นิมิตรนำเสนอ‘เมนูโบราณ’มรดกแห่งวัฒนธรรมในเมนูประจำฤดูกาล

นิมิตรนำเสนอ‘เมนูโบราณ’มรดกแห่งวัฒนธรรมในเมนูประจำฤดูกาล

นิมิตรนำเสนอ‘เมนูโบราณ’มรดกแห่งวัฒนธรรมในเมนูประจำฤดูกาล

วันศุกร์ ที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ห้องอาหารนิมิตร และรูฟท็อป บาร์ บนชั้น 27 ของโรงแรม 137 พิลลาร์ สวีท แอนด์ เรสซิเด้นซ์กรุงเทพฯ นำเสนอเมนูอาหารโบราณจากล้านนาและภาคกลาง ของประเทศไทยรังสรรค์อย่างพิถีพิถันโดยทีมเชฟมากฝีมือ เพื่อสืบทอดมรดกทางวัฒนธรรมอาหารอันทรงคุณค่า สัมผัสรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ของเมนูอาหารโบราณที่หารับประทานได้ยากในปัจจุบันได้ทุกวันจนถึงวันที่ 30 เมษายน 2568

ห้องอาหารนิมิตร และรูฟท็อป บาร์ มีความภูมิใจในการนำเสนอวัตถุดิบท้องถิ่นคุณภาพดีจากเกษตรกรในประเทศ ด้วยการผสมผสานระหว่างความทันสมัยและรสชาติดั้งเดิม ทีมเชฟรังสรรค์อาหารทุกจานโดยมุ่งเน้นการนำเสนอเอกลักษณ์ของอาหารไทย เมนูโบราณ มรดกแห่งวัฒนธรรม ถูกนำกลับมาปรุงอย่างพิถีพิถัน จากความมุ่งมั่นในการค้นคว้าตำราอาหารอันเป็นที่นิยมในกลุ่มชนชั้นสูงในอดีต

เมนูที่โดดเด่น ได้แก่ เมี่ยงซด –เมี่ยงสูตรชาววัง : ความอร่อยจากส่วนผสมที่ลงตัวของหมูสามชั้นถั่วลิสง และกุ้งแห้ง ห่อด้วยใบยาสูบ เมนูนี้มีต้นกำเนิดจากประวัติศาสตร์อาหารของเมืองเชียงใหม่และเชื่อกันว่าเป็นสูตรต้นตำรับจาก เจ้าดารารัศมีรสชาติที่จัดจ้านและสัมผัสอันเป็นเอกลักษณ์ทำให้เมนูนี้โดดเด่นไม่เหมือนใคร, แสร้งว่ายำไข่จะละเม็ดลำไย : การรังสรรค์ใหม่ของเมนูยำโบราณจากสมัยรัชกาลที่ 5 เมนูนี้ผสมผสานรสเค็ม หวาน และความสดชื่นของผลไม้อย่างลงตัว

แกงเหงาหงอด : เมนูแกงสูตรโบราณจากยุคกรุงศรีอยุธยา ที่โดดเด่นด้วยปลากะพง แตงโมอ่อน และโหระพา แกงนี้มีต้นกำเนิดจากอิทธิพลของโปรตุเกสและเคยเป็นที่นิยมในราชวงศ์ไทย สูตรที่สืบทอดมายาวนานนี้เป็นตัวอย่างของการผสมผสานระหว่างวัฒนธรรมต่างชาติและรสชาติท้องถิ่นอย่างลงตัว และ ส้มฉุน–ขนมหวานไทยโบราณ : ขนมหวานที่ทำจากผลไม้ เพิ่มความหอมละมุนด้วยกลิ่นดอกมะลิ เติมขิงรสจัดจ้าน เสิร์ฟกับน้ำแข็งไสที่ให้ความสดชื่น เมนูนี้ได้รับการกล่าวถึงใน “กาพย์เห่ชมเครื่องคาวหวาน” ของรัชกาลที่ 2

“เรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้นำเสนอเมนูอาหารโบราณที่เคยสงวนไว้สำหรับชนชั้นสูงในอดีตให้คนรุ่นปัจจุบันได้สัมผัสที่ห้องอาหารนิมิตร ซึ่งเป็นการรักษาและสืบทอดมรดกทางวัฒนธรรมอาหารไทย” เอ็กเซ็กคิวทีฟเชฟ กรวิชญ์ รุ่งฉัตร กล่าว “อาหารทุกจานถูกรังสรรค์ขึ้นจากวัตถุดิบท้องถิ่นชั้นเยี่ยม ผสมผสานกับสมุนไพรและเครื่องเทศหอมกรุ่น มอบประสบการณ์ที่ผสานประวัติศาสตร์ รสชาติ และความยั่งยืนเข้าด้วยกัน”

ดื่มด่ำกับประสบการณ์รับประทานอาหารไทยรสชาติดั้งเดิมที่ผสมผสานความทันสมัยสำหรับมื้ออาหารอันน่าจดจำได้ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 17.00 น. ถึง 23.00 น. สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือสำรองที่นั่งโทร. 02-0797000 หรือติดต่อ LINE Official Account (@137pillarshotels)

KFCxชินจัง จับมือต้อนรับวันเด็ก แจกฟรี ‘เซตแก้วแปรงฟันชินจัง’

KFCxชินจัง จับมือต้อนรับวันเด็ก แจกฟรี ‘เซตแก้วแปรงฟันชินจัง’

KFCxชินจัง จับมือต้อนรับวันเด็ก แจกฟรี ‘เซตแก้วแปรงฟันชินจัง’

วันศุกร์ ที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ของขวัญสุดพิเศษ KFC (เคเอฟซี) ชวนตัวการ์ตูนดัง “ชินจัง”ร่วมฉลองวันเด็กแห่งชาติ 2568รับฟรี! เซตแก้วแปรงฟันคอลเลคชั่นพิเศษ ลายชินจัง เมื่อสั่งชุดบักเก็ตไก่ขั้นต่ำ 299 บาท ในวันเสาร์ที่ 11 และวันอาทิตย์ที่ 12 มกราคม 2568 นี้ ที่ KFC ทุกสาขา

ซูเฮล ลิมบาดะ Market Lead & Chief Marketing Officer KFC Thailand กล่าวว่า “วันเด็กคือช่วงเวลาแห่งความสุขที่ครอบครัวจะอยู่พร้อมหน้าพร้อมตา KFC จึงอยากให้วันเด็กในปีนี้พิเศษและสนุกสนานกว่าที่เคย ด้วยการคอลแลบส์กับตัวแสบแห่งวงการการ์ตูนที่เด็กทั่วโลกรู้จักกันเป็นอย่างดี “เครยอน ชินจัง” เจ้าหนูจอมแก่นจากประเทศญี่ปุ่น ที่จะช่วยสร้างรอยยิ้มและเสียงหัวเราะในวันเด็กแห่งชาติปีนี้ไปด้วยกัน ด้วยบุคลิกขี้เล่น ซุกซน และอารมณ์ขันที่เป็นเอกลักษณ์ ชินจังจึงเป็นตัวแทนความสนุกที่เชื่อมโยงผู้คนทุกวัย เช่นเดียวกับบุคลิกของผู้พันแซนเดอร์สและแบรนด์ KFC ที่คอยเติมเต็มรอยยิ้มของทุกคนด้วยความอร่อยของไก่ทอดแบบฉบับ
ผู้พันแซนเดอร์สจนสามารถครองใจลูกค้าทั่วโลกเช่นกัน”

ในแคมเปญคอลแลบส์สุดพิเศษนี้ เคเอฟซีได้นำตัวการ์ตูนชินจังในชุดไอคอนิคและชินจังที่สวมใส่ชุดไก่สุดกวน มาจับคู่กับเมนูสุดฮิตของ KFC อย่างไก่ทอด วิงซ์แซ่บและเฟรนช์ฟรายส์ มาออกแบบเป็นลายสุดพิเศษบนเซ็ตแก้วน้ำและแปรงสีฟันสีแดงสดใส ที่ทั้งน่ารักและน่าเก็บสะสม เพื่อมอบเป็นของขวัญวันเด็กให้ทั้งเด็กๆ และแฟนๆ ชินจังได้ยิ้มกว้างกันถ้วนหน้า

จัดเต็มความสนุกและความอร่อยในวันเด็กแห่งชาติปี 2568 นี้ไปกับ KFC และชินจังได้ที่ KFCทุกสาขา พร้อมรับเซตแก้ว แปรงสีฟันชินจังกลับบ้านฟรี เพียงสั่งชุดบักเก็ตไก่ราคา 299 บาทขึ้นไป (ได้ทั้งการรับประทานที่ร้านหรือสั่งซื้อกลับบ้าน) 1 เซตต่อ 1 ใบเสร็จ ในวันเสาร์ที่ 11 และวันอาทิตย์ที่ 12 มกราคม 2568 หรือจนกว่าสินค้าจะหมด (สินค้ามีจำนวนจำกัด สามารถสอบถามพนักงานก่อนสั่ง)ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่https://www.kfc.co.th หรือเฟซบุ๊ก KFC Thailand

‘อาหารดี สุขภาพดี ปลุกพลังชีวีให้ยืนยาว’แนวคิดงานโครงการหลวง 2025 ช้อปสินค้าไฮไลท์ ผัก ผลไม้ ธัญพืช ระดับซูเปอร์มาสเตอร์ ส่งตรงจากยอดดอย

‘อาหารดี สุขภาพดี ปลุกพลังชีวีให้ยืนยาว’แนวคิดงานโครงการหลวง 2025  ช้อปสินค้าไฮไลท์ ผัก ผลไม้ ธัญพืช ระดับซูเปอร์มาสเตอร์ ส่งตรงจากยอดดอย

‘อาหารดี สุขภาพดี ปลุกพลังชีวีให้ยืนยาว’แนวคิดงานโครงการหลวง 2025 ช้อปสินค้าไฮไลท์ ผัก ผลไม้ ธัญพืช ระดับซูเปอร์มาสเตอร์ ส่งตรงจากยอดดอย

วันศุกร์ ที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

กลับมาอีกครั้ง มูลนิธิโครงการหลวง ร่วมกับศูนย์การค้าสยามพารากอน และกูร์เมต์ มาร์เก็ต จัดงาน “Royal Project Gastronomy Festival 2025 @ Siam Paragon”(รอยัล โปรเจ็คต์ แกสโตรโนมี เฟสติวัล 2025 แอท สยามพารากอน) ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Taste of Wellness” (เทสต์ ออฟ เวลเนส) คัดสรรวัตถุดิบระดับซูเปอร์มาสเตอร์จากยอดดอยที่โครงการหลวงได้นำไปส่งเสริมให้แก่เกษตรกรบนพื้นที่สูงมาอย่างยาวนานและต่อเนื่อง มีผลผลิตเมืองหนาวที่เกิดจากผลสำเร็จของการวิจัยมากมายมาจำหน่ายใจกลางเมือง พร้อมรังสรรค์เมนูเพื่อสุขภาพรสชาติดีโดยเชฟชื่อดัง

งาน Royal Project Gastronomy Festival 2025 @ Siam Paragon ครั้งนี้จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Taste of Wellness : Healthy Eating for a Longer Life”อาหารดี สุขภาพดี ปลุกพลังชีวีให้ยืนยาว ด้วยการเนรมิตบรรยากาศภายในงานผ่านประสาทสัมผัสทั้ง 5 เริ่มจาก การมองเห็น โดยพาร์ค พารากอนจะถูกเนรมิตให้กลายเป็นสวนสวยใจกลางเมือง ประดับตกแต่งด้วยบูธผัก ผลไม้ และดอกไม้สร้างความร่มรื่น เพลินตาในทุกช่วงเวลาการลิ้มรสชาติ ที่สุดกับการคอลลาบอเรชั่นกับสุดยอดเชฟชื่อดัง ได้แก่ เชฟบิว-ภูเตโช กาญจนกิตติกูล ผู้ชนะการแข่งขัน Hell’s Kitchen Thailand, เชฟแก้ว-ปวีณ์นุชยอดปรีชาวิจิติ ผู้ชนะเลิศการแข่งขัน MasterChefThailand Season 1, เชฟเทียน-เทียนชัยพีรพงศธร รายการ Top Chef Thailand 2023และ เชฟอาร์-ธีรภัทร ตียาสุนทรานนท์ผู้ชนะเลิศการแข่งขัน The Next Iron Chef Season 2 ที่จะมาร่วมรังสรรค์เมนูอาหารสุดเอ็กซ์คลูซีฟโดยใช้วัตถุดิบจากโครงการหลวง รวมถึงการร่วมกับร้านอาหารสตรีทฟู้ดชื่อดังที่จะนำวัตถุดิบโครงการหลวงมาปรุงเป็นเมนูซิกเนเจอร์ให้ชิมในงานเป็นครั้งแรก อาทิร้านป้าบุ๋ม บ้าบิ่นมะพร้าวน้ำหอม, ไอศกรีมไข่แข็งเซนต์หลุยส์ เป็นต้น

กลิ่นอาย กลิ่นหอมจากดอกไม้นานาพรรณและผลิตภัณฑ์ต่างๆ จากแบรนด์ Pawis ช่วยสร้างความผ่อนคลาย และกระตุ้นประสาทการรับรู้ทั้งร่างกายและจิตใจได้เป็นอย่างดี, การได้ยิน เสียงจากธรรมชาติและเสียงดนตรี ที่ทำให้เพลิดเพลินและผ่อนคลาย เตรียมพบกับศิลปินที่หมุนเวียนกันมาสร้างความสุขให้กับคุณได้ทุกวันในงาน, การสัมผัส เลือกซื้อผลิตผล ผัก ผลไม้ ดอกไม้ และผลิตภัณฑ์ต่างๆ ส่งตรงจากยอดดอย แน่นอนว่าช่วยฮีลใจและสร้างความเพลิดเพลินได้

สำหรับไฮไลท์ภายในงาน โครงการหลวงได้คัดสรรวัตถุดิบคุณภาพทั้ง ผัก ผลไม้ และธัญพืชที่จัดเป็น Superfood ซึ่งเปี่ยมไปด้วยคุณค่าทางสารอาหาร ช่วยเสริมพลังให้กับร่างกายทำให้สุขภาพดี อาทิ ข้าวกล้องดอยผสมคีนัว, ถั่วอะซูกิ, น้ำมันงาดำสกัดเย็น, น้ำมันลินินสกัดเย็น, น้ำมันงาหอมสกัดเย็น, เครื่องดื่มสมุนไพรผสมสารสกัดเห็ดหลินจือและสารสกัดเจียวกู่หลาน และพืชผักผลไม้เมืองหนาวที่ขาดไม่ได้ เช่น สตรอว์เบอร์รี่พันธุ์พระราชทาน 89,สตรอว์เบอร์รี่พันธุ์พระราชทาน 80, เคพกูสเบอร์รี่,เสาวรสพันธุ์พิเศษที่มีรสชาติหวานกว่าพันธุ์อื่น,เคล ราชินีผักใบเขียว, คะน้าฮ่องกง, ผักกาดหอมห่อ,เบบี้ฮ่องเต้, เบบี้แครอทผักสลัดที่จัดเต็มตั้งแต่เรดคอรัล, ฟิลเลย์ไอซ์เบิร์ก, โอ๊คลีฟเขียว,โอ๊คลีฟแดง และเบบี้คอส รวมทั้งอาหารและสมุนไพรแปรรูปต่างๆ

ส่วนใครที่ชื่นชอบไม้ดอกไม้ประดับ เตรียมรื่นรมย์ไปกับดอกไม้นานาพรรณ อาทิ กุหลาบ สีแดง ชมพู โอลด์โรส เหลือง ขาว,กลอลิโอซ่า ไฮเดรนเยียร์, เบญจมาศ, ซิมบิเดียมและสมุนไพรกระถาง เช่น โรสแมรี่ เบซิลมิ้นท์ที่มาจำหน่ายภายในงาน นอกจากนี้ ยังมีผลิตภัณฑ์งานหัตถกรรมต่างๆ จากชนเผ่า ผลิตภัณฑ์จากมูลนิธิชัยพัฒนา มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ร้านดอยคำ ผลิตภัณฑ์สินค้างานฝีมือจากชุมชนทั่วประเทศ รวมทั้ง เมนูพิเศษจากกูร์เมต์มาร์เก็ต ที่เคาน์เตอร์ YOU HUNT WE COOK โดยจะจำหน่าย ณ กูร์เมต์ มาร์เก็ต ชั้น G สยามพารากอน

สยามพารากอน ยังได้ตอกย้ำความเป็น World-class Food Destination ยกขบวนร้านอาหารชั้นนำหลากหลายร้าน มาร่วมรังสรรค์เมนูเลิศรสในงาน Royal Project Gastronomy Festival 2025 @ Siam Paragon ได้แก่ Bakehaus (เบคเฮ้าส์), Another Hound Café (อนาเธอร์ ฮาวนด์ คาเฟ่), Co Limited(โค ลิมิเต็ด), JUMBO Seafood (จัมโบ้ ซีฟู้ด), Mozza by Cocotte (มอซซ่าบายโคคอต), Nabezo Premium (นาเบโซ พรีเมียม), Nara Thai Cuisine (นารา ไทย ควิซีน), Taling Pling (ตะลิงปลิง), Tasty Congee & Noodle Wantun Shop (เทสตี้ คอนจี้ แอนด์ นู้ดเดิ้ล วันตัน ช็อป), Underhound (อันเดอร์ฮาวนด์), Veganerie (วีแกนเนอรี่) และ Vital Health(ไวทัล เฮลทธ์) โดยใช้วัตถุดิบจากโครงการหลวงมารังสรรค์เป็นเมนูพิเศษทั้งอาหารคาว หวาน และเครื่องดื่มมาจำหน่ายภายในร้าน

งานจัดขึ้นระหว่างวันที่ 15-25 มกราคม 2568 ณ พาร์ค พารากอน ชั้น M สยามพารากอนและวันที่ 9-22 มกราคม 2568 ณ กูร์เมต์ มาร์เก็ต ชั้น G สยามพารากอน โดยได้รับการสนับสนุนจาก บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) และ บริษัท พิบูลย์ชัยน้ำพริกเผาไทยแม่ประนอม จำกัด ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมของงานได้ที่ Facebook : SIAM PARAGON

วันเด็กสนุกเพลิน เรียนรู้เรื่องเมืองอย่างสร้างสรรค์ งาน WOW Festival 2025

วันเด็กสนุกเพลิน เรียนรู้เรื่องเมืองอย่างสร้างสรรค์ งาน WOW Festival 2025

วันเด็กสนุกเพลิน เรียนรู้เรื่องเมืองอย่างสร้างสรรค์ งาน WOW Festival 2025

วันศุกร์ ที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

วันเด็กแห่งชาติปีนี้ ตรงกับวันเสาร์ที่ 11 มกราคม 2568 ถือเป็นวันสำคัญที่หลายครอบครัวจะได้ใช้เวลาร่วมกัน ผ่านการทำกิจกรรมสนุกๆ และการออกไปเที่ยว ซึ่งวันเด็กปีนี้จะพิเศษยิ่งกว่าที่เคย เพราะงาน “WOW Festival 2025 : Wonder Of Well-Living City” เทศกาลอัศจรรย์เมืองน่าอยู่กลับมาสร้างสีสันความสนุกอีกครั้ง ขนทัพกิจกรรมและเซอร์ไพรส์มากมายมาให้น้องๆ และครอบครัวได้ร่วมเล่นเพลิดเพลิน พร้อมเสริมสร้างจินตนาการ ปลูกฝังความยั่งยืน และขับเคลื่อนสร้างเมืองที่ดีไปด้วยกันที่สำคัญเข้าชมฟรี! ตั้งแต่วันที่ 11-19 มกราคมนี้ ณ อาคารพิพิธภัณฑ์สวนป่าเบญจกิติ และสวนเบญจกิติ กรุงเทพมหานคร

เปิดพื้นที่กลางสวน ให้เด็กเล่นสนุกใกล้ชิดธรรมชาติ

ภายในงาน WOW Festival 2025 เด็กๆ จะได้สนุกกับพื้นที่กว้างกลางสวนที่ออกแบบมาเพื่อสร้างสรรค์ประสบการณ์แปลกใหม่ในการเรียนรู้ พร้อมเสริมสร้างจินตนาการไปกับนิทรรศการมากมายในโซน WOW Happy Ground : Let’s play more เล็กเปลี่ยนโลก ที่มาในแนวคิดพื้นที่ “Free Play เล่นอิสระ” (บ่มเพาะ) ส่งเสริมการเล่นอิสระของเด็ก (Free play) ด้วยเครื่องเล่นมากกว่า 10 ชิ้น

พื้นที่ “Structure Play เล่นแบบมีกระบวนการ” (ส่งต่อ) มุ่งเน้นการสร้างแรงบันดาลใจให้เด็กๆ ผ่านการออกแบบระบบนิเวศของตัวเองที่ความเชื่อมโยงกับธรรมชาติ พร้อมทั้งพัฒนาทักษะที่สำคัญในด้านความคิด การทำงานร่วมกัน และการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม พื้นที่ “Role Play ให้ความรู้การดูแลรักษาต้นไม้ใหญ่”knowledge sharing (ดูแล) การเช็คสุขภาพต้นไม้ วิธี protection ต้นไม้ และมีรุกขกรปีนต้นไม้โชว์ซึ่งเป็นกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้เด็กๆ ได้สัมผัสความสนุกจากกระบวนการการออกแบบ สัมผัสบทบาทของ“สถาปนิกตัวน้อย” ปลดปล่อยจินตนาการ พร้อมเติมพลังความคิดสร้างสรรค์การออกแบบเมืองในฝันของหนูที่อยู่ร่วมกับธรรมชาติได้อย่างยั่งยืน ผ่านการเล่นอิสระ และการเล่นแบบมีกระบวนการ โดยกระบวนการผู้เชี่ยวชาญของเครือข่าย Let’s play more (องค์กรอิสระที่ส่งเสริมการเล่นอิสระของเด็ก (Free play) ในประเทศไทย (“ให้เด็กทุกคนได้เล่น”)

อีกทั้ง WOW Happy Ground ยังคงอัดแน่นไปด้วยกิจกรรมเวิร์กช็อป และการจัดแสดงผลงานประติมากรรมสุดอาร์ตให้เด็กๆได้มีปฏิสัมพันธ์อย่างเต็มที่ เพื่อปลูกฝังพื้นฐานแนวคิดเกี่ยวกับการสร้างเมืองที่สำหรับทุบทุกคนรวมทั้งยังมีการตกแต่งพื้นที่เก๋ๆ ให้ได้ถ่ายรูปเก็บโมเมนต์ดีๆ ร่วมกันเป็นความทรงจำที่สวยงามในวันเด็กปีนี้

เรียนรู้เรื่องความยั่งยืนผ่านเวิร์กช็อป DIY เสื้อผ้าเก่า

อีกหนึ่งกิจกรรมไฮไลท์ในงานปีนี้คือ เวิร์กช็อปจาก Green Youth Thailand องค์กรเยาวชนที่ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม ที่เปิดโอกาสให้น้องๆ ได้สวมบทบาทเป็นดีไซเนอร์ตัวจิ๋ว ร่วมออกแบบเสื้อผ้าตัวเก่าของตัวเอง ให้กลับมามีชีวิตชีวาเหมือนใหม่อีกครั้ง ช่วยลดปัญหา Fast Fashion และยังส่งเสริมจินตนาการด้านการตกแต่ง การวาด และการออกแบบให้กับเด็ก พร้อมปลูกฝังแนวคิดเรื่องความยั่งยืนให้พวกเขาเห็นคุณค่าในสิ่งของที่มีอยู่

ช้อปของขวัญวันเด็กที่ดีต่อใจและโลกไปด้วยกัน

พาเด็กๆ และครอบครัวมาร่วมเลือกช้อปของขวัญสุดพิเศษเป็นที่ระลึกในวันเด็ก ที่ “WOW Circular Market” ตลาดสร้างสรรค์ที่รวบรวมสินค้างานคราฟต์และงานฝีมือน่ารักๆ โดยชูแนวคิดจุดเด่นด้านความยั่งยืน ลดขยะเหลือใช้ พร้อมส่งต่อแนวคิดนี้ผ่านสินค้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม อาทิ XXXX ให้เด็กๆ ได้เลือกของที่ชอบ และคุณพ่อ-คุณแม่ได้มีเวลาเพลิดเพลินไปกับของที่ใช่ ร่วมกันสร้างเมืองที่ดีขึ้นให้ลูกหลาน

ภายในงานยังเต็มไปด้วยเซอร์ไพรส์และกิจกรรมสนุกหลากหลายรูปแบบ ที่เปิดโอกาสให้น้องๆหนูๆ ได้ปลดปล่อยจินตนาการ พร้อมเสริมสร้างเวลาคุณภาพให้กับครอบครัว นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมเวทีเสวนา WOW Co-Creation รวมถึงการอัปเดตความรู้ใหม่จากการประชุมสุดยอดผู้นำ WOW City Branding and Innovation Summit 2025 เพื่อร่วมกันเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนการพัฒนาเมืองให้ดีขึ้น สร้างอนาคตที่สดใสและมีความสุขสำหรับลูกหลานในวันข้างหน้า

พาลูกมาเปิดประสบการณ์การเล่นสนุกและการเรียนรู้แบบใหม่ที่ “WOW Festival 2025 : Wonder Of Well-Living City”จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “เมืองดี คนมีพลัง : Healthy City, Empowers People” เข้าชมฟรี! ตั้งแต่ 11-19 ม.ค.นี้ ที่ สวนเบญจกิติ ที่สำคัญยังเดินทางสะดวก ใกล้กับรถไฟฟ้า MRT สถานีศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (เดินประมาณ 400 เมตร) และ BTS สถานีอโศก (เดินประมาณ 1 กิโลเมตร) และสำหรับครอบครัวที่เดินทางมาด้วยรถยนต์ส่วนตัวก็มีพื้นที่จอดรถรองรับ ทั้งบริเวณศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ และลานจอดรถสวนเบญจกิติ สำหรับผู้ที่สนใจสามารถติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวและสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Facebook : http://www.facebook.com/ASAWOW หรือ www.asawow.com

นายกฯ เปิดทำเนียบรัฐบาลจัดงานวันเด็กแห่งชาติ ‘อยากบอกอะไรให้โดนใจ #นายกฯ แพทองธาร’

นายกฯ เปิดทำเนียบรัฐบาลจัดงานวันเด็กแห่งชาติ ‘อยากบอกอะไรให้โดนใจ #นายกฯ แพทองธาร’

นายกฯ เปิดทำเนียบรัฐบาลจัดงานวันเด็กแห่งชาติ ‘อยากบอกอะไรให้โดนใจ #นายกฯ แพทองธาร’

วันศุกร์ ที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เปิดทำเนียบรัฐบาล จัดงานวันเด็กแห่งชาติ พร้อมร่วมสวมบทบาท “โฆษกรัฐบาล…นิวส์จิ๋ว” ขึ้นแท่นแถลงข่าว ณ ศูนย์แถลงข่าวทำเนียบรัฐบาลตึกนารีสโมสร ในวันเสาร์ที่ 11 มกราคม 2568 นี้ ตั้งแต่เวลา 08.00-15.00 น.

สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เตรียมจัดงานฉลองวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2568 ในวันเสาร์ที่ 11 มกราคม 2568 นี้ตั้งแต่เวลา 08.00-15.00 น. ในทำเนียบรัฐบาล เพื่อส่งมอบความสุขให้กับเด็กและเยาวชนได้สัมผัสศูนย์บัญชาการของชาติ โดย นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี จะเป็นประธานในพิธีเปิดงานและร่วมกิจกรรมกับเด็กและเยาวชนที่มาร่วมกิจกรรม รวมทั้งเปิดโอกาสให้น้องๆ ได้นั่งเก้าอี้นายกรัฐมนตรี และเข้าเยี่ยมชมตึกไทยคู่ฟ้า ห้องทำงานนายกรัฐมนตรี และกิจกรรมเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและบูรพกษัตริย์ไทย ณ ตึกภักดีบดินทร์ รวมทั้ง ทดสอบการอ่านข่าวภาคภาษาไทยและภาคภาษาอังกฤษ สวมบทบาท “โฆษกรัฐบาล ..นิวส์จิ๋ว” ณ ตึกนารีสโมสร รวมทั้งกิจกรรมพิเศษโดยผู้แทนเยาวชนในภูมิภาคต่างๆ จะร่วมพูดคุยกับนายกรัฐมนตรีผ่านระบบซูม (zoom) ณ ตึกสันติไมตรี (หลังใน)อีกด้วย

ทั้งนี้ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้มอบคำขวัญวันเด็กประจำปี 2568 ให้กับเด็กๆ เยาวชนไทย เพื่อร่วมสร้างแรงบันดาลใจว่า “ทุกโอกาส คือ การเรียนรู้ พร้อมปรับตัวสู่อนาคตที่เลือกเอง”

นอกจากนี้ สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ยังจัดกิจกรรมให้เด็กๆ ร่วมส่งข้อความ “อยากบอก #นายกฯ แพทองธาร” ผ่านเพจไทยคู่ฟ้า ทาง https://forms.gle/dY8RzbMrPexSsv8j9 ในรูปแบบใดก็ได้ เช่น e-card รูปถ่ายการ์ด คลิป เป็นต้น จนถึงวันที่ 9 มกราคม 2568 ที่ผ่านมา โดยทุกข้อความที่น้องๆ เด็กๆ ส่งมา จะส่งถึงนายกรัฐมนตรี ทุกข้อความที่ส่งมาทั้งการ์ดอิเล็กทรอนิกส์ บัตรอวยพร รวมถึงคลิป จะถูกนำเสนอนายกรัฐมนตรีทราบและเผยแพร่โดยทั่วไปด้วย

‘ธีรนันท์ กรศรีทิพา’ ผู้บริหารสามย่านมิตรทาวน์ เปิดเวทีผลักดันวงดนตรีฟันน้ำนม สู่วงดนตรีมืออาชีพ

‘ธีรนันท์ กรศรีทิพา’ ผู้บริหารสามย่านมิตรทาวน์  เปิดเวทีผลักดันวงดนตรีฟันน้ำนม สู่วงดนตรีมืออาชีพ

‘ธีรนันท์ กรศรีทิพา’ ผู้บริหารสามย่านมิตรทาวน์ เปิดเวทีผลักดันวงดนตรีฟันน้ำนม สู่วงดนตรีมืออาชีพ

วันศุกร์ ที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

นอกจากยืนหนึ่งในการเป็น “คลังอาหารและการเรียนรู้” ที่อยู่คู่สามย่านแล้ว สามย่านมิตรทาวน์ ยังเน้นย้ำการส่งความสุขและมอบประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้า ผู้ใช้บริการ และสังคม ซึ่งเป็นเจตนารมณ์ของแบรนด์ (Brand Purpose) ที่สะท้อนอยู่ในทุกขั้นตอนของการดำเนินงานและให้บริการ ผ่านการเป็น Creative Place Making Space ที่พร้อมเปิดกว้างให้แก่ทุกคนอย่างแท้จริง โดยมีหนึ่งในเรื่องราวความผูกพันที่น่าประทับใจและเป็นกระแส ได้แก่ การเป็นพื้นที่แห่งการเดบิวต์ของ “วงดนตรีฟันน้ำนม” วงเปิดความสนุกบนเวที “ลานนมสามย่าน” ซิกเนเจอร์อีเว้นท์ใหญ่ ที่เปิดพื้นที่สนามจริงให้วงดนตรีเด็กมัธยมจนถึงระดับมหาวิทยาลัยได้มาโชว์ความสามารถอย่างสร้างสรรค์ ช่วยสร้างประสบการณ์ ความสุข เติมพลังใจ และมอบความสนุก ต่อเนื่องจนเข้าสู่ปีที่ 5

ธีรนันท์ กรศรีทิพา ผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายการพัฒนาธุรกิจรีเทล บริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์ เล่าถึงไอเดียในการเปิดพื้นที่สร้างสรรค์ของคนรุ่นใหม่ว่า “เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ที่ต้องการหาประสบการณ์โดนใจจากกิจกรรมที่แตกต่าง สามย่านมิตรทาวน์จึงสร้างสรรค์พื้นที่ในการฉลองปีใหม่ในรูปแบบใหม่ที่ปราศจากแอลกอฮอล์ภายใต้ชื่องาน ลานนมสามย่าน ขึ้นมาเป็นครั้งแรกในประเทศไทยเมื่อปี 2562 ซึ่งนอกจากจะได้เสียงตอบรับอย่างดีแล้วยังเกิดไวรัลแชร์ในออนไลน์กว่า 10,000 ครั้ง จากกระแสไมโลทาวเวอร์ และทัพความบันเทิงที่สนุกแบบจัดเต็ม และหนึ่งในกิจกรรมซิกเนเจอร์ไฮไลท์ที่อยู่เคียงข้างงานลานนมสามย่านมาตั้งแต่ปีแรกจนเดินทางมาถึงปีที่ 5 คือ วงดนตรีฟันน้ำนม ซึ่งสามย่านมิตรทาวน์เป็นที่แรกที่เปิดพื้นที่แห่งโอกาสให้กับนักเรียน นักศึกษา จากทั่วประเทศได้แสดงความสามารถทางด้านดนตรีในการเล่นเป็นวงเปิดและส่งท้ายความสนุกบนเวทีเดียวกับศิลปินแนวหน้าระดับประเทศ รวมถึงสะสมประสบการณ์และสร้างแรงบันดาลใจ ก่อนที่จะก้าวไปสู่วงดนตรีมืออาชีพ ทั้งยังเป็นการตอกย้ำวิสัยทัศน์ของการเป็นพื้นที่สร้างสรรค์เพื่อชุมชนและสังคมด้วยเช่นกัน”

ตลอดระยะเวลา 5 ปีเวที “ลานนมสามย่าน” ธีรนันท์ กล่าวต่ออย่างภาคภูมิใจว่า ได้แจ้งเกิดนักดนตรีฟันน้ำนม และมีน้องๆ กว่าร้อยชีวิตที่ได้รับโอกาสเติบโตในเส้นทางสายอาชีพที่พวกเขารัก เช่น วง Goodmood ที่ได้เป็นศิลปินอาชีพเต็มตัวทั้งยังเป็นพื้นที่แห่งความผูกพันของหลายวงดนตรี เช่น วง Tacks ที่ตีตั๋วจองพื้นที่อวดฝีมือกันตั้งแต่อยู่มัธยม และเคยผ่านเข้ารอบ Audition Hotwave Music Awards2017 จนปัจจุบันแยกย้ายกันไปในรั้วมหาวิทยาลัย แต่ก็ยังใช้พื้นที่ “ลานนมสามย่าน”กลับมาสั่งสมประสบการณ์ร่วมกัน และนอกเหนือจากแสดงดนตรีในงานตามมหาวิทยาลัยต่างๆ พวกเขาฝากฝีมือให้แฟนๆ ได้ติดตามผ่านช่องทาง TikTok และมีเพลงของตัวเองถึง 2 เพลงด้วยกัน

นอกจากนี้ยังมี วงพราว ที่มีดีกรีแชมป์ ม.รังสิต ปี 2566 และมีมือกลองระดับแชมป์รายการ OVERDRIVE และรับรางวัลชิงถ้วยพระราชทาน ปี 2566,วง Capybara, วง Port Band, วง MayoBand, วง Urgent, วง Finez Band, วงLinise, วง Merrythougth ที่กลับมามอบความสุขผ่านเสียงเพลงอย่างต่อเนื่องทั้งยังมีวงน้องใหม่กระแสแรงอย่าง วง Black Tea Band ที่เคยแสดงฝีมือในงานต่างๆ อาทิ Trilingual Showcase Showtime2024, Bangkok Street Performer Festival 2024, กิจกรรมดนตรีในสวนกรุงเทพมหานคร และมีมือกลองสุดฮอต น้องสิงห์ เหลืองสุนทร มาร่วมสร้างสีสันในงานเคาท์ดาวน์เมื่อปลายปีที่ผ่านมาอีกด้วย

รวมถึงวง AGAIN จากโรงเรียนสาธิต มศว ประสานมิตร ที่เคยร่วมแสดงในงาน FWD Music Fest รวมทั้งนักร้องนำเสียงดี ที่มีดีกรีนักร้องเหรียญทองประกวดลูกทุ่ง กทม. ปี 2022 และชนะเลิศการประกวดในเวทีต่างๆ และละครเวที และ วง Destiny ที่มีนักดนตรีรุ่นเยาว์ตั้งแต่ชั้นประถมถึงมัธยมต้นจาก 3 โรงเรียนดังย่านนนทบุรี ซึ่งเคยแสดงที่งาน Siam Walking Street รวมทั้งคว้ารางวัลในเวทีประกวดต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น รางวัลที่ 2จาก Victoria Music Contest และ รางวัลที่ 4 จาก FUZIK x AMORINI MUSIC CHALLENGE 2024

“นอกเหนือจากงาน “ลานนมสามย่าน” แล้ว สามย่านมิตรทาวน์ ยังได้เปิดพื้นที่สร้างสรรค์ให้แก่ทุกคนได้แสดงความสามารถด้านต่างๆ อีกหลายงานด้วยไม่ว่าจะเป็นงาน Samyan MitrtownSongkran Festival และ Samyan MitrtownLight Up Christmas Tree ในทุกปี และเป็นคอมมูนิตี้สำหรับคนชอบเต้นผ่านกิจกรรม Random Dance รวมถึงกิจกรรมด้านศิลปะผ่านแคมเปญ วันเด็ก Pride Month และ Lantern Art Festival ถือเป็นอีกหนึ่งเรื่องราวดีๆ ที่ตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นของสามย่านมิตรทาวน์ในการเป็นพื้นที่ที่เปิดกว้างให้คนรุ่นใหม่ได้ฉายแสงและแสดงความสามารถของตัวเองอย่างสร้างสรรค์โดยแท้จริง” ธีรนันท์ กล่าวในที่สุด

แคมเปญใหญ่ต้อนรับเทศกาลตรุษจีน ‘ROBINSON HAPPY CHINESE NEW YEAR 2025’

แคมเปญใหญ่ต้อนรับเทศกาลตรุษจีน ‘ROBINSON HAPPY CHINESE NEW YEAR 2025’

แคมเปญใหญ่ต้อนรับเทศกาลตรุษจีน ‘ROBINSON HAPPY CHINESE NEW YEAR 2025’

วันพฤหัสบดี ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2568, 18.43 น.

ห้างโรบินสัน ในเครือเซ็นทรัล รีเทล เปิดแคมเปญใหญ่ต้อนรับเทศกาลตรุษจีนปี 68 “ROBINSON HAPPY CHINESE NEW YEAR 2025” (โรบินสัน แฮปปี้ ไชนีส นิวเยียร์ 2025) เริ่มต้นช้อปปีใหม่ที่โรบินสัน ตั้งแต่วันที่ 7 ม.ค. 68 – 9 ก.พ. 68  ที่ห้างโรบินสัน (ยกเว้นสาขาจังซีลอน ป่าตอง) รวมทั้งหลากหลายช่องทางการช้อปปิ้งสุดสะดวกของห้างฯ

เริ่มต้นความพิเศษด้วยการจับมืออาร์ตทิสต์ชื่อดัง “NEWYEAR หรือ นิวเยียร์  ปภากร ศรีกัลยกร” ร่วมสร้าง        คาแรกเตอร์ครอบครัวสุขสันต์และไอคอนมงคลสุดคิ้วท์ภายใต้คอนเซปต์ “เริ่มต้นช้อปปีใหม่ที่โรบินสัน” เพื่อสื่อถึงความสุข และความมงคล ที่ปรากฎในสื่อประชาสัมพันธ์ทั้งออฟไลน์และออนไลน์ รวมทั้งลิมิเต็ดไอเทม ไม่ว่าจะเป็น ซองอั่งเปา, GIFT CARD และของพรีเมียมสุดพิเศษ ที่มีเอกลักษณ์ไม่ซ้ำใครสร้างสีสันช่วงตรุษจีนแก่ครอบครัวทั่วประเทศ

พร้อมตอกย้ำการเป็นเดสติเนชันแห่งความคุ้มค่า จับมือพันธมิตร อาทิ บัตรเครดิตเซ็นทรัล เดอะวัน, สายการบินนกแอร์, ท็อปส์ ซูเปอร์มาร์เก็ต, โรงภาพยนตร์เอส เอฟ ซีเนม่า, ร้านทองออโรร่า ฯลฯ มอบดีลสุดพิเศษผ่านอั่งเปาแพ็คสุดคุ้ม รับคูปองส่วนลดและเครดิตเงินคืนรวมสูงสุด 6,500 บาท สุดยอดนักช้อปรับรางวัลพิเศษ ทองคำและบัตรของขวัญรวมมูลค่ากว่า 500,000 บาท รวมทั้งร่วมไหว้พระเสริมมงคลรับปีมะเส็งแบบ EXCLUSIVE TRIP กับ อ.คฑา    ชินบัญชร และอื่น ๆ อีกมากมาย นอกจากนี้ห้างโรบินสันยังขานรับมาตรการ EASY e-RECEIPT สำหรับลดหย่อนภาษีปี 68 พร้อมรับโปรโมชันพิเศษเพิ่มเติม รับคูปองส่วนลดสูงสุด 4,000 บาท เมื่อช้อปตามเงื่อนไขที่กำหนด อีกทั้งยังเสิร์ฟประสบการณ์มงคลกับไอเทมเสริมดวงในทุกกลุ่มสินค้า บรรยากาศการตกแต่งห้าง และกิจกรรมเสริมเฮงในห้างและออนไลน์มากมายคาดดันยอดแคมเปญฯ เพิ่มขึ้นราว 20% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา

ณัฐธีรา บุญศรี 

นางณัฐธีรา บุญศรี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล ในเครือเซ็นทรัล รีเทล กล่าวว่า “ภาพรวมธุรกิจของห้างโรบินสันในช่วงปลายปี 67 โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่ที่ผ่านมาถือได้ว่ามีมูฟเม้นท์ของการจับจ่ายที่ค่อนข้างน่าพอใจ โดยเราคาดการณ์ว่าน่าจะมีสัญญาณที่ดีอย่างต่อเนื่องในช่วงไตรมาสแรกของปีที่มีหลากหลายเทศกาลสำคัญเป็นปัจจัยกระตุ้นการจับจ่าย โดยเฉพาะเทศกาลตรุษจีนที่ใกล้จะมาถึงที่คนไทยเชื้อสายจีนมักจะมีการเลือกสรรของขวัญ ของกำนัล รวมทั้งไอเทมใหม่ ๆ เพื่อเสริมดวง เสริมสิริมงคลแก่ตนเองและครอบครัวให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นตามหลักความเชื่อของคนจีนกันอย่างคึกคัก ด้วยเหตุนี้ ห้างโรบินสัน จึงเดินหน้ากลยุทธ์ Seasonal Marketing เปิดแคมเปญใหญ่ต้อนรับเทศกาลตรุษจีนปี’68 ในชื่อ “ROBINSON HAPPY CHINESE NEW YEAR 2025”  เริ่มต้นช้อปปีใหม่ที่ โรบินสัน ซึ่งครั้งนี้เรามาพร้อมความพิเศษหลากหลายรูปแบบเพื่อเป็นเดสติเนชันที่สร้างความสุขในทุก ๆ วันของชีวิตครอบครัวทั่วไทย โดยมี  ไฮไลท์อย่างการจับมืออาร์ตทิสต์ชื่อดังอย่าง “NEWYEAR หรือ นิวเยียร์  ปภากร ศรีกัลยกร” ที่มาร่วมสร้างคาแรกเตอร์ครอบครัวสุขสันต์และไอคอนมงคลน่ารัก ๆ ภายใต้คอนเซปต์ “เริ่มต้นช้อปปีใหม่ที่โรบินสัน” เพื่อสื่อถึงความสุข และความเป็นสิริมงคล ซึ่งจะปรากฎในสื่อประชาสัมพันธ์ทั้งสื่อภายในห้าง และ Out-of-Home รวมทั้งสื่อออนไลน์ในแพลทฟอร์มต่าง ๆ และที่สำคัญคือการปรากฎบนไอเทมลิมิเต็ด ไม่ว่าจะเป็น ซองอั่งเปา, Gift Card และของพรีเมียมสุดพิเศษที่มีเอกลักษณ์ไม่ซ้ำใคร ซึ่งเรามั่นใจว่าจะเป็นประสบการณ์มงคลที่น่าประทับใจและสามารถตอบโจทย์ทุกเจนเนอเรชันของครอบครัวทั่วไทยได้อย่างแน่นอน อีกทั้งเรายังเดินหน้าขานรับมาตรการ Easy e-Receipt ของภาครัฐ สำหรับลดหย่อนภาษีปี’68 พร้อมรับโปรโมชันพิเศษเพิ่มเติม โดยคาดว่าทั้งหมดจะส่งผลให้ยอดขายเพิ่มขึ้นราว 20% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมาอีกด้วย”

อนันต์ ตันติปัญญาคุณ

ด้าน นายอนันต์ ตันติปัญญาคุณ กรรมการผู้จัดการ ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน ในเครือเซ็นทรัล รีเทล กล่าวเพิ่มเติมถึงแคมเปญ “ROBINSON HAPPY CHINESE NEW YEAR 2025” ว่า อีกความพิเศษที่สำคัญของห้างโรบินสัน คือ เราได้พันธมิตรชั้นนำเข้ามาเสริมทัพ อาทิ บัตรเครดิตเซ็นทรัล เดอะวัน, สายการบินนกแอร์, ท็อปส์ ซูเปอร์มาร์เก็ต, โรงภาพยนตร์เอส เอฟ ซีเนม่า, ร้านทองออโรร่า , ฯลฯ เพื่อสร้างประสบการณ์มงคลในการช้อปปิ้งและเพื่อตอกย้ำการเป็นเดสติเนชันแห่งการช้อปคุ้มผ่านดีลโปรโมชันสุดพิเศษมากมาย ซึ่งจะเป็นแม็กเน็ตสำคัญที่จะสร้างจุดเด่นและความต่างให้เฉพาะลูกค้าห้าง       โรบินสันเท่านั้น และน่าจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลให้ลูกค้าเกิดการตัดสินใจช้อปที่เพิ่มมากขึ้น รวมทั้งเรายังได้คัดสรรไอเทมสินค้ามงคลจากแบรนด์ชั้นนำต่าง ๆ มาอย่างครบครันในทุกกลุ่มสินค้า เพื่อตอบทุกโจทย์ความต้องการของลูกค้าครอบครัวคนไทยเชื้อสายจีนทั่วไทย อีกทั้งเรายังมีการสร้างบรรยากาศการช้อปปิ้งในธีมตรุษจีนในทุก ๆ สาขาที่จัดแคมเปญ และยังมีกิจกรรมเพื่อมอบความคุ้ม และความสิริมงคลตลอดช่วงเทศกาลตรุษจีน ซึ่งคาดว่าจะได้รับการตอบรับที่ดีอย่างแน่นอน”

ห้างโรบินสัน ชวนทุกครอบครัวทั่วไทยเปิดประสบการณ์สุดสนุกในแคมเปญ ‘Robinson Children’s Day’

ห้างโรบินสัน ชวนทุกครอบครัวทั่วไทยเปิดประสบการณ์สุดสนุกในแคมเปญ ‘Robinson Children’s Day’

ห้างโรบินสัน ชวนทุกครอบครัวทั่วไทยเปิดประสบการณ์สุดสนุกในแคมเปญ ‘Robinson Children’s Day’

วันพฤหัสบดี ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2568, 17.35 น.

ห้างโรบินสัน ในเครือเซ็นทรัล รีเทล ตอกย้ำการเป็นเดสติเนชันที่สร้างความสุขในทุก ๆ วันของชีวิตครอบครัวทั่วไทย พร้อมร่วมต้อนรับเทศกาลวันเด็กปี’68 จัดแคมเปญ “Robinson Children’s Day” (โรบินสัน ชิลเดรนส์ เดย์) ชวนคุณพ่อ คุณแม่ พาลูก ๆ มาปักหมุดเช็คอินสัมผัสประสบการณ์สุดสนุก และโปรโมชันสุดพิเศษแบบจัดเต็ม ตั้งแต่วันที่ 9 ม.ค. 68 – 16 ก.พ. 68 ที่แผนกเสื้อผ้า รองเท้า และของเล่นเด็ก ห้างโรบินสันทุกสาขา (ยกเว้นสาขาบ้านฉาง) รวมทั้งหลากหลายช่องทางการช้อปปิ้งสุดสะดวกของห้างฯ

เริ่มที่ประสบการณ์สุดสนุกกับหลากหลายกิจกรรมสุดหรรษา ในวันที่ 11 ม.ค. 68 – 12 ม.ค. 68 ที่แผนกเสื้อผ้า และของเล่นเด็ก ห้างโรบินสันทุกสาขา ไม่ว่าจะเป็น

เกมส์บันใดงู (Lucky Ladder Roll) ชวนน้อง ๆ หนู ๆ มาเล่นเกมส์พร้อมรับของรางวัลรวมสูงสุด 10,000 บาท ที่ห้างโรบินสันสาขาที่ร่วมรายการ (สาขาพระราม 9, ราชพฤกษ์ ศรีสมาน, สุขุมวิท, มหาชัย, ลาดกระบัง, สมุทรปราการ,เชียงใหม่, อุบลราชธานี, ชลบุรี และโอเชี่ยน นครศรีธรรมราช)

Kids World ฐานกิจกรรม หลากหลายความสนุก พร้อมอิ่มอร่อยไปกับไอศครีม ขนม และเมนูสุดอร่อย (ไอศครีม/ ป๊อปคอร์น/สายไหม) พิเศษ! รับลูกโป่งสุดคิ้วต์จากพี่โบโซ่ ที่ห้างโรบินสันทุกสาขา

พบกับ มาสคอสในดวงใจของน้องๆ “พี่นกโรบิ้นที่มาพร้อมกับผองเพื่อนสุดน่ารัก” ที่ห้างโรบินสันสาขาที่ร่วมรายการ (สาขาพระราม 9, ราชพฤกษ์ , สุพรรณบุรี,เชียงใหม่, อุบลราชธานี, ชลบุรี และนครศรีธรรมราช)

เฉพาะวันที่ 11 ม.ค. 68 อัพเดทเทรนด์แก่เหล่าแฟชั่นนิสค้าตัวน้อยกับแฟชันโชว์นายแบบ – นางแบบรุ่นจิ่วจากแบรนด์เด็กชั้นนำ ที่ห้างโรบินสันสาขาที่ร่วมรายการ (สาขาพระราม 9, ราชพฤกษ์ , สุพรรณบุรี,เชียงใหม่, อุบลราชธานี, ชลบุรี และโอเชี่ยน นครศรีธรรมราช)

ปิดท้ายที่ โปรโมชันสุดพิเศษแบบจัดเต็ม 5 ต่อ ตั้งแต่วันที่ 9 ม.ค. 68 – 16 ก.พ. 68 ที่แผนกเสื้อผ้า รองเท้า และของเล่นเด็ก ที่ห้างโรบินสันทุกสาขา (ยกเว้นสาขาบ้านฉาง)

สำนักงานการท่องเที่ยวไต้หวัน ประจำกรุงเทพฯ เปิดตัวภาพยนตร์สั้นฯ พร้อมแต่งตั้ง ‘อาเล็ก-ธีรเดช’ นั่งแบรนด์แอมบาสเดอร์

สำนักงานการท่องเที่ยวไต้หวัน ประจำกรุงเทพฯ เปิดตัวภาพยนตร์สั้นฯ พร้อมแต่งตั้ง 'อาเล็ก-ธีรเดช' นั่งแบรนด์แอมบาสเดอร์

สำนักงานการท่องเที่ยวไต้หวัน ประจำกรุงเทพฯ เปิดตัวภาพยนตร์สั้นฯ พร้อมแต่งตั้ง ‘อาเล็ก-ธีรเดช’ นั่งแบรนด์แอมบาสเดอร์

วันพฤหัสบดี ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2568, 15.56 น.

ประเทศไทยได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในเป้าหมายสำคัญของตลาดท่องเที่ยวในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมีจำนวนประชากรกว่า 66 ล้านคน และการขยายตัวอย่างต่อเนื่องของชนชั้นกลาง ซึ่งมีความต้องการท่องเที่ยวและกำลังซื้อที่สูง เพื่อส่งเสริมการเติบโตในกลุ่มตลาดการท่องเที่ยวที่มีศักยภาพนี้ สำนักงานการท่องเที่ยวไต้หวัน ประจำกรุงเทพฯ ได้จัดงานแถลงข่าวโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวไต้หวัน ประจำปี 2568 พร้อมเปิดตัวภาพยนตร์สั้นรอบปฐมทัศน์ ณ โรงภาพยนตร์ HOUSE Samyan ในกรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 8 มกราคม ที่ผ่านมา

โดยภายในงานได้มีการแต่งตั้ง “อาเล็ก-ธีรเดช เมธาวรายุทธ” นักแสดงชายชื่อดังของประเทศไทย เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ของสำนักงานการท่องเที่ยวไต้หวัน ประจำกรุงเทพฯ ประจำปี 2568 พร้อมเปิดตัวภาพยนตร์สั้นที่มีชื่อเรื่องเดียวกับสโลแกนโปรโมตการท่องเที่ยว “ไต้หวันมะ” หรือ “Taiwan(na) Go with Me?” โดยมีเป้าหมายเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวไทยให้เดินทางไปเยือนไต้หวันมากยิ่งขึ้น อีกทั้งใช้วิธีการถ่ายทอดเรื่องราวผ่านภาพยนตร์สั้นที่จะทำให้ผู้รับชมสามารถเข้าถึงไต้หวันได้อย่างใกล้ชิดมากยิ่งขึ้น

โดยงานนี้ไม่เพียงแต่จะได้รับกระแสตอบรับอย่างดีจากทั้งสื่อมวลชนและผู้ประกอบการในแวดวงอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวกว่า 100 ท่าน อีกทั้งยังได้รับเกียรติจาก คุณต่งซือฉี (董思齊) รองผู้แทนประจำสำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเป ประจำประเทศไทย ร่วมแสดงความยินดีและมอบเกียรติบัตรแต่งตั้งให้กับคุณอาเล็ก-ธีรเดช โดยทางคุณซินดี้ เฉิน (Cindy Chen) ผู้อำนวยการสำนักงานการท่องเที่ยวไต้หวัน ประจำกรุงเทพฯ ได้กล่าวชื่นชมถึงความสามารถทางการแสดงของคุณอาเล็ก ธีรเดช และเสริมว่า “การเดินทางของเวฟ (ตัวละครในภาพยนตร์สั้น) ในไต้หวัน ไม่เพียงแต่นำเสนอสถานที่ท่องเที่ยวแบบ Unseen แต่ยังสะท้อนถึงการค้นหาตัวตนผ่านการเดินทางของเขา ซึ่งเป็นหัวใจของโลโก้แบรนด์ใหม่อย่าง “Waves of Wonder” – ทุกการเดินทางในไต้หวันจะสร้างความประทับใจและความเซอร์ไพรส์อยู่เสมอ

อาเล็ก-ธีรเดช เป็นนักแสดงชายยอดนิยมจากช่อง 3 และเป็นศิษย์เก่าจากรั้วจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งมีผู้ติดตามบนโซเชียลมีเดียมากถึงเกือบ 6 ล้านคน โดยในภาพยนตร์สั้นเรื่องนี้ เขารับบทบาทเป็น 2 ตัวละคร ได้แก่ ‘เวฟ’ ยูทูบเบอร์สายท่องเที่ยวผู้ที่กำลังเผชิญปัญหาชีวิต และ ‘เวฟ’ ในอนาคตดาราชายผู้มีชื่อเสียงโด่งดังในอีก 10 ปีข้างหน้า

โดยเรื่องราวของภาพยนตร์สั้นเริ่มต้นจากแผนที่ลึกลับฉบับหนึ่งที่นำพา ‘เวฟ’ ไปสำรวจสถานที่ท่องเที่ยว 6 แห่งในแต่ละเมืองของไต้หวัน ได้แก่ ชายฝั่งเกาะฉีจินในเมืองเกาสง บ่อน้ำพุร้อนโคลนที่กวนจื่อหลิงในเมืองไถหนาน สวนสนุกเจี้ยนหูซานในเมืองหยุนหลิน เทศกาลดนตรีแจ๊สในเมืองไถจง วิวทิวทัศน์ธรรมชาติสุดพิเศษในเมืองเจียอี้ และวัดปากั้วซานในเมืองจางฮว่า โดยแต่ละสถานที่ไม่เพียงแต่เผยเสน่ห์ไต้หวันที่ไม่เหมือนใคร แต่ยังสื่อถึงการค้นพบตัวเองอย่างมีความหมาย

นอกจากนี้ เพื่อให้นักท่องเที่ยวชาวไทยได้สัมผัสประสบการณ์ในไต้หวันมากยิ่งขึ้น ทางสำนักงานการท่องเที่ยวไต้หวัน ประจำกรุงเทพฯ ยังได้จัดทำคู่มือการเดินทาง “เที่ยวตามรอยหนัง Unseen ไต้หวัน” ที่รวบรวมสถานที่ถ่ายทำ สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง รวมถึงแผนการเดินทางที่ครอบคลุม เพื่อช่วยให้นักท่องเที่ยวชาวไทยสามารถเดินทางไปสำรวจร้านอาหาร จุดท่องเที่ยว และกิจกรรมต่าง ๆ ได้อย่างสะดวกสบายมากขึ้น

อาเล็ก-ธีรเดช กล่าวในงานแถลงข่าวว่า ภาพยนตร์สั้นเรื่องนี้เหมือนถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเขาโดยเฉพาะ เนื้อเรื่องนี้ไม่เพียงแต่มีความสอดคล้องกับเส้นทางอาชีพของเขา แต่ยังทำให้เขาได้สัมผัสถึงความหลากหลายและเสน่ห์ของไต้หวัน โดยเขากล่าวว่า “การมาถ่ายทำภาพยนตร์สั้นครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่สามที่ผมได้มาเยือนไต้หวัน ครั้งนี้ผมได้ไปเยี่ยมชมสถานที่ใหม่ๆ ที่ไม่เคยไปมาก่อน ซึ่งคนไทยส่วนใหญ่มักเดินทางไปแค่เพียงเมืองไทเป แต่ความจริงแล้ว ไต้หวันยังมีสถานที่อีกมากมายรอให้ทุกคนได้ไปสัมผัสและเปิดประสบการณ์ใหม่ๆ” นอกจากนี้ เขายังกล่าวอีกว่า เขาแทบจะรอไม่ไหวที่จะได้ค้นพบสถานที่ Unseen ในไต้หวัน พร้อมทั้งตะโกนคำว่า ไต้หวันมะ เพื่อเชิญชวนชาวไทยให้มาท่องเที่ยวที่ไต้หวันด้วยกันอีกด้วย

โดยงานเปิดตัวภาพยนตร์สั้นรอบปฐมทัศน์ครั้งนี้ได้รับเสียงชื่นชมจากทั้งสื่อมวลชนและผู้ประกอบการในแวดวงอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ผู้เข้าร่วมหลายคนแสดงความเห็นว่า การนำเสนอด้วยวิธีการที่แปลกใหม่และสร้างสรรค์ผ่านภาพยนตร์สั้นในครั้งนี้จะช่วยเสริมสร้างและเปิดมุมมองใหม่ๆให้แก่ผู้รับชม และยังสามารถยกระดับภาพลักษณ์ใหม่ให้กับการท่องเที่ยวไต้หวันได้อย่างแน่นอน คุณซินดี้ เฉิน (Cindy Chen) ผู้อำนวยการสำนักงานการท่องเที่ยวไต้หวัน ประจำกรุงเทพฯ ยังเน้นย้ำอีกว่า โลโก้แบรนด์ใหม่อย่าง “Waves of Wonder” เป็นสัญลักษณ์ของวิสัยทัศน์ใหม่ในการท่องเที่ยวไต้หวัน ที่เปลี่ยนจากการเป็นเพียงแค่จุดหมายปลายทาง ให้กลายเป็นการท่องเที่ยวที่มีความหมายมากยิ่งขึ้น

ภาพยนตร์สั้นส่งเสริมการท่องเที่ยวไต้หวันในครั้งนี้ ประกอบด้วย ฉบับเต็มความยาว 9 นาที และฉบับไฮไลต์ความยาว 30 วินาที และ 60 วินาที ในรูปแบบ 4K 60FPS หรือแบบที่มีความคมชัดสูงและเฟรมเรตสูง ซึ่งนอกจากจะถูกเผยแพร่ผ่านช่อง YouTube และแฟนเพจ Facebook ทางการของสำนักงานการท่องเที่ยวไต้หวัน ประจำกรุงเทพฯ แล้ว ยังมีการโปรโมตผ่านป้ายโฆษณากลางแจ้งและนิทรรศการงานท่องเที่ยวต่าง ๆ อีกด้วย โดยหวังว่าเสน่ห์ของคุณอาเล็ก ธีรเดชผ่านวิธีการทำการตลาดที่สร้างสรรค์ จะสามารถเผยเสน่ห์ด้านใหม่ของการท่องเที่ยวไต้หวัน และช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวไทยให้มาเยือนไต้หวันได้มากยิ่งขึ้น พร้อมสร้างเรื่องราวการเดินทางสุดพิเศษอันเป็นเอกลักษณ์และร่วมกระตุ้นกระแสการเดินทางไปไต้หวันของชาวไทยอย่างคึกคักอีกครั้ง (รับชมภาพยนตร์สั้นส่งเสริมการท่องเที่ยวไต้หวัน: https://vthai.in/taiwanma)

-(016)

ตามไปชิมของกิ๋นลำชนเผ่า ในงานเทศกาลสีสันแห่งดอยตุง ครั้งที่ 11

ตามไปชิมของกิ๋นลำชนเผ่า ในงานเทศกาลสีสันแห่งดอยตุง ครั้งที่ 11

ตามไปชิมของกิ๋นลำชนเผ่า ในงานเทศกาลสีสันแห่งดอยตุง ครั้งที่ 11

วันพฤหัสบดี ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2568, 15.49 น.

ตามไปชิมของกิ๋นลำชนเผ่า ในงานเทศกาลสีสันแห่งดอยตุง ครั้งที่ 11 Winter WonderDoi ปล่อยใจปล่อยจอย ในดินดอยมหัศจรรย์ DoiTung x NEWYEAR

โค้งสุดท้ายแล้วสำหรับเทศกาลสีสันแห่งดอยตุง ครั้งที่ 11 ที่จัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 4 ธันวาคม 2567 ที่ผ่านมา ถึงวันที่ 26 มกราคม 2568 นี้เป็นวันสุดท้าย ขอบอกเลยว่าใครที่ยังไม่ได้มาสัมผัสอากาศหนาวบนดอยตุง และชมความสวยงามของดอกไม้เมืองหนาวพร้อมแชะภาพกับจุดไฮไลต์ 11 wonders อีกทั้งชิมอาหารชนเผ่าที่หาทานได้ยาก ต้องรีบแพ็คกระเป๋าวางแผนเดินทางกันได้เลย

หนึ่งปีมีครั้งเดียวที่จะมีโอกาสได้ลิ้มรสชาติของอาหารชนเผ่าที่หลาก
หลายชนิด ที่รวบรวมมาไว้ในในงานเทศกาลสีสันแห่งดอยตุง ไปดูกันว่ามีอะไรน่าสนใจและควรลิ้มลองเป็นประสบการณ์บ้าง

– ข้าวปุก คือข้าวเหนียวนึ่งร้อน ๆ นำมาตำให้เนื้อข้าวละเอียดเป็นเนื้อเดียวกัน แล้วโรยด้วยงาขี้ม้อน ซึ่งงาขี้ม้อนถือเป็นธัญพืชเมล็ดเล็กๆ ที่อุดมไปด้วยโอเมก้า3 หน้าตาคล้ายกับมูลของตัวหม่อนหรือม้อน ข้าวปุกเป็นขนมที่มีความสำคัญในวัฒนธรรมของชาวเหนือและชนชาติพันธุ์ต่างๆ โดยเฉพาะในฤดูกาลเก็บเกี่ยวที่นำข้าวปุกมาเฉลิมฉลอง ขนมข้าวปุกงาอาจจะดูธรรมดา แต่สำหรับพี่น้องชาวชาติพันธุ์ ข้าวปุกนั้นเป็นมากกว่าของกินเล่น แต่มีความหมายอีกนัยหนึ่งคือฤดูกาลแห่งการเฉลิมฉลองความอุดมสมบูรณ์หลังเก็บเกี่ยวพืชผลผลิต และรำลึกแสดงความขอบคุณบรรพบุรุษ เช่น พี่น้องอาข่า หมู่บ้านอาข่าป่ากล้วย บนดอยตุง จังหวัดเชียงรายที่ยังยึดถือขนบธรรมเนียมประเพณีดั้งเดิมเอาไว้อย่างเคร่งครัด ในงานเทศกาลสีสันแห่งดอยตุงจะมีทั้งข้าวปุกแบบปิ้งและทอด สามารถเลือกทานได้ตามความชอบ

– ยำเส้นบุกไทใหญ่ ยำก๋วยเตี๋ยวไทใหญ่ และ ยำหมี่เหลืองไทใหญ่ เมนูนี้แซบและอร่อยมาก มีใยอาหารสูงพลังงานต่ำ รสชาติจัดจ้าน อิ่มท้องแน่นอน

– ไข่ป่าม “ป่าม” เป็นภาษาพื้นเมืองแปลว่า ปิ้ง เป็นอาหารพื้นเมืองทางภาคเหนือ ที่ปรุงไข่ให้สุกด้วยวิธีป่าม โดยเทไข่ลงบนใบตอง ตั้งไฟให้ไข่สุก กลิ่นหอมมาก รับประทานร้อนๆ ท่ามกลางอากาศที่หนาวเย็น รับรองว่าฟินสุดๆ

– หมูพวงปิ้ง น้ำพริกอาข่า เมนูนี้ดูธรรมดาทั่วไป แต่รสชาติและกลิ่นหอมฟุ้งทั่วดอยตุงนั้น ทำเอาทุกคนต้องหยุดซื้อและต้องลิ้มรสชาติ  โดยจะนำเอาหมูพวงไปทอดในน้ำมันให้สุกเหลือง หลังจากนั้นจะนำมาปิ้งบนเตาให้สะเด็ดน้ำมัน กลิ่นจะหอม น่าทานมาก ทานพร้อมกับข้าวเหนียวร้อนๆ น้ำพริกอาข่าจัดจ้าน พร้อมกับยำผักอาข่า ที่ใช้ผักออแกนิกมายำใส่งาและพริกป่น ทำให้รสชาติอร่อยกลมกล่อมจัดจ้าน อิ่มพุงมีแรงเดินทั้งวันอย่างแน่นอน

– ก๋วยเตี๋ยวน้ำเงี้ยว ข้าวซอยไก่  ถือเป็นอีกเมนูซิกเนเจอร์ของเชียงราย คือน้ำเงี้ยวหมูที่รสชาติโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์  พริกแกงคั่วต้นตำรับจากชาวเชียงราย คั่วกับหมูสับจนหอม ทำให้น้ำซุปกลมกล่อม มีรสชาติเปรี้ยวนิดๆ จากมะเขือเทศ และที่ขาดไมได้คือดอกงิ้ว ถ้าไม่มีดอกงิ้วจะไม่ใช่น้ำเงี้ยวเจียงฮาย ทานคู่กับกะหล่ำปลีสดซอยสไลส์บางๆ และถั่วงอก พร้อมด้วยผักกาดดอง ส่วนเมนูข้าวซอยไก่ก็อร่อยไม่แพ้กัน ความนัวความกลมกล่อมของน้ำพริก หอมกรุ่นกะทิ น่องไก่ตุ๋นเปื่อยๆ น้ำซุปแทรกซึมเข้าถึงเนื้อ ทานคู่กับหอมแดง ผักกาดดอง โรยพริกป่นคั่วน้ำมันนิดหน่อย จะเพิ่มรสชาติให้อร่อยยิ่งขึ้น

– นอกจากนี้ยังมีเมนูแนะนำคือ “พิซซ่าหน้าหมูดำ” จากการส่งเสริมอาชีพในพื้นที่ เนื้อนุ่ม เข้ากันดีกับซอสบาร์บีคิวเข้มข้นถึงเครื่องถึงใจ เป็นการยกเตาดินขึ้นมาอบพิซซ่ากันถึงดอยตุงเลยทีเดียว เป็นอีกเมนูที่ควรต้องมาลอง

ครัวตำหนัก เมนูพิเศษกับอาหารชนเผ่าแบบฟิวชัน

– ชุดอาหารชนเผ่า อร่อยไปกับหมูดำดอยตุงย่างทานคู่กับน้ำพริก
มะเขือเทศรสชาติจัดจ้าน และน้ำพริกถั่วเน่ามะแขว่นรสเด็ด เสิร์ฟพร้อมกับข้าวอุ๊ ข้าวเหนียวดอยหอม ๆ เสิร์ฟมาร้อน ๆ         

– อกไก่ย่างซอสสะเบี๊ยะ เมนูใหม่ที่ประยุกต์จากอาหารของชาวอาข่า นำชาชูอกไก่นุ่มมาเสิร์ฟคู่กับซอสรากชูที่ถูกปรุงรสมาอย่างพิถีพิถัน ทานคู่กับฟักทองญี่ปุ่นและผักกูดที่ชาวบ้านปลูกเองบนดอยตุง

– บุกแห้งหม่าล่าชาชู เซต เส้นบุกคลุกซอสหม่าล่ารสชาติเข้มข้น ทานคู่กับหมูดำชาชู เสิร์ฟพร้อมกับซุป

– ข้าวอิโต หมูดำย่างจิ้มแจ่ว เซต ข้าวอิโตดอยตุง ทานคู่กับหมูดำย่างจิ้มแจ่ว เสิร์ฟพร้อมกับซุป

– ไส้อั่วทอดสูตรครัวตำหนัก ทานคู่กับซอสขิงกระเทียม หอม เข้มข้น

– ครอฟเฟิลร้อน ๆ ท็อปด้วยวิปปิ้งครีมเสิร์ฟพร้อมผลไม้สด ๆ จากดอยตุง

เหลืออีก 6 วันสุดท้ายแล้ว สำหรับใครที่ยังลังเลไม่รู้ว่าจะไปเที่ยวไหนช่วงหน้าหนาว ดอยตุงถือเป็นอีกตัวเลือกหนึ่งที่น่าเที่ยวในช่วงนี้ มาเที่ยวชมสวนดอกไม้เมืองหนาว สัมผัสอากาศหนาว พร้อมชิมรสชาติอาหารชนเผ่าที่หาทานได้ยาก สามารถวางแผนมาเที่ยวเชียงรายได้ โดยงานเทศกาลสีสันแห่งดอยตุง ครั้งที่ 11 นี้จัดขึ้นถึงวันที่ 26 มกราคม 2568 เปิดให้บริการทุก วันเสาร์ อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ (11,12,18,19,25,26 มกราคม) ตั้งแต่เวลา 08.00 – 18.00 น. ณ โครงการพัฒนาดอยตุง จังหวัดเชียงราย 

-(016)