เลขา ป.ป.ช. ชี้เส้นตายยื่นบัญชีทรัพย์สิน พ้นตำแหน่ง 18 มิ.ย. – พิธา ยังเงียบ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/550964

12 มิ.ย. 2566

เลขา ป.ป.ช. ชี้เส้นตายยื่นบัญชีทรัพย์สิน พ้นตำแหน่ง 18 มิ.ย. - พิธา ยังเงียบ

เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ การยื่นแสดงรายการบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของสส. หลังพ้นตำแหน่งรอบสุดท้ายมีเส้นตาย 18 มิ.ย. โดยหัวหน้าพรรคก้าวไกล ขอเลื่อนการยื่นจากรอบแรก จะมาสิ้นสุดรอบสองคือ 18 มิ.ย. ย้ำประเด็น “หุ้นไอทีวี” รอตรวจสอบ

นายนิวัติไชย เกษมมงคล เลขาธิการ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.)   เปิดเผยว่า การยื่นแสดงรายการบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของสส.   หลังพ้นจากตำแหน่ง ซึ่งตามกฎหมายต้องยื่นทรัพย์สินภายใน 60 วัน หลังจากพ้นตำแหน่ง  โดยครบกำหนดไปเมื่อวันที่ 19 พ.ค. 
 ที่ผ่านมา  ซึ่งมีหลายรายที่ขอขยายเวลาการยื่น โดยตามกฎหมายสามารถขอขยายได้ 30 วัน ซึ่งจะครบในวันที่ 18 มิ.ย. ในส่วนนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล  ยังไม่ได้ยื่น  “บัญชีทรัพย์สิน” และทราบว่ามีหนังสือขอขยายเวลาส่งมาที่ป.ป.ช. ซึ่งจะครบกำหนดยื่นในวันที่ 18 มิ.ย.  นี้  

ส่วนหากครบกำหนดวันที่ 18 มิ.ย.  จะสามารถขอขยายเวลาได้อีกหรือไม่นั้น  สำหรับการยื่น  “บัญชีทรัพย์สิน”  ในกฎหมายไม่มีเขียนว่าให้ขยายได้อีก แต่อยู่ที่ผู้ยื่น โดยดูที่เจตนาว่ายื่นล่าช้าหลังจากพ้นตำแหน่งสส. เป็นเพราะอะไร ดูเจตนาเป็นหลัก หลักกฎหมายที่เขียนไว้คือ หากมีเจตนาปกปิด อำพราง ซ่อนเร้น ทรัพย์สินหรือหนี้สินและตรวจพบว่ามีพฤติการณ์เช่นนั้น จึงจะสามารถวินิจฉัยชี้มูลความผิดได้ กรณีที่นายพิธา  ถูกสังคมจับตาเป็นพิเศษ ป.ป.ช.จะตรวจสอบปกติ ไม่ได้เพ่งเล็งแต่อย่างใด ทุกคนต้องเข้าสู่กระบวนการเดียวกัน มีบรรทัดฐานเดียวกัน ซึ่งเป็นไปตามหลักการ

“ที่นายพิธา ยื่นทรัพย์สินเพิ่มในส่วนของหุ้นไอทีวีมา  เรื่องนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบ สำหรับเรื่องหุ้นไอทีวีนายพิธาได้ยื่นเพิ่มเติมในภายหลัง เมื่อครั้งเข้ารับตำแหน่ง สส.เมื่อปี 2562 และเมื่อมีข่าว มีข้อมูลเกี่ยวกับการกล่าวหา ป.ป.ช.ก็จะต้องไปตรวจสอบว่าเป็นหุ้นไอทีวีหรือไม่ หรือหุ้นอะไร มีมูลค่าเท่าไหร่ เป็นการยื่นในฐานะผู้จัดการมรดก ตามที่หมายเหตุเอาไว้หรือไม่ มีคำสั่งศาลหรือไม่ ตรงนี้ต้องตรวจสอบข้อเท็จจริง ส่วนกรณีนายพิธาโอนหุ้นบริษัทไอทีวีล่าสุดตามที่เป็นข่าวนั้น ต้องคอยดูข้อมูลประกอบในกรณีที่นายพิธา  จะยื่นทรัพย์สินกรณีพ้นตำแหน่งสส. โดยดูประกอบกันระหว่างวันที่เข้ารับตำแหน่งและพ้นจากตำแหน่ง เปรียบเทียบกัน เพื่อดูว่ายังมีอยู่หรือไม่ แต่ขณะนี้นายพิธายังไม่ได้ยื่นบัญชีทรัพย์สินกรณีพ้นตำแหน่งเข้ามา จึงยังไม่ได้ดู ซึ่งหากยื่นมาแล้วไม่มีหุ้นไอทีวี ก็ต้องดูว่าหุ้นที่หายไปมีมูลค่าเท่าไหร่ ซึ่งเจ้าหน้าที่อาจจะต้องตรวจสอบเพิ่มเติมได้ถ้าเห็นว่าเป็นสาระสำคัญ”  นายนิวัติไชย  กล่าว

‘มัลลิกา’ ชี้ไอทีวีเป็นสื่อ ซัด ‘พิธา ถือหุ้นมา 17 ปี ไม่มีคุณสมบัติสมัคร สส.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/550936

12 มิ.ย. 2566

'มัลลิกา' ชี้ไอทีวีเป็นสื่อ ซัด 'พิธา ถือหุ้นมา 17 ปี ไม่มีคุณสมบัติสมัคร สส.

จบนะ ‘มัลลิกา’ อดีตกรรมการบริหารปชป. ชี้ไอทีวีเป็นสื่อ ซัด ‘พิธา’ ถือหุ้นมา 17 ปี ไม่มีคุณสมบัติสมัคร สส. ระบุ พิธา ไม่สำคัญมากถึงขนาดไอทีวีต้องวางแผนตั้งแต่ปี 53

ปมถือหุ้นสื่อไอทีวี กลายเป็นประเด็น เพิ่มอูณหภูมิการเมืองไทยให้ร้อนแรงขึ้น หลังข่าว 3 มิติ แฉคลิปประชุมผู้ถือหุ้นสื่อไอทีวี แต่ไม่ตรงกับบันทึกการประชุมแบบอิเลคทรอนิกส์ เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์กันในวงกว้าง ถึงสถานภาพของไอทีวี ยังดำเนินการธุรกิจสื่ออยู่หรือไม่ ล่าสุดมีความเคลื่อนไหวจากพรรคร่วมรัฐบาลก่อนการเลือกตั้งอย่างพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.)

เมื่อวันที่ 12 มิ.ย. 2566 ดร.มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข อดีตกรรมการพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) และอดีตสส.ปชป. ทวีตข้อความถึงกรณีสถานีโทรทัศน์ไอทีวี (ITV) ยังคงสถานะสื่ออยู่หรือไม่ว่า “เถียงอะไรกันนัก! ไอทีวี #ITV เป็นสื่อตั้งแต่การจดทะเบียนวัตถุประสงค์บริษัท สิ้นสุดกระแสความที่ตรงนี้ค่ะ ไม่ต้องเถียงกันหรือหาหลักฐานอะไรมาว่าไอทีวีจะกลับมาเป็นสื่ออีกหรือไม่!!!!

พิธาหรือใครที่ถือหุ้นสื่อ โดยที่จะเป็นโทรทัศน์ หรือจะเป็นบริษัทที่จดทะเบียนวัตถุประสงค์เป็นสื่อและยังไม่ได้ปิดบริษัท ต่างก็ล้วนกระทำผิดไปแล้ว การโอนหุ้นออกอันนั้นเพื่ออนาคตที่ยังมาไม่ถึง #ปิดไม่มิด กับการกระทำที่เกิดขึ้นไปแล้ว

ดังนั้นการจะจับโกหกนิกม์ หรือการจะเอาผู้สื่อข่าวคนใดมาเปิดหลักฐานใดก็ไม่ใช่ประเด็น ประเด็นอยู่ที่ #ถือหุ้นสื่อ ถืออยู่ ถือแล้ว ถือเอง 17 ปี

ส่วนเรื่องไอทีวี #ITV เขาจะกลับมาเป็นสื่อหรือทำธุรกรรมอะไรของเขา มันเป็นเรื่องที่เขาพยายามมานานแล้วตั้งแต่ปี 53 ซึ่งไม่ได้เกี่ยวอะไรกับพิธาหรือผู้ใด #พิธา ไม่ได้สำคัญมากขนาดที่ไอทีวีต้องวางแผนตั้งแต่ปี 53 มั้ง

การถือหุ้นสื่อในบริษัทที่จดวัตถุประสงค์เป็นสื่อ จึงไม่มีคุณสมบัติที่จะสมัคร สส. และเมื่อเทียบกับคนของพรรคไทยภักดีก่อนหน้านี้เขามีหุ้นสื่อช่องหนึ่งเพียงแค่ 1 หุ้น=5บาท เขาก็โดนตัดสิทธิ์ไปแล้วเรียบร้อย !! #จบเนาะ”

‘ภาณุวัฒน์ ขวัญยืน’ คือใคร หลังตั้งคำถาม itv ดำเนินการเกี่ยวกับสื่อ-ทีวีไหม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/550933

12 มิ.ย. 2566

'ภาณุวัฒน์ ขวัญยืน' คือใคร หลังตั้งคำถาม itv ดำเนินการเกี่ยวกับสื่อ-ทีวีไหม

‘ภาณุวัฒน์ ขวัญยืน’ คือใคร หลังถูกเอ่ยชื่อในที่ประชุมผู้ถือ หุ้นitv และเป็นเจ้าของคำถามเด็ด “มีการดำเนินการเกี่ยวกับสื่อหรือทีวีไหมครับ”

กลายเป็นกระแสแรงสำหรับการเปิดคลิปประชุมผู้ถือ หุ้นitv ซึ่งพบว่าคำตอบของประธานในที่ประชุมผู้ถือหุ้นอนนไลน์ไม่ตรงกับที่มีการบันทึดประชุมเอาไว้ โดยเฉพาะคำถามจาก “ภาณุวัฒน์ ขวัญยืน”  ที่ระบุคำถามว่า “มีการดำเนินการเกี่ยวกับสื่อหรือทีวีไหมครับ” จากนั้นนายคิมห์ สิริทวีชัย ประธานที่ประชุม ตอบว่า “ตอนนี้บริษัทยังไม่มีการดำเนินการใด ๆ รอผลคดีความให้สิ้นสุดก่อนนะครับ”
 

หลังจากที่มีการเปิดเผยคลิปดังกล่าวออกมา ส่งผลให้หลายคนสงสัยว่า ภาณุวัฒน์ ขวัญยืน คือใคร ทำไมจึงมีการถามถึงการดำเนินกิจการของ itv   สำหรับ “ภาณุวัฒน์ ขวัญยืน” เป็นผู้จัดการคลินิคนวลจันทร์  ซึ่ง พล.ต.ท.ดร.สิทธิเดช แสงศิรินาวิน อดีต แพทย์ รพ.ตร. ปัจจุบันเป็นเจ้าของคลินิกนวลจันทร์  และเป็นบิดาของ นิกม์ แสงศิรินาวิน ผู้สมัครสส.พรรคภูมิใจไทย 

พบว่าเมื่อ ก.พ. ปี 2566   “ภาณุวัฒน์ ขวัญยืน”  ได้เข้าให้ปากคำในฐานะพยานบริษัทคลีนิคนวลจันทร์ ของนิกม์ ซึ่งเป็นผู้จัดการอยู่ ได้แจ้งความเมื่อปลายปี 2565 ว่าโดนปลอมใบสั่งซื้อยาอันตรายมูลค่ากว่า 100 ล้านบาท โดยยาดังกล่าวสามารถนำไปผลิตยาเสพติดได้ 

ทั้งนี้เมื่อในคลิปที่ประชุมผู้ถือ หุ้นitv  “ภาณุวัฒน์ ขวัญยืน”  ถูกเอ่ยถึงในฐานะผู้ถือหุ้นที่มีการตั้งคำถามถึงสถานะการดำเนินการกิจการของ itv  และเขายังถูกตั้งคำถามจากพรรคก้าวไกล ว่าได้หุ้นมาอย่างไร ทำไมจึงตั้งคำถามดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม นิกม์ แสงศิรินาวิน เปิดใจในรายการข่าว 3 มิติ ยอมรับว่า รู้จักกับ ภาณุวัฒน์ ขวัญยืน ซึ่งเป็นรุ่นน้องในที่ทำงาน และได้ทำการโอนหุ้น itv ก่อนลงสมัคร สส. ในการเลือกตั้ง 2566 ส่งผลให้ “ภาณุวัฒน์ ขวัญยืน”  กลายเป็นผู้ถือหุ้น itv นั่นเอง 

‘ชลน่าน’ เตรียมถก สิทธิรักษาพยาบาล-บำเหน็จ ‘ลูกจ้างส่วนราชการ’ หลังเกษียณ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/550931

12 มิ.ย. 2566

'ชลน่าน' เตรียมถก สิทธิรักษาพยาบาล-บำเหน็จ 'ลูกจ้างส่วนราชการ' หลังเกษียณ

‘สมาคมลูกจ้างส่วนราชการฯ’ ร้อง ‘เพื่อไทย’ ช่วยเหลือเพิ่มสิทธิรักษาพยาบาล-บำเหน็จรายเดือน ให้ ‘ลูกจ้างส่วนราชการ’ หลังเกษียณเหมือนกับข้าราชการ พร้อมจี้ทวงค่าเสี่ยงภัยโควิด

สมาคมลูกจ้างส่วนราชการและผู้รับบำเหน็จรายเดือน ยื่นหนังสือถึง นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย เรียกร้องขอให้ช่วยเหลือ 3 ข้อ

1.เสนอร่างแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกฤษฎีการสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล พ.ศ.2553 หลังลูกจ้างประจำในขณะยังรับราชการมีสิทธิรับสวัสดิการรักษาพยาบาลบัตรข้าราชการทุกอย่าง แต่เมื่อเกษียณลูกจ้างประจำถูกเปลี่ยนสถานะเป็นผู้รับบำเหน็จรายเดือน สิทธิสวัสดิการรักษาพยาบาลที่เคยได้รับจากถูกตัดไปโดยทันที ให้ไปใช้หลักประกันสุขภาพ หรือ บัตรทอง 

จึงขอเรียกร้องขอให้ไรับการดูแลการรักษาพยาบาลเมื่อเกษียณอายุราชการ เทียบเท่ากับสิทธิที่ข้าราชการได้รับ

'ชลน่าน' เตรียมถก สิทธิรักษาพยาบาล-บำเหน็จ 'ลูกจ้างส่วนราชการ' หลังเกษียณ

2.เสนอแก้ไขเพิ่มเติมระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยบำเหน็จลูกจ้าง (ฉบับที่8) พ.ศ.2553 เพื่อให้ลูกจ้างประจำที่ได้รับราชการ 10 ปีขึ้นไปจนถึงเกษียณแต่อายุราชการไม่ถึง 25 ปี มีสิทธิ์เลือกรับบำเหน็จรายเดือน ได้ด้วยเหตุสูงวัยเหมือนข้าราชการ ซึ่งปัจจุบันมี 7,439 คน    

3.ขณะนี้ลูกจ้างสาธารณสุข ยังไม่ได้รับค่าเสี่ยงภัยโควิดค้างจ่าย 5-7 เดือนแล้ว 

ขอให้ช่วยประสานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวเร่งจ่ายให้ครบทุกโรงพยาบาล

นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว

ด้านนพ.ชลน่าน กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยในฐานะพรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาล เห็นใจบุคลากรทุกท่าน และขอรับข้อเสนอไปหารือในคณะทำงานและพรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาล โดยปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นผลพวงจากการปฏิรูประบบราชการปี 2540 ที่ต้องการลดจำนวนคน จึงต้องระงับการจ้างลูกจ้างประจำ จึงส่งผลต่อสิทธิประโยชน์ต่างๆ ส่วนค่าเสี่ยงภัยจะเร่งประสานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ถอดคำต่อคำ คิมห์ สิริทวีชัย ตอบผู้ถือ ‘หุ้น itv’ ชัด itv ยังทำสื่ออยู่หรือไม่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/550926

12 มิ.ย. 2566

ถอดคำต่อคำ คิมห์ สิริทวีชัย ตอบผู้ถือ 'หุ้น itv' ชัด itv ยังทำสื่ออยู่หรือไม่

ถอดคำต่อคำ คิมห์ สิริทวีชัย ตอบคำถามผู้ถือ ‘หุ้น itv’ ชัด itv ยังดำเนินการเกี่ยวกับสื่อทีวีอยู่หรือไม่ หลังเอกสารบันทึกที่ประชุมไม่ตรงกับคลิปในที่ประชุม

หลังจากที่มีการเปิดเผยคลิปการประชุมผู้ถือ “หุ้น itv” ซึ่งพบว่ารายละเอียดในเอกสารบันทึกการประชุม ไม่ตรงกับการประชุมผู้ถือหุ้นทางออนไลน์ที่มีนายคิมห์ สิริทวีชัย ประธานที่ประชุมในวันนั้น โดยระหว่างการประชุมได้เปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นซักถามข้อสังสัย 

สำหรับคลิปการประชุมผู้ถือ “หุ้น itv” ที่เปิดเผยในรายการข่าว 3 มิติ  มีรายะเอียดการตอบคำถามระหว่างประธานที่ประชุมและผู้ถือ “หุ้น itv” ดังนี้

นายคิมห์ สิริทวีชัย อ่านคำถามจาก ภานุวัฒน์ ขวัญยืน มาด้วยตนเอง  โดยนายภานุวัฒน์ ได้ถามคำถามว่า “มีการดำเนินการเกี่ยวกับสื่อหรือทีวีไหมครับ” 

นายคิมห์ สิริทวีชัย ประธานที่ประชุม ตอบว่า “ตอนนี้บริษัทยังไม่มีการดำเนินการใด ๆ รอผลคดีความให้สิ้นสุดก่อนนะครับ”

คำถามที่ 2 จาก นายวิรัตน์ คล่องประกิจ ถามว่า “หากคดีความต่างๆ จบสิ้นเรียบร้อย บริษัทจะมีปันผลไหม บริษัทจะมีแผนดำเนินงานธุรกิจต่อไป จะเข้าตลาดหลักทรัพย์อีกรึเปล่า บริษัทมีแผนชำระบัญชี หรือกิจการอื่นๆ แกผู้ถือหุ้นหรือไม่” 

 
นายคิมห์ สิริทวีชัย ประธานที่ประชุม ตอบว่า  “ผลของคดีเป็นจุดสำคัญที่สุดของบริษัทนะครับ ถ้าผลคดียังไม่ออกมามันเป็นไปได้ยากมากที่เราจะดำเนิการใดๆ กับไอทีวี ณ ขณะนี้ ในอดีตที่ผ่านมาเราได้ว่าจ้างที่ปรึกษาทางการเงินมาดู Option ต่างๆ ก็ยังไม่ได้มีทางเลือกใดๆ ที่เหมาะสม ทั้งหมดทั้งมวลต้องรอผลทางคดี ถ้าผลคดีสิ้นสุดลงแล้วทางบริษัทจะรอผลพิจารราทางที่เหมาะสมให้กับทางผู้ถือหุ้นต่อไป” 
 

ขณะเดียวกันมีการเผยแพร่เอกสารรับรองการประชุม ซึ่งมีในการบันทึกการประชุมมีบางข้อที่ไม่ตรงกับที่นายคิมห์ สิริทวีชัย ประธานที่ประชุมผู้ถือ “หุ้น itv” 

นายภาณุวัฒน์ ขวัญยืน ผู้ถือหุ้นสอบถามว่า “itv มีการดำเนินการเกี่ยวกับสื่ออยู่หรือไม่” 

ประธานในที่ประชุม ตอบว่า “ปัจจุบันบริษัทยังมีการดำเนินกิจการอยู่ ตามวัตถุประสงค์ของบริษัท และมีการส่งงบการเงินและยื่นแบบภาษีเงินได้นิติบุคคลตามปกติ” 

เอกสารประชุมผู้ถือหุ้น itv เอกสารประชุมผู้ถือหุ้น itv

รู้จัก ‘นิกม์ แสงศิรินาวิน’ ผู้จุดประเด็น ขย่ม พิธา ปมถือ ‘หุ้น itv’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/550923

12 มิ.ย. 2566

รู้จัก 'นิกม์ แสงศิรินาวิน' ผู้จุดประเด็น ขย่ม พิธา ปมถือ 'หุ้น itv'

เปิดประวัติ ‘นิกม์ แสงศิรินาวิน’ ผู้สมัคร สส. พรรคภูมิใจไทย ผู้จุดประเด็น ขย่ม พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ปมถือ ‘หุ้น itv’

ชื่อของ “นิกม์ แสงศิรินาวิน” ถูกค้นหา และถูกถาม ว่าเขาเป็นใคร ภายหลัง ปมร้อน “หุ้น itv” ที่ทำเอาชะตากรรมทางการเมืองของ “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” แขวนอยู่บนเส้นด้าย ซึ่งอาจทำให้ไม่ได้ไปต่อในตำแหน่ง “นายกรัฐมนตรีคนที่ 30” เริ่มต้นมาจากเขา

“นิกม์ แสงศิรินาวิน” ผู้จุดประกาย “หุ้น itv” ขย่มพิธา เป็นใครมาจากไหน คมชัดลึก รวบรวมประวัติ ผลงานที่โดดเด่นของเขา ผู้ที่ได้ชื่อว่า เปิดปม ขย่ม พิธา ไม่ได้ไปต่อในตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

นิกม์ แสงศิรินาวินนิกม์ แสงศิรินาวิน

นิกม์ แสงศิรินาวิน คือใคร

“นิกม์ แสงศิรินาวิน” ปัจจุบันอายุ 39 ปี ผู้สมัคร สส.กทม. เขต 17 คลองสามวา พรรคภูมิใจไทย ในการเลือกตั้ง 2566 แต่ก่อนหน้านี้ เขาเคยเป็นหนึ่งในผู้สมัคร สส. พรรคอนาคตใหม่ เมื่อครั้งการเลือกตั้งในปี 2562 พร้อมทั้งเคยถือหุ้น itv เช่นเดียวกับ “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคก้าวไกล

วันที่ 24 เม.ย. 2566 ชื่อของ “นิกม์ แสงศิรินาวิน” โลดแล่นบนหน้าการเมือง เมื่อเขาโพสต์แฉเปิดประเด็น ร้องให้ตรวจสอบการถือหุ้น itv ของพิธา ลิ้มเจริญรัตน์  ที่ต่อมานายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ไปยื่นร้องต่อ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้ตรวจสอบการถือหุ้น itv ในวันที่ 10 พ.ค. 2566 และยังโยงใยโจมตีนายพิธา เกี่ยวกับเรื่องราวทางการเมืองในเวลาต่อมา

นิกม์ แสงศิรินาวินนิกม์ แสงศิรินาวิน

ล่าสุด ได้มีคลิปประชุมผู้ถือหุ้น itv ทั้งภาพและเสียง เป็นคำถาม ภาณุวัฒน์ ขวัญยืน หนึ่งในผู้ถือหุ้น itv ถามว่า “บริษัท ไอทีวี มีการดำเนินงานเกี่ยวกับสื่อหรือไม่” คำตอบที่ได้คือ “ตอนนี้บริษัทยังไม่การดำเนินการใดๆ ครับ ก็รอผลให้คดีความสิ้นสุดก่อนนะครับ” ซึ่งข้อมูลไม่ตรงกับเอกสาร ที่ระบุว่า itv ยังทำหน้าที่สื่อ

นิกม์ แสงศิรินาวิน เปิดใจในรายการข่าว 3 มิติ ยอมรับว่า รู้จักกับ ภาณุวัฒน์ ขวัญยืน ซึ่งเป็นรุ่นน้องในที่ทำงาน และนิกม์ ได้ทำการโอนหุ้น itv ก่อนลงสมัคร สส.ในการเลือกตั้ง 2566 ส่งผลให้ ภาณุวัฒน์ ขวัญยืน กลายเป็นผู้ถือหุ้น itv นั่นเอง

รายงานประชุมผู้ถือหุ้น itvรายงานประชุมผู้ถือหุ้น itv

ส่งผลทำให้ชื่อของ นิกม์ แสงศิรินาวิน เป็นที่จับตามองจากกระแสสังคมอีกครั้ง

เศรษฐา ติงทำเอกสารปลอม “ถือหุ้นไอทีวี” เล่นงาน พิธา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/550920

12 มิ.ย. 2566

เศรษฐา  ติงทำเอกสารปลอม "ถือหุ้นไอทีวี" เล่นงาน พิธา

ผู้ได้รับการเสนอชื่อนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย  และคณะกรรรมการด้านเศรษฐกิจ พรรคเพื่อไทย “เศรษฐา ทวีสิน” ติงขบวนการทำเอกสารปลอม ว่าด้วยการ “ถือหุ้นไอทีวี” โดยมีเจตนา เพื่อเล่นงานหัวหน้าพรรคก้าวไกล ส่งกำลังใจให้ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์

นายเศรษฐา ทวีสิน ผู้ได้รับการเสนอชื่อนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย  และคณะกรรรมการด้านเศรษฐกิจ พรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า  การเปิดเผยคลิปการประชุมผู้ถือหุ้นไอทีวี  ที่ไม่ตรงกับรายงานบันทึกการประชุมว่า ไม่เห็นด้วยหากมีการทำเอกสารปลอม “ถือหุ้นไอทีวี”  เพื่อที่จะมุ่งทำลายล้าง เรื่องนี้ต้องให้ความเป็นธรรมกับหัวหน้าและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคก้าวไกล นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์   ส่วนหน้าที่ของพรรคเพื่อไทยที่เป็นพรรคอันดับสอง  ที่ทำได้คือเป็นกำลังใจให้ 

นายวิษณุ​ เครืองาม​ รองนายกรัฐมนตรี  กล่าวว่า   ไม่ขอแสดงความคิดเห็น หลังมีการเปิดเผยเอกสารการประชุมผู้ถือหุ้นบริษัทไอทีวี ที่พบว่าเอกสารรายงานการประชุมไม่ตรงกับคลิปวิดีโอ ที่มีการเผยแพร่ผ่านสื่อที่คลิประบุว่า ไม่มีการทำธุรกิจหลังระงับการออกอากาศตั้งแต่ 2550 แต่เอกสารการประชุมระบุว่า บริษัท ยังดำเนินธุรกิจ และยังมีการแจ้งผลประชุมทางอิเล็กทรอนิกส์ผ่านมือถือ โดยยังไม่ทราบเรื่องดังกล่าว และไม่สามารถตอบได้ เพราะไม่ทราบว่าเป็นเรื่องอะไร และเรื่องของบริษัทเอกชน รัฐบาลไม่ได้ไปยุ่งเกี่ยว

สรุปครบ ปมร้อน ‘หุ้น itv’ จุดเริ่มต้น เขย่า ‘พิธา’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/550914

12 มิ.ย. 2566

สรุปครบ ปมร้อน 'หุ้น itv' จุดเริ่มต้น เขย่า 'พิธา'

สรุปครบ ปมร้อน ‘หุ้น itv’ จุดเริ่มต้น เขย่า ‘พิธา ลิ้มเจริญรัตน์’ ส่อหลุดเก้าอี้ นายกรัฐมนตรีคนที่ 30 จากที่มาของชื่อ ‘นิกม์ แสงศิรินาวิน-ภาณุวัฒน์ ขวัญยืน’

ปมร้อน “หุ้น itv” ที่ทำเอาชะตากรรมทางการเมืองของ “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” แขวนอยู่บนเส้นด้าย ซึ่งอาจทำให้ไม่ได้ไปต่อในตำแหน่ง “นายกรัฐมนตรีคนที่ 30” ถึงแม้ว่าผลการเลือกตั้ง 2566 พรรคก้าวไกล จะได้คะแนนเสียงถล่มทลาย แต่ล่าสุด ดูเหมือนว่าเกมนี้อาจพลิก เมื่อ “ข่าว 3 มิติ” เปิดคลิปประชุมผู้ถือหุ้น ITV พบข้อมูลไม่ตรงเอกสาร

ทั้งหมดทั้งมวล ดูเหมือนจะกลายเป็นเกมการเมือง หวังดิสเครดิตกันหรือไม่ คมชัดลึก สรุปครบ ปมร้อน “หุ้น itv” กระตุก พิธาหลังการเลือกตั้ง ที่ก้าวไกลได้คะแนนเสียงแบบถล่มทลาย จนนำไปสู่ “หุ้นสื่อ itv” เริ่มต้นมีที่มาที่ไปอย่างไร

หุ้น itvหุ้น itv

จุดเริ่มต้นปมร้อน “หุ้น itv”

1. การร้องให้ตรวจสอบการถือหุ้นไอทีวีของพิธา เกิดจาก “นิกม์ แสงศิรินาวิน ผู้สมัคร” ผู้สมัคร สส.พรรคภูมิใจไทย เขต 17 คลองสามวา กรุงเทพมหานคร ซึ่งเคยเป็นผู้สมัคร สส.ของพรรคอนาคตใหม่ ในการเลือกตั้งเมื่อปี 2562 และถือหุ้น itv เช่นเดียวกับพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี เป็นผู้ให้สัมภาษณ์คนแรกเมื่อวันที่ 9 พ.ค. 2566

2. ตามข้อมูลของ นพรุจ วรชิตวุฒิกุล อดีตแกนนำกลุ่มพิราบขาว 2006 ซึ่งเคยถูกจำคุกร่วมกับแกนนำ นปช. คดีบุกบ้านพักสี่เสาเทเวศน์ ยื่นคำร้องเพิ่มเติมต่อ กกต.ขอให้เชิญมาเป็นพยาน กรณีที่ยื่นให้ตรวจสอบการถือหุ้นสื่อ itv ของ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์

2. 3 นักร้อง “เรืองไกร-สนธิญา-นพรุจ” รับลูกทันที เข้าร้องเรียน กกต. ให้ตรวจสอบการถือครองหุ้นบริษัท ไอทีวี จำกัด (มหาชน) ของ “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” ก่อนทูลเกล้าฯ เสนอชื่อนายกรัฐมนตรี เพราะ 3 นักร้อง ตีความว่า เป็น หุ้นสื่อ ซึ่งอาจทำให้ขาดคุณสมบัติความเป็น สส. และ นายกรัฐมนตรี

3. ”พิธา” แจงทันควัน เรื่องหุ้น ITV โอนให้ทายาทอื่นแล้ว และไม่ได้เจตนาโอนเพราะหลีกหนีความผิด พร้อมชี้แจง กกต. โดยยืนยันว่า เดินหน้าจัดตั้งรัฐบาลที่มี “นายพิธา” เป็นนายกให้สำเร็จ

พิธา ลิ้มเจริญรัตน์พิธา ลิ้มเจริญรัตน์

4. จากการตรวจสอบบัญชีรายชื่อผู้ถือ “หุ้น itv” พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ถือครอง 42,000 หุ้น ตั้งแต่ 2551 – 2566 รวม 16 ปี ไม่ระบุ ผู้จัดการกองมรดก หลังบิดาเสียชีวิตปี 2549

5. กกต. มีมติไม่รับคำร้อง 3 คำร้อง ปม “พิธา” ถือหุ้น itv เหตุคำร้องยื่นเกินระยะเวลาตามกฎหมายกำหนด แต่มีมติรับเรื่องไว้พิจารณา ตาม ม.151 เหตุรู้อยู่แล้วว่า ไม่มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง แต่ยังฝืน โดยจะมีการตั้งคณะกรรมการสืบสวนไต่สวน

ความผิดมาตรา 151

6. มาตรา 151 ระบุว่า ผู้ใดรู้อยู่แล้วว่าตนไม่มีสิทธิรับสมัครเลือกตั้ง เนื่องจากขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้ง แต่ยังลงสมัคร

  • ต้องระวางโทษจำคุก 1-10 ปี
  • ปรับ 20,000-200,000 บาท
  • ให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 20 ปี

7. หลังจากนั้นเป็นต้นมา กระแสความเป็นไปได้ สำหรับเก้าอี้นายกรัฐมนตรีคนที่ 30 ของ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ดูเหมือนจะเลือนลางมากขึ้นทุกที เพราะหลายฝ่ายมองว่า แม้ กกต.จะตีตกคำร้อง “คดีถือหุ้นสื่อ” ของพิธา แต่กรณีนี้ยังมีโอกาสฟื้นคืนชีพได้อีก ภายหลัง กกต.ประกาศรับรองพิธา เป็น สส.บัญชีรายชื่อ เพราะมีช่องทางให้ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความได้

เอกสารที่ประชุมผู้ถือหุ้นเอกสารที่ประชุมผู้ถือหุ้น

8. กระแสตีกลับภายในชั่วข้ามคืนวันที่ 11 มิ.ย. 2566 เมื่อ “ฐปณีย์ เอียดศรีไชย” เปิดคลิปวีดีโอ บันทึกการประชุมผู้ถือหุ้น itv ที่มีการร้องเรียนให้ตรวจสอบ ในรายการข่าว 3 มิติ ที่ปรากฎว่า ไม่ตรงกับเอกสารบันทึกการประชุม

9. ย้อนกลับไปที่ กิตติ สิงหาปัด พิธีกรรายการข่าว 3 มิติ ได้โพสต์เฟซบุ๊ก เป็นภาพเอกสารบันทึกการประชุม เมื่อวันที่ 26 เม.ย. 2566 ระบุว่า นายภาณุวัฒน์ ขวัญยืน ผู้ถือหุ้น สอบถามว่า “itv” มีการดำเนินการเกี่ยวกับสื่ออยู่หรือไม่ ประธานในที่ประชุม ตอบว่า “ปัจจุบันบริษัทยังมีการดำเนินกิจการอยู่ ตามวัตถุประสงค์ของบริษัท และมีการส่งงบการเงินและยื่นแบบภาษีเงินได้นิติบุคคลตามปกติ” แต่ในคลิปการประชุม ที่เปิดเผยในรายการ นายภาณุวัฒน์ หนึ่งในผู้ถือหุ้น ถามว่า “มีการดำเนินการเกี่ยวกับสื่อหรือทีวีไหมครับ” ขณะที่นายคิมห์ สิริทวีชัย ประธานที่ประชุม ตอบว่า “ตอนนี้บริษัทยังไม่มีการดำเนินการใดๆ รอผลคดีความให้สิ้นสุดก่อน”

10. วันที่ 12 มิ.ย. 2566 คิมห์ สิริทวีชัย กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท อินทัช โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) ออกแถลงการณ์ สั่งตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีบันทึกการประชุมผู้ถือหุ้น ไม่ตรงกับข้อความในที่ประชุม

อินทัช แถลงชี้แจงอินทัช แถลงชี้แจง

ภาณุวัฒน์ ขวัญยืน เป็นใคร

11. ค้นข้อมูลของ “ภาณุวัฒน์ ขวัญยืน” พบว่า เมื่อเดือน ก.พ. ปีเดียวกันนี้ ได้เข้าให้ปากคำในฐานะพยาน บริษัทคลีนิคนวลจันทร์ ของนิกม์ แสงศิรินาวิน ซึ่งเขาเป็นผุ้จัดการอยู่ ได้แจ้งความเมื่อปลายปี 2565 ว่าโดนปลอมใบสั่งซื้อยาอันตราย มูลค่ากว่าร้อยล้านบาท ยาดังกล่าว สามารถนำไปผลิตยาเสพติดได้  และเขายังถูกตั้งคำถามจากพรรคก้าวไกล ว่าได้หุ้นมาอย่างไร ทำไมจึงตั้งคำถามดังกล่าว

ภาณุวัฒน์ ขวัญยืนภาณุวัฒน์ ขวัญยืน

12. นิกม์ แสงศิรินาวิน เปิดใจในรายการข่าว 3 มิติ ยอมรับว่า รู้จักกับ ภาณุวัฒน์ ขวัญยืน ซึ่งเป็นรุ่นน้องในที่ทำงาน และนิกม์ ได้ทำการโอนหุ้น itv ก่อนลงสมัคร สส.ในการเลือกตั้ง 2566 ส่งผลให้ ภาณุวัฒน์ ขวัญยืน กลายเป็นผู้ถือหุ้น itv นั่นเอง

นิกม์ แสงศิรินาวิน-ฐปนีย์ เอียดศรีไชยนิกม์ แสงศิรินาวิน-ฐปนีย์ เอียดศรีไชย

นิกม์ แสงศิรินาวิน เป็นใคร

นิกม์ แสงศิรินาวิน ผู้สมัคร สส.กทม. เขต 17 คลองสามวา พรรคภูมิใจไทย และอดีตผู้สมัคร สส.พรรคอนาคตใหม่ เมื่อครั้งการเลือกตั้งปี 2562 โดยนิกม์ ได้ปรากฎตัวบนสื่อสังคมอีกครั้ง ในประเด็นการยื่นร้องให้ กกต. ตรวจสอบ “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” กรณี ปมถือหุ้น “itv” ที่นิกม์ได้โพสต์แฉผ่านเฟสบุ๊คเมื่อวันที่ 24 เมษายน 2566 ที่ผ่านมา พร้อมเตือนให้ “พิธา” ที่มีหุ้น ITV จำนวน 42,000 หุ้น ออกมามอบตัวกับ กกต. หลังจากนั้น เป็นต้นมา ส่งผลทำให้ชื่อของ “นิกม์ แสงศิรินาวิน” เป็นที่จับตามองจากกระแสสังคมอีกครั้ง

ย้อนเส้นทาง ‘itv’ โด่งดัง ก่อนเป็นหนี้แสนล้าน สุดท้ายตกเป็นเกมทางการเมือง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/550909

12 มิ.ย. 2566

ย้อนเส้นทาง 'itv' โด่งดัง ก่อนเป็นหนี้แสนล้าน สุดท้ายตกเป็นเกมทางการเมือง

ย้อนดูเส้นทางสถานีโททัศน์ ‘itv’ ทีวีเสรีช่องแรกของไทยโด่งดัง เฟื่องฟู ก่อนเป็นหนี้สินสูงเกิน100,000 ล้านบาทจนถูกยกเลิกสัมปทาน สุดท้ายตกเป็นเกมทางการเมือง ใช้สกัดขา ‘พิธา’

สถานีโทรทัศน์ไอทีวี หรือ “itv” ถูกกลับมาพูดถึงอีกครั้งหลังจากทีปิดสถานีและไม่มีการออกอากาศไปตั้งแต่ปี 2550 เป็นเวลานับกว่า 16 ปี ที่ประชาชนแทบจะไม่มีใครพูดถึง “itv” สถานีโทรทัศน์ที่เคยโด่งดังในยุคนั้นมาก่อน จนกระทั้งหลังเลือกตั้ง 2566 เสร็จสิ้น ปรากฎว่าพรรคก้าวไกลชนะการเลือก หลังจากนั้นมีการออกมาเปิดเผยว่านายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล แคนดิเดตนายก ถือ หุ้นitv มากถึง 42,000 กว่าหุ้น ประเด็นดังกล่าวสุ่มเสี่ยงที่จะทำให้นายพิธา อดเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 30 กันเลยก็ว่าได้ 

เรื่องราวโยงใยทางการเมืองระหว่างการถือ หุ้นitv และปมที่ยังมีการตั้งคำถามว่า “itv” ยังเป็นสื่ออยู่หรือไม่กลายเป็นข้อสงสัยอย่างมาก เพราะตัวสถานีโทรทัศน์ไอทีวีเองหยุดการออกอากาศไปกว่า 10 ปี แต่หากย้อนกลับไปในอดีต หลายคนยังจำสถานีโทรทัศน์ “itv” เป็นสถานีโทรทัศน์ที่โด่งดังและมีชื่อเสียงอีกหนึ่งช่องที่ในยุคนั้นใครไม่ดูคงไม่ได้ “itv”ยังเป็นช่องแรกที่มีการนำเสนอข่าวในช่วงต่างๆ โดยไม่มีคำว่าภาค ในรายการข่าว  สำหรับเส้นทางของ“itv” ในยุคนั้นนับว่าเป็นยุครุ่งเรืองอย่างมาก เพราะเป็นสถานีโทรทัศน์เสรีช่องแรกๆ ก่อนที่จะปิดตัวไปเพราะมีหนีสินค้างจ่าย และสุดท้ายตกเป็นเครื่องมือทางการเมือง

  • จุดเริ่มต้น สถานีโทรทัศน์ “itv” ทีวีเสรี 

สถานีโทรทัศน์ไอทีวี เริ่มต้นมาจากเหตุการณ์พฤษาทมิฬ ในปี 2535 สื่อโทรทัศน์ถูกควบคุมและกำกับภายใต้การดูแลของรัฐบาลทั้งหมด ซึ่งสุ่มเสี่ยงทำให้เกิดการบิดเบือนในการนำเสนอข่าวได้ ดังนั้นในช่วงรัฐบาล นายอานันท์ ปันยารชุน เป็นนายกรัฐมนตรี โดยสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (สปน.) ได้เปิดประมูลสัมปทานการดำเนินงานสถานีโทรทัศน์เสรีขึ้น  กลุ่มบริษัท สยามทีวีแอนด์คอมมิวนิเคชั่นส์ จำกัด ซึ่งนำโดยธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ชนะการประมูล และได้รับอนุมัติให้ดำเนินงาน โครงการสถานีโทรทัศน์เสรีช่องใหม่ และเมื่อวันที่ 3 ก.ค. ปี 2538 พร้อมทั้งเชิญชวนให้บริษัท เนชั่น มัลติมีเดีย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เข้าร่วมถือหุ้น และบริหารสถานีฯ

“itv” เริ่มต้นออกอากาศอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 1 ก.ค. 2539 เวลา 19.00 น. โดยเริ่มต้นจากการนำเสนอ ข่าวภาคค่ำประจำวัน เป็นสถานีโทรทัศน์แห่งแรก ที่เรียกรายการข่าวโดยไม่มีคำว่าภาคและมีชื่อสถานีเรียกทุกครั้ง เช่น ข่าวเช้าไอทีวี ข่าวเที่ยงไอทีวี ข่าวค่ำไอทีวี โดยผู้ประกาศข่าวคู่แรกของสถานี คือ กิตติ สิงหาปัด และ เทพชัย หย่อง ออกอากาศทางช่อง หมายเลข 26  ต่อมาได้ย้ายไปออกอากาศทางช่อง 29 โดยมีสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (สปน.) เป็นเจ้าของคลื่นความถี่

  • ยื่นจดทะเบียนเป็นบริษัทมหาชนก่อนเปลี่ยนหลายมือจนถึงวันสิ้นสุดออกอากาศ 

1.ปี 2541  บจก.สยาม อินโฟเทนเมนท์ เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย พร้อมกับเปลี่ยนชื่อเป็น บริษัท ไอทีวี จำกัด (มหาชน) และในราวปี 2542 ภาครัฐแห่งหนึ่งได้เปลี่ยนแปลงช่องสัญญาณให้กับไอทีวี จากช่อง 26 มาเป็นช่อง 29 

2.ปี 2543  บริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เข้าซื้อหุ้นของ “itv” ในช่วงเปลี่ยนผ่านได้สร้างความไม่พอใจแก่พนักงานค่อนข้างมาก ส่งผลให้นายเทพ หย่อง  ผู้อำนวยการสถานี ขณะนั้นตัดสินใจลาออก หลังจากนั้นนายไตรภพ ลิมปพัทธ์ และบริษัท กันตนา กรุ๊ป ได้ทำ MOU และเข้าถือหุ้มใน  “itv” ร้อยละ 10 ส่งผลให้ นายไตรภพ กลายเป็นผู้อำนวยการสถานีในทันที  ในช่วงนั้นเรียกต้องบอกว่าเกิดความเปลี่ยนแปลงขึ้นในสถานีโทรทัศน์ไอทีวีค่อนข้างมาก ไม่ว่าจะเป็นการขยับเวลาออกอากาศข่าวค่ำ การปรับผังรายการต่างๆ แต่ท้ายที่สุดบจก.บอร์น ซึ่งมีนายไตรภพเป็นกรรมการผู้จัดการคณะนั้น  และ บมจ.กันตนา กรุ๊ป ไม่สามารถบรรลุเป้าหมายตามที่ตกลงไว้ในบันทึกความเข้าใจได้ ส่งผลให้กลายเป็นแค่ผู้เช่าช่องสถานีออกกาศและนายไตรภพก็ถือว่าสิ้นสุดการเป็นผู้อำนวยการช่องด้วย

3.ปี 2549 คณะอนุญาโตตุลาการมีคำชี้ขาดให้ผู้ร้องชดเชยความเสียหายเป็นจำนวนเงิน 20 ล้านบาท ปรับลดผลประโยชน์ตอบแทนตามสัญญา  230 ล้านบาท ปรับลดเงินรับประกันผลประโยชน์ขั้นต่ำ และให้คืนเงินผลประโยชน์ตอบแทนขั้นต่ำที่ผู้คัดค้านได้ชำระระหว่างการพิจารณาของอนุญาโตตุลาการตลอดจนการปรับเพิ่มสัดส่วนรายการบันเทิงในผังรายการ และรายการข่าว 50:50 รวมถึงการจ่ายค่าชดเชยโดยสปน.  แต่ศาล ปกครองกลางมีคำพิพากษาเพิกถอนคำสั่งของอนุญาโตตุลาการ ชี้ขาดให้ สปน.ลดค่าสัมปทานเป็นเงิน  

4.13 ธ.ค. ปี 2549 ศาลปกครองสูงสุดก็พิพากษายืนตามศาลปกครองกลาง ส่งผลให้ บมจ.ไอทีวี ต้องจ่ายค่าสัมปทานสำหรับเช่าเวลาออกอากาศสถานีโทรทัศน์ไอทีวี เป็นเงิน 1,000 ล้านบาทต่อปีตามเดิม และต้องปรับผังรายการเป็นสาระและบันเทิง 70:30   “itv” ยังต้องเสียค่าปรับจากการผิดสัญญาสัมปทาน จากการเปลี่ยนแปลงผังรายการที่ไม่เป็นไปตามสัญญาสัมปทาน คิดเป็นร้อยละ 10 ของค่าสัมปทานในแต่ละปี คิดเป็นรายวัน วันละ 100 ล้านบาท นับตั้งแต่เริ่มมีการปรับผังรายการ รวมระยะเวลา 2 ปี

5.หลังจากปรับผังรายการออกอากสส่งผลให้เรตติ้งของ “itv” ลดลงอย่างต่อเนื่อง จนเมื่อวันที่ 14 ธ.ค. 2549  ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ได้แจ้งให้ ชำระค่าสัมปทานที่ค้างอยู่ จำนวนทั้งสิ้น 2,210 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 15 เป็นจำนวนเงินรวม 464 ล้าน 5 แสนบาท กรณีทำผิดสัญญาเรื่องปรับผังรายการ อีกกว่า 97,760 ล้านบาท รวมเงินที่ “itv” ต้องจ่ายให้สำนักปลัดเป็นกว่า 1 แสนล้านบาท 


6.ปี 2550 มีการพยายามเจรจาต่อรองกันหลายรอบ แต่ท้ายที่สุดวันที่ 7 มี.ค. 2550 คณะรัฐมนตรีมติให้ยกเลิกสัญญาสัมปทานจัดตั้งสถานีโทรทัศน์เสรี และสั่งให้ยุติการออกอากาศ สถานีโทรทัศน์ไอทีวี ในวันเดียวกัน เมื่อเวลา 00.00 น. รวมระยะเวลาการออกอากาศทั้งสิ้น 10 ปี 8 เดือน 6 วัน 5 ชั่วโมง


7.การต่อสู้ระหว่าง itv และ  สปน.ยังไม่จบแต่การปิดสถานีเท่านั้น เพราะยังมีข้อพิพาทเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนท้ายที่สุดในปี 2559 คณะอนุญาโตตุลาการได้ตัดสินชี้ขาดว่า สปน.บอกเลิกสัญญาสัมปทานโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ต้องชำระค่าเสียหายให้แก่ itv และ itv ต้องชำระค่าตอบแทนส่วนต่างเช่นกัน คำชี้ขาดจึงสรุปว่าทั้งสองฝ่ายไม่มีหนี้ที่ต้องชำระต่อกัน

  • ทำเนียบผู้อำนวยการสถานีโทรทัศน์ “itv” 

-ยุคแรก นายเทพชัย หย่อง เป็นผู้อำนวยการสถานีในปี 2538-2543
-ยุคที่สอง นายไตรภพ ลิมปพัทธ์ เป็นผู้อำนวยการสถานีในปี 2546 
-ยุคสุดท้ายก่อนปิดสถานี  นายทรงศักดิ์ เปรมสุข และนายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล เข้ามาเป็นผู้บริหารสถานี

อ้างอิง : wikipedia

‘อินทัช’ ร่อนหนังสือแจงตลาดหลักทรัพฯกรณี ‘หุ้น tiv’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/550905

12 มิ.ย. 2566

'อินทัช' ร่อนหนังสือแจงตลาดหลักทรัพฯกรณี 'หุ้น tiv'

‘หุ้น itv’ ทำให้บริษัทแม่อย่าง อินทัช โฮลดิ้งส์ ต้องร่อนหนังสือแจงตลาดหลักทรัพย์ กำลังตรวจสอบว่ามีการบิดเบือน รายงานการประชุมผู้ถือหุ้นหรือไม่

คิมห์ สิริทวีชัย กรรมการผู้อำนวยการบริษัท อินทัช โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) ร่อนหนังสือ แจ้งตลาดหลักทรัพย์ เร่งตรวจสอบ ข้อเท็จจริง รายงานการประชุมผู้ถือหุ้น itv เปลี่ยนแปลงไปจากข้อเท็จจริงหรือไม่ หลังมีการนำวีดีโอ มาเปรียบเทียบแล้วไม่ตรงกัน

หนังสือดังกล่าวมีเนื้อหาแจ้งกรณีที่เป็นข่าวของบมจ. ไอทีวี ( itv ) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบริษัท ดังนี้ 

เรียน กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

ตามที่มีข่าวที่เกี่ยวข้องกับ บริษัท ไอทีวี จำกัด (มหาชน) (ไอทีวี) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่บริษัท อินทัช โฮลดิ้งส์จำกัด (มหาชน) (บริษัท) ถือหุ้นอยู่ในสัดส่วนร้อยละ 52.92 ปรากฏตามสื่อต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการประชุมผู้ถือหุ้นของไอทีวีที่ผ่านมา

ซึ่งเป็นที่สนใจต่อสาธารณชนจำนวนมากในขณะนี้ ทางบริษัทได้รับทราบข้อมูล และได้ให้ทางคณะกรรมการและฝ้ายจัดการของไอทีวี ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงในประเด็นดังกล่าวที่เกิดขึ้นและหากมีประเด็นใดๆ ที่จะต้องดำเนินการให้สอดคล้องกับข้อเท็จจริง ทางไอทีวีจะดำเนินการให้เร็วที่สุด

เพื่อให้มีความโปร่งใสเป็นไปตามหลักธรรมาภิบาลและกฎหมายต่างๆ ที่เกี่ยวข้องจึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ  ลงวันที่  12 มิถุนายน 2566

หนังสือ แจ้งตลาดหลักทรัพย์ กรณี itv ของอินทัชฯหนังสือ แจ้งตลาดหลักทรัพย์ กรณี itv ของอินทัชฯ