Life & Health : ‘ฮีทสโตรก’ภัยใกล้ตัวหน้าร้อน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/726609

Life & Health : ‘ฮีทสโตรก’ภัยใกล้ตัวหน้าร้อน

Life & Health : ‘ฮีทสโตรก’ภัยใกล้ตัวหน้าร้อน

วันพุธ ที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2566, 07.00 น.

สภาพอากาศในช่วงนี้ร้อนแรงจนทำให้ใครหลายคนเหงื่อตก จนไม่กล้าสู้แดดไปตามๆกัน โดยแสงแดดและอากาศที่ร้อนระอุในช่วงกลางวัน โดยเฉพาะวันที่ 27 เมษายนนี้ เวลา 12.16 น. กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งว่า จะเกิดปรากฏการณ์ดวงอาทิตย์จะตั้งตรงศีรษะ หรือตั้งฉากกับกรุงเทพมหานคร ซึ่งอุณหภูมิจะสูงปรี๊ด แบบที่เรียกว่าร้อนปรอทแตก ส่งผลให้ผู้ที่อยู่กลางแจ้งเป็นเวลานานๆ อาจมีความเสี่ยงอันตรายจนถึงแก่ชีวิตได้ จากโรคลมแดด หรือ “ฮีทสโตรก” เนื่องจากร่างกายปรับสภาพไม่ทัน

นายแพทย์นริศ สมิตาสิน อายุรแพทย์โรคสมองและระบบประสาท โรงพยาบาลเวชธานี เปิดเผยว่า โรคลมแดด หรือฮีทสโตรก จะมาพร้อมกับอากาศที่ร้อนจัดจนทำให้ร่างกายปรับสภาพไม่ทัน เมื่อความร้อนในร่างกายสูงเกิน 40 องศาเซลเซียส สมองส่วนควบคุมอุณหภูมิของร่างกายจะเกิดความผิดปกติ จนส่งผลกระทบต่อระบบไหลเวียนโลหิตและระบบสมอง สำหรับกลุ่มเสี่ยงของโรคนี้ ได้แก่

• ผู้ที่ต้องทำงานกลางแดดหรือออกกำลังกายกลางแดดเป็นเวลานาน

• กลุ่มคนที่เป็นโรคประจำตัว เช่น โรคหัวใจ โรคความดันโลหิตสูง และโรคเบาหวาน

• กลุ่มเด็กและผู้สูงอายุ ซึ่งร่างกายจะระบายความร้อนได้ไม่ดีเหมือนวัยหนุ่มสาว

• ผู้ที่มีน้ำหนักตัวเกิน

• ผู้ที่พักผ่อนไม่เพียงพอ

• ผู้ที่ทำงานในห้องแอร์เย็นๆ แล้วต้องออกมาเจออากาศร้อนจัด อาจทำให้ร่างกายปรับตัวไม่ทัน

• ผู้ที่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพราะร่างกายจะสูญเสียน้ำและเกลือแร่มากกว่าปกติ

สำหรับสัญญาณเตือนที่สำคัญของโรคฮีทสโตรกที่สามารถสังเกตได้เริ่มจาก

• เมื่อมีอากาศร้อนแต่ไม่มีเหงื่อออก

• หน้าแดง ตัวร้อนจัด

• กระหายน้ำ

• วิงเวียน ปวดศีรษะ คลื่นไส้

• หายใจเร็ว กล้ามเนื้อเกร็ง มึนงง

• มีอาการชัก รูม่านตาขยาย ความรู้สึกตัวน้อยลง จนหมดสติ

หากไม่ได้รับการช่วยเหลืออย่างถูกต้องอาจทำให้หัวใจหยุดเต้นและเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ ซึ่งการช่วยเหลือเบื้องต้น ควรพาผู้ป่วยเข้าร่ม นอนราบ ยกเท้าสูง ปลดหรือคลายเสื้อผ้าที่รัดแน่นออก ใช้ผ้าชุบน้ำเย็นประคบตามตัว โดยเฉพาะข้อพับ ขาหนีบ ซอกคอ เพราะเป็นจุดที่ความร้อนสะสมอยู่เยอะ และใช้พัดลมเป่าระบายความร้อน เพื่อลดอุณหภูมิของร่างกายให้ต่ำลงอย่างรวดเร็วที่สุด และรีบนำส่งโรงพยาบาล

การดูแลตัวเองให้ห่างไกลจากโรคลมแดด

สำหรับการดูแลตัวเองให้ห่างไกลจากโรคลมแดด ผู้ที่มีความเสี่ยงควรหลีกเลี่ยงการต้องทำงานที่อยู่กลางแดดจัดเป็นเวลานานควรพักเข้าร่มเป็นระยะ เพราะถ้าอยู่กลางแดดนานจะทำให้ความร้อนสะสมได้ ส่วนในกลุ่มนักกีฬาและกลุ่มที่ชอบออกกำลังกายไม่ควรออกกำลังกายกลางแดดแต่เลือกออกกำลังกายในช่วงเช้าหรือเย็นแทน หลีกเลี่ยงไปอยู่ในที่ที่มีอากาศร้อนจัด ไม่ควรให้เด็ก ผู้สูงอายุ อยู่ในรถที่จอดรถทิ้งไว้กลางแจ้งเป็นเวลานาน ในช่วงฤดูร้อนควรมีอุปกรณ์ป้องกันแสงแดด เช่น หมวกหรือร่ม เลือกเสื้อผ้าที่โปร่ง ไม่หนา มีสีอ่อนจะช่วยระบายความร้อนได้ดี ควรดื่มน้ำ อย่างน้อยวันละ 6-8 แก้ว และดื่มน้ำระหว่างวันแม้จะไม่กระหายน้ำเพิ่มความชุ่มชื้นและลดอุณหภูมิในร่างกาย และที่สำคัญควรหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูง เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และเครื่องดื่มที่มีกาเฟอีน เช่น ชา กาแฟ

ฮีทสโตรก เป็นโรคที่มีความรุนแรงและอาจเป็นอันตรายต่อชีวิตได้ ในช่วงฤดูร้อนที่มีอากาศร้อนจึงจำเป็นต้องทราบถึงสัญญาณเตือนในการเกิดโรค จัดควรหมั่นสังเกตอาการตัวเองและบุคคลใกล้ชิดที่เป็นกลุ่มเสี่ยง หากพบว่ามีอาการผิดปกติเกิดขึ้น ขอให้รีบมาพบแพทย์ทันทีเพื่อลดความเสี่ยงในการเสียชีวิต

สำหรับช่วงเทศกาลสงกรานต์นี้ “รร.เด็กพิเศษคุณพ่อเรย์” ชวนคนไทยทำบุญรับเทศกาลปีใหม่ไทย พร้อมมอบกระเป๋าผ้างานแฮนด์เมดจากน้องผู้พิการที่นำสตอรี่งานศิลป์มาลงบนผืนผ้าทำให้เกิดชิ้นงานสร้างสรรค์ เป็นแฟชั่นฮิตติดเทรนด์ เพื่อแทนคำขอบคุณจากน้องๆ สำหรับผู้ใหญ่ใจบุญที่ร่วมบริจาคเงินช่วยเหลือเด็กพิเศษ “รร.เด็กพิเศษคุณพ่อเรย์” ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป บริจาคตั้งแต่ 1,000 บาท รับกระเป๋าผ้าฟรี! ทันที โดยผู้มีจิตศรัทธา สามารถบริจาคช่วยเด็กนักเรียนพิเศษได้โดยตรงที่ ธนาคารกรุงไทย 591-6-00135-5 ชื่อบัญชี โรงเรียนเด็กพิเศษคุณพ่อเรย์ และนำใบเสร็จไปลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า สอบถามรายละเอียดที่โทรศัพท์ 092-7390990 หรือเฟชบุ๊ก ชื่อ : เด็กพิเศษพระมหาไถ่

ข้อมูลจาก นางสาววรรณวนัช กันพรม ผู้จัดการโรงเรียนเด็กพิเศษคุณพ่อเรย์ สถานศึกษาสำหรับเด็กที่มีความบกพร่องทางด้านสติปัญญา เปิดเผยว่า ปัจจุบันมีนักเรียนนักศึกษาที่อยู่ในความดูแลกว่า 172 คน ซึ่งเด็กที่อยู่ในโรงเรียนเป็นเด็กที่มีความบกพร่องทางด้านสติปัญญา การเรียนรู้ ออทิสติก และมีความพิการซ้อน เช่น หูหนวก ตาบอด ซึ่งต้องการความดูแลอย่างใกล้ชิด โรงเรียนต้องการส่งเสริมศักยภาพเด็กเหล่านี้ได้พึ่งพาตนเองและดำรงชีวิตอิสระในสังคมอย่างมีความสุข โดยทางโรงเรียนได้ร่วมกับศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย จ.ชลบุรี จัดให้มีการศึกษาเฉพาะบุคคลในการพัฒนาทักษะฝีมือแรงงานและสร้างอาชีพ จัดการฝึกอบรมและมีกิจกรรมพิเศษเฉพาะกลุ่ม โดยมีอุปกรณ์สื่อการเรียนการสอนที่ทันสมัยและสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับคนพิการ พร้อมอาหารมื้อเที่ยงโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ

ผศ.(พิเศษ)ดร.อภิสิทธิ์ ฉัตรทนานนท์

ประธานกรรมการ มูลนิธิคุณแม่คุณภาพ

2 แบรนด์ดังระดับโลก ‘Lacoste X Netflix’ เปิดป๊อปอัพสโตร์ใจกลางกรุงเทพฯ เป็นครั้งแรก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/726598

2 แบรนด์ดังระดับโลก ‘Lacoste X Netflix’ เปิดป๊อปอัพสโตร์ใจกลางกรุงเทพฯ เป็นครั้งแรก

2 แบรนด์ดังระดับโลก ‘Lacoste X Netflix’ เปิดป๊อปอัพสโตร์ใจกลางกรุงเทพฯ เป็นครั้งแรก

วันพุธ ที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ผู้บริหาร ไอ.ซี.ซี.อินเตอร์เนชั่นแนลฯ กิตยาภรณ์-วิริทธิ์พล ชัยถาวรเสถียร กับ ปภาพินท์ วีระภุชงค์, วรณัน ภิรมย์ภักดี และชนินทร์ เตรัตนชัย

จากความร่วมมือของ 2 แบรนด์ดังระดับโลก เมื่อ “Lacoste”และ “Netflix” ประกาศเปิดตัวเสื้อผ้าคอลเลคชั่นพิเศษ “Lacoste X Netflix” ที่ผสานโลกแฟชั่นโดยการนำไอคอนิคจระเข้จาก “Lacoste” มาดีไซน์ร่วมกับคาแร็กเตอร์ของตัวละครชื่อดังจาก 8 สุดยอดผลงานซีรี่ส์ของ “Netflix” ได้อย่างน่าตื่นตาตื่นใจ

เรียกได้ว่าเป็นปรากฏการณ์ทางแฟชั่นและความบันเทิงที่น่าจับตามองครั้งยิ่งใหญ่ เมื่อล่าสุด บริษัท ไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ผู้แทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์ Lacoste ประเทศไทย แบรนด์แฟชั่นสปอร์ตจากประเทศฝรั่งเศส ได้จัดงานอวดโฉมเสื้อผ้าและแอคเซสซอรี่คอลเลคชั่นพิเศษที่ชื่อว่า “Lacoste X Netflix” ซึ่งเกิดจากการจับมือกับแพลตฟอร์มชื่อดังระดับโลกอย่าง “Netflix” โดยได้แรงบันดาลใจในการออกแบบมาจากซีรี่ส์ที่ได้รับความนิยมสูงสุดถึง 8 เรื่อง ได้แก่ Stranger Things, Bridgerton, Lupin, Money Heist, The Witcher, Sex Education, Shadow & Bone และ Elite ถ่ายทอดสู่เสื้อผ้า Ready-to-Wear ที่สามารถสวมใส่ได้ทั้งสุภาพบุรุษ สุภาพสตรี และเด็ก โดยมีทั้งเสื้อโปโลที่มาพร้อมโลโก้รูปจระเข้เวอร์ชั่นสุดครีเอทีฟจากซีรี่ส์สุดฮิตทั้ง 8 เรื่อง รวมถึงเสื้อโปโลลายปริ้นท์, สเวตเชิ้ตลายปริ้นท์โลโก้, เสื้อยืดหลากสีสัน, ฮู้ดดี้,  กระเป๋า, หมวกแก๊ป, ถุงเท้า, สนีกเกอร์, รองเท้าแตะ และชั้นในชาย โดยสามารถเยี่ยมชมได้แล้ววันนี้ ที่ป๊อปอัพสโตร์ “Lacoste X Netflix” ซึ่งจัดเป็นครั้งแรกใจกลางกรุงเทพฯ  ณ แฟชั่นแกลอรี่ ชั้น M สยามเซ็นเตอร์

โดยภายในงานลาคอสท์ได้ชวนเหล่าคนดัง มาร่วมถ่ายทอดสไตล์อันโดดเด่นผ่านเสื้อผ้าคอลเลคชั่นนี้  อาทิ เหล่าเซเลบริตี้แฟนพันธุ์แท้ลาคอสท์ อย่าง วรณัน ภิรมย์ภักดี, ปภาพินท์ วีระภุชงค์, และ ชนินทร์ เตรัตนชัย รวมถึงนักแสดงชั้นนำอย่างคู่จิ้นสุดฮอต เจมีไนน์-นรวิชญ์ ฐิติเจริญรักษ์, โฟร์ท-ณัฐวรรธน์ จิโรชน์ธิกุล, สาวน้อยสุดน่ารัก ใบปอ-ธิติยา จิระพรศิลป์ รวมถึงคู่รักสายแฟชั่น กอล์ฟ-พิชญะ นิธิไพศาลกุล และ แอนนี่-แอนนาสตาเซีย โซโคโลว่า

สำหรับคอลเลคชั่นสุดสร้างสรรค์ “Lacoste X Netflix” แฟนๆ ลาคอสท์จะได้พบกับเสื้อผ้าจากสัญลักษณ์โลโก้รูปจระเข้อันเป็นเอกลักษณ์ของ “Lacoste” ที่ผสมผสานคอนเซ็ปต์การดีไซน์เข้ากับความโดดเด่นของตัวละครจาก ซีรี่ส์ของ “Netflix” ที่ได้แรงบันดาลใจการออกแบบมาจากซีรี่ส์ทั้ง 8 เรื่อง อาทิ โลก “Upside Down” จากซีรี่ส์เรื่อง “Stranger Things” ที่ใบหน้าของจระเข้ถูกออกแบบให้เป็นอสูร “เดโมกอร์กอน” รวมถึงลวดลายจระเข้ใส่วิกผมขนาดใหญ่จากตัวละคร “Queen Charlotte” ในเรื่อง “Bridgerton” และเรื่องราวจากโรงเรียน “Las Encinas” ของเหล่านักเรียนตัวท็อปจากเรื่อง “Elite” ก็ได้ถูกนำมาถ่ายทอดลงบนเสื้อผ้า อีกทั้ง “Lacoste” ยังใช้เทคนิคการสร้างสรรค์ลายพิมพ์แบบ “ตวล เดอ ฌูล” (Toile de Jouy) บนตัวจระเข้และออกแบบให้แต่งตัวเป็นตัวละครต่างๆ ที่นำเสนอเรื่องราวความสนุกจากในจอมาถ่ายทอดลงบนเสื้อผ้าที่สามารถสวมใส่ได้ในชีวิตจริง ซึ่งสามารถตอบโจทย์เหล่าแฟนซีรี่ส์ผู้ที่รักในการผจญภัย ความโรแมนติก ชื่นชอบหนังวัยรุ่น และนิยายได้เป็นอย่างดี

สิ้นสุดการรอคอย! พบที่สุดของจินตนาการสุดสร้างสรรค์แรงบันดาลใจจากซีรี่ส์ดัง  ได้แล้ววันนี้ที่ “Lacoste X Netflix Pop-Up Store” แฟชั่นแกลอรี่ ชั้น M สยามเซ็นเตอร์ ที่มีไอเทมครบที่สุดที่เดียวในไทย, Lacoste Le Club Flagship Storeชั้น 2 Central World , ชั้น 1 เซ็นทรัลลาดพร้าว, ชั้น 1 ไอคอนสยาม, ร้านลาคอสท์บูติคและเคาน์เตอร์ลาคอสท์ ที่ร่วมรายการทั่วประเทศ และช่องทางลาคอสท์ออนไลน์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ พร้อมจัดส่งฟรีทุกออเดอร์ Lacoste.co.th 

นอกจากนี้ ลาคอสท์ ยังมอบประสบการณ์สุดพิเศษเฉพาะท่านสมาชิก Le ClubLACOSTEให้คุณได้ช้อปปิ้งในรูปแบบใหม่ และเพลิดเพลินกับของขวัญสุดเอ็กซ์คลูซีฟ พร้อมรับข้อเสนอและสิทธิประโยชน์ต่างๆ สมัครสมาชิกที่ Lacoste.co.th

คุณแหน : 26 เมษายน 2566

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/726628

วันพุธ ที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ll มูลนิธิสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก ร่วมกับวัดปทุมวนาราม และคณะผู้เคยถวายงานฯ จัดงานบำเพ็ญกุศลอุทิศถวาย สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ เนื่องในวาระ 100 ปี วันประสูติ โดยมี พระพรหมวชิรเวที เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ 6 พ.ค.นี้ 10.00 น. ณ วัดปทุมวนาราม..

ll ศ.นพ.บรรจง มไหสวริยะ อธิการบดี ม.มหิดล ศ.นพ.ปิยะมิตร ศรีธรา และ ศ.นพ.สุรเดช หงส์อิง ร่วมแถลงผลสำเร็จ ม.มหิดล ในการพัฒนานวัตกรรม ผลิตภัณฑ์ยาที่ใช้รักษามะเร็ง ด้วยเซลล์และยีน(CAR-T cell) ภายใต้มาตรฐานสากลแห่งแรกในอาเซียน..

ll เกรียงไกร ไชยศิริวงศ์สุข ผอ.การท่าเรือฯ(กทท.)พร้อมผู้บริหาร เปิดตัว LINE OA“PAT Connex”ภายใต้คอนเซ็ปต์“One Click-PAT Connex”ซึ่งเป็นช่องทางการสื่อสารระหว่าง กทท. กับผู้ใช้บริการ และปชช. ได้อย่างสะดวก รวดเร็ว มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น..

ll ยามนี้ ชวิศ ยงเห็นเจริญ ควงภรรยา วีรยา ส่งทวีผล หลบลมร้อนที่ กทม. ไปเกาหลี 5 วัน งานนี้ไม่รู้ว่าจะไปตามรอยซีรี่ส์เรื่องอะไร..

ll ศิรชัช-เศรษฐสิต พิทยาธิคุณ ไปเล่นกอล์ฟกับคุณปู่ ชัยโรจน์ พิทยาธิคุณ ทั้งหลานแชปและชินต้องตะลึงเมื่อคุณปู่วัย 93 ปี ทำ Hole In One ต่อหน้าต่อตาที่หลุม 4 สนามกอล์ฟกรุงเทพกรีฑา..

ll ละเอียด โควาวิสารัช คุณย่าป้ายแดง ควงสามีไปเยี่ยมหลานชายคนแรกวัย 2 เดือน ที่นครนิวยอร์ก ให้ชื่อว่าน้องธารินทร์,Damian และ Yue Cheng ครบทั้ง 3 ภาษา งานนี้เพื่อนๆ คุณนกได้ปรับตำแหน่งเป็นคุณปู่คุณย่ากันถ้วนหน้าด้วย..

ll ด้วยสปิริตของรุ่นพี่ ธนพงษ์ ณ ระนอง,ธนพร ฐิติสวัสดิ์,ดร.อลิสา คงทน,ศลิษา หาญพานิช,กำพล โชคสุนทสุทธิ์ รับเชิญ เป็นผู้ทรงคุณวุฒิในหลักสูตร Digital CEO#6..

ll อำนวย อภิชัยนันท์ ผจก.ฝ่ายทรัพยากรบุคคลและบริหาร บจ.สยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น มอบเงินบริจาคผ่านสภากาชาดไทยส่งต่อความช่วยเหลือไปยังสภาเสี้ยววงเดือนแดงตุรกี และสภาเสี้ยววงเดือนแดงอาหรับซีเรีย เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยแผ่นดินไหวในตุรกีและซีเรีย..

ll มิตรสหายยินดีกับ รศ.พันธุ์ทิพย์ สายสุนทร เป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ (ด้านการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของ ปชช.)ในคณะกรรมการการจัดการเรื่องราวร้องทุกข์..

ll ขอเชิญศิษย์เก่า เภสัชฯ มช.สมัครสมาชิกสมาคมศิษย์เก่าคณะเภสัชศาสตร์ ม.เชียงใหม่ สมัครฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายได้ที่ https://cmu.to/aQcfT..

ll ยินดีกับสุนทรี วนวิทย์ กรรมการ บจ.ฮาตาริ อิเลคทริคได้รับโหวตด้วยมติเอกฉันท์ให้เป็นประธานรุ่นของหลักสูตร การพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ม.ธรรมศาสตร์ รุ่นที่ 9 ทั้งๆ ที่วัย 82 แต่ใจดีใจสบาย สุขภาพแข็งแรงด้วยแรงบุญ โดยมีน้องๆ ในหลักสูตร อาทิ รัตนา เจนณรงค์ศักดิ์,งามจิตต์ วิทยอำนวยคุณ,ดร.ดารารัตน์ วิจิตรโสภาพันธ์,ชัยณรงค์ รัตนโยธินานนท์ และศรีวรรณา เจียรวัฒน์ชัย..ll

น้องใหม่

คว้ากล้องไลก้าตัวโปรด เยือน ‘อิหร่าน’ ร่วมเวิร์กช็อปกับ ‘ชัชวาล’ ช่างภาพชื่อดัง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/726597

คว้ากล้องไลก้าตัวโปรด เยือน ‘อิหร่าน’ ร่วมเวิร์กช็อปกับ ‘ชัชวาล’ ช่างภาพชื่อดัง

คว้ากล้องไลก้าตัวโปรด เยือน ‘อิหร่าน’ ร่วมเวิร์กช็อปกับ ‘ชัชวาล’ ช่างภาพชื่อดัง

วันพุธ ที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

Leica Akademie Thailand ชวนนักเดินทางร่วมออกทริป IRAN-PERSIAN HERITAGE 6 วัน 5 คืนสัมผัสอารยธรรมเปอร์เซีย ดินแดนเมโสโปเตเมียเยือนแลนด์มาร์คมรดกโลกที่เต็มไปด้วยมนต์ขลัง พร้อมกับฝึกปรือฝีมือและเรียนรู้มุมมองของการถ่ายภาพท่องเที่ยวให้น่าสนใจจากช่างภาพชื่อดัง ชัช-ชัชวาล จันทโชติบุตร Leica Ambassador Thailand ระหว่างวันที่ 19-24 พฤษภาคม 2566

ชัช-ชัชวาล จันทโชติบุตร Leica Ambassador Thailand กล่าวว่า “ประเทศอิหร่านเป็นประเทศที่ผมอยากไปมานานแล้ว เพราะเคยมีโอกาสพูดคุย ได้เห็นภาพถ่ายของรุ่นพี่ช่างภาพท่านหนึ่ง ผมประหลาดใจมากว่าประเทศอิหร่านมีสถานที่ที่สวยงามขนาดนี้ด้วย และพอสถานการณ์ต่างๆ เริ่มลงตัว หลังจากที่พวกเราผ่านพ้นโควิด-19 กันมา ในที่สุดก็ได้จัดทริปนี้ขึ้น โดยทางไลก้าได้เตรียมจัดทริป Workshop เราเลยกำหนดหมุดหมายกันที่ ประเทศอิหร่าน และนับเป็นโชคดีที่ผมมีเพื่อนซึ่งเป็นผู้บริหารของ Mahan Air สายการบินแห่งชาติอิหร่านในเมืองไทย เขาจึงช่วยอำนวยความสะดวกติดต่อคนท้องถิ่นในแต่ละเมืองที่ไปด้วยครับ”

การออกทริป IRAN-PERSIAN HERITAGE กับ Leica Ambassador Thailand ชัช-ชัชวาล จันทโชติบุตร แน่นอนว่าคนรักการเดินทางและถ่ายภาพไม่ควรพลาด เพราะทริปอิหร่านครั้งนี้คุณชัช บอกว่า จะมาแชร์วิธีถ่ายภาพแบบมองนอกกรอบ และเป็นทริปที่ทำให้คนที่ยังถ่ายรูปไม่เก่ง หรือไม่ถนัดใช้เลนส์ประเภทไหน ได้ทดลอง ได้ฝึกฝีมือ

“การออกทริปกับไลก้าทุกครั้งผมเองแม้จะเป็นคนแชร์ประสบการณ์ แต่ในขณะเดียวกันผมก็ได้เรียนรู้แนวคิดมุมมองใหม่ๆ จากผู้ร่วมทริปเช่นกัน ครั้งนี้ที่เราจะไปอิหร่าน ผมอยากให้เป็นทริปที่จะพาทุกคนออกนอกกรอบและได้ลองมุมมองใหม่ๆ เช่น คนส่วนมากเวลาไปเที่ยว ถ่ายภาพแลนด์สเคปมักจะใช้เลนส์กว้าง แต่จริงๆ แล้ว การถ่ายแลนด์สเคปก็สามารถใช้เลนส์เทเล จากมุมมองกว้างๆ ลองเจาะดีเทลลงไป ก็จะได้ภาพอีกมุมหนึ่ง หรือ การถ่ายภาพพอร์ตเทรตโดยใช้เล่นกว้าง ก็ให้ Mood &Tone ของภาพแตกต่างออกไปจากเดิม เป็นทริปที่ทุกคนจะได้ทดลองอะไรใหม่ๆ อย่างแน่นอน เพราะผมอยากให้ทุกคนสามารถใช้เลนส์แบบไหน กล้องรุ่นไหนถ่ายก็สามารถถ่ายทอดมุมมองของเราออกมาได้”

ชัช-ชัชวาล จันทโชติบุตร ช่างภาพมืออาชีพ เล่าถึงความน่าตื่นเต้นของทริปนี้ว่า “ประเทศอิหร่าน เป็นดินแดนที่มีอารยธรรมมาหลายพันปี ดินแดนเมโสโปเตเมียและหากมองย้อนไปในยุค 70-80 อิหร่านเป็นประเทศที่มีความโมเดิร์นไม่ว่าจะด้านสถาปัตยกรรม วัฒนธรรม เป็นความลงตัวของศิลปะสถาปัตยกรรมอิหร่าน หรือสถาปัตยกรรมเปอร์เซียมีความหลากหลาย ทั้งในแง่โครงสร้างและความงาม หาชมได้ยาก และเป็นโจทย์ที่ท้าทายของคนชอบถ่ายภาพ เรียกว่าไปเที่ยวอิหร่านครั้งนี้นอกจากจะได้ชมความสวยงามของสถานที่ต่างๆ แล้วจะสนุกกับการคิด การลั่นชัตเตอร์ เพราะมองไปทางซ้ายก็จะเจอมุมที่น่ายกกล้องมาเก็บภาพแลนด์สเคป มองไปทางขวาก็จะเจอมุมถ่ายพอร์ตเทรต ผมยกให้อิหร่านเป็นประเทศที่ทุกคนจะได้ฝึกสกิลการถ่ายภาพและเปิดโลกด้านวัฒนธรรมอย่างแน่นอน”

นอกจากเวิร์กช็อปแบบจับมือถ่ายกับ Leica Akademie Thailand ทริปนี้จะพาไปเยือนสถานที่สำคัญๆ มากมาย อาทิ วิหารแว้งค์ (Vank Church) โบสถ์ของชาวอาร์เมเนียน ที่นับถือศาสนาคริสต์ สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1655 โบสถ์แห่งนี้โดดเด่นด้วยศิลปะของยุโรปผสานกับศิลปะเปอร์เซีย ชมสะพานคาจู (Khaju bridge) สะพานที่สวยที่สุดในโลกตามแบบศิลปะเปอร์เซียแท้ๆ สร้างขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 17 โดยกษัตริย์ชาห์อับบาสที่ 2 เยือนพระราชวังเชเฮล โซตุน (Chehel Sotun Palace) พร้อมชมความงดงามของงานแกะสลักลวดลายประตู หน้าต่าง และภาพฝาผนังปูนปั้น สัมผัสรอยยิ้มของชาวอิหร่าน ณ จัตุรัส นัค เอ ฌะฮาน (Naqsh-e Jahan Square) จัตุรัสใหญ่อันดับ 2 ของโลก ฯลฯ

ร่วมบันทึกความงดงามของสถาปัตยกรรม สัมผัสอารยธรรมเปอร์เซีย ความงดงามที่ไหลเวียนจากอดีตสู่ปัจจุบัน ผ่านภาพถ่ายจาก Leica Camera ในวันที่ 19-24 พฤษภาคม 2566 สนใจร่วมทริปสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ Leica Store เกษรวิลเลจ ชั้น 2 โทร. 062-1789122, 02-6561102 หรือ Line Official : @leicath และ Email : leicaakademie @alist.co.th

เทคนิค PRP Therapy รักษาข้อเสื่อม ข้อ เอ็น และกล้ามเนื้อ ด้วยพลาสมา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/726610

เทคนิค PRP Therapy รักษาข้อเสื่อม ข้อ เอ็น และกล้ามเนื้อ ด้วยพลาสมา

เทคนิค PRP Therapy รักษาข้อเสื่อม ข้อ เอ็น และกล้ามเนื้อ ด้วยพลาสมา

วันพุธ ที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

การฉีดพลาสมาเกล็ดเลือดแบบเข้มข้น หรือ PRP (Platelet Rich Plasma) เป็นเทคนิคทางการแพทย์ที่ใช้ในการรักษาอาการอักเสบของข้อ เอ็น และกล้ามเนื้อที่ได้รับการบาดเจ็บ นพ.ฉัตรดนัย พันธุ์อุดม ศัลยแพทย์เฉพาะทางด้านกระดูกสะโพกและข้อเข่า ศูนย์กล้ามเนื้อกระดูกและข้อ (Musculoskeletal Center) โรงพยาบาลนวเวช ได้อธิบายความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับวิธีการรักษาข้อเสื่อม ลดปวด ลดการอักเสบ ของข้อ เอ็น และกล้ามเนื้อ ด้วยพลาสมาไว้อย่างละเอียด สำหรับนำไปสังเกตตนเองและคนรอบข้าง ซึ่งเป็นอีกหนึ่งทางเลือกของวิธีการรักษาอาการดังกล่าว

PRP Therapy คือการนำเลือดมาปั่นและแยกเกล็ดเลือดกับพลาสมาออกมา สารประกอบที่เข้มข้นมีสารเร่งหรือ Growth factor ต่างๆ ที่ช่วยเร่งกระบวนการซ่อมแซมเนื้อเยื่อโดยธรรมชาติ ไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อร่างกายอีกทั้งยังทำให้ลดอาการปวดระยะยาวโดยไม่ต้องผ่าตัด หลังทำประมาณ 4-6 สัปดาห์จะเห็นว่าได้ผลการรักษาที่ดี มีผลข้างเคียงต่ำ และไม่มีอาการแพ้ รักษาได้ทั้งผู้ป่วยที่มีอาการปวดข้อเรื้อรัง หรือนักกีฬาที่ได้รับบาดเจ็บจากการเล่นกีฬาก็สามารถรักษาด้วยวิธีนี้ได้

การฉีดยาลดปวด VS การฉีดเกล็ดเลือดแบบเข้มข้น ต่างกันอย่างไร

• การฉีดยา โดยทั่วไปนั้นจะเป็นการฉีดยาแก้ปวด ลดอาการอักเสบ เวลาร่างกายมีการบาดเจ็บจะเกิดการหลั่งสารกระตุ้นการอักเสบที่เป็นสาเหตุของการเจ็บปวด โดยยาแก้อักเสบที่ฉีดเข้าไปจะช่วยลดอาการอักเสบและอาการปวดลงได้ แต่อย่างไรก็ตาม ยาไม่ได้ไปช่วยในกระบวนการสมานแผล แต่เป็นการรักษาอาการที่ปลายเหตุเท่านั้น

• การฉีดเกล็ดเลือดเข้มข้น (PRP) นั้นมีฤทธิ์ไปกระตุ้นกระบวนการสมานแผลที่เกิดขึ้นที่ข้อ เอ็น หรือกล้ามเนื้อ ซึ่งเป็นการรักษาที่ต้นเหตุอย่างแท้จริง และมีฤทธิ์ลดอาการปวดได้ซึ่งอาการปวดจะหายไปเองเมื่อบาดแผลสมานแล้ว

PRP เหมาะกับใครบ้าง อาการปวดข้อเข่าจากภาวะข้อเข่าเสื่อม (ทุกระยะ), การบาดเจ็บของหมอนรองกระดูกข้อเข่า เข่าอักเสบ,เคยรักษาด้วยวิธีอื่นๆ แล้วไม่ดีขึ้น เช่น การทำกายภาพบำบัด กินยา หรือฉีดสเตียรอยด์,การบาดเจ็บและความเสื่อมของเส้นเอ็น บริเวณ ไหล่ ข้อศอก เอ็นร้อยหวาย, อาการปวดฝ่าเท้าเรื้อรัง จากพังผืดอักเสบ

เวลาในการรักษา และผลการรักษาอยู่ได้นานเท่าไหร่

โดยปกติแพทย์จะทำการรักษา โดยการฉีด PRP ตรงบริเวณที่ปวด ทั้งหมด 3 เข็มห่างกันเข็มละ 2 สัปดาห์-1 เดือน ในแต่ละครั้งใช้เวลาประมาณ 30 นาที ผลของการรักษาอยู่ได้นานประมาณ 6-12 เดือน และสามารถฉีดซ้ำได้ การรักษาด้วยเกล็ดเลือดมีความปลอดภัยสูงเพราะใช้เลือดของตัวผู้ป่วยเองในการเยียวยาอาการบาดเจ็บให้หายเร็วขึ้น อย่างไรก็ตามการฉีด PRP ต้องอาศัยความชำนาญของแพทย์ จึงจะให้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

การฉีดเกล็ดเลือดแบบเข้มข้น เป็นการเพิ่มคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยให้ดีขึ้น ลดความเจ็บปวด ไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อร่างกาย อีกทั้งยังเป็นหนึ่งในทางเลือกการรักษาโดยไม่ต้องผ่าตัด

หากมีข้อสงสัย สามารถสอบถามรายละเอียดและขอรับคำปรึกษาได้ที่ศูนย์กล้ามเนื้อกระดูกและข้อ (Musculoskeletal Center) โรงพยาบาลนวเวช โทร.02-4839999/Line : @navavej/www.navavej.com

น้ำดื่มสิงห์เปิดตัว‘บิวกิ้น’พรีเซ็นเตอร์คนใหม่ล่าสุด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/726604

น้ำดื่มสิงห์เปิดตัว‘บิวกิ้น’พรีเซ็นเตอร์คนใหม่ล่าสุด

น้ำดื่มสิงห์เปิดตัว‘บิวกิ้น’พรีเซ็นเตอร์คนใหม่ล่าสุด

วันพุธ ที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ธิติพร ธรรมาภิมุขกุล นำทีมเปิดตัว พรีเซ็นเตอร์คนใหม่ พุฒิพงศ์ อัสสรัตนกุล โดยมี วาระ โชตน์ธเนส, พรรณทิพย์ ลีตะชีวะ, ปาริสุทธิ์ คชโคตร ร่วมด้วย

น้ำดื่มสิงห์ ชวนมาคลายร้อนรับซัมเมอร์ให้สดชื่นไปกับ “น้ำดื่มที่ใช่น้ำดื่มสะอาด น้ำดื่มสิงห์” ด้วยเทคโนโลยีการผลิตอัจฉริยะ “Smart Micro Filter” เอกลักษณ์เฉพาะของน้ำดื่มสิงห์ พร้อมต้อนรับสมาชิกครอบครัวน้ำดื่มสิงห์คนใหม่ในฐานะพรีเซนเตอร์ “บิวกิ้น” พุฒิพงศ์ อัสสรัตนกุล โดยภายในงานพบกิจกรรมต่างๆ รวมไปถึงเซอร์ไพรส์มินิคอนเสิร์ตพิเศษสุดน่ารักที่ขนมารอต้อนรับแฟนคลับ และเหล่าคนรักน้ำดื่มสิงห์อย่างยิ่งใหญ่ใจกลางเมืองที่ พาร์ค พารากอน

ภายในงานได้รวมเอากิจกรรมความบันเทิงมาอย่างคับคั่งไม่ว่าจะเป็น Tattoo Booth บริการ Sticker Tattoo ลายพิเศษเฉพาะช่วยแต่งแต้มสีสัน พร้อมไปถ่ายรูปทำคอนเทนต์กันต่อ ที่ 360 Photo Booth เอาใจคนรักการถ่ายรูป ให้ได้เก็บภาพบรรยากาศงานกันแบบ 360 องศา รวมไปถึงมุมถ่ายรูปอีกมากมายที่เตรียมมาเพื่อเหล่านักทำคอนเทนต์ทุกท่าน นอกจากนี้ยังมีมินิคอนเสิร์ตสุดพิเศษจากศิลปินหนุ่มบิวกิ้น พรีเซ็นเตอร์คนใหม่ของน้ำดื่มสิงห์มาเรียกเสียงกรี๊ด เอาใจแฟนคลับกันอีกด้วย

นายธิติพร ธรรมาภิมุขกุล หัวหน้าคณะผู้บริหารกลุ่มการตลาดแบรนด์ (Chief Marketing Officer-Brand) บริษัท บุญรอดเทรดดิ้ง จำกัด เปิดเผยว่า “สำหรับปีนี้ผมตั้งใจจะสร้างสีสันให้กับตลาดน้ำดื่มอีกครั้งด้วยการดึง บิวกิ้น-พุฒิพงศ์ มาเป็นพรีเซ็นเตอร์คนใหม่ล่าสุด ตอกย้ำภาพลักษณ์น้ำดื่มคุณภาพผ่านคาแร็กเตอร์คนรุ่นใหม่ที่ใส่ใจสุขภาพ มากด้วยความสามารถ เต็มไปด้วยความสดใส เหมาะกับทุกเพศทุกวัย ซึ่งตรงกับแนวคิดของน้ำดื่มสิงห์ที่ให้ความสำคัญและใส่ใจในด้านคุณภาพการผลิตทุกขั้นตอน เน้นความสะอาดและความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ครับ”

ทางด้าน บิวกิ้น-พุฒิพงศ์ ไอดอลผู้มากความสามารถขวัญใจทุกเพศทุกวัยได้กล่าวเสริมว่า “ผมดีใจมากๆ ที่ได้รับคัดเลือกให้เป็นพรีเซ็นเตอร์ เข้าสู่ครอบครัวน้ำดื่มสิงห์อย่างเต็มตัว ส่วนตัวผมเป็นคนที่ดื่มน้ำเยอะมากๆ ค่อนข้างให้ความสำคัญกับคุณภาพของน้ำที่ดื่มว่าต้องสะอาด เหมาะกับร่างกาย ซึ่งน้ำดื่มสิงห์ เป็นแบรนด์ที่ผมมั่นใจได้ถึงความสะอาด ใส่ใจ มาตรฐานการผลิต เป็นน้ำดื่มที่ผมชอบและดื่มมาตลอด ผมก็หวังว่าหากใครได้ลองดื่มน้ำดื่มสิงห์ก็จะติดใจจนกลายป็นน้ำดื่มในดวงใจแบบผมแน่นอนครับ”

น้ำดื่มสิงห์ต้องการมอบผลิตภัณฑ์ที่ใช่ เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคมากที่สุด โดยได้นำเทคโนโลยี Smart Micro Filter ซึ่งถือเป็นเทคโนโลยีการผลิตอัจฉริยะที่มีประสิทธิภาพและความละเอียดสูง สามารถฆ่าเชื้อจุลินทรีย์ แบคทีเรียสิ่งสกปรก เชื้อโรค และสารเคมีต่างๆ ที่ปะปนมากับน้ำออกไปได้ แต่ยังคงไว้ซึ่งแร่ธาตุตามธรรมชาติจากแหล่งน้ำที่ผ่านการคัดเลือกมาอย่างพิถีพิถัน น้ำดื่มสิงห์จึงเป็นน้ำดื่มที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย และสามารถมั่นใจได้ว่าจะไม่มีสิ่งแปลกปลอมเจือปนในน้ำดื่มสิงห์อย่างแน่นอน

บิวกิ้น-พุฒิพงศ์ อัสสรัตนกุล

บิวกิ้น-พุฒิพงศ์ อัสสรัตนกุล

เทคโนโลยี Fat Freezing ตอบโจทย์การดูแลรูปร่างครบวงจร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/726607

เทคโนโลยี Fat Freezing ตอบโจทย์การดูแลรูปร่างครบวงจร

เทคโนโลยี Fat Freezing ตอบโจทย์การดูแลรูปร่างครบวงจร

วันพุธ ที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ปัจจุบันมาตรฐานความดูดีไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการดูแลความสวยความงามบนใบหน้าอีกต่อไป แต่ยังครอบคลุมการดูแลร่างกายเพื่อให้ได้รูปลักษณ์ที่สวยงามแบบองค์รวมอีกด้วย ซึ่งอาจเป็นไปได้ยากหากขาดพันธุกรรมที่ดี ความมีวินัยด้านการคุมอาหารและออกกำลังกาย แต่เมื่อเทคโนโลยีทางการแพทย์เจริญก้าวหน้าขึ้นก็ได้กลายเป็นปัจจัยสนับสนุนให้คนหันมาพึ่งแพทย์ผู้เชี่ยวชาญมากขึ้น

แอลเลอร์แกน เอสเธติกส์ (Allergan Aesthetics) บริษัทผู้พัฒนา ผลิต และจำหน่ายผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับความงามชั้นนำระดับโลก อีกทั้งยังเป็นผู้นำตลาดในด้านการกระชับสัดส่วนแบบไม่ผ่าตัดมานานกว่า 12 ปี พร้อมนำทุกคนไปพบกับนวัตกรรมที่จะมอบประสบการณ์เหนือระดับอีกขั้นในการดูแลรูปร่างครบวงจร ตอบรับเทรนด์ในยุคปัจจุบันที่การผ่าตัดไม่ใช่คำตอบเสมอไป ผ่านงานเปิดตัวเทคโนโลยี Fat Freezing รุ่นใหม่ เทคโนโลยีสลายไขมันใต้ผิวหนังด้วยความเย็นที่ได้รับการวิจัยและพัฒนาต่อเนื่องเป็นเวลากว่า 20 ปี เหนือกว่าทั้งด้านดีไซน์ ศักยภาพในการสลายไขมัน และฟังก์ชั่นที่จะตอบโจทย์การดูแลรูปร่างได้อย่างครบถ้วน

ภายในงาน Elite Experience อีเว้นท์เปิดตัวเทคโนโลยี Fat Freezing รุ่นใหม่อัดแน่นด้วยข้อมูลความรู้บอกเล่าเบื้องหลังของการวิจัยและพัฒนาจนได้มาเป็นนวัตกรรมที่สมบูรณ์แบบ ตามด้วย Session เผยประสบการณ์ใช้งานจริงจากผู้รับบริการทั่วโลก และปิดท้ายกิจกรรมเสวนาภายใต้หัวข้อที่พาทุกคนไปเจาะลึกการทำงานของนวัตกรรม Fat Freezing ทั้งด้านระบบที่ได้รับการปรับปรุงมาอย่างดี รวมถึงโปรแกรมการประเมินรูปร่างของเรา นอกจากนั้น ผู้เข้าร่วมงานยังได้พบกับกิจกรรม Interactive สาธิตการทำงานของอุปกรณ์และนวัตกรรมทั้งหมดอีกด้วย

รัชนา ดังโกสินทร์ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท แอลเลอร์แกน (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “เทรนด์การดูแลรูปร่างให้ได้ทรวดทรงที่ตรงใจนั้นเป็นสิ่งที่ปรับเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ตามยุคสมัย แอลเลอร์แกน เอสเธติกส์เองจึงต้องไม่หยุดนิ่งที่จะเสริมพัฒนาการของเทคโนโลยีที่เรามีอยู่ ด้วยประสบการณ์ ความเชี่ยวชาญ และความรู้ความเข้าใจที่เรามี ตลอดจนการรับฟังเสียงตอบรับของลูกค้า เพื่อเติมเต็มความสามารถใหม่ๆ ของเทคโนโลยีสลายไขมันเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้อย่างตรงใจมากขึ้น พร้อมทั้งยกระดับประสบการณ์การใช้งานเครื่องมือของเราสำหรับผู้ให้บริการทางการแพทย์ให้ดียิ่งขึ้นไปพร้อมกัน”

Fat Freezing หรือเทคโนโลยีสลายไขมันใต้ผิวหนังด้วยความเย็นโดยไม่ต้องผ่าตัด ได้รับความสนใจจากผู้ต้องการดูแลรูปร่างมาเป็นเวลานานนับตั้งแต่ที่ แอลเลอร์แกนเอสเธติกส์ ได้นำเข้ามาเปิดตัวในไทยยิ่งในปัจจุบันที่เทรนด์การดูแลบุคลิกภาพองค์รวมขยายตัวไปสู่คนหลากหลายกลุ่ม Fat Freezing ก็ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ จากความโดดเด่นในเรื่องของการสลายไขมันที่กำจัดได้ยาก (stubborn fat) ซึ่งเป็นไขมันที่ลดยากที่สุดไม่ว่าคุณจะคุมอาหารหรือออกกำลังกายอย่างหนักหน่วงเพียงใด ใช้เวลาเพียง 35-60 นาทีต่อหนึ่งพื้นที่บนร่างกายที่ต้องการ ทำให้ไขมันค่อยๆ สลายและถูกกำจัดไปเองตามธรรมชาติ เปลี่ยนชั้นไขมันตรงจุดนั้นให้บางลง ส่งผลให้รูปร่างดูสมส่วน สร้างความมั่นใจให้กับผู้ทำมากขึ้น และไม่จำเป็นต้องพักฟื้นหลังทำเสร็จ สามารถกลับไปใช้ชีวิตตามปกติได้ทันที

เทคโนโลยี Fat Freezing รุ่นใหม่นี้ถูกออกแบบโดยอ้างอิงจากเหล่าผู้เชี่ยวชาญที่อยู่เบื้องหลังการทำทรีทเมนต์ปรับรูปร่างมาแล้วถึง 11 ล้านครั้งทั่วโลก โดย แอลเลอร์แกนเอสเธติกส์ เก็บข้อมูลเชิงลึกจากทั้งผู้ให้บริการทางการแพทย์และคนไข้ที่เข้ามารับการทำทรีทเมนต์ ผนวกกับประสบการณ์ด้านการวิจัยและพัฒนากว่า 20 ปี กลายเป็นรูปแบบที่ตอบสนองความต้องการหลากหลายมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มหัว Applicators จาก 1 เป็น 2 ข้าง สามารถเปลี่ยนได้ถึง 7 รูปแบบ เพื่อให้เข้ากับอวัยวะส่วนที่ต้องการลดไขมันได้อย่างพอเหมาะ พร้อมยกระดับประสิทธิภาพการทำความเย็นให้ทรงพลังกว่าเดิม จึงสามารถทำทรีทเมนต์ได้อย่างรวดเร็ว มอบประสบการณ์ใหม่แห่งการดูแลรูปร่างให้กับทั้งแพทย์ผู้ให้บริการและคนไข้

สร้างสรรค์เมนูม็อกเทลเพื่อสุขภาพ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/726603

สร้างสรรค์เมนูม็อกเทลเพื่อสุขภาพ

สร้างสรรค์เมนูม็อกเทลเพื่อสุขภาพ

วันพุธ ที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

เครือเฮอริเทจ ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ นำโดย วลัยทิพย์ ซื่อตรงมั่นคง (ขวา) ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร เครือเฮอริเทจร่วมพิธีเปิดและเป็นตัวแทนรับมอบของที่ระลึกในงาน “Mocktail Society @ Big C บิ๊กซี…สร้างสรรค์เมนูม็อกเทลต้อนรับซัมเมอร์” นอกจากนี้ ทางเครือเฮอริเทจได้ยกขบวนเครื่องดื่มน้ำนมพิสทาชิโอแบรนด์ ซันคิสท์ และเครื่องดื่มน้ำนมอัลมอนด์ แบรนด์ อัลมอนด์ บรีซ มาร่วมสร้างสีสัน พร้อมแจกสูตรเมนูม็อกเทลที่อร่อย สดชื่นและดีต่อสุขภาพ อาทิ เมนู Very Berry Smoothie หรือ เมนู Chocolate Peanut butter Banana Smoothie เป็นต้น ตลอดจนเชิญชวนให้ทุกคนมาคลายร้อนด้วยการสร้างสรรค์เมนูเครื่องดื่มสูตรพิเศษต้อนรับซัมเมอร์นี้ โดยมี อรนิดา วิมลวัฒนาภัณฑ์ (ซ้าย) รองประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการพาณิชย์ บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) เป็นประธาน ที่ Big C สาขารัชดาภิเษก เมื่อเร็วๆ นี้

คิงเพาเวอร์ชวนส่องน้ำหอมยอดนิยมรับซัมเมอร์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/726606

คิงเพาเวอร์ชวนส่องน้ำหอมยอดนิยมรับซัมเมอร์

คิงเพาเวอร์ชวนส่องน้ำหอมยอดนิยมรับซัมเมอร์

วันพุธ ที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

คิง เพาเวอร์ “SUMMER EXPLORATION” EXPLORING NEW POSSIBILITIES ชีวิตไม่หยุดค้นหาความเป็นไปได้ ชวนนักเดินทางตะลอนช้อปปิ้งก่อนออกท่องเที่ยวให้กรุ่นกลิ่นกายหอมฟุ้งไปกับน้ำหอมยอดนิยมที่มัดรวมมาให้เลือกช้อปกันที่ คิง เพาเวอร์ ทุกสาขา

Jean Paul Gaulitier มาพร้อมน้ำหอม 2 กลิ่นให้เลือกสรร กลิ่นแรกกับ Jean Paul GaulitierLE BEAU LE PARFUMมาพร้อมกลิ่นโทนวู้ดดี้ และอำพัน กับความน่าดึงดูดชวนหลงใหล ที่มาพร้อมพลังแห่งการยั่วยวน แฝงความเซ็กซี่และซ่อนเร้นความลับ ผสานกลิ่นหอมของไม้จันทน์ อำพันทะเล (แอมเบอร์กริส) เป็นกลิ่นหอมที่เปรียบเสมือนผลไม้ในสวนต้องห้าม ที่ดึงดูดความสนใจให้กล้าลองฉีกกฎเพื่อลิ้มลอง, Jean Paul GaulitierSO SCANDALEAU DE PARFUM กลิ่นหอมที่จะเผยให้คุณผู้หญิงดูเซ็กซี่ ชั้นสูงกล้าแบบสุดๆ และเย้ายวน ทำอะไรที่เกินคาดเดา กลิ่นหอมของดอกส้ม มะลิ และซ่อนกลิ่น จะช่วยขับเสน่ห์ของหญิงสาวให้เพิ่มขึ้น ติดทนนานทั้งบนเสื้อผ้าและผิวกาย

PRADA กับกลิ่นหอมที่เอาใจชายหนุ่มและหญิงสาว ด้วยสองกลิ่นไม่ควรพลาด PRADA LUNA ROSSA OCEANEAU DE TOILETTE น้ำหอมกลิ่นเอกลักษณ์เฉพาะตัวแบบนีโอเฟรชสำหรับหนุ่มๆ ที่เสมือนเป็นแม่เหล็กดึงดูดให้ค้นพบสิ่งใหม่ๆ แนวกลิ่น Oriental Woody ผสานกลิ่นหอมชวนหลงใหลของมะกรูด ตัดกับความซับซ้อนของกลิ่นหญ้าแฝก และความงดงามของกลิ่นไอริสและซิตรัส ปิดท้ายที่ลาเวนเดอร์ ให้ความรู้สึกสดชื่นสะอาด อบอุ่น ชวนลุ่มหลงกับกลิ่นนุ่มลึกในแบบธรรมชาติ, PRADA PARADOXEEAU DE PARFUM สำหรับหญิงสาวฉบับ PRADA สะดุดตากับการปรับเปลี่ยนขวดน้ำหอมจากเดิม ให้เป็นขวดที่มีความเรียบง่ายและหรูหราแรงบันดาลใจจากโลโก้รูปสามเหลี่ยม PRADA อันเป็นเอกลักษณ์ให้สามารถวางด้านข้างได้ดูแข็งแกร่งมั่นคงทันสมัย ผสานกลิ่นหอมของดอกไม้และอำพัน ทั้งสารสกัดจากดอกส้มตูมธรรมชาติ เพื่อกักเก็บความสดใหม่ของดอกไม้ และ Amber from Sugar Cane อำพันที่สกัดโดยเทคนิคเฉพาะทำให้ได้ส่วนผสมจากธรรมชาติ ให้ความรู้สึกอบอุ่น และกลิ่นมัสก์ที่บางๆ แต่ชัดเจน

ISSEY MIYAKE ส่งความหอมของ 2 กลิ่น ให้มาเลือกช้อปตามชอบ ISSEY MIYAKE A DROP D’ISSEYEAU DE PARFUMเป็นกลิ่นหอมดั่งคำเชิญชวนให้สำรวจโลกใบเดิมด้วยมุมมองใหม่ๆ เพื่อค้นพบความงดงามในธรรมชาติ กลิ่นหอมของดอกไลแลกและมัสก์ ผสานกับกลิ่นนมอัลมอนด์ ให้ความรู้สึกลึกลับชวนฉงนและ ISSEY MIYAKE A DROP D’ISSEY FRAICHEEAU DE PARFUMกลิ่นสัมผัสความหอมแบบธรรมชาติ ชวนให้ทุกคนนึกถึงการเดินทางของหยาดฝนยามตกจากฟ้าผ่านดอกไม้ ต้นไม้ใบหญ้าในฤดูใบไม้ผลิ ทำให้รู้สึกตื่นตัวกระตุ้นประสาทสัมผัส กลิ่นหอมของ A DROP D’ISSEY FRAICHE มีความต่างจากน้ำหอมทั่วไปตรงที่มีความเป็นธรรมชาติ ทว่า แฝงความซับซ้อนแต่ยังคงเข้าถึงได้ง่าย น้ำหอมทั้ง 2 กลิ่น ถูกบรรจุในขวดรูปทรงหยดน้ำที่นำหยดน้ำมาทับซ้อนกันบนบรรจุภัณฑ์รูปทรงหยดน้ำ ประหนึ่งเป็นแว่นขยายที่ทำให้การมองภาพผ่านขวดมีความแปลกตาต่างจากเดิม ปรับเปลี่ยนไปตามองศาที่มองผ่านขวด

CRISTALEAU DE PARFUM น้ำหอมที่อุทิศให้กับความเป็นประกายสดใสของหญิงสาว กลิ่นหอมละมุนบริสุทธิ์จากมะกรูด ดอกกุหลาบและดอกไม้ขาว ผสานมัสก์และกลิ่นโทนอำพันจากไม้ซีดาร์และแคชเมอรัน ให้ความรู้สึกดูลึกลับน่าดึงดูด ส่วนชายหนุ่มที่ดูคมเข้ม แนะนำ NARCISO RODRIGUEZ FOR HIM BLEU NOIRPARFUMได้แรงบันดาลใจมาจากท้องฟ้าและความลึกลับยามราตรี บรรจุในขวดโทนสีน้ำเงินควันบุหรี่ บ่งบอกถึงความเข้มข้นของกลิ่นที่ยังคงกลิ่นมัสก์อันเป็นสัญลักษณ์ของแบรนด์ไว้ ตัดกับกลิ่นไม้ไซเปรส บลูซีด้าวู้ด และกลิ่นเผ็ดร้อนของกระวาน พร้อมเพิ่มพลังแห่งความลุ่มหลงด้วยกลิ่นแบบหนังกลับ ดูเข้มแข็งมีความเป็นชายสง่างาม ผสานกับกลิ่นของดอกไอริสช่วยเติมความหรูหราอบอวลด้วยกลิ่นไม้จันทน์ กลิ่นเอิร์ธตี้ของหญ้า และความหอมหวานของถั่วตองกา

พบกับความหอมละมุนของน้ำหอมแบรนด์ดัง ที่กรุ่นกลิ่นเย้ายวนตลอดการเดินทาง กับน้ำหอมยอดนิยมที่ คิง เพาเวอร์ คัดสรรมาให้นักเดินทางทุกคนช้อปได้แล้ววันนี้ คิง เพาเวอร์ รางน้ำ ศรีวารี พัทยา และภูเก็ต

ยูโอบี ประเทศไทย ร่วมกับ ฟู้ด ฟอร์ กู๊ด เติมเต็มโภชนาการที่ครบถ้วนแก่เด็กไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/726601

ยูโอบี ประเทศไทย ร่วมกับ ฟู้ด ฟอร์ กู๊ด เติมเต็มโภชนาการที่ครบถ้วนแก่เด็กไทย

ยูโอบี ประเทศไทย ร่วมกับ ฟู้ด ฟอร์ กู๊ด เติมเต็มโภชนาการที่ครบถ้วนแก่เด็กไทย

วันพุธ ที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ตัน ชุน ฮิน

ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย และ โครงการฟู้ด ฟอร์ กู๊ด (FOOD FOR GOOD) โดย มูลนิธิยุวพัฒน์ ร่วมกันส่งเสริมโภชนาการที่ดีให้เด็กไทยในพื้นที่ห่างไกลบริเวณทางภาคเหนือของประเทศไทย ธนาคารได้ระดมทุนเพื่อสนับสนุนการเติมเต็มมื้ออาหารให้ครบถ้วนตามหลักโภชนาการให้แก่โรงเรียนขนาดเล็กและขนาดกลาง 5 แห่ง ในจังหวัดเชียงใหม่และเชียงราย พร้อมสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพคุณครูและแม่ครัวให้สามารถวางแผนมื้ออาหารที่ถูกหลักโภชนาการครบถ้วน หลากหลาย และเพียงพอตามช่วงวัย รวมถึงวิธีการดูแลเด็กนักเรียนรายบุคคลให้พ้นจากภาวะทุพโภชนาการ

สำหรับความร่วมมือครั้งนี้เกิดจากความต้องการสนับสนุนให้เกิดกลไกการดูแลโภชนาการเด็กในพื้นที่ที่มีประสิทธิภาพและมีความต่อเนื่อง เพื่อลดจำนวนเด็กทุพโภชนาการที่เพิ่มขึ้น จากข้อมูลของกระทรวงสาธารณสุข ปี 2563 พบว่า เด็กอายุ 6-14 ปี กว่า 2.9 ล้านคน ประสบปัญหาทุพโภชนาการ หรือร่างกายได้รับสารอาหารไม่เหมาะสมกับวัย ส่งผลให้เกิดภาวะเตี้ย ผอม หรืออ้วนซึ่งสอดคล้องกับผลสำรวจภาวะโภชนาการเด็กภูมิภาคเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ครั้งที่ 2 หรือ SEANUTS II (South East Asian Nutrition Surveys II) ที่ได้ศึกษาภาวะโภชนาการในเด็กอินโดนีเซีย มาเลเซียและไทยกว่า 14,000 คนพบว่าช่วงวัย 6 เดือน-12 ปี มีปัญหาด้านโภชนาการ ขาดสารอาหาร น้ำหนักเกินซึ่งอาจส่งผลต่อสุขภาวะและการเติบโตโดยรวมของเด็ก

นายตัน ชุน ฮิน กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย กล่าวว่า “เรามุ่งมั่นที่จะช่วยแก้ปัญหาด้านโภชนาการที่เกิดขึ้นกับเด็กไทย โดยเฉพาะเด็กที่มาจากครอบครัวที่ยากจนและขาดโอกาส การทำงานร่วมกับโครงการ FOOD FOR GOOD จะช่วยเติมเต็มโภชนาการของเด็กไทยให้ดียิ่งขึ้นเพื่อเป็นรากฐานที่แข็งแรงในการเรียนรู้และการเติบโต โดยเรามุ่งหวังที่จะจัดสรรอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการ พร้อมกับเสริมความรู้ที่ถูกต้องเพื่อให้พวกเขามีความรู้และจะสามารถเลือกรับประทานอาหารได้อย่างถูกต้องทั้งในปัจจุบันและเมื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่ซึ่งจะทำให้พวกเขาเติบโตอย่างแข็งแรงและสามารถใช้ศักยภาพของตัวเองได้อย่างเต็มที่ นับเป็นการพัฒนาคุณภาพชีวิตของเด็กนักเรียนอย่างยั่งยืน”

ประภาพรรณ บรรลุศิลป์ รองผู้อำนวยการโครงการ FOOD FOR GOOD กล่าวว่า “เราซาบซึ้งที่ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย เชื่อมั่นในการให้ที่ไม่จบแค่มื้ออาหารและเข้ามาเป็นกำลังสำคัญร่วมขับเคลื่อนงานนี้ให้สำเร็จ กว่า 8 ปีที่ผ่านมา เราได้เห็นความร่วมมือของทุกภาคส่วนที่สนับสนุนของการทำงานของ FOOD FOR GOOD ทำให้เราสามารถพัฒนาช่วยเหลือให้เด็กไทยใน 70 โรงเรียน ใน 10 จังหวัดได้รับโภชนาการที่ครบถ้วนและเหมาะสม ซึ่งธนาคารยูโอบี ประเทศไทย คือหนึ่งในองค์กรที่ตระหนักถึงความสำคัญของปัญหานี้และให้การสนับสนุนทรัพยากรเพื่อแก้ไขปัญหานี้ ขอขอบคุณธนาคารยูโอบี ประเทศไทย ที่สนับสนุนทั้งงบประมาณและช่วยสื่อสารให้สังคมรับรู้ถึงปัญหาโภชนาการเด็กในประเทศไทย”

คุณครูวันวิสาข์ พุทธรักขิต โรงเรียนบ้านป่าบงท้าวแก่นจันทร์ จ.เชียงราย หนึ่งในโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการ FOOD FOR GOODเล่าว่า “โรงเรียนของเรามีนักเรียน 91 คน ตั้งแต่ชั้นอนุบาลถึงประถมศึกษาปีที่ 6 เด็กนักเรียนส่วนใหญ่มาพักนอนที่โรงเรียน ทำให้โรงเรียนต้องดูแลอาหารทั้ง 3 มื้อ เป็นเรื่องที่มีความหนักใจพอควร แต่เมื่อทางโรงเรียนได้เข้าร่วมกับ FOOD FOR GOOD นอกจากจะได้รับงบสนับสนุนค่าอาหารเพิ่มเติมแล้ว สิ่งสำคัญคือคุณครูในโรงเรียนยังได้รับความรู้เรื่องการจัดบริการอาหารของเด็กนักเรียน วางแผนเมนูอย่างไร ตักเสิร์ฟอย่างไรให้เหมาะสมกับเด็กแต่ละช่วงวัย ทำให้โรงเรียนสามารถคำนวณวัตถุดิบที่จะใช้ในแต่ละสัปดาห์ได้ ช่วยให้เราบริหารจัดการได้ดียิ่งขึ้น ทั้งหมดนี้ก็เพื่อมาเติมเต็มมื้ออาหารให้กับเด็กๆ ของเราให้ได้รับอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการ มีพัฒนาการที่ดีสมวัย ซึ่งโรงเรียนได้มีการเก็บข้อมูลภาวะโภชนาการของนักเรียนพบว่า นักเรียนมีภาวะโภชนาการที่ดีขึ้น”

ประภาพรรณ บรรลุศิลป์

ประภาพรรณ บรรลุศิลป์

คุณครูวันวิสาข์ พุทธรักขิต

คุณครูวันวิสาข์ พุทธรักขิต