ระทึก ภูเขาไฟมายอนพ่นลาวาแดงฉาน ฟิลิปปินส์อพยพคนกว่าหมื่นแล้ว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2701287

ระทึก ภูเขาไฟมายอนพ่นลาวาแดงฉาน ฟิลิปปินส์อพยพคนกว่าหมื่นแล้ว

12 มิ.ย. 2566 18:52 น.

ระทึก ภูเขาไฟมายอนพ่นลาวาแดงฉาน ฟิลิปปินส์อพยพคนกว่าหมื่นแล้ว

ภูเขาไฟมายอนในฟิลิปปินส์ พ่นลาวาแดงฉาน หลังปะทุครั้งใหม่ ทางการต้องอพยพชาวบ้านกว่าหมื่นคนแล้ว ยกระดับเตือนภัยเป็นระดับ 3

เมื่อ 12 มิ.ย. 2566 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานภูเขาไฟมายอน บนเกาะลูซอน ทางตะวันออกของฟิลิปปินส์ พ่นลาวาแดงฉาน ขณะเกิดการปะทุครั้งใหม่ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในเขตรัศมี 6 กิโลเมตรรอบภูเขาไฟ ซึ่งเป็นเขตอันตราย ถึงประมาณ 13,000 คน ต้องถูกอพยพไปอยู่ในที่ปลอดภัย

ด้าน Teresito Bacolcol หัวหน้าสำนักงานภูเขาไฟวิทยาในฟิลิปปินส์ กล่วว่า อาจมีการอพยพประชาชนมากขึ้น ถ้าภูเขาไฟมายอนมีการปะทุพ่นลาวาออกมาอย่างรุนแรงในช่วงไม่กี่วันข้างหน้า ขณะที่ทางการฟิลิปปินส์ได้ประกาศเตือนภัยอันตรายจากภูเขาไฟมายอนปะทุครั้งใหม่อยู่ที่ระดับ 3 จากทั้งหมด 5 ระดับ 

ทั้งนี้ ภูเขาไฟมายอน ตั้งอยู่ในจังหวัดอัลเบ บนเกาะลูซอน และอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติภูเขาไฟมายอน เกิดการปะทุครั้งใหญ่ในปีค.ศ. 1814 ทำให้มีผู้เสียชีวิต 1,200 ศพ และลาวาเถ้าถ่านจากภูเขาไฟได้ฝังกลบเมืองทั้งหมด

ภูเขาไฟมายอน เป็นภูเขาไฟที่ยังไม่ดับ ด้วยรูปร่างทรงกรวยที่มีความสมมาตรอย่างสวยงาม ทำให้ภูเขาไฟมายอน นับเป็นภูเขาไฟที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในฟิลิปปินส์ 

ที่มา : BBC

R.I.P. อดีตนายกฯ แบร์ลุสโคนี แห่งอิตาลี เสียชีวิตแล้ว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2701296

R.I.P. อดีตนายกฯ แบร์ลุสโคนี แห่งอิตาลี เสียชีวิตแล้ว

12 มิ.ย. 2566 18:09 น.

R.I.P. อดีตนายกฯ แบร์ลุสโคนี แห่งอิตาลี เสียชีวิตแล้ว

อดีตนายกรัฐมนตรีแบร์ลุสโคนีแห่งอิตาลี เสียชีวิตแล้ว ด้วยวัย 86 ปี ปิดตำนานมหาเศรษฐีพันล้าน เจ้าพ่อสื่อ และอดีตนายกรัฐมนตรีคนดังของอิตาลีถึง 4 สมัย

เมื่อ 12 มิ.ย. 2566 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน อดีตนายกรัฐมนตรีซิลวิโอ แบร์ลุสโคนีแห่งอิตาลี เสียชีวิตแล้ว ที่โรงพยาบาลซาน ราฟฟาเอลในเมืองมิลาน ด้วยวัย 86 ปี  หลังป่วยด้วยโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว หรือลูคีเมีย ปิดฉากตำนานมหาเศรษฐีเจ้าพ่อวงการสื่อ ในอิตาลีที่มีชื่อเสียงโด่งดังที่สุด และเคยดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอิตาลีถึง 4 สมัย

บุตรสาวของอดีตนายกรัฐมนตรีซิลวิโอ แบร์ลุสโคนี นั่งรถออกจากโรงพยาบาลซาน ราฟฟาเอล ในเมืองมิลาน หลังนายแบร์ลุสโคนี เสียชีวิตด้วยวัย 86 ปี เมื่อ 12 มิ.ย.2566

อดีตนายกรัฐมนตรีแบร์ลุสโคนี เป็นนักธุรกิจมหาเศรษฐีพันล้าน ผู้ก่อตั้งบริษัทสื่อ ’มีเดียเซต’ ซึ่งเป็นบริษัทผู้ประกอบการธุรกิจสื่อที่ใหญ่ที่สุดในอิตาลี ก่อนที่นายแบร์ลุสโคนีจะก้าวเข้าสู่เส้นทางการเมืองในปี 1994 เป็นหัวหน้าพรรคฟอร์ซา อิตาเลีย (Forza Italia) ซึ่งได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว และนายแบร์ลุสโคนีเคยดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอิตาลีถึง 4 สมัย สร้างตำนานเป็นนายกรัฐมนตรีที่ดำรงตำแหน่งยาวนานที่สุดของอิตาลี นับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2

ภาพในอดีต: นายกรัฐมนตรี ซิลวิโอ แบร์ลุสโคนี ถ่ายรูปร่วมกับประธานาธิบดีบารัค โอบามาแห่งสหรัฐฯ และนายดมิทรี เมดเวเดฟ ประธานาธิบดีรัสเซีย ขณะไปร่วมการประชุมสุดยอด G20 ที่อังกฤษ ในปี 2009

นอกจากนั้น นายแบร์ลุสโคนี ยังเคยเป็นเจ้าของสโมสรฟุตบอลชื่อดังอย่างเอซี มิลาน ตั้งแต่ปี 1986-2017 และยังเป็นเจ้าของสโมสรฟุตบอล มอนซ่า ในปี 2018

ที่มา : bbc

เด็กหลงป่าแอมะซอน รอดปาฏิหาริย์ เผยแม่มีชีวิตอยู่ 4 วัน หลังเครื่องบินตก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2701237

เด็กหลงป่าแอมะซอน รอดปาฏิหาริย์ เผยแม่มีชีวิตอยู่ 4 วัน หลังเครื่องบินตก

12 มิ.ย. 2566 16:21 น.

เด็กหลงป่าแอมะซอน รอดปาฏิหาริย์ เผยแม่มีชีวิตอยู่ 4 วัน หลังเครื่องบินตก

เด็กโคลอมเบีย หลงป่าแอมะซอน รอดปาฏิหาริย์ บอกกับพ่อ แม่มีชีวิตอยู่อีก 4 วัน หลังเครื่องบินเล็กตก และแม่ยังบอกให้ลูกๆ ไปจากที่เกิดเหตุ ดูแลตัวเองให้ดี

เมื่อ 12 มิ.ย.66 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานความคืบหน้าเหตุการณ์ เด็กชนเผ่าพื้นเมือง 4 คนในโคลอมเบีย รอดชีวิตอย่างปาฏิหาริย์ จนสร้างความปีติยินดีอย่างยิ่ง ทั้งๆ ที่เด็กทั้ง 4 มีอายุเพียง 13 ขวบ, 9 ขวบ, 4 ขวบ และ 12 เดือน หลงป่าแอมะซอนมานานนับ 40 วัน เมื่อในที่สุด ชุดปฏิบัติการค้นหาของโคลอมเบียได้พบเด็กๆ ทั้ง 4 คน ยังมีชีวิต เมื่อวันศุกร์ที่ 9 มิ.ย. ที่ผ่านมา หลังจากเครื่องบินเล็กประสบเหตุตกกลางป่าแอมะซอน เมื่อ 1 พ.ค. และเป็นเหตุให้ผู้ใหญ่ 3 คนบนเครื่องบินเล็กลำนี้ รวมทั้งนักบินและแม่ของเด็กๆ เสียชีวิตทั้งหมดนั้น

จากการเปิดเผยของ นาย Manuel Ranoque พ่อของเด็กทั้ง 4 คน ระบุว่า เด็กหญิงวัย 13 ขวบ พี่สาวคนโต ซึ่งเป็นคนดูแลน้องๆ จนรอดชีวิตมาได้อย่างปาฏิหาริย์ บอกกับเขาว่า หลังเครื่องบินตกกลางป่าแอมะซอน นาง Magdalena Mucutuy แม่ของเด็กทั้ง 4 มีชีวิตอยู่ได้ต่อมาอีก 4 วัน และแม่ได้บอกให้ลูกๆ ไปจากที่เกิดเหตุ พร้อมกับบอกลูกๆ ให้ดูแลตัวเอง ขณะที่เธอกำลังนอนรอความตาย

บุตรสาวประธานาธิบดีโคลอมเบีย เดินทางไปเยี่ยมเด็กๆ 4 คนที่รอดชีวิตอย่างปาฎิหาริย์ หลังหลงป่าแอมะซอน 40 วัน ภายหลังเครื่องบินเล็กตก

‘มีเรื่องหนึ่งที่ลูกสาวคนโต (เลสลีย์ วัย 13 ขวบ) บอกกับผมคือ ความจริงแล้ว แม่มีชีวิตอยู่ต่อมาอีก 4 วัน หลังเครื่องบินตก และก่อนแม่จะจากไป แม่ได้พูดบอกกับลูกๆ ว่าให้ไปจากที่นี่ ลูกต้องไปหาคนที่เหมือนกับพ่อ’ Manuel Ranoque เผยกับนักข่าวในโคลอมเบีย หลังจากชุดปฏิบัติการค้นหาของทางการโคลอมเบียได้พบเด็กทั้ง 4 คนรอดชีวิต ในกลางป่าแอมะซอน และรีบนำเด็กๆ ขึ้นเครื่องบิน เดินทางมารักษาที่โรงพยาบาลในกรุงโบโกตา เมืองหลวงของโคลอมโบ

ในขณะที่เด็กหญิงเลสลีย์ พี่สาวคนโต ซึ่งเป็นฮีโร่ช่วยดูแลน้องชายทั้ง 3 จนรอดชีวิต ยังบอกว่า แป้งมันสำปะหลัง ซึ่งเด็กหญิงนำมาจากบริเวณที่เครื่องบินตก และผลไม้ป่า คือ อาหารที่นำมาให้น้องๆ ได้กินประทังชีวิตและสามารถมีชีวิตรอดกลางป่าลึกแอมะซอนมาได้นานถึง 40 วัน ในขณะที่ป่าดิบชื้นแอมะซอนในทวีปอเมริกาใต้นี้ เต็มไปด้วยภยันอันตรายและสัตว์ป่าที่ดุร้ายมากมาย.

ที่มา : BBC, AP

ยูเครนโวชัยชนะ บุกโต้ยึดคืน พท. 3 หมู่บ้านแรกจากรัสเซียได้สำเร็จ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2701220

ยูเครนโวชัยชนะ บุกโต้ยึดคืน พท. 3 หมู่บ้านแรกจากรัสเซียได้สำเร็จ

12 มิ.ย. 2566 14:05 น.

ยูเครนโวชัยชนะ บุกโต้ยึดคืน พท. 3 หมู่บ้านแรกจากรัสเซียได้สำเร็จ

ยูเครนอ้างชัยชนะ บุกโต้กลับยึดคืนพื้นที่ 3 หมู่บ้านในแควันโดเนตสก์ได้สำเร็จครั้งแรก หลังประธานาธิบดีเซเลนสกีประกาศยืนยัน ปฏิบัติการโต้กลับรัสเซีย เริ่มแล้วเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา

เมื่อ 12 มิ.ย. 2566 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานสงครามในยูเครน ดำเนินมาถึงวันที่ 474 หลังจากประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ส่งกองทหารรัสเซียทำสงครามตั้งแต่ 24 ก.พ. 2565 ว่า ทางการยูเครนอ้างชัยชนะในปฏิบัติการบุกโต้กลับ ยึดคืนพื้นที่ 3 หมู่บ้าน ในแคว้นโดเนตสก์ ทางภาคตะวันออกของยูเครน กลับคืนมาจากทหารรัสเซียได้แล้วเป็นครั้งแรก ขณะที่ฝ่ายรัสเซียยังคงปฏิเสธว่าไม่เป็นความจริง

ขณะเดียวกันได้มีคลิปเผยแพร่ทางโซเชียลมีเดีย แสดงให้เห็นภาพเหตุการณ์ กำลังทหารยูเครนเฉลิมฉลองชัยชนะในหมู่บ้าน Blahodatne และNeskuchne ในแคว้นโดเนตสก์ ขณะที่ รมช.กลาโหมยูเครนยังกล่าวด้วยว่า หมู่บ้าน Makarivka ซึ่งอยู่ใกล้เคียงก็ได้รับการปลดปล่อยจากการยึดครองจากกองทหารรัสเซียแล้วเช่นกัน

เมื่อวันเสาร์ที่ 10 มิ.ย. ที่ผ่านมา ประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี แห่งยูเครน ยืนยันว่าปฏิบัติการบุกโต้กลับยึดคืนพื้นที่จากรัสเซียได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลรัสเซียยังไม่ยอมออกมายืนยันว่าฝ่ายรัสเซียได้สูญเสีย 3 หมู่บ้านให้แก่ฝ่ายยูเครนจริงหรือไม่ แต่กลับเลี่ยงแจ้งว่ารัสเซียได้ขับไล่การบุกโจมตีของทหารยูเครนในแคว้นโดเนตสก์

ที่มา : BBC

สศก.ชี้ศูนย์ข้อมูลเกษตรฯ มุ่งทำBigDataเชื่อมโยงข้อมูล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/736907

วันอังคาร ที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายฉันทานนท์ วรรณเขจร เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า
ได้ตั้ง “ศูนย์ข้อมูลเกษตรแห่งชาติ” (National Agricultural Big Data Center : NABC) ขึ้น เพื่อรองรับการดำเนินการด้าน Big Data โดยมุ่งเน้นการเชื่อมโยงข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูลด้านเกษตร และการให้บริการกับทุกภาคส่วน มีการบูรณาการข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดทำธรรมาภิบาลข้อมูล ศึกษา วิเคราะห์สถานการณ์ทั้งผลกระทบทางเศรษฐกิจ ภัยพิบัติทางการเกษตร ตลอดจนศึกษาพัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อตอบสนองความต้องการผู้ใช้ในทุกระดับ สร้างเครือข่ายข้อมูลเกษตรขนาดใหญ่

ที่ผ่านมา ได้ดำเนินโครงการพัฒนาระบบฐานข้อมูลการเกษตร เพื่อพัฒนาฐานข้อมูล ตลอดโซ่อุปทานจากหน่วยงานภาคีเครือข่าย รวบรวมชุดข้อมูล (Datasets) นำมาจัดทำเป็นข้อมูลขนาดใหญ่ด้านการเกษตร และวิเคราะห์ในมิติต่างๆ 5 ระบบ นอกจากนี้ ยังเน้นความร่วมมือกับหน่วยงานภาคีเครือข่ายต่างๆ อาทิ การทำงานภายใต้โครงการเกษตรผลิต พาณิชย์ตลาด ดำเนินการรูปแบบคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนการสร้างและใช้ข้อมูลจากฐานเดียวกัน (Single Big Data) แลกเปลี่ยน เชื่อมโยงข้อมูล และจัดทำ Dashboard สินค้าเกษตรสำคัญ 12 ชนิด แสดงในหน้าเว็บไซต์ http://www.คิดค้า.com และ http://www.nabc.go.th รวมถึงเว็บไซต์กระทรวงพาณิชย์ (www.moc.go.th และ data.moc.go.th)

อีกทั้ง NABC ยังได้จัดทำระบบติดตามภาวะเศรษฐกิจการเกษตรระดับจังหวัด และระบบคาดการณ์ผลผลิตอันเป็นความร่วมมือกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) โดยมีหน่วยงานสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (สสน.) และ GISTDA ร่วมให้ข้อมูล ทำให้ปี 2565 สศก.ได้รับรางวัล “Excellent Open Data Hub” ตามโครงการ DIGI DATA AWARDS 2022 จากสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) มอบรางวัลให้แก่หน่วยงานที่เปิดเผยชุดข้อมูลเปิดภาครัฐ ภายใต้แนวคิด “Data Driven Organization” โดยเป็นการเปิดเผยชุดข้อมูลที่ภาครัฐได้จัดเก็บและรวบรวมไว้นำมาเผยแพร่ให้กับประชาชน

สำหรับในปี 2566 สศก.จะเดินหน้าพัฒนา Big Data ด้านการเกษตร โดยจัดทำ Big Data ระดับจังหวัด ร่วมกับสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 1-12 (สศท. 1-12) เพื่อเป็นการขยายการเชื่อมโยงบูรณาการข้อมูล และจัดทำรายงานข้อมูลด้านการเกษตรระดับจังหวัด อีกทั้งยังมีโครงการพัฒนาเครื่องมือเพื่อวิเคราะห์ผลกระทบจากการใช้นโยบายและมาตรการทางการเกษตร รวมถึงโครงการจัดทำระบบวิเคราะห์ผลกระทบและเตือนภัยเศรษฐกิจพืชเศรษฐกิจหลักแบบอัตโนมัติ โดยมีการกำหนด Road Map ที่วางไว้ ทั้งระยะสั้น Data Quality & Literacy ระยะกลาง Data Service Platform และระยะยาว Customer & Citizen Centric

กรมข้าวเปิดโอกาส ชวนชาวนาให้ร่วม ขายคาร์บอนเครดิต สร้างรายได้เสริม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/736905

วันอังคาร ที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว กล่าวว่า ได้จัดงานรณรงค์ถ่ายทอดเทคโนโลยีลดต้นทุนการผลิตด้านเกษตร สำหรับเกษตรกรผู้ปลูกข้าว เนื่องในวันข้าวและชาวนาแห่งชาติ ประจำปี 2566 ทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาคซึ่งขณะนี้ประเทศไทยกำลังเผชิญกับมลพิษทางอากาศที่มีอันตรายต่อสุขภาพ ที่บางส่วนมีสาเหตุมาจากการเผาพื้นที่ทำกินในการทำการเกษตร เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดฝุ่นละอองขนาดเล็ก นอกจากนั้นยังส่งผลต่อชั้นบรรยากาศจากการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ที่เกิดจากการเผา ทำให้เกิดภาวะเรือนกระจกและเกิดปัญหาค่ามลพิษทางอากาศ ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ในการดำเนินชีวิตและส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนในหลายจังหวัด

“การขายคาร์บอนเครดิต เป็นสิทธิที่เกิดจากการลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ หรือก๊าซเรือนกระจกสู่สิ่งแวดล้อม ซึ่งสามารถวัดปริมาณและสามารถนำไปซื้อขายในตลาดซื้อขายคาร์บอนเครดิต โดยการซื้อขายดำเนินการได้ 2 รูปแบบ ได้แก่ ซื้อขายผ่านแพลตฟอร์มตลาดซื้อขาย (Trading Platform) หรือ ศูนย์ซื้อขายคาร์บอนเครดิตที่ตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการ โดยเปิดบัญชี T-VER credit กับ อบก.และซื้อขายในระบบทวิภาค (Over-the-counter: OTC) ที่เป็นการตกลงระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย ซึ่งเป็นผู้พัฒนาโครงการที่ต้องการขายคาร์บอนเครดิตของตนโดยไม่ผ่านตลาด” อธิบดีกรมการข้าว กล่าวและว่าเพื่อลดภาวะโลกร้อน จึงมอบหมายให้สถาบันวิทยาศาสตร์ข้าวแห่งชาติ เข้ามาส่งเสริม ถ่ายทอดองค์ความรู้ให้ชาวนาในเรื่องของคาร์บอนเครดิต

กรมชลฯเน้นบริหารน้ำรับฝนทิ้งช่วง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/736906

วันอังคาร ที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า ปัจจุบันอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศมีปริมาณน้ำรวมกัน 40,772 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) คิดเป็นร้อยละ 53 ของความจุอ่างฯ รวมกัน สามารถรองรับน้ำได้อีกประมาณ 35,564 ล้าน ลบ.ม.เฉพาะ 4 เขื่อนหลักลุ่มน้ำเจ้าพระยา (เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์) มีปริมาณน้ำรวมกัน 11,852 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 48 ของความจุอ่างฯ รวมกัน สามารถรองรับน้ำรวมกันได้อีกประมาณ 13,019 ล้าน ลบ.ม.

จากการคาดการณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยา ลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้มีกำลังแรงขึ้นทำให้ประเทศไทยมีฝนตกต่อเนื่อง และมีฝนตกหนักในบางพื้นที่ จึงกำชับให้โครงการชลประทานทั่วประเทศทำการติดป้ายประชาสัมพันธ์แจ้งเตือน เฝ้าระวังอันตรายแก่ประชาชนที่เล่นน้ำบริเวณคลองชลประทาน พร้อมติดตามสภาพอากาศและสภาพฝนอย่างใกล้ชิด และนำข้อมูลมาวิเคราะห์เพื่อวางแผนกำหนดแนวทางการบริหารจัดการน้ำในฤดูฝนอย่างประณีตและเกิดประโยชน์สูงสุด รวมไปถึงการเตรียมความพร้อมอ่างเก็บน้ำ อาคารชลประทาน พร้อมประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนเตรียมอุปกรณ์หรือสถานที่เพื่อใช้ในการกักเก็บน้ำไว้ใช้ในช่วงฝนทิ้งช่วงให้ได้มากที่สุด เน้นย้ำให้ทุกภาคส่วนปฏิบัติตามมาตรการบริหารจัดการน้ำฤดูฝนปี 2566 ที่กรมชลประทาน กำหนดไว้ได้แก่ 1.จัดสรรน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภค และรักษาระบบนิเวศให้เพียงพอตลอดทั้งปี 2.บริหารจัดการน้ำท่าให้เกิดประโยชน์สูงสุด 3.ส่งเสริมให้เกษตรกรใช้น้ำฝนเป็นหลักในการเพาะปลูก 4.กักเก็บน้ำในเขื่อน รวมไปถึงแหล่งน้ำต่างๆ ให้มากที่สุด และ 5.วางแผนป้องกันและบรรเทาอุทกภัย ควบคู่ไปกับการปฏิบัติตาม 12 มาตรการรับมือฤดูฝนปี 2566 ของกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) อย่างเคร่งครัด เพื่อให้ปริมาณน้ำที่มีอยู่เพียงพอกับทุกกิจกรรม ลดผลกระทบที่เกิดกับประชาชน

กิฟฟารีน เดินหน้าส่งต่อการให้แบบไม่มีสิ้นสุด ร่วมสมทบทุน โครงการเข็มวันอานันทมหิดล ประจำปี 2566

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/736791

กิฟฟารีน เดินหน้าส่งต่อการให้แบบไม่มีสิ้นสุด  ร่วมสมทบทุน โครงการเข็มวันอานันทมหิดล ประจำปี 2566

กิฟฟารีน เดินหน้าส่งต่อการให้แบบไม่มีสิ้นสุด ร่วมสมทบทุน โครงการเข็มวันอานันทมหิดล ประจำปี 2566

วันอังคาร ที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

เดินหน้าตอบแทนคืนกลับสู่สังคมอย่างต่อเนื่อง พญ.นลินี ไพบูลย์ ประธานกรรมการ บริษัท กิฟฟารีน สกายไลน์ ยูนิตี้ จำกัด ภายใต้แบรนด์ “กิฟฟารีน” แบรนด์เพื่อสุขภาพและความงามสัญชาติไทย ล่าสุดเข้าร่วมงานแถลงข่าว “น้ำใจ…สร้างกุศล EYES NEED YOU ต่อสายตา..ด้วยสายใจ” เปิดตัวเข็มวันอานันทมหิดล ประจำปี พ.ศ.2566 เนื่องในวัน
“วันอานันทมหิดล” พร้อมมอบเงินจำนวน 1,000,000 บาท สมทบทุนโครงการเข็มวันอานันทมหิดล ประจำปี 2566 ร่วมสนับสนุนโครงการต่างๆของมูลนิธิอานันทมหิดล และมูลนิธิภายใต้การดูแลของโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ที่เดินหน้าช่วยเหลือประชาชน อาทิ มูลนิธิอานันทมหิดล, มูลนิธิสงเคราะห์เด็กสภากาชาดไทย, ช่วยเหลือพระภิกษุอาพาธ-ผู้ป่วยยากไร้ รพ.จุฬาลงกรณ์,สมทบทุนหน่วยแพทย์จักษุศัลยกรรม สภากาชาดไทย ในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และ ภาควิชาจักษุวิทยา คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อเป้าหมายให้ประชาชนมีความสุข พร้อมพัฒนาวงการแพทย์ให้ก้าวหน้าและก้าวไกล

พญ.นลินี ไพบูลย์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท กิฟฟารีน สกายไลน์ ยูนิตี้ จำกัด กล่าวว่า “ปรัชญาในการทำงานของกิฟฟารีน นอกจากการมุ่งมั่นยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนให้ดีขึ้นผ่านการมอบโอกาสทางธุรกิจแล้ว เรายังตระหนักถึงการตอบแทนกลับคืนสู่สังคม ซึ่งกิฟฟารีนได้ดำเนินกิจกรรมเพื่อสร้างสรรค์สังคมอย่างจริงจัง และต่อเนื่องตลอดมา และสำหรับการสมทบทุนโครงการเข็มวันอานันทมหิดลประจำปี 2566 น้ำใจ…สร้างกุศล EYES NEED YOU ต่อสายตา…ด้วยสายใจ เป็นการตระหนักถึงปัญหาสุขภาพสายตาของคนในสังคมที่เพิ่มสูงขึ้น และเห็นถึงปัญหาของโรคทางตาซึ่งเป็นโรคที่มีความสำคัญ ซึ่งทางกิฟฟารีนได้ร่วมสมทบทุนมาอย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี โดยในปีนี้ได้มอบเงินจำนวน 1,000,000 บาท เพื่อร่วมสนับสนุนให้ประชาชนชาวไทยที่มีปัญหาสุขภาพตาได้เข้าถึงการรักษามากขึ้น”

สำหรับการสมทบทุนในครั้งนี้ ได้รับเกียรติจาก รศ.นพ.ฉันชาย สิทธิพันธุ์ คณบดี คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นประธานรับมอบ พร้อมด้วย ศ.ดร.นพ.สิทธิศักดิ์ หรรษาเวก รองคณบดีฝ่ายกิจการนิสิต

ทั้งนี้ กิฟฟารีน พร้อมเดินหน้าตอบแทนสังคมและทำสิ่งดีๆ เพื่อคนไทยผ่านการพัฒนาผลิตภัณฑ์คุณภาพ และกิจกรรมที่สร้างสรรค์อย่างต่อเนื่อง เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของคนไทย พร้อมทั้งขอเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมเผยแพร่สิ่งดีๆ
คืนสู่สังคม เชิญชวนผู้มีจิตศรัทธาสามารถบริจาคได้ที่เลขบัญชี 045-508231-4 บัญชีออมทรัพย์ ชื่อบัญชีวันอานันทมหิดล ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาสภากาชาดไทย หรือ บริจาคโดยสแกนผ่าน QR-Code เพื่อรับใบรับเงินบริจาค (e-Donation) หลังจากนั้นลงทะเบียนเพื่อขอรับเข็มฯ และติดตามสถานะการบริจาค ได้ทางเว็บไซต์
https://anandaydonation.docchula.com (ใบเสร็จนำไปลดหย่อนภาษีได้ 1 เท่า) สามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับโครงการเข็มวันอานันทมหิดลได้ที่ Facebook : ANAN DAY https://www.facebook.com/anandamah-idol.day หรือสอบถามเพิ่มเติมที่ โทร.02-2564183

คัดเลือกเกษตรกรสำนึกรักบ้านเกิด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/736810

คัดเลือกเกษตรกรสำนึกรักบ้านเกิด

คัดเลือกเกษตรกรสำนึกรักบ้านเกิด

วันอังคาร ที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

มูลนิธิร่วมด้วยช่วยกันสำนึกรักบ้านเกิด เปิดมิติใหม่ รับเกษตรกรร่วมโครงการ “คัดเลือกเกษตรกรสำนึกรักบ้านเกิด ประจำปี พ.ศ.2566” ด้วยแนวคิด “ผู้ประกอบการเกษตรอัจฉริยะ (Smart Agri-Entrepreneur)” สืบสานเจตนารมณ์สร้างคน สร้างการเติบโตให้สังคม เชื่อมโยงด้วยการสนับสนุนจากทุกภาคส่วน เกษตรกรสมัครเข้าร่วมโครงการคัดเลือกเกษตรกรฯ ได้ตั้งแต่วันนี้-31 กรกฎาคม 2566 เป้าหมาย ต่อยอดการตลาด เพิ่มมูลค่าการเกษตร 

บุญชัย เบญจรงคกุล ประธานกรรมการมูลนิธิร่วมด้วยช่วยกันสำนึกรักบ้านเกิด กล่าวว่า มูลนิธิร่วมด้วยช่วยกันสำนึกรักบ้านเกิด มีเจตนารมณ์มุ่งมั่นสร้างเครือข่ายของเกษตรกรให้เกิดการบูรณาการสู่สังคม เพื่อให้เกษตรกรพึ่งพาตนเองได้ ซึ่งเครือข่าย
ได้ถูกเชื่อมโยงสมบูรณ์ด้วยการสนับสนุนจากองค์กรพันธมิตรต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน ย่อมก่อให้เกิดผลประโยชน์ต่อส่วนรวม รวมทั้งมีส่วนสำคัญในการสนับสนุนให้เศรษฐกิจของชาติขับเคลื่อนไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ มูลนิธิฯจึงได้สานต่อภารกิจ ในมิติใหม่ของการเกษตร จัดโครงการ “คัดเลือกเกษตรกรสำนึกรักบ้านเกิด ประจำปี พ.ศ. 2566” ด้วยแนวคิด “ผู้ประกอบการเกษตรอัจฉริยะขึ้น

เกษตรกรที่สนใจสมัครเข้าร่วมโครงการคัดเลือกเกษตรกรสำนึกรักบ้านเกิด ได้ตั้งแต่วันนี้-31 กรกฎาคม 2566 (ยึดตราประทับไปรษณีย์เป็นสำคัญ) ดาวน์โหลดใบสมัครและดูรายละเอียดโครงการ ได้ที่ https://shorturl.asia/jd4Bw หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม E-mail : nichavee_t@rakbankerd.com โทรหมายเลข 094-3123322
หรือ 094-3128833

กรมวิทย์ เผยโอมิครอนลูกผสม XBB.2.3* หลบภูมิคุ้มกันได้ดี แต่ยังไม่มีข้อมูลความรุนแรง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/736826

กรมวิทย์ เผยโอมิครอนลูกผสม XBB.2.3*  หลบภูมิคุ้มกันได้ดี แต่ยังไม่มีข้อมูลความรุนแรง

กรมวิทย์ เผยโอมิครอนลูกผสม XBB.2.3* หลบภูมิคุ้มกันได้ดี แต่ยังไม่มีข้อมูลความรุนแรง

วันอังคาร ที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เผยโอมิครอนลูกผสม XBB.2.3* ไม่แตกต่างจากโอมิครอนสายพันธุ์อื่นแม้จะหลบภูมิคุ้มกันได้ดี แต่ยังไม่มีข้อมูลความรุนแรง ย้ำ ATK และ PCR ตรวจได้ทุกสายพันธุ์ โดย นายแพทย์ศุภกิจ ศิริลักษณ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ อัปเดตสถานการณ์การเฝ้าระวังสายพันธุ์โควิด-19 และสายพันธุ์ ที่เฝ้าติดตามในประเทศไทย โดย กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ร่วมกับ เครือข่ายห้องปฏิบัติการ ติดตามการเปลี่ยนแปลงสายพันธุ์เชื้อไวรัส SARS-CoV-2 อย่างต่อเนื่อง

นายแพทย์ศุภกิจ ศิริลักษณ์ กล่าวว่า ตั้งแต่ต้นปี 2565 พบสายพันธุ์โอมิครอน BA.1, BA.2, BA.4, BA.5 รวมถึงสายพันธุ์ย่อยอื่นๆ ในตระกูล โดยโอมิครอนยังคงเป็นสายพันธุ์หลักที่แพร่กระจายในประเทศ และจากสถานการณ์กลายพันธุ์ภายในสายพันธุ์ ของโอมิครอนที่ยังคงมีอย่างต่อเนื่อง ทำให้เกิดเป็นสายพันธุ์ย่อยหลากหลายกลุ่มในตระกูล รวมถึงสายพันธุ์ลูกผสม ปัจจุบันองค์การอนามัยโลกให้ความสำคัญกับการติดตามโอมิครอน จำนวน 9 สายพันธุ์ จากพื้นฐานของข้อมูลการเพิ่มความชุกหรือความได้เปรียบด้านอัตราการเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับสายพันธุ์อื่นๆ และการกลายพันธุ์ในตำแหน่งที่เกี่ยวข้องกับการได้เปรียบ ในการก่อโรค ได้แก่ สายพันธุ์ที่เฝ้าระวัง หรือ Variants of Interest (VOI) 2 สายพันธุ์ ได้แก่ XBB.1.5* และ XBB.1.16* และสายพันธุ์ที่ต้องจับตามอง หรือ Variants under monitoring (VUM) 7 สายพันธุ์ ได้แก่ BQ.1*, BA.2.75*, CH.1.1*, XBB*, XBB.1.9.1*, XBB.1.9.2* และ XBB.2.3*

สถานการณ์สายพันธุ์เชื้อ SARS-CoV-2 ทั่วโลก อ้างอิงจากฐานข้อมูลกลาง GISAID ในรอบสัปดาห์ 8-14 พฤษภาคม 2566 พบสัดส่วนเพิ่มขึ้น/ลดลงจากรอบสัปดาห์ 10-16 เมษายน 2566 ดังนี้ XBB.1.5* รายงานจาก 115 ประเทศ คิดเป็นร้อยละ 34.04 ลดลงจากร้อยละ 49.07, XBB.1.16* รายงานจาก 61 ประเทศ คิดเป็นร้อยละ 16.32 เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 8.78, XBB*, XBB.1.9.1*, XBB.1.9.2* และ XBB.2.3 มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น , BA.2.75*, CH.1.1* และ BQ.1* มีแนวโน้มลดลง

นายแพทย์ศุภกิจ กล่าวต่อว่า สถานการณ์โดยรวมของประเทศไทยพบสายพันธุ์ลูกผสมเพิ่มขึ้นต่อเนื่องแทนที่สายพันธุ์ BN.1* ที่เคยเป็นสายพันธุ์หลักที่ระบาดในไทยตั้งแต่ช่วงสิ้นปี 2565 และพบในทุกเขตสุขภาพ ข้อมูลจากฐานข้อมูลกลาง GISAID ตั้งแต่เริ่มพบสายพันธุ์ XBB.1.16 เมื่อเดือนเมษายน 2566 ปัจจุบัน XBB.1.16* เป็นสายพันธุ์ ที่พบสัดส่วนมากที่สุด คิดเป็น 30.34% รองลงมาคือสายพันธุ์ XBB.1.9* คิดเป็น 26.59% และสายพันธุ์ XBB.1.5* คิดเป็น 20.96%

ในรอบสัปดาห์ ระหว่างวันที่ 29 พฤษภาคม-4 มิถุนายน 2566 ผลการถอดรหัสพันธุกรรมเชื้อก่อโรคโควิด 19 จำนวน 185 ราย พบเป็นสายพันธุ์ลูกผสม 169 ราย คิดเป็น 91.35% โดยพบผู้ติดเชื้อกระจายทุกเขตสุขภาพ สัดส่วนสายพันธุ์ที่ตรวจในสัปดาห์นี้สามอันดับแรก ได้แก่ สายพันธุ์ลูกผสม XBB.1.16* XBB.1.9.1* และ XBB.1.5* คิดเป็น 35.68%, 20.00% และ 11.35% ตามลำดับ

ส่วนสายพันธุ์ XBB.2.3* องค์การอนามัยโลกประกาศเป็นสายพันธุ์ที่ต้องเฝ้าติดตาม (VUMs) เพิ่มเติม เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2566 เป็นสายพันธุ์ลูกผสมของโอมิครอน BA.2.10.1 และ BA.2.75 ที่กลายพันธุ์เพิ่มเติมบนโปรตีนหนาม
S:T478K เหมือนกับสายพันธุ์เดลต้า มีความสามารถในการหลบภูมิคุ้มกันได้ดี แต่ยังไม่มีหลักฐานที่แสดงถึงความได้เปรียบในการเติบโต แพร่ระบาด พบรายงานจาก 54 ประเทศทั่วโลก จำนวน 7,664 ราย (ข้อมูล ณ วันที่ 6 มิถุนายน 2566) สำหรับประเทศไทย พบแล้วจำนวน 60 ราย รายงานครั้งแรกในช่วงเดือนมีนาคม 2566 ปัจจุบันยังไม่มีหลักฐานแสดงว่าสายพันธุ์ดังกล่าวส่งผลต่อความรุนแรงของโรค

“แม้สถานการณ์ปัจจุบันของประเทศไทยพบผู้ติดเชื้อสายพันธุ์ลูกผสมเป็นสายพันธุ์หลักกระจายทุกเขตสุขภาพ การตรวจวินิจฉัยโรคโควิด-19 ด้วยชุดทดสอบ ATK และการตรวจทางห้องปฏิบัติการด้วยวิธี Real-time PCR ยังสามารถใช้ ตรวจการติดเชื้อไวรัสก่อโรคโควิด-19 ครอบคลุมทุกสายพันธุ์ ซึ่งรวมถึงสายพันธุ์โอมิครอน และสายพันธุ์ลูกผสม อย่างไรก็ตาม
ขอประชาชนให้ความสำคัญในการดูแลตัวเอง เข้ารับการฉีดวัคซีน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มเปราะบางหรือกลุ่มเสี่ยง 608 เพื่อป้องกันตนเองรวมถึงช่วยลดความรุนแรงของโรคหากได้รับเชื้อ ทั้งนี้กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ยังคงเฝ้าระวังการเปลี่ยนแปลงสายพันธุ์ของเชื้อก่อโรคโควิด-19 อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในรายที่มีอาการรุนแรง หรือเสียชีวิต” นายแพทย์ศุภกิจ กล่าว