ร้านอาหารในเครือ‘เฮยยิน-ฮ่องกง ฟิชเชอร์แมน’ ระดมเชฟใหญ่จากฮ่องกง จัดมื้ออาหารมงคลฉลองตรุษจีน

ร้านอาหารในเครือ‘เฮยยิน-ฮ่องกง ฟิชเชอร์แมน’ ระดมเชฟใหญ่จากฮ่องกง จัดมื้ออาหารมงคลฉลองตรุษจีน

ร้านอาหารในเครือ‘เฮยยิน-ฮ่องกง ฟิชเชอร์แมน’ ระดมเชฟใหญ่จากฮ่องกง จัดมื้ออาหารมงคลฉลองตรุษจีน

วันอังคาร ที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2568, 10.22 น.

ปักหมุดสร้างแลนด์มาร์กแห่งใหม่ของเทศกาลตรุษจีน อิมแพ็ค เมืองทองธานี ผนึกกำลัง เกษรวิลเลจ ยกทัพร้านอาหารจีนในเครือ เฮยยินและฮ่องกง ฟิชเชอร์แมน แปลงพื้นที่คอมมูนิตี้ของคนยุคใหม่ “เกษร เออร์เบิน รีสอร์ท ชั้น19” กลางย่านราชประสงค์ เป็นร้านอาหารจีนสุดหรูสำหรับครอบครัว พร้อมเสิร์ฟเมนูมงคล ความหมายดีต้อนรับปีมะเส็ง

พอลล์ กาญจนพาสน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น แมเนจเม้นท์ จำกัด ผู้บริหารศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี และผู้บริหารกลุ่มร้านอาหารจีน เฮยยิน และฮ่องกง ฟิชเชอร์แมน  กล่าวว่า ช่วงเทศกาลตรุษจีนนี้ อิมแพ็ค เมืองทองธานี ร่วมกับ เกษรวิลเลจ จัดพื้นที่แห่งใหม่ เพื่อเฉลิมฉลองวาระมงคลต้อนรับความมั่งคั่งช่วงเทศกาลตรุษจีน “HEI YIN x GAYSORN – Celebrate Chinese New Year 2025” ด้วยการเนรมิตคอมมูนิตี้ที่ดีที่สุดของคนยุคใหม่ “เกษร เออร์เบิน รีสอร์ท” บริเวณชั้น 19,เกษรทาวเวอร์,เกษรวิลเลจ เป็นร้านอาหารจีนสุดหรูอันแสนอบอุ่น พร้อมอิ่มเอมไปกับบรรยากาศสุดเอ็กซ์คลูซีฟของวิวธรรมชาติใจกลางเมือง และเส้นขอบฟ้าของพระอาทิตย์ตกดินยามเย็น

ไฮไลต์อยู่ที่การบรรจงคัดเลือกเมนูมงคลความหมายดี มาเสิร์ฟสำหรับมื้ออาหารสุดพิเศษต้อนรับเทศกาลตรุษจีน  โดยทุกเมนูล้วนผ่านขั้นตอนพิถีพิถัน ไอเดียการรังสรรค์และยึดถือมาตรฐาน  โดยการควบคุมจากเชฟใหญ่กลุ่มร้านอาหารจีน ได้แก่  เชฟแจ็คกี้ ชาน (Chan Kwok Hung) เชฟชาวฮ่องกงจากเฮยยิน และเชฟเชา ไท้ ซิง  (Chow Tai Shing) หรือเชฟจ้าว เชฟใหญ่ชาวฮ่องกงแห่งร้านฮ่องกง ฟิชเชอร์แมน  เพื่อทำให้มื้อนี้เป็นมื้อพิเศษของทุกคนในครอบครัว

สำหรับชุดเมนูมงคล “HEI YIN X GAYSORN-Celebrate Chinese New Year 2025” by HEI YIN x HONG KONG FISHERMAN ประกอบด้วย 10 เมนูมงคลความหมายดี เริ่มจากออร์เดิร์ฟ ได้แก่ ไก่แช่เหล้า  แสดงถึงความขยัน หมั่นเพียร ความเจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงาน   ยำแมงกะพรุนพริกเซี่ยงไฮ้ ที่สะท้อนถึงความเป็นอมตะ เสิร์ฟคู่กับขาหมูเย็น ที่เปรียบเสมือนก้อนทอง สะท้อนถึงความอุดมสมบูรณ์ มั่งคั่ง ร่ำรวย  ตามด้วยสลัดขุมทรัพย์กุ้งมังกร สื่อถึงอำนาจ ลาภ ยศ  ซุปกระเพาะปลาสดเห็ดมอเรล  แสดงถึงความร่ำรวย เหลือกินเหลือใช้ ชีวิตที่ราบรื่นต่อด้วยอาหารจานหลัก (Main Course) ปลาเก๋ามุกนึ่งซีอิ๊ว ปลาเก๋าเปรียบเสมือนตัวแทนความอุดมสมบูรณ์ เหลือกินเหลือใช้ อยู่ดีกินดี  กังป๋วยสาหร่ายเส้นผมเห็ดหอมน้ำมันหอย สื่อถึงความร่ำรวย และข้าวห่อใบบัว สื่อถึงกำลังใจที่มีให้กันของคนในครอบครัว  ปิดท้ายด้วยขนมหวานมงคล อย่างบัวลอยน้ำขิง สื่อถึงความรักใคร่ กลมเกลียวกันเป็นครอบครัว และขนมหัวเราะ สื่อถึงการก้าวไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดนิ่ง

ฟ้าฟื้น เต็มบุญเกียรติ กรรมการผู้จัดการ เกษรวิลเลจ กล่าวว่า เกษร เออร์เบิน รีสอร์ท คือ พื้นที่คอมมูนิตี้ที่ดีที่สุดของคนยุคใหม่ที่พร้อมอำนวยความสะดวกในการจัดงานรูปแบบต่าง ๆ ด้วยพื้นที่ที่สามารถปรับเปลี่ยนได้หลากหลาย โดยออกแบบในสไตล์รีสอร์ทสุดหรูใจกลางกรุงเทพมหานคร ผสมผสานธรรมชาติและเมืองเข้ากันอย่างลงตัว ล่าสุด เกษรวิลเลจ ร่วมกับกลุ่มร้านอาหารจีนในเครืออิมแพ็ค เมืองทองธานี รังสรรค์พื้นที่สำหรับการรับประทานอาหารสุดเอ็กซ์คลูซีฟของครอบครัว ด้วยการเปลี่ยนพื้นที่บริเวณชั้น 19 เกษรทาวเวอร์,เกษรวิลเลจ เป็นร้านอาหารจีนในบรรยากาศสุดแสนอบอุ่น พร้อมรับชมวิวทิวทัศน์กลางเมืองที่เปิดกว้างถึง 270 องศา เพื่อสร้างพื้นที่แห่งนี้เป็นแลนด์มาร์กแห่งใหม่ในช่วงเทศกาลเฉลิมฉลองตรุษจีนสำหรับชาวไทยและต่างชาติ พร้อมสร้างช่วงเวลาที่สมบูรณ์แบบในมื้อพิเศษของทุกคนในครอบครัว

ความพิเศษนี้เฉพาะวันที่ 28-29 มกราคม 2568 ที่“เกษร เออร์เบิน รีสอร์ท” บริเวณชั้น 19,เกษรทาวเวอร์,เกษรวิลเลจ สำหรับ 2 ช่วงเวลา คือ มื้อกลางวัน เวลา 11.00-14.00 น. และมื้อเย็น เวลา 17.30-20.30 น. ราคา 28,888 บาทต่อ 10 ท่าน (ราคานี้ไม่รวมเซอร์วิสชาร์จและภาษีมูลค่าเพิ่ม)

‘MASTER’เยือนอินโดนิเซียร่วมงาน Southeast Asia Beauty Summit 2025

'MASTER'เยือนอินโดนิเซียร่วมงาน Southeast Asia Beauty Summit 2025

‘MASTER’เยือนอินโดนิเซียร่วมงาน Southeast Asia Beauty Summit 2025

วันอังคาร ที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2568, 09.53 น.

MASTER เยือนอินโดนิเซีย ขึ้นเวทีแนะนำธุรกิจ ชี้โอกาส และศักยภาพในความร่วมมือ พร้อมอัปเดตแผนรุกตลาดศัลยกรรมความงามผ่านตัวแทน ตั้งเป้ารุกตลาด SEA ร่วมกับ Lumeo Health เมื่อวันที่ 16 มกราคม ที่ผ่านมา ณ ร้าน Huta Pataran เมือง จาการ์ตาประเทศอินโดนิเซีย

คุณดาว – ลภัสรดา เลิศภานุโรจ CEO บริษัท มาสเตอร์ สไตล์ จำกัด (มหาชน) หรือ MASTER ในนามโรงพยาบาลมาสเตอร์พีช ผู้นำอันดับต้นของอุตสาหกรรมด้านความงามในไทยและเอเชียในฐานะ Regional Company ยกทัพเยือนอินโดนิเซีย หลังจับมือเป็นพาร์ตเนอร์ระดับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เมื่อพฤศจิกายน ปี 2024 ณ โรงพยาบาลมาสเตอร์พีช กรุงเทพฯ ประเทศไทย เพื่อตอกย้ำการขยายตลาดภูมิภาค เสริมศักยภาพการเติบโตอย่างแข็งแกร่ง พร้อมมุ่งเน้นนำเทคโนโลยีที่ทันสมัย เดินหน้าขยายเครือข่ายพันธมิตรทางธุรกิจต่อเนื่อง พร้อมเปิดแผนและเป้าหมาย การผลักดันอุตสาหกรรมศัลยกรรมความงาม และการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ ร่วมกับ Lumeo Health โดย Dr.Queencha Chaidy Chief Executive Officer Lumeo Health นำทีมให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น พร้อมร่วมแถลงข่าวตอกย้ำการปักธงรุกตลาดอินโดนิเซียร่วมกัน

“ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นตลาดที่มีศักยภาพสูงในด้านศัลยกรรมความงามและการแพทย์เฉพาะทาง รวมถึงมีการเพิ่มขึ้นของกำลังซื้อ และความนิยมในหัตถการความงามในกลุ่มคนรุ่นใหม่ ส่งผลให้ความต้องการบริการขยายตัวอย่างรวดเร็วในภูมิภาคนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อินโดนิเซีย ที่มีสัดส่วนประชากรสูงเป็นอันดับต้นของ SEA และมีความสนใจในด้านศัลยกรรมความงาม จาก 35 ล้านบาท(1 million USD) ในปี 2023 มาสู่ 175 ล้านบาท (5 million USD) ในปี2024 ที่ผ่านมามาสเตอร์พีชรับลูกค้าอินโดนิเซียมีสัดส่วนเป็น 38% จากลูกค้าต่างประเทศทั้งหมด

“ต่อจากนี้จะเริ่มเห็น MASTER ก้าวเข้าสู่การเป็น “Regional  Company” โดยจะมีความร่วมมือกับ MASTER PARTNER ในระดับภูมิภาคอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับความแข็งแกร่งของบริษัทไปยังตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยแรกสุดที่ผ่านมา MASTER ร่วมพิธีลงนามความร่วมมือ หรือ MOU กับ Lumeo Health ประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งมีความโดดเด่นในฐานะที่ปรึกษาศัลยกรรมความงามและการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ ที่ครบวงจรในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

Dr. Queencha Chaidy กล่าวว่า MASTER ดำเนินธุรกิจด้านศัลยกรรมความงามมาต่ออย่างเนื่อง 12 ปี ด้วยมาตรฐานโรงพยาบาล และการบริการมืออาชีพเป็นเบอร์ต้นของประเทศไทย ทั้งยังเป็นแบรนด์ที่ดำเนินกิจการในตลาดทุน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หรือ SET และการันตีด้วยรางวัลด้านการบริหารจัดการ การบริหารด้านการเงิน จริยธรรมองค์กรอย่างต่อเนื่อง

ด้านศักยภาพเกี่ยวกับศัลยกรรมความงาม ของ รพ.มาสเตอร์พีช น่าจับตา เพราะมอบผลลัพธ์ที่น่าชื่นชม พิสูจน์จากการบอกเล่าและส่งต่อรีวิวจากคนดังหลากหลายวงการ รวมถึงข่าวสารการเติบโตด้านการทำธุรกิจและการตลาดอย่างต่อเนื่องจากสื่อมวลชนทั้งในและต่างประเทศ สะท้อนความเชื่อมั่นใจ ต่อความสถานะความมั่นคง มีมาตรฐาน สร้างแรงกระเพื่อมให้กับวงการศัลยกรรมความงามในประเทศไทย และระดับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างยิ่ง

สำหรับการเติบโตภายในประเทศของ MASTER ถือว่าแข็งแกร่ง โดย MASTER GROUP มีจุดให้บริการมากกว่า 90 แห่งทั่วประเทศไทย ซึ่งครอบคลุมพื้นที่สำคัญๆ ในทุกภูมิภาค โดยให้บริการที่ครอบคลุมความต้องการในทุกกลุ่มลูกค้า ทั้งด้านศัลยกรรมความงาม และการแพทย์เฉพาะทาง ถือเป็นจุดแข็งของเราในการตอบสนองต่อความต้องการที่หลากหลาย และสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้าทั้งในประเทศ และต่างประเทศ

“จากการเยือนไทยในครั้งก่อน Lumeo Health บรรลุข้อตกลงร่วมกันในฐานะพาร์ตเนอร์ เอเจนซี่ และการเยือนอินโดนิเซียของ MASTER ในครั้งนี้ เพื่อแถลงความร่วมมือ ชี้ภาพสะท้อนโอกาส และศักยภาพในตลาดศัลยกรรมความงาม และขยายการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ระดับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พร้อมอัปเดตแผนรุกตลาดศัลยกรรมความงามผ่านตัวแทน

“Lumeo Health มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมทำงานกับ บมจ. มาสเตอร์ สไตล์ ในนาม โรงพยาบาลมาสเตอร์พีช และได้รับโอกาสสู่ความร่วมมือด้านตัวแทนขาย รวมถึงการมาเยือนอินโดนิเซีย เพื่อหารือแผนงานในปี 2025 และกระชับความสัมพันธ์ในครั้งนี้ โดยเชื่อมี่นเป็นอย่างยิ่งว่า แผนงานทุกส่วนที่ได้ทำข้อตกลงเดินหน้าร่วมกัน จะสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี ในฐานะมืออาชีพของทั้งสองประเทศ และก้าวสู่การเป็นหนึ่งในระดับภูมิภาค” Dr. Queencha Chaidy กล่าวสรุป

โดยหลังงานแถลงข่าวความร่วมมืออย่างเป็นทางการจบลง Dr.Queencha Chaidy, Mr.Wilson Yanaprasetya และ Mr.Nayoko Wicaksono เป็นเจ้าภาพในการจัดเลี้ยงรับประทานอาหารค่ำ เพื่อสังสรรค์กระชับสัมพันธ์กับ MASTER โดยในงานร่วมด้วยอินฟลูเอนเซอร์ของไทย ไนท์ – ปิยพงษ์ คำมีสว่าง Mister International Thailand 2023 เฟม – ชุติพงศ์ พุทธรักษ์ Mister International Thailand 2024 Top 15 Mister International 2024 เอิร์ธ – กรประภา พลเขต Miss Universe Roi Et 2023 และอินฟลูเอนเซอร์ชั้นนำในแวดวงสังคม และความงามของอินโดนิเซียเข้าร่วมนับร้อย

014

‘จิม ทอมป์สัน’ อวดโฉมคอลเลกชัน Chinese New Year 2025 ส่งสัญลักษณ์มงคล ‘ดอกเหมย’ และ ‘งู’ มาโลดแล่นบนลายพรินต์

‘จิม ทอมป์สัน’  อวดโฉมคอลเลกชัน Chinese New Year 2025 ส่งสัญลักษณ์มงคล ‘ดอกเหมย’ และ ‘งู’ มาโลดแล่นบนลายพรินต์

‘จิม ทอมป์สัน’ อวดโฉมคอลเลกชัน Chinese New Year 2025 ส่งสัญลักษณ์มงคล ‘ดอกเหมย’ และ ‘งู’ มาโลดแล่นบนลายพรินต์

วันอังคาร ที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2568, 09.39 น.

จิม ทอมป์สัน เผยโฉมคอลเลกชัน Chinese New Year 2025  ต้อนรับเทศกาลตรุษจีนที่ดึงแรงบันดาลใจมาจากความงดงามของ “ดอกเหมย” และเสน่ห์อันน่าค้นหาของ “งู” เพื่อร่วมเฉลิมฉลองการเปิดศักราชใหม่สู่ปีมะเส็ง ปีแห่งการเริ่มต้น การเติบโต และการเปิดรับเรื่องราวใหม่ ๆ ในชีวิต

คอลเลกชัน Chinese New Year 2025 มาพร้อมแฟชั่นเซตที่เยาวราช ถ่ายทอดไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่ที่ไม่เคยหยุดนิ่ง  อวด 4 ลายพรินต์สุดเอ็กซ์คลูซีฟที่เปี่ยมด้วยความหมายที่ลึกซึ้ง เริ่มจาก Plum Blossoms ที่ถ่ายทอดความงามของดอกเหมยบานสะพรั่ง สัญลักษณ์แห่งความสุขและโชคลาภ นำเสนอในพาเลตสีแดงสดตัดกับสีฟ้าที่ดูสวยงามแปลกใหม่ ส่วนลายพรินต์ Power of the Snake ได้หยิบ “งู”สัญลักษณ์แสนมงคลตามความเชื่อของเอเชียตะวันออก มารังสรรค์เป็นลวดลายแสนประณีตที่สะท้อนความอุดมสมบูรณ์ ความแข็งแกร่ง และการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคใหม่

อีกหนึ่งลายไฮไลต์ที่ห้ามพลาดในคอลเลกชันคือ The Year of the Snake นำเสน่ห์ความงามของลวดลายสุดยูนีคของงูมาเบลนด์เข้ากับความสดใสสบายตาของดอกไม้พืชพันธุ์ได้อย่างกลมกล่อม โดยลายพรินต์สุดไอคอนิกนี้ มาแต่งแต้มอยู่บนผ้าพันคอหลากเฉดสี ให้เหล่าแฟชั่นนิสต้านำไปคอมพลีตลุคเก๋สำหรับทุกโอกาส และสุดท้ายกับลวดลาย Blooming Snakeskin  นำเสนอลายเส้นเปี่ยมดีเทลของหนังงู ผสานความลึกลับเข้ากับความสดใสของดอกดาเลียที่กำลังผลิบาน เพื่อสื่อถึงความรัก ความงามของธรรมชาติ และการเปิดรับสิ่งดีๆ

มาถึงไอเทมที่ควรมีติดตู้ช่วงเทศกาลนี้ ได้แก่ Mandarin Lace Up Midi Dress มิดิเดรสแขนยาวใส่สบาย, Knot Halter Neck Maxi Dress และ Knot Halter Neck Blouse แม็กซี่เดรสดีเทลคล้องคอแบบตัวเดียวเอาอยู่ทุกอีเวนต์และเสื้อสุดน่ารักในซิลลูเอตเดียวกัน นอกจากนี้ ยังมีกางเกง Zip Fisherman Pants ที่แมตช์กับเสื้อยืด Slim Pima Tee ได้อย่างง่ายดายสำหรับวันสบาย ๆ ส่วนสุภาพบุรุษสามารถเลือกใส่เชิ้ตทรงสวย Hawaii Silk Fuji Shirt ในเฉดน้ำเงินและแดง หรือครีเอตลุคแคชชวลด้วยเสื้อยืด Pima Cotton T-Shirt แค่นี้ก็ช่วยเติมความพิเศษให้ลุคเท่ ๆ ในช่วงฉลองตรุษจีนได้แล้ว

นอกจากนี้ ยังมีทั้งกระเป๋าสะพาย, กระเป๋าถือ, กระเป๋าโทต, กระเป๋าสตางค์, กล่องแว่นตา, ผ้าปิดตา และยางรัดผม เหสำหรับไว้เติมเต็มลุคชิค ๆ ช่วงตรุษจีน และมอบเป็นของขวัญให้คนพิเศษ นอกจากนี้ เหล่าโฮมเลิฟเวอร์จะต้องตกหลุมรักไอเทมตกแต่งบ้านแสนเก๋ในลวดลายเอ็กซ์คลูซีฟ Blooming Snakeskin อย่างแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นปลอก หมอนอิง ผ้าไหมสำหรับเช็ดปาก ที่รองจานและชุดที่รองแก้วผ้าคอตตอน

ตามไปอัพดทคอลเลกชัน Chinese New Year 2025 ที่ สโตร์จิม ทอมป์สันทุกสาขา และช้อปออนไลน์ได้ที่ https://www.jimthompson.com

เยาวราชสว่างไสว ททท.จัดประดับตกแต่งไฟยิ่งใหญ่ ฉลอง 50 ปีแห่งความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-จีน

เยาวราชสว่างไสว ททท.จัดประดับตกแต่งไฟยิ่งใหญ่  ฉลอง 50 ปีแห่งความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-จีน

เยาวราชสว่างไสว ททท.จัดประดับตกแต่งไฟยิ่งใหญ่ ฉลอง 50 ปีแห่งความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-จีน

วันอังคาร ที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2568, 09.02 น.

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จัดพิธีเปิดประดับตกแต่งไฟในเทศกาลตรุษจีน ประจำปี 2568 เฉลิมฉลอง 50 ปีความสัมพันธ์ไทย-จีน ณ บริเวณซุ้มประตูเฉลิมพระเกียรติฯ วงเวียนโอเดียนโดมีนายอู๋ จื้ออู่ อัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีน ประจำประเทศไทย และนางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีฯ พร้อมด้วย นายวิศิษฎ์ ลิ้มประนะ ประธานฝ่ายรับเสด็จฯ งานตรุษจีนเยาวราช ผู้บริหารระดับสูงททท. สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีน ประจำประเทศไทย และผู้แทนกรุงเทพมหานคร ร่วมงานฯ

ททท. ได้ร่วมจัดเทศกาลตรุษจีน บริเวณถนนเยาวราช กรุงเทพมหานคร เพื่อเฉลิมฉลองวันขึ้นปีใหม่ตามธรรมเนียมจีน โดย ททท. เนรมิตถนนเยาวราชด้วยการประดับไฟตั้งแต่วันที่ 19 มกราคม – 9 กุมภาพันธ์ 2568 เวลา 18.00-24.00 น. ภายใต้แนวคิด “Ignite Your Senses Embrace Our Two Cultures” นำเสนอผ่านสีโทนแดงและทอง สื่อถึงพลังแห่งความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ ความมั่งคั่งร่ำรวยและโชคลาภ สร้างสรรค์ไฮไลต์ซุ้มไฟงูสีแดงและประดับไฟดอกไม้หลากสีบริเวณซุ้มประตูเฉลิมพระเกียรติฯ วงเวียนโอเดียน ถึง แยกเฉลิมบุรี ถนนเยาวราช

นอกจากนี้ ททท. จัดงานในพื้นที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ วันที่ 28 มกราคม – 2 กุมภาพันธ์ 2568 เพื่อเตรียมต้อนรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาในช่วงเทศกาลตรุษจีนจากทั่วโลก ด้วยไฮไลต์ Art Installation แลนด์มาร์กรูปงูฉลุลายประดับไฟขนาดใหญ่ องค์เจ้าแม่กวนอิมและเทพเจ้าที่ชาวจีนนับถือ พร้อมจำลองชุมชนชาวจีนขนาดใหญ่และมีเอกลักษณ์ที่น่าสนใจได้แก่ ชุมชนจีนโบราณบ้านชากแง้ว จ.ชลบุรี และชุมชนจีนตลาดน้อย ศาลเจ้าโรงเกือก เพื่อให้ผู้ร่วมงานได้สัมผัสบรรยากาศและเสน่ห์แห่งวัฒนธรรมอย่างใกล้ชิด รวมทั้งยังมีกิจกรรมสาธิตวัฒนธรรมไทย-จีน 4 กิจกรรม ได้แก่ การเขียนพู่กันจีน ศิลปะการตัดกระดาษจีน การเขียนหัวโขน และการเขียนลายเบญจรงค์ รวมถึงการออกร้านอาหารที่มีชื่อเสียงในสื่อสังคมออนไลน์จำนวนกว่า 30 ร้าน พร้อมด้วยการแสดงศิลปวัฒนธรรมคณะนักแสดงจากสาธารณรัฐประชาชนจีนกว่า 80 คน และการแสดงศิลปินตลอด 6 วัน ได้แก่วง MEAN วง HERS, Tilly birds, Landokmai, Scrubb, Whal & Dolph, ต้าห์อู๋ พิทยา, PAIINNTT, Bowkylion, Better Weather, bamm และ Risa Narisa  

ทั้งนี้ กิจกรรมสำคัญในเทศกาลตรุษจีน ประจำปี 2568 ประกอบด้วย วันที่ 28 มกราคม 2568 พิธีกล่าวอวยพรเนื่องในเทศกาลตรุษจีนให้กับพี่น้องชาวจีนทั่วโลก ณ ลานหน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ รวมทั้งจัดการแสดงแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม ไทย-จีน โดยประเทศไทยนำเสนอเสน่ห์และเอกลักษณ์ไทยในการแสดงชุด “Soft Power Of Thailand ” วันที่ 29 มกราคม 2568 พิธีเปิดเทศกาลตรุษจีนเยาวราช ประจำปี 2568 ณ ถนนเยาวราช โดยสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จะเสด็จพระราชดำเนินเป็นองค์ประธาน ซึ่ง ได้รับการสนับสนุนจากสาธารณรัฐประชาชนจีนนำการแสดงทางวัฒนธรรมรูปแบบ Thai Contemporary ผสมผสานเครื่องดนตรีจีน แสดงหน้าพระพักตร์ รวมทั้งจัดทำบูธในงานเทศกาลตรุษจีนเยาวราช นำเสนอนิทรรศการ 50 ปีความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-จีน

ฝุ่น PM2.5 ตัวร้าย บ่อนทำลายสุขภาพเด็ก เสี่ยงเป็นโรคเรื้อรังในอนาคต

ฝุ่น PM2.5 ตัวร้าย บ่อนทำลายสุขภาพเด็ก เสี่ยงเป็นโรคเรื้อรังในอนาคต

ฝุ่น PM2.5 ตัวร้าย บ่อนทำลายสุขภาพเด็ก เสี่ยงเป็นโรคเรื้อรังในอนาคต

วันอังคาร ที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2568, 07.00 น.

ในช่วงฤดูหนาว ฝุ่น PM2.5 กลับมาเป็นปัญหาหลักที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของคนไทย โดยเฉพาะเด็กเล็กที่มีอายุต่ำกว่า 5 ปี จะได้รับผลกระทบมากเป็นพิเศษ เนื่องจากตามธรรมชาติแล้ว เด็กเล็ก จะมีอัตราการหายใจที่เร็วกว่าผู้ใหญ่ ทำให้ร่างกายของพวกเขาได้รับมลพิษในปริมาณมาก ส่งผลกระทบต่อสุขภาพทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ไม่ว่าจะเป็น โรคในระบบทางเดินหายใจ ระบบหัวใจและหลอดเลือด รวมถึงยังส่งผลต่อพัฒนาการของสติปัญญาและระบบประสาทอีกด้วย

แพทย์หญิงนงนภัส เก้าเอี้ยน กุมารแพทย์ผู้ชำนาญการด้านเวชศาสตร์โรคระบบทางเดินหายใจ โรงพยาบาลพระรามเก้า ให้ข้อมูลว่า ฝุ่น PM2.5 มีขนาดเล็กกว่า 2.5 ไมครอน สามารถแทรกซึมเข้าสู่ทางเดินหายใจได้ลึกถึงปอด และเข้าสู่กระแสเลือดได้อย่างง่ายดาย ซึ่งฝุ่นเหล่านี้สามารถกระตุ้นให้เกิดปัญหาสุขภาพเรื้อรัง เช่น โรคหอบหืด โรคภูมิแพ้ และโรคหลอดเลือดหัวใจในอนาคต โดยเฉพาะในเด็กจะมีความเสี่ยงสูงกว่าผู้ใหญ่ เนื่องจากร่างกายและระบบภูมิคุ้มกันของเด็กยังพัฒนาไม่เต็มที่ หากเด็กหายใจเอาฝุ่นละอองเข้าไปสะสมในร่างกายจะทำให้เกิดอาการระคายเคือง แสบจมูก แสบคอ น้ำมูกไหล

สำหรับเด็กบางรายจะมีการแพ้ คันตาและแสบตา บางคนอาจมีอาการเจ็บคอ ถ้าฝุ่นตัวนี้เข้าไปทางเดินหายใจส่วนล่าง ก็ทำให้เกิดโรคหลอดลมอักเสบ หลอดลมไว ส่งผลให้เด็กไอเรื้อรัง และสามารถกระตุ้นให้เกิดโรคหอบหืดได้ ในเด็กที่มีโรคประจำตัวอย่าง โรคหอบหืด ภูมิแพ้ หรือโรคทางเดินหายใจ จะมีความเสี่ยงอาการกำเริบมากยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ ฝุ่น PM2.5 เป็นภัยคุกคามร้ายแรงสำหรับเด็ก ที่ระบบภูมิคุ้มกันยังพัฒนาไม่เต็มที่ การสัมผัสฝุ่นในระยะยาวอาจทำให้เด็กมีพัฒนาการที่ช้ากว่าปกติ หรือมีไอคิวลดลงอย่างต่อเนื่อง และการสัมผัสฝุ่นเป็นระยะเวลานาน จะส่งผลให้เด็กมีความเสี่ยง “โรคหลอดเลือดหัวใจ” ในอนาคตเร็วกว่าที่คิด โดยจากการศึกษาพบว่า เด็กที่สูดฝุ่นละอองขนาดเล็กเข้าไปสะสมในร่างกายเป็นเวลานาน ทำให้ความเสี่ยงของ “โรคหลอดเลือดหัวใจ” เพิ่มขึ้นเพราะฝุ่นสามารถเจาะทะลุเข้าสู่ระบบทางเดินหายใจ และลงไปในหลอดเลือดได้เมื่อฝุ่นเข้าสู่กระแสเลือด จะกระตุ้นให้เกิดการเกาะตัวของเกร็ดเลือด ทำให้หลอดเลือดหัวใจเกิดการอุดตันส่งผลให้เกิด โรคหลอดเลือดหัวใจ และภาวะหัวใจขาดเลือดนอกจากนี้ยังมีความเสี่ยงเป็นโรคหลอดเลือดสมองได้อีกด้วย

อย่างไรก็ตาม วิธีการดูแลเด็กจากฝุ่น PM2.5 เป็นสิ่งที่สำคัญมาก พ่อแม่ผู้ปกครองควรหลีกเลี่ยงให้เด็กออกไปอยู่ในพื้นที่ที่มีฝุ่นสูง เช่น พื้นที่กลางแจ้งในช่วงที่มีค่าฝุ่นเกิน 100 มคก./ลบ.ม. ควรจำกัดกิจกรรมกลางแจ้ง และหากต้องออกไปข้างนอก ควรให้เด็กสวมหน้ากากอนามัย N95 ซึ่งสามารถป้องกันฝุ่นขนาดเล็กจากการเข้าสู่ระบบทางเดินหายใจได้ นอกจากนี้
ควรหมั่นตรวจเช็คค่าฝุ่นในอาคาร และใช้เครื่องฟอกอากาศเพื่อกรองฝุ่นในบ้าน รวมทั้งหากเด็กมีอาการผิดปกติ เช่น ไอ หอบเหนื่อย หรือหายใจติดขัด ควรพาไปพบแพทย์ทันที เพื่อทำการตรวจเช็คและรับการรักษาอย่างทันท่วงที

“ฝุ่น PM2.5 ไม่ใช่แค่ปัญหาที่จะส่งผลกระทบในระยะสั้น แต่ยังเป็นภัยเงียบที่ค่อยๆ ทำลายสุขภาพเด็กในระยะยาว ทำให้พวกเขามีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจและโรคเรื้อรัง อื่นๆ ในอนาคต การปกป้องเด็กจากฝุ่นจึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยลดความเสี่ยงเหล่านี้และส่งผลดีต่อสุขภาพของพวกเขาในอนาคต” แพทย์หญิง นงนภัส กล่าวทิ้งท้าย

WOW Festival 2025 ปิดฉากลงพร้อมโมเมนต์ใจฟู พาน้องๆ โรงเรียนโสตศึกษาร่วมสนุกเติมพลัง ปลุกจินตนาการ

WOW Festival 2025 ปิดฉากลงพร้อมโมเมนต์ใจฟู  พาน้องๆ โรงเรียนโสตศึกษาร่วมสนุกเติมพลัง ปลุกจินตนาการ

WOW Festival 2025 ปิดฉากลงพร้อมโมเมนต์ใจฟู พาน้องๆ โรงเรียนโสตศึกษาร่วมสนุกเติมพลัง ปลุกจินตนาการ

วันอังคาร ที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

งาน WOW Festival 2025 ภายใต้แนวคิด “เมืองดี คนมีพลัง : Healthy City, Empowers People” ปิดฉากลงด้วยประสบการณ์การเล่นสนุกและการเรียนรู้แบบใหม่ของคนเมือง ณ สวนเบญจกิติ รวมทั้งยังเปิดพื้นที่ต้อนรับเด็กๆ ผู้มีความบกพร่องทางการได้ยินจากโรงเรียนโสตศึกษา จังหวัดนครปฐม ให้มาร่วมสนุก ปลดปล่อยจินตนาการ และค้นพบแรงบันดาลใจใหม่ๆ ผ่านกิจกรรมสุดสร้างสรรค์มากมาย สะท้อนถึงการอยู่ร่วมกันอย่างเท่าเทียมของทุกคนในสังคม ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการพัฒนาเมืองที่ดี
เพื่อส่งต่อของขวัญวันเด็กที่มีคุณค่าให้คนรุ่นต่อไปในอนาคต

สนุกกับกิจกรรมสร้างฝันและส่งต่อแรงบันดาลใจ

น้องๆ จากโรงเรียนโสตศึกษา ได้ร่วมสนุกและเรียนรู้ผ่านการลงมือทำอย่างสร้างสรรค์กับกิจกรรมหลากหลายรูปแบบ โดยหนึ่งในกิจกรรมที่ทำคือ “Something on Tree” ที่เด็กๆ ได้เขียนคำขอพรและความฝันเกี่ยวกับเมืองของตัวเอง ก่อนนำไปแขวนบน “ต้นไม้มงคล” เพื่อส่งต่อความหวังและพลังแห่งการเปลี่ยนแปลงสู่สังคม ต่อจากนั้นก็ไปวาดภาพสัตว์และแมลงบน Bubble Panel ในโซน “WONDER LIVE CORRIDOR” ซึ่งเมื่อภาพเหล่านี้กระทบแสงแดดจะเกิดเป็นเงาบนพื้นหรือผนัง กระตุ้นให้เด็กๆ เห็นถึงความสัมพันธ์ระหว่างเมือง ธรรมชาติ และการอยู่ร่วมกันอย่างสมดุล รวมทั้งยังได้ร่วมเล่นเวิร์กช็อปสนุกๆ อย่าง “2D Vase Workshop” ที่เปิดโอกาสให้น้องๆ ได้ออกแบบลวดลายแจกัน DIY เพื่อนำกลับไปเป็นของตกแต่งบ้าน และกิจกรรม “Animated Dream” สอนการสร้างแอนิเมชั่นแบบ Stop Motion ผ่านของเล่นและการวาดภาพ เสริมทักษะความคิดสร้างสรรค์ และยังปลูกฝังให้กล้าแสดงออกและกล้าลงมือทำ

นอกจากนี้ ยังมีนิทรรศการแบบจำลองเมืองกรุงเทพมหานคร Bangkok City Model ที่มาพร้อมการแสดง Mapping แสงสีสุดตื่นตา ช่วยเปิดมุมมองใหม่ให้เด็กๆ เห็นความเป็นไปได้ของการพัฒนาเมืองในอนาคต

เสียงเล็กๆ จากเด็กๆ ที่ร่วมกันขับเคลื่อนเมือง

หลังทำกิจกรรมเสร็จ น้องๆ ทุกคนต่างเล่าถึงความรู้สึกเป็นเสียงเดียวกันว่า มีความสุขและสนุกมาก ที่ได้มาร่วมงาน WOW Festival ในวันนี้ โดยกิจกรรมที่ชื่นชอบที่สุดคือการสร้างแอนิเมชั่นแบบ Stop Motion เพราะเป็นประสบการณ์แปลกใหม่ครั้งแรกที่ได้ลองทำ รวมทั้งยังได้เรียนรู้ทักษะการใช้กล้องถ่ายภาพต่อเนื่องจนเกิดเป็นภาพเคลื่อนไหว และเมื่อถามถึง “เมืองในฝัน” เด็กๆ บอกว่าอยากเห็นเมืองที่เต็มไปด้วยพื้นที่ธรรมชาติสีเขียว สะอาด ปลอดภัย และมีอากาศบริสุทธิ์ ให้ทุกคนในครอบครัวสามารถทำกิจกรรม ออกกำลังกาย และเล่นสนุกร่วมกันได้อย่างมีความสุข นอกจากนี้ ยังอยากให้เมืองมี Wi-Fi ครอบคลุมในพื้นที่ส่วนต่างๆในชีวิตประจำวัน เช่น บนรถสาธารณะ หรือสวนสาธารณะ เป็นต้น เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้ชีวิตประจำวันให้มากขึ้น โดยเฉพาะสำหรับผู้พิการที่ใช้เทคโนโลยีเป็นตัวช่วยในการสื่อสาร

เมืองดี เมืองแห่งความหวัง เริ่มต้นที่เราทุกคน

นายบรรลือ สื่อเฉย คุณครูโรงเรียนโสตศึกษา จังหวัดนครปฐม เผยว่า “ผมรู้สึกภูมิใจแทนเด็กๆ ที่มีการจัดกิจกรรมแบบนี้ขึ้นเพื่อทุกคนอย่างเท่าเทียม เนื่องจากเด็กกลุ่มนี้เป็นเหมือนตัวแทนของคนพิการในประเทศ ที่วันหนึ่งข้างหน้าจะต้องเติบโตเป็นผู้ใหญ่ในสังคม การมาทำกิจกรรมนี้ถือเป็นการเปิดโอกาสให้เด็กเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกับคนอื่นในสังคมอย่างมีระเบียบวินัย และเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนเมืองที่ดีไปพร้อมกันกับคนอื่น พร้อมยังให้เด็กได้เรียนรู้และใกล้ชิดกับคำว่าเมืองมากขึ้นในรูปแบบของกิจกรรมสนุกๆ ที่เข้าใจง่าย เป็นการกระตุ้น สร้างความตระหนักรู้ และทำให้เด็กรู้สึกว่า
ตัวเองเป็นส่วนหนึ่งของเมืองนี้เช่นกัน”

คุณครูกล่าวทิ้งท้ายถึงการพัฒนาเมืองที่ดี พร้อมทั้งฝากข้อคิดถึงผู้พัฒนาเมืองว่า “กรุงเทพมหานครถือเป็นเมืองแห่งความหวังที่มีคนอาศัยอยู่ร่วมกันอย่างหลากหลาย ทั้งเชื้อชาติ เพศ ฐานะ ฉะนั้นเมืองที่ดีคือเมืองที่ให้โอกาสกับทุกคนอย่างเท่าเทียม สามารถใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันได้อย่างมีระเบียบวินัย เข้าใจและเคารพซึ่งกันและกัน ที่สำคัญต้องเน้นการออกแบบ friendly-design ที่คำนึงถึงคนทุกกลุ่ม โดยเฉพาะผู้พิการ ผู้สูงอายุ และผู้ที่ใช้รถเข็นวีลแชร์ เช่น ทางลาดสำหรับรถเข็น และป้ายบอกทางที่ชัดเจน ซึ่งสิ่งสำคัญคือการสอบถามความต้องการของผู้ใช้งานจริง เพื่อนำข้อมูลไปพัฒนาเมืองได้อย่างตรงจุดและตอบโจทย์ความต้องการได้อย่างแท้จริง

‘ความเครียด’ ภัยเงียบกระตุ้นโรคเบาหวาน วงจรอันตรายที่วัยรุ่น-วัยทำงานควรระวัง

‘ความเครียด’ ภัยเงียบกระตุ้นโรคเบาหวาน  วงจรอันตรายที่วัยรุ่น-วัยทำงานควรระวัง

‘ความเครียด’ ภัยเงียบกระตุ้นโรคเบาหวาน วงจรอันตรายที่วัยรุ่น-วัยทำงานควรระวัง

วันอังคาร ที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ความเครียด กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตคนไทยในปัจจุบัน โดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่นและคนทำงานที่ต้องรับมือกับความเร่งรีบและแรงกดดันมากมาย หลายคนเลือกจัดการความเครียดด้วยการกินของหวาน เช่น ชานม ช็อกโกแลต โดนัท เพราะรสชาติอร่อย กินแล้วรู้สึกดี เยียวยาจิตใจ แต่การคลายเครียดด้วยของหวานบ่อยๆ อาจเป็นพฤติกรรมที่นำไปสู่ “โรคเบาหวาน” ได้เช่นกัน

นายแพทย์ชาญวัฒน์ ชวนตันติกมล อายุรแพทย์ผู้ชำนาญการโรคเบาหวานและต่อมไร้ท่อ ศูนย์เบาหวาน ต่อมไร้ท่อและควบคุมน้ำหนัก โรงพยาบาลวิมุต กล่าวว่า โรคเบาหวาน คือ ภาวะที่ร่างกายมีระดับน้ำตาลในเลือดสูงผิดปกติ มีระดับน้ำตาลในเลือดตั้งแต่ 126 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตรขึ้นไป หรือมีค่าน้ำตาลสะสมตั้งแต่ 6.5% จากการตรวจอย่างน้อย 2 ค่า ซึ่งอาจจะทำให้เกิดอาการกระหายน้ำบ่อย ปัสสาวะบ่อย น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ บางคนอาจมีภาวะแทรกซ้อนของเบาหวาน เช่น สายตาพร่ามัว มองไม่ชัด มีแผลที่เท้าเรื้อรัง มีอาการชาที่ปลายมือหรือปลายเท้า อ่อนเพลีย หรือผิวแห้งและคัน

โรคเบาหวานและความเครียด มีความเชื่อมโยงกันโดยตรง เพราะเมื่อเผชิญความเครียด หลายคนมักหันไปพึ่งของหวาน โดยไม่รู้ตัวว่าเป็นการเพิ่มความเสี่ยงในการเป็นโรค
เบาหวาน และเมื่อป่วยเป็นเบาหวานแล้ว ภาระในการดูแลตัวเองยิ่งหนักขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการควบคุมอาหาร ออกกำลังกายตามตารางที่แพทย์แนะนำ หรือการกินยาอย่างเคร่งครัดเพื่อควบคุมโรค ซึ่งอาจทำให้เกิดความเครียดสะสม ทำให้ผู้ป่วยเบาหวานมีโอกาสเป็นโรคซึมเศร้ามากกว่าคนทั่วไปถึง 2 เท่า และกว่า 30% ของผู้ป่วยมักประสบปัญหาสุขภาพจิตที่อาจทำส่งผลให้ละเลยการดูแลตนเอง เช่น ขาดแรงจูงใจในการควบคุมอาหารและออกกำลังกาย หรือลืมกินยาบ่อยครั้งส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นจนเบาหวานกำเริบ รวมถึงอาจมีภาวะแทรกซ้อน เช่น โรคหัวใจ โรคไต หรือโรคหลอดเลือดสมองกลายเป็นวงจรอันตรายที่ส่งผลร้ายต่อทั้งสุขภาพกายและจิตใจ

การกินของหวานไม่ใช่วิธีแก้เครียดเพียงอย่างเดียว เพราะยังมีอีกหลายวิธี เช่น ออกกำลังกายดูหนัง เล่นเกม หรือฟังเพลง ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ช่วยให้อารมณ์ดีขึ้นและลดความเสี่ยงในการเป็นโรคเบาหวานได้ในระยะยาว แต่ถ้ายังอยากกินของหวานอยู่ ก็ควรจำกัดปริมาณน้ำตาลไม่ให้เกิน 6 ช้อนชา หรือ 24 กรัมต่อวัน และควรไปตรวจสุขภาพเป็นประจำทุกปีแม้จะอายุน้อยหรือยังไม่มีอาการ โดยเฉพาะในกลุ่มเสี่ยง เช่น กินของหวานเป็นประจำ มีประวัติเบาหวานขณะตั้งครรภ์ คนในครอบครัวเป็นเบาหวาน มีน้ำหนักเกิน หรือมีโรคหัวใจและหลอดเลือด เพราะถ้าตรวจพบเร็วจะได้รักษาได้ทันเวลา

ทั้งนี้ ในยุคนี้ความเครียดเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงได้ยาก โดยเฉพาะในกลุ่มวัยเรียนและคนทำงาน แม้การกินของหวานจะเป็นตัวช่วยที่สะดวกที่สุด แต่ถ้ากินจนติดเป็นนิสัยก็อาจนำไปสู่โรคเบาหวานได้ จึงอยากให้ทุกคนลองผ่อนคลายความเครียดด้วยวิธีอื่นที่ดีกว่า อาทิ เล่นกีฬา ไปเที่ยว หรือทำกิจกรรมที่ชอบ ส่วนของหวานก็ยังกินได้ แต่ก็ควรลดและกินในปริมาณที่พอดี ที่สำคัญอย่าลืมมาตรวจสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ จะได้ไม่ต้องกังวลว่าจะเสี่ยงเป็นโรคเบาหวานในอนาคต

ผู้ที่สนใจขอรับคำปรึกษา สามารถโทร.นัดหมายได้ที่ 02-0790070 เวลา 07.00-19.00 น. หรือใช้บริการ Telemedicine ปรึกษาแพทย์ออนไลน์ผ่าน ViMUT App คลิก https://bit.ly/372qexX

ที่สุดของลิปเบลอร่องปาก Soft Bake Lip จาก KMA

ที่สุดของลิปเบลอร่องปาก Soft Bake Lip จาก KMA

ที่สุดของลิปเบลอร่องปาก Soft Bake Lip จาก KMA

วันอังคาร ที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ลิปเนื้อกำมะหยี่ Soft Bake Lip จาก KMA ที่โดดเด่นด้วยเม็ดสีเนียนแน่นกลบสีปากหมองคล้ำได้แนบสนิท เนื้อสีสวยชัดติดทนนานตลอดวัน เบลอร่องปากทำให้ริมฝีปากแลดูอิ่มฟู ช่วย Finish ลุคให้เฉิดฉายได้ทุกสถานการณ์มาพร้อมกับแปรงทาปากรูปทรงสามเหลี่ยมฟองน้ำเนื้อนุ่ม ช่วยให้เนื้อลิปเกลี่ยง่ายมอบความรู้สึกเบาสบาย

Soft Bake Lip จาก KMA มีให้เลือกถึง 8 เฉดสี ทั้งกลุ่มโทนส้มที่ให้ความรู้สึกมีชีวิตชีวา และกลุ่มโทนแดง ที่มอบความหรูหราทรงพลัง วางจำหน่ายแล้ววันนี้ สามารถดู
รายละเอียดและซื้อสินค้าได้ที่ ที่ช่องทางออนไลน์ https://shop.kma-cosmetics.com, TikTok, Shopee, Lazada, Konvy รวมถึงห้างสรรพสินค้า และร้านเครื่องสำอางชั้นนำทั่วประเทศ

APCO เผยเทรนด์สุขภาพแห่งอนาคต มุ่งป้องกันลดความเสี่ยงการเกิดโรค

APCO เผยเทรนด์สุขภาพแห่งอนาคต มุ่งป้องกันลดความเสี่ยงการเกิดโรค

APCO เผยเทรนด์สุขภาพแห่งอนาคต มุ่งป้องกันลดความเสี่ยงการเกิดโรค

วันอังคาร ที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

บริษัท เอเชียน ไฟย์โตซูติคอลส์ จำกัด (มหาชน) หรือ APCO ประกาศวิสัยทัศน์และกลยุทธ์สำคัญสำหรับการดูแลสุขภาพในอนาคต เพื่อตอบรับการเปลี่ยนแปลงของโลกที่มีผลต่อคุณภาพชีวิตของคนเรา โดยเน้นการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน (Preventive Healthcare) การเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน (Immuno-Boosting) และการพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารอนาคตเพื่อสุขภาพจากธรรมชาติ Future Health Food ที่ตอบโจทย์เรื่องการดูแลสุขภาพอย่างยั่งยืน

เทรนด์สุขภาพในอนาคต ด้วยปัจจัยการเปลี่ยนแปลงทางประชากรศาสตร์เช่น การเพิ่มขึ้นของผู้สูงอายุ ที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากสิถิติปัจจุบันในประเทศไทย ประชากร ทุกๆ 100 คน เราจะพบจำนวนผู้สูงอายุ 30 คน และมีอายุเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 75 ปี ภายในในปี 2568 อายุของคนไทยโดยประมาณจะอยู่ที่ 85 ปี ยิ่งอายุยาวนานขึ้น ทำให้ยิ่งต้องเตรียมความพร้อมในเรื่องค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นเช่นกัน

ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี และความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อม เช่น มลพิษทางอากาศ PM2.5 และผลกระทบจากระบบเศรษฐกิจ ส่งผลให้รูปแบบการดูแลสุขภาพต้องปรับตัวเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงและความต้องการในอนาคต เทรนด์สุขภาพในอนาคตจะมุ่งเน้นการลดความเสี่ยงของการเกิดโรคผ่านการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน ซึ่งเป็นบทบาทสำคัญในการกำหนดค่าใช้จ่ายและรูปแบบการดูแลสุขภาพที่จะเปลี่ยนแปลงไป

ศ.ดร.พิเชษฐ์ วิริยะจิตรา ประธานเจ้าหน้าที่ บริษัท เอเชียน ไฟย์โตซูติคอลส์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า โดยภาพรวมเทรนด์สุขภาพ เป็นเรื่องของการดูแลสุขภาพเพื่อให้มีชีวิตที่ยืนยาวและมีคุณภาพ โดย APCO เน้นการป้องกันเพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดโรค และช่วยส่งเสริมสุขภาพในทุกช่วงวัย ปัจจุบันผู้คนหันมาใส่ใจสุขภาพเชิงป้องกัน (Preventive Healthcare) มากขึ้น ใช้ผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ เน้นเรื่องการใช้อาหารเป็นยา สนใจอาหารอนาคตเพื่อสุขภาพจากธรรมชาติ Future Health Food หรือสารอาหารเสริมที่ผ่านการวิจัยว่าปลอดภัยและได้ผล เพื่อลดความเสี่ยงของโรคภัยไข้เจ็บ โดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงอายุที่ต้องการป้องกันโรคเรื้อรัง เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง อัลไซเมอร์ และเนื้อร้ายต่างๆ นอกจากนี้ เทรนด์การเสริมภูมิคุ้มกัน (Immuno-Boosting) จะเป็นอีกหนึ่งแนวโน้มในอนาคต รวมถึงโภชนาการเพื่อการป้องกัน (Preventive Nutrition) อาหารที่ช่วยเสริมภูมิคุ้มกันและลดการอักเสบ เช่น อาหารที่ทำจากพืช (Plant-Based) และที่สำคัญการออกกำลังกายเป็นประจำ เป็นแนวทางที่ช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพในระยะยาว และยั่งยืน

ทางเลือกเพื่อสุขภาพที่ยั่งยืน APCO ได้พัฒนานวัตกรรมผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ “มังคุดเสริมฤทธิ์” ที่ตอบโจทย์ความต้องการในกลุ่มเป้าหมายต่างๆ ตามเทรนด์อนาคต ดังนี้ วัฒนชีวาMylife100 – ผลิตภัณฑ์ย้อนวัยชะลอวัยเพิ่มความยาวเทโลเมียร์ และลดความเสี่ยงการเกิดเนื้อร้าย Mylife T – ผลิตภัณฑ์ลดความเสี่ยงโรคอัลไซเมอร์ และโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) และย้อนวัยชะลอวัย CANCINO กิน กัน มะ -ผลิตภัณฑ์เสริมภูมิคุ้มกันเพื่อลดความเสี่ยงการเกิดเนื้อร้าย

ทั้งนี้ ความสำเร็จจากงานวิจัยระดับโลก ผลิตภัณฑ์ ของ APCO ได้รับการยอมรับและตีพิมพ์ในวารสารวิชาการชั้นนำ อาทิในเรื่อง ByeByeHIV with Thai Innovation และการย้อนวัยด้วยการชะลอการสั้นลงหรือเพิ่มความยาวของเทโลเมียร์โดยไม่เสี่ยงต่อมะเร็ง Age Reversal by Telomere Elongation Without Cancer Risk เป็นต้น

ก้าวสู่เป้าหมายปี 2568 APCO ตั้งเป้าหมายสำคัญในปี 2568 โดยทำการศึกษาเพิ่มเติมเพื่อลดความเสี่ยงการเกิดเนื้อร้ายในระยะเริ่มต้น (ระยะที่ 1-2 ) และการป้องกันโรคอัลไซเมอร์ในผู้สูงอายุ รวมถึงพัฒนาโครงการ ByeByeHIV ด้วยภูมิคุ้มกันบำบัดจากพืชกินได้ มังคุดเสริมฤทธิ์ ให้ได้รับการยอมรับและประสบความสำเร็จในวงกว้าง

นอกจากนี้ ยังมีแผนการขยายช่องทางการจัดจำหน่ายทั่วประเทศเปิดโอกาสในการสร้างงานสร้างอาชีพให้กับผู้ที่สนใจร่วมงานกับบริษัท ในการช่วยส่งเสริมนวัตกรรมมังคุดเสริมฤทธิ์ให้เป็นที่รู้จักแพร่หลายมากยิ่งขึ้น และร่วมกันพัฒนาและขยายตลาดผลิตภัณฑ์อาหารเสริมเพื่อสุขภาพ โดยเน้นผู้มีประสบการณ์ ในสายงานสุขภาพและการพยาบาล หรือกลุ่มวิชาชีพที่เกี่ยวข้องกับการดูแลสุขภาพ ของบุคคลหรือสังคม การดูแลผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุ หรือการดูแลสุขภาพทั่วไป เพื่อมาร่วมกันสร้างสังคมสุขภาพที่แข็งแรงให้กับคนไทย

APCO มุ่งมั่นพัฒนานวัตกรรมด้านสุขภาพจากธรรมชาติ ด้วยความเชี่ยวชาญทางวิทยาศาสตร์ เพื่อตอบโจทย์การดูแลสุขภาพในทุกช่วงวัย และสร้างความยั่งยืนให้แก่คุณภาพชีวิต การดูแลสุขภาพในอีก 10 ปีข้างหน้าจะมุ่งเน้นไปที่การป้องกันโรคมากขึ้นเพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายและเพิ่มประสิทธิภาพในการดูแลสุขภาพ การวางแผนและเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมตั้งแต่วันนี้ จะเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างสุขภาพที่ดีและยั่งยืนในอนาคต

สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับนวัตกรรมภูมิคุ้มกันบำบัดได้ที่ Hot line : 1154 โทร.02-6464899

ตรุษจีนยิ่งใหญ่ ททท. ฉลองความสัมพันธ์ไทย-จีน 50 ปี ยกระดับมิตรภาพระหว่างสองประเทศด้วยการแสดงทางวัฒนธรรม

ตรุษจีนยิ่งใหญ่ ททท. ฉลองความสัมพันธ์ไทย-จีน 50 ปี  ยกระดับมิตรภาพระหว่างสองประเทศด้วยการแสดงทางวัฒนธรรม

ตรุษจีนยิ่งใหญ่ ททท. ฉลองความสัมพันธ์ไทย-จีน 50 ปี ยกระดับมิตรภาพระหว่างสองประเทศด้วยการแสดงทางวัฒนธรรม

วันอังคาร ที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ฉลองความสัมพันธ์ไทย-จีน 50 ปี ยกระดับมิตรภาพระหว่างสองประเทศ จัดเทศกาลตรุษจีนยิ่งใหญ่ ให้เป็นหนึ่งใน Grand Celebration ปี Amazing Thailand Grand Tourism and Sports Year 2025

นายสรวงศ์ เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และ ฯพณฯ นายหาน จื้อเฉียง เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีน ประจำประเทศไทย ร่วมเป็นประธานในงานแถลงข่าวการจัดเทศกาลตรุษจีนประเทศไทย ประจำปี 2568 เฉลิมฉลอง 50 ปีความสัมพันธ์ไทย-จีน พร้อมด้วย นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) พลตำรวจโท ศักย์ศิรา เผือกอ่ำ ผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ผู้บริหารกรุงเทพมหานคร ผู้แทนจังหวัดสุพรรณบุรี ผู้แทนจังหวัดนครสวรรค์ และผู้แทนจังหวัดสงขลา (หาดใหญ่) ร่วมงานฯ เตรียมจัดเทศกาลตรุษจีนยิ่งใหญ่ให้เป็นหนึ่งใน Grand Celebration ปี Amazing Thailand Grand Tourism and Sports Year 2025

นายสรวงศ์ เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า ปี 2568 ถือเป็นปีสำคัญของการเฉลิมฉลองวาระ 50 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-จีน ที่มีความใกล้ชิดและแน่นแฟ้นกันมาอย่างยาวนาน ดังปรากฏจำนวนนักท่องเที่ยวจีนมากกว่า 6.7 ล้านคน นับเป็นอันดับ 1 ของนักท่องเที่ยวทั้งหมดที่เดินทางมาประเทศไทยในปี 2567 โดยการจัดเทศกาลตรุษจีนในประเทศไทย ถือเป็นหนึ่งในประเทศที่มีการจัดงานเทศกาลตรุษจีนที่ใหญ่ที่สุดนอกสาธารณรัฐประชาชนจีน จึงเป็นโอกาสอันดีในการต่อยอดประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์ประเทศไทยและสร้างความเชื่อมั่นกระตุ้นให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยว ดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาเที่ยวประเทศไทยในปี 2568 ซึ่งจะเป็นหนึ่งในการเฉลิมฉลองที่ยิ่งใหญ่ (Grand Celebration) ในปี Amazing Thailand Grand Tourism and Sports Year 2025

ฯพณฯ นายหาน จื้อเฉียง เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีน ประจำประเทศไทย กล่าวว่า 50 ปีทองแห่งมิตรภาพจีน-ไทย นี้ สะท้อนความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้น เสมือนครอบครัวเดียวกันของทั้งสองประเทศ และการเฉลิมฉลองเทศกาลตรุษจีนในประเทศไทยนั้น ได้รับพระมหากรุณาธิคุณอย่างยิ่งจาก สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และพระบรมวงศานุวงศ์เสมอมา นำความปลื้มปีติมายังพี่น้องชาวจีนและชาวไทยเชื้อสายจีนทุกคน ทั้งนี้ เพื่อยกระดับมิตรภาพระหว่างสองประเทศ และเฉลิมฉลองปีแห่งการขึ้นทะเบียนยูเนสโกเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติของเทศกาลตรุษจีน ภายใต้การสนับสนุนจากกระทรวงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวสาธารณรัฐประชาชนจีน และ ททท. สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีน ประจำประเทศไทย ได้นำการแสดงทางวัฒนธรรมอันยอดเยี่ยมจาก 3 มณฑลของจีน ประกอบด้วย เขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์ มณฑลยูนนาน
และมณฑลเจ้อเจียง มาร่วมถ่ายทอดความงดงามแห่งวัฒนธรรมให้ผู้เข้าร่วมงานได้สัมผัสอย่างใกล้ชิด

ทั้งนี้ เพื่อยกระดับมิตรภาพระหว่างสองประเทศอย่างต่อเนื่อง และเฉลิมฉลองปีแห่งการขึ้นทะเบียนยูเนสโกเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติของเทศกาลตรุษจีน ภายใต้การสนับสนุนจากกระทรวงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวสาธารณรัฐประชาชนจีน และ ททท. สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีน ประจำประเทศไทย จึงได้นำการแสดงทางวัฒนธรรมอันยอดเยี่ยมจาก 3 มณฑลของจีน ประกอบด้วย เขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์ มณฑลยูนนาน และมณฑลเจ้อเจียง มาร่วมถ่ายทอดความงดงามแห่งวัฒนธรรมให้ผู้เข้าร่วมงานได้สัมผัสอย่างใกล้ชิด ทั้งถือโอกาสส่งมอบความปรารถนาดี อวยพรให้ปีมะเส็งนี้เป็นปีแห่งความเป็นสิริมงคล จีนและไทยมีความเจริญรุ่งเรือง ประชาชนอยู่เย็นเป็นสุข สุขภาพแข็งแรง และสมปรารถนาในทุกสิ่งที่ตั้งใจไว้ทุกประการ

นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. กล่าวว่า เทศกาลตรุษจีนประจำปี 2568 ททท. จัดงานในพื้นที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ วันที่ 28 มกราคม-2 กุมภาพันธ์ 2568 โดยต้อนรับผู้เข้าร่วมงานด้วยไฮไลต์ Art Installation แลนด์มาร์กรูปงูฉลุลายประดับไฟขนาดใหญ่องค์เจ้าแม่กวนอิมและเทพเจ้าที่ชาวจีนนับถือ พร้อมจำลองชุมชนชาวจีนขนาดใหญ่และมีเอกลักษณ์ที่น่าสนใจ ได้แก่ ชุมชนจีนโบราณบ้านชากแง้ว จ.ชลบุรี และชุมชนจีนตลาดน้อย ศาลเจ้าโรงเกือก เพื่อให้ผู้ร่วมงานได้สัมผัสบรรยากาศและเสน่ห์แห่งวัฒนธรรมอย่างใกล้ชิด รวมทั้งยังมีกิจกรรมสาธิตวัฒนธรรมไทย-จีน 4 กิจกรรม ได้แก่ การเขียนพู่กันจีน ศิลปะการตัดกระดาษจีน การเขียนหัวโขน การทำว่าวจุฬา และการตัดกระดาษ รวมถึงการออกร้านอาหารที่มีชื่อเสียงในสื่อสังคมออนไลน์จำนวนกว่า 30 ร้าน พร้อมด้วยการแสดงศิลปินตลอด 6 วัน ได้แก่วง MEAN วง HERS, Tilly birds, Landokmai, Scrubb, Whal & Dolph, ต้าห์อู๋ พิทยา, PAIINNTT, Bowkylion, Better Weather, bamm และ Risa Narisa 

นอกจากนี้ ททท. ได้ร่วมจัดเทศกาลตรุษจีน บริเวณถนนเยาวราช กรุงเทพมหานคร เพื่อเฉลิมฉลองวันขึ้นปีใหม่ตามธรรมเนียมจีน โดย ททท. เนรมิตถนนเยาวราชด้วยการประดับไฟตั้งแต่ วันที่ 19 มกราคม – 9 กุมภาพันธ์ 2568 เวลา 18.00-24.00 น. ภายใต้แนวคิด “Ignite Your Senses Embrace Our Two Cultures” นำเสนอผ่านสีโทนแดงและทอง สื่อถึงพลังแห่งความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ ความมั่งคั่งร่ำรวยและโชคลาภ สร้างสรรค์ไฮไลท์ซุ้มไฟงูสีแดงและประดับไฟดอกไม้หลากสีบริเวณซุ้มประตูเฉลิมพระเกียรติฯ วงเวียนโอเดียน ถึง แยกเฉลิมบุรี ถนนเยาวราช

ทั้งนี้ กิจกรรมสำคัญในเทศกาลตรุษจีน ประจำปี 2568 ประกอบด้วย วันที่ 28 มกราคม 2568 พิธีกล่าวสารอวยพรเนื่องในเทศกาลตรุษจีนให้กับพี่น้องชาวจีนทั่วโลก ณ ลานหน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ รวมทั้งจัดการแสดงแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม ไทย-จีน โดยประเทศไทยนำเสนอเสน่ห์และเอกลักษณ์ไทยในการแสดงชุด “Soft Power Of Thailand” วันที่ 29 มกราคม 2568 พิธีเปิดเทศกาลตรุษจีนเยาวราช ประจำปี 2568 ณ ถนนเยาวราช โดย สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จะเสด็จพระราชดำเนินเป็นประธาน ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากสาธารณรัฐประชาชนจีนนำการแสดงทางวัฒนธรรมรูปแบบ Thai Contemporary ผสมผสานเครื่องดนตรีจีน แสดงหน้าพระพักตร์ รวมทั้งจัดทำบูธในงานเทศกาลตรุษจีนเยาวราช นำเสนอศาสตร์พยากรณ์ ได้แก่ ศาสตร์นาฬิกาพยากรณ์ อ.พิชัยรัตน์ และศาสตร์ไพ่ออรอเคิล อ.แน็ต ซียูทาโร่ห์ 

ททท. ยังมีการสนับสนุนการจัดงานในพื้นที่ต่างๆ ได้แก่ 1) ตรุษจีนสุพรรณบุรี มหัศจรรย์ 17 ปี มังกรสวรรค์ ณ อุทยานมังกรสวรรค์ พิพิธภัณฑ์ลูกหลานพันธุ์มังกร จังหวัดสุพรรณบุรี วันที่ 29-31 มกราคม 2568 พบไฮไลต์การแสดงศิลปวัฒนธรรมไทย-จีนและการออกร้านค้าอาหารและผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น 2) เทศกาลตรุษจีนหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ณ บริเวณโรงเรียนศรีนครมูลนิธิ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา วันที่ 28 มกราคม-2 กุมภาพันธ์ 2568 โดยมีไฮไลต์การแสดงโดรน 500 ลำ ประติมากรรมหุ่นไฟและการประดับไฟ การแสดงมังกรทองพ่นไฟ-สิงโตเล่นจานดอกเหมย 3) ประเพณีแห่เจ้าพ่อ-เจ้าแม่ปากน้ำโพ ณ บริเวณต้นแม่น้ำเจ้าพระยา จังหวัดนครสวรรค์ วันที่ 22 มกราคม-2 กุมภาพันธ์ 2568 พบกิจกรรมไฮไลท์ขบวนแห่ตรุษจีน สักการะองค์เจ้าพ่อ-เจ้าแม่ปากน้ำโพ พร้อมชมการแสดงวัฒนธรรมไทย-จีน 

พลตำรวจโทศักย์ศิรา เผือกอ่ำ ผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว กล่าวว่า กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ได้จัดเตรียมกำลังพล ยานพาหนะและอุปกรณ์ ดูแลรักษาความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยว ประกอบด้วย การจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการรักษาความปลอดภัยนักท่องเที่ยวบูรณาการกับกองบัญชาการทั่วประเทศ จัดทำโครงการชุมชนท่องเที่ยวเข้มแข็ง โดยเชื่อมต่อกล้องระบบ AI วิเคราะห์ข้อมูลกับฐานข้อมูลหมายจับ พัฒนาแอปพลิเคชั่น Thailand Tourist Police เชื่อมต่อกับระบบรับแจ้งเหตุตำรวจท่องเที่ยว 1155 พร้อมฟังก์ชั่น SOS และ GPS ที่สามารถแชร์โลเกชั่นแจ้งพิกัด และประสานกับศูนย์รับแจ้งเหตุ 191 ในการรับแจ้งเหตุและร่วมกันระงับเหตุอย่างทันท่วงที พร้อมมีบริการเจ้าหน้าที่ล่ามแปลภาษา 8 ภาษา ตลอด 24 ชั่วโมง