‘มิโด’อวดโฉมเรือนเวลาหรู 7 คอลเลคชั่น ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ที่เหล่านักสะสมไม่ควรพลาด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/726383

‘มิโด’อวดโฉมเรือนเวลาหรู 7 คอลเลคชั่น ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ที่เหล่านักสะสมไม่ควรพลาด

‘มิโด’อวดโฉมเรือนเวลาหรู 7 คอลเลคชั่น ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ที่เหล่านักสะสมไม่ควรพลาด

วันอังคาร ที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

อจิรภา ไมซิงเกอร์, อนุสิทธิ แสงนิ่มนวล, อนิพรณ์ เฉลิมบูรณะวงศ์

ให้ทุกสไตล์ถูกเติมเต็มด้วยนาฬิกาเรือนโปรด ล่าสุด “มิโด” (MIDO) แบรนด์นาฬิกาชั้นนำจากสวิตเซอร์แลนด์ ในเครือ เดอะ สวอท์ช กรุ๊ป เทรดดิ้ง (ประเทศไทย) นำโดย ภาณุวัฒน์ ทองพุ่ม ผู้อำนวยการผลิตภัณฑ์ “มิโด” (MIDO) ประเทศไทย ได้จัดงาน “MIDO Novelties Presentation 2023” อวดโฉมประสิทธิภาพเรือนเวลาหรูจาก 7 คอลเลคชั่นน่าสะสมแห่งปีที่หอศิลป์บ้านจิมทอมป์สัน เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา

ภาณุวัฒน์ ทองพุ่ม กล่าวว่า “งานครั้งนี้เราจัดขึ้นเพื่อต้องการเผยโฉมนาฬิการุ่นไอคอนิกประจำปีนี้ซึ่งมีทั้งหมด 7 คอลเลคชั่นด้วยกัน และยังคงตอกย้ำจุดยืนอันแข็งแกร่งของแบรนด์มิโดที่เป็นแบรนด์นาฬิกาสวิสคุณภาพสูงที่เข้าถึงได้อย่างต่อเนื่อง โดยแต่ละคอลเลคชั่นยังคงความโดดเด่นด้านงานดีไซน์ที่สามารถตอบโจทย์ทุกสไตล์ของผู้สวมใส่เอาไว้ได้เป็นอย่างดีแต่ในขณะเดียวกันฟังก์ชั่นการใช้งานก็สามารถตอบสนองกับทุกกิจกรรมได้ เช่นเคย ไม่ว่าจะเป็นนาฬิกาสำหรับนักดำน้ำหรือนักกิจกรรมตัวยง รวมไปถึงเรือนที่เหมาะสำหรับการสวมใส่ในชีวิตประจำวัน หรือนาฬิกาสำหรับผู้หญิงที่สามารถผสานความงดงามด้านดีไซน์และฟังก์ชั่นเข้าไว้ด้วยกันได้อย่างลงตัว ซึ่งเราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าไอคอนิกทั้ง 7 คอลเลคชั่นประจำปีนี้จะถูกใจและเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างสรรค์แรงบันดาลใจให้กับทุกไลฟ์สไตล์ของเหล่าคนรักนาฬิกาทุกคน”

ประเดิมด้วยรุ่นไฮไลท์ มัลติฟอร์ท เอ็ม โครโนมิเตอร์ (Multifort M Chronometer) นับเป็นเรือนเวลาชิ้นเยี่ยม ผ่านการรับรองโดยสถาบันทดสอบความเที่ยงตรงของนาฬิกาแห่งสวิตเซอร์แลนด์ โดยตัวเรือนถูกขับเคลื่อนด้วยกลไก อัตโนมัติคาลิเบอร์ 80 ที่สามารถสำรองพลังงานได้นานถึง 80 ชั่วโมง พร้อมซิลิคอน บาลานซ์สปริง แม่นยำทนทานต่อสนามแม่เหล็ก มาพร้อมตัวเรือนและสายจากสเตนเลสสตีลที่มีความทนทานเป็นพิเศษ หน้าปัดทรงกลมสีเขียวที่มีการไล่ระดับสีเขียวบริเวณตรงกลางกระจายออกไปด้านข้างกระทั่งกลายเป็นสีดำบริเวณรอบหน้าปัด สามารถกันน้ำลึกในระดับ 100 เมตร

ถัดมาที่ มัลติฟอร์ท เอ็ม (Multifort M) เรือนเวลาหน้าปัดขัดซาตินแนวตั้งพร้อมพื้นผิวไล่ระดับจากสีน้ำเงินไปจนถึงสีดำ มาพร้อมพรายน้ำเรืองแสงสีเขียวอมฟ้า และมีช่องแสดงวันและวันที่ ซึ่งเหมาะอย่างยิ่งสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน ประกอบกับกระจกคริสตัลแซฟไฟร์ที่มีการป้องกันแสงสะท้อนทั้งสองด้านช่วยให้มองเห็นได้ชัดเจน ซึ่งรูปลักษณ์ที่โดดเด่นได้ถูกจับคู่มาอย่างชาญฉลาดกับกลไกที่ทนทานและทันสมัย ด้วยระบบการขับเคลื่อนคาลิเบอร์ 80 (Caliber 80) ที่สำรองพลังงานได้นานถึง 80 ชั่วโมง

ต่อมาที่ โอเชียน สตาร์ ดีคอมเพรสชั่น เวิลด์ไทม์เมอร์ สเปเชียล อิดิชั่น (Ocean Star Decompression Worldtimer Special Edition) นาฬิกาดำน้ำ ที่มาพร้อมฟังก์ชั่น GMT และขอบหน้าปัดที่แสดงเวลาจากทั่วโลกผ่าน 2 ดีไซน์ประสิทธิภาพสูง ตัวเรือนสเตนเลสสตีลขัดเงาที่แข็งแรงทนทาน บนหน้าปัดพื้นหลังสีน้ำเงินเข้ม สลักโลโก้ “Mido” แบบดั้งเดิม แสดงเวลาการบีบอัดของน้ำที่ระดับความลึก 6 เมตร ซึ่งบ่งบอกจากมาตรวัดวงกลมสีเหลือง สีเขียว สีชมพู และสีน้ำเงิน ที่อยู่บนหน้าปัด พร้อมขอบหน้าปัดแบบหมุนได้จากวงแหวนอะลูมิเนียมสีน้ำเงิน และมีลูกศรสีแดงเพื่อระบุเขตเวลาในการเดินทาง รวมถึงเข็มชั่วโมง นาที และวินาที ที่ได้รับการเจียระไนเป็นทรงเหลี่ยมเพชร

สำหรับ บารอนเชลลี โครโนกราฟ มูนเฟส (Baroncelli Chronograph Moonphase) เรือนเวลาที่มาพร้อมความสง่างามสุดคลาสสิก พร้อมฟังก์ชั่นโครโนกราฟมูนเฟส จากเครื่องคาลิเบอร์ A05.221 (Caliber A05.221) ที่สำรองพลังงานสูงสุดได้ 60 ชั่วโมง ในฝาหลังแบบเปลือย และบาลานซ์สปริงนิวาครอง (NivachronĬ) ที่มีคุณสมบัติในการต้านทานต่อสนามแม่เหล็กและแรงกระแทก ที่มาใน 2 ดีไซน์บนตัวเรือนสเตนเลสสตีลขัดเงา หน้าปัดซันเรย์ขัดซาตินสีน้ำเงิน ที่เข้าคู่กับสายยางสีน้ำเงิน และตัวเรือนเคลือบ PVD สีโรสโกลด์ จับคู่มากับสายยางสีดำ พร้อมครอบกระจกแซฟไฟร์เคลือบสารกันแสงสะท้อนแบบสองชั้นสองด้าน

คอลเลคชั่นต่อมา มัลติฟอร์ท พาวเวอร์ไวด์ (Multifort Powerwind) การกลับมาของเรือนเวลาสไตล์วินเทจเรือนใหม่ที่ยังคงกลิ่นอายความย้อนยุคเอาไว้ได้อย่างน่าสนใจ พร้อมผสานกลไกคาลิเบอร์ 80 (Caliber 80) สำรองพลังงานสูงสุดถึง 80 ชั่วโมง และบาลานซ์สปริงนิวาครอง (NivachronĬ) พร้อมตำแหน่งบอกเวลาที่บริเวณ 6 นาฬิกา โดยดีไซน์หน้าปัดแบบซันเรย์ขัดซาตินทรงโดม ในขนาด 40 มม. โดดเด่นด้วยตัวเลขอารบิกที่ใช้ในการอ่านค่าเวลาพร้อมเคลือบสารเรืองแสงซูเปอร์-ลูมิโนวา

ส่วนนาฬิกาสำหรับผู้หญิง “มิโด” (MIDO) ได้เปิดตัวมา 2 คอลเลคชั่นด้วยกัน ได้แก่ โอเชียน สตาร์ นีเรีย (Ocean Star Nerea) นาฬิกาดีไซน์สปอร์ต ที่มาพร้อมขอบเบเซลทรงโดมแบบหมุนได้ ผลิตจากวัสดุที่ทนทานต่อรอยขีดข่วนได้เป็นอย่างดี โดยมีทั้งแบบหน้าปัดสีน้ำเงินและสีดำซันเรย์ขัดซาตินเคลือบสารเรืองแสงซูเปอร์-ลูมิโนวา บริเวณเข็ม และตัวเรือนมีทั้งแบบที่ผลิตจากสแตนเลสสตีลพร้อมสายสเตนเลสสตีล และตัวเรือนแบบ PVD เคลือบโรสโกลด์ ประดับด้วยเพชรแท้ 11 เม็ด โก้หรู และ คอมมานเดอร์ เลดี้ (Commander Lady) ตัวเรือนเหล็กสเตนเลสขัดซาตินและขอบตัวเรือนขัดเงา ครอบด้วยกระจกแซฟไฟร์แบบเหลี่ยมเพชร บนหน้าปัดสีอ่อนซันเรย์แบบทวิสต์ ที่ประดับด้วยอินเด็กซ์แบบขีดหรือแบบเพชร 11 เม็ด โดยมีอีกหนึ่งดีไซน์พิเศษบนหน้าปัดสีขาวมุก (Mother of Pearl) พร้อมประดับเพชร 11 เม็ด ตัวสายมีทั้งสายเหล็กสเตนเลสอันเป็นเอกลักษณ์และสายหนังสุดคลาสสิก

พบกับเรือนเวลาหรูจากแบรนด์ “มิโด” (MIDO) ได้แล้ววันนี้ที่เคาน์เตอร์ “มิโด” (MIDO) เซ็นทรัล, โรบินสัน, เดอะมอลล์ และตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ หรือผ่านช่องทางออนไลน์ MIDO Official Store ใน Shopee และ Lazada และติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ http://www.midowatches.com

อนัน อันวา, ภาณุวัฒน์ ทองพุ่ม

อนัน อันวา, ภาณุวัฒน์ ทองพุ่ม

อลิสา ขุนแขวง

อลิสา ขุนแขวง

เสียงสะท้อนจากผู้ป่วย และผู้ดูแล ‘โรคหายาก’ โรคที่ยังต้องสร้างความตระหนักรู้ในสังคมไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/726369

เสียงสะท้อนจากผู้ป่วย และผู้ดูแล ‘โรคหายาก’  โรคที่ยังต้องสร้างความตระหนักรู้ในสังคมไทย

เสียงสะท้อนจากผู้ป่วย และผู้ดูแล ‘โรคหายาก’ โรคที่ยังต้องสร้างความตระหนักรู้ในสังคมไทย

วันอังคาร ที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ศ.นพ.วรศักดิ์ โชติเลอศักดิ์

“โรคหายาก” หรือ “โรคโกเช่ร์” เป็นหนึ่งในปัญหาด้านสาธารณสุขระดับโลก รวมทั้งประเทศไทย เดิมเป็นกลุ่มโรคที่ตรวจเจอได้ยาก เนื่องจากไม่มีเครื่องมือที่สามารถเฉพาะเจาะจง หรือระบุโรคได้อย่างแน่ชัด ทำให้ในปัจจุบันมีผู้ป่วยโรคหายากอยู่จำนวนไม่น้อยหรืออยู่ที่ประมาณ 400 ล้านคนทั่วโลก โดยกว่า 3.5 ล้านคน เป็นผู้ป่วยในประเทศไทย แต่มีเพียงประมาณ 20,000 คน เท่านั้นที่ได้รับการวินิจฉัยและเข้าสู่กระบวนการรักษาอย่างถูกวิธี

ทาเคดา ประเทศไทย ในฐานะบริษัทชีวเภสัชภัณฑ์ระดับโลก เดินหน้าสร้างความตระหนักรู้เพื่อส่งเสริมมาตรฐานการดูแลผู้ป่วยโรคหายาก ในงาน “Embrace the Differences, Unite for Rare Diseases” บอกเล่าเรื่องราวแรงบันดาลใจจากผู้ป่วยโรคโกเช่ร์ หนึ่งในโรคหายาก ผ่านนิทรรศการนิทาน “เจ้าโกเช่ร์กับพลังวิเศษแห่งความลับ” พร้อมรับฟังถึงความก้าวหน้าด้านนวัตกรรมทางการแพทย์ที่จะช่วยยกระดับการดูแลผู้ป่วยและการรักษา เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีกว่าของผู้ป่วยและครอบครัว ซึ่งเป็นความหวังของผู้ป่วยโรคหายากที่มีอยู่นับพันโรค ในขณะที่เสียงของผู้ป่วยหนึ่งคนจะเป็นตัวเชื่อมสำคัญไปสู่ผู้ป่วยคนอื่นๆ และกระจายต่อไปในสังคมวงกว้างให้รับรู้ถึงคุณค่าและความต้องการของพวกเขาได้ อีกทั้ง ภายในงานยังจัดเวิร์กช็อปจัดดอกไม้ที่จะทำให้รู้ว่าดอกไม้ที่เห็นอยู่รอบตัวต่างซ่อนความหมายดีๆ เอาไว้เพื่อช่วยสร้างพลังบวกและความผ่อนคลายให้ทั้งผู้ป่วยและผู้ดูแล

ศ.นพ.วรศักดิ์ โชติเลอศักดิ์ ผู้อำนวยการศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านเวชพันธุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า “การพูดถึงโรคหายากให้คนทั่วไปเข้าใจ และมองเห็นภาพได้ชัดมากที่สุด ยกตัวอย่างจากสิ่งของใกล้ตัว เช่น โทรทัศน์ที่เราใช้กันอยู่ทุกวัน เมื่อวันหนึ่งโทรทัศน์เครื่องนั้นเสียเราไม่สามารถรู้ได้เลยว่าปัจจัยใดที่ให้โทรทัศน์เครื่องนั้นเสีย ปลั๊กอาจจะเสียหรือแผงวงจรเสีย จอไหม้ รวมทั้งปัจจัยอื่นๆ ซึ่งมีปัจจัยมากมาย ทำให้เราต้องใช้ผู้ที่มีความรู้เฉพาะด้าน และเครื่องมือที่ทันสมัยในการเช็กอาการ เพื่อซ่อมได้อย่างถูกวิธี โรคหายากก็เช่นกันในอดีตการวินิจฉัย โรคหายากเป็นเรื่องที่ค่อนข้างยาก และซับซ้อน เนื่องจากใน 1 คน จะมีเซลล์ต่างๆ อยู่ในร่างกายมากมาย รวมถึงการรักษามีค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างสูง ทำให้การวินิจฉัยโรคผ่านไปด้วยความล่าช้า และในบางรายก็อาจเข้าถึงการรักษาช้าซึ่งอาจส่งผลให้เสียชีวิตได้ แต่ในปัจจุบัน มีเครื่องมือที่ล้ำสมัย เรียกว่า “Next Generation Sequencing” หรือ “NGS”  ซึ่งเป็นเทคโนโลยีการถอดลำดับสารพันธุกรรมได้ทั้งจีโนมในเวลาอันรวดเร็ว ทำให้สามารถตรวจพบความผิดปกติของสารพันธุกรรมอันเป็นสาเหตุหลักของกลุ่มโรคหายากแพทย์จึงสามารถแพทย์ให้การวินิจฉัยโรคได้อย่างรวดเร็ว นำไปสู่การรักษาที่ตรงเหตุอย่างทันท่วงที ทำให้ผู้ป่วยมีโอกาสรอดชีวิตและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น บ่อยครั้งที่เปลี่ยนจากการที่ต้องมีผู้ดูแลไปตลอดชีวิต กลับมาใช้ชีวิตได้ปกติ และกลายมาเป็นกำลังของสังคมได้”

ด้าน พิรุณ จิตศาลา นักจัดดอกไม้ ที่มาสอนจัดดอกไม้ในงานนี้ กล่าวว่า “จากประสบการณ์ในการสอนจัดดอกไม้ มีผู้ป่วย และผู้ดูแลผู้ป่วยจำนวนไม่น้อยที่เข้าเข้าคอร์สจัดดอกไม้เพื่อความผ่อนคลาย ซึ่งดอกไม้แต่ละชนิดนอกจากมีสีสันและรูปทรงที่สวยงามแล้ว ในแต่ละชนิดยังมีความหมายที่แตกต่างกันออกไปยกตัวอย่าง เช่น ดอกทานตะวัน ที่สื่อถึงความร่าเริงสดใสและความสุข ดอกลิลลี่ สื่อถึงความสดใสมีชีวิตชีวา ดอกคาร์เนชั่น สื่อถึงความสร้างสรรค์ สุขภาพแข็งแรงดอกทิวลิป แสดงออกถึงความสุข ความกระตือรือร้น ความอบอุ่น พลัง และแรงบันดาลใจ เยอบีร่า สื่อถึงความสุขสนุกสนาน ความร่าเริง ความสดใส ดอกหน้าวัวแทนความหมายของการต้อนรับขับสู้ด้วยความยินดี ดอกกุหลาบ สื่อถึงความอ่อนโยน จริงใจ เป็นต้น การจัดดอกไม้เป็นศิลปะแขนงหนึ่งซึ่งไม่มีผิดหรือถูก เราสามารถนำดอกไม้ที่มีความแตกต่างมาผสมผสานกันในภาชนะได้อย่างสวยงามลงตัว อีกทั้งดอกไม้แต่ละชนิดก็มีความหมายที่ดีอยู่แล้ว ซึ่งตนมองว่าดอกไม้ชนิดต่างๆ ก็เปรียบเหมือนกับโรคหายาก ที่เรามองด้วยตาเปล่าไม่เห็น แต่จริงๆ แล้วมีความหมายที่ซ่อนอยู่ และยังเปรียบเสมือนความแตกต่างที่สามารถอยู่ร่วมกันได้ในสังคม เหมือนดอกไม้หลากหลายสายพันธุ์ที่อยู่ในแจกันเดียวกัน”

ด้าน  บุญ พุฒิพงศ์ธนโชติ ประธานมูลนิธิโรคพันธุกรรมแอลเอสดี คุณพ่อผู้ดูแลลูกที่ป่วยเป็นโรคโกเช่ร์ กล่าวว่า “น้องฝ้ายเป็นโรคโกเช่ร์มาตั้งแต่เกิด ในตอนนั้น โรคนี้เป็นสิ่งใหม่มากสำหรับพวกเรา จากวันแรก ผมรู้แค่ว่าผมต้องทำทุกอย่างที่สามารถทำได้เพื่อช่วยให้ลูกมีชีวิตรอด ยิ่งไปกว่านั้นกระบวนการรักษามีความซับซ้อนและราคาสูง เป็นความท้าทายครั้งหนึ่งในชีวิต แต่เราก็ผ่านมันมาได้ เลยมองย้อนว่าแล้วผู้ป่วยรายอื่นๆ ที่ต้องเจอความยากลำบากนี้เค้าจะทำอย่างไร เลยเป็นแรงบันดาลใจในการก่อตั้งมูลนิธิโรคพันธุกรรมแอลเอสดีขึ้นในประเทศไทย รวบรวมผู้ป่วยโรคโกเช่ร์และโรคหายากในกลุ่มโรคพันธุกรรมแอลเอสดีอื่นๆ ให้มารวมตัวกัน พร้อมผลักดันให้เกิดสิทธิ์ที่ให้ภาครัฐเข้ามาดูแล โดยการรักษาโรคโกเช่ร์ประเภทที่ 1 ได้ถูกบรรจุอยู่ในบัญชียาหลักแห่งชาติแล้ว อย่างไรก็ตามด้วยความก้าวหน้าทางการแพทย์ที่มีอย่างต่อเนื่อง จึงทำให้เกิดนวัตกรรมการรักษาโรคโกเช่ร์และโรคหายากที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เราจะเดินหน้าทำงานกับทุกภาคส่วนเพื่อขับเคลื่อนให้เกิดมาตรฐานการรักษาโรคหายากที่สามารถเข้าถึงได้อย่างเท่าเทียมในอนาคต”

ขณะที่ สุวพิชญ์ พุฒิพงศ์ธนโชติ หรือ น้องฝ้ายผู้ป่วยโรคโกเช่ร์  กล่าวว่า “ทุกวันนี้มองว่าตัวเองไม่ได้ต่างจากคนทั่วไป เนื่องจากเราสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติเหมือนกับคนอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการรับประทานอาหาร การออกกำลังกาย รวมถึงการใช้ชีวิตประจำวันอยากให้สังคมมองทุกคนเท่าเทียมกัน ไม่แบ่งแยกในเรื่องของความแตกไม่ว่าจะเป็นภายใน หรือภายนอก และอยากให้กำลังใจกับผู้ป่วยโรคหายากคนอื่นๆ บางทีเราอาจจะต้องใช้เวลากับโรคดังกล่าวในช่วงแรก ซึ่งในเคสของตนก็ใช้เวลาในการรักษามา 10 กว่าปีแล้ว และอยากส่งต่อพลังดีๆ ให้ทุกคนผ่านนิทาน เจ้าโกเช่ร์กับพลังวิเศษ ที่เล่าเรื่องมาจากชีวิตจริงของหนู และหวังว่านิทานเรื่องนี้จะเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อยต่อผู้อ่านในด้านของการสังเกตอาการต่างๆ และจะเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยสร้างความตระหนักรู้ในโรคโกเช่ร์มากขึ้น ขออย่าเพิ่งท้อถอย และขอให้เชื่อว่าความหวังและโอกาสยังมีสำหรับทุกคนอยู่เสมอ”

พิรุณ จิตศาลา

พิรุณ จิตศาลา

บุญ พุฒิพงศ์ธนโชติ และลูกสาว สุวพิชญ์ ที่ป่วยเป็นโรคโกเช่ร์

บุญ พุฒิพงศ์ธนโชติ และลูกสาว สุวพิชญ์ ที่ป่วยเป็นโรคโกเช่ร์

น้องฝ้าย-สุวพิชญ์ ร่วมกิจกรรมจัดดอกไม้

น้องฝ้าย-สุวพิชญ์ ร่วมกิจกรรมจัดดอกไม้

หรูหรา บน Rooftop ใจกลางทองหล่อ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/726381

หรูหรา บน Rooftop ใจกลางทองหล่อ

หรูหรา บน Rooftop ใจกลางทองหล่อ

วันอังคาร ที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นาทีนี้ ร้านอาหารที่มีบรรยากาศหรูหรา ผสมผสานกลิ่นอายของความโรแมนติกต้องยกให้ LACOL Bangkok ร้านอาหารสุดหรูบน Rooftop ชั้น 30 ของโรงแรม StaybridgeSuites Bangkok Thonglor ที่ให้คุณได้ Private Dinner ในโดมแก้วสุดอลังการ คอนเฟิร์มได้เลยว่า จะได้ดื่มด่ำกับบรรยากาศดีๆ นั่งชมวิวพระอาทิตย์ตกแบบเอ็กซ์คลูซีฟสุดๆ ท่ามกลางวิวเมืองที่น่าประทับใจ

LACOL Bangkok (ลาโค่ แบงค็อก) พื้นที่แฮงเอ้าท์แห่งใหม่ใจกลางเมือง ตั้งอยู่บน Rooftop ชั้น 30 ของโรงแรม Staybridge Suites Bangkok Thonglor ซอยสุขุมวิท 55 ที่พัฒนาโครงการโดย บริษัท วัน ออริจิ้นจำกัด (มหาชน) มีสไตล์การออกแบบที่บอกได้เลยว่าโดดเด่นมาก นอกจากวิวพระอาทิตย์ลับเหลี่ยมตึกในเมืองที่สวยน่าประทับใจแล้ว ยังเพิ่มบรรยากาศความโรแมนติก ให้ชนะเลิศ กับ Luxurious igloo dining experience กับดีไซน์การตกแต่งที่มีกลิ่นอายสไตล์ยุโรป ถ่ายรูปมุมไหนก็ออกมาสวยสะดุดตา รวมถึงเมนูอาหารสไตล์ Modern French Twist Asian ซึ่งผสมผสานความอร่อยและรสชาติแบบเอเชียนได้อย่างลงตัว รองรับได้ทั้งปาร์ตี้แบบกลุ่มเพื่อน แบบครอบครัว หรือจัดเลี้ยงสังสรรค์ในโอกาสพิเศษ 

เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งร้านที่ควรค่าแก่การสัมผัสประสบการณ์ความอร่อย พร้อมซึมซับบรรยากาศดีๆ วิวสวยงามแบบครบครันในที่เดียว

‘เกษรวิลเลจ’จับมือดีไซเนอร์ชื่อดัง‘Dries Van Noten’ เปิดตัวสุดยอดผลงานศิลปะ‘Fashion and Form’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/726384

‘เกษรวิลเลจ’จับมือดีไซเนอร์ชื่อดัง‘Dries Van Noten’ เปิดตัวสุดยอดผลงานศิลปะ‘Fashion and Form’

‘เกษรวิลเลจ’จับมือดีไซเนอร์ชื่อดัง‘Dries Van Noten’ เปิดตัวสุดยอดผลงานศิลปะ‘Fashion and Form’

วันอังคาร ที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

“เกษรวิลเลจ” (Gaysorn Village) ไลฟ์สไตล์เออร์บันวิลเลจใจกลางกรุงแห่งแรกและแห่งเดียวในประเทศไทยผู้สร้างสร้างคอมมูนิตี้สำหรับกลุ่มคนที่มีความชื่นชอบในเรื่องเดียวกัน รวมไปถึงการสร้างพื้นที่ให้ทุกคนได้สร้างแรงบันดาลใจและความคิดสร้างสรรค์ได้ในแบบฉบับของแต่ละบุคคล ล่าสุดได้จับมือกับดีไซเนอร์ชื่อก้องโลกชาว เบลเยียม “Dries Van Noten” ดีไซเนอร์ที่ประสบความสำเร็จและเป็นที่ยอมรับในกลุ่มคนรักแฟชั่นคนหนึ่งของโลก และ “คลับ 21 ประเทศไทย” (Club 21 Thailand) เปิดตัวสุดยอดผลงานศิลปะ “Fashion and Form” ที่ทางดีไซเนอร์ได้หยิบยกแรงบันดาลใจจากเครื่องประดับคอลเลคชั่นสปริง/ซัมเมอร์ 2023 มาถ่ายทอดเป็นผลงานศิลปะชิ้นเยี่ยมที่ประดับตกแต่งอยู่ทั่วทุกบริเวณของเกษรวิลเลจ

สำหรับผลงาน “Fashion and Form” นั้นได้รับแรงบันดาลใจมาจากเครื่องประดับแก้วคริสตัลสีสันสดใสจากคอลเลคชั่นสปริง/ซัมเมอร์  2023 ของ “Dries Van Noten” ที่ถูกออกแบบมาให้มีการเล่นแสงระยิบระยับของโครงสร้างไฟที่ถูกแขวนไว้กลางอากาศและโยงใยระย้าอย่างงดงาม รายล้อมด้วยริบบิ้นที่หมุนวนจนทำให้เกิดการพลิ้วไหวที่อ่อนช้อย ซึ่งทำจากวัสดุที่ถูกออกแบบมาเป็นพิเศษเพื่อให้สะท้อนกับแสงแดดที่ส่องผ่านเกษรวิลเลจในเวลากลางวัน อีกทั้งยังประดับด้วยงานฝีมืออันประณีตบรรจงอย่างลูกแก้วและหยดน้ำ โดยผลงานชิ้นนี้เปรียบดั่งอัญมณีที่ดูบอบบาง แต่ในขณะเดียวกันก็แข็งแกร่งจึงสามารถเติมเต็มความงดงามทางสถาปัตยกรรมได้อย่างลงตัว เฉกเช่นเดียวกันกับที่เครื่องประดับสามารถเติมเต็มการแต่งตัวให้สมบูรณ์แบบได้

จิรัสย์ วัฒนภัทรเศรษฐ์ รองกรรมการบริหารเกษรวิลเลจ กล่าวว่า “เรายังคงมุ่งมั่นที่จะสร้างสรรค์ประสบการณ์ของการมาเยือนเกษรวิลเลจ ให้มีความแปลกใหม่ น่าสนใจและเหมาะกับไลฟ์สไตล์ของคนเมืองโดยเฉพาะอย่างยิ่งโซน เกษร ดีไซเนอร์เลนส์ (Gaysorn Designer Lane)ที่เปรียบเสมือนสวรรค์ของเหล่าคนรักแฟชั่น เพราะเราได้รวบรวมแบรนด์แฟชั่นชั้นนำที่ครบครันจากทั่วทุกมุมโลกมาไว้ที่นี่ โดยเราตั้งใจให้เป็นจุดนัดพบเหล่าคนรักแฟชั่นผู้หลงใหลในความเอ็กซ์คลูซีฟ และนอกจากนี้เรายังพร้อมต้อนรับทุกคนด้วยบรรยากาศอันสุนทรีย์ของงานศิลปะชิ้นพิเศษที่จะหมุนเวียนมาจัดแสดง ซึ่งครั้งนี้เกษรวิลเลจได้มอบแรงบันดาลใจครั้งใหม่ด้วยการร่วมงานกับนักออกแบบแฟชั่นที่มีชื่อเสียงอย่าง ดรีส แวน โนเท็น เพราะอย่างที่ทราบกันดีว่าดรีส แวน โนเท็น เป็นดีไซเนอร์แถวหน้าของอุตสาหกรรมแฟชั่นระดับโลก ด้วยผลงานการออกแบบที่เป็นเอกลักษณ์ของเขาสามารถดึงดูดผู้ชมทั่วโลกได้ ซึ่งเราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเกษรวิลเลจที่ได้รับการตกแต่งด้วยผลงานของดรีส แวน โนเท็น จะสามารถสร้างแรงบันดาลใจให้เหล่าผู้มาเยือน และเพลิดเพลินไปกับการช้อปปิ้งในที่แห่งนี้ ได้อย่างมีความสุข”

ร่วมค้นหาแรงบันดาลใจและเพลิดเพลินไปกับการช้อปปิ้งกับประสบการณ์สุดพิเศษจากผลงานศิลปะชิ้นเยี่ยมได้แล้ววันนี้ที่ “เกษรวิลเลจ” (Gaysorn Village) โดยสามารถติดตามข่าวสารต่างๆ ได้ทาง www.facebook.com/GaysornVillage/ และ www.gaysornvillage.com

จิรัสย์ วัฒนภัทรเศรษฐ์ รองกรรมการบริหารเกษรวิลเลจ

จิรัสย์ วัฒนภัทรเศรษฐ์ รองกรรมการบริหารเกษรวิลเลจ

ศูนย์เรียนรู้ไฟ-ฟ้า โดย ทีทีบี จุดประกายเยาวชน ‘ปิดเทอมสร้างสรรค์ สู่เมืองแห่งการเรียนรู้’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/726398

ศูนย์เรียนรู้ไฟ-ฟ้า โดย ทีทีบี จุดประกายเยาวชน  ‘ปิดเทอมสร้างสรรค์ สู่เมืองแห่งการเรียนรู้’

ศูนย์เรียนรู้ไฟ-ฟ้า โดย ทีทีบี จุดประกายเยาวชน ‘ปิดเทอมสร้างสรรค์ สู่เมืองแห่งการเรียนรู้’

วันอังคาร ที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

มาริสา จงคงคาวุฒิ หัวหน้ากิจกรรมสังคมเพื่อความยั่งยืน ทีเอ็มบีธนชาต

ศูนย์เรียนรู้ ไฟ-ฟ้า ร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับกิจกรรม “ปิดเทอมสร้างสรรค์ อัศจรรย์วันว่าง” ประจำปี 2566 จัดโดยกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ประสานความร่วมมือกับเครือข่ายทั้ง 4 ภาค เพื่อจุดประกายให้เยาวชนใช้เวลาว่างอย่างสร้างสรรค์ในช่วงวันหยุดและปิดเทอม ประชาสัมพันธ์พื้นที่สร้างสรรค์แหล่งการเรียนรู้ให้กับเยาวชนไทย ภายในงานมีภาคีทั้งภาครัฐและภาคเอกชนร่วมเวทีเสวนา “ปิดเทอมสร้างสรรค์ เติมเต็มวันว่าง ลดเวลาเสี่ยง” เปิดพื้นที่ให้เด็กค้นหาตัวตน รับมือโลกที่เปลี่ยนแปลง อาทิ ดร.สุปรีดา อดุลยานนท์ ผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) สมหวัง พ่วงบางโพ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ ศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พงษ์ศักดิ์ยิ่งชนม์เจริญ นายกเทศมนตรีนครยะลา และ มาริสา จงคงคาวุฒิ หัวหน้ากิจกรรมสังคมเพื่อความยั่งยืน ทีเอ็มบีธนชาตในฐานะตัวแทนจากภาคเอกชนมาร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองความสำเร็จในการพัฒนาพื้นที่การเรียนรู้สำหรับเด็ก

มาริสา จงคงคาวุฒิ ในฐานะตัวแทนจากภาคเอกชน ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองและสะท้อนเส้นทางความสำเร็จ “ทีทีบีเล็งเห็นความสำคัญของเด็กและเยาวชน ซึ่งจะเป็นกำลังหลักช่วยเปลี่ยนแปลงและขับเคลื่อนประเทศในอนาคต จึงได้สร้างองค์ความรู้เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตเด็กไทย มอบความรู้และทักษะที่หาไม่ได้ในห้องเรียนให้กับเด็กๆ มาอย่างต่อเนื่อง ผ่านศูนย์เรียนรู้ไฟ-ฟ้า ซึ่งเป็นการจัดกิจกรรมภายใต้ปรัชญาการทำงาน Make REAL Change ที่ไม่ได้มุ่งเปลี่ยนแค่เรื่องธุรกิจ แต่ยังสร้างการเปลี่ยนแปลงในเชิงสังคมไปพร้อมกันโดยเฉพาะอย่างยิ่งในเด็กและเยาวชนซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการเปลี่ยนสังคมเพื่อความยั่งยืน เน้นการสอนถึงวิธีการจับปลา แทนการให้ปลา มีกลุ่มเป้าหมายคือ เด็กและเยาวชน อายุระหว่าง 12-17 ปี มาจากครอบครัว ที่มีรายได้ต่ำถึงปานกลางเป็นหลักมีความตั้งใจให้เยาวชนได้นำความรู้ หรือทักษะที่ได้ให้กลับคืนสู่สังคม ผ่านโครงการ Pay It Forward เพื่อสนับสนุนให้เด็กทุกคนเป็นผู้ให้กับสังคม ด้วยความเชื่อว่าเมื่อเด็กได้รับความรู้และทักษะที่ดี เมื่อเติบโตไปจะสามารถนำความรู้ไปส่งต่อให้คนอื่นๆ ในสังคมต่อไป”

ปัจจุบันศูนย์เรียนรู้ไฟ-ฟ้าโดย ทีทีบี มีจำนวนทั้งหมด5 แห่ง ในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ได้แก่ ประชาอุทิศ, ถนนจันทน์, บางกอกน้อย, สมุทรปราการ และนนทบุรีเปิดให้บริการทุกวันยกเว้นวันจันทร์ เน้นสอนทักษะทางศิลปะและทักษะชีวิต โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เน้นทักษะวิชานอกห้องเรียน เช่น เต้น กีตาร์ เทควันโด มวยไทย และศิลปะ

สิ่งสำคัญที่ศูนย์เรียนรู้ไฟ-ฟ้า มอบให้เด็กๆ ที่เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของศูนย์ฯ คือ “โอกาส ความรัก และความเชื่อใจ”โอกาสที่ช่วยมอบพื้นที่ที่ปลอดภัยให้เด็กได้ทำกิจกรรม สร้างสรรค์ เรียนรู้และค้นพบมิตรภาพใหม่ๆ ความรักที่คอยโอบกอด คอยชื่นชม ให้เด็กได้เรียนรู้ว่าไม่จำเป็นต้องเก่งทุกอย่างก็มีคุณค่าในตัวเอง และความเชื่อใจในตัวเด็ก ให้เขากล้าค้นหาศักยภาพในตัวเอง สิ่งเหล่านี้จะช่วยสร้างกระบวนการและสภาพแวดล้อมในการเรียนรู้ที่ดี ส่งเสริมให้เด็กเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดีต่อไปในอนาคต เพราะเด็กจะไม่ได้มีแค่ความรู้และทักษะติดตัว แต่ยังมีความเข้าใจในการทำงานร่วมกับผู้อื่น เห็นคุณค่าในตัวเองและรู้จักการแบ่งปัน

“ศูนย์เรียนรู้ไฟ-ฟ้า ทำให้เขามีพื้นที่ปลอดภัยสำหรับการเรียนรู้ ได้ทำกิจกรรมร่วมกับพี่ๆ เพื่อนๆ ในช่วงเวลาว่าง จนวันนี้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และยังมีตัวอย่างของรุ่นพี่เด็กไฟ-ฟ้าที่กลับมาต่อยอดให้ความรู้ใหม่ๆ กับรุ่นน้อง ซึ่งตัวอย่างเหล่านี้ล้วนแล้วแต่เป็นส่วนสำคัญที่ช่วยพิสูจน์คุณค่าให้กับเส้นทางการดำเนินงานของทีทีบี ซึ่งศูนย์เรียนรู้ไฟ-ฟ้า ไม่ได้คาดหวังให้เด็กต้องเก่งที่สุด แต่เราอยากให้เด็กทุกคนค้นพบศักยภาพในตนเอง โดยเฉพาะเด็กที่ไม่มีต้นทุนในชีวิต ให้ได้กลับมาเป็นเด็กธรรมดาเท่าเทียมกับคนอื่น เพราะเชื่อมั่นว่าเด็กธรรมดาเป็นสิ่งที่สวยงาม โดยทีทีบียินดีอย่างยิ่งที่จะเปิดโอกาสให้ผู้ที่เกี่ยวข้องหรือหน่วยงานที่มีวิสัยทัศน์เดียวกันมาร่วมกันสร้างเด็กธรรมดาให้เป็นสิ่งที่สวยงาม” มาริสา กล่าวทิ้งท้าย

ภาคีทั้งภาครัฐและภาคเอกชนร่วมเวทีเสวนา

ภาคีทั้งภาครัฐและภาคเอกชนร่วมเวทีเสวนา

เฉลิมฉลองก้าวสู่ปีที่ 3 ‘LYO’ ภายใต้คอนเซ็ปต์ ‘3 ปีทั้งทีจะเล็กได้ยังไง’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/726402

เฉลิมฉลองก้าวสู่ปีที่ 3 ‘LYO’ ภายใต้คอนเซ็ปต์ ‘3 ปีทั้งทีจะเล็กได้ยังไง’

เฉลิมฉลองก้าวสู่ปีที่ 3 ‘LYO’ ภายใต้คอนเซ็ปต์ ‘3 ปีทั้งทีจะเล็กได้ยังไง’

วันจันทร์ ที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2566, 17.42 น.

ไม่ได้มาเล่นๆ แต่มาในฐานะตัวจริงเรื่องเส้นผม สำหรับเป็นผู้ประกาศข่าวแถวหน้า “หนุ่ม-กรรชัย กำเนิดพลอย” จากรายการ “เที่ยงวันทันเหตุการณ์” และ “โหนกระแส” ทาง ช่อง 3 หลังจากหันมาลุยธุรกิจกับผลิตภัณฑ์ “ไลโอ” โดย บริษัท 88(ไทยแลนด์) จำกัด ซึ่งกลายเป็นผลิตภัณฑ์บำรุงเส้นผมที่ครองใจผู้บริโภค

และเพื่อเฉลิมฉลองก้าวเข้าสู่ปีที่ 3 อย่างยิ่งใหญ่ “หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย” พร้อมด้วย คุณนพรัตน์ มาลัยวงค์  กรรมการบริหารและผู้ก่อตั้งบริษัท 88(ไทยแลนด์) จำกัด  จัดงาน ปาร์ตี้ไลโอ ก้าวสู่ปีที่3 งานเลี้ยงตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศอย่างยิ่งใหญ่ ณ ร้าน M club (มอนดิ คาร์โล) โดยมี “แคน อติรุจ กิตติพัฒนะ” รับหน้าที่เป็นพิธีกร และเซอร์ไพรส์สุดพิเศษกับมินิคอนเสิร์ตจาก “บอย-อนุวัฒน์ สงวนศักดิ์ภักดี” ที่มาร่วมความสุขตลอดทั้งงาน

โดย “หนุ่ม กรรชัย” เผยเรื่องนี้ว่า “จุดประสงค์ของการจัดงาน ปาร์ตี้ไลโอ ก้าวสู่ปีที่ 3 ในวันนี้เพื่อขอบคุณตัวแทนจำหน่าย และคู่ค้าทุกท่านที่เป็นส่วนหนึ่งในความสำเร็จของไลโอ เราตั้งเป้าจะทำให้ไลโอเป็นผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมที่ทุกคนรู้จัก ซึ่งในวันนี้เรามั่นใจว่าเราทำสำเร็จไปอีกก้าวนึงแล้ว เพราะในวันนี้ไลโอเป็นผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมยอดนิยมอันดับต้นๆ ของประเทศไทย ไลโอมุ่งมั่นพัฒนาสินค้าที่ตอบโจทย์ทุกปัญหาเส้นผม เพราะในวันนี้นอกจากไลโอลดผมร่วง เรายังมีไลโอแชมพูปิดผมขาว และยังมีผลิตภัณฑ์ใหม่เพิ่มขึ้นอีกแน่นอนขออุบไว้ก่อน การตลาดยังคงจัดเต็มและบอกเลยว่ามากกว่าเดิมแน่นอน  ไม่เพียงแค่การพัฒนาสินค้าใหม่ แต่พร้อมที่จะผลักดันให้ไลโอ ขยายฐานลูกค้าในประเทศจีน และอีกหลายๆประเทศ  จึงอยากให้ทุกท่านเชื่อมั่นว่าไลโอจะก้าวไปสู่จุดมุ่งหมายที่เติบโตขึ้นในอนาคตอย่างต่อเนื่องแน่นอน” 

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร 02-326-8888 หรือ Line @lyothailand รับรองพ่อจัดหนัก เปย์โปรโมชั่นให้แน่นอน

-(016)

‘ดร.หนึ่ง-จิรโรจน์’นักธรุกิจ-จิตอาสา รวมพลคนรุ่นใหม่ชูธงดูแลผู้สูงวัย-หนุนคนรุ่นใหม่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/726312

'ดร.หนึ่ง-จิรโรจน์'นักธรุกิจ-จิตอาสา รวมพลคนรุ่นใหม่ชูธงดูแลผู้สูงวัย-หนุนคนรุ่นใหม่

‘ดร.หนึ่ง-จิรโรจน์’นักธรุกิจ-จิตอาสา รวมพลคนรุ่นใหม่ชูธงดูแลผู้สูงวัย-หนุนคนรุ่นใหม่

วันจันทร์ ที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2566, 11.15 น.

“ดร.หนึ่ง-จิรโรจน์ มาลัยทองทิพย์” นักธุรกิจจิตอาสาที่ทำงานกิจกรรมช่วยเหลือสังคม-การกุศลมาตลอด กล่าวว่า วันนี้ขออาสามาทำงานเพื่อส่วนรวมและประเทศชาติโดยเป็นรองหัวหน้าพรรคประชาไทย ที่มีนายบุญยงค์  จันทร์แสงเป็นหัวหน้าพรรค และพรรคได้หมายเลข 56 และตัวเองก็เป็นผู้สมัคร ส.ส.ปาร์ตี้ลิส ลำดับที่ 2 ของพรรค ต่อจากหัวหน้าฯ การตัดสินใจมาทำงานการเมืองครั้งนี้เพราะเล็งเห็นถึงปัญหาหลายด้านที่เกี่ยวกับพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะเรื่องของสังคมผู้สูงวัย ซึ่งนับวันจำนวนผู้คนสูงอายุจะมากขึ้นตอนนี้มีกว่า 14 ล้านคนแล้ว แต่สวัสดิการที่จะมารองรับของสังคมผู้สูงอายุยังไม่เพียงพอต่อการดำรงชีพ 

“ทางพรรคเลยมีนโยบายเพิ่มสวัสดิการให้ผู้สูงอายุรวมทั้งยังมีนโยบายเพิ่มเบี้ยให้ อสม. ในส่วนของคนรุ่นใหม่เราก็มีการสนับสนุนคนรุ่นใหม่อย่างเต็มที่ด้วยนโยบายเถ้าแก่น้อย เพื่อสนับสนุนทางด้านการทำธุรกิจอย่างเต็มที่ และยังมีนโยบายเพิ่มค่าตอบแทนให้กำนันและผู้ใหญ่บ้านอีกด้วย” ดร.หนึ่ง-จิรโรจน์ กล่าวตอนท้ายอีกว่า เมื่อเรามีโอกาสอยากเข้ามาช่วยพัฒนาประเทศชาติ  จึงขันอาสามาทำงานด้านการเมืองติดตามเรื่องราวชีวิตการงานของผมได้ในรายการตรงประเด็นในวันที่ 26 เม.ย.นี้นะครับ

เสียงแตก! ‘ณวัฒน์’ร่ายยาวสั่งสอน ‘เฌอเอม’ปฏิเสธดูดวง-ขอคืนไมค์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/726490

เสียงแตก! 'ณวัฒน์'ร่ายยาวสั่งสอน 'เฌอเอม'ปฏิเสธดูดวง-ขอคืนไมค์

เสียงแตก! ‘ณวัฒน์’ร่ายยาวสั่งสอน ‘เฌอเอม’ปฏิเสธดูดวง-ขอคืนไมค์

วันอังคาร ที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2566, 09.04 น.

เสียงแตก! ‘ณวัฒน์’ ร่ายยาวสั่งสอน ‘เฌอเอม’ ปฏิเสธดูดวง ขอคืนไมค์

เรียกว่ามีดราม่ารายวันเลยก็ว่าได้ สำหรับเวทีประกวด Miss Grand Thailand 2023 เมื่อ เฌอเอม ชญาธนุส ศรทัตต์ มิสแกรนด์จังหวัดลำพูน ปฏิเสธดูดวงพร้อมขอวางไมค์ จนทำให้ ณวัฒน์ อิสรไกรศีล บอสใหญ่ร่ายยาวสั่งสอนจนทำให้มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ตามมาจากแฟนนางงาม 

โดย เฌอเอม กล่าวว่า “เอมลำบากใจมากเลยค่ะ คือเอมไม่สะดวกเลย เอมเป็นคริสต์ค่ะ” จากนั้นณวัฒน์ก็บอกว่าจะสอนให้ฟังว่า “การอยู่ร่วมกันในสังคม มันคือความหลากหลาย การยึดติดในบางสิ่งจะเป็นอุปสรรคอันใหญ่หลวงของเรา พี่ดูดวงให้ตอนนี้ได้เลย เพราะว่างานศิลปินเป็นงานที่ต้องใช้ศาสตร์ครบสูตร … คนที่ฉลาดเท่านั้นจะอยู่กับคนทุกประเภทได้ เพราะฉะนั้นเฌอเอมต้องคิดให้ดี ถ้า เฌอเอมไม่ยอมอยู่กับคนทุกประเภท เฌอเอมจะไม่มีวันประสบความสำเร็จ … แล้วก็ศานาเป็นเพียงรสนิยม ไม่ใช่ชีวิต ไม่ใช่จิตใจ แล้วก็ไม่ใช่หน่อเนื้อ เราเกิดขึ้นได้ โตขึ้นได้เพราะชีวิตเรา มันไม่มีใครให้ชีวิต พระเจ้าก็ไม่ได้ให้ชีวิต พระอัลเลาะห์ก็ไม่ได้ให้ชีวิต พระพุทธเจ้าก็ไม่ได้ให้ชีวิต คนที่ให้ชีวิตเราคือพ่อกับแม่ …. พี่เป็นคนพูดตรง”

ขณะที่เฌอเอมน้ำตาร่วงพร้อมบอกว่า ขอพูดสักครั้งได้ไหมคะ ? เพราะหนูว่า หนูจะไม่มีโอกาสพูดแล้ว ขณะที่ณวัฒน์บอกว่า “ไม่ พี่พูดให้ฟังแบบนี้ พี่สอน! ” ตนเป็นเพียงผู้ใหญ่คนหนึ่งที่เคยสอนคน ไม่ว่าจะต่างชาติ ต่างศาสนา ต่างวัฒนธรรมแล้วประสบความสำเร็จ ก็เลยเอามาสอนเฌอเอม

ขณะที่แฟนนางงามหลายเสียงเห็นใจผู้เข้าประกวด ต่างก็คอมเม้นท์วิพากษ์วิจารณ์ณวัฒน์ ประเด็นที่ว่า ที่ผ่านมา เห็นออกมาเรียกร้องประชาธิปไตย แต่เรื่องนี้กลับไม่เคารพสิทธิผู้อื่น , ไม่อยากให้บังคับจิตใจผู้เข้าประกวด 

ล่าสุด ณวัฒน์ ได้ไลฟ์สดหลังมีประเด็นดราม่าไม่เคารพสิทธิ โดยระบุว่า ต้องการคนมาทำงานในองค์กร และมีเงื่อนไขน้อยที่สุด นี่พูดถึงการแข่งขันและกิจกรรม ไม่ต้องลากผมไปศาสนาใดๆ ทั้งสิ้น ผมยังไม่รู้เลย เขานับถือศาสนาอะไร ให้ตายสิ ผมรู้ว่าเขาดูดวง เขาไปวัด เจอกันครั้งล่าสุดคือเขาดูดวงกันเอง เท่าที่รู้จักเขาล่าสุด หลายปีที่แล้วก็เห็นเขา ยกมือไหว้ ดูดวง ดูไพ่ๆ ก็ไพ่สำรับนี้ จะให้ผมรู้อะไรไปมากว่านั้น ผมไม่มีหน้าที่สะกดรอยว่าใครจะหายใจไปทางไหน ใครชอบไม่ชอบอะไร กรุณาให้เกียรติผมและองค์กรด้วย ผมไม่พูดเรื่องศาสนา ถ้าพูดกันไม่รู้เรื่องก็แล้วแต่คุณ ถือว่าเกเร ผมไม่สนใจ

-009

‘ป๋อ-ณัฐวุฒิ’รุ่นใหญ่ใจต้องนิ่ง ปลุกจิตวิญญาณพระเอกนักบู๊…โชว์เท่ให้เด็กมันดู

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/726390

‘ป๋อ-ณัฐวุฒิ’รุ่นใหญ่ใจต้องนิ่ง  ปลุกจิตวิญญาณพระเอกนักบู๊…โชว์เท่ให้เด็กมันดู

‘ป๋อ-ณัฐวุฒิ’รุ่นใหญ่ใจต้องนิ่ง ปลุกจิตวิญญาณพระเอกนักบู๊…โชว์เท่ให้เด็กมันดู

วันอังคาร ที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ละครกำลังสนุก “ชายแพศยา” ไม่ได้มีดีแค่ผู้ชายถอดเสื้อนะคุณผู้ชม แต่ยังมีความสนุกแบบลุ้นระทึก โชว์ลีลาบู๊แบบแมนๆของผู้ชายเค้าฟาดกันให้ได้ชม วันนี้ขอเลือกฉากเด็ดของ “ป๋อ-ณัฐวุฒิ” กับ “พรีม-รณิดา” และ “ไอซ์-ภาณุวัฒน์” ทั้งกองยกให้เป็นแก๊งความหวังของหมู่บ้านมาเล่าให้ฟัง

เป็นฉาก วิม (ป๋อ) พา พลอยรุ้ง (พรีม) กับ ณพงศ์ (ไอซ์) มาจับมือโพสต์ปล่อยข่าวเท็จทำลายบริษัทที่ห้องเช่าในตึกแถวกลางตลาด วิมพังประตูเข้าไปถึงรังของคนร้ายแต่คนร้ายโดดหน้าต่างหนี ทำให้แก๊งของวิมต้องวิ่งตามไล่ล่ากันพักใหญ่ แต่สุดท้ายวิมก็เป็นฮีโร่จัดการคนร้ายได้ทันที ฉากนี้เราไปถ่ายกันที่ห้องแถวตึก 2 ชั้นย่านตลาดบางบัวทอง ถือเป็นฉากใหญ่และใช้เวลามากอีกหนึ่งฉากของทีมงาน โดยมี ป๋อ ไอซ์ พรีม ตัวตึงของเรื่องเข้าฉากพี่ดุลย์ ผกก.ซ้อมบล็อกกิ้งยาวๆ เริ่มจากป๋อและสองหลาน วิ่งออกจากตึกไล่โจรยาวๆ ระยะทางก็ประมาณ 500 เมตร แต่การวิ่งต้องถ่ายหลายรอบ ทุกคนก็จะแซวป๋อไหวมั้ย เพราะอายุมากที่สุด แต่ป๋อก็โชว์เก๋า อวดดีกรีพระเอกนักบู๊ในตำนาน แค่วิ่งสบายมาก แถมยังเป็นห่วงพรีมกับไอซ์กลัวจะไม่ไหว เริ่มซ้อมทุกคนก็แทบร่วงเพราะถ่ายกลางแดดเปรี้ยงและวิ่งแบบยาวๆ เก็บภาพกว้าง ทั้งสาม คนใส่กันไม่ยั้งวิ่งแบบลืมเหนื่อยพรีมที่ดูจะอ่อนแอสุดเพราะเป็นผู้หญิงก็ต้องรั้งท้ายเป็นธรรมดา พอสัก 2 รอบไปแล้วพรีมขอต่อรองให้ทุกคนช่วยวิ่งช้าๆ หน่อย หลังถ่ายคัทแรกผ่านไปเราก็ได้เห็นถึงพลังในการสับเท้าของป๋อชนิดที่รองเท้าเปิดเล็บฉีกกันเลย เพราะเป็นคนเดียวที่ต้องใส่รองเท้าหนัง (เหมือนทีมงานแกล้งแต่บังเอิญมันต่อเนื่องมาแล้วเปลี่ยนไม่ได้) พอถ่ายคัทแคบๆ เราก็จะได้เห็นป๋อใส่รองเท้าแตะเล่นแบบฮาๆ ฉากนี้ต้องบอกเลยว่าทั้ง ป๋อ ไอซ์ พรีม วิ่งกันจนลมแทบจับกว่าจะได้ฉากไล่ล่าสวยๆ มาฝากทุกคน ตบท้ายด้วยบู๊ของป๋อกับโจรแบบเท่ๆ อีกชุดใหญ่ คนที่เหนื่อยคือป๋อ คนที่ลุ้นคือพรีมกับไอซ์ จนมีคนแซวว่าแทนที่ป๋อจะสบายได้รับการดูแลเพราะเป็นรุ่นใหญ่ปล่อยให้เด็กๆ รับหน้าที่หนักไปแต่กลายเป็นคนแก่เหนื่อยให้เด็กๆดู โถๆๆๆๆ เอ็นป๋อจริงๆ แต่ฉากนี้ถ้าไม่ใช่ป๋อก็ไม่รู้ว่าจะได้ทั้งภาพและความสนุกขนาดนี้หรือไม่ฝากติดตามกันได้ในละคร “ชายแพศยา” คืนวันอาทิตย์ที่ 30 เม.ย. ทางช่อง 3 ดูทีวีกด 33 ดูมือถือกด 3Plus

‘การ์ตูน’ ขอบคุณแฟนละคร ‘สร้อยนาคี’ พร้อมกล่าวอาลัย ‘อ๊อด-ธีระศักดิ์’ ผู้กำกับคุณภาพ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/726376

‘การ์ตูน’ ขอบคุณแฟนละคร ‘สร้อยนาคี’ พร้อมกล่าวอาลัย ‘อ๊อด-ธีระศักดิ์’ ผู้กำกับคุณภาพ

‘การ์ตูน’ ขอบคุณแฟนละคร ‘สร้อยนาคี’ พร้อมกล่าวอาลัย ‘อ๊อด-ธีระศักดิ์’ ผู้กำกับคุณภาพ

วันอังคาร ที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

เดินทางมาถึงตอนจบเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สำหรับละคร “สร้อยนาคี” อีกหนึ่งผลงานคุณภาพจากค่าย มุมใหม่ ผลงานการกำกับเรื่องล่าสุดที่ผู้กำกับมากฝีมือ “อ๊อด-ธีระศักดิ์ พรหมเงิน” สร้างความประทับใจให้แฟนละคร ลาจอด้วยเรตติ้ง15+ ทั่วประเทศได้ถึง 4.2 โดย “การ์ตูน-ณัฐฌา บุญปอง” หนึ่งในนักแสดงนำที่ได้ร่วมงานในละครเรื่องนี้ ขอเป็นตัวแทนขอบคุณแฟนละคร และขอเปิดใจแสดงคำไว้อาลัยต่อการจากไปของ อ๊อด-ธีระศักดิ์ ผู้กำกับการแสดงและผู้ผลิตละครแห่งมุมใหม่ว่า

“ขอบคุณแฟนละครที่ติดตามชมกันมาตั้งแต่วันแรกจนถึงตอนจบมากนะคะ สำหรับตูนละครเรื่องนี้เป็นการเปิดโลกใหม่ในการแสดงให้ตูนมากๆ ตูนได้ทำอีกหลายอย่างที่ยังไม่เคยได้ทำเพราะละครเรื่องนี้มันมีความดราม่ามากส่วนใหญ่ที่ผ่านมาเราก็จะเล่นแต่ละครบู๊แล้วเรื่องนี้มีการถ่ายทำที่ใช้ซีจีด้วย แล้วตูนได้ใส่ชุดไทยที่แบบไม่ค่อยได้มีโอกาสได้ใส่ขนาดนี้มาก่อน และเรื่องนี้ยังโชคดีอีกที่ได้ร่วมงานกับพี่ๆ นักแสดงรุ่นใหญ่เยอะมาก เราก็เหมือนน้องใหม่ยังไม่ค่อยรู้อะไรมากก็ได้มาเรียนรู้จากพี่ๆ แบบเต็มๆ มีปัญหาอะไรไม่เข้าใจทำไม่ได้ พี่ๆ เขาก็จะคอยซัพพอร์ตเต็มที่ บอกเทคนิคการแสดงให้เรา ทั้งพี่นุ๊ก (สุทธิดา เกษมสันต์ ณ อยุธยา),พี่แคท (แคทรียา อิงลิช), พี่นาว (ทิสานาฏ ศรศึก), พี่ดอม (ดอม เหตระกูล) ทุกคนคอยช่วยเราเต็มที่ ทำให้เราได้ประสบการณ์ใหม่ๆ ในการแสดงมากขึ้น รวมถึงการได้ทำงานกับพี่อ๊อด ซึ่งพี่อ๊อดเป็นผู้กำกับที่น่ารักมาก ใจเย็นมาก ถ้าเรามีปัญหาอะไรในการแสดงที่ไม่เข้าใจ สามารถถามพี่อ๊อดได้ตลอด พี่อ๊อดจะคอยอธิบายบอกในสิ่งที่เราสงสัยให้ฟัง เป็นคนที่เปิดกว้างในการทำงานกับนักแสดงทุกคน พี่อ๊อดจะเปิดรับฟังความคิดเห็นให้ทุกคนสามารถแชร์ไอเดียในการทำงานได้ตลอด แล้วถ้ายังไม่เข้าใจก็ถามได้ ตูนรู้สึกดีใจที่ครั้งหนึ่งได้มีโอกาสร่วมงานกับพี่อ๊อด เพราะพี่อ๊อดเปรียบเสมือนเป็นคุณครูของหนูเลย ทำให้เราได้เข้าใจในบทบาทตัวละครที่เราได้รับอย่างลึกซึ้ง ตูนรู้สึกดีใจและเป็นเกียรติมากๆ ที่ได้ร่วมงานกับพี่อ๊อดในละครเรื่องสร้อยนาคีค่ะ”

ช่อง 7HD ขอแสดงความเสียใจ และร่วมไว้อาลัยต่อการจากไปของ อ๊อด-ธีระศักดิ์ ผู้กำกับการแสดงและผู้ผลิตละครคุณภาพ มา ณ ที่นี้ โดยผลงานโทรทัศน์ที่สร้างความประทับใจให้ผู้ชมมีหลากหลายเรื่อง อาทิ สร้อยนาคี, เคหาสน์นางคอย, รางรักพรางใจ, จากศัตรูสู่หัวใจ, ม่านบังใจ, ยอดรักนักรบ, เรือมนุษย์, สัมปทานหัวใจ (พ.ศ. 2561), เพลิงพระนาง (พ.ศ. 2560) และอีกมากมาย ล่าสุดกำลังถ่ายทำละครเรื่อง ลูกผู้ชายหัวใจเพชร และ ทุกอณูฤทัยทางช่อง 7HD ติดตามชมละคร “สร้อยนาคี”ย้อนหลังได้ทาง BUGABOO.TV และอย่าพลาดชมความสนุกต่อเนื่องกับละครเรื่องใหม่ “กล้า ผาเหล็ก” ทุกวันพุธพฤหัสบดี เวลา 20.30 น. ทางช่อง 7HDดูทีวีกด 35 สดออนไลน์ BUGABOO.TV และช่องทางออนไลน์ Facebook, IG, Twitter, TikTok : Ch7HD เว็บไซต์ : www.ch7.com