อีฟแอนด์บอย จัดงาน Best Selling Award 2022 ประกาศรางวัลการันตีสุดยอดผลิตภัณฑ์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/734144

อีฟแอนด์บอย จัดงาน Best Selling Award 2022   ประกาศรางวัลการันตีสุดยอดผลิตภัณฑ์

อีฟแอนด์บอย จัดงาน Best Selling Award 2022 ประกาศรางวัลการันตีสุดยอดผลิตภัณฑ์

วันพุธ ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

EVEANDBOY ผู้นำบิวตี้สโตร์จัดงานสุดยิ่งใหญ่ “EVEANDBOY Best Selling Award 2022  X Mark Tuan Fan Meeting (Special Edition)” ประจำปี 2022 รางวัลที่การันตีสุดยอดผลิตภัณฑ์ที่มียอดขายสูงสุดจากอีฟแอนด์บอยทั่วประเทศในปี 2022 โดยในปีนี้มีทั้งหมด 102 รางวัล แบ่งเป็น 10 หมวดประกอบด้วย น้ำหอม (FRAGRANCE), ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว (SKINCARE), ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวสำหรับผิวหนัง (DERMA SKINCARE), เครื่องสำอาง (MAKE UP), ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวกาย (BODY CARE), ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม(HAIR CARE), ผลิตภัณฑ์สีทาเล็บ (NAILS COLOR), ผลิตภัณฑ์ของใช้ส่วนตัว (PERSO NAL CARE), แปรงและอุปกรณ์ต่างๆ (BRUSHES TOOLS AND ACCESSORIES), อาหารเสริม(SUPPLEMENTS) โดยประกาศรางวัลการันตีสุดยอดผลิตภัณฑ์ที่มียอดขายสูงสุดจากอีฟแอนด์บอย ให้กับแบรนด์คู่ค้าที่เป็น “ออฟฟิเชียล พาร์ทเนอร์” (Official Partner) ทั้งแบรนด์ไทยและต่างประเทศ พร้อมจัดงาน แฟนมีต “มาร์ค ต้วน” แบรนด์แอมบาสซาเดอร์ระดับโลกคนแรกของอีฟแอนด์บอย และเซอร์ไพรส์กิจกรรมพิเศษ ณ ห้องบอลรูม ชั้น 1 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา

หิรัญ ตันมิตร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อีฟแอนด์บอย จำกัด เผยว่าเราเปิดตัว “มาร์ค ต้วน” แบรนด์แอมบาสซาเดอร์ระดับโลกคนแรก พร้อมจัด Mark Tuan Fan Meeting (Special Edition) สร้างความประทับใจให้กับลูกค้า EVEANDBOY และเหล่าอากาเซ่ ผ่านกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ไม่ว่าจะเป็น UNIVERSE OF FAN WITH MARK TUAN ความสนุกที่มาร์คจะแชร์ความน่ารักผ่านการเล่นเกมบนเวทีให้แฟนๆได้กรี๊ดสนั่นลั่นฮอลล์, UNIVERSE OF MOMENT WITH MARK TUAN ช่วงเวลาสำคัญที่แฟนๆ ได้บอกต่อความในใจผ่าน Message to My Universe แบบใจถึงใจ และปิดท้ายด้วย UNIVERSE OF MEMORY WITH MARK TUAN ความทรงจำดีๆ ที่EVEANDBOY อยากมอบให้ทั้งลูกค้าคนสำคัญ ที่ให้การตอบรับเป็นอย่างดีเสมอมา 

นอกจากนี้ยังได้จัดงาน “EVEANDBOY Best Selling Award 2022 ประกาศรางวัลการันตีสุดยอดผลิตภัณฑ์มียอดขายสูงสุดจากอีฟแอนด์บอย ให้กับแบรนด์คู่ค้าที่เป็น “ออฟฟิเชียลพาร์ทเนอร์” (Official Partner) ทั้งแบรนด์จากต่างประเทศไม่ว่าจะเป็นอเมริกา, ยุโรป, เกาหลี และแบรนด์ของคนไทยที่เป็นแบรนด์ยอดนิยม ซึ่งรวมแล้วมีกว่า 100,000 SKU โดยมีเกณฑ์การตัดสินจากเสียงตอบรับที่ดี และสร้างยอดขายสูงสุดจากลูกค้า EVEANDBOY  ทุกสาขาทั่วประเทศ ถือเป็นผลิตภัณฑ์ที่ครองใจลูกค้าได้อย่างดีเยี่ยมตลอดปี 2022 นอกจากได้รับรางวัลแห่งความภาคภูมิใจแล้วยังถือเป็นกำลังใจให้กับแบรนด์พาร์ทเนอร์ต่างๆ ด้วย ทั้งนี้ EVEANDBOY มีการจัดกิจกรรมพิเศษและโปรโมชั่นต่างๆ จากแบรนด์อยู่เสมอส่งมอบประสบการณ์ที่ดีและแตกต่างให้แก่ลูกค้าอย่างต่อเนื่องทั้งปี พร้อมยกใจให้ EVEANDBOY เป็น Beauty Universe ที่มีสินค้าครบทุกความต้องการตั้งแต่เคาน์เตอร์แบรนด์ระดับโลกจนถึงแบรนด์ไทย เรียกได้ว่าตอบโจทย์ลูกค้าทุกกลุ่ม Generation 

ภายในงาน “มาร์ค ต้วน” ในฐานะแบรนด์แอมบาสซาเดอร์ระดับโลกคนแรก ผู้เป็น My Universe ของเหล่าอากาเซ่ และลูกค้า EVEAND BOY ไม่พลาดร่วมเซอร์ไพรส์แขกผู้มีเกียรติที่ร่วมงาน พร้อมเผยเคล็ดลับการดูแลตัวเองของ มาร์ค ต้วน ให้ SHINING ด้วยผลิตภัณฑ์ความงามชั้นนำที่ร่วมสนับสนุน EVEANDBOY THE BEAUTY UNIVERSE ในครั้งนี้ด้วย

หิรัญ ตันมิตร, มาร์ค ต้วน และปริญญา วะนะศุข

หิรัญ ตันมิตร, มาร์ค ต้วน และปริญญา วะนะศุข

มาดามหลุยส์ หนึ่งในผลิตภัณฑ์ Best Selling Award 2022

มาดามหลุยส์ หนึ่งในผลิตภัณฑ์ Best Selling Award 2022

เปิดตัว ‘เมโทรอาร์ต’ ซีรี่ส์ที่ 2 ในธีม ‘Playable’ ชมอาร์ตแบบเล่นได้ใจกลางเมือง MRT พหลโยธิน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/734145

เปิดตัว ‘เมโทรอาร์ต’ ซีรี่ส์ที่ 2 ในธีม ‘Playable’  ชมอาร์ตแบบเล่นได้ใจกลางเมือง MRT พหลโยธิน

เปิดตัว ‘เมโทรอาร์ต’ ซีรี่ส์ที่ 2 ในธีม ‘Playable’ ชมอาร์ตแบบเล่นได้ใจกลางเมือง MRT พหลโยธิน

วันพุธ ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

หลังจากได้รับความสนใจและการตอบรับอย่างดีกับเปิดตัว Metro Art ซีรี่ส์ 1 ไปเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมาบริษัททางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพจำกัด (มหาชน) (BEM) ผู้ให้บริการทางพิเศษและรถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงินและสีม่วงร่วมกับบริษัทแบงคอกเมโทรเน็ทเวิร์คส์ จำกัด (BMN) ผู้ให้บริการสื่อโฆษณาและพื้นที่จัดกิจกรรมในระบบรถไฟฟ้าไม่รอช้า จับมือพันธมิตรชั้นนำทั้งภาครัฐและภาคเอกชนเปิดตัว“เมโทรอาร์ต” ในซีรี่ส์ที่ 2 ซึ่งครั้งนี้ใช้ชื่อธีมว่า “Playable Art อาร์ตเล่นได้” ดึง 2 ศิลปินสตรีทอาร์ตที่กำลังมาแรงที่สุดในขณะนี้อย่าง The TU!! และ Wild So Serious มาจัดแสดงผลงานระหว่างเดือนพฤษภาคม-สิงหาคม 2566 เพื่อเปิดประสบการณ์ใหม่ของการเดินทางสร้างความตื่นเต้นประทับใจให้กับผู้โดยสาร MRT ทุกคนและมุ่งสนับสนุนงานอาร์ตต่อเนื่องเพื่อตอกย้ำการสร้างอาร์ตคอมมูนิตี้ใจกลางเมืองอย่างยั่งยืนในสถานีรถไฟฟ้า MRT พหลโยธิน

วิทสุวัฒน์ อำคาเพท กรรมการผู้จัดการบริษัทแบงคอกเมโทรเน็ทเวิร์คส์ จำกัด (BMN) เผยว่า “Metro Art ซีรี่ส์ 2 ที่จัดขึ้นระหว่างเดือนพฤษภาคม-สิงหาคม2566 นี้ใช้ธีมว่า “Playable Art อาร์ตเล่นได้” ซึ่งมีไฮไลท์ที่น่าสนใจมากมายที่พลาดไม่ได้เริ่มจากการจัดแสดงผลงานของ 2 ศิลปินคนดังรุ่นใหม่ ได้แก่ The TU!! และ Wild So Serious ที่สร้างสรรค์ศิลปะแนว Pop Art ที่กำลังเป็นกระแสและได้รับความนิยมจากนักสะสมเป็นจำนวนมากซึ่งครั้งนี้เราเน้น Interactive Art มากขึ้นเพื่อให้เข้ากับกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการทำคอนเทนต์นำเสนอตัวตนมีความสนุกมากขึ้นกว่าเดิมซึ่งผลงานของศิลปินทั้ง 2 คนจะทำให้การเดินทางในระบบรถไฟฟ้า MRT ของผู้โดยสารจะเต็มไปด้วยสีสันแบบที่ไม่เคยเห็นมาก่อนนอกจากนี้เรายังได้เพิ่มกิจกรรมทางศิลปะอีกมากมายพร้อมสร้างให้ Metro Art เป็นแหล่งรวมศิลปินและผู้ที่ชื่นชอบงานศิลปะได้มารวมตัวกันสร้างอาร์ต คอมมูนิตี้ และอาร์ตเดสทิเนชั่นใจกลางเมือง”

ทางด้าน ตุ๊-ณัชพล ตุ๊เสงี่ยม หรือ The Tu!! ศิลปินแนว Pop Art ชื่อดังที่ได้คอลแลปส์,งานอาร์ตกับแบรนด์ดังต่างๆมากมายรวมทั้งได้จัดแสดงผลงานศิลปะทั้งในและต่างประเทศมาแล้วนับไม่ถ้วนเจ้าของและผู้สร้างคาแร็กเตอร์ BoyOn
Fiyah (บอยออนฟีย่า) ได้เล่าว่าผลงานที่สร้างสรรค์ใน Metro Art ซีรี่ส์ 2 ใช้คอนเซ็ปต์ Funderground-The color of life on the underground. Let’s fun together ความสนุกสีสันและจังหวะของชีวิตมาสนุกด้วยกันปลดปล่อยตัวตน ผ่านคาแร็กเตอร์ BoyOnFiyah เด็กหนุ่มตาไฟที่ไม่เคยหมดไฟและหมดพลังในการใช้ชีวิตความสดใสสนุกสนานและความสร้างสีสันที่จะจุดไฟในการใช้ชีวิตของคนที่ผ่านไปมาในสถานีรถไฟฟ้า MRT ให้สนุกสนานและใช้ชีวิตอย่างมีความหมายมากยิ่งขึ้นนั่นเอง

ส่วน พลอย-พลอยศิริ รังคดิลก หรือ Wild So Serious ศิลปินแนว Pop Art นั่นมีจุดเริ่มต้นมาจากการสร้างผลงานใน NFT จนมีชื่อเสียงโด่งดังซึ่งคาแร็กเตอร์ต่างๆ ของพลอยได้รับแรงบันดาลใจจากสิ่งรอบตัว ได้แก่“WILD” หมีสีชมพูสดใสที่มีดวงตารูปแฉกสีเหลืองที่มาจากตุ๊กตาหมีสุดหวงวัยเด็กและเติบโตผ่านช่วงเวลาต่างๆมาด้วยกัน, “FLOW”คาแร็กเตอร์ดอกไม้ซึ่งเป็นสิ่งที่ทุกคนจะวาดเป็นอย่างแรกๆซึ่งตัวของพลอยก็เช่นกันจึงให้เป็นตัวแทนของความเบิกบานสดใสและ “KO” มีที่มาจากแมวจรปลายหูขาดซึ่งพลอยเก็บมาเลี้ยงจนตอนนี้เป็นเพื่อนที่ช่วยสร้างความสุขคลายความทุกข์เวลาที่เหนื่อยล้าซึ่งทั้ง 3 คาแร็กเตอร์มาพร้อมกับคอนเซ็ปต์ WILD Playground ที่ทำให้ช่วงเวลาในการเดินทางที่ MRT เป็นเวลาแห่งความสนุกสดใสร่าเริงของทุกคนและเชิญชวนออกมาพบปะสังสรรค์ส่งต่อความสุขให้กันและกัน

นอกจากนี้ Metro Art ยังเป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้ด้านศิลปะอย่าง Art Learning Centre ศูนย์การเรียนรู้ทางศิลปะที่ BEM จับมือร่วมกับเครือข่ายสีน้ำนานาชาติ เพื่อสร้างเป็นพื้นที่สำหรับเรียนรู้ทางศิลปะในแขนงต่างๆ ให้กับศิลปินเยาวชนศิลปินและประชาชนทั่วไปได้เพิ่มพูนองค์ความรู้ซึ่งถือเป็นโครงการ CSR ที่ BEM ต้องการให้มีขึ้นเพื่อตอบแทนสังคมและให้ความรู้กับเยาวชนที่อยู่รอบเส้นทาง MRT และประชาชนทั่วไป

Metro Art เปิดให้ผู้ที่สนใจงานศิลปะเข้าชมและร่วมกิจกรรมต่างๆ ของซีรี่ส์ที่ 2 Playable อาร์ตเล่นได้ตั้งแต่วันนี้ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายผู้สนใจสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook : Metro Mall Bangkok

วิทสุวัฒน์ อำคาเพท กก.ผจก.บ.แบงคอกเมโทรเน็ทเวิร์คส์
จำกัด (BMN) วัฒนา สิทธิไวทยาภรณ์ ผู้ช่วยกก.ผจก. บ.ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) (BEM) เปิด
“เมโทรอาร์ต” ในซีรี่ส์ที่ 2

วิทสุวัฒน์ อำคาเพท กก.ผจก.บ.แบงคอกเมโทรเน็ทเวิร์คส์ จำกัด (BMN) วัฒนา สิทธิไวทยาภรณ์ ผู้ช่วยกก.ผจก. บ.ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) (BEM) เปิด “เมโทรอาร์ต” ในซีรี่ส์ที่ 2

สองศิลปิน ตุ๊-ณัชพล ตุ๊เสงี่ยม และ พลอย-พลอยศิริ รังคดิลก

สองศิลปิน ตุ๊-ณัชพล ตุ๊เสงี่ยม และ พลอย-พลอยศิริ รังคดิลก

‘KUBOTA Smart Farmer Camp 2023’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/734136

‘KUBOTA Smart Farmer Camp 2023’

‘KUBOTA Smart Farmer Camp 2023’

วันพุธ ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

กลับมาอีกครั้ง กับที่สุดของแคมป์เกษตรแห่งปี “KUBOTA Smart Farmer Camp 2023” จากบริษัทสยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด ในธีม“FARM MAKER ออกแบบฟาร์มได้ตามฝัน” พร้อมจุดประกายเยาวชนในการสร้างฟาร์มในฝันให้เป็นจริง ผ่านการเรียนรู้นวัตกรรมเกษตร Smart Farming จากประสบการณ์จริงที่คูโบต้าฟาร์ม และการบริหารจัดการฟาร์มโดยผู้เชี่ยวชาญด้าน Farm Design จากบริษัท เกษตรอินโน จำกัด นอกจากนี้ ยังมีวิทยากรรับเชิญ “ลุงรีย์” เจ้าของฟาร์มเกษตรกลางเมือง “ฟาร์มลุงรีย์” มาร่วมพูดคุยแนวคิดฟาร์มออแกนิกส์รักษ์โลก รวมถึง Food Waste และไอเดียการสร้างสรรค์เมนู OMAKAHED (โอมากะเห็ด) และทักษะการต่อยอดสู่การเป็นนักธุรกิจเกษตรผ่านเกมส์จำลองการวางแผนลงทุนด้านการเกษตร

ดังนั้น ขอเชิญชวนนักศึกษาระดับมหาวิทยาลัยปีที่ 2-4 และปวส. ปีที่ 1-2 ในคณะเกษตรศาสตร์,วิศวกรรมศาสตร์ หรือนักศึกษาสาขาอื่นๆ ที่สนใจด้านการเกษตรทั่วประเทศที่เข้าร่วมโครงการร่วมเปิดประสบการณ์จัดเต็ม 4 วัน 3 คืน ระหว่างวันที่ 13-16 มิถุนายน 2566 ณ จังหวัดชลบุรี สมัครผ่านทาง QR Code หรือ Line Official : @kubotacamp เข้าร่วมกิจกรรมฟรี!! ไม่เสียค่าใช้จ่าย เปิดรับสมัครเพียง 100 คนเท่านั้น ตั้งแต่วันนี้-2 มิถุนายน 2566 สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ทาง Call Center : 063-1085062 และ Facebook Page : kubotacamp

ชวนสายบุญเที่ยววัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ ในโอกาสวันวิสาขบูชา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/734135

ชวนสายบุญเที่ยววัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ ในโอกาสวันวิสาขบูชา

ชวนสายบุญเที่ยววัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ ในโอกาสวันวิสาขบูชา

วันพุธ ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ททท.ชวนสายบุญ สายมู เที่ยววัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ และเส้นทางท่องเที่ยวรอบเกาะรัตนโกสินทร์ เนื่องในวันวิสาขบูชา 3 มิถุนายน “เดินเที่ยวเช็คอิน เคล้าถิ่นประวัติศาสตร์”

น.ส.ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า
การท่องเที่ยวเชิงศรัทธา ถือเป็นนักท่องเที่ยวกลุ่มวัฒนธรรมย่อย (Sub-Culture) ที่มีความชื่นชอบเฉพาะตัวซึ่งปัจจุบันมีนักท่องเที่ยวนิยมเดินทางท่องเที่ยวไหว้พระ สายบุญ สายมู เป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะโซนรัตนโกสินทร์ ซึ่งททท.ได้จัดศรัทธานำทาง เส้นทางนำเที่ยว ณ วัดคู่วัง วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ จัดพิธีบวงสรวงและพิธีบำเพ็ญทักษิณาถวายพระราชกุศลอุทิศแด่ สมเด็จพระบวรราชเจ้า กรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาท และสืบสานประเพณีวัฒนธรรมไทย ในเทศกาลสงกรานต์ ณ วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ ไปแล้วนั้น ได้รับกระแสการตอบรับที่ดี มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเดินทางไปท่องเที่ยวยังวัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์จำนวนมาก

ในโอกาสวันวิสาขบูชา ตรงกับวันที่ 3 มิถุนายน 2566 ที่กำลังจะมาถึงและเป็นวันสำคัญทางพุทธศาสนา ททท.จึงขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวสายบุญสายมู เที่ยววัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์และเส้นทางท่องเที่ยวรอบเกาะรัตนโกสินทร์ ในคอนเซ็ปต์ “เดินเที่ยวเช็คอิน เคล้าถิ่นประวัติศาสตร์”

ปัจจุบันรอบเกาะรัตนโกสินทร์ยังคงเป็นหมุดหมายของการท่องเที่ยวไทยที่ไม่ใช่มีแค่ชาวต่างชาติ แม้แต่คนไทยเองก็ชื่นชอบการท่องเที่ยวในย่านนี้ ทั้งสนามหลวง ท่าเตียน ราชดำเนินท่าพระอาทิตย์ ท่าพระจันทร์ บางลำพู ท่าช้าง ประตูผี เสาชิงช้า มีความสนุกกับการท่องเที่ยวเดินชมเกาะรัตนโกสินทร์ พระบรมมหาราชวัง ชุมชนเก่าแก่ สถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ ร้านอาหาร คาเฟ่ สถานที่สวยๆ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ตลอดจนชมอุโมงค์หน้าพระลาน บริเวณหน้าวัดพระแก้ว จุดเช็คอินแห่งใหม่ของกรุงเทพมหานครเสน่ห์ของเกาะรัตนโกสินทร์ คือ วัดเก่าแก่ ที่สายบุญสายมูจะได้ไปสักการะขอพร โดยสามารถจอดรถได้ที่ท้องสนามหลวง หรือเดินทางโดยใช้รถขนส่งสาธารณะต่างๆ แล้วเริ่มท่องเที่ยวที่วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ เชื่อมโยงต่อไปยังวัดพระศรีรัตนศาสดาราม, ศาลหลักเมือง, วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม, วัดอรุณราชวราราม, วัดระฆังโฆสิตาราม,วัดบวรนิเวศวิหาร, วัดชนะสงคราม,วัดราชนัดดาราม, วัดราชประดิษฐสถิตมหาสีมาราม, วัดสุทัศนเทพวราราม,วัดราชบพิธ เป็นต้น

ทั้งนี้ วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ถือเป็นพระอารามหลวงชั้นเอกสูงสุด เป็น 1 ใน 6 ของพระอารามหลวงชนิดพิเศษของเมืองไทย เป็นพระอารามหลวงแห่งแรกของกรุงรัตนโกสินทร์ เป็น 1 ในวัดสวยงดงามแห่งเกาะรัตนโกสินทร์ ไปไหว้สักการะ เสริมดวง เสริมบารมีชีวิต สักการะพระบรมสารีริกธาตุ-พระศรีสรรเพชญ์ พระพุทธรูปปูนปั้นองค์แรกแห่งกรุงรัตนโกสินทร์-พระอรหันต์8 ทิศ ชมพระอุโบสถที่กว้างใหญ่ที่สุดในกรุงเทพมหานคร มณฑปพระธาตุที่งดงามตามแบบสถาปัตยกรรมต้นกรุงรัตนโกสินทร์ ด้านในพระธาตุล้อมรอบด้วยพระพุทธรูปที่อัญเชิญมาจากทางภาคเหนือในยุคต้นกรุงรัตนโกสินทร์ เช่น สวรรคโลก สุโขทัย ลพบุรี จำนวน 28 องค์ชมอาคารสังฆิกเสนาสน์ (ตึกแดง) เป็นรูปแบบสถาปัตยกรรมที่หาดูยากในประเทศไทย ศิลาจารึกการสร้างวัดสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช และต้นพระศรีมหาโพธิ์ ซึ่งเป็นหน่อเนื้อจากพระศรีมหาโพธิ์พุทธคยา สถานที่ตรัสรู้ มีอายุกว่า 205 ปี

ทั้งนี้ ททท.เดินหน้าส่งเสริมปีท่องเที่ยวไทย 2566 “เที่ยวเมืองไทย Amazing ยิ่งกว่าเดิม” และ “365 วัน มหัศจรรย์เมืองไทย…เที่ยวได้ทุกวัน” โดยวัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ ถือเป็นหนึ่งในการท่องเที่ยวเชิงพุทธศาสนาและเป็นวัดสำคัญแห่งกรุงรัตนโกสินทร์

MASTER ปฏิเสธรับรางวัล เผยกลโกงแจกดะ ยืนหยัดเรื่องความซื่อสัตย์ (Integrity)

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/734270

MASTER ปฏิเสธรับรางวัล เผยกลโกงแจกดะ ยืนหยัดเรื่องความซื่อสัตย์ (Integrity)

MASTER ปฏิเสธรับรางวัล เผยกลโกงแจกดะ ยืนหยัดเรื่องความซื่อสัตย์ (Integrity)

วันอังคาร ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 22.30 น.

กลายเป็นประเด็นร้อนสำหรับแวดวงอุตสาหกรรมทางการแพทย์ โดยเฉพาะด้านศัลยกรรมความงาม เมื่อบริษัท มาสเตอร์ สไตล์ จำกัด (มหาชน) หรือ MASTER ในนามโรงพยาบาลมาสเตอร์พีช โรงพยาบาลศัลยกรรมชั้นนำของเมืองไทย ปฏิเสธการขึ้นรับรางวัล Global Health Awards 2023 จัดโดย Global Health Asia-Pacificสื่อสัญชาติสิงคโปร์ที่ล่าสุดได้จัดงานมอบรางวัลไปเมื่อวันเสาร์ที่ 27 พฤษภาคม 2566 ณ โรงแรม Ritz Carlton บาหลี ประเทศอินโดนีเซีย

วันนี้ (29 พฤษภาคม 2566) นายแพทย์ระวีวัฒน์ มาศฉมาดล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มาสเตอร์ สไตล์ จำกัด (มหาชน) เปิดโต๊ะแถลงถึงเบื้องลึกเบื้องหลัง รางวัลโกลบอลเฮลธ์ เอเชีย-แปซิฟิก ในอีกมุมที่ไม่เป็นความจริงและห่างไกลจากมาตรฐานการแจกรางวัลระดับนานาชาติ

เป็นปาหี่ที่เกิดขึ้นในวงการการรับรางวัลอุตสาหกรรมทางการแพทย์ ด้วยแผนการตลาด อ้างการแจกรางวัลในสาขาต่างๆ ว่าเป็นที่สุดในเอเชีย-แปซิฟิก ทั้งที่ไม่มีเกณฑ์มาตรฐานการคัดเลือกหรือกลั่นกรอง ทำได้แม้กระทั่งการเลือกชื่อรางวัลเอง

นายแพทย์ระวีวัฒน์แจงว่า “ในการแจกรางวัลไม่ว่ารางวัลอะไรก็ตามหากผมตกลงรับ ผมต้องมั่นใจว่าผมคู่ควร ผมคาดหวังถึงกระบวนการการคัดเลือกและตัดสิน ที่ไม่ใช่การมโนคิดขึ้นมาเอง และบอกว่าคุณได้รับรางวัลนั้นรางวัลนี้

“เช่น ควรต้องมีผู้เชี่ยวชาญตัดสิน มีผู้ผ่านเข้ารอบ แล้วถึงจะมีการประกาศรางวัลอย่างเป็นทางการ เพราะแน่นอนว่าการประกาศรางวัลนั้นเอื้อในแง่ของการทำให้ธุรกิจเติบโตและอยู่ได้ ด้วยการมีความสัมพันธ์ที่ดี สร้างความน่าเชื่อถือกับลูกค้า โดยต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานข้อเท็จจริง เพราะการไปบอกว่าเราดีอย่างนั้นดีอย่างนี้ ใครๆ ก็พูดได้ แต่การมีรางวัล มีสถาบันที่ให้ข้อเท็จจริง หรือรับรองในมาตรฐานก็เป็นสิ่งที่สำคัญ

“ยกตัวอย่างการมอบรางวัลมิชลินสตาร์ เขามีมาตรฐานการตรวจสอบที่ชัดเจน ทำให้เรารู้ว่าเวลาที่เลือกไปกินอาหารที่ร้านมิชลินสตาร์แล้วการันตีได้ว่าอร่อยจริง ไม่ใช่ไปถึงแล้วไก่กา ซึ่งมาตรฐานดังกล่าวเกิดจากกระบวนการกลั่นกรอง และคัดสรรด้วยมาตรฐานการรับรอง เช่น มิชลินสตาร์มีการส่งคนมากินอาหารที่ร้านนั้นๆ จริง และมากินในฐานะลูกค้าโดยไม่มีการบอกกล่าวล่วงหน้าให้รู้ตัว

“เมื่อทาง Global Health Asia-Pacific ติดต่อทีมงานของผมมาโดยมีการพูดถึงการมอบรางวัลในระดับเอเชีย-แปซิฟิกที่กำลังจะเกิดขึ้น โดยการระบุมาว่าเราได้รับการคัดเลือกให้เข้าชิงใน 3 รางวัล คือ 

-Hair Transplant Clinic of The Year in Asia Pacific

-Breast Augmentation Centre of the Year in Asia Pacific

-Cosmetic and Plastic Surgery Service Provider of the Year in Asia Pacific

“โรงพยาบาลมาสเตอร์พีชเรามีลูกค้าปลูกผมเฉลี่ยวันละ 4 เคส แน่นอนครับว่าศักยภาพขนาดนี้ เราสมควรกับรางวัล ส่วนรางวัลศัลยกรรมหน้าอกในเอเชียแปซิฟิก ถามว่าจริงไหม ก็จริงอีก เพราะที่ผ่านมาเราได้รับรางวัลท็อปการใช้ซิลิโคนเสริมหน้าอกจำนวนสูงสุด เราจึงไม่มีข้อสงสัยอะไรในรางวัลที่เขาบอกว่าโรงพยาบาลมาสเตอร์พีชมีสิทธิจะได้รับ

“โดยมีการขอความร่วมมือในการสนับสนุนค่าใช้จ่ายของสื่อโฆษณา ซึ่งเป็นปกติ เนื่องจากเราไม่เชี่ยวชาญถ้าต้องไปซื้อสื่อเองที่ประเทศสิงคโปร์ จึงจำเป็นต้องมีเซลล์เอเจนซี่เป็นตัวแทนจัดการให้ โดยเจ้าของหนังสือและเจ้าของรางวัลได้เดินทางเข้ามาพบกับทีมงานของผมพร้อมกับตัวแทนคือคนไทยอีก 2 คน เพื่อนำเสนอและเชิญชวนให้เราเข้าร่วมงานประกาศผลรางวัลดังกล่าว”

ความมาแดง โชยกลิ่น ‘รางวัลลวง’ ถูกเปิดเผยขึ้นเมื่อไร นายแพทย์ระวีวัฒน์กล่าว “เราเริ่มสงสัยสักประมาณหนึ่งอาทิตย์ก่อนการจัดงาน ว่าการแจกรางวัลครั้งนี้มี Agenda อย่างไรสามารถเปิดเผยได้ไหมว่าเราจะได้รับรางวัลจริงหรือไม่เขาก็ว่าเปิดเผยรางวัลไม่ได้ แต่เราจะได้รับรางวัลในกลุ่มนี้ๆ นะ จนในที่สุดกำหนดการจัดงานก็มาถึง

“ก่อนวันเดินทางไปรับรางวัลที่บาหลี ผมได้รับทราบจากการไลฟ์สดของคลินิกแห่งหนึ่ง ว่าเขาเป็นผู้ได้รับรางวัลชื่อใกล้เคียงกับเรา สมมติว่าเป็นรางวัล Leader in Cosmetic ซึ่งไม่รู้ว่าจู่ๆ รางวัลดังกล่าวโผล่มาจากไหน เพราะผู้จัดงานไม่เคยพูดถึงชื่อรางวัลนี้มาก่อน โอเคครับ ชื่อภาษาอังกฤษอาจแค่คล้ายกัน แต่แปลเป็นไทยแล้วคือชื่อรางวัลเดียวกัน แล้วทำไมเขาถึงเปิดเผยชื่อรางวัลได้ก่อนโดยไม่ต้องรอการประกาศผล

“ชักเริ่มเอะใจ จึงขอลงไปดูหน้างาน ปรากฏห้องจัดงานในโรงแรมหกดาวเล็กกว่าห้องที่คนทั่วไปใช้จัดงานแต่งงานเสียอีก พื้นที่แค่หนึ่งในสี่ของห้องบอลรูมขนาดเล็ก ไม่นับจำนวนโต๊ะกาลาร์ดินเนอร์ซึ่งมีอยู่แค่สองแถว จำนวนเก้าอี้ก็มีเท่าจำนวนคนที่มาร่วมรับรางวัล นับได้เพียงไม่กี่สิบ

“จึงเข้าไปตรวจสอบดูจำนวนคนกดไลค์กับฟอลโลเวอร์ในเพจ Global Health Asia-Pacific ปรากฏว่าเพจนี้ถูกเปลี่ยนชื่อมาถึง 6 ครั้ง ตั้งแต่ปี ค.ศ. 2012 ซึ่งล่าสุดเมื่อปี 2022 ก็เพิ่งเปลี่ยนชื่อไป แปลว่าเพจนี้มีแนวโน้มสูงว่าจะถูกซื้อมา หรือเว็บไซต์เองก็มียอดออร์กานิกส์โกลธเป็นศูนย์รวมทั้งงานที่จัดขึ้นที่บาหลี มีป้ายชื่องานอยู่แค่สามป้าย

“จินตนาการว่าถ้าให้ผมขึ้นไปรับรางวัลพอกลับถึงเมืองไทย จู่ๆ วันหนึ่งผมเกิดเอารางวัลที่ได้ไปคุยโม้กับลูกค้า แล้วเขาขุดขึ้นมาว่าไอ้รางวัลที่หมอระวีวัฒน์ไปรับมาเป็นรางวัลที่ใครมีเงินก็ซื้อได้ แล้วผมจะไปเหลืออะไร”

อะไรคือความคับข้องใจกับรางวัลดังกล่าว คุณหมอ ‘โคนันยอดนักสืบ’ ชี้แจงว่า

“ต้องถามหาจรรยาบรรณของคนที่ให้รางวัลครับ แน่นอนว่าควรต้องมีมาตรฐานหรือเกณฑ์การวัด การตรวจสอบที่น่าเชื่อถือ ไม่ใช่ว่าฉันขอขายของ ให้เธออุดหนุนจ่ายค่าโฆษณาเพิ่มอีกหน่อยนะ แล้วฉันจะเชียร์เธอให้ นั่นกลายเป็นว่าเราตกอยู่ในกระบวนการหลอกลวงของเขานะครับ เพราะมีการซื้อสื่อเพื่อจะให้ได้รับรางวัล

“มีการจัดงานเพื่อจะได้ขึ้นไปถ่ายรูปบนเวที แน่นอนว่าทุกคนที่ได้รางวัลสุดท้ายแล้วก็ต้องเอารูปไปโปรโมตในสื่อต่างๆ และปลายทางก็คือเอารางวัลไปเป็นเครื่องมือในการสร้างความน่าเชื่อถือกับลูกค้า ใช้เป็นหนึ่งในเครื่องมือปิดการขายในที่สุด ซึ่งต้องบอกว่าในกระบวนการต่างๆ เหล่านี้ ในทั่วโลกหรือสายงานอื่นก็ไม่ใช่เรื่องผิดปกติ แต่ที่ผิดคือกระบวนการได้มาซึ่งรางวัล ผมมองว่าเราจำเป็นต้องมีมาตรฐานในการตรวจสอบและกลั่นกรอง

“ที่ผมคำนึงถึงคือสุดท้ายปลายทาง ลูกค้าของเราจะรู้สึกอย่างไร ถ้ารางวัลดังกล่าวมันไม่เป็นความจริง วันนี้ผมจึงขอแชร์และบอกกล่าวในเรื่องราวของรางวัลดังกล่าวกับทุกคน การที่ผมจ่ายเงินไปครึ่งล้านเพื่อได้ขึ้นไปรับรางวัลที่ไม่มีมาตรฐานมันยุติธรรมกับลูกค้าของเราหรือ และเมื่อผมถามเจ้าของรางวัลไปตรงๆ คำตอบที่ผมได้รับคือ…I don’t care Thailand.”

ประโยคดังกล่าวคือฟางเส้นสุดท้ายที่นายแพทย์ระวีวัฒน์ตัดสินใจวอล์กเอาต์ ขอกลับมาตั้งหลักทบทวนใหม่

“ยอมรับว่าผมอึ้ง มี3 สถานการณ์ที่ต้องเลือก หนึ่ง รับๆ รางวัลไปเถอะ เราจ่ายค่าโฆษณาประชาสัมพันธ์ลงสื่อไปแล้ว ก็แค่แอคท่าถ่ายภาพเอาไปลงโปรโมทกับลูกค้า แกล้งหลับตาสองข้างไปเลย ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น และถ้าผมขึ้นรับรางวัลกลับมา ทีมงานที่โรงพยาบาลมาสเตอร์พีชก็คงไม่มีใครรู้หรอก พวกเขาคงดีใจและเอาชื่อรางวัลนี้ไปคุยอวดกับลูกค้า

“สอง ไม่รับรางวัล และไม่บอกต่อถึงเหตุผลที่ไม่รับ เพราะถ้าบอกข่าวนี้ออกไปก็เหมือนเราเสียรู้ กับสถานการณ์ที่สามคือไม่รับรางวัลและบอกต่อให้ทุกคนรับรู้

“เหตุผลที่ไม่รับเพราะผมรับไม่ได้กับคุณค่าของตนเองที่ถูกทอนลงในเรื่องความไม่ตรงไปตรงมา และการขึ้นรับรางวัลดังกล่าวยังเป็นการเอื้อประโยชน์ให้สื่อเจ้าของรางวัลดังกล่าวในปีหน้า สามารถจะเอาชื่อโรงพยาบาลมาสเตอร์พีชไปลงประชาสัมพันธ์ เอาชื่อไปอยู่ในลิสต์คนได้รับรางวัลในปี 2023 เพื่อต่อยอดไปขายรางวัลกับคลินิกหรือโรงพยาบาลแห่งอื่นที่อาจตกเป็นเหยื่อรายต่อไป

“ผมได้ไตร่ตรองอย่างถี่ถ้วนแล้วคิดว่าเราไม่ควรขึ้นรับรางวัลมาสเตอร์ควรมีจุดยืน ซึ่งถ้าผมบอกว่าตัวเองเป็นคนดีต่อสังคมจริง การที่ผมออกมาตั้งโต๊ะแถลงข่าวพูดคุยออกสื่อในวันนี้นี่ละที่เป็นข้อพิสูจน์ความเป็นคนดีได้ดีมากที่สุด”

บทเรียนที่ได้จากเหตุการณ์ครั้งนี้ นายแพทย์ระวีวัฒน์บอกกับทีมงานของตนเองว่า ‘ผิดพลาด’ กับ ‘ผิดคาด’ไม่เหมือนกัน

“ความ ‘ผิดพลาด’ คือไม่ได้ดู และไม่ตรวจสอบให้ถี่ถ้วน แต่ ‘ผิดคาด’ คือดูแล้วนะ แต่บังเอิญมันยังมีอะไรที่นอกเหนือไปกว่านั้นอีก ซึ่งผมได้ทำหน้าที่ตรวจสอบให้แล้ว โดยการขอดูรายละเอียดการมอบรางวัลในทันทีที่บินถึงบาหลี ประเทศอินโดนีเซีย

“ชื่อรางวัลโอเค ‘Global Health Awards 2023’ สถานที่จัดงานก็โอเค จัดในโรงแรมหกดาว ดูน่าเชื่อถือ แม้จะเลือกจัดในมุมอับมุมหนึ่งของห้องจัดเลี้ยงขนาดเล็กก็ตาม

“แต่ที่รับไม่ได้เลยคือการเข้าประเมินสถานที่จริง การไม่มีคณะกรรมการตัดสิน ไม่มีกระบวนการในเชิงลึกทางการตลาด การสอบถามผู้ใช้บริการจริงไม่มีวิธีการโหวต หรือกระบวนใดเลยที่เป็นมาตรฐานในการมอบรางวัล ผมขออนุญาตไม่เปิดเผยชื่อคลินิก และชื่อโรงพยาบาลขนาดใหญ่ในไทย รวมถึงสายการบินที่เข้าร่วมเป็นหนึ่งในงานประกาศรางวัลครั้งนี้ เพราะทุกคนอาจมีศักยภาพสมควรกับรางวัลนั้น

“ซึ่งถ้าผมเป็นเจ้าของรางวัล ผมอาจจะแอบส่งคนมาเป็นลูกค้าเพื่อสอบถามราคาสักสามรอบ ว่าราคาเหมือนเดิมไหม หรือถามจากซัพพลายเออร์ที่ขายอุปกรณ์ทางการแพทย์ให้ว่า ที่นี่มียอดการใช้งานในปริมาณที่สูงจริงหรือไม่ นี่คือกระบวนที่ง่ายดายมากเลยครับ แต่เขาไม่คิดทำ”

และที่เด็ดไปกว่านั้นเมื่อเข้าไปท้วงติง ปรากฏวิธีการแก้ไขปัญหาและคำตอบจากผู้จัดงานที่ได้นายแพทย์ระวีวัฒน์ได้รับคือ…

“I’ll Service you คุณได้ 3 รางวัลใช่ไหม เดี๋ยวคุณไปเลือกเพิ่มมาอีก 1 รางวัล อะไรก็ได้เดี๋ยวเขาจะตั้งชื่อรางวัลให้ ผมยิ่งงงไปกันใหญ่ ว่าให้ผมเลือกได้เองเลยหรือ เขาบอกคุณคิดเองได้เลย”

ถามต่อว่าคดีนี้จะเกิดการฟ้องร้องกันเกิดขึ้นหรือไม่ “ไม่ใช่ว่าท้าทาย ผมเชื่อว่ามันมีกฎหมายว่าถ้าเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณชนและเป็นประโยชน์ต่อสาธารณชนเราทำได้ แล้วอีกอย่างหนึ่งคือผมไม่ยอมให้ต่างประเทศมาเอาเปรียบ อาศัยช่องว่างของคำว่า Asia-Pacific มาใช้ทำมาหากิน

“เฉพาะในส่วนของมาสเตอร์ เราตัดสินใจว่าต้องรีบออกมาพูด เพราะไม่อย่างนั้นพอจบงานที่อินโดนีเซีย เขาก็จะเริ่มหาสปอนเซอร์รายใหม่ แล้วจะมีอีกกี่คลินิก กี่โรงพยาบาลที่เขาเอาชื่อไปเคลม เพราะท้ายที่สุดคนที่หลงเชื่อก็คือลูกค้าที่ต้องโดนเหมือนเราโดน

“ผมชอบการแข่งขัน มันเป็นสิ่งที่ทำให้เราดีขึ้น และดีขึ้นในทุกๆวัน เรียกว่าเราแข่งกับตัวเอง แต่ถ้าเมื่อไหร่เกิดการแข่งขันโดยที่ไม่ต้องแข่ง การได้อะไรมาโดยที่ไม่ต้องขวนขวาย ผมว่ามันไม่มีคุณค่า และอีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญที่สุดคือผมไม่ชอบชนะใคร โดยที่ผมไม่ได้พยายาม” นายแพทย์ระวีวัฒน์กล่าวทิ้งท้าย

เต็ดตรา แพ้ค ได้รับการยกย่องให้เป็นผู้นำด้านสภาพอากาศของยุโรปประจำปี 2566 โดย FINANCIAL TIMES

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/734239

เต็ดตรา แพ้ค ได้รับการยกย่องให้เป็นผู้นำด้านสภาพอากาศของยุโรปประจำปี 2566 โดย FINANCIAL TIMES

เต็ดตรา แพ้ค ได้รับการยกย่องให้เป็นผู้นำด้านสภาพอากาศของยุโรปประจำปี 2566 โดย FINANCIAL TIMES

วันอังคาร ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 20.51 น.

เต็ดตรา แพ้ค ได้รับการเสนอชื่อให้เป็นผู้นำด้านสภาพอากาศของยุโรปประจำปี 2566 โดย Financial Times เนื่องมาจากความก้าวหน้าของบริษัทในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (GHG) และความมุ่งมั่นที่แน่วแน่ในการดำเนินการด้านสภาพอากาศ

จากการประเมินโดย Financial Times และ Statista กว่าหลายพันรายการ มีเพียงบริษัทชั้นนำ 500 แห่งที่ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้มากที่สุดเท่านั้น ที่ได้ผ่านเข้ารอบสุดท้ายแต่ละบริษัทในรายการประเมินจะได้รับการกำหนดคะแนนเป็นรายๆ ไป ซึ่งคำนวณโดยใช้ข้อมูลเกี่ยวกับปริมาณการปล่อยก๊าซของบริษัท ระดับการเปิดเผยข้อมูลการปล่อยก๊าซเหล่านี้ และการลดการปล่อยก๊าซคิดเป็นเปอร์เซ็นต์

เต็ดตรา แพ้ค ได้รับการจัดอันดับให้เป็นหนึ่งใน 100 บริษัทแรกของบริษํททั้ง 500 แห่งที่เข้ารอบ โดยสามารถลดการปล่อยก๊าซ ในขอบเขตที่ 1 และ 2 ลงได้ 54.3% ในระยะเวลา 5 ปี การจัดอันดับยังแสดงถึงความพยายามของเต็ดตรา แพ้คตลอดห่วงโซ่คุณค่า (ในขอบเขตที่ 3) โดยเน้นย้ำถึงการเป็นบริษัทที่ได้คะแนนในระดับ A จากองค์กร CDP เป็นประจำ และเป้าหมายสุทธิเป็นศูนย์ตามที่ได้รับอนุมัติโดยโครงการกำหนดเป้าหมายโดยอิงหลักวิทยาศาสตร์ หรือ Science Based Targets Initiative (SBTi) เพื่อจำกัดให้อุณหภูมิเฉลี่ยของโลกต่ำกว่าหรือใกล้เคียงกับ 1.5 องศาเซลเซียส 

มร.อดอลโฟ โอริเว่  ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของกลุ่มบริษัทเต็ดตรา แพ้ค  กล่าวว่า “การได้รับการยอมรับเช่นนี้ นับเป็นข้อพิสูจน์ถึงการทำงานอย่างหนักและความทุ่มเทของทีมงาน ซัพพลายเออร์ ลูกค้า และผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด แม้ว่าเราจะภูมิใจในความสำเร็จของเราจนถึงปัจจุบัน แต่เรายังคงวางแผนที่จะลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมต่อไป โดยการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนตลอดห่วงโซ่คุณค่าของเรา ขับเคลื่อนแนวทางการใช้ทรัพยากรหมุนเวียน ในขณะที่ส่งเสริมความยืดหยุ่นของระบบอาหารและปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพ การกระทำทั้งหมดนี้เป็นแกนหลักในเป้าหมายของเรา เนื่องจากเรามุ่งมั่นที่จะทำให้อาหารปลอดภัยและมีพร้อมสำหรับการบริโภคในทุกๆ ที่ และเราสัญญาว่าจะปกป้องทุกคุณค่า ไม่ว่าจะเป็นอาหาร ผู้คน และโลกใบนี้”

นายปฏิญญา ศิลสุภดล ผู้อำนวยการฝ่ายความยั่งยืน บริษัท เต็ดตรา แพ้ค (ประเทศไทย) จำกัด  กล่าวว่า “สำหรับในประเทศไทย เต็ดตรา แพ้ค ได้ร่วมมือกับหลากหลายภาคส่วนในโครงการริเริ่มต่าง ๆ เพื่อสนับสนุนพันธกิจของบริษัท เราได้ทำงานร่วมกับซัพพลายเออร์ ในการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ที่โรงงานในจังหวัดระยอง เพื่อเพิ่มการใช้พลังงานจากแหล่งพลังงานหมุนเวียนให้ได้อย่างเต็มที่ อีกทั้งเรายังได้ร่วมหาแนวทางในการประหยัดการใช้น้ำในการผลิตร่วมกับลูกค้าหลัก เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการน้ำอย่างยั่งยืน

เราได้ร่วมมือกับองค์กรต่าง ๆ ในภาคอุตสาหกรรม สนับสนุนแนวทางหลักการความรับผิดชอบที่เพิ่มขึ้นของผู้ผลิต (Extended Producer Responsibility: EPR) ผ่านโครงการเพื่อสิ่งแวดล้อมต่างๆ ทั้งที่ริเริ่มเองและเข้าร่วมกับพันธมิตร เช่น โครงการเก็บกล่องสร้างบ้านฯ ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อมที่ส่งเสริมการนำกล่องเครื่องดื่มที่ใช้แล้วกลับมาสร้างประโยชน์ต่อชุมชน โดยการนำมารีไซเคิลเป็นวัสดุก่อสร้าง เพื่อใช้ในการสร้างบ้านให้กับผู้ประสบภัย

ในทุกพื้นที่ที่เต็ดตรา แพ้ค ดำเนินงานอยู่ทั่วโลก ตั้งแต่ภูมิภาคยุโรปตลอดจนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เรารวมกันเป็นทีม เพื่อสร้างความก้าวหน้าที่จะช่วยให้เราบรรลุเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน”

Medileen คว้า ‘ต้าเหนิง กัญญาวีร์’ เป็น Brand Ambassador ภายใต้ผลิตภัณฑ์ Veronika Plus

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/734198

Medileen คว้า 'ต้าเหนิง กัญญาวีร์' เป็น Brand Ambassador ภายใต้ผลิตภัณฑ์ Veronika Plus

Medileen คว้า ‘ต้าเหนิง กัญญาวีร์’ เป็น Brand Ambassador ภายใต้ผลิตภัณฑ์ Veronika Plus

วันอังคาร ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 18.21 น.

Medileen คว้า “ต้าเหนิง กัญญาวีร์” เป็น Brand Ambassador ภายใต้ผลิตภัณฑ์ Veronika Plus

Medileen เปิดตัวต้าเหนิง กัญญาวีร์ เป็น Brand Ambassador ภายใต้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร Veronika Plus ไม่มีกลูต้าไม่มีคอลลาเจน แต่ใช้สารสกัด Resveratrol จากเปลือกองุ่น ที่มีงานวิจัยว่าเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยในการชะลอวัยที่ดีที่สุด

Medileen แบรนด์อาหารเสริมและเวชสำอางที่ก่อตั้งในปี 2014 จากการร่วมมือของ Dr. Ben Johnson แพทย์ผิวหนังและเวชศาสตร์ชะลอวัยชื่อดังจากสหรัฐอเมริกา และคุณธนัญชภัสสร เศรษฐาตินันทน์ CEO ผู้อยู่เบื้องหลังการทำแบรนด์ความงามมากว่า 15 ปี และเนื่องด้วย  Medileen มีธุรกิจในเครือเป็นโรงพยาบาลและมีแล็ปวิจัยเป็นของตัวเอง ผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ทุกตัวจะเน้นงานวิจัยเป็นสำคัญและจะถูกคิดค้นโดยแพทย์สาขา Anti Aging และ Dermatology จากอเมริกาและไทย

ต้าเหนิงให้เหตุผลที่ตนรับเป็น Ambassador ของสินค้า Veronika Plus เพราะผลิตภัณฑ์มีความปลอดภัย เน้นงานวิจัย และเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสำหรับผิวและสุขภาพรายแรกที่ไม่เหมือนใคร ไม่มีกลูต้าไม่มีคอลลาเจน แต่ใช้สารต้านอนุมูลอิสระที่มีค่า ORAC สูง โดยหนึ่งในสารสกัดสำคัญนี้มีชื่อว่า Resveratrol หรือสารสกัดจากเปลือกองุ่น ที่มีงานวิจัยโดย ดร. เดวิด ซินแคลร์ ศาสตราจารย์ด้านพันธุกรรมศาสตร์แห่งมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ว่าเป็นสารต้านอนุมูลอิสระทำให้สามารถชะลอความชราได้ ซึ่งปกติเราจะพบสารเหล่านี้ได้ในไวน์แดง เราเคยพูดกันทั่วไปว่าการดื่มไวน์แดงแล้วจะหน้าเด็กลง เพราะไวน์แดงมีสาร Resveratrol ตัวนี้ ดังนั้นการรับประทาน Resveratrol ติดต่อกันทุกวันเป็นเวลา 2 อาทิตย์ นอกจากจะช่วยในการชะลอวัยแล้วยังช่วยฟื้นฟูผิวให้แลกระจ่างใส และเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิว

JHOL ร้านอาหารอินเดีย มิชลินไกด์ เปิดเมนูมื้อกลางวันชวนลิ้มลองรสมือเชฟ Shancit

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/734172

JHOL ร้านอาหารอินเดีย มิชลินไกด์ เปิดเมนูมื้อกลางวันชวนลิ้มลองรสมือเชฟ Shancit

JHOL ร้านอาหารอินเดีย มิชลินไกด์ เปิดเมนูมื้อกลางวันชวนลิ้มลองรสมือเชฟ Shancit

วันอังคาร ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 17.19 น.

ห้องอาหาร โจฮ์ล โคสตัล อินเดียน คูซีน เรสตัวรองต์ (JHOL Coastal Indian Cuisine Restaurant) สุขุมวิท 18  หนึ่งในร้านอาหารแนะนำที่อยู่ใน มิชลินไกด์ ปี 2566 ชวนมาลิ้มลองเมนูอาหารมื้อกลางวัน สร้างสรรค์โดยเชฟ Sanchit Sahu เอ็กเซ็กคูทีฟเชฟคนล่าสุด ที่ได้แรงบันดาลใจจากอาหารอินเดียแถบชายฝั่งตอนใต้ จากแนวคิดของเซเลบริตี้เชฟ Hari Nayak เชฟชาวอินเดียที่ทรงอิทธิพลระดับโลก และเป็นผู้ก่อตั้งร้าน ด้วยวัตถุดิบหลักที่เป็นอาหารทะเล มะพร้าว และวัตถุดิบตามฤดูกาลจากประเทศไทย เพื่อลดคาร์บอนจากการนำเข้า ผ่านกรรมวิธีการปรุงที่ทันสมัย แต่ยังคงรสชาติต้นตำรับ 

ด้วยรูปแบบของอาหารอินเดียร่วมสมัย รสชาติเข้าถึงง่าย และนักชิมในกรุงเทพฯ ยังไม่เคยสัมผัสมาก่อน ทำให้  โจฮ์ล (JHOL) กลายเป็นร้านอาหารอินเดียอันดับต้นๆ ของคนกรุงเทพฯ ในเวลานี้ ซึ่งเชฟ Hari Nayak ผู้ก่อตั้งร้าน  ได้นำสูตรอาหารแถบชายฝั่งทะเลตอนใต้ของอินเดีย ซึ่งเป็นบ้านเกิดของเขา มาตีความใหม่และผสานแนวคิดร่วมสมัยลงในสูตรอาหารดั้งเดิม เพิ่มศิลปะและความงามบนจานอาหาร แต่ยังคงไว้ซึ่งรสชาติที่จัดจ้านและเข้มข้นจากการใช้วัตถุดิบตามฤดูกาล ที่เรียบง่ายและสดใหม่อยู่เสมอ  โดยมีอาหารทะเลเป็นวัตถุดิบหลัก

เชฟ Hari Nayak ได้ส่งต่อแนวคิดการปรุงอาหารของเขามายังเอ็กเซ็กคูทีฟเชฟมากความสามารถ Sanchit Sahu เขาหลงใหลการทำอาหารมาตั้งแต่วัยเยาว์ จบการศึกษาจากโรงเรียนสอนทำอาหารชื่อดังในเมือง Manipal ซึ่งเป็นโรงเรียนสอนทำอาหารที่เดียวกับเชฟ Hari Nayak จบการศึกษา เขาเดินทางมาที่ประเทศไทยพร้อมกับความตั้งใจที่จะมอบความสุขในวัยเด็กบนโต๊ะอาหารของเขา มาสู่นักชิมคนไทย

 “ผมจำได้ถึงความสุขจากการได้ทานอาหารพร้อมหน้าพร้อมตากันในบ้าน มันเป็นความทรงจำที่มีความสุขทุกครั้งที่คิดถึง  และผมอยากจะมอบความสุขจากความทรงจำนั้นผ่านอาหารทุกจานของผม เป็นเมนูอาหารอินเดียพื้นถิ่นที่ทานในครอบครัว แต่ถูก ยกระดับสู่อาหารไฟน์ ไดนิ่ง ด้วยกรรมวิธีการปรุงที่ทันสมัย ใช้วัตถุดิบที่สดใหม่ โดยเฉพาะวัตถุดิบตามฤดูกาล” เชฟ Sanchit กล่าว

เอ็กเซ็กคูทีฟเชฟ Sanchit Sahu ให้ความสำคัญด้านระบบอาหารที่ยั่งยืน หรือ Sustainable Food Systems (SFS) เขาจึงพยายามที่จะลดการนำเข้าวัตถุดิบจากต่างประเทศ และเลือกใช้วัตถุดิบตามฤดูกาลภายในประเทศให้มากที่สุด แม้จะเป็นความท้าทายในด้านรสชาติ แต่เขาก็สนุกไปกับความท้าทายนั้น เพราะนอกจากคนที่ทานอาหารจะมีความสุขแล้ว ยังมีส่วนช่วยโลกของเราด้วย

เมนูมื้อกลางวันที่เชฟชวนลิ้มลอง จึงมีเรื่องราวของระบบอาหารที่ยั่งยืนรวมอยู่ด้วย ไม่ว่าจะเป็น เมนู Daab Chingri (Prawn Curry) แกงกุ้งลายเสือเสิร์ฟมาในลูกมะพร้าว พร้อมข้าวหุงเนยแบบอินเดีย เมนูนี้เป็นแกงกะหรี่กุ้งแบบเบงกาลีแท้ๆ ที่เชฟเลือกใช้มะพร้าวน้ำหอมจากแหล่งวัตถุดิบชั้นดีในไทย ส่วนข้าวหอมนั้นยังต้องนำเข้าจากอินเดีย ด้วยเนื้อสัมผัสและความหอมแบบอโรม่าอันเป็นเอกลักษณ์ที่หาไม่ได้จากไหนในโลก หรือจะเป็นเมนู Badanekai Ennegayi (Eggplant Curry) แกงเผ็ดมะเขือยาว อาหารยอดนิยมจากทางเหนือของรัฐ Karnataka เชฟเลือกใช้มะเขียวยาวสีม่วงของไทยมายัดไส้ ลงตัวกับน้ำเกรวี่เข้มข้น กะทิ และเครื่องแกงที่เผ็ดแบบละมุน เพิ่มความโดดเด่นของรสชาติด้วยเมล็ดไนเจอร์ หรือที่เรียกว่า Ram Till  เสิร์ฟพร้อมแป้ง Thecha parotha เป็นอีกเมนูที่น่าจะถูกใจคนทานมังสวิรัติ

ทั้งสองเมนู เป็นตัวเลือกเมนูอาลา คาร์ท มื้อกลางวันที่ทานง่าย ไม่มีกลิ่นเครื่องเทศเข้มข้น  คนที่ไม่ชอบอาหารอินเดียน่าจะเปลี่ยนใจกับเมนูอาหารของที่นี่  โดยเฉพาะเมนูซิกเนเจอร์อย่าง  Masala Muska Bun served with pav bhaji butter หรือ มาซาล่า มัสก้า ขนมปังสอดไส้มันฝรั่งบด ทากับเนย pav bhaji butter ที่ทำมาจากแกงผัก นำมาตีและปั่นกับเนย โรยด้วย Gun powder Masala ที่เป็นเครื่องเทศหลากชนิดมารวมกัน ทานแล้วต้องสั่งซ้ำ  รวมถึงของหวานอย่าง Mishti Doi ทำจากโยเกิร์ต ที่เลื่องชื่อจากรัฐเบงกอลตะวันตก ปิดท้ายมื้อเที่ยงด้วยความสดชื่น อิ่มกำลังดี

มื้อค่ำยังมีเซ็ทเมนู ไฟน์ไดนิ่ง  ลงตัวกับทั้งค็อกเทลและม็อกเทล ที่ผสานเอกลักษณ์ของอินเดียและไทยไว้ให้เลือกมากมาย อาทิ Raabta,Satyaki,Dushala,Gandhari นักดื่มที่ชอบความแปลกใหม่ไม่ควรพลาด  รวมไปถึงชาหอมกรุ่น และเครื่องดื่มสไตล์อินเดียอีกหลายหลายเมนู รังสรรค์อย่างพิถีพิถันเพื่อเติมเต็มอรรถรสแห่งมื้ออาหารให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น

การตกแต่งที่สวยงามและเรียบง่ายภายในร้าน สื่อถึงกลิ่นอายภูมิภาคแถบชายฝั่งทะเลของอินเดีย ซึ่งโปร่งสบายด้วยสายลมเย็นและบรรยากาศอันน่ารื่นรมย์  เปิดบริการทุกวันเวลา 12.00 – 22.00น. แนะนำให้สำรองที่นั่งล่วงหน้าที่โทร.02-0047174 หรือติดตามความเคลื่อนไหวของร้านได้ที่เว็บไซต์: http://www.jholrestaurant.com, Facebook: @jholrestaurant และInstagram: @jholbkk

-(016)

‘คุณหญิงกอแก้ว บุณยะจินดา’ เป็นประธานกล่าวอวยพรฉลองวิวาห์ ‘กั้ท กฤณ-เกรซ ปุณรัศมิ์’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/734160

‘คุณหญิงกอแก้ว บุณยะจินดา’ เป็นประธานกล่าวอวยพรฉลองวิวาห์ ‘กั้ท กฤณ-เกรซ ปุณรัศมิ์’

‘คุณหญิงกอแก้ว บุณยะจินดา’ เป็นประธานกล่าวอวยพรฉลองวิวาห์ ‘กั้ท กฤณ-เกรซ ปุณรัศมิ์’

วันอังคาร ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 16.37 น.

นักแสดงรุ่นใหญ่อารมณ์ดี ท๊อป-ดารณีนุช ปสุตนาวิน  ปลื้มใจสุดๆกับงานฉลองมงคลสมรสลูกชายคนแรก “กั้ท กฤณ” ที่ควงเจ้าสาวแสนสวย “เกรซ ปุณรัศมิ์ อธิศรินเกียรติ” จูงมือเข้าพิธีฉลองวิวาห์ โดยคุณแม่ท็อปหัวเรือใหญ่ เป็นปลื้ม ลงภาพคู่บ่าว สาว พร้อมคำบรรยาย ในบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยความสุข ณ โรงแรมมิลเลนเนียม ฮิลตัน กรุงเทพ  โดยมี คุณหญิงกอแก้ว บุณยะจินดา เป็นประธาน กล่าวอวยพร เจ้าบ่าวและเจ้าสาว พร้อมเพื่อนๆ พี่น้องในวงการบันเทิง มาร่วมอวยพรแสดงความยินดีอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา อาทิ อรอุมา มาลีนนท์,เอ ดวงพร บุณยะจินดา ,ดาว พอฤทัย บุณยะจินดา,ป๋ากิ๊ก เกียรติ กิจเจริญ,ตั๊ก มยุรา,ดวงดาว จารุจินดา,อี้ด ดวงใจ,โย ทัศวรรณ ,แดง ธัญญา , ดา หทัยรัตน์, ปิ่น ณัฐนันท์,หน่อง อรุโณชา ,แหม่ม จินตรา ,แหม่ม ธิติมา มล.ดิศปนัดดา -พิมพรรณ ดิศกุล,หนุ่ม กฤษณ์,ป้าแจ๋ว ยุทธนา ,ตุ๊ก วิยะดา,ก้อง ปิยะ, โอ๊ต วรวุฒิ, ผัดไท ดีใจ, เสนาลิง,ใหญ่ ฝันดี, นี่โน่ เมทนี, ตุ๊ก ญาณี, ชุ ชุดาภา,อีฟ พุทธิดา ,ชู่ อิชานน์  ,ปู ปริศนา ,หน่อย บุษกร, เชอรี่ เข็มอัปสร,แจง วราพรรณ ,ได๋ ไดอาน่า ,บูม สุภาพร ,โบ้ท ธารา ,กิ๊ก สุวัจนี, เกลือ กิตติ ,ปู กนกวรรณ ,เด๋อ ดอกสะเดา ,ทนงศักดิ์ ศุภทรัพย์,ปู นริศรา ,ใหม่ ณัฐฐา ลอยด์ ,ก๊อบแก๊บ รัฐนารินทร์ ,ธงธง มกจ๊ก ฯ

ปิดท้ายด้วย After patty จัดหนักจัดเต็มครบสูตร  ความรัก ความสุข ความสนุก ทั้งเจ้าภาพและแขกร่วมงาน

-(016)

‘แอน สิเรียม’นุ่งบิกินีลายดอก เสิร์ฟหุ่นแซ่บริมทะเลในวัย 51

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/734326

'แอน สิเรียม'นุ่งบิกินีลายดอก เสิร์ฟหุ่นแซ่บริมทะเลในวัย 51

‘แอน สิเรียม’นุ่งบิกินีลายดอก เสิร์ฟหุ่นแซ่บริมทะเลในวัย 51

วันพุธ ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 12.45 น.

31 พ.ค.66 อายุเป็นเพียงตัวเลขจริงๆ เพราะแม้ “แอน สิเรียม” จะอายุ 51 ปีแล้ว แต่บอกเลยว่าเธอยังหุ่นแซ่บไม่แพ้หุ่นสาวเลยทีเดียว ล่าสุด เจ้าตัวได้สวมบิกินีตัวจิ๋วลายดอกสีสันสดใส เผยให้เห็นหุ่นเพรียวบาง และผิวขาวออร่าเต็มๆ ตา แชะภาพโพสท่าปังระดับมืออาชีพริมชายหาด งานนี้ทำเอาชาวเน็ตแห่กดไลก์ให้รัวๆ เลยทีเดียว