กลุ่มเซ็นทรัล ร่วมกับ UNEP ชวนเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ด้วยแคมเปญ‘Love the Earth’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/736812

กลุ่มเซ็นทรัล ร่วมกับ UNEP ชวนเปลี่ยนไลฟ์สไตล์  เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ด้วยแคมเปญ‘Love the Earth’

กลุ่มเซ็นทรัล ร่วมกับ UNEP ชวนเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ด้วยแคมเปญ‘Love the Earth’

วันอังคาร ที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

กลุ่มเซ็นทรัล และบริษัทในเครือ ร่วมกับ โครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ (UNEP: United Nations Environment Programme)เชิญชวนทุกคนร่วมกันเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม กับ กลุ่มเซ็นทรัลในแคมเปญ “Love the Earth” (เลิฟ ดิ เอิร์ธ) ภายใต้ธีม Beat Plastic Pollution ลดมลพิษทางสิ่งแวดล้อมที่เกิดจากพลาสติกพร้อมมุ่งนโยบายด้านสิ่งแวดล้อม เดินหน้าสู่เป้าหมาย NetZero ปี 2050 ส่งเสริมด้านความยั่งยืนผ่านกิจกรรม World Environment Day ในรูปแบบ Carbon Neutral พร้อมให้ความรู้เกี่ยวกับการคัดแยกขยะ เปลี่ยนขวดพลาสติกให้เป็นมูลค่า การให้ของขวัญเป็นต้นไม้เพื่อเพิ่มพื้นที่ป่า การวางทิศทางและนโยบายในการจัดการด้านสิ่งแวดล้อมให้เกิดขึ้นอย่างยั่งยืน

พิชัย จิราธิวัฒน์ กรรมการบริหาร กลุ่มเซ็นทรัล กล่าวว่าปัญหาด้านพลาสติกของโลกสะท้อนให้เห็นถึงการเพิ่มขึ้นของขยะพลาสติกที่ยังคงเป็นปัญหาหลักและส่งผลกระทบต่อระบบของโลกใบนี้มาโดยตลอดกลุ่มเซ็นทรัล และภาคีเครือข่าย ทั้งภาครัฐ และภาคเอกชน ได้ยกระดับความตระหนักและสร้างแรงกระตุ้นให้มีการลงมือปฏิบัติเพื่อลดภาวะมลพิษทางสิ่งแวดล้อมที่มาจากพลาสติกอย่างต่อเนื่อง ผ่านการขับเคลื่อนนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมด้วยการลงมือทำผ่านการดำเนินโครงการและการดำเนินธุรกิจต่างๆ ของบริษัทในเครือ ได้แก่ บริษัทเซ็นทรัลรีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน), บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) และบริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จํากัด (มหาชน) ผ่านวิธีการรับมือ การวางทิศทางและนโยบายในการจัดการด้านสิ่งแวดล้อมให้เกิดขึ้นอย่างยั่งยืน

เริ่มจากบริษัทเซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด หรือ (CRC)เน้นไปที่ 3 ประเด็นสำคัญคือ การลดขยะ ดำเนินโครงการ say noto Plasticbag และรณรงค์ลดการใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้ง,การใช้บรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และการรวบรวมส่งรีไซเคิลโดยสามารถนำมาผลิตเป็นสินค้าจากขวดพลาสติกได้ 3 ประเภท กระเป๋าผ้า, ผ้าห่ม และเสื้อกั๊กรวมถึงได้ดำเนินการโครงการเพื่อลดขยะอาหาร อาทิ การลดราคาก่อนสินค้าหมดอายุ การบริจาคให้กลุ่มเปราะบาง และการเก็บรวบรวมขยะอาหารเพื่อทำปุ๋ยหมักชุมชนและก๊าซชีวภาพ โดยผลสำเร็จโครงการผลิตภัณฑ์แปรรูปจากขยะพลาสติก สามารถลดขยะพลาสติกได้มากถึง 67,628 ขวด ริเริ่มเป็นโครงการ Samui Zero Waste Model ซึ่งช่วยลดขยะอินทรีย์ได้ 41.7 ตัน เทียบเท่ากับการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกปริมาณ 105.51 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า

บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ผู้พัฒนาธุรกิจศูนย์การค้าเซ็นทรัล ที่พักอาศัย อาคารสำนักงาน และโรงแรมทั่วประเทศ มุ่งพัฒนาโครงการควบคู่ไปกับการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน คำนึงถึงการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมควบคู่กับการนำแนวทางเศรษฐกิจหมุนเวียนมาบูรณาการร่วมกันเพื่อมุ่งสู่เป้าหมายการลดปริมาณขยะที่ส่งไปหลุมฝังกลบให้เป็นศูนย์ ขยายผลจาก โครงการ Journey to Zero สู่โครงการ Journey to Net Zero ตามแผนระยะยาวในการมุ่งสู่องค์กรที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ โดยตั้งเป้าหมายระยะยาวในการลดสัดส่วนขยะฝังกลบลงให้ได้ร้อยละ 50 ของปริมาณขยะทั้งหมดที่ขนออกจากองค์กร ภายใน ปี 2568 และเป้าหมายระยะสั้นในการลดสัดส่วนขยะฝังกลบให้ได้ ร้อยละ 35 ของปริมาณขยะทั้งหมดในปี 2566

บริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จํากัด (มหาชน) มีการวางแนวนโยบายการจัดการขยะอย่างเป็นระบบ ทุกโรงแรม เพื่อให้มีการคัดแยกขยะก่อนนำขยะกำพร้าส่งไปยังหลุมฝังกลบตามหลักการลดขยะจากต้นทาง คือการ Prevention ปฏิเสธการใช้, Reduce ลดการใช้, Reuse ใช้ซ้ำหรือนำกลับมาใช้ใหม่, Recycle สุดท้ายคือการนำขยะที่รีไซเคิลได้เข้าสู่กระบวนการรีไซเคิล อีกทั้งมีการบันทึกข้อมูลขยะประเภทต่างๆ ลงระบบการจัดเก็บข้อมูลด้านความยั่งยืน โดยแต่ละโรงแรมจะต้องแยกขยะให้ได้ 4 ประเภทหลัก คือ 1.ขยะรีไซเคิล เช่น กระดาษลัง พลาสติก อะลูมิเนียม แก้ว น้ำมันใช้แล้ว 2.ขยะอินทรีย์ ประเภท เศษอาหาร เศษผัก เปลือกผลไม้ 3.ขยะทั่วไป 4.ขยะอันตราย เช่น หลอดไฟ แบตเตอรี่ ถังสารเคมีต่างๆ

โดยผลการดำเนินงานที่ผ่านมาแต่ละบริษัท ได้ดำเนินนโยบายสิ่งแวดล้อม และได้รับความสำเร็จเป็นอย่างดี และทางกลุ่มเซ็นทรัล ยังคงเดินหน้าเพื่อให้บรรลุถึงจุดหมายที่กำหนดไว้ในอนาคตข้างหน้า

และสำหรับ การจัดงานเนื่องในวันสิ่งแวดล้อมโลก (World Environment Day 2023) กลุ่มเซ็นทรัล ได้จัดกิจกรรม World Environment Day ในรูปแบบ Carbon Neutral มุ่งสู่เป้าหมาย Journey to Zero โดยเริ่มจากคำนึงถึงการปรับเปลี่ยนการใช้วัสดุอุปกรณ์ในการจัดงาน ที่ไม่ส่งผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม ตั้งแต่การ Reuse วัสดุภายในงาน จนถึงเมื่อใช้งานแล้ว จะนำกลับมาใช้ซ้ำ หรือนำไป Recycle อย่างถูกวิธี รวมไปถึงการคำนวณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกิจกรรมที่เกิดขึ้นทั้งหมด ตั้งแต่การใช้ไฟฟ้า การเดินทางของผู้มาร่วมงานอาหารและเครื่องดื่ม ตลอดจนขยะที่เกิดขึ้นภายในงาน และจะทำการชดเชยปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้เท่ากับศูนย์เพื่อเป็นต้นแบบของการจัดกิจกรรมที่มีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม และลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ

แพทย์เผยสถิติมะเร็งตับในไทย รู้ตัวช้า เพราะไม่แสดงอาการ แนะตรวจคัดกรองชนิด HCC ด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง แม่นยำ รู้ผลไว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/736827

แพทย์เผยสถิติมะเร็งตับในไทย รู้ตัวช้า เพราะไม่แสดงอาการ  แนะตรวจคัดกรองชนิด HCC ด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง แม่นยำ รู้ผลไว

แพทย์เผยสถิติมะเร็งตับในไทย รู้ตัวช้า เพราะไม่แสดงอาการ แนะตรวจคัดกรองชนิด HCC ด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง แม่นยำ รู้ผลไว

วันอังคาร ที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

บริษัท ฟูจิฟิล์ม (ประเทศไทย) จำกัด เดินหน้าสร้างสรรค์นวัตกรรมที่ช่วยแก้ไขปัญหาทางสังคมและร่วมสร้างสังคมที่ยั่งยืนเพื่อสุขภาวะที่ดีขึ้นของคนทั่วโลก ล่าสุดจัดงานเสวนาวิชาการในหัวข้อ “Improved HCC Surveillance Programusing Triple HCC Biomarkers and GALAD Score in Thailand” (การพัฒนาศักยภาพการตรวจคัดกรองและการเฝ้าระวังของมะเร็งตับระดับปฐมภูมิด้วย 3 สารบ่งชี้การก่อมะเร็งที่จำเพาะกับมะเร็งตับชนิดปฐมภูมิและ GALAD Score) ให้บุคลากรทางการแพทย์ คนในวงการสาธารณสุข และสื่อมวลชนได้เข้าใจสถานการณ์ล่าสุดและแนวทางการตรวจคัดกรองมะเร็งตับชนิด HCC ของประเทศไทย

เวทีดังกล่าวได้รับเกียรติจากอาจารย์แพทย์ผู้ทรงคุณวุฒิ ได้แก่ ศาสตราจารย์นายแพทย์ทวีศักดิ์ แทนวันดี หัวหน้าภาควิชาอายุรศาสตร์โรคระบบทางเดินอาหาร คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล และผู้ช่วยศาสตราจารย์นายแพทย์สุพจน์ นิ่มอนงค์ อาจารย์ภาควิชาอายุรศาสตร์โรคระบบทางเดินอาหาร คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ที่มาร่วมเผยสถิติของมะเร็งตับในไทย-ทั่วโลก ตลอดจนความท้าทายในการวินิจฉัยและรักษาโรคเกี่ยวกับตับ งานเสวนาดังกล่าวจัดขึ้นพร้อมกับงานประชุมวิชาการประจำปี ครั้งที่ 18 สมาคมโรคตับแห่งประเทศไทย “THASL Annual Meeting 2023” ภายใต้วัตถุประสงค์ในการเพื่อเผยแพร่ความรู้ ความก้าวหน้าและวิทยาการใหม่ๆ ให้แก่แพทย์และสมาชิก

ศาสตราจารย์นายแพทย์ทวีศักดิ์ แทนวันดี หัวหน้าภาควิชาอายุรศาสตร์โรคระบบทางเดินอาหาร คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวถึงสถิติของมะเร็งตับในไทยและทั่วโลกว่า จากสถิติล่าสุดเผยให้เห็นว่ามะเร็งตับเป็นมะเร็งอันดับ 6 ของโลก แต่ที่น่าสนใจคือ มะเร็งตับ เป็นมะเร็งที่คร่าชีวิตผู้ป่วยทั่วโลกเป็นอันดับ 3 โดยหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้อัตราการเสียชีวิตจากมะเร็งตับสูงนั้นเป็นเพราะการตรวจพบโรคที่ช้ากว่ามะเร็งชนิดอื่นเนื่องจากผู้ป่วยมะเร็งตับในระยะแรกมักไม่แสดงอาการใดๆ ทำให้ไม่ได้รับการตรวจคัดกรองตั้งแต่เนิ่นๆ กว่าร้อยละ 80 ของผู้ป่วยจะทราบว่าตนเองเป็นมะเร็งก็ถึงระยะลุกลามหรือระยะสุดท้ายแล้ว บางรายมีก้อนเนื้อขนาด 3-4 ซม. ก็ยังไม่มีอาการ สำหรับในประเทศไทย พบว่ามะเร็งตับเป็นมะเร็งที่พบมากเป็นอันดับ 1 ในเพศชายและอันดับ 4 ในเพศหญิงโดยไทยมีผู้ป่วยมะเร็งตับถึง 25,000 รายต่อปี โดยมี 12,000 ราย ที่ตรวจพบเป็นมะเร็งตับปฐมภูมิชนิด Hepatocellular carcinoma (HCC) ซึ่งตัวเลขนี้ชี้ให้เห็นว่าการตรวจคัดกรองเป็นประจำและการมีเทคโนโลยีการคัดกรองที่แม่นยำจะช่วยให้การวินิจฉัยและการรักษาเกิดขึ้นได้ทันท่วงที

“อีกหนึ่งปัจจัยที่มะเร็งตับพบมากในคนไทยและในเอเชีย เป็นเพราะการแพร่ระบาดของไวรัสตับอักเสบบีและซีในทวีปเอเชีย หลายคนอาจไม่ทราบว่าการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีหรือไวรัสตับอักเสบซีอาจนำไปสู่ภาวะตับแข็ง และเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งตับได้ ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขได้มีการป้องกันโดยการฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบบีสำหรับทารกแรกเกิดนอกจากนี้ คุณแม่ตั้งครรภ์ที่ติดเชื้อไวรัสดังกล่าวควรได้รับยาเพื่อป้องกันไม่ให้ลูกได้รับเชื้ออีกด้วย” ศ.นพ.ทวีศักดิ์ แทนวันดี กล่าว

ผู้ช่วยศาสตราจารย์นายแพทย์ สุพจน์ นิ่มอนงค์ อาจารย์ภาควิชาอายุรศาสตร์โรคระบบทางเดินอาหาร คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล เผยถึงนวัตกรรมใหม่ที่เข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและความแม่นยำในการคัดกรองมะเร็งตับในระยะแรกว่า ปัจจุบันการตรวจคัดกรองมะเร็งตับในเมืองไทยจะใช้การตรวจอัลตราซาวนด์ ร่วมกับการตรวจสารบ่งชี้มะเร็งในเลือด (Tumor marker) ที่เรียกว่า AFP (alpha-fetoprotein) ทุก 6 เดือนในผู้ที่มีความเสี่ยงสูง เช่น ผู้ป่วยโรคตับแข็งผู้ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบี อย่างไรก็ตามการตรวจด้วยวิธีดังกล่าวยังได้ผลไม่เป็นที่น่าพอใจ ดังนั้น จึงมีการค้นคว้าหาสารบ่งชี้มะเร็งชนิดใหม่เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการวินิจฉัยโรค ปัจจุบัน คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และคณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้ทำการศึกษาวิจัยร่วมกันในการตรวจสารบ่งชี้มะเร็งตับในเลือดอีก2 ชนิด ได้แก่ PIVKA-II และAFP-L3 ซึ่งคิดค้นในประเทศญี่ปุ่น พบว่า เมื่อนำตัวบ่งชี้ทั้ง 3 ชนิดมาใช้ร่วมกัน สามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจคัดกรองมะเร็งตับ หากนำการตรวจนี้ไปใช้อย่างแพร่หลายมากขึ้นในไทย โอกาสในการได้รับการวินิจฉัยและรักษามะเร็งในระยะแรกก็จะเพิ่มสูงขึ้น

สุภัทรา สุภรัมย์ ผู้จัดการฝ่ายขายและการตลาดระดับภูมิภาค (ผลิตภัณฑ์เพื่อการวินิจฉัยภายนอกร่างกาย) แผนกธุรกิจระบบทางการแพทย์ บริษัท ฟูจิฟิล์ม (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า เทคโนโลยีที่ใช้ในการตรวจมะเร็งตับของญี่ปุ่น ถือว่ามีความล้ำหน้าและได้รับการยอมรับจากทั่วโลก จากสถิติพบว่าผู้ป่วยในญี่ปุ่นได้รับการตรวจวินิจฉัยตรวจพบเนื้องอกเซลล์มะเร็งตับตั้งแต่ที่ขนาดยังโตไม่ถึง 2 เซนติเมตร และได้รับการรักษาอย่างรวดเร็ว ทำให้ผู้ป่วยโรคมะเร็งตับในญี่ปุ่นมีอัตราการรอดชีวิตสูงที่สุดในโลก เพราะมีระบบการตรวจคัดกรองที่มีความไวและความจำเพาะสูงโดยอาศัยตัวบ่งชี้ทั้ง AFP, PIVKA-II และ AFP-L3 โดยฟูจิฟิล์มได้มีส่วนร่วมในการช่วยวินิจฉัย จากนวัตกรรมที่พัฒนาน้ำยาที่ใช้ตรวจคัดกรองมะเร็งตับดังที่กล่าวมาข้างต้น

ศ.นพ.ทวีศักดิ์ แทนวันดี และ ผศ.นพ.สุพจน์ นิ่มอนงค์

ศ.นพ.ทวีศักดิ์ แทนวันดี และ ผศ.นพ.สุพจน์ นิ่มอนงค์

สุภัทรา สุภรัมย์

สุภัทรา สุภรัมย์

คุณแหน : 13 มิถุนายน 2566

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/736837

วันอังคาร ที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ll เทคโนโลยีบันดาลให้เกิดมิติใหม่ในชีวิตประจำวัน เมื่อสัปดาห์ที่แล้วในเยอรมนีมีการจัดการแข่งขันเพื่อตัดเชือกชิงแชมป์ฟุตบอลบุนเดสลีกา 23 ที่บังเอิญ 2 ทีมยักษ์ใหญ่เกิดมีแต้มเสมอกันกล่าวคือ “บาเยิร์นมิวนิค” และ“ดอร์ทมุนด์” จึงต้องจัดการแข่งขันที่ต้องทำในวันเวลาเดียวกันใน 2 เมือง เพื่อไม่ให้มีการได้เปรียบกันสุดระทึกเป็นการถ่ายทอดสด ซึ่งคนนับพันล้านรวมทั้งในไทยได้เกาะจอทีวีลุ้น โดยบางช่วงบางตอนผู้กำกับรายการได้โชว์ภาพทั้งสองแมทช์คู่กันบนหน้าจอเลย ทำให้เร้าใจขึ้นไปอีกชนิดที่ในอดีตไม่สามารถทำได้ ผลสรุปทีมบาเยิร์นมิวนิคแซงเฉียดฉิวชนะดอร์ทมุนด์ได้แชมป์บุนเดสลีกา 23 ไปครอง… สว.ดร.นิพนธ์ นาคสมภพ ประธานอนุกรรมาธิการสิทธิเสรีภาพสื่อสารมวลชนวุฒิสภาชี้ให้เห็นว่าการที่รัฐลงทุนในระบบเทคโนโลยีทันสมัย บางครั้งประโยชน์เป็นรูปธรรมต้องใช้เวลาบ้าง แต่ในที่สุดประชาชนคือผู้ได้รับผลงานในฐานะ END-USER ในกรณีนี้คือระบบดิจิทัลทีวีที่ กสทช.ริเริ่มไว้…

ll นี่ก็เป็นอีกเหตุการณ์ที่พิสูจน์ให้เห็นว่าเทคโนโลยีใช้ประโยชน์ในเวลาจำเป็นได้ผลจริง ญาติสนิทมิตรสหายโทรติดต่อ สุพัฒนา ศิริวัฒน์ นักธุรกิจหญิงเก่งหลายครั้งติดต่อไม่ได้เกิดเป็นห่วงเลยใช้แอปพลิเคชั่น “LINE” ติดต่อด่วน ครั้งนี้ได้ผล
เธอรีบติดต่อกลับผ่าน LINE ซึ่งอยู่ห่างออกไปหลายหมื่นไมล์ ปรากฏว่าสบายดี แต่ขณะนี้กำลังท่องมหาสมุทรขั้วโลกเหนืออยู่เลยขอให้ญาติช่วยติดตามดูการถ่ายทอดสดไลฟ์ของเธอ เป็นภาพอยู่ในความหนาวเวิ้งว้างย่านขั้วโลกและน่าตื่นเต้นที่สามารถเข้าใกล้สัตว์ร้าย PREDATORS เช่น สิงโตทะเล, แมวน้ำ และโลมาในพื้นที่ HABITAT ของเหล่าสัตว์ธรรมชาติ…

ll Bangkok Street Food หรือชื่อไทย “งานตลาดย้อนยุค เจริญกรุงแฟร์” ที่ศิษย์เก่ารร.วัดสุทธิวราราม จัดขึ้น เมื่อตอนต้นเดือน แม้งานจบแล้ว แต่ด้วยความปลาบปลื้มของเหล่าศิษย์เก่าฯที่ช่วยกันเข็นให้งานสำเร็จไปด้วยดี โดยได้ถ่ายคลิปไว้เป็นที่ระลึก และมีการเผยแพร่สู่โซเชียลอย่างกว้างขวาง…ขอแสดงความยินดีด้วยค่ะ…

ll ได้ฤกษ์ดีเปิดกล่อง ของขวัญ 2 กล่องจากเพื่อนๆ เจ้าตัวรู้สึกขอบคุณ สมจิตร์ ต่อพงษ์พันธุ์ ที่มอบกระเป๋าแบรนด์แพงมาให้ ส่วนผ้าฝ้ายไทยสวยงามที่ กุญชรินทร์ ศรีศิริเจริญพร ส่งมาผู้รับจะรีบไปตัด เพื่อใส่ตามรอย น้องลิซ่า แบล็กพิงค์…โดยอ้างอิงว่า สมัยสาวๆ ย่าก็สวยไม่แพ้ ลิซ่า แม้สักนิด…

ll ดร.ญาดา อารัมภีร ยังปลื้มไม่หาย หลังจากไปนั่งเป็นแบบให้ ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์-จิตรกรรม ปี 2543 อ.จักรพันธุ์ โปษยกฤต วาดภาพให้…ปรากฏภาพออกมาสวยงามเป็นอย่างยิ่ง…

ll เกษียณจากงานสอนหนังสือที่มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช แล้วรศ.ธีรารักษ์ โพธิสุวรรณ ใช้เวลาส่วนใหญ่ดูแลบ้านที่รีโนเวทใหม่ กับฟูมฟักถนอมรัก แมวจรที่รับเข้ามาเป็น แมวบ้าน ด้วยความเวทนา 4 ตัว…แค่ให้อาหาร กับเปลี่ยนทรายแมวในกระบะฉี่ก็กินเวลามากมายหลายชั่วโมงแล้ว…สรุปอาจารย์เป็น “ทาสแมว” ไปเรียบร้อย…

ll อดีตรองผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร เพ็ญศรี เจริญสุทธิพันธ์ หลังเกษียณราชการแล้ว แต่ก็ใช้ชีวิตแบบสุดคุ้ม นอกจากเข้าวัดทำบุญ และออกกำลังกายด้วยการวิ่งหรือขี่จักรยานเป็นประจำแล้ว ท่านรองฯยังเดินทางท่องเที่ยวกับสองน้องสาวที่โสดสนิทเหมือนกันอย่างมีความสุขมากๆ…ใครอยากสุข ก็ลองทำตามดูค่ะ !!…ll



บารอนเนส

COS เปิดตัวแคปซูลคอลเลคชั่นเพื่อระดมทุนองค์กรการกุศล ที่ขับเคลื่อนความหลากหลายทางเพศ LGBTQIA+

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/736809

COS เปิดตัวแคปซูลคอลเลคชั่นเพื่อระดมทุนองค์กรการกุศล  ที่ขับเคลื่อนความหลากหลายทางเพศ LGBTQIA+

COS เปิดตัวแคปซูลคอลเลคชั่นเพื่อระดมทุนองค์กรการกุศล ที่ขับเคลื่อนความหลากหลายทางเพศ LGBTQIA+

วันอังคาร ที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองให้กับวัฒนธรรมของเควียร์คลับและพื้นที่ปลอดภัยที่พวกเขาได้สร้างเอาไว้ COS นำเสนอแคปซูลคอลเลคชั่นด้วยไอเทมเสื้อยืดลิมิเต็ดเอดิชั่นนำเสนอการออกแบบที่เป็นเอกลักษณ์ ซึ่งสร้างขึ้นด้วยแรงบันดาลใจที่ได้รับจากประสบการณ์ในคลับระดับไอคอน 4 แห่งทั่วโลก คือ Horse Meat Disco, House of Yes, Sink The Pink และ Churros con Chocolate เพื่อสนับสนุนชุมชน LGBTQIA+ ในระดับสากลอย่างต่อเนื่อง ร่วมสร้างพื้นที่ที่ทำให้ทุกคนรู้สึกได้รับความเคารพ รู้สึกปลอดภัย และได้รับการมองเห็นถึงคุณค่า

ตั้งแต่ช่วงเวลาก่อนเกิดวิกฤตโควิด-19 พื้นที่ปลอดภัยสำหรับกลุ่มเควียร์นั้นมีจำนวนลดลง โดยในพื้นที่หลายแห่งยังต้องเผชิญกับอุปสรรคอย่างความไม่เข้าใจ อันเนื่องมาจากโรคกลัวคนข้ามเพศ โรคกลัวคนรักเพศเดียวกัน และการแบ่งแยก การยังต้องต่อสู้ของชุมชนเพศทางเลือกเป็นแรงบันดาลใจที่แต่ละกลุ่มได้สร้างพื้นที่เพื่อเชื่อมต่อและเฉลิมฉลองให้กับสมาชิกในคอมมูนิตี้ที่ต้องการปลดปล่อยความเป็นตัวของตัวเองได้อย่างอิสระ ไม่ว่าจะเป็นการแสดงหรือการอยู่ท่ามกลางฝูงชน

การทำให้ความคิดสร้างสรรค์และลักษณะเฉพาะของผู้ร่วมโปรเจกท์แต่ละคน วงดนตรีในเทศกาลระดับนานาชาติ เสื้อยืดของ Horse Meat Disco โดดเด่นด้วยสีสันโดยเป็นตัวแทนของชุมชนที่มารวมตัวกันผ่านความรักในเพลงดิสโก้และการแดนซ์ ในขณะที่ House of Yes จากนิวยอร์ก เป็นหนึ่งในพื้นที่ที่ทุ่มเทให้กับการสร้างสายสัมพันธ์และขับเคลื่อนความคิดสร้างสรรค์ โดยนำเสนอการออกแบบผ่านรูปหัวใจอันทรงพลัง พร้อมเส้นสายที่เชื่อมต่อกันเพื่อแสดงถึงความรัก พร้อมสร้างสิ่งที่มีเอกลักษณ์และสวยงาม นอกเหนือจากนี้ยังมี Sink The Pink จากสหราชอาณาจักร พื้นที่แห่งการรวมตัวกันของผู้คนที่เป็นตำนานและสร้างพื้นที่เพื่อการแสดงออกถึงความเป็นตัวเอง ได้มาร่วมแชร์งานดีไซน์ของ Queen of Club ที่ให้ความรู้สึกขี้เล่น เป็นตัวแทนที่สวยงามของสิ่งที่ถูกส่งต่อกันมา และเทศกาลแห่งความสนุกสนานของสเปน Churros con Chocolate สร้างสรรค์งานออกแบบโปสเตอร์อันเป็นเอกลักษณ์ของพวกเขาขึ้นมาใหม่ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงสไตล์การแต่งตัวและผู้เข้าร่วมงานที่เต็มไปด้วยสีสัน

คอลเลคชั่นพร้อมจัดจำหน่ายที่ร้านสาขาสยามพารากอน เอ็มควอเทียร์และไอคอนสยาม รวมถึงช่องทางออนไลน์ที่ th.cos.com

ทอดผ้าป่าการศึกษา ครบรอบ 42 ปี โรงเรียนอนุบาลวัดธาตุทอง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/736836

ทอดผ้าป่าการศึกษา ครบรอบ 42 ปี โรงเรียนอนุบาลวัดธาตุทอง

ทอดผ้าป่าการศึกษา ครบรอบ 42 ปี โรงเรียนอนุบาลวัดธาตุทอง

วันอังคาร ที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

โรงเรียนอนุบาลวัดธาตุทอง จัดพิธีทอดผ้าป่าการศึกษา ประจำปี 2566 เนื่องในโอกาสครบรอบ 42 ปีแห่งการสถาปนาโรงเรียน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อนำไปจัดซื้อโสตทัศนูปกรณ์ประจำห้องเรียน ในการนี้ได้รับความเมตตาจาก พระราชวรญาณโสภณ เจ้าอาวาสวัดธาตุทอง เป็นประธานฝ่ายสงฆ์และพิจารณาองค์ผ้าป่า และมี พ.ต.อ.ดร.ณรัชต์ เศวตนันทน์ เป็นประธานฝ่ายฆราวาส โดยจัดขึ้นเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2566 ณ ศาลาอเนกประสงค์โรงเรียนอนุบาลวัดธาตุทอง

ธนาลัย ลิมปรัตนคีรี ผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลวัดธาตุทอง กล่าวว่า โรงเรียนอนุบาลวัดธาตุทอง เป็นโรงเรียนประเภทศึกษาสงเคราะห์ สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชน จัดการศึกษาปฐมวัยให้กับเด็กด้อยโอกาสในเขตวัฒนา พระโขนง และคลองเตย โดยไม่เก็บค่าเล่าเรียน ในวันที่ 9 มิถุนายน ของทุกปี เป็นวันครบรอบการสถาปนาโรงเรียน จึงได้จัดให้มีพิธีเจริญพระพุทธมนต์เพื่อความเป็นสิริมงคล และมีการจัดทอดผ้าป่าการศึกษาเป็นประจำทุกปีเพื่อนำปัจจัยที่ได้ไปใช้ในกิจกรรมต่างๆ อาทิ จัดซื้ออุปกรณ์การเรียนการสอน ทำนุบำรุงโรงเรียน เป็นต้น สำหรับการทอดผ้าป่าการศึกษาประจำปี 2566 นี้จะนำไปจัดซื้อโสตทัศนูปกรณ์ประจำห้องเรียน เพื่อเพิ่มประสิทธิผลในการเรียนการสอนต่อไป ซึ่งเป็นที่น่ายินดีว่าในปีนี้มีผู้มีจิตศรัทธา ตลอดจนศิษย์เก่าผู้ปกครอง ร่วมทำบุญทอดผ้าป่าสูงถึง 707,309.34 บาท

โรงเรียนอนุบาลวัดธาตุทอง ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2524 ตามดำริของ พระธรรมปาโมกข์ (นพ องฺกุรปญฺโญ) เจ้าอาวาสวัดธาตุทองในขณะนั้น โดยมีวัตถุประสงค์ที่จะช่วยแบ่งเบาภาระการเลี้ยงดูบุตรของพ่อแม่ที่มีรายได้น้อย
และฐานะยากจน ให้เด็กและเยาวชนที่ด้อยโอกาสได้รับการศึกษา อีกทั้งเพื่อส่งเสริมการปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม และศีลธรรมให้กับเด็กและเยาวชนเป็นพลเมืองที่ดีมีคุณภาพ ตลอดระยะเวลากว่า 40 ปี คณะผู้บริหาร เจ้าหน้าที่โรงเรียนอนุบาลวัดธาตุทอง ยังคงสืบทอดเจตนารมณ์ของท่านเจ้าคุณพระธรรมปาโมกข์เสมอมาในการส่งเสริมกิจกรรมเพื่อให้ผู้เรียน เกิดการเรียนรู้ผ่านการเล่น มุ่งมั่นพัฒนาทางด้านร่างกาย จิตใจ และอารมณ์ สังคมตลอดจนสติปัญญาของเด็ก ให้มีกิริยามารยาทเรียบร้อยและสามารถปรับตัวเข้ากับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข และมีทักษะการช่วยเหลือตนเองขั้นพื้นฐานอย่างเหมาะสมตามวัย

ในวันที่ 9 มิถุนายน ของทุกปี โรงเรียนอนุบาลวัดธาตุทองจึงได้มีการจัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์ เพื่อเป็นการรำลึกถึงความเมตตากรุณาของท่านเจ้าคุณพระธรรมปาโมกข์ ผู้ให้ก่อให้เกิดโรงเรียนอนุบาลวัดธาตุทอง รวมถึงจัดการทอดผ้าป่าการกุศลเพื่อนำปัจจัยมาสนับสนุนส่งเสริมกิจกรรมต่างๆ ภายในโรงเรียนโดยมุ่งเน้นเพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อการศึกษาของนักเรียนเป็นสำคัญ

ทั้งนี้ ผู้มีจิตศรัทธาที่ต้องการสนับสนุนการศึกษาให้กับนักเรียนโรงเรียนวัดธาตุทอง สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร.02-3902917

พระราชวรญาณโสภณ เจ้าอาวาสวัดธาตุทอง ประธานสงฆ์

พระราชวรญาณโสภณ เจ้าอาวาสวัดธาตุทอง ประธานสงฆ์

พระราชวรญาณโสภณ พิจารณาผ้าป่าการศึกษา

พระราชวรญาณโสภณ พิจารณาผ้าป่าการศึกษา

คณะสงฆ์วัดธาตุทองในพิธีเจริญพระพุทธมนต์

คณะสงฆ์วัดธาตุทองในพิธีเจริญพระพุทธมนต์

ผาณิต พูนศิริวงศ์ ถวายเครื่องไทยธรรม แด่ พระวินัยสุธี ผช.เจ้าอาวาสวัดธาตุทอง

ผาณิต พูนศิริวงศ์ ถวายเครื่องไทยธรรม แด่ พระวินัยสุธี ผช.เจ้าอาวาสวัดธาตุทอง

พ.ต.อ.ดร.ณรัชต์ เศวตนันทน์ ประธานฝ่ายฆราวาส นำกล่าวคำถวายผ้าป่า

พ.ต.อ.ดร.ณรัชต์ เศวตนันทน์ ประธานฝ่ายฆราวาส นำกล่าวคำถวายผ้าป่า

เจิดจินดา โชติยะปุตตะ, อารุณี พิศาลบุตร, ผาณิต พูนศิริวงศ์, พ.ต.อ.ดร.ณรัชต์
เศวตนันทน์, อดีต ผอ.นพคุณ ทรงชาติ, ผอ.ธนาลัย ลิมปรัตนคีรี, สมคิด มัวเพ็ง และ กุณฑลรัตน์ รัตนสิงห์

เจิดจินดา โชติยะปุตตะ, อารุณี พิศาลบุตร, ผาณิต พูนศิริวงศ์, พ.ต.อ.ดร.ณรัชต์ เศวตนันทน์, อดีต ผอ.นพคุณ ทรงชาติ, ผอ.ธนาลัย ลิมปรัตนคีรี, สมคิด มัวเพ็ง และ กุณฑลรัตน์ รัตนสิงห์

การแสดงจากเด็กๆ โรงเรียนอนุบาลวัดธาตุทอง

การแสดงจากเด็กๆ โรงเรียนอนุบาลวัดธาตุทอง

ผู้ปกครองและนักเรียน โรงเรียนอนุบาลวัดธาตุทองร่วมพิธี

ผู้ปกครองและนักเรียน โรงเรียนอนุบาลวัดธาตุทองร่วมพิธี

นานมีบุ๊คส์ ร่วมบริจาคหนังสือนิทานเสริมทักษะการอ่าน

นานมีบุ๊คส์ ร่วมบริจาคหนังสือนิทานเสริมทักษะการอ่าน

โทรทัศน์ จำนวน 12 เครื่อง ร่วมบริจาค โดย ศุภชัย สิทธิพงษ์ชัย

โทรทัศน์ จำนวน 12 เครื่อง ร่วมบริจาค โดย ศุภชัย สิทธิพงษ์ชัย

สมาคมสภาสังคมสงเคราะห์ฯ ได้ ร.ต.ท.ดร.มนัส โนนุช ประธานคนใหม่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/736834

สมาคมสภาสังคมสงเคราะห์ฯ ได้ ร.ต.ท.ดร.มนัส โนนุช ประธานคนใหม่

สมาคมสภาสังคมสงเคราะห์ฯ ได้ ร.ต.ท.ดร.มนัส โนนุช ประธานคนใหม่

วันอังคาร ที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

สมาคมสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ จัดการประชุมใหญ่สามัญประจำปี2566 พร้อมเลือกตั้งคณะกรรมการอำนวยการ สมัย พ.ศ. 2566-2569 โดยมี พลตรีหญิง คุณหญิงอัสนีย์ เสาวภาพ ประธานสมาคมสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย สมัย พ.ศ. 2563-2566 เป็นประธานการประชุม เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2566 ณ ห้องประชุมชั้น 3 ตึกนวมหาราช สมาคมสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย เขตราชเทวี

โดยผลการเลือกตั้งคณะกรรมการอำนวยการสมาคมสภาสังคมสงเคราะห์ฯ ชุดใหม่ สมัย พ.ศ.2566-2569 มีมติเป็นเอกฉันท์ให้ ร.ต.ท.ดร.มนัส โนนุช ดำรงตำแหน่งประธานสมาคมสภาสังคมสงเคราะห์ฯ สมัย พ.ศ.2566-2569 ดร.ปราศรัย ประวัติรุ่งเรือง รองประธานสมาคมสภา คนที่ 1 วิชัย ไทยถาวร รองประธานสมาคมสภาสังคมสงเคราะห์ฯ คนที่ 2 สมบัติ วัฒนไทย รองประธานสมาคมสภาสังคมสงเคราะห์ฯ คนที่ 3 และ พ.ต.ท.ดร.อัครพล บุณโยปัษฎัมภ์ รองประธานสมาคมสภาสังคมสงเคราะห์ฯ คนที่ 4

คณะกรรมการอำนวยการสมาคมสภาสังคมสงเคราะห์ฯ 25 คน ได้แก่ เยาวมาลย์ วัชระเรืองศรี,ดร.โฉมยง ประทีปอุษานนท์ ทวีทรัพย์,วิไลวรรณ ลายถมยา, นภาสิริ ผาสุกวนิช,ดร.โสภา ชูพิกุลชัย ชปีลมันน์ (ราชบัณฑิต),ศุลีมาศ สุทธิสัมพัทน์, จุรีภรณ์ บุณยวงศ์วิโรจน์, รศ.ดร.กฤตติกา แสนโภชน์, ศ.กิตติคุณ ดร.ชนิตา รักษ์พลเมือง, ทิพวัฒน์ จลานันทวงศ์, พล.ต.หญิง พูลศรี เปาวรัตน์,วิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์, นพ.ศิริพงษ์ เอกัคคตาจิต, ปิยดา นราดุล, นายหมวดตรี บัญญัติ พูลทรัพย์, ธิดารักษ์ สัจจพงษ์, จารุนันท์ อึ้งภากรณ์, รศ.ดร.อนุชาติ ศรีศิริวัฒน์, ปนิธิ ศิริเขต, พล.ต.ท.ดร.เสนิต สำราญสำรวจกิจ, เสาวณี สุวรรณชีพ, นุชจารี คล้ายสุวรรณ,วิทธยา บริบูรณ์ทรัพย์, ประจักษ์กฤษณ์ หาญสิริมาศ และ ผศ.ดร.สานนท์ ด่านภักดี

‘โบอิ้ง-ธัญญ์นภัส’ มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์สกลนคร 2023 เดินหน้าโครงการ Good Hope เพื่อเยาวชนในสถานพินิจฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/736792

‘โบอิ้ง-ธัญญ์นภัส’ มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์สกลนคร 2023  เดินหน้าโครงการ Good Hope เพื่อเยาวชนในสถานพินิจฯ

‘โบอิ้ง-ธัญญ์นภัส’ มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์สกลนคร 2023 เดินหน้าโครงการ Good Hope เพื่อเยาวชนในสถานพินิจฯ

วันอังคาร ที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

เปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้วสำหรับ มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์สกลนคร 2023 หรือ Miss Universe Thailand
Sakon Nakhon “โบอิ้ง-ธัญญ์นภัส มงคล” หลังได้รับแต่งตั้งจากผู้ถือลิขสิทธิ์ นิภารัตน์ สหเจริญพาณิชย์ เจ้าของโรงงานน้ำปลาร้าตำนัว เข้าร่วมชิงมงกุฏมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ ประจำปี 2023 ที่จะเกิดขึ้นในเดือนสิงหาคม นี้ พร้อมเดินหน้าโครงการในฝันของเธอเกี่ยวกับด้านกฎหมาย ต่อยอดโครงการ “Good Hope เติมฝันให้เต็มร้อย” ร่วมสร้างกำลังใจ ส่งมอบพลังบวก และสร้างแรงบันดาลใจ อีกทั้งพัฒนาศักยภาพ เพิ่มโอกาสแก่สมาชิก TO BE NUMBER ONE ในสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน จังหวัดสกลนคร

โบอิ้ง-ธัญญ์นภัส นิสิตคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ชั้นปีที่ 3 เป็นที่รักของอาจารย์ในคณะ เพราะเธอเป็นเด็กตั้งใจเรียนแถมมีส่วนร่วมทุกกิจกรรมของมหาวิทยาลัย การันตีด้วยเกรดเฉลี่ย 3.90

ด้านครอบครัว โบอิ้งเป็นลูกสาวคนเดียว คุณพ่อทำอาชีพสจ๊วตของสายการบินไทย ส่วนคุณแม่ทำธุรกิจส่วนตัว
ด้านดีไซเนอร์ สาเหตุที่หน้าตาสวยหวานอย่างนี้ เพราะคุณพ่อเป็นคนอีสาน จังหวัดอุดรธานี และคุณเเม่ เป็นคนภาคกลางมีหลายเชื้อชาติทั้งไทย จีน มอญ และยังเป็นทาสแมวตัวยงอีกด้วย

โบอิ้ง เริ่มด้วยการเป็นพรีเซ็นเตอร์นมไทย-เดนมาร์ค และเข้าสู่วงการนางงามตั้งแต่อายุ 18 ปี ได้รับโอกาสจากนายกการท่องเที่ยวจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ให้ดำรงตำแหน่ง Miss Tourism World Ayutthaya 2020 และอีกครั้งในปี 2023 กับตำแหน่ง Miss Thailand Pathum Thani 2023 เข้ารอบ 20 คนสุดท้าย ล่าสุดบทบาทใหม่ Miss Universe Thailand Sakon Nakhon 2023 กับโครงการในฝันของเธอเกี่ยวกับด้านกฎหมาย ที่จะมอบโอกาสให้กับคนที่อยู่ไกลโอกาสกว่าคนปกตินั่นคือ สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน โดยความฝันสูงสุดของโบอิ้งคือ “ผู้พิพากษาสูงสุด” ในชั้นศาล

โบอิ้ง เล่าว่า การเป็นนางงามเป็นอีกหนึ่งบทบาทที่โบอิ้งอยากจะใช้สถานที่นี้ในการต่อยอดโครงการ “Good Hope เติมฝันให้เต็มร้อย” ที่จะมาร่วมสร้างกำลังใจ ส่งมอบพลังบวก และสร้างแรงบันดาลใจ อีกทั้ง พัฒนาศักยภาพ เพิ่มโอกาสแก่สมาชิก TO BE NUMBER ONE สถานพินิจฯ จังหวัดสกลนคร เพื่อเตรียมความพร้อมในการออกสู่สังคมภายนอกอย่างเข้มแข็งทั้งร่างกายและจิตใจ

“โบอิ้ง เชื่อในเรื่องของโอกาส โอกาสเป็นสิ่งที่มีคุณค่าที่อาจได้มาเพราะคนหยิบยื่นให้ หรืออาจแสวงหามาด้วยตัวเอง เมื่อได้มาแล้ว โบอิ้งใช้โอกาสนั้นให้เกิดประโยชน์สูงสุด และโบอิ้งจะอยากที่จะส่งต่อโอกาสให้กับคนอื่นๆ แม้ว่าเขาจะเคยเป็นผู้กระทำผิด เพราะโอกาสเป็นทั้งความหวัง ความสุข และเป็นหนทางสู่ความสำเร็จของพวกเราทุกคน อยากให้รู้ถึงคำว่า “ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น” เเละเชื่อว่าคนจะมองเห็นในคุณค่าของโครงการนี้ ตั้งแต่จุดเริ่มต้นและวัตถุประสงค์ของการทำโครงการ Good Hope เติมฝันให้เต็มร้อย ต้องการสื่อสารให้ทุกคนเคารพต่อความแตกต่าง และให้โอกาส ร่วมมือกันนำพาสังคมไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน และการเป็นนางงามของโบอิ้ง ไม่ใช่เพียงสวย บุคลิกภาพดี หรือพูดดี แต่สิ่งที่มีมากกว่าคือ การเป็นผู้ให้ที่ไม่มีขีดจำกัด โดยมีผู้สนับสนุนความคิดเดียวกันทำให้เกิดขึ้นจริง เป็นรูปธรรม เพื่อสร้างจุดเปลี่ยนในสังคม เปิดกว้างเเละพร้อมที่จะเปิดใจ ให้โอกาสทุกคนที่เคยทำผิดพลาดได้ลุกขึ้นมาใหม่และใช้ชีวิตที่ดีต่อไป”

สำหรับแฟนนางงาม สามารถติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวของโบอิ้งได้ที่ เฟซบุ๊ก MUT Sakon Nakhon และ อินสตาแกรม mut_sakonnakhon

‘ไข้เลือดออก’ โรคจากไวรัสวายร้ายในช่วงฤดูฝน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/736828

‘ไข้เลือดออก’ โรคจากไวรัสวายร้ายในช่วงฤดูฝน

‘ไข้เลือดออก’ โรคจากไวรัสวายร้ายในช่วงฤดูฝน

วันอังคาร ที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 05.00 น.

ไข้เลือดออก (dengue) เป็นโรคติดเชื้อที่พบการระบาดในประเทศเขตร้อนเช่นประเทศไทย โดยเกิดจากไวรัสเดงกี (dengue virus) ซึ่งมีทั้งหมด 4 สายพันธุ์ โดยหากติดเชื้อแล้วจากสายพันธุ์หนึ่งยังอาจมีโอกาสเป็นซ้ำจากสายพันธุ์ที่ต่างออกไปได้

โดยไข้เลือดออกสัมพันธ์กับการถูกยุงกัด เนื่องจากเชื้อจะพบอยู่ในน้ำลายของยุงลายบ้านที่อาศัยอยู่ในแหล่งชุมชนและมักวางไข่บนน้ำนิ่งโดยเฉพาะหากมีแหล่งน้ำขังที่ไม่ได้รับการระบายหลังฝนตกจะเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุงอย่างดี โดยผู้ที่ถูกยุงลายกัดจะได้รับเชื้อและเป็นไข้เลือดออก โดยมีระยะฟักตัวหลังถูกยุงกัดโดยเฉลี่ย 4-7 วัน

อาการ แบ่งได้เป็น 3 ระยะ

1) ระยะไข้สูง ผู้ป่วยจะมีไข้สูงลอย ปวดเมื่อยตามตัว ปวดศีรษะ ปวดข้อ ผื่น และอาจพบจุดเลือดออกตามผิวหนังได้ ระยะนี้ใช้เวลาประมาณ 3-7 วัน

2) ระยะช็อก เป็นระยะที่ปริมาณเกล็ดเลือดลดต่ำสุดร่วมกับมีการรั่วของน้ำออกจากหลอดเลือดทำให้ความดันตกและช็อกได้ โดยผู้ป่วยไม่จำเป็นต้องช็อกทุกรายขึ้นกับปริมาณเกล็ดเลือดที่ลดลง โดยระยะนี้ไข้จะเริ่มลดลงและระยะนี้จะนานประมาณ 1-2 วัน

3) ระยะฟื้นตัว เป็นระยะที่เกล็ดเลือดเพิ่มจำนวนขึ้นและน้ำหยุดรั่วออกจากหลอดเลือด ทำให้ความดันเริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติ โดยอาจพบผื่นจางตามตัวซึ่งอาจเป็นสัญญาณว่าหายจากโรค โดยระยะนี้ใช้เวลาประมาณ 2-4 วัน

การวินิจฉัย แพทย์สามารถวินิจฉัยได้โดยการเจาะเลือด เพื่อตรวจปริมาณและชนิดของเม็ดเลือดขาวปริมาณเกล็ดเลือด รวมถึงอาจเจาะแอนติเจนหรือแอนติบอดีต่อเชื้อ 

การรักษา ในปัจจุบันยังไม่มียาต้านไวรัสที่จำเพาะต่อเชื้อ จึงเป็นการรักษาตามอาการ เช่น กินยาพาราเซตามอลเพื่อลดไข้ แต่ไม่แนะนำให้กินยากลุ่มลดการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs) เนื่องจากอาจเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดเลือดออกได้ โดยแพทย์จะเจาะเลือดติดตามปริมาณของเกล็ดเลือดเป็นระยะๆ โดยผู้ป่วยไม่จำเป็นต้องนอนพักรักษาตัวในโรงพยาบาลทุกรายขึ้นกับความรุนแรงของโรค

การป้องกัน สามารถทำได้โดยการเลี่ยงการถูกยุงกัดร่วมกับกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย นอกจากนั้น ในปัจจุบันมีวัคซีนป้องกันไข้เลือดออกในประเทศไทยโดยเป็นวัคซีนชนิดเชื้อเป็น 2 ชนิดที่บรรจุเชื้อทั้ง 4 สายพันธุ์ คือ วัคซีน CYD-TDV และ วัคซีน TAK-003 ซึ่งสามารถฉีดได้ตั้งแต่อายุ 9 ปีขึ้นไป จนถึงอายุ 60 ปี ขึ้นกับชนิดของวัคซีน โดยควรปรึกษาแพทย์เพื่อเลือกชนิดของวัคซีนที่เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละราย

รองศาสตราจารย์นายแพทย์จักรพงษ์ บรูมินเหนทร์

อายุรแพทย์โรคติดเชื้อ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล

ราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทย

เปิดประวัติและผลงาน ‘ดร.อภิชัย จันทรเสน’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/736817

เปิดประวัติและผลงาน 'ดร.อภิชัย จันทรเสน'

เปิดประวัติและผลงาน ‘ดร.อภิชัย จันทรเสน’

วันจันทร์ ที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 16.42 น.

ดร.อภิชัย จันทรเสน กรรมการและกรรมการบริหารสภากาชาดไทย, กรรมการมูลนิธิชัยพัฒนา กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการผู้สูงอายุแห่งชาติ และกรรมการสภาสถาบันการพยาบาลศรีสวรินทิรา สภากาซาดไทย มีผลงานมากมายทั้งงานสังคมสงเคราะห์ งานกฎหมายและบริหาร โดยเฉพาะการขับเคลื่อนในฐานะคณะอนุกรรมการติดตามสิทธิผู้สูงอายุตามพระราชบัญญัติผู้สูงอายุ พ.ศ.2546 เห็นถึงความสำคัญของการรับรู้ข้อมูลด้านกฎหมาย ที่จะทำให้ผู้สูงอายุได้รับความเป็นธรรมในการดำรงชีวิต ไม่ถูกเอารัดเอาเปรียบในสังคม

ดร.อภิชัย จันทรเสน เกิดเมื่อ 8 พฤษภาคม 2491 อายุ 75 ปี สมรสกับหม่อมราชวงศ์เฉลิมลักษณ์ จันทรเสน พระธิดาในสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ มีบุตรสามคน ได้แก่นายอภิชน จันทรเสน เกิดวันที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2523, นายอภิราม จันทรเสน เกิดวันที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2527 และนายอภิโชค จันทรเสน เกิดวันที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2535

สำหรับประวัติการศึกษาของ ดร.อภิชัย จันทรเสน
ปี พ.ศ.2508 ประถมศึกษาและมัธยมศึกษา โรงเรียนอัสสัมชัญ
ปี พ.ศ.2512 ปริญญานิติศาสตรบัณฑิต (เกียรตินิยม อันดับ 2) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ปี พ.ศ.2513 เนติบัณฑิตไทย เนติบัณฑิตยสภา
ปี พ.ศ.2521 นิติศาสตรดุษฎีบัณฑิต (เกียรตินิยมดีมาก) มหาวิทยาลัยปารีส (ซอร์บอน)

งานกฎหมายและบริหาร
1.ที่ปรึกษากฎหมายกิตติมศักดิ์ ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) (เมษายน 2564 – ปัจจุบัน)
2.ที่ปรึกษากฎหมาย สำนักกฎหมายปุณยฤทธิ์ (2542 – ปัจจุบัน)
3.กรรมการอิสระ และกรรมการตรวจสอบบริษัท ทีพีไอ โพลีน เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) (2558 – ปัจจุบัน)
4.กรรมการบริษัท สยามกลการ จำกัด (2548 – ปัจจุบัน)
5.กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ สำนักงานจัดการทรัพย์สิน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (2534 – ปัจจุบัน)
6.กรรมการและกรรมการบริหารสภากาชาดไทย (2538 – ปัจจุบัน)
7.กรรมการมูลนิธิชัยพัฒนา (2562 – ปัจจุบัน)
8.กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการผู้สูงอายุแห่งชาติ (2563 – ปัจจุบัน)
9.กรรมการสภาสถาบันการพยาบาลศรีสวรินทิรา สภากาซาดไทย (2561 – ปัจจุบัน) 

งานสังคมสงเคราะห์
1.รองประธานกรรมการมูลนิธิสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรมพระบรมราชชนก
2.รองประธานกรรมการมูลนิธิสิรินธร
3.รองประธานกรรมการส้มจีน อุณหนันท์ มูลนิธิ
4.รองประธานกรรมการมูลนิธิวัดธาตุทอง
5.กรรมการมูลนิธิมหามกุฎราชวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์
6.กรรมการมูลนิธิสวนหลวง ร.9
7.กรรมการมูลนิธิสถาบันทรัพย์สินทางปัญญาแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
8.กรรมการมูลนิธิอนุรักษ์พันธุกรรมพืชสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
9.กรรมการ “ทุนการกุศลสมเด็จย่า”
10.กรรมการ “ทุนการกุศล กว.”
11.กรรมการ “กองทุนพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์”
12.กรรมการมูลนิธิสมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ
13.กรรมการมูลนิธินริศรานุวัดติวงศ์
14.กรรมการมูลนิธิวัดญาณสังวราราม
15.กรรมการและเลขานุการมูลนิธิคุณหญิงลำภู สิทธิสยามการ
16.กรรมการมูลนิธิรักษ์ป่าน่าน ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จ พระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
17.กรรมการพัฒนาวัดปทุมวนารามราชวรวิหาร
18.กรรมการที่ปรึกษาสมาคมการบินกองทัพอากาศ
19.กรรมการที่ปรึกษามูลนิธิพุทธสมุนไพรไทยคู่แผ่นดินไทย
20.ที่ปรึกษามูลนิธิเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
21.ที่ปรึกษามูลนิธิสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา
22.ที่ปรึกษามูลนิธิราชสุดา
23.ที่ปรึกษาทุนส่งเสริมดนตรีคลาสสิกในพระอุปถัมภ์สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์
24.รองประธานอนุกรรมการการติดตามสิทธิผู้สูงอายุตาม พ.ร.บ.ผู้สูงอายุ พ.ศ.2546
25.รองประธาน KAI มูลนิธิธนาคารกสิกรไทย
26.ประธานกรรมการมูลนิธิเพาะพันธุ์ปัญญา

ผลงานในอดีต
1.กรรมการและที่ปรึกษากฎหมาย ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) (เมษายน 2543 – เมษายน 2564)
2.กรรมการอิสระ กรรมการตรวจสอบ และประธานกรรมการทรัพยากรบุคคลและกำหนด ค่าตอบแทน บริษัท สัมมากร จำกัด (มหาชน) (2537 – 2557)
3.อุปนายกสภาทนายความ (2540 – 2543)
4.อาจารย์พิเศษระดับปริญญาตรี คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (2522 – 2524)
5.อาจารย์พิเศษระดับปริญญาโท คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (2522 – 2527)
6.อาจารย์พิเศษระดับปริญญาโท คณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (2523 – 2527)
7.กรรมการผู้จัดการ บริษัท นารายณ์ภัณฑ์ จำกัด (บริษัท ร่วมทุนกับกระทรวงอุตสาหกรรม) (2530 – 2543)
8.เลขานุการรองประธานวุฒิสภา (2526 – 2527)
9.เลขานุการประธานรัฐสภา (2527 – 2532)
10.ผู้ช่วยที่ปรึกษาประจำรัฐสภา (2532 – 2533)
11.ที่ปรึกษาประจำรัฐสภา (2533 – 2534)
12.เลขานุการประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (2534 – 2535)
13.กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ คณะกรรมการผู้สูงอายุแห่งชาติ (2549 – 2556)
14.ที่ปรึกษากฎหมาย บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด (2523 – 2565)

รางวัลที่ได้รับ
1.ได้รับรางวัลนิสิตเก่านิติศาสตร์จุฬาฯ ดีเด่นประจำปี พ.ศ.2539
2.ได้รับรางวัลนิสิตเก่ารัฐศาสตร์จุฬาฯ ดีเด่นประจำปี พ.ศ.2546

นศ. DPU ชนะเลิศออกแบบแฟชั่นผ้าไทย ‘From Tour to Runway’จุดกระแสผ้าไทยพื้นถิ่น และการท่องเที่ยวยั่งยืน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/736781

นศ. DPU ชนะเลิศออกแบบแฟชั่นผ้าไทย 'From Tour to Runway'จุดกระแสผ้าไทยพื้นถิ่น และการท่องเที่ยวยั่งยืน

นศ. DPU ชนะเลิศออกแบบแฟชั่นผ้าไทย ‘From Tour to Runway’จุดกระแสผ้าไทยพื้นถิ่น และการท่องเที่ยวยั่งยืน

วันจันทร์ ที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 14.47 น.

นายสรชาติ พานิช และนางสาวเกวลี กิตติอุดมพันธ์ นักศึกษาชั้นปีที่ 4 หลักสูตรการออกแบบและธุรกิจแฟชั่น คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์(DPU) ได้รับรางวัลชนะเลิศYoung Talented Designer การประกวดออกแบบเครื่องแต่งกายโดยใช้ผ้าไทยและผ้าพื้นถิ่นภายใต้โครงการ “From Tour to Runway”ยกระดับแฟชั่นผ้าไทย เติมไฟการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนจัดโดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) โดยได้รับโล่พร้อมเงินรางวัล 50,000บาท

ผลงานดังกล่าวมีชื่อว่า “ทุ่งกุลาร้องไห้”ได้รับแรงบันดาลใจมาจากชุมชนท่องเที่ยวฮ่องแฮ่ และผ้าทอร้อยรักษ์ จังหวัดร้อยเอ็ด เป็นการดึงความเป็นธรรมชาติของพื้นที่ ผสานกับผ้าพื้นถิ่นคือผ้าขาวม้าที่มีการถักทอจากเส้นใยธรรมชาติ ผสมผสานให้เกิดรูปแบบใหม่เป็นผ้าขาวม้าสไตล์ซาฟารี ซึ่งเป็นการออกแบบให้มีความทันสมัย เข้าถึงง่าย พร้อมสร้างแรงบันดาลใจให้ออกเดินทางท่องเที่ยว

ทั้งนี้ ผู้ออกแบบได้ลงพื้นที่ศึกษาเรื่องราวเครื่องแต่งกายผ้าขาวม้า ซึ่งมีรูปแบบที่คุ้นตา และต่อยอดไอเดียการออกแบบเพื่อเพิ่มโอกาสสวมใส่เสื้อผ้าจากผ้าขาวม้ามากขึ้นโดยผู้ออกแบบได้เรียนรู้กระบวนการทุกขั้นตอนของการทำผ้าขาวม้า ซึ่งเป็นเทคนิคภูมิปัญญาท้องถิ่น ทำให้รู้ถึงคุณค่าเเละอยากจะส่งต่อให้ผ้าข้าวม้าของชุมชนต่อยอดเป็นธุรกิจที่ยั่งยืนต่อไป

สำหรับโครงการ “From Tour to Runway” จัดขึ้นโดย ฟายด์ โฟล์คที่ปรึกษาด้านการบริหารจัดการการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และพันธมิตร เพื่อผลักดัน Soft Power ของไทยด้านแฟชั่นให้ดึงดูดนักท่องเที่ยวและสร้างรายได้ให้กับชุมชนโดยการต่อยอดสินค้าและผลิตภัณฑ์ที่มีอยู่ โดยเป็นการคัดเลือกผลงานจากนิสิตนักศึกษาและดีไซเนอร์รุ่นใหม่กว่า 33 ทีมทั่วประเทศ ทั้งนี้ ถือเป็นการกระตุ้นให้เกิดมูลค่าในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นการช่วยยกระดับผ้าไทยให้เกิดการใช้งาน เป็นที่นิยมสวมใส่ง่ายในคนทุกวัย แลเกิดกิจกรรมการท่องเที่ยวที่หลากหลาย ทำให้คนออกเดินทางท่องเที่ยวกันมากขึ้น