โบว์ลิ่งการกุศล กลิ้งเพื่อน้องครั้งที่ 4

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/722166

โบว์ลิ่งการกุศล กลิ้งเพื่อน้องครั้งที่ 4

โบว์ลิ่งการกุศล กลิ้งเพื่อน้องครั้งที่ 4

วันพุธ ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

สมาคมส่งเสริมการศึกษาในถิ่นกันดาร ในพระอุปถัมภ์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี (สศก.) โดย ดร.มนวิภา ประชัญคดี นายกสมาคมฯ พร้อมด้วยคณะกรรมการ จัด โบว์ลิ่งการกุศล กลิ้งเพื่อน้องครั้งที่ 4 รายได้ส่วนหนึ่งสนับสนุนกิจกรรมให้การสงเคราะห์โรงเรียน วันอาทิตย์ที่ 23 เมษายน 2566 ณ บลูโอ ริธึม แอนด์ โบว์ล ชั้น 4 เอสพลานาด รัชดาภิเษก

การแข่งขันแบ่งออกเป็นประเภททีม ได้แก่ ทีมกิตติมศักดิ์ ทีมทั่วไป และประเภทบุคคล ผู้ชนะการแข่งขันรับถ้วยเกียรติยศจากพลเอกจรัล กุลละวณิชย์ ประธานที่ปรึกษา กิตติมศักดิ์ สมาคมส่งเสริมการศึกษาในถิ่นกันดารฯ ส่วนรองอันดับ 1
และ 2 จะได้รับถ้วยเกียรติยศจาก พลเรือเอกพะจุณณ์ ตามประทีป สมาชิกวุฒิสภา และพลตำรวจเอกสุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ตลอดจนท่านอื่นๆ

สมาคมส่งเสริมการศึกษาในถิ่นกันดารในพระอุปถัมภ์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี (สศก.) จัดตั้งขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อเผยแพร่การศึกษาและสนับสนุนส่งเสริมให้ประชาชนเห็นความสำคัญของการศึกษา และช่วยเหลือสถานศึกษาและอุปกรณ์การศึกษาในชนบทที่ห่างไกล รวมถึงสงเคราะห์ช่วยเหลือนักเรียนที่ขาดแคลน ทั้งนี้ได้รับการสนับสนุนและปฏิบัติงานร่วมกับ หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา กองบัญชาการกองทัพไทย (นทพ.) และหน่วยแพทย์อาสาของจังหวัดต่างๆ

ผู้สนใจสมัครเข้าร่วมการแข่งขัน ติดต่อสอบถามได้ที่ คุณปิยะพร โทร.086-3559022, คุณสุภาพร โทร.064-2962292 หรืออีเมล helpthaistudent@gmail.com, Line may.supaporn

ก้าวใหม่ DISAYA การกลับสู่ ‘ลอนดอน’ ต้นกำเนิดแบรนด์ สะท้อนความเป็นเฟมินีน หวานโก้ มีเสน่ห์และมั่นใจ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/722182

ก้าวใหม่ DISAYA การกลับสู่ ‘ลอนดอน’ ต้นกำเนิดแบรนด์  สะท้อนความเป็นเฟมินีน หวานโก้ มีเสน่ห์และมั่นใจ

ก้าวใหม่ DISAYA การกลับสู่ ‘ลอนดอน’ ต้นกำเนิดแบรนด์ สะท้อนความเป็นเฟมินีน หวานโก้ มีเสน่ห์และมั่นใจ

วันพุธ ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นับเป็นก้าวครั้งใหญ่และเป็นที่จับตามอง เมื่อ ออม-ดิษยา สรไกรกิติกูลครีเอทีฟไดเร็กเตอร์แบรนด์ดิษยา (DISAYA) ได้ตัดสินใจรีแบรนดิ้งโดยร่วมกับทีมงานมากประสบการณ์ ผู้คร่ำหวอดในวงการแฟชั่นระดับโลกจากลอนดอน ประเทศอังกฤษอย่าง นิโคล่า เนลี (Nicola Neri) สไตลิสต์ชาวอิตาลีผู้สร้างสรรค์ลุคให้กับแบรนด์หรูและนิตยสารแฟชั่นชื่อดังมากมายและ เดซี่ วอล์คเกอร์ (Daisy Walker) ช่างภาพและผู้กำกับศิลป์ชาวอังกฤษผู้เคยร่วมงานกับแบรนด์ดังระดับโลก อาทิ Loewe,Maison Margiela, Nike และ Victoria Beckham มาอยู่เบื้องหลังถ่ายทอดความเป็นสาวดิษยาในบุคลิกใหม่ที่สะท้อนความเฟมินีนในมิติสวยหวานเปรี้ยวในขณะเดียวกันแฝงความลึกลับน่าค้นหา

ออม-ดิษยา สรไกรกิติกูล ครีเอทีฟไดเร็กเตอร์แบรนด์ ดิษยา (DISAYA) เผยถึงการตัดสินก้าวครั้งสำคัญของแบรนด์ว่า

“จุดเริ่มต้นของแบรนด์ดิษยา เกิดขึ้นในช่วงที่ออมกำลังเรียนแฟชั่นที่ Central Saint Martins (เซ็นทรัล เซนต์มาร์ตินส์)ประเทศอังกฤษ ดังนั้นเรียกได้ว่าการตัดสินใจกลับไปอังกฤษเสมือนการกลับบ้าน กลับไปสู่ตัวตนของดิษยาที่มีความคิดที่แตกต่าง อ่อนหวานแต่ไม่เปราะบาง และมั่นใจในทุกท่วงท่าที่เคลื่อนไหวจากภายในสู่ภายนอกสิ่งเหล่านี้จะปรากฏให้เห็นในภาพแคมเปญ Summer 2023 เป็นต้นไป และซิลูเอตของเสื้อผ้าที่มิกซ์แอนด์แมทช์ได้หลากหลายสไตล์มากขึ้น”

นอกจากภาพลักษณ์ที่เปลี่ยนไปอีกสิ่งหนึ่งที่ตอกย้ำถึงแก่นแท้ของดิษยา นั่นคือ โลโก้ใหม่ที่มาพร้อมกับสัญลักษณ์รูป “หมี” สื่อถึง “เท็ดดี้แบร์เกิร์ล” ฉายาของ ออม-ดิษยา ซึ่งสื่ออังกฤษตั้งให้เมื่อครั้งสมัยเรียนที่เซนต์มาร์ตินส์ ได้นำเสนอผลงานแฟชั่นโชว์ตอนจบปริญญาตรีในคอนเซ็ปต์ “Imaginary Friends” ทำตุ๊กตาที่กลับออกมาเป็นเสื้อผ้าได้และเสื้อผ้าที่กลับเข้าไปเป็นตุ๊กตากลายเป็นที่กล่าวขวัญและได้รับคำชมจากสื่ออังกฤษพร้อมได้รับการตีพิมพ์ในนิตยสารแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ เช่น Dazed & Confused UK, Tank และ Jalouse

สำหรับภาพแคมเปญ Summer 2023 เดซี่ วอล์กเกอร์ ได้สะท้อนถึงเสน่ห์ของสาวดิษยาในมิติของความอ่อนหวาน เข้มแข็ง เต็มเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ แต่ในขณะเดียวกันก็ลึกลับน่าค้นหา ฉากหลังถูกเซตให้เป็นภาพท้องฟ้า สัญลักษณ์แห่งความฝันและอิสระ ตัดกับโทนสีพาสเทลของเสื้อผ้าสะท้อนตัวตนของผู้หญิง ภาพแบ๊กกราวนด์ของต้นไม้สีเขียวสะท้อนถึงความเงียบสงบสุขุม สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นบุคลิกใหม่ของสาวดิษยา

สนใจข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับคอลเลคชั่นใหม่ๆ ของ DISAYA ได้ที่Instagram : @disayaofficial Line OA @disaya และ DISAYA Boutiqueทุกสาขา

แพทย์เตือน‘ไข้หวัดใหญ่’หวั่นยอดติดเชื้อในไทยเพิ่ม หลังโควิดคลี่คลาย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/722144

แพทย์เตือน‘ไข้หวัดใหญ่’หวั่นยอดติดเชื้อในไทยเพิ่ม หลังโควิดคลี่คลาย

แพทย์เตือน‘ไข้หวัดใหญ่’หวั่นยอดติดเชื้อในไทยเพิ่ม หลังโควิดคลี่คลาย

วันพุธ ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

แพทย์เตือน‘ไข้หวัดใหญ่’หวั่นยอดติดเชื้อในไทยเพิ่ม หลังโควิดคลี่คลาย

กลุ่มเสี่ยงผู้สูงอายุ-เด็ก แนะสวมหน้ากากอนามัย ฉีดวัคซีน เร่งสร้างภูมิคุ้มกัน

ตลอดเวลา 3 ปี ที่มีการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 คนส่วนใหญ่ต่างเข้าใจผิดเกี่ยวกับ “โรคไข้หวัดใหญ่” บ้างเข้าใจว่าหากเคยติดโควิด-19 แล้ว จะไม่ติดไข้หวัดใหญ่อีก ในความเป็นจริงแล้ว “โรคไข้หวัดใหญ่” ยังคงเป็นภัยเงียบที่มีการกลายพันธุ์เป็นเชื้อใหม่ทุกปี ล่าสุด มูลนิธิส่งเสริมการศึกษาไข้หวัดใหญ่ ได้จัดเสวนา “ไข้หวัดใหญ่หายไปไหนในยุค COVID-19 และควรดูแลตัวเองอย่างไร” ภายในงานได้รับเกียรติจาก รศ.(พิเศษ)นพ.ทวี โชติพิทยสุนนท์ ประธานมูลนิธิส่งเสริมการศึกษาไข้หวัดใหญ่ และ ศ.นพ.ธีระพงษ์ ตัณฑวิเชียร ประธานคลัสเตอร์วิจัยอายุรศาสตร์เขตร้อนจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สถานเสาวภา ฝ่ายวิชาการ ให้ข้อมูล โดยมี รศ.นพ.ชิษณุ พันธุ์เจริญ อาจารย์พิเศษ ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ดำเนินรายการ เพื่อย้ำเตือนและแนะแนวทางการดูแลตนเองและครอบครัวในภาคประชาชน รวมถึงเรียนรู้เกี่ยวกับการเตรียมตัวของภาครัฐและภาคเอกชนในด้านการสาธารณสุขและการจัดหาวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่

รศ.(พิเศษ)นพ.ทวี โชติพิทยสุนนท์ ประธานมูลนิธิส่งเสริมการศึกษาไข้หวัดใหญ่กล่าวว่า “3 ปีที่ผ่านมาไข้หวัดใหญ่ไม่ได้หายไปไหน เพียงแต่ประชาชนทั่วไปให้ความสนใจเรื่องโควิดและมีการป้องกันตัวที่ดี เช่นการงดพบปะสังสรรค์ การสวมหน้ากากอนามัย การระวังเรื่องการมีปฏิสัมพันธ์ร่วมกับผู้อื่น ซึ่งพฤติกรรมดังกล่าวเป็นผลพลอยได้ ทำให้ป้องกันเชื้อโรคจากทางเดินหายใจต่างๆ ได้เกือบหมดแต่ในปัจจุบันที่สถานการณ์ต่างไป มีการกลับมาใช้ชีวิตประจำวันและทำกิจกรรมตามปกติ ทำให้คาดว่าในประเทศไทยโรคไข้หวัดใหญ่น่าจะกลับมาแพร่ระบาดอย่างแน่นอน อีกทั้งที่ผ่านมา 3-4 ปี คนไม่ค่อยติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ ทำให้คนเหล่านั้นไม่มีภูมิคุ้มกัน เชื้อไข้หวัดใหญ่มีการกลายพันธุ์ไปอย่างมาก ซึ่งถ้าติดขึ้นมาจะอาการแย่ลงกว่าเก่า การป้องกันตัวเองที่ดีที่สุดคือฉีดวัคซีนเพื่อป้องกัน

ในประเทศไทยไข้หวัดใหญ่จะมีช่วงแพร่ระบาดในฤดูฝน ช่วงเดือนพ.ค.-มิ.ย. เป็นช่วงเวลาที่มีการบ่มเชื้อโรคมากที่สุด เพราะเป็นช่วงเปิดเทอม เด็กออกไปทำกิจกรรมใกล้ชิดกัน และกลับมาเป็นพาหะพาเชื้อสู่ครอบครัว ติดผู้สูงอายุในบ้าน เช่น ปู่ย่า ตายาย ดังนั้น 2 กลุ่มหลักที่ควรสร้างภูมิคุ้มกันด้วยการฉีดวัคซีน คือ 1.กลุ่มเด็กที่จะเป็นกลุ่มติดเชื้อเยอะและเป็นแหล่งของการแพร่กระจาย 2.กลุ่มผู้สูงอายุ และกลุ่มเสี่ยงที่มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน โรคหัวใจ ปอด ไต และโรคสมอง เพื่อป้องกันการอันตรายถึงชีวิต”

จากสถิติขององค์การอนามัยโลก (WHO) เผยว่าหากไม่มีการฉีดวัคซีนฯผู้ใหญ่จะมีการติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ 5-10% ส่วนเด็กจะอยู่ที่ 20-30% ต่อปีของประชากรทั้งหมด โดยเมื่อคำนวณจากประชากรโลกที่มีทั้งสิ้น 7,000 ล้านคน แสดงว่าผู้ใหญ่ทั่วโลกอาจจะติดไข้หวัดใหญ่ได้ถึง 700 ล้านคน และจำนวนนี้จะมีอาการป่วยหนักเข้านอนในโรงพยาบาล หรือเข้ารักษาใน ICU ประมาณ 5 ล้านคน และอัตราการเสียชีวิตประมาณ 5 แสนคนซึ่งนับเป็นตัวเลขที่สูงมาก แต่หากเราสามารถให้วัคซีนกับคนทั่วโลกในทุกปีได้ อัตราตัวเลขนี้ต่างๆ ก็จะลดลง

ในแต่ละปีสำหรับประเทศไทยจะมีการเตรียมวัคซีนแบ่งเป็น 2 แบบ คือ 1.แบบที่ภาครัฐดำเนินการจัดหาให้ประชาชนฉีดฟรีประมาณ 6 ล้านโดส (ประชากรกลุ่มเสี่ยง กลุ่มประกันสังคม และบุคลากรทางการแพทย์) โดยเน้นไปที่กลุ่มเสี่ยงก่อน และ 2.ภาคเอกชนดำเนินการจัดซื้อเอง ประมาณ 3 ล้านโดส นั่นหมายถึงคนไทยจะได้ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ปีละประมาณ 9 ล้านคน หรือคิดเป็น 12-14% ของประชากร ซึ่งในปี 2565 ประเทศไทยมีจำนวนผู้สูงอายุเกิน 60 ปีขึ้นไป รวมทั้งผู้ที่มีโรคประจำตัวประมาณ 13 ล้านคน หรือคิดเป็น 19% ของประชากรทั้งประเทศ การเตรียมวัคซีนจึงยังไม่เพียงพอต่อความต้องการทั้งในกลุ่มเด็กที่เป็นแหล่งแพร่ระบาด และกลุ่มผู้สูงอายุเกิน 60 ปีขึ้นไป และยังรวมถึงกลุ่มเสี่ยงโรคหัวใจและ
หลอดเลือด เบาหวาน หลอดเลือดสมอง ปอดอุดกั้นเรื้อรัง จึงเป็นหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องกับการดูแลสุขภาพของประชาชน และต้องเร่งดำเนินการมากขึ้น

ศ.นพ.ธีระพงษ์ ตัณฑวิเชียร อาจารย์หน่วยโรคติดเชื้อ ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า “สำหรับคนที่ไม่ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ เมื่อติดเชื้ออาจจะมีอาการรุนแรง โดยเฉพาะปอดอักเสบ ต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล หรือ บางรายต้องเข้ารับการรักษาในหอผู้ป่วยหนัก โดยเฉพาะผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป และผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยงที่มีโรคประจำตัวเรื้อรัง เช่น โรคหัวใจ ไตวาย โรคปอดเรื้อรังผู้ป่วยมะเร็ง ผู้ที่ได้รับยากดภูมิคุ้มกันแม้ว่าอายุจะน้อยกว่า 60 ปี รวมทั้งอาจพบการติดเชื้อรุนแรงในสตรีตั้งครรภ์ นอกจากนั้นผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่ยังอาจพบมีการติดเชื้อร่วมกับเชื้อไวรัสก่อโรคอื่นๆ ทำให้ผู้ป่วยมีการติดเชื้อรุนแรงมากขึ้น เช่น โควิด-19 ไวรัสอาร์เอชวี และยังมีแบคทีเรียบางตัวเกาะในทางเดินหายใจ ในคอ รอซ้ำเติม เช่น เชื้อแบคทีเรียนิวโมคอคคัส คนที่เสียชีวิตจากไข้หวัดใหญ่มักจะเป็นผู้สูงอายุ หรือผู้ที่มีโรคประจำตัวเรื้อรัง ซึ่งหากฉีดวัคซีนก็จะสามารถป้องกันการเจ็บป่วย หรือเสียชีวิตได้ จากสถิติตัวเลขในประเทศไทย พบว่าผู้สูงอายุเสียชีวิตจากไข้หวัดใหญ่มากกว่าคนอายุน้อยถึงเกือบ 70 เท่า และผู้สูงอายุที่มีโรคเรื้อรังเมื่อป่วยไข้หวัดใหญ่และมีปอดอักเสบพบว่าเสียชีวิตมากกว่าคนอายุน้อยที่มีโรคประจำตัวเรื้อรังถึงเกือบ 30 เท่า

ทั้งนี้ สิ่งที่น่าห่วงอีกข้อคือ การทิ้งรอยโรคของผู้สูงอายุที่ป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่รุนแรงที่แม้เดิมจะมีสุขภาพร่างกายแข็งแรงดี แต่เมื่อหายป่วยแล้วพบว่าบางรายมักจะมีอาการทรุดลง หรือที่เรียกทับศัพท์ว่า Deconditioning เช่นช่วยเหลือตนเองได้ลดลงต้องมีผู้ดูแล หรือผู้สูงอายุที่เดิมช่วยเหลือตนเองไม่ค่อยได้อยู่แล้วหลังป่วยหนักทำให้เกิดภาวะผู้ป่วยติดเตียง ซึ่งไม่เพียงส่งผลกระทบต่อสุขภาพร่างกายของผู้ป่วย แต่ยังกระทบผู้คนรอบข้างเช่นกัน ดังนั้นหากเป็นไปได้ จึงแนะนำให้ฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่จะดีที่สุดเพื่อป้องกันการติดเชื้อที่จะนำไปสู่การป่วยรุนแรง โดยในปัจจุบันมีวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ 2 ชนิด คือ ชนิด 3 สายพันธุ์ ที่ส่วนใหญ่จะเป็นวัคซีนที่ภาครัฐให้บริการโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายแก่ประชาชนกลุ่มเสี่ยง และชนิด 4 สายพันธุ์ ที่ภาครัฐจัดเตรียมให้กับบุคลากรทางการแพทย์ สตรีตั้งครรภ์ และมีจำหน่ายโดยทั่วไปในโรงพยาบาลเอกชนและคลินิก โดยทั้ง 2 ชนิดให้ผลดี แต่อย่างไรก็ดี ด้วยความก้าวหน้าทางการแพทย์ วัคซีนแบบชนิด 4 สายพันธุ์มีการพัฒนาให้สามารถสร้างภูมิคุ้มกันและป้องกันการติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ได้ดียิ่งขึ้นโดยเฉพาะการนำมาใช้สำหรับกลุ่มผู้สูงอายุที่มีจุดด้อยในร่างกาย คือ เมื่ออายุมากขึ้นการตอบสนองวัคซีนที่ใช้ทั่วไปต่ำกว่าคนอายุน้อย ดังนั้นสำหรับผู้สูงอายุหากต้องการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ควรเลือกที่มีประสิทธิภาพครอบคลุม ภายใต้การดูแลของแพทย์”

อย่างไรก็ตาม เราหวังให้ภาครัฐตระหนักถึงกลุ่มเด็ก ผู้สูงอายุ นั่นคือมีการเพิ่มจำนวนการฉีด ขยายการฉีดวัคซีน
ให้เป็นแบบ 4 สายพันธุ์ และเพิ่มงบประมาณการฉีดวัคซีนสู่ประชากรวัยแรงงาน เพื่อเป็นหลักประกันด้านสุขภาพให้ประชาชนมีสุขภาพแข็งแรง เป็นฟันเฟืองหลักของเศรษฐกิจประเทศ ซึ่งหากไม่มีการฉีดวัคซีนที่เพียงพอและเกิดการแพร่ระบาด ประเทศไทยจะสูญเสียโอกาส และสูญเสียทรัพยากรกับค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษามากเสียยิ่งกว่าการป้องกัน ตามหลักการคำนวณด้านเศรษฐศาสตร์สาธารณสุข โดยผู้สนใจสามารถศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับโรคไข้หวัดใหญ่ และโรคติดเชื้อต่างๆ เพิ่มเติมหได้ที่เว็บไซต์มูลนิธิส่งเสริมการศึกษาไข้หวัดใหญ่ http://www.ift2004.org/ หรือทางทางเพจของมูลนิธิส่งเสริมการศึกษาไข้หวัดใหญ่

ชวนเที่ยวงาน‘เส้นสายลายศิลป์ ถิ่นเมืองลอง’ ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์และยั่งยืน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/722171

ชวนเที่ยวงาน‘เส้นสายลายศิลป์ ถิ่นเมืองลอง’ ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์และยั่งยืน

ชวนเที่ยวงาน‘เส้นสายลายศิลป์ ถิ่นเมืองลอง’ ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์และยั่งยืน

วันพุธ ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

จังหวัดแพร่ โดยสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดแพร่ ร่วมกับ อำเภอลอง สภาวัฒนธรรมอำเภอลองและการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานแพร่แถลงข่าวการจัดงาน “เส้นสายลายศิลป์ถิ่นเมืองลอง” โครงการส่งเสริมกิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์และพัฒนาการตลาดส่งเสริมการท่องเที่ยวยั่งยืนประจำปี 2566 ระหว่างวันที่ 7-9 เมษายน 2566 พบกับ 2 กิจกรรมหลัก ได้แก่ กิจกรรมเปิดเส้นทางท่องเที่ยวชุมชนของ 9 ตำบล ในพื้นที่อำเภอลองและกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยววิถีเมืองลอง “เส้นสายลายศิลป์ ถิ่นเมืองลอง” ที่นำอัตลักษณ์ วิถีวัฒนธรรม อาหารการแต่งกาย มาสร้างรายได้ สร้างอาชีพสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้ชุมชนและประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวชุมชนของเมืองลองให้เป็นที่รู้จักในหมู่นักท่องเที่ยวให้มาเยือนจังหวัดแพร่ โดยมี นายชุติเดช มีจันทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่,นางกรวรรณ สุ่มมาตย์ วัฒนธรรมจังหวัดแพร่, นายกิตติชัช บุตรศรี นายอำเภอลอง, นางประนอม ทาแปง ศิลปินแห่งชาติสาขาประณีตศิลป์-ศิลปะการทอผ้า, นายโกมล พานิชพันธ์ ประธานสภาวัฒนธรรมอำเภอลอง และฝ่ายปกครองทุกภาคส่วน ร่วมงานณ สถานีรถไฟบ้านปิน อำเภอลอง จังหวัดแพร่

นายชุติเดช มีจันทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ กล่าวถึงความพร้อมในการจัดงานเส้นสายลายศิลป์ ถิ่นเมืองลองครั้งนี้ว่า งานครั้งนี้เป็นผลสืบเนื่องมาจากศักยภาพด้านการท่องเที่ยวของเมืองลองเป็นทุนเดิม และเมื่อปี 2563 สภาวัฒนธรรมอำเภอลอง โดย อาจารย์โกมล พานิชพันธ์ ได้ประสานงานกับสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด ผลักดันเสนอของบประมาณมาเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวของอำเภอลอง จนได้รับงบประมาณสนับสนุนมาจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวเป็นปีแรกๆ และจังหวัดได้จัดสรรงบประมาณในการส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชน ปี 2565 ที่ผ่านมาได้มีการสืบค้นข้อมูลแหล่งท่องเที่ยว ทั้ง 9 ตำบล และกิจกรรมเที่ยวชุมชนยลวิถี อวดของดีเมืองลอง ที่วัดศรีดอนคำเสมือนหนึ่งเป็นการ kick off การท่องเที่ยวเมืองลองภายหลังสถานการณ์โรคโควิด-19 ให้เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น

“ทางจังหวัดได้ขับเคลื่อนงานท่องเที่ยวในภาพของจังหวัด ในเชิงนโยบายภาพใหญ่ ส่วนในพื้นที่อำเภอลองต้องขอแรงนายอำเภอ ตลอดจนผู้นำท้องถิ่น ท้องที่ ชาวเมืองลองทุกคนในการสนับสนุนงาน และร่วมกันขับเคลื่อนงานท่องเที่ยวของจังหวัด เพื่อสร้างแรงจูงใจให้นักท่องเที่ยวเข้ามาเยือนและแวะเมืองลอง และเลือกใช้เส้นทางอำเภอลองเป็นทางผ่านไปสู่จังหวัดเชียงรายและจังหวัดลำปาง”

นายกิตติชัช บุตรศรี นายอำเภอลองกล่าวถึงความพร้อมในการจัดงานว่า “อำเภอลองมีเรื่องราวประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจ จากที่ได้ทราบข้อมูลมาว่าคนเมืองลองมีความเชื่อเรื่องพระพุทธเจ้า 5 พระองค์ ตามภัทรกัป ที่แสดงออกเป็นความงามของศิลปวัตถุ เช่น พระธาตุศรีดอนคำ พระธาตุปูตั๊บ, วัดไฮสร้อย ถือเป็นศูนย์กลางของเมืองลองแต่เดิมเมื่อ 700 ปีก่อน มีหลักฐานทางประวัติศาสตร์และเรื่องราวตำนานที่สอดรับกัน อาทิ วัดต้าผามอก เชื่อว่าชาวชุมชนสืบเชื้อสายมาจากเมืองโบราณเมืองเชียงชื่นหรือเวียงเชียงชื่น ซึ่งมีศิลปวัตถุโบราณมากมาย ภาพวาดจิตรกรรมเวียงต้า ที่วัดต้าม่อน, บ่อเหล็กลอง เมืองลองเป็นแหล่งเหล็กชั้นดีสำหรับทำศาสตราวุธในอดีต และสถานีรถไฟบ้านปิน อาคารสถานีรถไฟแห่งเดียวในประเทศไทย สไตล์ “เฟรมเฮ้าส์” แบบบาวาเรียน สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2457 อายุกว่า 100 ปี โดยสภาวัฒนธรรมอำเภอลองเสนอให้ฟื้นงานของดีเมืองลอง นำเอาของดีของทุกตำบลมาออกร้าน มาจำหน่าย มีขบวนแห่ของดีตำบล การประกวดธิดาลอง ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่ดี จึงขอเชิญชวนพี่น้องชาวแพร่ และนักท่องเที่ยวมาเที่ยวชมงานเส้นสายลายศิลป์ถิ่นเมืองลอง มาชมของดีเมืองลอง ซื้อหาของฝากของขวัญ ของดำหัวปี๋ใหม่เมืองในงานนี้ได้ครับ”

นายอนันต์ สีแดง ผู้อำนวยการททท.สำนักงานแพร่ กล่าวว่า “ในปีนี้ททท.สำนักงานแพร่ ได้จัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวหลายโครงการ ซึ่งงานเส้นสายลายศิลป์ ถิ่นเมืองลอง เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่จะดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาสัมผัสสถานที่ท่องเที่ยว วัฒนธรรมและอัตลักษณ์ของชุมชนอำเภอลอง ซึ่งเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่จะสร้างแรงจูงใจให้นักท่องเที่ยวเข้ามาเยือนเมืองแพร่ตลอดปี 2566 นี้ โดยคาดการณ์ว่าในปีนี้จะมีนักท่องเที่ยวมาเยือนเมืองแพร่ ไม่น้อยกว่า 1.3 ล้านคน เกิดรายได้จากการท่องเที่ยว จำนวนไม่น้อยกว่า 2 พันล้านบาทเฉลี่ย 2,200 บาท/คน”

ด้าน นางกรวรรณ สุ่มมาตย์วัฒนธรรมจังหวัดแพร่ กล่าวว่า “จังหวัดแพร่ โดย สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดแพร่ ร่วมกับ อำเภอลอง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้านสภาวัฒนธรรมอำเภอลอง สภาวัฒนธรรมตำบลทุกตำบล จัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยว เส้นสายลายศิลป์ ถิ่นเมืองลอง โดยภายในงานมีกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยว ได้แก่ ขบวนแห่ของดีตำบล ขบวนแห่ธิดาลอง นิทรรศการเส้นสายลายศิลป์ถิ่นเมืองลอง นิทรรศการของดีเมืองลอง 9 ตำบล การแสดงศิลปวัฒนธรรมอัตลักษณ์เมืองลอง การออกร้านจำหน่ายของดี ผลิตภัณฑ์ชุมชน การประกวดร้านค้าประจำตำบล การ
ประกวดธิดาลอง และการประกวดแต่งกายย้อนยุค”

ร่วมสัมผัสเสน่ห์แห่งเมืองลองที่ได้นำเอาอัตลักษณ์ วัฒนธรรม และของดีประจำตำบลของทั้ง 9 ตำบล
มาให้นักท่องเที่ยวได้ร่วมชม ชิม ช้อประหว่างวันที่ 7-9 เมษายน 2566ณ โรงเรียนลองวิทยา อำเภอลองจังหวัดแพร่ สอบถามรายละเอียดได้ที่สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดแพร่ โทร.054-6259496 หรือ facebook.com/watthanathumphrae

อนันต์ สีแดง, กรวรรณ สุ่มมาตย์, ชุติเดช มีจันทร์ และกิตติชัช บุตรศรี

อนันต์ สีแดง, กรวรรณ สุ่มมาตย์, ชุติเดช มีจันทร์ และกิตติชัช บุตรศรี

ชาวเมืองลอง พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยว

ชาวเมืองลอง พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยว

หลบร้อนมาพักผ่อนวันหยุดกับแพคเกจ STAY YOUR WAY ที่ โรงแรมอินดิโก้ กรุงเทพ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/722210

หลบร้อนมาพักผ่อนวันหยุดกับแพคเกจ STAY YOUR WAY ที่ โรงแรมอินดิโก้ กรุงเทพ

หลบร้อนมาพักผ่อนวันหยุดกับแพคเกจ STAY YOUR WAY ที่ โรงแรมอินดิโก้ กรุงเทพ

วันอังคาร ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2566, 19.01 น.

กรุงเทพฯ, เมษายน  : โรงแรมอินดิโก้ กรุงเทพ ถนนวิทยุ ชวนหลบร้อนมาพักผ่อนวันหยุด กับแพ็คเกจห้องพัก STAY YOUR WAY เต็มอิ่มด้วยเครดิตอาหารและเครื่องดื่ม พร้อมดื่มด่ำกับค่ำคืนของกรุงเทพมหานคร ที่ ชาร์ รูฟท็อป บาร์  หรือจะเลือกคลายร้อนกับชุดน้ำชายามบ่ายสไตล์ไทย ที่ ห้องอาหารเมโทร ออน ไวร์เลส

แพ็คเกจห้องพัก STAY YOUR WAY สามารถเลือกเข้าพักในห้องพักในแบบที่คุณชื่นชอบ รวมอาหารเช้าสำหรับ 2 ท่าน รับเครื่องดื่มต้อนรับ 1 ครั้ง สำหรับ 2 ท่าน ที่ ชาร์ รูฟท็อป บาร์ ชั้นที่ 26 ดื่มด่ำกับบรรยากาศยามค่ำคืนของเมืองหลวงในอารมณ์ที่แตกต่าง เครดิต 1,000 บาท ต่อคืนสำหรับรับประทานอาหาร และเครื่องดื่มที่ห้องอาหาร หรือบาร์ของโรงแรม สามารถเลทเช็คเอาท์ ได้ถึงเวลา 16.00 น. ของวันถัดไป  (ขึ้นอยู่กับจำนวนห้องว่าง) ข้อเสนอห้องพักสามารถสมสะสมคะแนน IHG® One Rewards และไนท์ได้

หรือจะเติมความหวาน ความสดชื่น  คลายร้อน กับชุดน้ำชายามบ่ายสไตล์ไทย ที่เต็มไปด้วยอาหารคาว หวาน ทั้งสไตล์ไทย และตะวันตก รวมไปถึงชา กาแฟ และเครื่องดื่มพิเศษเติมไม่อั้นตลอด 3 ชั่วโมง ราคาเพียง 850++ บาท (1,000 บาทสุทธิ) ต่อชุดสำหรับ 2 ท่าน  พร้อมให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 13.00 น. – 16.00 น.  ที่ ห้องอาหารเมโทร ออน ไวร์เลส

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือสำรองที่นั่งและห้องพักได้ที่โทร.02-2074999 อีเมล:reservation.hotelindigobangkok@ihg.com และ LINE Official Account: @hotelindigobkk (https://lin.ee/F4S40Py)

-(016)

NimLeasing จัดแคมเปญใหญ่ฉลองครบรอบ 38 ปี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/722150

NimLeasing จัดแคมเปญใหญ่ฉลองครบรอบ 38 ปี

NimLeasing จัดแคมเปญใหญ่ฉลองครบรอบ 38 ปี

วันอังคาร ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2566, 16.49 น.

บริษัท นิ่มลีสซิ่ง จำกัด ผู้นำธุรกิจสินเชื่อทะเบียนรถทุกประเภท ให้บริการด้านการเงินทั่วภาคเหนือจากผู้เชี่ยวชาญด้านบริการการเงิน จัดงานฉลองครบรอบ 38 ปี กับแคมเปญใหญ่ “จ่ายดีมีโชค มอบโชคใหญ่แทนคำขอบคุณ มอบของรางวัลมูลค่ากว่า 1,000,000 บาท” เพื่อตอบแทนลูกค้าที่ให้การสนับสนุน นิ่มลีสซิ่ง อย่างดีมาโดยตลอด

โดยแคมเปญ “จ่ายดีมีโชค มอบโชคใหญ่แทนคำขอบคุณ มอบของรางวัลมูลค่ากว่า 1,000,000 บาท” จะเป็นการแจกของรางวัลมากมายให้กับลูกค้าทุกท่านได้ลุ้นโชคไปด้วยกันกับรางวัลใหญ่ อาทิ รถยนต์กระบะอีซูซุ รุ่น SPRCECAB 1.9 S DA จำนวน 1 คัน,  รถจักรยานยนต์  HONDA WAVE 125, โทรศัพท์มือถือ SUMSUNG รุ่น A 23 5G, สร้อยคอทองคำ และบัตรของขวัญ TESCO LOTUS มูลค่ารวมทั้งหมดกว่า 1 ล้านบาท

ภายในงาน “ครบรอบ 38 ปี บริษัท นิ่มลีสซิ่ง จำกัด” ได้จัดให้มีการแถลงข่าวจาก คุณชวลิต สุวิทย์ศักดานนท์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท นิ่มลีสซิ่ง จำกัด ร่วมแถลงข่าวแคมเปญใหญ่ และการเตรียมความพร้อมในการเข้าตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยอย่างเต็มตัว และยังได้รับเกียรติจาก คุณไพบูลย์ จันทร์ทบ รองกรรมผู้จัดการใหญ่ บริษัท นิ่มลีสซิ่ง จำกัด และคุณเมธา ฬ่อสุวรรณ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท นิ่มลีสซิ่ง จำกัด ร่วมเป็นสักขีพยาน เมื่อวันจันทร์ที่ 3 เมษายน 2566 เวลา 16.00 – 18.30 น. ณ ลานกิจกรรมโครงการนิ่มซิตี้เดลี่  ถ.มหิดล

สำหรับ บริษัท นิ่มลีสซิ่ง จำกัด เป็นธุรกิจสินเชื่อ ที่ได้ใบอนุญาตให้ประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับ และใบอนุญาตให้ประกอบธุรกิจสินเชื่อรายย่อยเพื่อการประกอบอาชีพภายใต้การกำกับ  (NANO) เนื่องด้วยธุรกิจการปล่อยสินเชื่อนั้นต้องได้รับอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทย ทั้งนี้ นิ่มลีสซิ่ง ยังเป็นผู้ให้บริการทางด้านการเงินแก่ลูกค้าทั่วไป ในจ.เชียงใหม่ และจ.ใกล้เคียง มีสาขากว่า 436 สาขา ครอบคลุมพื้นที่กว่า 11 จังหวัด และภายในปี 2568 คณะผู้บริหาร นิ่มลีสซิ่ง ต้องการเข้าตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยอย่างเต็มตัว เพื่อสร้างความเชื่อมั่น และความก้าวหน้าอย่างก้าวกระโดด สำหรับธุรกิจไฟแนนซ์ลำดับต้นของภาคเหนือ

-(016)

รร.ดิ เอมเมอรัลด์ ชวนลิ้มรสข้าวแช่คลายร้อนพร้อมบุฟเฟต์นานาชาติมื้อกลางวัน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/722145

รร.ดิ เอมเมอรัลด์ ชวนลิ้มรสข้าวแช่คลายร้อนพร้อมบุฟเฟต์นานาชาติมื้อกลางวัน

รร.ดิ เอมเมอรัลด์ ชวนลิ้มรสข้าวแช่คลายร้อนพร้อมบุฟเฟต์นานาชาติมื้อกลางวัน

วันอังคาร ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2566, 16.36 น.

ดิเอมเมอรัลด์ ค็อฟฟี่ช็อพ  โรงแรม ดิ เอมเมอรัลด์ ถ.รัชดาภิเษก จัดบุฟเฟต์นานาชาติมื้อกลางวัน บริการระหว่างเวลา 11.30-14.30 น. ด้วยเมนูเด็ดจานหลัก เช่น ผัดไทย ข้าวมันไก่ ก๋วยเตี๋ยวหมูตุ๋น ข้าวขาหมู พาสต้า ส้มตำ ไก่ย่าง ซูชิหน้าต่างๆ เป็นต้น อาหารทานเล่น เช่น เมี่ยงคำ ยำต่างๆ รวมทั้งเมนูเด่นประจำวันดังนี้ วันจันทร์ – ข้าวเกรียบปากหม้อ วันอังคารและศุกร์ – กะลอจี๊ ซึ่งหาทานได้ยากในปัจจุบัน วันพุธและเสาร์ – ขนมครกชาววัง วันพฤหัสบดีและอาทิตย์ – กล้วย/เผือก/มันทอด รวมชา-กาแฟ เพียงท่านละ 659 บาทถ้วน (จากปกติ 900 บาท) 

พิเศษ!!  ตลอดเดือนเมษายนนี้ จัดบริการอาหารไทย 4 ภาค พร้อมมุม “ข้าวแช่คลายร้อน”

จากข้าวสวยที่หุงโดยขัดยางข้าวออกจนหมด ผสมผสานกับน้ำลอยดอกมะลิที่ส่งกลิ่นหอมชื่นใจ เสิร์ฟพร้อมเครื่องเคียงตามแบบฉบับชาววัง ทั้งลูกกะปิ พริกหยวกสอดไส้ หมูฝอย ไชโป๊วผัดหวาน หอมแดงทอดสอดไส้ ปลาหวาน และ กระชาย มะม่วง แตงกวาที่ผ่านการแกะสลักอย่างวิจิตรบรรจง สวยงามตระการตา

หรือสั่งล่วงหน้าสำหรับกลับบ้าน เพื่อเป็นของขวัญของฝาก เพียงชุดละ 359 บาท++ และ “ข้าวเหนียวมะม่วง” ชุดละ 120 บาท++เท่านั้น  

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โทร. 0-2276-4567 ต่อ 8413-4 หรือไลน์ @theemeraldhotel และ http://www.facebook.com/theemeraldcoffeeshop

-(016

บจก.เอ พลัสฯ มอบเครื่องฟอกกำจัดเชื้อโรคและมลพิษในอากาศ แก่ 6 รร.ตชด.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/722142

บจก.เอ พลัสฯ มอบเครื่องฟอกกำจัดเชื้อโรคและมลพิษในอากาศ แก่ 6 รร.ตชด.

บจก.เอ พลัสฯ มอบเครื่องฟอกกำจัดเชื้อโรคและมลพิษในอากาศ แก่ 6 รร.ตชด.

วันอังคาร ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2566, 16.28 น.

เมื่อวันที่ 2 เมษายน 2566 พล.ต.ต.ประกอบ พลเตชา ผบก.ตชด.ภาค 3 เดินทางไป กองร้อย ตชด. ที่ 327 อ.แม่จัน จ.เชียงราย  เพื่อ 1.ตรวจเยี่ยมบำรุงขวัญ  และรับฟังสถานการณ์ด้านมลพิษฝุ่น pm 2.5 , 2. เปิดศูนย์ฝึกอาชีพ นร.เก่า รร.ตชด.ภาค 3 ส่วนแยก กก.ตชด.32 ซึ่งมี นร.จบจาก รร.ตชด.ทอท.เฉลิมพระเกียรติบ้านนาโต่ มาเข้าศึกษาต่อจำนวน 4 นาย และได้มอบเงิน ค่าใช้จ่ายให้ นร.รายละ 1,000 บาท

3.นำผู้บริจาค นส อลิสา ศิริจินดาพันธ์ ที่ปรึกษา กิติมศักดิ์ บริษัท A plus Asset. มอบสิ่งของคือ เครื่องผลิตอนุพันธ์ออกซิเจน เพื่อกำจัดฝุ่น pm 2.5 และค่าเชื้อไวรัส ทุกตัว รวมทั้งโควิด มามอบให้ รร.ตชด. 6 รร. คือ รร.ตชด.สังวาลย์วิทย์ 8 , รร.ตชด.บำรุงที่ 112 , รร.ทอท.เฉลิมพระเกียรติ บ.นาโต่ , รร.ตชด.อาชีวะศึกษา เชียงราย-พะเยา , รร.ตชด.เทคนิคดุสิต และ ศอน.บก.ตชด.ภาค 3 ส่วนแยก กก.ตชด.32 ของบริษัท เอ พลัส อินโนเวชั่น แอสเสท จำกัด โดย คุณอลิสา ศิริจินดาพันธ์ เป็นผู้แทนบริษัท เป็นผู้มอบ โดยมี พ.ต.ท.วิชัย จำปา รองผกก.ตชด.32 และ พ.ต.ต.อนัญวัฒน์ รัตนวิชัย ผบ.ร้อย ตชด.327 ให้การต้อนรับ

-(016)

ททท. จัดเทศกาลเย็นทั่วหล้า มหาสงกรานต์ ชวนสาดความสุขไปกับงาน ‘INTERNATIONAL AMAZING SPLASH 2023’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/722139

ททท. จัดเทศกาลเย็นทั่วหล้า มหาสงกรานต์ ชวนสาดความสุขไปกับงาน ‘INTERNATIONAL AMAZING SPLASH 2023’

ททท. จัดเทศกาลเย็นทั่วหล้า มหาสงกรานต์ ชวนสาดความสุขไปกับงาน ‘INTERNATIONAL AMAZING SPLASH 2023’

วันอังคาร ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2566, 16.16 น.

ททท. เสิร์ฟความชุ่มฉ่ำดับร้อน จัด “เทศกาลเย็นทั่วหล้า มหาสงกรานต์” รับปีใหม่ไทยพร้อมยกระดับสู่สากล สาดความสุข สนุกแบบอินเตอร์ไปกับงาน INTERNATIONAL AMAZING SPLASH 2023

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมสืบสานประเพณีไทยจัด “เทศกาลเย็นทั่วหล้า มหาสงกรานต์” ประจำปี 2566 พร้อมยกระดับสู่สากลกับงานเทศกาลสาดความสุข สนุกแบบอินเตอร์ INTERNATIONAL AMAZING SPLASH 2023 ครั้งแรกกับขบวนแห่คาราวานสงกรานต์นานาชาติสุดอลังการจาก 5 ประเทศ ท่ามกลางบรรยากาศจำลองเทศกาลงานวัฒนธรรมนานาชาติ อาทิ เทศกาลโคลน-เกาหลี เทศกาลโฮลี-อินเดีย เทศกาลเซ็ตซึบุน-ญี่ปุ่น และสงกรานต์สิบสองปันนา-จีน เพลิดเพลินไปกับการแสดงดนตรีของกับศิลปินชาวไทยและชาวต่างชาติที่ตบเท้ามาสร้างความสนุกแบบ NON-STOP ตั้งแต่วันที่ 13 – 15 เมษายนนี้ ณ บริเวณซอยจุฬาลงกรณ์ 5 (ถนนอุทยาน 100 ปี) กรุงเทพฯ

นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ประเพณีสงกรานต์ ของประเทศไทยถือเป็นหนึ่งใน 5F ซึ่งเป็น Soft Power of Thailand คือ F Festival และการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม (Cultural Tourism) ของไทยสะท้อนอัตลักษณ์ความเป็นไทยและได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวทั่วโลกมาอย่างยาวนาน และ “ประเพณีสงกรานต์” ยังได้รับการจัดอันดับให้เป็น 1 ใน 3 เทศกาลสำคัญของเอเชียจาก International Festival and Events Association (IFEA) ในปี 2564

ด้วยเหตุนี้ ททท. จึงมีแนวคิดต่อยอดยกระดับงานประเพณีพื้นเมืองไทยสู่สากล (Local to Global) โดยเริ่มต้นจากเทศกาลสงกรานต์ จึงกำหนดจัดงาน เทศกาลสาดความสุข สนุกแบบอินเตอร์ INTERNATIONAL AMAZING SPLASH 2023 ซึ่งจะนำเทศกาลที่เป็นที่รู้จักระดับโลกมาร่วมจัดแสดงควบคู่ไปกับงานเทศกาล “เย็นทั่วหล้า มหาสงกรานต์” ระหว่างวันที่ 13 – 15 เมษายน 2566 ณ บริเวณซอยจุฬาลงกรณ์ 5 (ถนนอุทยาน 100 ปี)

สำหรับกิจกรรมภายในงานแบ่งออกเป็น 4 ส่วนกิจกรรม ได้แก่ กิจกรรมที่ 1. ขบวนแห่สงกรานต์นานาชาติ สุดอลังการ INTERNATIONAL CARAVAN : พบขบวนแห่ประเพณีสงกรานต์และวัฒนธรรมนานาชาติ ในวันที่ 13 เมษายน 2566 จาก 5 ประเทศ ได้แก่

ประเทศไทย พบกับขบวนแห่พระแก้วมรกตประดิษฐานบนรถบุษบก พร้อมขบวนรถนางสงกรานต์ กิมิทาเทวี ทรงพาหุรัดทัดดอกจงกลนี อาภรณ์แก้วบุษราคัม ภักษาหารกล้วยน้ำ พระหัตถ์ขวาทรงขรรค์ พระหัตถ์ซ้ายทรงพิณ เสด็จนั่งมาเหนือหลังมหิงสา (ควาย) เป็นพาหนะ แสดงโดย “ใบเฟิร์น พิมพ์ชนก”

ประเทศจีน พบกับขบวนสีสันความสุขของชาวสิบสองปันนา มณฑลยูนนาน สาธารณรัฐประชาชนจีน ในชุดแต่งกายวัฒนธรรมพื้นเมือง

ประเทศอินเดีย พบกับขบวนแห่ที่เต็มไปด้วยสีสันความสนุกในรูปแบบของเทศกาลโฮลี่ หรือการสาดสี พร้อมโชว์ในสไตล์ Bollywood

ประเทศญี่ปุ่น – รถขบวนเซ็ตซึบุน จากประเทศญี่ปุ่น  นำทีมด้วยจังหวะกลองสร้างความตื่นตัว พร้อมปีศาจ การโยนถั่ว และตกแต่งด้วยเสาโทริอิกับดอกซากุระ  

และประเทศเกาหลี – ขบวนแห่บอนยองเกาหลี สื่อถึงความสดใสจากท้องทะเล สนุกสนานในแบบเฟสติวัลริมทะเลของประเทศเกาหลี

กิจกรรมที่ 2. AMAZING SPLASH OF THE WORLD จำลองบรรยากาศประเพณีวัฒนธรรมของต่างประเทศที่มีความใกล้เคียงกับประเพณีสงกรานต์ประเทศไทย มานำเสนอเป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ได้แก่ ประเทศไทย นำเสนอ “เทศกาลเย็นทั่วหล้ามหาสงกรานต์” พบกับการนำเสนอเอกลักษณ์ของประเพณีสงกรานต์ของ 5 ภูมิภาคทั่วประเทศ ผ่านรูปแบบของการสาธิตผลิตภัณฑ์ จากภูมิปัญญาและวัฒนธรรมของท้องถิ่นที่เชื่อมโยงถึงประเพณี พร้อมเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้มีส่วนร่วม ทำลงมือทำ DIY ด้วยตนเอง ประกอบด้วย

ภาคเหนือ นำเสนอการทำตุง น้ำศักดิ์สิทธิ์/น้ำส้มป่อย สำหรับใช้ในพิธีรดน้ำดำหัววิถีล้านนา

ภาคกลาง นำเสนออาหารคาวหวานในช่วงงานเทศกาลสงกรานต์ อาทิ ข้าวแช่

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ นำเสนอประเพณีผูกเสี่ยว ประเพณีเสียเคราะห์ (สะเดาะเคราะห์)

ภาคตะวันออก นำเสนอพิธีก่อเจดีย์ทรายข้าวเปลือกของชาวไผ่ดำ อ.บางน้ำเปรี้ยว จ.ฉะเชิงเทรา หรือพิธีก่อเจดีย์ทราย จ.ชลบุรี เป็นต้น

และภาคใต้ นำเสนอประเพณีแห่นางดาน จ.นครศรีธรรมราช ที่มีเพียงแห่งเดียวในประเทศไทย กิจกรรมสาธิตภูมิปัญญาท้องถิ่นและ DIY รวมทั้งกิจกรรมการสรงน้ำพระและก่อเจดีย์ทราย การแสดงศิลปะวัฒนธรรมไทย

เกาหลีใต้ นำเสนอ “เทศกาลโคลนจากเมืองโพเรียง” พบกับสระโคลนที่ได้นำเข้าโคลนมาจากเมืองโพเรียง ประเทศเกาหลีใต้ โดยจะมีกิจกรรมต่าง ๆ อาทิ การลงแช่โคลน, การทาโคลนทั่วตัว, การแข่งเกมชิงรางวัลกลาง สระโคลน พร้อมบรรยากาศที่เร้าใจจากดีเจจากประเทศเกาหลี

อินเดีย นำเสนอ “เทศกาลโฮลี” สนุกสนานตามประเพณีของอินเดียที่ใช้ผงสีแสดงถึงมิตรภาพ พร้อมการแสดงดนตรี การเต้นของสาวอินเดียในสไตล์ Bollywood  นอกจากนี้ ยังมีจุดให้ผู้ร่วมงานได้เข้าสักการะพระพิฆเนศอีกด้วย

จีน นำเสนอ “เทศกาลสงกรานต์สิบสองปันนา” พบกับการนำเสนอเครื่องแต่งกายตามประเพณีของชาวไทลื้อ มณฑลยูนนาน สาธารณรัฐประชาชนจีน และการแสดงเชิงวัฒนธรรมฟ้อนรำ เพื่อทำพิธีขอน้ำ ขอฝน จากเทวดา ฟ้าดิน

และ ญี่ปุ่น นำเสนอ “เทศกาล เซ็ตซึบุน” เทศกาลแห่งการเป่าสิ่งชั่วร้าย และเสริมสิริมงคล ด้วยการโปรยถั่วใส่ยักษ์ เพื่อเป็นการขอให้สุขภาพแข็งแรงปราศจากโรคภัย

กิจกรรมที่ 3. MAIN STAGE เพิ่มบรรยากาศแห่งความสนุกแบบ NON-STOP ไปกับกิจกรรม SPLASH ความสนุกบนเวที พบกับศิลปินนักร้องดีเจชาวไทย และชาวต่างชาติ เช่น ศิลปิน โจอี้บอย, อ๊อฟ ปองศักดิ์, วง LAZ1, วง No One Else, ซานิ, วง Yes Indeed, ดีเจจากประเทศเกาหลี อินเดีย ญี่ปุ่น และจีน การแสดงวัฒนธรรมนานาชาติมากมาย พร้อมจัดเต็มด้วย WATERBOMB และอุโมงค์น้ำ สุดสนุกตลอด 3 วันจัดงาน และกิจกรรมที่ 4. AMAZING FOOD ยกกองทัพเสบียงบูธอาหาร และ Food Truck เติมความอร่อยแบบนานาชาติ ทั้งเกาหลี ญี่ปุ่น จีน อินเดีย และไทย รวมกว่า 30 ร้านค้า

นอกจากนี้ ททท. ยังสนับสนุนการจัดกิจกรรมสงกรานต์ในพื้นที่ต่างๆ อาทิ งาน Water Festival 2023 เทศกาลวิถีน้ำ…วิถีไทย 2566 ระหว่างวันที่ 13 – 16 เมษายน 2566 ซึ่งจะจัดงานในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ ดังนี้

1. กรุงเทพมหานคร ได้แก่ วัดพระเชตุพลวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร วัดประยุรวงศาวาสวรมหาวิหาร วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร วัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร ท่ามหาราช ท่ายอดพิมาน เดอะล้ง 1919 สุขสยาม แอท ไอคอนสยาม เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ และท่าศาลเจ้ากวนอู

2. บ้านโบราณ 100 ปี จ.เชียงใหม่ 

3. ถนนอินทยงยศ จ.ลำพูน

4. ลานวัฒนธรรมมรดกโลกบ้านเชียง จ.อุดรธานี  

5. วัดไชยศรี จ.ขอนแก่น  

6. วัดไม้ขาว และบริเวณแยกชาร์เตอร์ (เมืองเก่าภูเก็ต) จ.ภูเก็ต

งานไอคอนสยาม มหัศจรรย์เจ้าพระยา มหาสงกรานต์ 2566 วันที่ 11 – 17 เมษายน 2566 ณ ไอคอนสยาม กทม.

งาน Andamanda Songkran Festival วันที่ 14 เมษายน 2566 สวนน้ำอันดา มันดา จ. ภูเก็ต

GCIRCUIT SONG KRAN THE BIG BANG 2023 วันที่ 13 – 16 เมษายน 2566 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิล์ด กทม.

S2O Songkran Music Festival วันที่ 13 -15 เมษายน 2566 ณ ไลฟ์พาร์ค พระราม 9 กทม.

งานประเพณีสงกรานต์ “บ้านกรูด…ฟีลกู๊ดด 2023” วันที่ 14 – 15 เมษายน 2566 อ.บางสะพาน  จ.ประจวบคีรีขันธ์

“สงกรานต์สยาม ผ้าขาวม้าปล่อยจอย” วันที่ 13 – 15 เมษายน 2566 ณ สยามสแควร์ กทม.

และงานประเพณีสงกรานต์พระประแดง ประจำปี 2566 วันที่ 21 – 23 เมษายน 2566 ณ อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ

ทั้งนี้ เทศกาลสงกรานต์ยังมีการจัดในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศไทย อาทิ

ภาคเหนือ – ประเวณีปี๋ใหม่เมืองเจียงใหม่ วันที่ 13 – 16 เมษายน 2566 ณ เขตเทศกาลนครเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่ ประเพณีสรงน้ำโอยทาน สงกรานต์ ศรีสัชนาลัย วันที่ 8 – 12 เมษายน 2566 ณ ลานพระบรมราชานุสาวรีย์พระยาลิไท และ อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย อ.ศรีสัชนาลัย จ.สุโขทัย สรงน้ำพระ ประเพณีสงกรานต์ อ.ปาย วันที่ 13 เมษายน 2566 ที่ว่าการอำเภอปาย จ.แม่ฮ่องสอน

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ – งานสุดยอดสงกรานต์อีสาน เทศกาลดอกคูน เสียงแคน และถนนข้าวเหนียว วันที่ 8 – 15 เมษายน 2566 ณ บริเวณบึงแก่นนคร และถนนศรีจันทร์ จ.ขอนแก่น ภาคตะวันออก – ประเพณี ก่อพระทราย วันไหลบางแสน วันที่ 16 – 21 เมษายน 2566 ณ ชายหาดบางแสน จ.ชลบุรี

ภาคกลาง – งานประเพณีสงกรานต์มอญสังขละบุรี วันที่ 13 – 17 เมษายน 2566 ณ วัดวังก์วิเวการามและเจดีย์พุทธคยาจำลอง อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี งานสืบสานประเพณีสงกรานต์ไท-ยวน วันที่ 13 – 15 เมษายน 2566 ณ วัดโขลงสุวรรณคีรี  และกาดวิถีชุมชนคูบัว จ.ราชบุรี

ภาคใต้ – หาดใหญ่ มิดไนท์ สงกรานต์ วันที่ 12 – 13 เมษายน 2566 ถ.นิพัทธ์อุทิศ 2-3 อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา งานเทศกาลมหาสงกรานต์แห่นางดานเมืองนคร วันที่ 11 – 15 เมษายน 2566 ณ สวนสาธารณะศรีธรรมโศกราช และตลาดริมน้ำเมืองลิกอร์ สนามหน้าเมือง อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช

โดยตลอดระยะเวลาการจัดงาน ททท. บูรณาการความร่วมมือกับกองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยวในการออกมาตรการพิเศษ เพื่อดูแลความปลอดภัยและสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่เข้าร่วมเทศกาลสงกรานต์ เพื่อขับเคลื่อนการท่องเที่ยวสีขาว ตามนโยบายของกระทรวง การท่องเที่ยวและกีฬา นำสู่การบรรลุเป้าหมายในการตอกย้ำสร้างความเชื่อมั่นการท่องเที่ยวของประเทศไทย ด้านความมั่นคงและความปลอดภัย (Safety and Security) แก่นักท่องเที่ยวทั่วโลก

ทั้งนี้ ผู้ที่สนใจสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook : Amazing Thailand หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม Call Center 1672 Travel Buddy

The 1 Exclusive ผนึก 11 เครือโรงแรมชั้นนำสานต่อประสบการณ์ Exclusive Dining Experience เพื่อสมาชิกตลอดปี 2566

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/722114

The 1 Exclusive ผนึก 11 เครือโรงแรมชั้นนำสานต่อประสบการณ์ Exclusive Dining Experience เพื่อสมาชิกตลอดปี 2566

The 1 Exclusive ผนึก 11 เครือโรงแรมชั้นนำสานต่อประสบการณ์ Exclusive Dining Experience เพื่อสมาชิกตลอดปี 2566

วันอังคาร ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2566, 15.38 น.

The 1 Exclusive ผู้นำโปรแกรมดูแลกลุ่มลูกค้าระดับพรีเมียม (Wealth Customer Segment) ของ The 1 อันดับหนึ่งในประเทศไทยภายใต้กลุ่มเซ็นทรัล สานต่อวิสัยทัศน์ Ultimate Experience Curation ผนึกกำลังพาร์ทเนอร์ธุรกิจโรงแรมชั้นนำทั่วไทย ขยาย Exclusive Privileges ครอบคลุมไลฟ์สไตล์เหนือระดับในกลุ่ม Hotel Dining รวบรวมกว่า 160 ห้องอาหารชื่อดังจาก 11 เครือโรงแรมชั้นนำ อาทิ Park Hyatt Bangkok, SALA, Centara Hotels & Resorts, Banyan Tree Bangkok, The St.Regis Bangkok, Sindhorn Kempinski Hotel Bangkok, JW Mariott Hotel Bangkok , Bangkok Marriott Marquis Queen’s Park, Anantara Siam Bangkok, The Landmark Bangkok, The Okura Prestige Bangkok ให้สมาชิก The 1 Exclusive ได้ดื่มด่ำกับการฉลองให้กับช่วงเวลาพิเศษของชีวิตได้ยิ่งกว่าที่เคยตลอดทั้งปี พร้อมส่วนลดสูงสุดถึง 50% ตั้งแต่วันนี้ – 31 ธันวาคม 2566 โดยสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้บน The 1 APP

สิทธิพิเศษเฉพาะสมาชิก The 1 Exclusive เท่านั้น! สัมผัส Exclusive Dining Experience มื้อพิเศษเพื่อคุณและคนที่คุณรัก ณ ห้องอาหารในโรงแรมชั้นนำทั่วประเทศ พร้อมส่วนลดพิเศษกว่าใคร ตั้งแต่วันนี้ – 31 ธันวาคม 2566

• Park Hyatt Bangkok รับส่วนลดทันที 15% ที่ห้องอาหาร Embassy Room – Catalan Cuisine

• SALA รับส่วนลดทันที 20% สำหรับค่าอาหารที่ห้องอาหาร sala hilltop restaurant ที่โรงแรม sala khaoyai และห้องอาหาร sala bang pa-in eatery and bar ที่โรงแรม sala bang pa-in

• Centara Hotels & Resorts รับส่วนลดทันที 15% ทุกห้องอาหารในเครือโรงแรม Centara *ยกเว้นโรงแรม ROUKH KIRI KHAO YAI

• Banyan Tree Bangkok

– รับส่วนลดทันที 30% เฉพาะค่าอาหารที่ห้องอาหาร Vertigo TOO, ห้องอาหาร Romsai, ห้องอาหาร Saffron และห้องอาหาร Saffron Sky Garden

– รับส่วนลดทันที 20% เฉพาะค่าอาหาร ที่ห้องอาหาร Baiyun และห้องอาหาร Saffron Cruise

• The St.Regis Bangkok รับส่วนลดทันที 15% ที่ห้องอาหาร Viu  *เฉพาะค่าอาหารและเครื่องดื่ม

• Sindhorn Kempinski Hotel Bangkok รับส่วนลดทันที 15% ที่ร้าน Berthold Delikatessen

• JW Mariott Hotel Bangkok รับส่วนลดทันที 10% ที่ห้องอาหาร JW Café, ห้องอาหาร New York

Steakhouse, ห้องอาหาร Tsu Japanese Restaurant, ห้องอาหาร Nami Teppanyaki Steakhouse และ ห้องอาหาร Man Ho Chinese Restaurant

• Bangkok Marriott Marquis Queen’s Park รับส่วนลดทันที 10% ที่ห้องอาหาร Goji Kitchen + Bar และห้องอาหาร Pagoda Chinese Restaurant

• Anantara Siam Bangkok รับส่วนลดทันที 10% ที่ห้องอาหาร AQUA Bar, ห้องอาหาร Biscotti, ห้องอาหาร Madison, ห้องอาหาร Shintaro, ห้องอาหาร Spice Market, ร้าน Guilty Bangkok, ร้าน Mocha & Muffins, ร้าน The Lobby และร้านดังจากลอนดอนเปิดใหม่ล่าสุด Café Wolseley

• The Landmark Bangkok รับสิทธิ์มา 2 จ่าย 1 ทันที ที่ห้องอาหาร Atrium Restaurant

• The Okura Prestige Bangkok รับส่วนลดค่าอาหารทันที 10% ที่ห้องอาหาร Up & Above Restaurant and Bar *เฉพาะการสั่งอาหารแบบ à la carte

ดาวน์โหลด The 1 APP เพื่อติดตามข่าวสาร โปรโมชั่นและสิทธิพิเศษต่างๆ ได้ทั้งบน App Store, Play Store และ Huawei AppGallery https://go.the1.co.th/UohD/9xavlhrg