เปิดภาพงานแต่ง อเล็กซ์ เรนเดล ควง เจนนี่ วิวาห์หวานเต็มไปด้วยความรักความอบอุ่น

เปิดภาพงานแต่ง อเล็กซ์ เรนเดล ควง เจนนี่ วิวาห์หวานเต็มไปด้วยความรักความอบอุ่น

16 ม.ค. 2568 12:11 น.

เปิดภาพงานแต่ง อเล็กซ์ เรนเดล ควง เจนนี่ วิวาห์หวานเต็มไปด้วยความรักความอบอุ่น

ต้องขอแสดงความยินดีกับนักแสดงหนุ่มสุดหล่อ อเล็กซ์ เรนเดล ที่ได้เข้าพิธีแต่งงานกับ เจนนี่ เจ้าสาวคนสวยนอกวงการบันเทิง หลังคบหาดูใจกันมากว่า 7 ปี เมื่อช่วงเช้าของวันนี้ (16 ม.ค. 2568) ตามประเพณีแบบไทยๆ 

เริ่มต้นในช่วงเช้า อเล็กซ์ ได้ยกพานขันหมาก โดยมีพี่ชายอย่าง เกรท วรินทร กับ กิก ดนัย ทำหน้าที่เป็นเถ้าแก่ ช่วยกันฝ่าด่านประตูเงินประตูทองเพื่อมารับ เจนนี่ เจ้าสาวคนสวย เต็มไปด้วยความสนุกสนาน น่ารัก และครื้นเครงอย่างมาก 

จากนั้นได้ถือฤกษ์ดีเวลา 08.29 น. สวมแหวนหมั้นให้กับเจ้าสาว ซึ่งเต็มไปด้วยความอบอุ่น น่ารัก และเรียบง่ายมาก เรียกได้ว่าเป็นภาพที่เต็มไปด้วยความปลื้มใจและซาบซึ้ง ท่ามกลางความยินดีของสองครอบครัวและเพื่อนสนิทที่มาร่วมงาน 

บันเทิงไทยรัฐออนไลน์ ขอแสดงความยินดีกับ อเล็กซ์ และ เจนนี่ ด้วยนะคะ 

เปิดภาพ หมิง ชาลิสา ควงแฟนหนุ่มวิวาห์ในชุดไทย บ่าวสาวหล่อสวยมาก

เปิดภาพ หมิง ชาลิสา ควงแฟนหนุ่มวิวาห์ในชุดไทย บ่าวสาวหล่อสวยมาก

16 ม.ค. 2568 11:31 น.

เปิดภาพ หมิง ชาลิสา ควงแฟนหนุ่มวิวาห์ในชุดไทย บ่าวสาวหล่อสวยมาก

สละโสดแล้วจ้า! สำหรับ หมิง จิรกิติยา หรือ หมิง ชาลิสา บุญครองทรัพย์ นางสาวไทยปี 2546 ที่ควงแฟนหนุ่มนอกวงการ อรรถ วิสุทธิ์ รังษิณาภรณ์ วิวาห์หวานในช่วงเช้าที่ผ่านมา ณ โรงแรมสยามเคมปินสกี้

โดยในอินสตาแกรม @chartmakeup ของ ชาติ เมคอัพ หรือ ชาติ นพกร เพชรล้ำ เมคอัพอาร์ติสต์ชื่อดัง เผยภาพแรกของคู่บ่าวสาว หมิง-อรรถ ซึ่งเจ้าสาว หมิง สวมชุดไทยศิวาลัยสีขาวปักเลื่อม แต่งหน้าทำผมแบบจัดเต็ม สวยละมุนตามาก ในขณะที่เจ้าบ่าว อรรถ ใส่ชุดสูทสีขาวดูเรียบหรู ลุคนี้หล่อและแมตช์กับชุดเจ้าสาว ดูลงตัวมากจริงๆ

ส่องคอมเมนต์นอกจากจะแสดงความยินดีแล้ว ต่างก็บอกว่าสวย งดงามมากจริงๆ บันเทิงไทยรัฐออนไลน์ขอแสดงความยินดีด้วยนะคะ

คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม

เปิดภาพปัจจุบัน เคอิโงะ ซาโต เด็กที่เคยตามหาพ่อญี่ปุ่น เตรียมลงประกวดมิสทิฟฟานี่

เปิดภาพปัจจุบัน เคอิโงะ ซาโต เด็กที่เคยตามหาพ่อญี่ปุ่น เตรียมลงประกวดมิสทิฟฟานี่

16 ม.ค. 2568 11:22 น.

เปิดภาพปัจจุบัน เคอิโงะ ซาโต เด็กที่เคยตามหาพ่อญี่ปุ่น เตรียมลงประกวดมิสทิฟฟานี่

ยังจำได้ไหม เคอิโงะ ซาโต เด็กชายลูกครึ่งไทย-ญี่ปุ่น ชาวพิจิตร ที่เคยเป็นข่าวโด่งดังมากเมื่อ 10 กว่าปีก่อน ซึ่งตอนนั้นเพิ่งอายุ 9 ขวบ เดินถือรูปพ่อชาวญี่ปุ่น ชื่อว่า คัทซูมิ ซาโต ถามหาจากนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ที่มาเที่ยวในวัดท่าหลวง พระอารามหลวง จังหวัดพิจิตร ว่าเคยพบหน้าบ้างไหม เป็นประจำทุกวัน ด้วยความน่าสงสารและความพยายามของน้องเคอิโงะ ทำให้กลายเป็นข่าวดังทั่วประเทศ และสื่อญี่ปุ่นก็บินตรงมาทำข่าวที่เมืองไทย ได้รับการช่วยเหลือ จนในที่สุดก็ได้เจอพ่อลูกก็ได้เจอกัน

เมื่อเวลาผ่านไป มาตอนนี้ เคอิโงะ ซาโต เติบโตเป็นสาวสวย ปัจจุบันอายุ 25 ปี และได้เปลี่ยนชื่อเป็น ซากุระ ซาโต เปลี่ยนลุคใหม่ สลัดภาพจากเด็กชายในวันนั้น เติบโตมาเป็นสาวสวยข้ามเพศ ซึ่ง ซากุระ เคยให้สัมภาษณ์ผ่านรายการ ตีสิบ ไว้เมื่อปี 2565 บอกว่า 

เธอรู้ตัวเองว่าอยากเป็นผู้หญิงตั้งแต่เป็นเด็กอนุบาล แต่ด้วยสังคมต่างจังหวัดทำให้ไม่กล้าแสดงออกมากนัก ไม่รู้จะต้องเปลี่ยนแปลงตัวเองยังไง ชื่อ ซากุระ เธอตั้งขึ้นมาจากดอกซากุระ ที่เบ่งบานตามฤดูกาล เหมือนชีวิตของเธอที่ได้เหมือนเกิดใหม่ ที่ผ่านมาแม้จะมีทุนช่วงที่โด่งดังจากการตามหาพ่อ แต่ก็ไม่พอ ทำให้เธอต้องขยันมุ่งมั่นทำงานส่งตัวเองเรียน มีช่วงที่ไม่มีเงิน ต้องกินขนมปังปี๊บประทังชีวิต ท้อแท้จนอยากเลิกเรียน แต่ได้ครอบครัวของเพื่อนช่วยเหลือให้ทุนมาทำเสื้อผ้ามือสองขาย ส่วนความสัมพันธ์กับคุณพ่อ ซากุระเผยว่า ยังคงติดต่อกันตลอด แม้จะอยู่คนละประเทศ ตอนแรกที่ส่งภาพตัวเองเป็นผู้หญิงไปให้พ่อดู พ่อก็อึ้งๆ ที่เปลี่ยนแปลงไปมากขนาดนี้ แต่สุดท้ายก็ยอมรับในสิ่งที่เธอเลือก

และล่าสุดทำเอาแฟนนางงามฮือฮาอย่างมาก เมื่อในโลกออนไลน์ได้มีการแชร์ภาพของ ซากุระ ซาโต หรือ เคอิโงะ ซาโต ในลุคสาวสวยแต่งหน้าสวยหวาน พร้อมบอกว่า เตรียมตัวจะลงประกวดเวที Miss Tiffany 2025 ซึ่งในเฟซบุ๊กของ ซากุระ ก็ได้โพสต์ภาพของตัวเอง และเขียนว่า 

“Road To Miss Tiffany 2025 ซากุระขอทำความฝันอีก1 อย่างที่ซากุระอยากทำมากคือ ลงประกวด เวที Miss Tiffany’s Universe สวัสดีแม่ๆแฟนนางงามทุกคนนะคะ ซากุระ เคอิโงะ ซาโต อายุ 25 ปี การศึกษาจบ ปริญญาตรี มหาวิทยาลัยนเรศวร

ซากุระ ได้รับโอกาสดีๆ และแฟนคลับที่น่ารักของซากุระ จะลองทำตามความฝัน ฝากแม่ๆพี่ๆ ทุกๆคนเป็นกำลังใจ และ ติชมซากุระได้ตลอดเลยนะคะ ซากุระพร้อมปรับปรุงพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้น”

ด้านแฟนๆ ที่ติดตามต่างเข้าไปส่งกำลังใจให้กับ ซากุระ และเชียร์สาวน้อยคนนี้กันจำนวนมาก 

“เฌอปราง” ฉีกภาพเดิมใน “พนอ” รวมความเป็นที่สุดในชีวิต ยิ่งเล่นอารมณ์พาดำดิ่งที่ไม่ใช่ตัวเอง

"เฌอปราง" ฉีกภาพเดิมใน "พนอ" รวมความเป็นที่สุดในชีวิต ยิ่งเล่นอารมณ์พาดำดิ่งที่ไม่ใช่ตัวเอง

16 ม.ค. 2568 07:30 น.

“เฌอปราง” ฉีกภาพเดิมใน “พนอ” รวมความเป็นที่สุดในชีวิต ยิ่งเล่นอารมณ์พาดำดิ่งที่ไม่ใช่ตัวเอง

ความท้าทายใหม่ๆเกิดขึ้นกับบทบาทที่ฉีกคาแรกเตอร์ที่สุดจนแทบจำตัวเองไม่ได้ สำหรับ เฌอปราง อารีย์กุล ศิลปิน-นักแสดง ที่รับบทเป็นนักแสดงนำในภาพยนตร์เรื่อง “พนอ” ค่ายไฟว์สตาร์ฯ กับเรื่องราวความสยองขวัญทางไสยศาสตร์ ที่กำลังเข้าฉาย 16 มกราคม ในโรงภาพยนตร์ เริ่มจาก

เล่าถึงตัวละครพนอให้ฟังหน่อย?

“ตัวละครนี้เป็นตัวละครที่เด็กคนนึงเกิดมาในวันปล่อยของของทางไสยศาสตร์ คือวันที่คนโละของทิ้งคือวันไม่ดี ก็มีความเชื่อว่าเด็กคนนี้เกิดมาในวันที่ไม่โอเค ไม่เหมาะสม เป็นคนโชคร้าย แม่ก็ไม่ได้ต้องการอะไรขนาดนั้น แล้วความน่าสนใจในตัวพนอจริงๆ ก็คือเป็นการตีความของครูพนอในลองของใหม่ ว่าทำไมครูพนอในเวอร์ชันนั้นถึงมีของ จริงๆคือเป็นภาคศูนย์ เป็นภาคปฐมบท ความน่าสนใจก็จะเป็นตรงนี้ ว่าทำไมเค้าถึงมีของ เค้าเกิดมาในวันโชคร้ายขนาดนั้น วันไม่ดีขนาดนั้น เค้ามีของหรือเปล่า แล้วเค้ากลายไปเป็นคนที่มีความโหดร้ายขนาดนั้นได้ยังไง”

ถ้าให้นึกภาพก็คือเป็นเด็กที่เกิดมาคนหนึ่งที่ไม่รู้อะไรแต่ทุกคนเกลียดชัง?

“จริงๆเขาก็ไม่ได้ทําร้ายใครโดยไร้เหตุผล ก็ต้องไปดูเหตุผลในเรื่องว่าทำไมเขาถึงเป็นแบบนี้ เพราะว่ามันเยอะมากเรื่องที่เขาเจอคือถ้าเฌอเจอแบบเขาคือตายไปแล้ว ไม่อยู่หรอก แล้วก็ตอนที่ไปแคสต์สิ่งหนึ่งที่รู้สึกสนุกเพื่อนก็บอกตอนไปแคสต์ผู้จัดการก็บอกว่าบทนี้ถ้าแกได้อะมันคือตำนานเมืองไทยเลยนะลองของพนอเนี่ย มันคือบทที่ทุกคนต้องคาดหวังแน่ๆ เฌอก็แบบ เหรออะ ก็ลองดู แต่ในใจคือแค่ได้ลองแคสต์ก็สนุกแล้ว เพราะว่าหนูได้ไปอยู่ในโลกของการทําสิ่งที่ผิด ซึ่งในชีวิตเราไม่มีทางทำ แต่ว่าได้ไปลองในมุมของการแสดงก็เป็นจุดเดียวแหละที่สิ่งเหล่านี้มันจะเกิดขึ้นได้เราอินเข้าไปได้ เราดิ่งไปกับมันได้ ซึ่งสนุกกว่าที่คิด รู้สึกว่าด้านมืดในจิตใจเรามันก็รอการปลดปล่อยอยู่เหมือนกัน เราไม่เคยระบายอะไรแบบนี้ ไม่เคยรู้สึกว่าฉันทำได้ ฉันมีสิทธิ์ทำ”


เรื่องนี้น่าดูยังไง?

“พี่ตั้มผู้กำกับบอกมีคอนเซปต์เหมือนกับลองของ 1-2 คือเสียวสยองทุก 2 นาที (ยิ้ม)”

เรื่องนี้มันมีความเครียด มีความกดดันอะไรมั้ย?

“จริงๆก็ต้องยอมรับว่ากังวลแต่ว่าเวลาไปหน้าเซตมันจะมีแค่ผู้กำกับทีมงานคนทำงานด้วยกัน แค่เค้าเลือกเรามาก็รู้สึกว่าเราก็ต้องทำให้ดีที่สุด ผลงานที่ออกมาคนดูก็จะบอกว่าชอบผลงานหรือไม่ชอบ คือมันเป็นเรื่องที่เราคุมไม่ได้ เราจะคุมได้มากที่สุดก็ตอนที่เรากำลังทำผลงานในวันกองถ่ายจริงๆ แต่ว่าในวันกองถ่ายก็ถือว่าหนูทำสุดมาก ก็คุยกับผู้กำกับว่าอยากได้อะไร จะไปสุดกว่านี้มั้ย ลดลงมากน้อยปรับกันให้ดีที่สุด แล้วหนูไม่เคยดิ่งหรืออารมณ์เยอะขนาดนี้มาก่อน”

เรื่องนี้มีหลายที่สุดของเฌอปรางมั้ย?

“หลายที่สุดมาก ดิ่งที่สุด เมกโอเวอร์ที่สุด ไร้สติที่สุด ไม่ค่อยได้ดูหน้ามอนิเตอร์เลย อย่างที่บอกวันในกองคือวันที่เราทำได้ที่สุดบางทีหนูรู้สึกว่าถ้าผู้กำกับโอเคแล้ว พี่ตั้มโอเคแล้ว มันก็คือโอเค เพราะว่าเค้าได้ภาพได้อารมณ์ที่ต้องการแล้ว แต่ถ้ายังไม่ พี่ตั้มก็จะบอกเอง ถามว่ากดดันมั้ย ก็คือกดดันในฐานะที่เป็นเฌอ แต่ตอนที่อยู่ในกองในฐานะพนออะ ไม่กดดัน! เพราะว่าหนูโฟกัสแค่ตรงนั้นค่อนข้างมากจริงๆ มากจนตกใจกับตัวเองว่าเราสามารถทิ้งทุกอย่างแล้วอยู่ตรงนั้นขนาดนั้นได้ยังไง”

แล้วจริงๆมันคือบทบาทที่ฉีกที่สุดเลยมั้ย?

“ใช่ถือว่าฉีกที่สุด เฌอยังจำตัวเองไม่ได้เลยแค่ทีเซอร์ยังคิดว่าทำหน้าแบบนั้นไปด้วยเหรอ มันดูจิตมากๆ”

ฟีดแบ็กเป็นยังไง พอเค้าเห็นโหมดจิตของเรา?

“ดีใจที่คนส่วนใหญ่ที่ไม่ใช่แค่แฟนๆรู้สึกว่าเอ๊ย! มีคำชมที่ดี เล่นถึง เล่นเข้า”

จริงๆก็เห็นตัวเองตอนเมกโอเวอร์มาแล้ว?

“จำไม่ได้หนูยังแบบใครวะเนี่ย”

เราดูเป็นคนไม่ห่วงสวยเลย?

“ใช่ ไม่ห่วงสวย จะพาให้เป็นอะไรก็ได้? ได้เลย ไปหมด”

ด้วยความที่เรื่องลองของเขาเป็นตำนานไปแล้ว รู้สึกยังไงลุ้นมั้ยกับความสำเร็จ?

“ลุ้นๆ ค่อนข้างถือว่าผลตอบรับดีมากในวันที่ปล่อยทีเซอร์ออกไป ความสนใจของคนเยอะกว่าที่เราคิดมากๆ เพราะตัวเนื้อเรื่องมันมีความน่าสนใจมากกว่าแค่ความสยอง เนื้อเรื่องมันน่าสนใจในระดับนึงเลย นอกจากเป็นหนังแก้แค้น เป็นหนังสยอง ตัวเนื้อเรื่องตัวละครแต่ละตัวมีแบ็กกราวด์ที่แน่นมากๆ มันก็จะค่อยๆเฉลยในเรื่อง ฝากไปรับชมว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง ก็หวังว่าจะนำเสนอตัวพนอที่ยังไม่เป็นครูพนอได้ตรงความ ต้องการของผู้กำกับแล้วก็ความต้องการของผู้คนที่มาดูสิ่งที่ทีมงานทุกคนลงมือกับการสร้างผลงานนี้ขึ้นไปโดยมีเฌอเป็นตัวถ่ายทอดเรื่องราว ก็ถ้ามันทำได้ดีมีคนอิน มีคนชื่นชอบก็จะเป็นความสุขของเฌอนะ”.

เปิดคำสัญญา เป๊ก เศรณี ที่ให้ไว้กับพ่อเอ๋ก่อนจาก แม่ตู่ นันทิดา ฟังแล้วน้ำตาคลอ

เปิดคำสัญญา เป๊ก เศรณี ที่ให้ไว้กับพ่อเอ๋ก่อนจาก แม่ตู่ นันทิดา ฟังแล้วน้ำตาคลอ

15 ม.ค. 2568 21:16 น.

เปิดคำสัญญา เป๊ก เศรณี ที่ให้ไว้กับพ่อเอ๋ก่อนจาก แม่ตู่ นันทิดา ฟังแล้วน้ำตาคลอ

เป็นอีกหนึ่งคู่รักที่เพิ่งจะมีข่าวดีไปเมื่อปลายปีที่ผ่านมา สำหรับ เพลง ชนม์ทิดา และ เป๊ก เศรณี ล่าสุดทั้งคู่ได้มาออกรายการ 3 แซ่บ เพื่อเล่าถึงความรักของทั้งคู่ และช่วงหนึ่ง เป๊กได้พูดถึงวิธีการที่ทำให้ตนนั้นฝ่าด่านของคุณพ่อเอ๋ ชนม์สวัสดิ์ ที่ขึ้นชื่อว่าหวงลูกสาวมากๆ เอาไว้ให้ฟังว่า  

“ผมว่าทุกคนเตือนผมมาตลอด พ่อเขาไม่ธรรมดานะ ผมก็เลยบอกน้องว่า พ่อผมก็ไม่ธรรมดา (ยิ้ม) แต่ว่าที่จริงไม่หรอก ผมว่าผู้ชาย โดยเฉพาะผู้ชายที่ใจถึงอย่างคุณพ่อเพลง เขามองผู้ชายด้วยกันออก คนที่จะเข้ามาดูแลลูกสาวเขา นิสัยใจคอเป็นยังไง ดีพอหรือเปล่า

คำพูดแรกที่ผมเจอคุณพ่อเอ๋ ผมบอกกับคุณพ่อว่า ผมไม่ได้มาแย่งความรักจากคุณพ่อไปนะ แต่ผมขอเป็นคนมาช่วยดูแลเพลงให้คุณพ่อได้สบายใจ คุณพ่อก็พยักหน้า ไม่ได้ว่าอะไร

คุณพ่อก็ให้เกียรติผมมาตลอด ไม่เคยทำให้ผมรู้สึกตัวเล็กเลยเวลาที่เราทานข้าวด้วยกัน หรือคุณแม่ให้เกียรติเราขนาดนี้ เราก็ยิ่งต้องให้เกียรติลูกสาวเขา เขาไว้ใจเราขนาดนี้สิ่งที่เราทำได้ดีที่สุดในการตอบแทนคุณพ่อคุณแม่เพลง ก็คือการดูแลลูกสาวเขาให้ดีที่สุดเท่าที่เราจะดูแลเขาได้”

และในวันที่พ่อเอ๋หลับไป เป๊กก็ได้ให้สัญญาเอาไว้ว่า “ผมเชื่อว่าตอนนั้นหัวใจคุณพ่อยังเต้นอยู่ อาจจะรับรู้แต่ตอบโต้ไม่ได้ อยู่กัน 4 คนในห้องแล้วจับมือกัน และบอกว่าคุณพ่อไม่ต้องห่วง เดี๋ยวผมจะขอเพลงแต่งงานวันนี้แหละ จากคุณพ่อ คุณพ่ออาจจะไม่ได้ตอบ แต่คุณพ่อรับทราบว่าจากนี้ไปจะดูแลเพลงและครอบครัวเพลงเอง ก็บอกวันนั้น เชื่อว่าวันนั้นคุณพ่อรับรู้แน่นอน”

ส่วนคำมั่นสัญญาที่เคยให้ไว้กับแม่ตั้งแต่แรกคือ เป๊กจะดูแลเพลงและคุณแม่ คุณยาย ไม่ได้ลำบากอะไรที่จะดูแลครอบครัวนี้เพราะเราก็มีกันอยู่แค่นี้ เป๊กมั่นใจว่าดูแลเพลงไปตลอดชีวิตได้ แม่ไม่ต้องห่วงครับ” ซึ่งคำพูดนี้ของเป๊กทำเอาแม่ตู่ถึงกับน้ำตาคลอ ก่อนจะพูดว่า “นี่คือน้องเป๊ก ขอบคุณมากลูก”

ชมฟรี คอนเสิร์ตศิลปินชื่อดังมาเพียบที่งาน STREET OF THE FUTURE 18-19 ม.ค. นี้ ณ สยามสแควร์

ชมฟรี คอนเสิร์ตศิลปินชื่อดังมาเพียบที่งาน STREET OF THE FUTURE  18-19 ม.ค. นี้ ณ สยามสแควร์

15 ม.ค. 2568 20:31 น.

ชมฟรี คอนเสิร์ตศิลปินชื่อดังมาเพียบที่งาน STREET OF THE FUTURE 18-19 ม.ค. นี้ ณ สยามสแควร์

แฟน ๆ เตรียมฟินกับงาน กับงานของโลกคริปโตใหญ่ใจกลางสยามสแควร์ “STREET OF THE FUTURE” นำเสนอโดย BINANCE TH by Gulf Binance ผู้นำแพลตฟอร์มซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลที่ได้รับการกำกับดูแลภายใต้สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) จัดงานใหญ่ประจำปี ของคนที่สนใจอยากเรียนรู้เรื่องการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัล และ โปรเจกต์ต่างๆในโลกคริปโตสุดล้ำ ต้องห้ามพลาด อาทิ เช่น MOODENG, MEMELAND, EDU and MOCA, PNUT, MANTA, LUMIA, PIXEL, ONE KEY และอื่น ๆ อีกมากมาย

ในงานเรามี Speaker ระดับโลกมาให้ความรู้เรื่องรวมถึงทิศทางการเติบโตของโลกคริปโต อีกทั้งยังมุมมองต่างๆ จากเจ้าของโปรเจกต์ Blockchain ระดับโลกพร้อมขนทัพศิลปินตัวท็อปของวงการมาร่วมโชว์ให้ได้ชมกันแบบฟรี ๆ กับโซน FUTURE BEATS (BLOCK K) สยามสแควร์ วันเสาร์ที่ 18 มกราคม 2568 พบกับ “BNK48” (Pancake/Arlee/Marine/Hoop/Jew/Palmmy) เวลา 17:30-18:30 น. / “DAOUxOFFROAD” ต้าห์อู๋-ออฟโรด เวลา 18:45-19:45 น. / “Violette Wautier” วี วิโอเลต เวลา 20:00 – 21:00 น. และ วันอาทิตย์ที่ 19 มกราคม 2568 พบกับ “PERSES” เวลา 17:30-18:30 น. / “PROXIE” เวลา 18:45-19:45 น. / “BOWKYLION” โบกี้ไลอ้อน เวลา 20:00 – 21:00 น.

โดยงานจัดเพียง 2 วันเท่านั้น! 18-19 มกราคม 2568 เริ่มตั้งแต่ 10:00 น. เป็นต้นไป ณ สยามสแควร์ เตรียมล็อคคิวแล้วมาเจอกันได้เลย ก่อนเข้างานแฟน ๆ อย่าลืม Download App BINANCE TH เพื่อรับรางวัลสุดพิเศษ! และลงทะเบียนเข้าร่วมงานได้แล้ววันนี้ที่ https://lu.ma/883jke53 แล้วมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของความทรงจำที่น่าประทับใจนี้ด้วยกัน 

เด็กข้างบ้านทักทายครับ! BOYNEXTDOOR ส่งคลิปคอนเฟิร์มเจอแฟนไทย 29 มี.ค.นี้

เด็กข้างบ้านทักทายครับ! BOYNEXTDOOR  ส่งคลิปคอนเฟิร์มเจอแฟนไทย 29 มี.ค.นี้

15 ม.ค. 2568 20:13 น.

เด็กข้างบ้านทักทายครับ! BOYNEXTDOOR ส่งคลิปคอนเฟิร์มเจอแฟนไทย 29 มี.ค.นี้

6 หนุ่มบอยกรุ๊ปสุดฮอต BOYNEXTDOOR ทั้ง “ซองโฮ (SUNGHO), รีอู (RIWOO), แจฮยอน (JAEHYUN), แทชาน (TAESAN), อีฮัน (LEEHAN)” และ “อุนฮัก (WOONHAK)” ที่ใกล้จะได้มาขึ้นเวทีแสดงคอนเสิร์ตใหญ่ที่ประเทศไทยแล้ว กับงาน “BOYNEXTDOOR TOUR ‘KNOCK ONVol.1’ IN BANGKOK” ในวันเสาร์ที่ 29 มีนาคม 2568 ณ ธันเดอร์โดม เมืองทองธานี
แน่นอนว่า “ONEDOOR” (วันดอร์ – ชื่อแฟนคลับ) ที่เมืองไทยนับถอยหลังรออย่างใจจดใจจ่อ ทำเอาทั้ง 6 หนุ่มก็แทบจะอดใจไม่ไหวเหมือนกัน ที่จะได้มาเจอกับแฟนๆ พวกเขาเลยขอส่งตรงคลิปสุดพิเศษมาทักทายเพื่อเป็นการอุ่นเครื่องก่อนจะได้ไปเก็บเกี่ยวโมเมนต์ในคอนเสิร์ตครั้งนี้!!

“Who’s There? BOYNEXTDOOR สวัสดีครับ พวกเรา BOYNEXTDOOR, ONEDOOR ไทยทุกคน วันนี้พวกเรามีข่าวดีมากบอกครับ พอจะเดาออกมั้ยครับ? เรื่องอะไรน้า…น่าจะเคยได้ยินแล้วนะ พวกเราตื่นเต้นมากๆ เลยครับ ในที่สุดพวกเราก็จะได้พบกันในคอนเสิร์ตใหญ่ครั้งแรกของพวกเราแล้วนะครับ ในวันเสาร์ที่ 29 มีนาคม 2568 ที่ธันเดอร์โดม เมืองทองธานี มาพบกันที่งาน “BOYNEXTDOOR TOUR ‘KNOCK ONVol.1’ IN BANGKOK” พวกเราจะเตรียมโชว์ใหม่ๆ โชว์สนุกๆ มากมายไปแสดงให้พวกคุณได้ชมกัน ผมจะตั้งตารอวันที่จะได้พบ ONEDOOR นะครับ แล้วเจอกันนะครับ ONEDOOR ไทย พวกเรา BOYNEXTDOOR ครับ บ๊าย บาย คร้าบบบ~”

สำหรับงาน “BOYNEXTDOOR TOUR ‘KNOCK ONVol.1’ IN BANGKOK” จะเปิดจำหน่ายรอบ ONEDOOR MEMBERSHIP PRESALE ในวันเสาร์ที่ 18 มกราคม 2568 ตั้งแต่เวลา 11.00 น. – 18.00 น. เท่านั้น ผ่านทาง http://www.thaiticketmajor.com เท่านั้น และเปิดจำหน่ายบัตรรอบทั่วไป ในวันอาทิตย์ที่ 19 มกราคม 2568 ตั้งแต่เวลา 11.00 น. เป็นต้นไป ผ่านทางเคาน์เตอร์ไทยทิคเก็ตเมเจอร์ ทุกสาขา หรือ http://www.thaiticketmajor.com บัตร VIP PACKAGE ราคา 6,500 บาท (บัตรยืน) / 5,800 บาท (บัตรยืน และนั่ง) / 4,800 บาท / 3,800 บาท และ 2,800 บาท โดยบัตรทุกราคาบัตรจะได้รับ Official Poster และบัตรแข็งที่ระลึก นอกจากนี้ยังจะอัดแน่นไปด้วยความพิเศษอีกเพียบ!! เหล่า “ONEDOOR” ไม่ควรพลาดคอนเสิร์ตในครั้งนี้!! หนุ่มๆ BOYNEXTDOOR รอที่จะขนทุกความพิเศษมาเสิร์ฟให้แฟนๆ ทุกคนแล้ว

อาไท เล่านาทีระทึกไฟไหม้บ้าน! ทำงานหนักจนน็อก ต้องเบรกงานเพราะกลัวตาย (คลิป)

อาไท เล่านาทีระทึกไฟไหม้บ้าน! ทำงานหนักจนน็อก ต้องเบรกงานเพราะกลัวตาย (คลิป)

15 ม.ค. 2568 19:41 น.

อาไท เล่านาทีระทึกไฟไหม้บ้าน! ทำงานหนักจนน็อก ต้องเบรกงานเพราะกลัวตาย (คลิป)

ตลกหนุ่มอารมณ์ดี อาไท กลมกิ๊ก เล่าเหตุการณ์สุดระทึกไฟไหม้บ้านเกือบเอาชีวิตไม่รอด เผยทำงานหนักแทบไม่ได้พักจนน็อกคากองถ่าย ต้องห้ามส่งโรงพยาบาล เป็นเหตุให้เบรกรับงานร่วม 2 เดือน เพราะกลัวตาย! อัปเดตสถานะหัวใจที่ตอนนี้ตัดสินใจยุติความสัมพันธ์กับนักร้องรุ่นพี่ลดสถานะเหลือแค่พี่น้อง ทุกประเด็นผ่านรายการ “คุยแซ่บ Show” ทางช่อง One31 ที่มี เบนซ์ พรชิตา และ ดีเจพุฒ พุฒิชัย เป็นพิธีกร

ปลายปีที่แล้วบ้านไฟไหม้ เกิดเหตุการณ์อะไรขึ้น?

อาไท : ฉลองคริสต์มาสเลยวันที่ 25 ผมชาร์จพัดลมปิกนิกที่เราเอาไปกางเต็นท์ไว้ ผมชาร์จตอนประมาณตี 4 ครึ่งเพราะว่าผมขึ้นห้องนอนตอน 4 ครึ่ง แล้วก็ตอนประมาณ 6 โมงนิดๆ ผมได้ยินเสียงปังเหมือนคนทะเลาะกัน ผ่านไป 2-3 นาทีตงิดเพราะเสียงดังมากก็เลยเปิดประตูออกไปจะลงไปชั้นล่าง เราเห็นมีควันอ่อนๆ แล้ว มีกลิ่นไหม้แล้ว ไม่ใช่แล้ว ผมเลยปิดประตูโทรหาแม่ แม่อยู่ห้องข้างๆ แม่ผมเพิ่งมาจากสกลนคร แม่ตื่นต้องออกจากบ้านตอนนี้เลย ผมก็เก็บของใส่กระเป๋าเปิดประตูรอบที่ 2 ควันตีหน้าเลย ควันดำ มันมองอะไรไม่เห็นเลย ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมากเลย 

แล้วยังไงต่อ?

อาไท : ผมก็ไปอยู่หัวบันได บอกให้แม่รออยู่ตรงนี้ก่อน แต่จังหวะนั้นควันมันตีมองไม่เห็นแล้ว ผมก็เปิดแฟลชก้มต่ำเดินลงไปข้างล่างจะไปดูว่าไฟมันใหญ่แค่ไหน ถ้าใหญ่มากจนถึงประตูจะบอกแม่อย่าลงมาเพราะมันออกไม่ได้ ผมลงไปดูก่อน ลงไปจังหวะแรกร้อนผ่าวเลย เราเห็นลู่วิ่งเรามันละลายหยดลงมา แต่โชคดียังไม่ถึงประตู เลยบอกแม่ให้ลงมา แม่ต้องหมอบเพราะควันมันอยู่ข้างบน พอทุกคนรอดผมก็ไปบอกพ่อ 

ตอนนั้นพ่ออยู่ไหน?

อาไท : พ่อผมเตรียมกล้องจะไลฟ์สดอยู่นะตอนนั้น พ่อผมชอบไลฟ์สดตอนเช้า พออยู่ในบ้านอยู่อีกหลังนึง หลังข้างๆ เป็นของผม ด้วยความตกใจหาสายยางไม่เจอ ผมจะมีน้ำแพ็กไว้เยอะๆ พ่อผมก็ไปยกมาเปิดแล้วก็สาด 4 แพ็กไม่มีผลอะไรเลย มีแต่น้ำนองพื้น ไฟมันลุกไม่หยุด


แล้วคุมสถานการณ์นั้นได้ยังไง?

อาไท : พี่ รปภ. ขับรถเขาเอาถังดับเพลิงมาให้ แล้วก็พี่เพื่อนบ้านน่ารักมาก วิ่งมาจากอีกซอยนึงแล้วเอาถังดับเพลิงมาให้ แล้วเขาบอกว่าเอาไว้ก่อนเลยครับ เดี๋ยวผมต้องไปส่งลูกก่อน เขาน่ารักมาก พี่ รปภ. ก็เข้าไปกดถังดับเพลิงประมาณปื้ดสองปื้ด เขาบอกว่าพี่หมดแล้วสงสัยไม่ได้ใช้นาน ก็เลยเปลี่ยนถังเอาถังของเพื่อนบ้าน จังหวะนั้นน้องที่ดูแลแม่ผมวิ่งเอาน้ำเข้าไปสาดพี่ รปภ. ก็เดินตามไปกดเต็มเลยปื้ด ไอ้นั่นบอกว่าพี่ๆ หลังผมๆ เต็มหลังน้องผมเลย จังหวะมันชุลมุน มันตลกจริงๆ แต่จังหวะนั้นเราไม่ฮาหรอก แต่ว่ามาเล่าแล้วมันฮา

ตอนนี้บ้านรีโนเวตเสร็จรึยัง?

อาไท : ตอนนี้ทาสีแล้ว เปลี่ยนฝ้าแล้ว ที่เหลือมีเปลี่ยนพื้นที่เหลือยังไม่ได้ทำ

สาเหตุการเกิดเพลิงไหม้ในครั้งนี้เกิดจากพัดลม เราไปซื้อไปเอามาจากไหน?

อาไท : นำเข้าจากต่างประเทศ แต่เราไม่ระบุประเทศนะ เดี๋ยวเขาฟ้องร้อง สั่งออนไลน์มา ราคาหลักร้อยหรือไม่ก็พันนิดๆ 

อาไทแชร์นิดนึงว่าเราควรซื้อของที่แพงแต่มีคุณภาพดีกว่ามั้ย หรือว่าของถูกแล้วก็ไปลุ้นเอา?

อาไท : จะเสียตังค์แล้วก็ซื้อของที่มีคุณภาพเลยดีกว่า เราเข้าใจบางคนทุนทรัพย์ไม่ได้จริงๆ ระวังเอา ชาร์จเมื่ออยู่ ถ้าไม่อยู่ก็อย่าชาร์จ อย่างน้อยถ้ามันจะบึ้มถ้าเราอยู่ก็ยังควบคุมได้ไวก็ยังโอเคดีกว่า 

เห็นว่าหลังจากนั้นติดต่อเป็นพรีเซ็นเตอร์ จริงเหรอ?

อาไท : จริงครับ DM มาหาผม ผมจะมีไลน์รับงาน อยากให้อาไททำคลิปรีวิวเครื่องปั๊มน้ำ ที่ฉีดน้ำแรงดัน ผมก็ต้องดูก่อน ก่อนจะรับงานอะไรก็ต้องดูก่อนเสมอ ผมก็กดเข้าไปดู นี่แบรนด์เดียวกับพัดลมที่ไหม้เลยนี่หว่า หลังจากบ้านผมไฟไหม้ติดต่อมาเลย ผมจะรับดีมั้ยเพราะผมก็ไหม้จากอันนี้ แต่ก็ไม่ได้รับครับ 

เหตุการณ์ไฟไหม้ในครั้งนี้ช่วยเตือนสติอะไรเราบ้าง?

อาไท : ต้องมีถังดับเพลิง อันนี้สำคัญมาก ผมพูดกับทุกคนเลยว่าหลังจากผมมีประสบการณ์แล้ว ที่ผ่านมาเอาตรงๆ ผมดื้อมาก พ่อผมบอกว่าเราควรมีมั้ย ผมบอกว่าบ้านเก่ามีไม่เคยได้แตะต้องเลย รู้สึกว่าไม่ต้องมีก็ได้ ผมก็เลยไม่ซื้อ

เรื่องราวความรักตอนนี้มีความรักครั้งใหม่แล้ว?

 อาไท : เกือบจะมีตอนนี้ก็ไม่มีแล้ว แค่เกือบๆ 

ก่อนหน้านี้แต่งเพลงแล้วก็ให้กับสาวคนหนึ่ง สาวรุ่นพี่นักร้อง?

อาไท : ใช่ครับ ผมแต่งเพลงแล้วก็ปล่อยเพลง พี่ๆ ตลกทั้งหลายก็โทรมาบอกว่าจะปล่อยเพลงกลัวกระแสเงียบเลยเผาบ้านตัวเองเหรอ เขาโทรมาอำผม 

ชื่อเพลงว่าอะไร?

อาไท : ชื่อเพลงว่า “พี่” คำเดียวเลย

แต่งเพลงนี้แล้วส่งไปให้เขาฟัง เขาว่ายังไงบ้าง?

อาไท : เขาชอบมาก ผมก็บอกเลยว่าตอนที่เรายังคุยกัน จริงๆ เพลงนี้เป็นเพลงของเขานะ ผมก็บอกเขาเลย เขาก็ชอบฟัง เขาก็ฟังอยู่ทุกวันนี้นะ 

สรุปยังคุยกันอยู่?

อาไท : ตอนนั้นเราคุยกันดีมาก แต่ว่าด้วยอะไรหลายๆ อย่างก็เลยตัดสินใจ งั้นเราก็เป็นพี่น้องกันเหมือนเดิมดีกว่า ทุกวันนี้ก็ยังคุยกันได้ เป็นพี่น้องที่ดีต่อกันมากๆ 

พี่คนนั้นคือ?

อาไท : อยู่ในแวดวงเราเนี่ยแหละ

บางคนเม้าท์ว่าจริงๆ แล้วไม่มีตัวดันทำคอนเทนต์เฉยๆ?

อาไท : ผมดูเป็นคนเพ้อเจ้อได้ขนาดนั้นเลยเหรอ แต่ที่มาเพลงนี้มันเริ่มจากการที่ผมคุยกับเขาแล้วเราก็รู้สึกว่า เราอยากแต่งเพลงให้เขาจังเลย ผมก็เลยเขียนเนื้อเพลงตามที่ตัวเองคิด แล้วผมรู้จักกับพี่ตูน Three  Man Down อยู่แล้ว ก็เลยไปนั่งเล่าให้พี่ตูนฟัง เขาก็บอกว่าเดี๋ยวพี่ทำให้ เขาก็เอาเนื้อไปแก้ทำดนตรี แล้วที่ตั้งชื่อเพลงว่าพี่ เพราะ Three Man Down เคยปล่อยเพลงที่ชื่อว่า “น้อง” แต่อันนั้นเขาชอบเด็ก ของผมชอบผู้ใหญ่ เหมือนเป็นเพลงล้อกัน แล้วพี่ตูนบอกว่าชอบมากเพลงนี้ อยากเอาให้เป็นของ Three Man Down เองด้วย มันดีมากพอทำเสร็จแล้ว ขอบคุณพี่ตูน Three Man Down ทีทำให้ 

หนุ่มคนนี้จะมีประโยคนึงเกี่ยวกับเรื่องของความรักที่บอกว่าชีวิตของอาไทผู้หญิงนำทาง ตอนนี้ยังเป็นอยู่มั้ย?

อาไท : (หัวเราะ) ถ้าผมมีความรักจะจริงจังมาก ถ้าว่าจะให้เขานำก็ได้ เป็นพวกชอบตามมากกว่า เวลามีความรักผมจะตามใจตามทุกอย่าง 

ตอนนี้สเปกเหมือนเดิมมั้ย?

อาไท : ตอนนี้กลายเป็นผมไม่ได้เอาหน้าตาเป็นหลักแล้ว ผมชอบคนที่เราคุยกันรู้เรื่อง คุยกันได้ทุกเรื่อง มีมุมมองที่คล้ายกัน เป้าหมายคล้ายกัน ส่วนหน้าตาก็เป็นรองแล้ว 

ตอนนี้มีคนคุยหรือยัง?

อาไท : เพิ่งเลิกคุยไปก็เลยยังหาใหม่ไม่ทัน

งานเยอะมาก แต่มีช่วงนึงหายหน้าหายตาไป?

อาไท : ใช่ครับ เมื่อไม่นานนี้เองครับ พักเบรกแต่ไม่ถึงกับขั้นประกาศนะครับ 

เกิดอะไรขึ้นกับชีวิตถึงต้องพักเบรก?

อาไท : ตอนนั้นผมถ่ายหนังสองเรื่องแล้วถ่ายพร้อมกัน เปิดกล้องพร้อมกัน ปิดกล้องพร้อมกัน แล้วด้วยความที่ผมเป็นคนจัดการตัวเอง ดูคิวเองหมดเลย ผมยกให้อีกเรื่องนึง 2 เดือน ส่วนอีกเรื่องนึงเขาขอสลอตที่ว่าง ผมเลยเอาสลอตที่ว่างทั้งหมดให้เขาหมดเลย ก็เลยกลายเป็นเต็มหมดเลย มีทั้งรายการประจำและรายการที่ทำอยู่ มันเลยกลายเป็นทุกวันผมไม่มีวันว่างเลย เป็นแบบนี้อยู่ 2 เดือนเต็มๆ มันกลายเป็นผมนอน 3 ชั่วโมง เพราะอีกอันเป็นหนังผีมันจะถ่ายดึก พอถ่ายดึกกลางคืนแล้วมาเช้าอันนี้ มันเลยกลายเป็นนอนน้อยมาก นอน 3-4 ชั่วโมงติดต่อกัน

มีช่วงนึงตอนถ่ายผมวูบ กำลังกลับบ้านผมอยู่ดีๆ ก็เวียนหัวหน้ามืด เลยบอกให้พี่ชายผมพาเข้าโรงพยาบาลเลย ไปแอดมิตเลย หมอก็บอกว่าถ้าอาการดีขึ้นค่อยกลับ แอดมิตซักคืน พอผมแอดมิตปั๊บ ผมบอกหมอแต่ 8 โมงผมต้องออกแล้วนะ ผมเข้าไปประมาณ 5 ทุ่ม ผมต้องไปถ่ายหนังต่อที่อยุธยา หมอบอกว่าไม่อยากให้ออก ต้องพักก่อน ผมบอกว่าต้องออกแล้วถอดน้ำเกลือให้ผมหน่อย หมอก็เลยยอมเพราะผมดื้อมาก ผมก็เปลี่ยนเสื้อที่โรงพยาบาลไปถ่ายหนังต่อไม่เข้าบ้านด้วย รอบแรกก็เป็นอย่างนี้

แล้วรอบที่ 2?

อาไท : รอบที่สองหนักครับ อันนี้เริ่มอาเจียนแล้ว รอบแรกกับรอบสองห่างกันประมาณ 3 อาทิตย์ อันนี้อาเจียน เวียนหัว หน้ามืด ซม อยู่ที่กองถ่ายด้วย ถ่ายที่ต่างจังหวัดด้วย อาเจียนหลายรอบด้วย จนเขาต้องส่งตัวไปโรงพยาบาลเพราะผมดื้อจะไม่ไป เดี๋ยวผมก็ดีขึ้น

ไปโรงพยาบาลหมอบอกว่าอาการไม่ดีก็ให้น้ำเกลือ บอกหมอว่าอันนี้เป็นคิวปิดกล้องแล้ว มันฉากสุดท้ายแล้ว ผมเล่นมาตลอดแล้ว จะไม่ให้ผมกลับไปถ่ายไม่ได้ เพราะกองถ่ายบอกว่าไม่ต้องกลับไปแล้ว พักเลย ฉากนี้เปลี่ยนได้ ผมบอกพี่ผมเล่นมาทั้งเรื่องแล้ว แล้วฉากนี้ต้องเป็นผมด้วย เลยบอกหมอว่าผมมีเวลาให้หมอ 1 ชั่วโมง ทำยังไงก็ได้ให้ผมหายแล้วกลับไปถ่ายให้ทัน งั้นต้องเจาะสองฝั่งนะ อีกฝั่งนำ้เกลืออีกฝั่งยา แล้วก็กลับไปถ่ายอีก

ฟังดูก็งานเยอะแล้วทำไมหยุดรับงาน?

อาไท : กลัวตายครับ พอหลังจากเราปิดกล้อง 2 เรื่องพร้อมกัน ผมก็เลยบอกกับที่บ้านว่าผมขออนุญาตทำตัวเสเพล 1 เดือน ทำแต่งานประจำที่ล็อกไว้อยู่แล้ว หรืองานอะไรที่เรารับไว้ก่อนหน้าเราทำ ละครเราขอยังไม่รับ มีละครติดต่อมาก็เลยยังไม่ได้รับ ตอนนั้นติดต่อมาละคร 2 หนัง 1 ผมขอโทษนะครับที่ผมบอกว่าผมคิวไม่ว่าง ถ้านิสัยตัวจริงๆ ของผมคือถ้างานอะไรที่ผมรับแล้วผมทำได้เต็มที่ผมรับ แต่ถ้างานอะไรที่ผมรับแล้วผมรู้สึกว่าผมไม่เต็มที่ หรือทำออกมาได้ไม่ดี หรือร่างกายผมไม่พร้อม ผมจะไม่รับ เงินผมอยากได้อยู่แล้ว แต่ถ้าเราไปเอาตังค์เขา แล้วเหมือนไปเอาเปรียบเขา แล้วตัวเองทำออกมาได้ไม่ดี ไปง่วง ก็ขอไม่รับดีกว่า 

ก็เลยเบรกไป 1 เดือน?

อาไท : ขออนุญาตครอบครัวเดือนนึงครับ แต่เดือนที่สองมันลาม 

ในการเบรกครั้งนี้เห็นบอกว่าใช้เงินไปกับการเสเพลไปเที่ยวทั้งในไทยแล้วก็ต่างประเทศหลักล้าน?

อาไท : เกือบๆ ไม่ล้านหรอก แต่ 2 เดือนนั้นก็ขออนุญาตที่บ้านแล้ว เราก็ไม่ได้ทำให้ที่บ้านเดือดร้อน เราก็ขอใช้ชีวิตซักหน่อยนึงให้เราได้ชาร์จแบตร่างกายตัวเอง เพื่อให้เราได้กลับมาทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ติดลมไป 2 เดือน แล้วคัมแบ็กกลับมายังไง?

อาไท : พี่ชายที่น่ารักทั้ง 2 คน คุณแจ็ค แฟนฉัน แล้วก็คุณนิกกี้ ณฉัตร ครับ พี่แจ็ค แฟนฉัน มาพูดจริงจังกับผมเลย น้องต้องทำงานนะ หยุดไม่ได้นะ นิกกี้ บอกว่าน้องต้องทำงาน ทั้งๆ ที่ผมเลียนแบบเขานะ ไอ้ที่ผมหยุดใช้ชีวิตใช้ตังค์ ผมทำเหมือนเขาเลยนะ แต่เขามาบอกผมว่าน้องต้องทำงานนะ ผมก็ครับพี่ ก็เลยกลับมารับปกติ

แจ็ค : ตอนนั้นน้องอาไทมาปรึกษาผมเกี่ยวกับการไม่รับงาน ก็ให้คำแนะนำว่าบางทีอยากให้อาไทรับงานเยอะๆ จะได้มีงานมีเงินดูแลครอบครัว ทุกวันนี้งานมันหายาก ก็เลยอยากจะให้อาไทเปลี่ยนความคิดตัวเองใหม่ เพื่อจะได้มีเงินเก็บเยอะๆ ในวันข้างหน้าเราไม่รู้ว่าอาชีพต่างๆ มันจะเป็นยังไง ยังไงก็เป็นห่วงอาไท

อาไท : พี่ชายผมน่ารักมาก วันที่บ้านผมไฟไหม้เขาโทรมา น้องเดือดร้อนอะไรบอกพี่ ที่เขาบอกผมเพราะของที่บ้านผมส่วนมากเขาให้ผมมา เขากลัวว่าของที่ไหม้มาจากบ้านเขา เขาเลยจะแสดงความรับผิดชอบ

มีคนเม้าท์ว่าเดี๋ยวนี้กลายเป็นตลกติดหล่อไปแล้ว จะแก้ข่าวว่ายังไง?

อาไท : ความหล่อมาติดผมเองครับ จริงๆ ไม่ใช่เลย คำว่าติดหล่อคือพี่ๆ เขาชอบอำ แต่จริงๆ แล้วคือผมเป็นคนขี้เขิน ผมเป็นตลกตั้งแต่เด็ก เล่นบนเวทีอะไรได้หมดเลย แต่ถ้าตัวจริงๆ แล้วผมเป็นคนขี้เขิน แต่ถ้าเป็นงานเราทำได้ พอในรายการโดนอำต่อหน้าผู้หญิง ผมจะแสดงตัวไม่ถูก ไม่รู้จะทำตัวยังไง ผมก็จะกึ๊กๆ กั๊กๆ เขาก็จะอำว่าเดี๋ยวนี้ติดหล่อซะแล้ว อำเล่นไม่ได้แล้ว 

หล่อขึ้นเพราะไปมูหรือเปล่า?

อาไท : ส่วนมากผมจะมูที่บ้านตัวเอง ด้วยความเป็นตลก 2 อย่างหลักๆ ก็จะเป็นพ่อแก่กับพระพิฆเนศ 

เราขอยังไงเวลาขอ?

อาไท : ผมท่องบทสวดไม่เป็นเวลา ผมขอเหมือนขอญาติผู้ใหญ่ ผมจะเดินเข้าไปแล้วบอกว่าสมมติงานนี้ 7 วันมีวันว่างอยู่วันนึง วันดีคืนดีผมก็จะเดินเข้าไปในห้องพระ แล้วก็บอกว่าพ่อว่างอยู่วันนึง ขอได้มั้ยให้งานมันลงวันนี้ อยากทำงานเต็มอาทิตย์ ขอนะพ่อนะ ก็จะลงวันนั้นพอดี

อายุ 23 คิดจะเกษียณแล้ว?

อาไท : ยังครับ วางแผนเกษียณเฉยๆ ครับ เคยตั้งเป้าว่าอยากเกษียณ 40 ครับ ที่ตั้งเป้าเกษียณ ผมจะได้ใช้ชีวิตได้ถูกต้อง ผมตั้งเป้าเกษียณ 40 ตั้งเป้าว่าจะตาย 80 แล้วผมก็จะคำนวนว่า 40 ปีนี้จะใช้เงินทั้งหมดเท่าไหร่ มีเวลาหาเท่านี้ แต่คำว่าเกษียณไม่ได้แปลว่าจะหยุดทำงานนะ ลุงรงค์ 60 ยังทำงานอยู่เลย ผมหยุดทำงานไม่ได้หรอก แต่แค่คงจะทำงานในสิ่งที่ตัวเองชอบแล้ว เอาความสนุกเข้าว่า ไม่ได้ทำงานทุกอย่างขนาดนั้น

ชมคลิป

คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม

เจมส์จิ-โฟม วิวาห์ในความทรงจำ ชวนแขกเก็บมือถือ ชื่นชมโมเมนต์ตรงหน้า

เจมส์จิ-โฟม วิวาห์ในความทรงจำ ชวนแขกเก็บมือถือ ชื่นชมโมเมนต์ตรงหน้า

15 ม.ค. 2568 18:22 น.

เจมส์จิ-โฟม วิวาห์ในความทรงจำ ชวนแขกเก็บมือถือ ชื่นชมโมเมนต์ตรงหน้า

เรียบง่ายแต่ลึกซึ้ง! เมื่อคู่รักดัง เจมส์ จิรายุ ตั้งศรีสุข และ โฟม เบ็ญจมาส กิตติพิทักษ์กุล จูงมือกันเข้าสู่พิธีวิวาห์ที่อบอวลไปด้วยความอบอุ่นท่ามกลางบรรยากาศธรรมชาติ แต่สิ่งที่ทำให้พิธีนี้โดดเด่นและน่าประทับใจคือไอเดียของทั้งคู่ที่ขอให้แขกทุกคนเก็บโทรศัพท์มือถือไว้ตลอดช่วงพิธีสำคัญ

ซึ่ง เจมส์ จิรายุ โพสต์เล่าว่า “อีกสิ่งที่รู้สึกดีใจคือในช่วงพิธี เราตกลงกันว่าให้ทุกคนเก็บมือถือ ไอเดียมาจาก @pound_thanarit บอกว่ามันน่าจะสวยดี

แต่พอเอากลับมาคุยกับโฟม เราเห็นตรงกันว่า บางทีแล้วในโลก ขณะนี้ของเรา ที่เรามองอะไรผ่านมือถือ ถ้ามีสักช่วงขณะหนึ่ง “ที่เราได้อยู่ด้วยกัน ในวันที่เราอยู่ด้วยกัน” มันจะเป็นยังไงนะ …

เมื่อเราร่วมกันวางทุกสิ่งลง เราจึงได้รับอีกสิ่งหนึ่งเข้ามา เรารับรู้ด้วยสายตา น้ำเสียง และความรู้สึก

เราใช้เวลาร่วมกันแค่ 10 กว่านาที ในความรู้สึกของผม มันเป็นการบันทึกประสบการณ์ ที่ดีที่สุด ครั้งหนึ่งในชีวิต ที่ถูกเก็บไว้แล้ว … ในความทรงจำ

ขอบคุณครับ”

เป็นโมเมนต์ที่จริงใจที่สุด เรียลที่สุด และน่าจดจำที่สุดไปเลยหนุ่มเจมส์

คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม

ว้าวมาก! ครีมมี่ พลอยปภัส นางเอกพรชีวัน ผันชีวิตมาเป็นแอร์โฮสเตส เพราะชอบเที่ยวต่างประเทศ

ว้าวมาก! ครีมมี่ พลอยปภัส นางเอกพรชีวัน ผันชีวิตมาเป็นแอร์โฮสเตส เพราะชอบเที่ยวต่างประเทศ

15 ม.ค. 2568 18:15 น.

ว้าวมาก! ครีมมี่ พลอยปภัส นางเอกพรชีวัน ผันชีวิตมาเป็นแอร์โฮสเตส เพราะชอบเที่ยวต่างประเทศ

ครีมมี่ พลอยปภัส อิสระพงศ์พร นางเอกสาวหน้าหวาน ที่เข้าวงการบันเทิงมาตั้งแต่อายุ 13 ปี ด้วยการเป็นเด็กฝึกจากค่าย KAMIKAZE หลังจากที่เธอได้ยุติบทบาทกับทางค่าย ครีมมี่ก็ได้เข้าร่วมการแข่งขันในรายการ The Star Idol จนเข้ารอบ 20 คนสุดท้าย แต่ก็ไม่เป็นอย่างที่หวัง เธอไปไม่ถึงรอบ 8 คนสุดท้าย จึงได้พลิกผันชีวิตจากเส้นทางการเป็นศิลปินสู่การเป็นนักแสดง และได้แจ้งเกิดจากการรับบท “พรชีวา” ใน ดวงใจเทวพรหม ตอน พรชีวัน

แต่แล้วเส้นทางชีวิตของ ครีมมี่ ก็ได้เปลี่ยนอีกครั้ง จากการเป็นนักแสดง สู่การติดปีกเป็นแอร์โฮสเตสสาว สายการบินชื่อดังอย่าง เอมิเรตส์ (Emirates) ล่าสุด ครีมมี่ ก็ได้เล่าเรื่องนี้ผ่านทางโซเชียลของเธอ ถึงการเบนเข็มเตรียมจะไปเป็นนางฟ้าบนเครื่องบินแล้ว โดยเจ้าตัวได้เขียนแคปชั่นว่า “เมื่อก่อนทำงานเพื่อไปเที่ยว ตอนนี้การได้เที่ยวมาเป็นงานแล้วว”

ซึ่ง ครีมมี่ ได้ตอบคำถามที่หลายคนสงสัยว่า เป็นนักแสดงอยู่แล้ว ไปเป็นแอร์โฮสเตสทำไม เธอให้เหตุผลว่า ส่วนตัวเป็นคนชอบเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศอยู่แล้ว แต่การเป็นนักแสดงก็ไม่ได้หาเวลาไปเที่ยวได้ง่ายๆ เลยทำให้เธอลองยื่นสมัครในงานที่ฝันตั้งแต่เด็กไปตามสายการบินต่างๆ ซึ่งก็ไม่ง่ายเลย ใช้เวลากว่า 6 เดือน แต่ในช่วงนั้นก็พัฒนาตัวเองไปด้วย ทั้งฝึกพูด แต่งหน้า ทำผมด้วยตัวเอง และไปเรียนภาษาอังกฤษให้คล่องมากยิ่งขึ้น ทำตัวไม่ให้เป็นน้ำเต็มแก้ว

และสุดท้ายความพยายามทั้งหมดก็สำเร็จ ได้รับการคัดเลือกเข้าทำงานเรียบร้อยของสายการบิน Emirates ครีมมี่ ยังบอกอีกว่า คงเป็นชาเล้นจ์ที่ยากขึ้นไปอีก กับการทำงานสายใหม่

มารอติดตามและเป็นกำลังใจให้กับสาวครีมมี่กันต่อกับการเดินเส้นทางใหม่นี้กัน และหลายคนที่ได้เห็นคลิปดังกล่าวก็ส่งกำลังใจให้กับ ครีมมี่ กันจำนวนมาก