคำร้องที่ ประธานสภาผู้แทนราษฎรส่งคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ
มาตรา 170วรรคสาม ประกอบมาตรา 82ว่า ความเป็นรัฐมนตรีของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 17 วรรคหนึ่ง (5) ประกอบมาตรา 187 หรือไม่

สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จำนวน 54 คน ยื่นคำร้องต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร (ผู้ร้อง) ว่านายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม (ผู้ถูกร้อง) ยังคงไว้ซึ่งหุ้นส่วนและยังคงเป็นผู้ถือหุ้นและเจ้าของห้างหุ้นส่วนจำกัด บุรีเจริญคอนสตรัคชั่น อย่างแท้จริง ซึ่งจะทำให้ผู้ถูกร้องเข้าไปเกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการหุ้นหรือกิจการของห้างหุ้นส่วน เป็นการกระทำอันเป็นการต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญมาตรา 187
ประกอบพระราชบัญญัติการจัดการหุ้นส่วนและหุ้นของรัฐมนตรี พ.ศ. 2543 มาตรา 4 (1) เป็นเหตุให้
ความเป็นรัฐมนตรีของผู้ถูกร้องสิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (5) หรือไม่

ผู้ร้องจึงส่งคำร้องเพื่อขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 17 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82

ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาข้อเท็จจริงตามคำร้องและเอกสารประกอบคำร้องแล้วเห็นว่า กรณีเป็นไปตาม
รัฐธรรมนูญ มาตรา 17ㆍ วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 วรรคหนึ่ง และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ
ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 มาตรา 7 (9) ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเป็นเอกฉันท์มีคำสั่ง
รับคำร้องไว้พิจารณวินิจฉัย และให้ผู้ถูกร้องยื่นคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาต่อศาลรัฐธรรมนูญภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่
ได้รับสำเนาคำร้อง

ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณากรณีให้นาย ศักดิ์สยาม ชิดชอบ ผู้ถูกร้องหยุดปฏิบัติหน้าที่รัฐมนตรีจนกว่าศาลรัฐธรรมนูญ
จะมีคำวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 82 วรรคสอง แล้วเห็นว่า ข้อเท็จจริงตามคำร้องและเอกสารประกอบ
คำร้อง ปรากฎเหตุอันควรสงสัยว่าผู้ถูกร้องมีกรณีตามที่ถูกร้อง จึงมีมติเป็นเอกฉันท์สั่งให้ผู้ถูกร้องหยุดปฏิบัติหน้าที่
รัฐมนตรีตั้งแต่วันที่ 3 มีนาคม 2566 จนกว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัยแจ้งให้คู่กรณีและนายกรัฐมนตรีทราบ

ศาลรัฐธรรมนูญสั่ง ศักดิ์สยาม ชิดชอบ หยุดปฏิบัติหน้าที่ รมว.คมนาคมศาลรัฐธรรมนูญสั่ง ศักดิ์สยาม ชิดชอบ หยุดปฏิบัติหน้าที่ รมว.คมนาคม

เลือกตั้งสะดุด ‘คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ’ ‘กกต.’ รื้อแบ่ง ‘เขตเลือกตั้ง’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/544083

03 มี.ค. 2566

เลือกตั้งสะดุด 'คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ'  'กกต.' รื้อแบ่ง 'เขตเลือกตั้ง'

‘คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ทำให้ ‘กกต.’ อาจต้องรื้อการแบ่งเขตเลือกตั้งใหม่ แต่ยืนยันว่ายังอยู่ในไทม์ไลน์เลือกตั้ง ก่อนหน้านี้

ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเป็นเอกฉันท์ว่า การกำหนดจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้งที่แต่ละจังหวัดจะพึงมีตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๘๖ (๑) ที่กำหนดให้ใช้จำนวนราษฎรทั้งประเทศตามหลักฐาน การทะเบียนราษฎรที่ประกาศในปีสุดท้ายก่อนปีที่มีการเลือกตั้ง นั้น คำว่า “ราษฎร” ไม่หมายความรวมถึงผู้ไม่ได้สัญชาติไทย


คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญมีผลตั้งแต่วันที่ ๓ มีนาคม ๒๕๖๖ เป็นต้นไป ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๗๖ วรรคหนึ่งและวรรคสาม และไม่มีผลย้อนหลังไปถึงการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ผ่านมา

คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ

คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ  ทำให้มีความเปลี่ยนแปลง สส. แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง 8 จังหวัด

จังหวัดที่มีจำนวน สส. แบบแบ่งเขตเพิ่มขึ้น จังหวัดละ 1 คนได้แก่ นครศรีธรรมราช  อุดรธานี  ลพบุรี และปัตตานี   
จังหวัดที่มี สส. แบบแบ่งเขตลดลง จังหวัดละ 1 คน ได้แก่ เชียงใหม่ เชียงราย ตาก และสมุทสาคร 

นาย แสวง บุญมี เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งยืนยันกับคมชัดลึกว่าได้จัดการแบ่งเขตเลือกตั้งไว้แล้วเตรียมรับทุกแนวทางคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญไว้แล้ว   เมื่อมีคำวินิจฉัยแล้ว ก็สามารถประกาศเพื่อให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งแสดงความเห็นได้ ซึ่งในการแบ่งเขตเลือกตั้ง

ก่อนเสนอศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย กกต.เปิดให้แสดงความเห็นเป็นเวลาไม่เกิน 10 วัน การแสดงความเห็นของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง อาจไม่มีผลเปลี่ยนแปลงการแบ่งเขตเลือกตั้ง เพราะการตัดสินใจเป็นอำนาจของ กกต. ตามหลักเกณฑ์ ที่มีหลักใหญใจความว่า แต่ละเขตเลือกตั้ง ต้องมีประชากรต่างกันไม่เกิน สิบเปอร์เซ็นต์ มีการคมนาคมเชื่อมต่อกัน และไม่สามารถแบ่งย่อยในหน่วยปกครอง ระดับแขวงหรือตำบลได้

หลังคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญหากมีพระราชกฤษฎีกายุบสภา ซึ่งตั้งสมมติฐานไว้15 มีนาคม 2566 คณะกรรมการการเลือกตั้งต้องประกาศกำหนดวันเลือกตั้งและกำหนดวันรับสมัคร ภายใน 5 วัน นับแต่วันที่มีการยุบสภา หรือไม่เกิน 20 มีนาคม 2566 หลังจากนั้น จะมีการเปิดรับสมัครเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เป็นเวลา 5 วัน



โดยการเลือกตั้ง กรณีการยุบสภา อยู่ระหว่าง 45 – 60 วัน นับจากวันที่มีการยุบสภา ซึ่งอยู่ในกำหนดการของกรรมการการเลือกตั้ง กรณี สภาอยู่ครบวาระคือ 7 พฤษภาคม 2566  แต่วันเลือกตั้งที่ กกต.จะประกาศตามกฎหมาย ต้องลุ้นกันภายใน ห้าวันหลังจากมีการยุบสภา

กุนซือพรรคไทยรักไทย comeback ‘ ทีมเศรษฐกิจ’ พรรค ‘เพื่อไทย’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/544080

03 มี.ค. 2566

กุนซือพรรคไทยรักไทย comeback ' ทีมเศรษฐกิจ' พรรค 'เพื่อไทย'

หัวหน้าพรรค ‘เพื่อไทย’ ลงนามแต่งตั้ง ‘ทีมเศรษฐกิจ’ เปิดโฉมหน้า ล้วนคนคุ้นเคย เป็นกุนซือพรรคไทยรักไทยเกือบยกทีม

หัวหน้าพรรคเพื่อไทยลงนามคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการด้านเศรษฐกิจ โดยมีนายแพทย์พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช​ เป็นประธาน พร้อมผู้เชี่ยวชาญเศรษฐกิจด้านต่างๆ ได้แก่นายพันศักดิ์ วิญญรัตน์ อดีตที่ปรึกษาด้านนโยบาย 3 นายกรัฐมนตรี นายเศรษฐา ทวีสิน นักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ดร.ศุภวุฒิ  สายเชื้อ นักเศรษฐศาสตร์ชั้นนำของประเทศ ดร.ปานปรีย์ พหิทธานุกร อดีตผู้แทนการค้า และที่ปรึกษานายกด้านเศรษฐกิจและการต่างประเทศมาร่วมเป็นที่ปรึกษา  นอกจากนี้ยังมีนายกิตติรัตน์ ณ ระนองอดีตรองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ เป็นรองประธาน

นายแพทย์พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช ประธานคณะกรรมการด้านเศรษฐกิจหรือทีมเศรษฐกิจ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า วิกฤตเศรษฐกิจของประเทศไทยหลังการระบาดของโรคโควิด-19 และภาวะสงคราม รัสเซีย-ยูเครน ตลอดจนสงครามเศรษฐกิจจีน-สหรัฐอเมริกา ส่งผลทำให้ประชาชนไทยทุกข์ยากต่อเนื่องมากขึ้นตลอดหลายปีที่ผ่านมา จึงถือเป็นความท้าทายของพรรคการเมืองที่จะนำพาประเทศและประชาชนฝ่าพ้นวิกฤตครั้งนี้ให้จงได้



การต่อสู้ในสงครามเศรษฐกิจในครั้งนี้ ต้องเข้าใจปัญหา เท่าทันสถานการณ์ และภาวะการเปลี่ยนแปลงของโลกในทุกมิติ  จึงมีความจำเป็นต้องระดมสมอง แลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ของด้านเศรษฐกิจและการเมืองระหว่างประเทศ เพื่อกำหนดแนวทาง และ วิธีการแก้ปัญหา ต่อไป
 

พรรคจึงได้เชิญบุคคลผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจชั้นนำของประเทศในด้านต่างๆ มาให้คำปรึกษา และร่วมเป็นกรรมการ  สำหรับกรรมการที่ได้รับเชิญ ได้แก่  นายสัตวแพทย์ชัย วัชรงค์ นักวิชาการด้านการเกษตร ที่จะแปรเปลี่ยนผลิตผลทางการเกษตรให้เป็นรายได้ นายพงศ์ศรัณย์ อัศวชัยโสภณ อดีตผู้บริหารฝ่ายเศรษฐกิจมหภาค ธนาคารแห่งประเทศไทย ร่วมกับบุคลากรที่หลากหลายและนักการเมืองรุ่นใหม่ของพรรคเพื่อไทย เช่น นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ​​สส. เชียงใหม่ ที่เป็นผู้อภิปรายรัฐบาลในประเด็นเศรษฐกิจมาอย่างต่อเนื่อง

รวมถึงนายจักรพงษ์ แสงมณี ​​นักธุรกิจผู้ประกอบการรุ่นใหม่ นายกฤษฎา ตันเทอดทิตย์ ส.ส.หนองคาย พรรคเพื่อไทย อดีตผู้บริหารสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยและผู้​เชี่ยวชาญด้านการค้าการลงทุนชายแดน นายศรัณย์ ทิมสุวรรณ สส. เลย พรรคเพื่อไทย ซึ่งมีความรู้และความเชี่ยวชาญด้านไอทีและอาชญากรรมทางไซเบอร์​ ดร.เผ่าภูมิ โรจนสกุล ​​เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจ  รวมทั้งนายศึกษิษฏ์ ศรีจอมขวัญ ผู้ประกอบการด้านธุรกิจยานยนต์

พรรคเชื่อว่าคณะกรรมการด้านเศรษฐกิจ หรือทีมเศรษฐกิจ ของพรรคเพื่อไทย จะเป็นแกนกลางในการระดมความรู้ ความสามารถและความร่วมมือในการกอบกู้เศรษฐกิจของเราต่อไป  เราจะบริหารให้เศรษฐกิจของประเทศดีขึ้น

เรื่องเงินไม่มีปัญหา กรณ์แจง ‘ย้ายพรรค’ เพราะ ‘ประชาธิปัตย์ ‘เปลี่ยนไป

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/544077

03 มี.ค. 2566

เรื่องเงินไม่มีปัญหา กรณ์แจง 'ย้ายพรรค' เพราะ 'ประชาธิปัตย์ 'เปลี่ยนไป

‘กรณ์ จาติกวณิช’ อธิบาย ‘ย้ายพรรค’ เพราะ ‘ประชาธิปัตย์’เปลี่ยนไป ไม่ได้มีปัญหาเรื่องเงิน ตามที่ถูก ‘ชวน หลีกภัย’ พาดพิง

เขียนตอบท่านชวน ด้วยความเคารพ เป็นข้อความบนเฟซบุ๊ก ของ กรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า กรณ์บอกว่าออกมาจากประชาธิปัตย์ 3 ปีไม่เคยพูดให้ร้ายพรรคเลยแม้แต่ครั้งเดียว แต่ลาออกเพราะอยากไปทำงานตามที่ตั้งใจ และพรรคประชาธิปัตย์เปลี่ยนไป ไม่เหมือนเดิม

หัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า ระบุว่า การลาออกของคนประชาธิปัตย์มีเหตุผลต่างกัน ไม่สามารถพูดแทนใครได้ แต่เหตุผลของเขา ไม่ใช่ด้วยเหตุผลที่ชวนกล่าวถึงในคลิป  ไม่ว่าจะเรื่องเงินหรือตำแหน่ง ยิ่งประชาธิปัตย์ยุคนี้แล้วเรื่องเงินยิ่งไม่เป็นปัญหา ส่วนตำแหน่งก็มีมากมายเพราะเป็นพรรคฝ่ายรัฐบาล

หัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า บอกอีกว่า ได้เคยทำงานให้บ้านเมืองในตำแหน่งรัฐมนตรีคลังมาแล้ว ถือเป็นการทำงานที่ตรงต่อความฝันทางการเมือง ในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจได้ทำงานอย่างเต็มที่ภายใต้นายกรัฐมนตรี และรองนายกฯเศรษฐกิจ (คุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และคุณกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ) ที่ให้การสนับสนุนเป็นอย่างดี

ดังนั้นความฝันทางการเมืองในวันนี้ไม่ใช่เรื่องตำแหน่ง แต่คือโอกาสสร้างพรรคที่ตรงกับอุดมการณ์ และการส่งเสริมนักการเมืองรุ่นใหม่ให้มีโอกาสได้ทำงาน

นายชวนพูดเชิงทวงบุญคุณว่า “คนได้เป็นรมต.คลังจากพรรค พอดีพอร้ายเขาไม่ย้ายพรรคไปไหนกันหรอก” นอกจากนั้น ยังสัมภาษณ์ว่าท่านห้ามแล้วไม่ให้ออก แต่เขา‘ไม่ฟัง’

นายชวน มีสิทธิคิด แต่ขอให้ลองฟังในมุมต่าง ของคนที่เคยรัก เคยเลือกและศรัทธาในประชาธิปัตย์มายาวนานแบบพวกเราด้วยว่า เรา “เสียดายและเสียใจ”

วันนี้พรรคชาติพัฒนากล้ามีผู้สมัครคนใต้คุณภาพคับแก้วอย่าง เทมส์ ไกรทัศน์, อรทัย เกิดทรัพย์, จูรี นุ่มแก้ว, ทนายลิขิต ศรีชาติ, ธนากร บุญสนิท, และอีกหลายคน รวมไปถึงยีแอ อดีตสส.ปชป.เองที่เลือกที่จะมาลงสมัครพรรคชาติพัฒนากล้า ทั้งๆ ที่เลือกที่จะไปได้แทบทุกพรรค แค่นี้ทำให้รู้สึกว่าเรามาถูกทาง



วันหนึ่งหากมีใครในอนาคตตัดสินใจลาออก ย้ายพรรคไปเพื่อเดินในเส้นทางใหม่ของเขา จะทบทวนสิ่งที่พรรคทำมา และ จะอวยพรให้เขาประสบความสำเร็จในการทำงานเพื่อบ้านเมืองและเพื่อประชาชน พร้อมทั้งหวังว่าเขาจะทุ่มเทในการทำงานให้บ้านเมืองโดยสุจริตต่อไป

‘กกต.’พร้อมจัดการเลือกตั้ง ตามที่กำหนดไว้ หลัง ‘คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/544038

03 มี.ค. 2566

'กกต.'พร้อมจัดการเลือกตั้ง ตามที่กำหนดไว้ หลัง 'คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ'

ไม่ว่า ‘คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ’ จะเป็นอย่างไร ‘กกต.’ ก็เตรียมพร้อมไว้หมดแล้ว ยืนยัน เลือกตั้งได้ตามไทม์ไลน์ที่วางไว้

แม้หลายฝ่ายจะกังวล เรื่องที่ศาลรัฐธรรมนูญ นัดอภิปรายและลงมติ คำร้องการทำหน้า ที่ของ กกต. กรณี คำนวณ สส.เขต และการแบ่งเขตเลือกตั้ง เวลา 09.30 น.วันนี้  แต่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง มั่นใจว่าจะจัดการเลือกตั้งได้ ตามไทม์ไลน์ที่วางไว้ ไม่ว่า คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ จะออกมาในแนวทางใดก็ตาม

นาย แสวง บุญมี เลขาธิการสนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ยืนยันกับคมชัดลึกว่า กกต. พร้อมจะจัดการเลือกตั้ง ตามกรอบเวลาที่วางไว้ ไม่ว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัย ในวันพรุ่งนี้อย่างไรก็ตาม  โดยขณะนี้ การแบ่งเขตเลือกตั้ง ทั้ง 400 เขต ดำเนินการ ทางธุรการ เรียบร้อยแล้ว รอเพียงคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญเท่านั้น

คำยืนยันของเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง สอดรับกับสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง ที่ระบุว่ากกต.จะพิจารณาแบ่งเขตของ 400 เขต เสร็จในวันที่ 28 ก.พ. 2566 แต่จะยังไม่ประกาศในราชกิจจาฯ จนกว่า ศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัยเรื่อง จำนวนราษฎร ในวันที่ 3 มีนาคม 2566

หากคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญสอดคล้องกับความเห็น กกต. เราจะเห็นประกาศแบ่งเขตเลือกตั้ง 400 เขต ลงในราชกิจจานุเบกษา ในคืนวันศุกร์ที่ 3 มีนาคม 2566 พรรคการเมืองจะมีเวลาทำ primary vote ตั้งแต่วันที่ 4 มีนาคม จนถึงวันที่ 15 มีนาคม 2566 ซึ่งคาดว่าจะเป็นวันยุบสภา และมีเวลาทำต่อเนื่องอีกราว 1 สัปดาห์ ก่อนที่จะมีการเปิดรับสมัคร สส. ในราวปลายเดือน มีนาคม 2566

หากคำวินิจฉัยว่า กกต.ตีความผิด  กกต. น่าจะพร้อมนำรูปแบบแบ่งเขตแบ่งเขตเลือกตั้งใหม่ รับฟังความคิดเห็นระหว่าง 4-13 มีนาคม 2566 และ ผ่านที่ประชุม กกต. ในวันที่ 15 มีนาคม 2566 ซึ่งคาดว่า จะเป็นวันเดียวกับวันยุบสภา

ในกรณีนี้ การทำ primary vote ของพรรคการเมือง จะต้องทำในสัปดาห์แรกหลังยุบสภา ให้เสร็จใน 7 วัน เพราะคาดว่า กกต.จะเปิดรับสมัคร สส. ในราวปลายเดือนมีนาคม แต่ความชัดเจนเรื่องนี้ยังต้องรอคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ