สรพ. ลงพื้นที่โคราช เยี่ยมชม รพ.สต. ที่ผ่านการรับรองมาตรฐานสถานพยาบาลปฐมภูมิ ขั้นพัฒนา

สรพ. ลงพื้นที่โคราช เยี่ยมชม รพ.สต. ที่ผ่านการรับรองมาตรฐานสถานพยาบาลปฐมภูมิ ขั้นพัฒนา

สรพ. ลงพื้นที่โคราช เยี่ยมชม รพ.สต. ที่ผ่านการรับรองมาตรฐานสถานพยาบาลปฐมภูมิ ขั้นพัฒนา

วันจันทร์ ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2568, 09.52 น.

สรพ. ลงพื้นที่ จ.นครราชสีมา เยี่ยมชมให้กำลังใจ รพ.สต.หนองแจ้งใหญ่ หนึ่งในหน่วยบริการที่ผ่านการรับรองมาตรฐานสถานพยาบาลปฐมภูมิ (P-HA) ขั้นพัฒนาได้สำเร็จ ชี้การพัฒนาหน่วยบริการปฐมภูมิจะเป็นจิ๊กซอว์สำคัญในการยกระดับส่งมอบคุณภาพระบบบริการสุขภาพจากในโรงพยาบาลไปสู่ประชาชนในชุมชนและสังคม

พญ.ปิยวรรณ ลิ้มปัญญาเลิศ ผู้อำนวยการ สรพ. ลงพื้นที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลหนองแจ้งใหญ่ (รพ.สต.หนองแจ้งใหญ่) อ.บัวใหญ่ จ.นครราชสีมา เมื่อวันที่ 10 ม.ค. 2568 เพื่อเยี่ยมชมการบริหารจัดการของ รพ.สต.หนองแจ้งใหญ่ ซึ่งเป็นหน่วยบริการปฐมภูมิได้รับการรับรองมาตรฐานสถานพยาบาลปฐมภูมิ (P-HA) 1 ใน 13 แห่ง ของจังหวัดนครราชสีมา ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานสถานพยาบาลปฐมภูมิ P-HA ขั้นพัฒนา และจะขอรับการรับรองคุณภาพมาตรฐานสถานพยาบาลปฐมภูมิ P-HA ในปี 2568

พญ.ปิยวรรณ กล่าวว่า “มาตรฐานสถานพยาบาลปฐมภูมิ P-HA ถือเป็นเครื่องมือเพื่อการพัฒนา สำหรับผู้บริหารโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพระดับตำบล ในการบริหารองค์กร เป็นเครื่องมือสำหรับบุคลากร โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพระดับตำบลใช้เพื่อพัฒนาระบบบริการสุขภาพ และเป็นเครื่องมือสำหรับหน่วยงานกำกับในการพัฒนาร่วมเชิงระบบ ดังนั้นมาตรฐานจึงไม่ใช่เพียงเพื่อประเมินรับรอง แต่เพื่อชี้นำทิศทางการขับเคลื่อนการพัฒนาของสถานพยาบาลที่ต้องทำงานร่วมกันในลักษณะเครือข่าย เพื่อให้บรรลุเป้าหมายของงานร่วมกัน มุ่งเน้นการมีส่วนร่วมของประชาชน ผ่านกระบวนการ “รู้เรื่องเรา เข้าใจหลัก รักประชาชน” วันนี้เราเห็นแล้วว่า บุคลากรทางการแพทย์ ตลอดจนเจ้าหน้าที่ทุกท่าน ได้เสียสละทุ่มเท พัฒนาระบบงานคุณภาพตามมาตรฐานสถานพยาบาลปฐมภูมิ มีการเชื่อมโยงการทำงานเป็นเครือข่ายอย่างชัดเจน มีการจัดการภาวะโรคที่มีผลต่อสุขภาวะของประชาชนเกิดขึ้นในชุมชนที่สำคัญร่วมกัน ปี 2567 สรพ.ให้การรับรองโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพระดับตำบลไปแล้ว จำนวน 53 แห่ง แบ่งเป็นการรับรองโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพระดับตำบล ทั้งในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขและองค์การบริหารส่วนจังหวัด ในเขตนครชัยบุรินทร์ จำนวน 46 แห่ง และในจังหวัดสกลนคร จำนวน 7 แห่ง”

นายแพทย์สุผล ตติยนันทพร นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา และผู้อำนวยการศูนย์ความร่วมมือเพื่อการพัฒนาคุณภาพสถานพยาบาล (HACC-นครชัยบุรินทร์) กล่าวว่า ในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา มี โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพระดับตำบล ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานสถานพยาบาลปฐมภูมิ P-HA ขั้นพัฒนา จำนวน 36 แห่ง แบ่งเป็น โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลสังกัดกระทรงสาธารณสุข จำนวน 26 แห่ง และ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล สังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัด จำนวน 10 แห่ง การขับเคลื่อนการพัฒนามาตรฐานสถานพยาบาลปฐมภูมิ P-HA ในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมานั้น บทบาทของ สสจ. คือผู้ทำหน้าที่ในการวางแผน กำหนดเป้าหมาย และมาตรฐานในภาพรวม ส่วนศูนย์ความร่วมมือเพื่อการพัฒนาคุณภาพสถานพยาบาล (HACC-นครชัยบุรินทร์) ทำหน้าที่เป็นครูฝึก ที่คอยช่วยให้แนะนำปรึกษาและฝึกอบรมให้ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพระดับตำบลพัฒนาตนเองตามมาตรฐาน โดยอาศัยทีมพี่เลี้ยงคุณภาพ หรือ (Quality Expert) ที่มีความเชี่ยวชาญด้านการพัฒนาและประเมินรับรองคุณภาพมาตรฐานสถานพยาบาลปฐมภูมิเป็นทีมในการดำเนินงาน ได้ร่วมมือกับ สรพ. ในการได้ขับเคลื่อนศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ในการพัฒนาและรับรองคุณภาพสถานพยาบาลปฐมภูมิ ด้วยการพัฒนา ทักษะ องค์ความรู้ ให้กับพี่เลี้ยงกระบวนการคุณภาพ จำนวน 21 คน, ที่ปรึกษากระบวนการคุณภาพ จำนวน 12 คน เพื่อทำหน้าที่ในการสร้างการเรียนรู้ให้กับบุคลากรในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลต่อไป  

ด้าน นางศิริพร หวะสุวรรณ ผู้อำนวยการ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล หนองแจ้งใหญ่ กล่าวว่า “เรานำมาตรฐานปฐมภูมิมาใช้ในการพัฒนา รพ.สต. นั้นเริ่มจากการ รู้เรื่องเรา เข้าใจหลัก โดยตำบลหนองแจ้งใหญ่ เป็นพื้นที่ชุมชนกึ่งเมืองกึ่งชนบท อยู่ห่างจากตัวอำเภอ 4 กม. มีหมู่บ้านทั้งหมดจำนวน 10 หมู่บ้าน 1,522 หลังคาเรือน รวมประชากรทั้งหมดประมาณ 4,000 คน อาชีพหลักของประชากรในพื้นที่คือการทำเกษตรกรรม อาทิ ทำนา ไร่อ้อย ไร่มันสำปะหลัง ในแง่ของบริการด้านสุขภาพ รพ.สต.หนองแจ้งใหญ่ มีบุคลากรจำนวน 8 คน ผู้รับบริการมีความหลากหลายตั้งแต่กลุ่มเด็กเล็ก กลุ่มวัยเรียน กลุ่มวัยรุ่น วัยทำงาน ผู้สูงอายุ ผู้พิการ ไปจนถึงกลุ่มผู้ด้อยโอกาส นอกจากนี้แล้วยังได้เครือข่ายในพื้นที่ทั้งโรงพยาบาลชุมชน องค์การบริหารส่วนตำบล โรงเรียน วัด อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านและผู้นำชุมชน ร่วมสนับสนุนการพัฒนาไปด้วยกันโดยมีเป้าหมายการทำงานให้ประชาชนมีสุขภาพที่ดี “ใกล้บ้าน ใกล้ใจ เป็นที่พึ่ง นึกถึงเป็นที่แรก” ขอบคุณที่สรพ. จัดทำมาตรฐานปฐมภูมิและเห็นคุณค่าของหน่วยบริการปฐมภูมิเห็นเป็นหนึ่งกระบวนการพัฒนาระบบบริการสุขภาพ ที่ใกล้กับประชาชนที่สุด”

สำหรับผลลัพธ์การพัฒนาและคุณค่ามาตรฐานปฐมภูมิที่ส่งมอบให้กับประชาชนผู้รับผลงาน รพ.สต.หนองแจ้งใหญ่ มีความโดดเด่นในด้านการดูแลผู้สูงอายุในชุมชน โดยสามารถให้การดูแลสุขภาพผู้สูงอายุระยะยาว ทั้งในสถานบริการและในชุมชน มีผู้สูงอายุกลุ่มที่พึ่งตนเองได้ (กลุ่มติดสังคม) รวมตัวกันเป็นชมรมผู้สูงอายุที่เข้มแข็ง พร้อมให้การส่งเสริมสนับสนุน การส่งเสริมสุขภาพ และป้องกันโรค และดูแลผู้สูงอายุกลุ่มที่พึ่งตนเองได้บ้าง (กลุ่มติดบ้าน) และผู้สูงอายุกลุ่มพึ่งตนเองไม่ได้ (กลุ่มติดเตียง) ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีและอยู่ในสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการส่งเสริมสุขภาพ ขณะเดียวกัน รพ.สต.หนองแจ้งใหญ่ ยังมีการพัฒนาระบบการดูแลรักษาผู้สูงอายุอย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับปัญหาที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอย่างเป็นระบบต่อไป

พญ.ปิยวรรณ กล่าวว่า สถานพยาบาลปฐมภูมิ เป็นหน่วยบริการด่านแรกในการให้บริการประชาชนในด้านสุขภาพแบบองค์รวม และหากสามารถยกระดับการพัฒนาคุณภาพบริการให้มีมาตรฐาน รวมถึงเชื่อมต่อกับการจัดสวัสดิการทางสังคมของท้องถิ่นเพื่อสร้างบริการที่รอบด้านและครอบคลุมทุกช่วงวัย ก็จะเป็นจิ๊กซอว์สำคัญในการยกระดับระบบสุขภาพจากโรงพยาบาล ไปสู่ Healthcare System และ Health System ในที่สุด 

พญ.ปิยวรรณ กล่าวต่อไปว่า สรพ. ได้พัฒนามาตรฐานสถานพยาบาลปฐมภูมิ ซึ่งพัฒนาตามแนวทางของ ISQua EEA ซึ่งได้รับการยอมรับในระดับสากล และมีการประกาศใช้มาตรฐานฉบับที่ 1 ตั้งแต่วันที่ 16 ธ.ค. 2566 ที่ผ่านมา โดยในปัจจุบันมี รพ.สต. ที่สมัครใจและได้รับการประเมินการพัฒนาจำนวน 53 แห่ง ในพื้นที่นำร่อง 4 พื้นที่ได้แก่ จ.สกลนคร จ.ภูเก็ต เขตสุขภาพที่ 9 และเขตสุขภาพที่ 4 โดยจะเริ่มประเมินและรับรองคุณภาพขั้นมาตรฐานในปีงบประมาณ 2568 นี้ ซึ่ง รพ.สต.หนองแจ้งใหญ่ ก็เป็นหนึ่งใน รพ.สต. แห่งแรกๆ ของประเทศที่การรับรองมาตรฐานสถานพยาบาลปฐมภูมิ P-HA ขั้นพัฒนา ได้สำเร็จ

“เจตนารมย์ของมาตรฐานสถานพยาบาลปฐมภูมิไม่ใช่เพียงเพื่อประเมินรับรอง แต่เพื่อชี้นำทิศทางการขับเคลื่อนการพัฒนาของสถานพยาบาลที่ต้องทำงานร่วมกันในลักษณะเครือข่ายเพื่อให้บรรลุเป้าหมายของงานร่วมกัน เปิดกว้างรับนวัตกรรมการจัดการใหม่ๆ ไม่ติดยึดวิธีการบริหารทรัพยากรในรูปแบบเดิม มุ่งเน้นการมีส่วนร่วมของประชาชน ส่งเสริมให้สถานพยาบาลปฐมภูมินำมาตรฐานไปใช้เพื่อประเมินตนเอง โดยมีเครือข่ายพันธมิตรในการสนับสนุน ส่งเสริม และกำกับติดตามการพัฒนาคุณภาพอย่างต่อเนื่อง ซึ่ง รพ.สต.หนองแจ้งใหญ่ เป็นหนึ่งในตัวอย่างความสำเร็จในการพัฒนากระบวนการคุณภาพตามแนวคิดข้างต้นจนได้รับการรับรองมาตรฐานสถานพยาบาลปฐมภูมิ P-HA ขั้นพัฒนา” พญ.ปิยวรรณ กล่าว

พญ.ปิยวรรณ กล่าวอีกว่า สรพ. ขอแสดงความชื่นชมและให้กำลังใจทีมงาน รพ.สต.หนองแจ้งใหญ่ ตลอดจนถึงสถานพยาบาลปฐมภูมิอื่นๆ ที่กำลังอยู่ในขั้นตอนการพัฒนา และหวังเป็นอย่างยิ่งว่ามาตรฐาน P-HA จะเป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาหน่วยบริการปฐมภูมิ ให้เป็นที่พึ่งแห่งแรกที่ประชาชนนึกถึง สามารถดูแลตั้งแต่เริ่มแรก รอบด้าน ครบถ้วน ต่อเนื่อง และประสานเชื่อมโยงกับสถานพยาบาลและเครือข่ายทุกระดับอย่างมีประสิทธิภาพ ก่อให้เกิดผลลัพธ์บริการสุขภาพที่ดีและเกิดความปลอดภัยต่อผู้ป่วย บุคลากร และสังคม ต่อไป

-(016)

สูบบุหรี่ อาจเพิ่มความเสี่ยงโรคซึมเศร้า

สูบบุหรี่ อาจเพิ่มความเสี่ยงโรคซึมเศร้า

สูบบุหรี่ อาจเพิ่มความเสี่ยงโรคซึมเศร้า

วันจันทร์ ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2568, 07.35 น.

หลายคนอาจเข้าใจผิดว่าการสูบบุหรี่ช่วยลดความเครียดและทำให้รู้สึกผ่อนคลาย แต่ในความเป็นจริงแล้ว นิโคตินในบุหรี่กลับส่งผลกระทบต่อสมองและร่างกายในทางลบ นอกจากนี้ ในทางจิตเวช อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคซึมเศร้าได้

นายแพทย์ณชารินทร์ พิภพทรรศนีย์ จิตแพทย์ โรงพยาบาล BMHH – Bangkok Mental Health Hospital กล่าวว่า การสูบบุหรี่เป็นพฤติกรรมที่มีความเสี่ยงสูงต่อสุขภาพกาย ไม่ว่าจะเป็นโรคปอด โรคหัวใจ หรือโรคมะเร็ง นอกจากนี้ยังรวมถึงสุขภาพจิตอีกด้วย ซึ่งงานวิจัยจำนวนมากชี้ให้เห็นว่าการสูบบุหรี่สามารถเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคซึมเศร้าและภาวะทางจิตอื่นๆ ได้เช่นกัน

จากการศึกษาหนึ่งพบว่า คนที่สูบบุหรี่มีโอกาสเกิดภาวะซึมเศร้าสูงขึ้นถึง 2-3 เท่าเมื่อเทียบกับคนที่ไม่สูบและมีอัตราการฆ่าตัวตายสูงกว่าผู้ที่ไม่สูบบุหรี่ 2.5-4.3 เท่า โดยอัตราการฆ่าตัวตายจะสูงขึ้นตามจำนวนมวนบุหรี่ที่สูบต่อวัน ความสัมพันธ์นี้อาจเกิดจากหลายปัจจัย รวมถึงผลกระทบทางเคมีในสมองที่เกิดจากนิโคติน เนื่องจากนิโคตินในบุหรี่จะส่งผลกระทบต่อสมองโดยตรง ทำให้เกิดการกระตุ้นระบบการให้รางวัลสมอง ผู้สูบบุหรี่จึงรู้สึกผ่อนคลายหรือมีความสุขในช่วงสั้นๆ แต่เมื่อระดับนิโคตินลดลง ผู้สูบจะรู้สึกเครียด วิตกกังวล หรือหดหู่ ทำให้ต้องการสูบบุหรี่มากขึ้นเพื่อบรรเทาอาการเหล่านี้ โดยวงจรนี้สามารถนำไปสู่การเกิดโรคซึมเศร้าในระยะยาว

อาการของภาวะซึมเศร้าที่เกิดจากการสูบบุหรี่ รู้สึกเศร้า หมองหม่น เบื่อหน่าย ขาดความสนใจในกิจกรรมที่เคยชอบ นอนไม่หลับ หรือหลับมากเกินไป เบื่ออาหาร หรือทานมากผิดปกติเหนื่อยล้า อ่อนเพลีย รู้สึกผิด หรือไร้ค่ามีความคิดอยากทำร้ายตัวเอง หรือฆ่าตัวตาย

การเลิกสูบบุหรี่เป็นขั้นตอนที่สำคัญในการฟื้นฟูสุขภาพ ไม่เพียงแต่จะลดความเสี่ยงต่อโรคร้ายแรง เช่น มะเร็งและโรคหัวใจ แต่ยังมีผลดีต่อสุขภาพจิตในระยะยาวด้วย อย่างไรก็ตาม หลายคนอาจพบกับความยากลำบากในการพยายามเลิกสูบบุหรี่ และอาจประสบกับความเครียด วิตกกังวลในช่วงที่ไม่ได้สูบ ซึ่งวิธีหนึ่งในการช่วยให้สามารถเลิกสูบบุหรี่ได้ง่ายขึ้น ก็คือใช้ยา ซึ่งสามารถช่วยลดความอยากบุหรี่ รวมถึงลดความเครียด และวิตกกังวล ที่อาจเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่เลิกสูบบุหรี่ได้

นอกเหนือจากการใช้ยา การบำบัดทางจิตวิทยา ก็เป็นอีกส่วนที่สำคัญ ที่จะช่วยให้ผู้ที่ต้องการจะเลิกสูบบุหรี่สามารถจัดการกับอารมณ์ที่เกิดขึ้นระหว่างกระบวนการเลิกได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การเลิกสูบบุหรี่เป็นสิ่งสำคัญที่สามารถช่วยให้สุขภาพกาย สุขภาพจิตดีขึ้น และลดความเสี่ยงต่อโรคซึมเศร้าได้อย่างมีนัยสำคัญ การขอความช่วยเหลือจากจิตแพทย์ นักจิตวิทยา และการสนับสนุนจากคนรอบข้างเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้ผู้สูบบุหรี่สามารถก้าวผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากและกลับมามีสุขภาพที่ดีขึ้น

‘เอนเทอโรไวรัส’ ที่ทำให้เกิดการติดเชื้อ ป้องกันได้ด้วยวัคซีน

‘เอนเทอโรไวรัส’ ที่ทำให้เกิดการติดเชื้อ ป้องกันได้ด้วยวัคซีน

‘เอนเทอโรไวรัส’ ที่ทำให้เกิดการติดเชื้อ ป้องกันได้ด้วยวัคซีน

วันจันทร์ ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2568, 07.25 น.

“เอนเทอโรไวรัส” กลุ่มไวรัสที่ทำให้เกิดการติดเชื้อ และอาจเกิดความรุนแรงหรือเสียชีวิตได้ โดยเอนเทอโรไวรัสชนิด 71 ซึ่งเป็นชนิดที่ก่อโรครุนแรง สามารถป้องกันได้ด้วยการฉีดวัคซีนเอนเทอโรไวรัส 71 (EV71) เพื่อป้องกันการติดเชื้อ ป้องกันการเกิดโรครุนแรงและการเสียชีวิตได้

นายแพทย์สุรวัช หอมวิเศษ กุมารแพทย์โรคภูมิแพ้และภูมิคุ้มกัน โรงพยาบาลเวชธานี อธิบายว่า เชื้อเอนเทอโรไวรัสเป็นเชื้อไวรัสที่มีอยู่ทั่วไปและมีหลากหลายสายพันธุ์ การติดเชื้อเอนเทอโรไวรัส ทำให้เกิดอาการได้ตั้งแต่ อาการเล็กน้อยไปจนถึงอาการที่รุนแรง เช่น โรคมือ เท้า ปาก, โรคสมองอักเสบ และกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ เชื้อเอนเทอโรไวรัสติดต่อกันผ่านการสัมผัสทางสารคัดหลั่ง เช่น น้ำลาย น้ำมูก หรือสิ่งของที่มีเชื้อไวรัสปนเปื้อนอยู่ โดยพบได้บ่อยในกลุ่มเด็กเล็กอายุต่ำกว่า 5 ปี

อาการของโรคจะแตกต่างกันขึ้นอยู่กับชนิดของไวรัส ส่วนใหญ่จะมีอาการเบื้องต้นที่คล้ายกับไข้หวัดทั่วไป ดังนี้

ไข้ อาการเริ่มต้นที่พบบ่อยที่สุด ซึ่งอาจมีไข้สูงได้ ปวดศีรษะ เจ็บคอ อ่อนเพลีย เหนื่อยล้าและไม่มีแรง คลื่นไส้ อาเจียน และอาจมีอาการท้องเสียร่วมด้วย ผื่นแดงหรือแผลในปาก (โดยเฉพาะโรคมือ เท้า ปาก) ซึ่งอาการที่ต้องระวังในกรณีที่มีการติดเชื้อรุนแรงหรือภาวะแทรกซ้อน คือ อาการไข้สูง, ซึม, ดื่มน้ำและนมได้น้อย, หอบเหนื่อยหรือตัวเขียว

ปัจจุบันวัคซีนป้องกันการติดเชื้อเอนเทอโรไวรัส (Enterovirus 71) ผ่านการวิจัย และถูกใช้มาแล้วมากกว่า 48 ล้านโดสทั่วโลก และไม่พบอาการข้างเคียงรุนแรง นับว่ามีความปลอดภัยสูง แนะนำให้ฉีดวัคซีนเอนเทอโรไวรัส 71 (EV71) แก่เด็กอายุ 6 เดือน ถึง 5 ปี โดยฉีดเข้ากล้าม 2 เข็ม ห่างกัน1 เดือน

การป้องกันอื่นๆ นอกจากการฉีดวัคซีน คือหมั่นล้างมือสม่ำเสมอ หลีกเลี่ยงการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ที่มีอาการสงสัยติดเชื้อ ทำความสะอาดของเล่นหรือสิ่งของที่ใช้ร่วมกัน หากมีอาการที่สงสัย หรือมีอาการที่รุนแรง เช่น ไข้สูง ซึม ปวดศีรษะรุนแรง คอแข็ง เดินเซอ่อนแรง กลืนลำบาก หรือหายใจลำบาก ควรรีบพบแพทย์ทันที

มาเริ่มต้นปีใหม่กับ 6 เคล็ดลับโภชนาการเพื่อผลลัพธ์สุขภาพดี

มาเริ่มต้นปีใหม่กับ 6 เคล็ดลับโภชนาการเพื่อผลลัพธ์สุขภาพดี

มาเริ่มต้นปีใหม่กับ 6 เคล็ดลับโภชนาการเพื่อผลลัพธ์สุขภาพดี

วันจันทร์ ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2568, 07.15 น.

เริ่มต้นปี หลายคนคงเตรียมพร้อมตั้งเป้าหมายเพื่อสุขภาพที่ดีขึ้นรับปี 2025 โดยจากผลสำรวจล่าสุดของเฮอร์บาไลฟ์ “New Year, New Me” พบว่าเกือบ 60% ของผู้ตอบแบบสอบถามจาก 11 ประเทศในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกกำลังวางแผนตั้งเป้าหมายสำหรับปีใหม่ โดย 77% ของผู้ตอบแบบสอบถามวางแผนที่จะปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินให้มีสุขภาพโดยรวมที่ดีขึ้น โดยมีเป้าหมายหลักคือการเพิ่มพลังงานให้ร่างกายและนอนหลับได้ดียิ่งขึ้น

หลายคนอาจรู้สึกว่าการรักษาเป้าหมายเหล่านี้เป็นเรื่องยาก หรือการตั้งเป้าหมายใหม่อาจทำให้รู้สึกกดดันและท้อแท้ รวมทั้งผลสำรวจด้านสาธารณสุขในหลายประเทศต่างก็สะท้อนปัญหานี้เช่นกันว่า การโน้มน้าวให้ผู้คนปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินเพื่อสุขภาพนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย

ดร.ภญ.วิภาดา แซ่เล้า หัวหน้าฝ่ายการศึกษาด้านโภชนาการและการฝึกอบรมเอเชียแปซิฟิก เฮอร์บาไลฟ์ เล็งเห็นถึงปัญหาดังกล่าว พร้อมมอบเคล็ดลับดีๆ ที่ช่วยให้ทุกคนไปถึงผลลัพธ์ตามที่ตั้งใจไว้

ตั้งเป้าหมายให้ชัดเจนและทำได้จริง

หลายครั้งเรามักตั้งเป้าหมายแบบสุดโต่งหรือมีความคาดหวังมากเกินไป ซึ่งการบังคับสมองให้ยอมรับอาหารสุขภาพแบบกะทันหัน อาจทำให้ความต่อเนื่องในระยะยาวเป็นเรื่องยาก ลองเปลี่ยนมาเริ่มต้นจากเป้าหมายเล็กๆ ที่ทำได้จริงแทนเช่น ถ้าคุณต้องการลดอาหารขยะ ให้เริ่มจากการเปลี่ยนขนมไม่ดี 1 อย่างในแต่ละวันเป็นตัวเลือกที่มีประโยชน์กว่าแล้วค่อยๆ ลดลงทีละน้อยหรือทีละอย่าง ความสม่ำเสมอสำคัญกว่าความเข้มงวด เมื่อเวลาผ่านไป เป้าหมายเล็กๆ จะรวมกันกลายเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ โดยที่คุณไม่ต้องรู้สึกฝืนใจหรือกดดัน

ความสมดุลคือกุญแจสำคัญ

การกินเพื่อสุขภาพ คือการจัดจานให้สมดุลด้วยผักและผลไม้สีสันหลากหลาย พร้อมด้วยเนื้อสัตว์ไขมันต่ำ ไขมันชนิดที่ดี และธัญพืชเต็มเมล็ด แม้เราทุกคนจะรู้ดีว่าการกินโปรตีนสำคัญ แต่หลายคนยังสับสนเรื่องปริมาณที่เหมาะสม ลองเริ่มต้นวันด้วยอาหารเช้าที่มีโปรตีนสูงประมาณ 25 กรัม และพยายามเพิ่มโปรตีนในทุกมื้ออาหารหรือของว่าง เพราะโปรตีนช่วยให้อิ่มนานและควบคุมความอยากอาหารได้ดีขึ้น ทั้งนี้ ปริมาณโปรตีนที่ต้องการอาจแตกต่างกันไปตามอายุ เพศ องค์ประกอบร่างกาย และกิจกรรมที่ทำในแต่ละวัน

อย่าหลงเชื่ออาหารตามกระแส

อาหารตามกระแสอาจทำให้น้ำหนักลดได้เร็ว แต่การศึกษาเกี่ยวกับข้อเท็จจริงของการลดน้ำหนัก พบว่า การยึดติดกับรูปแบบการกินที่สุดโต่งและจำเจมากเกินไป ในระยะยาวอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพ ให้ลองฟังเสียงความต้องการของร่างกายควบคู่ไปด้วย เช่น ท้องร้อง พลังงานลดลง หรืออารมณ์แปรปรวน ซึ่งเป็นสัญญาณบอกว่าร่างกายต้องการพลังงาน และควรหยุดกินเมื่อรู้สึกอิ่มประมาณ 80% เพราะการกินอย่างมีสติจะช่วยให้เรารู้ว่าร่างกายได้รับอาหารเพียงพอแล้วหรือไม่

หมั่นติดตามความก้าวหน้า

หากรู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงในร่างกาย แต่ยังไม่แน่ใจให้ลองใช้แอปพลิเคชั่นเพื่อช่วยติดตามความก้าวหน้าด้านสุขภาพ รวมทั้งรู้จักแบ่งปันเป้าหมายด้านสุขภาพกับเพื่อนและครอบครัว เพราะการได้รับแรงสนับสนุนจากคนรอบข้างจะช่วยให้เรามีกำลังใจ มองเห็นจุดแข็ง จุดอ่อนของตัวเอง และรักษาเป้าหมายด้านสุขภาพได้ง่ายขึ้น

เน้นความมุ่งมั่นระยะยาว ไม่ใช่ผลลัพธ์ระยะสั้น

ไม่จำเป็นต้องเลิกกินอาหารที่ชอบทั้งหมด แต่ให้ลองปรับเปลี่ยนการกินให้ดีต่อสุขภาพมากขึ้น เช่น กินขนมปังโฮลเกรนแทนขนมปังขาว เลือกอบหรือย่างแทนอาหารทอด เปลี่ยนมาใช้อะโวคาโดหรือกรีกโยเกิร์ตแทนมายองเนส ช่วยลดแคลอรีและเพิ่มคุณค่าทางโภชนาการของในมื้ออาหาร

มองโลกในแง่บวก

ถ้าวันนี้เผลอไปกินไอศกรีมหรือช็อกโกแลตก็ไม่เป็นไร! แต่ให้ลุกขึ้นมาเริ่มต้นออกกำลังกายใหม่พรุ่งนี้ โดยผลสำรวจ “New Year, New Me” จากเฮอร์บาไลฟ์ ยังเผยให้เห็นว่า ผู้ตอบแบบสอบถามจำนวนไม่น้อยยอมรับว่า บางครั้งพวกเขาก็มีการ “หลุด” จากแผนการกินที่ตั้งใจไว้ในช่วงเทศกาล แต่ก็ยังมีความมุ่งมั่นที่จะกลับมาดูแลสุขภาพให้ดีขึ้นและเริ่มต้นปี 2025 อย่างตั้งใจ

อีกวิธีหนึ่งที่ช่วยให้คุณรักษาเป้าหมายได้ในระยะยาว คือการให้กำลังใจตัวเองเมื่อไปถึงเป้าหมายเล็กๆ ในแต่ละช่วง เช่น หากคุณสามารถงดอาหารขยะหรืออาหารแปรรูปได้ติดต่อกัน 3 เดือน ลองให้รางวัลตัวเองด้วยการนวดผ่อนคลาย หรือไปเที่ยวพักผ่อนสุดสัปดาห์

อย่างไรก็ตาม การกินอย่างมีสุขภาพดีตลอดทั้งปีคือ การเลือกอย่างมีสติ และต้องไม่ลืมว่าหัวใจสำคัญคือ การทำอย่างสม่ำเสมอให้กลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวัน มาเริ่มต้นความสำเร็จครั้งใหม่ต้อนรับปี 2025 กับ 6 เคล็ดลับง่ายๆ เพื่อสุขภาพดีทั้งในวันนี้และอนาคตไปด้วยกัน

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย x คาร์เทียร์ ประเทศไทย เปิดอบรมผู้ประกอบการเพื่อสังคมทุกเพศทุกวัย ไม่มีค่าใช้จ่าย

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย x คาร์เทียร์ ประเทศไทย  เปิดอบรมผู้ประกอบการเพื่อสังคมทุกเพศทุกวัย ไม่มีค่าใช้จ่าย

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย x คาร์เทียร์ ประเทศไทย เปิดอบรมผู้ประกอบการเพื่อสังคมทุกเพศทุกวัย ไม่มีค่าใช้จ่าย

วันจันทร์ ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ครั้งแรกของความร่วมมือระหว่าง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ คาร์เทียร์ ประเทศไทย ภายใต้โครงการ Cartier Women’s Initiative (CWI) ออกแบบหลักสูตรอบรมผู้ประกอบการเพื่อสังคม Cartier Women’s InitiativeEntrepreneurial Program จัดอบรมให้แก่ผู้ประกอบการเพื่อสังคม ที่ดำเนินธุรกิจในระยะเริ่มต้น (ไม่เกิน 6 ปี) เพื่อเสริมความรู้และพัฒนาทักษะที่จำเป็นให้แก่ผู้ประกอบการเพื่อสังคมโดยเฉพาะ ให้สามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างยั่งยืน ต่อยอดสร้างการเติบโตสู่ระดับนานาชาติ และสามารถเข้าร่วมแข่งขันโครงการ Cartier Women’s Initiative ระดับโลกได้ในอนาคต เปิดกว้างสำหรับผู้ประกอบการเพื่อสังคม ทุกเพศทุกวัย ไม่มีค่าใช้จ่าย

การอบรมหลักสูตร CWI Entrepreneurial Program เปิดรับสมัครตั้งแต่วันที่ 15 มกราคม-10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568 ทางออนไลน์ โดยกรอกใบสมัคร พร้อมอัปโหลดคลิปวีดีโอขนาดสั้น ความยาวไม่เกิน 3 นาที แนะนำตนเองและธุรกิจเพื่อสังคมที่ลิงก์นี้ : https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSe8spOO0-oJEPB-cljAqdO6Uq4Pmbl7IPl152m5IUhBn18jw/viewform ประกาศผลผู้มีสิทธิ์เข้าร่วมอบรมในวันเสาร์ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568 ผ่านทางเว็บไซต์และเฟซบุ๊กเพจของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (www.chula.ac.th และ www.facebook.com/ChulalongkornUniversity) อบรมระยะสั้น 6 ครั้ง ทุกวันเสาร์ เวลา 13.00-17.00 น. ระหว่างวันที่ 22 กุมภาพันธ์-29 มีนาคม พ.ศ. 2568 ณ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

คาร์เทียร์ ประเทศไทย สานต่อโครงการ Cartier Women’s Initiative (CWI) ในประเทศไทย สนับสนุนผู้ประกอบการเพื่อสังคม ด้วยการส่งเสริมองค์ความรู้ เพิ่มศักยภาพและเตรียมความพร้อมให้ผู้ประกอบการสามารถดำเนินธุรกิจเพื่อสังคมได้อย่างยั่งยืน ต่อยอดสู่ระดับนานาชาติ และสามารถเป็นตัวแทนประเทศไทย เข้าร่วมแข่งขันโครงการ CWI ระดับโลกได้ คาร์เทียร์ ประเทศไทย จึงได้ร่วมมือกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในการพัฒนาหลักสูตร CWI Entrepreneurship Program เพื่อจัดอบรมแก่ผู้ประกอบการเพื่อสังคมโดยเฉพาะ โดยจะรับสมัครและคัดเลือกผู้สมัครเข้าอบรมจำนวน 40 คน

หลักสูตร CWI Entrepreneurship Program จัดอบรมโดยคณาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และวิทยากรชื่อดังจากภาคธุรกิจ มีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความรู้ พร้อมพัฒนาทักษะที่จำเป็น ให้สามารถบริหารงานและดำเนินธุรกิจเพื่อสังคมได้อย่างมีผลกำไร เพิ่มพูนความสามารถในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนและการสนับสนุนได้อย่างต่อเนื่องด้วยทักษะการสร้างแบรนด์ การทำการตลาด และการนำเสนองานอย่างมีประสิทธิภาพ โดยมุ่งหวังให้ผู้ประกอบการเพื่อสังคมในประเทศไทย มีความสามารถทัดเทียมกับผู้ประกอบการเพื่อสังคม
ในระดับนานาชาติ สามารถเข้าร่วมแข่งขันในโครงการระดับโลกอย่าง CWI เพื่อโอกาสทางการเติบโตที่ก้าวไกล

หลักสูตร CWI Entrepreneurial Program มี 6 บทเรียน กำหนดการอบรมเชิงปฏิบัติการเป็นภาษาไทย ทุกวันเสาร์ระหว่างวันที่ 22 กุมภาพันธ์-วันที่ 29 มีนาคม 2568 เวลา 13.00-17.00 น. ณ โถงชั้น 7 อาคารมหาธีรราชานุสรณ์ สำนักงานวิทยทรัพยากร จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยหัวข้อการอบรมมีดังนี้ การเป็นผู้ประกอบการ นวัตกรรมผู้ประกอบการและการสร้างแบรนด์พื้นฐานการดำเนินธุรกิจ การวางกลยุทธ์ แผนการดำเนินงาน และการบริหารจัดการ การบริหารจัดการองค์กร การจัดการด้านการเงิน การทำการตลาดและการสื่อสาร การนำเสนอและการขายงาน

ผู้มีสิทธิ์เข้าอบรม 1.เป็นผู้ประกอบการธุรกิจเพื่อสังคม (เจ้าของกิจการ หรือ หุ้นส่วนใหญ่ของธุรกิจเพื่อสังคม) ในประเทศไทย ที่ดำเนินธุรกิจที่ตอบโจทย์เป้าหมายด้านความยั่งยืนของสหประชาชาติ อย่างน้อย 1 ข้อ จาก 17 ข้อ 2.ไม่จำกัดเพศและอายุ 3.ผู้ประกอบการที่เป็นเจ้าของธุรกิจเพื่อสังคมที่มีอายุระหว่าง 1-6 ปี จะได้รับการพิจารณาเป็นพิเศษ 4.ผู้สนใจสมัคร เมื่อได้รับการคัดเลือก จะต้องสามารถเข้าร่วมอบรม ณ สถานที่จัดอบรม (จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย)ได้ตามวันที่และเวลาที่ระบุไว้ด้านบน

Cartier Women’s Initiative หรือ “CWI” เป็นโครงการเพื่อสังคมระดับนานาชาติของคาร์เทียร์ ที่ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 2006 ด้วยความมุ่งมั่นที่ส่งเสริมความเท่าเทียม มอบโอกาสให้แก่ผู้ประกอบการสตรี ที่ดำเนินธุรกิจเพื่อสังคม เพื่อให้เข้าถึงโอกาสและพัฒนาขีดความสามารถได้อย่างเต็มที่ พร้อมส่งต่อผลกระทบเชิงบวกเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อม โดยดำเนินการอย่างต่อเนื่องมาเป็นเวลา 18 ปีครอบคลุมกว่า 66 ประเทศทั่วโลก มอบเงินทุนสนับสนุนให้แก่ผู้ประกอบการเพื่อสังคมไปแล้วกว่า 330 ราย และสร้างเครือข่ายที่แข็งแกร่งประกอบด้วยผู้ประกอบการ ผู้สนับสนุน กลุ่มผู้เชี่ยวชาญนักวิชาการ และผู้ทรงคุณวุฒิจากหลากหลายสาขากว่า 700 คน เพื่อให้คำปรึกษา ส่งเสริมทักษะ และช่วยผลักดันให้ผู้ประกอบการสตรีสามารถดำเนินธุรกิจเพื่อสังคมได้อย่างยั่งยืน

ในปี ค.ศ. 2023 โครงการ CWI ได้เพิ่มประเภทรางวัลเฉพาะทาง สาขา Diversity, Equity & Inclusion ที่มุ่งส่งเสริมความเท่าเทียมให้แก่กลุ่มเปราะบางในสังคม ให้สามารถเข้าถึงทรัพยากร โอกาสและมีรายได้ที่เท่าเทียม ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการทุกเพศ ไม่เพียงแต่เฉพาะเพศหญิงสามารถสมัครเข้าแข่งขันได้

ทั้งนี้ ประเทศไทย มีผู้ประกอบการเพื่อสังคม 1 ราย สาลินี ถาวรนันท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ซันสว่าง ผู้ให้บริการติดตั้งโซลาร์เซลล์ โมเดลธุรกิจยั่งยืน ได้รับรางวัลในระดับภูมิภาคในปีค.ศ. 2014 และล่าสุดในปี ค.ศ. 2024 ที่ผ่านมา กรองกมล เดเลออน Vice President จาก Beacon Venture Capital ได้เป็นตัวแทนผู้ทรงคุณวุฒิทางด้านการเงินและการลงทุน คนแรกของประเทศไทยที่ได้เข้าร่วมเป็นคณะกรรมการพิจารณาตัดสินรางวัล Cartier Women’s Initiative 2024

สอบถามรายละเอียดและข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับผู้สนใจเข้าร่วมอบรม Cartier Women’s Initiative EntrepreneurialProgram ได้ที่ : chula.cwi.entrepreneurial@gmail.com

สุดอลัง ต่างชาติชื่นชอบ คนไทยชื่นชม โขนใหญ่ใจกลางเมืองที่เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์

สุดอลัง ต่างชาติชื่นชอบ คนไทยชื่นชม โขนใหญ่ใจกลางเมืองที่เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์

สุดอลัง ต่างชาติชื่นชอบ คนไทยชื่นชม โขนใหญ่ใจกลางเมืองที่เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์

วันจันทร์ ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ครั้งแรกกับโขนใหญ่ใจกลางเมือง MBK Center KHON The Theater การแสดง “โขน” นาฏยศาสตร์แห่งแผ่นดินสุดยิ่งใหญ่ ซึ่ง ศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ เนรมิตเวทีสุดยิ่งใหญ่เต็มพื้นที่ลานกิจกรรมเอ็ม บี เค อเวนิวสวยสง่างาม อลังการ อ่อนช้อย เล่าเรื่องราวจากวรรณกรรมชั้นครูเรื่อง “รามเกียรติ์” ชุด รามาวตาร ตอนนารายณ์ปราบนนทก และ ยกรบ บรรเลงดนตรีไทยสด โดยวงปี่พาทย์ โดยการแสดงแบ่งเป็น 2 รอบ ในเวลา 14.00-15.00 น. และ 18.00-19.00 น.ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้ชมทั้งคนไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติ

ศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ให้ความสำคัญกับการสร้างสรรค์กิจกรรมทางการตลาดที่ส่งเสริมซอฟต์พาวเวอร์ศิลปวัฒนธรรมไทยที่ภาคภูมิใจสู่สายตานักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและกระตุ้นเศรษฐกิจไทย รวมถึงอนุรักษ์วัฒนธรรมปลูกฝังให้เยาวชนคนรุ่นใหม่ภูมิใจกับวัฒนธรรมไทย โดยส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมการแสดงชั้นสูงของไทย จัดกิจกรรมการแสดง “โขน” นาฏยศาสตร์แห่งแผ่นดิน และครั้งที่ผ่านมาได้รับความสนใจจากทั้งคนไทยและนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเป็นอย่างมาก ศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ จึงเดินหน้าสร้างความประทับใจอย่างต่อเนื่อง จัดการแสดงโขนอันอ่อนช้อย สง่างาม อลังการ เผยแพร่วัฒนธรรมไทยออกสู่สายตานักท่องเที่ยวจากทั่วโลก

ห้ามพลาด!! ชมการแสดงโขนทุกวันพฤหัสบดีสุดท้ายของเดือน ชมฟรี!!สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ เอ็ม บี เคคอนแทคท์เซ็นเตอร์ 1285 พร้อมติดตามกิจกรรมและโปรโมชั่นดีๆ ของศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ ได้ที่ https://mbk-center.co.th/ หรือเฟซบุ๊กเพจ mbkcenterth อินสตาแกรม mbkcenter

ศูนย์การค้าในเครืออัลไลจัดใหญ่ ฉลองตรุษจีนต้อนรับความเฮง

ศูนย์การค้าในเครืออัลไลจัดใหญ่ ฉลองตรุษจีนต้อนรับความเฮง

ศูนย์การค้าในเครืออัลไลจัดใหญ่ ฉลองตรุษจีนต้อนรับความเฮง

วันจันทร์ ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

กวินทร์ เอี่ยมสกุลรัตน์

ศูนย์การค้าในเครืออัลไล (ALLY) จัดใหญ่ฉลองเทศกาลตรุษจีนต้อนรับปีมะเส็ง ในงาน “ALLY HAPPY CHINESE NEW YEAR 2025 ฉลองปีมหามงคล ต้อนรับความเฮง ความสุข ความยิ่งใหญ่ตลอดปี” พบความตื่นตาตื่นใจโชว์เชิดมังกรพ่นไฟและสิงโตสุดยิ่งใหญ่จากคณะสิงโตมังกรทอง ลูกชัยมงคล หนึ่งในคณะที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศไทย พร้อมสัมผัสความงดงามของดอกโบตั๋นเรืองแสงสไตล์ illumination ที่รังสรรค์ขึ้นเพื่อสื่อถึงความมั่งคั่ง ร่ำรวย และโชคลาภ เพื่อสร้างความประทับใจและเสริมสิริมงคล

นายกวินทร์ เอี่ยมสกุลรัตน์ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อัลไล รีท แมเนจเม้นท์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า เทศกาลตรุษจีน ถือเป็นหนึ่งในช่วงเวลาสำคัญของปี ที่ผู้คนจะได้ร่วมเฉลิมฉลองและเสริมสิริมงคลให้กับชีวิต ดังนั้น ALLY จึงมุ่งมั่นที่จะสร้างประสบการณ์ที่เปี่ยมไปด้วยความสุข และความประทับใจให้กับลูกค้าทุกท่าน โดยเฉพาะในปีมหามงคลนี้ เราได้ยกระดับบรรยากาศการเฉลิมฉลอง ด้วยโชว์มังกรและสิงโตสุดยิ่งใหญ่ พร้อมตกแต่งดอกโบตั๋นเรืองแสงอันเป็นสัญลักษณ์แห่งโชคลาภและความรุ่งเรือง เพื่อให้ลูกค้าได้สัมผัสกับความยิ่งใหญ่และความเฮงตลอดทั้งปี

ดื่มด่ำกับบรรยากาศการตกแต่งสุดอลังการ ด้วยจุดถ่ายภาพสุดพิเศษที่ประดับด้วยดอกโบตั๋นเรืองแสง (Peony Illumination) ซึ่งถือเป็นราชาแห่งดอกไม้ และเป็นสัญลักษณ์ของความมั่งคั่ง โชคลาภ และความเมตตา ตั้งแต่วันที่ 23-31 มกราคม 2568 ณ ศูนย์การค้าเดอะคริสตัล (เอกมัย-รามอินทรา, ราชพฤกษ์, ชัยพฤกษ์) และเพลินนารี่มอลล์ ด้วยกิจกรรมไฮไลท์มากมาย อาทิ 29 มกราคม 2568 : DRAGON & LION LIGHT SHOW ชมการแสดงเชิดสิงโตและมังกรไฟสุดอลังการจากคณะสิงโตมังกรทอง ลูกชัยมงคลที่มีชื่อเสียงและประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 40 ปีพร้อมเทคนิคพิเศษ เช่น มังกรติดไฟ LED และมังกรทองคำตัวยาวที่สุดในเมืองไทย โดยจะจัดแสดงที่ศูนย์การค้าต่างๆ ดังนี้ เดอะคริสตัล เอกมัย-รามอินทรา เวลา 18.00 น. ณ ลานน้ำพุนางฟ้า เดอะคริสตัล เอสบี ราชพฤกษ์ เวลา 17.00 น. ณ ลานน้ำพุนางฟ้า เดอะคริสตัล ชัยพฤกษ์ เวลา 17.00 น. ณ ลานน้ำพุฝั่ง TOPS SUPERMARKET เพลินนารี่มอลล์ เวลา 17.00 น. ณ ลานกิจกรรมชั้น 1 วิลเลจ ฮับ ประชาอุทิศ เวลา 17.00 น. ณ บริเวณ Market Zone

ช้อปสนุกกับ CHINESE NEW YEAR MARKET เลือกซื้อสินค้าต้อนรับเทศกาลตรุษจีนในตลาดสไตล์ตรุษจีน ตั้งแต่วันที่ 20 มกราคม-2 กุมภาพันธ์ 2568 ณ ลานหมากรุก ชั้น 1 เดอะคริสตัล เอกมัย-รามอินทรา และ 25 มกราคม-3 กุมภาพันธ์ 2568 ณ ลานกิจกรรมชั้น 1เดอะคริสตัล เอสบี ราชพฤกษ์ Workshop ประดิษฐ์โมบายจีน กิจกรรมสร้างสรรค์สำหรับเด็กๆ ในวันที่ 25-26 มกราคม 2568 ณเพลินนารี่มอลล์, แอมพาร์ค, และสัมมากรเพลส(รามคำแหง และ ราชพฤกษ์)

25-29 มกราคม 2568 : เซียมซีมอบโชค ลูกค้าสมาชิก ALLY SKYREWARDS ร่วมสนุกกับเซียมซีมอบโชคเพื่อลุ้นรับส่วนลดจากร้านค้าภายในศูนย์การค้า รวมกว่า 2,000 สิทธิ์โดยสามารถรับสิทธิ์ได้เพียง 1 สิทธิ์ต่อสมาชิกต่อวัน

ร่วมเฉลิมฉลองและเสริมสิริมงคลให้ชีวิตกับประสบการณ์สุดพิเศษที่ศูนย์การค้าในเครืออัลไล (ALLY) ได้ตั้งแต่วันที่ 20 มกราคม- 2 กุมภาพันธ์ 2568

นิทรรศการ 90 ปี ชาตกาล ประเทือง เอมเจริญ เชิดชูเกียรติศิลปินผู้มีคุณูปการต่อวงการศิลปะร่วมสมัยไทย

นิทรรศการ 90 ปี ชาตกาล ประเทือง เอมเจริญ เชิดชูเกียรติศิลปินผู้มีคุณูปการต่อวงการศิลปะร่วมสมัยไทย

นิทรรศการ 90 ปี ชาตกาล ประเทือง เอมเจริญ เชิดชูเกียรติศิลปินผู้มีคุณูปการต่อวงการศิลปะร่วมสมัยไทย

วันจันทร์ ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

พลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานในพิธีเปิดนิทรรศการ “90 ปี ชาตกาลประเทือง เอมเจริญ” โดยมี คุณหญิงชดช้อย โสภณพนิช กรรมการมูลนิธิหอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าฯ และกรรมการมูลนิธิบัวหลวง, พจณี คงคาลัย ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ บริษัท ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน), อ.ช่วง มูลพินิจ ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (จิตรกรรม) ประจำปี 2556, เกษร กำเหนิดเพ็ชร รองผู้อำนวยการสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย, อ.ชัยวัฒน์ วรรณานนท์, ศิริวัฒน์ แสนเสริม กรรมการบริหารกองทุนส่งเสริมศิลปะร่วมสมัย, ธีรนุช หอมทอง (ศิลปินและผู้ดำเนินจัดนิทรรศการ) รวมทั้งศิลปินแขกผู้มีเกียรติและสื่อมวลชนเข้าร่วมงาน ณ หอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถกรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 13 มกราคม 2568

ประธานในพิธีเผยว่า การจัดนิทรรศการ “90 ปี ชาตกาลประเทือง เอมเจริญ” นับเป็นโอกาสสำคัญในการรำลึกและเชิดชูเกียรติศิลปินผู้มีคุณูปการต่อวงการศิลปะร่วมสมัยไทย อีกทั้งยังเป็นการรำลึกและเทิดทูนเกียรติคุณของอาจารย์ประเทือง เอมเจริญ ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (จิตรกรรม) ประจำปี 2548 ผู้เป็นปูชนียบุคคลในวงการศิลปะร่วมสมัยของไทย  แม้อาจารย์ประเทืองจะล่วงลับไปแล้ว แต่ผลงานอันทรงคุณค่าที่รังสรรค์ขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตลอดเวลากว่า 40 ปี ยังคงได้รับการเก็บรักษาไว้อย่างสมบูรณ์โดยทายาทเพื่อเป็นมรดกทางศิลปะแก่ชนรุ่นหลัง

ประเทือง เอมเจริญ ศิลปินแห่งชาติผู้ล่วงลับ เป็นศิลปินที่ศึกษาศิลปะด้วยตนเองอย่างมุ่งมั่นและอดทน มีชื่อเสียงในการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะทั้งในแบบนามธรรมและสัจนิยม อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตน ที่มีอิสระทางความคิด พร้อมกับสะท้อนถึงสัจธรรมของชีวิต ซึ่งเป็นการผสมผสานระหว่างสิ่งที่ได้รับรู้จากธรรมชาติกับสิ่งที่มีอยู่ในตัวเอง ทำให้สามารถถ่ายทอดความงามที่มีอยู่ในธรรมชาติออกมาอย่างมีพลัง นิทรรศการนี้จัดขึ้นโดยความร่วมแรงร่วมใจของลูกๆ ทุกคน ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากทั้งหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และนักสะสมงานศิลปะจากผลงานที่นำมาจัดแสดงรวมกว่า 200 ชิ้น มีหลายชิ้นที่ไม่เคยนำออกมาแสดง ดังนั้น จึงนับเป็นการรวบรวมเรื่องราวและปรากฏการณ์ต่างๆ ที่เกี่ยวกับอาจารย์ประเทืองครั้งสำคัญมาให้ชมอย่างครบครัน นอกจากนี้ ยังจัดแสดงผลงานของศิลปินรับเชิญ ซึ่งล้วนเป็นศิลปินแห่งชาติอีก 5 ท่าน คือ ถวัลย์ ดัชนี,ประหยัด พงษ์ดำ, กมล ทัศนาญชลี, ช่วง มูลพินิจ และ เดชา วราชุน

ผู้สนใจสามารถเข้าชมนิทรรศการ 90 ปี ชาตกาล ประเทือง เอมเจริญ ได้ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 29 มีนาคม 2568 เวลา 10.00-19.00 น. ณ หอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ถนนราชดำเนินกลาง (ปิดวันพุธ)

พลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ ผช.รมต.ประจำกระทรวงวัฒนธรรม ประธานในพิธีเปิดนิทรรศการ “90 ปี ชาตกาล ประเทือง
เอมเจริญ” โดยมี คุณหญิงชดช้อย โสภณพนิช, เกษร กำเนิดเพ็ชร, อ.ช่วง มูลพินิจ, ธีรนุช หอมทอง, พจณี คงคาลัย และ ศิริวัฒน์ แสนเสริม ร่วมในพิธี

พลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ ผช.รมต.ประจำกระทรวงวัฒนธรรม ประธานในพิธีเปิดนิทรรศการ “90 ปี ชาตกาล ประเทือง เอมเจริญ” โดยมี คุณหญิงชดช้อย โสภณพนิช, เกษร กำเนิดเพ็ชร, อ.ช่วง มูลพินิจ, ธีรนุช หอมทอง, พจณี คงคาลัย และ ศิริวัฒน์ แสนเสริม ร่วมในพิธี

ประธานจัดงาน‘ตรุษจีนเยาวราช’เข้าพบนายกรัฐมนตรีเชิญชวนเที่ยวงานปีนี้

ประธานจัดงาน‘ตรุษจีนเยาวราช’เข้าพบนายกรัฐมนตรีเชิญชวนเที่ยวงานปีนี้

ประธานจัดงาน‘ตรุษจีนเยาวราช’เข้าพบนายกรัฐมนตรีเชิญชวนเที่ยวงานปีนี้

วันจันทร์ ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

เตรียมจัดใหญ่ “ตรุษจีนเยาวราช” ประธานจัดงาน นายปณต สิริวัฒนภักดี นำคณะเข้ามอบเสื้อตรุษจีน “สัญลักษณ์ปีมะเส็ง” ให้กับ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี นางสาว แพทองธาร ชินวัตร พร้อมเชิญคณะรัฐมนตรี ร่วมเฝ้าฯรับเสด็จ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในโอกาสเสด็จพระราชดำเนินเป็นการส่วนพระองค์ทรงเปิดงานเทศกาลตรุษจีนเยาวราช ในวันพุธที่ 29 มกราคม 2568 ณ ซุ้มประตูเฉลิมพระเกียรติ 6 รอบ พระชนมพรรษาถนนเยาวราช

เทศกาล “ตรุษจีนเยาวราช” ปี 2568 เตรียมจัดเต็มความยิ่งใหญ่ กับกิจกรรม สีสัน ความสนุก ให้ทุกคนได้มาชิม ช้อป เช็คอินบรรยากาศไชน่าทาวน์เมืองไทย แลนด์มาร์คการท่องเที่ยวระดับโลกกันได้ตั้งแต่เที่ยงวันจนถึงเที่ยงคืน ที่จะมีขึ้นในวันที่ 29-30 มกราคม 2568 นี้ โดย ปณต สิริวัฒนภักดี ประธานคณะกรรมการ จัดงานตรุษจีนเยาวราช พร้อมด้วยภริยา หม่อมหลวง ตรีนุช สิริวัฒนภักดี นายวิศิษฎ์ ลิ้มประนะ ประธานฝ่ายรับเสด็จฯนางฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ร่วมด้วย นายสมศักดิ์ ศรีสุภรวาณิชย์ นายณัฐ ครุฑสูตร ดร.ภัครภัสสร์ ลิ้มประนะ และคณะจัดงาน เข้าพบ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี นางสาวแพทองธาร ชินวัตร เพื่อมอบเสื้อตรุษจีน ซึ่งมีสัญลักษณ์ “ปีมะเส็ง” จากภาพวาดฝีพระหัตถ์ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เพื่อประชาสัมพันธ์การจัดงานเทศกาลตรุษจีน ประจำปี 2568

ในโอกาสเดียวกันนี้ คณะจัดงานได้เรียนเชิญนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยคณะรัฐมนตรี ร่วมเฝ้าฯรับเสด็จ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ซึ่งจะเสด็จพระราชดำเนินเป็นการส่วนพระองค์ มาทรงเปิดงานเทศกาลตรุษจีนเยาวราช ในวันพุธที่ 29 มกราคม 2568 นี้ เวลา 17.00 น. ณ ซุ้มประตูเฉลิมพระเกียรติ 6 รอบ พระชนมพรรษา ถนนเยาวราช พร้อมขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนมาร่วมเฝ้าฯรับเสด็จในช่วงเวลาดังกล่าว

วาโก้ คอลแลปส์ ยูน-ปัณพัท ออกคอลเลคชั่นต้อนรับตรุษจีน 2025

วาโก้ คอลแลปส์ ยูน-ปัณพัท ออกคอลเลคชั่นต้อนรับตรุษจีน 2025

วาโก้ คอลแลปส์ ยูน-ปัณพัท ออกคอลเลคชั่นต้อนรับตรุษจีน 2025

วันจันทร์ ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

วาโก้ แบรนด์ชุดชั้นในยอดนิยมของไทย คอลแลปส์ศิลปินชื่อดัง ยูน-ปัณพัท เตชเมธากุล กับคอลเลคชั่นใหม่ต้อนรับตรุษจีน “Wacoal x Phannapast Chinese New Year 2025” ร่วมเฉลิมฉลองปีงูเล็กหรือมะเส็ง กับชุดนอนและเลานจ์เเวร์อันหรูหราและดูดีมีเอกลักษณ์ ด้วยสีสันของลายพิมพ์จากฝีมือการออกแบบของยูน-ปัณพัท ที่มีเฉพาะคอลเลคชั่นนี้เท่านั้น ถือเป็นการคอลแลปส์กันต่อเนื่องหลังจากประสบความสำเร็จกับหลายคอลเลคชั่นที่ผ่านมา อาทิ “Candy Wrapper Collection” และ Chinese New Year 2024 “Step in to My Dreams”

ยูน-ปัณพัท เตชเมธากุล ศิลปินและอิลลัสเตรเตอร์ กล่าวว่า “การสวมใส่เสื้อผ้าสดใสในช่วงตรุษจีนเป็นการเฉลิมฉลองเทศกาลที่มีความหมายดีและเต็มไปด้วยความสุข โดยเฉพาะการเลือกเสื้อผ้าที่มีสีสันสดใสที่เชื่อว่าจะนำโชคลาภและความสุขมาสู่ผู้สวมใส่ จึงเป็นที่มาของคอลเลคชั่นใหม่ล่าสุด Wacoal x Phannapast Chinese New Year 2025 โดยลวดลายที่ออกแบบในคอลเลคชั่นนี้ชื่อว่า “Luminous Realms” จุดประกายสดใสด้วยการสร้างสมดุล โดยได้แรงบันดาลใจจากคติธรรมเรื่อง “ธาตุทั้ง 5” ตามความเชื่อของชาวจีนคือแนวคิดที่เกี่ยวข้องกับการจัดการพลังงานธรรมชาติ ซึ่งประกอบด้วยธาตุทั้ง 5 ได้แก่ ไม้, ไฟ, ดิน, โลหะ และน้ำ โดยแต่ละธาตุจะมีคุณสมบัติและความสัมพันธ์ที่มีอิทธิพลต่อกันและกัน ซึ่งส่งผลต่อสุขภาพ จิตใจ และความเป็นอยู่ของมนุษย์

ทั้งหมดนี้ คือลวดลายในผืนผ้าที่ประกอบด้วยสีมงคลอย่างสีแดง ชมพู เขียวและส้ม ที่ผสมลงตัวตามสไตล์ของยูนเอง โดยออกแบบและตัดเย็บด้วยความประณีตอันเป็นเอกลักษณ์ของวาโก้ ออกมาเป็นชุดนอนและเลานจ์เเวร์หลากหลายรูปแบบ ทั้งรูปแบบชุดเสื้อและกางเกงขาสั้น กางเกงขายาว กระโปรงและเสื้อคลุม เนื้อผ้าพลิ้วไหวสวมใส่สบายมีความเป็นยูนิเซกส์ สามารถมิกซ์แอนด์แมทช์ตามสไตล์แฟชั่นนิสต้า ถือเป็นคอลเลคชั่นที่จะช่วยเสริมพลังนำโชคลาภและความสำเร็จมาสู่ผู้ที่สวมใส่ในช่วงเทศกาลตรุษจีน 2025 นี้”

เพิ่มสีสัน เสริมความโชคดี และความสุขในปีใหม่จีน เพียงช้อป Wacoal x Phannapast Chinese New Year 2025 ได้แล้วที่วาโก้ช็อปและเคาน์เตอร์วาโก้ที่ร่วมรายการ สอบถามเพิ่มเติมโทร. 02-2969979