มจธ.-โอสถสภา-หัวเว่ย จับมือ สร้างวิศวกร AI รองรับอุตสาหกรรม 4.0

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/736797

มจธ.-โอสถสภา-หัวเว่ย จับมือ  สร้างวิศวกร AI รองรับอุตสาหกรรม 4.0

มจธ.-โอสถสภา-หัวเว่ย จับมือ สร้างวิศวกร AI รองรับอุตสาหกรรม 4.0

วันอังคาร ที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

รศ.ดร.สุวิทย์ แซ่เตีย อธิการบดี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) และนายนุกิจ ชลคุป Chief Manufacturing Officer บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางด้านวิชาการและออกแบบหลักสูตรวิศวกรรมระบบอัจฉริยะ (Intelligence Systems Engineering : ISE) พร้อมด้วย ศ.ดร.บุญเจริญ ศิริเนาวกุล ที่ปรึกษา มจธ.(ราชบุรี) และตัวแทนจากบริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จํากัด ร่วมเป็นสักขีพยาน

รศ.ดร.สุวิทย์ แซ่เตีย อธิการบดี มจธ.กล่าวว่า ปัจจุบันไทยมีกำลังคนด้าน AI ไม่เพียงพอประกอบกับอุตสาหกรรมในประเทศกำลังจะเปลี่ยนแปลงไป จึงมีความต้องการบุคลากรด้าน AI เข้าไปช่วยพัฒนาและดูแลระบบ หากไม่เร่งผลิตบุคลากรด้านนี้ ในระยะยาว จะมีปัญหาเรื่องกำลังคนอย่างแน่นอน อุตสาหกรรมไทยส่วนใหญ่เป็นเทคโนโลยียุค 3.0 และกำลังต้องปรับเปลี่ยนตัวเองเป็นเทคโนโลยี 4.0 หากเราสามารถสร้างคนที่มีทักษะ และมีประสบการณ์ทำงานด้าน AI กับภาคอุตสาหกรรมเข้าไปเติมในจุดนี้ นอกจากจะช่วยลดต้นทุนในการผลิตได้อย่างเหมาะสมแล้ว ยังเป็นประโยชน์สูงสุด ทั้งกับตัวผู้ประกอบการ และอุตสาหกรรมของไทยโดยรวม หลักสูตรวิศวกรรมระบบอัจฉริยะ (Intelligence Systems Engineering: ISE) สามารถพัฒนาให้นักศึกษามีคุณลักษณะและความสามารถตรงตามความต้องการของอุตสาหกรรมทั้งในและต่างประเทศ

ศ.ดร.บุญเจริญ ศิริเนาวกุล ที่ปรึกษา มจธ.(ราชบุรี) และประธานหลักสูตร ISE กล่าวว่า ภายใต้หลักสูตรนี้ นักศึกษาจะมีความรู้และทักษะทั้งทางด้านวิศวกรรม อุตสาหกรรมและปัญญาประดิษฐ์ รวมถึงเครื่องมืออื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น IoT และ Cloud เพราะเป็นการเรียนรู้แบบพหุวิทยาการที่ส่งเสริมให้นักศึกษาได้เรียนรู้ทั้งภาคทฤษฎี ภาคปฏิบัติ การประยุกต์และความคิดสร้างสรรค์ ให้เขาได้ใช้ความรู้ทางวิศวกรรมระบบในสาขาเครื่องกล ไฟฟ้า พลังงานและเคมี และชีวภาพ มาสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ ที่ตอบโจทย์ปัญหาหรือความต้องการของผู้ประกอบการได้จริง รวมถึงมีการฝึกปฏิบัติงานร่วมกับภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม

เป้าหมายของหลักสูตร คือ “ผลิตนักเทคโนโลยี AI” หรือ “วิศวกร AI” โดยจุดเด่นของหลักสูตร คือ นักศึกษาได้ปฏิบัติงานกับโรงงานอุตสาหกรรมจริง ในโรงงานของโอสถสภา ผ่านการใช้งานเครื่องจักรกล และเทคโนโลยีด้าน AI และ IoT ระดับสูงของโอสถสภา เทคโนโลยีระดับโลกตั้งแต่ปี 1 การศึกษาจะไม่จำกัดเฉพาะทฤษฎีเท่านั้น แต่เรียนกับเทคโนโลยีและโจทย์ปัญหาจริงจากภาคอุตสาหกรรม ซึ่งผู้ที่จบจากหลักสูตร ISE นี้ จะสามารถนำเครื่องมือและเทคโนโลยี AI ไปใช้กับงานของตนเอง ซึ่งนอกจากในโรงงานแล้ว ยังประกอบอาชีพอื่นๆ ได้ เช่น ด้านการเกษตร Smart Farming ยานยนต์อัตโนมัติ เป็นต้น

ศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางฯ ศศินทร์ รับรางวัลผลงานดีเด่นสาขาสังคมศาสตร์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/736796

ศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางฯ ศศินทร์  รับรางวัลผลงานดีเด่นสาขาสังคมศาสตร์

ศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางฯ ศศินทร์ รับรางวัลผลงานดีเด่นสาขาสังคมศาสตร์

วันอังคาร ที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางเพื่องานวิจัยด้านบรรษัทภิบาลและการเงินเชิงพฤติกรรม Sasin School of Management (สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจ ศศินทร์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย) รับรางวัลศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทาง (Center of Excellence) ที่มีผลงานดีเด่นสาขาสังคมศาสตร์ จากกองทุนรัชดาภิเษกสมโภช จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 โดยมี รศ.ดร.พัฒนาพร ฉัตรจุฑามาส หัวหน้าศูนย์ฯ เป็นตัวแทนเข้ารับมอบรางวัล

ศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางฯ มีเป้าหมายเพื่อเป็นศูนย์นวัตกรรมและองค์ความรู้ทางการศึกษาและวิจัยด้านการเงิน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อดำเนินงานศึกษาวิจัยเกี่ยวกับการสร้างนวัตกรรมและองค์ความรู้ทางธุรกิจโดยเฉพาะด้านธุรกิจและการเงิน และเพื่อสร้างโอกาสให้กับภาคประชาชน ภาคธุรกิจ และภาครัฐ ในการเตรียมความพร้อมและพัฒนาประเทศไทยไปสู่สังคมที่เข้มแข็งยั่งยืน

ม.เกษตรฯ ทศวรรษ 9 พร้อมเป็น ‘University at a marketplace’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/736799

ม.เกษตรฯ ทศวรรษ 9 พร้อมเป็น  ‘University at a marketplace’

ม.เกษตรฯ ทศวรรษ 9 พร้อมเป็น ‘University at a marketplace’

วันอังคาร ที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ดร.จงรัก วัชรินทร์รัตน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (มก.) กล่าวว่า ในโอกาสครบรอบ 80 ปีของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้ทำการเฉลิมฉลองด้วยการเปิดตัวภาพยนตร์สั้น “KUniverse” เพื่อโชว์ตัวตนความเป็นมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พร้อมดึงนิสิตปัจจุบันและนิสิตเก่าชื่อดังมาร่วมถ่ายทอดเรื่องราวสร้างสรรค์ศาสตร์แห่งแผ่นดินในภาพยนตร์ดังกล่าว และการก้าวเข้าสู่ทศวรรษที่ 9 มก. จะดำเนินโครงการภายใต้ชื่อ KUniverse คือการบูรณาการการเรียนรู้ในรูปแบบที่แตกต่าง โดยให้เกษตรกรและนิสิตสร้างการเรียนรู้ร่วมกันบนแพลตฟอร์มการเรียนรู้ใหม่นำงานวิจัย และนวัตกรรมมาผนวกรวมกัน โดยใช้สินค้าและบริการเป็นฐานในการเรียนรู้ ซึ่งจะพัฒนาเกษตรกรและนิสิตสู่การเป็นผู้ประกอบการและนวัตกรรม อีกทั้งต่อยอดสู่การเป็น University at a marketplace หรือ แหล่งการตลาดสินค้าพรีเมียม เพราะตลอด 80 ปีที่ผ่านมา มก.ได้นำองค์ความรู้ศาสตร์แห่งแผ่นดิน ศาสตร์พระราชาศาสตร์ชุมชนและศาสตร์สากล มาวางแนวทางพัฒนาและต่อยอดองค์ความรู้ บูรณาการผ่านโครงการพระราชดำริกว่า 4,000 โครงการ ร่วมกับองค์ความรู้ของไทยทั้งด้านเกษตร หัตถกรรม ศิลปวัฒนธรรม และความรู้สากลจากต่างประเทศ นำไปสู่การพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน

ในส่วนของนักศึกษา ได้ให้ความสำคัญกับการสร้างความสุขให้กับนิสิต ใน 12 มิติ อาทิ Proud to be KU ที่เป็นการสร้างความสัมพันธ์ ความภาคภูมิใจให้กับนิสิตใหม่ที่ก้าวเข้ามาในรั้วสถาบันผ่านกิจกรรม และแนวทางการดำเนินชีวิตอย่างมีความสุข KU Happy Place การเพิ่มพื้นที่และผู้ให้คำปรึกษาการใช้ชีวิต และสุขภาพจิตใจให้กับนิสิตในทุกชั้นปี รวมถึงการมีพื้นที่ที่ทำให้ทุกคนสัมผัสได้ถึงความเท่าเทียม SDGs KU การตอกย้ำแนวทางด้านความยั่งยืน เช่น ผลงานนวัตกรรมของนิสิต พื้นที่สีเขียว การลดปล่อยคาร์บอน และกระจายองค์ความรู้ที่สำคัญไปสู่ชุมชนโดยรอบและเครือข่าย Life of KU การสร้างบรรยากาศความสมดุลระหว่างชีวิตและการเรียนให้กลับมาเป็นปกติ ภายหลังสถานการณ์โรคระบาด APSSA KU การผลักดันผลงานนิสิตที่มีความโดดเด่นเช่นในเชิงงานวิจัย วิชาการ นวัตกรรมไปสู่เวทีที่สำคัญระดับโลก และ SDKU พื้นที่แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระหว่างหน่วยงาน สถาบัน เพื่อให้ระบบการศึกษาสอดรับกับการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 เป็นต้น

ดร.จงรัก กล่าวเพิ่มเติมว่า มก.ได้บูรณาการความรู้ทางเกษตรต่อยอดไปสู่การเรียนการสอนทางด้านสุขภาพ โดยได้จัดตั้งคณะแพทยศาสตร์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว จะเปิดรับนิสิตในปีการศึกษา 2567 และได้สร้างโรงพยาบาลที่ทันสมัยและโดดเด่นในเรื่องของเวชศาสตร์การเกษตรเรื่องของสัตว์สู่คน มาพร้อมนวัตกรรมทางการแพทย์ที่ตอบสนองความต้องการด้านสาธารณสุขของประชาชน นอกจากนี้ ในปีการศึกษา 2568 จะเปิดคณะพยาบาลศาสตร์ เพื่อรองรับการเติบโตของการเรียนการสอนด้านสุขภาพอย่างครบวงจร

ปัจจุบัน มก. เป็นมหาวิทยาลัยสีเขียว (Green University) อันดับ1ของประเทศไทยสองปีซ้อนมีความพร้อมที่จะขับเคลื่อนองค์กรให้มีความเป็นกลางทางคาร์บอน โดยทำให้ การปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และการดูดซับอยู่ในปริมาณที่เท่ากัน เพื่อลดปัญหาเรื่องการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ (Climate Change) ที่กำลังเผชิญอยู่ในปัจจุบัน โดยจากนี้ไปอีก 12 ปี หรือในปี ค.ศ.2035 คาดว่าจะเป็นมหาวิทยาลัยที่มีความเป็นกลางทางคาร์บอนเต็มตัว และดำเนินการเต็มที่ใน 33,000 ไร่ และพื้นที่ป่าอีก 13,000 ไร่ เพื่อทำให้ป่าเหล่านั้นมีประสิทธิภาพในการดูดซับให้มากที่สุด

นักวิทย์ให้ความรู้แสงซินโครตรอน กับงานวิจัยการแพทย์ ม.มหิดล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/736805

นักวิทย์ให้ความรู้แสงซินโครตรอน  กับงานวิจัยการแพทย์ ม.มหิดล

นักวิทย์ให้ความรู้แสงซินโครตรอน กับงานวิจัยการแพทย์ ม.มหิดล

วันอังคาร ที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ศ.นพ.บรรจง มไหสวริยะ อธิการบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ต้อนรับคณะนักวิทยาศาสตร์สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) ที่มานำเสนอความรู้การใช้ประโยชน์แสงซินโครตรอนกับงานวิจัยด้านการแพทย์และสาธารณสุข ชูตัวอย่างงานวิจัยการแพทย์จากการประยุกต์ใช้แสงซินโครตรอนที่ไม่สามารถทำได้ด้วยเครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ในห้องปฏิบัติการทั่วไป โดยมีผู้รับฟังบรรยายทั้งในห้องประชุมและผ่านระบบออนไลน์กว่า 60 คน เมื่อต้นเดือนมิถุนายน ที่สมาคมศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยมหิดล ในพระบรมราชูปถัมภ์ ศาลายา จ.นครปฐม

ศ.นพ.บรรจง มไหสวริยะ อธิการบดี มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า ได้ตามเสด็จสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในโอกาสทรงนำคณะกรรมการรางวัลนานาชาติมูลนิธิสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ในพระบรมราชูปถัมภ์ ไปยังสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน และได้เห็นประโยชน์อย่างยิ่งของแสงซินโครตรอน จึงอยากให้บุคลากรของมหิดลได้รู้จักเทคโนโลยีนี้และมีโอกาสใช้แสงซินโครตรอนเพื่อประโยชน์ด้านการแพทย์และสาธารณสุข

ผศ.ดร.ศุภกร รักใหม่ รองผู้อำนวยการ ปฏิบัติการและใช้ประโยชน์ระบบลำเลียงแสง สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน กล่าวว่า ตนเองพร้อมคณะนักวิทยาศาสตร์ของสถาบันฯ ทั้งหมด 6 คน ได้เป็นวิทยากรในโครงการ Webinar เรื่อง “แสงซินโครตรอนกับงานวิจัยด้านการแพทย์และสาธารณสุข” เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจถึงการใช้ประโยชน์ของแสงซินโครตรอนกับงานวิจัยด้านการแพทย์และสาธารณสุข เครื่องกำเนิดแสงซินโครตรอนนั้นถือเป็นเครื่องผลิตคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าชนิดเดียวในโลก ที่ให้แสงความยาวคลื่นต่อเนื่อง ตั้งแต่รังสีอินฟราเรด แสงที่ตามองเห็น รังสียูวี และรังสีเอกซ์ และผลิตแสงที่มีความเข้มมากกว่า และใช้ทำอะไรได้มากกว่าแสงจากเครื่องมือในห้องปฏิบัติการทั่วไป

ผศ.ดร.ศุภกร กล่าวต่อไปว่า ตัวอย่างการใช้แสงซินโครตรอนในงานวิจัยทางการแพทย์และสาธารณสุข เช่น การใช้แสงซินโครตรอนวิเคราะห์โครงสร้างยาที่มีความซับซ้อน หรือการตรวจหาสารหรือธาตุที่มีอยู่เพียงเล็กน้อย และไม่สามารถใช้เครื่องในห้องปฏิบัติการทั่วไปได้ การวิเคราะห์หาสารพิษในอวัยวะต่างๆ ที่อาจเกิดจากการฝังโลหะในร่างกาย การวิเคราะห์แคลเซียมในกระดูกและฟันเพื่อการพัฒนากระดูกและฟันเทียม การใช้เทคนิคแสงซินโครตรอนศึกษาสารห่อหุ้ม mRNA เพื่อพัฒนาวัคซีน การใช้รังสีอินฟราเรดจากแสงซินโครตรอนดูระยะการแพร่ของมะเร็ง การวิเคราะห์สมองในส่วนที่เกิดการ
ตีบตัน การพัฒนาอุปกรณ์ไมโครฟลูอิดิกเพื่อการผลิตยาและวัคซีน การผลิตเข็มขนาดเล็กระดับไมโครเมตรเพื่อการให้ยาทางผิวหนังโดยไม่รู้สึกเจ็บ หรือการศึกษากระดูกด้วยเทคนิคโทโมกราฟีที่ให้รายละเอียดของภาพตัดขวางโดยไม่ต้องตัดเฉือนตัวอย่างและสามารถขึ้นรูปเป็นสามมิติได้ เป็นต้น

สพม.ตาก พัฒนาครูประชาสัมพันธ์ พร้อมสร้างนักข่าวน้อยประจำโรงเรียน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/736795

สพม.ตาก พัฒนาครูประชาสัมพันธ์  พร้อมสร้างนักข่าวน้อยประจำโรงเรียน

สพม.ตาก พัฒนาครูประชาสัมพันธ์ พร้อมสร้างนักข่าวน้อยประจำโรงเรียน

วันอังคาร ที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ส.ต.ต. ดร.นปดล นพเคราะห์ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาตาก (สพม.ตาก) เป็นประธานเปิดอบรมเชิงปฏิบัติการ “การพัฒนาเครือข่ายประชาสัมพันธ์ และ SPM.Tak Young Reporter” เสริมสร้างศักยภาพการประชาสัมพันธ์ของครู และปั้นนักข่าวน้อยประจำโรงเรียน ผู้เข้าอบรมได้แก่ครู หรือผู้ทำหน้าที่ประชาสัมพันธ์โรงเรียนละ 2 คน และนักเรียน Young Reporter โรงเรียนละ 2 คน และผู้สนใจ รวมทั้งสิ้น 100 คนเมื่อต้นเดือนมิถุนายน ที่โรงแรมวัฒนาวิลเลจ รีสอร์ท อ.แม่สอด จ.ตาก

เนื้อหาการอบรม ได้แก่ หลักการเขียนข่าวเพื่อการประชาสัมพันธ์ เทคนิคการถ่ายภาพเล่าเรื่อง Photo Storytelling การผลิตสื่ออินโฟกราฟิก ด้วย CANVA การตัดต่อวีดีโอ ด้วยโปรแกรม CapCut และเทคนิคทำสกู๊ปข่าว “พุธเช้า ข่าวโรงเรียน” ผลิตและการใช้สื่อประชาสัมพันธ์ในยุคดิจิทัล ฯลฯ

สำหรับวิทยากร ได้แก่ นายศตายุ วาดพิมาย และนางฤทัยกัญญา ชูทอง นักประชาสัมพันธ์ชำนาญการ นายพงษ์อนันต์ คำน่าน ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านวังผาและทีมวิทยากรแกนนำเครือข่ายประชาสัมพันธ์ สพม.ตาก

‘ก้าวไกล’ แถลงพิรุธ ประชุมผู้ถือ ‘หุ้น ITV’ บี้เปิดคลิปฉบับเต็ม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/550976

12 มิ.ย. 2566

‘ก้าวไกล’ แถลงพิรุธ ประชุมผู้ถือ ‘หุ้น ITV’ บี้เปิดคลิปฉบับเต็ม

‘ชัยธวัช’ เลขาฯ ก้าวไกล ชี้พิรุธ คลิปเสียง-ขัดแย้ง ผลประชุมผู้ถือ ‘หุ้น ITV’ ดักคอขบวนการสกัด ‘พิธา’ นั่งนายกฯ จี้คนเกี่ยวข้องเคลียร์ มั่นใจรอดคดี ม.151 เหมือนคดีหุ้นวีลัค ‘ธนาธร’ ขอบคุณสื่อเปิดโปง

ที่อาคารอนาคตใหม่ นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล (ก.ก.) แถลงความคืบหน้ากรณีการตรวจสอบการถือหุ้นสื่อบริษัท ไอทีวี จำกัด (มหาชน) ‘หุ้นitv’ ของนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีว่า จากการรายงานข่าวของรายการข่าว 3 มิติ เมื่อวันที่ 11 มิ.ย. 2566 มีข้อมูลที่มีนัยสำคัญ ดังนี้

1.ความขัดแย้งระหว่างคลิปการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2566 ของบริษัท ไอทีวี จำกัด (มหาชน) เมื่อวันที่ 26 เม.ย. 2566 กับรายงานการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปีของบริษัท ในประเด็นที่ว่าไอทีวียังดำเนินกิจการเกี่ยวกับสื่อหรือไม่

คลิปไม่ตรงกับบันทึกประชุมผู้ถือ หุ้นitv

นายชัยธวัชระบุว่า ถ้าดูคลิปการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2566 ของบริษัท ไอทีวี จำกัด (มหาชน) เมื่อวันที่ 26 เม.ย. 2566 ซึ่งเกิดขึ้นหลังการรับสมัครเลือกตั้งจะปรากฏข้อเท็จจริงว่านายภาณุวัฒน์ ขวัญยืนในฐานะผู้ถือหุ้น ได้ถามในที่ประชุมว่า“บริษัท ไอทีวี มีการดำเนินกิจการเกี่ยวกับสื่อหรือทีวีไหมครับ” 

จากนั้นนายคิมห์ สิริทวีชัยประธานคณะกรรมการบริษัท ในฐานะประธานในที่ประชุม ได้ตอบอย่างชัดเจนว่า“ตอนนี้บริษัทยังไม่มีการดำเนินการใดๆ นะครับ ก็รอผลคดีความให้สิ้นสุดก่อนนะครับ” 

อย่างไรก็ตามในเอกสารรายงานการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2566 ของ บมจ.ไอทีวี กลับบันทึกไม่ตรงกับคลิปการประชุมอย่างสิ้นเชิง กล่าวคือ กลับบันทึกรายงานการประชุมว่า นายคิมห์ สิริทวีชัย ได้ตอบคำถามของคุณภาณุวัฒน์ ขวัญยืนว่า“ปัจจุบันบริษัทยังดำเนินกิจการอยู่ ตามวัตถุประสงค์ของบริษัท และมีการส่งงบการเงินและยื่นแบบภาษีเงินได้นิติบุคคลตามปกติ”

‘ก้าวไกล’ แถลงพิรุธ ประชุมผู้ถือ ‘หุ้น ITV’ บี้เปิดคลิปฉบับเต็ม

นายชัยธวัชกล่าวอีกว่า หลังจากมีการจัดทำรายงานการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2566 ของ บมจ.ไอทีวี ออกมานายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะก็ได้นำเอกสารนี้ไปใช้เป็นหลักฐานสำคัญในการยื่นร้องต่อ กกต.ให้ตรวจสอบการถือหุ้นไอทีวีของนายพิธาเมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 

นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล ชี้พิรุธประชุมผู้ถือหุ้นไอทีวีนายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล ชี้พิรุธประชุมผู้ถือหุ้นไอทีวี

ทั้งนี้ ก่อนที่นายเรืองไกร จะไปยื่นร้องต่อ กกต.นั้นนายนิกม์ แสงศิรินาวิน ผู้สมัคร สส.กรุงเทพฯ พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ได้โพสต์ข้อความในเพจเฟซบุ๊กของตนเองเมื่อวันที่ 24 เมษายน ก่อนการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นของบริษัทไอทีวี 2 วันว่า“นักการเมืองที่กำลังถือหุ้น ITV เตรียมตัวประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี และมอบตัว กกต.ด้วยนะครับ หัวหน้าพรรคหนึ่งถือ 42,000 หุ้น”

เข้าข่ายทำรายงานประชุมผู้ถือ ‘หุ้นitv’ เป็นเท็จ

นายชัยธวัช ระบุว่า โพสต์ดังกล่าวทำให้เป็นที่น่าสงสัยว่ามีการวางแผนจะให้นายภานุวัฒน์ ผู้ถือหุ้นไอทีวีที่รับโอนหุ้นมาจากนายนิกม์ และยังเป็นผู้จัดการคลินิกของครอบครัวของนายนิกม์ด้วยนั้น ตั้งคำถามในที่ประชุมผู้ถือ ‘หุ้นitv’  เพื่อต้องการให้ผู้บริหารของไอทีวีตอบว่าไอทีวียังดำเนินกิจการสื่อมวลชนอยู่ใช่หรือไม่แต่ 

เมื่อนายคิมห์ตอบคำถามในที่ประชุมว่าตอนนี้ไอทีวียังไม่มีการดำเนินกิจการสื่อ ภายหลังกลับมีการบันทึกการประชุมให้เข้าใจได้ว่าปัจจุบันไอทีวียังดำเนินกิจการสื่ออยู่พฤติการณ์เช่นนี้เข้าข่ายการทำรายงานการประชุมผู้ถือหุ้นเท็จหรือไม่ และถือเป็นการทำผิดกฎหมายอีกหลายฉบับใช่หรือไม่เรื่องนี้เป็นประเด็นสำคัญที่ผู้มีอำนาจในบริษัทไอทีวี รวมทั้งนายจิตชาย มุสิกบุตรกรรมการผู้สอบทานและแก้ไขรายงานการประชุม ต้องตอบคำถามต่อสังคมให้ชัดเจน

เป็นที่น่าสังเกตว่า นายจิตชาย กรรมการผู้สอบทานและแก้ไขรายงานการประชุมนั้น ยังเป็นผู้บริหารสายงานกฎหมายและเลขานุการบริษัทของ บมจ.อินทัช โฮลดิ้งส์ ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของไอทีวีอีกด้วย ทำให้มีคำถามว่า บมจ.อินทัช โฮลดิ้งส์ รับรู้หรือเกี่ยวข้องกับแก้ไขรายงานให้ไม่ตรงกับข้อเท็จจริงในการประชุมด้วยหรือไม่

พยายามฟื้นชีพไอทีวีสกัดก้าวไกลตั้งรัฐบาล

“ประเด็นที่กล่าวมาทั้งหมดเป็นหนึ่งในข้อพิรุธที่นายพิธาได้เคยตั้งคำถามไว้ว่านี่คือความพยายามฟื้นคืนชีพไอทีวีให้กลับมาเป็นสื่อมวลชน เพื่อสกัดกั้นการจัดตั้งรัฐบาลตามฉันทานุมัติของประชาชนผ่านการเลือกตั้ง ใช่หรือไม่ ซึ่งพฤติการณ์เช่นนี้อาจเข้าข่ายกระทำการอันเป็นเท็จ เพื่อจะแกล้งให้ผู้สมัคร สส.ถูกเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง ซึ่งมีความผิดตามมาตรา 143 ของ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส.” เลขาฯพรรคก้าวไกลระบุ

2.ความขัดแย้งกันระหว่างคลิปการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2566 ของ บมจ.ไอทีวี เมื่อวันที่ 26 เม.ย. 2566 กับแบบนำส่งงบการเงิน (ส.บช.3) ที่ไอทีวียื่นต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้าเมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2566 และเอกสารงบไตรมาสแรกปี 2566 ของ บมจ.ไอทีวี ข้อพิรุธอีกประการหนึ่ง หากพิจารณาใจความสำคัญของข้อความที่ถูกเปลี่ยนแปลงแก้ไขในบันทึกรายงานการประชุมผู้ถือหุ้นของไอทีวี กล่าวคือ แก้ไขคำตอบของนายคิมห์ สิริทวีชัย ประธานในที่ประชุม ต่อนายภาณุวัฒน์ ขวัญยืน จาก“ตอนนี้บริษัทยังไม่มีการดำเนินการใดๆ นะครับ ก็รอผลคดีความให้สิ้นสุดก่อนนะครับ” 

กลายเป็น“ปัจจุบันบริษัทยังดำเนินกิจการอยู่ ตามวัตถุประสงค์ของบริษัท และมีการส่งงบการเงินและยื่นแบบภาษีเงินได้นิติบุคคลตามปกติ” นั้น ทำให้เกิดข้อสงสัยว่าเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับ“แบบนำส่งงบการเงิน”(ส.บช.3) ที่ไอทีวียื่นต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้าในวันที่ 10 พ.ค. 2566 ก่อนวันเลือกตั้ง 4 วัน และเป็นวันเดียวกับที่นายเรืองไกรไปยื่นร้องต่อ กกต.หรือไม่

เพราะเมื่อพิจารณา “แบบนำส่งงบการเงิน” (ส.บช.3) ที่ไอทีวียื่นต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้าเมื่อวันที่ 10 พ.ค. 2566 (ซึ่งเป็นงบการเงินรอบปีบัญชีสิ้นสุด ณ วันที่ 31 ธ.ค. 2565) จะพบว่ามีการระบุประเภทธุรกิจว่า“สื่อโทรทัศน์”และระบุสินค้า/บริการว่า“สื่อโฆษณาและผลตอบแทนจากการลงทุน”จากเดิมที่เอกสารงบการเงิน (ส.บช.3) ของไอทีวีในปีบัญชี 2561-2562 ระบุประเภทธุรกิจว่า“กิจกรรมของบริษัทโฮลดิ้งส์ที่ไม่ได้ลงทุนในธุรกิจการเงินเป็นหลัก”แล้วในปีบัญชี 2563-2564 ระบุประเภทธุรกิจว่า“สื่อโทรทัศน์”

โดยในส่วนสินค้า/บริการ ระบุว่า“ปัจจุบันไม่ได้ดำเนินการเนื่องจากติดคดีความ”การเปลี่ยนแปลงข้อความในแบบนำส่งงบการเงินครั้งหลังสุดของไอทีวีดังกล่าวขัดแย้งกับการตอบของนายคิมห์ สิริทวีชัย ประธานที่ประชุมผู้ถือหุ้น ณ วันที่ 26 เมษายน 2566 ต่อข้อซักถามอีกข้อหนึ่งที่ว่า“หากคดีความต่างๆ จบสิ้นเรียบร้อย บริษัทจะมีปันผลไหม บริษัทจะมีแผนการดำเนินงานธุรกิจต่อไป หรือจะเข้าตลาดหลักทรัพย์อีกหรือเปล่า บริษัทจะมีแผนชำระบัญชี หรือกิจการคืนเงินแก่ผู้ถือหุ้นหรือไม่”

‘ก้าวไกล’ แถลงพิรุธ ประชุมผู้ถือ ‘หุ้น ITV’ บี้เปิดคลิปฉบับเต็ม
‘ก้าวไกล’ แถลงพิรุธ ประชุมผู้ถือ ‘หุ้น ITV’ บี้เปิดคลิปฉบับเต็ม
‘ก้าวไกล’ แถลงพิรุธ ประชุมผู้ถือ ‘หุ้น ITV’ บี้เปิดคลิปฉบับเต็ม
‘ก้าวไกล’ แถลงพิรุธ ประชุมผู้ถือ ‘หุ้น ITV’ บี้เปิดคลิปฉบับเต็ม

ที่บอกว่าขัดแย้งกันเพราะนายคิมห์ได้ตอบข้อซักถามดังกล่าวว่า“ผลของคดีเป็นจุดสำคัญที่สุดของบริษัท ถ้าผลคดียังไม่ได้ออกมา มันเป็นไปได้ยากมากที่เราจะดำเนินการใดๆ กับไอทีวี ณ ขณะนี้นะครับ อย่างในอดีตที่ผ่านมา เราก็ได้มีการว่าจ้างที่ปรึกษาทางการเงินมาดูเงื่อนไขต่างๆ ทางเลือกต่างๆ ยังไม่มีทางเลือกใดๆ ที่เหมาะสม ณ ขณะนี้ ฉะนั้น ทั้งหมดทั้งมวลก็ต้องรอผลของคดี ถ้าผลคดีสิ้นสุดลงแล้วทางบริษัทก็จะพิจารณาทางเลือกที่เหมาะสมให้กับทางผู้ถือหุ้นต่อไป ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการพิจารณาจะจ่ายเงินปันผลอย่างไร จะดำเนินธุรกิจต่อไปหรือไม่ อย่างไร หรือจะชำระบัญชี อะไรยังไง ทางเราจะพิจารณาทางเลือกที่มีอยู่ทั้งหมด และเลือกทางเลือกที่เหมาะสมให้กับผู้ถือหุ้นต่อไปนะครับ”

คำตอบของนายคิมห์ในที่ประชุมผู้ถือ ‘หุ้นitv’ แสดงให้เห็นว่า ณ วันที่ 26 เม.ย. 2566 นายคิมห์ สิริทวีชัย ในฐานะประธานที่ประชุมใหญ่ผู้ถือหุ้นและประธานกรรมการบริษัท มิได้ทราบถึงข้อเท็จจริงที่ว่าไอทีวีประกอบกิจการ“สื่อโทรทัศน์”และมีรายได้จาก“สื่อโฆษณา”แต่อย่างใด แล้วจะเป็นไปได้อย่างไรว่าแบบนำส่งงบการเงิน (แบบ ส.บช.3) ที่ไอทีวีนำส่งงบการเงินรอบปีบัญชีสิ้นสุดวันที่ 31 ธ.ค. 2565 ในวันที่ 10 พ.ค. 2566 จะระบุว่ารายได้ของไอทีวีในรอบปี 2565 มาจากสื่อโทรทัศน์ โดยมีสินค้า/บริการคือ “สื่อโฆษณา” มิพักต้องกล่าวถึงกรณีที่นายคิมห์ได้ตอบผู้ถือหุ้นถึงแนวโน้มที่จะมีการชำระบัญชี ปิดบริษัทหลังจากทราบผลของคดีด้วยซ้ำ

‘ก้าวไกล’ แถลงพิรุธ ประชุมผู้ถือ ‘หุ้น ITV’ บี้เปิดคลิปฉบับเต็ม

ข้อพิรุธนี้ยังทำให้เกิดข้อสงสัยเกี่ยวกับรายงานงบแสดงฐานะการเงินไตรมาส 1/2566 ของไอทีวี  เพราะในหมายเหตุประกอบงบการเงินงวดสามเดือนสิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม หน้าสุดท้ายมีการระบุว่า “เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ บริษัทมีการนำเสนอการลงสื่อให้กับกิจการที่เกี่ยวข้องกัน และเมื่อวันที่ 28 เมษายน ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 2/2566 มีมติรับทราบรูปแบบการดำเนินธุรกิจของบริษัท โดยเป็นผู้ให้บริการลงสื่อโฆษณา จากการที่บริษัทได้มีการให้บริการแก่บริษัทในกลุ่มข้างต้น บริษัทจะเริ่มรับรู้รายได้ในไตรมาส 2 ของปี 2566”

นายชัยธวัช ตั้งข้อสังเกตว่า  คำถามคือเป็นไปได้อย่างไรที่ไอทีวีจะมีรายได้จากการเป็น“ผู้ให้บริการลงสื่อโฆษณา”ในช่วงไตรมาสที่ 2/2566 โดยวันประชุมใหญ่ผู้ถือหุ้นในวันที่ 26 เม.ย. 2566 ซึ่งอยู่ในช่วงไตรมาส 2/2566 เป็นช่วงเวลาที่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงินไตรมาส 1/2566 นายคิมห์กลับตอบคำถามว่าบริษัทยังไม่มีการดำเนินการใดๆ ต้องรอผลคดีความให้สิ้นสุดก่อน และเป็นไปได้อย่างไรว่าหลังจากประชุมผู้ถือหุ้นในวันที่ 26 เมษายนแล้ว ซึ่งประธานในที่ประชุมได้ระบุว่าบริษัทไม่ได้ดำเนินการใดๆ เกี่ยวกับสื่อ แต่ในหมายเหตุประกอบงบการเงินสำหรับงวดสามเดือนสิ้นสุดวันที่ 31 มี.ค. 2566

กลับไประบุว่า“ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 2/2566 มีมติรับทราบรูปแบบการดำเนินธุรกิจของบริษัท โดยเป็นผู้ให้โฆษณาลงสื่อโฆษณา จากการที่บริษัทได้มีการให้บริการแก่บริษัทในกลุ่มข้างต้น บริษัทจะเริ่มรับรู้รายได้ในไตรมาส 2 ของปี 2566”

ข้อความดังกล่าวขัดแย้งต่อกับสิ่งที่นายคิมห์กล่าวในที่ประชุมผู้ถือหุ้นอย่างชัดเจน เพราะถ้าไอทีวีมีแผนธุรกิจดังกล่าวจริง นายคิมห์ย่อมต้องแจ้งในที่ประชุมผู้ถือหุ้นตั้งแต่วันที่ 26 เมษายน ถึงความเป็นไปได้ในการมีแผนธุรกิจใหม่แล้ว แต่ปรากฏว่าหลังจากการประชุมผู้ถือหุ้นเพียง 2 วัน คือวันที่ 28 เม.ย. 2566 คณะกรรมการบริษัทมีมติรับทราบ “แผนธุรกิจใหม่” ในช่วงไตรมาสที่ 2/2566 และบริษัทจะรับรู้รายได้ในไตรมาสเดียวกันทันที ซึ่งผิดวิสัยเป็นอย่างยิ่ง

ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านั้น 2 วัน นายคิมห์ ซึ่งเป็นประธานในที่ประชุมผู้ถือหุ้นยังไม่เคยรับทราบความเป็นไปได้ในการดำเนินกิจการใดๆ และยังให้ข้อมูลตอบผู้ถือหุ้นว่าจนกว่าคดีจะถึงที่สุด เป็นไปได้ยากมากที่บริษัทจะดำเนินการใดๆ

ฉะนั้น เรื่องนี้จะเห็นได้ว่าในแง่พฤติการณ์ ข้อเท็จจริง และช่วงระยะเวลาการเสนอแผนธุรกิจ รวมถึงการรับรู้รายได้จากแผนธุรกิจใหม่มีความไม่สอดคล้องกันและขัดแย้งกันเองเป็นอย่างยิ่งการดำเนินการเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อความในบันทึกรายงานการประชุมดังกล่าวให้แตกต่างจากการตอบข้อซักถามตามคลิปการประชุมจึงไม่น่าจะใช่ความผิดพลาดโดยบังเอิญ หรือเป็นการจัดทำเอกสารรายงานการประชุมตามแบบแผนปกติหากแต่เมื่อวิญญูชนได้ทราบถึงพฤติการณ์ดังกล่าวแล้ว ย่อมเกิดข้อสงสัยได้ว่า เป็นการจงใจแก้ไขให้สอดรับกับบรรดาเอกสารต่างๆ ที่ตกแต่งจัดทำขึ้นในภายหลังหรือไม่

ก้าวไกล เชื่อมั่น กกต.ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความยุติธรรม

3.สุดท้ายพรรคก้าวไกล ขอยืนยันกับพี่น้องประชาชนว่าเราจะพยายามอย่างเต็มที่เพื่อปกป้องรักษาเสียงของประชาชน ผู้มีอำนาจสูงสุดของประเทศในระบอบประชาธิปไตยให้ได้ แม้จะมีความพยายามจากบุคคลบางกลุ่มที่ต้องการจะใช้ประเด็นหุ้นไอทีวีเพื่อส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญสั่งให้หัวหน้าพรรคก้าวไกล หยุดปฏิบัติหน้าที่ สส. ก่อนจะมีการประชุมรัฐสภา เพื่อโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่

“พรรคก้าวไกลยังเชื่อมั่นว่าอำนาจของประชาชนจะได้รับชัยชนะในที่สุด และคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างบริสุทธิ์และยุติธรรมตามเจตจำนงของรัฐธรรมนูญ ประกอบกับบรรทัดฐานคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญและศาลฎีกาที่ผ่านมา” เลขาณก้าวไกล กล่าวด้วยความเชื่อมั่น

ส่วนกรณีที่ กกต.อาจจะดำเนินคดีกับนายพิธาในอนาคต ตามความผิดฐานรู้อยู่แล้วว่าไม่มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง ตามมาตรา 151 ของ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส.นั้น นายชัยธวัช แจกแจงว่า พรรคก้าวไกลมั่นใจว่าข้อกล่าวหานี้ ไม่มีพยานหลักฐานที่มีน้ำหนักเพียงพอ เช่นเดียวกับที่อัยการสูงสุดได้มีคำสั่งไม่ฟ้องนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ไปแล้วเมื่อวันที่ 30 พ.ย. 2565 ในคดีหุ้นวีลัค

“สำหรับการเปิดโปงขบวนการปลุกผีไอทีวีครั้งนี้ พรรคก้าวไกล ขอขอบคุณการทำงานอย่างหนักของสื่อมวลชน อดีตผู้สื่อข่าวไอทีวีเก่า แม้ไอทีวีจะยุติการดำเนินงานไปหลายปีแล้ว แต่จิตวิญญาณของสื่อมวลชนมืออาชีพที่ก่อร่างมาตั้งแต่ยุคไอทีวี ยังคงอยู่ในตัวผู้สื่อข่าวเหล่านี้เสมอ”เลขาฯก้าวไกล กล่าวขอบคุณอดีตผู้สื่อข่าวไอทีวี

ปลุกผี ITV ไม่ชอบด้วยกฏหมาย

เมื่อถามว่า หลักฐานคลิปวิดีโอไม่ได้หักล้างโดยตรงว่านายพิธาได้ถือหุ้นไว้จริงหรือไม่ นายชัยธวัชกล่าวว่า มีส่วนสำคัญ หากฟังดีๆ จะมีเนื้อหาบางส่วนที่มีนัยสำคัญว่าตกลงไอทีวียังดำเนินกิจการสื่อมวลชนอยู่หรือไม่ และอาจนำไปสู่การฟ้องร้องดำเนินคดีกับกระบวนการ ‘ปลุกผี ITV’ โดยไม่ชอบด้วยกฎหมายหลายราย

เมื่อถามว่า ใครเป็นผู้อยู่เบื้องหลังกระบวนการนี้ นายชัยธวัชกล่าวว่า ตอนนี้ยังเร็วไปที่จะกล่าวหาคนใดคนหนึ่ง แต่เชื่อว่าพี่น้องประชาชนสามารถคาดเดาได้จากพฤติกรรมดังกล่าวว่ามีใครบ้างที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ พรรคก้าวไกลเริ่มเห็นแล้วว่าพอจะมีใครบ้างที่เกี่ยวข้อง แต่ยังไม่ทราบว่ามีพรรคการเมืองที่เกี่ยวข้องอยู่เบื้องหลังหรือไม่ ส่วนจะดำเนินคดีกับใครและเมื่อไหร่นั้น นายชัยธวัชกล่าวว่า กำลังพิจารณาอยู่

ก้าวไกล บี้ ผู้บริหารไอทีวีเปิดคลิปฉบับเต็ม

เมื่อถามว่า หาก กกต.มีการสอบสวนเรื่องนี้เพื่อเตรียมส่งไปยังศาลรัฐธรรมนูญ นายชัยธวัชกล่าวว่า เราก็จะต่อสู้เต็มที่ทางข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย เพื่อไม่ให้ไปถึงศาลรัฐธรรมนูญ แต่เชื่อว่าคงไม่มีใครกล้ารวบรัดตัดตอนฟ้องร้องได้อีก เพราะเห็นแล้วว่ากรณีนี้มีความซับซ้อน และทางไอทีวีไม่มีเหตุผลที่จะรีรอ ไม่ชี้แจง ควรต้องเปิดเผยคลิปการประชุมฉบับเต็ม เพื่อให้สังคมหายสงสัย ไม่มีเหตุผลที่จะชะลอการเปิดคลิปออกมา

เมื่อถามย้ำว่า ผู้ที่อยู่เบื้องหลังใช่อดีตผู้สมัคร ส.ส.อนาคตใหม่หรือไม่ นายชัยธวัชตอบทันทีว่าไม่ใช่ ตัวเล็กไป

“สำหรับเรื่องที่บอกว่ามีการสร้างเอกสารเท็จ โจทก์อาจกลายเป็นผู้ต้องหา และผู้ต้องหาอาจจะกลายเป็นโจทก์ก็ได้ อย่าเพิ่งสรุปตอนนี้ ต้องรอดูข้อเท็จจริงจากไอทีวีและผู้เกี่ยวข้อง ถ้าเรื่องนี้ตรงไปตรงมาจริงๆ ก็ไม่มีเหตุผลที่จะชะลอการชี้แจงและเปิดเผยหลักฐานทั้งหมด โดยเฉพาะคลิปฉบับเต็ม” นายชัยธวัชกล่าว

นายชัยธวัชยังกล่าวอีกว่า หากเรื่องนี้มีความกระจ่างสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ก็ไม่มีข้ออ้างในการโหวตนายพิธาเป็นนายกฯ ขณะที่รายละเอียดในการต่อสู้ทางกฎหมายต้องรอว่า กกต.จะส่งเรื่องมาที่พรรค ก.ก.อย่างไร

“ผมคิดว่าตอนนี้สังคมกำลังรอคำตอบจากไอทีวีส่งถึงผู้บริหารสายงานกฎหมายของอินทัชที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลง การตรวจสอบ และอีกหลายคนที่อาจเกี่ยวข้องกับงบการเงินของบริษัทไอทีวี” นายชัยธวัชกล่าว

รายงานงบแสดงฐานะการเงินไตรมาส 1/2566 ของไอทีวี (สามารถดูได้ในเว็บไซต์ คลิก)

กกต. จัดให้ขอคลิปประชุมผู้ถือหุ้นไอทีวี เข้าชั้นการสอบสวนคุณสมบัติ พิธา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/550975

12 มิ.ย. 2566

กกต. จัดให้ขอคลิปประชุมผู้ถือหุ้นไอทีวี เข้าชั้นการสอบสวนคุณสมบัติ พิธา

ประธานกรรมการการเลือกตั้ง “อิทธิพร บุญประคอง “สนองตอบความรวดเร็ว หลังมีการเผยแพร่คลิปการประชุมผู้ถือหุ้นไอทีวี เตรียมขอมาเป็นหลักฐาน ประกอบกระบวนการตรวจสอบคุณสมบัติ “พิธา” ปมถือหุ้นสื่อ ด้าน สว.สายทหาร พล.อ.อกนิษฐ์ หมื่นสวัสดิ์  ระบุเปิดใจพร้อมคุย ก้าวไกล

นายอิทธิพร บุญประคอง ประธานกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต.  เปิดเผยว่า  ประเด็นคลิปวีดีโอการประชุมผู้ถือหุ้นไอทีวี ที่รายการข่าวนำมาเผยแพร่สู่สังคม ซึ่งมีความ เกี่ยวพันกับนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ถือหุ้นสื่อ  หรือถือหุ้นไอทีวี  ที่อาจจะมีความผิดในเรื่องคุณสมบัติ  เรื่องนี้มีคณะกรรมการสืบสวนไต่สวนของกกต. รับผิดชอบอยู่แล้ว เนื่องจากได้มีการตั้งคณะกรรมการสืบสวนไต่สวน ขึ้นมาพิจารณาคดีคุณสมบัติของนาย  “พิธา” ในส่วนของคดีอาญา ตามมาตรา 151 ของกฎหมายเลือกตั้ง ฐานรู้อยู่แล้วว่าไม่มีคุณสมบัติ แต่ฝ่าฝืนลงสมัครรับเลือกตั้ง ดังนั้นคณะกรรมการสืบสวนไต่สวน จะเรียกข้อมูลดังกล่าว จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มาพิจารณาในส่วนนี้ด้วย

พล.อ.อกนิษฐ์ หมื่นสวัสดิ์  สมาชิกวุฒิสภา(สว.) กล่าวว่า  ปัญหาของนาย “พิธา”  ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล  สว.จะนำมาเป็นส่วนหนึ่งในการตัดสินใจหรือไม่นั้น ตนยังไม่มั่นใจ  อย่างไรก็ตามท่าทีตนเอง คุณสมบัตินายกรัฐมนตรีที่จะโหวตให้ ต้องเป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถ  ทำงานเพื่อประเทศชาติ  ยึดมั่นในสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์  “ผมยังไม่ได้รับการติดต่อจากพรรคก้าวไกล ถ้าติดต่อมาก็พร้อมรับฟัง เพราะมีเพื่อนอยู่ทุกพรรค ไม่ใช่แค่พรรคใดพรรคหนึ่ง  รู้จักแกนนำหมดทุกพรรค ” เขา กล่าว 

จับตาหัวโขน ‘หมอชลน่าน’ ในรัฐบาลใหม่ ‘รมช.สธ.’ หรือ ‘ประธานรัฐสภา’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/550973

12 มิ.ย. 2566

จับตาหัวโขน 'หมอชลน่าน' ในรัฐบาลใหม่ 'รมช.สธ.' หรือ 'ประธานรัฐสภา'

‘หมอชลน่าน’ ยังสงวนท่าทีนั่ง ‘รมช.สธ.’ หรือ ‘ประธานรัฐสภา’ เผยตอบลำบาก มี คกก. พรรคร่วมคอยพิจารณาอยู่ ยังหนุน ‘พิธา’ เป็นนายกฯ

นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ที่กำลังถูกจับตามองอีกครั้งกับเส้นทางการเมืองใน “รัฐบาลใหม่” จะกลับไปนั่งเก้าอี้ผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุขอีกครั้งหรือไม่

หลังเคยเป็น “รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข” หรือ จะได้เห็นอีกมุมมองหนึ่ง บทบาท “ประธานรัฐสภา”

จากการที่ทีมข่าวสัมภาษณ์ นพ.ชลน่าน ยังไม่ขอตอบกรณีทั้ง 2 ตำแหน่งดังกล่าว รวมถึงกรณีอยากรับตำแหน่ง “ฝ่ายบริหาร” หรือ “ฝ่ายนิติบัญญัติ” เพราะหากตอบช่วงเวลานี้ จะทำให้เกิดประเด็น เกรงจะไม่เหมาะสม เนื่องจากมีคณะกรรมการพรรคร่วมรัฐบาลพิจารณาอยู่ ซึ่งจะมีความคาบเกี่ยวกันในหลายประเด็น การแสดงความคิดเห็นในส่วนบุคคลต้องหลีกเลี่ยงช่วงนี้ ตอบลำบาก

ส่วนเจตนารมณ์มุ่งมั่นผลักดันนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 30 หรือไม่ นพ.ชลน่าน ยืนยัน ตั้งแต่แรกพรรคเพื่อไทยไม่มีทางเลือกที่ 2 ที่ 3 จึงได้ให้สัมภาษณ์มาตลอด ไม่ว่าจะเวลาใด ที่ใด ยังยึดมั่นว่าเราเป็นพรรคร่วมรัฐบาล ดังนั้นต้องผลักดันให้พรรคก้าวไกลเป็นพรรคแกนนำสามารถ “จัดตั้งรัฐบาล”  โดยมีนายพิธา เป็นนายกรัฐมนตรี 

‘ปริญญา’ มึนผู้บริหาร ไอทีวี สั่งสอบตัวเอง ยิ่งมีเงื่อนงำ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/550971

12 มิ.ย. 2566

'ปริญญา' มึนผู้บริหาร ไอทีวี สั่งสอบตัวเอง ยิ่งมีเงื่อนงำ

‘ปริญญา’ อ.นิติศาสตร์ มธ. มึนผู้บริหาร ไอทีวี เซ็นเอกสารประชุมเอง สั่งตรวจสอบตัวเอง ทำไมไม่ชี้แจงข้อเท็จจริง ชี้ทำแบบนี้ ยิ่งมีเงื่อนงำ ทำคนสงสัย

วันที่ 12 มิ.ย. 2566 นายปริญญา เทวานฤมิตรกุล อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) โพสต์เฟซบุ๊ก ถึงกรณีบริษัท อินทัช โฮลดิ้งส์จำกัด (มหาชน) ออกเอกสารชี้แจงปม ‘หุ้นitv’  ลงนามโดย นายคิมห์ สิริทวีชัย กรรมการผู้อำนวยการบริษัท อินทัช โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน)

ระบุว่า เมื่อความปรากฏว่า#รายงานการประชุมผู้ถือหุ้นไอทีวี#ไม่ตรงกับคลิปที่บันทึกการประชุมกรรมการผู้อำนวยการ#บริษัทอินทัชซึ่งเป็นบริษัทที่ถือหุ้นบริษัทไอทีวี จึงมีหนังสือ#สั่งให้คณะกรรมการบริษัทไอทีวีดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง

'ปริญญา' มึนผู้บริหาร ไอทีวี สั่งสอบตัวเอง ยิ่งมีเงื่อนงำ

เรื่องนี้ประหลาดตรงที่กรรมการผู้อำนวยการบริษัทอินทัช ประธานคณะกรรมการบริษัทไอทีวี และคนเซ็นรายงานการประชุม#เป็นคนเดียวกันหมดก็คือตัวเองสั่งตัวเองให้ตรวจสอบในเรื่องที่ตัวเองทำ

'ปริญญา' มึนผู้บริหาร ไอทีวี สั่งสอบตัวเอง ยิ่งมีเงื่อนงำ

“ผมสงสัยว่าทำไมท่านจึงไม่ชี้แจงไปเลยว่า ทำไมรายงานการประชุมจึงคลาดเคลื่อนไปจากที่ประชุมกัน แต่กลับมาสั่งให้ตนเองตรวจสอบเรื่องที่ตนเองทำ แบบนี้ผมว่านอกจากผลตรวจสอบจะไม่น่าเชื่อถือแล้ว ยิ่งดูมีเงื่อนงำ และทำให้คนยิ่งสงสัยนะครับ”

อลงกรณ์ มอง ‘พิธา’ ถือ ‘หุ้น itv’ ในนามผู้จัดการมรดก เชื่อจบในชั้น กกต.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/550967

12 มิ.ย. 2566

อลงกรณ์ มอง 'พิธา' ถือ 'หุ้น itv' ในนามผู้จัดการมรดก เชื่อจบในชั้น กกต.

‘อลงกรณ์’ วิเคราะห์กรณี ’หุ้น itv’ พิธา ถือหุ้นในนามผู้จัดการมรดก ไม่ใช่ในนามส่วนตัว เชื่อ เรื่องจบในชั้น กกต. เพราะไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 151 แม้เป็นคู่แข่งการเมือง แต่ต้องช่วยผดุงความยุติธรรม เมื่อเห็นว่ามีความไม่ยุติธรรม

นายอลงกรณ์ พลบุตร อดีตรัฐมนตรีและอดีต สส.หลายสมัย โพสต์เฟซบุ๊ก แสดงความคิดเห็นคดี ‘หุ้นitv’ ของนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ว่า กรณีหุ้นไอทีวี.จบในชั้นคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) เรื่องง่ายๆไม่มีอะไรซับซ้อน

โดยสรุปว่านายพิธาไม่ได้เป็นเจ้าของ ‘หุ้นitv’ จึงไม่เข้าข่ายการกระทำความผิดตามมาตรา151 และชี้ว่าคดีนี้จะจบลงในชั้นกกต.ภายใน 45 วัน โดยมีข้อความดังนี้

รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 มีการระบุไว้ในมาตรา 98(3) ซึ่งว่าด้วยคุณสมบัติที่ห้ามลงสมัคร ส.ส. โดยระบุว่า “ห้ามเป็นเจ้าของหรือผู้ถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนใด ๆ”

ดังนั้นกฎหมายลูกคือพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. พ.ศ.2561 แก้ไขเพิ่มเติม 2566 จึงบัญญัติมาตรา 151 ความว่า “..ผู้ใดรู้อยู่แล้วว่า ตนไม่มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง เนื่องจากขาดคุณสมบัติ หรือมีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร …(ลักษณะต้องห้ามเป็นเจ้าของหรือผู้ถือหุ้นสื่อ)

พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ว่าที่นายกรัฐมนตรีคนที่ 30 ของไทยพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ว่าที่นายกรัฐมนตรีคนที่ 30 ของไทย

นายอลงกรณ์ ระบุอีกว่า กรณีนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ถือครองเป็นเจ้าของ ‘หุ้นitv’ จะเข้าข่ายการกระทำความผิดตามมาตรา 151 ของพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. พ.ศ.2561 แก้ไขเพิ่มเติม 2566 หรือไม่

เรื่องนี้มีหลายมุมมอง แต่สำหรับผมมีความเห็นดังนี้ครับ

1.ประเด็น ‘หุ้นitv’ไม่มีอะไรซับซ้อนเพราะมีคำถามเดียวที่ต้องพิสูจน์คือ หุ้นไอทีวี.เป็นของนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หรือเป็นของกองมรดกที่นายพิธาเป็นผู้จัดการมรดก เป็นปมสำคัญที่สุด

2.การพิจารณาข้อกฎหมายเรื่อง ‘หุ้นitv’ ของนายพิธาคือ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์โดยเฉพาะ บรรพ 6 ว่าด้วยมรดก

3.จากการประมวลข้อเท็จจริงอย่างรอบคอบโดยปราศจากอคติจากทุกฝ่ายได้ความว่า นายพิธาถือหุ้นในนามผู้จัดการมรดกไม่ใช่ถือในนามส่วนตัวและในฐานะทายาทได้สละมรดกแล้วซึ่งมีผลว่าไม่ได้เป็นเจ้าของหุ้นตั้งแต่ปี2550

4.เมื่อพิจารณาข้อกฎหมายและข้อเท็จจริงจึงสรุปได้ว่า นายพิธาไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 151

5.ดังนั้นประเด็นเรื่อง ‘หุ้นitv’ จะปิดสำนวนในชั้นกกต.ภายใน 30 วันหรือ 45 วัน

การพิจารณาประเด็น ‘หุ้นitv’ ต้องยึดหลักความยุติธรรมโปร่งใสเป็นบรรทัดฐานในการวินิจฉัย อย่าทำให้เป็นคดีการเมือง

“ผมสังกัดพรรคประชาธิปัตย์ซึ่งแข่งขันกับนายพิธาและพรรคก้าวไกลในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา แต่เป็นหน้าที่ที่เราต้องช่วยผดุงความยุติธรรมเมื่อเห็นว่ามีความไม่ยุติธรรมเกิดขึ้นกับใครก็ตามแม้แต่คู่แข่งทางการเมือง

เพราะความยุติธรรมที่เที่ยงธรรมจะไม่ก่อให้เกิดความขัดแย้งแตกแยกในบ้านเมือง

การบริหารประเทศด้วยหลักนิติรัฐและนิติธรรมสำคัญที่สุดสำหรับประเทศไทยในวันนี้และวันข้างหน้าครับ”