สธ.ร่วมกับ WHO จัดงานวันอนามัยโลก รณรงค์ให้คนไทยมีสุขภาพดีถ้วนหน้า

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/723950

สธ.ร่วมกับ WHO จัดงานวันอนามัยโลก รณรงค์ให้คนไทยมีสุขภาพดีถ้วนหน้า

สธ.ร่วมกับ WHO จัดงานวันอนามัยโลก รณรงค์ให้คนไทยมีสุขภาพดีถ้วนหน้า

วันพฤหัสบดี ที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับ องค์การอนามัยโลก (WHO) จัดงานวันอนามัยโลก หรือ World Health Day ประจำปี 2566 ภายใต้แนวคิด “Health for All” หรือ “สุขภาพดีถ้วนหน้า” เพื่อรณรงค์ให้ประชาชน และทุกภาคส่วนตระหนักถึงความสำคัญในการดูแลสุขภาพ เพื่อลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรค  ที่ กระทรวงสาธารณสุข จังหวัดนนทบุรี

นายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานการจัดกิจกรรมวันอนามัยโลก (World Health Day) ประจำปี 2566 และครบรอบ 75 ปี องค์การอนามัยโลก และกล่าวว่า ประเทศไทยเป็นหนึ่งในสมาชิกขององค์การอนามัยโลกและให้ความร่วมมือในดำเนินงานมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ประเทศไทยบรรลุเป้าหมายด้านสาธารณสุขระดับโลก และเป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ เช่น การสร้างระบบสาธารณสุขมูลฐาน ความร่วมมือด้านการกำจัดโรคเรื้อน โรคโปลิโอ และการยุติการถ่ายทอดเชื้อเอชไอวีและซิฟิลิสจากแม่สู่ลูก รวมถึงการรับมือกับสถานการณ์ COVID-19 ที่ส่งผลให้ประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศต้นแบบในการรับมือกับสถานการณ์โรคติดต่อและโรคอุบัติใหม่ ปัจจุบันความร่วมมือระหว่างรัฐบาลไทยกับองค์การอนามัยโลกได้ดำเนินแผนยุทธศาสตร์มาจนถึงฉบับที่ 6 (พ.ศ. 2565–2569) เน้นด้านโรคไม่ติดต่อ สุขภาพแรงงานข้ามชาติ ความปลอดภัยบนท้องถนน ภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุข การผสานแพลตฟอร์มสุขภาพดิจิทัลกับระบบข้อมูลสุขภาพ และการยกระดับความเป็นผู้นำในด้านสุขภาพโลกของประเทศไทย ภายในระยะเวลา 5 ปี เพื่อยกระดับการสาธารณสุขไทยให้สามารถรับมือปัจจัยสุขภาพที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นายแพทย์โอภาส กล่าวต่อว่า วันที่ 7 เมษายน ของทุกปี เป็นวันอนามัยโลก โดยในปีนี้ครบรอบ 75 ปีของการก่อตั้งองค์การอนามัยโลก (WHO) กระทรวงสาธารณสุข โดยกรมอนามัย กรมควบคุมโรค กรมสุขภาพจิต กรมการแพทย์ และสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา จึงได้จัดงานวันอนามัยโลก หรือ World Health Day ขึ้น ภายใต้แนวคิด “Health for All” หรือ “สุขภาพดีถ้วนหน้า” เพื่อรณรงค์ให้ประชาชน และทุกภาคส่วนของสังคมตระหนักถึงความสำคัญของสุขภาพ โดยมีกิจกรรมด้านการป้องกันและควบคุมโรค การส่งเสริมสุขภาพ การคุ้มครองประชาชนและผู้บริโภค และการรักษาโรคและการฟื้นฟู เพื่อให้ประชาชนทุกกลุ่มวัยมีสุขภาพดีถ้วนหน้าในทุกพื้นที่ ทุกสภาพแวดล้อม

ด้าน ดร.จอส ฟอนเดลาร์ ผู้แทนองค์การอนามัยโลกประจำประเทศไทย กล่าวว่า เป้าหมายของ WHO คือ การให้ประชาชนทุกคนมีสุขภาพดี โดยการเป็นหน่วยงานที่ให้แนวทางและประสานการดำเนินงานด้านสุขภาพระหว่างประเทศ เพื่อให้ความช่วยเหลือทางวิชาการแก่ประเทศต่างๆ ประสานงานกับรัฐบาลเพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งด้านบริการสุขภาพแห่งชาติ ส่งเสริมมาตรการที่จะนำไปสู่ชีวิตที่มีสุขภาพดียิ่งขึ้น ซึ่งในช่วง 75 ปีที่ผ่านมา อายุขัยเฉลี่ยของประชากรทั่วโลกเพิ่มขึ้นจาก 46 ปี เป็น 71 ปีในปัจจุบัน และมีความท้าทายใหม่ๆ เพิ่มขึ้นอีกมาก เช่น การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การขาดแคลนน้ำ ประชากรย้ายถิ่นฐาน หรือปัญหามลพิษ ทำให้อัตราของโรคทางเดินหายใจ โรคหัวใจและหลอดเลือดเพิ่มมากขึ้น ปัญหาการใช้ยาปฏิชีวนะมากเกินไปทำให้เชื้อดื้อยามากขึ้น อัตราการเกิดโรคมะเร็ง เบาหวาน และความดันโลหิตสูงเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ ความเครียดจากการอยู่อาศัยในพื้นที่แออัดและการแข่งขัน อาจทำให้เกิดภาวะซึมเศร้าและการเจ็บป่วยทางจิตได้

“ประเทศไทยถือเป็นตัวอย่างที่ดี ที่มีการพัฒนาทางเศรษฐกิจควบคู่ไปกับการพัฒนาระบบดูแลสุขภาพ เช่น แนวคิดสาธารณสุขมูลฐาน และได้พัฒนาระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า (UHC) ที่นำไปสู่การปฏิบัติ ซึ่งถือเป็นการส่งมอบผลประโยชน์ให้กับทุกคนในประเทศไทย รวมทั้งยังเป็นต้นแบบสำหรับประเทศอื่นๆ ประเทศไทยจึงสามารถภาคภูมิใจได้อย่างเต็มที่กับการดำเนินงานด้านสุขภาพและสาธารณสุขที่ประสบความสำเร็จนี้ WHO ขอขอบคุณทุกท่านที่มาร่วมงานในวันครบรอบ 75 ปี และหวังว่า WHO จะยังคงเป็นพันธมิตรกับประเทศไทยในการขับเคลื่อนการดำเนินงานสู่เป้าหมายสุขภาพดีถ้วนหน้าต่อไป”

ด้าน นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า ผลการสำรวจสุขภาพประชาชนไทย ครั้งที่ 6 พ.ศ. 2562-2563 พบว่า ประชาชนไทยอายุ 15 ปีขึ้นไป สูบบุหรี่เป็นประจำ ร้อยละ 18.7 ดื่มสุราอย่างหนัก ร้อยละ 12.9 มีกิจกรรมทางกายเพียงพอ ร้อยละ 69.1 และกินผักผลไม้เพียงพอ คือ มากกว่าหรือเท่ากับ 5 ส่วนต่อวัน ร้อยละ 21.2 อีกทั้ง ร้อยละ 42.4 มีภาวะน้ำหนักเกินหรืออ้วน ร้อยละ 39.4 มีภาวะอ้วนลงพุง พบการป่วยเป็นโรคเบาหวาน ร้อยละ 9.5 โรคความดันโลหิตสูง ร้อยละ 25.4 และไขมันคอเลสเตอรอลในเลือดสูง ร้อยละ 23.5 กรมอนามัยจึงมีนโยบายและแนวทางในการป้องกันและแก้ไขปัญหา เพื่อลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง เช่น นโยบายหวานน้อย ร้อยละ 5, ลดเค็มลดโซเดียม, รณรงค์ให้ประชาชนมีกิจกรรมทางกายเป็นประจำ อย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์ หรือ 30 นาทีต่อวัน เช่น เดินเร็ว วิ่ง ปั่นจักรยาน เต้นแอโรบิก กระโดดเชือก โยคะ หรือร่วมกิจกรรมกับก้าวท้าใจ เพื่อลดความเสี่ยงต่อโรคอ้วน อ้วนลงพุง และเน้นการนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ รวมทั้งจัดสภาพแวดล้อมให้ประชาชนได้เลือกซื้ออาหารจากแหล่งผลิตที่ปลอดภัยต่อสุขภาพและได้มาตรฐาน เช่น ตลาดสดน่าซื้อ ตลาดนัดน่าซื้อ หรือร้านอาหาร แผงลอยที่ได้มาตรฐานอาหารสะอาด รสชาติอร่อย (Clean Food Good Taste)

คุณแหน : 13 เมษายน 2566

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/723962

วันพฤหัสบดี ที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

●● พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ พล.ท.กฤษดาสาริกา รองอธิบดีกรมมหาดเล็ก 904 เชิญเครื่องมือแพทย์พระราชทาน มอบแก่คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ทั้งสิ้น 25 รายการ มูลค่ากว่ายี่สิบสองล้านบาท เพื่อใช้ประโยชน์ในการให้บริการรักษาสัตว์ป่วย ทั้งสัตว์เล็กและสัตว์ใหญ่ ณ โรงพยาบาลสัตว์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ทั้ง 5 แห่ง และเพื่อประโยชน์ต่อการเรียนการสอนของนิสิตสัตวแพทย์..

●● ศ.พิเศษ ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย รองประธานกรรมการที่ปรึกษาและประธานกรรมการบริหาร มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย เป็นประธานในพิธีเจริญพระพุทธมนต์ ถวายเป็นพระกุศลใน สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดีกรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา องค์ประธานกรรมการมูลนิธิ ณ วัดปทุมวนารามราชวรวิหาร 18 เม.ย. 09.30 น. ..

●● สวด เฉลิมขวัญ นิวาตวงศ์ กก.มูลนิธิท่านผู้หญิงดุษฎีมาลา มารดา ดร.กิตติ-นพ.พิสิทธิ์ นิวาตวงศ์ และ รศ.นพ.สุภนิติ์ นิวาตวงศ์ รองผอ.ศูนย์รับบริจาคอวัยวะสภากาชาดไทย ศาลา 6 วัดธาตุทอง วันสุดท้าย 16 เม.ย. 18.30 น.แล้วฌาปนกิจ 17 เม.ย. 17.00 น….

●● คริสปี้ครีม รับซัมเมอร์ย้อนยุคความอร่อยกับ คริสปี้ ครีม วายทูเค ซัมเมอร์ โดนัทสีสดใส 4 สไตล์ ช็อกกี้ พิ้งค์ คอตตอน แคนดี้สตาร์ สปริงเคิล ไลม์ ฟิล และบับเบิ้ล กัม เบอร์รี่ ชิ้นละ 35 บาท 5 เม.ย. ถึง 9 พ.ค. ที่ร้านคริสปี้ ครีม กว่า 50 สาขา..

●● ดวงใจ-ธวัชชัย ตั้งสง่า หนีร้อนพาลูกและหลานวัยเรียนรู้ไปพักผ่อนที่ญี่ปุ่นแบบครอบครัวใหญ่ ทั้งสกีที่ฮอกไกโด แล้วมาเจอคลื่นมนุษย์มากมายที่โตเกียว ร้านอาหารเต็มทุกร้าน..แต่หลานๆ ก็ถูกใจ ได้ผจญภัยสนุกสนานกันที่ DisneySea และ DisneyLand ..

●● ขจิตพรรณ ไทยเพ็ชร แวดล้อมด้วยครอบครัวลูกสาวคนโตสุภัชนี จันทร์แก้ว กลับจากแคลิฟอร์เนียมาเยี่ยมบ้านในช่วงสงกรานต์นี้..

●● นักแสดงสุดฮอต “บิวกิ้น” พุฒิพงศ์ อัสสรัตนกุล พร้อมครอบครัว มอบเงินบริจาค 5 แสนบาทเพื่อศูนย์บูรณาการด้านการแพทย์และสาธารณสุข อาคาร ภปร.รพ.จุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย โดยมี รศ.นพ.ฉันชาย สิทธิพันธุ์ ผอ.รพ.จุฬาฯ เป็นผู้รับมอบ..

●● ลูกกตัญญู สุกฤตา-พีรมณฑ์ ชมธวัช ดูแลคุณแม่สุมณฑา อย่างดี ชวนออกกำลังกายทำกิจกรรมในแบบที่ชอบ ด้วยความสุขอย่างเรียบง่ายทุกๆ วัน..ก่อนที่ความทรงจำทั้งหลายจะถูกเก็บไว้ในลิ้นชักที่ลึกสุดใจ..

●● สวัสดีปีใหม่ไทยในเทศกาลสงกรานต์ 2566 ขอส่งพรอันเป็นมงคล ขอเหล่าเทพเทวดาจงรักษาท่านผู้อ่านทั้งหลายด้วยความปรารถนาดีขอให้มีความสุขความเจริญ เดินทางแคล้วคลาดปลอดภัย ทำสิ่งหนึ่งสิ่งใดในทางที่ดีงาม เป็นประโยชน์แก่ชาติบ้านเมือง จงสำเร็จแก่ท่านทุกประการ..●●

น้อง

โปรดเกล้าฯ ให้‘ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล’เป็นเลขาธิการมูลนิธิภัทรมหาราชานุสรณ์ฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/723963

โปรดเกล้าฯ ให้‘ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล’เป็นเลขาธิการมูลนิธิภัทรมหาราชานุสรณ์ฯ

โปรดเกล้าฯ ให้‘ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล’เป็นเลขาธิการมูลนิธิภัทรมหาราชานุสรณ์ฯ

วันพฤหัสบดี ที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

พระกรุณาธิคุณปกเกล้าฯ หาที่สุดมิได้ ในโอกาสที่ ศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี องค์ประธานมูลนิธิภัทรมหาราชานุสรณ์ ในพระอุปถัมภ์สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล ทำหน้าที่เลขาธิการมูลนิธิภัทรมหาราชานุสรณ์ ในพระอุปถัมภ์ฯ ในการเฉลิมพระเกียรติและถวายความรำลึกถึง พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระมหากษัตริย์ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐยิ่ง

ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล เคยดำรงตำแหน่งสำคัญทางราชการหลายตำแหน่ง อาทิ ล่ามประจำตัวรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยหลายสมัย, ที่ปรึกษาด้านความมั่นคง กระทรวงมหาดไทย, ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม, ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่, ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี และได้รับรางวัลเกียรติยศผู้บริหารข้าราชการพลเรือนดีเด่นครุฑทองคำ ประจำปี 2554-2555 เป็นผู้ยึดมั่นในความเป็นข้าราชการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และได้รับความรัก ความเมตตาอารี และความไว้วางใจจากพี่น้องประชาชน

มูลนิธิภัทรมหาราชานุสรณ์ ในพระอุปถัมภ์ สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี จัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2561 เป็นองค์กรสาธารณกุศล ลำดับที่ 974 ตามประกาศกระทรวงการคลัง มีวัตถุประสงค์ในการจัดหาทุนทรัพย์เพื่อส่งเสริม สนับสนุนการศึกษา การค้นคว้าวิจัยในด้านวิทยาศาสตร์ การแพทย์ เทคโนโลยี และการให้บริการรักษาพยาบาลของราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ส่งเสริม สนับสนุน ก่อตั้งและลงทุนร่วมกับราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ในการดำเนินการกิจการเพื่อสังคม รวมทั้งส่งเสริมการให้ทุนการศึกษา และการวิจัยในสาขาต่างๆ ที่ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์จัดขึ้น การจัดตั้งมูลนิธิเพื่อเป็นศูนย์กลางให้ผู้มีจิตศรัทธาจากทุกภาคส่วนได้ร่วมสานต่อแนวพระราชดำริในด้านการแพทย์และการสาธารณสุขของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชบรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 ที่ทรงมุ่งหวังให้ประชาชนมีสุขภาพที่ดีและมีคุณภาพชีวิตที่ได้มาตรฐาน ผ่านการร่วมบริจาคทุนทรัพย์ เพื่อสนับสนุนการศึกษาและการค้นคว้าวิจัยทางด้านวิทยาศาสตร์ การแพทย์ เทคโนโลยีเพื่อสร้างนวัตกรรมองค์ความรู้ ให้มีความเจริญก้าวหน้า ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนไทย และเพื่อช่วยเหลือทางการรักษาพยาบาลแก่ผู้ป่วยยากไร้ สร้างโอกาสให้ผู้ป่วยได้เข้าถึงการรักษาพยาบาลที่มีคุณภาพและได้มาตรฐาน

‘แอลลี่-อชิรญา นิติพน’พาชม CHARLES & KEITH คอลเลคชั่น SS2023

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/723934

‘แอลลี่-อชิรญา นิติพน’พาชม CHARLES & KEITH คอลเลคชั่น SS2023

‘แอลลี่-อชิรญา นิติพน’พาชม CHARLES & KEITH คอลเลคชั่น SS2023

วันพฤหัสบดี ที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

แอลลี่-อชิรญา นิติพน พาชมร้าน CHARLES & KEITH ครั้งแรกหลังจากประกาศเป็นสมาชิกคนแรกของครอบครัว CHARLES & KEITH ประเทศไทย ที่สาขาเมกา บางนาชั้น 1 ศูนย์การค้าเมกา บางนา พร้อมนำเสนอคอลเลคชั่น Spring/Summer 2023 ที่ได้ถ่ายทอดตัวตนของแอลลี่ ผ่านสีสันที่สดใสของช่วงฤดูใบไม้ผลิและช่วงฤดูร้อน

แอลลี่-อชิรญา แต่งชุดในลุคที่สดใสเพื่อให้เข้ากับกระเป๋าและรองเท้าจากคอลเลคชั่น Spring 2023 ในงานแอลลี่เลือกถือกระเป๋าสะพายไหล่ Petra Asymmetrical Front Flap สีชมพูแสนสดใส ซึ่งเป็นสีโปรดของแอลลี่ในซีซั่นนี้ ซิลูเอทที่อสมมาตรให้ดีไซน์เก๋ไก๋ และโดดเด่น สายสะพายไหล่มีดีเทลอะไหล่หัวเข็มขัดรูปดอกไม้ที่สะดุดตาเพิ่มความหวานให้กับกระเป๋ารูปทรงที่โฉบเฉี่ยว

พบกับ CHARLES & KEITH คอลเลคชั่น Spring/Summer 2023 ที่นำเสนอโดยแอลลี่ สมาชิกคนแรกของครอบครัว CHARLES & KEITH ประเทศไทย และสอบถามรายละเอียดสินค้าคอลเลคชั่นอื่นๆ ได้ที่สาขาและร้านค้าออนไลน์ charleskeith.co.th ได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

CC DOUBLE O ชวนครีเอทแฟชั่นลุค ไปกับซัมเมอร์คอลเลคชั่น 2023

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/723942

CC DOUBLE O ชวนครีเอทแฟชั่นลุค ไปกับซัมเมอร์คอลเลคชั่น 2023

CC DOUBLE O ชวนครีเอทแฟชั่นลุค ไปกับซัมเมอร์คอลเลคชั่น 2023

วันพฤหัสบดี ที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

วันหยุดพร้อม! ทริปพร้อม! เสื้อผ้าและแอคเซสซอรี่ต้องพร้อม! เทศกาลวันหยุดช่วงซัมเมอร์นี้ CC DOUBLE O (ซีซี ดับเบิลโอ) ขอชวนเหล่าแฟชั่นเลิฟเวอร์ ต้อนรับฤดูร้อนเทศกาลแห่งความสนุกไปกับซัมเมอร์คอลเลคชั่น 2023 ที่ดีไซน์ให้ตอบโจทย์กับทุกไลฟ์สไตล์การออกเดินทางท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลวันหยุดที่กำลังจะมาถึงนี้ ซึ่งโดดเด่นด้วยลายพิมพ์โมโนแกรมโทนสีส้ม สีขาว และสีน้ำเงิน บนหลากหลายไอเทมไม่ว่าจะเป็นเสื้อยืด เสื้อเชิ้ต Crop top หรือกางเกงขาสั้น สามารถใส่ Mix & Matchหรือใส่เป็น Matching Couple แบบคู่ผู้ชายและผู้หญิงก็ลงตัว หรือจะครีเอท Theme นัดกับกลุ่มเพื่อนใส่แมทช์ด้วยกันก็เพิ่มดีกรีความสนุกขึ้นไปอีก

นอกจากแฟชั่นไอเทมโมโนแกรมแล้วก็ยังมีไอเทมไฮไลท์ที่นำเสนอเทคนิค Water Reactive ที่เมื่อโดนน้ำจะโชว์ลายพิเศษที่ซ่อนไว้ งานนี้รับรองเหล่าคนรักแฟชั่นจะโดดเด่นไปพร้อมความสดชื่นอย่างแน่นอน พร้อมลวดลายและเทคนิคการย้อมแบบ Dip Dye และ Tie Dye ที่ให้กลิ่นอายของความสนุกสนาน และความสดใส สวมใส่ง่าย พร้อมคอมพลีทลุคให้ร้อนแรงยิ่งขึ้นด้วยแอคเซสซอรี่ที่มีให้เลือกหลากหลายทั้งรองเท้า กระเป๋าสะพาย กระเป๋าคาดเอว กระเป๋าใส่โทรศัพท์หรือแว่นกันแดดและพลาดไม่ได้! กับน้ำหอมกลิ่นใหม่ “ALIVE” ที่จะมาช่วยเพิ่มเสน่ห์และความมั่นใจให้คุณตลอดซัมเมอร์นี้สินค้ามีจำหน่ายแล้ววันนี้ที่ร้าน CC DOUBLE O ทุกสาขาและทางออนไลน์ http://www.ccdoubleo.com อัปเดตเทรนด์แฟชั่นล่าสุดของ “CC DOUBLE O”เพิ่มเติมได้ที่ Instagram : cc_double_o Facebook : www.facebook.com/ccdoubleo LINE Official Account : @ccdoubleo

‘SAWASDEE by AOT’ จับมือ ‘เมืองไทยประกันภัย’ ชวนซื้อประกันผ่านแอปฯ เที่ยวสบายใจทุกเส้นทาง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/723948

‘SAWASDEE by AOT’ จับมือ ‘เมืองไทยประกันภัย’ ชวนซื้อประกันผ่านแอปฯ เที่ยวสบายใจทุกเส้นทาง

‘SAWASDEE by AOT’ จับมือ ‘เมืองไทยประกันภัย’ ชวนซื้อประกันผ่านแอปฯ เที่ยวสบายใจทุกเส้นทาง

วันพฤหัสบดี ที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ขยล ตันติชาติวัฒน์

SAWASDEE by AOT ย้ำจุดยืนMust Have Thailand Travel App จับมือ เมืองไทยประกันภัย จัดแคมเปญใหม่ฉลองสงกรานต์ ชวนซื้อประกันเดินทาง-อุบัติเหตุผ่านแอปพลิเคชั่น เบี้ยเริ่มต้นเพียง 48 บาทสมัครง่าย ภายใน 3 นาที สำหรับประกันเดินทางต่างประเทศซื้อล่วงหน้าได้ทันใจแค่ 2 ชม. คุ้มครองทันทีทุกที่ทั่วไทยไปไกลถึงทั่วโลก พร้อมรับทันที AOT Points สูงสุด 1,000 คะแนน วันนี้-30 เมษายน นี้ เท่านั้น

นายขยล ตันติชาติวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่สายงานการตลาด บริษัท สกาย ไอซีที จำกัด (มหาชน) หรือ SKY (Mr. Kayon Tantichatiwat, Chief Marketing Officer, SKY ICT Public Company Limited) กล่าวว่า สกาย ไอซีที มุ่งหน้าส่งเสริมภาพลักษณ์การท่องเที่ยวไทย เชื่อมเทคโนโลยีเข้ากับไลฟ์สไตล์การเดินทางผ่าน“SAWASDEE by AOT” ซูเปอร์แอปด้านการท่องเที่ยวแอปแรกของประเทศไทย ล่าสุด บริษัทร่วมมือกับบริษัท เมืองไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน) จัดแคมเปญฉลองสงกรานต์ ยกระดับ Travel Safety ดูแลความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกด้านการท่องเที่ยว มอบทางเลือกใหม่ให้นักท่องเที่ยวสามารถเลือกซื้อประกันภัยการเดินทางและประกันอุบัติเหตุได้ทุกที่ รวดเร็วภายใน 3 นาที

“เพราะความปลอดภัยเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุดสำหรับทุกคน SAWASDEE by AOT จึงร่วมกับเมืองไทยประกันภัย ส่งแคมเปญสุดพิเศษต้อนรับการกลับมาของเทศกาลท่องเที่ยวก็เที่ยวได้อย่างอุ่นใจช่วงสงกรานต์ สามารถเลือกรับความคุ้มครองได้ง่ายๆ แค่ 4 ขั้นตอนบนแอปพลิเคชั่น SAWASDEE by AOT เพียงกดเมนูซื้อประกันภัย – เลือกกรมธรรม์และแผนคุ้มครอง – กรอกข้อมูล และชำระค่าเบี้ยประกัน เพื่อรับความคุ้มครองตลอดการเดินทาง ทั้งในประเทศไทยและทั่วโลก ตอกย้ำการเป็น Must Have Thailand Travel App ที่ครอบคลุมความต้องการของนักท่องเที่ยว” นายขยล กล่าว

ด้าน นางนวลพรรณ ล่ำซำ กรรมการผู้จัดการ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน) หรือ MTI (Mrs. Nualphan Lamsam, CEO Muang Thai Insurance Public Company Limited) กล่าวว่า ที่ผ่านมา บริษัทมุ่งนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการด้านประกันภัยให้สามารถก้าวข้ามข้อจำกัดต่างๆ และตอบโจทย์ Digital Lifestyle ของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ความร่วมมือกับสกาย ไอซีที ครั้งนี้ บริษัทมีความเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่าจะสามารถนำประสบการณ์และความเชี่ยวชาญด้านบริการประกันภัย มาช่วยแบ่งเบาภาระความเสี่ยง และสร้างความมั่นใจให้นักท่องเที่ยวทุกคนรู้สึกอุ่นใจ “ยิ้มได้ เมื่อภัยมา” ตลอดการเดินทาง

เมืองไทยประกันภัยได้นำเสนอผลิตภัณฑ์ประกันภัยผ่านแอปพลิเคชั่น SAWASDEE by AOT ให้นักท่องเที่ยวเลือกความคุ้มครองได้ถึง 3 รูปแบบ ได้แก่ 1.ประกันภัยการเดินทางต่างประเทศ “เมืองไทย Happy Trip” ประกันท่องเที่ยวทันใจซื้อล่วงหน้าได้ภายใน 2 ชม. ก่อนเดินทาง มอบความคุ้มครองสูงถึง 5 ล้านบาท ครอบคลุมการเดินทางทั่วโลก ด้วยเบี้ยประกันภัยเริ่มต้นเพียง 165 บาท 2.ประกันภัยการเดินทางในประเทศ “TA ปันสุข” วงเงินคุ้มครองสูงสุด 1 ล้านบาท และค่ารักษาพยาบาลสูงสุด 1 แสนบาท เลือกความคุ้มครองได้ทั้งแบบ 1-4 วันเบี้ยประกันเริ่มต้นเพียง 48 บาท 3.ประกันอุบัติเหตุ “PA Your Happy” คุ้มครองสูงสุดถึง 2 ล้านบาท และค่ารักษาพยาบาลสูงถึงครั้งละ 50,000 บาท จ่ายเบี้ยเริ่มต้นเดือนละ 134 บาท หรือปีละ 1,600 บาท

พิเศษ! สำหรับผู้ซื้อกรมธรรม์ผ่าน แอปพลิเคชั่น SAWASDEE by AOT รับทันที AOT Points เริ่มต้นที่ 400 คะแนน เมื่อซื้อกรมธรรม์ประกันภัยการเดินทางในประเทศ และ 1,000 คะแนน สำหรับผู้ที่ซื้อกรมธรรม์ประกันภัยการเดินทางต่างประเทศ ภายในวันที่ 1-30 เมษายน 2566 นี้เท่านั้น

ทั้งนี้ ผู้ซื้อควรทำความเข้าใจในรายละเอียดความคุ้มครอง และเงื่อนไขของกรมธรรม์ก่อนตัดสินใจทำประกันภัยทุกครั้ง สำหรับผู้ที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดข้อมูลการซื้อประกันภัยและใช้บริการได้ที่แอปพลิเคชั่น SAWASDEE by AOT สามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่น SAWASDEE by AOT ผ่าน App Store และ Play Store ได้แล้ววันนี้ที่ https://sawasdee.ai/dWv6UX

นวลพรรณ ล่ำซำ

นวลพรรณ ล่ำซำ

3 สาว ‘Miss sexy Thailand’ อวด!ความงามอย่างไทยในวันสงกรานต์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/724048

3 สาว ‘Miss sexy Thailand’ อวด!ความงามอย่างไทยในวันสงกรานต์

3 สาว ‘Miss sexy Thailand’ อวด!ความงามอย่างไทยในวันสงกรานต์

วันพุธ ที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2566, 18.22 น.

ฮือฮาอีกแล้ว!!! งามทิ่มตาแตก!!! อภิมหาสงกรานต์ร้อนแรงระเบิดความสุขสนุกรับสงกรานต์ 2566 กับทีมแซ่บดุ มิสเซ็กซี่ไทยแลนด์ Miss Sexy Thailand 2023

งดงามเกินบรรยายหมด ใสชุดไทยสุดเพริดแพร้วล้ำจินตนาการ นำโดย ปิยพร สังข์สุวรรณ Miss sexy Thailand 2023, จาน่า แคมรอน 1 st Runner up และพิม พัณณิตา วิกันทะ 2 nd Runner up เตรียมติดตามชมผลงาน ของสาวๆทั้ง 3 คน ทั้งในประเทศและต่างประเทศได้ในเร็วๆนี้

เพราะเสน่ห์ของคุณ คือ ความเซ็กซี่ Miss sexy Thailand

-(016)

‘โฮเทลมิส’เปิด ‘ชาลา เรสเตอรองท์ แอนด์ บาร์’ในคอนเซ็ปต์ Craft Dining แห่งแรกของเขาใหญ่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/724003

'โฮเทลมิส'เปิด 'ชาลา เรสเตอรองท์ แอนด์ บาร์'ในคอนเซ็ปต์ Craft Dining แห่งแรกของเขาใหญ่

‘โฮเทลมิส’เปิด ‘ชาลา เรสเตอรองท์ แอนด์ บาร์’ในคอนเซ็ปต์ Craft Dining แห่งแรกของเขาใหญ่

วันพุธ ที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2566, 17.27 น.

โฮเทลมิส เขาใหญ่ (Hotel MYS Khao Yai) บริหารงานโดย ยูนิคอร์น ฮอสพิทาลิตี้ เปิดตัว ชาลา เรสเตอรองท์ แอนด์ บาร์ (Cha La Restaurant and Bar)ร้านอาหารแห่งใหม่อยู่ในบริเวณเดียวกับโรงแรมซึ่งติดถนนธนะรัชต์ใจกลางย่านธุรกิจและการท่องเที่ยว มาพร้อมกับคอนเซ็ปต์ Craft Diningแห่งแรกของเขาใหญ่ที่ต้องการเปิดประสบการณ์การรับประทานอาหารของผู้บริโภคให้ได้สัมผัสรสชาติอาหารที่รังสรรค์ด้วยฝีมือ คัดสรรวัตถุดิบคุณภาพ สะอาด สดใหม่ อย่างพิถีพิถัน เกิดเป็นเมนูอาหารที่หลากหลายเต็มอิ่มด้วยคุณภาพ ให้คุณได้รับประทานอย่างเพลิดเพลินพร้อมคนพิเศษ ครอบครัว หรือกลุ่มเพื่อน ท่ามกลางบรรยากาศของร้านที่ตกแต่งไว้ด้วยกลิ่นอายความโมเดิร์นลักชูรี่

Craft Dining คือ คอนเซ็ปต์ของ ชาลา เรสเตอรองท์ แอนด์ บาร์ ที่ผสมผสานรสชาติและวัตถุดิบคุณภาพสูงจากท้องถิ่นและต่างประเทศเข้าด้วยกัน ผ่านการรังสรรค์โดย เชฟตะวัน มุนินทร์ ฐิติชัยรัตน์ Executive Chef ของโฮเทลมิส เขาใหญ่ อดีต Executive Sous Chef จาก Iron Chef Table ให้คุณได้ลิ้มรสอาหารและเครื่องดื่มที่เขาใหญ่ซึ่งจะอร่อยแตกต่างกว่าที่เคย ด้วยวัตถุดิบที่คัดสรรมาอย่างดีที่จะผ่านการทดลองใช้เทคนิคการปรุงอาหารแบบใหม่ ๆ ใส่ใจในทุกขั้นตอนจนได้วิธีการปรุงที่ดีที่สุดแบบเฉพาะ ให้รสชาติในทุก ๆ คำตอกย้ำความปราณีต เพื่อตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าที่มองหาความสุนทรีย์ในการรับประทานอาหารชั้นเยี่ยมเกรดพรีเมียม

ที่ ชาลา เรสเตอรองท์ แอนด์ บาร์ มีทั้งอาหารคาวและขนมหวาน โดยเมนูจะมีการปรับเปลี่ยนตามฤดูกาลเสมอ เพื่อให้ลูกค้าประจำหรือผู้ที่แวะเวียนมาใช้บริการได้ตื่นเต้นไปกับการเลือกรับประทานเมนูใหม่ ที่น่าสนใจ สำหรับเมนูไฮไลท์ของที่นี่ได้แก่ Salmon Gravlaxแซลมอนหมักกับส่วนผสมพิเศษประมาณ1 คืนแบบโฮมเมดเพื่อให้รสชาติของแซลมอนได้ชูโรงมากขึ้น เสิร์ฟพร้อมกับบีทรูท ฮอสแรดิชครีม พร้อมขนมปังกรอบแบบโฮมเมด Hokkaido Scallopหอยเชลล์จากฮอกไกโดย่าง เสิร์ฟพร้อมกับแคร์รอตรมควันและซอสครีมข้าวโพดหวานจากปากช่องเมนูที่หาทานได้ยากที่เขาใหญ่อย่าง Wellington Miyazaki Beef Tenderloinเนื้อสันในวัวจากเมืองมิยาซากิ ห่อด้วยแป้งพัฟจากฝรั่งเศส และเห็ดป่านำมาอบ เสิร์ฟคู่กับพริกชิชิโตะย่างและเกลือไม้ไผ่จากญี่ปุ่นLamb Chopซี่โครงแกะออสเตรเลียย่างบนเตาพาลิลล่า เสิร์ฟกับแคร์รอตออร์แกนิก ใบทารากอน และซอสเครื่องเทสจากเมดิเตอเรเนียนหรือจะเป็นเมนูของหวานอย่าง Quince Puddingที่หากใครได้ทานจะต้องตกหลุมรัก ด้วยการนำ Quince Pasteจากประเทศสเปน มาเป็นส่วนผสมของเค้กพุดดิ้ง ทำให้มีรสชาติหอมละมุน หวานแบบพอดีเสิร์ฟคู่กับซอสบัตเตอร์สก็อตท็อปด้วยไอศกรีมข้าวโพดจากปากช่องผสมชีสมาสคาโปนจากอิตาลี และอีกเมนูของหวานสุดพรีเมียมอย่าง Brew Master Coffee Tiramisuเค้กอัลมอนด์แผ่นบางนำมาชุปกับเหล้ากาแฟเข้มข้นจากญี่ปุ่น ราดด้วยครีมมาสคาโปนที่หอมและนุ่มนวล โรยหน้าด้วยเมล็ดโกโก้ดิบจากวังน้ำเขียว

ด้านเครื่องดื่มที่ Cha La Barเราบรรจงเสิร์ฟค็อกเทลสูตรเฉพาะตามแบบฉบับของ Craft Cocktailที่สร้างสรรค์โดยบาร์เทนเดอร์ ใส่ใจในทุกส่วนผสม อาทิ Khoayai Cieloเครื่องดื่มที่ได้แรงบันดาลใจจากท้องฟ้าสีครามช่วงฤดูร้อนและก้อนเมฆสีขาวที่เขาใหญ่ มีกลิ่นราสป์เบอร์รีอ่อน ๆ ผสมกับเหล้าวอดก้าสีฟ้าจากเหล้าหวานบลูคูราเซา อีกทั้งกลิ่นดอกเอลเดอร์ฟลาวเวอร์ที่หอมอบอวลจากเหล้าหวานเอลเดอร์ฟลาวเวอร์ น้ำมะนาวสด และเอสพูมากลิ่นวานิลลา, Passion Margaประยุกต์มาจากค็อกเทลมาร์การิต้า แต่มีความซับซ้อนและเผ็ดร้อนจากเหล้าเตกิล่าอินฟิวชั่นพริกแห้ง เหล้าลิเคียวกลิ่นส้ม ประกอบกับผลไม้สด ทั้งเสาวรส สับปะรด น้ำมะนาว และไข่ขาวพาสเจอร์ไรซ์ที่เพิ่มความนุ่มนวลในรสสัมผัส, Forest Flowerเครื่องดื่มที่ให้ความสดชื่นนี้มีกลิ่นหอมของหญ้ายามเช้าจากโรสแมรี่ อินฟิวชั่นจิน และเหล้าหวานที่คัดสรรกลิ่นดอกไม้นานาพันธุ์ดั่งสวนดอกไม้ที่มีแพร่หลายบริเวณเขาใหญ่ อีกทั้งมีรสชาติที่ลงตัวดื่มง่ายด้วยกลิ่นมะลิและมะนาวสด นอกจากนี้ ยังมีไวน์ลิสต์ชั้นเลิศจากทั่วโลก ที่จะช่วยเติมเต็มประสบการณ์การทานอาหารอย่างสมบูรณ์แบบ

ชาลา เรสเตอรองท์ แอนด์ บาร์ ไม่จำกัดอายุผู้เข้าใช้บริการ พร้อมต้อนรับทุกท่านแล้ววันนี้โดยเปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา11.00-23.00น. ผู้ที่สนใจสามารถจองโต๊ะ หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.hotelmys.comหรือ เฟซบุ๊ก www.facebook.com/MYSkhaoyaiLINE Official: @myskhaoyai E-mail: getaway@hotelmys.com หรือโทร044-049-069

ศูนย์ฝึกอบรมอาเซียนฯ จัดสัมมนาวิชาการระดับนานาชาติ ‘การส่งเสริมงานสังคมสงเคราะห์สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/723903

ศูนย์ฝึกอบรมอาเซียนฯ จัดสัมมนาวิชาการระดับนานาชาติ ‘การส่งเสริมงานสังคมสงเคราะห์สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน’

ศูนย์ฝึกอบรมอาเซียนฯ จัดสัมมนาวิชาการระดับนานาชาติ ‘การส่งเสริมงานสังคมสงเคราะห์สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน’

วันพุธ ที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2566, 14.19 น.

การจัดสัมมนาวิชาการระดับนานาชาติ “การส่งเสริมงานสังคมสงเคราะห์สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน” ซึ่งเป็นการจัดงานสัมมนาวิชาการระดับนานาชาติ ครั้งที่ 2 โดยมีธีม คือ ความมั่นคงมนุษย์ คือ ความมั่นคงโลก และ มีการประยุกต์ใช้ธีมวันสังคมสงเคราะห์โลก“เคารพความหลากหลายผ่านการกระทำทางสังคมร่วมกัน” เข้าเป็นไปในเนื้อหาของงาน เป็นsub-theme ในทุกห้อง ทุกรอบ ของงานสัมมนาวิชาการ ซึ่งจัดที่โรงแรมโนโวเทล แพลตินัม วันที่ 24 มีนาคม 2566

วัตถุประสงค์ เพื่อให้เป็นเวทีกลางแลกเปลี่ยนและสะท้อนถึงความสำคัญในประเด็นปัญหาเรื่องต่างๆที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงมนุษย์ในมิติต่างๆ และ สวัสดิการต่างๆในบริบทสวัสดิการเด็ก ความมั่นคงด้านสิ่งแวดล้อม ความมั่นคงด้านสุขภาพ และความมั่นคงทางการเงิน พร้อมตระหนักถึงความสำคัญของการโดยให้ประเด็นความหลากหลายอยู่ในทุกห้อง กลุ่มเปราะบาง หลากหลายกลุ่มช่วงอายุ มีทั้งเคสในประเทศต่างๆในอาเซียนและในภูมิภาคใกล้เคียง อาทิ เอเชียแปซิฟิก โดยหวังว่าจะนำความรู้ที่ได้รับและการสร้างเครือข่าย จากการสัมมนานี้ มาร่วมกันสร้างโดยการกระทำทางสังคมร่วมกัน” โดยคาดหวังว่าช่วยพัฒนาแนวทางการทำงานด้านสังคมสงเคราะห์และสวัสดิการสังคมในอนาคตข้างหน้า

ทางศูนย์ ATCSW ได้เชิญประเทศไทยเปิดงาน ในฐานะHosting Country ผ่านกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงมนุษย์ โดยมีท่านปลัด อนุกูล ปีดแก้วให้เกียรติกล่าวเปิดงาน และ มีผู้แทนประเทศสมาชิกอาเซียนคือรองเลขาธิการอาเซียน H.E. Ekkaphab Phanthavong, Deputy Secretary-General of ASEAN for ASEAN Socio-Cultural Community ให้เกียรติร่วมเปิดงานในฐานะตัวแทนประเทศสมาชิกอาเซียนและได้แสดงความยินดีกับประเทศไทยและศูนย์ ATCSW และ มีการกล่าวต้อนรับแขกประธานและผู้มีเกียรติทุกท่านและผู้ให้การสนับสนุนต่างๆในงาน โดยผอ.วรรณา สุขศรีบูรณ์อำไพ ผู้อำนวยการศูนย์ฝึกอบรมอาเซียนด้านสังคมสงเคราะห์และสวัสดิการสังคม (ATCSW)

งานสัมมนาวิชาการดังกล่าวได้มีการเชิญผู้ปฏิบัติงานด้านสังคมสงเคราะห์ นักวิชาการด้านสังคมสงเคราะห์ ผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคประชาสังคม GOs, IGOs, NGOs, วิชาการและสื่อ รวมถึงภาคประชาชนเพื่อแบ่งปันความรู้และประสบการณ์เกี่ยวกับการปฏิบัติทางสังคมสงเคราะห์ในบริบทสวัสดิการเด็ก ความมั่นคงสิ่งแวดล้อม และความมั่นคงทางการเงิน โดยเชิญกลุ่มคนที่หลากหลาย อาทิเช่น คนพิการ แม่/พ่อเลี้ยงเดี่ยว กลุ่มคนผู้มีความหลากหลายทางเพศ ผู้สูงวัย เยาวชน ฯลฯ ตามแนวคิดวันสังคมสงเคราะห์ โดยเคารพความหลากหลายมาแลกเปลี่ยนมุมมองในทางสังคมร่วมกัน ซึ่งจะเป็นประโยชน์เพื่อพัฒนาแนวปฏิบัติด้านสังคมสงเคราะห์และเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับวิชาชีพสังคมสงเคราะห์ในอาเซียนและภูมิภาคใกล้เคียง

ช่วงเปิดงาน

โดยโปรแกรมกำหนดการเริ่มจากท่านปลัดกระทรวงกล่าวเปิด ตามด้วย วีดีโอเปิดงานจาก DSG-ASCC

จากนั้น ผู้อำนวยการศูนย์กล่างต้อนรับ อธิบายถึงประวัติความเป็นมาของศูนย์โดยสังเขป และการออกแบบรูปแบบของงาน symposium ให้ครอบคลุม 4 ห้อง (ห้องสวัสดิการเด็ก ห้องสิ่งแวดล้อม ห้องสุขภาพ และห้องการเงิน) ดำเนินรายการพร้อมๆกันทั้ง 4 ห้อง ซึ่งแต่ละห้อง จะแบ่งเป็น การบรรยาย การเสวนา การพูดแบบว่าไรตี้ และการมีส่วนร่วมของผู้อภิปรายและผู้ฟัง และได้แจ้งต่อผู้เข้าร่วมงานถึงจำนวนชั่วโมงการรับฟังสาระ จำนวน 17 ชั่วโมง ซึ่งใกล้เคียงกับ 1.5 หน่วยกิตในหลักสูตรปริญญาตรีหรือการศึกษาต่อเนื่อง และ ผู้เข้าร่วมงานจะได้รับหน่วยสะสมสำหรับใบประกอบวิชาชีพ จากสภาวิชาชีพสังคมสงเคราะห์ เช่นเดียวกับปีที่แล้ว  และ ผู้อำนวยการศูนย์กล่าวเรียนเชิญ ให้ผู้เข้าร่วมทุกท่าน ตั้งคำถามที่น่าสนใจ สำคัญต่องานท่าน และ ลองเปลี่ยนมุมมองความคิดให้ลองพิจารณาเข้าสู่โหมด ของการพร้อมเรียนรู้ใหม่อีกครั้ง และได้กล่าวขอบคุณหน่วยงานที่ให้การสนับสนุนการจัดงานครั้งนี้เป็นอย่างดี อาทิ มูลนิธิเอเชีย ไฟเซอร์ Mekong Institute โรงพยาบาลรวมใจรักษ์ AUA Language Center, ACSDSD, APCD, UNFPA, UNESCO, มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มูลนิธิสำโรงการแพทย์ SWAT, FFF, สภาวิชาชีพสังคมสงเคราะห์ GISW, ASEAN Foundation, University of Melbourne, APASWE 

 ศูนย์ได้รับเกียรติจาก ผู้ดำเนินรายการกิตติมศักดิ์ จำนวน 7 ท่าน ครอบคลุมทั้ง 4 ห้องและวิทยากรในงานและมาทางประชุมทางไกลรวม ประมาณ 50 ท่าน หมุนเวียนสลับกันและพิธีกรมืออาชีพ 1 ท่าน มีล่ามประจำห้อง ห้องละอย่างน้อย 1 ท่าน มีเจ้าหน้าที่เทคนิคจากพม และ ภาคเอกชน เจ้าหน้าที่ นักศึกษาฝึกงานและอาสาสมัคร จากศูนย์ ATCSW และ จาก ประเทศไทย ผ่าน กองการต่างประเทศ พม และ กสค ขอขอบพระคุณ มา ณ ที่นี้

ทั้งนี้ กิจกรรมภายในงานจะเป็นการแลกเปลี่ยนความรู้ที่มีเนื้อหาที่น่าสนใจแตกต่างกันไป 4 ห้อง

ห้องที่ 1 : ความมั่นคงทางสังคมเพื่อความมั่นคงของมนุษย์ ภายใต้แนวคิดนโยบายการดูแลเด็กด้านเศรษฐกิจ

Childcare Provision: Filling the Gap for Early Childhood Development in Thailand

Digital Labor Platforms for Childcare Service Provision

ความมั่นคงทางสังคมเพื่อความมั่นคงของมนุษย์ ภายใต้แนวคิดนโยบายการดูแลเด็กด้านเศรษฐกิจ

รอบที่ 1  การอภิปรายกลุ่มหัวข้อ Review of Childcare Services to Support Women’s Workforce Participation in Thailand – Challenges and Solutions

●             แนวทางการจัดสรรเงินอุดหนุนเพื่อการพัฒนาเด็กปฐมวัย

การศึกษานี้เห็นว่ามีเหตุผลเพียงพอที่รัฐควรจัดสรรเงินงบประมาณอุดหนุนเด็กเล็กแบบถ้วนหน้าโดยขยายกรอบเงินอุดหนุนถ้วน หน้าได้ถึง 0.13-0.25 ของ GDP (29,000-45,000ล้านบาท) และหากรัฐต้องการก้าวข้าม ความเป็นประเทศติดกับรายได้ปานกลาง การลงทุนเพื่อสร้างสภาพแวดล้อมของแม่และเด็กปฐมวัยที่ดี และเหมาะสม ต่อการพัฒนา เรียนรู้จะเป็นการยกระดับความสามารถในการแข่งขันของประเทศในอนาคต

ห้องที่ 2 : ความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมสำหรับ ความมั่นคงของมนุษย์โลก

การบรรยาย โดย ดรรชนี เอมพันธุ์ วิธีป้องกันภัยธรรมชาติในฐานะผู้หญิง ผู้หญิงรับรู้และตอบสนองต่อปัญหาเหล่านั้นอย่างไร การนําเสนอภัยธรรมชาติที่แตกต่างกัน: “ภัยธรรมชาติไม่เลือกเพศ” ซึ่งผลกระทบจากภัยพิบัติขึ้นอยู่กับความรุนแรงตามที่ผู้ที่ได้รับผลกระทบและการเตรียมพร้อม รวมถึงความแตกต่างกันของเพศในสังคมส่งผลต่อวิธีที่แต่ละเพศเตรียมพร้อมสําหรับภัยพิบัติ ปฏิกิริยา และการฟื้นตัว

ตัวอย่าง เหตุการณ์ไฟป่า: จะส่งผลกระทบต่อผู้หญิง ได้แก่ ความกลัว (การสูญเสียชีวิต ครอบครัว และทรัพย์สิน) อาหาร สุขภาพ เศรษฐกิจสังคม ชุมชน ฯลฯ

บทบาทของผู้หญิง ได้แก่ การสื่อสารและเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับไฟป่า การรณรงค์ป้องกัน สนับสนุนบทบาทในการต่อสู้กับไฟป่า (การจัดหานักผจญเพลิง) การตรวจจับและติดตาม ฯลฯ

ข้อแก้ไขสามารถเสริมสร้างความเป็นผู้นําของผู้หญิงในสังคม โดยที่ผู้หญิงมีส่วนร่วมในสังคมมีส่วนร่วมในด้านต่างๆ เช่นการ ประสานงาน การระดมทุนและ

การบรรยายในคำถาม Can we really prevent climate and develop in a sustainable way from the social development perspective? ดร ปิติ ศรีแสงนาม สรุปได้ว่า บทบาทของอาเซียนในประเด็นนี้: อํานวยความสะดวกในความร่วมมือ กําหนดเป้าหมายและมาตรฐานระดับภูมิภาค ส่งเสริมความยั่งยืนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การเสริมสร้างการลดความเสี่ยงและการจัดการภัยพิบัติ และส่งเสริมความตระหนักรู้ของสาธารณชน ซึ่งการทํางานอาเซียนเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในปีที่ผ่านมาและปัจจุบันอาเซียนดําเนินโครงการหลักอย่างน้อย 3 โครงการ ได้แก่

● โครงการ ASEAN Young Climate Leaders (เพื่อจูงใจให้คนหนุ่มสาวตระหนักถึงปัญหาสิ่งแวดล้อมภายในภูมิภาคอาเซียน)

● การประชุมสุดยอดเอเชียตะวันออก (EAS) Hackathon “การจัดการกับพลาสติกทางทะเล” (อยู่ในช่วงดำเนินการ)

● Empowering Youths

การมีส่วนร่วม เรื่องธุรกิจ PPP การ Recycle ขยะโดยคนพิการ เป็นการแลกเปลี่ยนความคิดวิทยากรต่างๆ อาทิ คนพิการที่สวมหมวดในหมวกวิศวกรและนักสังคมสงเคราะห์ คนพิการในหมวกราชการ จาก พม. เลขาธิการสมาคม Solid Waste Association แห่งประเทศไทย บริษัทวงษ์พาณิชย์ และศูนย์ ATCSW ซึ่งข้อสรุป มีความเป็นไปได้ สามารถใช้พื้นที่ที่มีคนพลุกพล่าน แม้กระทั่งแผงขายล็อตเตอรี่ที่ทั้งเดือนยุ่งแค่2วัน สามารถให้ตู้รีไซเคิลมีการโฆษณาพาณิชย์ได้เป็นรายได้อีกทางหนึ่งให้ธุรกิจที่ลงทุน และ คนพิการโดยเฉพาะกลุ่มออทิสติกจะทำหน้าที่ได้ดีกับงานประเภทนี้ และสอดคล้องกับมาตรากฎหมายช่วยงานคนพิการ และธุรกิจต้องกล้าที่เริ่มแตกต่าง ซึ่งทำได้ ทำจริง และคนกลุ่มนี้มีความตั้งใจในการทำงานสูง และองค์กรควรดูแลให้ดียิ่ง   

ห้องที่ 3 ความมั่นคงทางสุขภาพ ความมั่นคงในบริบทโลกจากการแพร่ระบาดสู่วิถีชีวิตที่สุขภาพดี

ในช่วง Talk จะเป็นหัวข้อ อาเซียน: การเปรียบเทียบบริการและสวัสดิการที่มีให้สำหรับคนพิการ โดยมีนายแพทย์ภาริส วงศ์แพทย์ พูดคุยเกี่ยวกับประเด็น เทคโนโลยีการฟื้นฟูใหม่และมีประสิทธิภาพที่ผู้พิการสามารถเข้าถึงได้

มีคนพิการ 2 ท่าน นายคริสโตเฟอร์ เบญจกุล  จากองค์กร ศูนย์พัฒนาและฝึกอบรมคนพิการแห่งเอเชียและแปซิฟิก (APCD) และ ณิชชชารีย์ เป็นเอกชนะศักดิ์ พูดประเด็นเกี่ยวกับอุบัติเหตุบนท้องถนน

ในช่วงการบรรยาย โดย ศ.นพ.อนุชา อภิสารธนรักษ์ ในหัวข้อ COVID-19 และ ผลกระทบต่อสุขภาพจากการแพร่ระบาด COVID-19  ที่ยาวนาน; การปรับให้เข้ากับชีวิตประจำวันที่ดีต่อสุขภาพ โดยการบรรยายครั้งนี้ คุณหมออนุชาได้บรรยายถึงโรคระบาดที่เกิดขึ้นตั้งแต่โรคซาร์ส สู่โควิด-19 และผลกระทบต่างๆที่เกิดขึ้น และมีการกล่าวถึงวัคซีนอีกด้วย ซึ่งโรคระบาดในครั้งนี้นำไปสู่ Self-Love การรักตัวเอง ผู้คนเริ่มหันมาดูแลสนใจ และรักษาสุขภาพของตัวเองกันมากขึ้น

และดร.วิพุธ พูลเจริญ บรรยายในหัวข้อ ชานชาลาดิจิทัลระบบการคุ้มครองเด็กในชุมชนทำร่วมกับกทม. เพื่อเป็นการให้ชุมชนร่วมกันดูแลคุ้มครองเด็กใช้หลายภาคีมาช่วยกัน และ อาจารย์วัชระ อมรศิริ นำเสนอเรื่อง แพลตฟอร์มโซเชียลเทเลแคร์ (Social Telecare platform) นำร่อง 12 พื้นที่แซนด์บ็อกซ์ ช่วยยกระดับการทำงานของนักสังคมสงเคราะห์ยุคใหม่ ประเมิน-ดูแล-ติดตาม ผู้ป่วยได้มาตรฐาน ทำงานร่วมกับสหวิชาชีพได้อย่างมีประสิทธิภาพ เชื่อมโยงการสร้างนักสังคมสงเคราะห์ท้องถิ่น

โดยมี นายแพทย์ สุนทร ศรีทา กล่าวอภิปรายปิดท้ายเกี่ยวกับชีวิตหลังโควิด การใช้ชีวิตประจำอย่างไร

ห้องที่ 4 ความมั่นคงทางการเงิน คือ ความมั่นคงของมนุษย์

ห้องที่ 4:  ประเด็นเรื่อง ความมั่นคงทางการเงิน สำหรับความมั่นคงของมนุษย์ (Financial stability for human security)

รอบที่ 1 พูดคุย แลกเปลี่ยน เรื่อง Inclusion of Physically Challenged Population towards Financial Stability โดย H.E. Mr. Pat Bourne Ambassador Embassy of Ireland in Thailand

การบรรยายพิเศษ โดยท่านเอกอัครราชทูตไอร์แลนด์ ท่านทูต Pat Bourne โดยมี ผอ.ศูนย์ ATCSW คุณวรรณา ให้เกียรติดำเนินรายการ

ท่านทูตกล่าวถึง ความพิการโดยกำเนิด และดำเนินอาชีพทูตมากว่า40ปี มีชีวิตคู่ แต่งงานมีบุตร และมีความมั่นคงทางการเงิน เป็นชีวิตที่ไม่ง่าย แม้ต้องพริ้นท์ตัวอักษรใหญ่กว่าคนปรกติอ่าน และต้องอ่านด้านข้าง และสุดท้ายท่านต้องอาศัยความจำที่ดีมาก ในยุคต้นที่ท่านเริ่มเข้ากระทรวงการต่างประเทศ ประเทศยังไม่จัดว่าเป็นประเทศร่ำรวย ในยุคนั้นยังไม่มีกฎหมายและเน้นไปทางศาสนาโบสถ์เพื่อช่วยคนตาบอด ให้ได้รับเข้าสถาบัน ในยุคแรกท่าน ท่านซ่อนความพิการไว้ แต่ภายหลังท่านเปิดเผย และได้ประโยชน์จากการประเทศเข้าสู่ European Union ในเรื่องสวัสดิการ เช่นประเทศสวีเดน เนเธอร์แลนด หรือ เยอรมัน และ ความเท่าเทียม เริ่มจากกฎหมายและเริ่มในสภา เพื่อสร้างสิทธิที่เท่าเทียม เพื่อไม่ให้เกิดการกีดกันในการทำงาน เช่นเดียวกับ การกีดกันในเรื่องอื่นๆ ในประเทศไอร์แลนด์ ทำให้ท่านซึ่งเป็นคนส่วนน้อย หรือเพียงคนเดียวที่มีความพิการทางสายตาให้ สามารถเข้าทำงานในกระทรวงต่างประเทศได้ และ ระบบการศึกษา สอนให้เกิดความรู้และความเข้าใจ เพื่อเข้าใจสิทธิของตนเอง และสอนให้สาธารณะเข้าใจคนพิการ การศึกษาสอนคนทำงานในองค์กรให้ทราบว่าต้องปฏิบัติดูแลคนพิการในที่ทำงานอย่างไร เทคโนโลยีมือถือสามารถช่วยคนพิการให้ทำงานได้ดี เช่น Siri iphone talk-over-text มีจอที่ใหญ่ขึ้น มีแอพลิเคชั่นต่างๆ ที่ช่วยคนพิการ นั่นคือสิ่งที่คนพิการทั่วโลกควรใช้ ทุกองค์การควรคุยภายในในการดูแลคนพิการ และควรใช้นโยบายภาษี เพื่อจ้างคนพิการ คนกลุ่มน้อยทำให้แรงงานเหล่านี้มีความหลากหลายและช่วยเพิ่ม GDP 

รอบที่3: เรื่อง Multidisciplinary Perspectives toward Financial Stability in a Society

Assoc. Prof. Dr. Surat Teerakapibal  TU Vice Rector   กล่าวว่าในประเด็นผู้สูงวัย จากการประมาณการ หากภาครัฐจะดำเนินนโยบายให้เงินบำนาญคนชราท่านละ 3,000 บาท ต่อเดือน ต่อคน ภาครัฐอาจจะต้องเตรียมงบประมาณถึงราว 432,000 ล้านบาท 

Dr. Melba Manapol, Chair of Governing Board of ATCSW กล่าวในประเทศคนที่พิการทางสมองหรือมีปัญหาสุขภาพจิต ว่าในโลกนี้อย่างน้อย 300 ล้านคน มีโรคซึมเศร้า ไม่ว่าจะนับถือศาสนาใด เพศใด วัฒนธรรมใด เศรษฐกิจใด แม้กระทั่งในประเทศที่มีรายได้ต่ำและรายได้กลาง กว่า75เปอร์เซ็นต์ของคนในประเทศเหล่านี้ มิได้รับการดูแลรักษา และการฆ่าตัวตายเป็นสาเหตุการตายอันดับสี่ ในกลุ่มอายุ 15-19ปี 

รอบที่ 4 สนทนาแลกเปลี่ยน เรื่อง Same Sex Marriage

การอภิปรายปลายเปิด มีการกล่าวถึงในกรณีประเทศสหรัฐอเมริกา ในทางเศรษฐกิจ และ ในกรณียุโรปเปรียบเทียบกับประเทศในอาเซียนกล่าวถึงเรื่องพัฒนาการด้านกฎหมาย และ มีการแชร์ประสบการณ์เล่าถึงชีวิตคู่ในผู้มีความหลากหลายทางเพศในชีวิตที่อยู่รวมยาวนานที่มีความมั่นคง และ มีการแสดงมุมมองของผู้หญิงข้ามเพศพูดเรื่อง สวัสดิการ โดยมีวิทยากรอภิปรายกิตติมศักดิ์ Dr. Anthony Pramualratana รองผู้อำนวยการ ACSDSD ให้เกียรติร่วมบรรยาย และวิทยากรอีก4ท่าน เช่น ในบริบทสุขภาพ ในกรณีการเสียชีวิต และสิทธิต่างๆในมุมมอง สิทธิมนุษยชน และ มีการพูดเรื่องสุขภาพ กายภาพของมนุษย์ เช่น ฮอร์โมนส  

ทั้งนี้จากการแบ่งปันประสบการณ์ แลกเปลี่ยนความรู้ ความเข้าใจ เกี่ยวกับประเด็นปัญหาทางสังคมในปัจจุบันและอนาคต จะช่วยสร้างความตระหนักถึงความสำคัญของการ มีเวทีระดับนานาชาติที่มีความเป็นมืออาชีพเป็นพื้นที่เปิดให้ นักสังคมสงเคราะห์ นักพัฒนา อาจารย์ นักศึกษา และผู้ปฏิบัติงานสังคมสงเคราะห์ได้มาแลกเปลี่ยนในเวทีสาธารณะขนาดใหญ่ในประเทศไทยที่ตั้งอยู่ใจกลางอาเซียน และร่วมสร้างมั่นคงโลก ผ่านความมั่นคงมนุษย์  โดยร่วมกัน”เคารพความหลากหลายผ่านการกระทำทางสังคมร่วมกัน” ทุกภาคส่วนต่างๆ สามารถนำความรู้ แนวทาง และมุมมองแนวคิดจากการเข้าร่วมโครงการไปใช้ในการปรับปรุง พัฒนาแนวทางการทำงานด้านสังคมสงเคราะห์และสวัสดิการสังคมในอนาคตข้างหน้า และ ขอขอบคุณประเทศไทย ผ่านกระทรวง พม ในฐานะ Hosting Country และ ผู้สนันสนุนทุกหน่วยงานให้มีเวทีเช่นนี้ ปีละครั้งในภูมิภาคอาเซียน

สำหรับผู้ที่สนใจสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมผ่านช่องทาง Facebook: ATCSW, Twitter: ASEANTCSW, Website: ATCSW, LinkedIn: http://atcsw-thailand.m-society.go.th/en/sample-page/

ลิ้งค์แนบท้าย

พิธีเปิด การบรรยายปาฐกถา:

Credit: the Asia Foundation

การบรรยายทั้ง4 ห้อง

ห้อง 1:

Social Security for Human Security in the Paradigm of Childcare Economy and policy.

ห้อง 2:

Environmental Sustainability for Human and Global Security.

ห้อง 3:

Health Security for Global security (from the pandemic to healthy lifestyles).

ห้อง 4:

Financial stability for human security

-(016)

อาจารย์บอย แนะเช็คลิสต์ ทำก่อน ถ้าไม่อยากซวยเพราะทำสวย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/723900

อาจารย์บอย แนะเช็คลิสต์ ทำก่อน ถ้าไม่อยากซวยเพราะทำสวย

อาจารย์บอย แนะเช็คลิสต์ ทำก่อน ถ้าไม่อยากซวยเพราะทำสวย

วันพุธ ที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2566, 14.10 น.

จากประเด็นร้อนล่าสุด ที่เรียกว่าเป็นกระแสข่าวดัง และเป็นกระแสลบร้ายแรงอยู่ในวงการธุรกิจความงามเมืองไทยวันนี้ เกิดจากผู้เสียหายเลือกรับบริการฉีดฟิลเลอร์แก้ไขปัญหาร่องแก้ม กับหมอกระเป๋า แต่ผลลัพธ์ไม่เป็นตามที่คาดหวังไว้ ผลกระทบและเสียหายกับเจ้าตัวคือ ใบหน้าบวมแดง โดยเฉพาะบริเวณร่องแก้มลามไปยังจมูก บางส่วนอักเสบจนมีลักษณะคล้ายสิวขนาดใหญ่ บางส่วนลอก จนผู้เสียหายบอกว่าอยากตายทุกวัน 

ทำให้มีสื่อติดต่อสอบถามข้อมูลรายละเอียดกับ คุณหมอบอย นพ. พุฒิพงศ์ ภูมิสุวรรณ  แพทย์ผู้มีประสบการณ์ในการสอนฉีดฟิลเลอร์มากกว่า 10 ปี  จนได้รับตำแหน่ง CMT แพทย์วิทยากรสอนฟิลเลอร์ระดับนานาชาติ และระดับสูงสุดของไทย อีกทั้งยังเป็นผู้คิดค้นเทคนิคเข็มปลายทู่ มาเผยแพร่ให้แพทย์ไทย ซึ่งก็ได้ให้ข้อคิดที่ควรพิจารณาก่อนตัดสินใจเลือกรับบริการฉีดฟิลเลอร์ 3 ข้อพิจารณาหลังๆ ดังนี้

  1. การฉีดฟิลเลอร์ มันไม่ใช่แค่การฉีดสารตัวใด ตัวหนึ่งเข้าไปเฉยๆ ผู้ฉีดต้องรู้ว่าฉีดอย่างไร ฉีดแบบไหน เพราะหากฉีดไม่เป็น ฉีดไม่ถูก เสี่ยงที่จะทำให้เกิดภาวะการอุตันของเส้นเลือดได้ และเสี่ยงทำให้อวัยวะส่วนนั้นได้รับความเสียหาย เช่น ฉีดฟิลเลอร์บริเวณตา ก็อาจจะทำให้เกิดความเสี่ยงตาบอดได้
  2. ต้องเป็นแพทย์ที่มีความรู้เกี่ยวกับกายวิภาคศาสตร์ จะได้รู้จุดเสี่ยง จุดที่ควรระวัง และปริมาณฟิลเลอร์ที่ฉีดเข้าไปแต่ละจุด
  3. ประสบการณ์ของแพทย์นั้นสำคัญมากๆ การเลือกใช้เทคนิคและอุปกรณ์ต่างๆ ต้องเข้าใจอย่างลึกซึ้ง เพราะเวลาเกิดปัญหาจะได้แก้ไขได้ถูกต้อง ตรงจุด ไม่เกิดปัญหาลุกลามบานปลายได้ ดังนั้นผมเลยอยากจะฝากเช็คลิสต์ไว้ให้ ก่อนจะไปทำสวย

                สำหรับการฉีดฟิลเลอร์ตรงจุดอื่นๆ ก็มีความเสี่ยงได้เหมือนกัน เช่น การฉีดปากกระจับ, ฉีดหน้าผาก, ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา ล้วนจะต้องเลือกทั้งคลินิกที่ได้มาตรฐานและแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและชำนาญการ เพื่อลดความเสี่ยงและอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นได้มากที่สุด

พิจารณาจากเช็คลิสต์ ครบแล้วค่อยตัดสินใจว่าจะทำที่ไหนดีนะครับ

  1. ต้องทำกับแพทย์จริงๆ สามารถเช็คได้ที่  https://www.tmc.or.th/ 
  2. ต้องใช้ผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการตรวจสอบได้เลข อย. และต้องนำมาแกะกล่องให้เห็นต่อหน้าก่อนใช้กับเราเท่านั้น
  3. ต้องทำในสถานพยาบาลที่ผ่านการรับรองจากกระทรวงสาธารณสุข   

ตรวจสอบให้ครบแล้ว ค่อยตัดสินใจ ก่อนฉีดฟิลเลอร์ จะได้ไม่ซวยกันนะครับ”  คุณหมอบอยกล่าวทิ้งท้าย 

-(016)