8 หน่วยงานเกษตรฯ-ธปท. ทำ MOU แก้ปัญหาหนี้สินเกษตรกร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/722216

วันพุธ ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายสุรเดช สมิเปรม รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้รับมอบหมายจาก นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรฯ ให้เข้าร่วมพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ หรือ MOU “การพัฒนาฐานข้อมูลเพื่อแก้ไขปัญหาหนี้สินของเกษตรกรไทย”ระหว่างธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กับ14 หน่วยงาน ประกอบด้วย 8 หน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) สำนักงานปลัดกระทรวงการคลัง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ทั้งนี้ การลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือดังกล่าว มีวัตถุประสงค์เพื่อร่วมสร้างและพัฒนาฐานข้อมูลเกษตรกรที่สามารถสะท้อนสถานภาพทางการเงินและศักยภาพทางเศรษฐกิจของครัวเรือน จากการรวบรวมและเชื่อมโยงฐานข้อมูลที่สำคัญช่วยในการศึกษา ทำความเข้าใจ และแยกแยะปัญหาหนี้สินครัวเรือนเกษตรแต่ละกลุ่ม เพื่อใช้ออกแบบแนวทางการแก้ปัญหาหนี้สินเกษตรกร โดยข้อมูลจะมีประโยชน์กับหน่วยงานผู้กำหนดนโยบายและสถาบันการเงิน ในการผลักดันแนวทางในการแก้หนี้สินเกษตรกรโดยองค์รวม นำมาซึ่งประโยชน์กลับไปสู่ครัวเรือนเกษตรกร ได้แก่1.การใช้ข้อมูลในการศึกษา ออกแบบและผลักดันแนวทางการแก้หนี้เดิมที่สามารถช่วยให้ครัวเรือนชำระหนี้ได้มากขึ้น 2.การใช้ข้อมูลในการออกแบบแนวทางการปล่อยหนี้ใหม่อย่างยั่งยืน ทั่วถึงตอบโจทย์ตามความเสี่ยงที่แท้จริงของครัวเรือน และ 3.การใช้ข้อมูลในการออกแบบแนวทางการสร้างภูมิคุ้มกัน ความรู้ทางการเงิน และการผสานการแก้หนี้

สำหรับบันทึกข้อตกลงความร่วมมือนี้มีขอบเขตความร่วมมือ ประกอบด้วย 1.ทุกฝ่ายตกลงที่จะร่วมกันพัฒนาฐานข้อมูลเกษตรกรไทยซึ่งประกอบด้วยข้อมูล 5 ประเภท ได้แก่ ข้อมูลพื้นฐานครัวเรือน ข้อมูลรายได้และสวัสดิการ ข้อมูลหนี้สินและทรัพย์สิน ข้อมูลความเสี่ยง และข้อมูลศักยภาพในการทำการเกษตร 2.หน่วยงานเจ้าของข้อมูลตกลงที่จะจัดทำรายละเอียดของข้อมูล 3.ธนาคารแห่งประเทศไทย ตกลงที่จะดูแลรักษาฐานข้อมูลเกษตรกรไทย รวมถึงดำเนินการเชื่อมโยง จัดเก็บและประมวลผลข้อมูลที่ได้รับจากหน่วยงานเจ้าของข้อมูล ตลอดจนดูแลการจัดการสิทธิการเข้าถึงและการแลกเปลี่ยนข้อมูลของฐานข้อมูลเกษตรกรไทยให้เป็นไปตามพิธีปฏิบัติในการพัฒนาและการใช้ประโยชน์จากฐานข้อมูลเกษตรกรไทย 4.สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ตกลงที่จะให้คำปรึกษาและสนับสนุนการดำเนินงานตามบันทึกข้อตกลงนี้ ให้มีความถูกต้อง ครบถ้วน เหมาะสม และสอดคล้องกับกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และ 5.ทุกฝ่ายตกลงที่จะร่วมกันให้ความร่วมมือทางวิชาการ และสนับสนุนการดำเนินการต่างๆ ให้สามารถบรรลุเป้าหมายในการยกระดับการสร้าง และใช้ประโยชน์จากฐานข้อมูลที่สำคัญของประเทศ เพื่อการจัดทำและขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะได้อย่างตรงจุดและมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการปฏิบัติงานตามพันธกิจของแต่ละฝ่ายที่เกี่ยวข้องต่อไป

‘อภัย’ประชุมคณะกรรมการ พัฒนาบุคลากรด้านวิจัยฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/722213

วันพุธ ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายอภัย สุทธิสังข์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เข้าร่วมประชุมคณะอนุกรรมการพัฒนาบุคลากรด้านการวิจัยการเกษตร ครั้งที่ 3/2566 ผ่านระบบ Zoom Meeting มีเนื้อหาที่น่าสนใจในที่ประชุมคือ 1.การดำเนินงานด้านการพัฒนาบุคลากรวิจัยการเกษตร ประจำปีงบประมาณ 2566 ภายใต้กรอบงบประมาณจาก วช. แผนงาน F13 (S4P21) 2.หลักเกณฑ์การกำหนดหลักสูตรที่ไม่เรียกเก็บค่าธรรมเนียมในการลงทะเบียนหลักสูตรฝึกอบรมของสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร

3.การปรับวิธีการดำเนินงานของโครงการทุนการศึกษาปริญญาตรีเพื่อพัฒนาเกษตรกรรุ่นใหม่ และ 4.การดำเนินงานสำนักพัฒนาบุคลากรวิจัย เดือนกุมภาพันธ์ 2566

เกษตร จ.นครสวรรค์ หนุนกลุ่มเกษตรกรศาลเจ้าไก่ต่อ ปลูกข้าวโพดหลังนาที่ยั่งยืน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/722258

เกษตร จ.นครสวรรค์ หนุนกลุ่มเกษตรกรศาลเจ้าไก่ต่อ ปลูกข้าวโพดหลังนาที่ยั่งยืน

เกษตร จ.นครสวรรค์ หนุนกลุ่มเกษตรกรศาลเจ้าไก่ต่อ ปลูกข้าวโพดหลังนาที่ยั่งยืน

วันอังคาร ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2566, 21.45 น.

สำนักงานเกษตรจังหวัดนครสวรรค์ ชูกลุ่มเกษตรกรแปลงใหญ่ ต.ศาลเจ้าไก่ต่อ อ.ลาดยาว เป็นต้นแบบการรวมกลุ่มเกษตรกรปลูกข้าวโพดหลังนาที่โดดเด่นด้านการผลิตที่ทันสมัย และผลิตด้วยความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม ไม่บุกรุกตัดไม้ทำลายป่า ใช้วิธีไถกลบหลังเก็บเกี่ยวแทนการเผา ตอบโจทย์ตลาดที่ต้องการผลผลิตที่สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ ช่วยให้เกษตรกรมั่นใจมีตลาดรับซื้อแน่นอน ได้ราคารับซื้อดีขึ้น หนุนสิ่งแวดล้อมยั่งยืนไปด้วยกัน

นายสมควร ไชยมหา เกษตรจังหวัดนครสวรรค์ กล่าวว่า ตามที่สำนักงานเกษตรจังหวัดนครสวรรค์ ร่วมกับสหกรณ์การเกษตรศาลเจ้าไก่ต่อ และภาคเอกชน ส่งเสริมกลุ่มเกษตรกรแปลงใหญ่ ต.ศาลเจ้าไก่ต่อซึ่งมีสมาชิกประมาณ 200 ครัวเรือนปลูกข้าวโพดหลังนาบนพื้นที่มีเอกสารสิทธิ์ถูกต้อง ได้เข้าถึงปัจจัยการผลิตคุณภาพสูง ใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดค่าใช้จ่ายและใช้วิธีไถกลบแทนการเผา ส่งผลให้การเก็บเกี่ยวรอบแรกในเดือนมีนาคม 2566 มีผลผลิตเป็นไปตามเป้าหมาย และเป็นที่ต้องการของตลาดรับซื้อผลผลิตจากผู้รับซื้อที่มีระบบตรวจสอบย้อนกลับ ได้ราคารับซื้อสูงขึ้น  ช่วยให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่ม ไม่เพียงช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกร และยังมีส่วนช่วยปรับปรุงให้ดินมีธาตุอาหารสูงขึ้น ควบคู่ความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อม

“ผลสำเร็จของการปลูกพืชแบบแปลงใหญ่ ไม่เพียงช่วยให้เกษตรกรมีขีดความสามารถสูงขึ้น จากการมีองค์ความรู้และเทคนิคการเพาะปลูกที่มีประสิทธิภาพ ได้ผลผลิตที่แน่นอน มีคุณภาพ และมีส่วนช่วยแก้ปัญหาหมอกควันและฝุ่นละออง PM 2.5 อย่างยั่งยืน” นายสมควรกล่าว

นางยุพิน ชาญถิ่นดง หนึ่งในเกษตรกรคนดี คนเก่งของกลุ่มเกษตรกรแปลงใหญ่ ต.ศาลเจ้าไก่ต่อ กล่าวว่า   การรวมกลุ่มเกษตรกรปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์หลังนาในรูปแบบแปลงใหญ่ เป็นประโยชน์ต่อเกษตรกรในทุกมิติ มีส่วนช่วยให้เกษตรกรรายย่อยมีความรู้ เทคนิคการเพาะปลูก ปัจจัยการผลิตและเทคโนโลยีเครื่องจักรที่ทันสมัย ลดต้นทุนการผลิต นอกจากนี้ การผลิตสินค้าที่ตรวจสอบย้อนกลับถึงแหล่งผลิตได้เป็นการเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันให้กับเกษตรกรขายผลผลิตได้ราคาที่สูงขึ้น

นอกจากนี้ สำนักงานเกษตรจังหวัดนครสวรรค์ และสหกรณ์การเกษตรศาลเจ้าไก่ต่อ ร่วมมือับกับบริษัท เจริญโภคภัณฑ์โปรดิ๊วส และ บริษัทสวนสมบูรณ์ จำกัด จัดกิจกรรมรณรงค์และแปลงสาธิตการเก็บเกี่ยวข้าวโพดเลี้ยงสัตว์แบบปลอดการเผา ส่งเสริมการปลูกข้าวโพดหลังนาตามหลักวิชาการ เพิ่มคุณภาพและปริมาณ พร้อมรับซื้อผลผลิตจากเกษตรกรโดยตรง ผ่านระบบตรวจสอบย้อนกลับได้ ยกระดับอาชีพเกษตรกรปลูกข้าวโพดหลังนาที่มั่นคงและยั่งยืน

เปิดผลงานวิจัยชนะเลิศเครื่อง MRI mock-scanner โดย นศ.รังสีเทคนิค ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/722342

เปิดผลงานวิจัยชนะเลิศเครื่อง MRI mock-scanner โดย นศ.รังสีเทคนิค ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์

เปิดผลงานวิจัยชนะเลิศเครื่อง MRI mock-scanner โดย นศ.รังสีเทคนิค ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์

วันพุธ ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2566, 13.12 น.

เนื่องด้วยการตรวจด้วยเครื่อง MRI เป็นการตรวจที่ใช้เวลานานและต้องอาศัยการนอนนิ่งของผู้เข้ารับการตรวจ จึงเป็นปัญหาอย่างมากในผู้เข้าการตรวจในกลุ่มเด็กที่ไม่สามารถอยู่นิ่งได้นาน
ปัญหาการตื่นกลัวต่อการตรวจด้วยเครื่อง MRI ซึ่งมีเสียงดังและลักษณะของเครื่องที่เป็นอุโมงค์แคบ ทำให้ผู้เข้ารับการตรวจกลุ่มเด็กเกิดอาการกลัวและไม่สามารถเข้ารับการตรวจได้
ทั้งหมดก่อให้เกิดปัญหาสิ่งแปลกปลอมหรือความเบลอขึ้นในภาพ MRI อาจนำไปสู่ความยากในการวินิจฉัยให้ถูกต้องปัจจุบันมีเครื่อง MRI mock-scanner แต่ต้องนำเข้าและมีราคาที่สูงมาก (ทั้งนี้กลุ่มนักศึกษาสามารถประดิษฐ์และใช้งานได้เหมือนกัน ในราคาเพียงสองหมื่นห้าร้อยบาท)
 
เน้นการพัฒนาทักษะทางการวิจัยและนวัตกรรม เพื่อนำไปสู่การเรียนรู้ตลอดชีวิตต่อไปในอนาคต ล่าสุดมีผลงานของ นักศึกษารังสีเทคนิค คณะเทคโนโลยีวิทยาศาสตร์สุขภาพ วิทยาลัยวิทยาศาสตร์การแพทย์เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ มาบอกกล่าวกัน เป็น งานวิจัย เรื่อง การพัฒนาอุปกรณ์จำลองการตรวจด้วยเครื่อง MRI เพื่อลดการเคลื่อนไหวบริเวณศีรษะ ขณะตรวจด้วยเทคนิค fMRI ในอาสาสมัครเด็ก (MRI mock-scanner for the reduction of head movement in pediatric participants undergoing fMRI scanning) ของ น.ส.นันทิกานต์ สงทิพย์ (มะเหมี่ยว) , น.ส.พรรษชนก ปันทะรส (ต้นเทียน) , น.ส. ปิยณิตา กลิ่นจำปา (ปรางค์) เพิ่งได้รับรางวัลชนะเลิศ ในโครงการประชุมวิชาการนักศึกษารังสีเทคนิค ครั้งที่ 3 ประจำปี 2566 อีกด้วย
 
ทั้งนี้นักศึกษาทั้งสามท่านได้ให้สัมภาษณ์ถึงแนวคิดและจุดเริ่มต้นงานวิจัยว่า…  
สำหรับงานวิจัย แนวคิดเริ่มมาจาก 2 ปัญหาหลัก คือ 1) ปัญหาการเกิดสิ่งแปลกปลอมหรือความเบลอขึ้นในภาพ MRI เนื่องด้วยการตรวจด้วยเครื่อง MRI เป็นการตรวจที่ใช้เวลานานและต้องอาศัยการนอนนิ่งของผู้เข้ารับการตรวจ จึงเป็นปัญหาอย่างมากในผู้เข้าการตรวจในกลุ่มเด็กที่ไม่สามารถอยู่นิ่งได้นาน 2) ปัญหาการตื่นกลัวต่อการตรวจด้วยเครื่อง MRI ซึ่งมีเสียงดังและลักษณะของเครื่องที่เป็นอุโมงค์แคบ ๆ ทำให้ผู้เข้ารับการตรวจกลุ่มเด็กเกิดอาการกลัวและไม่สามารถเข้ารับการตรวจได้ จากการศึกษามีหลายงานวิจัยต่างที่นำเสนอวิธีการต่าง ๆ ในการช่วยลดทั้ง 2 ปัญหานี้ อย่างเช่น การดูคลิปวิดีโอสาธิต การจำลองสถานการณ์ต่าง ๆ เป็นต้น โดยวิธีที่มีอัตราความสำเร็จสูง คือ การใช้อุปกรณ์จำลองการตรวจด้วยเครื่อง MRI หรือ MRI mock-scanner แต่ยังมีข้อจำกัดในเรื่องของราคาที่สูงมาก ดังนั้นงานวิจัยชิ้นนี้ จึงมีจุดประสงค์เพื่อพัฒนาอุปกรณ์จำลองการตรวจด้วยเครื่อง MRI ที่มีต้นทุนการผลิตที่มีราคาถูกลงเมื่อเทียบกับอุปกรณ์ที่มีขายในท้องตลาด และสามารถช่วยลดการเคลื่อนไหวบริเวณศีรษะของอาสาสมัครเด็กได้ โดยประโยชน์งานวิจัยชิ้นนี้ คือ คาดว่า MRI mock-scanner สามารถลดการเคลื่อนไหวบริเวณศีรษะที่เกิดขึ้นขณะตรวจด้วย MRI ส่งผลให้ได้ภาพถ่ายทางการแพทย์ที่มีคุณภาพ ช่วยให้รังสีแพทย์สามารถวินิจฉัยได้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และ MRI mock-scanner ที่ผลิตขึ้น ใช้ต้นทุนในการผลิตต่ำ สามารถใช้เป็นต้นแบบในการเตรียมการตรวจผู้ป่วยกลุ่มเด็กหรือผู้ป่วยกลุ่มอื่น ๆ ในอนาคตได้
 
ขั้นตอนและการทำงาน เครื่อง MRI mock-scanner
การพัฒนาอุปกรณ์จำลองการตรวจด้วยเครื่องเอ็มอาร์ไอ (MRI) เพื่อลดการเคลื่อนไหวบริเวณศีรษะขณะตรวจด้วยโดยใช้เทคนิคขั้นสูงที่เรียกว่าฟังก์ชันนอลเอ็มอาร์ไอ (Functional MRI) ในอาสาสมัครเด็ก ต่อมาคือขั้นตอนของการวิจัย ประกอบด้วย 4 ขั้นตอน ขั้นตอนแรกคือการออกแบบ MRI mock-scanner ให้มีสภาพแวดล้อมเสมือนกับการตรวจเอ็มอาร์ไอจริง โดยแบ่งเป็นสามองค์ประกอบ คือ 1) เครื่องเอ็มอาร์ไอจำลอง (MRI Simulator) โดยจะมีการออกแบบให้สามารถใช้งานได้กับเตียงผู้ป่วยมาตรฐานและง่ายต่อการติดตั้ง ประกอบด้วย ส่วนของอุโมงค์ ซึ่งจะทำจากแบบหล่อเสากลมขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางเท่ากับเครื่อง MRI จริง คือ 70 เซนติเมตร ส่วนด้านหน้าของเครื่องจะทำจากพลาสวูด (Plaswood) และสกรีนเป็นรูปเครื่อง MRI และส่วนสุดท้ายคือ โครงเหล็ก ซึ่งทำหน้าที่รองรับตัวอุโมงค์และส่วนด้านหน้าของเครื่อง 2) Head coil จำลอง (Head coil simulator) ซึ่งจะใช้เป็น Head coil ที่ไม่ได้ใช้งานแล้ว และในส่วนของกระจกสะท้อนจะออกแบบเป็นลักษณะกล่องอะคริลิคซึ่งสามารถวางครอบ head coil และปรับระยะได้ โดยมีกระจกสะท้อนติดไว้ด้านบน ซึ่งจะสะท้อนภาพจากจอมอนิเตอร์มายังตาของอาสาสมัคร 3) ระบบตรวจจับการเคลื่อนไหวบริเวณศีรษะ(Head motion tracking system) โดยมีอุปกรณ์ประกอบด้วย จอมอนิเตอร์ ลำโพงบลูทูธ คอมพิวเตอร์พกพา และเซนเซอร์ซึ่งจะติดไว้บริเวณหน้าผากของอาสาสมัคร โดยเซนเซอร์จะทำการตรวจจับการเคลื่อนไหวของศีรษะ และนำค่าที่ได้ไปคำนวณเป็นค่า Frame-wise displacement (FD) ซึ่งคือค่าที่บ่งบอกถึงการเคลื่อนไหวบริเวณศีรษะ โดยจะแสดงผลบนหน้าจอมอนิเตอร์ในลักษณะวงกลมสีเขียวเหลืองแดง โดยหากแสดงผลเป็นสีเขียวหรือสีเหลืองจะบ่งบอกว่ามีการเคลื่อนไหวบริเวณศีรษะในระดับน้อย (Low motion) หากเป็นสีแดง นั่นคือมีค่า FD มากกว่าหรือเท่ากับ 0.5 มิลลิเมตร จะมีเสียงแจ้งเตือนเกิดขึ้นบอกว่ามีการเคลื่อนไหวบริเวณศีรษะในระดับมาก (High motion) โดยจะมีการแสดงผลทุก ๆ 0.2 วินาทีเพื่อให้อาสาสมัครสามารถรับรู้การเคลื่อนไหวของตนได้
 
 ประโยชน์ที่จะได้รับ  จะแบ่งเป็นสี่ประเด็น ประเด็นแรกงานวิจัยของเราใช้ต้นทุนในการผลิต MRI mock-scanner ที่ต่ำกว่าอุปกรณ์ที่มีขายในท้องตลาด ทั้งในส่วนของ MRI simulator และ Head motion tracking system ประเด็นที่สองงานวิจัยชิ้นนี้จะให้อาสาสมัครเข้ารับการตรวจจริงหลังจากฝึกฝนเสร็จโดยทันที ข้อดีคืออาสาสมัครสามารถเข้ารับการตรวจจริงต่อได้โดยไม่ต้องมีการนัดมาเพิ่มอีกหนึ่งวัน แต่พบปัญหาความเหนื่อยล้าของอาสาสมัคร จึงควรให้อาสาสมัครพักก่อนเข้ารับการตรวจจริงอย่างน้อย 1 ชั่วโมง จึงจะสามารถลดปัญหานี้ได้และช่วยลดภาระในการมาโรงพยาบาลของอาสาสมัคร ประเด็นที่สามในขณะฝึกฝนอาสาสมัครมีการเคลื่อนไหวบริเวณศีรษะที่น้อย และมีค่า FD ที่น้อยกว่าทุกกลุ่ม แสดงให้เห็นถึงทิศทางที่ดีในอนาคต และประเด็นที่สี่เราเห็นว่า 100 เปอร์เซ็นต์ของกลุ่มอาสาสมัครเด็กที่ได้รับการฝึกฝนด้วย MRI mock-scanner นั้นสามารถเข้ารับการตรวจได้โดยไม่มีความตื่นกลัว จึงสามารถสรุปได้ MRI mock-scanner ที่พัฒนาขึ้นนี้สามารถช่วยลดความตื่นกลัวของอาสาสมัครเด็กได้จริง
 
ท้ายสุดเหล่าคณะกรรมการที่ตัดสิน ลงความเห็นว่า “นับเป็นเรื่องที่น่าสนใจ สำหรับวิธีการเตรียมพร้อมก่อนที่จะทำการตรวจเพื่อจะลดการเคลื่อนไหวสำหรับในเด็ก เพราะว่าการตรวจถ้าใช้เวลานานเด็กก็อาจจะไม่ให้ความร่วมมือ โดยเฉพาะการตรวจเอ็มอาร์ไอ ซึ่งเครื่องเป็นอุโมงค์ดูน่ากลัวสำหรับเด็กๆ ฉะนั้นการที่ออกแบบเครื่องคล้ายกันแล้วให้ลองมาทดสอบก่อนเป็นเรื่องดี ป้องกันปัญหาภาพเบลอ ไม่ชัด นำไปสู่การวินิจฉัยที่ถูกต้อง มีประโยชน์กับคนไข้ ทั้งนี้ ปัจจุบันในต่างประเทศได้ผลิตเครื่องดังกล่าวแล้ว แต่มีมูลค่าสูงทำให้สถานพยาบาลในพื้นที่ห่างไกลอาจเข้าไม่ถึง งานวิจัยชิ้นนี้สามารถผลิตใช้ได้จริงอีกทั้งสามารถต่อยอดได้ จึงได้รับรางวัลชนะเลิศ”

แนะเคล็ดลับทำอย่างไรให้สวยสมวัยในงานเปิดตัว KTC CLINIC

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/722170

แนะเคล็ดลับทำอย่างไรให้สวยสมวัยในงานเปิดตัว KTC CLINIC

แนะเคล็ดลับทำอย่างไรให้สวยสมวัยในงานเปิดตัว KTC CLINIC

วันพุธ ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

สองคุณหมอชื่อดัง นายแพทย์ กัมพล โซ่เจริญธรรม และแพทย์หญิงธีรธร ทองก้อนใหญ่ เปิดตัว KTC Clinic (เคทีซี คลินิก) คลินิกความงาม อย่างเป็นทางการ สาขาที่ 2 ภายใต้คอนเซ็ปต์ SAVE THE DATE ณ ชั้น 3 ห้างสรรพสินค้า สีลมเอจ ตรงข้ามโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์

ภายในงานยังมีการพูดคุยและให้ความรู้โดยเหล่าคุณหมอผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านความงาม เริ่มด้วยการทอล์กเบาๆ จาก นายแพทย์กัมพล โซ่เจริญธรรม ศัลยแพทย์ตกแต่งและเสริมสร้างใบหน้า, แพทย์หญิงธีรธร ทองก้อนใหญ่, รศ.นพ.กัมมาล กุมาร ปาวา รองอธิการบดี ฝ่ายบริหารศูนย์พัทยา ม.ธรรมศาสตร์ และ นพ.กุศล ประวิชไพบูลย์ ศัลยแพทย์ ตกแต่งและเสริมสร้างใบหน้า กับการเป็น “Aesthetic Hub ของไทย”

นายแพทย์กัมพล โซ่เจริญธรรม ผู้บริหาร KTC Clinic ย้อนเล่าถึงที่มาของการเปิดตัวคลินิก KTC (เคทีซี) สาขาที่สอง ห้างสรรพสินค้า สีลมเอจ ว่า KTC Clinic เปิดสาขาแรกที่ห้างสรรพสินค้า เดอะมอลล์ บางแค มาเกือบ 20 ปี ลูกค้าส่วนใหญ่จะอยู่ในเมือง ไม่ใช่โซนแถวบางแค เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าคลินิก ที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งลูกค้าส่วนใหญ่ต้องการ สถานเสริมความงามที่อยู่ใจกลางเมือง ใกล้บ้าน เดินทางง่าย สะดวก และรวดเร็ว มีรถไฟฟ้าผ่านทั้ง MRT และ BTS ตนจึงตัดสินใจขยับขยายธุรกิจเพิ่มเติมมาเปิดสาขาสองที่ ชั้น 3 ห้างสรรพสินค้า สีลมเอจ ขึ้นประกอบกับย่านถนนพระราม 4 จะผลักดันให้เป็น Aesthetic HUB ด้านสาธารณสุขและแหล่งช็อปปิ้งใหม่ๆ ในอนาคตโดยสาขานี้ จะเน้นการให้บริการด้านเครื่องมือเลเซอร์ และเครื่องมือทันสมัยต่างๆ ที่นเข้ามาจากสหรัฐอเมริกา และยุโรป ซึ่งเครื่องมือทุกสิ่งทุกอย่างภายในร้านได้รับการรับรอง จาก องค์การอาหารและยา (อ.ย.) ทั้งจากสหรัฐอเมริกา และในประเทศไทย

“สาขาสองนี้ เราจะให้บริการลดริ้วรอย ฉีดโบท็อกซ์ และเติมเต็มด้วยฟิลเลอร์เป็นหลัก รวมไปถึงด้านศัลยกรรมความงาม ผมจะเป็นหลักในการดูแลและให้บริการลูกค้า ซึ่งรับรองและมั่นใจในมาตรฐานความปลอดภัยอย่างแน่นอน ในส่วนสาขาแรกที่เดอะมอลล์ บางแค เราจะเน้นการให้บริการด้านศัลยกรรม ตา และ จมูก โดยแพทย์เฉพาะทางด้านศัลยกรรมตกแต่งเป็นหลัก”

ทางด้านเซเลบริตี้และเพื่อนร่วมก๊วนรถยนต์เฟอร์รารี่ที่มาร่วมงานยังได้เผยเคล็ดลับการดูแลผิวพรรณและผิวหน้าให้คงความสวยและดูดี

โดย ดร.นภัสนันท์ พรรณนิภา ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ทีคิวเอ็ม อัลฟา จำกัด (มหาชน) เล่าว่า ตัวเองจะได้เปรียบเรื่องผิวพรรณเพราะชอบดื่มน้ำและโดนแสงแดดเป็นประจำ บวกกับเป็นคนชอบทานผักผลไม้อยู่แล้ว แต่ต่อให้ดีแค่ไหนก็ต้องดูแล ไม่เคยคิดว่าตัวเองต้องพึ่งโบท็อกซ์ฟิลเลอร์ แต่พอถึงเวลา ไม่ใช้กับใช้ มันเห็นความต่างอย่างชัดเจน Before and After เราผู้หญิงเรื่องการดูแลผิวหน้า และร่างกายเป็นสิ่งสำคัญ ผู้หญิงเราอย่าหยุดสวย แต่เหนืออื่นใด เอาที่มันสมวัยไม่เคยคิดว่าตัวเอง อายุ 50 ปีแล้วจะต้องเหมือนสาว 18 ปี คงไม่ใช่ ในวัย 50 ปี เราดูดี ดูสวยสมวัย ดูตรงนั้นดีที่สุด ตัวเองเชื่อว่าผู้หญิงเราจะมีความงามความสวยที่ต่างกันออกไป เมื่อเราสวยแล้วสุขภาพดีแล้ว จิตใจและอารมณ์ก็ต้องดี ตนเชื่อว่าไม่ว่าอะไรก็ตาม อารมณ์ต้องมาเป็นที่หนึ่ง

รองศาสตราจารย์ ดร.พัฒนาพร ฉัตรจุฑามาส หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางเพื่องานวิจัยสถาบันบัณฑิตธุรกิจ ศศินทร์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แนะว่า สิ่งที่ดีที่สุดคือ ครีมกันแดด ถึงแม้เราจะไม่ได้ออกแดด นั่งแต่ในห้องแต่มันก็มีแสง ซึ่งทำให้หน้าเราหมองคล้ำ จึงค่อนข้างจะทาครีมกันแดดเยอะมาก ความที่เราไม่ได้ใช้เครื่องสำอางเราใช้ครีมบำรุงเป็นหลักและให้คุณหมอช่วยดูแล เช่น มีการให้ NAD เป็นวิตามินผ่านทางเส้นเลือด ทำเลเซอร์ใบหน้าบ้าง เดือนละครั้งด้วยเพราะอายุของเราที่จะ 50 ปีแล้ว บวกกับเราค่อนข้างดื่มน้ำและทานผักผลไม้ค่อนข้างเยอะมาก จึงทำให้หน้าดูอ่อนกว่าวัย

กัลยาณี คงสมจิตร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทีเคเคคอร์ปอเรชั่น จำกัด กล่าวว่า เคล็ดลับที่ทำให้ตัวเองยังมีใบหน้าที่ดูดีจนถึงวัย 51 ปี คือ การกินกับการนอน อย่างเรื่องกิน จะต้องไม่ทานของทอด ไม่ทานแป้ง ไม่ทานขนมหวานเป็นประจำ ไม่ทานชากาแฟ ดื่มน้ำให้ครบวันละ 3 ลิตร แต่เราจะมีวันที่เป็น Free Day ที่เราสามารถทานชีสได้ ส่วนเรื่องการนอนเป็นเรื่องที่สำคัญมากๆ วันหนึ่งต้องพยายามนอนให้ได้ครบ 8 ชั่วโมงจะนอนเป็นเวลาทุกคืน คือนอนตั้งแต่ 4 ทุ่มครึ่ง ตื่น 7 โมงเช้า และอีกอย่างหนึ่งที่ผู้หญิงยุคใหม่ควรจะต้องมี คือแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในการดูแลเรื่องผิวพรรณและหน้าตา

นันทมาลี ภิรมย์ภักดี กรรมการ ผู้จัดการ คาวาลลิโน มอเตอร์ (เฟอร์รารี่ ประเทศไทย) เผยว่า ตอนที่ตัวเองยังสาวเป็นวัยรุ่นอยู่ยังไม่มีหมอด้านคอสเมติก สิ่งที่ทำมาตลอดคือการไปนวดหน้าทุกอาทิตย์ เลยคิดว่าเราต้องดูแลผิวหน้าและผิวพรรณเราตั้งแต่อายุยังน้อย มันจะทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งในทุกช่วงอายุ อีกอย่างหนึ่งที่สำคัญคือการ ดริป วิตามิน Bรวม ถ้าเราเดินทางเยอะๆ หรือรู้สึกเหนื่อย เราต้องดริป วิตามินจะ Bรวม หรือวิตามินอะไรก็ตาม มันจะช่วยเรื่องผิวด้วย และสิ่งสุดท้ายคือเราต้องเป็นคนคิดบวก เวลามีปัญหาเราต้องคิดบวกเพราะการคิดบวกทำให้เรามีพลังใหม่ ไม่เครียด พอไม่เครียดมันก็ทำให้หน้าตาเราดี พอเราไปเจอคนที่คุยด้วย เค้าก็จะมีความสุขตามเราไปด้วย

KTC Clinic สาขาห้างสรรพสินค้าสีลมเอจ เปิดให้บริการทุกวัน ที่ชั้น 3 ตั้งแต่เวลา 11.00 น. ถึง 20.00 น. นัดหมายหรือสอบถามการบริการได้ที่ โทร.096-9629297

นายแพทย์กัมพล โซ่เจริญธรรม และแพทย์หญิงธีรธร ทองก้อนใหญ่

นายแพทย์กัมพล โซ่เจริญธรรม และแพทย์หญิงธีรธร ทองก้อนใหญ่

ดร.อัญชลิน พรรณนิภา, ดร.นภัสนันท์ พรรณนิภา, แพทย์หญิงธีรธร ทองก้อนใหญ่,
นายแพทย์กัมพล โซ่เจริญธรรม, รศ.นพ.กัมมาล กุมาร ปาวา รองอธิการบดีฝ่ายบริหารศูนย์พัทยา ม.ธรรมศาสตร์, นพ.กุศล ประวิชไพบูลย์, รศ.ดร.พัฒนาพร
ฉัตรจุฑามาส, ทนงศักดิ์ ฉัตรจุฑามาส

ดร.อัญชลิน พรรณนิภา, ดร.นภัสนันท์ พรรณนิภา, แพทย์หญิงธีรธร ทองก้อนใหญ่, นายแพทย์กัมพล โซ่เจริญธรรม, รศ.นพ.กัมมาล กุมาร ปาวา รองอธิการบดีฝ่ายบริหารศูนย์พัทยา ม.ธรรมศาสตร์, นพ.กุศล ประวิชไพบูลย์, รศ.ดร.พัฒนาพร ฉัตรจุฑามาส, ทนงศักดิ์ ฉัตรจุฑามาส

นันทมาลี ภิรมย์ภักดี, กัลยาณี คงสมจิตร

นันทมาลี ภิรมย์ภักดี, กัลยาณี คงสมจิตร

คุณแหน : 5 เมษายน 2566

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/722127

คุณแหน : 5 เมษายน 2566

คุณแหน : 5 เมษายน 2566

วันพุธ ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ll พล.ท.นพ.สุปรีชา โมกขะเวส พร้อมคณะกรรมการทุนส่งเสริมดนตรีคลาสสิกในพระอุปถัมภ์ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ประชุมเตรียมจัดการแสดงดนตรีคลาสสิกน้อมรำลึกพระกรุณาธิคุณวาระครบ 100 ปี วันประสูติ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ โดยจะเป็นการแสดงเปียโนของ Sir Stephen Hough นักเปียโนระดับโลกชาวอังกฤษ แสดงร่วมกับวง Royal Bangkok Symphony Orchestra โดยมี Mr.Sander Teepen เป็นวาทยกร ซึ่งจะจัดขึ้น 19 มิ.ย. 20.00 น. ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย..

ll 2 ภก.รศ.ดร.สุมนต์ สกลไชย,ภก. รศ.(พิเศษ)กิตติ พิทักษ์นิตินันท์ และคณะกรรมการการศึกษาเภสัชศาสตร์ สภาเภสัชกรรม ร่วมยินดีกับ ภก.ผศ.ดร.นิวัติ แก้วประดับ ที่ได้รับโปรดเกล้าฯแต่งตั้งเป็น อธิการบดีมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์(ม.อ.)เป็นวาระที่ 2..

ll จันทร์ประภา วิชิตชลชัย รับมอบเงินจาก พิชัย-ดรัล-ชัญญพร พิรัญเจริญ เพื่อสมทบทุนโครงการก่อสร้างอาคารผู้ป่วยนอกส่วนต่อขยาย Extended OPD รพ.จุฬาลงกรณ์ ..

ll สัมฤทธิ์ บุญรัตน์ รองนายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ ต้อนรับชาวคณะหลักสูตรผู้นำการส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล รุ่นที่ 6 กว่า 20 คน เช่น ธานินทร์-ชุติลักษณ์ พานิชชีวะ,วสวัต ชวลิตธำรง,มรกต ยิบอินซอย,สุเมธ สุรบถโสภณ,ชมนาถ พรสมผล,รุ้งเพชร ลิ้มสวัสดิ์วงศ์,ณัฐพล สืบอ่ำ,กุลปรียา พุทธฤดีสุข,สิทธิชัย เทพไพฑูรย์,วิชัย สุขในใบบุญ,มณฑล นุ่นละออง,ศิริพงค์ สิทธิ์บูรณะ ที่เยี่ยมดูงานการจัดการเมืองของเทศบาลนครหาดใหญ่..

ll รศ.นพ.ประกาศิต จิรัปปภา รับมอบเงินบริจาคจากพริ้งเพรา โตกะคุณะ และครอบครัว เพื่อสมทบทุนมูลนิธิรามาธิบดีฯอาคาร รพ.รามาธิบดีย่านนวัตกรรมโยธี..

ll จิตรลดา เฮงยศมาก แวะเข้า SEREN Clinic คลินิกนวัตกรรมความงาม กลางซอยราชครู โดยมี อารยา ยมนา,วีระนงค์ ฉ่ำทรัพย์ และกรรณิการ์ เทววิชชุลดา ตามไปปรึกษาแพทย์เพื่อเสริมความงาม ใครสนใจโทร.061-1299222 หรือ FB : seren clinic..

ll ปนัยดา เลี้ยงอำนวยและ อานุภาพ คงมาลัย จัดกิจกรรมเพื่อสังคมภายใต้โครงการ MR.D.I.Y.Cares ร่วมสนับสนุนมื้ออาหาร สิ่งของใช้จำเป็นและเงินสมทบทุนศูนย์พัฒนาเด็กเล็กพระมหาไถ่ พัทยา..ll ดร.เกียรติศักดิ์ วรวิทย์รัตนกุล แม้ว่าจะมีภารกิจมาก ล่าสุดได้รับเป็นประธานมูลนิธิแสงสวรรค์..

ll ชาว Digital CEO#2 ร่วมยินดีกับ ศิรินุช ชีวันพิศาลนุกูล ที่ได้เป็นผู้อำนวยการบจ.ผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทย ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนขององค์การเภสัชกรรม..

ll ยินดีกับ ธิดา ศรีไพพรรณ์,มงคล สุมาลี,เสาวนีย์ ประทีปทอง,แสวง ชูหนู,วลัย บุญพลอย ที่ได้เป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการผู้สูงอายุแห่งชาติ..ll

น้องใหม่

LIFE & HEALTH : ดูแลตัวเองให้สุขภาพดี ผิวสวยรับซัมเมอร์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/722153

LIFE & HEALTH :  ดูแลตัวเองให้สุขภาพดี ผิวสวยรับซัมเมอร์

LIFE & HEALTH : ดูแลตัวเองให้สุขภาพดี ผิวสวยรับซัมเมอร์

วันพุธ ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

สภาพอากาศในช่วงฤดูร้อนนี้อาจทำให้หลายคนเจ็บป่วยง่าย เพราะมีทั้งอากาศร้อน และฝุ่น PM2.5 เพราะฉะนั้น สิ่งที่ทุกคนต้องตระหนักก็คือ การดูแลสุขภาพและผิวพรรณ เพราะอุณหภูมิที่สูงขึ้นและฝุ่นละอองขนาดเล็กมักก่อให้เกิดผลเสียต่อร่างกายทุกส่วน

ข้อมูลจาก แพทย์หญิงดวงกมล ทัศนพงศากุล แพทย์ประจำศูนย์ผิวหนัง โรงพยาบาลเวชธานีเปิดเผยว่า ในช่วงหน้าร้อน สิ่งที่ต้องระวังคือแสงแดด เพราะอาจก่อให้เกิดปัญหาผิวไหม้แดด ริ้วรอย ฝ้า กระ ตามมาได้เนื่องจากในแสงแดดมีรังสีอัลตราไวโอเลต ซึ่งจะไปทำลายคอลลาเจนและอีลาสตินในชั้นหนังแท้ ทำให้เกิดริ้วรอยต่างๆดังนั้น ควรทาครีมกันแดดทุกวัน และควรทาก่อนออกแดดอย่างน้อย30 นาที การทาครีมกันแดดที่ได้ผลดีควรทาให้เพียงพอ ไม่บางหรือหนาจนเกินไป ควรเลือกครีมกันแดดที่สามารถป้องกันได้ทั้ง UVA และ UVB และต้องไม่ก่อให้เกิดอาการแพ้มีความคงตัวสูง ไม่ว่าจะโดนน้ำ หรือเหงื่อก็จะไม่เหนียวเหนอะหนะ หากเป็นไปได้ควรหลีกเลี่ยงการโดนแสงแดดโดยเฉพาะในช่วงเวลา 10.00-16.00 น. นอกจากนี้ ในช่วงหน้าร้อนมักทำให้เกิดเหงื่อ ซึ่งอาจก่อให้เกิดปัญหาผิวต่างๆ อีก ได้แก่

l ผด มีลักษณะเป็นผื่นแดงเล็กกระจายสม่ำเสมอ หรือบางครั้งจะเป็นเม็ดใสๆ ในเด็กมักขึ้นรอบๆ คอ หน้าผาก
หน้าขา และรักแร้ ในผู้ใหญ่มักพบในบริเวณร่มผ้าที่มีการเสียดสี เช่น คอ หนังศีรษะ หน้าอก ลำตัว และข้อพับ แนะนำให้อยู่ในที่อากาศเย็น มีลมโกรก สวมใส่เสื้อผ้าที่เบาสบาย ในเวลาที่เหงื่อออกมาก ให้อาบน้ำหรือใช้ผ้าซุบน้ำเช็ด

l ผื่นผิวหนังอักเสบจากเชื้อรา

-เกลื้อน จะมีลักษณะเป็นผื่นวงกลมหลายๆ วง มีขุยละเอียด สีต่างกัน เช่น สีจางหรือสีขาว แดง น้ำตาล หรือดำมักไม่มีอาการคัน พบมากในผู้เล่นกีฬาที่มีเหงื่อออกมาก อยู่ในที่ร้อนมากๆ สวมเสื้อผ้ารัดแน่น หรือเสื้อผ้าที่อับชื้น เนื่องจากการเกิดความอับชื้นทำให้เกิดการติดเชื้อราได้ง่าย

-กลาก จะมีลักษณะเป็นวงมีขอบเขตชัดเจน เป็นขุย เริ่มต้นด้วยอาการคันแล้วตามด้วยผื่นแดง ต่อมาจะลามเป็นวงออกไปเรื่อยๆ และมักจะคันมาก ส่วนใหญ่มักพบในบริเวณที่มีความอับชื้น ดังนั้น ต้องดูแลรักษาความสะอาดของร่างกายให้ดี บางครั้งกลากอาจจะติดจากการใช้ของร่วมกับคนที่เป็นโรค หรือติดจากสัตว์เลี้ยงก็ได้

l ผื่นผิวหนังอักเสบจากการติดเชื้อแบคทีเรีย-ในฤดูร้อนมีเหงื่อออกมาก ทำให้เกิดการมีกลิ่นตัวได้ง่าย โดยเฉพาะในบริเวณที่มีความอับชื้น เช่น รักแร้และในร่มผ้า

-โรคเท้าเหม็น (Pitted Keratolysis) เป็นโรคที่มีการติดเชื้อแบคทีเรียที่ผิวหนังบริเวณชั้นนอกมีอาการเท้าแห้งลอก เท้าจะเหม็นมากกว่าคนทั่วไป มีหลุม รูพรุนเล็กๆบริเวณฝ่าเท้าและง่ามเท้า

l ผื่นผิวหนังอักเสบจากการติดเชื้อแบคทีเรีย (Erythrasma) จะมีลักษณะเป็นผื่นแดงแห้งๆ ออกน้ำตาลมักพบบริเวณรักแร้ ขาหนีบ ซอกนิ้วเท้า

l ผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง (Atopic dermatitis)-มีโอกาสเกิดมากในช่วงฤดูร้อนเพราะมีเหงื่อเป็นตัวกระตุ้น จะมีลักษณะเป็นผื่นแดง แห้งลอก มีอาการคันมาก มักพบตามข้อพับแขน ข้อพับขา ใบหน้า แขน ขา ซอกคอ แนะนำควรหลีกเลี่ยงอากาศร้อนหรือมีฝุ่นละอองมาก เพราะอาจทำให้เกิดอาการคันมากขึ้น

l และผื่นผิวหนังอักเสบบริเวณผิวมัน (Seborrheic dermatitis)-มีโอกาสเกิดได้เมื่อรับแสงแดดจัดหรือโดนความร้อนมากๆ จะมีลักษณะเป็นผื่นแดง มีสะเก็ดเป็นมัน ขอบเขตชัดเจน มักพบบริเวณร่องข้างจมูก หว่างคิ้ว หน้าหลังใบหู และหนังศีรษะ

นอกเหนือจากแสงแดดและความร้อนฝุ่น PM2.5 ก็เป็นปัจจัยที่สามารถทำลายผิวของเราได้ ดังนั้น จึงแนะนำให้ปฏิบัติดังนี้

l ล้างทำความสะอาดผิว ขจัดสารอนุภาคละอองฝุ่นที่ตกค้างออกจากผิวหนัง

l ทาครีมให้ความชุ่มชื้นแก่ผิวเป็นการทำให้ชั้นผิวหนังมีความแข็งแรงมากขึ้น และ

l หลีกเลี่ยงการออกนอกอาคารโดยไม่จำเป็น หากมีความจำเป็นต้องออกนอกอาคาร ควรสวมหน้ากากที่มีคุณสมบัติป้องกันฝุ่น PM2.5 ได้ รวมทั้งเลือกสวมใส่เสื้อแขนยาว และกางเกงขายาว เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม นอกจากผิวพรรณที่ต้องดูแลแล้ว สุขภาพโดยรวมก็เป็นสิ่งสำคัญ ในสภาวะอากาศร้อนเช่นนี้ควรดูแลตัวเองคนรอบข้างอยู่เสมอ โดยมี 7 วิธี ในการรับมือหน้าร้อน ได้แก่

1.ดื่มน้ำเปล่าบ่อยๆ เพื่อลดทดแทนการสูญเสียน้ำจากเหงื่อ

2.หลีกเลี่ยงอาหารกึ่งสุกกึ่งดิบ และอาหารที่ไม่ผ่านการฆ่าเชื้อ ซึ่งอาจเป็นสาเหตุของโรคท้องร่วง

3.สวมใส่เสื้อผ้าที่โปร่งสบาย ระบายความร้อนได้ดี

4.หลีกเลี่ยงการอยู่กลางแดดร้อนจัดเป็นเวลานาน

5.หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ เพราะอากาศร้อนอาจทำให้แอลกอฮอล์ดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดได้ดีกว่าปกติ

6.นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอและออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพื่อช่วยให้ระบบต่างๆ ของร่างกายทำงานได้ดี

7.ควรดูแลเด็กและผู้สูงอายุเป็นพิเศษ

เทคนิคการดูแลผิวพรรณและสุขภาพ สามารถเริ่มต้นได้ที่ตัวเอง แต่หากปฏิบัติตามแล้วยังเกิดความผิดปกติกับร่างกาย ควรรีบมาพบแพทย์เพื่อได้รับการวินิจฉัยและการรักษาอย่างเหมาะสม

ผศ.(พิเศษ)ดร.อภิสิทธิ์ ฉัตรทนานนท์

ประธานกรรมการ มูลนิธิคุณแม่คุณภาพ

ชวนสรงน้ำพระรับปีใหม่ไทย สาดความสนุกสุดซิ่ง ที่ ‘คิง เพาเวอร์’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/722181

ชวนสรงน้ำพระรับปีใหม่ไทย  สาดความสนุกสุดซิ่ง ที่ ‘คิง เพาเวอร์’

ชวนสรงน้ำพระรับปีใหม่ไทย สาดความสนุกสุดซิ่ง ที่ ‘คิง เพาเวอร์’

วันพุธ ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

คิง เพาเวอร์ ร่วมสืบสานประเพณีสงกรานต์มรดกทางวัฒนธรรมอันงดงามของไทยจัดกิจกรรมเอาใจนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติในงาน “SUMMER EXPLORATION : EXPLORING NEW POSSIBILITIES สาดความสนุกสุดซิ่ง ที่ คิง เพาเวอร์” เพลิดเพลินไปกับบรรยากาศวิถีไทย และร่วมสรงน้ำองค์หลวงพ่อโสธรจําลองเพื่อความสิริมงคล สนุกกับเกมการละเล่นแบบไทยๆ ชมการแสดงดนตรีไทยร่วมสมัย และการแสดงต่างๆ รวมถึงโชว์พิเศษจากศิลปินชื่อดัง พร้อมโปรโมชั่นพิเศษเพื่อนักเดินทาง ระหว่างวันที่ 1-17 เมษายน 2566 ที่ คิง เพาเวอร์ ทุกสาขา

สำหรับกิจกรรมไฮไลท์ ณ คราวน์เอเทรียม คิง เพาเวอร์ รางน้ำ ในวันที่ 13-17 เมษายน 2566 ได้อัญเชิญองค์หลวงพ่อโสธรจำลอง มาประดิษฐานยังบริเวณลานบุษบก ให้ลูกค้าทุกท่านได้ร่วมสรงน้ำพระเพื่อความเป็นสิริมงคล โดยซุ้มองค์พระตกแต่งด้วยงานจักสานไม้ไผ่จากภาคเหนือของไทยโดย VASSANA DESIGN ผู้ฝากผลงานการออกแบบชะลอมให้กับงาน APEC 2022 ด้วยการนำลายโบราณพื้นฐานมาประยุกต์สรรค์สร้างเป็นของใช้ของตกแต่งที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สนุกสนานไปกับความบันเทิงอย่างจุใจตลอดทั้ง 4 วัน เริ่มด้วย วันที่ 13 เมษายน 2566 เวลา 18.00 น. พบกับ มาย-ภาคภูมิ ร่มไทรทอง และอาโป-ณัฐวิญญ์ วัฒนกิติพัฒน์ ควงคู่มาสร้างสีสันและมอบความสุขให้กับทุกคนด้วยมินิคอนเสิร์ตแบบใกล้ชิด พร้อมลุ้นเป็นผู้โชคดีร่วมเล่นเกมกับศิลปิน เพื่อรับของรางวัลสุดเอ็กซ์คลูซีฟเพียงนำใบเสร็จจากการซื้อสินค้ามาร่วมเล่นเกมในงาน พร้อมพบกับกิจกรรมเกมออนไลน์กับการไลฟ์สตรีมมิ่งผ่านเฟซบุ๊ก http://www.Facebook.com/Kingpowerofficial ลุ้นรับพัดพร้อมลายเซ็นและรูปถ่ายศิลปิน นอกจากนี้ ในวันที่ 13-16 เมษายน 2566 พบกิจกรรมเดินขบวนประกอบการแสดงสงกรานต์, ดนตรีสดสร้างบรรยากาศความสนุกสนานแบบไทย, สุนทราภรณ์ วงดนตรีเพลงไทยสากลแห่งแรกของไทยขับร้องโดยนักร้องรุ่นใหม่ และขบวนแสดงการร่ายรำประกอบหุ่นละคร สะท้อนวัฒนธรรมของไทย ฯลฯ

พร้อมร่วมสนุกกับเกมการละเล่นแบบไทย อาทิ เกมปากระป๋องซู่ซ่า, เกมตกเป็ดน้อยกลอยใจ,เกมยิงบอลหรรษา, เกมโยนห่วงสุดซิ่ง และเกมตุ๊กตาเต้นระบำ รับสิทธิ์ร่วมสนุกเมื่อช้อปครบ 5,000 บาท ร่วมสนุกได้ 3 เกมหรือ ช้อปครบ 8,000 บาท ร่วมสนุกได้ 5 เกม พร้อมรับของรางวัลสุดเปิ๊ดสะก๊าด อาทิ พัดสาน จากจังหวัดพระนครศรีอยุธยา, มาลัยผ้าขาวม้า จากจังหวัดขอนแก่น, GIFT VOUCHER และสินค้าไทยมากมาย

ทั้งนี้บรรยากาศภายในงานได้รับแรงบันดาลใจการตกแต่งมาจาก Thai Local Market ดึงสัญลักษณ์สำคัญของท้องถิ่นตลอดจนวัฒนธรรมไทย ถ่ายทอดสู่สายตานักท่องเที่ยว ผ่านการตกแต่งที่สวยงามจากหัตถกรรมไทยที่มีความสวยงามเฉพาะตัว

สามารถติดตามโปรโมชั่นพิเศษ สมัครสมาชิกและรับสิทธิประโยชน์อื่นๆ อีกมากมาย ได้ที่จุดบริการสมาชิก คิง เพาเวอร์ ทุกสาขา และ LINE Official Account : @KINGPOWER หรือช้อปผ่านช่องทาง CALL TO SHOP เพียงโทร.02-3387870 และ CHAT TO SHOP เพียง Add LINE Official Account : @KP_ChatToShop

เช็ค! สัญญาณเตือนคร่าชีวิต‘ฮีทสโตรก’ ภัยใกล้ตัวหน้าร้อน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/722147

เช็ค! สัญญาณเตือนคร่าชีวิต‘ฮีทสโตรก’ ภัยใกล้ตัวหน้าร้อน

เช็ค! สัญญาณเตือนคร่าชีวิต‘ฮีทสโตรก’ ภัยใกล้ตัวหน้าร้อน

วันพุธ ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

สภาพอากาศในช่วงนี้ร้อนแรงจนทำให้ใครหลายคนเหงื่อตก จนไม่กล้าสู้แดดไปตามๆ กัน มีการคาดการณ์ว่าฤดูร้อนปีนี้จะพุ่งสูงไปถึง 43 องศาเซลเซียสเลยทีเดียวโดยแสงแดดและอากาศที่ร้อนระอุในช่วงกลางวัน ส่งผลให้ผู้ที่อยู่กลางแจ้งเป็นเวลานานๆ อาจมีความเสี่ยงอันตรายจนถึงแก่ชีวิตได้ จากโรคลมแดด หรือฮีทสโตรก เนื่องจากร่างกายปรับสภาพไม่ทัน

นายแพทย์นริศ สมิตาสิน อายุรแพทย์โรคสมองและระบบประสาทโรงพยาบาลเวชธานี เปิดเผยว่าโรคลมแดด หรือฮีทสโตรก จะมาพร้อมกับอากาศที่ร้อนจัดจนทำให้ร่างกายปรับสภาพไม่ทัน เมื่อความร้อนในร่างกายสูงเกิน 40 องศาเซลเซียส สมองส่วนควบคุมอุณหภูมิของร่างกายจะเกิดความผิดปกติ จนส่งผลกระทบต่อระบบไหลเวียนโลหิตและระบบสมอง สำหรับกลุ่มเสี่ยงของโรคนี้ ได้แก่ ผู้ที่ต้องทำงานกลางแดดหรือออกกำลังกายกลางแดดเป็นเวลานาน กลุ่มคนที่เป็นโรคประจำตัว เช่น โรคหัวใจ โรคความดันโลหิตสูง และโรคเบาหวาน กลุ่มเด็กและผู้สูงอายุซึ่งร่างกายจะระบายความร้อนได้ไม่ดีเหมือนวัยหนุ่มสาว ผู้ที่มีน้ำหนักตัวเกิน ผู้ที่พักผ่อนไม่เพียงพอ ผู้ที่ทำงานในห้องแอร์เย็นๆ แล้วต้องออกมาเจออากาศร้อนจัด อาจทำให้ร่างกายปรับตัวไม่ทัน ผู้ที่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพราะร่างกายจะสูญเสียน้ำและเกลือแร่มากกว่าปกติ

สัญญาณเตือนที่สำคัญของโรคฮีทสโตรก ที่สามารถสังเกตได้เริ่มจากเมื่อมีอากาศร้อนแต่ไม่มีเหงื่อออกหน้าแดง ตัวร้อนจัด กระหายน้ำวิงเวียน ปวดศีรษะ คลื่นไส้ หายใจเร็วกล้ามเนื้อเกร็ง มึนงง มีอาการชัก รูม่านตาขยาย ความรู้สึกตัวน้อยลงจนหมดสติ หากไม่ได้รับการช่วยเหลืออย่างถูกต้อง อาจทำให้หัวใจหยุดเต้น และเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ ซึ่งการช่วยเหลือเบื้องต้นควรพาผู้ป่วยเข้าร่ม นอนราบยกเท้าสูง ปลดหรือคลายเสื้อผ้าที่รัดแน่นออก ใช้ผ้าชุบน้ำประคบตามตัว และใช้พัดลมเป่าระบายความร้อน เพื่อลดอุณหภูมิของร่างกายให้ต่ำลงอย่างรวดเร็วที่สุดและรีบนำส่งโรงพยาบาล

สำหรับการดูแลตัวเองให้ห่างไกลจากโรคลมแดด ผู้ที่มีความเสี่ยงควรหลีกเลี่ยงการต้องทำงานที่อยู่กลางแดดจัดเป็นเวลานาน ไม่ควรออกกำลังกายกลางแดดแต่เลือกออกกำลังกายในช่วงเช้าหรือเย็นแทนหลีกเลี่ยงไปอยู่ในที่ที่มีอากาศร้อนจัดไม่ควรให้เด็ก ผู้สูงอายุ อยู่ในรถที่จอดรถทิ้งไว้กลางแจ้งเป็นเวลานาน ในช่วงฤดูร้อนควรมีอุปกรณ์ป้องกันแสงแดด เช่น หมวกหรือร่ม เลือกเสื้อผ้าที่โปร่ง ไม่หนา มีสีอ่อน จะช่วยระบายความร้อนได้ดี ควรดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ6-8 แก้ว และดื่มน้ำระหว่างวัน แม้จะไม่กระหายน้ำเพิ่มความชุ่มชื้นและลดอุณหภูมิในร่างกาย และที่สำคัญควรหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูง เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนเช่น ชา กาแฟ หากพบว่ามีอาการผิดปกติเกิดขึ้น ขอให้รีบมาพบแพทย์ทันทีเพื่อลดความเสี่ยงในการเสียชีวิต

ไอเทมเซรั่มกันแดด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/722163

ไอเทมเซรั่มกันแดด

ไอเทมเซรั่มกันแดด

วันพุธ ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

เพื่อเตรียมพร้อมก่อนลุยกิจกรรมกลางแจ้งท้าแดดต้อนรับซัมเมอร์กันอยู่ MizuMi แบรนด์สกินแคร์ชั้นนำสำหรับผิวแพ้ง่ายที่ครองใจผู้ใช้และบิวตี้กูรู เตรียมเสิร์ฟ “UV Water Active Sport SPF 50+ PA++++” ไอเทมเซรั่มกันแดดรุ่นสปอร์ตใหม่ล่าสุด ที่แรกใน LazBEAUTY แหล่งรวมบิวตี้ไอเทมของแท้จากแบรนด์ดังบนลาซาด้ามาพร้อมนวัตกรรมและประสิทธิภาพการป้องกันแดดที่ล้ำไปอีกขั้น พร้อมรับโปรโมชั่นเปิดตัวสุดพิเศษเฉพาะที่ LazBEAUTY ซื้อ 1 แถม 1 ในราคา
เพียง 890 บาท จากปกติ 1,780 บาท  ตั้งแต่วันที่ 1-14 เมษายนนี้ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://s.lazada.co.th/s.76zOC