คุณแหน : 4 เมษายน 2566

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/721879

คุณแหน : 4 เมษายน 2566

คุณแหน : 4 เมษายน 2566

วันอังคาร ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ll ดังบทเพลงเพื่อชีวิตฮิตของฝรั่ง, “FOR THE TIMES…THEY’RE CHANGING” หรือพูดเป็นภาษาฟังง่ายๆ ว่าสรรพสิ่งย่อมเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา เทียบเคียงเป็นชีวิตจริงได้เลย อุษา รัตนไตรภพ เจ้าของกิจการทัวร์อาวุโสเล่าว่า หลายสิบปีก่อนทัวริสต์ไทยเดินทางเข้าสหรัฐฯ ถ้าแต่งเนื้อแต่งตัวดีมีเฟอร์นิเจอร์แพงๆ ตม.ยูเอส จะให้เกียรติเกรงอกเกรงใจมากเข้าเมืองแบบสบายๆ เล่าอีกเหตุการณ์ ยศวดี นักบริหารธุรกิจสาวก็ยืนยันแนวทางเดียวกันว่าเมื่อหลายปีก่อนทัวร์ริสต์หญิงไทยเดินทางเข้าเกาหลี ถ้าแต่งตัวหรูสวมเครื่องประดับมีค่า ตม.เกาหลีจะพูดจาดีให้ความเกรงใจมาก แต่ปัจจุบันการแต่งตัวดีมีเครื่องประดับหรูอาจกลายเป็นเรื่องตม. จะระแวงในทางลบไว้ก่อน เพื่อขอคุยละเอียดว่าทำมาหากินอะไรถึงฟุ่มเฟือยได้ กลายเป็นหนังคนละม้วนค่ะ…

ll เรามาถึงจุดนี้ได้อย่างไร รัฐบาลก็พยายามทุกวิถีทางที่จะโปรโมทให้ทัวริสต์ต่างชาติเดินทางเข้าไทยเพื่อจะได้มีเงินทุนหมุนเวียนเป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจ แต่ภาพข่าวทีวีที่แพร่ออกไปทั่วโลกอันเนื่องมาจากรถแท็กซี่ป้ายเหลือง (มีใบอนุญาตถูกต้อง) นำฝรั่งจาก กทม. ไปส่งที่ รร.ในเกาะภูเก็ต เสร็จภารกิจปรากฏว่ามีฝรั่งอีกรายเรียกแท็กซี่ดังกล่าวรับเพื่อเดินทางกลับไปกทม. บังเอิญพวกแท็กซี่ท้องถิ่นเห็นเข้าเกิดไม่ยอมถึงกับตะโกนก้าวร้าวและบล็อกรถแท็กซี่ไม่ให้เดินทางและสั่งให้ฝรั่งทัวริสต์ลงจากรถโดยเร็วฝรั่งเองก็ตระหนกตกใจเสียขวัญไม่เคยเจอเหตุการณ์เช่นนี้ กลุ่มแท็กซี่ท้องถิ่นอ้างว่าอันนี้ผิดประเพณี รถรับจ้างทะเบียน กทม. ข้ามเขตมารับผู้โดยสารไม่ได้… เรามีโอกาสพบกับอดีตปลัดคลัสเตอร์กระทรวงคมนาคม ดร.จารึก อนุพงษ์ เลยถือโอกาสถามความเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ท่านกล่าวว่า ไม่น่าจะมีปัญหา เพราะแท็กซี่รายนี้เป็นรถรับจ้างป้ายเหลืองจดทะเบียนถูกต้อง สามารถให้บริการทัวริสต์ทั่วไปได้ ในเมื่อเป็นการให้บริการตามทางค้าปกติและไม่มีกฎหมายห้ามไว้สรุปว่า กลุ่มรับจ้างท้องถิ่นไม่ควรออกมาทำรุนแรงเช่นนี้ ซึ่งเป็นการกระทบกระเทือนต่อการท่องเที่ยวเมืองไทยอย่างน่าเสียดายยิ่งนัก…

ll งานวันคล้ายวันสถาปนาครบ 31 ปี กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม(สส.) 4 เม.ย. ณ ที่ทำการชั้น 3 อาคารกรมฯ ซ.อารีย์ สมศักดิ์ สรรพโกศลกุลอธิบดีฯเชิญข้าราชการทั้งเก่าและใหม่ร่วมงานฯ…

ll ยินดีกับ ทัดทรวง สุขสว่าง นักทรัพยากรบุคคลชำนาญการ ที่ได้รับการคัดเลือกจากกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม ให้เป็นข้าราชการดีเด่นประจำปี พ.ศ.2565…

ll เรื่องของการทำบุญ-ทำกุศล…ขอเชิญร่วมเป็นเจ้าภาพทอดผ้าป่าสามัคคี เพื่อเป็นทุนการศึกษาสำหรับนักศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่(มช.) ณ ศาลาธรรม มช.วันที่ 20 พ.ค. …ผู้มีจิตกุศลเชิญร่วมบริจาคได้ที่บัญชีออมทรัพย์ ธ.ไทยพาณิชย์ ชื่อสมาคม นศ.เก่ามช. 667-2-21816-6 กรณีบริจาค 500 บาทขึ้นไป สามารถนำใบเสร็จฯไปขอลดหย่อนภาษีได้2 เท่า โดยส่งหลักฐานการโอนเงินและข้อมูลการออกใบเสร็จ มายังสมาคมฯ E-MAIL : cmuaa.alumni@gmail.com หรือ Line ID : 0882679580 …สอบถามเพิ่มเติมที่โทร.088-2679580 หรือ 053-216227 (คุณหมิว)…

ll ส่วน สภากาชาดไทย มีของขวัญดีๆ ให้แก่ผู้บริจาคโลหิตเสมอ ช่วง วันที่ 1-30 เม.ย.ชวนบริจาคโลหิตกับสภากาชาดไทยทั่วประเทศ รับผ้ายันต์สมเด็จธงชัย จำนวนจำกัด 200,000 ผืน…ทำบุญไป มูเตลูไป สบายใจไทยแลนด์ !!…ll

บารอนเนส

‘นวัตกรรมไฮโดรเจล’ ลดผลแทรกซ้อนรักษามะเร็งต่อมลูกหมากครั้งแรกในไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/721890

‘นวัตกรรมไฮโดรเจล’ ลดผลแทรกซ้อนรักษามะเร็งต่อมลูกหมากครั้งแรกในไทย

‘นวัตกรรมไฮโดรเจล’ ลดผลแทรกซ้อนรักษามะเร็งต่อมลูกหมากครั้งแรกในไทย

วันอังคาร ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

มะเร็งต่อมลูกหมาก เป็นมะเร็งที่พบมากเป็นอันดับ 4 ของมะเร็งในเพศชาย จากข้อมูลของสถาบันมะเร็งแห่งชาติพบว่ามีผู้ป่วยรายใหม่กว่า 3,700 คนต่อปี ด้านกระทรวงสาธารณสุขรายงานว่าผู้เสียชีวิตด้วยโรคนี้มีมากกว่า 1,700 คนต่อปี สิ่งที่น่ากังวล คือ จำนวนผู้ป่วยมะเร็งต่อมลูกหมากยังมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องอันเนื่องมาจากประเทศไทยได้ก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์สถานการณ์นี้เป็นโจทย์ที่ท้าทายของวงการแพทย์ที่จะต้องเร่งพัฒนาวิธีการรักษาให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

นพ.ธีระพล อมรเวชสุกิจ แพทย์ผู้ชำนาญการเฉพาะทางด้านศัลยศาสตร์ยูโรวิทยา โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ กล่าวว่า ปัจจุบันเรายังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดของมะเร็งต่อมลูกหมาก แต่พบว่าปัจจัยที่เพิ่มความเสี่ยง คือ อายุ ยิ่งอายุมากขึ้น โอกาสเกิดก็ยิ่งสูงขึ้น โดยพบมากในผู้ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยเรื่องพันธุกรรม ผู้ที่มีญาติสายตรงเคยเป็นมะเร็งต่อมลูกหมากจะมีโอกาสเสี่ยงกว่าคนทั่วไป และปัจจัยเรื่องเชื้อชาติ ซึ่งจะพบมากในกลุ่มชายชาวตะวันตกทั้งยุโรปและอเมริกา โดยผู้ป่วยระยะแรกมักไม่แสดงอาการ แต่เมื่อมะเร็งขยายตัวจนไปกดทับท่อปัสสาวะ จะทำให้ผู้ป่วยปัสสาวะบ่อย แสบขัดขณะปัสสาวะ ปัสสาวะไม่สุด ปัสสาวะไม่พุ่ง หรือต้องใช้เวลาในการเบ่ง หากปล่อยทิ้งไว้จะปัสสาวะลำบากและบ่อยขึ้น จนไปถึงขั้นปัสสาวะเป็นเลือ

ศูนย์ทางเดินปัสสาวะ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ให้การดูแลรักษาโรคเฉพาะทาง ทั้งต่อมลูกหมากโต และมะเร็งต่อมลูกหมาก ด้วยการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ๆ มาใช้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษา ซึ่งที่ผ่านมา ศูนย์ฯ เป็นผู้บุกเบิกนำเทคโนโลยีการรักษาโรคต่อมลูกหมากโตด้วยไอน้ำ (Water Vapor Therapy) มาใช้เป็นแห่งแรกในประเทศไทยนับเป็นเทคโนโลยีที่มีความปลอดภัยสูงความเสี่ยงต่ำ ภาวะแทรกซ้อนน้อย อวัยวะบอบช้ำน้อย ฟื้นตัวเร็ว โดยกว่า 1 ปีครึ่งที่ผ่านมา ให้การรักษาไปแล้วกว่า 200 เคส เป็นจำนวนเคสที่มากเป็นอันดับต้นๆ ของเอเชียนอกจากนี้ ยังได้นำเทคโนโลยีที่ทันสมัยอย่าง หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดดาวินซี (Da Vinci) เข้ามาใช้ผ่าตัดรักษามะเร็งต่อมลูกหมาก ซึ่งแขนกลของหุ่นยนต์สามารถหมุนและโค้งงอได้ถึง 7 ทิศทาง แพทย์สามารถควบคุมการเคลื่อนไหวของแขนกลผ่านหน้าจอภาพ 3 มิติ ทำให้การรักษามีความแม่นยำ ปลอดภัย ช่วยลดภาวะแทรกซ้อนภายหลังการผ่าตัด แผลผ่าตัดมีขนาดเล็ก เสียเลือดน้อย ผู้ป่วยฟื้นตัวเร็ว

“ศูนย์ทางเดินปัสสาวะของเราประสบความสำเร็จในการรักษามาอย่างต่อเนื่อง สามารถสร้างความแตกต่างด้วยนวัตกรรมที่นำมาใช้ แต่เรายังไม่หยุดที่จะยกระดับการรักษาให้มีความเป็นเลิศยิ่งขึ้นไปอีก โดยล่าสุด เราได้นำนวัตกรรมไฮโดรเจล(Hydrogel) เข้ามาใช้กับผู้ป่วยมะเร็งต่อมลูกหมากเป็นครั้งแรกในประเทศไทยเพื่อลดผลแทรกซ้อนจากการรักษาด้วยการฉายรังสีหรือฝังแร่ ทำให้คุณภาพชีวิตของผู้ป่วยดีขึ้น ซึ่งเคสแรกได้ดำเนินการเสร็จเรียบร้อยแล้วเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา”

นอกจากการผ่าตัดมะเร็งต่อมลูกหมากโดยการใช้หุ่นยนต์ดาวินชีแล้ว รังสีรักษาเป็นวิธีหนึ่งที่นิยมใช้ในการรักษามะเร็งต่อมลูกหมากอย่างไรก็ตาม พบว่า การใช้รังสีรักษาทำให้ลำไส้ตรงที่อยู่ใกล้กับต่อมลูกหมากได้รับรังสีไปด้วย ซึ่งอาจส่งผลให้ลำไส้ส่วนปลายอักเสบ ท้องเสีย เลือดออกขณะถ่ายอุจจาระ บางรายอาจมีอาการท้องผูกจนมีเลือดออกรุนแรง โดยอาการจะเกิดขึ้นหลังการรักษา หรืออาจเกิดหลังรักษาไปแล้ว 5-10 ปีและเกิดเรื้อรังในระยะยาวได้ ซึ่งการฉีดไฮโดรเจลจะช่วยลดผลแทรกซ้อนดังกล่าวได้มาก

ไฮโดรเจลผลิตจากสารโพลีเอธิลีน ไกลคอล (PolyethyleneGlycol) ที่มีความปลอดภัยสูง ร่างกายสามารถดูดซับได้ โดยก่อนฉายรังสีหรือฝังแร่ แพทย์จะฉีดไฮโดรเจลเข้าไปตรงกลางระหว่างต่อมลูกหมากกับลำไส้ตรง เพื่อเพิ่มระยะห่าง เมื่อฉายรังสีหรือฝังแร่จะทำให้ลำไส้ตรงไม่ได้รับรังสีหรือได้รับน้อยมาก ขั้นตอนการฉีดใช้เวลา15-20 นาที ไฮโดรเจลจะอยู่ในร่างกายประมาณ 3 เดือน หลังจากนั้นจะสลายไปภายใน 3-6 เดือน

การฉีดไฮโดรเจลนับเป็นหัตถการที่มีความปลอดภัย ในประเทศสหรัฐอเมริกามีการใช้มาแล้วกว่า 200,000 เคส และมีงานวิจัยรองรับผลการรักษา โดยพบว่า ผู้ป่วยมะเร็งต่อมลูกหมากที่ฉีดไฮโดรเจลจะได้รับรังสีที่ลำไส้ลดลงกว่า 60% และลดผลแทรกซ้อนระดับกลางหรือรุนแรงจากการฉายรังสีหรือฝังแร่กว่า 70% นอกจากนี้ ผู้ป่วยบางรายปัสสาวะดีขึ้น และมีเพศสัมพันธ์ที่ดีขึ้นด้วย เมื่อเทียบกับผู้ที่ไม่ได้ฉีดไฮโดรเจล

“จากผลวิจัยที่เชื่อถือได้ทำให้เรามั่นใจที่จะนำไฮโดรเจลมาใช้กับผู้ป่วย ส่วนทีมแพทย์ของเราที่ให้การรักษาเรื่องนี้ก็ล้วนเป็นผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับ Certificate และได้รับการฝึกฝนมาเป็นพิเศษ มีการทำงานร่วมกันเป็นทีมสหสาขาวิชาชีพ ทั้งด้านศัลยศาสตร์ยูโรวิทยา และรังสีรักษา การนำไฮโดรเจลเข้ามาใช้ครั้งนี้เป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ที่ยืนยันถึงความมุ่งมั่นและการไม่หยุดพัฒนาที่จะนำนวัตกรรมที่มีประสิทธิภาพมาใช้เพื่อผลการรักษาที่ดียิ่งขึ้น และเราจะยังคงติดตามเทรนด์การรักษาใหม่ๆ จากทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง ยังมีนวัตกรรมที่ดีอีกมากที่เราจะนำมาใช้ในอนาคต” นพ.ธีระพล กล่าวทิ้งท้าย

ข้อมูลเพิ่มเติมสอบถามได้ที่ ศูนย์ทางเดินปัสสาวะ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ชั้น 16 อาคาร A (คลินิก) โทร. 02-0668888,
061-4093943 (Hotline) หรือโทร.1378

‘เซ็นทรัล ทำ เดินหน้า’ขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชน พัฒนาสิ่งแวดล้อม ต่อยอดสู่การท่องเที่ยวยั่งยืน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/721887

‘เซ็นทรัล ทำ เดินหน้า’ขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชน  พัฒนาสิ่งแวดล้อม ต่อยอดสู่การท่องเที่ยวยั่งยืน

‘เซ็นทรัล ทำ เดินหน้า’ขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชน พัฒนาสิ่งแวดล้อม ต่อยอดสู่การท่องเที่ยวยั่งยืน

วันอังคาร ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

“เซ็นทรัล ทํา” ทำด้วยกัน-ทำด้วยใจ ภายใต้โครงการเพื่อความยั่งยืนของ กลุ่มเซ็นทรัล ดําเนินงานโดยมุ่งเน้นการลดความเหลื่อมลํ้า ให้โอกาสทุกคนในสังคมด้วยการ พัฒนาด้านการศึกษาสู่การเป็นศูนย์การเรียนรู้ส่งเสริมอาชีพคนพิการ ควบคู่ไปกับการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชน สร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้มั่นคงแบ่งปันความรู้ทักษะต่างๆ สนับสนุนช่องทางการสื่อสารทางการตลาด พร้อมกับการรักษาและดูแลสิ่งแวดล้อม มุ่งสู่โลกสีเขียวขับเคลื่อนทุกภาคส่วนสู่การท่องเที่ยวยั่งยืน

พิชัย จิราธิวัฒน์ กรรมการบริหาร กลุ่มเซ็นทรัล กล่าวว่า ความสำเร็จและเป้าหมายของโครงการ “เซ็นทรัล ทำ” ในปี 2565 สามารถสร้างรายได้ให้ชุมชน 1,500 ล้านบาท, เพิ่มพื้นที่สีเขียวและฟื้นฟูป่า 5,519 ไร่, ลดขยะจากการรีไซเคิลและการนำมาใช้ประโยชน์ได้กว่า 10,000 ตัน, ติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์บนหลังคากว่า 101 แห่ง, ผลิตกระแสไฟฟ้าจากพลังงาน
แสงอาทิตย์ 71,500 เมกะวัตต์-ชั่วโมง และในปี 2566 ตั้งเป้าหมายในการสร้างรายได้ให้ชุมชน 1,800 ล้านบาทต่อปี เดินหน้าเพิ่มพื้นที่สีเขียวและฟื้นฟูป่า 6,500 ไร่ มุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero ในปี 2050 ภายใต้การขับเคลื่อน 6 แนวทางการลงมือทำเพื่อความยั่งยืนผ่าน 7 โครงการไฮไลท์

โดย 7 โครงการไฮไลท์ 2565 ต่อเนื่อง 2566 มุ่งสู่การเป็นศูนย์การเรียนรู้ และต่อยอดสู่การท่องเที่ยวยั่งยืน ประกอบด้วย 1.จริงใจ มาร์เก็ตจ.เชียงใหม่ ในย่าน “จริงใจ เซ็นทรัล เชียงใหม่” ของกลุ่มเซ็นทรัล การท่องเที่ยวชุมชนเชิงวิถีเกษตรอินทรีย์โดยภายในตลาดแบ่งออกเป็น 3 ส่วน ได้แก่ อาหาร ศิลปะและงานออกแบบ งานฝีมือ และยังมีร้าน Tops Green สโตร์สีเขียวแห่งแรก รวมไปถึงร้าน Good Goods สินค้าภูมิปัญญาท้องถิ่น 2.ศูนย์การเรียนรู้ชุมชนผ้าทอนาหมื่นศรีจ.ตรัง การท่องเที่ยวชุมชนเชิงวัฒนธรรมซึ่งมีความโดดเด่นทั้งทางด้านวัฒนธรรมและความงดงามทางธรรมชาติ เป็นที่รวบรวมผ้าทอมือโบราณที่มีประวัติยาวนานกว่า 200 ปี พร้อมทั้งสืบสานลายอัตลักษณ์โบราณ 3.ศูนย์การเรียนรู้พุทธนิเวศเกษตรอินทรีย์ ไร่เชิญตะวันจ.เชียงราย ต่อยอดสู่ “ต้นแบบศูนย์การเรียนรู้ด้านนวัตกรรมการทำเกษตรอินทรีย์” เป็นแหล่งเรียนรู้สำหรับชาวไร่ชาวนาในการทำเกษตรแบบบริสุทธิ์ ปลอดสารเคมี และเน้นใช้เกษตรทฤษฎีใหม่เพื่อความยั่งยืน 4.ชุมชนเกษตรอินทรีย์วิถีชีวิตยั่งยืนแม่ทา อ.แม่ออน จ.เชียงใหม่ การท่องเที่ยวชุมชนเชิงวิถีเกษตรอินทรีย์ เซ็นทรัล ทำ ร่วมกับ มูลนิธิสายใยแผ่นดิน ดำเนิน โครงการพื้นที่วิถีชีวิตยั่งยืนแม่ทา เป็นโครงการต้นแบบ บนพื้นที่จำนวน 9 ไร่ พร้อม เชิญชวนให้นักท่องเที่ยวเข้ามาเรียนรู้เรื่องเกี่ยวกับการเกษตรอินทรีย์และวิถีชีวิตยั่งยืน 5.กาแฟรักษาป่า ภูชี้เดือน จ.เชียงราย การท่องเที่ยวชุมชนเชิงนิเวศ สนับสนุนให้เกษตรกรในพื้นที่ภูชี้เดือนปรับเปลี่ยนวิธีการเพาะปลูกจากเกษตรแบบเชิงเดี่ยวและใช้สารเคมี มาเป็นการปลูกกาแฟสายพันธุ์อาราบิก้าแท้ โดยการคัดต้นพันธุ์แท้ ทริปปิก้า มัลเดอริ่ง จากต่างประเทศ มาปลูกในผืนป่าธรรมชาติบนพื้นที่ภูชี้เดือน เป็นการปลูกกาแฟรักษาป่ากว่า 1,500 ไร่ 6.ชุมชนผ้าย้อมครามบ้านกุดจิก จ.สกลนคร การท่องเที่ยวชุมชนเชิงวัฒนธรรม โดยเซ็นทรัล ทำร่วมมือกับ กรมพัฒนาชุมชน เข้าไปสนับสนุนพัฒนากลุ่มทอผ้าบ้านกุดจิก เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ ด้วยการสร้างลวดลายใหม่ สนับสนุนโรงย้อมผ้าสนับสนุนช่องทางการจำหน่าย และนำผ้าครามสกลฯ มาพัฒนาเป็นสินค้าหลากหลายแบบภายใต้แบรนด์ “กู๊ด กู๊ดส์” Good Goods เพื่อสร้างรายได้ให้ชุมชน 7.ศูนย์การเรียนรู้พัฒนาผลผลิตการเกษตรและผลิตภัณฑ์ชุมชน บ้านเทพพนา อ.เทพสถิต จ.ชัยภูมิการท่องเที่ยวชุมชนเชิงวิถีเกษตรอินทรีย์เป็น 1 ใน 7 ของผู้ปลูกอะโวคาโด พันธุ์แฮสส์ในประเทศไทย ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่ดีที่สุดในโลก โดยกลุ่มเซ็นทรัล ได้เข้าไปมีส่วนร่วมด้วยการ พัฒนาต่อยอดด้านท่องเที่ยวชุมชนเชิงวิถีเกษตรอินทรีย์ โดยจัดทำเส้นทางท่องเที่ยวร่วมกับสำนักงาน
ท่องเที่ยวและกีฬา จ.ชัยภูมิ เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวที่เพิ่มจำนวนมากขึ้นอย่างต่อเนื่องในทุกๆ ปี

นอกจากนี้ เซ็นทรัล ทำ ยังมุ่งเน้นการลดความเหลื่อมล้ำเปิดโอกาสด้านการศึกษา พัฒนาทรัพยากรบุคคล ส่งเสริมและสร้างอาชีพให้แก่คนพิการ ให้สามารถเลี้ยงดูตนเองได้อย่างยั่งยืน ซึ่งในปี 2565 เซ็นทรัล ทำ ได้ส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้แบบ Project-based Learning ผ่านการลงมือปฏิบัติจริงในฐานการเรียนรู้ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ได้จัดทำให้เป็นศูนย์การเรียนรู้แล้ว 47 แห่ง ร่วมมือกับภาคีเครือข่ายในการปรับปรุงและพัฒนาหลักสูตรการศึกษา พัฒนาทักษะที่ตรงกับความต้องการของตลาดแรงงาน และเปิดโอกาสในการจ้างงาน ขยายแนวทางการจัดทำโครงการโรงเรียนร่วมพัฒนา 5 สถานศึกษา มีผู้เรียนรวมจำนวน 10,527 คน ครอบคลุมพื้นที่ 3 จังหวัด

เซ็นทรัล ทำ เกิดจากการร่วมมือกันของทุกฝ่าย ลงมือทำเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่องพร้อมกับหาแนวทางการอยู่ร่วมกันของการท่องเที่ยวกับท้องถิ่น ทำเพื่อให้เกิดการพัฒนาเป็นศูนย์การเรียนรู้ต้นแบบที่จะสามารถนำไปต่อยอดให้แก่จังหวัดรอบข้าง ด้วยความแข็งแรงของชุมชนมุ่งไปสู่การท่องเที่ยวยั่งยืนที่เน้นคุณค่าและความเป็นเอกลักษณ์ของแต่ละพื้นที่พร้อมรับผิดชอบต่อทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนไปพร้อมกัน

รวมพลังลดโลกร้อน ปิดไฟ 1 ชั่วโมง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/721840

รวมพลังลดโลกร้อน ปิดไฟ 1 ชั่วโมง

รวมพลังลดโลกร้อน ปิดไฟ 1 ชั่วโมง

วันอังคาร ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) และ ธุรกิจในเครือแสดงเจตนารมณ์และให้ความสำคัญในการแก้ปัญหาโลกร้อนด้วยการลดใช้พลังงาน ผนึกพันธมิตร กรุงเทพมหานคร องค์กร WWF ประเทศไทย และภาคีเครือข่าย เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการลดโลกร้อนด้วยวิธีง่ายๆ กับกิจกรรม “ปิดไฟ 1 ชั่วโมง” เพื่อลดโลกร้อน (60 + Earth Hour 2023) ร่วมปิดไฟที่ไม่จำเป็นพร้อมกัน 1 ชั่วโมง เมื่อวันเสาร์ที่ 25 มีนาคม เวลา 20.30-21.30 น. ที่ผ่านมา บริเวณรอบศูนย์การค้า โรงแรมและอาคารสำนักงานกลุ่มธุรกิจในเครือเอ็ม บี เค ได้แก่ ศูนย์การค้า เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์, เดอะไนน์ เซ็นเตอร์ พระราม 9, เดอะไนน์ เซ็นเตอร์ ติวานนท์, พาราไดซ์ พาร์ค,โรงแรมปทุมวันปริ๊นเซส, โรงแรมทินิดี โฮเต็ล บางกอก กอล์ฟ คลับ,สนามกอล์ฟ ริเวอร์เดล กอล์ฟ คลับ, อาคารกลาสเฮ้าส์ รัชดา,คอนโด ควินน์ รัชดา 17, คอนโด ควินน์ สุขุมวิท 101 และอาคารสำนักงาน รวมกว่า 14 อาคาร

พร้อมกันนี้แสดงพลังรักษ์โลก โดยการเดินทรูปพร้อมรณรงค์เชิญชวนพนักงานในบริษัท ร้านค้าและผู้ใช้บริการภายในศูนย์การค้าฯ พร้อมใจกันปิดไฟดวงที่ไม่จำเป็น รวมทั้งยังเข้าร่วมกิจกรรม Energy เอเนอจิ้น : จินตนาการเพื่อพลังงานที่เป็นมิตรต่อชีวิตและโลก จัดโดย กรุงเทพมหานคร สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (Thailand Development Institute :
TDRI) และองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมนี (GIZ) และภาคีเครือข่ายจัดกิจกรรม ณ ลานหน้า หอศิลปวัฒนธรรมแห่ง กทม.เขตปทุมวัน โดยมี พุทธชาด ศรีนิศากร ผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายการตลาด บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) เข้าร่วมพิธีเปิดงาน

สำหรับกิจกรรมปิดไฟ 1 ชั่วโมง เพื่อลดโลกร้อนทำให้ในปีนี้ บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) และบริษัทในเครือ
สามารถลดปริมาณการใช้ไฟฟ้ารวมทั้งสิ้น 466.80 กิโลวัตต์ ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ 279 กิโลกรัม คาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า หรือเทียบเท่าการปลูกต้นไม้ 47 ต้นนอกจากแนวทางด้านพลังงานที่ได้เข้าร่วมกิจกรรมปิดไฟ1 ชั่วโมง เพื่อลดโลกร้อนซึ่งดำเนินมาทุกปีแล้ว เอ็ม บี เค ยังดำเนินแนวทางอื่นๆ ที่ช่วยลดภาวะโลกร้อน อาทิ การติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป (Solar Rooftop) การเพิ่มพื้นที่สีเขียว เป็นต้น และหวังว่าความตั้งใจรักษ์โลกของเอ็ม บี เค จะมีส่วนช่วยให้สังคมและโลกของเราดีขึ้น และก่อให้เกิดเป็นความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม

นิทรรศการศิลปะเพื่อสังคม ‘Pure Imagination’ ชวนคนรักงานศิลป์อุดหนุนผลงานของศิลปินออทิสติก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/721839

นิทรรศการศิลปะเพื่อสังคม ‘Pure Imagination’  ชวนคนรักงานศิลป์อุดหนุนผลงานของศิลปินออทิสติก

นิทรรศการศิลปะเพื่อสังคม ‘Pure Imagination’ ชวนคนรักงานศิลป์อุดหนุนผลงานของศิลปินออทิสติก

วันอังคาร ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

จิม ทอมป์สัน ร่วมกับ ATT19 และมูลนิธิ ณ กิตติคุณ เปิดนิทรรศการศิลปะเพื่อสังคม “Pure Imagination” ภายใต้โปรเจกท์ CSR ของจิม ทอมป์สันเพื่อสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับโรคออทิสติก พร้อมส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพของบุคคลพิเศษ นิทรรศการศิลปะครั้งนี้จัดขึ้นเป็นเวลา 1 เดือน ไปจนถึงวันที่ 30 เมษายน 2566 ที่ ATT19 อาร์ตสเปซ และพื้นที่จัดงานเชิงสร้างสรรค์ในย่านเจริญกรุง เพื่อจัดแสดงและจำหน่ายงานศิลปะสุดพิเศษโดยศิลปินออทิสติกที่เปี่ยมด้วยพรสวรรค์และความคิดสร้างสรรค์อันเป็นเอกลักษณ์ นอกจากนี้ ในพื้นที่การจัดนิทรรศการยังมีการจัดเวิร์กช็อปโดยศิลปินไทย อาทิ การสอนปักผ้า การประดิษฐ์ดอกไม้จากผ้า และการทอผ้าอีกด้วย

โครงการเพื่อสังคมในครั้งนี้เป็นการเปิดพื้นที่ให้น้องๆ ศิลปินออทิสติก ได้แสดงความสามารถในการสร้างสรรค์งานศิลปะสื่อผสม (Mixed Media) ผ่านการใช้ผ้าคุณภาพสูงจากจิม ทอมป์สัน โดยรายได้ 40% จากการจำหน่ายผลงานจะนำไปสนับสนุนการทำงานของมูลนิธิ ณ กิตติคุณ อีก 30% จะมอบให้แก่น้องๆ ศิลปินผู้สร้างสรรค์ผลงาน และ 30% สุดท้าย จะนำไปสนับสนุนค่าใช้จ่ายของ ATT19 ที่เอื้อเฟื้อสถานที่จัดงานและดูแลการนำงานศิลปะใส่กรอบรูปเพื่อการจำหน่าย

มูลนิธิ ณ กิตติคุณ ก่อตั้งขึ้นเพื่อเปิดพื้นที่ให้เด็กพิเศษได้มีโอกาสแสดงความสามารถผ่านงานศิลปะภายใต้การดูแลของกลุ่มคุณครูผู้มีใจรักและความเชี่ยวชาญในการสอนบุคคลพิเศษในด้านต่างๆ อาทิ ศิลปะ การบำบัดการพูดและการใช้ภาษา ดนตรี และการทำขนม เป็นต้น มูลนิธิดำเนินกิจกรรมเพื่อมอบโอกาสให้บุคคลพิเศษได้พัฒนาศักยภาพตามความสนใจและความสามารถ พร้อมอาศัยการใช้ศิลปะเป็นเครื่องมือในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของน้อง ๆ บุคคลพิเศษ

นันท์นภัส เวโรจนวัฒน์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท อุตสาหกรรมไหมไทย จำกัด กล่าวถึงโครงการ CSR ในครั้งนี้ว่า “เรายินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือกับมูลนิธิ ณ กิตติคุณ และ ATT19 เพื่อเปิดนิทรรศการศิลปะเพื่อสังคม โดยโปรเจกท์ CSR ในครั้งนี้สะท้อนจิตวิญญาณของแบรนด์จิม ทอมป์สัน ในการมุ่งมั่นสร้างสรรค์งานศิลปะที่มีเอกลักษณ์ ความพิเศษของผลงานในนิทรรศการนี้คือน้องๆ ได้รังสรรค์ผลงานจากผลิตภัณฑ์ผ้าอันงดงามของจิม ทอมป์สัน ถือเป็นเกียรติที่ได้ร่วมนำเสนองานศิลปะของน้องๆ ที่เปี่ยมไปด้วยพรสวรรค์ออกสู่สายตาสาธารณะ พร้อมช่วยสนับสนุนการทำงานการกุศลของมูลนิธิ นอกจากการจัดนิทรรศการแล้ว เรายังมีเวิร์กช็อปศิลปะทุกๆ สัปดาห์ที่ชวนผู้เข้าชมมาร่วมทำกิจกรรมและบริจาคให้แก่มูลนิธิ ณ กิตติคุณ โปรเจกท์ในครั้งนี้มุ่งหวังที่จะช่วยส่งเสริมโอกาส สร้างคุณค่า และสร้างรายได้ให้แก่น้องๆเด็กพิเศษและครอบครัว ซึ่งจะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตและสร้างสังคมที่น่าอยู่สำหรับทุกคน”

เจเน็ต เผื่อนพงศ์ และ สนทนี นทพล คุณครูผู้ร่วมก่อตั้งมูลนิธิ ณ กิตติคุณ กล่าวถึงการร่วมมือกับจิม ทอมป์สัน และ ATT19 ในครั้งนี้ว่า “เราหวังว่าคนรักศิลปะจะชื่นชอบผลงานที่น้อง ๆ เด็กพิเศษจากมูลนิธิของเราตั้งใจสร้างสรรค์ขึ้นมาเพื่อร่วมจัดแสดงที่นิทรรศการ ศิลปินทุกคนต่างทำงานอย่างมุ่งมั่นตลอด 3 ปีที่ผ่านมาตั้งแต่ก่อนสถานการณ์โควิด-19 เรามั่นใจว่าครอบครัวของน้องๆ จะต้องภูมิใจในงานที่ออกมาอย่างแน่นอน” โดย เจเน็ต เผื่อนพงศ์ เล่าถึงผลงานที่จัดแสดงที่ ATT19 ว่า “ผลงานของน้องๆ มีทั้งภาพอาหารไทยสีสันสดใสที่สร้างสรรค์ลงบนผืนผ้าไหม งานศิลปะแบบ Mixed Media ที่เล่าเรื่องราวของท้องทะเล และการใช้ผ้าถักทอขึ้นเป็นงานศิลปะเพื่อสะท้อนวิถีชีวิตของชาวบ้านที่ทำงานในอุตสาหกรรมผ้าไหม นอกจากนี้ยังมีการสร้างลวดลายสีดำบนผ้าไหมสีครีม และภาพวาดดอกไม้ที่มอบความสดใสให้แก่
ผู้เข้าชมอีกด้วย”

พรทิพย์ อรรถการวงศ์ Creative Director และผู้ร่วมก่อตั้ง ATT 19 กล่าวว่า “เรายินดีมากๆ ที่ได้จัดงานศิลปะร่วมกับจิม ทอมป์สัน และมูลนิธิ ณ กิตติคุณ รู้สึกเป็นเกียรติที่ได้เปิดพื้นที่ในการแชร์ความสามารถและไอเดียการนำเสนอผลงานที่แปลกใหม่ของน้องๆ ศิลปินที่เปี่ยมไปด้วยศักยภาพอันน่าทึ่ง ขอขอบคุณจิม ทอมป์สัน ที่ชวนเรามาสนับสนุนผลงานศิลปินและส่งต่อแรงบันดาลใจให้แก่คนในสังคม”

ผู้สนใจสามารถร่วมซื้อผลงานศิลปะของน้องๆ ศิลปินและเข้าร่วมกิจกรรมสัมมนาในหัวข้อศิลปะบำบัด โดยมูลนิธิ ณ กิตติคุณ ตลอดจนร่วมเวิร์กชอปที่จัดขึ้นทุกสัปดาห์ ได้แก่ การเย็บปักผ้า การทอผ้า และการประดิษฐ์ดอกไม้จากผลิตภัณฑ์ผ้าของจิม ทอมป์สัน โดยค่าเข้าร่วมเวิร์กช็อปจะนำไปบริจาคให้แก่การกุศล หรือติดตามInstagram: @att19.bkk เพื่อดูข้อมูลเพิ่มเติมและอัปเดตล่าสุดเกี่ยวกับกิจกรรมทั้งหมดในนิทรรศการ

วิกฤตหลอดเลือด โรคร้ายที่คนไทยและคนทั่วโลกกำลังเผชิญอยู่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/721892

วิกฤตหลอดเลือด โรคร้ายที่คนไทยและคนทั่วโลกกำลังเผชิญอยู่

วิกฤตหลอดเลือด โรคร้ายที่คนไทยและคนทั่วโลกกำลังเผชิญอยู่

วันอังคาร ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

โรงพยาบาล พานาซี พระราม 2 ผู้นำด้านเวชศาสตร์ชะลอวัยจัดงาน “FREEZE CELL หยุดเวลา ย้อนวัย” จัดทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ นำทีมโดย นพ.ภัทรพล คำมุลตรี ผู้อำนวยการโรงพยาบาล พานาซี พระราม 2 บรรยายพิเศษให้ความรู้ถึงวิกฤตหลอดเลือด โรคร้ายที่คนไทยและคนทั่วโลกกำลังเผชิญอยู่ พร้อมประกาศเปิดตัวแล็บเก็บสเต็มเซลล์จากเลือดอย่างเป็นทางการ

“วิกฤตหลอดเลือด” ภัยร้ายที่เกิดขึ้นภายในหลอดเลือดในร่างกาย ไม่ว่าจะหลอดเลือดสมอง หรือหลอดเลือดหัวใจ ที่คร่าชีวิตคนทั่วโลกอยู่ในระดับต้นๆ โรงพยาบาลพานาซี ได้เล็งเห็นความสำคัญของวิกฤตโรคที่มาจากหลอดเลือดอย่างจริงจัง จึงจัดกิจกรรมเพื่อให้ความรู้ทางวิชาการ มุ่งหวังในการหาทางป้องกันและแก้ไขโรคร้ายนี้ก่อนจะสายเกินแก้โดยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจากพานาซี พร้อมกันนี้ ยังตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านสเต็มเซลล์ ประกาศเปิดตัวศูนย์เก็บสเต็มเซลล์จากเลือดที่ยิ่งใหญ่และได้รับมาตรฐานระดับโลก สำหรับผู้ที่ต้องการฝากสเต็มเซลล์เพื่อเก็บรักษาไว้ดูแลรักษาตัวเองในอนาคตได้กว่า 10 ปี

การจัดงาน “FREEZE CELL หยุดเวลา ย้อนวัย” ครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนจาก กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข และการท่องเที่ยวไทย (ททท.) การประสานพลังร่วมส่งเสริมให้เกิดนวัตกรรมทางการแพทย์ด้านสเต็มเซลล์ขั้น ADVANCE ที่เก็บจากเลือดตัวเราเอง โดยเชื่อมั่นว่านวัตกรรมใหม่นี้จะมีส่วนช่วยดูแลสุขภาพคนไทยและนำรายได้มหาศาลเข้าประเทศจากนานาชาติที่มุ่งหน้ามารักษาที่เมืองไทยได้อย่างแน่นอน อีกทั้ง ยังพร้อมสนับสนุนการเปิดตัว Panacee Partnership ที่เปิดโอกาสให้เกิดธุรกิจทางการแพทย์สำหรับผู้ประกอบการไทย เพื่อต่อยอดให้เกิด Start Up Wellness Business แก่ผู้ที่ต้องการลงทุนในธุรกิจด้านสุขภาพเพื่อให้เป็นแรงช่วยขับเคลื่อนด้านธุรกิจ Wellness ผลักดันให้ประเทศไทยเป็น Medical Hub ด้านสุขภาพของโลก

นางศิริญา เทพเจริญ กรรมการบริหาร PANACEE MEDICAL CENTER กล่าวว่า “ตัวเลขของคนเสียชีวิตด้วยโรคหลอดเลือดน่ากลัวมาก คือ ตายเป็นอันดับ 2 รองจากมะเร็ง และมีแนวโน้มว่าจะเพิ่มมากขึ้น อย่าง โรคหลอดเลือดสมอง หรือ STROKE (อัมพฤกษ์ อัมพาต) เป็นโรคที่มีความรุนแรง สูงถึงขั้นเสียชีวิต หรือทำให้เกิดความพิการระยะยาว และเป็นสาเหตุสำคัญอันดับ 2 ของการเสียชีวิตเป็นอันดับ 3 ของความพิการ จากการสำรวจในปี 2562 ทั่วโลกพบผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองมากกว่า 101 ล้านคน เป็นผู้ป่วยรายใหม่ 12.2 ล้านคน หรือชัดๆ เลยคือมีผู้ป่วยรายใหม่ 1 คน ในทุก 3 วินาที และเสียชีวิตถึง 6.5 ล้านคน

ส่วนโรคหลอดเลือดหัวใจที่ร้ายแรงไม่แพ้กันจากข้อมูลจากองค์การอนามัยโลก มีคนเสียชีวิตจากโรคหลอดเลือดหัวใจ เป็นจำนวนถึง 7.2 ล้านคน หรือ 12.2% ของสาเหตุการเสียชีวิตทั้งหมด อัตราการเสียชีวิตจากโรคหัวใจและหลอดเลือดในประเทศไทยมีประมาณปีละ 37,000 รายเสียชีวิตชั่วโมงละ 2 คน และมีผู้ป่วยโรคหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันในประเทศไทย จะมีอัตราการเสียชีวิตสูงกว่าที่อื่น ประมาณ 4-6 เท่า จากวิกฤตโรคจากหลอดเลือดนี้ถือเป็นสิ่งที่ทำให้เราเลยต้องคิดค้นการป้องกันเรื่องหลอดเลือดอย่างเร่งด่วน โรงพยาบาลพานาซีจึงนำนวัตกรรมทางสเต็มเซลล์จากผนังหลอดเลือดมารักษาผู้ป่วยที่มีปัญหาอันเกี่ยวโยงกับเรื่องโรคหลอดเลือด ทั้งหลอดเลือดสมอง(STROKE) หลอดเลือดหัวใจ และเบาหวานนวัตกรรมจากสเต็มเซลล์ตัวนี้ไม่ใช่ทำได้แค่ซ่อมแซมหลอดเลือด ยังสามารถไปสร้างหลอดเลือดขึ้นมาใหม่ได้ด้วย ที่สำคัญเป็นสเต็มเซลล์จากเลือดของตัวเราเอง จึงมีความปลอดภัยที่สุด

“พานาซีพร้อมแล้วที่จะก้าวสู่การเป็นผู้นำด้านสเต็มเซลล์ โดยทุ่มทุนสร้างศูนย์เก็บสเต็มเซลล์ ที่ พานาซีพระราม 2 เพื่อเป็นคลังเก็บรักษาสเต็มเซลล์จากเลือด เป็นนวัตกรรมขั้น ADVANCE ของสเต็มเซลล์จากที่เราเคยมีอยู่แล้ว เพื่อให้ผู้สนใจสามารถมาฝากสเต็มเซลล์จากเลือดในแล็บของพานาซีที่มีระบบการดูแลรักษา ควบคุม ให้มีคุณภาพที่สมบูรณ์ที่สุดได้นานถึง10 ปี ในอนาคตถ้าหากเราเจ็บป่วย เราสามารถนำสเต็มเซลล์ที่เรามาฝากไว้ในช่วงที่ร่างกายเรายังสมบูรณ์ เอาไปใช้สำหรับการรักษาพยาบาลได้ในอนาคต โดยนวัตกรรมนี้เป็นความร่วมมือของ พานาซี กับ โรงพยาบาลโชนัน คามาคูระญี่ปุ่น องค์ความรู้นี้ นอกจากจะนำมาช่วยคนไทยแล้ว เรายังสามารถเป็นเซ็นเตอร์ในการรักษาพยาบาลด้านโรคหลอดเลือด ซึ่งสามารถนำมาต่อยอดสร้างเศรษฐกิจด้าน Wellness ให้กับประเทศไทยเพิ่มขึ้นได้อีก” ศิริญา กล่าว

ผู้สนใจการรักษาหรือฝากสเต็มเซลล์จากหลอดเลือด สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่ www.panacee.com และ www.panaceehospital.com

บุญชู ตรีทอง อดีต รมว.ทบวงมหาวิทยาลัย มอบทุนการศึกษา ปี’65 ให้กับนักศึกษาคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ธรรมศาสตร์ ศูนย์ลำปาง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/721842

บุญชู ตรีทอง อดีต รมว.ทบวงมหาวิทยาลัย มอบทุนการศึกษา ปี’65 ให้กับนักศึกษาคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ธรรมศาสตร์ ศูนย์ลำปาง

บุญชู ตรีทอง อดีต รมว.ทบวงมหาวิทยาลัย มอบทุนการศึกษา ปี’65 ให้กับนักศึกษาคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ธรรมศาสตร์ ศูนย์ลำปาง

วันอังคาร ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

เป็นผู้ให้และผู้สร้างคุณูปการอย่างสูงแก่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์มาอย่างต่อเนื่อง บุญชู ตรีทอง อดีตรัฐมนตรีว่าการทบวงมหาวิทยาลัย และผู้มีอุปการคุณของมหาวิทยาลัยให้เกียรติเป็นประธานในพิธีมอบทุนการศึกษาให้กับนักศึกษาสาขาวิชาวิทยาการคอมพิวเตอร์ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์ลำปาง ประจำภาคเรียนที่ 2
ปีการศึกษา 2565 พร้อมด้วย รศ.ดร.สุปรียา แก้วละเอียด รองอธิการบดีฝ่ายบริหารศูนย์ลำปางและกฎหมาย, รศ.ดร.สุเพชร จิรขจรกุล คณบดีคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี, ผศ.ดร.วรวรรณ ดีอัซ การ์บาโย ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายบริหารทั่วไป ศูนย์ลำปาง คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และผู้บริหารมหาวิทยาลัยร่วมในพิธี นอกจากนี้ ภายในงานมีการเสวนา โดย ธีรชัย เมืองพันธ์,ณัฐพล ต๊ะใจ, อภิสิทธิ์ วงค์สอน, ทวีศักดิ์ ว่างป่อ และ ชานนท์ จันเป็ง ศิษย์เก่าสาขาวิชาวิทยาการคอมพิวเตอร์ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ศูนย์ลำปาง ร่วมเสวนาในหัวข้อ “ว่าด้วยชีวิตจริงในโลกของการทำงานในด้านคอมพิวเตอร์ นักศึกษารุ่นใหม่ควรเตรียมพร้อมอย่างไร?” ณ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์ลำปาง เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2566

นักศึกษาที่ได้รับทุนการศึกษาในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2565 เป็นผู้มีผลการเรียนเฉลี่ยสะสมในภาคเรียนที่ผ่านมา ตั้งแต่ 2.75 ขึ้นไป จำนวนทั้งสิ้น 25 คน รวมเป็นทุนการศึกษาทั้งสิ้น 557,500 บาท แบ่งเป็น นักศึกษาชั้นปีที่ 2 จำนวน 6 คน ได้รับทุนรวมเป็นเงิน 133,800 บาท นักศึกษาชั้นปีที่ 3 จำนวน 12 คน ได้รับทุนรวมเป็นเงิน 267,600 บาท นักศึกษาชั้นปีที่ 4 จำนวน 7 คน ได้รับทุนรวมเป็นเงิน 156,100 บาท 

โอกาสนี้ บุญชู ตรีทอง อดีตรัฐมนตรีว่าการทบวงมหาวิทยาลัย ได้กล่าวให้โอวาทอันเป็นสิริมงคลแก่นักศึกษาที่ได้รับทุนในครั้งนี้ โดยเป็นการให้โอวาทเกี่ยวกับข้อคิดในเรื่องการเรียนและการทำงาน ซึ่งท่านย้ำว่า “ต้องมี Talent (พรสวรรค์), Ambition (ความทะเยอทะยาน), Focus (ความมุ่งมั่นตั้งใจ), Endurance (ความอึดและอดทน) และ Luck is preparation means opportunity (การเตรียมความพร้อม/โอกาส) ขอร่วมแสดงความยินดีกับนักศึกษาที่ได้รับทุนในครั้งนี้ด้วย”

รศ.ดร.สุปรียา แก้วละเอียด รองอธิการบดีฝ่ายบริหารศูนย์ลำปางและกฎหมาย กล่าวว่า “ทุนการศึกษาของท่านบุญชู
ตรีทอง นับเป็นการเปิดโอกาสทางการศึกษา ซึ่งเป็นการลงทุนที่ส่งผลตอบแทนต่อการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน ในฐานะรองอธิการบดีฯยืนยันว่าการดำเนินงานของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์ลำปาง เราจะมุ่งสู่การพัฒนาคนให้มีศักยภาพสูงสุดอย่างเต็มที่ตามปณิธานของท่าน ด้วยความตระหนักถึงความกรุณาของท่าน อันเป็นคุณูปการต่อการศึกษาของประเทศไทยเป็นอย่างยิ่ง”

ด้าน รศ.ดร.สุเพชร จิรขจรกุล คณบดีคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กล่าวขอบคุณประธานในพิธีที่ให้โอวาทแก่ผู้บริหาร อาจารย์และนักศึกษา โอวาทของท่านเป็นประโยชน์อย่างสูงให้กับพวกเรา เพื่อเป็นทิศทางในการพัฒนาตนเองและในการปฏิบัติงานต่อไป ขอให้คำมั่นสัญญาว่าจะคอยดูแลและส่งเสริมให้นักศึกษาปฏิบัติตนเป็นคนดีของสังคม ตั้งใจเรียนด้วยความเพียรพยายามให้สมกับที่ได้รับโอกาสทางการศึกษาที่มีค่าจากท่าน

ปิดท้ายที่ ศุภเกียรติ์ ไหวพินิจ นักศึกษาชั้นปีที่ 4 สาขาวิชาวิทยาการคอมพิวเตอร์ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ศูนย์ลำปาง ที่ได้รับการสนับสนุนเงินทุนการศึกษาตั้งแต่ปีการศึกษา 2562 จนถึงปัจจุบัน เป็นตัวแทนนักศึกษา กล่าวคำขอบคุณว่า “ผมและนักศึกษาผู้ได้รับทุนทุกคนขอบพระคุณท่านบุญชูเป็นอย่างสูงที่ให้การสนับสนุนทุนการศึกษากับพวกเราอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเงินทุนดังกล่าว ช่วยสนับสนุนด้านการศึกษา ทั้งยังสามารถลดภาระค่าใช้จ่ายครอบครัวได้เป็นอย่างมากครับ ในปีการศึกษาที่ผ่านมา ผมได้เข้าร่วมกิจกรรมการแข่งขันต่างๆ และได้มีโอกาสมีประสบการณ์ออกเดินทางไปต่าง ประเทศเป็นครั้งแรกในชีวิต โดยได้รับเงินสนับสนุนจากท่านบุญชู ทำให้ผมและสมาชิกทีมมีที่พักที่ดีและมีความปลอดภัยขณะอยู่ประเทศสิงคโปร์ ประสบการณ์การเดินทางออกนอกประเทศของผมและสมาชิกในครั้งนี้ทำให้ตระหนักเห็นถึงความแตกต่างที่ไม่เคยพบได้ในประเทศไทย ทั้งเรื่องความเป็นอยู่ ภาษา วัฒนธรรม เทคโนโลยีที่พัฒนานำมาใช้ในชีวิตประจำวันของประเทศสิงคโปร์ ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่ผมจะไม่มีวันลืมขอบพระคุณท่านอีกครั้งที่ให้การสนับสนุนทุนการศึกษาให้ผมมีโอกาสเรียนจนจบระดับปริญญาตรี และขอสัญญาว่าจะตั้งใจเรียน และทำงานคืนสู่สังคมต่อไป”

บุญชู ตรีทอง อดีต รมว.ทบวงมหาวิทยาลัยและผู้มีอุปการคุณของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ บันทึกภาพกับรางวัลของนักศึกษาสาขาวิชาวิทยาการคอมพิวเตอร์ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ศูนย์ลำปาง
ที่ชนะการแข่งขัน

บุญชู ตรีทอง อดีต รมว.ทบวงมหาวิทยาลัยและผู้มีอุปการคุณของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ บันทึกภาพกับรางวัลของนักศึกษาสาขาวิชาวิทยาการคอมพิวเตอร์ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ศูนย์ลำปาง ที่ชนะการแข่งขัน

ประธานในพิธี บุญชู ตรีทอง มอบทุนการศึกษาให้กับนักศึกษาสาขาวิชาวิทยาการคอมพิวเตอร์
คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ธรรมศาสตร์ ศูนย์ลำปาง โดยมี รศ.ดร.สุเพชร จิรขจรกุล คณบดีคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เป็นผู้แทนในการรับมอบ ร่วมด้วย ผศ.พิมพ์ฉัตร รสสุธรรม ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายกิจการนักศึกษาและสื่อสารองค์กร ศูนย์ลำปาง, อาจารย์ ดร.ณัฐกรณ์ ชูช่วย ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายบริหารและวิชาการ ศูนย์ลำปาง

ประธานในพิธี บุญชู ตรีทอง มอบทุนการศึกษาให้กับนักศึกษาสาขาวิชาวิทยาการคอมพิวเตอร์ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ธรรมศาสตร์ ศูนย์ลำปาง โดยมี รศ.ดร.สุเพชร จิรขจรกุล คณบดีคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เป็นผู้แทนในการรับมอบ ร่วมด้วย ผศ.พิมพ์ฉัตร รสสุธรรม ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายกิจการนักศึกษาและสื่อสารองค์กร ศูนย์ลำปาง, อาจารย์ ดร.ณัฐกรณ์ ชูช่วย ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายบริหารและวิชาการ ศูนย์ลำปาง

บุญชู ตรีทอง พร้อมด้วยผู้บริหารมหาวิทยาลัย และผู้บริหารคณะฯ รศ.ดร.สุปรียา แก้วละเอียด รองอธิการบดี, รศ.ดร.สุเพชร จิรขจรกุล
คณบดีคณะวิทยาศาสตร์ฯ, ผศ.ดร.วรวรรณ ดีอัซ การ์บาโย ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายบริหารทั่วไป, ผศ.พิมพ์ฉัตร รสสุธรรม ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายกิจการนักศึกษาและสื่อสารองค์กร, อาจารย์ ดร.ณัฐกรณ์ ชูช่วย ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายบริหารและวิชาการ บันทึกภาพร่วมกับนักศึกษาที่ได้รับทุนการศึกษา ประจำปี 2565

บุญชู ตรีทอง พร้อมด้วยผู้บริหารมหาวิทยาลัย และผู้บริหารคณะฯ รศ.ดร.สุปรียา แก้วละเอียด รองอธิการบดี, รศ.ดร.สุเพชร จิรขจรกุล คณบดีคณะวิทยาศาสตร์ฯ, ผศ.ดร.วรวรรณ ดีอัซ การ์บาโย ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายบริหารทั่วไป, ผศ.พิมพ์ฉัตร รสสุธรรม ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายกิจการนักศึกษาและสื่อสารองค์กร, อาจารย์ ดร.ณัฐกรณ์ ชูช่วย ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายบริหารและวิชาการ บันทึกภาพร่วมกับนักศึกษาที่ได้รับทุนการศึกษา ประจำปี 2565

บุญชู ตรีทอง บันทึกภาพร่วมกับผู้บริหารมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์ลำปาง ผู้บริหารคณะ ผู้ปกครอง และนักศึกษา

บุญชู ตรีทอง บันทึกภาพร่วมกับผู้บริหารมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์ลำปาง ผู้บริหารคณะ ผู้ปกครอง และนักศึกษา

ประธานในพิธี บุญชู ตรีทอง กล่าวให้โอวาทแก่นักศึกษาที่ได้รับทุน

ประธานในพิธี บุญชู ตรีทอง กล่าวให้โอวาทแก่นักศึกษาที่ได้รับทุน

ตัวแทนผู้ปกครองมอบของที่ระลึกแด่ประธานในพิธี

ตัวแทนผู้ปกครองมอบของที่ระลึกแด่ประธานในพิธี

รศ.ดร.สุปรียา แก้วละเอียด รอง
อธิการบดีฯ ธรรมศาสตร์ กล่าวต้อนรับ

รศ.ดร.สุปรียา แก้วละเอียด รอง อธิการบดีฯ ธรรมศาสตร์ กล่าวต้อนรับ

รศ.ดร.สุเพชร จิรขจรกุล คณบดีคณะวิทยาศาสตร์ฯ กล่าวรายงาน

รศ.ดร.สุเพชร จิรขจรกุล คณบดีคณะวิทยาศาสตร์ฯ กล่าวรายงาน

ผศ.ดร.วรวรรณ ดีอัซ การ์บาโย
ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายบริหารทั่วไป
ธรรมศาสตร์ ศูนย์ลำปาง

ผศ.ดร.วรวรรณ ดีอัซ การ์บาโย ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายบริหารทั่วไป ธรรมศาสตร์ ศูนย์ลำปาง

ศุภเกียรติ์ ไหวพินิจ เป็นตัวแทนนักศึกษากล่าวขอบคุณประธานในพิธี

ศุภเกียรติ์ ไหวพินิจ เป็นตัวแทนนักศึกษากล่าวขอบคุณประธานในพิธี

ศิษย์เก่าฯ ร่วมเสวนาในหัวข้อ “ว่าด้วยชีวิตจริงในโลกของการทำงานในด้านคอมพิวเตอร์ นักศึกษารุ่นใหม่ควรเตรียมพร้อมอย่างไร”

ศิษย์เก่าฯ ร่วมเสวนาในหัวข้อ “ว่าด้วยชีวิตจริงในโลกของการทำงานในด้านคอมพิวเตอร์ นักศึกษารุ่นใหม่ควรเตรียมพร้อมอย่างไร”

Solar D Gallery มิวเซียมแกลเลอรี่กลางเมือง สัมผัสความงดงามของโลกพลังงานและศิลปะ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/721886

Solar D Gallery มิวเซียมแกลเลอรี่กลางเมือง  สัมผัสความงดงามของโลกพลังงานและศิลปะ

Solar D Gallery มิวเซียมแกลเลอรี่กลางเมือง สัมผัสความงดงามของโลกพลังงานและศิลปะ

วันอังคาร ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

หากพูดถึงสินค้าและบริการในกลุ่มธุรกิจพลังงานภาพจำที่หลายคนมีมักเป็นภาพของความน่าเบื่อและไร้จินตนาการยิ่งไปกว่านั้นโลกพลังงานมักถูกมองว่าอยู่ไกลห่างจากโลกศิลปะเหมือนเป็นเส้นขนานที่ไม่มีวันมาบรรจบ

แต่Solar D Gallery กำลังบอกทุกคนว่า “Energy Can Marry Art.” พลังงานและศิลปะหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกันได้ และยิ่งรวมตัวกันยิ่งสร้างความเปลี่ยนแปลงอันทรงพลังให้เกิดแก่โลกได้รวดเร็วขึ้น

Solar D Gallery คือพื้นที่มิวเซียมแกลเลอรี่ใจกลางเมืองของ บริษัท โซลาร์ดีคอร์ปอเรชัน จำกัด ที่ต้องการสื่อสารความงดงามของโลกพลังงานผ่านเวทมนตร์ของศิลปะ ดังนั้นแทนที่จะสร้างโชว์รูมเพื่อจัดแสดงสินค้าบริษัทจึงเลือกสร้างมิวเซียมแกลเลอรี่ขึ้นมาแทนเพื่อเปลี่ยนพลังงานที่มองด้วยตาเปล่าไม่เห็นให้เป็นสิ่งที่เป็นรูปธรรมจับต้องและมองเห็นได้แต่ยังคงทิ้งร่องรอยอันอัศจรรย์ไว้ในหัวใจผู้มาเยือน

นายสัมฤทธิ์ สิทธิวรานุวงศ์ ผู้ก่อตั้งและกรรมการผู้จัดการบริษัทโซลาร์ดีคอร์ปอเรชัน จำกัด กล่าวถึงแนวคิดเบื้องหลังในการสร้างสรรค์ Solar D Gallery ว่า “นวัตกรรมกักเก็บพลังงานอย่าง Tesla Powerwall เป็นอะไรที่มหัศจรรย์แต่ซับซ้อนทีมโซลาร์ดี จึงคิดว่าจะสื่อสารความมหัศจรรย์นี้ออกมาให้ทุกคนเข้าใจได้อย่างไรบ้าง ซึ่งแทนที่จะจัดวางสินค้าแล้วมีแผ่นป้ายเขียนระบุคุณสมบัติเรากลับคิดว่าเล่าผ่านมิวเซียมแกลเลอรี่น่าจะงดงาม และทำให้ทุกคนได้เข้าใกล้ความมหัศจรรย์ของโลกพลังงานแบบอิ่มเอมที่สุด จึงเป็นจุดกำเนิดของ Solar D Gallery ขึ้นมาโดยเราคิดจากมุมคนทั่วไปเป็นหลักไม่ใช่ว่าทุกคนจะอยากเดินเข้าโชว์รูมพลังงานแต่มิวเซียมแกลเลอรี่เป็นพื้นที่ที่เปิดกว้างและโอบรับทุกคนโดยในอนาคต Solar D Gallery จะเปลี่ยนชิ้นงานที่จัดแสดงไปเรื่อยๆ รวมถึงจะเป็นพื้นที่สำหรับจัดแสดงวิสัยทัศน์และผลิตภัณฑ์ของโซลาร์ดีและพันธมิตร”

“ในSolar D Gallery จะประกอบด้วยสามส่วนที่สำคัญคือส่วน Interior, ส่วน Wall Art, และส่วน Projection Mapping ซึ่งทั้งสามส่วนนี้ถูกสร้างสรรค์ขึ้นโดยมืออาชีพของวงการ เพื่อเผยโฉมให้ผู้ชมได้สัมผัสความงดงามของโลกพลังงานแบบ
ใกล้ชิดที่สุด ซึ่งในส่วนของ Interior ได้ คุณวสุ วิรัชศิลป์ จากบริษัท Vaslab Architecture ช่วยออกแบบส่วนของ Wall Art เป็นผลงานของ อาจารย์สิริพร ด่านสกุล จาก KAIDAN workshop และคุณเอกรัตน์ จิรายุพงศ์ จาก Solid Design ขณะที่ Projection Mapping เป็นงานสร้างสรรค์ของทีม Decide Kit”

อาจารย์สิริพร ด่านสกุล ผู้ร่วมก่อตั้ง KAIDAN workshop ทั้งยังเป็นสถาปนิกนักทดลองศิลปะจัดวางและอาจารย์จากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ได้เปิดเผยถึงแนวคิดเบื้องหลังการสร้างสรรค์ Wall Art ที่ผสมผสานเทคนิคการพับกระดาษแบบญี่ปุ่นหรือโอริกามิกับทรงปริซึ่มเข้าด้วยกันพร้อมเลือกใช้ฟอร์ม Spiral หรือเกลียวหมุนวนเพื่อสื่อสารสภาวะของพลังงานในจักรวาลและบนโลก ที่หมุนวนส่งต่อถูกกักเก็บถูกใช้งานแปรรูปและส่งต่ออีกครั้งซึ่งก็เหมือนแสงอาทิตย์หรือ Solar ที่ส่งต่อพลังงานมายังโลกหมุนวนและถูกกักเก็บใน Tesla Powerwall ก่อนจะถูกใช้งานในรูปแบบพลังงานไฟฟ้าเพื่อทำให้ชีวิตมนุษย์ดีขึ้น

“Wall Art ตัวนี้เป็นประตูไปสู่แนวคิดของ Tesla Powerwall ที่ใช้กักเก็บพลังงานไฟฟ้าโดยเรามองว่าไฟฟ้าคือนวัตกรรมหนึ่งในชีวิตโดยแม้ในการเล่าเรื่องตรงนี้ตัวพลังงานไฟฟ้าตัวจริงจะไม่ปรากฏตัวขึ้นแต่ด้วยการผสานเทคนิคของ Interior, Wall Art และ Projection Mapping เข้าด้วยกันทำให้เราสามารถสื่อสารให้ผู้ชมรับรู้ถึงการหมุนวนของพลังงานได้โดยยังรู้สึกว่าเสพงานศิลปะอยู่”

Solar D Gallery ถือเป็นการพลิกโฉมการนำเสนอโชว์รูมพลังงานและเทคโนโลยีในแนวทางใหม่ โดยนำเรื่องราวพลังงานที่เข้าถึงยากมีความเฉพาะกลุ่มและซับซ้อนมานำเสนอด้วยการตีความใหม่ให้กลายเป็นงานศิลปะในรูปแบบแกลเลอรี่ เพื่อให้ทุกกลุ่มคนดูสามารถเข้าถึงและร่วมตีความแง่มุมพลังงานด้วยได้ ทั้งนี้ Solar D Gallery จะกลายเป็นพื้นที่สำหรับจัดแสดงวิสัยทัศน์และผลิตภัณฑ์ของโซลาร์ดีและพันธมิตรรวมถึงเปิดโอกาสให้ทุกคนได้สัมผัส “อิสรภาพทางพลังงาน” อย่างเป็นรูปธรรม

เยี่ยมชม Solar D Gallery พื้นที่มิวเซียมแกลเลอรี่ที่นำพาโลกพลังงานและโลกศิลปะรวมตัวเป็นหนึ่งเดียวกันที่ชั้น 4 เซ็นทรัล เอ็มบาสซี รวมทั้งเป็นเจ้าของผลิตภัณฑ์แห่งอนาคตอย่าง Tesla Powerwall ก่อนใครในไทยที่ https://www.solar-d.co.th/

รัน คอสเมติค เปิดตัวคุชชั่นเนื้อแป้ง ตัวช่วยอวดผิวสวยเปล่งประกาย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/721837

รัน คอสเมติค เปิดตัวคุชชั่นเนื้อแป้ง ตัวช่วยอวดผิวสวยเปล่งประกาย

รัน คอสเมติค เปิดตัวคุชชั่นเนื้อแป้ง ตัวช่วยอวดผิวสวยเปล่งประกาย

วันอังคาร ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

เมคอัพ อาร์ทติส มือทองของเมืองไทย ป้อม-วินิจ บุญชัยศรี ผู้สร้างสรรค์ RAN COSMETIC (รัน คอสเมติก) เครื่องสำอางที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อผิวคนไทยและเอเชีย เปิดตัว RAN Bright Touch Cushion by Pom Vinij “ทัชหน้าเมื่อไหร่ ก็ทัชใจทุกครั้ง” ผลิตภัณฑ์คุชชั่นเนื้อแป้ง นวัตกรรมใหม่ครั้งแรกในเมืองไทย ตัวช่วยใหม่ของสาวๆ ในการอวดผิวสวยเปล่งประกายสดใสทั้งวัน ที่สาวไทยให้การตอบรับสูงมากในเวลานี้ อีกทั้งยังเป็นกระแสร้อนแรงที่สุดในโลกโซเชียล สำหรับคุชชั่นที่ถูกพัฒนามาให้ตอบโจทย์กับสภาพอากาศร้อนร้อนมาก และร้อนจัดอย่างเมืองไทย ไม่มีการไหลเยิ้มบนใบหน้า ควบคุมความมัน เบลอรูขุมขน และปกปิดจุดด่างดำดีเยี่ยมในระดับ Full Coverage แต่ยังคงเบาสบายผิว โดยได้พระเอกสุดฮอตอย่าง ไบร์ท-นรภัทร วิไลพันธุ์ มาเป็นพรีเซ็นเตอร์ “เหมือนมีไบร์ทมาดูแลคุณ”

ด้วยนวัตกรรม Soft Air Cover ที่เนื้อคุชชั่นจะกลายเป็นแป้งเมื่อสัมผัสผิว ทั้งยังบำรุงผิวด้วย Tri-HYA ไฮยาลูรอน 3 ชนิด ในขนาดต่างกันจากเกาหลีที่ทำให้ทำหน้าที่ได้ครอบคลุม ทั้งเติมความชุ่มชื้นให้ผิวฉ่ำน้ำนุ่มฟู พร้อมเคลือบชั้นผิวล็อกเม็ดสีให้ติดทน และเคลือบชั้นผิวกักเก็บน้ำในผิวได้อย่างยาวนานตลอดวัน อีกทั้งมี P M Protector ช่วยป้องกันผิวจากมลภาวะต่างๆ รวมถึงฝุ่นละอองขนาดเล็ก รวมถึง PM2.5 และมี SILICA ช่วยควบคุมความมันส่วนเกินบนผิว พร้อมกับ SPF 30 PA++++ ที่ยิ่ง Make-up ก็จะยิ่งบำรุง ดูแลผิวให้สวยทั้งภายนอกและภายใน เมื่อ Finish Look ออกมาอย่างไรก็ดูเป็นงานผิวที่มีเอกลักษณ์ที่ผู้คนจดจำของแบรนด์ RAN (รัน) โดยมี 3 เฉดสีที่ตรงกับผิว คือ 01 Light ผิวขาว 02 Natural ผิวปานกลาง และ 03 Tan ผิวสองสี

ป้อม-วินิจ บุญชัยศรี กล่าวว่า กว่า 6 ปีที่เราตั้งใจและพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ไม่ใช่การดูแลคุณแค่ภายนอก แต่เพื่อให้ตอบโจทย์ความต้องการอย่างเเท้จริงของคนไทยและเอเชีย เราจึงคัดเลือกส่วนผสมที่ดีที่สุดจากทั่วทุกมุมโลกนำมาออกแบบ คิดค้น ปรับปรุงและทดลองโดยช่างแต่งหน้าและผู้มีประสบการณ์ในวงการเครื่องสำอางมาอย่างยาวนาน จนทำให้มั่นใจได้ว่า RAN Bright Touch Cushion by Pom Vinij “ทัชหน้าเมื่อไหร่ก็ทัชใจทุกครั้ง”

พิเศษช่วงโปรโมชั่น 399 บาท (จากราคาปกติ 790 บาท) หาซื้อได้ที่ EVEANDBOY, BEAUTRIUM, WATSONS, MULTY รวมทั้งช่องทางออนไลน์ Line@ : @rancosmetic และ Shopee : RAN Cosmetic Official

โรงแรมในเครือฟอร์จูน ชวนเที่ยวทั่วไทย จัดโปรฮอต คลายร้อน รับหยุดยาวสงกรานต์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/721904

โรงแรมในเครือฟอร์จูน ชวนเที่ยวทั่วไทย จัดโปรฮอต คลายร้อน รับหยุดยาวสงกรานต์

โรงแรมในเครือฟอร์จูน ชวนเที่ยวทั่วไทย จัดโปรฮอต คลายร้อน รับหยุดยาวสงกรานต์

วันจันทร์ ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2566, 19.45 น.

3 เมษายน 2566 – โรงแรมในเครือ ฟอร์จูน ภายใต้บริษัท ซี.พี.แลนด์ จำกัด (มหาชน) หรือ  CP LAND เชิญชวนทุกท่านมาเติมเต็มความสุข พักผ่อน ช่วงเทศกาลสงกรานต์ไปกับโปรโมชั่น Fortune Summer Fresh รับส่วนลดห้องพัก ห้องอาหารสูงสุด 30% ตลอดเดือน เมษายน ถึง มิถุนายน 2566 นี้

โรงแรมแกรนด์ฟอร์จูน กรุงเทพ ฯ

– โปรโมชั่น Summer Escape Deluxe Room ราคาพิเศษ 2,200 บาท เท่านั้น จองและเข้าพัก วันที่ 1 – 30 เมษายน 2566

–  โปรโมชั่นJoyful Family Month ห้อง Studio Suite สำหรับผู้ใหญ่ 2 ท่าน และเด็ก 1 ท่าน ราคาพิเศษ 5,999 บาท  ฟรี บุฟเฟ่ต์มื้อเช้า  บุฟเฟ่ต์มื้อเย็น สระว่ายน้ำ ออนเซ็น ซาวน่า  ฟิตเนสจองและเข้าพัก วันที่ 1 – 30 เมษายน 2566 สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม  โทร 02 641 1500   Line @grandfortunebkk

โรงแรมฟอร์จูน ริเวอร์วิวนครพนม 

– โปรโมชั่น Fortune Summer Fresh ห้องพักราคา เริ่มต้น 1,199  บาท  จอง : วันนี้ – 15 มิถุนายน 2566  เข้าพัก : วันที่ 2 เมษายน – 30 มิถุนายน 2566  เข้าพักได้เฉพาะ วันอาทิตย์ – พฤหัส เท่านั้น  สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม  โทร 042 522 334

โรงแรมฟอร์จูน แสงจันทร์ บีช ระยอง

– โปรโมชั่น Fortune Summer Fresh ห้องพักราคา เริ่มต้น 1,299 บาท   จองและเข้าพัก : วันที่ 15 เมษายน – 30 พฤษภาคม 2566  เข้าพักได้เฉพาะ วันอาทิตย์ – พฤหัส เท่านั้น สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม  โทร 033 683 322  Line : @fortunesaengchan 

โรงแรมฟอร์จูน โคราช

– โปรโมชั่น Fortune Summer Fresh  Superior 1 แถม 1 ราคาเพียง 2,000 บาท (รวมอาหารเช้า)

จองและเข้าพัก : วันนี้ – 30 เมษายน 2566 เข้าพักเฉพาะ วันอาทิตย์ – พฤหัส เท่านั้น

 เลือกจองเป็น 1 ห้อง แถม 1 ห้อง หรือ 1 คืน แถม  1 คืน สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม   โทร 044 – 079 900 Line OA : @fortunekorat

โรงแรมฟอร์จูน ริเวอร์วิว เชียงของ

– โปรโมชั่น Fortune Summer Fresh  4.4 ห้องพัก  Superior, Deluxe, Executive รับส่วนลด 20 % ห้องพัก Panorama  Suite รับส่วนลด 30 % จอง : วันที่ 4 เมษายน 2566 เข้าพัก : วันที่ 16 – 25 เมษายน 2566

– โปรโมชั่น Fortune Summer Fresh Birthday Month เกิดเดือนไหน เลือกพักเดือนนั้น ห้องพักราคาเริ่มต้น 1,199 บาท / ห้อง / คืน (รวมอาหารเช้า)  ห้องพักราคาพิเศษเฉพาะผู้ที่เกิดเดือน เม.ย.,พ.ค. และ มิ.ย.  เท่านั้น  จอง : 16 เมษายน  -15 มิถุนายน 2566  เข้าพัก :  16 เมษายน -30 มิถุนายน 2566    สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร 052 050 089 – 91

โรงแรมฟอร์จูนคอร์ทยาร์ดเขาใหญ่

–  โปรโมชั่น Fortune Summer Fresh   ห้องพักราคาเริ่มต้น  1,299 บาท

จองและเข้าพัก : วันที่ 1 เมษายน  – 30  พฤษภาคม 2566 เข้าพักเฉพาะ วันอาทิตย์ – พฤหัส เท่านั้น สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม   โทร 044 071 616

โรงแรมฟอร์จูน ดีพลัส เขาใหญ่

– โปรโมชั่น Fortune Summer Freshห้องพักราคาเริ่มต้น 849 บาท

จองและเข้าพัก : วันที่ 1 เมษายน  – 30  พฤษภาคม 2566 เข้าพักเฉพาะ วันอาทิตย์ – พฤหัส เท่านั้น สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร  044 014 021 -28

โรงแรมฟอร์จูนดี เลย

– โปรโมชั่น Fortune Summer Fresh ห้อง Superior Room ราคา 790 บาท /ห้อง /คืน (รวมอาหารเช้า 2 ท่าน) จอง : วันที่ 7 เมษายน -30 พฤษภาคม 2566 เข้าพัก : วันที่ 15 เมษายน -30 พฤษภาคม  2566สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร   042 036 630-35

-(016)