‘สันติ’ การันตีมีเงินจ่าย ‘บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ’ นโยบาย ‘ป้อม700’ ทำได้แน่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/543915

28 ก.พ. 2566

'สันติ' การันตีมีเงินจ่าย 'บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ' นโยบาย 'ป้อม700' ทำได้แน่

‘สันติ’ เผย คลังมีงบจ่าย ‘บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ’ รอบใหม่ ส่วนนโยบาย ‘ป้อม700’ ของพปชร. ทำได้ ทำทันที เตือนพรรคอื่น คิดจะทำ ต้องหาเงินเป็น

นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ยืนยัน กระทรวงการคลังมีวงเงินพอเพียงใช้ในโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หลังคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติรอบใหม่ โดยเพิ่มวงเงินในโครงการไม่มาก บุคคลที่มีรายได้ไม่ถึง 1 แสนบาทต่อปีเป็น 300 บาทจากเดิมที่ให้ 200-300 บาท

สำหรับบัตรประชารัฐ 700 บาท นโยบายพรรคพลังประชารัฐนั้น ได้คำนวนมาแล้วว่าเป็นไปได้ ซึ่งจะทำทันที หากได้จัดตั้งรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นนายกรัฐมนตรี ทุกนโยบายที่ประกาศออกไป มั่นใจว่า รัฐบาลของพล.ประวิตรความสามารถหาเงินมาสนับสนุนโครงการต่างๆให้เกิดขึ้นได้ และมีงบประมาณในส่วนนี้แน่นอน

ส่วนที่พรรครวมไทยสร้างชาติ ชูนโยบาย “บัตรสวัสดิการพลัส” เป็น 1,000 บาทต่อเดือน จะทำได้หรือไม่ นายสันติ ยังไม่ได้คำนวน จะต้องดูว่า 14.5 ล้านคน รวมถึงผู้ที่อุทธรณ์ขอรับสิทธิจะมีกว่า 16-17 ล้านคน 1 ปีต้องใช้เงินเท่าไร ส่วนพรรคอื่นๆที่ออกนโยบายลักษณะเดียวกัน มองว่า อยู่ที่ประชาชนว่าจะเชื่อถือจริงใจ ตั้งใจกับพรรคการเมืองไหน ใครอยากจะคิดอะไรก็คิด หากจะคิดมากก็ต้องหาเงินมาดูแลประชาชนให้เป็น รวมถึงพัฒนาประเทศ เพื่อสร้างขีดความสามารถในการเดินหน้าประเทศ และจะได้มีเงินใช้จ่าย ฉะนั้นก็อยู่ที่ความสามารถและเทคนิคของแต่ละพรรค 

กฎหมาย ‘อุ้มหาย’ สะดุด หลังสมาชิกเข้าชื่อส่ง ‘ศาลรัฐธรรมนูญ’ ตีความ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/543893

28 ก.พ. 2566

กฎหมาย 'อุ้มหาย' สะดุด หลังสมาชิกเข้าชื่อส่ง 'ศาลรัฐธรรมนูญ' ตีความ

สภาจบไม่สวย หลังประธานสภา สั่งยุติการพิจารณากฎหมาย ‘อุ้มหาย’ เนื่องจากสมาชิกเข้าชื่อส่ง ‘ศาลรัฐธรรมนูญ’ วินิจฉัย

สภาผู้แทนราษฎร จบการทำหน้าที่ ในการประชุมนัดส่งท้าย โดย นาย ชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ ได้สั่งยุติการพิจารณา พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) แก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565 พ.ศ. 2566 หรือ กฎหมายอุ้มหายเนื่องจากสมาชิก จำนวน 1 ใน 5 เข้าชื่อให้ประธานรัฐสภา ส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยว่ากฎหมายที่กำหลังพิจารณาอยู่นี้ ขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ ซึ่งตามรัฐธรรมนูญ 173 เมื่อมีผู้ยื่นตีความต้องหยุดการพิจารณาไว้ จนกว่าจะมีคำวินิจฉัยจากศาลรัฐธรรมนูญ  เป็นไปตามที่วิปรัฐบาลแจ้งไว้ว่าจะมีการดำเนินการดังกล่าว

ก่อนปิดการประชุม ประธานสภาฯ กล่าว ” แม้เราจะไม่มีโอกาสกลับมาทุกคน แต่ขอให้ส่วนใหญ่ได้กลับมา การเมืองไม่มีอะไรแน่นอน เป็นฝ่ายค้านในวันนี้ อาจเป็นรัฐบาลในวันหน้า เป็รัฐบาลในวันนี อาจจะไม่ใข่ในวันนี้ สิ่งสำคัญก็คือว่า เราพูดอะไรไปว่าไม่ดีวันนี้  วันนี้ก็ต้องไม่ดี อะไรที่ดีวันนี้ วันนี้ก็ต้องดี ขออวยพรให้เพื่อนๆทุกคนประสบความสำเร็จ”

หลังจากนั้น เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรอ่านพระราชกฤษกาปิดสมัยประชุมรัฐสภา ตามสมัยประชุมสามัญประจำปีครั้งที่2  120 วัน ซึ่งครบกำหนดวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2566

‘ประยุทธ์’ หลุดเอ่ย ‘ยุบสภา’ พรุ่งนี้ จริงหรือประชด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/543886

28 ก.พ. 2566

'ประยุทธ์' หลุดเอ่ย 'ยุบสภา' พรุ่งนี้ จริงหรือประชด

‘ประยุทธ์’ งง ทำไมสื่อถามต้อง ‘ยุบสภา’ วันเกิดตัวเอง ก่อนทิ้งบอมบ์ลูกใหญ่ “พรุ่งนี้ก็แล้วกัน” แต่จะจริงหรือประชด เพราะผลแบ่งเขตการเลือกตั้งยังไม่ประกาศ

หลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หลุดพูดถึง การยุบสภาออกมาว่า พรุ่งนี้ก็แล้วกัน

โดยผู้สื่อข่าวถามว่า จะ “ยุบสภา” วันที่ 21 มี.ค. หรือไม่ นายกรัฐมนตรี ระบุว่า

“เป็นวันเกิดตนไม่ใช่หรือ ทำไมต้องวันเกิดตน”

“ของขวัญของผม คนเขารังเกียจผมหรือไง ยุบสภาผมออกไป เพราะว่าวันเกิดผมหรือไง เธอพูดหมายความอย่างนั้น”

“จะยุบสภาเมื่อไรก็เมื่อนั้น จะรีบร้อนอะไรนักหนา”  

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าวันที่ 8 มี.ค. เลยหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ ตอบกลับว่า “พรุ่งนี้ก็แล้วกัน” จากนั้นเดินขึ้นตึกไทยคู่ฟ้าทันที

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หากพรุ่งนี้ (1 มี.ค.) เกิดการยุบสภาตามที่ พล.อ.ประยุทธ์ ให้สัมภาษณ์นั้น จะต้องประกาศวันเลือกตั้งภายใน 5 วัน แต่ปัญหาคือ ขณะนี้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ยังไม่ประกาศแบ่งเขตการเลือกตั้งออกมาให้ทราบ หรืออีกแง่มุมหนึ่ง คือ นายกรัฐมนตรีทราบผลวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญแล้วว่า  

ทั้งนี้วันธงชัย หรือ ฤกษ์ดี คือ วันที่ 8 มี.ค. และ วันที่ 15 มี.ค.
 

อย่างไรก็ตามต้องจับตาการประชุมสภานัดพิเศษ วันนี้ ที่มีการพิจารณาเรื่องด่วน พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) แก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ.2565 พ.ศ.2566 ของฝ่ายรัฐบาลเป็นผู้นำเสนอ โดยหาก พ.ร.ก.ดังกล่าวไม่ผ่าน ตามธรรมเนียมแล้ว รัฐบาลจะต้องประกาศลาออก ซึ่งนายกรัฐมนตรีอาจชิงจังหวะนี้ประกาศยุบสภาแทน 

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี

ค้านส่ง ‘ศาลรัฐธรรมนูญ’ ตีความ ยื้อเวลา บังคับใช้กฎหมาย ‘อุ้มหาย’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/543880

28 ก.พ. 2566

ค้านส่ง 'ศาลรัฐธรรมนูญ' ตีความ ยื้อเวลา บังคับใช้กฎหมาย 'อุ้มหาย'

รองประธาน วิปรัฐบาล เสียงแข็ง อย่าทำให้สภา ตกต่ำจนวันสุดท้าย ค้านส่ง ‘ศาลรัฐธรรมนูญ’ วินิจฉัย กฎหมาย ‘อุ้มหาย’ ฝ่ายค้านขอแรงโหวตคว่ำ

การอภิปราย พระราชกำหนด(พ.ร.ก.)แก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565 พ.ศ. 2566  หรือกฎหมายอุ้มหาย ที่คณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอในที่ประชุมสภาวันนี้

นาย ชาดา ไทยเศรษฐ รองประธานวิปรัฐบาล ไม่เห็นด้วย กับการออก พ.ร.ก.มาชะลอการบังคับใช้ กฎหมายที่ออกโดยสภาผู้แทนราษฎร และเห็นใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติตามกฏหมาย ชี้ว่าปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ใช่เรื่องที่เจ้าหน้าที่จะปฏิบัติงานได้หรือไม่ แต่เป็นเรื่องของรัฐบาล ที่แก้ปัญหาไม่ได้และไม่ให้เกียรติสภาผู้แทนราษฎร และไม่เห็นด้วยกับมติวิปรัฐบาลที่ให้เสนอศาลรัฐธรรมนูญตีความ ว่าขัดกับรัฐธรรมนูญหรือไม่ 

นาย พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกลเรียกร้องสมาชิก ช่วยกันโหวตคว่ำ พระราชกำหนดฉบับนี้ โดยอภิปรายมีเนื้อหาว่า ไม่น่าเชื่อว่าแม้แต่ พ.ร.บ.ป้องกันอุ้มหายฯ ยังโดนอุ้มหายจากสภาฯ ทั้งที่เรื่องนี้น่าจะเป็นฉันทามติเดียวระหว่างพรรคฝ่ายค้านกับพรรคฝ่ายรัฐบาล และระหว่าง ส.ส. กับ ส.ว. แต่กลับมาตกม้าตายเพราะเรื่องวัสดุอุปกรณ์

กฎหมายนี้ผ่านสภาฯ เมื่อเดือนสิงหาคม 2565 ประกาศลงราชกิจจานุเบกษาในเดือนตุลาคม 2565 กำหนดให้เวลา 120 วันในการเตรียมตัว แต่ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ใช้เวลาถึง 81 วันในการยื่นขอรับสนับสนุนงบประมาณ กว่าเรื่องจะไปถึง ครม. คือวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2566 เหลือเวลาก่อนกฎหมายบังคับใช้เพียง 12 วัน จนต้องออกพระราชกำหนดออกมาเลื่อนการบังคับใช้

“คนที่ไม่ได้อยู่ในครอบครัวที่ถูกซ้อมทรมานและอุ้มหาย คงไม่เข้าใจว่าช้าไปเพียงหนึ่งนาทีหรือหนึ่งวันเป็นอย่างไร รัฐบาลมีเวลาในการเตรียมตัวแต่กลับไม่เตรียม ผมไม่รู้ว่าสาเหตุคือความประมาทเลินเล่อ ความไม่ใส่ใจ หรือความเลือดเย็นทางการเมือง นี่คือสาเหตุที่ผมและพรรคก้าวไกลไม่สามารถผ่าน พ.ร.ก. ฉบับนี้ได้” พิธากล่าว

พระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565 พ.ศ. 2566 มีเนื้อหา 5 มาตรา สาระสำคัญอยู่ที่มาตรา2  มาตรา 3 และมาตรา 4  ซึ่งมาตรา 2 มีสาระสำคัญ คือการเลื่อนการบังคับใช้พระราชกำหนด ตั้งแต่วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2566 เป็นต้นไป

มาตรา 3 มีสาระสำคัญเลื่อนการบังคับใช้กฎหมายในมาตรา 22 มาตรา 23 มาตรา 24และมาตรา 25  มีเนื้อหาเกี่ยวกับการบันทึกการควบคุมตัว ต้องมีรายละเอียดประกอบด้วยข้อมูลอัตตลักษณ์ วันเวลา สถานที่ ควลคุมตัว การไม่เปิดเผยข้อมูลของผู้ถูกควบคุมตัว และ ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ต้องสามารถเข้าถึงผู้ถูกควบคุมตัวได้ เป็นต้น โดยให้เลื่อนไปบังคับใช้วันที่ 1 ตุลาคม 2566  

ให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย และหน่วยงานที่มีเจ้าหน้าที่ของรัฐผู้รับผิดชอบการควบคุมตัวตามมาตรา 22 และมาตรา 23  เร่งเตรียมการให้มีความพร้อมรองรับการปฏิบัติงานให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2566 

‘ธนกร’ ปฏิเสธ รทสช. หนุนหลัง ‘ชูวิทย์’ แฉปมรถไฟฟ้าสายสีส้ม-กัญชา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/543859

28 ก.พ. 2566

'ธนกร' ปฏิเสธ รทสช. หนุนหลัง 'ชูวิทย์' แฉปมรถไฟฟ้าสายสีส้ม-กัญชา

‘รมต.สำนักนายกฯ’ ยืนยัน พรรครวมไทยสร้างชาติ ไม่อยู่เบื้องหลัง ‘ชูวิทย์’ เปิดโปงทุจริตรถไฟฟ้าสายสีส้ม-กัญชา ย้ำสัมพันธ์ ‘บิ๊กตู่’ และ ‘อนุทิน’ ยังดี

นายธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ยืนยัน พรรครวมไทยสร้างชาติ ไม่ได้เกี่ยวข้องหรืออยู่เบื้องหลังการเคลื่อนไหวของนายชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์ ที่ออกมาโจมตีพรรคภูมิใจไทย ย้ำชัดความสัมพันธ์ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กับนายอนุทิน ชาญวีรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขและหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ไม่มีปัญหากัน ให้เกียรติกัน ซึ่งต้องแยกแยะ

มองย้อนกลับไปว่า ที่ผ่านมานายชูวิทย์ก็วิพากษ์วิจารณ์นายกรัฐมนตรีตลอดเช่นกัน ต่างคนต่างทำหน้าที่ ใครเป็นผู้ได้ประโยชน์ ตนไม่สามารถตอบได้ ขอประชาชนเป็นผู้ตัดสินใจ 

ส่วนพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ เป็นผู้รับหนังสือร้องเรียน ในฐานะดำรงตำแหน่งเลขาธิการนายกรัฐมนตรี นายธนกร ชี้แจงว่า เมื่อมีผู้มายื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี ก็ต้องมอบหมายเลขาธิการฯเป็นตัวแทนไปรับ เป็นเรื่องปกติ ไม่มีเจตนาอะไร ทุกฝ่ายต่างทำหน้าที่ หากตนไม่ติดภารกิจก็จะไปรับหนังสือด้วยตัวเองเช่นกันไม่ว่า ประชาชน คนธรรมดา สส. ทุกคนเสมอภาค และไม่ 2 มาตรฐานที่นายชูวิทย์ได้เข้ามาถึงภายในทำเนียบรัฐบาล 

มติ ‘วิปรัฐบาล’ ส่ง ‘ศาลรัฐธรรมนูญ’ ตีความ พ.ร.ก.อุ้มหาย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/543860

28 ก.พ. 2566

มติ 'วิปรัฐบาล' ส่ง 'ศาลรัฐธรรมนูญ' ตีความ พ.ร.ก.อุ้มหาย

‘วิปรัฐบาล’ ยันไม่ได้ยื้อเวลาลงมติ พ.ร.ก.อุ้มหาย ฯ ส่ง ‘ศาลรัฐธรรมนูญ’ ตีความให้รอบคอบ และรัฐบาลจะรับผิดชอบตามความเหมาะสม

วิปรัฐบาล เตรียมเสนอศาลรัฐธรรมนูญตีความ พ.ร.ก.อุ้มหาย ขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่

ประธานวิปรัฐบาล ให้เหตุผลว่าคำร้องส่งศาลรัฐธรรมนูญ ตีความกฎหมาย อุ้มหายของวิปรัฐบาล ไม่ถือเป็นการยื้อการบังคับใช้ พ.ร.ก. ฉบับนี้ออกไป แต่ถือเป็นการให้หน่วยงานตาม พ.ร.บ. เดินหน้าได้ เพราะเห็นว่า พ.ร.ก. น่าจะออกโดยไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ

หลังวิปรัฐบาล ได้เชิญตำรวจเข้าร่วมประชุมด้วย หากจะลงมติคว่ำไปเลยจะเดินหน้าลำบาก เพราะผลกระทบส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นกับพี่น้องประชาชนในชนบทด้วย

นายนิโรธ สุนทรเลขา ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) กล่าวถึงการประชุมสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาเรื่องด่วน พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) แก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565 พ.ศ. 2566 ว่า

เหตุที่ต้องส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญติความ เพราะส่วนตัวเห็นว่า ไม่น่าจะชอบ หรือน่าจะขัดกับรัฐธรรมนูญที่กำหนดเงื่อนไขความเร่งด่วนจำเป็น รัฐบาลไม่ได้มีเจตนาจะหน่วงให้ล่าช้า แต่เนื่องจากเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ เป็นเรื่องที่ต้องดูแลความเรียบร้อยของหน่วยงานกับประชาชนไม่ให้เกิดความผิดพลาด จึงขอขยายระยะเวลาในส่วนนี้

ดังนั้น เพื่อเป็นความรอบคอบและไม่ให้สภาฯ เกิดความเสียหาย จึงคิดว่าเรื่องนี้ควรยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าออก พ.ร.ก. ชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือไม่  ซึ่งคำร้องที่จะยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัย พ.ร.ก. ฉบับนี้นั้น ขณะนี้การเข้าชื่อน่าจะครบเรียบร้อย อาจยื่นก่อนหรือระหว่างการประชุมสภาฯ ก็ได้ เพื่อเป็นไปตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ มาตรา 173

แต่หากฝ่ายค้านเรียกร้องให้ลงมตินั้น มองว่า สภาฯ มีอำนาจก็จริง แต่หลายครั้งโหวตแล้วก็มีการตีความในศาลรัฐธรรมนูญในภายหลัง จนสภาฯ เกิดความเสียหาย 

สำหรับแนวทางที่เคยปฏิบัติมาหากคว่ำ พ.ร.ก. คือ ลาออกหรือยุบสภาฯ หรือไม่รับผิดชอบ ไม่ทำอะไรเลยก็ได้ แต่คิดว่ารัฐบาลต้องเลือกยุบสภาฯ เพราะอย่างไรเขาก็เลือกจะยุบสภาฯ อยู่แล้ว ดังนั้น เพื่อให้ประเทศและหน่วยงานเดินหน้าได้ เราจึงควรเลือกทางที่ดีที่สุดให้ประชาชน

จับตา ประชุมครม. อนุมัติทิ้งทวน ‘รถไฟฟ้าสายสีม่วง’ และ ‘ประกันราคายางพารา’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/543854

28 ก.พ. 2566

จับตา ประชุมครม. อนุมัติทิ้งทวน 'รถไฟฟ้าสายสีม่วง' และ 'ประกันราคายางพารา'

สองพรรคร่วมรัฐบาล เสนอที่ประชุมครม. พิจารณาอภิมหาโปรเจค ทั้ง ‘รถไฟฟ้าสายสีม่วง’ ‘ประกันราคายางพารา’ ทิ้งทวนก่อน เลือกตั้ง66

โค้งสุดท้าย ประชุมครม. จัดเต็ม 44 วาระ ทั้งขออนุมัติรถไฟฟ้าสายสีม่วงประกันราคายางพารา การประชุมคณะรัฐมนตรีวันนี้ นอกจากวาระเพื่อทราบ ทั้งรายงานการประชุม รายงานผลการปฏิบัติและการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการแล้ว ยังมีวาระเพื่อพิจารณาที่น่าสนใจ ที่กำลังถูกจับตาในห้วงสุดท้าย ของคณะรัฐมนตรี ก่อนจะมีการเลือกตั้งในราวกลางเดือนพฤษภาคม ที่น่าสนใจ หลายรายการ

โดยในส่วนความรับผิดชอบของ นาย จุรินทร์ ลักษณะวิศิษฐ์ รองนายกรัฐมนตรี มีวาระน่าจับตา เช่น

  • ขออนุมัติจัดสรรเงินจากองทุนสงเคราะห์เกษตรกรโครงการโคบาลชายแดนใต้ กรมปศุสัตว์
  • ขอความเห็นชอบกู้ยืมเงินเพื่อสำรองเผื่อสภาพคล่องขององค์การกิจการโคนมแห่งประเทศไทย
  • ขออนุมัติการดำเนินการตามมติคณะกรรมการนโยบายยางธรรมชาติ ครั้งที่ 1/2566เสนอโครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนยาง ระยะที่ 4 หรือ ประกันราคายางพารา วงเงิน 7,643 ล้านบาท
  • ขออนุมัติดำเนินโครงการอ่างเก็บน้ำแม่ตาช้าง จังหวัดเชียงราย

ในส่วนความรับผิดชอบของ นายอนุทิน ชาญวีรกูลรองนายกรัฐมตรี มีวาระที่น่าสนใจคือ

  • ขออนุมัติทบทวนมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2560 เรื่อง อนุมัติให้การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย ดำเนินงานก่อสร้างงานโยธาโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงเตาปูน – ราษฏร์บูรณะ (วงแหวนกาญจนาภิเษก)
  • ขอผ่อนผันการใช้พื้นที่ลุ่มน้ำชั้นที่ 1 เอ เพื่อดำเนินการก่อสร้างทางหลวงหมายเลข 101 สายน่าน – อำเภอเฉลิมพระเกียรติ ตอนบ้านปอน – อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดน่าน

วาระที่น่าสนใจซึ่งเสนอเข้ามายังที่ประชุมครม.ครั้งนี้ กำลังถูกจับตาว่าเป็นการทิ้งทวนการพิจารณาโครงการสำคัญของหน่วยงานต่าง ๆ ภายหลังจากนายกรัฐมนตรี ประกาศออกมาแล้วว่า จะมีการประกาศยุบสภาภายในช่วงต้นเดือนมีนาคม 2566 นี้

ล่าสุด นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข  ได้ลงนามเสนอเรื่องให้ที่ประชุม ครม.พิจารณาเห็นชอบเพิ่มค่าตอบแทนให้กับอาสาสมัครสาธารณสุขหมู่บ้าน (อสม.) จำนวน 2,000 บาท โดยใช้จ่ายจากร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2567 เพื่อเป็นค่าตอบแทนให้ผู้ปฏิบัติงาน ตามที่สัญญาไว้กับ อสม. แล้ว

‘บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ’ ประชานิยม 6 ปี สู่การ ‘เลือกตั้ง66’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/543850

28 ก.พ. 2566

'บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ' ประชานิยม 6 ปี สู่การ 'เลือกตั้ง66'

ย้อนที่มา ‘บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ’ 6 ปี ประชานิยม สู่การ ‘เลือกตั้ง66’ สองพรรคการเมือง เติมงบประมาณ แย่งชิง 14.5 ล้านเสียง

เส้นทางบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

1. กระทรวงการคลังเริ่มเปิดให้มีการลงทะเบียนผู้มีรายได้น้อยครั้งแรกในปี 2559 มีผู้ลงทะเบียน 8 ล้านคน

2. 3 เมษายน – 15 พฤษภาคม 2560 ลงทะเบียนเพิ่มเติม มีผู้ลงทะเบียนเพิ่มเป็น 14 ล้านคน ผ่านเกณฑ์ 11.4 ล้านคน

3. เริ่มดำเนินโครงการ ดำเนินการตั้งแต่เดือนตุลาคม 2560

4. ผู้มีรายได้ต่ำกว่า 30,000 บาทต่อปี จะได้รับเงิน 300 บาทต่อเดือน ขณะที่ผู้มีรายได้ 30,001 – 100,000 บาทต่อปี จะได้รับเงิน 200 บาทต่อเดือน

5. 9 มกราคม 2561 ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ได้มีมติเห็นชอบมาตรการช่วยเหลือระยะที่2เพิ่มเงินในบัตรจาก 300 บาท เป็น 500 บาท แก่ผู้มีรายได้ต่ำกว่า 30,000 บาทต่อปีและจาก 200 บาท เป็น 300 บาท สำหรับผู้มีรายได้ 30,001-100,000 บาทต่อปี

6. 21 มีนาคม 2561 ก่อตั้งพรรคพลังประชารัฐ ถือเป็นการส่งสัญญาณว่ากำลังจะมีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

7. รัฐบาลได้ประกาศมาตรการขยายสิทธิผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐให้แก่กลุ่มผู้พิการผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง ที่ไม่สามารถเดินทางมาลงทะเบียนในครั้งแรกได้ ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจึงเพิ่มขึ้นจาก 11.4 ล้านคน เป็น 14.5 ล้านคน


8. ปลายปี 2561เกิดกระแสเรียกร้องให้มีการเลือกตั้ง รัฐบาล คสช. ได้ทุ่มวงเงินอนุมัติดำเนิน โครงการลงไปในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐประมาณ 81,979 ล้านบาท

9. ภายหลังการเลือกตั้ง เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2562 และพรรคพลังประชารัฐเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล โคยมีพลเอกประยุทธ์ จันทร์ โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี แถลงยืนยันว่ามาตรการช่วยเหลือผู้มีร้ายได้น้อยผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ยังคงเป็นนโยบายหลักของรัฐบาล

10. ปี 2563 สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน ตรวจสอบพบว่าเป็นโครงการที่ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์อย่างแท้จริง ถูกมองว่าเป็น นโยบายประชานิยม

11. 2564-2565 รัฐบาลยังคงจ่ายเงินผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐตามวงรอบ

12. 17 มกราคม 2566 พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ เสนอนโยบาย เพิ่มเงินบัตรคนจน เป็น 700 บาท

13. 25 กุมภาพันธ์ 2566 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์ โอชา ประธานคณะกรรมการกำหนดแนวทางและยุทธศาสตร์ พรรครวมไทยสร้างชาติ เสนอเพิ่มเงินบัตรคนจนเป็น1,000บาทต่อเดือน

14. จะมีการเลือกตั้งทั่วไปในเดือนพฤษภาคม 2566

ส่อง นโยบาย ในศึกเลือกตั้ง 2566 นักวิชาการวิเคราะห์ เสนอแล้วต้องทำได้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/543847

28 ก.พ. 2566

ส่อง นโยบาย ในศึกเลือกตั้ง 2566 นักวิชาการวิเคราะห์ เสนอแล้วต้องทำได้

ตรวจการบ้านพรรคการเมือง การสื่อสารในช่วงหาเสียง นักวิชาการการตลาด ชี้ ต้องนำเสนอนโยบายที่ทำได้จริง ด้านนักวิชาการรัฐศาสตร์มองเกม 2 ลุง 2 ป. เกทับทางการเมือง

ศึกเลือกตั้งที่ใกล้เข้ามาทุกขณะ การต่อสู้เข้มข้นตั้งแต่ก่อนเสียงกลองรบจะลั่นสัญญาณ พรรคการเมืองต่างระดมนโยบาย แนวคิด และทิศทาง นำเสนอต่อสังคมอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งการโจมตีระหว่างพรรค เรียกว่าร้อนแรง ถึงพริกถึงขิง ซึ่งรวมถึงการต่อสู้กันของฝ่ายที่เรียกว่า เสรีนิยม และ อนุรักษ์นิยม 

ส่อง นโยบาย ในศึกเลือกตั้ง 2566 นักวิชาการวิเคราะห์ เสนอแล้วต้องทำได้ส่อง นโยบาย ในศึกเลือกตั้ง 2566 นักวิชาการวิเคราะห์ เสนอแล้วต้องทำได้


รายการคมชัดลึก เนชั่นทีวี พูดคุยกันในประเด็น “ป้อม 700” VS “ตู่ 1,000” ชิงฐานอนุรักษ์นิยม และในช่วงต้นของรายการ มีการหยิบยกข้อความ จาก แฟนเพจส่วนตัว ของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ หัวข้อ ทำไมต้อง “ก้าวข้ามความขัดแย้ง” มาพูดคุยถึงนัยยะ และการสื่อสารผ่านตัวหนังสือ 

ส่อง นโยบาย ในศึกเลือกตั้ง 2566 นักวิชาการวิเคราะห์ เสนอแล้วต้องทำได้ส่อง นโยบาย ในศึกเลือกตั้ง 2566 นักวิชาการวิเคราะห์ เสนอแล้วต้องทำได้


รศ.ดร.นันทนา นันทวโรภาส คณบดีวิทยาลัยสื่อสารการเมือง มหาวิทยาลัยเกริก ได้กล่าวว่า การสื่อสารของ พล.อ.ประวิตร ต้องการสื่อว่าแม้ว่าตนจะเคยอยู่ในกลุ่มรัฐประหาร แต่ตอนนี้เข้าใจแล้วว่าการแก้ไขปัญหาต้องด้วยวิธีการประชาธิปไตย และต้องการจะบอกเป็นใจความสำคัญว่า พล.อ.ประวิตร ไม่ใช่คนที่เป็นอนุรักษ์นิยมแบบสุดโต่ง แต่จะเปลี่ยนตัวเองเป็นอนุรักษ์นิยม แบบปานกลาง และแตกต่างกับพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ของพรรครวมไทยสร้างชาติ แบบสิ้นเชิง 
 

“ เพราะถ้าเรามองตำแหน่งทางการเมือง พล.อ.ประยุทธ์ จะยืนอยู่ข้างอนุรักษ์นิยมแบบสุดโต่ง และไม่พูดเรื่องนิรโทษกรรม และจะไม่ก้าวข้ามตรงนี้ไปเด็ดขาด ขณะที่ลุงป้อม (พล.อ.ประวิตร) กำลังบอกว่าตรงนี้มันพ้นไปแล้ว ถึงเวลาที่จะต้องมาประนีประนอม และต้องมีความจำเป็น ที่ต้องก้าวข้ามความขัดแย้ง ดังนี้นจึงต้องทำตัวให้แยกออกมาอย่างชัดเจนจาก ลุงตู่ (พล.อ.ประยุทธ์) ถ้าเป็นสินค้าก็ไม่เหมือนกัน ไม่ได้อยู่กลุ่มเดียวกันแล้ว ต้องการที่จะแตกต่าง และต้องการที่จะเปิดทางที่จะร่วมกับพรรคอื่น ๆ ในการจัดตั้งรัฐบาลในอนาคต” 

ส่อง นโยบาย ในศึกเลือกตั้ง 2566 นักวิชาการวิเคราะห์ เสนอแล้วต้องทำได้ส่อง นโยบาย ในศึกเลือกตั้ง 2566 นักวิชาการวิเคราะห์ เสนอแล้วต้องทำได้


รวมทั้งเป็นการส่งสารถึงคนที่เรียกว่ากลาง ๆ ในสายตาของ อ.นันทนา ว่า เขาไม่ใช่อนุรักษ์นิยมแบบสุดโต่ง เขาไม่ใช่คนที่สนับสนุนการรัฐประหารอีกต่อไป ถ้าเลือกพลังประชารัฐ ก็มีโอกาสก้าวไปพร้อมกับพรรคการเมืองอื่น ๆ และจะก้าวข้ามความขัดแย้ง และการแสดงตัวตนแยกกันให้ชัดเจน เป็นเพราะก่อนหน้านี้ ฐานเสียงเป็นกลุ่มเดียวกัน และจะไม่สามารถข้ามพ้น พล.อ.ประยุทธ์ ที่มีภาพอนุรักษ์นิยมสุดโต่งและได้รับความนิยมจากฐานเสียง 


แต่ทั้งนี้ อ.นันทนา มองว่าภาพความเป็น 3 ป. นั้น จะไม่สามารถแยกออกมาได้ทั้งหมด ในความรู้สึกของคนจากจดหมายที่ออกมา 2 ฉบับ หรือการแสดงออกในการแยกตัวกับ พล.อ.ประยุทธ์ จะทำให้ภาพของ พล.อ.ประวิตร พลิกเป็นเสรีนิยม เป็นไปไม่ได้ แต่สิ่งที่จะทำให้คนรู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลง  ต้องเป้นในแง่ของแนวทางนโยบาย จุดยืน อุดมการณ์ และทิศทางที่นำพาประเทศไป ตรงนี้เป็นสิ่งที่ถูกจับตามองอยู่ 

ส่อง นโยบาย ในศึกเลือกตั้ง 2566 นักวิชาการวิเคราะห์ เสนอแล้วต้องทำได้ส่อง นโยบาย ในศึกเลือกตั้ง 2566 นักวิชาการวิเคราะห์ เสนอแล้วต้องทำได้

รศ.ดร.ยุทธพร อิสรชัย อาจารย์ประจำสาขาวิชารัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช มองว่า ในปัจจุบันการเมืองเป็นเรื่องของการแบ่งขั้วทางอุดมการณ์ ซึ่งเป็นหนึ่งในสองแบบของการแบ่งขั้ว แบบที่สองเป็นการแบ่งขั้วทางอารมณ์ความรู้สึก การจะสลัดภาพ 3 ป.ออกไปไม่ได้ง่าย และในประเด็นการแตกของ 3 ป. คงเป็นเรื่องที่ยาก เพราะถ้าแตกคอกันเท่ากับ ระบอบ คสช.จะสิ้นสุดลง แต่มรดกคสช. ก็ยังมีอยู่ ถึง คสช.จะไม่มีแล้วตามกฎหมาย รธน.ปี 2560 เมื่อมีรัฐบาลใหม่เข้ามา ทั้ง 250 ส.ว. กรรมการยุทธศาสตร์ชาติ 

ภาพรวมของศึกเลือกตั้งครั้งนี้ การต่อสู้กันด้วยนโยบาย ต่าง ๆ อ.นันทนา กล่าวว่า มีการใช้การตลาดทางการเมืองสูงมาก เป็นการสื่อสารเพื่อโน้มน้าวใจคนให้มาเลือกตั้ง พรรคการเมืองเสนอขายนโยบาย ประชาชนเป็นคนเลือก แต่ปัญหาคือการโฆษณาเกินจริง ซึ่งมันชวนเชื่อที่จะเป็นไปได้ พลังประชารัฐ เป็นประชานิยมแบบสุดขั้วมาก เช่น เบี้ยผูสูงอายุแบบขั้นบันได ซึ่งมีมูลค่าสูงเกือบเท่ากับงบประมาณแผ่นดิน ถามว่าทำได้จริงหรือไม่ ในการเลือกตั้งปี 2562 ก็โฆษณาลักษณะเดียวกัน ทั้งค่าแรงขั้นต่ำ ประกันราคาสินค้าพืชผล ปริญญาตรี 2 หมื่นบาท นี่คือปัญหาในการโฆษณาเกินจริง ใช้การตลาดแบบผิด 

ต่อเรื่องการหาเสียงเกินจริง อ.ยุทธพร มองว่า สะท้อนไปถึงการท้าทายต่อ กกต. ด้วย ว่ากระบวนการที่กกต.จะตัดสินกิจกรรมทางการเมืองจะเสมอภาคหรือไม่ แต่เรื่องแบบนี้เป็นเรื่องปกติของการเลือกตั้ง ทำได้ไม่ได้อีกเรื่องหนึ่ง ที่ปผ่านมาในปีเลือกตั้ง 2562 มีพรรคการเมืองเข้าสภา 27 พรรค นโยบายประมาณ 200 กว่านโยบาย แต่ทำได้จริงแค่ 8 เรื่อง ใน 4 ปีที่ผ่านมา 

“มันสะท้อนว่า มันไม่ใช่การเมืองเชิงนโยบายแล้ว สังคมไม่ได้คาดหวังแล้ว ไม่เหมือนกับช่วงปี 2540 ที่เป็นประชาธิปไตยที่กินได้ ทำให้คนเห็นว่าประชาธิปไตยมันเกี่ยวกับปากท้อง การเลือกตั้ง การมีส่วนร่วมทางการเมือง มีผลต่อเรา แต่วันนี้มันไม่ใช่แล้ว การเมืองในทศวรรษ 2560 เป็นเรื่องขอวการเมืองเรื่องการแบ่งขั้ว การเมืองเชิงนโยบายแล้ว เรื่องนโยบายเป็นอันดับรอง”

เรื่องของ 2 ลุง 2 ป. แข่งกันเสนอนโยบาย อัดฉีดบัตรคนจน ลุงป้อมเสนอ 700 บาท ลุงตู่ให้อีกเป็น 1000 บาท อ.นันทนา บอกว่า กกต.มีระเบียบในการตรวจสอบนโยบาย และแหล่งที่มาของเงินด้วยหรือไม่ เพราะอย่างที่ผ่านมาของ พลังประชารัฐ มีนโยบายประชานิยมจำนวนมากในปี 2562 พอได้เป็นรัฐบาล ก็ไม่ได้ทำ มีคนทวงถามก็เงียบ กกต. ก็ไม่ได้ทำอะไร ถ้าครั้งนี้ยังปล่อยให้เป็นแบบนี้ กกต.ก็คงจะมีปัญหา การที่พรรคการเมืองจะเสนอเรื่องประชานิยม ไม่ใช่เรื่องแปลก แต่ต้องเป็นสิ่งที่ตัวเองนำไปเป็นนโยบายสาธารณะ และประเทศไม่ล่มจม 

ส่วนกลยุทธ์ ของ รวมไทยสร้างชาติ อ.ยุทธพร มองว่า เป็นพรรคที่ตั้งใหม่ ผลงานที่ผ่านมาไม่มี เมื่อที่ผ่านมายังไม่มีผลงาน จึงเสนอสิ่งที่ไปข้างหน้า จะมีอะไรใหม่ที่มากกว่าเดิม พอแกนหลักอย่างพลังประชารัฐ เสนอนโยบายมา บวกกับชูบทบาทพล.อ.ประวิตร จึงต้องเสนอให้มากกว่า เป็นการเกทับทางการเมือง อีกประเด็น พล.อ.ประยุทธ์ถูกวิจารณ์อย่างหนักเรื่องงปัญหาเศรษฐกิจ การลดแลกแจกแถม จะมาช่วยปิดภาพลักษณ์ของ พล.อ.ประยุทธ์ แต่จะช่วยได้มากน้อยแค่ไหนคืออีกเรื่องหนึ่ง 

‘บิ๊กตู่’ ปฏิเสธพรรคเฉพาะกิจ มั่นใจเลือกตั้งได้ สส.ถล่มทลาย อ้อนขออันดับ 1

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/543835

27 ก.พ. 2566

'บิ๊กตู่' ปฏิเสธพรรคเฉพาะกิจ มั่นใจเลือกตั้งได้ สส.ถล่มทลาย อ้อนขออันดับ 1

‘บิ๊กตู่’ เปิดตัว สส. สังกัด รทสช. ยืนยันไม่ใช่พรรคเฉพาะกิจ เลือกตั้ง66 มั่นใจได้ สส.เยอะแน่นอน อ้อนขอคะแนนเสียง ขอติดอันดับ 1

ครั้งแรกของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการกำหนดแนวทางและยุทธศาสตร์ของพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) เดินทางที่ทำการพรรค เพื่อประชุมยุทธศาสตร์พร้อมกับเปิดตัวและสวมเสื้อพรรคให้กับว่าที่ผู้สมัคร สส. จำนวน 18 คน 

นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ กล่าวว่า หลังวันที่ 1 มี.ค. จะมี สส.จากพรรคอื่นย้ายเข้ามาอีกเกือบ 10 คน สะท้อนให้เห็นว่า เป็นพรรคที่ทำงานมาตลอด ไม่เคยไปคุยโอ้อวด จนกกต.ประกาศว่า เป็นพรรคที่พร้อม ซึ่งเราเป็นพรรคเดียวที่จะส่ง สส. ครบทุกเขต จัดตั้งพรรคสาขาทั้งประเทศ 

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ในห้วงการเลือกตั้งคาดหวัง ทุกคนจะได้รับความสำเร็จและต้องสำเร็จด้วย นี่คือเป้าหมายของพรรค ทำให้ทุกอย่างสำเร็จและเดินหน้าทำให้ประเทศไทยในอนาคตที่ดีงามต่อไป พวกเราเข้าใจตรงกัน คือ “ทำแล้ว ทำอยู่ และทำต่อ” นี่คือหัวใจของพวกเรา ยอมรับว่า ไม่ใช่งานที่ง่าย แต่ก็ไม่ใช่งานที่ยากเกินไปสำหรับรทสช. ถ้าเราร่วมมือกัน ขอกำลังใจจากสื่อมวลชนและพี่น้องประชาชน ใจถึงใจอยู่แล้ว 


ถ้าใครอยู่กับตนมาหลายปีจะรู้ว่า ใจเป็นอย่างไร ตนก็เป็นอย่างนั้น เป็นแบบเดิม ทุกอย่างทุกประการ คือ ความรักความห่วงใยที่ให้กับประชาชน ซึ่งตนได้คุยกับหัวหน้าพรรคและสมาชิกทุกคนว่า เราจะต้องร่วมรักสามัคคีกัน เพื่อขับเคลื่อนพรรคไปข้างหน้า ให้เป็นพรรคที่มีคุณภาพ เป็น สส. ที่ทุกคนมีความเชื่อมั่น ทุกพื้นที่เราจะเป็นพรรคที่สร้างอนาคตต่อไปให้กับคนไทยทุกคนและประเทศชาติ ต้องทำวันนี้เพื่อวันหน้าและวันต่อๆไป

พรรครวมไทยสร้างชาติ เปิดตัวผู้สมัคร สส.พรรครวมไทยสร้างชาติ เปิดตัวผู้สมัคร สส.

พล.อ.ประยุทธ์ ยืนยันจะทำทุกอย่างให้ดีที่สุด สุดแล้วแต่ประชาชนเลือกเข้ามาให้ประชาชนตัดสินใจ ต้องมองด้วยตาว่าที่ผ่านมาทำอะไรไปบ้าง ตนไม่อยากก้าวถึงใครทั้งสิ้น เราเป็นพรรคสุภาพบุรุษ ที่นี่จะทะเลาะกันไม่ได้แล้ว เพราะคือประเทศไทย และ รทสช. ไม่ใช่พรรคเฉพาะกิจ จะมากจะน้อยขึ้นอยู่กับผลการเลือกตั้ง มั่นใจว่า ต้องได้ สส. และได้เยอะแน่นอน ขณะนี้มี สส. มารวมกันเกินจำนวนแล้ว เกิน 500 คน เราขอเป็นอันดับ 1 ใน 500 ก็แล้วกัน ขอความรักความเข้าใจจากประชาชนทั้งประเทศไม่ว่าอยู่ที่ไหนก็ส่งใจให้ทุกคนทั้งประเทศ

สำหรับการเปิดตัวในวันนี้ ประกอบด้วย 

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน สส.ชลบุรี
นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี 
นายธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี สส.บัญชีรายชื่อ
นายสายัณ ยุติธรรม สส.นครศรีธรรมราช 
น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ สส.กทม.
นายฐนภัทร กิตติวงศา สส.จันทบุรี 
นายชัยวัฒน์ เป้าเปี่ยมทรัพย์ สส.ฉะเชิงเทรา
นายรณเทพ อนุวัฒน์ สส.ชลบุรี
นายสาธิต อุ๋ยตระกูล สส.เพชรบุรี
นายสมพงษ์ โสภณ สส.ระยอง
น.ส.ไพลิน เทียนสุวรรณ จขสส.สมุทรปราการ
นายสมบัติ อำนาคะ สส.สระบุรี
นายประสิทธิ์ มะหะหมัด สส.กทม.
นายอนุมัติ ซูสารอ สส.ปัตตานี (ส่งตัวแทน นายอริญชัย ซูสารอ) 
นายสมัคร ป้อมวงษ์ สส.สมุทรสาคร
นายพยม พรหมเพชร สส.สงขลา เขต3
ร.ต.อ.อรุณ สวัสดี สส.สงขลา เขต4
นายศาสตรา ศรีปาน สส.สงขลา เขต2
นายสายัณ ยุติธรรม สส.นครศรีธรรมราช 

สวมเสื้อ นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.กระทรวงแรงงาน สส.ชลบุรี สวมเสื้อ นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.กระทรวงแรงงาน สส.ชลบุรี 
 นายธนกร วังบุญคงชนะ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี สส.บัญชีรายชื่อนายธนกร วังบุญคงชนะ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี สส.บัญชีรายชื่อเปิดตัว ว่าที่ผู้สมัคร สส.พรรครวมไทยสร้างชาติเปิดตัว ว่าที่ผู้สมัคร สส.พรรครวมไทยสร้างชาติ