แม่ใหญ่ ‘ชาติไทยพัฒนา’ เสียเลือดที่ ‘สุพรรณบุรี’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/543758

26 ก.พ. 2566

แม่ใหญ่ 'ชาติไทยพัฒนา' เสียเลือดที่ 'สุพรรณบุรี'

หาเสียงที่ ‘สุพรรณบุรี’ เสาหลัก ‘ชาติไทยพัฒนา’ เสียเลือด สังเวยเลือกตั้ง ถูกโดรนเก็บภาพบรรยากาศ บินชนหน้า 5 แผล

โดรนถ่ายภาพที่กำลังเก็บภาพบรรยากาศการปราศรัยเวทีพรรคชาติไทยพัฒนา ที่จังหวัดสุพรรณบุรี บินชนศรีษะคุณหญิงแจ่มใส ศิลปอาชา ที่นั่งให้กำลังใจอยู่ด้านล่าง ข้างเวที ได้รับบาดเจ็บที่แก้ม ขมับ หน้าผาก จำนวน 5 แผล สร้างความตกใจให้กับแกนนำและประชาชนที่มาร่วมฟังปราศรัย

โดยเฉพาะ น.ส.กัญจนา และนางสุวรรณา ศิลปอาชา ภรรยาของนายวราวุธ รวมถึงนายวราวุธที่หันมามองด้วยความตกใจ เพราะคิดว่ามารดาเป็นลม



แต่หลังจากที่มูลนิธเสมอกันกู้ภัย ที่จอดแสตนบายด์อยู่ได้เข้ามาปฐมพยาบาลเบื้องต้น และทำแผลเสร็จแล้ว  คุณหญิงแจ่มใสได้นั่งฟังปราศรัยต่อจนจบ และยังได้กล่าวกับคนใกล้ชิดว่า “เสียเลือดแล้วทีนี้แหละจะมีแต่ความโชคดี” 

น.ส.กัญจนา ศิลปอาชา ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรค บอกว่า ที่ผ่านมา ส.ส.ของพรรคชาติไทยพัฒนาดูแลประชาชนในพื้นที่มาตลอด เมื่อไม่นานมานี้มีหัวหน้าพรรคการเมืองใหม่พรรคนึงมาที่ด่านช้างทำการลด แลก แจก แถม ก็ดีใจที่ประชาชนได้ประโยชน์ แม้การมาของเขามาแบบฉับฉวยมาแล้วก็ไป

แต่คนที่จะอยู่พี่น้องชาวด่านช้างตลอด คือพรรคชาติไทยพัฒนา ขอยกทั้งจังหวัด 5 เขต และขอแค่400,000คะแนน ทั้งสุพรรณฯ ขออย่าเทใจให้คะแนนไปพรรคอื่นแม้แต่คะแนนเดียว  ส่งนายวราวุธเป็นนายกรัฐมนตรี


ด้านนายวราวุธ  ศิลปอาชา หัวหน้าพรรค  ยืนยันแนวนโยบายของพรรคเป็นการแก้ปัญหาให้กับประชาชนทั่วประเทศไม่ใช่เฉพาะแค่จังหวัดสุพรรณบุรี การแก้ปัญหาของพรรคชาติไทยพัฒนาวันนี้ เพื่อลูกหลานในอนาคต ไม่เหมือนบางพรรคแก้ปัญหาวันนี้แต่ก่อปัญหาให้กับลูกหลานในอนาคต

“มีบางพรรคมาที่ จังหวัดสุพรรณบุรี มาที่ ต.วังยาว อ.ด่านช้าง มาแจกที่ดิน ซึ่งที่ของ ต.วังยาวแท้ๆ แต่กำลังยกไปให้คนจังหวัดอื่น คนสุพรรณบุรียอมหรือไม่ จะเอาไปให้ได้อย่างไร ผมยืนยันว่าที่ด่านช้างต้องเป็นของคนด่านช้างเท่านั้น นอกจากนี้ มีหลายพรรคเสนอจะให้อย่างนั้น อย่างนี้ ซึ่งเป็นการแก้ปัญหาระยะสั้น แต่ระยะยาวก่อปัญหาให้คนรุ่นต่อไป ส่วนเราแก้ปัญหาวันนี้เพื่อลูกหลานของเราในอนาคต ไม่ใช่มาทิ้งปัญหาไว้ มันไม่ใช่แนวทางของพรรคชาติไทยพัฒนา ”นายวราวุธ กล่าว

‘ไทยสร้างไทย’ ผุดนโยบายต่อยอด ’30บาทรักษาทุกโรค’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/543755

26 ก.พ. 2566

'ไทยสร้างไทย' ผุดนโยบายต่อยอด '30บาทรักษาทุกโรค'

รื้อ ’30บาทรักษาทุกโรค’ ใหม่ พรรค ‘ไทยสร้างไทย’ ต่อยอดดูแลประชาชน สั่งยาผ่าน Mobile ลดภาระแพทย์ สร้างสังคมอุดมสุขภาพ

ไทยสร้างไทย ต่อยอด 30 บาทรักษาทุกโรค ปฏิวัติแนวคิด ชู 30 บาทพลัส สุขภาพดีถ้วนหน้า สู่ well-being society ใช้เทคโนโลยี Ai สร้างสังคมอุดมสุขภาพ ป้องกันก่อนป่วย ดูแลสุขภาพด้วยหมอประจำตัว 24ชั่วโมง 

คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย ระบุว่าปัญหา ด้านสาธารณสุขของประเทศไทยในช่วง20ปีที่ผ่านมาคือ ค่าใช้จ่ายด้านระบบสาธารณสุขของไทยพุ่งสูงขึ้นมาก แต่ประสิทธิภาพน้อยลง  ปี2544 ประเทศไทยมีค่าใช้จ่ายด้านสาธารณสุข 157,228ล้านบาท ส่วนปี2564 มีค่าใช้จ่าย 682,401ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 334% แต่กลับมีผู้เสียชีวิตมากขึ้นเกือบ 20% จากปีก่อนหน้าทุกปี

แกนนำพรรคไทยสร้างไทย แถลงนโยบาย 30 บาทพลัสแกนนำพรรคไทยสร้างไทย แถลงนโยบาย 30 บาทพลัส

นอกจากนั้น ยังมีจำนวนแพทย์ เพิ่มขึ้น 106.7% และพยาบาล 140% ในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา แต่ภาระของแพทย์ พยาบาล ยังต้องทำงานหนักมากขึ้น และคาดว่า ในปี 2574 ค่ารักษาพยาบาลจะพุ่งสูงขึ้นถึง 1.4 ล้านล้านบาท ซึ่งระบบงบประมาณของประเทศจะไม่สามารถรองรับได้อย่างแน่นอน และจะทำให้มีผู้ป่วยเพิ่มมากขึ้น


สำหรับ 30 บาทรักษาทุกโรค Plus จะเน้น Do It Yourself หรือ DIY Healtcare  โดยใช้เทคโนโลยีมายกเครื่องระบบสุขภาพเต็มรูปแบบ

ประชาชน คนไทยทุกคนจะมี Mobile Doctor อยู่ติดตัวตลอดเวลา สามารถสอบถามเรื่องสุขภาพได้ตลอด24ชั่วโมง ระบบChat GPT คือ AI Chatbot หรือปัญญาประดิษฐ์ที่สามารถสื่อสารผ่านข้อความกับมนุษย์ได้อย่างเป็นธรรมชาติ ซึ่งมีความสามารถสอบผ่าน วิชาทางการแพทย์ของประเทศสหรัฐอเมริกา ทุกวิชาด้วยคะแนนร้อยละ 80 – 90 ซึ่งถือว่าเป็นคะแนนระดับท็อปของมนุษย์
 

การมีMobile Doctor ประจำตัวนั้น จะทำให้คนไทยดูแลสุขภาพได้ง่ายขึ้น สามารถสอบถามหมอประจำตัว ได้24 ชั่วโมง ถ้าตรวจประเมิน พบว่าเจ็บป่วยเล็กน้อย จะสามารถสั่งยาผ่าน Mobile Doctor และนำ QR Code ไปสแกนรับยาฟรีที่ร้านยาใกล้บ้าน แต่หากต้องพบแพทย์ Mobile Doctor  ก็จะนัดแพทย์ใกล้บ้านให้ ดังนั้นผู้ที่เจ็บป่วยจึงสามารถเข้ารักษาโรงพยาบาลที่ใดก็ได้ หรือหากป่วยหนักMobile Doctor จะหาแพทย์เฉพาะทางให้โดยไม่ต้องรอใบส่งตัว

คุณหญิงสุดารัตน์ ย้ำว่าถึงเวลาที่ต้องยกระดับ 30 บาทรักษาทุกโรคพัฒนาสู่ 30 บาท Plus สร้าง Well-Being Society เพื่อให้คนไทยทุกคนเปลี่ยน Sickcare เป็น healthcare

ดร.สุวดี กล่าวเสริมว่า การปฏิวัติ ระบบสาธารณสุข ต้องเริ่มจากการดูแลประชาชนด้วยการรักษาโดย P4 ประกอบด้วย
1)ช่วยในการคัดกรองข้อมูล
2) ช่วยให้ประชาชนไม่ต้องรอคิว
3) ช่วยให้เจ้าหน้าที่ทำงานง่ายขึ้น
4) ช่วยดูแลผู้ป่วย Acute Care ลดจำนวนคนไข้ในโรงพยาบาล

นอกจากนี้ จะสร้างบำนาญประชาชน 3,000 บาทดูแลสังคมสูงวัยให้แข็งแรง ซึ่งคนไทยที่มีสุขภาพดีต้องมีรางวัล อาจเป็นส่วนลดค่าใช้จ่ายจากภาครัฐเช่นไฟฟ้า ประปา การเดินทางรถสาธารณะต่างๆเป็นต้น ที่สำคัญจะมีการนำปัญญาประดิษฐ์หรือ AI มาบริหาร จัดการระบบสาธารณสุขของไทยใหม่ทั้งระบบ

‘นิด้าโพล’ ชี้ คน ‘ชายแดนใต้’ เลือกพล.อ. ‘ประยุทธ์’ เป็นนายกฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/543745

26 ก.พ. 2566

'นิด้าโพล' ชี้ คน 'ชายแดนใต้' เลือกพล.อ. 'ประยุทธ์' เป็นนายกฯ

‘นิด้าโพล’ ชี้ คนสามจังหวัด ‘ชายแดนใต้’ อยากได้พล.อ. ‘ประยุทธ์’ เป็นนายกฯ แต่ไม่เลือก สส. แบบแบ่งเขตพรรครวมไทยสร้างชาติ

คนสามจังหวัดชายแดนใต้เลือกพล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกรัฐมนตรี สนับสนุนพรรคประชาชาติ แต่เลือกสส. เขตของพรรคเพื่อไทยที่นราธิวาสและยะลา ยกเว้นที่นราธิวาส

ศูนย์สำรวจความคิดเห็น นิด้าโพล สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจของประชาชน เรื่อง คนสามจังหวัดชายแดนภาคใต้เลือกพรรคไหน ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 10-20 กุมภาพันธ์ 2566 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป และมีสิทธิเลือกตั้งในจังหวัดปัตตานี ยะลา และนราธิวาส กระจายทุกระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ รวมทั้งสิ้น จำนวน 1,100 หน่วยตัวอย่าง

ภาพประกอบจากนิด้าโพลภาพประกอบจากนิด้าโพล

เมื่อถามถึงบุคคลที่คนสามจังหวัดชายแดนใต้จะสนับสนุนให้เป็นนายกรัฐมนตรีใน  5 อันดับแรกวันนี้ พบว่า

  • อันดับ 1 ร้อยละ 19.82 ระบุว่าเป็น พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา (พรรครวมไทยสร้างชาติ) เพราะ เป็นคนซื่อสัตย์สุจริต ทำให้บ้านเมืองเกิดความสงบ ขณะที่บางส่วนระบุว่า จะได้บริหารประเทศอย่างต่อเนื่อง และชื่นชอบผลงานที่ผ่านมา
  • อันดับ 2 ร้อยละ 17.55 ระบุว่าเป็น นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา (พรรคประชาชาติ) เพราะ มีประสบการณ์ในการทำงาน เป็นคนในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และช่วยเหลือประชาชนอย่างต่อเนื่อง
  • อันดับ 3 ร้อยละ 16.73 ระบุว่าเป็น น.ส.แพทองธาร (อุ๊งอิ๊งค์) ชินวัตร (พรรคเพื่อไทย) เพราะ ต้องการเปิดโอกาสให้ผู้หญิงเข้ามาบริหารประเทศ ชื่นชอบพรรคเพื่อไทย นโยบายของพรรคที่ผ่านมาสามารถทำได้จริง และชื่นชอบผลงานในอดีตของตระกูลชินวัตร
  • อันดับ 4 ร้อยละ 10.45 ระบุว่า ยังหาคนที่เหมาะสมไม่ได้ 
  • อันดับ 5 ร้อยละ 9.82 ระบุว่าเป็น นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ (พรรคก้าวไกล) เพราะ เป็นคนรุ่นใหม่ที่มีความรู้ความสามารถ กล้าคิด กล้าทำ ชื่นชอบแนวคิดและวิธีการทำงาน และชื่นชอบนโยบายของพรรคก้าวไกล



สำหรับพรรคการเมืองที่คนสามจังหวัดชายแดนใต้มีแนวโน้มจะเลือกให้เป็น สส. แบบแบ่งเขต ตามผลสำรวจนิด้าโพลในวันนี้ 

  • อันดับ 1 ร้อยละ 22.64 ระบุว่าเป็น พรรคประชาชาติ
  • อันดับ 2 ร้อยละ 19.64 ระบุว่าเป็น พรรคเพื่อไทย
  • อันดับ 3 ร้อยละ 15.27 ระบุว่าเป็น พรรคประชาธิปัตย์
  • อันดับ 4 ร้อยละ 12.91 ระบุว่าเป็น พรรครวมไทยสร้างชาติ
  • อันดับ 5 ร้อยละ 10.73 ระบุว่าเป็น พรรคก้าวไกล

นิด้าโพลชี้อีกว่า พรรคการเมืองที่คนสามจังหวัดชายแดนใต้มีแนวโน้มจะเลือกให้เป็น สส. แบบแบ่งเขต มากที่สุด

  • จังหวัดปัตตานี อันดับ 1 ร้อยละ 27.68 ระบุว่าเป็น พรรคประชาชาติ
  • จังหวัดยะลา อันดับ 1 ร้อยละ 20.07 ระบุว่าเป็น พรรคเพื่อไทย
  • จังหวัดนราธิวาส อันดับ 1 ร้อยละ 22.20 ระบุว่าเป็น พรรคเพื่อไทย



ด้านพรรคการเมืองที่คนสามจังหวัดชายแดนใต้มีแนวโน้มจะเลือกให้เป็น สส. แบบบัญชีรายชื่อ ในวันนี้ พบว่า

  • อันดับ 1 ร้อยละ 20.64 ระบุว่าเป็น พรรคเพื่อไทย
  • อันดับ 2 ร้อยละ 19.91 ระบุว่าเป็น พรรคประชาชาติ
  • อันดับ 3 ร้อยละ 14.73 ระบุว่าเป็น พรรคประชาธิปัตย์
  • อันดับ 4 ร้อยละ 13.55 ระบุว่าเป็น พรรครวมไทยสร้างชาติ
  • อันดับ 5 ร้อยละ 10.73 ระบุว่าเป็น พรรคก้าวไกล

นโยบาย ‘ฟอกไตฟรี’ ต้องกลับมาเป็นรัฐมนตรีให้ได้ก่อน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/543740

26 ก.พ. 2566

นโยบาย 'ฟอกไตฟรี' ต้องกลับมาเป็นรัฐมนตรีให้ได้ก่อน

ทุกอำเภอ ‘ฟอกไตฟรี’ มีปัญหาแน่ เพราะไม่มีบุคคลากรชำนาญการรองรับ ผอ.โรงพยาบาลสะบ้าย้อย คอยรัฐมนตรีกลับมาสานต่อนโยบายหลังการเลือกตั้ง

นายแพทย์ สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ผู้อำนวยการ ( ผอ.)
โรงพยาบาลสะบ้าย้อย วิจารณ์นโยบายฟอกไตฟรีทุกอำเภอว่ามีปัญหาในทางปฏิบัติ เรื่องการตั้งศูนย์ฟอกไตทุกอำเภอนั้น ถ้าทำได้ง่าย โรงพยาบาลต่างๆลงมือเองไปนานแล้ว

แต่สาเหตุที่ทำได้ยากเพราะขาดแคลนกำลังคนทั้งหมออายุรกรรมโรคไตและพยาบาลเฉพาะทางด้านนี้อย่างหนัก 

ในหนึ่งปีสามารถฝึกอบรมบุคคลากรได้แค่หลักร้อยคน แต่ความต้องการพยาบาลนั้นเป็นหลักพัน  หากดูแลไม่ละเอียด ผู้ป่วยจะแย่ลงได้  และการจะเปิดบริการศูนย์ฟอกไตฟรีได้ต้องผ่านการตรวจมาตรฐาน ซึ่งสำคัญและเป็นการคุ้มครองผู้ป่วย  ขนาดจ้างบริษัทเอกชนมาทำแบบ outsource ยังผ่านยาก  ดังนั้นหากจะประกาศนโยบายนี้ จึงต้องแก้คอขวดที่กำลังคนไม่ใช่งบซื้อเครื่องฟอกไต

ผอ.โรงพยาบาลสะบ้าย้อย ระบุว่า เมื่อรัฐมนตรีอนุทิน ยกทีมพรรคภูมิใจไทยมาหาเสียงที่สะบ้าย้อย สิ่งที่ดีงามประการหนึ่งคือ ทีมเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลสะบ้าย้อยสามารถทำงานได้ตามปกติ เสมือนไม่มี event นี้ ไม่ต้องเตรียมต้อนรับใดๆ เพราะแค่นั่งรถผ่านหน้าโรงพยาบาล

ภาพประกอบจากเฟซบุ๊ก นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจภาพประกอบจากเฟซบุ๊ก นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ

แต่เรื่องที่ปราศรัยว่า ผอ.คนใหม่มีความสามารถเป็นเรื่องที่น่าสนใจ  โดยเฉพาะเรื่องศูนย์ฟอกไตฟรีนั้น จะคอยดูว่าหากของบประมาณไปตามที่ชาวบ้านแนะนำแล้ว จะถูกตัดด้วยเป็นพื้นที่ชายแดนไกลปืนเที่ยง  ไม่ตรงกับที่หาเสียงหรือไม่  ที่สำคัญต้องรอดูว่าหลังเลือกตั้งคนปราศรัยจะได้ come back จริงเปล่า

ระยะทางไกล 100กิโลเมตรจากหาดใหญ่สงขลา อย่างสะบ้าย้อยจะหา outsource ที่ไหนมารับภารกิจ  ผอ.โรงพยาบาลไกลๆน่าจะสอบตกกับนโยบายนี้แน่ๆ

ภูมิธรรม ยันเพิ่งผ่าตัดไต เดินทางไป ‘ฮ่องกง’ ไม่ได้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/543736

26 ก.พ. 2566

ภูมิธรรม ยันเพิ่งผ่าตัดไต เดินทางไป 'ฮ่องกง' ไม่ได้

เพิ่งผ่าตัดเปลี่ยนไต เดินทางไปไหนยังไม่ได้ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ปฏิเสธข่าวนำบัญชีรายชื่อ สส.ไปขอความเห็นชอบที่ ‘ฮ่องกง’

นาย ภูมิธรรม เวชยชัย รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย โพสเฟซบุ๊ก ยืนยันว่ายังไม่สามารถเดินทางไปต่างประเทศ หรือ ต่างจังหวัดได้ เนื่องจากเมื่อช่วงปลายปี 65 ได้เข้ารับการเปลี่ยนถ่ายไต หลังผ่าตัดต้องพักฟื้นในห้องปลอดเชื้อคนเดียวเป็นเวลา 45 วัน

แม้ว่าขณะนี้ร่างกายจะฟื้นฟูดีขึ้นตามลำดับ แต่ก็ยังมีข้อแนะนำจากแพทย์ให้งดการเดินทาง และงดอยู่ในที่ชุมชนคนเยอะๆ จนถึงปลายเดือนมีนาคม

ดังนั้นข่าวที่สำนักข่าวแห่งหนึ่งระบุว่าตัวเขาเดินทางไปฮ่องกง จึงไม่เป็นความจริง

รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ระบุอีกว่าการจัดทำรายชื่อผู้สมัคร สส. บัญชีรายชื่อ เป็นหน้าที่ความรับผิดชอบของ คณะกรรมการสรรหาผู้สมัคร หัวหน้าพรรค เลขาธิการพรรค และ กรรมการบริหารพรรค ถึงแม้ว่าจะเป็นรองหัวหน้าพรรค แต่ก็ทำงานตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายจากหัวหน้าพรรค/เลขาธิการพรรค และคณะกรรมการบริหารพรรค

การจัดทำบัญชีรายชื่อผู้สมัคร สส. บัญชีรายชื่อ จะเริ่มขั้นตอนจากกรรมการสรรหาผู้สมัคร ที่ต้องแจ้งให้สาขาตัวแทนพรรคการเมือง กรรมการบริหารพรรค และสมาชิกเป็นผู้เสนอรายชื่อบุคคลที่สมควร เป็นไปตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง

การพิจารณาผู้สมัคร สส. บัญชีรายชื่อ ขั้นสุดท้ายเป็นหน้าที่ของคณะกรรมการบริหารพรรคเท่านั้น ที่จะอนุมัติรายชื่อและจัดลำดับ

‘ชวน หลีกภัย’ แฉ ซื้อตัวยกจังหวัด 200 ล้านบาท ที่ ‘ภาคใต้’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/543732

26 ก.พ. 2566

'ชวน หลีกภัย' แฉ ซื้อตัวยกจังหวัด 200 ล้านบาท ที่ 'ภาคใต้'

อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ‘ชวน หลีกภัย’ แฉ คนย้ายพรรคเคยเล่าให้ฟัง มีค่าจ้าง 200 ล้านบาท หากกวาดสส.บางจังหวัด ‘ภาคใต้’ ได้ทั้งจังหวัด

ประธานรัฐสภาแฉเอง จ่าย 200 ล้านบาท ดึงตัวคนประชาธิปัตย์ หวังกวาดยกจังหวัด สส.แถบภาคใต้ กรีดคนย้ายพรรคอายุมากกลัวไม่ได้เป็นรัฐมนตรี

นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา และอดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์  ยอมรับว่า เป็นห่วงความนิยมของพรรค โดยเฉพาะพื้นที่ภาคใต้บางจุด แต่มั่นใจว่า ไม่น่าจะถึงขั้นสูญพันธุ์ เนื่องจากพรรคประชาธิปัตย์มีชาวบ้านเป็นฐานเสียงสำคัญ ที่ยังคงศรัทธาในความซื่อสัตย์สุจริตของพรรคประชาธิปัตย์ แต่ยอมรับว่าเป็นยุคตกต่ำของประชาธิปัตย์ และมีปัญหาภายในพรรค เช่น

มีบางคนในพรรคอยากให้มีการเปลี่ยนตัวหัวหน้าพรรค บางคนมาเจรจาขอให้ทำหน้าที่รักษาการหัวหน้าพรรค ซึ่งได้ปฏิเสธไป เนื่องจากเป็นมติพรรค ที่เลือกนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ เป็นหัวหน้าพรรค ทุกคนในพรรคก็ต้องช่วยกันทำงาน อีกทั้งการเปลี่ยนม้ากลางทางอาจไม่เหมาะสม ดังนั้น ทางเดียว คือ หากต้องการเปลี่ยนแปลง ต้องรอให้ครบวาระและเลือกหัวหน้าพรรคคนใหม่

อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เชื่อว่า เหตุผลความไม่พอใจตัวหัวหน้าพรรค ไม่ใช่เหตุผลของการย้ายสังกัดพรรค แต่เหตุผลสำคัญ คือ การกลัวแพ้เลือกตั้ง และการเจรจาทาบทามให้มีการย้ายพรรค



“ผมไปพบเพื่อนนักการเมืองที่ย้ายพรรค ไปเยี่ยมท่านที่โรงพยาบาล ท่านโทรหาผมว่า เมื่อคุณชวนกลับแล้วผมกอดภรรยาร้องไห้ จะออกจากพรรคได้ยังไง จะบอกคุณชวนยังไง วันนั้นบอกไม่ย้าย ท่านบอกผมว่า เค้าให้ท่าน 200 ล้าน ให้กวาดจังหวัดนั้น จะให้เป็นรัฐมนตรี ท่านก็กลับมา เราก็หมดห่วง สุดท้ายไปอีกพรรคหนึ่ง ได้ข่าวว่านายกฯ ดึงตัวไป นี่ไม่ทราบนะ ไม่ได้ถามนายกฯ” นายชวน กล่าว

สำหรับคนที่จะไปคงต้องปล่อยไป แต่เข้าใจว่า บางคนอายุมากขึ้นกลัวว่าถ้าอยู่ประชาธิปัตย์จะไม่ได้เป็นรัฐมนตรีครั้งหน้า แต่ถ้าไปอยู่พรรคเล็กๆสักพรรคหนึ่ง เป็นบัญชีรายชื่อลำดับต้นๆ พรรคที่ใครเป็นรัฐบาลก็ร่วมด้วย คนพวกนี้ก็หวังผลจะเป็นรัฐมนตรี

“ความขัดแย้งมีอยู่บ้าง คงไม่มากกว่านี้ เพราะคนที่ออกไปก็ไม่ได้เกลียดชัง แต่อาจไม่พอใจหัวหน้า และถูกทาบทามไป ครั้งนี้ต้องยอมรับว่า มากที่สุดไม่เคยปรากฏมาก่อน ทำให้เห็นถึงความอยากเอาชนะ จึงต้องทำบางอย่างที่เราไม่คิดว่าจะทำ แต่ถ้ามันไม่ถูกต้อง ก็จะมีอันเป็นไป เชื่อว่า อะไรที่ไม่ชอบธรรมถูกต้องไม่ว่าองค์กรไหน วันหนึ่งต้องมีอันเป็นไป เลยเตือนคนประชาธิปัตย์ อย่าหวั่นไหว ขอให้ยืนหยัดช่วยพรรค คิดว่าคงไม่ตกต่ำที่สุด” นายชวน กล่าว

ติง ‘กกต.’ เปลี่ยนม้ากลางศึก ทำแบ่งเขตเลือกตั้งมีรอยต่อ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/543719

26 ก.พ. 2566

ติง 'กกต.' เปลี่ยนม้ากลางศึก ทำแบ่งเขตเลือกตั้งมีรอยต่อ

แบ่งเขตเลือกตั้ง ยังไม่แล้วเสร็จ แต่ ‘กกต.’ ขยับปรับเปลี่ยน ผอ.กกต.หลายจังหวัด สมชัย หวั่นทำให้การเลือกตั้งขลุกขลัก

ผู้อำนวยการการเลือกตั้งกรุงเทพมหานคร (ผอ.กกต.กทม.) ได้เลื่อนขั้นเป็นผอ. สถาบันพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้งเทียบเท่ารองเลขาธิการ กกต. ขณะที่การแบ่งเขตเลือกตั้ง ยังไม่แล้วเสร็จ

สมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โพสต์เฟซบุ๊ก มีเนื้อหาว่ามีการเปลี่ยนม้ากลางศึก ในสำนักงาน กกต. ที่สังคมไม่รู้ คือ ในช่วงที่ใกล้เลือกตั้งเช่นนี้  กลับมีการสับเปลี่ยนตำแหน่งผู้บริหารระดับแม่ทัพน้อย เช่น ผอ. กกต.จังหวัด  เป็นระลอกใหญ่

ผอ. กกต. กทม. ที่ยังมีโจทย์วุ่นกับการแบ่งเขต 8 แบบ ถูกเลี่อนระดับเป็น ผอ. สถาบันพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้ง ซึ่งเป็นตำแหน่งเทียบเท่ารองเลขาธิการ  ผอ. กกต. หลายจังหวัดถูกสับเปลี่ยน หรือ โยกมาดำรงตำแหน่งสูงขึ้น ปวดหัวน้อยลงในส่วนกลาง

ในขณะที่โจทย์การแบ่งเขตเลือกตั้งยังอาจต้องรื้อใหม่โดยคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ 

นอกจากนี้การหา ผอ.เขตเลือกตั้งยังได้คนไม่ครบ 400 เขต เพราะได้ค่าแรงไม่คุ้มค่าเสี่ยง ที่ กกต. โยนงานการรวมคะแนนแบบไม่เป็นทางการมาเพิ่มที่เขต  หากมีการโกงกันหรือคะแนนแตกต่างกับคะแนนที่เป็นทางการ หรือแตกต่างจากคะแนนที่ภาคประชาชนเก็บข้อมูล  ก็มีสิทธิย้ายที่นอน

อดีตกรรมการการเลือกตั้ง ตั้งข้อสังเกตุว่าการเปลี่ยนม้ากลางศึก แม้จะเป็นการเลื่อนให้สูงขึ้น เป็นที่น่ายินดีกับคนได้รับเลื่อน  แต่มีคำถามว่า เหมาะสมหรือไม่  หรืออยากให้การเลือกตั้งอยู่ในมือของผู้บริหารมือใหม่ ให้มันวุ่นวายเล่น

ล่าสุด นาย สำราญ ตันพาณิช ผอ.กกต.กทม. บอกกับคมชัดลึกว่า จะต้องไปรับตำแหน่งใหม่ วันที่  1 มีนาคมนี้ และจะไม่กระทบกับการแบ่งเขตเลือกตั้ง หรือ การจัดการการเลือกตั้งแต่อย่างใด เพราะมีทีมงานที่ขับเคลื่อน ทำงานมาอย่างต่อเนื่อง

จุรินทร์ นำทัพ ‘ประชาธิปัตย์’ ปราศรัยใหญ่สงขลา ทวงคืนปักษ์ใต้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/543707

25 ก.พ. 2566

จุรินทร์ นำทัพ 'ประชาธิปัตย์' ปราศรัยใหญ่สงขลา ทวงคืนปักษ์ใต้

จุรินทร์ นำทัพ ‘ประชาธิปัตย์’ ปราศรัยใหญ่สงขลา ประชาชนกว่า 30,000 คน พร้อมนำประชาธิปัตย์คัมแบ็ค 58 เขต 58 คน ทวงคืนปักษ์ใต้ พร้อมเปิดตัวผู้สมัครทั้ง 9 เขต

25 ก.พ.2566 พรรคประชาธิปัตย์ ลั่นกลองรบค่ำนี้ ที่สนามแยกโรงปูน บิ๊กซีคลองแห อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา โดยนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นำขุนพลขึ้นเวทีปราศรัยใหญ่เป็นครั้งแรกของพรรคปชป.

นำทีมโดย นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคปชป. นายบัญญัติ บรรทัดฐาน นายนิพนธ์ บุญญามณี ผอ.เตรียมการเลือกตั้ง นายนริศ ขำนุรักษ์ ส.ส. จังหวัดพัทลุง พร้อมด้วยนายเดชอิศม์ ขาวทอง คุณตั๋น จิตภัสร์ กฤดากร ดร.เอ้ สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ และนายเมธี อรุณ (ลาบานูน) 

ประชาธิปัตย์ เปิดตัวผู้สมัคร 9 เขตจ.สงขลา

การปราศรัยครั้งนี้ มีแกนนำ กรรมการสาขาพรรค ผู้นำชุมชน สมาชิกพรรคปชป.และประชาชนทั่วไปเข้ารับฟังการปราศัย กว่า 30,000 คน พร้อมกันนี้นายจุรินทร์ได้เปิดตัวผู้สมัครทั้ง 9 เขตประกอบด้วย

เขต 1 นายสรรเพชญ บุญญามณี 

เขต 2 นายนิพัฒน์ อุดมอักษร 

เขต 3 นายสมยศ พลายด้วง 

เขต 4 นายชัยวุฒิ ผ่องแผ้ว 

เขต 5 นานเดชอิศม์ ขาวทอง 

เขต 6 นางสาวสุภาภรณ์ กำเนิดผล 

เขต 7 นายศิริโชค โสภา 

เขต 8 พล.ต.ต.สุรินทร์ ปาลาเร่ 

เขต 9 นายศักดิ์สิทธิ์ ขาวทอง 

จุรินทร์ นำทัพ 'ประชาธิปัตย์' ปราศรัยใหญ่สงขลา ทวงคืนปักษ์ใต้

มั่นใจ ‘ประชาธิปัตย์’ ทวงคืนปักษ์ใต้

การปราศรัยของบรรดาแกนนำพรรคประชาธิปัตย์ที่สลับกันพูดบนเวที ส่วนใหญ่จะเน้นในเรื่องของ ยุทธศาสตร์ 3 สร้าง คือสร้างเงิน สร้างคน สร้างชาติ ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์มีความมั่นใจที่จะสามารถทวงคืนเก้าอี้ส.ส.ภาคใต้ได้ทั้งหมด 58 เขต 58 คน และมั่นใจว่าในพื้นที่จังหวัดสงขลาจะกวาดที่นั่งได้ครบทั้ง 9 เขต

สำหรับบรรยากาศโดยรอบแออัดเต็มไปด้วยพี่น้องประชาชนมาฟังการปราศัยกว่า 30,000 คน ซึ่งล้วนแต่เดินทางมาจากทั้ง 16 อำเภอของจังหวัดสงขลา

จุรินทร์ นำทัพ 'ประชาธิปัตย์' ปราศรัยใหญ่สงขลา ทวงคืนปักษ์ใต้

ส่องป้ายทะเบียนรถ ‘นายกฯ’ ใช้เดินทางปราศรัยใหญ่ที่โคราช

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/543704

25 ก.พ. 2566

ส่องป้ายทะเบียนรถ ‘นายกฯ’ ใช้เดินทางปราศรัยใหญ่ที่โคราช

‘นายกฯ’ นั่งเครื่องบินเจ็ทลงโคราช ไหว้ย่าโมเอาฤกษ์เอาชัย เจ้าตัวขอพรให้คนไทยมีความสุข แต่ลืมขอให้ตัวเอง เชื่อถ้าทำดีได้ดี ปรากฏช่วงชุลมุนมีวัยรุ่นชายโผล่ไลฟ์ป่วน ขณะที่ชาวบ้านแห่ส่องป้ายทะเบียนรถเอาไว้ลุ้นโชค

25 ก.พ. 2566 แกนนำพรรคการเมือง เดินสายลงพื้นที่พบประชาชน รวมถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธาน คณะกรรมการกำหนดแนวทางและยุทธศาสตร์พรรคการเมือง พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) สวมเสื้อเชิ้ตสีขาว และสวมสูทลำลองสีกรมท่า เดินทางมาพร้อม นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรค ด้วยเครื่องบินเจ็ทลำเล็กขนาด 4 ที่นั่ง มาลงที่สนามบิน จ.นครราชสีมา

โดยมีประชาชนมารอต้อนรับอย่างอบอุ่น และชูป้ายข้อความระบุว่า เลือกนายกฯ คนอีสานหลานย่าโม , อยู่กับลุงกระเป๋าตุงทุกเดือน , ลุงตู่ทำแล้ว ทำอยู่ ทำต่อ , ลุงตู่สู้ๆ ขอเงินให้เกษตรกรไปคืนครูอาชีพด้วยจ้า พร้อมตะโกนลุงตู่สู้ๆ ลุงตู่อยู่ต่อ

ส่องป้ายทะเบียนรถนายกฯเอาไว้ลุ้นโชค

จากนั้น เวลา 17.06 น.พล.อ.ประยุทธ์ เดินทางถึงลานท้าวสุรนารี (ย่าโม) ด้วยรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้าอัลพาร์ด สีขาว หมายเลขทะเบียน 2 ขช 875 กรุงเทพมหานคร เพื่อประกอบพิธีบวงสรวงท่านท้าวสุรนารี (ย่าโม) โดยมีพราหมณ์จากวัดศิริสุทโธ (คำชะโนด) นำประกอบพิธีบวงสรวงสักการะ ขอพรและขอขมา เพื่อความเป็นสิริมงคล

ทั้งนี้ ภายหลังประกอบพิธี พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ได้ขอพรให้มีความสุขทุกคน วันนี้ได้มากราบย่าโมด้วยตัวเองเสียที และได้ห้อยเหรียญย่าโมไว้ที่คอมาตลอด รวมถึงขอพรให้บ้านเมือง ประชาชนและส่วนรวม แต่ลืมขอพรให้ตัวเอง เพราะพราหมณ์ได้ขอพรให้แล้ว เวลาไปไหนก็จะขอพรแบบนี้ ให้ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ และประชาชน ซึ่งท้ายที่สุดถ้าตัวเองทำความดีก็ได้กับตัวเอง

บริเวณนี้ มีประชาชนให้การต้อนรับอย่างคึกคัก ชูป้ายสนับสนุนหลายข้อความ อาทิ คนพิมาย สนับสนุนลุงตู่ คนโคราช , นายกคนอีสานอยู่ต่อ-กลุ่มปฏิวัติหนี้ครูโคราช-ให้กำลังใจนายกลุงตู่อยู่ยาว-ลุงตู่อยู่ต่อ รวมถึงมีการชูป้าย อดีตหมู่บ้านคนเสื้อแดง 20 จังหวัดภาคอีสาน

นายกฯใช้รถยนต์ยี่ห้อโตโยต้าอัลพาร์ด สีขาว หมายเลขทะเบียน 2 ขช 875 กรุงเทพมหานคร เดินทางมากราบขอพรย่าโมนายกฯใช้รถยนต์ยี่ห้อโตโยต้าอัลพาร์ด สีขาว หมายเลขทะเบียน 2 ขช 875 กรุงเทพมหานคร เดินทางมากราบขอพรย่าโม

พิธีบวงสรวงท่านท้าวสุรนารี (ย่าโม)พิธีบวงสรวงท่านท้าวสุรนารี (ย่าโม)

วัยรุ่นชายไลฟ์ป่วนขบวนนายกฯ

ทั้งนี้ ระหว่าง พล.อ.ประยุทธ์ ทำพิธีบวงสรวงย่าโม มีวันรุ่นชาย 2 คน ซึ่งเป็นกลุ่มเห็นต่าง มายืนไลฟ์สดและตะโกน ว่า 8 ปีที่ยึดอำนาจมาอายไหม , ปิดกั้นความคิดต่างอายไหม , รถไฟความเร็วสูงเมื่อไหร่จะได้ใช้ , หนี้ที่กู้มาจะชดใช้อย่างไร , นโยบายจากพรรคเก่ายังทำไม่ได้เลย ขณะเดียวกัน มีเจ้าหน้าที่คอยประกบชายทั้ง 2 คน ไม่ให้เข้าถึงตัวพล.อ.ประยุทธ์

จากนั้น 18.00 น. พล.อ.ประยุทธ์ ได้ร่วมเคารพธงชาติก่อนจะเดินทักทายประชาชน และเดินไปยังเวทีปราศรัย ที่สนามหน้าศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา

ทำต่อ บัตรลุงตู่ ได้มากกว่า 700 บาท

นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการพรรครวมไทยสร้างชาติ เปิดปราศรัยเป็นคนแรก ว่า เรามาร่วมกันเปิดประตูสู่อีสาน อย่าให้น้อยหน้าที่วันก่อนไป จ.ชุมพร จัดเปิดประตูสู่ภาคใต้ พี่น้องมาร่วมงานสุดลูกหูลูกตา วันนี้ก็ต้องไม่น้อยหน้า ซึ่งขุนพลทั่วภาคอีสานจะมาปราศรัยและช่วยกันต้อนรับพี่แรมโบ้ หัวหน้าพีระพันธุ์ และนายกฯลูกอีสานหลานย่าโม คือ นายกฯประยุทธ์

ทั้งนี้ ตนก็เป็นลูกโคราชเหมือนกัน อดีตส.ส.โคราช นายนิพนธ์ พร้อมพันธุ์ (ลุง) , นางศรีสกุล พร้อมพันธุ์ (แม่) ซึ่งตระกูลพร้อมพันธุ์ ทำมาหากินและแจ้งเกิดทางการเมือง

นายเอกนัฏ กล่าวต่อว่า วันก่อน กกต. ประกาศแล้วว่ามีอยู่พรรคเดียวที่สามารถส่งผู้สมัครลงได้ครบ 77 จังหวัดก็คือพรรครวมไทยสร้างชาติ ซึ่งเราไม่ใช่สักแต่ว่าจะส่ง แต่ส่งแล้วต้องชนะด้วย และ 1 มีนาคมนี้ จะมี ส.ส.ที่จะลาออกมาอยู่กับพรรครวมไทยสร้างชาติ ไม่ต่ำกว่า 40 คน

จากนั้น นายเอกนัฏ ได้แนะนำตัวว่าที่ผู้สมัคร อาทิ หนองคาย หนองบัวลำภู ยโสธร กาฬสินธุ์ บึงกาฬ นครพนม มหาสารคาม สกลนคร ชัยภูมิ สุรินทร์ ศรีสะเกษ บุรีรัมย์ ร้อยเอ็ด ขอนแก่น อุบลราชธานี นครราชสีมา และขอต้อนรับ จ.เลย นายปรีชาเร่งสมบูรณ์สุข อดีตรัฐมนตรี

นายเอกนัฏ กล่าวว่า พรรครวมไทยสร้างชาติให้ความสำคัญกับการทำ และทำให้สำเร็จ จนถึงแคมเปญของเราคือ ทำแล้ว ทำอยู่ ทำต่อ และครั้งนี้ที่เราทำสำเร็จคือ อดีตคนเสื้อแดงหลายคนมาอยู่บนเวทีเดียวกัน

ด้านนายสุชาติ ชมกลิ่น แม่ทัพบ้านใหม่ชลบุรี กล่าวปราศรัยว่า ตนตามเอกนัฏมาอยู่ รทสช. พร้อมขอพี่น้องชาวโคราชที่มีลูกหลานไปทำงานในเขตนิคมอุตสากรรม จ.ชลบุรี ช่วยบอกให้ลูกหลานเลือกลุงตู่ เพราะถ้าเลือกแล้วจะได้เงินคืน 30% เป็นเงินของกองทุนชราภาพจากประกันสังคม ไม่ใช่เงินรัฐบาล ไม่ใช่เงินภาษีประชาชน เป็นเงินที่ผู้ประกันตนทำสะสมไว้ ซึ่งกฎหมายตัวนี้เข้าไปอยู่ในสภาเรียบร้อยแล้ว ผู้ประกันตน 12 ล้านคนในมาตรา 33 จะได้เงินไปใช้ 30% ก่อน เพื่อนำมาใช้จ่าย

“คนรวยกู้แบงค์ได้ดอกเบี้ยถูก แต่คนจนไม่มีใครรับรองเงินเดือน จะต้องไปกู้นอกระบบ ซึ่งมันก็ไม่ยุติธรรม แต่นายกลุงตู่สร้างความยุติธรรมให้กับทุกคน และที่ตนมาอยู่พรรครวมไทยสร้างชาติ เพราะ มีป้าคนหนึ่งบอกว่ารักลุงตู่มาก เพราะลุงตู่เป็นคนเสมอต้นเสมอปลาย เพราะจะได้ใช้บัตรลุงตู่ทุกเดือน ป้าบอกว่านี่คือความเสมอต้นเสมอปลายของลุงตู่ แต่พรรคอื่นเวลาจะเลือกตังค์ค่อยมา ยกมือไหว้บอกให้เลือก แต่เลือกตั้งเสร็จไม่เคยกลับมาบ้านเลย แต่นายกลุงตู่ทำแล้วทำอยู่ทำต่อไปก็คือบัตรลุงตู่”

ขณะที่ นายธนกร วังบุญคงชนะ แกนนำพรรค กล่าวว่า พรรคฝ่ายค้านมักจะบอกว่า พล.อ.ประยุทธ์ ไม่มีผลงาน ฝ่ายค้านไม่เอาสมองส่วนหน้าคิด แต่เอาสมองส่วนหลังคิด ซึ่งสมองส่วนหลังนั้นเป็นพวกสัตว์เลื้อยคลาน วันนี้เราเปิดประเทศได้แล้วมีนักท่องเที่ยว 11 ล้านคน ปี 66 ตั้งเป้า 20 กว่าล้านคน ทำเงินเข้าให้ประเทศจำนวนมาก บัตรสวัสดิการแห่งรัฐของลุงตู่ จะทำให้ดีกว่าเดิม และได้มากกว่า 700 บาทแน่นอน

ส่องป้ายทะเบียนรถ ‘นายกฯ’ ใช้เดินทางปราศรัยใหญ่ที่โคราช
ส่องป้ายทะเบียนรถ ‘นายกฯ’ ใช้เดินทางปราศรัยใหญ่ที่โคราช
ส่องป้ายทะเบียนรถ ‘นายกฯ’ ใช้เดินทางปราศรัยใหญ่ที่โคราช
ส่องป้ายทะเบียนรถ ‘นายกฯ’ ใช้เดินทางปราศรัยใหญ่ที่โคราช
ส่องป้ายทะเบียนรถ ‘นายกฯ’ ใช้เดินทางปราศรัยใหญ่ที่โคราช

‘ชาติพัฒนากล้า’ ประชุมใหญ่ ขอ 25 เสียงขึ้นไป หวังทวงแชมป์ที่โคราชคืน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/543698

25 ก.พ. 2566

'ชาติพัฒนากล้า' ประชุมใหญ่ ขอ 25 เสียงขึ้นไป หวังทวงแชมป์ที่โคราชคืน

‘สุวัจน์’ นำทัพ ‘ชาติพัฒนากล้า’ จัดประชุมใหญ่ เข็นนโยบาย น้ำมัน ไฟฟ้าราคาถูก มอเตอร์เวย์ทั่วไทย ปรับโครงสร้างภาษี ซ่อมบ้านผู้สูงอายุ อ้อน ขอ25 เสียงขึ้นไป หวังทวงแชมป์ที่โคราชคืน

25 ก.พ. 2566 ที่โรงแรมดิอิมพีเรียล โอเท็ล แอนด์ คอนเวนชั่น เซ็นเตอร์ โคราช อ.เมือง จ.นครราชสีมา พรรคชาติพัฒนากล้า เปิดการประชุมใหญ่สามัญ ประจำปี 2566 โดยการนำของนายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานพรรคชาติพัฒนากล้า อดีตรองนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยนายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล ที่ปรึกษาพรรคฯ นายประสาท ตันประเสริฐ รองหัวหน้าพรรคฯ และนายเทวัญ ลิปตพัลลภ เลขาธิการพรรคฯ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขต 1 รวมทั้งนายวัชรพล โตมรศักดิ์ รองหัวหน้าพรรคฯ ส.ส.นครราชสีมา ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขต 2 นายประเสริฐ บุญชัยสุข นายกเทศมนตรีนครนครราชสีมา นายสมบัติ กาญจนวัฒนา ว่าที่ผู้สมัคร เขต 3 อดีตประธานสภา อบจ.นครราชสีมา รวมถึงบรรดากรรมการบริหารพรรค รองเลขาธิการพรรค สมาชิกพรรคชาติพัฒนากล้าในพื้นที่ จ.นครราชสีมา และจังหวัดต่างๆ โดยสวมใส่เสื้อยืดสีแสดสีประจำพรรค รวมกว่า 300 คน

นายสุวัจน์ กล่าวว่าการประชุมใหญ่พรรควันนี้ มีวาระสำคัญ ดังนี้

1.เตรียมความพร้อมเพื่อการเลือกตั้งทั่วไป 2566 2.นโยบายพรรคชาติพัฒนากล้า ที่จะใช้ในการหาเสียงเลือกตั้ง

3.พิจารณาแก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับพรรคชาติพัฒนากล้า ข้อ 71 และรายงานให้เพื่อนสมาชิกได้รับทราบถึงนโยบายพรรค รวมทั้งอยากจะรับฟังความคิดเห็นสมาชิกด้วย ส่วนประเด็นแคนดิเดตนายกฯ ยังไม่ได้มีการเสนอในเรื่องนั้น เป็นการประชุมตามวาระดังกล่าว

ในที่ประชุมใหญ่พรรคชาติพัฒนากล้า ได้มีการพูดถึงเรื่องนโยบายเศรษฐกิจ การเตรียมความพร้อมในเรื่องของการเลือกตั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งได้มีการพูดคุยกันเรื่องนโยบายของพรรคชาติพัฒนากล้า สําหรับการเลือกตั้งที่จะถึงนี้ว่าในเรื่องเศรษฐกิจนั้น เราจะเน้นเรื่องอะไรกันบ้าง ซึ่งเราจะเน้นในเรื่องของการที่จะเพิ่มรายได้ให้กับพี่น้องประชาชน จากเศรษฐกิจใหม่ ซึ่งมีอยู่ 6-7 ประเภท ที่เรียกว่า spectrum economy หรือ เศรษฐกิจหลากสี ซึ่งสามารถจะทําให้เกิดเศรษฐกิจใหม่ มูลค่ามากกว่า 5 ล้านล้านบาทต่อปี หรือในเรื่องการส่งเสริมการท่องเที่ยว ที่จะดึงนักท่องเที่ยวกลับมาให้มากกว่าเก่าเท่าตัวสามารถจะเพิ่มรายได้ให้ประเทศอีก 5 ล้านล้านบาท หรือการลดค่าใช้จ่ายด้วยการปรับโครงสร้างภาษีครั้งใหญ่ ใครเงินเดือนต่ํากว่า 40,000 บาท ไม่ต้องเสียภาษี นโยบายการยกเลิกแบล็กลิสต์บูโร

นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานพรรคชาติพัฒนากล้า อดีตรองนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยนายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานพรรคชาติพัฒนากล้า อดีตรองนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยนายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า

'ชาติพัฒนากล้า' ประชุมใหญ่ ขอ 25 เสียงขึ้นไป หวังทวงแชมป์ที่โคราชคืน

เพื่อให้เขาได้มีโอกาสที่จะได้เงินเพิ่มได้สินเชื่อเพิ่มเพื่อมาต่ออายุ นโยบายเรื่องสร้างมอเตอร์เวย์ทั่วไทย ซึ่งวันนี้ชาวโคราชรอว่าเมื่อไหร่มอเตอร์เวย์มาโคราชจะเปิด เป็นเรื่องที่จะต้องผลักดันให้เสร็จโดยเร็ว หรือนโยบายรื้อโครงสร้างพลังงาน ค่าน้ำมัน ค่าไฟถูกลง และนโยบายปรับปรุงบ้านหลังละ 50,000 บาท เพื่อผู้สูงอายุและคนพิการ นโยบายในการสร้างมูลค่าเพิ่งทางการเกษตรและยกระดับสินค้าเกษตรด้วยการทำอุตสาหกรรม

ฉะนั้น สิ่งต่างๆ เหล่านี้ได้เล่าให้สมาชิกฟัง เพื่อให้เกิดความมั่นใจในนโยบายเศรษฐกิจ รวมทั้งการพูดกันถึงความพร้อมในเรื่องการเลือกตั้ง ผู้สมัครหรือว่าตัวแทนหน่วยเลือกตั้งต่างๆ ที่จะต้องทําให้ครบถ้วนตามกฎหมายเลือกตั้ง ซึ่งสมาชิกส่วนใหญ่มีความพึงพอใจสูงสุดในนโยบายรื้อโครงสร้างพลังงาน ค่าน้ำมัน ค่าไฟถูกลง นโยบายสร้างมอเตอร์เวย์ทั่วไทย และนโยบายปรับปรุงบ้านหลังละ 50,000 บาท เพื่อผู้สูงอายุและคนพิการ นโยบายปรับโครงสร้างภาษี

สำหรับบรรยากาศการเลือกตั้งในครั้งนี้ นายสุวัจน์ มองว่าเป็นการเลือกตั้งที่ถ้าเป็นกีฬาถือว่าสนุกที่สุด ดุเดือดที่สุด เพราะว่าการแข่งขันสูงและมีเดิมพันของชัยชนะสูง แล้วก็เป็นการเลือกตั้งที่เหมือนกับคนดูลุ้น หมายความว่าอยากให้เป็นการเลือกตั้งที่นําไปสู่การแก้ไขปัญหาต่างๆ ของประเทศ ผมผ่านการเลือกตั้งมาแล้วตั้งแต่ปี 31 ผมว่าเที่ยวนี้จะเป็นการเลือกตั้งที่สนุก คือ เข้มข้น ดุเดือด ก็เป็นเรื่องที่ดี ถ้าเปรียบเป็นกีฬาก็เป็นเกมที่สนุกที่สุด

ผู้สื่อข่าวถามว่าตอนนี้ได้มีการพูดกันว่าจะดีลกับใคร ใครดีลกับพรรคอะไร หรือว่าใครจะสนับสนุนใครไม่สนับสนุนใคร นายสุวัจน์ กล่าวว่าตอนนี้ยังไม่ได้คุยอะไรกับใคร การจัดรัฐบาลวันนี้มันยังเร็วเกินไปคิดว่ามันคงต้องอยู่ในบรรยากาศช่วงของการเลือกตั้ง หรือว่าก่อนวันลงบัตรก็จะเริ่มเห็นหน้าตา

ทั้งนี้ ภาพของรัฐบาลใหม่คงจะต้องรอผลการเลือกตั้ง คําตอบของประชาชน คือสิ่งที่เราก็ต้องเคารพ ฉะนั้น ตัวเลขของผลการเลือกตั้ง แล้วก็นโยบายของพรรค และจุดยืนทางการเมือง 3 อย่างนี้ เป็นองค์ประกอบของรัฐบาลใหม่

“วันนี้ การตัดสินใจของพี่น้องประชาชนขึ้นอยู่กับปัญหาเรื่องเศรษฐกิจ ฉะนั้น เรื่องนโยบายเป็นเรื่องสําคัญ ว่าการจะอยู่ด้วยกัน มันจะต้องหล่อหลอมนโยบายที่จะการแก้ไขปัญหาประเทศ ไม่ใช่เพียงว่าเข้าไปเป็นรัฐบาล ฉะนั้น มันมีหลายองค์ประกอบสุดท้ายที่สุดก็คือ คําตอบจากประชาชนสำหรับพรรคชาติพัฒนากล้า เราต้องการเสนอชื่อนายกฯ อย่างน้อยเราจะต้องทําให้ได้เสียงเพียงพอ เพื่อให้ candidate นายก คือขอ 25 เสียงขึ้นไป และต้องทวงแชมป์ที่โคราชคืน”นายสุวัจน์ กล่าว

'ชาติพัฒนากล้า' ประชุมใหญ่ ขอ 25 เสียงขึ้นไป หวังทวงแชมป์ที่โคราชคืน
'ชาติพัฒนากล้า' ประชุมใหญ่ ขอ 25 เสียงขึ้นไป หวังทวงแชมป์ที่โคราชคืน