WOW Festival 2025 ปิดฉากลงพร้อมโมเมนต์ใจฟู พาน้องๆ โรงเรียนโสตศึกษาร่วมสนุกเติมพลัง ปลุกจินตนาการ

WOW Festival 2025 ปิดฉากลงพร้อมโมเมนต์ใจฟู พาน้องๆ โรงเรียนโสตศึกษาร่วมสนุกเติมพลัง ปลุกจินตนาการ

WOW Festival 2025 ปิดฉากลงพร้อมโมเมนต์ใจฟู พาน้องๆ โรงเรียนโสตศึกษาร่วมสนุกเติมพลัง ปลุกจินตนาการ

วันจันทร์ ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2568, 13.54 น.

งาน WOW Festival 2025 ภายใต้แนวคิด ‘เมืองดี คนมีพลัง: Healthy City, Empowers People’ ปิดฉากลงด้วยประสบการณ์การเล่นสนุกและการเรียนรู้แบบใหม่ของคนเมือง ณ สวนเบญจกิติ รวมทั้งยังเปิดพื้นที่ต้อนรับเด็กๆ ผู้มีความบกพร่องทางการได้ยินจากโรงเรียนโสตศึกษา จังหวัดนครปฐม ให้มาร่วมสนุก ปลดปล่อยจินตนการ  และค้นพบแรงบันดาลใจใหม่ ๆ ผ่านกิจกรรมสุดสร้างสรรค์มากมาย สะท้อนถึงการอยู่ร่วมกันอย่างเท่าเทียมของทุกคนในสังคม ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการพัฒนาเมืองที่ดี เพื่อส่งต่อของขวัญวันเด็กที่มีคุณค่าให้คนรุ่นต่อไปในอนาคต

สนุกกับกิจกรรมสร้างฝันและส่งต่อแรงบันดาลใจ

น้องๆ จากโรงเรียนโสตศึกษา ได้ร่วมสนุกและเรียนรู้ผ่านการลงมือทำอย่างสร้างสรรค์กับกิจกรรมหลากหลายรูปแบบ โดยหนึ่งในกิจกรรมที่ทำคือ “Something on Tree” ที่เด็ก ๆ ได้เขียนคำขอพรและความฝันเกี่ยวกับเมืองของตัวเอง ก่อนนำไปแขวนบน “ต้นไม้มงคล” เพื่อส่งต่อความหวังและพลังแห่งการเปลี่ยนแปลงสู่สังคม ต่อจากนั้นก็ไปวาดภาพสัตว์และแมลงบน Bubble Panel ในโซน “WONDER LIVE CORRIDOR” ซึ่งเมื่อภาพเหล่านี้กระทบแสงแดดจะเกิดเป็นเงาบนพื้นหรือผนัง กระตุ้นให้เด็ก ๆ เห็นถึงความสัมพันธ์ระหว่างเมือง ธรรมชาติ และการอยู่ร่วมกันอย่างสมดุล  รวมทั้งยังได้ร่วมเล่นเวิร์กชอปสนุก ๆ อย่าง “2D Vase Workshop” ที่เปิดโอกาสให้น้องๆ ได้ออกแบบลวดลายแจกัน DIY เพื่อนำกลับไปเป็นของตกแต่งบ้าน และกิจกรรม “Animated Dream” สอนการสร้างอนิเมชันแบบ Stop Motion ผ่านของเล่นและการวาดภาพ เสริมทักษะความคิดสร้างสรรค์ และยังปลูกฝังให้กล้าแสดงออกและกล้าลงมือทำ

นอกจากนี้ ยังมีนิทรรศการแบบจำลองเมืองกรุงเทพมหานคร Bangkok City Model ที่มาพร้อมการแสดง Mapping แสงสีสุดตื่นตา ช่วยเปิดมุมมองใหม่ให้เด็ก ๆ เห็นความเป็นไปได้ของการพัฒนาเมืองในอนาคต

เสียงเล็ก ๆ จากเด็ก ๆ ที่ร่วมกันขับเคลื่อนเมือง

หลังทำกิจกรรมเสร็จ น้องๆ ทุกคนต่างเล่าถึงความรู้สึกเป็นเสียงเดียวกันว่า มีความสุขและสนุกมาก ที่ได้มาร่วมงาน WOW Festival ในวันนี้ โดยกิจกรรมที่ชื่นชอบที่สุดคือการสร้างอนิเมชันแบบ Stop Motion เพราะเป็นประสบการณ์แปลกใหม่ครั้งแรกที่ได้ลองทำ รวมทั้งยังได้เรียนรู้ทักษะการใช้กล้องถ่ายภาพต่อเนื่องจนเกิดเป็นภาพเคลื่อนไหว และเมื่อถามถึง “เมืองในฝัน” เด็ก ๆ บอกว่าอยากเห็นเมืองที่เต็มไปด้วยพื้นที่ธรรมชาติสีเขียว สะอาด ปลอดภัย และมีอากาศบริสุทธิ์ ให้ทุกคนในครอบครัวสามารถทำกิจกรรม ออกกำลังกาย และเล่นสนุกร่วมกันได้อย่างมีความสุข นอกจากนี้ ยังอยากให้เมืองมี Wi-Fi ครอบคลุมในพื้นที่ส่วนต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน เช่น บนรถสาธารณะ หรือสวนสาธารณะ เป็นต้น เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้ชีวิตประจำวันให้มากขึ้น โดยเฉพาะสำหรับผู้พิการที่ใช้เทคโนโลยีเป็นตัวช่วยในการสื่อสาร

เมืองดี เมืองแห่งความหวัง เริ่มต้นที่เราทุกคน

นายบรรลือ สื่อเฉย คุณครูโรงเรียนโสตศึกษา จังหวัดนครปฐม เผยว่า “ผมรู้สึกภูมิใจแทนเด็ก ๆ ที่มีการจัดกิจกรรมแบบนี้ขึ้นเพื่อทุกคนอย่างเท่าเทียม เนื่องจากเด็กกลุ่มนี้เป็นเหมือนตัวแทนของคนพิการในประเทศ ที่วันหนึ่งข้างหน้าจะต้องเติบโตเป็นผู้ใหญ่ในสังคม การมาทำกิจกรรมนี้ถือเป็นการเปิดโอกาสให้เด็กเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกับคนอื่นในสังคมอย่างมีระเบียบวินัย และเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนเมืองที่ดีไปพร้อมกันกับคนอื่น พร้อมยังให้เด็กได้เรียนรู้และใกล้ชิดกับคำว่าเมืองมากขึ้นในรูปแบบของกิจกรรมสนุก ๆ ที่เข้าใจง่าย เป็นการกระตุ้น สร้างความตระหนักรู้ และทำให้เด็กรู้สึกว่าตัวเองเป็นส่วนหนึ่งของเมืองนี้เช่นกัน” 

คุณครูกล่าวทิ้งท้ายถึงการพัฒนาเมืองที่ดี พร้อมทั้งฝากข้อคิดถึงผู้พัฒนาเมืองว่า “กรุงเทพมหานครถือเป็นเมืองแห่งความหวังที่มีคนอาศัยอยู่ร่วมกันอย่างหลากหลาย ทั้งเชื้อชาติ เพศ ฐานะ ฉะนั้นเมืองที่ดีคือเมืองที่ให้โอกาสกับทุกคนอย่างเท่าเทียม สามารถใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันได้อย่างมีระเบียบวินัย เข้าใจและเคารพซึ่งกันและกัน ที่สำคัญต้องเน้นการออกแบบ friendly-design ที่คำนึงถึงคนทุกกลุ่ม โดยเฉพาะผู้พิการ ผู้สูงอายุ และผู้ที่ใช้รถเข็นวีลแชร์ เช่น ทางลาดสำหรับรถเข็น และป้ายบอกทางที่ชัดเจน ซึ่งสิ่งสำคัญคือการสอบถามความต้องการของผู้ใช้งานจริง เพื่อนำข้อมูลไปพัฒนาเมืองได้อย่างตรงจุดและตอบโจทย์ความต้องการได้อย่างแท้จริง”

-(016)

ตรุษจีนยิ่งใหญ่ ททท. ฉลองความสัมพันธ์ไทย-จีน 50 ปี ยกระดับมิตรภาพระหว่างสองประเทศด้วยการแสดงทางวัฒนธรรม

ตรุษจีนยิ่งใหญ่ ททท. ฉลองความสัมพันธ์ไทย-จีน 50 ปี ยกระดับมิตรภาพระหว่างสองประเทศด้วยการแสดงทางวัฒนธรรม

ตรุษจีนยิ่งใหญ่ ททท. ฉลองความสัมพันธ์ไทย-จีน 50 ปี ยกระดับมิตรภาพระหว่างสองประเทศด้วยการแสดงทางวัฒนธรรม

วันจันทร์ ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2568, 13.38 น.

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ฉลองความสัมพันธ์ไทย-จีน 50 ปี ยกระดับมิตรภาพระหว่างสองประเทศ จัดเทศกาลตรุษจีนยิ่งใหญ่ ให้เป็นหนึ่งใน Grand Celebration ปี Amazing Thailand Grand Tourism and Sports Year 2025

นายสรวงศ์ เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และ ฯพณฯ นายหาน จื้อเฉียง เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีน ประจำประเทศไทย ร่วมเป็นประธานในงานแถลงข่าวการจัดเทศกาลตรุษจีนประเทศไทย ประจำปี 2568 เฉลิมฉลอง 50 ปีความสัมพันธ์ไทย-จีน พร้อมด้วย นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) พลตำรวจโท ศักย์ศิรา เผือกอ่ำ ผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ผู้บริหารกรุงเทพมหานคร ผู้แทนจังหวัดสุพรรณบุรี ผู้แทนจังหวัดนครสวรรค์ และผู้แทนจังหวัดสงขลา (หาดใหญ่) ร่วมงานฯ เตรียมจัดเทศกาลตรุษจีนยิ่งใหญ่ให้เป็นหนึ่งใน Grand Celebration ปี Amazing Thailand Grand Tourism and Sports Year 2025

นายสรวงศ์ เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า ปี 2568 ถือเป็นปีสำคัญของการเฉลิมฉลองวาระ 50 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-จีน ที่มีความใกล้ชิดและแน่นแฟ้นกันมาอย่างยาวนาน ดังปรากฏจำนวนนักท่องเที่ยวจีนมากกว่า 6.7 ล้านคน นับเป็นอันดับ 1 ของนักท่องเที่ยวทั้งหมดที่เดินทางมาประเทศไทยในปี 2567 โดยการจัดเทศกาลตรุษจีนในประเทศไทย ถือเป็นหนึ่งในประเทศที่มีการจัดงานเทศกาลตรุษจีนที่ใหญ่ที่สุดนอกสาธารณรัฐประชาชนจีน จึงเป็นโอกาสอันดีในการต่อยอดประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์ประเทศไทยและสร้างความเชื่อมั่น กระตุ้นให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยว ดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาเที่ยวประเทศไทยในปี 2568 ซึ่งจะเป็นหนึ่งในการเฉลิมฉลองที่ยิ่งใหญ่ (Grand Celebration) ในปี Amazing Thailand Grand Tourism and Sports Year 2025

ฯพณฯ นายหาน จื้อเฉียง เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีน ประจำประเทศไทย  กล่าวว่า 50 ปีทองแห่งมิตรภาพจีน-ไทย” นี้ สะท้อนความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้น เสมือนครอบครัวเดียวกันของทั้งสองประเทศ และการเฉลิมฉลองเทศกาลตรุษจีนในประเทศไทยนั้น ได้รับพระมหากรุณาธิคุณอย่างยิ่งจาก สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และพระบรมวงศานุวงศ์เสมอมา นำความปลื้มปิติมายังพี่น้องชาวจีนและชาวไทยเชื้อสายจีนทุกคน ทั้งนี้ เพื่อยกระดับมิตรภาพระหว่างสองประเทศ และเฉลิมฉลองปีแห่งการขึ้นทะเบียนยูเนสโกเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติของเทศกาลตรุษจีน ภายใต้การสนับสนุนจากกระทรวงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวสาธารณรัฐประชาชนจีน และ ททท. สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีน ประจำประเทศไทย ได้นำการแสดงทางวัฒนธรรมอันยอดเยี่ยมจาก 3 มณฑลของจีน ประกอบด้วย เขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์ มณฑลยูนนาน และมณฑลเจ้อเจียง มาร่วมถ่ายทอดความงดงามแห่งวัฒนธรรมให้ผู้เข้าร่วมงานได้สัมผัสอย่างใกล้ชิด

ทั้งนี้ เพื่อยกระดับมิตรภาพระหว่างสองประเทศอย่างต่อเนื่อง  และเฉลิมฉลองปีแห่งการขึ้นทะเบียนยูเนสโกเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติของเทศกาลตรุษจีน ภายใต้การสนับสนุนจากกระทรวงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวสาธารณรัฐประชาชนจีน และ ททท. สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีน ประจำประเทศไทย จึงได้นำการแสดงทางวัฒนธรรมอันยอดเยี่ยมจาก 3 มณฑลของจีน ประกอบด้วย เขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์ มณฑลยูนนาน และมณฑลเจ้อเจียง มาร่วมถ่ายทอดความงดงามแห่งวัฒนธรรมให้ผู้เข้าร่วมงานได้สัมผัสอย่างใกล้ชิด ทั้งถือโอกาสส่งมอบความปรารถนาดี อวยพรให้ปีมะเส็งนี้เป็นปีแห่งความเป็นสิริมงคล จีนและไทยมีความเจริญรุ่งเรือง ประชาชนอยู่เย็นเป็นสุข สุขภาพแข็งแรง และสมปรารถนาในทุกสิ่งที่ตั้งใจไว้ทุกประการ

นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. กล่าวว่า เทศกาลตรุษจีน ประจำปี 2568 ททท. จัดงานในพื้นที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ วันที่ 28 มกราคม- 2 กุมภาพันธ์ 2568 โดยต้อนรับผู้เข้าร่วมงานด้วยไฮไลต์  Art Installation แลนด์มาร์กรูปงูฉลุลายประดับไฟขนาดใหญ่ องค์เจ้าแม่กวนอิมและเทพเจ้าที่ชาวจีนนับถือ พร้อมจำลองชุมชนชาวจีนขนาดใหญ่และมีเอกลักษณ์ที่น่าสนใจได้แก่ ชุมชนจีนโบราณบ้านชากแง้ว จ.ชลบุรี และชุมชนจีนตลาดน้อย ศาลเจ้าโรงเกือก เพื่อให้ผู้ร่วมงานได้สัมผัสบรรยากาศและเสน่ห์แห่งวัฒนธรรมอย่างใกล้ชิด รวมทั้งยังมีกิจกรรมสาธิตวัฒนธรรมไทย-จีน 4 กิจกรรม ได้แก่ การเขียนพู่กันจีน ศิลปะการตัดกระดาษจีน การเขียนหัวโขน การทำว่าวจุฬา และการตัดกระดาษ รวมถึงการออกร้านอาหารที่มีชื่อเสียงในสื่อสังคมออนไลน์จำนวนกว่า 30 ร้าน พร้อมด้วยการแสดงศิลปินตลอด 6 วัน ได้แก่วง MEAN วง HERS, Tilly birds, Landokmai, Scrubb, Whal & Dolph, ต้าห์อู๋ พิทยา, PAIINNTT, Bowkylion, Better Weather, bamm และ Risa Narisa

นอกจากนี้ ททท. ได้ร่วมจัดเทศกาลตรุษจีน บริเวณถนนเยาวราช กรุงเทพมหานคร เพื่อเฉลิมฉลองวันขึ้นปีใหม่ตามธรรมเนียมจีน โดย ททท. เนรมิตถนนเยาวราชด้วยการประดับไฟตั้งแต่วันที่ 19 มกราคม – 9 กุมภาพันธ์ 2568 เวลา 18.00-24.00 น. ภายใต้แนวคิด “Ignite Your Senses Embrace Our Two Cultures” นำเสนอผ่านสีโทนแดงและทอง สื่อถึงพลังแห่งความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ ความมั่งคั่งร่ำรวยและโชคลาภ สร้างสรรค์ไฮไลต์ซุ้มไฟงูสีแดงและประดับไฟดอกไม้หลากสีบริเวณซุ้มประตูเฉลิมพระเกียรติฯ วงเวียนโอเดียน ถึง แยกเฉลิมบุรี ถนนเยาวราช

ทั้งนี้ กิจกรรมสำคัญในเทศกาลตรุษจีน ประจำปี 2568 ประกอบด้วย วันที่ 28 มกราคม 2568 พิธีกล่าวสารอวยพรเนื่องในเทศกาลตรุษจีนให้กับพี่น้องชาวจีนทั่วโลก ณ ลานหน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ รวมทั้งจัดการแสดงแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม ไทย-จีน โดยประเทศไทยนำเสนอเสน่ห์และเอกลักษณ์ไทยในการแสดงชุด “Soft Power Of Thailand ” วันที่ 29 มกราคม 2568 พิธีเปิดเทศกาลตรุษจีนเยาวราช ประจำปี 2568 ณ ถนนเยาวราช โดย สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จะเสด็จพระราชดำเนินเป็นองค์ประธาน ซึ่ง ได้รับการสนับสนุนจากสาธารณรัฐประชาชนจีนนำการแสดงทางวัฒนธรรมรูปแบบ Thai Contemporary ผสมผสานเครื่องดนตรีจีน แสดงหน้าพระพักตร์ รวมทั้งจัดทำบูธในงานเทศกาลตรุษจีนเยาวราช นำเสนอศาสตร์พยากรณ์ ได้แก่ ศาสตร์นาฬิกาพยากรณ์ อ.พิชัยรัตน์ และศาสตร์ไพ่ออรอเคิล อ.แน็ต ซียูทาโร่ห์

ททท. ยังมีการสนับสนุนการจัดงานในพื้นที่ต่าง ๆ ได้แก่ 1) ตรุษจีนสุพรรณบุรี มหัศจรรย์ 17 ปี มังกรสวรรค์ ณ อุทยานมังกรสวรรค์ พิพิธภัณฑ์ลูกหลานพันธุ์มังกร จังหวัดสุพรรณบุรี วันที่ 29-31 มกราคม 2568 พบไฮไลต์การแสดงศิลปวัฒนธรรมไทย-จีนและการออกร้านค้าอาหารและผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น  2) เทศกาลตรุษจีนหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ณ บริเวณโรงเรียนศรีนครมูลนิธิ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา วันที่ 28 มกราคม-2 กุมภาพันธ์ 2568 โดยมีไฮไลต์การแสดงโดรน 500 ลำ ประติมากรรมหุ่นไฟและการประดับไฟ การแสดงมังกรทองพ่นไฟ-สิงโตเล่นจานดอกเหมย 3) ประเพณีแห่เจ้าพ่อ-เจ้าแม่ปากน้ำโพ ณ บริเวณต้นแม่น้ำเจ้าพระยา จังหวัดนครสวรรค์ วันที่ 22 มกราคม-2 กุมภาพันธ์ 2568 พบกิจกรรมไฮไลต์ขบวนแห่ตรุษจีน สักการะองค์เจ้าพ่อ-เจ้าแม่ปากน้ำโพ พร้อมชมการแสดงวัฒนธรรมไทย-จีน

พลตำรวจโท ศักย์ศิรา เผือกอ่ำ ผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว กล่าวว่า กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยวได้จัดเตรียมกำลังพล ยานพาหนะและอุปกรณ์ ดูแลรักษาความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยว ประกอบด้วย การจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการรักษาความปลอดภัยนักท่องเที่ยวบูรณาการกับกองบัญชาการทั่วประเทศ จัดทำโครงการชุมชนท่องเที่ยวเข้มแข็ง โดยเชื่อมต่อกล้องระบบ AI วิเคราะห์ข้อมูลกับฐานข้อมูลหมายจับ พัฒนาแอปพลิเคชั่น Thailand Tourist Police เชื่อมต่อกับระบบรับแจ้งเหตุตำรวจท่องเที่ยว 1155 พร้อมฟังก์ชัน SOS และ GPS ที่สามารถแชร์โลเคชั่นแจ้งพิกัด และประสานกับศูนย์รับแจ้งเหตุ 191 ในการรับแจ้งเหตุและร่วมกันระงับเหตุอย่างทันท่วงที พร้อมมีบริการเจ้าหน้าที่ล่ามแปลภาษา 8 ภาษา ตลอด 24 ชั่วโมง

Shinsen ฉลองก้าวสู่ปีที่ 9 ปรับโฉมจากตลาดปลาเลื่องชื่อ สู่บรรยากาศร้านอาหารญี่ปุ่นในรูปแบบ ‘Alive-Style Dining’

Shinsen ฉลองก้าวสู่ปีที่ 9 ปรับโฉมจากตลาดปลาเลื่องชื่อ สู่บรรยากาศร้านอาหารญี่ปุ่นในรูปแบบ ‘Alive-Style Dining’

Shinsen ฉลองก้าวสู่ปีที่ 9 ปรับโฉมจากตลาดปลาเลื่องชื่อ สู่บรรยากาศร้านอาหารญี่ปุ่นในรูปแบบ ‘Alive-Style Dining’

วันจันทร์ ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2568, 13.35 น.

Shinsen (ชินเซน)  ตอกย้ำความเป็นผู้นำปูทาราบะ (King of Kani) ฉลองก้าวสู่ปีที่ 9 ปรับรูปแบบจาก Shinsen Fish Market สู่บรรยากาศร้านอาหารญี่ปุ่นที่เป็นกันเองและทันสมัยยิ่งขึ้น ภายใต้คอนเซ็ปต์ Alive-Style Dining ประเดิมโลเคชั่นใหม่ที่ย้ายฝั่งมาอยู่ทางด้านหน้า Tops Food Hall ในซอยสุขุมวิท 39 (ซอยเดิม) พร้อมจับมือกับ Tops ฟู้ดสโตร์ระดับพรีเมียม สร้างประสบการณ์ครบวงจรให้ลูกค้าได้กิน-ดื่ม-ช้อป อย่างลงตัวในที่เดียวใจกลางสุขุมวิท

Shinsen (ชินเซน)  เป็นที่รู้จักกันดีในชื่อของตลาดปลาแห่งแรกในประเทศไทย ในซอยสุขุมวิท 39  ตั้งแต่ปี 2016ที่ผสมผสานระหว่าง Market และ Restaurant เข้าด้วยกัน ผ่านมา 9 ปี Shinsen ยังยืนหยัดตามชื่อที่ในภาษาญี่ปุ่น แปลว่า “สด” เพราะอาหารทะเลที่นี่คัดมามีทั้งแบบตัวเป็นๆ ที่หาทานได้ยาก สดส่งตรงมาจากท้องทะเลญี่ปุ่น และจากทั่วโลก ทั้งสหรัฐอเมริกา ออสเตเรีย นิวซีแลนด์ ฝรั่งเศส สกอตแลนด์ มี Signature Menu ที่โดดเด่นอย่าง Live Taraba หรือปูยักษ์ การันตีความสดด้วยระบบ Live Tank ที่ทันสมัย ด้วยยอดขายรวมกว่า 50,000 ตัว โดยแต่ละตัวทาง Shinsen จะมีหมายเลขบอกด้วยว่าปูยักษ์ที่เรากำลังทานอยู่นี้ เป็นตัวที่เท่าไหร่แล้ว

โฉมใหม่ Shinsen (ชินเซน)  ได้ยกระดับประสบการณ์การรับประทานอาหารแบบใหม่ เพื่อให้ทุกคนได้สัมผัสบรรยากาศที่ออกแบบมาอย่างลงตัว กับการตกแต่งร้านในสไตล์ Modern Japanese ผสานความเรียบง่ายและความอบอุ่นด้วยโทนสีอ่อนและวัสดุไม้ที่ให้ความรู้สึกสบายตา บรรยากาศร้านโปร่งโล่งด้วยพื้นที่กว้างขวางถึง 2 ชั้น ซึ่งถูกแบ่งโซนอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นโซน Live Tank, Sushi Bar, Teppanyaki Bar และ Cocktail Bar  รวมทั้ง Private rooms ถึง 4 ห้อง ไว้รองรับสำหรับใครที่ต้องการความเป็นส่วนตัว

ด้านเมนูอาหาร  เหล่าเจแปนนิสฟู้ดเลิฟเวอร์จะได้เพลิดเพลินไปกับการปรุงอาหารญี่ปุ่นหลากหลายชนิดอย่างใกล้ชิด โดยเชฟผู้เชี่ยวชาญ นำทีมโดย Head Chef อย่าง เชฟวิชิต วงศ์สมศร ผู้มากด้วยประสบการณ์ด้านอาหารญี่ปุนมากว่า 34 ปี การันตีดีกรีเชฟกระทะเหล็กอาหารญี่ปุ่นคนแรกของไทย

เมนูไฮไลต์ที่ไม่อยากให้พลาด อาทิ Live Taraba เมนูปูทาราบะนึ่ง เนื้อแน่น เด้ง หวาน และฉ่ำ เสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้มซีฟู้ดสูตรเด็ดของทางร้าน และยังสามารถนำมันปูทาราบะไปทำเมนูอื่นๆ ได้หลากหลาย เช่น ข้าวผัดมันปูทาราบะ ข้าวผัดมันปูทาราบะในหม้อหินร้อน หรือข้าวต้มมันปูทาราบะ ซึ่งทุกเมนูการันตีความอร่อยที่ต้องลอง  ถัดมาที่สวรรค์ของคนรักปลาดิบอย่าง Nijo Sashimi Set เมนูรวมปลาดิบยอดนิยม อาทิ Hon Maguro, Fresh Uni, Hamachi ที่สดใหม่ทุกคำฉ่ำทุกสัมผัส ต่อด้วย Ezo Awabi teppanyaki with Awabi Kimo rice เมนูหอยเป๋าฮื้อในกระทะร้อน ที่เสริฟมาพร้อมกับข้าวผัดซอสตับเป๋าฮื้อหอมๆรสชาติเข้มข้น ทานคู่กันคือลงตัวสุดๆ Unagi Don ความอร่อยของข้าวหน้าปลาไหล ที่ Shinsen เสิร์ฟทั้งตัวบนข้าวญี่ปุ่น ให้คนรักปลาไหลได้จุใจกับความหอม และรสเข้มข้นของซอสปลาไหลเต็มๆ คำ

เมนูใหม่แนะนำ SPECIAL HAND ROLL และ Gohan no Otomo Set เมนูที่ออกแบบมาเพื่อเอาใจคนรักอาหารญี่ปุ่นในช่วงเวลาดึก ดื่มด่ำกับข้าวต้มญี่ปุ่นร้อนๆ หรือข้าวญี่ปุ่นนุ่มๆ  เสิร์ฟคู่กับเครื่องเคียงสไตล์ญี่ปุ่น 6 ชนิด ที่เชฟคัดสรรมาอย่างพิถีพิถัน และเปลี่ยนความอร่อยไม่ซ้ำกันในทุกค่ำคืน นอกจากนี้ ยังมี Yukke DIY เมนูสุดพิเศษที่ให้เราสนุกไปกับการเลือกวัตถุดิบสดๆ และซอสสูตรพิเศษของทางร้าน  พร้อมท็อปปิ้งที่เลือกได้ตามใจชอบ สร้างสรรค์ Yukke ในแบบของตัวเองได้อย่างเต็มที่

ปิดท้ายด้วยของหวานและเครื่องดื่มอย่าง Tofu Blancmange เมนูขนมหวานสไตล์ญี่ปุ่นกับพุดดิ้งเต้าหู้ที่มีความเนียนนุ่ม ละลายในปาก เสริฟคู่กับผงถั่วเหลืองป่นและน้ำตาลคาราเมล เพิ่มความเข้มข้นและหอมหวานให้กับเมนูนี้ได้อย่างดี และ Tea break Signature Cocktails ที่นำเอกลักษณ์ของชาเขียวญี่ปุ่นมาสร้างสรรค์เป็นเครื่องดื่มสุดพิเศษ กับรสชาเขียวเข้มข้น นำไป infuse กับสาเกญี่ปุ่น เสิร์ฟบนน้ำแอปเปิ้ลกลิ่นหอมอื่นๆ ที่ช่วยชูรสชาเขียวและสาเกได้เป็นอย่างดี

พบกับโฉมใหม่ของ Shinsen พร้อมประสบการณ์ Alive-Style Dining ได้ทุกวัน ในซอยสุขุมวิท 39 หน้า Tops Food Hall ตั้งแต่ 11.00 – 01.00 น. สำรองที่นั่งได้ที่โทร. 096-651-2922 LINE OA: @shinsen.bkk (https://lin.ee/xwxGxhd) ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ IG: @shinsen.bkk FB: shinsen.bkk

แพทย์เตือน! ฝุ่น PM 2.5 ตัวร้าย บ่อนทำลายสุขภาพเด็ก เสี่ยงเป็นโรคเรื้อรังในอนาคต

แพทย์เตือน! ฝุ่น PM 2.5 ตัวร้าย บ่อนทำลายสุขภาพเด็ก เสี่ยงเป็นโรคเรื้อรังในอนาคต

แพทย์เตือน! ฝุ่น PM 2.5 ตัวร้าย บ่อนทำลายสุขภาพเด็ก เสี่ยงเป็นโรคเรื้อรังในอนาคต

วันจันทร์ ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2568, 13.23 น.

ในช่วงฤดูหนาว ฝุ่น PM 2.5 กลับมาเป็นปัญหาหลักที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของคนไทย โดยเฉพาะเด็กเล็กที่มีอายุต่ำกว่า 5 ปี จะได้รับผลกระทบมากเป็นพิเศษ เนื่องจากตามธรรมชาติแล้ว   เด็กเล็ก จะมีอัตราการหายใจที่เร็วกว่าผู้ใหญ่ ทำให้ร่างกายของพวกเขาได้รับมลพิษในปริมาณมาก ส่งผลกระทบต่อสุขภาพทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ไม่ว่าจะเป็น โรคในระบบทางเดินหายใจ ระบบหัวใจและหลอดเลือด รวมถึงยังส่งผลต่อพัฒนาการของสติปัญญาและระบบประสาทอีกด้วย

แพทย์หญิง นงนภัส เก้าเอี้ยน กุมารแพทย์ผู้ชำนาญการด้านเวชศาสตร์โรคระบบทางเดินหายใจ โรงพยาบาลพระรามเก้า ให้ข้อมูลว่า ฝุ่น PM 2.5 มีขนาดเล็กกว่า 2.5 ไมครอน สามารถแทรกซึมเข้าสู่ทางเดินหายใจได้ลึกถึงปอด และเข้าสู่กระแสเลือดได้อย่างง่ายดาย ซึ่งฝุ่นเหล่านี้สามารถกระตุ้นให้เกิดปัญหาสุขภาพเรื้อรัง เช่น โรคหอบหืด โรคภูมิแพ้ และโรคหลอดเลือดหัวใจในอนาคต โดยเฉพาะในเด็กจะมีความเสี่ยงสูงกว่าผู้ใหญ่ เนื่องจากร่างกายและระบบภูมิคุ้มกันของเด็กยังพัฒนาไม่เต็มที่ หากเด็กหายใจเอาฝุ่นละอองเข้าไปสะสมในร่างกายจะทำให้เกิดอาการระคายเคือง แสบจมูก แสบคอ น้ำมูกไหล

สำหรับเด็กบางรายจะมีการแพ้ คันตาและแสบตา บางคนอาจมีอาการเจ็บคอ ถ้าฝุ่นตัวนี้เข้าไปทางเดินหายใจส่วนล่าง ก็ทำให้เกิดโรคหลอดลมอักเสบ หลอดลมไว ส่งผลให้เด็กไอเรื้อรัง และสามารถกระตุ้นให้เกิดโรคหอบหืดได้ ในเด็กที่มีโรคประจำตัวอย่าง โรคหอบหืด ภูมิแพ้ หรือโรคทางเดินหายใจ จะมีความเสี่ยงอาการกำเริบมากยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ ฝุ่น PM 2.5 เป็นภัยคุกคามร้ายแรงสำหรับเด็ก ที่ระบบภูมิคุ้มกันยังพัฒนาไม่เต็มที่ การสัมผัสฝุ่นในระยะยาวอาจทำให้เด็กมีพัฒนาการที่ช้ากว่าปกติ หรือมีไอคิวลดลงอย่างต่อเนื่อง และการสัมผัสฝุ่นเป็นระยะเวลานาน จะส่งผลให้เด็กมีความเสี่ยง “โรคหลอดเลือดหัวใจ” ในอนาคตเร็วกว่าที่คิด โดยจากการศึกษาพบว่า เด็กที่สูดฝุ่นละอองขนาดเล็กเข้าไปสะสมในร่างกายเป็นเวลานาน ทำให้ความเสี่ยงของ “โรคหลอดเลือดหัวใจ” เพิ่มขึ้น เพราะฝุ่นสามารถเจาะทะลุเข้าสู่ระบบทางเดินหายใจ และลงไปในหลอดเลือดได้ เมื่อฝุ่นเข้าสู่กระแสเลือด จะกระตุ้นให้เกิดการเกาะตัวของเกร็ดเลือด ทำให้หลอดเลือดหัวใจเกิดการอุดตันส่งผลให้เกิด โรคหลอดเลือดหัวใจ  และภาวะหัวใจขาดเลือด นอกจากนี้ยังมีความเสี่ยงเป็นโรคหลอดเลือดสมองได้อีกด้วย

อย่างไรก็ตาม วิธีการดูแลเด็กจากฝุ่น PM 2.5 เป็นสิ่งที่สำคัญมาก    พ่อแม่ผู้ปกครองควรหลีกเลี่ยงให้เด็กออกไปอยู่ในพื้นที่ที่มีฝุ่นสูง เช่น พื้นที่กลางแจ้งในช่วงที่มีค่าฝุ่นเกิน 100 มคก./ลบ.ม. ควรจำกัดกิจกรรมกลางแจ้ง และหากต้องออกไปข้างนอก ควรให้เด็กสวมหน้ากากอนามัย N95 ซึ่งสามารถป้องกันฝุ่นขนาดเล็กจากการเข้าสู่ระบบทางเดินหายใจได้ นอกจากนี้ ควรหมั่นตรวจเช็กค่าฝุ่นในอาคาร และใช้เครื่องฟอกอากาศเพื่อกรองฝุ่นในบ้าน รวมทั้งหากเด็กมีอาการผิดปกติ เช่น ไอ หอบเหนื่อย หรือหายใจติดขัด ควรพาไปพบแพทย์ทันที เพื่อทำการตรวจเช็คและรับการรักษาอย่างทันท่วงที

“ฝุ่น PM 2.5 ไม่ใช่แค่ปัญหาที่จะส่งผลกระทบในระยะสั้น แต่ยังเป็นภัยเงียบที่ค่อยๆ ทำลายสุขภาพเด็กในระยะยาว ทำให้พวกเขามีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจและโรคเรื้อรัง   อื่นๆ ในอนาคต การปกป้องเด็กจากฝุ่นจึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยลดความเสี่ยงเหล่านี้และส่งผลดีต่อสุขภาพของพวกเขาในอนาคต”  แพทย์หญิง นงนภัส กล่าวทิ้งท้าย

‘ความเครียด’ ภัยเงียบกระตุ้นโรคเบาหวาน วงจรอันตรายที่วัยรุ่น-วัยทำงานควรระวัง

‘ความเครียด’ ภัยเงียบกระตุ้นโรคเบาหวาน วงจรอันตรายที่วัยรุ่น-วัยทำงานควรระวัง

‘ความเครียด’ ภัยเงียบกระตุ้นโรคเบาหวาน วงจรอันตรายที่วัยรุ่น-วัยทำงานควรระวัง

วันจันทร์ ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2568, 13.14 น.

ความเครียด กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตคนไทยในปัจจุบัน โดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่นและคนทำงานที่ต้องรับมือกับความเร่งรีบและแรงกดดันมากมาย หลายคนเลือกจัดการความเครียดด้วยการกินของหวาน เช่น ชานม ช็อกโกแลต โดนัท เพราะรสชาติอร่อย กินแล้วรู้สึกดี เยียวยาจิตใจ แต่การคลายเครียดด้วยของหวานบ่อย ๆ อาจเป็นพฤติกรรมที่นำไปสู่ “โรคเบาหวาน” ได้เช่นกัน

นายแพทย์ ชาญวัฒน์ ชวนตันติกมล อายุรแพทย์ผู้ชำนาญการโรคเบาหวานและต่อมไร้ท่อ ศูนย์เบาหวาน ต่อมไร้ท่อ และควบคุมน้ำหนัก โรงพยาบาลวิมุต  กล่าวว่า โรคเบาหวาน คือภาวะที่ร่างกายมีระดับน้ำตาลในเลือดสูงผิดปกติ มีระดับน้ำตาลในเลือดตั้งแต่ 126 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตรขึ้นไป หรือมีค่าน้ำตาลสะสมตั้งแต่6.5% จากการตรวจอย่างน้อย 2 ค่า ซึ่งอาจจะทำให้เกิดอาการกระหายน้ำบ่อย ปัสสาวะบ่อย น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ บางคนอาจมีภาวะแทรกซ้อนของเบาหวาน เช่น สายตาพร่ามัว มองไม่ชัด มีแผลที่เท้าเรื้อรัง มีอาการชาที่ปลายมือหรือปลายเท้า อ่อนเพลีย หรือผิวแห้งและคัน

โรคเบาหวานและความเครียด มีความเชื่อมโยงกันโดยตรง เพราะเมื่อเผชิญความเครียด หลายคนมักหันไปพึ่งของหวาน โดยไม่รู้ตัวว่าเป็นการเพิ่มความเสี่ยงในการเป็นโรคเบาหวาน และเมื่อป่วยเป็นเบาหวานแล้ว ภาระในการดูแลตัวเองยิ่งหนักขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการควบคุมอาหาร ออกกำลังกายตามตารางที่แพทย์แนะนำ หรือการกินยาอย่างเคร่งครัดเพื่อควบคุมโรค ซึ่งอาจทำให้เกิดความเครียดสะสม ทำให้ผู้ป่วยเบาหวานมีโอกาสเป็นโรคซึมเศร้ามากกว่าคนทั่วไปถึง 2 เท่า และกว่า 30% ของผู้ป่วยมักประสบปัญหาสุขภาพจิตที่อาจทำส่งผลให้ละเลยการดูแลตนเอง เช่น ขาดแรงจูงใจในการควบคุมอาหารและออกกำลังกาย หรือลืมกินยาบ่อยครั้ง ส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นจนเบาหวานกำเริบ รวมถึงอาจมีภาวะแทรกซ้อน เช่น โรคหัวใจ โรคไต หรือโรคหลอดเลือดสมอง กลายเป็นวงจรอันตรายที่ส่งผลร้ายต่อทั้งสุขภาพกายและจิตใจ

การกินของหวานไม่ใช่วิธีแก้เครียดเพียงอย่างเดียว เพราะยังมีอีกหลายวิธี เช่น ออกกำลังกาย ดูหนัง เล่นเกม หรือฟังเพลง ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ช่วยให้อารมณ์ดีขึ้นและลดความเสี่ยงในการเป็นโรคเบาหวานได้ในระยะยาว แต่ถ้ายังอยากกินของหวานอยู่ ก็ควรจำกัดปริมาณน้ำตาลไม่ให้เกิน 6 ช้อนชาหรือ 24 กรัมต่อวัน และควรไปตรวจสุขภาพเป็นประจำทุกปีแม้จะอายุน้อยหรือยังไม่มีอาการ โดยเฉพาะในกลุ่มเสี่ยง เช่น กินของหวานเป็นประจำ มีประวัติเบาหวานขณะตั้งครรภ์ คนในครอบครัวเป็นเบาหวาน มีน้ำหนักเกิน หรือมีโรคหัวใจและหลอดเลือด เพราะถ้าตรวจพบเร็วจะได้รักษาได้ทันเวลา

ทั้งนี้ ในยุคนี้ความเครียดเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงได้ยาก โดยเฉพาะในกลุ่มวัยเรียนและคนทำงาน แม้การกินของหวานจะเป็นตัวช่วยที่สะดวกที่สุด แต่ถ้ากินจนติดเป็นนิสัยก็อาจนำไปสู่โรคเบาหวานได้ จึงอยากให้ทุกคนลองผ่อนคลายความเครียดด้วยวิธีอื่นที่ดีกว่า อาทิ เล่นกีฬา ไปเที่ยว หรือทำกิจกรรมที่ชอบ ส่วนของหวานก็ยังกินได้ แต่ก็ควรลดและกินในปริมาณที่พอดี ที่สำคัญอย่าลืมมาตรวจสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ จะได้ไม่ต้องกังวลว่าจะเสี่ยงเป็นโรคเบาหวานในอนาคต

ผู้ที่สนใจขอรับคำปรึกษา  สามารถโทร.นัดหมายได้ที่ 02-079-0070 เวลา 7.00-19.00 น. หรือใช้บริการ Telemedicine ปรึกษาแพทย์ออนไลน์ผ่าน ViMUT App คลิก https://bit.ly/372qexX

Beyond IVF จับมือ FA จากนิวซีแลนด์ ยกระดับมาตรฐานการแพทย์ เพิ่มโอกาสการมีบุตรให้กับคู่สมรส

Beyond IVF จับมือ FA จากนิวซีแลนด์ ยกระดับมาตรฐานการแพทย์ เพิ่มโอกาสการมีบุตรให้กับคู่สมรส

Beyond IVF จับมือ FA จากนิวซีแลนด์ ยกระดับมาตรฐานการแพทย์ เพิ่มโอกาสการมีบุตรให้กับคู่สมรส

วันจันทร์ ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2568, 12.56 น.

Beyond IVF ศูนย์รักษาผู้มีบุตรยาก ร่วมกับ Fertility Associates (FA) จากประเทศนิวซีแลนด์ และ Trithep Corporation ประกาศความร่วมมือซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในการเสริมสร้างความร่วมมือทางเศรษฐกิจและนวัตกรรมระหว่างประเทศนิวซีแลนด์กับประเทศไทย ด้วยเป้าหมายในการสร้างความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ในภาคส่วนสำคัญต่างๆ ยกระดับมาตรฐานการแพทย์ในประเทศไทย รวมทั้งเพิ่มโอกาสการมีบุตรให้กับคู่สมรส

การประกาศความร่วมมือในครั้งนี้ได้รับเกียรติจากบุคคลสำคัญ ได้แก่ วินส์ตัน ปีเตอร์ส รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของนิวซีแลนด์, ฯพณฯ โจนาธาน คิงส์ เอกอัครราชทูตนิวซีแลนด์ประจำประเทศไทย, ซูซี ฟิวเทรลล์ อัครราชทูตฝ่ายพาณิชย์แห่งสำนักงานการค้าประเทศนิวซีแลนด์ในประเทศไทย, อภินันท์ สัจเดว์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท Trithep Corporation, ทอม กอร์ดดาร์ด ผู้อำนวยการ Fertility Associates (FA), สิทธัญ จีรวงศ์ไกสร และ ทิโมธี เดวิส ประธานกรรมการบริหาร Beyond IVF, มนต์นภา ฉายาวิจิตรศิลป์ และ นพ.มนัส ฉายาวิจิตรศิลป์ เข้าร่วมงานด้วย

ความร่วมมือระหว่าง Beyond IVF และ Fertility Associates (FA) ถือเป็นก้าวสำคัญในเชิงกลยุทธ์เพื่อยกระดับมาตรฐานการแพทย์ของ Beyond IVF ซึ่งในอนาคตตั้งเป้าหมายที่จะยกระดับการให้บริการที่มีคุณภาพระดับโลกในราคาที่เข้าถึงได้ภายในปี 2025 พร้อมมุ่งมั่นที่จะสร้างครอบครัวให้แก่คู่สมรสที่กำลังมองหาความช่วยเหลือในเส้นทางสู่การมีบุตร

หนึ่งในแรงจูงใจสำคัญของความร่วมมือครั้งนี้ คือการนำองค์ความรู้ความสามารถจาก FA ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญและมีประสบการณ์มาปรับใช้ พร้อมทั้งส่งเสริมการนำเทคโนโลยีใหม่ๆ เช่น Embryoscope เข้ามาใช้ที่ Beyond IVF อีกทั้ง ยังมีแผนที่จะนำเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนดโดย Reproductive Technology Accreditation Committee (RTAC) ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ดูแลด้านเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ (ART) ในประเทศออสเตรเลียและประเทศนิวซีแลนด์มาใช้ โดย RTAC จะรับรองการปฏิบัติตามหลักปฏิบัติที่ผ่านการตรวจสอบทั้งในระดับภูมิภาคและระดับนานาชาติ

สำหรับ   Beyond IVF เป็นศูนย์รักษาผู้มีบุตรยาก ให้คำปรึกษาดูแลผู้ที่อยากมีบุตรโดยแพทย์เฉพาะทางด้านรักษามีบุตรยากประสบการณ์กว่า 20 ปี นำโดย นายแพทย์พูนศักดิ์ สุชนวณิช พร้อมทีมผู้เชี่ยวชาญและห้องปฏิบัติการที่ได้รับมาตรฐานชั้นนำเป็นที่ยอมรับในด้านการให้บริการรักษาภาวะมีบุตรยาก เป้าหมายสำคัญของความร่วมมือกับ Fertility Associates คือการจัดหาพาร์ทเนอร์ทางการรักษาเพื่อช่วยลดต้นทุนในการดำเนินงาน และเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการของ Beyond IVF

Fertility Associates (FA) ก่อตั้งขึ้นในปี 1987 โดย  นายแพทย์ เฟรดดี้ เกรแฮม และ  นายแพทย์ริชาร์ด ฟิชเชอร์ เป็นผู้บุกเบิก IVF ในนิวซีแลนด์ และปัจจุบันเป็นผู้นำในอุตสาหกรรม IVF ทั้งในนิวซีแลนด์และมาเลเซีย FA รักษาผู้มีบุตรยากด้วยวิธี IVF มากกว่า 5,000 รอบต่อปี โดยมีคลินิกให้บริการเต็มรูปแบบ 6 แห่ง และคลินิกให้คำปรึกษา 17 แห่งทั่วนิวซีแลนด์ นอกจากนี้ FA ยังถือหุ้นใหญ่ใน Sunfert International Fertility Centre (SIFC) ซึ่งเป็นผู้ให้บริการ IVF รายใหญ่อันดับ 2 และ Sophea ในประเทศมาเลเซีย โดยมีคลินิกบริการเต็มรูปแบบ 5 แห่ง และคลินิกให้คำปรึกษา 2 แห่ง FA ได้ช่วยให้มีการถือกำเนิดของทารกมากกว่า 29,000 คนจนถึงปัจจุบัน  มีชื่อเสียงในด้านอัตราความสำเร็จที่สูงในการรักษาภาวะมีบุตรยาก อันเป็นผลมาจากทีมงานผู้เชี่ยวชาญและเทคโนโลยีล้ำสมัย

เมนูพิเศษรับปีใหม่ด้วย’หอยสังข์’ที่ห้องอาหารจีนหยก

เมนูพิเศษรับปีใหม่ด้วย'หอยสังข์'ที่ห้องอาหารจีนหยก

เมนูพิเศษรับปีใหม่ด้วย’หอยสังข์’ที่ห้องอาหารจีนหยก

วันจันทร์ ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2568, 11.47 น.

โรงแรม ดิ เอมเมอรัลด์ เชิญทานเมนูพิเศษเพื่อความยิ่งใหญ่แห่งปี 2568 ด้วย “หอยสังข์” ซึ่งมี​โปรตีน​สูง​มาก ทั้ง​ยัง​ถือ​กัน​ว่า​มี​คุณค่า​ใน​การ​บำบัด​รักษา​โรค​ด้วย โดยเชฟลำพูน ประพฤติธรรม พ่อครัวใหญ่ประจำห้องอาหารจีนหยก ได้คัดสรรเมนู “หอยสังข์แป๊ะซะ” และ “หอยสังข์เห็ดหอมน้ำแดง” มาบริการทั้งมื้อกลางวันและเย็นจนถึงเดือนกุมภาพันธ์ เพียงที่ละ 999 บาทถ้วน พร้อมเมนูตามสั่งอื่นๆ อีกมากมายให้เลือกอิ่มอร่อยเปิดบริการทุกวัน ระหว่างเวลา 11.30 – 14.30 และ 18.00 – 22.00 น. สำรองโต๊ะล่วงหน้าที่โทร.0-2276-4567 ต่อ 8429 หรือไลน์ @theemeraldhotel หรือเพจห้องอาหารจีนหยก http://www.facebook.com/yoktheemerald

APCO เผยเทรนด์สุขภาพแห่งอนาคต มุ่งป้องกันลดความเสี่ยงการเกิดโรค

APCO เผยเทรนด์สุขภาพแห่งอนาคต มุ่งป้องกันลดความเสี่ยงการเกิดโรค

APCO เผยเทรนด์สุขภาพแห่งอนาคต มุ่งป้องกันลดความเสี่ยงการเกิดโรค

วันจันทร์ ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2568, 11.30 น.

บริษัท เอเชียน ไฟย์โตซูติคอลส์ จำกัด (มหาชน) หรือ APCO ประกาศวิสัยทัศน์และกลยุทธ์สำคัญสำหรับการดูแลสุขภาพในอนาคต เพื่อตอบรับการเปลี่ยนแปลงของโลกที่มีผลต่อคุณภาพชีวิตของคนเรา โดยเน้นการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน (Preventive Healthcare) การเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน (Immuno-Boosting) และการพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารอนาคตเพื่อสุขภาพจากธรรมชาติ Future Health Food  ที่ตอบโจทย์เรื่องการดูแลสุขภาพอย่างยั่งยืน

เทรนด์สุขภาพในอนาคต ด้วยปัจจัยการเปลี่ยนแปลงทางประชากรศาสตร์ เช่น การเพิ่มขึ้นของผู้สูงอายุ ที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากสิถิติปัจจุบันในประเทศไทย ประชากร ทุกๆ 100 คน เราจะพบจำนวนผู้สูงอายุ 30 คน และมีอายุเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 75 ปี  ภายในในปี 2568 อายุของคนไทยโดยประมาณจะอยู่ที่ 85 ปี ยิ่งอายุยาวนานขึ้น ทำให้ยิ่งต้องเตรียมความพร้อมในเรื่องค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นเช่นกัน

ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี และความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อม เช่น มลพิษทางอากาศ PM 2.5 และผลกระทบจากระบบเศรษฐกิจ ส่งผลให้รูปแบบการดูแลสุขภาพต้องปรับตัวเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงและความต้องการในอนาคต  เทรนด์สุขภาพในอนาคตจะมุ่งเน้นการลดความเสี่ยงของการเกิดโรคผ่านการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน ซึ่งเป็นบทบาทสำคัญในการกำหนดค่าใช้จ่ายและรูปแบบการดูแลสุขภาพที่จะเปลี่ยนแปลงไป

ศ.ดร. พิเชษฐ์ วิริยะจิตรา  ประธานเจ้าหน้าที่ บริษัท เอเชียน ไฟย์โตซูติคอลส์ จำกัด (มหาชน)  กล่าวว่า  โดยภาพรวมเทรนด์สุขภาพ เป็นเรื่องของการดูแลสุขภาพเพื่อให้มีชีวิตที่ยืนยาวและมีคุณภาพ โดย  APCO  เน้นการป้องกันเพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดโรค และช่วยส่งเสริมสุขภาพในทุกช่วงวัย  ปัจจุบันผู้คนหันมาใส่ใจสุขภาพเชิงป้องกัน (Preventive Healthcare) มากขึ้น ใช้ผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ เน้นเรื่องการใช้อาหารเป็นยา สนใจอาหารอนาคตเพื่อสุขภาพจากธรรมชาติ  Future Health Food หรือสารอาหารเสริมที่ผ่านการวิจัยว่าปลอดภัยและได้ผล เพื่อลดความเสี่ยงของโรคภัยไข้เจ็บ โดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงอายุที่ต้องการป้องกันโรคเรื้อรัง เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง อัลไซเมอร์  และ เนื้อร้ายต่างๆ     นอกจากนี้  เทรนด์การเสริมภูมิคุ้มกัน (Immuno-Boosting) จะเป็นอีกหนึ่งแนวโน้มในอนาคต รวมถึงโภชนาการเพื่อการป้องกัน (Preventive Nutrition) อาหารที่ช่วยเสริมภูมิคุ้มกันและลดการอักเสบ เช่น อาหารที่ทำจากพืช (Plant-Based)  และ ที่สำคัญการออกกำลังกายเป็นประจำ เป็นแนวทางที่ช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพในระยะยาว และยั่งยืน

ทางเลือกเพื่อสุขภาพที่ยั่งยืน  APCO ได้พัฒนานวัตกรรมผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ “มังคุดเสริมฤทธิ์” ที่ตอบโจทย์ความต้องการในกลุ่มเป้าหมายต่างๆ ตามเทรนด์อนาคต  ดังนี้ วัฒนชีวา Mylife100 – ผลิตภัณฑ์ย้อนวัยชะลอวัย เพิ่มความยาวเทโลเมียร์ และลดความเสี่ยงการเกิดเนื้อร้าย Mylife T – ผลิตภัณฑ์ลดความเสี่ยงโรคอัลไซเมอร์ และโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) และย้อนวัยชะลอวัย CANCINO  กิน กัน มะ – ผลิตภัณฑ์เสริมภูมิคุ้มกันเพื่อลดความเสี่ยงการเกิดเนื้อร้าย

ทั้งนี้ ความสำเร็จจากงานวิจัยระดับโลก  ผลิตภัณฑ์ ของ APCO ได้รับการยอมรับและตีพิมพ์ในวารสารวิชาการชั้นนำ อาทิในเรื่อง ByeByeHIV with Thai Innovation และ การย้อนวัยด้วยการชะลอการสั้นลงหรือเพิ่มความยาวของเทโลเมียร์โดยไม่เสี่ยงต่อมะเร็ง  Age Reversal by Telomere Elongation Without Cancer Risk  เป็นต้น

ก้าวสู่เป้าหมายปี 2568 APCO ตั้งเป้าหมายสำคัญในปี 2568 โดยทำการศึกษาเพิ่มเติมเพื่อลดความเสี่ยงการเกิดเนื้อร้ายในระยะเริ่มต้น (ระยะที่ 1 – 2 )       และการป้องกันโรคอัลไซเมอร์ในผู้สูงอายุ รวมถึงพัฒนาโครงการ ByeByeHIV ด้วยภูมิคุ้มกันบำบัดจากพืชกินได้ มังคุดเสริมฤทธิ์  ให้ได้รับการยอมรับและประสบความสำเร็จในวงกว้าง

นอกจากนี้ ยังมีแผนการขยายช่องการการจัดจำหน่ายทั่วประเทศ  เปิดโอกาสในการสร้างงานสร้างอาชีพให้กับผู้ที่สนใจร่วมงานกับบริษัท ในการช่วยส่งเสริมนวัตกรรมมังคุดเสริมฤทธิ์ให้เป็นที่รู้จักแพร่หลายมากยิ่งขึ้น และร่วมกันพัฒนาและขยายตลาดผลิตภัณฑ์อาหารเสริมเพื่อสุขภาพ โดยเน้นผู้มีประสบการณ์ ในสายงานสุขภาพและการพยาบาล หรือกลุ่มวิชาชีพที่เกี่ยวข้องกับการดูแลสุขภาพ ของบุคคลหรือสังคม  การดูแลผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุ  หรือการดูแลสุขภาพทั่วไป   เพื่อมาร่วมกันสร้างสังคมสุขภาพที่แข็งแรงให้กับคนไทย

APCO  มุ่งมั่นพัฒนานวัตกรรมด้านสุขภาพจากธรรมชาติ ด้วยความเชี่ยวชาญทางวิทยาศาสตร์ เพื่อตอบโจทย์การดูแลสุขภาพในทุกช่วงวัย และสร้างความยั่งยืนให้แก่คุณภาพชีวิต การดูแลสุขภาพในอีก 10 ปีข้างหน้าจะมุ่งเน้นไปที่การป้องกันโรคมากขึ้น เพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายและเพิ่มประสิทธิภาพในการดูแลสุขภาพ การวางแผนและเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมตั้งแต่วันนี้ จะเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างสุขภาพที่ดีและยั่งยืนในอนาคต

สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับนวัตกรรมภูมิคุ้มกันบำบัดได้ที่ Hot line : 1154    โทร 02 646- 4899

CELINE เผยโฉมกระเป๋า Bonnie Backpack ล่าสุด

CELINE เผยโฉมกระเป๋า Bonnie Backpack ล่าสุด

CELINE เผยโฉมกระเป๋า Bonnie Backpack ล่าสุด

วันจันทร์ ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2568, 11.18 น.

CELINE คอลเลคชั่นฤดูใบไม้ผลิ ประจำปี 2025 นำเสนอกระเป๋ารุ่นใหม่ล่าสุด BONNIE BACKPACK ที่มาพร้อมกับสีสันคลาสสิกเหนือกาลเวลา ทำจากหนังลูกวัวสัมผัสเรียบคุณภาพดี  โค้งมนอ่อนนุ่มแต่อยู่ทรง  ออกแบบได้อย่างสง่างาม โครงสร้างไร้ขอบที่ดูเรียบเนียน มาคู่กับสายรูดเพื่อการเปิดปิดที่สะดวกสบาย พร้อมด้วยตัวปิดรูปทรียงฟ์แบบเมทัลลิคมันวาว อันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ สามารถใช้งานได้ชีวิตประจำวัน  ถือเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกแทนกระเป๋าถือได้อย่างน่าสนใจ

เริ่มแล้ว!! ฉลอง 50 ปีสายสัมพันธ์ไทย-จีน ไอคอนสยามจัดตรุษจีนปีมะเส็งยิ่งใหญ่

เริ่มแล้ว!! ฉลอง 50 ปีสายสัมพันธ์ไทย-จีน ไอคอนสยามจัดตรุษจีนปีมะเส็งยิ่งใหญ่

เริ่มแล้ว!! ฉลอง 50 ปีสายสัมพันธ์ไทย-จีน ไอคอนสยามจัดตรุษจีนปีมะเส็งยิ่งใหญ่

วันจันทร์ ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2568, 10.42 น.

ไอคอนสยาม ฉลอง 50 ปีทองแห่งมิตรภาพความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างประเทศไทยและสาธารณรัฐประชาชนจีน ผนึกกำลังพันธมิตร จัดสองงานใหญ่ ประเดิมไตรมาสแรกนิทรรศการประติมากรรม “Lancang to ChaoPraya” ผลงานสุดเอ็กซ์คลูซีฟจากสองศิลปินระดับชาติไทย-จีน ศาสตราจารย์เกียรติคุณปรีชา เถาทอง และมร.ซู หวง เฟย พร้อมจัดงานตรุษจีนสุดยิ่งใหญ่ ครั้งแรกกับการอัญเชิญเทพเจ้าไท้ส่วยเอี๊ย เทวดาผู้คุ้มครองดวงชะตา จำนวน 60 องค์ ให้ประชาชนครบทุกปีเกิด ขอพรรับปีมะเส็งบนทำเลมงคลโค้งน้ำท้องมังกรเก็บทรัพย์ ณ ไอคอนสยาม สนุกไปกับการแสดงพิเศษ “มังกร 2 แผ่นดิน” ระหว่างพญานาคและมังกร ชมการแสดงนาฏมหามงคลจากนครฉางซา และเซอร์ไพรส์จากคู่จิ้นสุดฮอต ซี-นุนิว ในพิธีเปิดวันที่ 24 มกราคม และหลิง-ออม ในวันตรุษจีน 29 มกราคม ท่ามกลางบรรยากาศ “Little China” ถนนคนเดินสไตล์จีน ที่รวมกว่า 35 ร้านดังทั่วไทย มาให้สัมผัสทั้งกิน เที่ยว ช็อป 10 วันเต็ม ระหว่างวันที่ 24 มกราคม – 2 กุมภาพันธ์ 2568 นี้

นายสุพจน์ ชัยวัฒน์ศิริกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไอคอนสยาม จำกัด กล่าวว่า ปีนี้เป็นปีที่สำคัญมากสำหรับความสัมพันธ์ระหว่างไทยและจีน ฉลองครบรอบ 50 ปีความสัมพันธ์ทางการทูต ไอคอนสยามร่วมกับพันธมิตร จัดนิทรรศการแสดงผลงานประติมากรรมระดับครู ภายใต้ชื่อ “Lancang to ChaoPraya” ถ่ายทอดวัฒนธรรมความเชื่อจากแม่น้ำจีนสู่เจ้าพระยา  เพื่อร่วมเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 50 ปีการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างประเทศไทยกับสาธารณรัฐประชาชนจีน พร้อมแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมไทย – จีนผ่านงานนิทรรศการระดับโลก ตั้งแต่วันที่ 15 มกราคม – 28 กุมภาพันธ์ 2568 ณ ริเวอร์ พาร์ค ไอคอนสยาม จัดแสดงผลงานประติมากรรมมาสเตอร์พีช Chubby woman with Dragon & Naga โดยความร่วมมือครั้งแรกระหว่าง ศิลปินแห่งชาติของไทย ศาสตราจารย์เกียรติคุณปรีชา เถาทอง และศิลปินจีนระดับ
เฟิร์สคลาสชื่อดัง มร.ซู หวงเฟย รังสรรค์เป็นผลงานที่แสดงถึงความเชื่อมโยงของทั้งสองประเทศให้ใกล้ชิดกันมากขึ้น เป็นการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมระหว่างจีนและไทยอย่างสมบูรณ์

อีกทั้ง ไอคอนสยาม ยังจับมือกับพันธมิตรภาครัฐ กระทรวงวัฒนธรรม การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย  และภาคเอกชน ธนาคารกสิกรไทย เมืองสุขสยาม รวมทั้งชมรมสมาคมจีน ได้แก่ สมาคมแต้จิ๋วแห่งประเทศไทย สมาคมฮากกาแห่งประเทศไทย สมาคมกว๋องสิวแห่งประเทศไทย สมาคมใหหนำแห่งประเทศไทย สมาคมฮกเกี้ยนแห่งประเทศไทย สมาคมเจียงเจ้อ (เซี่ยงไฮ้)แห่งประเทศไทย สมาคมหยูนหนาน (ประเทศไทย) สมาคมกว่างสี (ประเทศไทย) ร่วมจัดงานฉลองรับศักราชใหม่ปีมะเส็ง  “ICONSIAM A PROSPEROUS CHINESE NEW YEAR 2025  ตรุษจีนมั่งคั่ง ฉลองสัมพันธ์มั่นคง วาระ 50 ปีสายสัมพันธ์ไทย – จีน” ระหว่างวันที่ 24 มกราคม – 2 กุมภาพันธ์ 2568 เนรมิตพื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ให้เต็มไปด้วยบรรยากาศแห่งการเฉลิมฉลองต้อนรับศักราชใหม่ปีมะเส็ง  ตอกย้ำการเป็นจุดหมายปลายทางของคนทั่วโลกทุกเทศกาล  

ไฮไลต์สุดพิเศษ ครั้งแรกกับการเชิญองค์แม่เต้าบ้อ และเทพเจ้าไท้ส่วยเอี้ยจำนวน 60 องค์ เทพเจ้าผู้คุ้มครองดวงชะตาครบทุกประจำปีเกิด จากวัดเหรินเว่ย วัดเก่าแก่มีอายุร่วมพันปี เมืองกวางโจว สาธารณรัฐประชาชนจีน   ซึ่งเทพเจ้าไท้ส่วยเอี้ยทำหน้าที่พิทักษ์คุ้มครองดวงชะตาชีวิตทุกคน ปีละองค์จนครบ 60 ปี และมีความสัมพันธ์กับปีเกิดต่างๆ โดยเชื่อว่าถ้าได้สักการะตรงตามปีจะยิ่งช่วยเสริมให้ดวงดีขึ้น และขอพรให้ชีวิตมีแต่ความราบรื่นตลอดทั้งปี โดยทั้ง 60 องค์จะประดิษฐานภายในศาลเจ้าจำลอง  และได้อัญเชิญเจ้าแม่ทับทิมตุ๊ยบ่วยเต๊งเหนี่ยง และองค์เจ้าแม่เทียนโฮ่วเต๊ง จากศาลเจ้าแม่ทับทิม อุทัยธานี มาให้ทุกท่านได้ไหว้ขอพรเพื่อความเป็นสิริมงคลรับปีมะเส็ง พร้อมกันนี้ผู้ที่มีจิตศรัทธาร่วมทำบุญจะได้รับฮู้ หรือยันต์ศักดิ์สิทธิ์ จากศาลเจ้าแม่ทับทิม

พิธีสักการะเทพเจ้าที่สมบูรณ์ที่สุด ณ โค้งน้ำท้องมังกรเก็บทรัพย์ นำพิธีโดย อ.คฑา ชินบัญชร ที่สุดของทำเลมงคลท้องน้ำมังกรสำหรับไหว้ขอพร ที่สุดของฤกษ์เวลามหามงคล เพื่อไหว้สักการะขอพรเทพเจ้าไฉ่ซิงเอี้ย (เทพเจ้าแห่งโชคลาภ) เทพเจ้าฮี่ซิ้งเอี้ย (เทพเจ้าแห่งความรื่นเริงยินดี) และเทพเจ้ากุ่ยซิ้งเอี้ย (เทพเจ้าแห่งอำนาจยศศักดิ์) ต้อนรับเทศกาลมหามงคลแห่งปี ในวันอังคารที่ 28 กุมภาพันธ์ 2568 เวลามงคล 23.19 น.เป็นต้นไป ณ ริเวอร์ พาร์ค ไอคอนสยาม

สุดยอดการแสดงฉลองครบรอบความสัมพันธ์สองแผ่นดิน เฉลิมฉลองเข้าสู่ศักราชใหม่อย่างยิ่งใหญ่ เปิดฤกษ์มหามงคลด้วยการแสดงพิเศษลั่นกลองเบิกฟ้ามหามงคล การแสดงมังกร 2 แผ่นดิน ระหว่างพญานาคและมังกร เพื่อฉลองครบรอบ 50 ปีของการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-จีน ชมสุดยอดการแสดงนาฎมหามงคลจากนครฉางซา รางวัลระดับประเทศ จากสาธารณรัฐประชาชนจีน พิเศษสุดกับกิจกรรมบันเทิงมากมาย พบกับเซอร์ไพรส์จาก  2 คู่จิ้นสุดฮอต ซี-นุนิว ร่วมโชว์สุดเอ็กซ์คลูซีฟในพิธีเปิด จัดขึ้นในวันศุกร์ที่ 24 มกราคม 2568 เวลา 17.00 น.เป็นต้นไป และพบกับ หลิง-ออม ร่วมงานในวันตรุษจีนพุ ธที่ 29 มกราคม 2568

เนรมิตถนนคนเดินสไตล์จีน “Little China”  กว่า 35 ร้านชื่อดัง  ชวนชิมเมนูอาหารมงคลหลากหลายบนริมแม่น้ำเจ้าพระยาโค้งน้ำท้องมังกรที่สวยที่สุด พบร้านดังระดับตำนานระดับมิชลินไกด์  และเมนูไฮไลท์ที่ไม่ควรพลาด อาทิ เฮียหวานข้าวต้มปลา ร้านดังการันตีรางวัลมิชลินไกด์ บิบ กรูมองด์ 8 ปีซ้อน ยืนหนึ่งเรื่องความสดใหม่ อร่อย ในราคาที่จับต้องได้ แนะนำเมนูยอดนิยม ข้าวต้มปลา ข้าวต้มปู ยำแซลมอน ต้มยำกุ้ง นอกจากนี้ยังมีเมนูอาหารและขนมจากชมรมสมาคมจีน อาทิ ซาลาเปา ขนมจีบ และขนมซิ่วท้อมงคลโดยสมาคมฮกเกี้ยน แห่งประเทศไทย เต้าหู้แคะ, ลูกชิ้นแคะ,เคาหยกผักเหมยใช่ โดยสมาคมฮากกา แห่งประเทศไทย ชุดจีนเซี่ยงไฮ้ โดยสมาคมเจียงเจ้อ (เซี่ยงไฮ้) ประเทศไทย เป็นต้น