3 ตัวประกันกลับถึงอิสราเอลแล้ว ได้พบครอบครัวครั้งแรกในรอบ 15 เดือน

3 ตัวประกันกลับถึงอิสราเอลแล้ว ได้พบครอบครัวครั้งแรกในรอบ 15 เดือน

20 ม.ค. 2568 03:24 น.

3 ตัวประกันกลับถึงอิสราเอลแล้ว ได้พบครอบครัวครั้งแรกในรอบ 15 เดือน

ตัวประกัน 3 คนแรกที่กลุ่มฮามาสปล่อยตัว เดินทางกลับถึงอิสราเอลแล้ว โดยเข้าโรงพยาบาลตรวจร่างกาย และพบกับครอบครัวที่ไม่ได้เจอมานาน 15 เดือน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันอาทิตย์ที่ 19 ม.ค. 2568 กลุ่มฮามาสปล่อยตัวประกัน 3 คนแรกตามสัญญาแล้ว หลังข้อตกลงหยุดยิงในฉนวนกาซาที่พวกเขาทำไว้กับอิสราเอล เริ่มมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการเป็นวันแรก

ตัวประกันหญิงชาวอิสราเอลทั้ง 3 คน ถูกส่งตัวให้กับเจ้าหน้าที่สภากาชาด ที่จัตุรัส อัล-ซารายา ในย่าน อัล-รีมาล ในเมืองกาซา ซิตี้ ก่อนจะถูกส่งตัวต่อให้แก่เจ้าหน้าที่ของกองกำลังป้องกันอิสราเอล (IDF) กับสำนักงานความมั่นคงอิสราเอล (ISA) หรือหน่วยชินเบต (Shin Bet)

เอมิลี ดามารี ได้พบกับมารดา และกำลังวิดีโอคอลล์คุยกับสมาชิกครอบครัวคนอื่นๆ

รัฐบาลอิสราเอลเปิดเผยอย่างเป็นทางการด้วยว่า ตัวประกันที่ได้รับการปล่อยตัวทั้ง 3 คนคือ น.ส.โดรอน ชไตน์เบรเชอร์ อายุ 31 ปี, น.ส.เอมิลี ดามารี ผู้ถือสัญชาติอิสราเอลกับสหราชอาณาจักร วัย 28 ปี และ น.ส. โรมี โกเนน อายุ 24 ปี

พวกเธอได้รับการตรวจร่างกายเบื้องต้น ณ สถานที่ที่ไม่มีการเปิดเผย ซึ่งที่นั่นมารดาของทั้ง 3 คนมารออยู่ก่อนแล้ว และในที่สุดแม่ลูกก็ได้พบหน้ากันและสวมกอดกันเป็นครั้งแรก นับตั้งแต่พวกเธอถูกลักพาตัวไปเมื่อ 7 ต.ค. 2566 หรือ 471 วันก่อน

โรมี โกเนน ได้พบหน้าแม่อีกครั้งหลังถูกจับไป 15 เดือน

จากนั้น ตัวประกันที่ได้รับการปล่อยตัวทั้ง 3 คนกับผู้เป็นมารดา ก็เดินทางด้วยเฮลิคอปเตอร์ของกองทัพ มาถึงโรงพยาบาล เชบา ในกรุงเทลอาวีฟแล้ว เพื่อรับการตรวจร่างกาย และพบกับสมาชิกครอบครัวคนอื่นๆ ที่มารออยู่

ทั้งนี้ การหยุดยิงในฉนวนกาซาที่รอคอยกันมานานเริ่มมีผลบังคับใช้ในวันอาทิตย์ที่ 19 ม.ค. แต่ล่าช้ากว่าที่กำหนดไว้หลายชั่วโมง ซึ่งในช่วงเวลาที่ล่าช้านั้น อิสราเอลโจมตีฉนวนกาซาอย่างต่อเนื่อง จนมีชาวปาเลสไตน์เสียชีวิตอีก 19 ศพ

โดรอน ชไตน์เบรเชอร์ กับผู้เป็นแม่กอดกันแน่นด้วยความคิดถึง

อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่า ชาวกาซาหลายพันคนที่กลายเป็นผู้พลัดถิ่นเพราะสงคราม เริ่มทยอยเดินทางกลับบ้านแล้ว โดยภาพที่เผยแพร่บนโลกออนไลน์ แสดงให้เห็นขบวนรถยาว กับชาวบ้านจำนวนมากที่เดินเท้ากลับภูมิลำเนา โดยที่บางคนถือธงชาติปาเลสไตน์ด้วย

อีกด้านหนึ่ง อิสราเอลเตรียมปล่อยตัวนักโทษชาวปาเลสไตน์จำนวน 90 คน ตามข้อตกลง โดยจะปล่อยนักโทษจากเรือนจำ “โอเฟอร์” ในเขตเวสต์แบงก์ โดยมีครอบครัวผู้ต้องขังจำนวนหนึ่งมารอรับ ขณะที่ในเมืองเบตูเนีย ที่อยู่ติดกัน มีชาวปาเลสไตน์ออกมาชุมนุมเพื่อรอการปล่อยตัวนักโทษ และบางคนจุดไฟเผาสิ่งของเพื่อกีดขวางถนนด้วย

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

TikTok เริ่มกลับมาให้บริการในสหรัฐฯ หลังทรัมป์รับปากเลื่อนการแบน

TikTok เริ่มกลับมาให้บริการในสหรัฐฯ หลังทรัมป์รับปากเลื่อนการแบน

20 ม.ค. 2568 02:54 น.

TikTok เริ่มกลับมาให้บริการในสหรัฐฯ หลังทรัมป์รับปากเลื่อนการแบน

TikTok เริ่มกลับมาให้บริการในสหรัฐฯ อีกครั้งแล้ว หลังจอดำไปหลายชั่วโมง เนื่องจากโดนัลด์ ทรัมป์ รับปากว่าจะใช้คำสั่งพิเศษเลื่อนการแบนแอปพลิเคชันนี้ออกไป

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า TikTok เริ่มกลับมาให้บริการผู้ใช้งานกว่า 170 ล้านคนในสหรัฐฯ อีกครั้งแล้วในวันอาทิตย์ที่ 19 ม.ค. 2568 หลังหยุดให้บริการไปหลายชั่วโมงตั้งแต่เมื่อคืนวันเสาร์ เนื่องจากโดนัลด์ ทรัมป์ รับปากว่าเขาจะใช้คำสั่งพิเศษเลื่อนการแบนแอปพลิเคชันนี้ออกไป หลังจากรับตำแหน่งประธานาธิบดีในวันที่ 20 ม.ค.นี้

ทั้งนี้ สหรัฐฯ ผ่านกฎหมายแบนแอป TikTok เมื่อเดือนเมษายนปี 2567 ด้วยเหตุผลด้านความมั่นคง จากความกังวลว่าข้อมูลผู้ใช้งานอาจถูกเก็บและมอบให้แก่รัฐบาลจีน ซึ่งกฎหมายให้เวลาบริษัท ไบท์แดนซ์ เจ้าของ TikTok 9 เดือน จนถึง 19 ม.ค. 2568 เพื่อหาผู้ซื้อกิจการที่สหรัฐฯ ยอมรับ มิเช่นนั้นจะถูกแบนจากการให้บริการในสหรัฐฯ

แต่เมื่อเส้นตายใกล้เข้ามา ไบท์แดนซ์พยายามขอความชัดเจนจากรัฐบาล โจ ไบเดน ที่กำลังจะหมดวาระการดำรงตำแหน่งในวันที่ 20 ม.ค.นี้ ว่าสหรัฐฯ จะบังคับใช้คำสั่งแบนหลังเส้นตายผ่านพ้นหรือไม่ ซึ่งสุดท้ายไบท์แดนซ์ก็มองว่ารัฐบาลไบเดนไม่ให้คำตอบที่ชัดเจนเพียงพอ พวกเขาจึงเลือกที่จะหยุดให้บริการด้วยตัวเองในคืนวันเสาร์ที่ 18 ม.ค. เพื่อไม่ให้เกิดปัญหา

เมื่อคืนวันเสาร์ ผู้ใช้งาน TikTok ในสหรัฐฯ ต่างได้รับข้อความแจ้งว่าพวกเขาจะไม่สามารถใช้งานแอปได้ในตอนนี้ เนื่องจากกฎหมายแบนของสหรัฐฯ ขณะที่เว็บไซต์ของ TikTok ก็ไม่แสดงคลิปวิดีโอใดๆ

อย่างไรก็ตาม ในวันอาทิตย์ที่ 19 ม.ค. ซึ่งเป็นวันเส้นตายตามที่กฎหมายขีดเอาไว้ โดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีคนต่อไปของสหรัฐฯ ก็ออกมาให้คำมั่นว่าจะใช้คำสั่งพิเศษฝ่ายบริหารเพื่อขยายเส้นตายออกไป หลังจากเขารับตำแหน่งประธานาธิบดีในวันที่ 20 ม.ค.นี้ และจะไม่มีบทลงโทษต่อบริษัทที่ช่วยไม่ให้ TikTok จอดำก่อนคำสั่งจะบังคับใช้

หลังจากนั้นไม่นาน TikTok ก็ออกแถลงการณ์ยืนยันว่าพวกเขากำลังฟื้นฟูบริการในสหรัฐฯ กลับมาอีกครั้ง พร้อมกับขอบคุณโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ให้ความชัดเจนและรับประกันว่าพวกเขาจะไม่เผชิญบทลงโทษทางกฎหมายในการให้บริการ TikTok แก่ชาวอเมริกันมากกว่า 170 ล้านคน และทำให้ธุรกิจขนาดเล็กกว่า 7 ล้านเจ้าดำเนินต่อไปได้

อนึ่ง กฎหมายแบน TikTok อนุญาตให้ขยายเส้นตายออกไปได้ 90 วัน แต่ยังไม่แน่ชัดว่า TikTok หรือนายทรัมป์มีแผนเรื่องการหาเจ้าของใหม่ของ TikTok อย่างไร

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cbsnews

รัฐมนตรีตาลีบันเรียกร้องผู้นำ ยกเลิกห้ามผู้หญิงอัฟกานิสถานรับการศึกษา

รัฐมนตรีตาลีบันเรียกร้องผู้นำ ยกเลิกห้ามผู้หญิงอัฟกานิสถานรับการศึกษา

20 ม.ค. 2568 02:06 น.

รัฐมนตรีตาลีบันเรียกร้องผู้นำ ยกเลิกห้ามผู้หญิงอัฟกานิสถานรับการศึกษา

หนึ่งในแกนนำกลุ่มตาลีบันในอัฟกานิสถาน วิจารณ์นโยบายห้ามผู้หญิงรับการศึกษาของรัฐบาล ระบุว่านี่ไม่ใช่การทำตามการตีความกฎหมายอิสลาม แต่เป็นทางเลือกส่วนตัวบุคคลมากกว่า

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นาย เชอร์ อับบาส สตานิกไซ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงต่างประเทศของรัฐบาลตาลีบันแห่งอัฟกานิสถาน ออกมาเรียกร้องให้ผู้นำตาลีบันในประเทศ ยกเลิกการห้ามผู้หญิงรับการศึกษาสูงกว่าระดับชั้น ป.6

ทั้งนี้ กลุ่มตาลีบันยึดอำนาจในอัฟกานิสถานได้อีกครั้งในปี 2564 ก่อนที่นาย ไฮบาตุลเลาะห์ อาคุนด์ซาดา ผู้นำสูงสุดของพวกเขา จะบังคับใช้กฎหมายอิสลาม “ชาริอะห์” ที่ผ่านการตีความอย่างเข้มงวด เพื่อปกครองประเทศ พร้อมออกข้อบังคับมากมาย โดยเฉพาะการจำกัดการเข้าถึงการศึกษาของสตรี และห้ามผู้หญิงทำงานเกือบทุกอย่าง

“เราขอเรียกร้องผู้นำแห่งรัฐอิสลาม (ตาลีบัน) ให้ทำให้การศึกษาสามารถเข้าถึงได้ทุกคน” นายสตานิกไซกล่าวในพิธีจบการศึกษาของโรงเรียนสอนศาสนาแห่งหนึ่งในจังหวัดโคสต์ (Khost) บริเวณชายแดนทางตะวันออกเฉียงใต้ของอัฟกานิสถาน

“ไม่มีความชอบธรรมใดๆ ในการปฏิเสธเรื่องนี้ เช่นเดียวกับที่ไม่มีความชอบธรรมใดๆ สำหรับสิ่งที่เกิดขึ้นในอดีต มันไม่ควรเกิดขึ้นเลย” นายสตานิกไซบอกกับสำนักข่าว TOLO ของอัฟกานิสถานในวันอาทิตย์ 1 วันหลังพิธีจบการศึกษา

รัฐมนตรีช่วยกระทรวงต่างประเทศรายนี้บอกอีกว่า โลกวิพากษ์วิจารณ์การจำกัดสิทธิ์สตรีของตาลีบัน และนี่คือปัญหาที่พวกเขามีกับรัฐบาลอัฟกานิสถานชุดนี้ ซึ่งยังไม่ได้รับการยอมรับจากประเทศใดๆ เลย ด้วยเหตุผลหลักคือการปฏิบัติของรัฐบาลที่มีต่อประชากรสตรีในประเทศ

“วันนี้ เรากำลังกระทำเรื่องอยุติธรรมต่อประชากร 20 ล้านคนจากทั้งหมด 40 ล้านคน เราพรากสิทธิ์ทั้งหมดของพวกเธอด้วยการปิดประตูสู่โรงเรียนและมหาวิทยาลัยของพวกเธอ, ใช้พวกเธอเป็นสิ่งชดเชยในการพิพาทส่วนตัว และป้องกันพวกเธอจากการเลือกสามีของตัวเอง” นายสตานิกไซกล่าว

“เรากำลังทำตามชาริอะห์อยู่จริงๆ หรือ? เส้นทางที่เรากำลังดำเนินอยู่ตอนนี้ ถูกชี้นำโดยตัวเลือกส่วนบุคคล ไม่ใช่ชาริอะห์”

ทั้งนี้ นายสตานิกไซพูดต่อต้านนโยบายห้ามผู้หญิงรับการศึกษาของรัฐบาลตาลีบันมาตลอด แต่คำพูดล่าสุดของเขารุนแรงกว่าที่ผ่านมามาก และอาจมองได้ว่าเป็นการท้าทายคำสั่งที่ออกโดยนายอาคุนด์ซาดาโดยตรง

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : voanews

ฮามาสปล่อยตัวประกัน 3 คนแรกแล้ว หลังเริ่มหยุดยิงกับอิสราเอลวันแรก

ฮามาสปล่อยตัวประกัน 3 คนแรกแล้ว หลังเริ่มหยุดยิงกับอิสราเอลวันแรก

19 ม.ค. 2568 23:10 น.

ฮามาสปล่อยตัวประกัน 3 คนแรกแล้ว หลังเริ่มหยุดยิงกับอิสราเอลวันแรก

กลุ่มฮามาสปล่อยตัวประกัน 3 คนแรกตามสัญญาแล้ว หลังข้อตกลงหยุดยิงมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการ ขณะที่ชาวกาซานับพันเริ่มทยอยกลับบ้าน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า กลุ่มฮามาสปล่อยตัวประกัน 3 คนแรกตามสัญญาแล้ว หลังข้อตกลงหยุดยิงในฉนวนกาซาที่พวกเขาทำไว้กับอิสราเอล เริ่มมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการเป็นวันแรกในวันอาทิตย์ที่ 19 ม.ค. 2568

ด้านกองทัพอิสราเอลยืนยันว่า ตัวประกันหญิงชาวอิสราเอลทั้ง 3 คน ถูกส่งตัวให้กับเจ้าหน้าที่สภากาชาด ที่จัตุรัส อัล-ซารายา ในย่าน อัล-รีมาล ในเมืองกาซา ซิตี้ ก่อนจะถูกส่งตัวต่อให้แก่เจ้าหน้าที่ของกองกำลังป้องกันอิสราเอล (IDF) กับสำนักงานความมั่นคงอิสราเอล (ISA) หรือหน่วยชินเบต (Shin Bet)

รัฐบาลอิสราเอลเปิดเผยอย่างเป็นทางการด้วยว่า ตัวประกันที่ได้รับการปล่อยตัวทั้ง 3 คนคือ น.ส.โดรอน ชไตน์เบรเชอร์ อายุ 31 ปี, น.ส.เอมิลี ดามารี ผู้ถือสัญชาติอิสราเอลกับสหราชอาณาจักร วัย 28 ปี และ น.ส. โรมี โกเนน อายุ 24 ปี ซึ่งกองทัพกำลังพาพวกเธอกลับอิสราเอล

ขณะที่ก่อนหน้านี้กลุ่มฮามาสระบุว่า อิสราเอลจะปล่อยตัวนักโทษชาวปาเลสไตน์จำนวน 30 คน ต่อการปล่อยตัวประกัน 1 คน หมายความว่า ในวันนี้จะมีชาวปาเลสไตน์ได้รับการปล่อยตัว 90 คน

ทั้งนี้ การหยุดยิงในฉนวนกาซาที่รอคอยกันมานานเริ่มมีผลบังคับใช้ในวันอาทิตย์ที่ 19 ม.ค. แต่ล่าช้ากว่าที่กำหนดไว้หลายชั่วโมง ซึ่งในช่วงเวลาที่ล่าช้านั้น อิสราเอลโจมตีฉนวนกาซาอย่างต่อเนื่อง จนมีชาวปาเลสไตน์เสียชีวิตอีก 19 ศพ

อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่า ชาวกาซาหลายพันคนที่กลายเป็นผู้พลัดถิ่นเพราะสงคราม เริ่มทยอยเดินทางกลับบ้านแล้ว โดยภาพที่เผยแพร่บนโลกออนไลน์ แสดงให้เห็นขบวนรถยาว กับชาวบ้านจำนวนมากที่เดินเท้ากลับภูมิลำเนา โดยที่บางคนถือธงชาติปาเลสไตน์ด้วย

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

ปลัดฯจัดอบรมการใช้งาน ระบบบริหารดิจิทัลภายใต้GDCC

ปลัดฯจัดอบรมการใช้งาน ระบบบริหารดิจิทัลภายใต้GDCC

ปลัดฯจัดอบรมการใช้งาน ระบบบริหารดิจิทัลภายใต้GDCC

วันจันทร์ ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังเป็นประธานพิธีเปิดโครงการฝึกอบรม “หลักสูตรการใช้งานระบบบริหารสำนักงานดิจิทัล (e-Office) ภายใต้งานบริการคลาวด์กลางภาครัฐ (GDCC) ของสำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรฯ ในรูปแบบออนไลน์และออฟไลน์” ว่าโครงการฝึกอบรมดังกล่าว มีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจการใช้งานระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ให้กับข้าราชการ พนักงานราชการ และบุคลากรของสำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรฯ ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ให้สามารถนำความรู้ที่ได้รับไปปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเกิดประสิทธิผลโดยมีรูปแบบการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการทั้งแบบออฟไลน์และออนไลน์ โดยแบ่งกลุ่มการอบรมออกเป็น 3 หลักสูตร ดังนี้ 1.หลักสูตรผู้ใช้งานทั่วไปและหลักสูตรเจ้าหน้าที่สารบรรณ รวม 3 รุ่น 2.หลักสูตรผู้บริหาร รวม 1 รุ่น และ 3.หลักสูตรผู้ดูและระบบ รวม 1 รุ่น รวมทั้งสิ้น 365 ราย

“โครงการนี้ได้รับความสนใจจากเจ้าหน้าที่ซึ่งลงทะเบียนเข้าร่วมกิจกรรมจำนวนมาก ซึ่งเป็นส่วนสำคัญและจะเป็นประโยชน์ต่องานด้านสารบรรณของหน่วยงานในการเตรียมความพร้อมให้กับบุคลากรสามารถใช้งานระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์เพื่อเพิ่มความรู้ ความเข้าใจในการใช้งาน ช่วยให้เข้าใจถึงวิธีการสร้าง-ส่ง และจัดการเอกสารในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเป็นอีกขั้นตอนสำคัญที่จะช่วยลดการใช้เอกสารกระดาษและเพิ่มความเป็นมาตรฐานในการทำงานของหน่วยงาน พัฒนาทักษะ การใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับนโยบายกระทรวงเกษตรฯ และองค์กรดิจิทัลในรูปแบบไร้กระดาษ (Paperless) ทั้งยังประหยัดงบประมาณและเป็นการบูรณาการอย่างแท้จริง” นายประยูร กล่าว

‘นฤมล’เร่งแก้หนี้สิน สมาชิกกองทุนฟื้นฟู พัฒนาลูกหนี้4แบงก์ ตามกรอบ22มี.ค.นี้

‘นฤมล’เร่งแก้หนี้สิน  สมาชิกกองทุนฟื้นฟู  พัฒนาลูกหนี้4แบงก์  ตามกรอบ22มี.ค.นี้

‘นฤมล’เร่งแก้หนี้สิน สมาชิกกองทุนฟื้นฟู พัฒนาลูกหนี้4แบงก์ ตามกรอบ22มี.ค.นี้

วันจันทร์ ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังประชุมหารือและรายงานผลการดำเนินงานโครงการแก้ปัญหาหนี้สินเกษตรกรสมาชิกกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรลูกหนี้ธนาคาร 4 แห่ง ร่วมกับสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร โดยมีนางอัญชลี สุวจิตตานนท์ รองปลัดกระทรวงเกษตรฯ และเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ว่าได้มอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งรัดดำเนินงานโครงการแก้ปัญหาหนี้สินเกษตรกร สมาชิกกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรลูกหนี้ธนาคาร 4 แห่ง พร้อมทั้งติดตามผลการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อกำหนดแนวทางการช่วยเหลือและแก้หนี้สินเกษตรกรอย่างมีประสิทธิภาพให้แล้วเสร็จ ภายในกรอบระยะเวลา 22 มีนาคม 2568

ศ.ดร.นฤมล กล่าวต่อว่า จากข้อมูลเมื่อวันที่ 2 มกราคม 2568 พบว่าจากจำนวนเกษตรกรกลุ่มเป้าหมาย 50,621 ราย มีเกษตรกรแจ้งความประสงค์เข้าร่วมโครงการแล้ว 29,333 ราย และมีเกษตรกรแจ้งความประสงค์ขอเข้าร่วมโครงการเพิ่มเติม เพื่อทดแทนผู้ไม่มาใช้สิทธิ์ 18,914 ราย ซึ่งอยู่ระหว่างนำส่งรายชื่อเกษตรกรให้กับธนาคารของรัฐ 4 แห่ง เพื่อตรวจสอบสถานะหนี้ NPL ตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนดต่อไป

เกษตรฯชี้งานมหกรรมฯ ผลตอบรับดีสร้างรายได้6ล้านบ.

เกษตรฯชี้งานมหกรรมฯ ผลตอบรับดีสร้างรายได้6ล้านบ.

เกษตรฯชี้งานมหกรรมฯ ผลตอบรับดีสร้างรายได้6ล้านบ.

วันจันทร์ ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

น.ส.ภัทราภรณ์ โสเจยยะ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานคณะกรรมการจัดงานมหกรรมการเกษตรและท่องเที่ยวถนนสายดอกไม้งามริมกว๊านพะเยา จ.พะเยา กล่าวถึงผลสำเร็จของการจัดงานดังกล่าว ระหว่างวันที่ 27 ธันวาคม 2567–5 มกราคม 2568 ที่ลานหน้าอนุสาวรีย์พ่อขุนงำเมือง จ.พะเยา ว่าการจัดงานครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการเผยแพร่ความรู้ในการส่งเสริมการเกษตรระดับพื้นที่อย่างครบวงจรของระบบการผลิตสินค้าเกษตร ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ เผยแพร่ความรู้นวัตกรรมด้านการผลิต การตลาด ทั้งพืช สัตว์ และประมง เชื่อมโยงการจัดกิจกรรมทางภาคการเกษตรในพื้นที่ภาคเหนือตอนบนที่มีจุดแข็งในสินค้าอัตลักษณ์ GI รวมทั้งกระตุ้นการท่องเที่ยวเชิงเกษตรของ จ.พะเยา และพื้นที่ภาคเหนือตอนบน

ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรฯ ได้สรุปผลการจัดงานทั้ง 10 วันมีผู้สนใจเข้าร่วมชมงาน 276,834 ราย มียอดจำหน่ายสินค้า รวม 6,154,361 บาท โดยสินค้าที่ได้รับความนิยมมากที่สุด 5 อันดับ ได้แก่ 1.อาหารปรุงสุกพร้อมทาน 2.เสื้อผ้าและสิ่งทอ 3.สินค้าแปรรูปและผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ 4.สินค้าจักสาน หัตถกรรม และศิลปะประดิษฐ์ และ 5.เครื่องดื่มต่างๆ เป็นต้น

สำหรับกิจกรรมที่ผู้เข้าร่วมงานให้ความสนใจมากที่สุด ได้แก่ 1.การจัดนิทรรศการนวัตกรรมการเกษตรฯร้อยละ 56.82, 2.Workshop การฝึกอบรมร้อยละ 52.73, 3.การตกแต่งสถานที่ และสวนดอกไม้ร้อยละ 48.91, 4.การจำหน่ายผลิตภัณฑ์สินค้าเกษตร ร้อยละ 42.22 และ 5.การจัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย ร้อยละ 39.37 นอกจากนี้ ยังสามารถจับคู่เจรจาธุรกิจสำเร็จ 5 คู่ ได้แก่ 1.การซื้อ-ขายสินค้าข้าว 3 คู่ ปริมาณรวม 41,000 ตันคิดเป็นมูลค่ากว่า 450 ล้านบาท 2.การซื้อ-ขายยางก้อนถ้วย 1 คู่ ปริมาณรวม 2,000 ตัน คิดเป็นมูลค่ากว่า 50 ล้านบาท และ 3.การซื้อ-ขายปลานิล 1 คู่ ปริมาณรวม 109.5 ตัน คิดเป็นมูลค่ากว่า 6.68 ล้านบาท รวมมูลค่าการซื้อ-ขาย ทั้งสิ้น 506.68 ล้านบาท

ส่วนผลสำรวจความพึงพอใจของผู้เข้าร่วมงาน พบว่ามีความพึงพอใจต่อการจัดงานในระดับมากที่สุด ร้อยละ 78 ระดับมาก ร้อยละ 18.3 และต้องการให้จัดงานในปีถัดไป โดยจะเข้าร่วมงานอีกถึง 99%

‘อัครา’มอบโฉนดฯปี’68ให้เกษตรกร

‘อัครา’มอบโฉนดฯปี’68ให้เกษตรกร

‘อัครา’มอบโฉนดฯปี’68ให้เกษตรกร

วันจันทร์ ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

นายอัครา พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานเปิดงานกิจกรรมการมอบโฉนดที่ดินเพื่อการเกษตร ส่งความสุขปีใหม่มอบให้เกษตรกรในเขตปฏิรูปที่ดิน ประจำปี 2568 และมอบปัจจัยการผลิตให้แก่เกษตรกร ที่เวทีกลาง Zone 6 ภายในงานมหกรรมการเกษตรและท่องเที่ยวถนนสายดอกไม้งามริมกว๊านพะเยา จ.พะเยา

สำหรับกิจกรรมภายในงาน รมช.เกษตรฯ พร้อมด้วยผู้บริหารหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ ได้มอบป้ายรับรองร้านอาหาร Q Restaurant Premium ของสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ ให้ร้านเฮียอู๊ด ข้าวต้มโต้รุ่งมอบพันธุ์ปลาจากกรมประมงให้เกษตรกร 5 ราย มอบป้ายสระน้ำประจำไร่นา (บ่อจิ๋ว) ขนาด 1,260 ลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) ของกรมพัฒนาที่ดิน ให้เกษตรกร 5 ราย มอบกล้าพันธุ์ทุเรียนจันทบุรี ของกรมวิชาการเกษตร 5 ราย มอบออมสินโครงการส่งความสุขส่งเสริมการออมของกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ 100 ใบ และมอบโฉนดที่ดินเพื่อการเกษตรจากสำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม 100 ราย

“การจัดงานมหกรรมการเกษตรและท่องเที่ยวถนนสายดอกไม้งามริมกว๊านพะเยาเป็นปีที่ 2 ซึ่งเป็นงานที่รวบรวมหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ มาจัดงานเพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้แก่พี่น้องเกษตรกรและประชาชนที่สนใจได้เข้ามาเที่ยวชมงาน โดยทุกหน่วยงานได้นำนวัตกรรมและเทคโนโลยีมาส่งเสริมและสนับสนุนให้พี่น้องเกษตรกรได้เข้าถึงกระทรวงเกษตรฯ มากยิ่งขึ้น และโอกาสนี้ขอถือโอกาสเชิญชวนพี่น้องประชาชน มาท่องเที่ยว จ.พะเยา หลีกหนีความวุ่นวายแล้วมาเที่ยวเมืองรอง สัมผัสบรรยากาศสโลว์ไลฟ์นั่งชิมกาแฟริมกว๊านพะเยา หรือนั่งเรือไหว้พระกลางน้ำ สัมผัสวิถีชีวิตคนเมืองเหนือ” นายอัครา กล่าว

‘รมว.นฤมล’ถกความร่วมมือ’ออสเตรเลีย’ เดินหน้าขยายตลาดสินค้าเกษตรระหว่าง 2 ประเทศ

'รมว.นฤมล'ถกความร่วมมือ'ออสเตรเลีย' เดินหน้าขยายตลาดสินค้าเกษตรระหว่าง 2 ประเทศ

‘รมว.นฤมล’ถกความร่วมมือ’ออสเตรเลีย’ เดินหน้าขยายตลาดสินค้าเกษตรระหว่าง 2 ประเทศ

วันอาทิตย์ ที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2568, 18.54 น.

“รมว.นฤมล”ถกความร่วมมือ“ออสเตรเลีย“เดินหน้าขยายตลาดสินค้าเกษตรระหว่าง 2 ประเทศ พร้อมผลักดันการส่งออกเป็ดปรุงสุกของไทย

เมื่อวันที่ 17 ม.ค. 68 ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้หารือร่วมกับ นางจูลี คอลลินส์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร ประมง และป่าไม้ และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงธุรกิจขนาดเล็กแห่งเครือรัฐออสเตรเลีย ณ  สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี

โดย ศ.ดร.นฤมล กล่าวว่า ประเทศไทยยินดีที่จะให้ความร่วมมือกับประเทศออสเตรเลีย และเตรียมพร้อมจัดการประชุมคณะทำงานร่วมด้านการเกษตรฯ ไทย-ออสเตรเลีย และการประชุมคณะผู้เชี่ยวชาญด้านมาตรการสุขอนามัยและสุขอนามัยพืชและมาตรฐานอาหารระหว่างไทย – ออสเตรเลีย ในปี 2568 อีกทั้ง ฝ่ายออสเตรเลียแสดงความสนใจในการยกระดับความร่วมมือกับประเทศไทยทั้งภายใต้กรอบความตกลงเขตการค้าเสรีไทย – ออสเตรเลีย (Thailand-Australia Free Trade Agreement : TAFTA) และกรอบความตกลงเพื่อจัดตั้งเขตการค้าเสรีอาเซียน-ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์ (ASEAN-Australia-New Zealand Free Trade Area: AANZFTA) พร้อมทั้งผลักดันการขยายการค้าสินค้าเกษตรระหว่างสองประเทศให้มากยิ่งขึ้น อีกด้วย

ทั้งนี้ ศ.ดร.นฤมล ได้ติดตามและผลักดันการขยายขอบเขตการส่งออกสินค้าเป็ดปรุงสุกของไทย เพิ่มเติม 3 รายการ คือ ไขมันเป็ด เป็ดปรุงสุกแปรรูปติดกระดูก เครื่องในเป็ดแปรรูป ซึ่งทางออสเตรเลียรับทราบและจะเร่งรัดการดำเนินการต่อไป

ม.มหิดล จับมือนักวิจัย MIT Sloan School of Management ดันนวัตกรรมพลิกโฉมวงการแพทย์ไทย

ม.มหิดล จับมือนักวิจัย MIT Sloan School of Management ดันนวัตกรรมพลิกโฉมวงการแพทย์ไทย

ม.มหิดล จับมือนักวิจัย MIT Sloan School of Management ดันนวัตกรรมพลิกโฉมวงการแพทย์ไทย

วันจันทร์ ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2568, 10.00 น.

ศาสตราจารย์ นายแพทย์ปิยะมิตร ศรีธรา อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล พร้อมด้วย รองศาสตราจารย์ ดร.วิชิตา รักธรรม รองอธิการบดีฝ่ายสื่อสารองค์กรและภาพลักษณ์ มหาวิทยาลัยมหิดล รองศาสตราจารย์ ดร.นภเรณู สัจจรักษ์ ธีระฐิติ รองอธิการบดีฝ่ายวิเทศสัมพันธ์และสภามหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหิดล และดร.ณรงค์ ปรางค์เจริญ คณบดีวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมให้การต้อนรับ Dr. Steven D. Eppinger, General Motors Leaders for Global Operations Professor of Management and Professor of Management Science and Innovation, MIT Sloan School of Management ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญที่มีชื่อเสียงระดับโลกในด้าน Design Thinking and Innovation ในโอกาสเยือนมหาวิทยาลัยมหิดล พร้อมทั้งร่วมหารือวางแผนเตรียมการจัดงาน “Human Interaction for Systematic Innovation” ในวันที่ 21 มกราคม 2568 โดย กองทุนมูลนิธิมหิดลเพื่อความยั่งยืน มูลนิธิมหาวิทยาลัยมหิดลในพระราชูปถัมภ์ฯ ร่วมกับ มหาวิทยาลัยมหิดล เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของโครงการระดมทุนเพื่อการรักษาโรคมะเร็งด้วยการใช้เซลล์แทนเคมีบำบัด ซึ่งเป็นแนวทางการรักษารูปแบบใหม่ที่มีประสิทธิภาพสูงและมีส่วนช่วยสำหรับลดผลข้างเคียงจากการรักษาผู้ป่วยได้อย่างมีประสิทธิภาพ ณ มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา

การจัดงาน “Human Interaction for Systematic Innovation” ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญในการผลักดันให้เกิดความร่วมมือระดับนานาชาติผ่านการแลกเปลี่ยนเรียนรู้โดยนำกระบวนการคิดเชิงออกแบบ (Design Thinking) มาประยุกต์ใช้เพื่อแก้ไขปัญหาได้อย่างถูกจุด ตลอดจนเกิดการพัฒนาแนวคิดใหม่เพื่อนำมาใช้ในการยกระดับนวัตกรรมทางการแพทย์ของไทยให้มีประสิทธิภาพสูงมากยิ่งขึ้น โดยได้รับเกียรติจากผู้เชี่ยวชาญระดับโลกและนักวิจัยจาก MIT Sloan School of Management ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นสถาบันทางการศึกษาในเครือข่ายพันธมิตรที่สำคัญของมหาวิทยาลัยมหิดล ในการร่วมกันผลักดันทั้งด้านวิชาการและวิจัยที่เกี่ยวข้องกับวิทยาศาสตร์สุขภาพและเทคโนโลยีทางการแพทย์ รวมถึงเป็นการเปิดโอกาสให้นักวิจัยไทยได้สร้างเครือข่ายความร่วมมือกับผู้เชี่ยวชาญระดับนานาชาติ ตลอดจนร่วมกันขับเคลื่อนองค์ความรู้ด้านการแพทย์ไทยให้ก้าวไกลไปอีกขั้น

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook: Mahidol University

-(016)