‘พปชร.’ เปิดตัวสส. 50 คน ตั้งเป้าเลือกตั้ง66 กวาดเก้าอี้อับดับหนึ่ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/543983

01 มี.ค. 2566

'พปชร.' เปิดตัวสส. 50 คน ตั้งเป้าเลือกตั้ง66 กวาดเก้าอี้อับดับหนึ่ง

‘พปชร.’ เปิดตัวสส. 50 คน มีทั้งเลือดเก่า-เลือดใหม่ ‘บิ๊กป้อม’ เผยไม่เคยทั้งใครไว้ข้างหลัง พร้อมตั้งเป้ากวาดเก้าอี้อับดับหนึ่ง เมินโดดดูดเด็กในสังกัดมากที่สุด

พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ทั้ง 50 คน ซึ่งมีทั้ง สส.หน้าเก่า และ สส.หน้าใหม่ โดยพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ยืนยันว่า “ไม่ได้ทิ้งใครไว้ข้างหลังแม้แต่คนเดียว” จึงฝากความหวังกับทุกคน เพื่อได้เป็นสส.อีกครั้งและเป็นอับดับ1 ในการเลือกตั้ง66 นี้

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพปชร.พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพปชร.

พล.อ.ประวิตร ตื้นตันใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สส.เก่าที่ยังอยู่ร่วมกับพรรคและไม่ไปไหน พปชร. จะได้เป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลหรือไม่ อยู่ที่ทุกคนต้องช่วยกัน และการที่ พปชร. โดนดูดสส. ไปจำนวนมาก แสดงให้เห็นว่า เป็นพรรคที่เข้มแข็งที่จะจับมือกันทำเพื่อประชาชนและประเทศชาติ

ขณะที่นายอัครวัฒน์ อัศวเหม สส.สมุทรปราการ กล่าวว่า เลือกตั้งครั้งนี้มีความมั่นใจได้ยกทั้งจังหวัด เพราะครั้งที่ผ่านมามี 7 เขต พปชร.ได้ 6 เขต เนื่องจากส่วนหนึ่งเคยเป็นนักการเมืองท้องถิ่น มีปฏิสัมพันธ์กับประชาชนมาโดยตลอด 

นายอัครวัฒน์ อัศวเหม ส.ส.สมุทรปราการ (ขวา)นายอัครวัฒน์ อัศวเหม ส.ส.สมุทรปราการ (ขวา)

สำหรับว่าที่ผู้สมัคร สส. ที่เปิดตัวครั้งนี้ ประกอบด้วย

กทม.

นายศิริพงศ์ รัศมี 

กำแพงเพชร 

นายไผ่ ลิกค์ นายเพชรภูมิ อาภรณ์รัตน์ นายอนันต์ ผลอำนวย นายปริญญา ฤกษ์หร่าย 

ขอนแก่น 

นายสมศักดิ์ คุณเงิน นายบัลลังก์ อรรณนพพร (มาจากพรรคเพื่อไทย)

ฉะเชิงเทรา 

นายอรรถกร ศิริลัทธยากร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ฉะเชิงเทรา 

ตรัง  

นายนิพนธ์ ศิริธร 

นครราชสีมา 

นายเกษม ศุภรานนท์ นายทวิรัฐ รัตนเศรษฐ นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ นางทัศนียา รัตนเศรษฐ นางทัศนาพร เกษเมธีการุณ 

นครศรีธรรมราช 

นายรงค์ บุญสวยขวัญ นายสัณหพจน์ สุขศรีเมือง นายอาญาสิทธิ์ ศรีสุวรรณ  

นราธิวาส

นายสมพันธ์ มะยูโซ๊ะ 

พะเยา 

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า นายจิรเดช ศรีวิราช  

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า (ขวา)ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า (ขวา)

พิจิตร 

พรชัย อินทร์สุข 

เพชรบูรณ์ 

น.ส.พิมพ์พร พรพฤฒิพันธุ์ นายจักรัตน์ พั้วช่วย นางวันเพ็ญ พร้อมพัฒน์ นายเอี่ยม ทองใจสด  

ภูเก็ต

นายสุทา ประทีป ณ ถลาง นายนัทธี ถิ่นสาคู 

แม่ฮ่องสอน 

นายปัญญา จีนาคำ  

ยะลา 

นายอาดิลัน อาลีอิสเฮาะ 

ราชบุรี

นางบุญยิ่ง นิติกาญจนา นายชัยทิพย์ กมลพันธุ์ทิพย์ (จากพรรคประชาธิปัตย์) นายจตุพร กมลพันธุ์ทิพย์ สมุทรสาคร 

น.ส.จอมขวัญ กลับบ้านเกาะ  

สระแก้ว

น.ส.ตรีนุช เทียนทอง นายสุรศักดิ์ ชิงนวรรณ์  

สระบุรี 

น.ส.กัลยา รุ่งวิจิตรชัย  

สิงห์บุรี

นายโชติวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ ส.ส.สิงห์บุรี 

สมุทรปราการ 

นายจาตุรนต์ นกขมิ้น นายฐาปกรณ์ กุลเจริญ นายอัครวัฒน์ อัศวเหม นายกรุงศรีวิไล สุทินเผือก น.ส.ภริม พูลเจริญ นายแสน บานแย้ม (ที่ปรึกษารมช.เกษตรและสหกรณ์) นายยงยุทธ สุวรรณบุตร นายต่อศักดิ์ อัศวเหม และนายวรพร อัศวเหม  

ชลบุรี 

นายสรัลชา ศรีชลวัฒนา ร.อ.จองชัย วงศ์ทรายทอง นายประมวล เอมเปีย นายโอฬาร์ ปัญญปิติพัฒน นายบรรจบ รุ่งโรจน์ นายนิพนธ์ แจ่มจรัส นายสะถิระ เผือกประพันธุ์ และนายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ น.ส.กวินนาถ ตาคีย์ 

ชัยนาท 

นายธนบดี คุ้มชนะ (อดีตนายก อบจ.ชัยนาท) 

ชัยภูมิ 

นายสุขสันต์ ชื่นจิตร และนายอัครแสนคีรี โล่วีระ

สุรินทร์ 

นายสิตกวิน เตียวเจริญโสภา นายเสรษฐิพณ แท่นดี

นครราชสีมา 

นายณัฐพล ชวนกระโทก 

ขอนแก่น

นายพิพัฒน์พงศ์ พรหมนอก 

พิจิตร  

นางณริยา บุญเสรฐ นายเอกวิชญ์ เรืองมาลัย 

กระบี่ 

นายอนันต์ เขียวสด 

สุพรรณบุรี 

นายยุทธนา โพธสุธน  

ปัตตานี  

นายอันวาร์ สาละ

พปชร.เปิดตัวว่าที่ผู้สมัครพปชร.เปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร

ทร.เคาะราคาเสนอกลาโหมกู้ ‘เรือหลวงสุโขทัย’ ได้สภาพสมบูรณ์ ไม่แตกหัก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/543976

01 มี.ค. 2566

ทร.เคาะราคาเสนอกลาโหมกู้ 'เรือหลวงสุโขทัย' ได้สภาพสมบูรณ์ ไม่แตกหัก

โฆษกกองทัพเรือ เผยเตรียมเสนอกระทรวงกลาโหม ขออนุมัติเงินในการกู้ “เรือหลวงสุโขทัย” กองทัพเรือให้ไปคือ ต้องการตัวเรือที่อยู่ในสภาพค่อนข้างสมบูรณ์ ไม่หัก ไม่แตก

1 มี.ค. 2566 พล.ร.อ.ปกครอง มนธาตุผลิน โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยผลสรุปเตรียมการกู้เรือหลวงสุโขทัย ซึ่งถูกคลื่นยักษ์ซัดจมกลางทะเลอ่าวไทย ในระดับความลึกประมาณ 50 เมตร เขตพื้นที่ อำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ห่างจากฝั่งประมาณ 19 ไมล์ทะเล เมื่อคืนวันที่ 18 ธ.ค.2565 

โฆษกกองทัพเรือ เผยงบประมาณกู้เรือหลวงสุโขทัยโฆษกกองทัพเรือ เผยงบประมาณกู้เรือหลวงสุโขทัย

ก่อนหน้านี้ กองทัพเรือ มีการตั้งคณะกรรมการพิจารณาแนวทางกู้เรือหลวงสุโขทัย เพื่อหาข้อสรุปในการเลือกบริษัทเข้าดำเนินการกู้เรือ โดยมีเงื่อนไขคือต้องรักษาสภาพเรือให้ใช้งานต่อได้ โดยไม่มีการแยกส่วน หรือตัดชิ้นส่วนแยกเรือ  ซึ่งทางกองทัพเรือได้ดำเนินการตามระเบียบการจัดซื้อจัดจ้าง เพื่อนำเสนอกระทรวงกลาโหม พิจารณาวงเงินต่อไป 

เรือหลวงสุโขทัยเรือหลวงสุโขทัย

ในเบื้องต้นกองทัพเรือได้ราคากลางมาแล้ว กำลังเสนอกระทรวงกลาโหม เพื่อขออนุมัติยอดกู้เงินประมาณ 200 ล้านบาท และหากได้รับเงินจำนวนดังกล่าว ก็จะเปิดการว่าจ้างให้บริษัทเข้ามาดำเนินการกู้เรือ

ภาพใต้น้ำเรือหลวงสุโขทัย ภาพใต้น้ำเรือหลวงสุโขทัย

โดยขณะนี้ยังเลือกไม่ได้ เพราะต้องได้งบประมาณมาก่อน ถึงจะประกวดราคากัน โดยงบกู้เรือ 200 ล้านบาทนี้ คิดจากกรณีที่บริษัทได้เสนอราคามาหลากหลาย แต่โจทย์ที่กองทัพเรือให้ไปคือ ต้องการตัวเรือที่อยู่ในสภาพค่อนข้างสมบูรณ์ ไม่หัก ไม่แตก
 

ภาพเรือหลวงสุโขทัยขณะจมลงก้นอ่าวไทย ภาพเรือหลวงสุโขทัยขณะจมลงก้นอ่าวไทย

เนื่องจากต้องนำตัวเรือมาเป็นวัตถุพยาน เพื่อพิจารณาในคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีเรือหลวงสุโขทัยอับปาง จะได้มาดูว่ามีรอยฉีกขาดบริเวณใดบ้าง จึงเป็นค่าใช้จ่ายที่บริษัทต่าง ๆ เสนอมา ซึ่งเป็นราคากลางที่เหมาะสมที่สุดแล้ว

‘พลังประชารัฐ’ ยันไม่มีดีลกับ ‘เพื่อไทย’ พล.อ.ประวิตร เป็นนายกฯคนที่ 30

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/543973

01 มี.ค. 2566

'พลังประชารัฐ' ยันไม่มีดีลกับ 'เพื่อไทย' พล.อ.ประวิตร เป็นนายกฯคนที่ 30

ข่าวดีลกับพรรคเพื่อไทย มาจากคนนอก พล.อ.ประวิตร พร้อมเป็ฯนายกฯคนที่30 พลังประชารัฐทำงานกับได้กับทุกพรรคการเมือง

พรรคพลังประชารัฐมั่นใจ จะรักษาเก้าอี้สส. จากการเลือกตั้งคราวที่แล้วไว้ได้ เพราะคน กทม.ไม่ได้ตัดสินใจเลือกผู้สมัครฯ ที่นโยบาย แต่เลือกตัวบุคคล หรือ พรรคการเมือง

นาง นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ เหรัญญิกพรรคพลังประชารัฐ ยืนยันว่าพลังประชารัฐไม่มีการเปิดดีลกับพรรคเพื่อไทย หรือพรรคการเมืองอื่น กระแสข่าวที่ออกมาเป็นการคาดการณ์ของคนนอก ไม่มีพรรคการเมืองใดมาพูดคุยกันล่วงหน้า เพราะต้องรอดูผลการเลือกตั้ง ถ้าหากมีการจับมือกัน คงต้องมีการหลบเลี่ยง ให้กัน ในการส่งผู้สมัครลงรับเลือกตั้งในแต่ละพื้นที่

แต่พรรคพลังประชารัฐส่งผู้สมัครลงสู้ทุกเขต อย่างเช่น พื้นที่ในภาคอีสานพรรคเราก็สู้กับพรรคเพื่อไทย จึงไม่มีดีลอย่างที่ว่าแน่นอน พรรคพลังประชารัฐมีจุดยืนที่จะทำงานร่วมกับทุกพรรคได้ 

หากพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ  ได้เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 30  เชื่อมั่นว่า จะสามารถความสงบจะเกิดขึ้นอย่างแท้จริง ประชาชนจะได้เห็นภาพการเมืองไทยที่สงบนิ่ง และก้าวข้ามความขัดแย้งได้จริง ซึ่งจะทำให้เกิดเสถียรภาพทั้งทางเศรษฐกิจและการเมือง ส่งผลให้ประเทศจะเดินไปข้างหน้าได้ เพราะทุกคนในพรรคเห็นตรงกันว่า

พลเอกประวิตร มีจุดเด่นคือ ความตั้งใจที่จะทำงานจริงให้กับประชาชน การทำงานของท่าน คือ การเอาประชาชนเป็นที่ตั้ง ถ้าประชาชนได้ประโยชน์ต้องทำให้ ไม่ใช่ให้ทำในสิ่งที่พรรคได้เปรียบ จึงเป็นจุดเด่นที่สำคัญ ที่จะเป็นผู้นำพาประเทศ เพื่อขจัดความขัดแย้ง

‘ราเมศ’ ไล่ ‘สมชัย’ กลับไปเรียนรธน. พาดพิง ‘ชวน’ เร่งส่งกฎหมายอุ้มหายให้ศาล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/543963

01 มี.ค. 2566

'ราเมศ' ไล่ 'สมชัย' กลับไปเรียนรธน. พาดพิง 'ชวน' เร่งส่งกฎหมายอุ้มหายให้ศาล

‘ราเมศ’ ป้อง ‘ชวน หลีกภัย’ ถูกพาดพิงเร่งส่งพ.ร.ก.กฎหมายอุ้มหายให้ศาลรธน. ภายใน 3 วัน ทำตามม.173 ถูกต้องแล้ว ซัด ‘สมชัย’ กลับไปเรียนหลักรธน.ใหม่ ไล่ ‘สมชัย’ เรียนรธน.ใหม่ พาดพิง ‘ปธ.สภา’ เร่งส่งกฎหมายอุ้มหายให้ศาล

นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะเลขานุการประธานรัฐสภา โต้กลับนายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวหาพาดพิง นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร กรณีส่งพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) แก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565 หรือ พ.ร.บ.อุ้มหาย ให้กับศาลรัฐธรรมนูญ ว่า 

ไม่มีอะไรซับซ้อน รัฐธรรมนูญ มาตรา 173  ระบุชัดว่า ก่อนที่สภาผู้แทนราษฎรจะได้อนุมัติพ.ร.ก.ใด สส.จำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในห้าของจำนวน สส.เท่าที่มีอยู่ มีสิทธิเข้าชื่อเสนอความเห็นต่อประธานสภาว่า พ.ร.ก.นั้นไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ และได้กำหนดให้ประธานต้องส่งความเห็นไปยังศาลรัฐธรรมนูญภายใน 3 วันนับแต่วันที่ได้รับความเห็นเพื่อวินิจฉัย และให้รอการพิจารณา จนกว่าจะได้รับแจ้งคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ และเมื่อได้ตรวจสอบลายมือชื่อเบื้องต้นครบถ้วนถูกต้องตามที่กำหนดไว้ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ก็จะต้องให้หยุดการพิจารณาไว้ก่อน 

นายราเมศ กล่าวว่า สิ่งนี้คือ หลักการ ที่นายสมชัยต้องหัดทำการบ้านศึกษากฎหมายให้แตกฉาน จะได้ไม่แสดงความเห็นปล่อยไก่แบบนี้ นายชวน เป็นคนตรงไปตรงมา ยึดหลักการตามที่รัฐธรรมนูญและข้อบังคับกำหนด ไม่เคยดำเนินการเรื่องใดที่ผิดกฎหมาย

ส่วนการส่งคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยภายใน 3 วันนับแต่วันที่ได้รับความเห็น ไม่ใช่ระยะเวลาที่ให้ประธานสภาทำการตรวจสอบความถูกต้องของลายมือชื่อภายใน 3 วัน ที่สำคัญสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรมีหน้าที่หลักในการตรวจสอบลายมือชื่อโดยใช้ระยะเวลาที่ไม่นานเมื่อประธานได้รับไว้แล้วก็ต้องหยุดพิจารณาในสภา

หลักการเรื่องนี้ยังไม่มีส่วนใดที่เกี่ยวข้องกับศาลรัฐธรรมนูญว่ารับเรื่องความเห็นแล้วหรือไม่ เพราะรัฐธรรมนูญบังคับให้หยุดการพิจารณาไว้ก่อนเมื่อมี ส.ส.ยื่นความเห็น เพื่อส่งศาลรัฐธรรมนูญภายใน 3 วัน

ซึ่งหากประธานรับแล้ว ยังดำเนินการให้มีการประชุมต่อไป ก็จะผิดไปจากหลักการที่กล่าวมา 

“การที่นายสมชัยบอกว่า การดำเนินการของนายชวนเป็นการเสื่อมเกียรติอย่างยิ่งนั้น ควรย้อนกลับดูตัวเองว่าที่เป็นถึงอดีต กกต. แต่แสดงความเห็นได้แย่ที่สุด ไม่มีแก่นมีแต่รากเน่า ยิ่งกว่าเสื่อมเกียรติ แต่คงไม่ต้องไว้อาลัยให้นายสมชัย เพราะ ยังไม่ได้เสียชีวิต เพียงแต่สูญเสียในเรื่องหลักคิดที่ถูกต้อง และรากที่เน่าก็เชื่อว่าหากเจอยาดีๆก็อาจจะหายได้” นายราเมศกล่าว 

นายราเมศ รัตนะเชวง (ซ้าย) นายชวน หลีกภัย (ขวา)นายราเมศ รัตนะเชวง (ซ้าย) นายชวน หลีกภัย (ขวา)

‘เลือกตั้ง66’ ‘อุดรธานี’ สงครามตัวแทน เพื่อไทย-ภูมิใจไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/543957

01 มี.ค. 2566

'เลือกตั้ง66' 'อุดรธานี' สงครามตัวแทน เพื่อไทย-ภูมิใจไทย

‘เลือกตั้ง66’ เมืองหลวง ‘คนเสื้อแดง’ ระบุ สงครามตัวแทน ตอกเสาเข็ม – แลนด์สไลด์ ต้องใช้ปัจจัยอะไร ส่งให้ถึงฝั่งฝัน

เมืองหลวงของคนเสื้อแดง อย่างจังหวัดอุดรธานี ถือเป็นฐานกำลังสำคัญของพรรคเพื่อไทย แต่ปัจจุบัน คนเสื้อแดง เกิดอาการปันใจ จึงต้องมาลุ้นว่า จะสามารถกลับมายืนหนึ่งในศึกเลือกตั้ง 66 ได้หรือไม่ คิวเยือน อุดรฯ-หนองบัวลำภู ในวันที่ 2 มี.ค. ของพล.อ.ประยุทธ์  จะเป็นปัจจัยทำเพื่อไทยฝันค้าง หรือไม่ ต้องมารอดู

ย้อนกลับไปยังการเลือกตั้งปี 62 พรรคเพื่อไทยสามารถกวาดเก้าอี้ สส. อุดรธานี ไปแบบยกจังหวัด หรือครบทั้ง 8 เขต ทว่า การเลือกตั้ง 66 จะมีเก้าอี้เพิ่มมาอีก 1 เขต รวมเป็น 9 เขต จึงทำให้พรรคใหม่ พรรคเก่า พรรคกลางเก่ากลางใหม่ ต่างเตรียมส่งผู้เล่น ลงสนามชนิดแบบจัดใหญ่จัดเต็ม

แต่ที่น่าจับตาเห็นจะเป็น เขต 6 ของ จักรพรรดิ ไชยสาส์น ลูกชาย ประจวบ ไชยสาส์น ซึ่งเป็น 1 ใน 7 สส. งูเห่า หลังโหวตสวนมติพรรคเพื่อไทย ที่รับหลักการร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 และได้ลาออกจากเพื่อไทยไปสวมเสื้อค่ายภูมิใจไทยเรียบร้อยแล้ว

แม้เพื่อไทยต้องเสียเบี้ยให้กับพรรคพลังใบ แต่แว่วว่ากระแส อุ๊งอิ๊งค์ แพทองธาร พื้นที่ตอบรับโอเค เลยจะส่ง อีโต้อีสาน ธีระชัย แสนแก้ว อดีต รมช.เกษตรและสหกรณ์ สมัยรัฐบาลสมัคร สุนทรเวช และยังเคยเป็นอดีตขุนพลข้างกายครูใหญ่เนวิน ที่หวนกลับมาซบเพื่อไทยอีกครั้ง เข้ารับหน้าที่แลนด์สไลด์เขตเลือกตั้งนี้

โดยต้องยอมรับว่า พื้นที่ เขต 6 ตระกูล ไชยสาส์น จับจองมาตั้งแต่ อีดี้จวบยังมีชีวิตอยู่ แต่ด้วยกระแสเพื่อไทย ที่กำกำลังมา เลยเป็นอีกหนึ่งงานยาก สำหรับภาระกิจตอกเสาเข็มของ สส.จักรพรรดิ และภูมิใจไทย

แต่ใช่ว่าเพื่อไทยจะได้เปรียบเสียทีเดียว เพราะต้องไม่ลืมการเลือกตั้งปี 62 อีโต้อีสาน เคยลงเขต 5 อุดรธานี ในนามพรรคภูมิใจไทย และต้องพ่ายให้กับ จุฑาพัตธน์ เมนะสวัสดิ์ เมีย เกียรติอุดม เมนะสวัสดิ์ อดีต สส. 2 สมัย เพรรคพื่อไทย ไปกว่า 3 หมื่นคะแนน

สำหรับความพ่ายแพ้ของอีโต้อีสาน ในการเลือกตั้งรอบที่แล้ว ส่วนหนึ่งมาจากถูกกระแสต้านของคนเสื้อแดงในพื้นที่ เพราะแปรพักตร์ไปร่วมงานกับภูมิใจไทย เมื่อรอบนี้กลับมายังเพื่อไทย แต่ต้องเจออุปสรรคคนเสื้อแดงปันใจอีก จะต่อกรกับเจ้าของพื้นที่เดิมไหวหรือไม่  

งานนี้คงไม่หมูสำหรับเพื่อไทยและภูมิใจไทย เพราะต่างฝ่าย มีได้ มีเสีย ทำให้ต้องลุ้น กระแสหรือกระสุน อะไรจะช่วยเบิกทาง ให้ผ่านสมรภูมิ ช้างชนช้างในศึกเลือกตั้ง 66 ได้

‘เสธหิ’ รู้จัก ‘ชูวิทย์’ จริง ปัดหนุนหลังโจมตี ‘พรรคภูมิใจไทย’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/543953

01 มี.ค. 2566

'เสธหิ' รู้จัก 'ชูวิทย์' จริง ปัดหนุนหลังโจมตี 'พรรคภูมิใจไทย'

‘เสธหิ’ ยอมรับรู้จัก ‘ชูวิทย์’ จริง แต่ไม่อยู่เบื้องหลังโจมตีพรรคภูมิใจไทย ลั่น “คิดเรื่องเลวเลวไม่เป็น” ยกหูหา ‘เสี่ยหนู’ แต่ไม่รับสาย ยัน ‘พีระพันธุ์’ ไม่ได้รับงาน

นายหิมาลัย ผิวพรรณ หรือ เสธหิ ผู้ประสานงานพรรครวมไทยสร้างชาติ(รทสช.) ปฏิเสธอยู่เบื้องหลังการเคลื่อนไหวของนายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ซึ่ง 2 ครั้งแล้วที่เห็นภาพ เสธหิ ออกมารับนายชูวิทย์
ครั้งแรก คือ เปิดตัวพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในนาม รทสช. ที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์  
ครั้งสอง คือ บุกยื่นหนังสือถึงในทำเนียบรัฐบาล

ด้านเสธหิ ขอความเป็นธรรม เพราะไปรับนายชูวิทย์แค่ 2 ครั้ง แต่ยอมรับว่า ส่วนตัวรู้จักกันมาก่อน สมัยที่ติดคุกด้วยกัน นายชูวิทย์เดินรอบคุก มองดูอะไรที่ไม่ถูกต้องแจ้งผู้คุมหมด สิทธิพิเศษก็ไม่เอา ซึ่งผู้คุมก็กลัวนายชูวิทย์ร้องเรียนมาก แล้วจะมาบอกว่าตนไปรับเรื่องนายชูวิทย์ทุกครั้งที่ไหน 
 

หากตนรู้เห็นเป็นใจ ในวันที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ จะให้คนมายืนด่าเจ้านาย 3-4 ชั่วโมงหรือ ถ้าตนสั่งได้นายชูวิทย์ก็ต้องหยุดพูด แต่มันเป็นไปไม่ได้ ต้องให้ความเป็นธรรมด้วย โดยเหตุการณ์วันนั้น เมื่อทราบว่ามาขอพบ จึงไปแจ้งนายกรัฐมนตรี ซึ่งท่านก็ไม่พอใจ โกรธนิดๆ แต่สุดท้ายก็ให้พบ เพื่อจะได้พูดคุยทำความเข้าใจ เพราะถือว่านายชูวิทย์ก็เป็นสื่อคนหนึ่งที่มีคนติดตามจำนวนมาก 

เสธหิ เล่าถึงเหตุการณ์ที่นายชูวิทย์เข้าพบนายกรัฐมนตรีว่า ตามสไตล์พูดหมดใส่หมด ต่อว่านายกรัฐมนตรีตรงๆ แม้แต่เรื่องญาติหรือคนใกล้ตัว ซึ่งนายกรัฐมนตรีใจเย็นและชี้แจงว่า ให้ไปย้ายคนทุกคนตามที่นายชูวิทย์เรียกร้อง แต่ก็มีขั้นตอนตามราชการ ต้องมีการสอบสวน ใครผิดก็ค่อยลงโทษตามกระบวนการ หากมีหลักฐานก็ส่งมา ส่วนเรื่องญาติ ให้ส่งเรื่องไปหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และไม่ปกป้องใคร จากนั้นนายชูวิทย์ถามนายกรัฐมนตรีว่า จากนี้มีอะไรให้มาหาได้หรือไม่ ท่านตอบว่าให้มาหาได้เลย 

ส่วนเหตุการณ์ที่ทำเนียบรัฐบาล ร้องเรียนประเด็นรถไฟฟ้าสายสีส้มที่เกี่ยวกับพรรคภูมิใจไทย เมื่อทราบข่าวว่าจะมา นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค เลขาธิการนายกรัฐมนตรี มอบหมายตนไปดูว่ามายื่นเรื่องอะไร ตนจึงดูเฟซบุ๊กของนายชูวิทย์ว่า โพสต์เกี่ยวกับเรื่องอะไร ขณะนั้นมีเรื่องทุนจีนสีเทา เรื่องบุหรี่ไฟฟ้า ที่ดิน สปก.-อุทยานแห่งชาติ และกระบวนการยุติธรรมที่มีปัญหา ซึ่งได้แจ้งให้ผู้ใหญ่ทราบเพื่อเตรียมคำตอบ ไม่มีเรื่องเกี่ยวกับรถไฟฟ้าสายสีส้ม ไม่มีการเตี๊ยมอะไรทั้งนั้น 

เสธหิ ยืนยัน นายพีระพันธุ์ ไม่ได้รับงานนายชูวิทย์มา เพราะถ้านายพีระพันธุ์ว่างจะมารับเรื่องร้องเรียนด้วยตัวเองอยู่แล้ว และความเคลื่อนไหวของนายชูวิทย์ ไม่ได้เปิดทางให้ รทสช. แต่ตั้งใจมาถล่มเรา เมื่อพูดถึงประเด็นรถไฟฟ้าสายสีส้ม นายพีระพันธุ์ก็ตอบไปว่า ไม่มีข้อมูล ขอเวลาศึกษาก่อน และนายชูวิทย์ก็ไม่ได้ให้เอกสารอะไรไว้

ส่วนตนเพิ่งมาทำงาน ไม่ได้มาหาศัตรู โดยเฉพาะคนที่เป็นผู้ใหญ่กว่า และพี่เนวิน ชิดชอบ ตนก็ให้ความรักและความเคารพมาโดยตลอด ไม่เหิมเกริมคิดชั่วแบบนี้ ทำไม่เป็น ส่วนนายพีระพันธุ์ที่ทำงานร่วมกันมา ถ้าไม่พอใจท่านก็แสดงออกเลย ไม่มีมาแทงลับหลัง นายชูวิทย์ก็เช่นกันถ้าโมโหก็แสดงออกทันที ไม่คิดซ่อนเงื่อนเบื้องหลัง

นายกรัฐมนตรี เป็นผู้บังคับบัญชาที่ดีมากๆ ตั้งใจทำงาน ลูกน้องหลายคนที่ทำผิดพลาดไม่เคยตำหนิให้เสียน้ำใจ แต่แบกรับไว้เอง นี่คือผู้บังคับบัญชาที่สุดยอด และผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างตน ก็เอาใจให้ 100% เอาตัวเข้าแลก”

ส่วนใครที่ไปพูดกับพรรคภูมิใจไทยใส่ความตนเองว่าอยู่เบื้องหลังเป็นจินตนาการที่ไร้สาระ และความคิดชั่วๆ แบบนี้ตนทำไม่เป็น สองพรรคเราไม่ใช่คู่แข่ง ภูมิใจไทยเป็นพรรคใหญ่ที่ค้ำจุนความมั่นคงของรัฐบาล ตนมีสติปัญญาพอ ทำไปแล้วจะได้ประโยชน์อะไร ขอฝากให้คิด ซึ่งตั้งแต่เกิดกระแสยังไม่ได้ชี้แจงกับนายอนุทิน ชาญวีรกุล ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย  ตนพยายามโทรหา แต่อีกฝ่ายไม่รับสาย 

ตอนท้ายผู้สื่อข่าวถามว่า อยากพูดอะไรกับนายอนุทิน เสธหิ ตอบว่า  “ก็ต้องบอกท่านรองนายกรัฐมนตรีว่า ไอ้ผมคิดเรื่องเลวเลวไม่เป็นหรอกนะครับ” 

ตั้ง ‘เศรษฐา ทวีสิน’ เป็นประธานที่ปรึกษาหัวหน้า ‘ครอบครัวเพื่อไทย’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/543948

01 มี.ค. 2566

ตั้ง 'เศรษฐา ทวีสิน' เป็นประธานที่ปรึกษาหัวหน้า 'ครอบครัวเพื่อไทย'

แคนดิเดตนายกฯพรรคเพื่อไทย ‘เศรษฐา ทวีสิน’ ได้รับการแต่งตั้งเป็นประธานที่ปรึกษา ‘แพทองธาร ชินวัตร’ หัวหน้า ‘ครอบครัวเพื่อไทย

หัวหน้าพรรคเพื่อไทย แถลงเปิดตัว  เศรษฐา ทวีสิน หลังมีคำสั่งแต่งตั้งเป็นประธานที่ปรึกษาหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย มีผลตั้งแต่วันที่ 27 กุมภาพันธ์ เป็นต้นมา โดยในคำสั่งที่ 001/2566  ของพรรคเพื่อไทยเรื่อง แต่งตั้งประธานที่ปรึกษาหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย  มีเนื้อหาว่า        

ตามที่คณะกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทยในการประชุมครั้งที่ 3/2565 เมื่อวันที่   23 มีนาคม 2565 ได้รับทราบการเปิดตัวโครงการ ครอบครัวเพื่อไทย : บ้านหลังใหญ่หัวใจเดิม และต่อมาได้มอบหมายให้ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร เป็นหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย เพื่อดำเนินกิจกรรมดังกล่าว และต่อมาได้มีคำสั่งพรรคเพื่อไทย ที่ 0004/2565 เรื่อง แต่งตั้งคณะทำงานรับผิดชอบโครงการ “ครอบครัวเพื่อไทย : บ้านหลังใหญ่หัวใจเดิม ลงวันที่ 1 เมษายน 2565 ซึ่งการดำเนินโครงการเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพ แต่เนื่องจากกิจกรรมดังกล่าวจะต้องทำในทุกพื้นที่ทั่วประเทศจึงต้องอาศัยบุคลากรของพรรคที่มีความรู้ความสามารถเข้ามาช่วยขับเคลื่อนกิจกรรมนี้เพื่อให้โครงการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

คำสั่งแต่งตั้ง เศรษฐา ทวีสิน เป็นที่ปรึกษาหัวหน้าครอบครัว เพื่อไทย คำสั่งแต่งตั้ง เศรษฐา ทวีสิน เป็นที่ปรึกษาหัวหน้าครอบครัว เพื่อไทย

อาศัยอำนาจตามข้อบังคับพรรคเพื่อไทย พ.ศ.2561 ข้อ 63 (7) จึงให้แต่งตั้งนายเศรษฐา ทวีสิน เป็นประธานที่ปรึกษาหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย โดยให้มีอำนาจหน้าที่  ให้คำปรึกษาแก่หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย คณะทำงานของพรรคที่รับผิดชอบโครงการดังกล่าว     และดำเนินการอื่นใดตามที่หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทยมอบหมาย   ตั้งแต่ วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2566  เป็นต้นไป

เศรษฐา ทวีสิน ที่ปรึกษาหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทยเศรษฐา ทวีสิน ที่ปรึกษาหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย

เศรษฐา ทวีสิน หรือ นิด เกิดเมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2506 ปัจจุบันอายุ 60 ปี จบการศึกษาระดับปริญญาโท ด้านการเงินจาก Claremont Graduate School สหรัฐอเมริกา เขาเริ่มการทำงานในปี 2529 เป็นผู้ช่วยผู้จัดการผลิตภัณฑ์ บริษัท P&G ประเทศไทย (จำกัด) ก่อนหันมาทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ โดยดำรงตำแหน่งประธานอำนวยการและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) ซึ่งผลประกอบการในปี 2564 มีรายได้ถึง 29,747.52 ล้านบาท และกำไร 2,017.28 ล้านบาทและได้รับการคาดหมายก่อนหน้านี้ว่า จะมีรายชื่อเป็น 1 ใน 3 แคนดิเดตนายกฯของพรรคเพื่อไทย

เปิด Timeline ‘เลือกตั้ง66’ หาก ‘ยุบสภา’ 15 มี.ค.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/543945

01 มี.ค. 2566

เปิด Timeline 'เลือกตั้ง66'  หาก 'ยุบสภา' 15 มี.ค.

เงื่อนไขเลือกตั้งหลัง ‘ยุบสภา’ 45-60 วัน ส่งผลทำให้วัน ‘เลือกตั้ง66’ ยังอยู่บน Timeline ที่กกต.กำหนดไว้ 7 พ.ค. 2566

การเลือกตั้ง66 ตามกำหนดการที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) วาดแผนไว้ในวันที่ 7 พฤษภาคม 2566 หากสภา อยู่ครบวาระในวันที่ 23 มีนาคมนี้ แม้มีกรณี ศาลรัฐธรรมนูญ นัดวินิจฉัยการคำนวณ สส. และแบ่งเขตเลือกตั้ง ของ กกต. แต่ก็มีเวลาพอที่จะจัดการได้  และการเลือกตั้ง ยังอยู่ในห้วงเวลา ตามกฎหมาย หากมีการยุบสภาวันที่  15 มีนาคม

กาง Timeline การจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรณียุบสภาวันที่ 15 มีนาคม 2566

  • เริ่มจากวันที่มีพระราชกฤษฎีกายุบสภา ซึ่งตั้งสมมติฐานไว้15 มีนาคม 2566
  • คณะกรรมการการเลือกตั้งต้องประกาศกำหนดวันเลือกตั้งและกำหนดวันรับสมัคร ภายใน 5 วัน นับแต่วันที่มีการยุบสภา หรือไม่เกิน 20 มีนาคม 2566
  • หลังจากนั้น จะมีการเปิดรับสมัครเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เป็นเวลา 5 วัน
  • ประกาศบัญชีรายชื่อผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ม.46) ภายใน 7 วัน นับแต่มีการปิดรับสมัคร
  • กกต.ต้องประกาศกำหนดหน่วยเลือกตั้ง/ที่เลือกตั้ง(ม.30) และประกาศบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง (ม.36 )  ก่อนวันเลือกตั้งไม่น้อยกว่า  25 วัน
  • ส่งหนังสือแจ้งเจ้าบ้าน(ม.36)/สรรหา,แต่งตั้งคณะกรรมการประจำหน่วนเลือกตั้ง(ม.19) ก่อนวันเลือกตั้งไม่น้อยกว่า 20 วัน
  • ส่วนการแจ้งเปลี่ยนแปลงหน่วยเลือกตั้ง/ที่เลือกตั้ง (ม.30) , แจ้งเพิ่มชื่อ – ถอนชื่อ ( ม.37, ม.38 )  ก่อนวันเลือกตั้งไม่น้อยกว่า 10 วัน
  • ผู้มีสิทธิเลือกตั้งต้องแจ้งเหตุที่ไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้ง (ม. 33 ) ภายใน 7 วัน ก่อนการเลือกตั้ง

  • ต้องกำหนดให้มีวันลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้าในเขตเลือกตั้ง/นอกเขตเลือกตั้ง 1 วัน
  • กำหนดวันเลือกตั้งทั่วไป กรณีมีการยุบสภา  ต้องไม่เร็วกว่า 45 วัน และไม่ช้าเกิน 60 วัน  ( 7 พฤษภาคม 2566 )



หมายเหตุ : Timeline ตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. พ.ศ. 2561

‘สมชัย’ชี้ ยื่นศาล รธน. ตีความ พ.ร.ก.อุ้มหาย ตัดเกม ยื้อเวลา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/543942

01 มี.ค. 2566

'สมชัย'ชี้ ยื่นศาล รธน. ตีความ พ.ร.ก.อุ้มหาย ตัดเกม ยื้อเวลา

อดีต กกต. ระบุ พรรคร่วมรัฐบาล ลงชื่อ ยื่นศาลรัฐธรรมนูญ ตีความ พ.ร.ก.อุ้มหาย ก่อนโหวต ตัดเกม คว่ำร่าง ด้าน ‘นิกร’ มองเป็นมารยาทการทำงานร่วมกันก่อนปิดสมัยประชุม

28 ก.พ.ที่ผ่านมา มีการนัดประชุมสภานัดพิเศษ เพื่อพิจารณาพระราชกำหนดป้องกันและปราบปรามการกระทำให้บุคคลสูญหาย หรือ พ.ร.ก.การอุ้มหาย เมื่อมีการพิจารณา มีส.ส.จำนวน 100 คนเข้าชื่อให้สภาส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณา ทำให้การพิจารณาในส่วนของสภาต้องยุติลง จนกว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัยออกมา แต่ขณะนี้หมดสมัยประชุมสภา การลงชื่อส่งศาล รธน. เป็นการเล่นเกมหยุดการล้ม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีหรือไม่ เพราะถ้าการพิจารณาครั้งนี้ แล้วร่างพ.ร.ก.ฉบับนี้ถูกตีตก รัฐบาลก็จะต้องออกมาแสดงความรับผิดชอบ 

'สมชัย'ชี้ ยื่นศาล รธน. ตีความ พ.ร.ก.อุ้มหาย ตัดเกม ยื้อเวลา

รายการคมชัดลึก เนชั่นทีวี พูดคุยประเด็นนี้ หัวข้อ เบรกเกมคว่ำ “ประยุทธ์”ยื่นตีความ พ.ร.ก.อุ้มหาย เพื่อให้กระจ่างในเรื่องราวที่เกิดขึ้น 

รศ.สมชัย ศรีสุทธิยากร  ประธานยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนนโยบาย พรรคเสรีรวมไทย มองว่า ร่างพ.ร.ก.นี้ถือว่า เป็นผลงานสำคัญองรัฐสภาชุดนี้ เพราะเป็นสิ่งที่ภาคประชาชนเรียกร้องมานาน เพื่อเป็นหลักประกันไม่ให้มีการซ้อม ทรมาน อุ้มหาย กฏหมายฉบับนี้เป็นการเสนอของคณะรัฐมนตรี และการเห็นชอบเป็นเอกฉันท์ 300 กว่าเสียงต่อ 0 แล้วก็ผ่านส.ว. จากนั้นไปประกาศในราชกิจจานุเบกษา พอประกาศแล้วมันเป็นเรื่องที่หน่วยงานราชการต่างๆต้องเตรียมตัว 
'สมชัย'ชี้ ยื่นศาล รธน. ตีความ พ.ร.ก.อุ้มหาย ตัดเกม ยื้อเวลา

จึงมีการกำหนดผ่อนระยะเวลาการประกทศใช้ 120 วัน ซึ่งครบไปแล้ว เมื่อ 22 ก.พ. ที่ผ่านมา ในช่วงเวลา 120 วัน เป็นช่วงเวลาที่หน่วยราชการต้องเตรียมความพร้อมและการทำความเข้าใจ แต่คาดการณ์ว่าคงจะเตรียมความพร้อมไม่ทัน ตำรวจจึงเสนอไปยัง กระทรวงยุติธรรม และทางกระทรวงยุติธรรมจึงเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 14ก.พ. ที่ผ่านมา ให้เลื่อนการบังคับใช้ 4 มาตราสำคัญ การเตรียมอุปกรณ์ต่างๆ การแจ้งตำรวจ อัยการทราบอย่างไร การบันทึกรูปพรรณสัณฐาน  และให้มีผลบังคับใช้อีกครั้ง 1 ต.ค. 2566 


เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นรัฐบาลทำเป็นตีเนียน ไม่ยอมส่งเรื่องเข้ามาให้สภาพิจารณา ถ้าไม่บังคับขู่เข็ญ ก็ไม่ดำเนินการ 

'สมชัย'ชี้ ยื่นศาล รธน. ตีความ พ.ร.ก.อุ้มหาย ตัดเกม ยื้อเวลา
ในเรื่องการยื่นศาล รธน. วินิจฉัย สามารถมองเป็นการยื้อเวลาหรือไม่ มองว่า ฝ่ายรัฐบาลมีเสียงข้างมากกว่า ดังนั้น ยังมีกลไกให้ฝ่ายค้านสามารถยื่นเรื่องให้ศาลรธน.วินิจฉัยตีความก่อนโหวต แต่ฝ่ายรัฐบาลมีการส่งเรื่องยื่นศาล รธน. ก่อน ทำให้มองว่าเป็นการตัดเกม การตรวจสอบรายชื่อก็เร่งดำเนินการ เพราะตามปกติการเข้าชื่อถึงศาล รธน. ต้องใช้เวลา 2-3 วัน และเรื่องยังไม่ผ่านขั้นตอนธุรการสภา และส่งไปยังธุรการศาล รธน. กลับมรการปิดประชุมสภาก่อน ทำให้มองว่าเป็นเรื่องที่น่าเกลียด 
 

นายนิกร จำนง ส.ส.บัญชีรายชื่อ ผู้อำนวยการพรรคชาติไทยพัฒนา บอกว่า กฎหมายฉบับนี้ เป็นของคณะรัฐมนตรี ในกรรมาธิการในการร่างกฎหมาย จะมีกรรมาธิการ 25 เสียง 5 คนจากฝั่งรัฐบาล รวมทั้งยังมีกรรมาธิการที่มาจากตำรวจ ซึ่งเห็นขั้นตอนต่างๆแล้ว ว่าจะต้องเตรียมอะไรบ้าง และคุยกันว่า 120 วันมันสามารถเตรียมการทัน ในส่วนรายละเอียดของ พ.ร.ก. นั้น

'สมชัย'ชี้ ยื่นศาล รธน. ตีความ พ.ร.ก.อุ้มหาย ตัดเกม ยื้อเวลา

ส่วนตัวมองว่าขัดมาตรา 172 ที่ว่า เกี่ยวข้องกับความมั่นคงของประเทศ ความปลอดภัยสาธารณะ หรือปื้องกันภัยพิบัติสาธารณะ หรือการให้ออกใช้เมื่อ ครม.เห็นถึงสถานการณ์ฉุกเฉิน หรือมีความจำเป็นที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ ความจริงหลีกเลี่ยงได้ เรื่องกล้องต่างๆ ที่ตำรวจยกมากล่าวอ้าง ส่วนตัวมองว่าเป็นเรื่องปลีกย่อย ทั้งฝ่ายพรรคร่วมรัฐบาล และฝ่ายค้านก็ไม่เห็นด้วย และมีคามเห็นหลายส่วนบอกไว้ว่า ถ้าไม่ผ่านสภา ต้องมีการยุบสภา หรือลาออก 


ส่วนการส่งเรื่องให้ศาลรธน.วินิจฉัย เป็นทางออกที่ดี เพราะเป็นรักษามารยาทในการทำงานร่วมกันของพรรคร่วมรัฐบาล หากปล่อยเข้าสภามาแล้วโหวตคว่ำจะกลายเป็นภาพความขัดแย้ง และมันจะได้ชัดในเรื่องของความเห็นจากตำรวจ  ถ้าศาล รธน. วินิจฉัยว่าพ.ร.ก.นี้ ขัดกฎหมาย มันก็จะย้อนกลับไปวันแรกที่พ.ร.ก.ออกมา เช่นเรื่องการติดกล้อง ก็จะทำให้ตำรวจต้องทำให้ได้ เมื่อวินิจฉัยออกมาว่าขัดกฎหมาย ก็ต้องส่งมาให้สภายืนยันใหม่ ถ้ไม่มีสภา ก็ต้องรอสภาที่จะมาใหม่ 

แพทย์ตรวจสุขภาพ“ตะวัน-แบม” พบเสี่ยงอันตราย ตร.ยันยังไม่สลายกิจกรรม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/543931

28 ก.พ. 2566

แพทย์ตรวจสุขภาพ“ตะวัน-แบม” พบเสี่ยงอันตราย ตร.ยันยังไม่สลายกิจกรรม

ทีมแพทย์รพ.ตำรวจ เข้าตรวจสุขภาพ “ตะวัน-แบม” พบเลือดเป็นกรดสูง หากฝืนทำกิจกรรมเสี่ยงเป็นอันตราย เตรียมนำเข้ากระบวนการรักษา พร้อมประสานกทม.ดูแลเรื่องอนามัย ตำรวจยืนยันยังไม่มีการใช้กำลัง

28ก.พ.2566 ความเคลื่อนไหวในการปักหลักอดอาหาร ที่บริเวณด้านหน้าศาลฎีกา ฝั่งประตูที่ 3 ถนนราชดำเนินใน ของ นางสาวทานตะวัน ตัวตุลานนท์ หรือ ตะวัน และ นางสาวอรวรรณ ภู่พงษ์ หรือ แบม  สองนักกิจกรรมทางการเมือง ที่ทำกิจกรรม ‘นอนปักหลักอดอาหารหน้าศาลฎีกา’

แพทย์ตรวจสุขภาพ“ตะวัน-แบม” พบเสี่ยงอันตราย ตร.ยันยังไม่สลายกิจกรรม
ล่าสุด พล.ต.ต.อัฏธพร วงศ์ศิริปรีดา ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1 พร้อมด้วยทีมแพทย์จากโรงพยาบาลตำรวจ ส่วนของกลุ่มงานศูนย์ส่งกลับ และคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน เดินทางมาขอตรวจร่างกายของ ทั้ง 2 นักกิจกรรม  

แพทย์ตรวจสุขภาพ“ตะวัน-แบม” พบเสี่ยงอันตราย ตร.ยันยังไม่สลายกิจกรรม
โดยได้มีการประสานงานกับทาง นายกฤษฎางค์ นุตจรัส ทนายความ ซึ่งได้แจ้งกับ 2 นักกิจกรรม ถึงการขออนุญาตเข้าตรวจร่างกาย ต่อมา เวลา 15.30 น. แบมและตะวัน ได้ ให้แพทย์จำนวน 1 คนเข้าไปตรวจภายในเต๊นท์และไม่ยินยอมที่จะให้เจาะเลือด วัดความดันหรือทำหัตถการใดๆ เพราะว่าพอมีประสบการณ์จากหมอที่โรงพยาบาลธรรมศาสตร์ในการดูแลตัวเองเบื้องต้นแล้ว ส่วนสาเหตุที่ยอมเพราะว่าเห็นว่า แพทย์มีน้ำใจเข้ามาตรวจ แต่ไม่ต้องการเดินทางไปรักษาตัวที่โรงพยาบาล

หลังการเข้าตรวจร่างกายประมาณ 30 นาที ทางทนายความเป็นผุ้แจ้งถึงอาการของแบมกับตะวันในปัจจุบัน โดยแพทย์ได้ให้ความรู้การดูแลผู้ป่วย ว่าไม่ควรอดอาหารต่อเนื่องจากมีอาการอ่อนเพลีย ขาดน้ำ อาการแต่ละวันจะไม่คงตัวเนื่องจากเป็นลักษณะของอาการขาดสารอาหาร แต่ว่ายังมีการรับรู้ โต้ตอบได้

แพทย์ตรวจสุขภาพ“ตะวัน-แบม” พบเสี่ยงอันตราย ตร.ยันยังไม่สลายกิจกรรม
ที่ผ่านมา ตนเองและครอบครัวแนะนำตะวันและแบมว่า ให้พิจารณาวิธีการต่อสู้เห็นความสำคัญชีวิตตัวเอง จากที่พูดคุยทั้งสองมีท่าทีสบายใจขึ้นหลังจากมีกระแสข่าวว่าจะสลายจุดที่ทำกิจกรรม ทั้งนี้ทีมแพทย์จากการตรวจเยี่ยมไปประเมินเพื่อเตรียมเครื่องมือทางการแพทย์เพื่อเตรียมพร้อมรักษาในอนาคต

แพทย์ตรวจสุขภาพ“ตะวัน-แบม” พบเสี่ยงอันตราย ตร.ยันยังไม่สลายกิจกรรม

นาย กฤษฎางค์ กล่าวต่อว่า หากทั้งสองเข้าสู่สภาวะวิกฤตสามารถประสานโรงพยาบาลตำรวจได้ตลอด 24 ชั่วโมงเพื่อส่งไปที่โรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด แต่ถ้าอยู่ในจุดฉุกเฉินสามารถร้องขอเฮลิคอปเตอร์ให้มารับตัวได้
 

พ.ต.ต.นพ.ปีเฉลิม พิสนุแสน แพทย์เวชศาสตร์ฉุกเฉินหน่วยส่งกลับโรงพยาบาลตำรวจ กล่าวว่า จากข้อมูลเบื้องต้นที่ได้มา ทีมแพทย์ประเมินแล้วว่าทั้งสองอยู่ในขั้นวิกฤต และผลเลือดมีค่าความเป็นกรดสูง มองว่าถ้าปล่อยให้ทั้งสองอดอาหารต่อไปเสี่ยงต่อการมีภาวะไตวาย ตับวาย ทุพพลภาพ ดังนั้นทีมแพทย์จากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงเดินทางมาเพื่อดูว่าจะช่วยเหลือทางการแพทย์อย่างไรได้บ้าง เพื่อให้ทั้งสองคนมีสุขภาพที่ดีขึ้น และหากทั้งคู่ประสงค์เดินทางไปโรงพยาบาล สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ยินดีที่จะอำนวยความสะดวก

แพทย์ตรวจสุขภาพ“ตะวัน-แบม” พบเสี่ยงอันตราย ตร.ยันยังไม่สลายกิจกรรม
ด้าน พล.ต.ต.อัฏธพร กล่าวว่า ตำรวจประสานความร่วมมือกับกรุงเทพมหานคร โดยมีสำนักงานเขตพระนครเข้ามาดูแลเรื่องความสะอาด กวาดขยะในพื้นที่ชุมนุม ยืนยันไม่การใช้กำลังเข้ามากดดันผู้ทำกิจกรรมแต่อย่างใด ไปที่การเตรียมพร้อมดูแลมากกว่า

ส่วนที่มีผู้ไม่หวังดีเข้ามาสร้างสถานการณ์ ตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบจัดกำลังเข้ามาดูแลเพิ่มเติมแล้ว

สำหรับกรณีที่มีกระแสข่าวว่า เจ้าหน้าที่จะเข้าสลายการชุมนุมบริเวณดังกล่าว เนื่องจากมีการเขียนป้ายระบุข้อความหมิ่นศาล มีรายงานว่าเป็นการสื่อสารที่คลาดเคลื่อนกันระหว่างเจ้าหน้าที่และผู้ชุมนุม เนื่องจากเจ้าหน้าที่ต้องการให้จุดพักของตะวัน และ แบมรวมถึงผู้ชุมนุมขยับไปที่ด้านหลังของอาคารศาลฎีกา เพื่อให้มีร่มเงา หลบแดดได้