‘ทิสโซต์’ เปิดประตูสู่การผจญภัย กับนาฬิกาดำน้ำสไตล์สปอร์ต

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/729681

‘ทิสโซต์’ เปิดประตูสู่การผจญภัย กับนาฬิกาดำน้ำสไตล์สปอร์ต

‘ทิสโซต์’ เปิดประตูสู่การผจญภัย กับนาฬิกาดำน้ำสไตล์สปอร์ต

วันพุธ ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

แบรนด์นาฬิกาสัญชาติสวิสชื่อดังระดับโลก “ทิสโซต์” (Tissot) ชวนหนุ่มสาวนักกิจกรรมดำดิ่งสู่มหาสมุทรอีกครั้ง ด้วยการเปิดตัว “ซีสตาร์ 1000 ควอตซ์ 40 มม.” (Seastar 1000 Quartz 40 mm.) นาฬิกาดำน้ำลึกที่มาพร้อมขนาดใหม่ 40 มม. ที่ถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์การใช้งานของทั้งสุภาพบุรุษและสุภาพสตรี โดยยังคงไว้ซึ่งฟังก์ชั่นการใช้งานที่มีความแข็งแรงทนทาน ในดีไซน์สปอร์ตที่สามารถสวมใส่ได้ในชีวิตประจำวัน เช่นเดียวกันกับรุ่น 36 มม. และ 45.5 มม. โดยนาฬิกาคอลเลคชั่นนี้ถูกตั้งชื่อตามคุณสมบัติการกันน้ำที่สามารถกันน้ำลึกได้ในระดับ 1,000 ฟุต หรือ 300 เมตร พร้อมกรอบหน้าปัดที่หมุนได้เพียงทิศทางเดียวเพื่อความแม่นยำ ปลอดภัย ในการจับเวลาขณะทำกิจกรรมใต้น้ำ

“ทิสโซต์” (Tissot) แบรนด์ผู้ผลิตนาฬิกาคุณภาพมาตรฐานตามแบบฉบับ Swiss made ที่ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ.1853 โดยมีประวัติศาสตร์ยาวนานถึง 170 ปี ในเครือเดอะ สวอท์ช กรุ๊ป เทรดดิ้ง (ประเทศไทย) ด้วยความมุ่งมั่นในการสร้างสรรค์นาฬิกาประสิทธิภาพสูงในดีไซน์ที่ความทันสมัยอย่างมีเอกลักษณ์ อีกทั้งยังเป็นแบรนด์ที่ได้การยอมรับในแวดวงกีฬา ในฐานะผู้ผลิตนาฬิกาที่มีเทคโนโลยีระบบจับเวลาด้านความเที่ยงตรงแม่นยำสูงสุด

สำหรับ “ซีสตาร์ 1000 ควอตซ์ 40 มม.” (Seastar 1000 Quartz 40 mm.) มาพร้อมหน้าปัดทรงกลมสุดคลาสสิก บนตัวเรือนคริสตัลแซฟไฟร์ ที่ถูกออกแบบมาทั้งหมด 3 โทนสีด้วยกันโดยสีแรกโดดเด่นไร้กาลเวลาด้วยหน้าปัดสีดำขัดเงาที่แต่งแต้มตำแหน่งบอกเวลาด้วยสีขาวถัดมาที่ตัวเรือนสีน้ำเงินซึ่งมีตำแหน่งบอกเวลาเป็นสีขาวเช่นกัน และเรือนสีดำที่พิเศษด้วยการใช้สีทองตกแต่งบริเวณตำแหน่งบอกเวลา และเพื่อการอ่านที่ชัดเจนในที่แสงน้อยเรือนเวลารุ่นนี้ยังได้เคลือบสารเรืองแสงซูเปอร์-ลูมิโนวา (Super-LumiNova®) ที่เข็มนาฬิกาและตำแหน่งบอกชั่วโมงของนาฬิกาอีกด้วย โดย “ซีสตาร์ 1000 ควอตซ์ 40 มม.” (Seastar 1000 Quartz 40 mm.) ขับเคลื่อนด้วยกลไกควอตซ์คุณภาพสูงจากสวิตเซอร์แลนด์ ที่มีความแม่นยำสูงและเชื่อถือได้ โดยแต่ละรุ่นจะติดตั้งฟังก์ชั่น end-of-life (EOL) ที่สามารถแจ้งเตือนการเปลี่ยนแบตเตอรี่ก่อนที่จะหมด

เรียกได้ว่า “ซีสตาร์ 1000 ควอตซ์ 40 มม.”เป็นการผสมผสานที่ลงตัวระหว่างความสง่างามและเทคโนโลยี จากการนำความรู้ความชำนาญด้านการผลิตนาฬิกาจากสวิตเซอร์แลนด์และการออกแบบอันเป็นนิรันดร์มาผสานรวมกัน โดยสามารถพบกับ “ซีสตาร์ 1000 ควอตซ์ 40 มม.”ได้แล้ววันนี้ที่เคาน์เตอร์ ทิสโซต์” (Tissot)ทุกสาขาทั่วประเทศไทย หรือช็อปทางออนไลน์

พช.เปิดโครงการพัฒนาศักยภาพ ผู้ผลิต ผู้ประกอบการ ประเภทผ้าและหัตถกรรม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/729641

พช.เปิดโครงการพัฒนาศักยภาพ ผู้ผลิต ผู้ประกอบการ ประเภทผ้าและหัตถกรรม

พช.เปิดโครงการพัฒนาศักยภาพ ผู้ผลิต ผู้ประกอบการ ประเภทผ้าและหัตถกรรม

วันพุธ ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

กรมการพัฒนาชุมชน ยกระดับศักยภาพผู้ผลิต ผู้ประกอบการประเภทผ้าและหัตถกรรม เพิ่มมูลค่าสินค้า กระจายรายได้สู่ชุมชน สร้างงาน สร้างรายได้ สร้างคุณภาพชีวิตที่ดีได้อย่างต่อเนื่องและยั่งยืน

นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน มอบหมายให้ นายชูชีพ พงษ์ไชย รองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชนเป็นประธานในพิธีเปิดโครงการพัฒนาศักยภาพผู้ผลิต ผู้ประกอบการ ประเภทผ้าและหัตถกรรมโดยมี นางสาวณัฐนิช อินทสระ ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่นและวิสาหกิจชุมชน กล่าวรายงาน ณ หอประชุมกองทัพเรือ ถนนอรุณอมรินทร์

ภายในงานได้รับเกียรติจากคณะผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้เชี่ยวชาญด้านผ้าไทย และดีไซเนอร์ที่มีชื่อเสียงระดับประเทศ อาทิ นายธนันท์รัฐ ธนเสฏฐการย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบลายผ้าและพัฒนาผ้าไทย, นายศิริชัย ทหรานนท์ผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบแฟชั่น เจ้าของแบรนด์ THEATRE, นายวิชระวิชญ์ อัครสันติสุข ผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบแฟชั่น, อาจารย์ ดร.กิติศักดิ์ เยาวนานนท์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบบรรจุภัณฑ์การต่อยอดภูมิปัญญาท้องถิ่น, นายนุวัฒน์ พรมจันทึก ผู้เชี่ยวชาญด้านการผลิตเส้นใยและการย้อมสีธรรมชาติ, ผศ.ดร.มยุรี ศรีกุลวงศ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการสร้างแบรด์, ผศ.ดร.รวิเทพ มุสิกะปาน และอาจารย์ ดร.กรกลด คำสุข, นายภูภวิศ กฤตพลนารา ผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบแฟชั่น และคณะผู้บริหารกรมการพัฒนาชุมชน ประกอบด้วย นายวรงค์ แสงเมือง รองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชนผู้ตรวจราชการกรมการพัฒนาชุมชนนางสาวริตยา รอดนิ่ม ผู้อำนวยการกลุ่มงานส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่นและวิสาหกิจชุมชน เจ้าหน้าที่กรมการพัฒนาชุมชน ร่วมงาน

นายชูชีพ พงษ์ไชย รองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน กล่าวว่า ในการจัดโครงการครั้งนี้ เป็นการพัฒนาศักยภาพแก่กลุ่มผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP ประเภทผ้าและงานหัตถกรรมตามแนวพระดำริ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก”เพิ่มช่องทางการตลาด สร้างรายได้เพิ่มให้กลุ่มผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP รวมถึงเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจในการพัฒนาต่อยอดสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ตามอัตลักษณ์พื้นถิ่น โดยมีกลุ่มเป้าหมายเป็นกลุ่มผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP จำนวน 50 กลุ่ม/ราย ซึ่งขับเคลื่อนดำเนินการ 3 จุด ประกอบด้วย จุดที่ 1 กรุงเทพมหานคร จุดที่ 2 สงขลาจุดที่ 3 นครราชสีมา ประกอบด้วย 2 กิจกรรม คือ กิจกรรมที่ 1 การจัดประชุมเชิงปฏิบัติการ (Coaching) กิจกรรมที่ 2 การจัดแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ผ้าและงานหัตถกรรม ซึ่งกรมการพัฒนาชุมชน ได้น้อมนำแนวพระดำริในสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” คือ ความสุขที่ได้เลือกใช้ศิลปหัตถกรรมไทย เพื่อให้รายได้ กลับเข้าสู่ชุมชน เป็นวงจรเศรษฐกิจเชิงมหภาค และส่งเสริม กระตุ้นผ้าไทยให้ทันสมัยสู่สากล เป็นที่นิยมในทุกเพศทุกวัย และทุกโอกาส อีกทั้งได้ให้ความสำคัญในการพัฒนาศักยภาพกลุ่มผู้ผลิต ผู้ประกอบการOTOP ประเภทผ้า และงานหัตถกรรมโดยการสร้างองค์ความรู้ นำไปสู่การพัฒนาต่อยอดเพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์ในทุกภูมิภาค ให้ร่วมสมัยนำไปสู่การสร้างงาน สร้างรายได้กระจายสู่ชุมชนอย่างทั่วถึง เป็นวงจรเศรษฐกิจเชิงมหภาค สร้างวิถีชุมชนที่ยั่งยืนและสนองตอบต่อมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2563 ที่เห็นชอบมาตรการส่งเสริม และสนับสนุนการใช้และสวมใส่ผ้าไทยตลอดจนส่งเสริมและอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรม อันเป็นรากเหง้าภูมิปัญญาของบรรพบุรุษ ให้ดำรงคงอยู่คู่สังคมไทยสืบไป

นายชูชีพ พงษ์ไชย กล่าวต่อว่า โครงการพัฒนาศักยภาพผู้ผลิตผู้ประกอบการ ประเภทผ้า และหัตถกรรม ได้รับเกียรติจากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิจากหลากหลายสาขาวิชาชีพมาร่วมกันให้คำแนะนำ ปรึกษา เป็นประโยชน์ในการพัฒนาศักยภาพผู้ผลิตผู้ประกอบการ สามารถยกระดับ พัฒนาศักยภาพตนเองให้เป็นผู้ผลิต ผู้ประกอบการที่มีองค์ความรู้ นำไปต่อยอดและพัฒนาภูมิปัญญาที่มีอยู่ ให้สามารถแข่งขันได้ในตลาดสากล และหวังเป็นอย่างยิ่งว่า หลังจากผ่านการฝึกอบรมแล้วผู้เข้ารับการอบรมทุกท่าน จะได้นำความรู้ ความสามารถ หรือประสบการณ์ที่ได้รับจากการฝึกอบรม ไปใช้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีความสร้างสรรค์ทันสมัยโดดเด่นด้วยอัตลักษณ์ ตลอดจนเข้าถึงช่องทางการตลาด ทั้งในประเทศและต่างประเทศ นำไปสู่การสร้างงาน สร้างรายได้ สร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับครอบครัวและชุมชน ได้อย่างต่อเนื่องและยั่งยืนต่อไป

พาณิชย์-DITP ติดอาวุธผู้ประกอบการ ‘ครบเครื่องเรื่องการค้าออนไลน์ by NEA’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/729642

พาณิชย์-DITP ติดอาวุธผู้ประกอบการ ‘ครบเครื่องเรื่องการค้าออนไลน์ by NEA’

พาณิชย์-DITP ติดอาวุธผู้ประกอบการ ‘ครบเครื่องเรื่องการค้าออนไลน์ by NEA’

วันพุธ ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

พาณิชย์-DITP ต่อยอดความสำเร็จเดินหน้าติดอาวุธในการทำธุรกิจให้แก่ผู้ประกอบการภาคตะวันออกเฉียงเหนือผ่านโครงการสัมมนาเชิงปฏิบัติการ “ครบเครื่องเรื่องการค้าออนไลน์ by NEA” รุ่นที่ 6เพื่อยกระดับธุรกิจไทยก้าวไกลสู่ตลาดโลก

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ โดยสถาบันพัฒนาผู้ประกอบการการค้ายุคใหม่ หรือสถาบัน NEA ได้ดำเนินการตามนโยบายของกระทรวงพาณิชย์ ในการกระตุ้นและส่งเสริมให้ภาคธุรกิจทุกระดับใช้ประโยชน์จากระบบการค้าออนไลน์ที่ทันสมัยไปใช้ในการดำเนินธุรกิจการค้าระหว่างประเทศ

สถาบัน NEA จึงได้จัดโครงการสัมมนาเชิงปฏิบัติการ “ครบเครื่องเรื่องการค้าออนไลน์ by NEA” อย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2566 นี้ เป็นการจัดโครงการรุ่นที่ 6 (ครั้งที่ 2) ระหว่างวันที่ 1-2 มิถุนายน 2566 ณ โรงแรมอวานี ขอนแก่น โฮเทล แอนด์ คอนเวนชั่น เซ็นเตอร์ จังหวัดขอนแก่น เพื่อสนับสนุนและส่งเสริมผู้ประกอบการในส่วนภูมิภาคให้เข้าถึงองค์ความรู้ด้านการค้าออนไลน์อย่างครบวงจร ผ่านกิจกรรมเชิงสร้างสรรค์ในรูปแบบการสัมมนาเชิงบรรยายควบคู่กับการสัมมนาเชิงปฏิบัติการ (Workshop) ที่ผู้เข้าร่วมโครงการจะได้ลงมือทำจริงและได้รับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญอย่างใกล้ชิด

สถาบันพัฒนาผู้ประกอบการการค้ายุคใหม่ จึงขอเชิญชาวจังหวัดขอนแก่นและจังหวัดพื้นที่ใกล้เคียง รวมถึงผู้สนใจด้านการค้าออนไลน์และการค้าระหว่างประเทศ เข้าร่วมโครงการสัมมนาเชิงปฏิบัติการ “ครบเครื่องเรื่องการค้าออนไลน์ by NEA” รุ่นที่ 6 ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 1-2 มิถุนายน 2566 ณ โรงแรมอวานี ขอนแก่น โฮเทล แอนด์ คอนเวนชั่น เซ็นเตอร์ จังหวัดขอนแก่น สำหรับผู้ประกอบการหรือผู้ที่สนใจจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมอบรมโครงการสัมมนาเชิงปฏิบัติการ “ครบเครื่องเรื่องการค้าออนไลน์ by NEA” รุ่นที่ 6 ได้ที่ http://bitly.ws/A4kb ตั้งแต่วันนี้- 25 พฤษภาคม 2566 ฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย รับจำนวนจำกัดเพียง 250 ท่านเท่านั้น !

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สถาบันพัฒนาผู้ประกอบการการค้ายุคใหม่ (New EconomyAcademy : NEA) กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ โทรศัพท์ : 093-2582469 หรือ 1169 กด 1 Facebook Fan Page : สถาบันพัฒนาผู้ประกอบการการค้ายุคใหม่ เว็บไซต์ https://nea.ditp.go.th

คุณแหน : 10 พฤษภาคม 2566

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/729657

วันพุธ ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ll สถาบันดนตรีกัลยาณิวัฒนา เชิญชมสารคดีน้อมรำลึกในพระกรุณาธิคุณ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนากรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ เนื่องในโอกาสเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 100 ปี วันประสูติ ชมได้ที่ https://youtu.be/epFhtXl8Rj8..

ll อำพล พงศ์สุวรรณ ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทยและคณะ ลงพื้นที่ติดตามผลการดำเนินงานของส่วนราชการในกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน กระบี่ ตรัง พังงา ภูเก็ต ระนอง และสตูล..

ll ด้วยเป็นคนรักกีฬาทางน้ำ จีรานุช ภิรมย์ภักดี ยามนี้ใช้ชีวิตอยู่หาดหัวหิน ภูเก็ต และมัลดีฟส์วนเวียนกันไป..

ll เพื่อนๆ ยินดีกับ ดร.ชาญเวช บุญประเดิม ที่ได้เป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการการอาชีวศึกษา..

ll ชาว MPPM 1 มีความสัมพันธ์เหนียวแน่นยาวนานกว่า 20 ปี ในงานรียูเนียนปีนี้มีเพื่อนๆ มาร่วมเกือบ 50 คน โดยมี อารีย์ กังวาลเนาวรัตน์เป็นแม่งานใหญ่ งานนี้ นิพนธ์ วิสิษฐยุทธศาสตร์,ชัยศักดิ์ อังค์สุวรรณ,พล.อ.อ.เพิ่มเกียรติ ลวณะมาลย์,กรกฎ ชาตะสิงห์,วิเชียร เอมประเสริฐสุข,สุรพล หวังสุนทรชัย, ชนะ สืบสิน,จิราวรรณ สุญาณวนิชกุล, พจนารถ เหลืองประเสริฐ,พรพิมล เสนผดุง, ประภาพรรณ พิชัยคำ,อัษฎางค์ เชี่ยวธาดา ไม่ยอมพลาดมาแย่งกันคุย..

ll วันเกิดปีนี้ คเณตร์ เลิศหิรัญวิบูลย์ ไปทำบุญและถวายอาหารเพลพระที่ รพ.จุฬาฯ พร้อมกับบริจาคช่วยเหลือคนพิการด้วย..

ll ศิรินทรา จงพิพัฒนสุข พร้อม ณัทพร ภูจำนงค์ และ ดุษิต-อารยา มณีรัตน์ สุดประทับใจกับทริปเดินทางกันเอง นั่งรถไฟความเร็วสูงจากโตเกียวไปชมซากุระบานที่ฮาโกดาเตะตามคำแนะนำของ วราวรรณ ธนะกิจรุ่งเรืองผู้เชี่ยวการท่องญี่ปุ่นเพราะมีลูกชายเรียนจบและทำงานอยู่ญี่ปุ่น..

ll ชื่นชม วราภรณ์ โอสถาพันธุ์ ที่ให้คูโบต้าฟาร์ม ฟาร์มสร้างประสบการณ์เกษตรสมัยใหม่ ได้มอบผลิตผลทางการเกษตร เช่น ผักบุ้งจีน กรีนโอ๊ค เรดโอ๊คแครอท ไข่ไก่ เพื่อช่วยนักเรียนนักศึกษาผู้พิการในการดูแลของมูลนิธิพระมหาไถ่เพื่อการพัฒนาคนพิการ..

ll ยินดีกับ ภก.คงเกียรติ ฉัตรหิรัญทรัพย์ ที่ Beyond Training ผู้นำด้านการจัดอบรมสัมมนาพัฒนาคนระดับประเทศ จัดงานนวัตกรรมเพื่อพัฒนาผู้นำยุคใหม่ให้ปรับตัวไวให้องค์กรเติบโตมั่นคงในยุคดิจิทัล Open House : Adaptive Leadership Forum 2023 ประสบความสำเร็จมีผู้ร่วมงานล้นหลามทั้ง Onsite และ Online พร้อมมีวิทยากรชื่อดัง เช่น โอม ศิวะดิตถ์,ชุติมา สีบำรุงสาสน์,ธนศักดิ์ รัตนหิรัญภรณ์,ปัทมาวลัย รัตนพล..

ll รศ.ดร.มนตรี โสคติยานุรักษ์ แจ้งเปิดรับสมัครหลักสูตรวิทยาการการจัดการสำหรับนักบริหารระดับสูง นิด้า รุ่น 10 ดูรายละเอียดที่ http://gspa.nida.ac.th/th/amm..ll

น้องใหม่

เซ็นทรัล คุกกิ้ง ไทม์ 2023

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/729643

เซ็นทรัล คุกกิ้ง ไทม์ 2023

เซ็นทรัล คุกกิ้ง ไทม์ 2023

วันพุธ ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ห้างเซ็นทรัลแท็กทีมห้างโรบินสัน จัดงาน “CENTRAL COOKING TIME 2023” (เซ็นทรัล คุกกิ้ง ไทม์ 2023) และ “ROBINSON COOKING FAIR” (โรบินสัน คุกกิ้ง แฟร์ 2023) เอาใจลูกค้านักช้อปสายโฮมคุกกันอีกครั้ง งานนี้ รุ่งนิภา ศรีวิริยะเลิศกุล ผู้บริหารห้างเซ็นทรัลและห้างโรบินสัน จัดเต็มแบบไม่มีกั๊ก เตรียมยกขบวนไอเทมเครื่องครัวนวัตกรรมใหม่ล่าสุดที่มาเปิดตัวเอ็กซ์คลูซีฟเป็นที่แรกก่อนใคร พร้อมชวนเหล่าเชฟตัวท็อปมาร่วมช้อปไอเทมงานครัวจากหลากหลายแบรนด์ดัง จัดเต็มโปรโมชั่นสุดคุ้ม ลดสูงสุด 50% และรับฟรี! Digital Coupon หรือคูปองแทนเงินสดสูงสุด 4,500 บาท เมื่อช้อปตามเงื่อนไข ตั้งแต่วันนี้-22 พ.ค. 2566 ที่ห้างเซ็นทรัล และห้างโรบินสันทุกสาขา

‘บีเทรนด์ อาร์ต สเตชั่น 2023’ เปิดพื้นที่เพื่อคนรักศิลปะ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/729680

‘บีเทรนด์ อาร์ต สเตชั่น 2023’ เปิดพื้นที่เพื่อคนรักศิลปะ

‘บีเทรนด์ อาร์ต สเตชั่น 2023’ เปิดพื้นที่เพื่อคนรักศิลปะ

วันพุธ ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

บีเทรนด์ (BETREND) เดอะมอลล์ กรุ๊ป แหล่งรวมสินค้าไลฟ์สไตล์ ตอกย้ำ NO.1 ONE STOP SHOPPING FOR CREATIVE & LIFESTYLE STORE จัดแคมเปญ “บีเทรนด์อาร์ต สเตชั่น 2023” (BETREND ART STATION 2023) เปิดพื้นที่อาร์ตสุดป๊อป ชวนสายครีเอทีฟหัวใจศิลปะ มาระเบิดไอเดียโชว์ความคิดสร้างสรรค์แบบไร้ขีดจำกัด พร้อมอัปเดตไอเทมสินค้าสุดอาร์ตแบบครบครัน ทั้งอุปกรณ์ศิลปะ เครื่องเขียน อุปกรณ์สำนักงาน แก็ดเจ็ต หนังสือ รวมถึงของขวัญและอุปกรณ์ตกแต่งหลากสไตล์ พร้อมโปรโมชั่นและกิจกรรมจากแบรนด์ชั้นนำที่มาร่วมครีเอทงานศิลป์ตลอดแคมเปญ ตั้งแต่วันนี้-30 มิถุนายน 2566 ที่ BETREND เดอะมอลล์ และเดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ทุกสาขา, เอ็มโพเรียม และพารากอน ดีพาร์ทเม้นท์สโตร์

งาน “บีเทรนด์ อาร์ต สเตชั่น 2023” จัดขึ้นภายใต้คอนเซ็ปต์ “POP ART” เปิดพื้นที่อาร์ตสุดป๊อป ให้ทุกคนมาร่วมโชว์ไอเดียความคิดสร้างสรรค์แบบไร้ขีดจำกัด พร้อมคัดสรรหลากหลายไอเทมสินค้าสำหรับงานศิลปะยอดนิยม การันตีคุณภาพและความครบครันทุกกลุ่มสินค้า ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์ศิลปะ,เครื่องเขียน, อุปกรณ์สำนักงาน, แก็ดเจ็ต, หนังสือรวมถึงของขวัญและอุปกรณ์ตกแต่งจากแบรนด์ดังมาพร้อมกับฟังก์ชั่น และดีไซน์งานศิลป์ ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์นักช้อปสายอาร์ตนิสต้า อาทิ

ART & CRAFT ไอเทมหลักสำหรับหนุ่ม-สาวสายอาร์ต ที่ชื่นชอบกิจกรรมวาดภาพระบายสี ผู้ช่วยแต่งแต้มทุกงานศิลป์ผ่านความคิดสร้างสรรค์แบบไร้ขีดจำกัด ไม่ว่าจะเป็น สีน้ำ, สีน้ำมัน, ดินสอสี, จานสี, ปากกาหัวพู่กัน ตลอดจนผ้าใบแคนวาสวาดรูป ที่นักวาดตัวจริงต้องห้ามพลาด

OFFICE SUPPLY เปิดโหมดสู่โลกของการทำงาน พบกับไอเทมความครบครันของอุปกรณ์สำหรับหนุ่มสาวออฟฟิศ ที่มาช่วยตอบโจทย์ความสะดวกสบาย เพิ่มความแฮปปี้บนโต๊ะทำงานให้สดใสแบบไม่น่าเบื่อ อาทิ SCRAPBOOK,สมุดโน้ตลายเก๋, ปากกาสุดเท่, เครื่องคิดเลขตัวโปรด รวมถึงเครื่องใช้สำนักงานต่างๆ

SCHOOL SUPPLIES เติมเต็มทุกความสุขบนโลกของการเรียนให้พร้อม ทั้งที่โรงเรียน หรือเรียนออนไลน์ พบกับสุดยอดไอเทมที่มาช่วยจุดประกายสร้างบรรยากาศคลายเครียดในคลาสเรียนให้มีชีวิตชีวามากยิ่งขึ้น อาทิ อุปกรณ์เครื่องเขียน, กล่องดินสอ, ปากกา, ไม้บรรทัด, ยางลบ รวมถึงไอทีแก็ดเจ็ตสุดเจ๋ง ทั้งหูฟัง, คีย์บอร์ด, พาวเวอร์แบงค์ ฯลฯ

GIFT อินเทรนด์กับหลากหลายไอเทมสินค้าในชีวิตประจำวัน ที่มาพร้อมกับดีไซน์งานศิลปะ ที่สายอาร์ตสามารถจับมิกซ์แอนด์แมทช์ตามสไตล์ที่ชอบ แถมยังส่งต่อให้คนรอบข้างได้อีกด้วย อาทิ กระเป๋าผ้าลดโลกร้อน, กระบอกน้ำที่ออกแบบโดยศิลปินชื่อดัง, กระถางต้นไม้หลากสไตล์, สติ๊กเกอร์สุดแนว, การ์ดอวยพร, กระดาษห่อและกล่องของขวัญหลากสีสัน รวมถึงอุปกรณ์ตกแต่งงานศิลป์ในเทศกาลต่างๆ

GADGET อินเทรนด์กับทุกโมเมนต์ความสุขแห่งโลกยุคใหม่ เอาใจคนรักไอทีสายอาร์ต พบกับหลากหลายไอเทมแก็ดเจ๊ต ที่คัดสรรไว้ให้ไอทีนิสต้าได้เลือกสรรก่อนใครแบบฟูลออฟชั่น อาทิ เคสโทรศัพท์ลายพิเศษ, ลำโพงบลูทูธสุดล้ำ, นาฬิกาหลากสไตล์ ที่มาพร้อมกับฟังก์ชั่นล้ำสมัย ฯลฯ

โดยภายในงานได้เชิญหนุ่มสาวสายอาร์ตยุคใหม่มาร่วมอัปเดตเทรนด์เสพงานศิลป์ ผ่านกิจกรรม ครีเอทความคิดสร้างสรรค์ออกแบบงานศิลป์ในแบบฉบับศิลปะของตัวเอง อาทิ ฮ่องเต้-กนต์ธร เตโชฬาร ศิลปินยุคใหม่ที่เป็นแรงบันดาลใจให้กับวัยรุ่นผ่านผลงานศิลปะ การแสดง และคอนเทนต์ออนไลน์หลากหลายรูปแบบ เจ้าของเพจ ART OF HONGTAE, ต๊ะ-ศิวัช และเพื่อน ศิลปิน นักแสดง และคอนเทนต์ครีเอเตอร์ ตัวแทนคนรุ่นใหม่ นักร้องนำวง TAH & FRIEND และหนึ่งในนักแสดง “OMG รักจังวะ..ผิดจังหวะ” ที่หลงใหลในงานศิลปะ และดนตรี, เกรซ-ปราณสวรรค์ และเพื่อน ศิลปินนักวาดภาพประกอบ เจ้าของแบรนด์ MISSYP_STICKER ผลงานโดดเด่นอันเป็นเอกลักษณ์ทำให้ผลงานสติ๊กเกอร์เป็นที่รู้จัก พร้อมนำสินค้าสุดคูลมาให้เลือกช้อปกันแบบจุใจที่ BETREND และเซญ่า-วรินทร์ธร พาหุยุทธ์ นักแสดงและอินฟลูเอนเซอร์รุ่นใหม่ ที่มีผลงานซีรี่ส์และโฆษณามากมาย ที่จะมาร่วมสร้างสีสัน ทำกิจกรรมเวิร์กช็อปภายในงานโดยมี รวมพร อิทธิพงศ์ ผู้จัดการใหญ่บริหารสินค้า BETREND, WATCH GALLERIA และ KIDS’ PLANET และ ผกามาศ ไหล่อุดมพิทักษ์ผู้ช่วยผู้จัดการทั่วไปการตลาด BETREND SPORTSMALL และ KIDS’ PLANET บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด มาร่วมต้อนรับ ณ แผนกบีเทรนด์ ชั้น 3 พารากอน ดีพาร์ทเม้นท์สโตร์

นอกเหนือจากนี้ BETREND ยังขอเชิญชวนร่วมบริจาคหนังสือให้กับ “โครงการอ่านสร้างชาติโดยมูลนิธิกระจกเงา” เพื่อสร้างโอกาสในการเข้าถึงหนังสือส่งเสริมการอ่านที่จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงคุณภาพของคนในสังคมไทย โดยสามารถร่วมบริจาคได้ 2 ช่องทาง ผ่านกล่องรับบริจาคที่แผนก BETREND ชั้น 4 เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ งามวงศ์วาน ตั้งแต่วันนี้-30 มิถุนายน 2566 และกล่องรับบริจาคพื้นที่ M EVENT HALL ชั้น G เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ งามวงศ์วาน ตั้งแต่วันที่ 15 พฤษภาคม 2566-22 พฤษภาคม 2566

‘หมอหมู่’ ออกค้นหาผู้ป่วยภาคอีสาน รักษาแก้ไขความพิการบนใบหน้าและกะโหลกศีรษะ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/729678

‘หมอหมู่’ ออกค้นหาผู้ป่วยภาคอีสาน รักษาแก้ไขความพิการบนใบหน้าและกะโหลกศีรษะ

‘หมอหมู่’ ออกค้นหาผู้ป่วยภาคอีสาน รักษาแก้ไขความพิการบนใบหน้าและกะโหลกศีรษะ

วันพุธ ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 02.00 น.

สภากาชาดไทย โดยสำนักงานจัดหารายได้ ร่วมกับ ศูนย์สมเด็จพระเทพรัตนฯ แก้ไขความพิการบนใบหน้าและกะโหลกศีรษะ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ จัดงานเปิด “โครงการคลินิกเคลื่อนที่แบบสหสาขาวิชาชีพ ปี 2566 จุฬาฯ ใส่ใจ อยู่ไกล เราไปหา”โดยได้รับเกียรติจาก เตช บุนนาค เลขาธิการสภากาชาดไทย เป็นประธานในพิธีฯ ร่วมด้วย ศ.กิตติคุณ นพ.จรัญ มหาทุมะรัตน์ หัวหน้าศูนย์สมเด็จพระเทพรัตนฯ แก้ไขความพิการบนใบหน้าและกะโหลกศีรษะ รพ.จุฬาลงกรณ์, จันทร์ประภา วิชิตชลชัย รองผู้อำนวยการ สำนักงานจัดหารายได้ สภากาชาดไทย, รศ.ดร.นพ.ม.ล.กรเกียรติ สนิทวงศ์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ฝ่ายบริการ และ ศ.นพ.ยิ่งยศ อวิหิงสานนท์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ฝ่ายการแพทย์และวิจัย เพื่อประกาศถึงภารกิจการปฏิบัติงานลำดับต่อไปของศูนย์สมเด็จพระเทพรัตนฯ แก้ไขความพิการบนใบหน้าและกะโหลกศีรษะที่กำลังจะเกิดขึ้นในปี พ.ศ. 2566 เมื่อวันที่ 26 เมษายน 2566 ที่ผ่านมา ณ ห้องประชุม 302 อาคารรัตนวิทยาพัฒน์ ชั้น 3 โซน A โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย

โครงการคลินิกเคลื่อนที่แบบสหสาขาวิชาชีพ ศูนย์สมเด็จพระเทพรัตนฯ แก้ไขความพิการบนใบหน้าและกะโหลกศีรษะ ได้ลงพื้นที่ ค้นหา และรักษาความผิดปกติให้แก่ผู้ป่วยครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2561 ณ โรงพยาบาลบุรีรัมย์ มีผู้เข้าร่วมโครงการจำนวน 162 ราย ครั้งที่สองเมื่อปี พ.ศ. 2562 ณ โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ มีผู้เข้าร่วมโครงการจำนวน 48 ราย และได้หยุดพักการลงพื้นที่ค้นหาผู้ป่วยในช่วงสถานการณ์วิกฤตโรคระบาด COVID-19 ในช่วง พ.ศ. 2563- 2565 เมื่อสถานการณ์คลี่คลายจึงได้ดำเนินโครงการนี้อีกครั้งในปี พ.ศ. 2566

สำหรับ “โครงการคลินิกเคลื่อนที่แบบสหสาขาวิชาชีพ ปี 2566…จุฬาฯ ใส่ใจ อยู่ไกล เราไปหา” ในปี พ.ศ. 2566 นำร่องที่ภาคอีสานของประเทศไทย ณ จังหวัดบุรีรัมย์ อีกครั้ง โดยโครงการฯ ได้ผนึกกำลังร่วมกับสาธารณสุขจังหวัดบุรีรัมย์ เหล่ากาชาดจังหวัดบุรีรัมย์ ปูพรมลงพื้นที่ในการค้นหาผู้ป่วยที่เข้าเกณฑ์รักษาตามคู่มือค้นหาผู้ป่วย และส่งต่อประวัติพร้อมรูปถ่ายของผู้ป่วย อัปโหลดผ่านระบบออนไลน์ให้กับทางศูนย์สมเด็จพระเทพรัตนฯ แก้ไขความพิการบนใบหน้าและกะโหลกศีรษะ เพื่อช่วยคัดกรองให้ผู้ป่วยได้รับการตรวจ ประเมิน รักษาอย่างใกล้ชิดจากทีมแพทย์ผ่านระบบออนไลน์ เช่น การวีดีโอคอล การโทรศัพท์ การสนทนาทางโปรแกรมไลน์ ทั้งนี้เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทางของผู้ป่วย ลดทอนขั้นตอนการทำเอกสารส่งตัว ลดเวลานัดพบแพทย์เฉพาะทางในแต่ละครั้ง และช่วยแก้ไขความแออัดในโรงพยาบาลให้ดีขึ้น เมื่อถึงช่วงเวลาต้องทำหัตถการผ่าตัดจึงค่อยเดินทางมาพบแพทย์เท่านั้น

สำหรับผู้ที่สนใจเข้าร่วมโครงการฯในปีนี้ สามารถติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์สมเด็จพระเทพรัตนฯ แก้ไข-ความพิการบนใบหน้าและกะโหลกศีรษะโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทยตึก สก ชั้น 14 โทร.02-2564330 ในวันและเวลาราชการ อีเมล info@craniofacial.or.th หรือเว็บไซต์ www.craniofacial.or.th

ทั้งนี้ประชาชนทั่วไปสามารถร่วมเป็นส่วนสำคัญในก้าวต่อไปของโครงการ และร่วมเป็นผู้ให้ชีวิตใหม่แก่ผู้ป่วยรายอื่นๆ ได้ ด้วยการบริจาคเงินภายใต้แคมเปญ “หมอหมู่” ภารกิจพิชิตความเจ็บป่วย ค้นหาและรักษาผู้มีความผิดปกติบนใบหน้าและศีรษะเพียง 30 บาท ให้กับโครงการคลินิกเคลื่อนที่แบบสหสาขาวิชาชีพ ปี 2566 ผ่านบัญชีธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาสภากาชาดไทย ชื่อบัญชี สำนักงานจัดหารายได้ สภากาชาดไทย (2) บัญชีออมทรัพย์ เลขที่ 045-2-62588-8 หรือสแกน QR Code e-Donation ลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่าสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ฝ่ายประชาสัมพันธ์ สำนักงานจัดหารายได้ โทร.02-2564440, 02-2559911, 02-2511218 ต่อ 124

UOB เปิดเวทีประกวดจิตรกรรมยูโอบี ครั้งที่ 14 หนุนศิลปินไทยสู่เวทีศิลปะระดับภูมิภาค

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/729673

UOB เปิดเวทีประกวดจิตรกรรมยูโอบี ครั้งที่ 14 หนุนศิลปินไทยสู่เวทีศิลปะระดับภูมิภาค

UOB เปิดเวทีประกวดจิตรกรรมยูโอบี ครั้งที่ 14 หนุนศิลปินไทยสู่เวทีศิลปะระดับภูมิภาค

วันอังคาร ที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 17.10 น.

ยูโอบี ประเทศไทย สนับสนุนศิลปินไทยสู่เวทีศิลปะระดับภูมิภาค ผ่านการประกวดจิตรกรรมยูโอบี ครั้งที่ 14 ในปีนี้ ยูโอบีขยายการประกวดจิตรกรรมยูโอบีสู่ประเทศเวียดนามเป็นประเทศที่ห้า

ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย เชิญชวนศิลปินมืออาชีพและศิลปินใหม่หรือสมัครเล่น ส่งผลงานเข้าร่วมการประกวดจิตรกรรมยูโอบี ครั้งที่ 14 ประจำปี 2566 เวทีการประกวดงานจิตรกรรมเพียงหนึ่งเดียวในประเทศไทยที่ต่อยอดสู่การประกวดระดับภูมิภาค โดยมุ่งสนับสนุนชุมชนศิลปินและศิลปินรุ่นเยาว์ที่มีความคิดสร้างสรรค์ในประเทศไทยให้เป็นที่รู้จักในเวทีศิลปะระดับภูมิภาค และปีนี้ยูโอบีได้ขยายการประกวดจิตรกรรมยูโอบี ซึ่งถือเป็นหนึ่งในเวทีการประกวดจิตรกรรมที่ทรงเกียรติที่สุดของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สู่เวียดนามเป็นประเทศที่ห้า

สำหรับงานเปิดตัวในวันนี้ ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย ได้จัดให้มีการเสวนาแบ่งปันประสบการณ์ เกี่ยวกับความท้าทายและโอกาสของศิลปินไทยในการมุ่งสู่เส้นทางการเป็นศิลปินในเวทีศิลปะระดับสากล พร้อมบอกเล่าปัจจัยสำคัญที่เอื้อประโยชน์แก่ศิลปินในการเติบโตและประสบความสำเร็จในแวดวงศิลปินระดับโลก อันได้แก่ การสร้าง อัตลักษณ์ทางศิลปะ เทคนิค ความหลงใหล และความมุ่งมั่นอันแรงกล้า นอกจากนี้ งานเสวนายังแบ่งปันวิธีที่ศิลปินใหม่หรือสมัครเล่นจะเรียนรู้จากข้อมูลเชิงลึกและประสบการณ์ของศิลปินอาชีพและผู้เชี่ยวชาญในวงการศิลปะ ซึ่งจะช่วยชี้แนะให้ประสบความสำเร็จในวงการศิลปะที่แข่งขันสูง การเสวนาครั้งนี้นำโดยอาจารย์              อำมฤทธิ์ ชูสุวรรณ ศิลปินแห่งชาติสาขาทัศนศิลป์ (สื่อผสม) ปี 2563 และรองอธิบดีฝ่ายศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยศิลปากร ประธานคณะกรรมการตัดสิน การประกวดจิตรกรรมยูโอบี ประเทศไทย คุณชมรวี สุขโสม ผู้ชนะการประกวดจิตรกรรมยูโอบีระดับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ประจำปี 2565 และคุณนริศรา เพียรวิมังสา ศิลปินชื่อก้องผู้สร้างสรรค์ผลงานสีอะคริลิกและผ้า ที่มีประสบการณ์เข้าร่วมโครงการศิลปินในพำนักในประเทศญี่ปุ่น ฝรั่งเศส และอเมริกา

การออกแบบโลโก้การประกวดจิตรกรรมยูโอบี ครั้งที่ 14

การออกแบบโลโก้การประกวดจิตรกรรมยูโอบี ประจำปี 2566 ได้รับแรงบันดาลใจจากผลงาน ดิสโทเปีย ของคุณชมรวี สุขโสม ศิลปินไทยผู้ชนะการประกวดจิตรกรรมยูโอบีระดับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ประจำปี 2565 รูปทรงกลมที่กำลังเปลี่ยนแปลงรูปร่างสื่อถึงโลกของเราที่พัฒนาและปรับเปลี่ยนตลอดเวลา ตามวัฒนธรรมและอัตลักษณ์ที่แตกต่างกันไป ซึ่งสอดคล้องกับคำมั่นสัญญาในระยะยาวของธนาคารที่จะไม่หยุดพัฒนาเพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคและอยู่เคียงข้างชุมชน

นางสาวธรรัตน โอฬารหาญกิจ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริหารสื่อสารและภาพลักษณ์องค์กร ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย กล่าวว่า “ในปีนี้ ยูโอบีมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ขยายการจัดการประกวดจิตรกรรมยูโอบีนี้ไปสู่ประเทศเวียดนาม ซึ่งจะเปิดโอกาสให้ผู้คนจำนวนมากขึ้นได้ค้นพบความหลงใหลที่มีต่องานศิลปะ เพราะเราเชื่อว่าศิลปะช่วยยกระดับจิตใจและเชื่อมโยงชุมชนต่างๆ เข้าด้วยกัน โดยทางธนาคารยูโอบี ประเทศไทย ประสบความสำเร็จในการเฟ้นหา ฟูมฟัก และสนับสนุนศิลปินผู้เปี่ยมด้วยพรสวรรค์และความสามารถในประเทศไทยมาเป็นเวลานานกว่า 1 ทศวรรษ ผ่านการประกวดจิตรกรรมยูโอบีประจำปีและโครงการส่งเสริมศิลปะสู่ชุมชนต่างๆ ดิฉันรู้สึกดีใจที่ได้เห็นศิลปินรุ่นพี่ผู้ชนะการประกวดจิตรกรรมยูโอบีมาร่วมแบ่งปันประสบการณ์ ความสามารถและเอกลักษณ์ที่โดดเด่นของแต่ละคน เพื่อสร้างแรงบันดาลใจแก่เพื่อนศิลปิน และเพื่อให้สอดคล้องกับความมุ่งหมายของธนาคารในการสร้างอนาคตของอาเซียน”

เชิญชวนศิลปินส่งผลงานเข้าร่วมการประกวดจิตรกรรมยูโอบี ครั้งที่ 14 พร้อมเงินรางวัลสำหรับประเภทศิลปินใหม่หรือสมัครเล่นที่เพิ่มขึ้น

ในฐานะผู้อุปถัมภ์ศิลปะชั้นนำในเอเชีย การประกวดจิตรกรรมยูโอบีประสบความสำเร็จในการเฟ้นหาศิลปินอาชีพและศิลปะใหม่หรือสมัครเล่นจากประเทศต่างๆ ทั่วภูมิภาค การประกวดจิตรกรรมยูโอบี ครั้งที่ 14 เปิดรับผลงานศิลปะของผู้มีสัญชาติไทยและผู้มีถิ่นพำนักถาวรในประเทศไทยผ่านระบบดิจิทัล http://www.uob.co.th/poy ตั้งแต่วันที่ 9 พฤษภาคม ถึง 15 สิงหาคม 2566

พิธีประกาศและมอบรางวัลการประกวดจิตรกรรมยูโอบี ครั้งที่ 14 จะจัดขึ้นในวันที่ 11 ตุลาคม 2566 ผลงานชนะเลิศจากประเทศไทยจะได้รับสิทธิเข้าแข่งขันในระดับภูมิภาคร่วมกับผลงานชนะเลิศจากอินโดนีเซีย มาเลเซีย สิงคโปร์ และเวียดนาม เพื่อชิงเงินรางวัลอีก 13,000 เหรียญสิงคโปร์ นอกเหนือจากเงินรางวัลระดับประเทศ นอกจากนี้ ผู้ชนะการประกวดจิตรกรรมยูโอบีระดับประเทศยังมีโอกาสได้รับคัดเลือกเป็นศิลปินในพำนัก ณ พิพิธภัณฑ์ศิลปะเอเชีย ฟุกุโอกะ ประเทศญี่ปุ่น เป็นระยะเวลา 1 เดือนอีกด้วย พิธีประกาศและมอบรางวัลการประกวดจิตรกรรมยูโอบีระดับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะจัดขึ้นที่โรงละครวิคตอเรีย ประเทศสิงคโปร์ ในวันที่ 8 พฤศจิกายน 2566

นอกจากนี้ เพื่อสนับสนุนศิลปินใหม่หรือสมัครเล่นในภูมิภาคในการไล่ตามความฝันในแวดวงศิลปะ ยูโอบีจึงเพิ่มเงินรางวัลสำหรับประเภทศิลปินใหม่หรือสมัครเล่น โดยผู้ได้รับรางวัลชนะเลิศประเภทศิลปินใหม่หรือสมัครเล่นจะได้รับเงินรางวัลเพิ่มเป็น 125,000 บาท

ส่งเสริมศิลปะสู่ชุมชนต่างๆ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจแก่ศิลปินรุ่นเยาว์

เพื่อส่งเสริมให้ศิลปินไทยเติบโตและประสบความสำเร็จในแวดวงศิลปะระดับภูมิภาค ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการส่งเสริมศิลปะสู่ชุมชนต่างๆ ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย ได้เตรียมจัดทำคลิปวิดีโอเพื่อให้ความรู้ โดยมีศิลปินรุ่นพี่ผู้ชนะการประกวดจิตรกรรมยูโอบี อาทิ คุณปานพรรณ ยอดมณี คุณธิดารัตน์ จันทเชื้อ และคุณชมรวี สุขโสม มาร่วมแบ่งปันเทคนิค กระบวนการคิดในการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะ และทัศนคติที่จำเป็นในการผลักดันผลงานให้เป็นที่รู้จักในเวทีศิลปะระดับสากล ผู้สนใจสามารถชมวิดีโอแบ่งปันความรู้ได้ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2566 เป็นต้นไป ผ่าน http://www.facebook.com/uob.th และ http://www.uob.co.th/uobandart

นอกจากนี้ ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย จะจัดเดินสายกิจกรรม “โรดโชว์ศิลปะ” ไปตามสถาบันการศึกษาต่างๆ ทั่วประเทศกว่า 20 แห่ง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามอย่างต่อเนื่องในการเฟ้นหาศิลปินไทยรุ่นใหม่จากทั่วประเทศ เพื่อเปิดโอกาสให้ชุมชนศิลปะท้องถิ่นและนิสิตนักศึกษาสาขาวิชาศิลปะได้แลกเปลี่ยนมุมมองด้านศิลปะและรับแรงบันดาลใจจากศิลปินอาชีพและศิลปินรุ่นพี่ผู้ชนะการประกวดจิตรกรรมยูโอบีที่ประสบความสำเร็จในแวดวงศิลปะต่างประเทศ

-(016)

ศูนย์บริการโลหิตฯ – มูลนิธิดั่งพ่อสอน ชวนประกวดแคมเปญ ‘ชวนบริจาคโลหิต’ กับโครงการเต็มใจ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/729633

ศูนย์บริการโลหิตฯ – มูลนิธิดั่งพ่อสอน ชวนประกวดแคมเปญ ‘ชวนบริจาคโลหิต’ กับโครงการเต็มใจ

ศูนย์บริการโลหิตฯ – มูลนิธิดั่งพ่อสอน ชวนประกวดแคมเปญ ‘ชวนบริจาคโลหิต’ กับโครงการเต็มใจ

วันอังคาร ที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 15.21 น.

ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ ร่วมมือกับมูลนิธิดั่งพ่อสอน เปิดตัว “โครงการเต็มใจ” ให้กลุ่มเยาวชนไทยแข่งประกวดทำแคมเปญชวนบริจาคโลหิต ตั้งเป้าปี 66 ได้ 1,000,000 ซีซี

โครงการเต็มใจ โดยมูลนิธิดั่งพ่อสอนหวังกระตุ้นให้เยาวชนหันมาสนใจการให้และเสียสละเพื่อส่วนรวมผ่านการแข่งขันทำกิจกรรมรณรงค์ให้คนบริจาคโลหิต โดยมีที่ปรึกษาเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยและนักธุรกิจ จิตอาสา (Mentor) จากแบรนด์ต่างๆ 23 แบรนด์ นอกจากได้ช่วยเหลือผู้ป่วยที่รอคอยการใช้เลือดแล้ว ยังได้ปลูกฝังจิตสาธารณะให้กับคนรุ่นใหม่ได้อีกด้วย คาดว่าจะมีมหาวิทยาลัยเข้าร่วมอย่างน้อย 20 แห่ง มีนิสิตนักศึกษารวมทีมเข้าประกวดอย่างน้อย 100 ทีม และได้รับโลหิตบริจาคอย่างน้อย 1,000,000 ซีซี ภายในปี 2566

รองศาสตราจารย์ แพทย์หญิงดุจใจ ชัยวานิชศิริ ผู้อำนวยการศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ กล่าวถึงสถานการณ์การใช้โลหิตในปัจจุบันว่า “ในสถานการณ์ปกติ การรับบริจาคโลหิตของศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ ภาคบริการโลหิตแห่งชาติ โรงพยาบาลต่างๆ ทั่วประเทศ จะได้รับโลหิตมากกว่า 200,000 ยูนิต ต่อเดือน นับตั้งแต่เกิดการระบาดของโรค COVID-19 สถานการณ์โลหิตยังคงขาดแคลนอย่างต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน ภาพรวมการบริจาคโลหิตทั่วประเทศลดลง ส่งผลให้ปริมาณโลหิตสำรองลดลงอย่างต่อเนื่อง โรงพยาบาลทุกแห่งทั่วประเทศขาดแคลนโลหิตสะสมเป็นระยะยาวนาน โดยในภาวะปกติจะต้องมีโลหิตบริจาครักษาผู้ป่วยเดือนละ 200,000 ยูนิต แต่ปัจจุบันได้รับโลหิตทั้งประเทศเพียง 150,000-160,000 ยูนิต จึงต้องการมีรณรงค์ให้บริจาคโลหิตเป็นประจำต่อเนื่องทุก 3 เดือน เพื่อให้มีโลหิตเพียงพอสำหรับผู้ป่วยทั่วประเทศ” การที่มีหน่วยงานภายนอกเข้ามาทำกิจกรรมให้คนบริจาคโลหิต ทางศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ เห็นว่า “เป็นเรื่องที่น่ายินดีเป็นอย่างยิ่ง และขอขอบคุณทุกหน่วยงานที่เล็งเห็นถึงความสำคัญของการจัดหาโลหิตให้กับผู้ป่วย เพราะการบริจาคโลหิตเป็นเรื่องจำเป็น เนื่องจากยังไม่มีสารประกอบ ชนิดใดสามารถทดแทนโลหิตได้อย่างสมบูรณ์ และยังมีผู้ป่วยที่รอรับการรักษาอีกเป็นจำนวนมาก ดังนี้

• กลุ่มผู้ป่วยโรคเลือด ร้อยละ 23 อาทิ โรคธาลัสซีเมีย โรคโลหิตจาง และโรคเกล็ดเลือดต่ำ จำเป็นต้องรับโลหิตครั้งละ 1-2 ยูนิต ทุก 3-4 สัปดาห์ หากไม่ได้รับโลหิตผู้ป่วยจะมีภาวะซีด อ่อนเพลีย มีปัญหาในการดำรงชีวิต

• กลุ่มผู้ป่วยผ่าตัดใหญ่ ร้อยละ 77 ที่ต้องใช้โลหิตจำนวนมาก และเร่งด่วน อาทิ ผู้ป่วยที่เกิดภาวะสูญเสียโลหิตเฉียบพลัน อุบัติเหตุ เสียเลือดหลังคลอดบุตร ฯลฯ การรักษาผู้ป่วยกรณีดังกล่าว ต้องมีโลหิตสำรองไว้ระหว่างการผ่าตัด 2-3 ยูนิต ในกรณีที่มีอาการรุนแรง 5-10 ยูนิต ต้องขอเบิกโลหิตสำรองให้เพียงพอ ถ้าโลหิตไม่เพียงพอต้องเลื่อนการผ่าตัด อาจเกิดอันตรายแก่ผู้ป่วย ถึงชีวิตได้”

จึงได้ทำความร่วมมือและสนับสนุนการดำเนินงานในครั้งนี้ อาทิ การจัดให้มีกิจกรรม Open House เปิดสำรวจเส้นทางโลหิต ให้กับกลุ่ม Mentor อีกทั้งยังเปิดรอบพิเศษ สำหรับทีมนิสิตนักศึกษาที่เข้าร่วมประกวด ได้เข้ามาศึกษาเรียนรู้และเยี่ยมชมฝ่ายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับงานบริการโลหิต เพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจและสามารถนำองค์ความรู้ไปเผยแพร่และเชิญชวนให้คนมาบริจาคโลหิตได้อย่างถูกต้อง นอกจากนี้ ยังได้ช่วยประสานงานไปยังโรงพยาบาลที่เกี่ยวข้องกว่า 200 แห่ง เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับคณะทำงาน

นายณัฐวรรธน์  ภรนรา ประธานมูลนิธิดั่งพ่อสอน ซึ่งเป็นมูลนิธิที่มีเป้าหมายในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ โดยการสร้างความเข้าใจและการนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและทฤษฎีใหม่ไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนาคุณภาพชีวิต ตามแนวทางของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร กล่าวว่า “โครงการเต็มใจ เป็นหนึ่งในโครงการการสร้างคนของมูลนิธิดั่งพ่อสอน โดยในครั้งนี้เลือกที่จะทำกับกลุ่มเยาวชนเพราะมองเห็นว่าการปลูกฝังเยาวชนเป็นเรื่องสำคัญ สังคมจะดีได้ ก็ด้วยมีกลุ่มเยาวชนเป็นกำลังหลักที่จะช่วยพัฒนาสังคมทั้งในช่วงเวลานี้และอนาคต การให้เด็กๆ ได้รู้จักการทำงานเพื่อส่วนรวม และยังก่อให้เกิดประโยชน์กับตนเองด้วยนั้นเป็นเรื่องสำคัญ และทางมูลนิธิฯ เองก็ตั้งใจจะจัดโครงการเต็มใจเป็นประจำทุกปี เพื่อให้เกิดการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง”

ทางด้านนายวรสรวง  สมัตถพันธุ์ ประธานโครงการเต็มใจ ได้กล่าวถึงที่มาของโครงการว่า เราเล็งเห็นปัญหาในเรื่องจิตสำนึกด้านสาธารณะและการเสียสละของเยาวชน รวมถึงสถานการณ์การรับบริจาคโลหิตและปริมาณโลหิตที่ได้รับเข้าคลังต่อปีของศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ ว่าขาดอยู่อีกบางส่วน และไม่มีความสม่ำเสมอ เราจึงได้จัดทำโครงการเต็มใจขึ้นมา เพื่อเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยเติมเต็ม ซึ่งโครงการดังกล่าวเป็นโครงการประกวดกิจกรรมรณรงค์บริจาคโลหิตของกลุ่มเยาวชน ระดับอุดมศึกษา โดยมุ่งเน้นให้กลุ่มเยาวชนเป็นผู้สร้างสรรค์ ประชาสัมพันธ์ และเผยแพร่โครงการให้กับกลุ่มเยาวชนด้วยกันรวมถึงประชาชนทั่วไป ได้รับรู้และบริจาคโลหิตให้กับสภากาชาดไทย โดยมุ่งหวังให้กลุ่มเยาวชนได้แสดงความสามารถ และต่อยอดให้เกิดผลลัพธ์จริง สามารถวัดผลได้จริง และนำไปสู่การยกย่อง ให้คุณค่าของกลุ่มเยาวชนที่เข้าร่วมโครงการ

ภายใต้การทำงานโครงการเต็มใจ ยังมี “กิจกรรมกำลังใจ” ซึ่งเป็นการนำอาหารและเครื่องดื่มไปมอบเป็นกำลังใจให้บุคลากรทางการแพทย์และผู้บริจาคโลหิต  ทั้งนี้ได้เปิดโอกาสให้คนทั่วไปได้ร่วมสมทบทุนซื้อวัตถุดิบในการประกอบอาหาร และอุปกรณ์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง รายได้หลังหักค่าใช้จ่ายได้นำมาสมทบทุนโครงการเต็มใจ เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของโครงการในด้านต่างๆ  

นายวรสรวง กล่าวว่า อาหารและเครื่องดื่มที่นำมามอบให้นั้น ที่ได้รับการคัดสรรอย่างดีและมีประโยชน์ส่งมอบเป็นกำลังใจให้กับคนทั้งสองกลุ่มที่เป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนโครงการเต็มใจ เป้าหมายในการส่งมอบกำลังใจ คือ จัดที่ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ ถนนอังรีดูนังต์ ภาคบริการโลหิตแห่งชาติ 12 แห่ง และโรงพยาบาล 50 แห่งทั่วประเทศ ที่ผ่านมา เราได้จัด “กำลังใจสู่บุรีรัมย์” นำอาหารและของหวาน 400 ชุด ไปมอบให้บุคลากรทางการแพทย์ และผู้ที่มาบริจาคโลหิต นอกจากนี้เรายังได้เอื้อเฟื้อไปยังญาติผู้ป่วยที่มาเฝ้าไข้ที่โรงพยาบาลบุรีรัมย์อีกด้วย”

เต็มใจเป็นโครงการประกวดกิจกรรมรณรงค์บริจาคโลหิต ในกลุ่มเยาวชน ระดับอุดมศึกษา ซึ่งนิสิตนักศึกษาจะได้ลงมือทำทุกขั้นตอนของแคมเปญ เริ่มตั้งแต่ออกแบบ การสร้างช่องทางสื่อสาร การลงพื้นที่ทำกิจกรรมรณรงค์ รวมถึงการอำนวยความสะดวกให้กับบุคคลที่สนใจบริจาคโลหิตให้กับทีม ทั้งนี้ทางโครงการเต็มใจ ได้รับความร่วมมือจาก Mentor ซึ่งเป็นนักธุรกิจจิตอาสาภายใต้โครงการพัฒน์ ซึ่งเป็นโครงการพัฒนาศักยภาพของผู้ประกอบการ SMEs เข้ามาเป็นที่ปรึกษา ให้คำแนะนำด้านการตลาด สนับสนุน ส่งเสริม รวมถึงช่วยเหลือทีมนิสิตนักศึกษา

นางกนกภรณ์  มิตสุโมโต้ ผู้อำนวยการโครงการพัฒน์ ในฐานะตัวแทนของ Mentor กล่าวว่า “พวกเรานักธุรกิจมีประสบการณ์ผ่านการทำงานเพื่อสังคม (CSR) และมีองค์ความรู้ด้านการตลาด ที่สามารถเป็นที่ปรึกษาให้กับน้องๆ นิสิตนักศึกษา โดย Mentor แต่ละคน จะนำเอาแกนธุรกิจของแต่ละแบรนด์เข้าไปเชื่อมกับนิสิตนักศึกษาที่เรียนสาขาวิชา หรือคณะที่เกี่ยวข้อง อาทิ บางธุรกิจทำเกี่ยวกับธุรกิจการ์ตูน ก็จะเข้าไปเป็นที่ปรึกษาให้กับทีมที่มาจากภาควิชาที่เกี่ยวข้องกับศิลปะ และงานอาร์ตต่างๆ บางแบรนด์ทำธุรกิจเกี่ยวกับงานรับเหมาก่อสร้าง ก็เข้าไปติดต่อคณะที่เกี่ยวข้องกับงานด้านวิศกรรมโยธา หรือแบรนด์ที่ทำเกี่ยวกับการนำเข้าอุปกรณ์ทันตกรรม ก็พุ่งเป้าไปที่คณะทันตแพทย์ของมหาวิทยาต่างๆ ทั่วประเทศ โดยเราจะจับมือร่วมกับมหาวิทยาลัยและอาจารย์ที่ปรึกษาของแต่ละคณะ เพื่อสร้างสรรค์แคมเปญให้คนออกมาบริจาคเลือดให้มากที่สุด”

ความท้าทายของของโครงการเต็มใจในครั้งนี้ ไม่ใช่เป็นเพียงสนามแข่งขันเฉพาะนิสิตนักศึกษาเท่านั้น หากแต่กลุ่ม Mentor เองก็ต้องเข้าร่วมในสนามด้วย โดยแต่ละแบรนด์ต้องนำเอาความเชี่ยวชาญเฉพาะสายงานของตัวเองไปผนวกกับความสามารถของน้องๆ ในแต่ละคณะ สร้างสรรค์แคมเปญออกมา แล้วรณรงค์ให้คนมาบริจาคโลหิต ภายใต้รหัสของทีมตนเอง เป้าหมายคือรางวัลปริมาณโลหิตสูงสุด หรือรางวัลแคมเปญยอดเยี่ยมแห่งปี ที่ได้รับการออกแบบถ้วยรางวัลโดยอาจารย์ช่วง  มูลพินิจ ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (จิตรกรรม) ประจำปี พ.ศ 2556

เหตุที่อาจารย์ช่วงได้สร้างสรรค์ถ้วยรางวัล นี้ให้กับมูลนิธิดั่งพ่อสอน ก็ด้วยการมีแนวคิดที่ตรงกัน อันว่าด้วยการน้อมนำเอาศาสตร์พระราชาของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร มาเป็นหลักคิดและแนวทางในการดำเนินงานและการใช้ชีวิต ประกอบกับอาจารย์ช่วงเคยออกแบบพระพุทธรูปประจำโครงการให้กับโครงการพัฒน์ อันเป็นโครงการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการ ภายใต้มูลนิธิดั่งพ่อสอนมาก่อน เมื่อทางมูลนิธิฯ ได้นำเรื่องถ้วยรางวัลที่จะมอบให้ผู้ชนะการประกวดโครงการเต็มใจ อันเป็นโครงการเพื่อสังคม อาจารย์ช่วงก็ตกลงออกแบบให้ทันที

อาจารย์ช่วง  มูลพินิจ ได้ให้นิยามของการออกแบบถ้วยรางวัลในครั้งนี้ว่า ถ้วยรางวัลมีชื่อว่า สันโตสะอาชาไนย เป็นรูปม้ากระโจนเหนือคลื่น มีความหมายว่า ผู้ที่ถูกฝึกหัดด้านความพอเพียงมาอย่างดีแล้ว แต่ละส่วนจะมีนัยยะ อาทิ คลื่น หมายถึง กระแสสังคม ความเห็นของคนส่วนใหญ่ในโลกแห่งวัตถุนิยม เปรียบประดุจภาพคลื่นที่ถาโถมเข้ามาเป็นอุปสรรคในการก้าวข้าม เลข ๙ หมายถึง ตัวแทนของ “หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” ที่พึงระลึกอยู่ในใจเสมอ  เช่นเดียวกับอานบนหลังม้าที่ถูกฝึกฝนมาแล้ว ส่วนม้า หมายถึง ผู้ที่ฝึกตน ปฏิบัติตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง มีความมุ่งมั่นฝ่าฝันกับคลื่นของสังคมลูกแล้วลูกเล่า และสุดท้าย “ผู้ที่ฝึกตนดีแล้วก็จะสามารถก้าวข้ามกระแสโลกแห่งวัตถุนิยมไปได้”

สำหรับรางวัลในการประกวดครั้งนี้ แบ่งออกเป็น 3 ประเภท ประกอบด้วย รางวัลยอดโลหิตสูงสุด ประเภทมหาวิทยาลัย รางวัลยอดโลหิตสูงสุด ประเภททีม และรางวัลแคมเปญยอดเยี่ยมแห่งปี แต่ละประเภทจะได้รับถ้วยสันโตสะอาชาไนย เกียรติบัตรเชิดชูความสามารถ ส่วนรางวัลประเภททีม และรางวัลแคมเปญยอดเยี่ยมแห่งปี จะได้รับรางวัลพิเศษ เป็นทริปท่องเที่ยว ประเทศเกาหลีใต้ 5 วัน 3 คืน

โครงการเต็มใจ เป็นโครงการเพื่อสังคม นอกจากจะปลูกฝังแนวคิดด้านจิตสาธารณะให้กับกลุ่มเยาวชนแล้วยังได้สร้างประโยชน์ส่วนรวม ช่วยให้มีปริมาณโลหิตที่สม่ำเสมอ สามารถส่งต่อเพื่อนำไปรักษาผู้ป่วยได้ทันท่วงที อีกทั้งเชื่อมโยงการให้คุณค่ากับบุคลากรทางการแพทย์และกลุ่มผู้บริจาคโลหิตอีกด้วย

-(016)

เชฟจับมือศิลปินชื่อดัง รังสรรค์ศิลปะแห่งมื้อพิเศษ ภายใต้พลังแห่งแสงจันทร์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/729621

เชฟจับมือศิลปินชื่อดัง รังสรรค์ศิลปะแห่งมื้อพิเศษ ภายใต้พลังแห่งแสงจันทร์

เชฟจับมือศิลปินชื่อดัง รังสรรค์ศิลปะแห่งมื้อพิเศษ ภายใต้พลังแห่งแสงจันทร์

วันอังคาร ที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 15.03 น.

เกาะสมุย : โรงแรมอันตรา ลาวาณา เกาะสมุย รีสอร์ท (Anantara Lawana Koh Samui Resort) รีสอร์ทสุดหรูบนเกาะสมุย โอบล้อมด้วยธรรมชาติ เตรียมจัดเอ็กซ์คลูซีฟ อาร์ต ดินเนอร์ (Exclusive Art Dinner) ศิลปะแห่งมื้ออาหารที่ถูกสร้างสรรค์ขึ้นเพื่อมอบประสบการณ์สุดพิเศษให้กับแขกที่มาพักและนักเดินทางจากทั่วโลก ได้สัมผัสกับดินเนอร์มื้อพิเศษ “Courses of the moon” โดยได้ศิลปินแนวเควียร์อาร์ตและนักเขียนมากความสามารถ โอ๊ต มณเฑียร มาเล่าเรื่องราวผ่านศิลปะและบทกวีระหว่างมื้ออาหาร โดยได้แรงบันดาลใจมาจากพลังของจันทรา ที่ดำเนินไปตามวิถีของธรรมชาติ พร้อมกันนี้ยังได้เชฟเควิน ฟอกส์ มาเป็นผู้ครีเอทเมนูเฉพาะในแต่ละคอร์ส ซึ่งถ่ายทอดความเชื่อมโยงนั้น ให้กลายมาเป็นเมนูมื้อพิเศษที่พร้อมเสิร์ฟสำหรับมื้อค่ำในครั้งนี้อีกด้วย

เมนูพิเศษภายใต้คอนเซ็ปต์ “Courses of the moon” ที่รังสรรค์ขึ้นใหม่โดยเชฟเควิน  จะเป็นการครีเอทมื้ออาหารรวมทั้งสิ้น 4 คอร์ส จากการตีความตามบทกวีวิถีแห่งจันทราทั้ง 4 บทที่ โอ๊ต มณเฑียร ได้เขียนไว้  เริ่มจากกวีบทแรก พระจันทร์ในค่ำคืนเดือนมืด (New Moon) นำเสนอเมนูเรียกน้ำย่อย Ashes of roots with Hua Hin Sturgeon Caviar Cream ที่มีประโยชน์และคอเรสเตอรอลต่ำ ต่อด้วยพระจันทร์ข้างขึ้น (Waxing Moon) กับเมนู Suratthani oysters cooked over tree bark หอยนางรมสดจากฟาร์มเลี้ยง จังหวัดสุราษฎร์ธานีปรุงบนเปลือกไม้ เสิร์ฟพร้อมระกำ ดินไรย์ และมันสำปะหลังขาวดอง อาหารจานหลักผ่านกวีบทที่ 3 พระจันทร์เต็มดวง (Full Moon) นำเสนอเมนู Salt-baked blue lobster เมนูกุ้งมังกรอบเกลือ เสิร์ฟพร้อมข้าวต้มอัญชันหอมมะลิ ราดซอสสมุนไพร และปิดท้ายด้วยกวีบทสุดท้าย พระจันทร์ข้างแรม กับเมนูของหวานสุดคลาสสิคสไตล์ฝรั่งเศส หรือเรียกว่าเกาะลอย île flottante black truffle, chocolate, waves of jasmine and orange เมอร์แรงค์ที่ลอยอยู่บนซอสครีม โอบล้อมด้วยเกลียวคลื่นที่ทำจากกลิ่นของดอกมะลิและส้ม ท็อปด้วยช็อกโกแลต เรียกได้ว่าเป็นเมนูปิดท้ายที่สะท้อนความเป็นเกาะสมุย สวรรค์กลางอ่าวไทยได้อย่างสมบูรณ์

มนต์เสน่ห์ของอาหารผสานศิลปะมื้อเอ็กซ์คลูซีฟ ณ ห้องอาหารทรี ท็อปส์ สกาย ไดนิ่งแอนด์บาร์ (Tree Tops Sky Dining & Bar) โรงแรมอนันตรา ลาวาณา เกาะสมุย รีสอร์ท  จัดขึ้นระหว่างวันที่ 11-12 พฤษภาคม 2566 เวลา 19.00 น. คอร์สละ 6,500++ บาท ต่อท่าน รวมเครื่องดื่ม (Special Cocktail) พร้อมภาพวาดพิเศษบนจานเซรามิคในแนว Abstract โดยศิลปิน โอ๊ต มณเฑียร เป็นที่ระลึกอีกด้วย สำรองที่นั่งได้ที่โทร.077-960333   

-(016)