ชาญศิลป์ ตรีนุชกร นั่งเก้าอี้นายกสมาคมธรรมศาสตร์ฯ อีกหนึ่งสมัย พร้อมทำงานเชื่อมโยงธรรมศาสตร์ และสังคมให้เป็นหนึ่งเดียว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/727900

ชาญศิลป์ ตรีนุชกร นั่งเก้าอี้นายกสมาคมธรรมศาสตร์ฯ อีกหนึ่งสมัย  พร้อมทำงานเชื่อมโยงธรรมศาสตร์ และสังคมให้เป็นหนึ่งเดียว

ชาญศิลป์ ตรีนุชกร นั่งเก้าอี้นายกสมาคมธรรมศาสตร์ฯ อีกหนึ่งสมัย พร้อมทำงานเชื่อมโยงธรรมศาสตร์ และสังคมให้เป็นหนึ่งเดียว

วันอังคาร ที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ชาญศิลป์ ตรีนุชกร นายกสมาคมธรรมศาสตร์ฯ ปี 2566-2567 รับช่อดอกไม้แสดงความยินดีจาก ยอดยิ่ง โสภณ อุปนายกสมาคมอาวุโส พร้อมด้วยกรรมการสมาคม อาทิ รศ.เกศินี วิฑูรชาติ อธิการบดี มธ. เชาวรัตน์ เชาวน์ชวานิล, จำกัดธิต ศิริพูนทรัพย์, นิกร สุศิริวัฒนนนท์, ดารณี วัธนเวคิน, ชัยศักดิ์ อังค์สุวรรณ, มนู เลียวไพโรจน์, คณิต พีชวณิชย์, พรชัย กิตติปัญญางาม, สมชาย พูลสวัสดิ์, ดร.ธีรวัฒน์ ธัญลักษณ์ภาคย์, ศ.ดร.สมคิด เลิศไพฑูรย์, กำธร วังอุดม, ผาณิต พูนศิริวงศ์, ปฏิเวช สันตะวานนนท์, ปสันน์ เทพรักษ์, สุนทร สถาพร, ชาญกิจ ไตรรัตนานนท์, ศุภสวัสดิ์ ชัชวาล, ยรรยง อัครจินดานนท์ และ ธีระ สินเดชารักษ์ ร่วมแสดงความยินดี

สมาคมธรรมศาสตร์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ จัดการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2565 โดยมีวาระสำคัญคือการเลือกตั้งนายกสมาคมธรรมศาสตร์ในพระบรมราชูปถัมภ์ ประจำปี 2566-2567 เมื่อวันที่ 25 เมษายน 2566 เวลา 17.00 ณ ห้องยูงทอง 1 สมาคมธรรมศาสตร์ฯ ซอยงามดูพลี ถ.พระราม 4

ในการนี้ ชาญศิลป์ ตรีนุชกร นายกสมาคม ประจำปี 2565-2566 เป็นประธานการประชุม พร้อมด้วยกรรมการ อาทิ ศ.ดร.สมคิด เลิศไพฑูรย์, รศ.เกศินี วิฑูรชาติ, ยอดยิ่ง โสภณ, ประกิตอภิสารธนรักษ์, ผาณิต พูนศิริวงศ์, กำธร วังอุดม, วิวัฒน์ เลาหพูนรังษี, ดารณี วัธนเวคิน, สุนทร สถาพร, คณิต พีชวณิชย์, ชัยศักดิ์ อังค์สุวรรณ,จำกัดธิต ศิริพูนทรัพย์, ดร.ธีรวัฒน์ ธัญลักษณ์ภาคย์, วรพจน์ อำนวยพล, อภิศักดิ์ เกี่ยวการค้า, นิกรสุศิริวัฒนนนท์, ปฏิเวช สันตะวานนท์, ปสันน์ เทพรักษ์ร่วมประชุม

ยอดยิ่ง โสภณ อุปนายกสมาคมอาวุโส มอบช่อดอกไม้แสดงความยินดีกับ ศ.ดร.สมคิด เลิศไพฑูรย์ ในโอกาสที่ ได้รับพระราชทานเหรียญดุษฎีมาลา เข็มศิลปวิทยา สาขานิติศาสตร์ โดยมี ชาญศิลป์ ตรีนุชกร นายกธรรมศาสตร์ฯ, รศ.เกศินี วิฑูรชาติ อธิการบดี มธ., วิวัฒน์ เลาหพูนรังษี, จำกัดธิต ศิริพูนทรัพย์, ผาณิต พูนศิริวงศ์, ดร.ธีรวัฒน์ ธัญลักษณ์ภาคย์, กำธร วังอุดม, ชัยศักดิ์ อังค์สุวรรณ, ยอดยิ่ง โสภณ, ดารณี วัธนเวคิน, พรชัย กิตติปัญญางาม, คณิต พีชวณิชย์, นิกร สุศิริวัฒนนนท์, สุนทร สถาพร และ ชาญกิจ ไตรรัตนานนท์ ร่วมแสดงความยินดี

การประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2565 ประกอบด้วยวาระการประชุมต่างๆ อาทิ รับรองการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2564 การแถลงผลงานที่ผ่านมา รับรองรายงานทางการเงินของสมาคมฯ ประจำปี 2565 เลือกตั้งผู้สอบบัญชี ประจำปี 2566 และกำหนดค่าตอบแทน และวาระสำคัญคือการเลือกนายกสมาคมธรรมศาสตร์ฯ ประจำปี 2566-2567 ซึ่งที่ประชุมมีมติเป็นเอกฉันท์ให้ ชาญศิลป์ ตรีนุชกร ดำรงตำแหน่งนายกสมาคมธรรมศาสตร์ฯ ต่ออีกหนึ่งสมัย

ชาญศิลป์ ตรีนุชกร นายกสมาคมธรรมศาสตร์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ประจำปี 2566-2567 กล่าวต่อที่ประชุมว่า ขอขอบคุณสมาชิกทุกท่านที่ได้ให้ความไว้วางใจให้ดำรงตำแหน่งนายกสมาคมธรรมศาสตร์ฯ อีกหนึ่งสมัย “เนื่องจากที่ผ่านมาอยู่ในช่วงของโรคโควิด ทำให้สมาคมฯ ต้องงดการจัดกิจกรรมต่างๆ มากมาย จากนี้ก็จะได้กลับมาจัดกิจกรรมต่างๆ ตามวัตถุประสงค์การก่อตั้งสมาคมฯ ในการทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางเชื่อมโยงชาวธรรมศาสตร์เข้าไว้เป็นหนึ่งเดียว การมีส่วนช่วยพัฒนามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ให้เจริญก้าวหน้าอย่างเข้มแข็งด้วยอุดมการณ์ และจิตวิญญาณของชาวธรรมศาสตร์ที่มั่นคง และมีส่วนร่วมการพัฒนาสังคม ในด้านการศึกษา กีฬา บำเพ็ญสาธารณประโยชน์ และอื่นๆ ต่อไป”

ในการนี้คณะกรรมการยังได้ร่วมแสดงความยินดีกับ ศ.ดร.สมคิด เลิศไพฑูรย์ ที่ได้รับพระราชทานเหรียญดุษฎีมาลา เข็มศิลปวิทยา สาขานิติศาสตร์ ในโอกาสนี้ด้วย

สามนายกสมาคมธรรมศาสตร์ ชาญศิลป์ ตรีนุชกร นายกสมาคมคนปัจจุบัน พร้อมด้วยอดีตนายกสมาคม มนู เลียวไพโรจน์ และ สมชาย พูลสวัสดิ์

ผศ.ประภัสสร-มนู เลียวไพโรจน์, สมชาย พูลสวัสดิ์, ผาณิต พูนศิริวงศ์ และ ศ.ดร.สมคิด เลิศไพฑูรย์ แสดงความยินดีกับ ชาญศิลป์ ตรีนุชกร ในโอกาสได้รับตำแหน่งนายกสมาคมธรรมศาสตร์ฯ อีกสมัย

ยอดยิ่ง โสภณ, ดร.ธีรวัฒน์ ธัญลักษณ์ภาคย์, ชัยศักดิ์ อังค์สุวรรณ, จำกัดธิต ศิริพูนทรัพย์ และ นิกร สุศิริวัฒนนนท์

สุนทร สถาพร, ยรรยง อัครจินดานนท์, วิวัฒน์ เลาหพูนรังษี, รศ.เกศินี วิฑูรชาติ อธิการบดี มธ., ศุภสวัสดิ์ ชัชวาลย์ และ มนตรี ฐิรโฆไท

ชาญศิลป์ ตรีนุชกร, จำกัดธิต ศิริพูนทรัพย์, พรชัย-สุวนีย์ กิตติปัญญางาม และ 2 กรรมการชมรมกอล์ฟ

ชาญศิลป์ ตรีนุชกร, ปสันน์ เทพารักษ์

สายกินต้องว้าว Busted! ร้านอาหารสไตล์ฟู้ดบัสแห่งแรกในกรุงเทพฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/727919

สายกินต้องว้าว Busted! ร้านอาหารสไตล์ฟู้ดบัสแห่งแรกในกรุงเทพฯ

สายกินต้องว้าว Busted! ร้านอาหารสไตล์ฟู้ดบัสแห่งแรกในกรุงเทพฯ

วันอังคาร ที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

Busted! (บัส-เต็ท) ร้านอาหารที่ออกแบบสไตล์ฟู้ดบัสแห่งแรกในกรุงเทพฯ โดยรถบัสนี้จอดอยู่ที่ ท็อปกอล์ฟเมกาซิตี้ แลนด์มาร์กสำหรับคนรักกีฬาและความบันเทิงครบวงจร ร้านอาหารแบบสแตนด์อโลนแห่งนี้นำเสนอการผสมผสานระหว่างบาร์บีคิวสไตล์อเมริกัน และอาหารไทยยอดนิยม ในภูมิทัศน์ร่มรื่น เหมาะกับคนรักสัตว์เลี้ยงและเหมาะสำหรับครอบครัวมาใช้ช่วงเวลาดีๆ ร่วมกัน

Busted! ฟู้ดบัสที่ “จอด” อยู่ใน ท็อปกอล์ฟ เมกาซิตี้ พร้อมแล้วที่จะมาสร้างความตื่นเต้น และชวนเพลิดเพลินไปกับดนตรีตลอดทั้งวัน วิวเขียวขจีของมินิกอล์ฟ พื้นที่ที่ต้อนรับสัตว์เลี้ยงแห่งนี้ ทำให้เรารู้สึกเหมือนกำลังย่างบาร์บีคิวในสวนหลังบ้าน และเป็นอีกหนึ่งในจุดถ่ายรูปลงอินสตาแกรมเก๋ๆ ไม่ว่าคุณจะต้องการดื่มไวน์สักแก้ว หรือชื่นชมความร่มรื่น พร้อมรับประทานอาหารรสเลิศที่ Busted! นับเป็นจุดลับของนักชิมที่ทุกคนต้องห้ามพลาด 

อาหารเสิร์ฟที่ Busted! เป็นการผสมผสานระหว่างบาร์บีคิวสไตล์อเมริกันดั้งเดิม และอาหารไทยที่มีรสชาติจัดจ้าน พร้อมด้วยกลิ่นสมุนไพร กลิ่นหอมรมควัน ความเปรี้ยวหวานกำลังดี รวมถึงเมนูใหม่ชวนลิ้มลองอย่าง เมี่ยงคำหมูรมควัน ปลากะพงทอดราดปูหล่น แกงกะหรี่เห็ดรมควัน กุ้งคั่วพริกเกลือ และมะยงชิดลอยแก้วเสิร์ฟพร้อมไอศกรีมมะพร้าวและขนมบ้าบิ่น และที่พลาดไม่ได้คือ อาหารจานโปรดตลอดกาลของฟู้ดบัส Busted! ที่เหมาะอย่างยิ่งสำหรับครอบครัว และเพื่อนฝูง อันได้แก่ ซี่โครงหมูบาร์บีคิวรมควันที่หอมกรุ่นจากไม้มะม่วงและไม้ลิ้นจี่ เสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้มแจ่ว และอาหารทะเลรสเผ็ดร้อน รวมถึง โทมาฮอว์ค ออน ไฟร์ อีกด้วย 

แดเนียล บูเฮอร์ เอ็กเซกคลูทีฟเชฟ และผู้จัดการความยั่งยืนด้านอาหารของ ท็อปกอล์ฟ ประเทศไทย กล่าวว่า “Busted! เป็นหนึ่งในร้านอาหารที่เราอยากให้คนไทยได้ลิ้มลอง เนื่องจากแนวคิดการทำฟู้ดบัสเป็นเรื่องใหม่ในกรุงเทพฯ เราได้ตั้งใจคัดวัตถุดิบที่ยอดเยี่ยม เพื่อคิดค้นเมนูใหม่ที่ Busted! โดยเน้นการรมควันและเทคนิคการทำบาร์บีคิวที่เราถนัด เราอยากให้ทุกคนได้เพลิดเพลินกับอาหารและบรรยากาศที่ยอดเยี่ยม ในการจิบค็อกเทล ไวน์ หรือเบียร์กับเพื่อนๆ และครอบครัวของคุณ”

Busted! ได้รับแรงบันดาลใจ โดยออกแบบจากบริษัทรถโดยสารแห่งแรกในประเทศไทย และยังเป็นแบบจำลองที่สร้างขึ้นเพื่อให้เหมาะกับแนวคิดของร้านอาหารฟู้ดบัส ซึ่งมีที่นั่งทั้งโซนกลางแจ้ง และในร่ม เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่เป็นมิตรกับสัตว์เลี้ยง นอกจากนี้ มู้ดแอนด์โทนของรถบัสยังมีความทันสมัย ตกแต่งแบบมีสไตล์ ซึ่งสามารถมองเห็นเชฟได้ และเชฟก็สามารถพูดคุยกับลูกค้าได้เช่นกัน เพื่อสร้างบรรยากาศที่เป็นมิตรกับครอบครัว

พบกับร้าน Busted! ได้ที่ ท็อปกอล์ฟ เมกาซิตี้ ชั้น 1 ใกล้กับ The Puttyard เปิดให้บริการ วันศุกร์ ถึง อาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 17.30 น. ไปจนถึงเที่ยงคืน สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://topgolfthailand.com/eat-drink/ 

‘น้องพิณไพเราะ’รณรงค์‘VOTE for OUR FUTURE’ชวนออกไปใช้สิทธิเลือกตั้ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/727917

‘น้องพิณไพเราะ’รณรงค์‘VOTE for OUR FUTURE’ชวนออกไปใช้สิทธิเลือกตั้ง

‘น้องพิณไพเราะ’รณรงค์‘VOTE for OUR FUTURE’ชวนออกไปใช้สิทธิเลือกตั้ง

วันอังคาร ที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ใกล้เลือกตั้งเข้ามาทุกที ลูกสาวคนเก่งของคุณแม่ติ๊ก-อภิภาวดีสนิทวงศ์ฯ น้องพิณ-พิณไพเราะ สนิทวงศ์ เครือโสภณ สร้างสรรค์ไอเดียดีๆ เปิดตัวโครงการ “VOTE for OUR FUTURE” รณรงค์เชิญชวนทุกคนออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งในวันอาทิตย์ที่14 พฤษภาคม 2566 นี้ รวมทั้งชวนเด็กๆ ทั่วประเทศ ร่วมวาดภาพรณรงค์การออกไปใช้สิทธิเลือกตั้ง ในคอนเซ็ปต์ “Your Vote is Our Future”ชิงรางวัลผ่านทางอินสตาแกรมด้วย

น้องพิณ-พิณไพเราะ สนิทวงศ์เครือโสภณ กล่าวถึงโครงการ “VOTE for OUR FUTURE” ว่า “เป็นโครงการที่มาชักชวนให้คุณพ่อ คุณแม่ คุณปู่ คุณย่า คุณตา คุณยาย รวมทั้ง พี่ป้า น้า อา หรือพี่ๆ ทุกๆ ท่านที่มีอายุมากกว่า 18 ปี ให้ออกไปใช้สิทธิ์ใช้เสียงเลือกตั้งในวันอาทิตย์ที่ 14 พฤษภาคม 2566 ที่จะถึงนี้ เพื่อเป็นตัวแทนเด็กๆ อย่างพวกเราด้วย เพราะพวกเราที่ยังมีอายุไม่ถึงเกณฑ์การเลือกตั้ง ได้แต่เฝ้าดูว่าใครจะมาช่วยบ้านเมืองของเราให้เจริญรุ่งเรืองมากยิ่งขึ้น และทำให้การศึกษาของเราดีขึ้น รวมถึงช่วยทำให้อากาศของเราดีขึ้น”

นอกจากนี้ น้องพิณได้ประกาศชักชวนเด็กๆ ทั่วประเทศไทยให้ช่วยกันวาดภาพ ในคอนเซ็ปต์ “Your Vote is Our Future” วาดภาพพร้อมระบายสีในกระดาษ A4 หรือวาดในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ (IPad, Computer)ซึ่งในภาพจะต้องประกอบไปด้วย 1.ภาพที่สามารถสื่อถึงการชักชวนให้ผู้มีสิทธิ์ มีเสียงออกไปเลือกตั้ง ขอให้มีคำว่า “VOTE” ชัดๆ

2.เขียนวันที่เลือกตั้ง คือ 14 พฤษภาคม 2566 ลงไปในภาพด้วย3.ระบุชื่อ นามสกุล อายุ แล้วส่งมาที่ IG : yourvoteisourfuture ก่อนการเลือกตั้งในวันอาทิตย์ที่ 14 พฤษภาคม 2566

สุดยอดกว่านั้น น้องพิณทุบกระปุกตัวเองให้รางวัล 3 รางวัล กับน้องๆ ที่วาดภาพได้ถูกใจ คือ 3,000,2,000, 1,000 บาท ตามลำดับค่ะ

Bejeweled in Thai Style เชิดชูช่างฝีมือคนไทยระดับโลก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/727901

Bejeweled in Thai Style เชิดชูช่างฝีมือคนไทยระดับโลก

Bejeweled in Thai Style เชิดชูช่างฝีมือคนไทยระดับโลก

วันอังคาร ที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

HATSAYA

ไอคอนคราฟต์ พื้นที่แห่งแรงบันดาลใจสุดสร้างสรรค์ ชวนมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการเชิดชูและสร้างความภาคภูมิใจในความคิดสร้างสรรค์ของคนไทย กับหลากหลายแบรนด์เครื่องประดับไทยร่วมสมัยสุดประณีต ที่เราคัดสรรมาเป็นอย่างดี ในแคมเปญ “Bejeweled in Thai Style” วิจิตรแห่งเครื่องประดับประณีตศิลป์ชั้นสูง ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยจิตวิญญาณแห่งความเป็นไทยและมีความวิจิตรงดงาม แสดงให้เห็นถึงสายธารภูมิปัญญาของคนในอดีต ที่ได้สร้างสรรค์มรดกอันล้ำค่า ส่งต่อให้คนรุ่นหลังได้นำเอาไปพัฒนา ต่อยอด ร้อยเรียงออกมาเป็นเครื่องประดับไทยร่วมสมัยที่สวย เก๋ เท่ ไม่เหมือนใคร เปี่ยมไปด้วยเอกลักษณ์ที่ควรค่าแก่การเป็นเจ้าของ ได้แล้วที่ ไอคอนคราฟต์ ชั้น 4-5 ไอคอนสยาม และชั้น 3 สยามดิสคัฟเวอรี่

เริ่มด้วยแบรนด์ “GRAJANG” (กระจัง) แบรนด์เครื่องประดับที่นำเอาลวดลายในศิลปะไทยและเครื่องประดับไทยโบราณ มารังสรรค์ผ่านการลดทอนรายละเอียดให้ดูทันสมัย โดยจุดเด่นของทางแบรนด์คือการผสมผสานเทคนิคการผลิตสมัยใหม่เขาไปในกระบวนการการออกแบบ ออกมาเป็นผลงานคราฟต์สไตล์ Modern Vintage สุดสร้างสรรค์ ทางด้าน “NADH” (นาฏ) แบรนด์เครื่องประดับที่นำเอา “ปีกแมลงทับ” มาผสมผสานเป็นเครื่องประดับอันงดงาม โดยฉีกรูปแบบการทำเครื่องประดับด้วยปีกแมลงทับเดิมๆ ด้วยการสร้างสรรค์ ผสมผสานหลากหลายวัสดุ ไม่ว่าเรซิ่นและวัสดุอื่นๆ สร้างสรรค์ปีกแมลงทับออกมาเป็นเครื่องประดับร่วมสมัยที่เปี่ยมไปด้วยสไตล์

HADH (นาฏ)

หากใครชื่นชอบความเป็นไทยแต่มีความโมเดิร์นเรื่องของดีไซน์ ขอแนะนำ “HATSAYA” แบรนด์แฟชั่นจิวเวลรี่ฝีมือคนไทย ที่ผสานงานหัตถศิลป์อย่างการเขียนลายเครื่องเบญจรงค์เข้ากับการทำเครื่องประดับออกมาได้อย่างลงตัว จุดเด่นคือการนำเม็ดชาร์ม (Charm) ที่ทำมาจากเบญจรงค์มาร้อยเรียงบนตัวเครื่องเงินแท้จากนั้นนำตัวเรือนเครื่องประดับไปชุบสีพรีเมียม สามารถใส่ได้ในชีวิตประจำวัน แต่ก็ยังคงไว้ซึ่งเอกลักษณ์ของลวดลายเครื่องเบญจรงค์อันประณีตไว้อย่างครบถ้วน นอกจากนี้ยังมีแบรนด์เครื่องประดับสุดวิจิตรที่คัดสรรมาให้คุณ อีกมากมาย

มาร่วมสัมผัสมนต์เสน่ห์ของเครื่องประดับไทยคราฟต์กับหลากหลายแบรนด์ที่ไอคอนคราฟต์คัดสรรมาเป็นอย่างดี เพื่อให้ร่วมเชิดชูหัตถศิลป์ฝีมือคนไทย พร้อมรับสิทธิพิเศษเฉพาะสมาชิก VIZ ที่มี ONESIAM SuperApp เมื่อซื้อสินค้าที่ไอคอนสยามครบ 4,000 บาท ขึ้นไป/ใบเสร็จ แลกรับกระเป๋าผ้า 1 ใบ มูลค่า 250 บาท หรือแลกรับ VIZ COINS มูลค่า 100 บาท นอกจากนี้เมื่อช็อปสินค้าครบ 10,000 บาท ขึ้นไป/ใบเสร็จ แลกรับ VIZ COINS มูลค่า 400 บาท ตั้งแต่วันนี้-6 พฤษภาคม 2566 ได้ที่ ไอคอนคราฟต์ ชั้น 4-5 ไอคอนสยาม และชั้น 3 สยามดิสคัฟเวอรี่ สอบถามโทร. 1338 หรือ เฟซบุ๊ก ICONCRAFT

GRUCHANGTHONG

กิฟฟารีนฉลอง 27 ปี ‘พญ.นลินี’ เผยความสำเร็จยืนหนึ่งในใจคนไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/727921

กิฟฟารีนฉลอง 27 ปี ‘พญ.นลินี’ เผยความสำเร็จยืนหนึ่งในใจคนไทย

กิฟฟารีนฉลอง 27 ปี ‘พญ.นลินี’ เผยความสำเร็จยืนหนึ่งในใจคนไทย

วันอังคาร ที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

พญ.นลินี ไพบูลย์

หากนึกถึงแบรนด์ที่ยืนหนึ่งในหัวใจคนไทยมากว่า 2 ทศวรรษ หลายคนคงนึกถึงแบรนด์กิฟฟารีนผู้นำแบรนด์สุขภาพและความงามสัญชาติไทยที่เราคุ้นหน้าคุ้นตากันอย่างดี มาถึงวันนี้แบรนด์กิฟฟารีนได้อยู่คู่คนไทยมากว่า 27 ปีแล้วและได้จัดงานเฉลิมฉลองครบรอบ27 ปี พร้อมเปิดเวทีสัมมนาครั้งสำคัญBusiness Forum “Power Up Your Strength”

ภายในงานสัมมนาเต็มอิ่มไปกับความรู้และได้รับพลังใจดีๆ จากการร่วมรับฟังมุมมองการบริหารของผู้บริหารคนเก่ง อย่าง ชัยวัฒน์ โควาวิสารัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัทบางจาก และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด(มหาชน) รวมทั้งพ่อมดแห่งวงการสื่อ ภวัต เรืองเดชวรชัย President & CEO จาก Media Intelligent Group อุปนายกและกรรมการสมาคมมีเดียเอเยนซี่และธุรกิจสื่อแห่งประเทศไทย (เอ็มเอเอที) ที่มาร่วมแชร์ประสบการณ์และวิสัยทัศน์ทางธุรกิจ ขณะที่แม่ทัพคนสำคัญ แพทย์หญิงนลินี ไพบูลย์ ประธานกรรมการ บริษัท กิฟฟารีนสกายไลน์ ยูนิตี้ จำกัด ตอกย้ำวิสัยทัศน์และความสำเร็จทางธุรกิจของแบรนด์กิฟฟารีที่ยืนหนึ่งอยู่ในใจคนไทยยาวนานมาจนถึงปัจจุบัน

พญ.นลินี ไพบูลย์ ประธานกรรมการ บริษัท กิฟฟารีน สกายไลน์ยูนิตี้ จำกัด กล่าวถึงจุดเริ่มต้นของกิฟฟารีนที่เดินทางมาจนถึงปีที่ 27 ว่า “เราเริ่มต้นด้วยการดำเนินธุรกิจจากกลุ่มแพทย์และเภสัชกร ที่มีความมุ่งมั่นในการผลิตผลิตภัณฑ์เพื่อผู้บริโภคคนไทยอย่างแท้จริง ด้วยปณิธานของตัวหมอต้อยเอง ที่ตั้งใจก่อตั้งกิฟฟารีนเพื่อสร้างอาชีพและรายได้ให้คนไทยหลายแสนครอบครัวให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี และมีกำลังใจที่จะเป็นคนดีของสังคม วันนี้แบรนด์กิฟฟารีนได้เดินบนเส้นทางของธุรกิจ MLM มาถึง 27 ปี ได้มอบทั้งความสุข รายได้ และความสำเร็จให้คนไทยหลายแสนครอบครัว รวมถึงมอบผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและความงามให้คนไทยมีคุณภาพชีวิตที่ดีจนถึงปัจจุบัน และจะยั่งยืนต่อไปในอนาคต กิฟฟารีนผ่านมาทุกสถานการณ์ ทุกวิกฤตเศรษฐกิจ แต่ยังคงแข็งแกร่งและยืนหยัดจนถึงวันนี้ และจะต่อเนื่องไปอีกยาวนาน”

เมื่อถามถึงเคล็ดลับความสำเร็จพญ.นลินี กล่าวว่า “ปรัชญาของแบรนด์ที่เป็นมิตรและจริงใจกับผู้บริโภค นวัตกรรมผลิตภัณฑ์ที่ดี และตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค รวมถึงการบริหารองค์กรที่มีความยืดหยุ่นสูงปรับตัวและเปลี่ยนแปลงได้ในทุกสถานการณ์ เพื่อสร้างยอดขายและดูแลสมาชิกนักธุรกิจให้ประสบความสำเร็จ มีรายได้มั่นคง ด้วยระบบสนับสนุนทางการตลาดที่มีประสิทธิภาพสูงทันยุคทันสมัย”

ย้อนกลับไป 27 ปีที่แล้วมองเห็นความเปลี่ยนแปลงของกิฟฟารีนตั้งแต่วันแรกมาจนถึงวันนี้อย่างไรบ้าง พญ.นลินี กล่าวว่า “เราเริ่มต้นจากบริษัท MLM สัญชาติไทย ที่มีโรงงานผลิตผลิตภัณฑ์เป็นของตนเอง และมีการพัฒนาทั้งในด้านของนวัตกรรมการผลิตมาตลอด 27 ปี เริ่มต้นจากมีฐานการผลิตเพียง 1 โรงงานในปีแรกๆ และเพิ่มมากขึ้น ในปัจจุบันมีถึง 3 โรงงาน และการเพิ่มศักยภาพในการบริการด้วยการเปิดสำนักงานธุรกิจขยายครอบคลุมทั่วประเทศจำนวน 105 สาขา

นอกจากนี้ จำนวนนักธุรกิจและสมาชิกผู้บริโภคที่เพิ่มมากขึ้นทุกปีตามนโยบายสมาชิกภาพตลอดชีพจากวันแรกมีสมาชิก 5,000 รหัส ในวันเปิดบริษัท เพิ่มมากขึ้นจนในปัจจุบันมีสมาชิกรวม 8.5 ล้านรหัส เป็นนักธุรกิจกิฟฟารีน จำนวน 850,000 รหัส ทำให้กิฟฟารีนมีการพัฒนาเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วมาโดยตลอด เพื่อให้สามารถรับมือกับการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภคในทุกยุคทุกสมัย ซึ่งความภูมิใจของเราคือการที่ได้สร้างแบรนด์ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและความงามที่ครองใจผู้บริโภคคนไทยมาอย่างยาวนาน และเป็นธุรกิจ MLM สัญชาติไทยอันดับหนึ่ง ที่สร้างอาชีพและรายได้ให้คนไทยหลายแสนครอบครัวให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น สามารถติดตามความเคลื่อนไหวต่างๆ ได้ทาง Facebook : giffarineofficial, Line : @giffarinethailand IG : Giffarinebrand, Shopee และ Lazada”

ถือเป็นการเปิดศักราชใหม่ของกิฟฟารีน ในการจัดทัพผู้บริหารเจเนอเรชั่นใหม่ โดยมี พงศ์พสุอุณาพรหม ขึ้นรับตำแหน่ง รองกรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่ เพื่อการเติบโตองค์กร ดูแลการบริหารทั้งการตลาดและฝ่ายขายทั่วประเทศ และต่างประเทศ พร้อมยกระดับการบริการของสำนักงานธุรกิจกิฟฟารีน ร่วมด้วยการเสริมแกร่งด้านกลยุทธ์และระบบสนับสนุนทางการตลาด ทั้งการตลาดออฟไลน์และออนไลน์ อัดแน่นเครื่องมือทางการตลาดและตัวช่วยนักธุรกิจให้ทำงานได้ง่ายและมีประสิทธิภาพสูง เช่น แอปพลิเคชั่น Giffarine Affiliate ที่ช่วยให้งานขายทำได้ง่ายแค่ปลายนิ้วคลิก พร้อมการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ เอาใจคนดูแลรูปร่าง กับผลิตภัณฑ์ Fitt Meal by Giffarine ผลิตภัณฑ์ทดแทนมื้ออาหารน้องใหม่ มีให้เลือก 5 รสชาติ กาแฟ โกโก้ ชา กล้วย สตรอว์เบอร์รี่ ให้สารอาหารครบ หอม อร่อยทุกรสชาติ ถือเป็นผลิตภัณฑ์เด่นของปีนี้ ที่มี ลิเดีย-ศรัณย์รัชต์ ดีน เป็นพรีเซ็นเตอร์ และผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพอื่นๆ ที่จะมีทยอยออกมาอย่างต่อเนื่อง

“กิฟฟารีนยังคงมุ่งมั่น ยืนหยัด พัฒนาการผลิตผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในหลากหลายกลุ่ม ในราคาเหมาะสมที่ทุกคนจับต้องได้ และจะพัฒนาสินค้าและบริการ รวมถึงการมอบอาชีพและรายได้ให้คนไทยอย่างยั่งยืน มั่นคงและจริงใจ” พญ.นลินี กล่าวทิ้งท้าย

คุณแหน : 2 พฤษภาคม 2566

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/727938

วันอังคาร ที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ll มวยไทยกลายเป็นสินค้าส่งออกยอดฮิตของคนไทยในยุคนี้ จนนักเศรษฐศาสตร์บางท่านถึงกับยกย่องให้เป็นหมายเลขหนึ่งของ “SOFT POWER” เฉพาะในนครลอสแองเจลิสแห่งเดียวมีค่ายมวยไทยกว่า 400 แห่ง ไม่เป็นรองใครในเกาะภูเก็ตก็มีฝรั่งจากประเทศต่างๆ มาพำนักเพื่อเรียนมวยไทยขั้นสูงจำนวนหลายหมื่นคน ท่ามกลางความโดดเด่นและความมั่นใจเกินร้อย สัปดาห์ที่ผ่านมาการถ่ายทอดสดมวยไทย “ONE-LUMPINEE” ของซีอีโอ ชาตรี ศิษย์ยอดธงที่มีการรับสัญญาณไปถึง 180 ประเทศมีคนดูกว่า500 ล้านคน สำหรับคู่เอกรายการเป็นการชิงแชมป์โลกมวยไทยรุ่นแบนตั้มเวท ซึ่งสุดยอดมวยไทยน้องโอ๋ ครองตำแหน่งอยู่ ถูกท้าทายโดยนักมวยชาวอังกฤษ โจนาธาน แฮกเกอร์ตี ก่อนรายการ FC คาดกันว่าฝีมือเหนือชั้นของแชมป์ดังนั้นคงเป็นรายการเตะฝรั่งโชว์ ที่ไหนได้ยกหนึ่ง โจนาธาน ก็พุ่งเข้าหาไม่กลัวศักดิ์ศรีรัวหมัดเข้าใส่จน น้องโอ๋ กลิ้งโค่โล่นับแปด ลุกขึ้นมาได้ฝรั่งโชว์บ้างโดดฮุคขวาเข้าปลายคางคอแทบหักสลบเหมือดเล่นเอา FC เสียงเงียบทั้งเมืองไทยไปเลย…

ll ดร.ช่วงระวี กรรณสูต นายกสมาคมเพื่อนแคลิฟอร์เนียวาระใหม่ เปิดศักราชประชุมคณะกรรมการและคณะที่ปรึกษาสมาคม ที่ รร.เอเชีย โดยมีผู้ทรงวุฒิเข้าร่วมประชุมเต็มพิกัด อาทิ ท่านทูตอนุรักษ์ ธนานันท์, พล.ต.ศรชัย มนตริวัต, พัลลภ บัวสุวรรณ, สว.ดร.นิพนธ์ นาคสมภพ, ธรรมฤทธิ์ จิรา, ทิมโมตี้เลิศสมิติวันท์, อุษา รัตนไตรภพ สำหรับการวางแผนโครงการตลอดปีนี้ มีมติให้เตรียมจัดงานต้อนรับและอำนวยความสะดวกให้แก่ “คณะเยาวชนไทยคืนถิ่นจากสหรัฐฯ” ; จัดนิทรรศการร่วมกับสถานเอกอัครราชทูต เพื่อนักศึกษาที่ประสงค์จะเดินทางไปศึกษาต่อในสถาบันมีมาตรฐานในภาคตะวันตกของสหรัฐฯ และปลายปีจัดงานบอลล์สังสรรค์ประจำปีที่จะมีโชว์รำลึกถึง “THE GOLDEN ERA OF ROCK” ด้วย…

ll เพื่อนๆ แมสคอม มช.19 ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งกับ เยาวพรรณ ในการจากไปของสามี พล.ต.ต.วีระพล สกุลมีฤทธิ์ อดีตผู้บังคับการอำนวยการ ตำรวจภูธรภาค 7 พิธีพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ จัดไปเมื่อวันวาน, พิธีสวดพระอภิธรรม จัดระหว่าง 1-5 พ.ค.18.30 น.ณ ศาลา 5 วัดตรีทศเทพ…พระราชทานเพลิงศพ6 พ.ค. 17.00 น. …ขอเชิญญาติมิตรและผู้เคารพนับถือร่วมงานโดยพร้อมเพรียงกัน…

llดร.ศุภวรรณ วงษ์ประยูร เข้ารับการอบรมหลักปฏิบัติการเป็นผู้นำทีมงานที่ดี ที่รร.พูลแมนซ.รางน้ำ เมื่อสุดสัปดาห์ก่อน…

ll หลบอากาศร้อนไปเที่ยวเกาหลี เมื่อ 28 เมย.ถึงที่หมายเจอฝนกระหน่ำ ดร.ธราภุช-สุนันทา จารุวัฒนะเซ็งเล็กๆ กับสภาพอากาศ แต่โดยรวมก็แฮปปี้ โดยมี ปิยะวัลย์-ยัญชัย ยิ้มประเสริฐ และหลานสาว ด.ญ.ปวิณิตา จันทร์มาลา ร่วมทริป ส่วน ศิริวัฒนา จารุวัฒนะ ต้องเปลี่ยนเที่ยวบินตามไป ด้วยเหตุเอกสารใน K-E TA ตัวเลขพาสปอร์ตผิดไปหนึ่งตัวต้องขออนุมัติใหม่…ใครจะไปเที่ยวไหนตรวจเช็คกันให้ดีๆ…

ll พอหลานย่าวัยกำลังน่ารัก เริ่มโตขึ้น คุณย่าทัศนีย์ ธรานนท์ เริ่มออกสังสรรค์สโมสรกับเพื่อนๆ ได้ดังเดิม โดยสลับคิวกับคุณยายของหลาน ไม่ผูกขาดแสดงความรักหลานไว้คนเดียว…คุณย่ารู้ดีแท้เทียว…

llคุณปู่-คุณย่าผู้แสนรักหลาน (อีกคู่) จักรชัย-ขจรศิริ บาลี ขออนุญาตหลานชายไปเที่ยวและเยี่ยมญาติที่นิวซีแลนด์นานหลายวัน ออกเดินทางเมื่อวันแรงงาน กำหนดกลับ 10 พ.ค. …

ll ส่วนเทอดขวัญ กำภูฯ พร้อมหลานชายคนเล็ก “ภูมิ” เดินทางไปวอชิงตัน ดี.ซี.แล้ว เพื่ออยู่กับครอบครัวลูกสาว มาดามชลทิพย์ แสงรัตน์ (ภริยา ท่าน ออท. ณ กรุงวอชิงตัน ธานี แสงรัตน์)เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา…ชีวิตอบอุ่นตามประสาคุณยายผู้น่ารัก !!…ll

บารอนเนส

รัฐ เอกชน หนุนการท่องเที่ยววิถีไทยแบบยั่งยืน ดูดนักท่องเที่ยวคึกคักทุกพื้นที่ทั่วประเทศ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/727904

รัฐ เอกชน หนุนการท่องเที่ยววิถีไทยแบบยั่งยืน  ดูดนักท่องเที่ยวคึกคักทุกพื้นที่ทั่วประเทศ

รัฐ เอกชน หนุนการท่องเที่ยววิถีไทยแบบยั่งยืน ดูดนักท่องเที่ยวคึกคักทุกพื้นที่ทั่วประเทศ

วันอังคาร ที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

แห่พระทางน้ำ สืบสานวัฒนธรรมสงกรานต์ รับมงคล สิ่งดีงาม วันขึ้นปีใหม่ไทย

ประสบความสำเร็จและปิดฉากสุดความประทับใจกับงานประเพณีอันดีงามที่ตอกย้ำการบอกเล่าความเป็นไทย ไปทั่วโลกท่ามกลางความชื่นมื่นของทุกภาคส่วนกับงาน “Water Festival 2023 เทศกาลวิถีน้ำ…วิถีไทย” ดึงดูดนักท่องเที่ยวร่วมงานคึกคักทุกพื้นทั้ง 4 ภาค ใน 6 จังหวัดของประเทศไทย ภาคกลาง จัดที่ กทม.ใน 11 ท่าน้ำวิถีไทย ได้แก่ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร, วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร, วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร, วัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร, วัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร,เอเชียทีค เดอะริเวอร์ฟร้อนท์, ท่ามหาราช,เดอะ ล้ง 1919 ริเวอร์ไซด์ เฮอริเทจ เดสติเนชั่น,ท่ายอดพิมาน, ท่าสุขสยาม ณ ไอคอนสยาม และท่าศาลเจ้ากวนอู คลองสาน ภาคเหนือ จัดที่จ.เชียงใหม่ และ จ.ลำพูน ภาคใต้ จัดที่ จ.ภูเก็ตภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จัดที่ จ.อุดรธานี และจ.ขอนแก่น ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 13-16 เมษายน ที่ผ่านมา เรียกว่าเป็นเทศกาลสงกรานต์ที่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ และอุตสาหกรรมด้านการท่องเที่ยวให้กลับมาฟื้นตัวอย่างเต็มรูปแบบ หลังชะลอตัวไปเกือบสามปีด้วยสถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 จากกระแสโซเชียลและบรรดานักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และต่างชาติที่หลั่งไหลเดินทางมาเที่ยวชมงานพื้นที่ต่างๆ อย่างคึกคักทุกพื้นที่ที่จัดงานที่นอกจากจะร่วมกันสนุกอย่างดีงามก้าวข้ามปีใหม่ไทยกับวิถีความเป็นไทย ด้วยความ “ชื่นอุรา น่าสบาย” แล้วยังสามารถสร้างรายได้หมุนเวียนและขับเคลื่อนเศรษฐกิจท่องเที่ยวในประเทศไทยได้อย่างยั่งยืนในพื้นที่ชุมชนต่างๆ ได้เป็นอย่างมาก

ความสำเร็จของการจัดงานครั้งนี้เกิดขึ้นจากการผสานความร่วมมือขับเคลื่อนการทำงานแบบบูรณาการร่วมกันในทุกมิติจากหลายภาคส่วน โดยมี บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) เป็นหัวเรือใหญ่และผู้สนับสนุนหลัก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงวัฒนธรรม กองทัพเรือ กรุงเทพมหานครเครือข่ายพันธมิตรทั้งภาครัฐ-เอกชน และชุมชนแต่ละท้องถิ่นที่ทำงานแบบบูรณาการร่วมกันกับพันธมิตรในพื้นที่ภายใต้หลักการของ บ.ว.ร ยกกำลังสอง ได้แก่ บ้าน วัด โรงเรียนโดยการสนับสนุนของภาคส่วนภายนอกร่วมกับ บริษัท วิสาหกิจเพื่อสังคมและราชการมาทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ โดยในปี 2566 สร้างรายได้ให้กับชุมชนในพื้นที่มากกว่า 3 ล้านบาท

เทศกาลวิถีน้ำ วิถีไทย ประเพณีบุญสงกรานต์อีสานดั้งเดิมวัดไชยศรี

นิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผวจ.เชียงใหม่ กล่าวว่า “งาน Chiangmai Water Festival 2023 เทศกาลวิถีน้ำ…วิถีไทย เป็นอีกหนึ่งงานที่ถูกบันทึกไว้ในปฏิทินและกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวอันน่ามาเยือนที่สุดอีกแห่งหนึ่งของโลก ขณะนี้สถานการณ์วิกฤตของโรคระบาดไวรัสโควิด-19 ได้บรรเทาเบาบางลงทำให้ได้มีโอกาสร่วมในกิจกรรมทางวัฒนธรรมที่ดีงามให้ได้ “ชื่นอุรา” มีสิ่งดีๆ เกิดขึ้นอย่าง “น่าสบาย” ต่อไป รูปแบบการจัดงานทั้งหมดยังคงตอกย้ำแนวคิดเรื่องการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและวิถีไทยที่ยังคงจัดเต็มประเพณีอันดีงามของเทศกาลวัฒนธรรมร่วมสมัยและวิถีความเป็นไทยไว้ได้อย่างครบถ้วน” 

พันธ์เทพ เสาโกศล รอง ผวจ.ขอนแก่น กล่าวว่า “บ้านสาวะถี เป็นหมู่บ้านที่มีวัฒนธรรมประเพณีดั้งเดิมสืบต่อกันมายาวนานมีมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่โดดเด่นจึงเป็นโอกาสดีอย่างยิ่งที่ทุกภาคส่วนจะได้เข้ามามีส่วนร่วมในการสืบสาน อนุรักษ์และยกระดับงานประเพณีวัฒนธรรม ส่งเสริมการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจ วัฒนธรรม เพื่อสร้างคุณค่าทางสังคม และสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้ “วัฒนธรรมกินได้” สร้างรายได้ให้กับชุมชนผ่านการจัดกิจกรรมในครั้งนี้และช่วยกันจรรโลงวัฒนธรรมที่ดีงามแบบดั้งเดิมให้คงอยู่สืบไป”

เสน่ห์สงกรานต์ล้านนา Chiangmai Water Festival 2023

พันตรี สุเมธ คำพิมาน นายกเทศมนตรีตำบลบ้านเชียง กล่าวว่า “การจัดงานสงกรานต์ของบ้านเชียงกลับมาคึกคักอีกครั้งหลังว่างเว้นไป 2 ปี ภาพรวมออกมาดีอย่างมากชาวบ้านรวมทั้งลูกหลานที่กลับมาเยี่ยมเยือนญาติผู้ใหญ่ก็ให้ความร่วมมืออย่างดี ขอเชิญชวนให้นักท่องเที่ยวเดินทางมาเที่ยวที่บ้านเชียงกันเยอะๆ ไม่เพียงแค่งานสงกรานต์ แต่ยังมีกิจกรรมและเทศกาลงานอื่นๆ อีกมากมายตลอดปี อยากให้นักท่องเที่ยวได้เดินทางมาสัมผัสวัฒนธรรมประเพณีต่างๆของชาวบ้านเชียงกันเยอะๆ”

ปิ่นทอง วงษ์สกุล ประธานชุมชนกุฎีจีนเปิดเผยว่า “ชุมชนกะดีจีนเป็นชุมชนเก่าแก่ของชาวไทยเชื้อสายโปรตุเกส ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งธนบุรี ร่องรอยทางประวัติศาสตร์ของชุมชนแห่งนี้ แสดงให้เห็นถึงวิถีชีวิตและเรื่องราวอันน่าสนใจ นักท่องเที่ยวลงพื้นที่สัมผัสวิถีชุมชนและขั้นตอนการทำขนม นำสินค้าชุมชนของเราไปเผยแพร่ทางสื่อต่างๆ ณ ตอนนี้มี 3 บ้านที่ทำขนมฝรั่งกุฎีจีน ได้แก่ บ้านธนูสิงห์ หลานแม่เป้า หลานย่าเป้า ทำให้เริ่มมีคนสนใจมีออเดอร์ขนมเพิ่มขึ้น ยอดการสั่งเพิ่มขึ้น รายได้เพิ่มมากขึ้นทุกปี เรียกว่าเป็นการเปิดโอกาสและให้พื้นที่กับชุมชนได้ค้าขาย สร้างรายได้ให้กับชุมชนได้อย่างยั่งยืน”

เรียกว่าเป็นอีกหนึ่ง Big Event แห่งปีในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมาสำหรับงาน “Water Festival 2023 เทศกาลวิถีน้ำ วิถีไทย”ที่นอกจากจะเป็นการสืบสานประเพณีดีงามและอัตลักษณ์ท้องถิ่นอันทรงคุณค่าในมิติต่างๆ แล้วยังเป็นการผสานความร่วมมือครั้งสำคัญที่ร่วมกันมาอย่างเหนียวแน่นตลอด 8 ปี ระหว่างภาครัฐ-เอกชน-พันธมิตรชุมชนทุกพื้นที่ที่ร่วมกันหนุนนโยบายภาครัฐสู่การท่องเที่ยววิถีไทยแบบยั่งยืนต่อไป

เทศกาลวิถีน้ำ...วิถีไทย จ.ลำพูน

เทศกาลวิถีน้ำ…วิถีไทย จ.ลำพูน

“ชื่นอุรา น่าสบาย” จ.ภูเก็ต

“ชื่นอุรา น่าสบาย” จ.ภูเก็ต

รดน้ำดำหัว ขอขมา

รดน้ำดำหัว ขอขมา

กิจกรรมปั่นเพลินวิถีไทย Bike Tour

กิจกรรมปั่นเพลินวิถีไทย Bike Tour

โรงพยาบาลเวชธานี เปิด VFC โฉมใหม่รักษาภาวะมีบุตรยาก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/727898

โรงพยาบาลเวชธานี เปิด VFC โฉมใหม่รักษาภาวะมีบุตรยาก

โรงพยาบาลเวชธานี เปิด VFC โฉมใหม่รักษาภาวะมีบุตรยาก

วันอังคาร ที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

โรงพยาบาลเวชธานี เปิด VFC ศูนย์ทคโนโลยีเพื่อการมีบุตรโฉมใหม่ พร้อมเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีรักษาภาวะมีบุตรยากมาพร้อมคอนเซ็ปต์ครอบคลุม เข้าใจ ให้ความรู้สึกเหมือนบ้าน

ดร.ชาคริต ศึกษากิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารโรงพยาบาลเวชธานีกล่วว่า VFC ศูนย์เทคโนโลยีเพื่อการมีบุตร ขยายพื้นที่รองรับการให้บริการใหญ่กว่าใหม่กว่าเดิม เพื่อให้ผู้เข้ารับบริการได้รับความสะดวกสบาย ให้ความเป็นส่วนตัว และรู้สึกอบอุ่นเหมือนอยู่ที่บ้าน มาพร้อมกับเทคโนโลยีที่ไม่ได้มีแค่ IUI และ ICSI แต่ครอบคลุมไปถึงเทคโนโลยีเพื่อการเตรียมตัวในกระบวนการต่างๆ เช่น การเพิ่มคุณภาพฟองไข่ด้วยเทคโนโลยี PRP และ Stem cell, การตรวจเยื่อบุโพรงมดลูกด้วย ERA Test เพื่อดูวันและเวลาที่เหมาะสมใส่ในตัวอ่อน, เตรียมโพรงมดลูกให้พร้อมเพื่อการฝังตัวอ่อนที่มีประสิทธิภาพด้วย HysteroscopeTruclear, และตู้เพาะเลี้ยงตัวอ่อน Embryoscope เพื่อดูพัฒนาการของตัวอ่อนผ่านกล้องในสภาพแวดล้อมที่ดีที่สุด ลดการรบกวนการเจริญเติบโตของตัวอ่อนได้

“เมื่อ 50 ปีที่แล้ว ประเทศไทยมีอัตราการเกิดของประชากรอยู่ที่ 1 ล้านคนต่อปี แต่ปัจจุบันอัตราการเกิดลดลงเหลือไม่ถึง 5 แสนคนต่อปี ส่วนหนึ่งเพราะคู่รักหลายคู่ประสบปัญหามีบุตรยาก เพราะฉะนั้น VFC ศูนย์เทคโนโลยีเพื่อการมีบุตรที่เปิดให้บริการมาแล้วกว่า 15 ปี จึงมีความตั้งใจที่จะช่วยให้คู่รักทุกประสบความสำเร็จในการเพิ่มสมาชิกครอบครัว ซึ่งที่ผ่านมามีคู่รักจำนวนมากที่ประสบความสำเร็จจากเรา โดยที่ VFC ศูนย์เทคโนโลยีเพื่อการมีบุตร มีอัตราความสำเร็จสูงถึง 81.66% และมีความพร้อมทั้งด้านทีมแพทย์เฉพาะทาง นักวิทยาศาสตร์ที่ได้รับใบรับรองเป็น Clinical Embryologist โดย ESHRE รวมทั้งเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ ซึ่งวันนี้เราได้ขยายพื้นที่และปรับสถานที่ใหม่ให้ดูอบอุ่น และมีความเป็นส่วนตัวมากขึ้น จึงเป็นที่มาของคอนเซ็ปต์ “ครอบคลุม เข้าใจ ให้ความรู้สึกเหมือนบ้าน”

ทั้งนี้ VFC ศูนย์เทคโนโลยีเพื่อการมีบุตร มีสูตินรีแพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ประจำ ถึง 3 ท่าน ได้แก่ พญ.วนากานต์ สิงหเสนา, พญ.ศรมน ทรงวีรธรรม, และนพ.วรวัฒน์ ศิริปุณย์ เพราะฉะนั้นไม่ว่าจะต้องการเข้ามาขอรับปรึกษาเวลาใด ก็จะได้พบกับแพทย์เฉพาะทางที่มากประสบการณ์อย่างแน่นอน” ดร.ชาคริต กล่าวทิ้งท้าย

สัปดาห์แห่งการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคโลก (World Immunization Week)

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/727896

สัปดาห์แห่งการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคโลก (World Immunization Week)

สัปดาห์แห่งการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคโลก (World Immunization Week)

วันอังคาร ที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

เนื่องด้วยองค์การอนามัยโลก (World Health Organization หรือ WHO) ได้กำหนดให้สัปดาห์สุดท้ายของเดือนเมษายนในทุกๆ ปีเป็นสัปดาห์แห่งการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคโลก (WorldImmunization Week) ซึ่งตรงกับวันที่ 24-30 เมษายนที่ผ่านมา โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการใช้วัคซีนในการปกป้องทุกคนจากโรคภัยไข้เจ็บ การสร้างภูมิคุ้มกันจากวัคซีนสามารถช่วยชีวิตผู้คนเป็นล้านๆ คนในทุกปี และวัคซีนยังได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในมาตรการด้านสุขภาพที่ประสบความสำเร็จและคุ้มค่าที่สุดในโลกสำหรับการป้องกันโรค โดยตลอดระยะเวลากว่า 250 ปีที่ผ่านมานับตั้งแต่เริ่มมีการใช้วัคซีนชนิดแรกในโลก คือ วัคซีนป้องกันไข้ทรพิษทำให้โลกผ่านวิกฤตโรคระบาดต่างๆมาได้ ด้วยวัคซีนที่มีประสิทธิภาพและความปลอดภัย และความร่วมมือร่วมใจของคนในโลกในการรับวัคซีนเพื่อป้องกันตนเองจากการติดเชื้อ ความรุนแรงของโรคและช่วยลดการแพร่กระจายไปยังคนรอบตัวและชุมชน แต่หลายคนยังไม่ได้รับวัคซีนที่ควรจะต้องได้รับให้เหมาะสมกับอายุและโรคประจำตัวที่มีด้วยเหตุผลหลายประการ เช่น กลัวผลข้างเคียง กลัวเข็ม ไม่แน่ใจในประสิทธิภาพของวัคซีน และไม่ทราบว่าตนเองควรได้รับวัคซีนอะไรบ้าง

หลาย ๆ คนอาจจะมีความกลัวหรือกังวลใจเรื่องความปลอดภัยของวัคซีน ซึ่งไม่ว่าจะเป็นวัคซีนชนิดใด ก็ก่อให้เกิดอาการข้างเคียงได้ไม่มากก็น้อย โดยอาการข้างเคียงที่อาจพบได้บ่อยถึงมากกว่าร้อยละ 20 หลังได้รับวัคซีน ได้แก่ ปวดบวมบริเวณที่ฉีด ปวดเมื่อยตามตัว และมีไข้ ซึ่งอาการดังกล่าวมักไม่รุนแรงและหายได้เองใน 1-2 วัน ส่วนผลข้างเคียงระยะยาวที่อาจเกิดขึ้นได้ บางวัคซีนก็มีข้อมูลการใช้มายาวนานหลายสิบปีและแสดงให้เห็นว่ามีความปลอดภัย ตัวอย่างเช่น วัคซีนไข้หวัดใหญ่ ซึ่งเป็นวัคซีนที่มีใช้มาหลายสิบปี และมีการใช้ทั่วโลกหลายร้อยล้านโดสต่อปีทั้งการใช้ในเด็กและผู้สูงอายุ รวมถึงผู้ที่มีโรคประจำตัว ในส่วนของประสิทธิภาพของวัคซีนนั้น ต้องยอมรับว่าไม่มีวัคซีนใดที่มีใช้อยู่ในขณะนี้ที่สามารถป้องกันโรคได้ 100% เพราะประสิทธิภาพในการป้องกันโรคขึ้นกับหลายปัจจัย เช่น ชนิดของวัคซีน โรคประจำตัวที่มี และความสามารถในการสร้างภูมิคุ้มกันของแต่ละคน ถึงแม้วัคซีนจะไม่สามารถป้องกันโรคได้ 100% แต่ป้องกันการติดเชื้อได้บางส่วนลดความรุนแรง ลดอัตราการนอนโรงพยาบาล และลดอัตราการเสียชีวิตได้

ความจำเป็นในการรับวัคซีนแต่ละชนิดสำหรับแต่ละคน ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นอายุ เพราะเด็กและผู้ใหญ่มีคำแนะนำการรับวัคซีนแตกต่างกัน รวมถึงปัจจัยส่วนบุคคล เช่น โรคประจำตัว ประวัติการรับวัคซีนมาก่อน และความเสี่ยงต่อการติดเชื้อนั้นๆ รวมถึงภาวะแทรกซ้อนที่จะเกิดตามมาหลังจากติดเชื้อ เป็นต้น สำหรับผู้ใหญ่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มผู้สูงอายุ วัคซีนที่ควรได้รับได้แก่ วัคซีนไข้หวัดใหญ่ วัคซีนนิวโมค็อกคัส วัคซีนบาดทะยัก-คอตีบ-ไอกรน/บาดทะยัก-คอตีบ และวัคซีนงูสวัด สำหรับผู้ที่จะเดินทาง มีวัคซีน 2 ชนิดที่เป็นวัคซีนเฉพาะสำหรับการเดินทาง คือ ถ้าจะเดินทางไปประเทศแถบแอฟริกาหรืออเมริกาใต้ ควรได้รับวัคซีนไข้เหลืองหรือผู้ที่จะเดินทางไปประกอบพิธีฮัจญ์หรืออุมเราะห์ ควรได้รับวัคซีนไข้กาฬหลังแอ่น และแม้ว่าการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาจะมีแนวโน้มลดลงยังแนะนำให้รับวัคซีนป้องกันโควิด-19ด้วยเช่นกัน

นอกจากนี้ถึงแม้ประชาชนทั่วไปที่มีสุขภาพดี ก็ควรรับวัคซีน เนื่องมาจากเหตุผลหลายประการ เช่น ภูมิคุ้มกันที่เคยมีจากการรับวัคซีนในวัยเด็กจะลดลงเมื่อเวลาผ่านไป รวมถึงการติดเชื้อบางชนิดหลังจากติดเชื้อจะไม่ได้เกิดภูมิคุ้มกันในระยะยาว มีโอกาสติดเชื้อซ้ำได้อีก ดังนั้นการได้รับวัคซีน นอกจากจะช่วยป้องกันตัวเอง โดยลดความเสี่ยงในการติดเชื้อ การเจ็บป่วยรุนแรงหรือเสียชีวิตแล้ว ยังช่วยป้องกันคนใกล้ตัว ไม่ว่าจะเป็นลูกหลานผู้สูงอายุที่บ้าน เพื่อนร่วมงาน หรือคนอื่นๆ ได้ โดยการลดการแพร่กระจายเชื้อ ผู้ที่มีสุขภาพดีอยู่แล้วอาจเลือกรับวัคซีนที่เหมาะสมกับช่วงอายุ อาชีพ และประวัติการรับวัคซีนของตนเอง เช่น วัคซีนโควิด-19 วัคซีนไข้หวัดใหญ่ และวัคซีนป้องกันบาดทะยัก คอตีบไอกรน โดยแนะนำให้รับวัคซีนตามคำแนะนำของสมาคมโรคติดเชื้อแห่งประเทศไทยและปรึกษาแพทย์เพิ่มเติมเพื่อรับวัคซีนได้อย่างถูกต้อง

ศ.พญ.ศศิโสภิณ เกียรติบูรณกุล

สาขาวิชาโรคติดเชื้อ ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี

ราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทย

แพทย์ความงามเผยการค้นพบเทคนิคใหม่ล่าสุด สร้าง ‘Highlight & Shading แบบธรรมชาติให้ผิวหน้า’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/727899

แพทย์ความงามเผยการค้นพบเทคนิคใหม่ล่าสุด  สร้าง ‘Highlight & Shading แบบธรรมชาติให้ผิวหน้า’

แพทย์ความงามเผยการค้นพบเทคนิคใหม่ล่าสุด สร้าง ‘Highlight & Shading แบบธรรมชาติให้ผิวหน้า’

วันอังคาร ที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ความงามเป็นเรื่องปัจเจก แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าปัจจุบันนี้คนดูแลตัวเองมากขึ้นเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดจึงไม่น่าแปลกใจหากพัฒนาการความงามและการดูแลผิวจะปรับเปลี่ยนตามแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ นายแพทย์ณัฐพลลาภเจริญกิจ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังและเวชศาสตร์ความงาม และแพทย์วิทยากรในงานสอน Full Face Anatomy แบบผสมผสานรูปแบบใหม่แก่แพทย์ผิวหนังและความงามที่ Chula Surgical Training Center คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เผยถึงโจทย์ความงามของคนยุคโซเชียล และเทคนิคการสร้าง Highlight & Shading แบบธรรมชาติให้ผิวหนังด้วยโมเลกุลไฮยาลูโรนิค แอซิด ชนิดพิเศษ ซึ่งเป็นเทคนิคขั้นสูงล่าสุดที่ค้นพบเมื่อปี 2560 จากประสบการณ์เก็บเคสมามากกว่า 1,000 ราย และพัฒนาเทคนิคมาตลอด 6 ปี

นายแพทย์ณัฐพล ลาภเจริญกิจผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังและเวชศาสตร์ความงาม อินฟินิซ คลินิก (Infiniz Clinic) และอาจารย์พิเศษด้านการฉีดฟิลเลอร์ได้กล่าวถึงเทคนิคกายวิภาคศาสตร์ใบหน้าแบบบูรณาการ (Integrative Total Face Anatomy) ในงานสอน Full Face Anatomy แบบผสมผสานรูปแบบใหม่ แก่แพทย์ผิวหนังและความงามที่ Chula Surgical Training Center คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ว่า “แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังและการฉีดฟิลเลอร์ ต้องมีความแม่นยำเรื่องกายวิภาคศาสตร์ในแต่ละส่วนของใบหน้าโดยเฉพาะบริเวณขมับที่เป็นบริเวณที่มีเส้นเลือดและเส้นประสาทค่อนข้างมาก การฉีดฟิลเลอร์บริเวณนี้ต้องอาศัยความรู้ในเรื่องของ Safety zone อย่างละเอียด รวมถึงการดีไซน์การฉีดก็ต้องอาศัยการประเมินและวิเคราะห์รูปหน้าอย่างดี เพื่อให้ได้รูปทรงที่สวยงามและเป็นธรรมชาติสูงสุด

นายแพทย์ณัฐพล ลาภเจริญกิจ

“การค้นพบเทคนิคการสร้าง Highlight & Shading แบบธรรมชาติให้ผิวหน้า เริ่มการทดลองเก็บเคสมาแล้วมากกว่า 1,000 เคส จากนั้นในปี 2560 เริ่มทดลองปรับเทคนิคการฉีดฟิลเลอร์สำหรับงานผิวเพื่อการเปลี่ยนแปลงคุณภาพผิวหน้าและเพิ่มความกระจ่างใส เป็นแบบใหม่คือการสร้าง Highlight &Shading บนผิวด้วยโมเลกุลไฮยาลูโรนิคแอซิด ชนิดพิเศษ จนพบว่าเทคนิคใหม่นี้ให้ผลดีกว่าการฉีดแบบเดิม ทำให้ใบหน้ามีมิติมากขึ้นด้วยหลักการของ Light reflection point

การสร้าง Highlight & Shading แบบธรรมชาติให้ผิวหน้า จะให้ผลที่ผู้มาใช้บริการพึงพอใจเพราะดูสวยปกติในชีวิตจริง และเมื่อถ่ายรูปใบหน้าก็โดดเด่นโดยจะมีการแบ่งโซนนิ่งของการรักษาเพื่อให้เกิดผิวใหม่ สดใส เรียบเนียน ในรูปแบบPhotogenic Face ซึ่งเทคนิคที่กล่าวมานี้จะเป็นการออกแบบสำหรับรูปหน้าเฉพาะบุคคล”

อย่างไรก็ตาม ความเชี่ยวชาญในการวิเคราะห์ใบหน้าคนไข้ และเทคนิคของแพทย์คือหัวใจสำคัญ การเลือกสถานที่ให้บริการและหาข้อมูลเกี่ยวกับคุณหมอเป็นเรื่องสำคัญ เทคนิคการสร้าง Highlight & Shading แบบธรรมชาติให้ผิวหน้า ในประเทศไทยยังมีแพทย์ด้านความงามเพียงไม่กี่คนที่ทำได้ ดังนั้นก่อนเข้ารับบริการจึงควรหาข้อมูลเบื้องต้นโดยเทคนิคนี้แพทย์จะเริ่มต้นที่การวิเคราะห์โครงสร้างผิวอย่างละเอียดเพื่อเลือกตัวโมเลกุลของสาร HA ที่ตรงกับปัญหาของผู้มาใช้บริการแต่ละราย จากนั้นจะเป็นการออกแบบเวคเตอร์ (Vector) เพื่อกำหนดปริมาณและทิศทาง รวมทั้งวางแผนการฉีดในชั้นผิวต่างๆ ในแต่ละส่วนของผิวหน้าเพื่อให้เกิดผลลัพธ์การสร้างผิวใส เรียบเนียน อิ่มน้ำ ร่วมกับการเกิด Permanent Highlight and Shading ซึ่งในท้ายสุดเมื่อนำเทคนิคการสร้างไฮไลท์ และเฉดดิ้งมาผนวกกับเทคนิคการปล่อยตัวยาเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นและลดเลือนริ้วรอยแล้ว ผู้มาใช้บริการก็จะได้ผลลัพธ์ที่พึงพอใจได้ทั้งงานผิว ลดริ้วรอย และใบหน้าดูมีมิติธรรมชาตินั่นเอง