เอวา มอบเงิน 2 แสนให้คนขับรถที่อยู่ด้วยกัน 18 ปีไว้ใช้หลังเกษียณ (คลิป)

เอวา มอบเงิน 2 แสนให้คนขับรถที่อยู่ด้วยกัน 18 ปีไว้ใช้หลังเกษียณ (คลิป)

19 ม.ค. 2568 15:04 น.

เอวา มอบเงิน 2 แสนให้คนขับรถที่อยู่ด้วยกัน 18 ปีไว้ใช้หลังเกษียณ (คลิป)

แสนดีที่หนึ่งสำหรับคุณหนูหมื่นล้าน เอวา ปวรวรรณ วีระภุชงค์ รวมทั้งคุณแม่ พร้อมกับพี่สาว ออม, อ๋อม และ น้องเอิร์น ล่าสุดเอวาได้โพสต์คลิปทำเซอร์ไพรส์ น้านรงค์ น้าขับรถคนสำคัญของทั้ง 4 สาวที่เคยขับรถรับ-ส่งสาวๆ มาถึง 18 ปี ตั้งแต่ยังเด็กจนถึงเวลานี้ที่ น้านรงค์ ต้องปลดเกษียณ งานนี้ทั้ง 4 สาว พร้อมกับคุณแม่ได้ทำเซอร์ไพรส์เล็กๆ ด้วยการมอบของขวัญซึ่งเป็นเงินจำนวน 200,000 บาท ให้น้านรงค์และขอบคุณที่อยู่ดูแลกันมา

เอวา : ก็จะเป็นวันที่น้านรงค์นะคะ จะกลับไปพักผ่อนที่บ้านแล้ว น้านรงค์จะเกษียณแล้ว

คุณแม่ : ตั้งแต่ 4 สาวยังเด็กๆ นรงค์ก็มาขับรถให้พวกเราแล้วก็ทำหน้าที่อย่างดีตลอด 18 ปี อยากจะขอบคุณที่ณรงค์ทำหน้าที่ดูแลพวกเราเหมือนเป็นบอดี้การ์ดด้วยนะ (เอวาทำท่าจะร้องไห้) ไม่ต้องร้องเดี๋ยวนรงค์จะร้องด้วย

เอวา : (ร้องไห้) งานปริญญาของทุกคนไม่ว่าจะของพี่ออมหรือของใคร พาหนูเดินข้ามถนน สอนหลายอย่างเกี่ยวกับชีวิต ก็ถือเป็นมากกว่าน้าขับรถ

คุณแม่ : ที่เราจากกันไม่ใช่หมายความว่าเราจะไม่ว่าเจอกันอีก ถ้าหากคิดถึงกันก็มาหาเราทั้งหมด 5 สาว อยากจะมอบของขวัญให้นรงค์เป็นที่ระลึก คิดว่ามันเป็นสินน้ำใจ แล้วก็เป็นสัญญาณที่บอกให้รู้ว่าบ้านเรากับนรงค์ผูกพันเป็นกัลยาณมิตรกันตลอดไป

นรงค์ : อยู่กันมานานไม่รู้พูดไม่ออก แต่น้องๆ ทุกคนก็ให้ความเป็นกันเอง

คุณแม่ : อุ๊ย! มีแบงค์ด้วย นรงค์จะเอาไปใช้สงขลาได้หรือเปล่าเนี่ย เล็กขนาดนี้

นรงค์ : ผมมีของจะให้ด้วย อันนี้พระพุทธชินราช อันนี้วัดเขาอ้อ (ทุกคนยกมือไหว้ สาธุ)

คุณแม่ : จริงๆ นอกจากขับรถให้แล้ว ยังเป็นเซียนพระด้วย

นับเป็นการจากลาที่มีแต่ช่วงเวลาที่น่าประทับใจในสายใยความผูกพันที่ 4 สาว มีให้กับน้านรงค์ ท่ามกลางคอมเมนต์ที่ต่างชื่นชมในความมีน้ำใจ อาทิ หน้ากล้องพี่เอวายังร้องขนาดนี้ หลังกล้องจะขนาดไหน, ดีจัง ใครได้ขับรถให้บ้านนี้คงมีความสุขมากๆ ผมก็ขับรถให้นายอยู่เหมือนกัน เจอนายดียิ่งกว่าถูกหวยอีก, ถึงน้านรงค์จะกลับสงขลาแต่ใจก็คงไม่อยากกลับแน่, น้านรงค์เป็นมากกว่าคนขับรถของบ้านนี้จริงๆ ฯลฯ

คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม

ขวัญ อุษามณี ส่งกำลังใจคนช่วยสืบคดี แตงโม ไม่เชื่อปมปัสสาวะท้ายเรือ (คลิป)

https://www.thairath.co.th/entertain/celeb/2836951

19 ม.ค. 2568 14:00 น.

ขวัญ อุษามณี ส่งกำลังใจคนช่วยสืบคดี แตงโม ไม่เชื่อปมปัสสาวะท้ายเรือ (คลิป)

จากกรณี นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ คณบดีวิทยาลัยการแพทย์แผนตะวันออก มหาวิทยาลัยรังสิต พาอาสาสมัครมาจำลองเหตุการณ์นางเอกผู้ล่วงลับ แตงโม ภัทรธิดา เสียชีวิตจากเหตุตกเรือสปีดโบ๊ต เมื่อเกือบ 3 ปีก่อน และนางเอกสาว ขวัญ อุษามณี ไวทยานนท์ ส่งการ์ดปีใหม่เพื่อให้กำลังใจทั้งนายปานเทพ รวมถึง นายสนธิ ลิ้มทองกุล ล่าสุด ขวัญ มาร่วมงาน “9 ปี AURA RICH” ณ โนโวเทล แบงค็อก ฟิวเจอร์ พาร์ค รังสิต นักข่าวจึงถามถึงเรื่องดังกล่าว

ล่าสุดคดีแตงโมที่เราให้กำลังใจอาจารย์ปานเทพกับคุณสนธิเป็นไงบ้าง?

”ติดตามตลอดค่ะเรื่องของพี่โม ก็รู้สึกสงสาร ขวัญเองก็ขอเป็นกำลังใจให้กับผู้ใหญ่ทุกท่าน ทุกหน่วยงาน ทุกมูลนิธิ ทุกกลุ่ม ที่ช่วยเหลือเรื่องราวของพี่โม ไม่ว่าจะเป็น 3 ปีที่ผ่านมา หรือ ณ ปัจจุบัน เพราะเราเห็นว่าทุกคนพยายามทำในสิ่งที่ถูกต้อง เพราะตอนนี้ไม่มีใครปกป้องพี่โมได้แล้ว 

พี่โมเขาอยู่ในช่วงเวลาที่ไม่สามารถพูดได้ ไม่มีใครทราบว่าความจริงมันคืออะไร นอกจากการพิสูจน์เหตุการณ์ต่างๆ ขวัญว่าพี่โมเป็นคนสาธารณะ แล้วการไปของพี่โมมีการเคลือบแคลงใจหลายอย่าง มันเป็นเรื่องปกติที่ทุกฝ่ายสามารถเป็นกรณีศึกษาเพื่อหาผลสรุปได้ว่ากรณีของพี่โมเกิดจากสาเหตุไหนกันแน่ค่ะ”

ตลอด 3 ปีที่ผ่านมา ขวัญได้ติดตามข่าวรู้สึกยังไงบ้าง?

“สมมติฐานแรกที่บอกว่าพี่โมเดินไปเข้าห้องน้ำ ข้างหลังเรือ มันเป็นสิ่งที่เชื่อไม่ได้ ตัวขวัญเองก็ไม่เชื่ออยู่แล้ว แล้วขวัญว่าระยะเวลาก็ต้องรอพี่ๆ นายตำรวจทุกท่านมาหาความจริง ถึงแม้กระบวนการจะไปถึงศาล พอไปถึงศาลกระบวนยุติธรรมก็ต้องมีอยู่จริง ไม่ว่าจะหลักฐานไหนหายไป อันนี้ต้องเป็นหน้าที่ของนายตำรวจแล้ว 

หรือหน้าที่ของผู้ใหญ่หลายๆ ท่านต้องหาวิถีทางที่ทำให้ถูกต้อง เพราะเราก็ไม่รู้ว่ากรณีพี่โมเกิดจากสาเหตุอะไร แต่ไม่ว่าคุณอาสนธิ หรือคุณอาปานเทพ หรือทุกท่านที่มาช่วยกันสมมติฐานขึ้นมา มันเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว เพราะเรืออยู่ในภาวะแล่นออกค่ะ”

เรื่องบาดแผลเราก็มีความเห็นตรงกับที่อาจารย์ปานเทพสงสัยหรือเปล่า?

“ก็ต้องรู้ว่าเหตุผลคืออะไร แต่สมมติฐานแรกตั้งต้นว่าพี่โมเดินไปเข้าห้องน้ำ มันไม่มีทางเป็นไปได้ ผู้ชายจะยืนปัสสาวะตรงนั้นยังไม่มีทางเลย ใครจะมาดึงของสงวนของเราออกมาโชว์ทะเร่อทะร่าเหรอ มันผิดวิสัยของมนุษย์น่ะ มันไม่ใช่ว่าคนเมา คำว่ามนุษย์ไม่มีใครทำ มันเป็นของสงวนค่ะ เราจะไม่เอาออกมาข้างนอกสู่สาธารณชนค่ะ เป็นไปไม่ได้”

การที่เราออกมาให้กำลังใจอาจารย์ปานเทพ เราไม่กลัวฟีดแบ็กเหรอ?

“ขวัญเป็นลูกตำรวจนะคะ และขวัญว่าตำรวจต้องปกป้องขวัญ ขวัญไม่ได้ทำร้ายใคร ขวัญแค่ถามหาในสิ่งที่มันถูกต้อง ขวัญเป็นประชาชนตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่เราพูดแล้วคนอื่นอาจจะฟัง แต่คนทั้งประเทศก็คงมีความแคลงใจเหมือนกัน แต่กระบวนการยุติธรรมของประเทศไทย เราก็ต้องมองย้อนกลับด้วยว่า ถ้าเราตัดสินใจแบบนี้แล้ว มันเป็นผลดีต่อคำว่าประเทศไหม ช่วยกัน สู้ๆ”

คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม

บุคคลในข่าว 20 มกราคม 2568

บุคคลในข่าว 20 มกราคม 2568

20 ม.ค. 2568 04:45 น.

บุคคลในข่าว 20 มกราคม 2568

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ยอดจำหน่ายมากที่สุดของประเทศ ฉบับประจำวันจันทร์ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2568

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จฯไปพระราชทานปริญญาบัตรแก่ ผู้สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ประจำปีการศึกษา 2565 ณ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช เมื่อวันที่ 18 มกราคม.

กทม. โดยผู้ว่าฯ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ประกาศขอความร่วมมือในการ เวิร์ก ฟรอม โฮม ระหว่าง 20-21 ม.ค.นี้ เนื่องจากค่า PM 2.5 จะอยู่ในเกณฑ์อันตรายต่อสุขภาพ ซึ่งครอบคลุมทั้ง 35 เขตใน กทม. ในขณะที่ อัตราการระบายอากาศ อยู่ในเกณฑ์ต่ำเช่นกัน คาดว่าในบางพื้นที่ปริมาณฝุ่นจะอยู่ในเกณฑ์อันตรายไปจนถึงวันที่ 25 ม.ค. และขอความร่วมมือให้ โรงเรียนใน กทม. พิจารณาประกาศหยุดเรียนตามความจำเป็นในระยะเวลาดังกล่าวด้วย

เซ็นทรัลจัดให้ – พิชัย จิราธิวัฒน์ และ สุพัตรา จิราธิวัฒน์ มอบเงินจำนวน 300,000 บาท ในนามกลุ่มเซ็นทรัล ให้ สราวุธ วัชรพล เพื่อสมทบทุนมูลนิธิไทยรัฐ โดยมี อัจฉรา วิสุทธิวงศ์รัตน์, ม.ร.ว.สุทธิภาณี ยุคล และ ไพลิน ศิริพัฒน์ มาร่วมในพิธีด้วย ที่ สนง.นสพ.ไทยรัฐ วันก่อน.

ปฏิทินโลก วันนี้ (ตามเวลาท้องถิ่น) ประวัติศาสตร์การเมืองสหรัฐฯ กับการเข้าพิธีสาบานตนเข้ารับตำแหน่ง ประธานาธิบดีสหรัฐฯคนที่ 47 ของ โดนัลด์ ทรัมป์ ทีมเปลี่ยนผ่านทรัมป์-แวนซ์ เผยแพร่ภาพ Portrait ของ โดนัลด์ ทรัมป์ และรองประธานาธิบดี เจดี แวนซ์ อย่างเป็นทางการ ในมาดเข้ม ดุดัน แบบไม่เกรงใจใคร เว็บไซต์ของทีมทรัมป์ใช้พาดหัว And They Go Hard เตรียมจัดหนัก จัดเต็ม คาดกันว่าโลกจะเข้าสู่ยุคของการเปลี่ยนแปลง ปลดระวางการเป็นประเทศมหาอำนาจ กับบทบาทใหม่ของ โดนัลด์ ทรัมป์ ในนิยามของ อเมริกันต้องมาก่อน ยุติบทบาทของตำรวจโลก แต่มุ่งมั่นกับนโยบายที่จะสร้างความมั่นคงให้กับอเมริกา ทั้งเศรษฐกิจ สังคม และคุณภาพชีวิตของคนอเมริกัน…จับความจากคำปราศรัยของ ทรัมป์ “ทำไมสหรัฐฯต้องไปปกป้องประเทศที่สหรัฐฯขาดดุลการค้า” ปฏิเสธความคิด ที่ใช้ยุโรปเป็นกันชนต่อต้านรัสเซีย หรือการใช้ เกาหลีใต้ เป็นกลไกสำคัญที่จะต่อต้าน เกาหลีเหนือ อีกต่อไป ต้องการ ดินแดนที่เป็นของสหรัฐฯ กลับคืนมา ใช้มาตรการด้านภาษี เพื่อทวงดุลการค้าจากทุกประเทศ เบื้องต้นจับตา สงครามในตะวันออกกลาง ระหว่าง อิสราเอล กับ ฮามาส ได้เจรจาตกลง ยุติการสู้รบในฉนวนกาซา อย่างเป็นทางการ สงครามระหว่าง ยูเครน กับ รัสเซีย โดยที่ ทรัมป์ พยายามกดดันให้ ยูเครน ยอม ให้รัสเซียยึดครองดินแดน 20% แลกกับ การช่วยเหลือจากสหรัฐฯ หรือใน อาเซียน เองก็หนีไม่พ้นผลกระทบจาก นโยบายของทรัมป์ ในทุกมิติ จะเป็นบทพิสูจน์วิสัยทัศน์ของผู้นำกับอนาคตของประเทศ

ป้องกันได้ – เตช บุญนาค เลขาธิการสภากาชาดไทย แถลงข่าวเปิดตัวแอปพลิเคชัน “Check PD” เพื่อการตรวจประเมินความเสี่ยงของการเป็นโรคพาร์กินสัน โดยมี รศ.นพ.ฉันชาย สิทธิพันธุ์ และ ขรรค์ ประจวบเหมาะ มาร่วมงานด้วย ที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ วันก่อน.

ภายใต้การเปลี่ยนแปลงของโลกวันนี้ เป็นเหตุผลที่ทำให้ มาเลเซีย และ สิงคโปร์ ตกลง ความร่วมมือทางการค้าและการลงทุน ระหว่างกันอย่างเป็นทางการ หลังจาก เป็นไม้เบื่อไม้เมากันมานาน มาเลเซีย มีทรัพยากรธรรมชาติ สิงคโปร์ มีเทคโนโลยีและตลาดทุน การขับเคลื่อนครั้งสำคัญของทั้งสองประเทศ….เท่ากับเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันเป็นอีกระดับ เพราะฉะนั้น ความเชื่อมโยง ที่นายกฯมาเลเซีย อันวาร์ อิบราฮิม ในฐานะประธานอาเซียน เชิญอดีตผู้นำ ทักษิณ ชินวัตร ไปเป็นประธานที่ปรึกษา….ต้องถือว่า ประเทศไทย ยังมีประตู โอกาส ไปสู่การแข่งขันอีกกระทอก ถ้า สถาบันการเมือง นักการเมือง นักร้อง ยังมองแต่ปัญหาภายใน สร้างความขัดแย้ง ที่ส่งผลกระทบกับ ภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือของประเทศ ก็น่า เสียดายโอกาส ที่จะพาประเทศไทยพ้นจาก กับดักวงจรอุบาทว์ เสียที

สเต็มเซลล์ – นพ.วีรพล เขมะรังสรรค์ และ วิทูร เลิศพนมวรรณ ลงนามความร่วมมือขยายฐานตัวแทนจำหน่ายเพื่อให้คำปรึกษาและนำเสนอบริการด้านการจัดเก็บ ตรวจวิเคราะห์และเพาะเลี้ยงเซลล์ต้นกำเนิด โดยมี ดนิตา พิทักษ์เนติกุล มาร่วมในพิธีด้วย ที่บริษัทไอเอฟซีจี วันก่อน.

และในโอกาสที่ นายกฯแพทองธาร ชินวัตร จะเดินทางไปร่วมประชุม World Economic Forum ที่ เมืองดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ในวันที่ 21 ม.ค.นี้….เป็นจังหวะที่จะใช้โอกาสนี้ใน สภาเศรษฐกิจโลก ที่เป็น องค์กรระหว่างประเทศที่ไม่แสวงหาผลกำไร…เข้าถึง ความร่วมมือในการรับมือความท้าทายระดับโลก โดยเฉพาะผลกระทบจาก ทรัมป์เอฟเฟกต์ การสร้างพันธมิตรร่วม เป็นวิธีที่ดีที่สุดที่จะรับแรงกระแทกทางเศรษฐกิจครั้งสำคัญ

แฮปปี้เบิร์ธเดย์ – สลิล ล่ำซำ, ภูมิชาย ล่ำซำ, ดร.สุธี โมกขะเวส, ออม ล่ำซำ และ สาริศา ล่ำซำ พร้อมด้วยผู้บริหาร พนักงาน และฝ่ายขายทั่วประเทศบริษัทเมืองไทยประกันชีวิต มาร่วมอวยพรในโอกาสวันเกิดให้ สาระ ล่ำซำ ที่เมืองไทยประกันชีวิต สำนักงานใหญ่ วันก่อน.

สำหรับเรื่องราวเหล่านี้ สนธิญา สวัสดี อดีตที่ปรึกษากรรมาธิการการกฎหมาย สภาผู้แทนฯ ไปยื่นหนังสือถึง อัยการสูงสุด ส่งเรื่องให้ ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าการที่ นายกฯ แต่งตั้ง ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เป็นที่ปรึกษา เข้าข่ายการกระทำผิดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ กรณี กัณวีร์ สืบแสง สส.พรรคเป็นธรรม อ้าง การประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ มีวาระผลักดันให้ ชาวอุยกูร์กลับประเทศจีน ซึ่ง ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯและ รมว.กลาโหม ยืนยันว่า เป็นการเล่าเรื่องการแสดงท่าทีของสำนักงานข้าหลวงใหญ่ให้ในที่ประชุมฟัง ที่ ควรจะยึดกฎหมายเป็นหลัก โดยที่จะทำให้ไม่เกิดปัญหากับประเทศไทยและประเทศอื่นด้วย แต่ในเวลานี้ไม่มีการผลักดันให้อุยกูร์กลับจีนแต่อย่างใด หรือที่ สาธิต ทวีผล สส.ลพบุรี พรรคประชาชน ออกมาโวยวายว่าถูก สส.ค่ายสีน้ำเงิน ข่มขู่เอาชีวิตกลางห้องประชุมสภา ไม่ให้ไปยุ่งกับ การเลือกตั้ง อบจ.หรือแม้แต่การที่ ชาดา ไทยเศรษฐ์ อดีต รมช.มหาดไทย เซ็นเพิกถอน ที่ดินสนามกอล์ฟอัลไพน์…และ นายกฯแพทองธาร ออกมาระบุ ขอให้ทำถูกต้องตามกฎหมายก็พอ มุ่งจุด ชนวนนิติสงครามความขัดแย้งทางการเมืองไม่จบ ที่ไม่ได้มุ่งหวังผลตามกฎหมายอย่างเดียว ซึ่งถ้าทุกฝ่ายรู้จักเคารพกฎหมาย ปัญหาก็จะไม่เกิด ใช่ไม่ใช่

บูชาครู – ยุทธศักดิ์ ภูมิสุรกุล จัดงาน “เชิดชูครูผู้สร้างการเปลี่ยนแปลง” พร้อมเปิดตัวภาพยนตร์สะท้อนจิตวิญญาณของความเป็นครู โดยมี วิชัย จันทร์จริยากุล, รศ.ดร.นันทพร วงษ์เชษฐา, จีรภัทร์ สุกางโฮง และ อัญชลี ภู่ประเสริฐ มาร่วมงานด้วย ที่อาคารเดอะ ธารา วันก่อน.
ใช้ดีมาก – คิ รยง ชอย และ พิมพ์อาภา วัฒนพานิช จัดงาน “COWAY Celebrate ที่สุดของแบรนด์ Subscription” เปิดตัวผลิตภัณฑ์ COWAY DAZZIE นวัตกรรมเครื่องกรองน้ำไซส์เล็กสเปกครบ พร้อมแนะนำแบรนด์พรีเซนเตอร์ อารยา เอ ฮาร์เก็ต และ แอบิเกล ที่สยามพารากอน วันก่อน.

สลับมาที่ โครงการบ้านเพื่อคนไทย ที่คิกออฟไปตั้งแต่วันที่ 17 ม.ค.ที่ผ่านมา ปรากฏว่าวันแรกมีคนเข้ามาแสดงความสนใจในเว็บไซต์ บ้านเพื่อคนไทย กว่า 12 ล้านคนแล้ว งานนี้ สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกฯและ รมว.คมนาคม ยิ้มแก้มแทบปริ ส่วน นายกฯแพทองธาร นำทีมกระทรวงคมนาคมลงพื้นที่ภาคใต้ ติดตามความคืบหน้า โครงการรถไฟทางคู่ ที่จะช่วยสนับสนุนเศรษฐกิจภาคใต้ให้กลับมาฟื้นฟูอีกรอบ มาตรการลดภาษี E-Receipt2.0 นำไปลดหย่อนภาษีได้ 3-5 หมื่นบาท กระตุ้นกำลังซื้อให้คึกคักไปจนถึง 28 ก.พ.นี้ พูลพัฒน์ ลีสมบัติไพบูลย์ เลขาธิการ กกพ. ระบุ แนวทางการลดค่าไฟ 17 สตางค์ต่อหน่วย ให้เหลือ 3.98 บาท มีความเป็นไปได้สูง จะช่วยให้ชาวบ้าน ประหยัดค่าไฟ ได้ถึง 3.3 หมื่นล้านบาท….จบข่าว

ครบวงจร – ลภัสรดา เลิศภานุโรจ, ดร.วาสนา อินทะแสง, ยศภัทร กุลดิลก, ปิยธิดา บำรุงรักษ์ และ ศรุดา พัฒนาหิรัญ เปิดตัว “Dr.master” ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมครบวงจรต้านร่วง ต้านหงอก พร้อมแนะนำพรีเซนเตอร์ คชาภา ตันเจริญ และ ปณิตา พัฒนาหิรัญ ที่ รพ.มาสเตอร์พีซ วันก่อน.

“อินทรีเหล็ก”

คลิกอ่านคอลัมน์ “บุคคลในข่าว” เพิ่มเติม

โดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศปราบปรามผู้อพยพ ตั้งแต่วันแรกที่รับตำแหน่ง

โดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศปราบปรามผู้อพยพ ตั้งแต่วันแรกที่รับตำแหน่ง

20 ม.ค. 2568 11:31 น.

โดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศปราบปรามผู้อพยพ ตั้งแต่วันแรกที่รับตำแหน่ง

โดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนใหม่ เปิดเผยว่า เขาจะเริ่มนโยบายเนรเทศผู้อพยพผิดกฎหมายครั้งใหญ่ตั้งแต่วันแรกที่เข้ารับตำแหน่ง

โดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนใหม่ เปิดเผยว่า เขาจะกำหนดข้อจำกัดที่เข้มงวดต่อผู้อพยพผิดกฎหมายตั้งแต่วันแรกที่เข้ารับตำแหน่ง และให้คำมั่นว่าจะทำตามสัญญาระหว่างการหาเสียง ในการกล่าวปราศรัยเมื่อวันอาทิตย์ (19 ม.ค.) ที่นามกีฬาแคปิทอล วัน อารีนา ในกรุงวอชิงตัน ดีซี

ทรัมป์กล่าวท่ามกลางเสียงเชียร์ของผู้สนับสนุนว่า “เมื่อพระอาทิตย์ตกในวันพรุ่งนี้ การรุกรานประเทศของเราก็จะหยุดลง” ในการปราศรัยที่ใช้ชื่อว่า “Make America Great Again Victory Rally” ทรัมป์ยังกล่าวย้ำคำมั่นในการหาเสียงว่า จะเริ่มความพยายามเนรเทศผู้อพยพครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์สหรัฐฯ ซึ่งจะขับไล่ผู้อพยพออกไปหลายล้านคน อย่างไรก็ตาม การดำเนินการดังกล่าวอาจต้องใช้เวลาหลายปีและมีค่าใช้จ่ายมหาศาล

ทรัมป์กล่าวว่า “นี่คือการเคลื่อนไหวทางการเมืองที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์อเมริกา และเมื่อ 75 วันก่อน เราได้บรรลุชัยชนะทางการเมืองครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดที่ประเทศของเราเคยเห็นมา ตั้งแต่วันพรุ่งนี้เป็นต้นไป ผมจะดำเนินการด้วยความเร็วและความแข็งแกร่ง และแก้ไขวิกฤตทุกวิกฤตที่ประเทศของเรากำลังเผชิญ”

เหตุการณ์ครั้งนี้ถือเป็นการกล่าวสุนทรพจน์สำคัญครั้งแรกของเขาในกรุงวอชิงตัน ดีซี นับตั้งแต่ที่เขากล่าวสุนทรพจน์เมื่อวันที่ 6 มกราคม 2021 ก่อนหน้าการบุกโจมตีอาคารรัฐสภาสหรัฐฯ โดยกลุ่มผู้สนับสนุนของเขา ทรัมป์กล่าวว่าเขาจะอภัยโทษให้กับผู้คนมากกว่า 1,500 คนที่ถูกตัดสินหรือถูกตั้งข้อกล่าวหาที่เชื่อมโยงกับการโจมตีครั้งนี้

ทรัมป์ยังให้คำมั่นว่าจะยกเลิก “คำสั่งฝ่ายบริหารที่หัวรุนแรงและโง่เขลาทุกคำสั่งของรัฐบาลโจ ไบเดน” ภายในไม่กี่ชั่วโมงหลังจากเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีในเวลาเที่ยงวันของวันที่ 20 ม.ค. ตามเวลาท้องถิ่น แหล่งข่าวที่ทราบเกี่ยวกับแผนดังกล่าวกล่าวว่า ทรัมป์จะดำเนินการฝ่ายบริหารมากกว่า 200 คำสั่งในวันจันทร์

แหล่งข่าวอีกรายกล่าวว่า ประเด็นความมั่นคงชายแดนจะมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในคำสั่งฝ่ายบริหารฉบับแรกของทรัมป์ ซึ่งรวมถึงการจัดให้กลุ่มค้ายาเป็น “องค์กรก่อการร้ายต่างชาติ” การประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่ชายแดนสหรัฐฯ-เม็กซิโก และการดำเนินการเพื่อนำนโยบาย “อยู่ในเม็กซิโก” (Remain in Mexico) กลับมาใช้อีกครั้ง ซึ่งบังคับให้ผู้ขอลี้ภัยที่ไม่ใช่ชาวเม็กซิกันต้องรอในเม็กซิโกเพื่อขึ้นศาลสหรัฐฯ

แผนการเนรเทศของทรัมป์ทำให้ผู้อพยพจำนวนมากต้องถูกเนรเทศ รวมถึงผู้อพยพที่เป็นผู้ที่เคารพกฎหมายและอาศัยอยู่ระยะยาวกับคู่สมรสและบุตรที่เป็นพลเมืองสหรัฐฯ

ทรัมป์กล่าวว่าเขาจะ “กำจัดอุดมการณ์สุดโต่งที่ตื่นรู้ ให้สิ้นซากจากกองทัพของเรา” และสั่งให้กองทัพสร้างโล่ป้องกันขีปนาวุธเหนือน่านฟ้าสหรัฐฯ แม้ว่าเขายังไม่ได้ให้รายละเอียดว่าจะดำเนินการอย่างไร

เขายังให้คำมั่นว่าจะเปิดเผยเอกสารลับที่เกี่ยวข้องกับการลอบสังหารประธานาธิบดีจอห์น เอฟ. เคนเนดีในปี 1963 และวุฒิสมาชิกโรเบิร์ต เคนเนดี พี่ชายของเขา และมาร์ติน ลูเธอร์ คิง จูเนียร์ ผู้นำด้านสิทธิมนุษยชน ในปี 1968.

ที่มา Reuters

อ่านข่าวเพิ่มเติม https://www.thairath.co.th/news/foreign

รถบรรทุกน้ำมันระเบิดที่ไนจีเรีย ชาวบ้านนับร้อยถูกไฟคลอก ดับ 86 ศพ

รถบรรทุกน้ำมันระเบิดที่ไนจีเรีย ชาวบ้านนับร้อยถูกไฟคลอก ดับ 86 ศพ

20 ม.ค. 2568 10:56 น.

รถบรรทุกน้ำมันระเบิดที่ไนจีเรีย ชาวบ้านนับร้อยถูกไฟคลอก ดับ 86 ศพ

เกิดอุบัติเหตุรถบรรทุกน้ำมันเชื้อเพลิงเบนซินกว่า 60,000 ลิตร ชนกับรถอีกคัน ที่ไนจีเรีย ชาวบ้านหลายร้อยคนหยิบต่างฉวยภาชนะวิ่งแห่กันเข้าไปรองน้ำมันที่รั่วไหลออกมา ปรากฏว่าจากนั้นรถบรรทุกเกิดการระเบิดรุนแรงเปลวไฟลุกไหม้ ทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก ล่าสุดสำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่าตัวเลขผู้เสียชีวิตอยู่ที่ 86 ศพแล้ว

วันที่ 20 มกราคม 2568 เจ้าหน้าที่ดับเพลิงของไนจีเรีย ระดมกำลังช่วยกันฉีดน้ำดับไฟที่ซากรถบรรทุกน้ำมันและรถคันอื่นที่ชนกันบนถนน หลังจากเกิดอุบัติเหตุชนกันทำให้น้ำมันเบนซินรั่วไหลออกมา ชาวบ้านหลายร้อยคนที่รู้ข่าวและเห็นเหตุการณ์ ต่างรีบไปเอาภาชนะไปตัก ไปรองน้ำมัน จากนั้นได้เกิดการระเบิดรุนแรง ชาวบ้านที่อยู่ตรงนั้นถูกไฟคลอกเสียชีวิตอย่างน้อย 86 ศพ บาดเจ็บอีก 52 ราย

ทางด้านโฆษกหน่วยงานจัดการเหตุฉุกเฉินของรัฐ เปิดเผยว่า รถบรรทุกน้ำมันคันนี้บรรทุดน้ำมันเชื้อเพลิงเบนซินมากว่า 60,000 ลิตร โดยเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในเมืองลากอส บริเวณทางแยกดิกโก บนถนนที่เชื่อมระหว่างกรุงอาบูจา กับเมืองคาดูนา เมื่อวันเสาร์ 18 ม.ค. ที่ผ่านมา โดยช่วง 18 เดือนที่ผ่านมา ราคาน้ำมันเบนซินที่ไนเจีเรีย เพิ่มขึ้นไปกว่า 5 เท่า ท่ามกลางวิกฤตเศรษฐกิจ เชื่อว่านี่เป็น สาเหตุทำให้หลายคนต้องเสี่ยงชีวิตเพื่อไปตักน้ำมันมาไว้ใช้และแบ่งขาย.

ภูเขาไฟซากุระจิมะ ของญี่ปุ่น ปะทุพ่นเถ้าถ่านสูงกว่า 1 กม.

ภูเขาไฟซากุระจิมะ ของญี่ปุ่น ปะทุพ่นเถ้าถ่านสูงกว่า 1 กม.

20 ม.ค. 2568 10:51 น.

ภูเขาไฟซากุระจิมะ ของญี่ปุ่น ปะทุพ่นเถ้าถ่านสูงกว่า 1 กม.

ภูเขาไฟ “ซากุระจิมะ” ในจังหวัดคาโกชิมะ เกิดการปะทุพ่นเถ้าถ่านขึ้นไปบนท้องฟ้า ความสูงกว่า 1 กิโลเมตร นอกจากนี้มีลาวาไหลทะลักออกมาจากปากปล่องภูเขาไฟ

วันที่ 20 มกราคม 2568 สำนักข่าวเอพี รายงานว่า ภูเขาไฟ “ซากุระจิมะ” ในจังหวัดคาโกชิมะ บนเกาะคิวชู ทางตะวันตกเฉียงใต้ของญี่ปุ่น เกิดการปะทุพ่นเถ้าถ่านขึ้นไปบนท้องฟ้า ความสูงกว่า 1 กิโลเมตร นอกจากนี้มีลาวาไหลทะลักออกมาจากปากปล่องภูเขาไฟ

เจ้าหน้าที่สำนักงานธรณีวิทยาของญี่ปุ่น เปิดเผยว่า นับเป็นการปะทุครั้งที่ 11 ของภูเขาไฟในญี่ปุ่น ในปีนี้ นอกจากนี้ยังก่อให้เกิดความกลัวว่าภูเขาไฟลูกนี้อาจปะทุรุนแรงขึ้นอีกในเร็วๆ นี้

ทั้งนี้ ภูเขาไฟซากุระจิมะ เป็นหนึ่งในภูเขาไฟที่ยังคุกรุ่นอยู่มากที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น โดยมีประวัติการปะทุบ่อยครั้ง เดิมทีภูเขาไฟแห่งนี้เป็นเกาะ แต่ภายหลังได้กลายมาเป็นคาบสมุทรหลังจากเกิดการปะทุครั้งใหญ่ในปีคศ. 1914 โดยญี่ปุ่นตั้งอยู่ตามแนววงแหวนแห่งไฟ ในมหาสมุทรแปซิฟิก ซึ่งเป็นจุดที่ภูเขาไฟระเบิดและแผ่นดินไหวเกิดขึ้นบ่อยที่สุด.

วัยกลางคนดื่มแอลกอฮอล์ เสี่ยงเกิดโรคมากกว่าวัยรุ่น

วัยกลางคนดื่มแอลกอฮอล์ เสี่ยงเกิดโรคมากกว่าวัยรุ่น

20 ม.ค. 2568 10:29 น.

วัยกลางคนดื่มแอลกอฮอล์ เสี่ยงเกิดโรคมากกว่าวัยรุ่น

นักวิจัยในสหรัฐฯชี้คนในวัยกลางคนที่ดื่มแอลกอฮอล์ เสี่ยงเกิดโรคต่างๆได้มากกว่าวัยรุ่น โดยพบว่าชาวอเมริกันอายุระหว่าง 35-50 ปี มีแนวโน้มดื่มแอลกอฮอล์หนักขึ้น

เตือนภัยนักดื่มวัยกลางคนที่ชอบดื่มแอลกอฮอล์ เสี่ยงที่จะเกิดโรคภัยต่างๆได้รุนแรงมากกว่านักดื่มที่ยังเป็นวัยรุ่น โดยผลวิจัยยังพบว่า ชาวอเมริกันอายุระหว่าง 35 ถึง 50 ปี ดื่มแอลกอฮอล์ในช่วงปี 2022 สูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยแพทย์กังวลเป็นพิเศษเกี่ยวกับการดื่มแอลกอฮอล์ที่เพิ่มขึ้นในกลุ่มผู้หญิงวัยกลางคน เพราะพบว่าผู้หญิงกลุ่มนี้มีแนวโน้มเป็นโรคตับและโรคหัวใจที่เกี่ยวข้องกับแอลกอฮอล์มากขึ้น

แม้ว่านักวิจัยยังไม่มีข้อมูลแน่ชัดว่าทำไมการดื่มแอลกอฮอล์ในวัยกลางคนจึงเพิ่มขึ้น แต่คาดว่าคนในช่วงวัยนี้ต้องเผชิญกับความกดดันจากการดูแลทั้งลูกและพ่อแม่ที่มีอายุมากขึ้น ความต้องการที่เพิ่มขึ้นในที่ทำงาน และระดับความเหงาที่สูงเป็นประวัติการณ์

โดยแนวโน้มนี้เป็นสิ่งที่น่ากังวล เพราะช่วงวัยกลางคน เป็นช่วงเวลาที่ร่างกายจะได้รับผลกระทบจากการดื่มแอลกอฮอล์ในระยะยาว เช่น โรคมะเร็งและโรคตับหรือโรคหัวใจเนื่องจากร่างกายไม่สามารถจัดการแอลกอฮอล์ได้ดีเหมือนเดิม และคนจำนวนมากมีโรคเรื้อรังที่อาจเลวร้ายลงจากการดื่มแอลกอฮอล์ แม้แต่การดื่มเพียง 1-2 แก้วก็สามารถเพิ่มอัตราการเต้นของหัวใจในระยะสั้น ซึ่งอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจวายหรือภาวะหัวใจล้มเหลว ผลกระทบเหล่านี้ยิ่งน่ากังวลสำหรับผู้ที่มีโรคหัวใจอยู่ก่อนแล้ว

แคทเธอรีน เคเยส ศาสตราจารย์ด้านระบาดวิทยาจากมหาวิทยาลัยโคลัมเบียกล่าวว่า สถานการณ์ตอนนี้ค่อนข้างน่ากังวลสำหรับคนวัยกลางคน เพราะยาที่มักใช้ในวัยกลางคน เช่น ยาละลายลิ่มเลือด อาจมีปฏิกิริยากับแอลกอฮอล์แม้ในปริมาณน้อย และทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนร้ายแรง เช่น เลือดออกภายใน

เมื่ออายุมากขึ้น ร่างกายจะจัดการกับแอลกอฮอล์ได้น้อย และความต้านทานต่อแอลกอฮอล์จะลดลง ตับต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อเผาผลาญแอลกอฮอล์ การสูญเสียมวลกล้ามเนื้อซึ่งเริ่มตั้งแต่อายุ 30 ปี ทำให้บางคนไวต่อผลกระทบของแอลกอฮอล์มากขึ้น ยิ่งถ้ามีการดื่มหนักจะทำให้แอลกอฮอล์คงอยู่ในกระแสเลือดนานขึ้น ซึ่งอาจนำไปสู่ระดับแอลกอฮอล์ในเลือดที่สูงขึ้นและทำให้เกิดอาการมึนเมาเร็วขึ้น ซึ่งอาจนำไปสู่อุบัติเหตุ เช่น การล้มและการบาดเจ็บต่างๆ ด้วย.

ที่มา : channelnewsasia

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ แอลกอฮอล์

ฮามาสปล่อยตัวใครบ้าง 3 ตัวประกันหญิงเป็นอิสระหลังถูกจับ 15 เดือน

ฮามาสปล่อยตัวใครบ้าง 3 ตัวประกันหญิงเป็นอิสระหลังถูกจับ 15 เดือน

20 ม.ค. 2568 05:58 น.

ฮามาสปล่อยตัวใครบ้าง 3 ตัวประกันหญิงเป็นอิสระหลังถูกจับ 15 เดือน

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 19 ม.ค. 2568 กลุ่มฮามาสปล่อยตัวประกันหญิงชาวอิสราเอลกลับบ้านตามสัญญาแล้ว โดยกองทัพยิวนำตัวพวกเธอกลับสู่อิสราเอล และได้พบกับครอบครัวที่เฝ้ารอพวกเธอมานานร่วม 15 เดือน นับตั้งแต่ฮามาสบุกโจมตีอิสราเอลครั้งใหญ่เมื่อ 7 ต.ค. 2566 ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของสงครามที่ดำเนินมาจนถึงทุกวันนี้

การปล่อยตัวหญิงสาวทั้ง 3 คนเป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงหยุดยิงระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มฮามาส ซึ่งการเจรจาบรรลุผลเมื่อสัปดาห์ก่อน โดยพวกเธอเป็นหนึ่งในตัวประกัน 33 คน ที่จะได้รับการปล่อยตัวในการหยุดยิงตลอดช่วง 6 เดือนข้างหน้า ซึ่งตัวประกันหญิง 3 คนที่ได้รับอิสรภาพแล้วประกอบด้วย

โรมี โกเนน

โรมี โกเนน (Romi Gonen)

โรมี เป็นนักเต้นสาววัย 23 ปี (ปัจจุบันอายุ 24 ปี) จากเมืองคฟาร์ เวราดิม ทางเหนือของอิสราเอล เธอเดินทางไปร่วมงานเทศกาลดนตรี “โนวา” ในทะเลทรายเนเกฟ ทางใต้ของอิสราเอล เมื่อ 7 ต.ค. 2566 ก่อนที่มือปืนของกลุ่มฮามาสจะบุกโจมตี

เธอกับเพื่อนหลายคนพยายามซ่อนตัวจากมือปืนนานหลายชั่วโมง และโทรศัพท์หาครอบครัว ก่อนที่เธอจะถูกยิงเข้าที่มือ ผู้เป็นพ่อแม่ได้ยินเสียงโรมีพูดว่า “วันนี้หนูคงไม่รอดแล้ว” ก่อนที่เสียงสุดท้ายที่พวกเขาได้ยินจะเป็นคำพูดภาษาอาราบิกว่า “เธอยังมีชีวิตอยู่ พาตัวไปด้วย”

โดรอน สเตนเบรเชอร์

โดรอน สเตนเบรเชอร์ (Doron Steinbrecher)

พยาบาลสัตว์ วัย 30 ปี (ปัจจุบันอายุ 31 ปี) ถูกมือปืนลักพาตัวไปจากอพาร์ตเมนต์ที่คิบบุตซ์ คฟาร์ อาซา หนึ่งในชุมชนที่ถูกโจมตีหนักที่สุดในวันที่ 7 ต.ค. โดยไม่กี่ชั่วโมงหลังการโจมตีเริ่มขึ้น เธอโทรศัพท์หาพ่อแม่ เล่าว่ามือปืนบุกเข้ามาในตึกที่เธออยู่และว่าเธอหวาดกลัวมาก

สเตนเบรเชอร์ยังส่งข้อความเสียงให้เพื่อนของเธอด้วยว่า “พวกมันมาแล้ว พวกมันได้ตัวฉันแล้ว” ท่ามกลางเสียงตะโกนและเสียงปืนดังระงม

เอมิลี ดามารี

เอมิลี ดามารี (Emily Damari)

เอมิลี วัย 27 ปี (ปัจจุบันอายุ 28 ปี) ผู้ถือสัญชาติอิสราเอลและสหราชอาณาจักร เกิดและเติบโตในกรุงลอนดอน โดยเธอกับสามีตัดสินใจเดินทางไปเที่ยววันหยุดที่อิสราเอล และไปเยี่ยมญาติที่คิบบุตซ์ คฟาร์ อาซา โดยไม่คาดคิดว่า กลุ่มฮามาสจะยกพวกบุกโจมตี

ตอนเกิดเหตุ เอมิลีใช้โทรศัพท์ส่งอีโมจิรูปหัวใจให้แก่แม่ของเธอได้เพียงรูปเดียวเท่านั้น ก่อนที่เธอจะถูกยิงเข้าที่มือ ขาถูกสะเก็ดกระสุนได้รับบาดเจ็บ ถูกจับตัวจากบ้าน ในสภาพถูกสวมผ้าปิดตา และถูกพาเข้าสู่ฉนวนกาซาด้วยรถยนต์ของเธอเอง

ขณะที่แม่ของเอมิลี ชื่อ แมนดี ดามารี ก็อยู่ที่คิบบุตซ์ คฟาร์ อาซา ในวันเกิดเหตุด้วย แต่เธอโชคดีกว่าเนื่องจากกระสุนปืนไปโดนลูกบิดประตู ทำให้ประตูเปิดไม่ได้ มือปืนจึงล้มเลิกที่จะจับตัวเธอ

หลังจากได้รับการปล่อยตัว ภาพที่เผยแพร่ออกมาแสดงให้เห็นว่า เอมิลีมีผ้าพันแผลที่มือ และนิ้วมือหายไป 2 นิ้ว

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

คึกคักโครมคราม

คึกคักโครมคราม

20 ม.ค. 2568 05:50 น.

คึกคักโครมคราม

วันนี้ (20 ม.ค.) ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะสาบานตนเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีอเมริการอบ 2 อย่างเป็นทางการ ตอนชนะเลือกตั้งได้เป็นประธานาธิบดีอเมริกาครั้งแรกปี 2560 “ทรัมป์” ได้โชว์ความโฉ่งฉ่างให้ชาวโลกตื่นตะลึงมาแล้วมากมาย

มาครั้งนี้ “ทรัมป์” ชนะศึกเลือกตั้งขาดลอย ครองเสียงข้างมากทั้ง 2 สภา ยิ่งทำให้เกิดฮึกเหิมลำพองใจ อยากจะโชว์ความเป็นผู้นำเบอร์หนึ่งของโลกให้สุดลิ่มทิ่มประตู

ความกระหายอำนาจของ “ทรัมป์” จะทำให้โลกที่ยุ่งอยู่แล้วยุ่งเป็นฝอยขัดหม้อยิ่งกว่าเดิม

เพราะนโยบายเร่งด่วน 10 ประการที่ “ทรัมป์” ประกาศล่วงหน้าไว้จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก และสังคมโลกอย่างแรง!!

1. จะตั้งกำแพงภาษีสินค้านำเข้าจากจีน 60 เปอร์เซ็นต์ ถึง 100 เปอร์เซ็นต์

2. จะขึ้นภาษีสินค้านำเข้าจากประเทศที่ได้ดุลการค้าจากอเมริกาอีก 10 เปอร์เซ็นต์ ถึง 20 เปอร์เซ็นต์

3. จะขึ้นภาษีสินค้าจากเม็กซิโก และแคนาดาอีก 25 เปอร์เซ็นต์ และจะทบทวนอัตราภาษีกลุ่มอียู เพื่อปกป้องผลประโยชน์ทางการค้าของอเมริกา

4. จะใช้มาตรการต่อต้านสินค้าจากประเทศกลุ่มบริกส์ ซึ่งมีจีน รัสเซียและอินเดียเป็นตัวตั้งตัวตี

5. จะดึงกลุ่มทุนอเมริกันที่ไปตั้งฐานการผลิตในต่างประเทศให้กลับมาลงทุนในอเมริกา ซึ่งเป็นบ้านเกิดของตัวเอง

6. จะใช้มาตรการสกัดชาวต่างชาติที่อพยพเข้าไปตั้งถิ่นฐานในอเมริกา เพื่อไม่ให้ชาวต่างชาติแย่งงานของชาวอเมริกัน

7. จะไม่สานต่อนโยบายพลังงานสะอาดของ “อดีตประธานาธิบดีโจ ไบเดน” โดยเพิ่มการสนับสนุนอุตสาหกรรมรถยนต์ใช้นํ้ามันเชื้อเพลิงจากฟอสซิลให้เดินหน้าต่อไป

8. จะลดอัดฉีดงบสนับสนุนนาโต และตัดงบช่วยเหลือด้านอาวุธให้รัฐบาลยูเครน

9. จะยึดคลองปานามากลับมาเป็นของอเมริกา เพื่อควบคุมช่องทางการส่งสินค้าทางทะเลไว้ในกำมือ

10. จะสะง่อมกรีนแลนด์ ซึ่งเป็นของเดนมาร์ก ผนวกเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของอเมริกา เพราะต้องการแหล่งพลังงานใต้ดินที่อุดมสมบูรณ์มากของกรีนแลนด์

“แม่ลูกจันทร์” ชี้ว่า “นโยบายเขย่าโลก 10 ประการ” ที่ “ประธานาธิบดีทรัมป์” ประกาศฮึ่มๆ จะทำทันที

ถ้าแกกล้าทำจริงอย่างที่ฉายหนังโฆษณา จะสร้างความปั่นป่วนให้เศรษฐกิจโลกทุกหย่อมหญ้าอย่างแน่นอน

แม้แต่ประเทศไทย ซึ่งเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ และหุ้นส่วนทางการค้าของอเมริกา ก็จะพลอยโดนหางเลขไปด้วยเต็มเปา!!

เพราะประเทศไทยติดบัญชีดำอันดับ 9 ของประเทศไทยที่ได้ดุลการค้ากับอเมริกา ซึ่งเป็นเป้าหมายที่อเมริกาจะขึ้นภาษีสินค้านำเข้าอีก 20 เปอร์เซ็นต์

แถมประเทศไทยเพิ่งสมัครเข้าไปเป็นสมาชิกกลุ่มบริกส์ ซึ่งเป็นที่เขม่นของมหาอำนาจอเมริกาโดยตรง

มันก็ต้องเสียวเพิ่มเป็นทวีคูณ!!

แต่ “แม่ลูกจันทร์” ยังมองแง่ดีว่า “ประธานาธิบดีทรัมป์” คงไม่จ้องเล่นงานประเทศไทย ซึ่งเป็นมิตรแท้ของอเมริกามายาวนานกว่า 190 ปี

ข้อสำคัญ โลกนี้ใหญ่เกินกว่าอเมริกาจะอยู่ได้ประเทศเดียว

ฉะนั้น อย่าเอาอำนาจบาตรใหญ่มาข่มขู่เพื่อนร่วมโลกมากเกินไป

ไปอ่านนิทานอีสปเรื่องช้างกับมดแดงซะบ้างนะพ่อคุณ.

“แม่ลูกจันทร์”

คลิกอ่านคอลัมน์ “สำนักข่าวหัวเขียว” เพิ่มเติม

ผลโพลชี้ ชาวอเมริกันส่วนใหญ่ มองการปกครองของไบเดนในแง่ลบ

ผลโพลชี้ ชาวอเมริกันส่วนใหญ่ มองการปกครองของไบเดนในแง่ลบ

20 ม.ค. 2568 04:35 น.

ผลโพลชี้ ชาวอเมริกันส่วนใหญ่ มองการปกครองของไบเดนในแง่ลบ

โจ ไบเดน เตรียมสิ้นสุดวาระการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี โดยมีชาวอเมริกันที่ยอมรับในผลงานของเขาเพียง 37% เท่านั้น ต่ำกว่าประธานาธิบดีหลายคนก่อนหน้าเขา

สำนักข่าว ซีบีเอส นิวส์ จัดทำโพลสำรวจความคิดเห็นของชาวอเมริกัน ปรากฏว่าอัตราชาวอเมริกันที่ยอมรับในผลงานประธานาธิบดี โจ ไบเดน ซึ่งกำลังจะหมดวาระในวันที่ 20 ม.ค. 2568 นี้ ลดลงไปอยู่ที่ 37% ต่ำที่สุดกว่าช่วงใดๆ ตลอดเวลาที่เขาปกครองประเทศในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา

หลังจากไบเดนรับตำแหน่งเมื่อ 4 ปีก่อน ชาวอเมริกันยังคงมองโลกในแง่ดีเรื่องการปกครองของเขา และให้การยอมรับในตัวเขาสูงกว่า 60% ส่วนหนึ่งก็เพราะความโล่งใจหลังการระบาดของไวรัสโควิด-19 เริ่มถูกควบคุมได้ แต่ความนิยมนั้นอยู่ไม่นาน หลังการถอนทหารจากอัฟกานิสถานอย่างสบสนวุ่นวายในปี 2564 คะแนนของเขาก็ตกลง และลดลงไปอีกในฤดูใบไม้ร่วงปีเดียวกัน จากปัญหาเงินเฟ้อ

อัตราการยอมรับในผลงานตลอด 4 ปีของไบเดน ต่ำกว่าของโดนัลด์ ทรัมป์ ก่อนที่เขาจะลงจากตำแหน่งในปี 2564 เสียอีก (41%) และต่ำกว่าประธานาธิบดีจากพรรคเดโมแครตหลายคนที่ผ่านมา เช่น บารัค โอบามา ได้รับการยอมรับสูงถึง 62% ขณะที่บิล คลินตัน ก็ลงจากตำแหน่งด้วยอัตราการยอมรับถึง 68%

ในช่วงไม่กี่ปีหลัง อัตราการยอมรับในตัวไบเดนทรงตัวอยู่ที่ราว 40% โดยการยอมรับที่ต่ำเตี้ยนี้ยังลามไปถึงเรื่องการจัดการปัญหาเฉพาะเจาะจง เช่น เรื่องเศรษฐกิจกับอัตราเงินเฟ้อ โดยมีชาวอเมริกันเพียง 38% ที่คิดว่าเศรษฐกิจของประเทศดี

ตอนที่ไบเดนประกาศลงสมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสมัยที่ 2 ชาวอเมริกันจำนวนมากต่างตั้งคำถามเรื่องสุขภาพของไบเดน ที่ตอนนั้นมีอายุ 81 ปีแล้ว ว่าแข็งแรงพอเป็นผู้นำสหรัฐฯ อีกสมัยหรือไม่ และการดีเบตนัดแรกกับโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งไบเดนแสดงให้เห็นถึงความอ่อนแรง และความคิดไม่ฉับไวเหมือนก่อนอย่างชัดเจน ยังตอกย้ำความกังวลของชาวอเมริกัน

จนในที่สุด ไบเดนก็ประกาศถอนตัวจากการชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสมัยที่ 2 แต่หลายคนมองว่าเขาถอนตัวช้าเกินไป และทุกวันนี้มีชาวอเมริกันฝั่งเดโมแครตเกินครึ่งที่มองว่า คามาลา แฮร์ริส อาจชนะเลือกตั้ง หากไบเดนถอนตัวเร็วกว่านี้ แต่ในภาพรวม ชาวอเมริกันถึง 72% เชื่อว่า ไม่ว่าจะถอนตัวเร็วหรือช้าผลลัพธ์ก็ไม่ต่างกัน

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cbsnews