รู้เรื่องยากับเภสัชจุฬาฯ : แพ้ยา เรื่องใหญ่ของชีวิต

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/765872

รู้เรื่องยากับเภสัชจุฬาฯ : แพ้ยา เรื่องใหญ่ของชีวิต

รู้เรื่องยากับเภสัชจุฬาฯ : แพ้ยา เรื่องใหญ่ของชีวิต

วันจันทร์ ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 07.45 น.

“คุณเคยมีประวัติแพ้ยา แพ้อาหาร หรือแพ้สารเคมีหรือไม่” คือคำถามหลักที่ผู้รับยาจากเภสัชกรต้องเคยถูกถามเช่นนี้เป็นประจำ และเป็นคำถามซ้ำๆ ที่หลายคนอาจรู้สึกไม่ชอบตอบ เพราะพยาบาลก็ถามเมื่อก่อนจะส่งตัวคุณไปพบแพทย์ เมื่อพบแพทย์ ก็ต้องตอบคำถามนี้อีก แล้วเมื่อต้องนำยากลับบ้าน ก็ถูกเภสัชกรถามคำถามนี้อีก สาเหตุที่ต้องถามซ้ำๆ เพื่อให้มั่นใจว่าผู้ป่วยจะไม่ได้รับยาที่ตนเองแพ้ เพราะอาการแพ้ยาอาจรุนแรงถึงทำให้เสียชีวิตได้

อาการแพ้ยาคืออะไร ทำไมเกิดขึ้นแล้ว อาจทำให้เสียชีวิตได้

การแพ้ยาเป็นปฏิกิริยาที่ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายตอบสนองต่อยาที่บุคคลรับเข้าสู่ร่างกายไวเกินไปส่งผลให้เกิดอาการต่างๆ ตามมา เช่น ผื่นคัน ผื่นลมพิษ ปากบวม ตาบวม ความดันเลือดตก หน้ามืด หัวใจเต้นเร็วหลอดลมหดเกร็ง กรณีที่แก้ไขไม่ทัน อาจเกิดภาวะระบบการหายใจล้มเหลว ทำให้เสียชีวิตได้ อาการแพ้ยาที่รุนแรงอาจทำให้เกิดผิวหนังอักเสบ เกิดความผิดปกติของอวัยวะภายในต่างๆ ในร่างกาย เช่น ตับอักเสบ เป็นต้น 

โดยทั่วไปอาการแพ้ยามักเกิดทันที หรือภายในเวลาไม่นานหลังได้รับยาเข้าสู่ร่างกาย แต่อาการแพ้ยาบางชนิดก็สามารถเกิดได้หลังจากใช้ยาต่อเนื่องไปแล้วหลายสัปดาห์หรือเป็นเดือน ซึ่งการแพ้ยาแบบหลังนี้มีความน่ากังวลมากกว่า เพราะผู้ป่วยมักนึกไม่ถึงว่าแพ้ยา จึงยังคงใช้ยาต่อไป ทำให้อาการแพ้มีแนวโน้มรุนแรงมากยิ่งขึ้น

ส่วนใหญ่แล้ว เราไม่สามารถคาดการณ์การแพ้ยาล่วงหน้าได้ เช่นเดียวกับการแพ้อาหาร แพ้แอลกอฮอล์ แพ้ฝุ่น แพ้ละอองเกสรดอกไม้ต่างๆ การมีคนในครอบครัวมีประวัติแพ้สิ่งใดสิ่งหนึ่ง ก็ไม่ได้แปลว่าลูกหรือพี่น้องพ่อแม่เดียวกันจะต้องแพ้ของสิ่งเดียวกัน เราจะรู้ว่าแพ้อะไรได้ก็ต่อเมื่อสัมผัสสาร หรือรับสารนั้นเข้าสู่ร่างกาย ส่วนวิธีจัดการเมื่อเกิดการแพ้คือให้ยาต้านฮิสสตามีนเพื่อบรรเทาอาการแพ้หรือกรณีแพ้รุนแรง อาจจำเป็นต้องให้ยาสเตียรอยด์ร่วมกับการรักษาตามอาการ จนกระทั่งอาการแพ้ยาดีขึ้น 

แต่ที่สำคัญคือคนที่แพ้อะไรก็ตาม จะต้องรู้ตัวว่าตนเองแพ้อะไร แล้วต้องหลีกเลี่ยงการสัมผัสสิ่งที่แพ้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแพ้ยา หากเราแพ้ยาหรืออาหาร ก็ต้องจำชื่อยาและอาการที่แพ้ให้ดี หากสถานพยาบาลออกบัตรแพ้ยาให้ ก็ต้องพกติดตัวไว้เสมอ เผื่อกรณีฉุกเฉิน เช่น หมดสติกะทันหัน ไม่สามารถให้ข้อมูลแก่ผู้ให้ความช่วยเหลือได้ ก็ยังมีข้อมูลจากบัตรที่เราพกไว้เพื่อหลีกเลี่ยงการให้ยาที่เราแพ้ ในขณะที่ได้รับการช่วยเหลือ

อย่างไรก็ตาม การพัฒนาองค์ความรู้ด้านเภสัชพันธุศาสตร์เพื่อการค้นหาตัวบ่งชี้ของการแพ้ยา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยาที่แพ้แล้วเกิดอาการรุนแรง ทำให้เราสามารถตรวจหาว่าผู้ป่วยมีลักษณะทางพันธุกรรม หรือมียีนที่บ่งชี้ว่าเสี่ยงต่อการแพ้ยามากกว่าคนอื่นหรือไม่ แม้ว่าจะยังทำไม่สำเร็จกับยาทุกชนิด แต่ตัวที่ได้รับการตรวจคัดกรองแล้วในปัจจุบันก็ถือว่าสำคัญมาก ช่วยลดความเสี่ยงการแพ้ยาได้โดยไม่จำเป็นต้องตรวจซ้ำ ได้แก่ ยาอัลโลพิวรินอล (allopurinol)ยาสำคัญในการรักษาโรคเกาต์ มีความเสี่ยงที่ผู้ใช้ยานี้แล้วเกิดการแพ้ เกิดอาการผื่นแพ้รุนแรงชนิด Steven Johnson Syndrome (SJS) หรือ Toxic Epidermal Necrolysis (TEN) ซึ่งเป็นอันตรายถึงชีวิตของผู้ใช้ยา

ดังนั้น ก่อนเริ่มใช้ยาจึงควรตรวจหายีนแพ้ยานี้ ซึ่งได้แก่ยีน HLA-B*5801 ในคนที่มียีนนี้มีความเสี่ยงแพ้ยาอัลโลพิวรินอลรุนแรงกว่าคนที่ไม่มียีนนี้ มากกว่า 300 เท่า จึงไม่ควรได้รับยาอัลโลพิวรินอล จึงต้องรักษาโรคเก๊าต์ด้วยยาชนิดอื่น

นอกจากการตรวจยีนแพ้ยา HLA-B*5801 ก่อนการใช้ยาอัลโลพิวรินอล ยังมียาอื่นอีกหลายชนิดที่ตรวจยีนเพื่อทำนายการแพ้ยาก่อนได้ อาทิ ยากันชักคาร์บามาซีพีน ยาต้านไวรัสเอชไอวีบางชนิด ซึ่งหากผู้ใช้ยามีความเสี่ยง แพทย์จะพิจารณาส่งตรวจตามความเหมาะสม

อาการแพ้ยาขั้นรุนแรงทำให้เสียชีวิตได้ และอาจเกิดขึ้นทันทีเมื่อใช้ยา หรืออาจเกิดขึ้นทั้งๆ ที่ใช้ยามานานแล้ว แต่เพิ่งเกิดอาการแพ้ก็ได้เช่นกัน ย้ำว่า ผู้มีประวัติแพ้ยา ต้องจำชื่อยา อาการแพ้ รวมถึงถ้ามีบัตรแพ้ยา ต้องพกติดตัวตลอดเวลา เพื่อป้องกันการได้รับยาที่แพ้

รศ.ภญ.ดร.ณัฏฐดา อารีเปี่ยม และ รศ.ภก.ดร.บดินทร์ ติวสุวรรณ

คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

‘ภาวะสมองพิการ’ ภัยเงียบของเด็กเล็กที่พ่อแม่ควรรู้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/765869

‘ภาวะสมองพิการ’ ภัยเงียบของเด็กเล็กที่พ่อแม่ควรรู้

‘ภาวะสมองพิการ’ ภัยเงียบของเด็กเล็กที่พ่อแม่ควรรู้

วันจันทร์ ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 07.30 น.

ภาวะสมองพิการ หรือ Cerebral Palsy เกิดจากสมองที่ได้รับบาดเจ็บจากสาเหตุต่างๆ ในช่วงเด็กทารกหรือเด็กเล็ก ส่งผลให้มีพัฒนาการที่ล่าช้าโดยเฉพาะ ด้านกล้ามเนื้อ กระทบต่อการใช้ชีวิตในอนาคต จึงควรรีบพามารักษา ฝึกกระตุ้นพัฒนาการอย่างต่อเนื่อง เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นได้

นายแพทย์ศุภชัย เลาหพงศ์สมบูรณ์ กุมารแพทย์เฉพาะทางด้านประสาทวิทยา โรงพยาบาลเวชธานี กล่าวว่า ภาวะสมองพิการ เป็นความผิดปกติของสมองที่เกิดจากสมองได้รับการบาดเจ็บอย่างถาวรในช่วงสมองยังพัฒนาได้ไม่เต็มที่ส่งผลให้เกิดความผิดปกติของการเคลื่อนไหวร่างกาย การขยับแขนขา ลำตัว การทรงตัว ยืน เดิน ผิดปกติหรืออาจเดินไม่ได้ ส่วนใหญ่มักเป็นมาแต่กำเนิด หรือตั้งแต่ช่วงทารก พบได้บ่อยในทารกที่คลอดก่อนกำหนด, น้ำหนักแรกคลอดน้อย, ภาวะขาดออกซิเจนในช่วงคลอด เป็นต้น

อาการของเด็กสมองพิการ จะสังเกตได้จากพัฒนาการที่ล่าช้ากว่าในกลุ่มวัยเดียวกัน เช่น การชันคอ, พลิกตัว, นั่ง, คลาน, เดิน ชอบใช้แขนข้างใดข้างหนึ่งก่อนวัยอันควร เป็นต้น

ส่วนสาเหตุการบาดเจ็บของสมองเกิดได้ตั้งแต่ในระยะก่อนคลอด ระหว่างคลอด และหลังคลอด โดยความเสี่ยงตั้งแต่อยู่ในครรภ์ คือ มีการติดเชื้อของคุณแม่ตั้งครรภ์ เช่น โรคหัดเยอรมัน โรคอีสุกอีใส โรคเริม โรคซิฟิลิส, การขาดออกซิเจนของทารกในครรภ์, รกเกาะต่ำ, อุบัติเหตุที่ทำให้สมองของทารกได้รับการกระทบกระเทือนตั้งแต่อยู่ในครรภ์

ส่วนความเสี่ยงระหว่างคลอด คือคุณแม่มีภาวะคลอดก่อนกำหนด, มีปัญหาคลอดยาก, น้ำหนักแรกคลอดน้อย,มีภาวะเลือดออกในสมองหรือสมองขาดออกซิเจนในช่วงแรกเกิด, รกพันคอ,ติดเชื้อ, มีเลือดออกในสมองขณะคลอด และความเสี่ยงหลังคลอด คือเด็กอาจจะติดเชื้อหลังคลอด หรือ อุบัติเหตุกระทบกระเทือนศีรษะ, เนื้อสมองที่เจริญผิดปกติ,ภาวะตัวเหลือง, โรคทางพันธุกรรม

ภาวะสมองพิการแบ่งตามอาการทางระบบประสาทออกเป็น 4 ประเภท ดังนี้ 1.โรคสมองพิการชนิดเกร็ง (Spastic cerebral palsy) พบได้มากที่สุดของเด็กสมองพิการทั้งหมดจะมีอาการแข็งเกร็งของกล้ามเนื้อโดยเฉพาะแขนหรือขาอาจเกิดขึ้นได้ตลอดทั้งตัว เช่น ลำตัวและแขนขาเกร็งครึ่งซีก ขามีอาการเกร็งมากกว่าแขน ขาและแขนทั้งสองข้างมีอาการเกร็ง 2.โรคสมองพิการชนิดเคลื่อนไหวผิดปกติ (Athetoid cerebral palsy) พบได้ประมาณ 1 ใน 4 ของเด็กสมองพิการ จะมีอาการกล้ามเนื้อหดเกร็ง ผิดรูป หรือบิดเกร็งไป-มา ไม่สามารถควบคุมการเคลื่อนไหวของร่างกายได้ บางรายอาจมีคอเอียง ไหล่บิด มือเกร็ง ร่วมด้วย

3.โรคสมองพิการชนิดเดินเซ ( Ataxic cerebral palsy) พบได้น้อย มีปัญหาในการทรงตัว สมดุลร่างกายและการประสานงานของระบบต่างๆ รวมทั้งอาจมีอาการสั่นร่วมด้วย 4.โรคสมองพิการชนิดผสม (Mixed cerebralpalsy) คือ มีภาวะสมองพิการมากกว่า 1 ชนิดร่วมกัน

สำหรับการรักษาภาวะสมองพิการจะเป็นการรักษาด้วยทีมสหสาขาวิชาชีพ ซึ่งประกอบด้วย กุมารแพทย์สาขาประสาทวิทยา, กุมารแพทย์เฉพาะทางด้านพัฒนาการและพฤติกรรม, กุมารแพทย์โรคระบบทางเดินหายใจ, กุมารแพทย์เฉพาะทางด้านโภชนาการ,กุมารแพทย์โรคระบบทางเดินอาหาร, โสต ศอ นาสิกแพทย์, จักษุแพทย์, ประสาทศัลยแพทย์ ศัลยแพทย์กระดูกและข้อ แพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู นักกายภาพบำบัดนักกิจกรรมบำบัด โดยจะเน้นการรักษาแบบฟื้นฟู เช่น กิจกรรมบำบัด กายภาพบำบัด รวมไปถึงการรักษาด้วยยา เพื่อลดอาการเกร็ง กระตุ้นพัฒนาการและศักยภาพของเด็กสมองพิการ เพื่อสามารถมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

อย่างไรก็ตาม โรคสมองพิการมีอาการหลายลักษณะ แนะนำให้คุณพ่อ-คุณแม่ที่กำลังมีลูก โดยเฉพาะคุณแม่ที่คลอดลูกก่อนกำหนด หรือ น้ำหนักตัวแรกคลอดน้อย ควรเฝ้าสังเกตอาการอย่างใกล้ชิด หากสงสัยว่ามีความผิดปกติ ควรรีบมาปรึกษาแพทย์โดยเร็ว เพื่อประเมินและรับการรักษาที่เหมาะสม

ห้างเซ็นทรัล เสิร์ฟความสุขผลิบานฉลอง 76 ปี พร้อมสร้างแรงบันดาลใจที่ไม่สิ้นสุด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/765896

ห้างเซ็นทรัล เสิร์ฟความสุขผลิบานฉลอง 76 ปี พร้อมสร้างแรงบันดาลใจที่ไม่สิ้นสุด

ห้างเซ็นทรัล เสิร์ฟความสุขผลิบานฉลอง 76 ปี พร้อมสร้างแรงบันดาลใจที่ไม่สิ้นสุด

วันจันทร์ ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ฉลองครบ 76 ปี ของการเป็นเดสติเนชันแห่งแรงบันดาลใจในทุกๆ วันสำหรับคนทุกเจเนอเรชัน ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล ในเครือเซ็นทรัล รีเทล ร่วมกับ บัตรเครดิต เซ็นทรัล เดอะวัน จัดงาน “Central Anniversary 2023” เนรมิตงานแสดงดอกไม้ประจำปีสุดยิ่งใหญ่ ภายใต้แนวคิด “Into the Season of Happiness” ต้อนรับสู่ฤดูกาลแห่งความสุขและส่งมอบแรงบันดาลใจเพื่อให้ทุกๆ วันของลูกค้าคนสำคัญเบ่งบานและเต็มไปด้วยสิ่งดีๆ แทนคำขอบคุณที่ให้การสนับสนุนห้างเซ็นทรัลเป็นอย่างดีเสมอมา

ค่ำคืนแห่งการเฉลิมฉลองได้รับเกียรติจาก นิธี สีแพร รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาด การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมเป็นแขกผู้ทรงเกียรติในงาน พร้อมด้วย มุกดา จิราธิวัฒน์ เอื้อวัฒนะสกุลกรรมการ บริษัท เซ็นทรัลหัวหินบีชรีสอร์ท จำกัด, ณัฐธีรา บุญศรี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มห้างสรรพสินค้า ในเครือเซ็นทรัล รีเทล, ธาพิดา นรพัลลภ ประธานบริหาร ฝ่ายบริหารสินค้ากลุ่มแฟชั่น บริษัท สรรพสินค้าเซ็นทรัล จำกัด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล, รวิศรา จิราธิวัฒน์ ประธานบริหาร ฝ่ายการตลาดบริษัท สรรพสินค้าเซ็นทรัล จำกัด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล, อธิศ รุจิรวัฒน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เจเนอรัล คาร์ด เซอร์วิสเซสจำกัด รวมถึงศิลปินดาราและเซเลบริตี้แถวหน้าของเมืองไทย อย่าง ออกัส-วชิรวิชญ์ ไพศาลกุลวงศ์, จีน่า-ญีนา ซาลาส, แพม-สิริน ศรีอรทัยกุล, พลอยพยัพ ศรีกาญจนา, โอปอล์-พลอยพัชชา สมรรถศรบุศย์, จั๋ง-วิกร บูรณภิญโญ พร้อมไฮไลท์โชว์สุดพิเศษจากนักแสดงสาวชื่อดัง คิมเบอร์ลี่ แอน โวลเทมัสที่เปิดตัวมาในลุคงามสง่า ถ่ายทอดลีลาพลิ้วไหวดุจความงดงามของดอกไม้บานสะพรั่ง พร้อมกับฉากหลังสุดอลังการของหมู่มวลดอกไม้เพื่อเป็นการต้อนรับสู่การฉลองครบรอบ 76 ปีห้างเซ็นทรัลอย่างเป็นทางการ

เทศกาลดอกไม้ประจำปีกำลังจะสิ้นสุดลงในวันที่ 30 ตุลาคม นี้ เนรมิตห้างเซ็นทรัลชิดลม เป็นดินแดนสวนดอกไม้ที่งดงามราวกับงานศิลป์ชิ้นเอก ผ่านการคัดสรรดอกไม้สดนานาชนิดที่มาพร้อมความหมายอันลึกซึ้งอย่างพิถีพิถันเพื่อบอกเล่าเรื่องราวความรู้สึกตลอดระยะเวลา 76 ปีที่ห้างเซ็นทรัลมอบให้กับลูกค้าคนสำคัญมาโดยตลอด

ไฮไลท์ของการจัดแสดงดอกไม้ปีนี้อยู่ที่ชั้น 5 (Living) พบความตระการตาของเส้นสายแห่งดอกไม้ ที่ผสมผสานความเป็นอินสตอลเลชันอาร์ตออกมาได้อย่างไร้ที่ติ ด้วยดอกไม้สดในโทนสีพาสเทลสบายตา ไม่ว่าจะเป็นสีชมพู สีม่วง สีเหลือง สีน้ำตาลอ่อน จัดวางให้ดูพลิ้วสวยไปตามเส้นสายอันคดเคี้ยวของแบบโครง แผ่ปกคลุมให้ได้ชื่นชมความงามกันอย่างทั่วถึงรวมทั้งชั้น 6 (My Little World) ต้อนรับเด็กๆ และครอบครัวกลับสู่บ้านอันแสนอบอุ่นด้วยสองแมวอ้วนสุดคิวท์ที่ตั้งตระหง่านอยู่บริเวณบันไดเลื่อนทั้งสองด้าน โดยเจ้าเหมียวตัวแรกมาพร้อมท่าทางแสนสนุก กำลังไล่ตะครุบลูกบอลดอกไม้ ขณะที่อีกตัวก็กำลังเล่นปีนป่ายกำแพงดอกไม้ขนาดยักษ์อย่างเพลิดเพลิน โดยไม่ลืมโผล่หน้ามาทักทายคุณน้องๆ หนูๆ ที่แวะเวียนผ่านมา รอให้ทาสแมวทั้งหลายมาถ่ายรูปสารพัดแอ๊กกับเจ้าเหมียวแสนซนได้ทั้งวัน

นอกจากมวลหมู่ดอกไม้แล้ว ยังมีกิจกรรมพิเศษมากมาย รวมทั้งโปรโมชั่นสุดเอ็กซ์คลูซีฟเอาใจขาช้อปที่ห้างเซ็นทรัล ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง http://www.facebook.com/CentralDepartmentStore

FENDI‘PEEKABOO-K’หนังสือเล่มพิเศษ เฉลิมฉลองกระเป๋า Peekaboo รุ่นไอคอนิค

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/765895

FENDI‘PEEKABOO-K’หนังสือเล่มพิเศษ เฉลิมฉลองกระเป๋า Peekaboo รุ่นไอคอนิค

FENDI‘PEEKABOO-K’หนังสือเล่มพิเศษ เฉลิมฉลองกระเป๋า Peekaboo รุ่นไอคอนิค

วันจันทร์ ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

FENDI เปิดตัวหนังสือ Peekaboo-K บอกเล่าเรื่องราวความเป็นไอคอนของกระเป๋า Peekaboo ที่ถูกออกแบบขึ้นในปีค.ศ.2008 จากความคิดสร้างสรรค์ของ Silvia Venturini Fendi ผู้อำนวยการฝ่ายศิลป์แผนกเครื่องประดับและเสื้อผ้าบุรุษของ FENDI รวมถึงแนวคิด ความประณีต นวัตกรรม วิวัฒนาการอย่างต่อเนื่อง และการตีความของกระเป๋า Peekaboo ผ่านแต่ละซีซั่น ทั้งในแง่ของรูปร่าง ขนาด ความสามารถในการใช้งาน ใจความสำคัญ และความเป็นตัวตนของกระเป๋า

กระเป๋า Peekaboo เปิดตัวครั้งแรกกลางสปอตไลท์บนรันเวย์ของคอลเลคชั่น Women’s Spring/Summer 2009 โดยคอลเลคชั่นทั้งหมดถูกนำเสนอในวอลลุ่มที่มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบของเส้นเว้าโค้งและเอวที่รัดรูป ที่ถูกตัดเย็บด้วยความประณีตดูสะอาดตาเปรียบเสมือนรูปทรงผ่าตัด (Surgical Shape) 

Silvia Venturini Fendi ผู้อำนวยการฝ่ายศิลป์แผนกเครื่องประดับและเสื้อผ้าบุรุษของ FENDI กล่าวว่า “ความเรียบง่าย คือความแปลกใหม่อย่างแท้จริง ในเวลานั้น ฉันอยู่ในช่วงกำลังมองหารูปแบบของความร่วมสมัย ที่ยังคงทั้งความดั้งเดิมและทันสมัย เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้หญิงที่มีความซับซ้อนมากที่สุดเช่นเดียวกับในทุกวันนี้ที่ความเรียบง่ายได้ถูกนำมาออกแบบภายใต้แนวคิดของความหรูหราที่ซ่อนอยู่คล้ายกับความแตกต่างระหว่างวัสดุที่หลากหลายสำหรับโครงสร้างภายใน และวัสดุที่สำคัญสำหรับโครงสร้างภายนอก ซึ่งเป็นหนึ่งโอกาสเมื่อผู้หญิงได้รับคำแนะนำให้เดินรอบๆ พร้อมกับปลดและเปิดกระเป๋าไว้”

ความขี้เล่นของชื่อ Peekaboo มาจากคำว่า “peek-a-boo, I see you” (จ๋ะเอ๋ เจอเธอแล้ว) ซึ่งเป็นการละเล่นดั้งเดิมของเด็กในตอนแรก Silvia Venturini Fendi ตั้งชื่อกระเป๋าว่า “Hide-and-Seek” (ซ่อนหา) แต่กลับกันในที่สุดแล้วเธอเลือกชื่อ Peekaboo ซึ่งเป็นชื่อที่แสดงออกถึงความประหลาดใจของช่องต่างๆ ภายในกระเป๋าได้ดีที่สุด เมื่อบิดตัวล็อกกระเป๋าจะเผยให้เห็นถึง “รอยยิ้ม” เบื้องหลังอันเป็นเอกลักษณ์ของกระเป๋ารุ่นนี้ ซึ่งเป็นรายละเอียดที่คาดไม่ถึงและคงเป็นความงามที่ซ่อนอยู่ อีกทั้งยังมีความหรูหราเทียบเท่ากับโครงสร้างภายนอก 

หนังสือ Peekaboo-K เป็นหนังสือที่ต้องถูกค้นพบและเปิดประสบการณ์ใหม่ เช่นเดียวกันกับกระเป๋า Peekaboo โดยหนังสือเล่มนี้ผลิตขึ้นในจำนวนจำกัด เพื่อรวบรวมแก่นแท้ของกระเป๋า Peekaboo และเปิดเผยแง่มุมต่างๆ มากมายของกระเป๋ารุ่นนี้ โดยเริ่มจากภายนอก ซึ่งหน้าปกของหนังสือเป็นหน้าปกแบบแอกโซโนเมตริก (axonometric) พร้อมกับรูปร่างสามมิติที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากกระเป๋า Rose Black PeekabooISeeU ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของความซับซ้อนและการอยู่เหนือกาลเวลา

ด้านในของหนังสือนำเสนอรูปภาพของคอลเลคชั่นกระเป๋า 80 ใบจากคลังข้อมูลทางประวัติศาสตร์ของ FENDI หนังสือเล่มนี้ถูกแบ่งเป็น 4 บท โดยแต่ละบทจะมี 20 หน้า ซึ่งนำเสนอภาพจากมุมมองความคิดสร้างสรรค์และภาพถ่ายเชิงพาณิชย์ของช่างภาพทั่วโลก พร้อมนำเสนอข้อความสั้นๆ จาก “Friend of the House” วางจำหน่ายบน fendi.com และที่บูติก FENDI ที่ได้รับเลือกทั่วโลก ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2023 เป็นต้นไป

สภาสังคมสงเคราะห์ฯ จัดแข่งขันโบว์ลิ่งสามัคคี รายได้สมทบกองทุนร่วมใจสงเคราะห์ชุมชน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/765877

สภาสังคมสงเคราะห์ฯ จัดแข่งขันโบว์ลิ่งสามัคคี  รายได้สมทบกองทุนร่วมใจสงเคราะห์ชุมชน

สภาสังคมสงเคราะห์ฯ จัดแข่งขันโบว์ลิ่งสามัคคี รายได้สมทบกองทุนร่วมใจสงเคราะห์ชุมชน

วันจันทร์ ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

สมบัติ วัฒนไทย ประธานคณะกรรมการร่วมใจสงเคราะห์ชุมชน สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ จัดการแข่งขันโบว์ลิ่งสามัคคี ชิงถ้วยรางวัลสภาสังคมสงเคราะห์ฯ โดยมี ร.ต.ท.ดร.มนัส โนนุช ประธานสภาสังคมสงเคราะห์ฯ เป็นประธานเปิดการแข่งขันเพื่อหารายได้สมทบกองทุนร่วมใจสงเคราะห์ชุมชนในการดำเนินกิจกรรมต่างๆ ของสภาสังคมสงเคราะห์ฯ และเพื่อเชื่อมสัมพันธไมตรีระหว่างคณะกรรมการอำนวยการ องค์กรสมาชิกสภาสังคมสงเคราะห์ฯ หน่วยงานต่างๆ รวมทั้งนักแสดงและศิลปินที่ให้การสนับสนุนการดำเนินงานของสภาสังคมสงเคราะห์ฯมาโดยตลอด อาทิ น้องหวาน หวาน-อรุณณภา พาณิชจรูญนักแสดงช่อง 3, น้องเสือ-ฉายวิชญ์ สุจริตกุล และน้องๆ เด็กพิเศษ The Starจากมูลนิธิ Five for All ณ Blo-O Rhythm & Bowl ชั้น 5 สยามพารากอน เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2566

ผลการแข่งขัน รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ ทีม ชูวับ ชูวับ, รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ ทีมสมาคมสภาสตรีแห่งชาติ, รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ ทีม Japan 2, รางวัลปลอบใจ ได้แก่ทีมคุณชุติพนธ์ ทั้งนี้ รวมรายได้จากการจัดแข่งขันโบว์ลิ่งสามัคคี ทั้งสิ้นเป็นเงินจำนวน 802,009 บาท

สมบัติ วัฒนไทย ประธานคณะ กก.ร่วมใจสงเคราะห์ชุมชน สภาสังคมสงเคราะห์ฯ และ ร.ต.ท.ดร.มนัส โนนุช ประธานสภาสังคมสงเคราะห์ฯ

สมบัติ วัฒนไทย ประธานคณะ กก.ร่วมใจสงเคราะห์ชุมชน สภาสังคมสงเคราะห์ฯ และ ร.ต.ท.ดร.มนัส โนนุช ประธานสภาสังคมสงเคราะห์ฯ

ร.ต.ท.ดร.มนัส โนนุช ประธานสภาสังคมสงเคราะห์ฯ ประธานเปิดการแข่งขันโบว์ลิ่งสามัคคี ชิงถ้วยรางวัลสภาสังคมสงเคราะห์ฯ

ร.ต.ท.ดร.มนัส โนนุช ประธานสภาสังคมสงเคราะห์ฯ ประธานเปิดการแข่งขันโบว์ลิ่งสามัคคี ชิงถ้วยรางวัลสภาสังคมสงเคราะห์ฯ

ชนะเลิศ ทีม ชูวับ ชูวับ

ชนะเลิศ ทีม ชูวับ ชูวับ

รองชนะเลิศอันดับ 1 ทีมสมาคมสภาสตรีแห่งชาติ

รองชนะเลิศอันดับ 1 ทีมสมาคมสภาสตรีแห่งชาติ

รองชนะเลิศอันดับ 2 ทีม Japan 2

รองชนะเลิศอันดับ 2 ทีม Japan 2

รางวัลปลอบใจ ทีมคุณชุติพนธ์

รางวัลปลอบใจ ทีมคุณชุติพนธ์

มาสสิโม ดุตติ เปิดสโตร์ใหม่ล่าสุด ผสานแนวคิดช่างฝีมือกับธรรมชาติ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/765856

มาสสิโม ดุตติ เปิดสโตร์ใหม่ล่าสุด ผสานแนวคิดช่างฝีมือกับธรรมชาติ

มาสสิโม ดุตติ เปิดสโตร์ใหม่ล่าสุด ผสานแนวคิดช่างฝีมือกับธรรมชาติ

วันจันทร์ ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

มาสสิโม ดุตติ (Massimo Dutti) แบรนด์เครื่องแต่งกายหรูจากสเปน เปิดสโตร์ใหม่ ยกระดับประสบการณ์การช้อปปิ้งผ่านการออกแบบที่สะท้อนความเป็นเลิศ ด้วยแนวคิดการใช้วัสดุแบบธรรมชาติผสานกับเทคนิคของงานช่างฝีมือ เพิ่มพื้นที่เพื่อสร้างความรู้สึกผ่อนคลายยิ่งขึ้น เสริมภาพลักษณ์ให้กับแบรนด์ พร้อมให้ลูกค้าได้สัมผัสประสบการณ์การเยี่ยมชมร้านที่น่าจดจำ

แนวคิดการตกแต่งร้านใหม่ของ มาสสิโม ดุตติ ชั้น 1 โซนเอเทรียม ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ แสดงให้เห็นถึง
วิวัฒนาการของแบรนด์ที่สะท้อนความเป็นเลิศนับตั้งแต่ก้าวเข้าร้าน ผ่านการใช้วัสดุและเทคนิคของช่างฝีมือในการตกแต่ง โดยใช้วัสดุชั้นดีรูปทรงออร์แกนิกที่มีลายเส้น สี และองค์ประกอบต่างๆทางศิลปะที่ได้แรงบันดาลใจจากธรรมชาติให้ความรู้สึกบริสุทธิ์ยิ่งขึ้น ทางเข้าร้านโปร่งโล่ง สามารถมองเห็นพื้นที่ภายในสอดรับกับการตกแต่งหน้าร้านที่กลมกลืนทำให้ลูกค้ามองเห็นร้านได้ทั่วและเข้าถึงคอลเลคชั่นเสื้อผ้าและพื้นที่ต่างๆ ภายในร้านได้ง่ายขึ้น

นอกจากนี้ หนึ่งในองค์ประกอบอันเป็นเอกลักษณ์ที่สร้างความโดดเด่นให้ร้านคือ โครงสร้างกลางร้านที่ออกแบบเพื่อให้ลูกค้าได้สัมผัสประสบการณ์ใหม่ด้วยแสงที่อ่อนโยนกว่า เปลี่ยนอารมณ์ความรู้สึกภายในร้าน โดยยังคงอัตลักษณ์ความเป็น มาสสิโม ดุตติ ไว้เป็นอย่างดีโครงสร้างนี้สร้างขึ้นจากวัสดุเรียบง่ายหลายชิ้นที่ก่อขึ้นเป็นเสา ตั้งทำมุมต่างกันเพื่อเล่นแสงและเงาตามตำแหน่งของแสง

มาสสิโม ดุตติ สโตร์รูปโฉมใหม่ผสานสมดุลทุกองค์ประกอบเพื่อบอกเล่าเรื่องราวอันเป็นดีเอ็นเอของแบรนด์มาสสิโม ดุตติ ได้รับการออกแบบภายใต้หลักการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมของ อินดิเท็กซ์กรุ๊ป (Inditex Group) นำเสนอนวัตกรรมหลากหลายองค์ประกอบที่ควบรวมแฟชั่นและเทคโนโลยีไว้ด้วยกันเพื่อตอบสนองปณิธานของแบรนด์ในการมอบประสบการณ์การช้อปปิ้งใหม่ๆ ให้ลูกค้าอยู่เสมอ

ด้วยความล้ำสมัยอยู่เสมอทั้งในเรื่องแฟชั่น บริการ และเทคโนโลยี มาสสิโม ดุตติ ยังคงมุ่งมั่นที่จะมอบ ประสบการณ์ใหม่ในการช้อปปิ้ง ด้วยบริการผ่านนวัตกรรมเทคโนโลยีล่าสุด ลูกค้าสามารถค้นหาสินค้าที่ต้องการภายในร้านจากแอปพลิเคชั่นมาสสิโมดุตติ หรือ massimodutti.com/th โดยการสแกนเพื่อรับข้อมูลเกี่ยวกับสินค้า เพิ่มสินค้าลงในตะกร้าออนไลน์ และเลือกสถานที่จัดส่งตามต้องการ อีกทั้ง ยังสามารถเลือกจองสินค้าผ่านแอปพลิเคชั่นมาสสิโม ดุตติหรือเว็บไซต์ massimodutti.com/thและมารับ ณ สาขาที่ต้องการภายใน 24 ชั่วโมง

มาสสิโม ดุตติ ประเทศไทย เปิดให้บริการทั้งหมด 4 สาขา ได้แก่ ชั้น 1 โซนเอเทรียม ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์,ชั้น 1 สยามพารากอน, ชั้น 1 ดิ เอ็มควอเทียร์และชั้น 2 เซ็นทรัล เอ็มบาสซี เพื่อฉลองเปิดตัวสาขาใหม่ที่เซ็นทรัลเวิลด์ มาสสิโม ดุตติ ยังมอบความสุขให้กับลูกค้าด้วยกิจกรรมพิเศษต่างๆ มากมาย ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ มาสสิโม ดุตติ และกิจกรรมในร้านค้า

ติดตามได้ที่ www.massimodutti.com/th หรือโทร.02-1234567

LG Eco Day 2023 ร่วมจุดประกายเทรนด์ Slow Fashion ลดปัญหาขยะจากเสื้อผ้า เพื่อโลกและชีวิตที่ดีไปพร้อมกัน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/765857

LG Eco Day 2023 ร่วมจุดประกายเทรนด์ Slow Fashion ลดปัญหาขยะจากเสื้อผ้า เพื่อโลกและชีวิตที่ดีไปพร้อมกัน

LG Eco Day 2023 ร่วมจุดประกายเทรนด์ Slow Fashion ลดปัญหาขยะจากเสื้อผ้า เพื่อโลกและชีวิตที่ดีไปพร้อมกัน

วันจันทร์ ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

(ซ้าย) อำนาจ สิงหจันทร์,มารีญา พูลเลิศลาภ,มร.ซองฮัน จอง และ กมลนาถ องค์วรรณดี

มารีญา พูลเลิศลาภ แบรนด์แอมบาสซาเดอร์ ปี 2023 ของแอลจี ประเทศไทย พร้อมผู้บริหาร ร่วมจุดประกายและเชิญชวนให้ทุกคนหันมาดูแลโลก ในงาน “LG Eco Day” โดยบริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด นำโดย มร.ซองฮัน จอง ประธานกรรมการบริหาร จัดขึ้นในธีม “Slow Fashion เพื่อชีวิตที่ดีกว่า” เพื่อส่งเสริมสังคม Zero Waste ผ่านการเสวนาให้ความรู้บนเวที และกิจกรรมเวิร์กช็อป DIY และการดูแลเสื้อผ้าให้สวมใส่ได้ยาวนาน รวมถึงการแลกเปลี่ยนและบริจาคเสื้อผ้าที่มีสภาพดีเพื่อมอบให้ร้านปันกัน ตอกย้ำวิสัยทัศน์ด้านความยั่งยืนที่มุ่งสร้างชีวิตที่ดีกว่าสำหรับทุกคน หรือ Better Life for All

ปัจจุบันการบริโภค Fast Fashion ทำให้มีเสื้อผ้าจำนวนมากที่ถูกทิ้งจากการซื้อโดยไม่คิดอย่างรอบคอบ หรือถูกทิ้งเพราะชำรุดโดยไม่นำมาซ่อมแซม ซึ่งในที่สุดก็จะกลายเป็นขยะที่ส่งผลต่อดิน น้ำ และอากาศเป็นทอดๆ เทรนด์ Slow Fashion จึงถูกพูดถึงมากขึ้น โดยในประเทศไทยได้มีหลายภาคส่วนที่ออกมารณรงค์ในเรื่องนี้ แอลจี ในฐานะผู้นำด้านนวัตกรรมเครื่องซักและอบผ้า จึงมุ่งเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนการบริโภคแฟชั่นที่ยั่งยืน ซึ่งหนึ่งในนั้นคือการดูแลให้เสื้อผ้าสวมใส่ได้นานยิ่งขึ้น และการส่งต่อเสื้อผ้าสภาพดีให้คนอื่นๆ ที่ต้องการ เพื่อชีวิตที่ดีขึ้น หรือ Life’s Good สำหรับทุกคน

ในงาน LG Eco Day ได้รับเกียรติจาก มารีญาพูลเลิศลาภ แบรนด์แอมบาสซาเดอร์ของแอลจี ที่ให้ความสำคัญและสนับสนุนการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน และอุ้ง-กมลนาถ องค์วรรณดี จากเครือข่าย Fashion Revolution Thailand มาร่วมแชร์มุมมองเรื่องการผลักดันเทรนด์ Slow Fashion ในประเทศไทย และการเปลี่ยนความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับเสื้อผ้ามือสอง รวมทั้งมีกิจกรรมเวิร์กช็อป DIY เสื้อผ้าที่มีอยู่เดิมให้สามารถใช้ได้ยาวนาน และมีบูธรับบริจาคเสื้อผ้าสภาพดี ซึ่งแอลจีจะนำไปซักและอบให้สะอาดก่อนส่งต่อให้ร้านปันกัน โดยมูลนิธิยุวพัฒน์ เพื่อนำไปมอบให้ผู้ที่ขาดแคลนต่อไป

มารีญา พูลเลิศลาภ แบรนด์แอมบาสซาเดอร์ปี 2023 ของแอลจี ประเทศไทย กล่าวว่า “ทุกคนสามารถช่วยดูแลโลกได้ไม่ยากด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมง่ายๆ ในชีวิตประจำวัน แต่สร้างความเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่เพื่อโลกได้ เริ่มจากเสื้อผ้าที่เราใส่ ถ้าดูแลด้วยเครื่องซักและอบผ้าของแอลจีที่ช่วยถนอมเนื้อผ้า ก็จะสวมใส่ได้ยาวนานขึ้นและช่วยลดปัญหาขยะจาก Fast Fashion ในสิ่งแวดล้อมลง”

นายอำนาจ สิงหจันทร์ หัวหน้าฝ่ายการตลาด บริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “แอลจีได้ประกาศพันธกิจในการสร้างความยั่งยืน โดยใช้ความเชี่ยวชาญด้านนวัตกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านของเรามายกระดับคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับผู้บริโภค และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยในปี 2566 เราเดินหน้าตอกย้ำความตั้งใจดังกล่าวมาตั้งแต่ต้นปี ทั้งการเปิดตัว มารีญา พูลเลิศลาภ ในฐานะแบรนด์แอมบาสซาเดอร์ปี 2023 ของแอลจี ประเทศไทย ด้วยบทบาทที่โดดเด่นด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมมาอย่างต่อเนื่องของมารีญา จากนั้นในเดือนกรกฎาคม ซึ่งเป็นเดือนเกิดของแอลจี เราได้เปิดตัวแคมเปญ “รักโลกแบบที่สบายใจ” ซึ่งมีภาพยนตร์โฆษณาที่สื่อให้เห็นว่าการดูแลโลกสามารถทำได้ไม่ยาก ด้วยการใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ตอบโจทย์เทรนด์ความยั่งยืน

สำหรับในวันนี้ เราตอกย้ำพันธกิจด้านความยั่งยืนอีกครั้ง ด้วยการจัดงาน LG Eco Day ขึ้นเป็นครั้งแรก ในธีม “Slow Fashion เพื่อชีวิตที่ดีกว่า” ที่เชิญชวนให้คนรุ่นใหม่ ประชาชน และพนักงาน มาเรียนรู้และสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับการบริโภคแฟชั่นอย่างมีความรับผิดชอบ เพื่อร่วมกันลดปัญหาขยะจากเสื้อผ้าซึ่งเป็นภาระในการกำจัดและส่งผลเสียต่อโลกของเรา”

ทั้งนี้ งาน LG Eco Day เป็นกิจกรรมที่แอลจี ประเทศไทย ตั้งใจที่จะจัดขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกปี ภายใต้ธีมที่แตกต่างกันไป แต่มีหัวใจสำคัญคือการร่วมจุดประกายเรื่องความยั่งยืนในสังคม โดยมีนวัตกรรมของแอลจีมาเป็นตัวช่วยสำคัญในการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อม และช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตให้ดียิ่งขึ้นซึ่งแน่นอนว่าแอลจีจะเดินหน้านำเสนอแคมเปญและกิจกรรมดีๆให้แก่ผู้บริโภคชาวไทยอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี และในทุกปี สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับแอลจี ประเทศไทย เข้าชมได้ที่ www.lg.com/th

มารีญา พูลเลิศลาภ และ กมลนาถ องค์วรรณดี ร่วมเวิร์กช็อป DIY เสื้อผ้าตามแนวคิด Slow Fashion

มารีญา พูลเลิศลาภ และ กมลนาถ องค์วรรณดี ร่วมเวิร์กช็อป DIY เสื้อผ้าตามแนวคิด Slow Fashion

คุณแหน : 30 ตุลาคม 2566

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/765894

วันจันทร์ ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

●● พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง จัดการแสดงโขน ตอน กุมภกรรณทดน้ำ และเสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตรการแสดง วันศุกร์ที่ 3 พ.ย.19.00 น. ณ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย…

●● ขอแสดงความเสียใจกับนักร้องคนดัง นภ พรชำนิ ที่สูญเสียคุณแม่ ชูชีพ บอยล์จัดพิธีอาลัยประชุมเพลิงเรียบร้อยแล้ว…

●● นักเรียนทุนรัฐบาลญี่ปุ่นรุ่นใหญ่รุ่น 10อายุใกล้ 80 ปี ปลิว ตรีวิศวเวทย์, สมศักดิ์ ปัญญาแก้ว, ปัทมาวดี นาร์ชิโช, นิติ วิรัชวงศ์ อดีตประธานนักเรียนทุนฯ ยังเกาะกลุ่มเหนียวแน่น นัดสังสรรค์กันให้คลายคิดถึงเมื่อสัปดาห์ที่ผ่าน…

●● ชื่นชม ธวัชชัย ศรีทอง ผวจ.ชลบุรี ที่คุมเข้มร้านจำหน่ายอาวุธปืนสร้างความปลอดภัยให้กับ ปชช.ชาวชลบุรี…

●● ไม่ได้เจอกันนาน ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล นัดชาว Digital CEO#1 อาทิ รศ.ดร.ชนินทร์ ทินโชติ, วิโรจน์ รัตนชัยสิทธิ์, อารยา ยมนา, กรรณิการ์ เทววิชชุลดา, ทรงพล พลรัฐ, ปรารถนา กวินวุฒิกุล, สุนทร ทองมี, จิตรลดา เฮงยศมาก, เลิศรัตน์ รตะนานุกูล, ปริญดา มาอิ่มใจ, สินชัย ลือสุขประเสริฐ, พลวศุตม์ มหาเอี่ยมศิริ มาสังสรรค์อัปเดตชีวิต งานนี้มี วีระนงค์ ฉ่ำทรัพย์ เป็นแม่งาน…

●● ยินดีกับ ดร.นภัสนันท์ พรรณนิภา ซีอีโอหญิง ของ บมจ.ทีคิวเอ็ม อัลฟา (TQM) ที่ได้รับรางวัล CEO Econmass Awards 2023 สุดยอดซีอีโอรุ่นใหญ่ สาขาธุรกิจการเงิน จาก เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี…

●● สุนันทา สมบุญธรรม ชวนเชิญมิตรสหายไปงาน Thaniya Japan Days Yatai Mura เทศกาลงานญี่ปุ่นครั้งยิ่งใหญ่แห่งปี รวมตำนานอาหาร เครื่องดื่ม รสชาติดั้งเดิมส่งตรงจากญี่ปุ่น พร้อมเมนูพิเศษที่ออกแบบและคิดค้นมาเฉพาะงานนี้ในรูปแบบ “Street Food Vibes” และ การแสดงวัฒนธรรมญี่ปุ่นแท้ๆ 3-5 พ.ย. ณ ศูนย์การค้าธนิยะสีลม…

●● สวด มินตรา เปี่ยมกุลวนิช ภรรยา ธิติ วงศ์ธนาศักดิ์ ศาลา 1 วัดศรีเอี่ยม 26 ต.ค.-1 พ.ย.18.00 น. ฌาปนกิจ 2 พ.ย. 16.00 น. …

●● ชาว MPPM 1 ต่างเศร้าใจที่ต้องสูญเสียเพื่อนร่วมรุ่น คุณาพจน์ กิตติธัชสุข ฌาปนกิจ ณ วัดพระศรีมหาธาตุบางเขน 31 ต.ค.13.00 น. …

●● ขอแสดงความยินดีกับ สาระ ล่ำซำ ซีอีโอ เมืองไทยประกันชีวิต รับรางวัล สุดยอดซีอีโอขวัญใจสื่อมวลชนประจำปี 2566 จากการประกาศรางวัล Thailand CEO ECONMASS Awards 2023…●●

คุณแหน

ฉลองวันเชฟสากล เนสท์เล่ โพรเฟชชันนัล จัดกิจกรรมเชฟชุมชนตัวน้อย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/765866

ฉลองวันเชฟสากล เนสท์เล่ โพรเฟชชันนัล จัดกิจกรรมเชฟชุมชนตัวน้อย

ฉลองวันเชฟสากล เนสท์เล่ โพรเฟชชันนัล จัดกิจกรรมเชฟชุมชนตัวน้อย

วันจันทร์ ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

เนสท์เล่ โพรเฟชชันนัล ร่วมฉลองวันเชฟสากล หรือ International Chefs Day 2023 ผ่านกิจกรรมเชฟชุมชนตัวน้อย จัดเวิร์กช็อปเสริมทักษะการทำอาหารให้เด็กๆ ร่วมสร้างสรรค์เมนูแสนอร่อยด้วยผลิตภัณฑ์แม็กกี้ และได้ประโยชน์จากพืชผักสวนครัวแบบจัดเต็ม ภายใต้ธีม “Growing Great Chefs” โดยมีเชฟและนักโภชนาการผู้เชี่ยวชาญจากเนสท์เล่ ร่วมส่งต่อความรู้สร้างความเข้าใจที่ถูกต้องให้แก่เยาวชนไทย ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องทักษะการทำอาหาร การเลือกวัตถุดิบที่เหมาะสมตามหลักโภชนาการ และการเลือกรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ พร้อมมุ่งยกระดับวัตถุดิบในท้องถิ่น ด้วยการนำพืชผักสวนครัวในชุมชนมาเป็นส่วนประกอบหลักในการรังสรรค์เมนูที่หลากหลาย ผ่านความร่วมมือกับโรงเรียนศรีบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งเป็นโรงเรียนต้นแบบในการส่งเสริมโภชนาการเด็กวัยเรียนในวิถีใหม่ (Healthy New Normal)

ในงานอัดแน่นไปด้วยกิจกรรมที่ช่วยเสริมสร้างความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับโภชนาการที่เหมาะสมกับเด็กๆวัยเรียน ไม่ว่าจะเป็นเวิร์กช็อปรังสรรค์เมนูอร่อยที่ให้ประโยชน์ต่อร่างกาย พร้อมผลิตภัณฑ์แม็กกี้ที่มีคุณภาพมีกลิ่นและรสชาติที่หอมเป็นเอกลักษณ์ ด้วยสูตรที่ทำได้ง่ายครบคุณค่าทางโภชนาการ โดยมี เชฟโอ-กฤษฎา ผามั่ง เชฟผู้เชี่ยวชาญ บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด มาแนะนำ 4 เมนูสุขภาพ ได้แก่ แซนด์วิชไส้ผักโขมไข่ต้ม, ข้าวผัดดอกโสนซูชิโรล, สลัดผักสดกับน้ำสลัดแม็กกี้ และสเต็กอกไก่ เปิดโอกาสให้ตัวแทนนักเรียนของโรงเรียนศรีบางไทรและครอบครัว ได้ลองลงมือทำจริงทุกขั้นตอนร่วมกับเชฟมืออาชีพ พร้อมสอดแทรกความรู้ด้านวิชาการเกี่ยวกับคุณประโยชน์ของผักแต่ละชนิด และแนะนำหลักโภชนาการรวมถึงสารอาหารที่ควรได้รับในแต่ละวัน โดย นางสาวจันทิมา เกยานนท์ นักวิชาการด้านอาหารและโภชนาการ บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด อาทิ หลักการรับประทานให้ “พอดี” นั่นคือการรับประทานอย่าง “เพียงพอ” กับความต้องการของร่างกายในแต่ละวัน และเลือกรับประทานสิ่งที่ “ดี”มีประโยชน์ต่อร่างกายและมีรสชาติอร่อยซึ่งดีต่อใจ ตามหลักการรับประทานอาหารที่สมดุล หรือ Balanced Dietด้วยการกำหนดปริมาณอาหารแบบ 2:1:1 นั่นคือ ผัก 2 ส่วนเนื้อ และข้าวหรือแป้งอย่างละ 1 ส่วน เป็นต้น

อีกทั้งปีนี้ยังพิเศษกว่าปีอื่นๆ เพราะได้ครอบครัวอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังอย่าง คุณแม่เบลล์-ยุภาพร ฤทธิญาณ และน้องชูใจ-ณอร ศรีหมอก จาก Chujai Family มาร่วมสนุกกับกิจกรรมเวิร์กช็อป และร่วมบอกเล่าแรงบันดาลใจดีๆเกี่ยวกับการปรุงอาหารและเลือกวัตถุดิบที่มีประโยชน์ให้กับน้องชูใจ เรียกว่าได้ครบทั้งความสนุก สดใส และความรู้แบบอัดแน่นกันไปตลอดงาน

นางสาวเครือวัลย์ วรุณไพจิตร ผู้อำนวยการบริหารหน่วยธุรกิจผลิตภัณฑ์อาหาร และเนสท์เล่ โพรเฟชชันนัล ประจำภูมิภาคอินโดไชน่า กล่าวว่า นับเป็นโอกาสที่ดีอีกครั้งของ เนสท์เล่ โพรเฟชชันนัล ที่ได้ร่วมฉลองวันเชฟสากลด้วยความตั้งใจที่จะส่งต่อความรู้และความเข้าใจที่ถูกต้องในการเลือกรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ สอดคล้องกับพันธกิจหลักเพื่อสร้างสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่เยาวชนไทย ภายใต้โครงการเนสท์เล่เพื่อเด็กสุขภาพดี หรือ Nestlé for Healthier Kids (N4HK) โดยในปีนี้ เราเล็งเห็นถึงความสำคัญของการปลูกฝังการรับประทานผักและผลไม้ในเยาวชน จึงได้ร่วมมือกับโรงเรียนศรีบางไทร เพื่อส่งเสริมโภชนาการของเด็กไทยอย่างยั่งยืนด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมด้านโภชนาการและสุขภาพให้ดียิ่งขึ้นทั้งในโรงเรียนต่อเนื่องสู่ครอบครัวและชุมชน โดยนำวัตถุดิบชุมชนอย่างพืชผักสวนครัวมาเป็นส่วนประกอบหลักของอาหารให้เด็กๆ ได้เรียนรู้คุณประโยชน์ของพืชผักชนิดต่างๆ ที่ดีต่อสุขภาพ พร้อมด้วยการนำผลิตภัณฑ์แม็กกี้มาร่วมสร้างสรรค์เมนูอร่อยต่างๆ ในแบบที่เด็กๆ สามารถทำตามได้ง่ายกับคุณพ่อคุณแม่ เพื่อสร้างสัมพันธ์อันดีในครอบครัวและยังเป็นการเสริมแรงบันดาลใจในการทำอาหารให้กับเด็กๆ สู่เส้นทางอาชีพเชฟที่มีคุณภาพในวันข้างหน้า

เกียรติภูมิ สิริพันธุ์’ซีอีโอด้านพลังงาน จดสิทธิบัตรชิ้นแรกในโลก ‘สมาร์ท ไฮบริดจ์ เพาเวอร์’นวัตกรรมผลิตพลังงานฟรี 24 ชั่วโมง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/765858

เกียรติภูมิ สิริพันธุ์’ซีอีโอด้านพลังงาน จดสิทธิบัตรชิ้นแรกในโลก  ‘สมาร์ท ไฮบริดจ์ เพาเวอร์’นวัตกรรมผลิตพลังงานฟรี 24 ชั่วโมง

เกียรติภูมิ สิริพันธุ์’ซีอีโอด้านพลังงาน จดสิทธิบัตรชิ้นแรกในโลก ‘สมาร์ท ไฮบริดจ์ เพาเวอร์’นวัตกรรมผลิตพลังงานฟรี 24 ชั่วโมง

วันจันทร์ ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ท่ามกลางกระแสรักษ์โลก ที่ทุกภาคส่วนในสังคมกำลังมุ่งมั่นเดินหน้าไปสู่การพัฒนานวัตกรรมในการผลิตพลังงานสะอาดและต้นทุนต่ำ รวมถึงสิ่งประดิษฐ์ในการผลิตพลังงานหมุนเวียนเพื่อใช้ในชีวิตประจำวัน นำไปสู่การสร้าง “สังคมคาร์บอนต่ำ” มีหลายธุรกิจชั้นนำระดับโลกที่พัฒนานวัตกรรมดังกล่าวให้เกิดขึ้นจริงแล้ว รวมถึงซีอีโอด้านพลังงานทางเลือกอย่าง เกียรติภูมิ สิริพันธุ์ ผู้บุกเบิกเริ่มต้นสร้างโครงการด้านพลังงานทางเลือก มากว่า 10 ปี และยังเป็นเจ้าของสิทธิบัตร “สมาร์ท ไฮบริดจ์ เพาเวอร์” นวัตกรรมผลิตพลังงานฟรี 24 ชั่วโมง ชิ้นแรกในประเทศไทยและชิ้นแรกของโลก ที่กำลังเดินหน้าจดสิทธิบัตรเพิ่มในสหรัฐอเมริกา และนำมาแบ่งปันแนวคิดพร้อมสร้างแรงบันดาลใจให้ทุกคนมาร่วมก้าวไปพร้อมกันหลังนำร่องโครงการตัวอย่างการใช้นวัตกรรมดังกล่าวที่จังหวัดสมุทรปราการ และสกลนคร ในขณะนี้

เกียรติภูมิ สิริพันธุ์ จบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาที่โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย และในระดับอุดมศึกษาจบการศึกษาสูงสุดระดับปริญญาโท Master Of Science In Management ที่สถาบันเทคโนโลยีแมสซาซูเซตส์ (Massachusetts Institute of Technology) เมื่อปีพ.ศ.2537 โดยสามารถสอบชิงทุนรัฐบาลไทย หรือ ทุน ก.พ.ได้ในปี พ.ศ.2535 และได้กลับมาทำงานใช้ทุนรัฐบาลที่ธนาคารกรุงไทย ในโครงการปรับเปลี่ยนระบบงานของธนาคาร (Re Engineering)

หลังจบปริญญาตรี เริ่มต้นทำงานที่บริษัทเชลล์แห่งประเทศไทยในตำแหน่งนักวิเคราะห์ และหลังจากจบปริญญาโทจากสถาบัน MIT ได้ทำงานในสถาบันการเงินหลายแห่ง เช่น Goldman Sachs ธนาคารซันวา/ Bank of Tokyo Mitsubishi UFJ ธนาคารกรุงเทพ และได้รับตำแหน่งสุดท้ายในสายการเงินการธนาคารคือ Senior Vice President & Head of Investment Banking ที่ บมจ. ธนาคารกรุงศรีอยุธยา หลังจากนั้น เกียรติภูมิ ตัดสินใจมุ่งหน้าสู่การทำงานด้านพลังงานเต็มตัว โดยบุกเบิกเริ่มต้นสร้างโครงการด้านพลังงานทางเลือกหลายโครงการ รวมทั้งเคยเป็นประธานกรรมการ และที่ปรึกษาบริษัทด้านพลังงาน แสงอาทิตย์ พลังงานลม พลังงานชีวมวล และ พลังงานทางเลือกอื่นๆ มานับไม่ถ้วน

“ผมเคยศึกษาโครงการไฟฟ้าจากพลังงานลม เพื่อหวังช่วยประเทศในการลดต้นทุนการนำเข้าพลังงานเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้า โดยใช้พลังงานจากธรรมชาติ เมื่อปี 2557 ซึ่งทำให้ผมได้รับรางวัล CEO Thailand Awards 2014 ผู้บริหารแห่งปี 2557ที่เป็นแบบอย่างการขับเคลื่อนเพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับประเทศไทยโดยการลดต้นทุนการนำเข้าพลังงานเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้า โดยพลังงานแสงอาทิตย์ทดแทน ซึ่งถือว่าเป็นพลังงานสะอาดและปลอดภัยถึงแม้จะเป็นเรื่องใหม่ในช่วงเวลานั้น แต่ก็เป็นสิ่งที่ท้าทายตัวเอง ผมไม่ได้มุ่งมั่นทำงานด้านพลังเพื่อหวังผลรางวัล ผมรู้สึกว่าถ้าเราไม่เริ่มต้นประเทศเราก็จะสูญเสียโอกาสในการใช้พลังงานทางเลือกที่สะอาด ปลอดภัย และต้นทุนต่ำ ซึ่งเราทุกคนสามารถร่วมมือกันได้”

ผลจากการทุ่มเททำงานด้านพลังงานทางเลือกทำให้ เกียรติภูมิสามารถคว้ารางวัลด้านพลังงานอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น รางวัล Smart Green Hero ด้านพลังงานลม เมื่อปีพ.ศ.2555 และรางวัล Smart Energy Hero ด้านพลังงานแสงอาทิตย์ เมื่อปีพ.ศ.2557 นอกจากจะเป็นรางวัลที่เขาภาคภูมิใจที่สุดแล้ว ยังทำให้เขามุ่งมั่นเดินหน้าสร้างนวัตกรรมด้านพลังงานทางเลือกให้กับคนไทยมาอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน ซึ่งก็คือ “สมาร์ท ไฮบริดจ์ เพาเวอร์” นวัตกรรมผลิตพลังงานฟรี 24 ชั่วโมงในไทย ซึ่งได้ยื่นขอจดสิทธิบัตรในประเทศไทยเรียบร้อยแล้ว และกำลังเดินหน้าขอยื่นจดสิทธิบัตรในสหรัฐอเมริกา

“หลายคนคงจะรู้ว่าผมสวมหมวกหัวหน้าพรรคไทยสมาร์ท ในการลงรับสมัครเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา และมาพร้อมกับแนวคิดที่จะทำโครงการสมาร์ทซิตี้ในหลายพื้นที่ ซึ่งเป็นโครงการที่ใช้สมาร์ทเทคโนโลยีอันล้ำหน้า ประยุกต์กับการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม และพลังงานชีวมวล มาใช้เป็นพลังงานทดแทน ช่วยเหลือประชาชนทั่วประเทศที่ได้รับความเดือดร้อน ซึ่งผมยังมีแนวทางจะนำทางเทคโนโลยีที่ดีที่สุดในโลกมาช่วยเหลือประชาชนให้มีรายได้ และให้ประเทศมีการพัฒนา ส่งผลให้ประเทศผ่านพ้นวิกฤตเศรษฐกิจ

แม้ผมจะไม่ได้ไปต่อกับเก้าอี้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แต่ผมก็ยังเดินหน้าโครงการสมาร์ทซิตี้ และ “สมาร์ท ไฮบริดจ์ เพาเวอร์” นวัตกรรมผลิตพลังงานฟรี 24 ชั่วโมง คือ สิ่งประดิษฐ์ชิ้นล่าสุดที่เกิดขึ้น ผมต้องการให้ประชาชน และเกษตรกร ได้ใช้พลังงานที่ไม่แพงจึงตั้งใจผลักดันเรื่องนี้อย่างจริงจัง เพราะผมได้ทุนจากรัฐบาลไปเรียนซึ่งทุนนั้นเป็นภาษีของประชาชน ถือเป็นบุญคุณที่ผมต้องตอบแทนแผ่นดิน ตั้งใจช่วยคนไทยให้ได้ใช้เทคโนโลยีที่ดีที่สุดที่มีในโลกนี้ และสิ่งประดิษฐ์ชิ้นนี้ถือว่าเป็นชิ้นแรกในประเทศไทยและชิ้นแรกของโลกเช่นกัน”

นวัตกรรม “สมาร์ท ไฮบริดจ์ เพาเวอร์” เป็นระบบผลิตไฟฟ้าอัจฉริยะ ผลิตพลังงานฟรี 24 ชั่วโมง ด้วยการใช้พลังงานแสงอาทิตย์พลังงานแบตเตอรี่ พลังงานน้ำ มาผสมผสานเพื่อใช้ผลิตเป็นพลังงานไฟฟ้าใช้เองได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดยไม่ต้องเสียค่าเชื้อเพลิง

“หลักการทำงานของระบบนี้คือ ช่วงกลางวันเราผลิตไฟฟ้าโดยใช้ระบบโซลาร์เซลล์ และเราจะใช้แบตเตอรี่สูบน้ำขึ้นไปเก็บไว้บนแท็งก์น้ำ มาสร้างเป็นพลังงานไฟฟ้าเพื่อใช้ในช่วงเวลากลางคืน ซึ่งหลักการนี้ สามารถนำมาใช้ภายในบ้าน ในสำนักงาน โรงงาน หรือ หอพัก ซึ่งมีการทดสอบการทำงานในสถาบันการศึกษาต่างๆ มาแล้วก่อนหน้านี้ ประสบผลสำเร็จเป็นที่น่าพอใจ โดยมีโครงการนำร่องแห่งแรกที่ติดตั้งใช้งาน ที่หอพักในอำเภอสำโรง จังหวัดสมุทรปราการ ส่วนอีกแห่งหนึ่งที่ อำเภอวานรนิวาส จังหวัดสกลนคร งบประมาณค่าใช้ในการดำเนินการและติดตั้งถือว่าไม่แพง สามารถคืนทุนภายใน 5 ปี ตัวอย่างเช่น การผลิตไฟฟ้าขนาดเล็กที่สุด 1 กิโลวัตต์ใช้งบประมาณประมาณ 1.5 แสนบาท ซึ่งงบประมาณ จะขึ้นกับปริมาณไฟฟ้าที่ต้องการใช้นั่นเอง”

สำหรับแผนการที่วางไว้ เพื่อต้องการให้ประชาชนคนไทยใช้พลังงานในต้นทุนต่ำนั้น ขั้นแรก เรื่อง การใช้พลังงานอย่างชาญฉลาด ต้นทุนต่ำ เพราะพลังงานเป็นต้นทุนของการผลิตสินค้าทุกอย่างเมื่อแก้ปัญหาพลังงานได้ ขั้นตอนที่ 2 คือ จัดโครงสร้างพื้นฐาน เมื่อใช้ไฟฟ้าน้อย ก็จะใช้น้ำมันน้อยลง รวมทั้งแปลงรถยนต์ให้ใช้พลังงานไฟฟ้าทั้งหมด การขนส่งก็จะประหยัด ขึ้นที่ 3 คือ การสร้างชุมชน ให้มีความเป็นอยู่ดีขึ้น ครัวเรือนก็กินดีอยู่ดี ก็จะส่งผลให้เกิดการยกระดับประเทศมีรายได้มากขึ้น มลพิษทางสิ่งแวดล้อมก็จะได้รับการแก้ไขด้วย ซึ่งเป็นทิศทางของทุกประเทศในโลกที่ต้องการช่วยลดมลพิษ ทางสิ่งแวดล้อม เพื่อช่วยกันลดโลกร้อนนั่นเอง

“ที่สำคัญเมื่อรักษ์โลกแล้ว ต้องทำเงินได้ด้วย การสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานพลังงานสะอาดและต้นทุนต่ำ นั้นแม้เป็นเรื่องยากแต่ก็เป็นโอกาสเช่นกัน แหล่งพลังงานสะอาดทั้งจากแสงแดดและลมขณะนี้ถือว่าต้นทุนต่ำมากๆ อยู่ที่ใครจะกล้าลงทุนหรือไม่ อีกทั้ง ยังเป็นโอกาสครั้งใหญ่ เพราะขณะนี้พลังงานสะอาดกำลังขับเคลื่อนการลงทุนในภาคอุตสาหกรรม และจะเป็นแบบนี้ต่อไปอีกใน 50 ปีข้างหน้า” ซีอีโอและฮีโร่ด้านพลังงานทางเลือก กล่าวทิ้งท้าย