130 ปี สภากาชาดไทย องค์กรด้านมนุษยธรรม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/725385

130 ปี สภากาชาดไทย องค์กรด้านมนุษยธรรม

130 ปี สภากาชาดไทย องค์กรด้านมนุษยธรรม

วันพฤหัสบดี ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

แม้เวลาจะผ่านไป 130 ปี แต่ภารกิจและจุดมุ่งหมายของสภากาชาดไทย ในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อบรรเทาทุกข์ บำรุงสุข บำบัดโรค และกำจัดภัย รวมถึงการคงไว้ซึ่งเจตนารมณ์ร่วมกันของภาคีกลุ่มองค์กรกาชาดทั่วโลก ที่มุ่งมั่นให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมโดยไม่เลือกปฏิบัติ ยังคงเป็นภารกิจที่สภากาชาดไทยยึดมั่นและขับเคลื่อนต่อไปอย่างมั่นคงและต่อเนื่อง

ปีพุทธศักราช 2566 เป็นปีที่สภากาชาดไทยสถาปนาครบ 130 ปี โดยจุดกำเนิดจากกรณีเหตุพิพาทเรื่องดินแดนระหว่างสยามและฝรั่งเศส เมื่อพุทธศักราช 2436 ด้วยความปรารถนาที่จะจัดตั้งองค์กรเพื่อบรรเทาทุกข์ให้แก่ทหารและพลเรือนที่ได้รับบาดเจ็บจากการปกป้องอธิปไตยของประเทศในขณะนั้น จึงมีกลุ่มสตรีชาวสยามรวมตัวกันเรี่ยไรเงินและสิ่งของรวมถึงขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเพื่อจัดตั้งสภาอุณาโลมแดงแห่งชาติสยามในการรักษาพยาบาลทหารและพลเรือนซึ่งถือเป็นการลงหลักปักฐานขององค์กรมนุษยธรรมในประเทศขึ้น โดยสภาอุณาโลมแดงแห่งชาติสยามได้วิวัฒน์มาเป็นสภากาชาดไทยในปัจจุบัน ปัจจัยสำคัญที่ทำให้สภาอุณาโลมแดงแห่งชาติสยามก่อกำเนิดขึ้นในครั้งนั้น คือ มนุษยธรรม อันหมายถึง ธรรมที่มนุษย์พึงมีต่อกันมนุษยธรรมนี้เป็นจุดเชื่อมโยงความสัมพันธ์ที่ดีที่นำไปสู่การกระทำที่จะช่วยปรับปรุง พัฒนาสังคม เพื่อประโยชน์สุขของมนุษยชาติทั้งมวล สร้างให้เกิดความร่วมมือร่วมใจและการสนับสนุนของสมาชิกในสังคมเพื่อสร้างสันติสุขให้เกิดขึ้นในโลกและก้าวเดินไปข้างหน้าพร้อมกัน

สภากาชาดไทย เป็นองค์กรสาธารณกุศลระดับประเทศที่ดําเนินการเพื่อมนุษยธรรมตามหลักการกาชาดสากล ที่มุ่งเน้นการส่งเสริมและช่วยเหลือประชาชนและผู้ด้อยโอกาสด้วยจิตสาธารณะให้มีสุขภาวะที่ดีพร้อมสําหรับวิถีชีวิตในศตวรรษที่ 21 โดยมุ่งเน้นการดำเนินงานภายใต้พันธกิจหลัก 4 ด้าน ได้แก่ การบริการทางการแพทย์และสุขภาพอนามัย การบรรเทาทุกข์ผู้ประสบภัย การบริการโลหิต และการส่งเสริมคุณภาพชีวิต

ด้านการบริการทางการแพทย์และสุขภาพอนามัย สภากาชาดไทยให้บริการรักษาพยาบาล ฟื้นฟูสภาพ สร้างเสริม
สุขภาพและป้องกันโรคให้แก่ประชาชนและผู้ด้อยโอกาส ให้บริการชีววัตถุและยาปราศจากเชื้อที่มีปริมาณเพียงพอต่อความต้องการของผู้ป่วยและปลอดภัยตามมาตรฐานสากล พร้อมทั้งเป็นศูนย์กลางจัดหาและบริการดวงตาและอวัยวะที่มีคุณภาพตามมาตรฐานสากลให้กับผู้ป่วยทั่วประเทศ จากแพทย์ผู้เชีี่ยวชาญเฉพาะทางและบุคลากรด้านสาธารณสุข อีกทั้งผลิตบุคลากรพยาบาลเฉพาะทาง ด้านการบรรเทาทุกข์ผู้ประสบภัย สภากาชาดไทยสามารถเข้าถึงผู้ประสบภัยอย่างรวดเร็ว และให้บริการช่วยเหลือบรรเทาทุกข์ผู้ประสบภัยทั่วประเทศ ครอบคลุมทั้งอุทกภัย วาตภัย อัคคีภัย ภัยแล้งและภัยหนาวผู้ประสบภัยได้รับความช่วยเหลืออย่างทันท่วงทีโดยการมีส่วนร่วมของสังคมและชุมชน มีการจัดการระบบอาสาสมัครอย่างเป็นระบบ พร้อมจัดทำแผนรับมือภัยพิบัติให้กับประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัย เพื่อพัฒนาให้เป็นชุมชนต้นแบบพร้อมรับภัยพิบัติอีกด้วยด้านการบริการโลหิต สภากาชาดไทยได้รับมอบหมายจากรัฐบาลให้มีหน้าที่หลักในการจัดหาโลหิตให้มีปริมาณเพียงพอปลอดภัย และมีคุณภาพสูงสุด จากผู้บริจาคโลหิตด้วยความสมัครใจไม่หวังสิ่งตอบแทน เพื่อนำไปใช้รักษาผู้ป่วยทั่วประเทศ ทั้งในรูปโลหิต ส่วนประกอบโลหิต และผลิตภัณฑ์โลหิต ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาได้มีการดำเนินการโดยยึดมั่นในนโยบายคุณภาพ คือ บริการประทับใจ โลหิตและผลิตภัณฑ์ มีคุณภาพได้มาตรฐาน ปลอดภัยทั้งผู้ให้และผู้รับด้านการส่งเสริมคุณภาพชีวิต สภากาชาดไทยเป็นองค์กรผู้นำด้านอาสาสมัครของประเทศ ด้วยระบบบริหารจัดการอาสาสมัครแบบบูรณาการ เพื่อให้โอกาสอาสาสมัครของสภากาชาดไทยได้ออกปฏิบัติงานที่เป็นการพัฒนาและส่งเสริมคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุ เด็กและเยาวชนที่ด้อยโอกาส รวมถึงพระภิกษุ ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น อีกทั้งเพิ่มจำนวนอาสาสมัครที่ผ่านการอบรมตามเกณฑ์ของสภากาชาดไทยเข้าถึงประชาชนและประชาชนได้รับประโยชน์จากการปฏิบัติงานของอาสาสมัครอย่างทั่วถึง “อาสาด้วยจิตกุศล บริการเพื่อนมนุษย์”

ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานเพียงไร“สภากาชาดไทย” ยังคงเป็นองค์กรที่ดำเนินงานตามพันธกิจมาอย่างยาวนาน เพื่อช่วยดับทุกข์เข็ญให้กับผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนและผู้ตกทุกข์ได้ยากทั้งภายในประเทศและนอกประเทศ โดยยึดมั่นในอุดมการณ์ตามหลักมนุษยธรรม ที่จะช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์โดยไม่เลือกชั้นวรรณะ ชาติ ศาสนา และลัทธิทางการเมือง โดยสภากาชาดไทยจะยังคงมุ่งมั่นปฏิบัติงานอย่างเต็มกำลังความสามารถเพื่อประโยชน์สุขและเป็นที่พึ่งของประชาชนต่อไป

สภากาชาดไทย ขอเชิญชวนทุกท่านร่วมชมนิทรรศการ “130 ปี สภากาชาดไทย องค์กรด้านมนุษยธรรม” โดยภายในงานมีการจัดแสดงนิทรรศการภาพพระราชกรณียกิจของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงสภานายิกาสภากาชาดไทย พร้อมทั้งรวบรวมภารกิจทั้ง 4 ด้าน ของสภากาชาดไทยอีกทั้งมีโซนรับบริจาค อาทิ บริจาคโลหิต บริจาคดวงตา บริจาคอวัยวะ และบริจาคร่างกาย รวมถึงโซนจำหน่ายสินค้าจากเครือข่ายเหล่ากาชาดจังหวัดทั่วประเทศ และพบกับศิลปินนักแสดงที่มาร่วมให้ความบันเทิงตลอดทั้งงาน ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 25-28 พฤษภาคม 2566 เวลา 11.00-21.00 น. ณ ICON Art &Culture Space ชั้น 8 ไอคอนสยาม

ใช้ชวิตได้อย่างมีความสุขกับ ‘ฮีโมฟีเลีย’ ด้วยการรักษาแบบป้องกัน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/725403

ใช้ชวิตได้อย่างมีความสุขกับ ‘ฮีโมฟีเลีย’  ด้วยการรักษาแบบป้องกัน

ใช้ชวิตได้อย่างมีความสุขกับ ‘ฮีโมฟีเลีย’ ด้วยการรักษาแบบป้องกัน

วันพฤหัสบดี ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

โรคเลือดออกง่ายหยุดยาก “ฮีโมฟีเลีย” (Hemophilia) เป็นโรคที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรม ลักษณะของโรคคือ ผู้ป่วยมักจะมีอาการเลือดออกง่าย ออกนานและหยุดยากตั้งแต่วัยทารกแรกเกิดหรือช่วงวัยเด็กไม่สามารถควบคุมการไหลออกของเลือดได้ ไม่ว่าจะเป็นแผลที่มองเห็น หรือตามอวัยวะในร่างกาย โดยอาการเลือดออกของโรคฮีโมฟีเลียที่มีลักษณะเด่นๆ มาจากการมีเลือดออกในข้อและกล้ามเนื้อ ซึ่งนอกจากทำให้ผู้ป่วยเจ็บปวดแล้ว ยังตามมาด้วยโอกาสเกิดภาวะทุพพลภาพและถึงจะเป็นโรคที่ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่หากได้รับการรักษาอย่างเหมาะสมตั้งแต่เด็ก ก็จะใช้ชีวิตได้แทบจะไม่แตกต่างไปจากคนทั่วไป สามารถมีคุณภาพชีวิตที่ดี และอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข

รศ.พญ.ดารินทร์ ซอโสตถิกุลหัวหน้าสาขาโลหิตและมะเร็งเด็ก ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวถึงการรักษาโรคฮีโมฟีเลียด้วยการให้แฟคเตอร์ทดแทนเข้าทางหลอดเลือด (replacement therapy)
เรียกง่ายๆ ว่า “ฉีดแฟคเตอร์ โดยแนวทางการรักษาผู้ป่วยโรคฮีโมฟีเลียในประเทศไทยปัจจุบันมี 2 ประเภท ได้แก่ การรักษาเมื่อมีภาวะเลือดออก (Episodic treatment) เป็นการให้แฟคเตอร์ 8 (factor VIII) ในคนไข้ฮีโมฟีเลียเอ (hemophilia A) และแฟคเตอร์ 9 (Factor IX) ในคนไข้ฮีโมฟีเลียบี(hemophilia B) โดยทั้งสองแฟคเตอร์เป็นแฟคเตอร์สำคัญที่ช่วยในการห้ามเลือด ซึ่งหากคนไข้เกิดอาการขาดแฟคเตอร์เหล่านี้ จะส่งผลให้มีภาวะเลือดออกง่าย หยุดยาก โดยเฉพาะในกลุ่มคนไข้ที่มีความรุนแรงของโรคจะมีภาวะที่เลือดออกได้เองแม้ว่าร่างกายจะไม่ได้มีการกระแทกใดๆ เกิดขึ้นได้ประมาณตั้งแต่ 6-12 ครั้ง หรือ 2-4 ครั้งต่อเดือน ซึ่งบ่งชี้ได้ว่าคนไข้มีโอกาสเลือดออกได้เอง เลือดออกในข้อ หรือกล้ามเนื้อลึกๆ โดยการรักษาแบบนี้เป็นการฉีดยาหลังจากคนไข้เกิดภาวะเลือดออกในข้อแล้ว ทำให้มีเลือดที่ยังคงคั่งและเหลือค้างอยู่ในข้อ เกิดเป็นข้อที่มีลักษณะข้อเสื่อมเหมือนกับข้อผู้สูงอายุ ผู้ป่วยที่โชคร้ายมีเลือดออกในข้อเกิน 3 ครั้งต่อปี ก็ยิ่งทำให้มีโอกาสเป็นข้อพิการได้ปัจจุบันแพทย์จะไม่แนะนำวิธีการรักษาแบบนี้ โดยเฉพาะคนไข้เด็ก เพราะผลกระทบที่ตามมาเมื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่ก็คือ มีปัญหาข้อพิการ โดยการรักษาที่เป็นมาตรฐานในปัจจุบันซึ่งแนะนำโดยสหพันธ์ฮีโมฟีเลียโลก(World Federation of Hemophilia) คือ การรักษาแบบป้องกัน (Prophylaxis treatment) ผู้ป่วยไม่จำเป็นต้องรอให้มีภาวะเลือดออกแต่แพทย์จะให้แฟคเตอร์เป็นประจำ ประมาณสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง เพื่อให้ระดับของแฟคเตอร์สูงเกิน 1 อยู่ตลอดเวลา ทำให้สามารถป้องกันไม่ให้มีภาวะเลือดออกได้ซึ่งผลดีของการรักษาแบบป้องกันก่อนมีอาการ จะช่วยให้ลักษณะของข้อคนไข้ใกล้เคียงกับคนปกติ ไม่เป็นข้อพิการ ยิ่งโดยเฉพาะคนไข้ที่ได้รับการรักษาตั้งแต่อายุก่อน 3 ขวบแต่การไปฉีดแฟคเตอร์ที่โรงพยาบาลทุกสัปดาห์คงไม่สะดวกเท่าใดนัก จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมืออย่างเคร่งคัดจากผู้ปกครอง ในการช่วยกันฉีดแฟคเตอร์เองที่บ้าน”

รศ.พญ.ดารินทร์ กล่าวเพิ่มเติมว่า“การฉีดยาแฟคเตอร์ที่บ้าน (Home Care) เป็นวิธีที่ดีที่สุด แต่ต้องได้รับการฝึกฝนจากทีมแพทย์และพยาบาลจนมั่นใจ เมื่อไหร่ที่ลูกเกิดสัญญาณเตือนด้วยอาการตึงหรือเจ็บ แล้วได้รับการฉีดแฟคเตอร์ในเวลานั้นเลือดจะหยุดทันที แต่ถ้ามาโรงพยาบาลซึ่งต้องใช้เวลาเดินทาง กว่าจะได้ฉีดแฟคเตอร์ก็อาจต้องใช้เวลาหลายชั่วโมง ทำให้เลือดออกในข้อ จากที่ออกในปริมาณน้อยเพียง 5 ซีซี จะกลายเป็นเพิ่มปริมาณถึง 200 ซีซีเทียบให้เห็นภาพคือน้ำอัดลม 1 กระป๋อง โดยโรงพยาบาลจุฬาฯ ได้มุ่งเน้นให้มีจำนวนผู้ป่วยฉีดยาได้เองที่บ้าน 90% ประกอบกับช่วงที่ผ่านมามีการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ทำให้ผู้ป่วยมีอุปสรรคในการมาโรงพยาบาล ผู้ปกครองก็เป็นกังวลว่า ถ้ามาโรงพยาบาลแล้วผู้ป่วยอาจจะมีโอกาสได้รับเชื้อโควิด จึงเกิดเป็นความพยายามที่จะฉีดยาด้วยตัวเองมากขึ้น เราจึงได้ส่งทีมพยาบาลพร้อมบุคลากรทางการแพทย์ไปเยี่ยมผู้ป่วยที่บ้าน สอนวิธีฉีดยาแฟคเตอร์ จนทำให้มีผู้ป่วยประมาณ 20 ครอบครัวที่สามารถฉีดยาด้วยตัวเองได้ ทำให้ได้ครบตามจำนวนกลุ่มเป้าหมาย 90% ซึ่งการฉีดยาโดยคุณพ่อคุณแม่อาจมีอุปสรรคหรือข้อจำกัดอยู่บ้าง เนื่องจากเด็กหาเส้นเลือดได้ค่อนข้างยากหากแทงเข็ม 2-3 ครั้งแล้วไม่สำเร็จ จำเป็นจะต้องมาที่โรงพยาบาล โดยโรงพยาบาลได้อำนวยความสะดวกด้านช่องทางติดต่อสื่อสารผ่านสายด่วน Hotline รวมถึงแอปพลิเคชั่นไลน์ที่สามารถพูดคุยกับทีมแพทย์และพยาบาลได้เช่นกันซึ่งคุณหมอเองเข้าใจดีว่าไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่จะต้องแทงเข็มฉีดยาบนตัวลูก แต่เนื่องจากวิธีการรักษาแบบป้องกันส่งผลดีต่อผู้ป่วย มีบางคนใน 1 ปี มีเลือดออกเพียงครั้งเดียวคุณพ่อคุณแม่ก็ดีใจและภูมิใจที่มีส่วนทำให้ลูกไม่มีเลือดออก”

นอกจากนี้ คุณหมอยังได้แนะนำว่า เป็นฮีโมฟีเลียแล้วก็ยังสามารถเล่นกีฬาออกกำลังกาย ใช้ชีวิตนอกบ้านได้

“การเป็นโรคเลือดออกได้ง่ายโดยเฉพาะเมื่อได้รับการกระทบกระแทก ทำให้ในอดีตที่ผ่านมาผู้ปกครองของผู้ป่วยเด็ก
เกิดความกังวลไม่ให้ลูกทำกิจกรรมนอกบ้านจนทำให้น้องๆ สูญเสียโอกาสและทักษะการเรียนรู้บางอย่าง เช่น ทักษะด้านการเคลื่อนไหวหรือการออกกำลังกายซึ่งมีความสำคัญอย่างมาก เพราะการออกกำลังกายอย่างเหมาะสมยิ่งจะช่วยทำให้กล้ามเนื้อบริเวณรอบข้อแข็งแรงขึ้นโดยเฉพาะการออกกำลังกายกล้ามเนื้อรอบข้อเข่า ที่สามารถทำได้เองที่บ้าน และสำหรับโรงพยาบาลเองก็ต้องชี้แนะผู้ปกครองว่า หากมีการฉีดแฟคเตอร์แบบป้องกันแล้วผู้ป่วยฮีโมฟีเลียก็สามารถเล่นกีฬาได้เหมือนเด็กปกติทั่วไป แต่ต้องสวมใส่อุปกรณ์ป้องกัน ถ้าจะขี่จักรยานก็ต้องสวมหมวก สนับเข่า สนับศอก หรืออาจจะเลือกเล่นกีฬาที่เคลื่อนไหวแบบไม่กระทบกระแทกสูงอย่างการวิ่ง เดิน ว่ายน้ำ ปิงปอง แบดมินตันส่วนกีฬาที่ไม่ควรเล่นเลยก็คือชกมวยกับฟุตบอล สำหรับความจำเป็นที่ต้องปรับสภาพแวดล้อมในบ้านเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอุบัติเหตุ”

รศ.พญ.ดารินทร์ ย้ำในตอนท้ายว่า “นอกเหนือจากการรักษาโรคแล้ว ยังจะต้องให้กำลังใจ ช่วยเหลือส่งเสริมสุขภาพและดูแลผู้ป่วยแบบองค์รวม โดยเฉพาะคนไข้โรคเรื้อรังในระยะยาว จะต้องหาวิธีบอกให้เขารู้สึกว่า ชีวิตของทุกคนมีคุณค่า ต้องไม่คิดว่าเป็นโรคนี้แล้วจะทำให้ใช้ชีวิตหรือทำอะไรได้น้อยกว่าคนทั่วไป อีกทั้งทีมบุคลากรทางการแพทย์ของโรงพยาบาลจุฬาฯ มีการติดตามผู้ป่วยอย่างสม่ำเสมอ มีการจัดงาน “จุฬา ฮีโมฟีเลีย เดย์” เป็นประจำทุกปี โดยในงานจะมีผู้ป่วยฮีโมฟีเลียมาร่วมพูดคุย ทำความรู้จักกัน เป็นการสร้างครอบครัวฮีโมฟีเลียที่ทำให้รู้ว่า ไม่มีใครโดดเดี่ยวมีกิจกรรมพี่สอนน้องเรื่องการใช้แฟคเตอร์ หรือบางครั้งก็ยอมเป็นหุ่นทดลองให้น้องฝึกฉีด นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมสร้างแรงบันดาลใจเพื่อให้ผู้ป่วยเรียนรู้เพื่ออยู่กับโรคนี้อย่างเข้าใจ

สำหรับงาน “จุฬา ฮีโมฟีเลีย เดย์” ในปีนี้จัดขึ้นภายใต้ธีม “Fit 4 fun ทรงอย่างฮิต…ฟิตอย่างบอย” เชื่อมโยงกับธีมของสหพันธ์ฮีโมฟีเลียโลก จะทำอย่างไรให้ผู้ป่วยฮีโมฟีเลียมีกล้ามเนื้อหรือมีข้อที่แข็งแรงโดยภายในงาน นอกจากการจัดเสวนาอัปเดตสิทธิประโยชน์ผู้ป่วยจากสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) แล้ว ยังมีกูรูทั้งทีมแพทย์รักษาโรคฮีโมฟีเลีย แพทย์ทางด้านกายภาพบำบัด และนักเวชศาสตร์การกีฬาที่มีประสบการณ์และชำนาญการดูแลผู้ป่วยโรคนี้ มาแนะนำการออกกำลังกายอย่างเหมาะสม ช่วยให้มีกล้ามเนื้อรอบข้อที่แข็งแรง ทำให้เลือดออกน้อยลง พร้อมเชิญกลุ่มผู้ป่วยที่ออกกำลังกายเป็นประจำสม่ำเสมอ มาพูดคุยแชร์ประสบการณ์ให้น้องๆ ได้เรียนรู้กัน ในวันที่ 23 เมษายน 2566 ตั้งแต่เวลา 08.00-13.00 น. ณ ห้องประชุม 302 ชั้น 3 อาคารรัตนวิทยาพัฒน์โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ โดยผู้ที่สนใจร่วมงานสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ชมรมผู้ป่วยโรคเลือดออกง่ายฮีโมฟีเลียแห่งประเทศไทย โทร 02-2004105”

ควันหลง 4 ศูนย์การค้าในเครือ เอ็ม บี เค สาดความสุข ความสนุก ชุ่มฉ่ำ รับปีใหม่ไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/725381

ควันหลง 4 ศูนย์การค้าในเครือ เอ็ม บี เค สาดความสุข ความสนุก ชุ่มฉ่ำ รับปีใหม่ไทย

ควันหลง 4 ศูนย์การค้าในเครือ เอ็ม บี เค สาดความสุข ความสนุก ชุ่มฉ่ำ รับปีใหม่ไทย

วันพฤหัสบดี ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ต้อนรับเทศกาลปีใหม่ไทย 4 ศูนย์การค้าในเครือเอ็ม บี เค ได้แก่ เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ พาราไดซ์ พาร์ค เดอะไนน์ เซ็นเตอร์ พระราม 9 และ เดอะไนน์ เซ็นเตอร์ ติวานนท์ ชวนคุณมาเต็มอิ่มกับความสุข ความสนุก ชุ่มฉ่ำ กับกิจกรรมสงกรานต์อย่างสร้างสรรค์แบบจัดเต็มเริ่มต้นที่ศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ที่ลานกิจกรรม Avenue โซน A ชั้น G ครั้งแรกกับสงกรานต์ Festival ใจกลางเมืองที่นำ “รถตุ๊กตุ๊ก” สามล้อซิ่ง มาเป็นสัญลักษณ์ในงานสงกรานต์ ที่พร้อมพาคุณไป On The Wet แบบชุ่มฉ่ำ กับงาน “สงกรานต์ ตุ๊กตุ๊ก On The Wet” #สาดสนุกตุ๊กตุ๊กครองเมือง กับบรรยากาศที่เต็มไปความสนุกสุดซิ่ง สนุกไปเกมมากมาย อาทิ มวยทะเล ยิงปืนจุกน้ำปลา ปาโป่ง และสาวน้อยตกน้ำ นอกจากนี้เพลิดเพลินกับโชว์การแสดงการละเล่นไทย อาทิ มอญซ่อนผ้างูกินหาง โบราณเรียกชื่อ รีรีข้าวสาร กระโดดเชือก ฯลฯ ตลอดจนการแสดงศิลปวัฒนธรรม เช่น ระบำกฤดาภินิหาร รำเถิดเทิง ระบำศรีวิชัย ฟ้อนมาลัย รวมทั้งร้านอาหารและขนมไทยให้เลือกช้อปชิมมากมาย

สนุกกันต่อที่ เดอะไนน์ เซ็นเตอร์ ติวานนท์ ร่วมกับ เทศบาลเมืองบางกะดี จ.ปทุมธานี จัดงาน “สงกรานต์ ฮาเฮ” บริเวณ ลานไนน์ สแควร์ (เซ็นเตอร์โซน) อัดแน่นด้วยกิจกรรมตลอดช่วงวันหยุดยาว เริ่มต้นกับการประกวดหนูน้อยสงกรานต์ ชมความน่ารักของน้องๆ ที่เต็มด้วยความสามารถล้นเปี่ยมกับ กิจกรรมรดน้ำดำหัวผู้สูงวัย กว่า 100 ท่าน และชมการประกวดนางสงกรานต์วัยเก๋าบนเวทีเทพีพันปีต่อด้วย ร่วมลุ้นการประกวดหนุ่ม-สาวธิดาไทย-รามัญ หนุ่มไทย-รามัญ ไฮไลท์ที่พลาดไม่ได้ ความสนุกกับคอนเสิร์ต “หญิงลี ศรีจุมพล” และการแสดงความสามารถของนักเรียน จ.ปทุมธานี และกิจกรรมสระบอลยักษ์ลุ้นโชค สาดสนุก รับของรางวัล มากมาย

ปิดท้ายที่ พาราไดซ์ พาร์ค บริเวณ ชั้น 2 โซน Paradise Food & Market และ เดอะไนน์ เซ็นเตอร์ พระราม 9 บริเวณ ลานไนน์ สแควร์ ชวนคุณมาสืบสานประเพณีสงกรานต์อันดีงาม กับ งาน“สงกรานต์ อิ่มบุญ” ร่วมเสริมสิริมงคล สรงน้ำ “พระแก้วมรกต” พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง พร้อมทำบุญปิดทองขอพรพระประจำวันเกิด และพิเศษ ลูกค้า พาราไดซ์ พาร์ค รับฟรี!! ผ้ายันต์ท้าวเวสสุวรรณ1 แผ่น (จากมูลนิธิพุทธานุสรณ์ จังหวัดราชบุรี)

PAfé ชวนคลายร้อนด้วยเมนู‘ข้าวแช่ชาววัง’และชุดนํ้าชา‘ปิ่นโตผูกรัก’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/725393

PAfé ชวนคลายร้อนด้วยเมนู‘ข้าวแช่ชาววัง’และชุดนํ้าชา‘ปิ่นโตผูกรัก’

PAfé ชวนคลายร้อนด้วยเมนู‘ข้าวแช่ชาววัง’และชุดนํ้าชา‘ปิ่นโตผูกรัก’

วันพฤหัสบดี ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

PAfé คาเฟ่สุดคลาสสิก ชวนไปคลายร้อยกับเมนู “ข้าวแช่ชาววัง” เมนูอาหารว่างในฤดูร้อนที่มีมาแต่โบราณ พิถีพิถันทุกขั้นตอนการปรุงตามกรรมวิธีดั้งเดิม เพื่อให้ได้รสชาติอร่อย ทานแล้วเย็นชื่นใจ หรือจะเลือกไปคลายร้อนกับชุดน้ำชาสุดหรูที่มาในคอนเซ็ปต์ “ปิ่นโต ผูกรัก” ที่คัดสรรอาหารว่างและขนมไทยโบราณหาทานยากจากต้นตำรับมาจัดไว้ในปิ่นโต 3 เถา ทานคู่กับชารสเยี่ยมที่มีให้เลือกถึง 4 รสชาติอันเป็นซิกเนเจอร์ของโครงการหลวง

“ข้าวแช่ชาววัง” คัดเมล็ดข้าวสีขาวสะอาด นำไปหุงจนได้เม็ดสวยไม่แตกหักพักไว้ เติมน้ำลอยดอกไม้อบควันเทียน ที่นำน้ำใสสะอาดใส่ไว้ในภาชนะดินเผา นำดอกไม้ไทยกลิ่นหอมกรุ่น อาทิ มะลิ ชมนาด มาลอยบนน้ำและอบควันเทียนขี้ผึ้งแท้
ข้ามคืนเพื่อกลิ่นดอกไม้และควันเทียนอบอวลในน้ำ เมื่อรับประทานจะได้ทั้งกลิ่นหอมและความเย็นชื่นใจ ทานคู่กับเครื่องเคียงนานาชนิด พริกหยวกสอดไส้ ซึ่งใช้เนื้อไก่และปลาทะเลมาผัดคลุกเคล้าเครื่องเทศ นำไปทอดให้สุกแล้วมาห่อด้วย
หรุ่มไข่ ลูกกะปิ คำน้อยๆ ที่ใช้กะปิชั้นดีปรุงจนได้รสเค็มนิดๆ หวานหน่อยๆ ลูกหอมแดงผัดไส้ปลาที่ต้องใช้ความบรรจงในการใส่ไส้ไม่ให้หัวหอมแตก

ตามมาด้วย ไชโป๊ผัดหวาน ไชโป๊เส้นละเอียดผัดให้ได้รสหวานกำลังดี และเพิ่มความพิเศษให้กับเครื่องเคียงข้าวแช่ของ PAfé ด้วย ปลายี่สนผัดหวาน ที่ใช้เนื้อปลากระเบนต้มสุก ตำจนเนื้อละเอียดฟู ผัดกับหัวกะทิและน้ำตาลอย่างดี สัมผัสกับรสชาติที่แท้จริงของช้าวแช่ชาววังด้วยวิธีรับประทานตามแบบชาววัง เริ่มจากตักข้าวแช่ทานก่อน แล้วตามด้วยเครื่องเคียง
ทีละคำ โดยใช้ช้อนคนละคัน เพื่อไม่ให้มีน้ำมันจากเครื่องเคียงลอยอยู่ในถ้วยข้าวแช่ หากเกรงว่าจะเลี่ยนเกินไป สามารถตัดรสด้วยมะม่วงดิบรสเปรี้ยวที่สลักมาอย่างสวยงาม หรือจะเป็นแตงร้านเนื้อกรอบ เมื่อทานข้าวแช่แล้วล้างปากด้วยของหวานแบบไทยแท้อย่าง มะปรางริ้ว และแตงโมปลาแห้ง ขนาดพอดีคำราคาชุดละ 499 บาท

ส่วน ชุดน้ำชา “ปิ่นโต ผูกรัก” คอนเซ็ปต์เก๋ในการนำภาชนะคู่บ้านครัวไทยมาแต่อดีต ใช้ใส่อาหารไปทานนอกบ้าน หรือนำไปทำบุญที่วัด และปิ่นโตยังเปรียบเสมือนสายใย ความรักความใส่ใจที่มีให้กัน และยังเป็นความทรงจำของใครหลายๆ คน นำมาจัดใส่อาหารว่างและขนมไทยโบราณจากต้นตำรับภูมิภาคต่างๆ ของประเทศไทย ชั้นแรก ประกอบด้วย ข้าวตังเมี่ยงลาว ขนมผูกรักของหวานจากแดนใต้ ข้าวเหนียวหน้าหมู หมี่กรอบ สับปะรดมะมาด (มะแขว่น) ชั้นที่ 2 ประกอบด้วย ขนมเครื่องทองกลีบลำดวน ขนมผิง อาลัวกุหลาบ น้ำดอกไม้ สัมปันนี ทองม้วนชั้นที่ 3 ประกอบด้วย ล่าเตียง ช่อชมพู ทองพลุ กล้วยเชื่อม ตะโก้ และลูกชุบ เสิร์ฟพร้อมชา จากโครงการหลวง ที่มีให้เลือก 4 รสชาติ ได้แก่ อ่างข่าง เพทอล, เอิร์ล ออฟ สยาม, แพชชั่น พีช และ สยามมิส เบรกฟาสต์ ราคาชุดละ 699 บาท หรือชุดละ 999 บาท (รับปิ่นโตกลับบ้าน)

ไม่เพียงเท่านั้น PAfé ยังรังสรรค์เมนูเครื่องดื่มสุดพิเศษสำหรับร้อนนี้ ด้วยการนำ “มะพร้าวอ่อน” ผลไม้ยอดฮิต มาเป็น
พระเอก กับ 2 เมนูสุดครีเอท เมนูแรกสำหรับคอกาแฟ“ฟ้าจรดทราย” มะพร้าวนมสดปั่น เพิ่มเท็กซ์เจอร์ด้วยเจลลี่กาแฟ ท็อปด้วยกาแฟช็อต ได้กลิ่นหอมนัวของมะพร้าวและกาแฟรสชาติเข้มข้น ส่วนอีกหนึ่งเมนู “ฟ้าคราม” มะพร้าวนมสดปั่น เติมความสดชื่นด้วย เจลลี่อัญชัน ราดด้วยน้ำอัญชัญ ได้ทั้งกลิ่นมะพร้าวและอัญชัญหอมๆ ดื่มแล้วชื่นใจคลายร้อนได้อย่างแน่นอน

ทั้งนี้ เพื่อป้องกันความผิดหวัง ชุดข้าวแช่ชาววัง และ ชุดน้ำชา “ปิ่นโต ผูกรัก” จะต้องสั่งจองล่วงหน้าและสำรองโต๊ะ
ล่วงหน้าเท่านั้น

PAfé เป็นหนึ่งในภารกิจด้านการฟื้นฟูชุมชนของ มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากากาชาดไทย ที่ได้ให้การช่วยเหลือบรรเทาทุกข์ประชาชนจากอุทกภัย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นพื้นที่การเกษตร PAfé จึงก่อเกิดขึ้นเพื่อเป็นอีกหนึ่งวิถีทางในการช่วยเหลือผู้ประสบภัย ด้วยการรับซื้อวัตถุดิบจากชุมชนพื้นที่ประสบภัยมารังสรรค์เป็นเมนูเครื่องดื่มของร้าน รวมถึงการนำสินค้าจากชุมชนที่มูลนิธิฯ ให้การช่วยเหลือมาจำหน่าย ตลอดจนขนมและเบเกอรี่อันเลื่องชื่อจากวังต่างๆ อีกด้วย โดยรายได้จากการจำหน่ายจะกลับคืนสู่มูลนิธิฯ เพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยและใช้ในกิจกรรมของมูลนิธิฯ ต่อไป

PAfé ตั้งอยู่ภายในอาคารมหินทรเดชานุวัฒน์ อาคารโบราณที่สร้างมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 7 ปัจจุบันเป็น
ที่ตั้งสำนักงาน มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย บรรยากาศภายในร้านจึงตกแต่งให้เข้ากับ
บรรยากาศความคลาสสิกของอาคาร เมื่อเข้าไปภายในจึงเหมือนว่าได้ย้อนไปนั่งชิลในคาเฟ่สุดหรูในอดีต PAfé เปิดให้บริการเฉพาะวันจันทร์-วันศุกร์ เวลา 08.00-17.00 น. ปิดให้บริการวันเสาร์-วันอาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ สอบถาม
รายละเอียดเพิ่มเติมและสำรองที่นั่งโทร.02-0546546

คุณแหน : 20 เมษายน 2566

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/725413

วันพุธ ที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2566, 16.29 น.

ll สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้ากรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปในการพระราชทานเพลิงศพ คุณหญิงสุชาดา (สุจริตกุล) ถิระวัฒน์ อดีต ผอ.รร.เตรียมอุดมฯ, รองประธานมูลนิธิพระบรมราชานุสรณ์ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รองประธานมูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ, รองประธานมูลนิธิอนุสรณ์หม่อมงามจิตต์ บุรฉัตร 23 เม.ย.17.30 น. ณ เมรุหลวงหน้าพลับพลาอิศริยาภรณ์วัดเทพศิรินทราวาส..

ll พระราชทานพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรม ดร.อำนวย วีรวรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรี, อดีตรมว.คลัง, อดีต รมว.กระทรวงการต่างประเทศถึงแก่อนิจกรรม ด้วยโรคปอดอักเสบติดเชื้อสิริอายุ 90 ปี 19-21 เม.ย. 18.00 น…และสวดพระอภิธรรมถึง 25 เม.ย.ศาลาสิทธิสยามการ (4) วัดธาตุทองพระอารามหลวง..ขอแสดงความเสียใจกับคุณหญิงสมรศรี-รศนาภรณ์-อมรพิมล-ถกลเกียรติ วีรวรรณ..เจ้าภาพของดพวงหรีด เชิญร่วมบำเพ็ญกุศลสมทบทุนเพื่อมูลนิธิรามาธิบดี..

ll สวดพระอภิธรรม รศ.ดร.บรรณโศภิษฐ์ เมฆวิชัย ศาลา 6 วัดพระศรีมหาธาตุ บางเขน 19-25 เม.ย. 18.00 น. ฌาปนกิจ 26 เม.ย.16.00 น. เมรุ 1..

ll ยิ่งใหญ่สมพระเกียรติ พิธีอัญเชิญพระบรมรูป สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ขึ้นประดิษฐานบนแท่น ณ วงเวียน
อ.แม่สอด จ.ตาก เมื่อ 17 เม.ย. เนื่องในวันพระราชสมภพ 289 ปี โดย พระครูสมุห์สุชิน ปริปุณโณ เจ้าอาวาสวัดธรรมสถิต จ.ระยอง ประธานฝ่ายสงฆ์, พล.ท.สุริยะ เอี่ยมสุโร แม่ทัพภาคที่ 3 ประธานฝ่ายฆราวาส และพระเอก “อั้ม”
อธิชาติ ชุมนานนท์ พร้อมคณะร่วมด้วย..ll หลังสงกรานต์ สายสม-ปรีชา วงศาสุลักษณ์ วางภารกิจต่างๆ แพ็กกระเป๋าไปพักผ่อนต่างประเทศ 2 คน ตายาย..

ll นงลักษณ์ พงศ์พิสุทธิ์ ทนเจ็บ-เจ็บทนกับอาการปวดเข่าแบบต้องอยู่ให้ได้เป็นปกติ เพราะกลัวมีดหมอ …

ll ท่านผู้หญิงเพ็ญศรี วัชโรทัย เช็คอินที่ รพ.ศิริราช ซ่อมสุขภาพหลังจากเกิดอาการเต้นรำแล้วเซ ขณะนี้อาการดีขึ้นแล้ว..

ll ฉลองสมรส เจตน์ เชี่ยวสกุล บุตร เฉลิมพงษ์-อัจฉรา เชี่ยวสกุล กับ จารุวัฒน์ ศุขสวัสดิ ณ อยุธยา บุตรี ม.ล.สีหชาติ ศุขสวัสดิ-ศุภมาศ ศุขสวัสดิ ณ อยุธยา 29 เม.ย. 11.30 น. ที่ห้องบอลรูม รร.คาเพลลา กรุงเทพฯ…

ll ร้อนนี้ ชนินทร์-จณา วรรณดิษฐ์ ไปพักผ่อนที่บ้านทิวคลื่น หัวหิน ตั้งแต่ต้นเดือน เม.ย. ได้ตักบาตรพระและเณรเวลาเดินกลับวัดเขาไกรลาศ รับบิณฑบาตวันละกว่า 30 รูปทุกวัน..อิ่มบุญ เพื่อนๆ น้องๆ ร่วมอนุโมทนาบุญ ในขณะที่เจ้าตัวตั้งใจตักบาตรสะสมเสบียงบุญให้ครบ 30 วันแล้วค่อยกลับกรุงเทพฯ..ll
 

น้อง

‘พาณิชย์’ ดันแฟชั่นผ้าไทยสู่ตลาดโลก เดินหน้าเจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/725410

'พาณิชย์' ดันแฟชั่นผ้าไทยสู่ตลาดโลก เดินหน้าเจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่

‘พาณิชย์’ ดันแฟชั่นผ้าไทยสู่ตลาดโลก เดินหน้าเจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่

วันพุธ ที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2566, 16.21 น.

กระทรวงพาณิชย์ มอบ sacit ดันแฟชั่นผ้าไทยสู่ตลาดโลกต่อเนื่อง หลังเทรนด์ส่งออกเห็นสัญญาณบวก ขึ้นแท่นผลิตภัณฑ์ที่มีอัตราการขยายตัวสูงสุดหลายรายการ ตอกย้ำนโยบายรัฐบาลสร้าง Soft Power กางแผนปี 2566 ขยายฐานตลาดสู่กลุ่มคนรุ่นใหม่

นายสินิตย์ เลิศไกร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า ปัจจุบันกระแสความนิยมผ้าไทยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทั้งในและต่างประเทศ จากสถิติการส่งออกภาพรวมในปีที่ผ่านมา พบว่ามูลค่าส่งออกผลิตภัณฑ์ศิลปหัตถกรรมไทยรวม 349,034.57 ล้านบาท โดยในจำนวนนี้ผลิตภัณฑ์ที่มีอัตราการขยายตัวมากที่สุด คือ ผ้าคลุมไหล่ และผ้าพันคอ มากถึง 337.32% อีกทั้งในปีก่อนหน้า ผลิตภัณฑ์ประเภทเสื้อผ้าสำเร็จรูปทำจากฝ้ายขยายตัวถึง 11.15% โดยมูลค่าส่งออกเพิ่มขึ้นเป็น 21,557.17 ล้านบาท เช่นเดียวกับเสื้อผ้าสำเร็จรูปที่ทำจากวัสดุสิ่งทออื่นๆ ก็มีการขยายตัวสูงถึง 27.87% สร้างมูลค่าการส่งออกอยู่ที่ 20,631.77 ล้านบาท

อย่างไรก็ดี จากความนิยมผลิตภัณฑ์ผ้าไทยที่เกิดขึ้น ปีนี้กระทรวงพาณิชย์ จึงได้มอบหมายให้ สถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (องค์การมหาชน) หรือ sacit วางแผนผลักดันงานศิลปหัตถกรรมในกลุ่มผลิตภัณฑ์ผ้าดังกล่าวให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้ามากขึ้น โดยจะเน้นย้ำสร้างการรับรู้ งานศิลปหัตถกรรมไทย ทั้งในด้านของไลฟ์สไตล์ที่ร่วมสมัย ภายใต้กลยุทธ์ “หัตถศิลป์ของชีวิตปัจจุบัน : Today Life’s Crafts” ที่มีการส่งเสริมและต่อยอดเรื่อยมาตั้งแต่ปี 2560 ถึงปัจจุบัน โดยเฉพาะผ้าไทยที่ได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ผ่านการส่งเสริมและพัฒนาดีไซน์ของผลิตภัณฑ์ผ้าไทยให้ตอบรับกับความต้องการของผู้บริโภค อีกทั้งจะเพิ่มทักษะความสามารถของผู้สร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ ให้ความรู้ด้านการตลาดดิจิทัล (Digital Marketing) เพื่อให้งานศิลปหัตถกรรมไทยสามารถตอบโจทย์ความต้องการ และโดนใจผู้ซื้อมากยิ่งขึ้นต่อไป

ด้านนายภาวี โพธิ์ยี่ รักษาการแทนผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย กล่าวเสริมว่า ปัจจุบันผ้าไทยถือเป็นอีกหนึ่งสินค้าที่ได้รับความนิยมทั้งในกลุ่มคนไทยและชาวต่างชาติ จากการพัฒนา ออกแบบดีไซน์ให้สอดรับกับการใช้งานในชีวิตประจำวันมากขึ้น sacit จึงคงเป้าหมายในปีนี้ที่จะส่งเสริมให้ผ้าไทยเป็น Soft Power อีกด้านของประเทศ ตามนโยบายของรัฐบาลที่มุ่งส่งเสริมและพัฒนาต่อยอดอย่างสร้างสรรค์ สู่การสร้างมูลค่าเพิ่มและเผยแพร่ Soft Power นี้สู่สายตาชาวต่างชาติ โดยในปี 2566 sacit จะเดินหน้าขยายกลุ่มเป้าหมาย สร้างการรับรู้และเพิ่มค่านิยมสินค้าผ้าไทยในกลุ่มคนรุ่นใหม่ เน้นใช้ช่องทางการตลาด e-Commerce อาทิ sacitshop.com, sacit Shop Application รวมไปถึงมีการขยายและเชื่อมโยงช่องทางการตลาดสินค้างานศิลปหัตถกรรมไทย กับแพลตฟอร์มต่างประเทศ คือ pinkoi.com แพลตฟอร์มที่รวบรวมผลิตภัณฑ์งานคราฟต์ รวมไปถึงสินค้าผ้าไทย เป็นแพลตฟอร์มการค้าของงานหัตถกรรมทั่วโลก โดยเฉพาะตลาดเอเชีย อาทิ ไทย จีน ไต้หวัน ฮ่องกง มาเก๊า และญี่ปุ่น

นอกจากนี้ ยังมีการดึงกลุ่มบุคคลที่มีชื่อเสียงและมีอิทธิพล (Key Opinion Leader) ที่สามารถเชื่อมต่อและสร้างแรงบันดาลใจให้กับกลุ่มคนรุ่นใหม่ได้ มาเป็นตัวกลางในการสร้างภาพจำของงานศิลปหัตถกรรมไทยที่ทันสมัยและสามารถใช้งานในชีวิตประจำวัน และมุ่งเน้นเผยแพร่ไปผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ที่มีกลุ่มเป้าหมายเป็นคนรุ่นใหม่ อาทิ Instagram หรือ TikTok ที่ปัจจุบันเป็นแพลตฟอร์มที่รวมคอนเทนต์สุดไวรัลและทันกระแสทุกเทรนด์ มีผู้ใช้งานในประเทศไทยมากถึง 35.8 ล้านคน ซึ่งจะเป็นการขยายฐานการรับรู้ด้านงานศิลปหัตถกรรมไทยแบบไร้พรมแดน ที่จะทำให้ผู้บริโภคทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเข้าถึงงานศิลปหัตถกรรมไทย และเกิดการซื้อในโอกาสต่อไป

-(016)

‘ศรชัยชาญ ฉัตรกูลชัย’ ร่วมพิธี ‘สระเกล้าดำหัว’ พ่อเมืองเชียงใหม่ เสริมสิริมงคลตามประเพณีสงกรานต์ของชาวล้านนา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/725408

‘ศรชัยชาญ ฉัตรกูลชัย’ ร่วมพิธี ‘สระเกล้าดำหัว’ พ่อเมืองเชียงใหม่ เสริมสิริมงคลตามประเพณีสงกรานต์ของชาวล้านนา

‘ศรชัยชาญ ฉัตรกูลชัย’ ร่วมพิธี ‘สระเกล้าดำหัว’ พ่อเมืองเชียงใหม่ เสริมสิริมงคลตามประเพณีสงกรานต์ของชาวล้านนา

วันพุธ ที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2566, 16.15 น.

ศรชัยชาญญ์ ฉัตรตระกูลชัย ประธานบริษัท ฟิกซ์ แฮปปี้เนส จำกัด นำทีมผู้บริหารและพนักงาน ร่วมพิธี “สระเกล้าดำหัว ป้อเมืองเจียงใหม่” ตามประเพณีสงกรานต์ของชาวล้านนาประจำปี 2566 สร้างความเป็นสิริมงคล เนื่องในวันพญาวัน หรือ วันขึ้นปีใหม่ตามประเพณีสงกรานต์ของชาวล้านนา

ศรชัยชาญ ฉัตรกูลชัย ประธานบริษัท ฟิกซ์ แฮปปี้เนส จำกัด นำทีมผู้บริหารและพนักงาน เข้าสระเกล้าดำหัว คุณนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ และคุณกุสุมาล พงษ์สิทธิถาวร นายกเหล่ากาชาดจังหวัดเชียงใหม่ ณ จวนผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อแสดงความเคารพ ขอสุมาคารวะ และขอพร สร้างความเป็นสิริมงคล เนื่องในวันพญาวัน หรือ วันขึ้นปีใหม่ตามประเพณีสงกรานต์ของชาวล้านนา ทั้งนี้ การสระเกล้าดำหัว ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ หมายถึง การชำระล้างสิ่งอัปมงคลออกจากร่างกาย เพื่อพร้อมรับปีใหม่ ด้วยการใช้น้ำขมิ้นส้มป่อยสระผม ตลอดจนนำน้ำขมิ้นส้มป่อยพร้อมสิ่งของและเครื่องสักการะ ไปมอบแก่ผู้ที่ตนนับถือ เพื่อเป็นการขอขมาที่อาจมีการล่วงเกิน ขอบคุณ แสดงความเคารพ และขอพรปีใหม่ ซึ่งเมื่อผู้ใหญ่ได้รับแล้ว ก็จะเอามือจุ่มน้ำขมิ้นส้มป่อยลูบศีรษะของตน และอาจสลัดใส่ผู้ที่ไปดำหัวคล้ายการประพรมน้ำมนต์อีกด้วย

-(016)

จุรินทร์ ตั้ง ‘ลูกหมี-รัศมี’ นั่งรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ เสริมทีมสื่อสารพรรค

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/725366

จุรินทร์ ตั้ง ‘ลูกหมี-รัศมี’ นั่งรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ เสริมทีมสื่อสารพรรค

จุรินทร์ ตั้ง ‘ลูกหมี-รัศมี’ นั่งรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ เสริมทีมสื่อสารพรรค

วันพุธ ที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2566, 14.54 น.

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ได้แต่งตั้ง น.ส.รัศมี ทองสิริไพรศรี เป็นรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ เพิ่ม 1 คน เพื่อเสริมการทำงานของทีมสื่อสารของพรรคสำหรับการเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึง

โดย น.ส.รัศมี มีชื่อเล่นว่า “ลูกหมี” เป็นนางแบบระดับซุปเปอร์โมเดล นักแสดง นักเขียน ซึ่งล้วนเป็นที่รู้จักเป็นอย่างดีในหมู่คนไทย ปัจจุบันเป็นเจ้าของโรงเรียนสอนการพัฒนาบุคลิกภาพและสอนการเดินแบบชื่อ We Are Model ให้กับนายแบบและนางแบบทั่วประเทศ   

“ลูกหมี” จบการศึกษาระดับปริญญาโท สาขาการเมืองการปกครอง  มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ปริญญาตรีคณะคุรุศาสตร์  จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  และไม่เพียงเป็นนางแบบชื่อดังเท่านั้น ยังมีผลงานการแสดงทั้งละครทีวี ภาพยนตร์ และนางแบบโฆษณาหลายชิ้น

น.ส.รัศมี กล่าวว่า การที่ตนได้ตัดสินใจเข้าร่วมงานกับพรรคประชาธิปัตย์ เพราะตนชื่นชอบในอุดมการณ์ที่ยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข สิ่งสำคัญคือเป็นสถาบันการเมืองที่ดีไม่เคยมีประวัติด่างพร้อยเรื่องทุจริต และมีความยั่งยืนอยู่คู่กับคนไทยมานาน ด้วยเหตุนี้จึงต้องการนำความรู้ความสามารถทางด้านสังคมและการพัฒนาคนมาทำงานร่วมกับพรรคประชาธิปัตย์สำหรับช่วยเหลือประชาชนต่อไป

Spelling คว้า ‘แจ็คกี้ ชาเคอลีน’ นั่งแท่นพรีเซนเตอร์คนแรกของแบรนด์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/725357

Spelling คว้า ‘แจ็คกี้ ชาเคอลีน’ นั่งแท่นพรีเซนเตอร์คนแรกของแบรนด์

Spelling คว้า ‘แจ็คกี้ ชาเคอลีน’ นั่งแท่นพรีเซนเตอร์คนแรกของแบรนด์

วันพุธ ที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2566, 14.51 น.

Spelling ตัวจริงเรื่องเซรั่ม พร้อมแล้วกับการเปิดตัวพรีเซนเตอร์คนแรกของแบรนด์ “แจ็คกี้ ชาเคอลีน” หรือ “แจ็คกี้ แม่น้องบอง” ที่จะมาขยี้ความฮอตของแบรนด์บำรุงผิวสูตรพัฒนาโดยคุณหมอให้ทุกคนได้รู้จักและเปิดใจให้กับเซรั่มสูตรเข้มข้นเพื่อผิวสวย โดยส่งผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุดมาช่วยฟื้นฟูผิวขั้นสุด ด้วย Spelling VITAMIN C SERUM (สเปลลิ่ง วิตามินซี เซรั่ม) เนื้อเจลสีส้ม หอมกลิ่นส้ม ตัวช่วยชั้นยอดบำรุงผิวอย่างล้ำลึก เพิ่มประสิทธิภาพลดรอยดำรอยแดงจากสิว และปรับสีผิวให้กระจ่างใสควบคู่กัน เป็นไอเทมสุดปังรับซัมเมอร์นี้

แบรนด์ Spelling เกิดขึ้นจากการคิดค้นและพัฒนาสูตรโดยผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง และผิวพรรณด้วยประสบการณ์กว่า 10 ปี โดยเลือกสรรเฉพาะส่วนผสมที่มีคุณค่าการบำรุงผิวจากธรรมชาติ เพื่อให้ผิวหน้าสวยกระจ่างใส ห่างไกลจากสิว พร้อมแก้ปัญหาผิวหน้าอย่างคุ้มค่าคุ้มราคาให้กับทุกคน และยังคงยึดมั่นคำสัญญาด้วยสโลแกน “เพราะเราใส่ใจผิวหน้าของคุณ” มาโดยตลอด

ตอนนี้ Spelling เซรั่มหน้าใสที่ใครๆ ก็เคยใช้ สามารถสร้างกระแสซื้อซ้ำ และรีวิวบอกต่อ จนสร้างยอดขายถล่มทลาย และเพื่อเรียกความฮอตของแบรนด์ พร้อมตอกย้ำความน่าเชื่อถือของเซรั่มสเปลลิ่งขึ้นไปอีกขั้น คุณศิ ศิณภัทร คำน้อย จึงรีบคว้าตัว “แจ็คกี้ ชาเคอลีน” หรือ “แจ็คกี้ แม่น้องบอง” มาเป็นครอบครัวเดียวกัน และเธอยังเป็นพรีเซนเตอร์คนสวยคนแรกของแบรนด์ ซึ่งจะมาสร้างปรากฎการณ์ทางการตลาดและเสน่ห์ให้กับ Spelling แบรนด์สกินแคร์ของไทยได้อีกด้วย

และเพื่อต้อนรับพรีเซนเตอร์คนแรกของแบรนด์อย่างเป็นทางการ Spelling จึงเร่งเครื่องเดินหน้าเปิดตัวเซรั่มสูตรพัฒนาโดยคุณหมอออกสู่ตลาดอย่างไม่มีสะดุด และกลับมาพร้อมสูตรที่ดีกว่าเดิม โดยล่าสุดได้ส่ง Spelling VITAMIN C SERUM เซรั่มวิตามินซีสูตรเข้มข้น สารสกัดจากธรรมชาติ มาเอาชนะใจผู้ที่มีปัญหาเรื่องสิว รอยแดงดำ และผิวแพ้ง่ายได้อยู่หมัด พร้อมประกาศตัวเป็นไอเทมปรับผิวไบรต์ กระจ่างใส สวยครบจบ ในราคาสบายกระเป๋า เป็นสกินแคร์สุดปังรับซัมเมอร์นี้

-(016)

เกิดอะไรขึ้น? ‘โบว์ เบญจวรรณ’ลบเกลี้ยงภาพคู่’ก็อต จิรายุ’เกลี้ยงไอจี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/725528

เกิดอะไรขึ้น? 'โบว์ เบญจวรรณ'ลบเกลี้ยงภาพคู่'ก็อต จิรายุ'เกลี้ยงไอจี

เกิดอะไรขึ้น? ‘โบว์ เบญจวรรณ’ลบเกลี้ยงภาพคู่’ก็อต จิรายุ’เกลี้ยงไอจี

วันพฤหัสบดี ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2566, 10.20 น.

20 เม.ย.66 ทำเอาแฟนคลับคู่รัก “โบว์ เบญจวรรณ อาร์ดเนอร์” กับแฟนหนุ่ม “ก๊อต จิรายุ ตันตระกูล” ตกใจไม่น้อย หลังจากที่ทางด้านของฝ่ายหญิงนั้นได้ลบภาพคู่แฟนหนุ่มออกจากอินสตาแกรมจนหมดเกลี้ยง

ทั้งนี้ โบว์ เบญจวรรณ ได้ลง IG Story ว่าด้วยเรื่อง “เสียของ” ระบุว่า “อะไรคือ “เสียของ” ? มีสมองแต่ไม่ใช้คิด มีสองมือแต่ไม่ทำงาน มีปากแต่ไม่ใช้พูดเรื่องดี มีหัวใจแต่ไม่ใส่ความดีเข้าไป มีชีวิตปล่อยไปตามยถากรรม” ซึ่งก็ถูกสงสัยว่าเป็นแคปชั่นสื่อความหมายถึงความรู้สึกช่วงนี้ไหม

ขณะที่ในอินสตาแกรมของหนุ่มก๊อต จิรายุ ยังคงมีภาพคู่กับสาวโบว์อยู่ โดยภาพคู่ล่าสุดเป็นภาพจากทริปเที่ยวเกาหลีด้วยกันพร้อมครอบครัวเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา และล่าสุดใน IG หนุ่มก๊อต ก็มีโพสต์ข้อความว่า “Good bye social media … see u soon”