เชอร์วู้ดฯ ร่วมกับ มูลนิธิคุณแม่ลี้กิมเกียวฯ แจกนมฮอกไกโด และถั่วมารูโจ้ ‘ส่งความสุข ฉลองวันเด็กแห่งชาติ 2568’

เชอร์วู้ดฯ ร่วมกับ มูลนิธิคุณแม่ลี้กิมเกียวฯ แจกนมฮอกไกโด  และถั่วมารูโจ้ ‘ส่งความสุข ฉลองวันเด็กแห่งชาติ 2568’

เชอร์วู้ดฯ ร่วมกับ มูลนิธิคุณแม่ลี้กิมเกียวฯ แจกนมฮอกไกโด และถั่วมารูโจ้ ‘ส่งความสุข ฉลองวันเด็กแห่งชาติ 2568’

วันพฤหัสบดี ที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

บริษัท เชอร์วู้ด คอร์ปอเรชั่น (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) นำโดย นพ.ณรงค์ฤทธิ์ ตั้งคารวคุณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และ มูลนิธิคุณแม่ลี้กิมเกียว ตั้งคารวคุณ ร่วมกันจัดกิจกรรม“ส่งความสุข ฉลองวันเด็กแห่งชาติ 2568” โดยได้นำผลิตภัณฑ์นมฮอกไกโด จำนวน 10,000 ขวด และถั่วมารูโจ้ จำนวน 10,000 ซอง ไปแจกให้แก่เด็กๆ ที่มาร่วมงานกิจกรรมฉลองวันเด็กแห่งชาติกันอย่างคับคั่ง โดยมีชูศักดิ์ ศิรินิล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และ ยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี มาร่วมในงานด้วย ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 11 มกราคม 2568

และอีกส่วนหนึ่งได้นำไปแจกในกิจกรรมวันเด็กแห่งชาติของกองทัพเรือซึ่งเปิดโอกาสให้เด็กและเยาวชนพร้อมครอบครัว เข้าเยี่ยมชมเรือหลวงจักรีนฤเบศร หมายเลข 911 ซึ่งเป็นเรือบรรทุกอากาศยานขนาดใหญ่ที่สุดแห่งราชนาวีไทย จอดเทียบยังท่าเทียบเรือจุกเสม็ด ฐานทัพเรือสัตหีบ จ.ชลบุรี ภายในงานยังมีกิจกรรมมากมาย อาทิ การแสดงทางทหาร การจัดแสดงอาวุธยุทโธปกรณ์ แจกของขวัญ ของเล่น และขนม เพื่อสร้างความสุข ความสนุกสนาน และปลูกฝังความรักชาติ ภายใต้คำขวัญวันเด็ก “ทุกโอกาส คือ การเรียนรู้ พร้อมปรับตัวสู่อนาคตที่เลือกเอง”

นพ.ณรงค์ฤทธิ์ ตั้งคารวคุณ กล่าวว่า บริษัทมุ่งส่งเสริมให้เด็กวัยเรียนได้บริโภคอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการครบถ้วน พักผ่อนให้เพียงพอ โดยเฉพาะการดื่มนมที่มีประโยชน์ จะทำให้เด็กมีร่างกายเจริญเติบโตอย่างแข็งแรงและเพิ่มความสูงได้ โดยภายในบูธกิจกรรมยังได้เชิญชวนให้น้องๆ และผู้ปกครอง ดื่มนมทุกวันร่วมกับกินอาหารให้ครบ
5 หมู่ ในปริมาณสัดส่วนที่เหมาะสมรวมถึงการออกกำลังกายอย่างพอเหมาะ เพื่อให้เด็กไทย เติบโต แข็งแรงสูงดีสมวัย

ปัจจุบันบริษัทมีผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย อาทิ นมฮอกไกโด(Hokkaido Milk) กลุ่มนมพาสเจอไรซ์ซึ่งเป็นนมสด 100% รสชาติเข้มข้นอร่อยแบบนมธรรมชาติ ผ่านกระบวนการผลิตนม “ONP” ที่เป็นลิขสิทธิ์เฉพาะของฮอกไกโดมิลค์ เพื่อให้ได้นมสดคุณภาพสูง และคงคุณค่าของสารอาหารไว้อย่างครบถ้วนตามธรรมชาติ

นอกจากนี้ ยังมี โยเกิร์ตสดโยเกิร์ตดริ้ง น้ำผลไม้ นมอัดเม็ด ไอศกรีมรวมทั้งกลุ่มถั่วลิสงคั่วกรอบ และถั่วลายเสือคั่วกรอบ ที่มีโปรตีนสูง ช่วยเสริมสร้างความจำ ช่วยลดความดันโลหิต ช่วยกระตุ้นระบบเผาผลาญ อีกทั้งยังมีเส้นใยอาหาร เป็นประโยชน์ต่อระบบขับถ่าย ซึ่งเรายังคงมุ่งมั่นที่จะพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่อร่อย คงคุณภาพวัตถุดิบที่ดี และมีประโยชน์ต่อร่างกายอย่างดี สามารถติดตามข่าวสารและกิจกรรมของนมฮอกไกโดและถั่วมารูโจ้ ได้ที่เพจเฟซบุ๊ก Hokkaido Milk และ Marucho Thailand

เบื้องหลังคนที่ชอบเรียกร้องความสนใจ ทำตัวเด่น อาจเป็น ‘โรคฮิสทีเรีย’

เบื้องหลังคนที่ชอบเรียกร้องความสนใจ ทำตัวเด่น อาจเป็น ‘โรคฮิสทีเรีย’

เบื้องหลังคนที่ชอบเรียกร้องความสนใจ ทำตัวเด่น อาจเป็น ‘โรคฮิสทีเรีย’

วันพฤหัสบดี ที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2568, 02.00 น.

ในชีวิตคนเราทุกคนล้วนพบเจอคนหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นคนที่มีอารมณ์แปรปรวนง่าย หรือชอบทำตัวเป็นจุดเด่น เพื่อดึงดูดความสนใจจากคนรอบข้าง โดยบางคนอาจไม่รู้ตัวว่า อาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณเตือนของ “โรคฮิสทีเรีย” หรือ “บุคลิกภาพแปรปรวนแบบฮิสทริโอนิก” ซึ่งเป็นโรคทางจิตเวชที่ส่งผลต่อการควบคุมอารมณ์และพฤติกรรมของบุคคล

แพทย์หญิงณัฏฐพัชร์ ลำเลียงพล จิตแพทย์โรงพยาบาล BMHH – Bangkok Mental Health Hospital กล่าวว่า คำว่า ฮิสทีเรีย (Hysteria) หมายถึง การแสดงออกทางอารมณ์ และท่าทางมากกว่าปกติ พฤติกรรมลักษณะนี้สามารถเกิดขึ้นได้ทั้งผู้ชายและผู้หญิง ถ้ามีพฤติกรรมนี้ร่วมกับมีปัญหาด้านการควบคุมอารมณ์ ควบคุมความวิตกกังวลของตัวเองไม่ค่อยได้และไม่สามารถควบคุมพฤติกรรมของตัวเองได้ดีเท่าคนปกติ อาจนึกถึงโรคบุคลิกภาพแปรปรวนในกลุ่มบี (Cluster B Personality Disorder)

โรคฮิสทีเรียมี 2 ประเภท ดังนี้ 1.โรคประสาทฮิสทีเรีย (Conversion Reaction) คือ เมื่อมีความเครียดหรือความกังวลใจมาก จะทำให้เกิดอาการผิดปกติที่ระบบการเคลื่อนไหว และการรับรู้เช่น ชาที่แขน ขา พูดไม่มีเสียง ตามองไม่เห็น กล้ามเนื้อกระตุก สูญเสียความทรงจำบางเรื่องที่กระทบกระเทือนจิตใจ แต่เมื่อผู้ป่วยตรวจร่างกายอาจจะไม่พบความผิดปกติเพราะเกิดจากสภาพจิตใจของผู้ป่วยเอง 2.โรคบุคลิกภาพแปรปรวนแบบฮิสทริโอนิก (Histrionic Personality Disorder) เป็นอาการที่หลายคนอาจจะเข้าใจผิดว่าเป็นโรคติดเซ็กซ์ ที่ไม่สามารถขาดผู้ชายได้ซึ่งที่จริงแล้ว ผู้ป่วยแค่ต้องการได้รับความสนใจจากคนอื่นเป็นอย่างมาก โดยมีอาการดังนี้ ต้องการเป็นจุดเด่น หรือจุดสนใจ เช่น พูดจา แสดงท่าทางเกินจริง ซึ่งผู้ป่วยโรคนี้จะรู้สึกอึดอัด และทนไม่ได้ทันทีหากตัวเองไม่ได้รับความสนใจจากคนรอบข้าง การแสดงออกดูเหมือนยั่วยวน พยายามเข้าหาผู้อื่น โดยเฉพาะเพศตรงข้าม ด้วยพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม เช่น ชอบแต่งตัวยั่วยวนเพื่อให้ตนเองเป็นจุดสนใจ แสดงออกถึงความสนิทสนมกับผู้อื่นมากเกินจริง คิดไปเองว่าสนิทสนมกับอีกฝ่าย ทั้งที่อีกฝ่ายอาจไม่ได้รู้สึกสนิทใจด้วย

นอกจากนี้ ยังมีพฤติกรรมดราม่าแสดงอารมณ์รุนแรง แปรปรวนง่าย และชอบสร้างเรื่องราวให้ดูน่าตื่นเต้น ต้องการการเอาใจใส่ : ต้องการได้รับการยกย่อง ชมเชย และสนับสนุนจากผู้อื่น ขาดความมั่นใจในตนเอง: ต้องการการยืนยันจากผู้อื่น กลัวถูกทอดทิ้ง มีความสัมพันธ์ที่ไม่มั่นคง : มักมีความสัมพันธ์ที่สั้น รุนแรง และเต็มไปด้วยความขัดแย้ง ตัดสินใจโดยใช้อารมณ์ : มักตัดสินใจโดยไม่คำนึงถึงผลลัพธ์ อาจมีพฤติกรรมขู่หรือลงมือทำร้ายตัวเองเพื่อเรียกร้องความสนใจจากผู้อื่น

สาเหตุของโรคบุคลิกภาพแบบฮิสทริโอนิกอาจเกิดจากประสบการณ์ในวัยเด็ก เช่น การไม่ได้รับความรัก ความอบอุ่น การถูกทอดทิ้ง ทำให้เด็กเกิดความกังวลที่ต้องแยกจากพ่อแม่ การถูกทารุณกรรม เป็นต้น, มีความเสี่ยงทางพันธุกรรม โดยหากบุคคลในครอบครัวมีประวัติเป็นโรคนี้ก็อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นผู้ที่มีบุคลิกภาพฮิสทริโอนิกได้ จนเกิดจากการเลียนแบบพฤติกรรมของคนในครอบครัวที่เป็นโรคฮิสทีเรีย และปัจจัยส่วนบุคคล เช่น ลักษณะทางจิตวิทยาวิธีจัดการกับอารมณ์และความเครียดของแต่ละคนเป็นต้น

การรักษาโรคบุคลิกภาพแปรปรวนแบบฮิสทริโอนิก จิตแพทย์จะเน้นการรักษาด้วยการทำจิตบำบัดเพื่อหาสาเหตุการเกิดโรค พฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม ปรับความคิดให้ผู้ป่วยมีมุมมองบวกกับตัวเองและทำให้ผู้ป่วยเกิดความเชื่อมั่นในความรักความสัมพันธ์ของตัวเอง แต่อาจจะมีการรักษาด้วยยาหากผู้ป่วยมีอาการซึมเศร้า หรือวิตกกังวล ร่วมด้วยก็จะมีการให้ยาต้านเศร้า หรือยารักษาวิตกกังวล

สำหรับการอยู่ร่วมกับผู้ป่วยโรคบุคลิกภาพแปรปรวนแบบฮิสทริโอนิก ต้องดูแลตามความเหมาะสมกับสิ่งที่เกิดขึ้นจริง หรือถ้าพบว่าผู้ป่วยมีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม สามารถบอกกับผู้ป่วยตรงๆ เพื่อให้เค้ารู้ว่า สิ่งที่ตัวเองทำอยู่ส่งผลกระทบอย่างไรต่อคนรอบข้าง

ทั้งนี้ โรคฮิสทีเรียเป็นโรคทางจิตเวชที่มีความซับซ้อนและต้องได้รับการรักษาเพื่อให้ผู้ป่วยสามารถใช้ชีวิตร่วมกับผู้อื่นได้อย่างเหมาะสม หากคุณหรือคนใกล้ชิดมีอาการที่สงสัยว่าเป็นโรคฮิสทีเรีย ควรปรึกษาจิตแพทย์เพื่อเข้ารับการวินิจฉัยและการรักษาที่ถูกต้อง

ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เชิญชวนร่วมกิจกรรม CRA United by Unique Against Cancer ‘เอาชนะมะเร็งด้วยสหวิทยาการรักษา’ เนื่องในวันมะเร็งโลก

ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เชิญชวนร่วมกิจกรรม CRA United by Unique Against Cancer 'เอาชนะมะเร็งด้วยสหวิทยาการรักษา' เนื่องในวันมะเร็งโลก

ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เชิญชวนร่วมกิจกรรม CRA United by Unique Against Cancer ‘เอาชนะมะเร็งด้วยสหวิทยาการรักษา’ เนื่องในวันมะเร็งโลก

วันพุธ ที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2568, 18.58 น.

สมาพันธ์ควบคุมโรคมะเร็งสากล (UICC)และองค์การอนามัยโลก (WHO) ได้กำหนดให้ทุกวันที่ 4 กุมภาพันธ์ของทุกปีเป็นวันมะเร็งโลกเพื่อให้ทุกคนทั่วโลกร่วมใจกันต่อสู้กับโรคมะเร็ง โดยมีเป้าหมายสร้างความตระหนักเกี่ยวกับโรคมะเร็งเพื่อลดความเจ็บป่วยและเสียชีวิตจากโรคมะเร็ง

ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ขอเชิญผู้ป่วยมะเร็ง ญาติ และผู้ที่สนใจเข้าร่วมกิจกรรมเนื่องในวันมะเร็งโลก CRA United by Unique Against Cancer “เอาชนะมะเร็งด้วยสหวิทยาการรักษา”

‘ROBOTIC-ASSISTED CANCER SURGERY REVOLUTION’ หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดปฏิวัติการรักษามะเร็ง

‘มะเร็งต่อมลูกหมาก มะเร็งลำไส้ใหญ่ มะเร็งตับ มะเร็งตับอ่อน‘

.ร่วมรับฟังเสวนาในหัวข้อ

“ก้าวข้ามผ่านข้อจำกัดก้อนมะเร็งที่เข้าถึงยากและซับซ้อนด้วยนวัตกรรมหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด” โดย ทีมศัลยแพทย์สหสาขา โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์

วันพฤหัสบดีที่ 6 กุมภาพันธ์ 2568 เวลา 9.00-12.00 น. ณ ห้องประชุม CONVENTION HALL ชั้น 6 อาคารโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ขนาด 400 เตียง

-UNIQUE STORIES to INSPIRE

ร่วมสร้างแรงบันดาลใจเพื่อผู้ป่วยมะเร็ง จากเรื่องเล่าผู้ป่วยมะเร็งต่อมลูกหมาก โรงพยาบาลจุฬาภรณ์

.-SHARE YOUR STORY

กับกิจกรรมภายในงาน

-ร่วมส่งเสียงและมุมมองเพื่อยกระดับการดูแลรักษามะเร็ง

-บูธให้คำปรึกษาผู้ตรวจวินิจฉัยพบก้อนมะเร็งเพื่อวางแผนการรักษา พร้อมเปิดประวัตินัดหมายสำหรับผู้ป่วยมะเร็งรายใหม่ที่ต้องการเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลจุฬาภรณ์    

-ชมนิทรรศการนวัตกรรมเทคโนโลยีหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดรักษามะเร็ง

– ลงทะเบียนเข้าร่วมงานคลิก: https://dg.th/mnb9uqldzw

เปิดเคล็ดลับการใช้สีให้กิจการรุ่ง ค้าขายพุ่ง พร้อมแนะไอเทมเสริมมงคลเรียกลูกค้า โดยอ.คฑา ชินบัญชร

เปิดเคล็ดลับการใช้สีให้กิจการรุ่ง ค้าขายพุ่ง พร้อมแนะไอเทมเสริมมงคลเรียกลูกค้า โดยอ.คฑา ชินบัญชร

เปิดเคล็ดลับการใช้สีให้กิจการรุ่ง ค้าขายพุ่ง พร้อมแนะไอเทมเสริมมงคลเรียกลูกค้า โดยอ.คฑา ชินบัญชร

วันพุธ ที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2568, 18.52 น.

เริ่มต้นปีมะเส็ง 2568 ทั้งที พ่อค้าแม่ค้าและเจ้าของธุรกิจต่างกำลังมองหาวิธีเสริมดวง เพิ่มพลังบวก และดึงดูดลูกค้าให้ไหลมาไม่ขาดสายให้กับร้านค้า เพื่อให้การเริ่มต้นปีใหม่นี้เต็มไปด้วยความรุ่งเรืองและสำเร็จ ซีเจ มอร์ (CJ MORE) จึงได้ผนึกกำลังมูกับ อ.คฑา ชินบัญชร ผู้เชี่ยวชาญด้านศาสตร์พยากรณ์ระดับประเทศ ในแคมเปญ “ซีเจ มูร์ ช้อปโอมเพี้ยง ดวงเปรี้ยงรับปีใหม่” มาเผยเคล็ดลับการจัดร้านค้าให้ปังด้วยสีมงคล พร้อมแนะนำไอเท็มเสริมโชคที่ช่วยเพิ่มพลังความเฮงตลอดทั้งปีมะเส็งนี้

สีมงคลปีมะเส็ง เคล็ดลับเพิ่มความสำเร็จให้ร้านค้า 

อ.คฑา เผยว่า “สีที่เป็นพลังมงคลสำหรับปีมะเส็งนี้ ได้แก่ สีแดง สีเหลือง และสีน้ำเงิน ซึ่งแต่ละสีมีพลังเฉพาะตัวในการดึงดูดโชคลาภและเสริมความสำเร็จในธุรกิจ” 

–               สีแดง : เป็นสีที่เต็มไปด้วยพลังงาน ความเจริญรุ่งเรือง และการเฉลิมฉลอง เหมาะสำหรับธุรกิจที่ต้องการเพิ่มความโดดเด่น เช่น ร้านอาหารและเครื่องดื่ม 

–               สีเหลือง : แทนพลังแห่งความมั่นคง สุขภาพดี และความอุดมสมบูรณ์ เหมาะสำหรับธุรกิจที่เน้นสินค้าเกี่ยวกับสุขภาพหรือสินค้าออร์แกนิก 

–               สีน้ำเงินและสีม่วง : เสริมความสุขและความสำเร็จ เหมาะสำหรับธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับความคิดสร้างสรรค์ 

–               สีน้ำตาลอ่อน :  เหมาะสำหรับร้านกาแฟหรือธุรกิจที่ต้องการสื่อถึงความทันสมัยและมั่นคง

จัดร้านให้ปังด้วยพลังแห่งสี 

อ.คฑา ยังแนะนำการจัดร้านค้าให้สอดคล้องกับทิศทางและลักษณะของธุรกิจ เพื่อเพิ่มพลังมงคล ได้แก่

ร้านอาหารและเครื่องดื่ม :

ควรใช้ สีเขียว สีน้ำตาล หรือสีน้ำเงิน เพื่อเสริมพลังแห่งความเจริญเติบโตและความผ่อนคลาย เช่นเดียวกับ บาว คาเฟ่ (BAO CAFÉ) โลโก้และมู้ดแอนด์โทนของร้านที่เน้นโทนสีน้ำตาล ช่วยเพิ่มความรู้สึกอบอุ่น สอดคล้องกับความตั้งใจที่จะเป็นพื้นที่แห่งการพบปะและพักผ่อนสำหรับทุกคน

ร้านเครื่องสำอาง :

ควรเน้นใช้ สีชมพู ทอง และน้ำเงิน เพื่อเพิ่มความรู้สึกหรูหราและเสน่ห์ให้กับสินค้า อาทิ นายน์ บิวตี้ (Nine Beauty) โซนเครื่องสำอางและความงามแบบมัลติแบรนด์ (Multi-brand) ในซีเจ มอร์ ที่ยังโดดเด่นด้วยการใช้ สีชมพู ในโลโก้และมู้ดแอนด์โทนของร้าน สะท้อนความอ่อนโยน และเต็มไปด้วยเสน่ห์

ร้านจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภค 

ควรเลือกใช้สีที่แทนพลังของธาตุทั้ง 5 ได้แก่ น้ำ (น้ำเงิน), ไม้ (เขียว), ไฟ (แดง), ดิน (น้ำตาล) และ ทอง (เหลือง) เพื่อสร้างความสมดุลและดึงดูดลูกค้าจากหลากหลายกลุ่มได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตัวอย่างที่โดดเด่นคือ ซีเจ มอร์ (CJ MORE)

“แต่ก่อนที่จะเสริมพลังด้วยสี ร้านค้าหรือกิจการต่างๆ ควรคำนึงเรื่องทิศทางการหันหน้าของร้านด้วยเช่นกัน ซึ่งแต่ละทิศนั้นจะใช้สีไม่เหมือนกัน ร้านที่หันหน้าไปทางทิศเหนือ ควรใช้สีเขียว น้ำเงิน ทิศตะวันออก สีแดง เขียว ทิศใต้ สีเหลือง ส้ม น้ำตาล และทิศตะวันตก ควรเสริมสีขาว ทอง น้ำเงิน แต่ให้หลีกเหลี่ยงสีดำกลางร้าน” อ.คฑา กล่าวทิ้งท้าย

เสริมธุรกิจให้ รุ่ง พุ่ง ปัง กันต่อ ด้วยไอเท็มมงคลจากแคมเปญ ซีเจ มูร์ ช้อปโอมเพี้ยง ดวงเปรี้ยงรับปีใหม่”  

ตกแต่งร้านด้วยสีอาจจะยังไม่พอ ร้านค้าหรือกิจการใดที่อยากเพิ่มพลังให้ธุรกิจ สามารถเสริมด้วยไอเท็มเสริมดวงที่ออกแบบและผ่านการปลุกเสกโดย อ.คฑา ชินบัญชร ณ ศาลหลักเมืองกรุงเทพมหานคร ได้แก่ การ์ดองค์เทพเสริมดวง ลายพระศิวะ ลายพระแม่ลักษมี และลายซีเคร็ต ท้าวเวสสุวรรณ ที่สามารถรับมาบูชาได้ง่าย ๆ เพียงเป็นสมาชิกสบายการ์ดและช้อปสินค้าในซีเจ มอร์ ครบ 200 บาทต่อใบเสร็จ และ แก้วตักตวงมหามงคล ทั้ง 3 สี ได้แก่ สีเขียวมหารวย สีเหลืองมหาโชค และสีชมพูมหาเสน่ห์ ที่ใช้แต้มสมาชิกเพียง 99 แต้มเพิ่มเงินอีก 89 บาท ก็สามารถรับไอเทมมงคลมาใช้เสริมดวงกันได้แล้ว

นอกจากนี้ ซีเจ มอร์ ยังจัดโปรโมชันพิเศษต้อนรับปีมะเส็ง สำหรับลูกค้าสายมู เพียงสมัครสมาชิกสบายการ์ดภายในระยะเวลาของแคมเปญ ตั้งแต่ 1 ม.ค. – 24 ก.พ. 2568 และช้อปครบ 200 บาท ภายใน 7 วันหลังสมัคร ก็รับไปเลยแต้มสมาชิกขวัญถุง 200 แต้ม

หากอยากเริ่มต้นปีใหม่ด้วยพลังดี ๆ ที่ช่วยเสริมความมั่นคงและความรุ่งเรืองในธุรกิจ อย่ารอช้า! แวะไปที่ ซีเจ มอร์ เพื่อรับไอเท็มมงคลสุดพิเศษ เริ่มต้นปีมะเส็งนี้ด้วยความเฮง งานนี้สายมูตัวจริงพลาดไม่ได้!

ฉลองความสัมพันธ์การทูตไทย – จีน ครบ 50 ปี เอ็ม ดิสทริค จับมือ สถานทูตจีน สร้างปรากฏการณ์เทศกาลตรุษจีนสุดยิ่งใหญ่

ฉลองความสัมพันธ์การทูตไทย – จีน ครบ 50 ปี เอ็ม ดิสทริค จับมือ สถานทูตจีน สร้างปรากฏการณ์เทศกาลตรุษจีนสุดยิ่งใหญ่

ฉลองความสัมพันธ์การทูตไทย – จีน ครบ 50 ปี เอ็ม ดิสทริค จับมือ สถานทูตจีน สร้างปรากฏการณ์เทศกาลตรุษจีนสุดยิ่งใหญ่

วันพุธ ที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2568, 18.50 น.

เอ็ม ดิสทริค ฉลองความสัมพันธ์การทูตไทย – จีน ครบ 50 ปี จับมือ สถานทูตจีน ภาครัฐและพันธมิตร สร้างปรากฏการณ์เทศกาลตรุษจีนสุดยิ่งใหญ่

เอ็ม ดิสทริค (เอ็มโพเรียม, เอ็มควอทียร์, เอ็มสเฟียร์) ร่วมกับสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจําประเทศไทย องกรค์ภาครัฐ และเอกชน ชวนคนไทยและนักท่องเที่ยวร่วมฉลองครบรอบ 50 ปี ความสัมพันธ์การทูตไทย – จีน และตรุษจีนปีมะเส็งมงคล ในงาน “EM DISTRIC THE GOLDEN YEAR  OF FRIENDSHIP” ระหว่างวันที่ 22 มกราคม            – 28 กุมภาพันธ์ 2568 ที่ เอ็ม ดิสทริค ปักหมุดแลนด์มาร์กเทศกาลตรุษจีนยิ่งใหญ่ที่สุดของกรุงเทพมหานครและประเทศไทย ซึ่งจัดเต็มกิจกรรมและความอลังการมากมายสำหรับทุกคน ได้แก่

การแสดงผลงานประติมากรรมหมีแพนด้า สุดน่ารักจำนวนกว่า 3,000 ตัว พบกับความน่ารักของกองทัพหมีแพนด้าหลากหลายขนาด ตั้งแต่ตัวเล็กไปจนถึงตัวใหญ่สูง 10 เมตร ผ่าน 10 โซน ซึ่งได้แรงบันดาลใจมาจากอิริยาบถแสนน่ารักของเหล่าแพนด้า ไม่ว่าจะเป็น นั่ง นอน เดิน ปีน คลาน กอด เป็นต้น ทั่วทั้งเอ็ม ดิสทริค และอุทยานเบญจสิริ เป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์กให้ทุกคนได้มาร่วมเก็บภาพความประทับใจในช่วงเทศกาลตรุษจีนนี้ ตั้งแต่วันที่ 22 มกราคม – 28 กุมภาพันธ์ 2568  

ตื่นตากับขบวนรถ THE GOLDEN YEAR  OF FRIENDSHIP ที่ตกแต่งสวยงามตระการตา พร้อม Mascot แพนด้าสุดน่ารัก เริ่มตั้งแต่บริเวณด้านหน้าศูนย์การค้าเอ็มสเฟียร์ผ่านถนนสายสำคัญของกรุงเทพมหานคร อาทิ ถนนสุขุมวิท, ถนนพระราม1, ถนนกรุงเกษม,ถนนราชดำเนิน เป็นต้น   ฉลองครบรอบ 50 ปี ความสัมพันธ์การทูตไทย – จีน และต้อนรับเทสกาลตรุษจีน ในวันที่ 26 มกราคม 2568 ตั้งแต่เวลา 14.00 น.

อิ่มอร่อยกับเมนูมงคลรับปีมะเส็งงูทองในงาน “EMDINING CHINESE AUSPICIOUS CUISINE 2025” ที่รวบรวมเมนูอาหารจีนมงคลกว่า 100 เมนูจากหลากหลายร้านอาหารชื่อชั้นนำใน EM DINING อาทิ ผู่นชอย โฟร์ซีซั่น” รวมมิตรเศรษฐีมงคล จากร้าน Four Seasons Chinese Restaurant, ผัดหมี่ร่ำรวย (ผัดหมี่ล๊อปเตอร์) จาก NAPHA CHEFS, เซ็ท 888 มงคลจาก Mak’s Noodle ร้านบะหมี่ชื่อดังของฮ่องกง ชานมเสือเก๊กฮวยหอมหมื่นลี้ จาก FIRE TIGER และอีกมากมาย ที่ศูนย์การค้าเอ็มโพเรียม เอ็มควอเทียร์ และเอ็มสเฟียร์

นอกจากนี้ ชวนทุกคนมาลิ้มลองอาหารจีนเลิศรสจากร้านดังทั่วสารทิศ ไม่ว่าจะเป็น ราดหน้าหน้าโรงเหล็ก สำโรง, กับภูเก็ต, ขาหมูต้มถั่วกะทะทอง, กระเพาะปลาเจ๊เอ็ง ตลาดพลู, หมูสะเต๊ะนายซ้ง จุฬาซอย6, กู่หลงเปา, ขนมเซาปิ่ง สูตรเยาวราชแท้ ฯลฯ และไฮไลท์สุดพิเศษกับ พิธีชงชาแบบดั้งเดิมของชาวจีน หรือที่เรียกว่า “กงฟูฉา” ซึ่งชาวจีนได้สร้างวัฒนธรรมการดื่มชามากกว่า 1,000 ปี โดยผู้เชี่ยวชาญจากร้าน “เอกายา” พร้อมดื่มด่ำกับ “ชาโบตั๋น” ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งความมั่งคั่ง โชคลาภ และความงามสง่างาม ที่บริเวณ ควอเทียร์ อเวนิว ชั้น G ศูนย์การค้าเอ็มควอเทียร์ ตั้งแต่วันที่ 22 มกราคม – 2 กุมภาพันธ์ 2568     

พร้อมเปิดโลกแห่งแพนด้า รวบรวมสินค้าแพนด้า สุด ตระการตา ที่หาได้ยากในเมืองไทย ไม่ว่าจะเป็นอาหาร ของสะสม เครื่องใช้ ที่บินลัดฟ้าจากสาธารณรัฐประชาชนจีนให้คนไทยได้เลือกสรรมากมาย พร้อมบรรยากาศตกแต่งและจุดถ่ายภาพแพนด้าสุดน่ารัก ตั้งแต่วันที่ 22 มกราคม – 25 กุมภาพันธ์ 2568      ที่ EM Market Hall ชั้น G ศูนย์การค้าเอ็มสเฟียร์

ห้ามพลาด! การแสดงสุดยิ่งใหญ่ “Dragon Enchanted Show” พบกับโชว์สุดอลังการ ประกอบแสงสีสุดตระการตา พร้อมแฟชั่นโชว์เครื่องประดับระดับตำนานจาก Chow Tai Fook ร้าน

จิวเวอรี่ชั้นนำของฮ่องกงที่ประเมินมูลค่าไม่ได้ และเพลิดเพลินกับเพลงอันไพเพราะจากศิลปินชื่อดังของเมืองไทย อย่าง โบว์ เมลดา โต๋ ศักดิ์สิทธิ์, ต้าห์อู๋ พิทยา, เนเน่ พรนับพัน, ภูวินทร์ ตั้งศักดิ์ยืน, นินิว คริสติน่า แซ่แต้, ชลาทิศ ตันติวุฒิ, แก้ม วิชญาณี, อิงค์ ชิสา วิเศษกุล, กิต กิตตินันท์   ชินสำราญ พร้อมด้วยเหล่านางงามและศิลปินชั้นนำอีกมากมาย ในวันที่ 27 – 29 มกราคม 2568      ที่ ควอเทียร์ พาร์ค ชั้น G เอ็มควอเทียร์

ร่วมสัมผัสปรากฏการณ์ฉลองตรุษจีนปีมะเส็งสุดยิ่งใหญ่ ในวาระครบรอบ 50 ปี ความสัมพันธ์การทูตไทย – จีน ในงาน “EM DISTRIC THE GOLDEN YEAR  OF FRIENDSHIP” ตั้งแต่วันที่ 22 มกราคม – 28 กุมภาพันธ์ 2568 ที่ เอ็ม ดิสทริค 

ห้างสรรพสินค้าสยาม ทาคาชิมายะ จัดแคมเปญ ‘SIAM Takashimaya Chinese New Year 2025’ มั่งคั่งรับตรุษจีน!

ห้างสรรพสินค้าสยาม ทาคาชิมายะ จัดแคมเปญ 'SIAM Takashimaya Chinese New Year 2025' มั่งคั่งรับตรุษจีน!

ห้างสรรพสินค้าสยาม ทาคาชิมายะ จัดแคมเปญ ‘SIAM Takashimaya Chinese New Year 2025’ มั่งคั่งรับตรุษจีน!

วันพุธ ที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2568, 18.48 น.

ห้างสรรพสินค้าสยาม ทาคาชิมายะ จัดแคมเปญ ‘SIAM Takashimaya Chinese New Year 2025’ มั่งคั่งรับตรุษจีน! มอบประสบการณ์ช้อปปิ้งสุดพิเศษสไตล์ญี่ปุ่น วันนี้ – 9 กุมภาพันธ์ 2568 ณ ไอคอนสยาม

“สยาม ทาคาชิมายะ” ห้างสรรพสินค้าญี่ปุ่นขนานแท้แห่งเดียวในไทย ณ ไอคอนสยาม จับมือกับพันธมิตร บริษัทบัตรกรุงศรีอยุธยา จำกัด และONESIAM SuperApp ต้อนรับเทศกาลตรุษจีนปีนี้อย่างยิ่งใหญ่ จัดโปรโมชั่น “SIAM Takashimaya Chinese New Year 2025” ด้วยการจัดแคมเปญโปรโมชั่นพิเศษ พร้อมตกแต่งบรรยากาศภายในห้างให้เข้ากับเทศกาล เพื่อมอบประสบการณ์การช้อปปิ้ง และสร้างบรรยากาศแห่งความสุขกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยในช่วงต้นปี ด้วยบัตรกำนัลและของสมนาคุณพิเศษมากมาย ตั้งแต่วันนี้ – 9 กุมภาพันธ์ ศกนี้

มร.อัตสึชิ โอะคูโมริ กรรมการผู้จัดการ บริษัท สยาม ทาคาชิมายะ (ประเทศไทย) กล่าวว่า “ สำหรับเทศกาลตรุษจีนปีนี้ ห้างสรรพสินค้าสยาม ทาคาชิมายะ ได้วางแผนกลยุทธ์การตลาดโดยเน้นการนำเสนอสินค้าและบริการคุณภาพจากประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของห้างฯ มาผสมผสานกับบรรยากาศการเฉลิมฉลองเทศกาลตรุษจีน เพื่อสร้างมอบประสบการณ์ช้อปปิ้งสุดพิเศษสไตล์ญี่ปุ่น เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของลูกค้าในปัจจุบัน ในรายการนี้ได้ร่วมมือกับ บริษัท บัตรกรุงศรีอยุธยา จำกัด พันธมิตรทางธุรกิจและสถาบันการเงินชั้นนำของประเทศ นำโดยนายทะยะ ทองปาน ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายบัตรเครดิตพันธมิตรธุรกิจ บริษัท บัตรกรุงศรีอยุธยา จำกัด จัดแคมเปญโปรโมชั่น “SIAM Takashimaya Chinese New Year 2025” มอบสิทธิพิเศษสำหรับสมาชิกสยาม ทาคาชิมายะ และผู้ที่ใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตสยาม ทาคาชิมายะ พร้อมทั้งได้ตกแต่งบรรยากาศภายในห้างฯ ให้เข้ากับเทศกาลตรุษจีนอย่างสวยงาม เพื่อสร้างบรรยากาศการเฉลิมฉลอง คาดว่าจะช่วยกระตุ้นยอดขายและดึงดูดลูกค้าให้เข้ามาใช้บริการภายในห้างฯ เพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเทศกาลตรุษจีน ซึ่งเป็นช่วงเวลาสำคัญของการจับจ่ายใช้สอย”

พิเศษ!! สมาชิกสยาม ทาคาชิมายะ ช้อปครบตามเงื่อนไขรับ E – Coupon ระหว่างวันที่ 28 ม.ค. – 2 ก.พ. 68

-ช้อปครบ 4,000 บาท รับ E-Coupon 200 บาท และรับบัตรกำนัลเพิ่ม 100 บาท เมื่อใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตสยาม ทาคาชิมายะ

-ช้อปครบ 15,000 บาท รับ E-Coupon 1,000 บาท และรับบัตรกำนัลเพิ่ม 600 บาท เมื่อใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตสยาม ทาคาชิมายะ

-ช้อปครบ 40,000 บาท รับ E-Coupon 3,500 บาท และรับบัตรกำนัลเพิ่ม 2,000 บาท เมื่อใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตสยาม ทาคาชิมายะ

-ช้อปครบ 65,000 บาท รับ E-Coupon 6,500 บาท และรับบัตรกำนัลเพิ่ม 3,800 บาท เมื่อใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตสยาม ทาคาชิมายะ

-ช้อปครบ 100,000 บาท รับ E-Coupon 12,000 บาท

สำหรับสมาชิก ONESIAM ที่มี ONESIAM SuperApp รับเพิ่ม COIN 2 เท่า เมื่อช้อป 400 บาทขึ้นไป/ใบเสร็จ เฉพาะวันที่ 2 ม.ค. – 31 มี.ค. 68 เสริมสิริมงคลและความมั่งคั่งรับปีใหม่จีนกับแคมเปญโปรโมชั่น “SIAM Takashimaya Chinese New Year 2025” ได้ตั้งแต่วันนี้ – 9 กุมภาพันธ์ 2568 ที่สยาม ทาคาชิมายะ ณ ไอคอนสยาม สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 02-011-7500 หรือ Facebook: Siam Takashimaya

กรมการพัฒนาชุมชน ร่วมกับ ไอคอนคราฟต์ ตอกย้ำ ‘ผ้าไทยใส่ให้สนุก’ โชว์ผลงานผ้าย้อมครามและผ้าบาติกจากโครงการพัฒนาผ้าไทยสู่สากลให้ทั่วโลกได้ชม

กรมการพัฒนาชุมชน ร่วมกับ ไอคอนคราฟต์ ตอกย้ำ 'ผ้าไทยใส่ให้สนุก' โชว์ผลงานผ้าย้อมครามและผ้าบาติกจากโครงการพัฒนาผ้าไทยสู่สากลให้ทั่วโลกได้ชม

กรมการพัฒนาชุมชน ร่วมกับ ไอคอนคราฟต์ ตอกย้ำ ‘ผ้าไทยใส่ให้สนุก’ โชว์ผลงานผ้าย้อมครามและผ้าบาติกจากโครงการพัฒนาผ้าไทยสู่สากลให้ทั่วโลกได้ชม

วันพุธ ที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2568, 18.45 น.

กรมการพัฒนาชุมชน ร่วมกับ ไอคอนคราฟต์ ตอกย้ำ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” ในนิทรรศการ “Sustainable Village Donkoi Model & Batik Model Kram and Craft Heritage” โชว์ผลงานผ้าย้อมครามและผ้าบาติกจากโครงการพัฒนาผ้าไทยสู่สากลให้ทั่วโลกได้ชม วันนี้ถึง 23 มกราคม 2568

กรมการพัฒนาชุมชน และ ไอคอนคราฟต์ พื้นที่แห่งงานฝีมือสุดสร้างสรรค์ของคนไทย ร่วมนำเสนอแฟชั่นอัตลักษณ์ไทย ภายใต้แนวคิด “Sustainable Fashion : แฟชั่นแห่งความยั่งยืน” นำผลงานสร้างสรรค์ของช่างฝีมือทอผ้าจาก “ดอนกอยโมเดล” และ “บาติกโมเดล” ในโครงการยกระดับและพัฒนาวิชชาลัยชุมชน เพื่อการสร้างสรรค์งานผ้า งานคราฟต์ และงานหัตถกรรม หัตถศิลป์ไทย มาจัดแสดงในรูปแบบนิทรรศการ “Sustainable Village Donkoi Model & Batik Model Kram and Craft Heritage” ให้คนรักผ้าไทยและงานหัตถศิลป์จากทั่วโลกได้ชื่นชม ณ ไอคอนคราฟต์ ชั้น 4 ไอคอนสยาม ระหว่างวันที่ 17-23 มกราคม 2568

นับตั้งแต่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา มีแนวพระดำริ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” กรมการพัฒนาชุมชน ก็ได้น้อมนำพระดำริมาสานต่อพระปณิธานในการพัฒนารูปแบบผลิตภัณฑ์ไทยให้มีความเป็นสากล เพิ่มศักยภาพในการนำเสนอสู่ตลาดโลก ผ่านโครงการและกิจกรรมหลากหลาย รวมถึงการจัดตั้ง “วิชชาลัยเพื่อการสร้างสรรค์ผ้าบาติก” จังหวัดปัตตานี หรือ “บาติกโมเดล” และ “วิชชาลัยดอนกอย วิถีแห่งการพัฒนาที่ยั่งยืน” จังหวัดสกลนคร หรือ “ดอนกอยโมเดล” สำหรับพัฒนาผลิตภัณฑ์ผ้าย้อมคราม พร้อมเดินหน้าดำเนินงาน “โครงการยกระดับและพัฒนาวิชชาลัยชุมชน เพื่อการสร้างสรรค์งานผ้า งานคราฟต์ และงานหัตถกรรม หัตถศิลป์ไทย” โดยมุ่งส่งเสริม สนับสนุน และขับเคลื่อนการพัฒนารูปแบบผลิตภัณฑ์ผ้าไทย ภายใต้แนวคิด “Sustainable Fashion : แฟชั่นแห่งความยั่งยืน”

ด้วยวัตถุประสงค์ที่เน้นให้ช่างทอผ้า ผู้ผลิต และผู้ประกอบการ OTOP ผ้าทอ ผ้ามัดย้อม และผ้าบาติก ได้เข้าถึงกระบวนการพัฒนา ก่อนหน้านี้ เมื่อปี 2567 กรมการพัฒนาชุมชนจึงได้จัดกิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อการสร้างสรรค์งานผ้า งานคราฟต์ และงานหัตถกรรม หัตถศิลป์ไทย โดยมีคณะที่ปรึกษาโครงการ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์และการออกแบบ ร่วมเป็นวิทยากรให้ความรู้แก่ผู้ผลิตและผู้ประกอบการ OTOP ประเภทผ้าย้อมครามและผ้าบาติก

โดยในส่วนของผ้าย้อมครามได้จัดกิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการขึ้นในเดือนกันยายน 2567 ณ จังหวัดสกลนคร มีผู้ผลิตและผู้ประกอบการ OTOP ประเภทผ้าย้อมครามในพื้นที่จังหวัดสกลนคร จากอำเภอพรรณนานิคม อำเภออากาศอำนวย อำเภอกุดบาก อำเภอกุสุมาลย์ อำเภอโพนนาแก้ว อำเภอวานรนิวาส และอำเภอเมืองสกลนคร เข้าร่วม 15 กลุ่ม รวม 150 คน และกิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการประเภทผ้าบาติก จัดขึ้นในเดือนตุลาคม 2567 ณ จังหวัดสงขลา มีกลุ่มผู้ผลิตชุมชนที่มีผลิตภัณฑ์ประเภทผ้าบาติกจากจังหวัดนราธิวาส จังหวัดปัตตานี จังหวัดพัทลุง จังหวัดยะลา จังหวัดสตูล และจังหวัดสงขลา เข้าร่วมรวม 15 กลุ่ม 150 คน ซึ่งผลจากการอบรมเชิงปฏิบัติการทำให้กลุ่มผู้ผลิตผ้าย้อมครามและผ้าบาติกมีทักษะในการผลิตผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ มีรูปแบบที่หลากหลาย ส่งผลให้ผลิตภัณฑ์ผ้าย้อมครามและผ้าบาติกมีความร่วมสมัย เป็นสากล และได้รับความสนใจจากผู้บริโภคมากขึ้น ทั้งยังมีประสิทธิภาพในการผลิตให้ได้ปริมาณเพียงพอต่อความต้องการของตลาดในระดับสากล

เพื่อนำเสนอผลงานจากโครงการดังกล่าวสู่สายตาผู้คนจากทั่วโลก กรมการพัฒนาชุมชนจึงร่วมกับไอคอนคราฟต์ พื้นที่แห่งงานฝีมือสุดสร้างสรรค์ของคนไทย นำผลงานผ้าทอ ผ้ามัดย้อม และผ้าบาติกจากฝีมือช่างทอผ้าท้องถิ่น มาจัดแสดงในนิทรรศการ “Sustainable Village Donkoi Model & Batik Model Kram and Craft Heritage” ให้ลูกค้าของไอคอนคราฟต์และไอคอนสยาม รวมถึงนักท่องเที่ยวจากนานาประเทศ ได้สัมผัสเสน่ห์และความงามของผลิตภัณฑ์ผ้าทอจากชุมชนต่าง ๆ ในจังหวัดสกลนคร อาทิ ผ้าย้อมคราม ผ้าไหม ผ้ามัดหมี่ ผ้าลายมุก ฯลฯ รวมถึงผลิตภัณฑ์ผ้าบาติกจากกลุ่มช่างฝีมือในจังหวัดนราธิวาสและจังหวัดปัตตานี ที่มีความร่วมสมัยและสามารถนำไปประยุกต์ใช้ตามแนวพระดำริ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” ได้หลากหลายสไตล์

คนรักผ้าไทยพลาดไม่ได้ งานนิทรรศการ “Sustainable Village Donkoi Model & Batik Model Kram and Craft Heritage” เปิดให้ชมวันนี้ถึง 23 มกราคม 2568 ณ ไอคอนคราฟต์ ชั้น 4 ไอคอนสยาม นอกจากจะได้ชื่นชมผืนผ้าสวย ๆ ยังมีส่วนร่วมในการสร้างอาชีพ สร้างรายได้ ส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นให้กับช่างฝีมือและช่างทอผ้า รวมถึงสนับสนุนให้เกิดการพัฒนาผ้าไทยอย่างยั่งยืนด้วย สอบถามข้อมูลโทร 1338 หรือ

Facebook: ICONCRAFT

#THAICRAFT #ICONCRAFT #ICONCRAFTatICONSIAM

ม.เกษตรฯ เชิญร่วมประกวดปลากัดชิงถ้วยพระราชทาน ในงานเกษตรแฟร์ ประจำปี 2568

ม.เกษตรฯ เชิญร่วมประกวดปลากัดชิงถ้วยพระราชทาน ในงานเกษตรแฟร์ ประจำปี 2568

ม.เกษตรฯ เชิญร่วมประกวดปลากัดชิงถ้วยพระราชทาน ในงานเกษตรแฟร์ ประจำปี 2568

วันพุธ ที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2568, 18.41 น.

มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จัดงานเกษตรแฟร์ประจำปี 2568 ระหว่างวันที่ 31 ม.ค. – 8 ก.พ. 2568 ณ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดยในปีนี้ คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จัดการประกวดปลากัดชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี  เงินรางวัลรวม 270,000 บาท ในงานเกษตรแฟร์ ประจำปี 2568 ณ อาคารจักรพันธ์เพ็ญศิริ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ 

กำหนดการประกวดปลากัด มีดังนี้

วันส่งปลา บริเวณอาคารจักรพันธ์เพ็ญศิริ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์  วันพุธที่ 29 มกราคม 2568 เวลา 09.00-15.00 น. (ปิดรับสมัครเวลาสิบห้านาฬิกาตรง) (ค่าสมัครตัวละ 150 บาท)

วันตัดสิน วันพฤหัสบดีที่ 30 มกราคม 2568  เวลา 09.00 – 17.00 น.

วันรับปลาคืน วันศุกร์ที่ 31 มกราคม 2568 หลังรับเสด็จช่วงเย็น (ผู้ไม่มารับปลากัดคืนถือว่ายินดีมอบปลากัดให้กับทางคณะประมง)

วันรับรางวัล วันศุกร์ที่  7 กุมภาพันธ์ 2568  เวลา 09.00 น. ณ ห้องประชุม 303 อาคารบุญอินทรัมพรรย์  คณะประมง

สำหรับปลากัดที่ส่งประกวดแบ่งเป็น 26 ประเภทดังนี้

ปลากัดครีบสั้น

1.             ปลากัดครีบสั้น สีเดียว กลุ่มสีอ่อน (1 นิ้ว 4 หุน)

2.             ปลากัดครีบสั้น สีเดียว กลุ่มสีเข้ม (1 นิ้ว 4 หุน)

3.             ปลากัดครีบสั้น กลุ่มสีผสม (1 นิ้ว 4 หุน)

                ประเภทที่ (1) (2) และ (3) ก้านหางแตกสอง พิจารณาด้วยคณะกรรมการ ไม่ใช้กล้องถ่าย

4.             ปลากัดครีบสั้น หางพระจันทร์ครึ่งดวง สีเดียว กลุ่มสีอ่อน (1 นิ้ว 4 หุน)

5.             ปลากัดครีบสั้น หางพระจันทร์ครึ่งดวง สีเดียว กลุ่มสีเข้ม (1 นิ้ว 4 หุน)

6.             ปลากัดครีบสั้น หางพระจันทร์ครึ่งดวง กลุ่มอัญมณีสยาม เช่น ลวดลาย 3 สี (แดง ส้ม เหลือง เป็นหลัก ไม่มีเกล็ดเงา หรือมีเกล็ดเงาเป็นเเถบโดยไม่มีลักษณะเม็ดยกลอย เช่น แคนดี้ นีโม่ โค่ย มัลติคัลเลอร์ ฯลฯ) (1 นิ้ว 4 หุน)

7.             ปลากัดครีบสั้น หางพระจันทร์ครึ่งดวง กลุ่มลวดลายดวงดาว กาแล็คซี่ (เกล็ดเงา เป็นเม็ด ไม่เป็นแถบ เช่น แบลคสตาร์ บลูสตาร์ กาแล็กซี่ต่างๆ ฯลฯ (1 นิ้ว 4 หุน)

8.             ปลากัดครีบสั้น หางพระจันทร์ครึ่งดวง กลุ่มแพทเทิร์น (ลำตัวไม่มีลวดลาย 1 นิ้ว 4 หุน)

9.             ปลากัดครีบสั้น หางพระจันทร์ครึ่งดวง กลุ่มลายคาดหัว และ หรือหาง(1 นิ้ว 4 หุน)

10.          ปลากัดครีบสั้น หางพระจันทร์ครึ่งดวง กลุ่มหลากสี (ไม่ปรากฏในข้อ 6-9 AOC) (1 นิ้ว 4 หุน)

11.          ปลากัดครีบสั้น หางเดี่ยว หางมงกุฎ รวมทุกประเภทสี (1 นิ้ว 2 หุน)

12.          ปลากัดครีบสั้น หางคู่ รวมทุกประเภทสี (1 นิ้ว 2 หุน)

13.          ปลากัดยักษ์ครีบสั้น Junior รวมทุกประเภทหางและสี (2 นิ้ว 2 หุน และ ไม่ถึง 2 นิ้ว 4 หุน)

14.          ปลากัดยักษ์ครีบสั้น Senior รวมทุกประเภทหางและสี (ตั้งแต่ 2 นิ้ว 4 หุนขึ้นไป)

15.          ปลากัดครีบสั้น ดาวรุ่ง รวมทุกประเภทสี (ขนาดไม่เกิน 1 นิ้ว 2 หุน)

16.          ปลากัดครีบสั้น เพศเมีย รวมทุกประเภท (1 นิ้ว 2 หุน)

ปลากัดครีบยาว

17.          ปลากัดครีบยาว หางเดี่ยว รวมทุกประเภทสี (1 นิ้ว 2 หุน)

18.          ปลากัดครีบยาว หางมงกุฎ รวมทุกประเภทสี (1 นิ้ว 2 หุน)

19.          ปลากัดครีบยาว หางพระจันทร์ครึ่งดวง รวมทุกประเภทสี (1 นิ้ว 2 หุน)

20.          ปลากัดครีบยาว หางคู่ รวมทุกประเภทสี (1 นิ้ว 2 หุน)

21.          ปลากัดครีบยาว ดาวรุ่ง รวมทุกประเภทสี (ขนาดไม่เกิน 1 นิ้ว 2 หุน)

22.          ปลากัดครีบยาว เพศเมีย รวมทุกประเภท (1 นิ้ว 2 หุน)

ปลากัดประเภทพิเศษ

23.          ปลากัดเขียวเกษตร รวมทุกประเภท ครีบและหาง (สั้น =1 นิ้ว 4 หุน, ยาว=1 นิ้ว 2 หุน)

24.          ปลากัดปลากัดสีแสด วลัยลักษณ์ รวมทุกประเภท ครีบและหาง (สั้น =1 นิ้ว 4 หุน, ยาว=1 นิ้ว 2 หุน)

25.          ปลากัดหูช้าง รวมทุกประเภท ครีบ หางและสี (สั้น =1 นิ้ว 4 หุน, ยาว=1 นิ้ว 2 หุน)

26.          ปลากัดสีคล้ายธงชาติไทย รวมทุกประเภท ครีบและหาง (สั้น =1 นิ้ว 4 หุน, ยาว=1 นิ้ว 2 หุน)

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ติดต่อคุณสุพัตรา พันธ์ไม้สี โทร. 08 7119 9676

แม่ฟ้าหลวงขับเคลื่อนชุมชนนักออกแบบเชียงราย-น่าน ด้วยแนวคิด Vernacular Design

แม่ฟ้าหลวงขับเคลื่อนชุมชนนักออกแบบเชียงราย-น่าน ด้วยแนวคิด Vernacular Design

แม่ฟ้าหลวงขับเคลื่อนชุมชนนักออกแบบเชียงราย-น่าน ด้วยแนวคิด Vernacular Design

วันพุธ ที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2568, 18.37 น.

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.มัชฌิมา นราดิศร อธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ได้เป็นประธานเปิดกิจกรรมนิทรรศการแสดงผลงานการพัฒนาผลิตภัณฑ์ด้านสินค้าและการบริการ ภายใต้โครงการการยกระดับศักยภาพชุมชนนักออกแบบเพื่อความยั่งยืน หรือ โครงการ Design Community ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 21 มกราคม – 2 กุมภาพันธ์ 2568 ณ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร กรุงเทพฯ

Design Community Project เป็นโครงการถ่ายทอดนวัตกรรมของมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงไปสู่ชุมชนในพื้นที่เมืองเก่าเชียงแสน จังหวัดเชียงราย และเมืองเก่าน่านจังหวัดน่าน เพื่อขับเคลื่อนชุมชนนักออกแบบในพื้นที่ที่ใช้การออกแบบเพื่อแก้ปัญหาในชีวิตประจำวันที่สามารถพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์สินค้า และบริการเพื่อสร้างเศรษฐกิจของชุมชนอย่างยั่งยืน

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.มัชชิมา นราดิศร อธิการบดีมาหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงได้กล่าวถึงแนวทางของมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงที่จะขับเคลื่อนทุนทางวัฒนธรรมที่กำลังอ่อนแรงให้ฟื้นตัวขึ้นมาอีกครั้ง เพื่อความเป็นเป็นอยู่ที่ดี และอนาคตที่ยั่งยืน ในพื้นที่อนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง ได้ทำงานวิจัยและสร้างนวัตกรรมขึ้นมาเพื่อขับเคลื่อนประเด็นความยั่งยืนเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต ด้วยเศรษฐกิจสร้างสรรค์ การทำงานในพื้นที่เชียงรายและน่านที่เป็นประตูสู่วงแหวนอารยธรรมลุ่มน้ำโขงที่เชื่อมต่อ ลาว เมียนมา และสาธารณรัฐประชาชนจีนได้เริ่มทำงานมาตั้งแต่เริ่มก่อตั้งมหาวิทยาลัย ต่อเนื่องจนถึงโครงการ Design Community Project ที่เริ่มดำเนินงานในปี พ.ศ. 2563 ด้วยการสืบค้นรวบรวมมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม (ICH) ตามแนวทางของยูเนสโก โดยมรดกภูมิปัญญาที่จัดเก็บนั้นเป็นภูมิปัญญาในการรักษาสิ่งแวดล้อมของผู้คนในเขตเมืองเก่าเชียงแสน จังหวัดเชียงราย และเมืองเก่าน่านจังหวัดน่าน นำมาสร้างผลิตภัณฑ์ต้นแบบ เพื่อให้ชุมขนสามารถนำไปสร้างมูลค่าเพิ่มได้ จากนั้น มหาวิทยาลัยไดนำแนวคิดการออกแบบพื้นถิ่นมาขับเคลื่อน Absorptive Capacity หรือการดูดซับเทคโนโลยี เพื่อยกระดับชุมชนนักออกแบบที่เริ่มในปีพ.ศ.2566 สามารถสร้างชุมชนนักออกแบบ ได้ 10 ชุมชน/กลุ่ม มีนักออกแบบพื้นถิ่นที่ได้รับการพัฒนา จำนวนกว่า 30 คน สร้างรายได้ให้กับชุมชนและครือข่ายมากกว่า ร้อยละ 15 ต่อปี แม้ว่าโครงการจะยังไม่เสร็จสิ้น

โครงการ Design Community Project เป็นหนึ่งในหลายๆโครงการที่มหาวิทยาลัยใช้นวัตกรรมในการขับเคลื่อนเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต ความเป็นอยู่ที่ดี และอนาคตที่ยั่งยืน ของพื้นที่ในภาคเหนือและอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงตอนบน โครงการนี้ได้ตอบภารกิจการทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม ของมหาวิทยาลัยอย่างเป็นรูปธรรมที่ใช้การบูรณาการ การวิจัย การผลิตบัณฑิต การบริการวิชาการเข้าด้วยกันส่งผลต่อผู้คนที่เป็นผู้รับบริการอย่างชัดเจน และการทำงานนนี้เป็นส่วนหนึ่งที่ยกระดับเมืองเชียงรายไปสู่เครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ของยูเนสโก สาขาออกแบบ ที่ทำให้เมืองเชียงรายทั้งจังหวัดอยู่ในเวทีโลกได้

มหาวิทยาลัยจัดตั้งสถาบันศิลปวัฒนธรรมและอารยธรรมลุ่มน้ำโขงขึ้นเพื่อดำเนินภารกิจฟื้นทุนทางวัฒนธรรมไปสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์และความยั่งยืนของชุมชน/เมือง เป็นหน่าวงานหลักดำเนินโครงการ Design Community Project ต่อเนื่องมาตั้งแต่ต้น และจะจัดตั้ง Design School สำหรับชุมชนขึ้นมาในปี 2568 เพื่อให้เป็นสถาบันการพัฒนานักออกแบบชุมชน ในรูปแบบหลักสูตรระยะสั้นต่อไป

มหาวิทยาลัยขอเชิญชมนิทรรศการ  ดีไซน์ยั่งยืน พลิกฟื้นชุมชน

R e d e s i g n  C u l t u r e , R e v i v e  C o m m u n i t y

ผลงานจากโครงการ Design Community Project โดยสถาบันศิลปวัฒนธรรมและอารยธรรมลุ่มน้ำโขง มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง เชิญชมนิทรรศการผลงานนักออกแบบชุมชน เพื่อขับขับเคลื่อนความยั่งยืนด้วยแนวคิด Vernacular Design ชุมชนนักออกแบบบทั้ง 10 ชุมชน จากเมืองเก่าเชียงแสน จังหวัดเชียงราย และเมืองเก่าน่าน จังหวัดน่าน มาปล่อยของกลางกรุงเทพมหานคร ระหว่างวันที่ 21 มกราคม – 2 กุมภาพันธ์ 2568 ณ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร BACC

-(016)

เฟ้นหาสุดยอดเยาวชนต้นแบบเก่งและดี TO BE NUMBER ONE IDOL รุ่นที่ 15

เฟ้นหาสุดยอดเยาวชนต้นแบบเก่งและดี TO BE NUMBER ONE IDOL รุ่นที่ 15

เฟ้นหาสุดยอดเยาวชนต้นแบบเก่งและดี TO BE NUMBER ONE IDOL รุ่นที่ 15

วันพุธ ที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2568, 18.25 น.

TO BE NUMBER ONE หรือ TO BE NUMBER ONE IDOL    เวทีในฝัน บันไดขั้นแรกของการประกวดความสามารถเยาวชน ในปี 2568 ก้าวสู่ปีที่ 15  จัดโดย กรมสุขภาพจิต ในฐานะกรรมการและเลขานุการโครงการฯ เพื่อสนองต่อพระดำริของ  ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา  สิริวัฒนาพรรณวดี  องค์ประธานโครงการ   TO BE NUMBER ONE  ในการที่จะปลุกพลังสร้างกระแสความต้องการของเยาวชนที่จะเป็นคนเก่ง คนดี มีคุณภาพ ของสังคมและประเทศชาติ โดยจังหวัดเป็นผู้คัดเลือกเยาวชนตัวแทนของแต่ละจังหวัดเข้าร่วมการประกวดในระดับภาคและระดับประเทศอย่างเข้มแข็ง   

ภายในงาน นายแพทย์กิตติศักดิ์ อักษรวงศ์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต ให้เกียรติเป็นประธานฯ โดยมีครูใหญ่แห่งบ้านทูบีฯ หม่อมหลวงยุพดี  ศิริวรรณ เลขาธิการมูลนิธิและที่ปรึกษาโครงการฯ พร้อมด้วยคณะกรรมการและครูผู้ฝึกสอน นุ้ย เกศริน , หลิว มนัสวีร์, ท็อป ดารณีนุช  และชมไฮไลท์โชว์จากศิลปินไอดอล “หงส์เปา Mindy” ,  ศิลปิน ‘4TEEN’ (โรม เตี๋ยว ก้อง) และการแสดงจากเยาวชน TO BE NUMBER ONE IDOL รุ่นที่ 14  มาโชว์ความสามารถเป็นแบบอย่างและส่งกำลังใจให้ไอดอลรุ่นน้อง    โดยงานจัดขึ้นในวันศุกร์ที่ 17 มกราคม 2568   ณ  ลานโปรโมชั่น P1B  ศูนย์การค้าเซ็นทรัล แจ้งวัฒนะ

การประกวดเยาวชนต้นแบบเก่งและดี TO BE NUMBER ONE หรือ TO BE NUMBER ONE IDOL  เป็นกิจกรรมหนึ่งภายใต้โครงการ TO BE NUMBER ONE ที่ต้องการแสดงให้คนทั่วไปรับรู้ว่าเยาวชน TO BE NUMBER ONE สามารถพัฒนาศักยภาพตัวเองให้เป็นทั้งคนเก่งและดี และเป็นต้นแบบแก่เพื่อนๆ สมาชิก TO BE NUMBER ONE และกลุ่มเยาวชนทั่วไป ภาพของ  TO BE NUMBER ONE IDOL จะให้ทั้งนัยแห่งการเลียนแบบและการเรียนรู้ในแนวทางที่สร้างสรรค์  เพื่อการเติบโตอย่างมีคุณภาพของเยาวชนไทย อันจะส่งผลให้สังคมและประเทศชาติมีทรัพยากรที่มีคุณภาพ เป็นเยาวชนที่ปลอดภัยจากยาเสพติดในอนาคต จากการประกวดในปีที่ผ่านมาพบว่าเยาวชนต้นแบบเก่งและดี ทูบีนัมเบอร์วันที่ผ่านการคัดเลือกและเข้ารับการพัฒนาตามแนวทางโครงการฯ ทุกคนล้วนมีพัฒนาการที่เด่นชัดเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของโครงการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านความคิดที่มีต่อสาธารณะ การได้ช่วยเหลือผู้อื่น การอยู่ร่วมกันกับผู้อื่นด้วยความเกื้อกูลกัน และรู้จักการวางแผนชีวิตต่อไปในอนาคตได้อย่างเหมาะสม นอกจากนี้เยาวชนกลุ่มนี้ยังได้อุทิศตนเป็นกำลังสำคัญของโครงการร่วมดำเนินกิจกรรม และถ่ายทอดประสบการณ์ เป็นแบบอย่างให้กับเยาวชนทั่วประเทศ ก่อให้เกิดกระแสเก่งและดีทูบีนัมเบอร์วันอย่างกว้างขวาง

การจัดกิจกรรมการประกวด TO BE NUMBER ONE IDOL ซึ่งจะเกิดขึ้นในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ – พฤษภาคม โดยจะมีการเฟ้นหาสุดยอดเยาวชนทั้ง 40 คนจากทั่วประเทศ เกณฑ์การประกวดคือต้องเป็นสมาชิก TO BE NUMBER ONE  อายุระหว่าง 15 – 18 ปี มีผลการเรียนดี มีความกตัญญูรู้คุณ ซื่อสัตย์ เห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวม มีมนุษยสัมพันธ์ดี มีความฉลาดทางอารมณ์ (EQ) มีจิตอาสา มีความสามารถพิเศษ เช่น การร้องเพลง การเต้น และมีบุคลิกภาพดี  จากนั้นมีการเข้าเก็บตัวเพื่อพัฒนาทักษะด้านต่างๆ เป็นเวลา  5  สัปดาห์  ไม่ว่าจะเป็นด้านวิชาการ , ด้านการร้องเพลง , ด้านการเต้น ,   ด้านการแสดง รวมถึงการพัฒนาบุคลิกภาพอย่างเหมาะสม  และต้องผ่านการประกวดประชันความสามารถและพัฒนาการบนเวทีทุกวันเสาร์  โดยมีกรรมการ อาทิ  คุณท็อป ดารณีนุช , คุณหลิว  มนัสวี , คุณปอ อรรณพ และกรรมการพิเศษแต่ละสัปดาห์  และสุดท้ายจะคัดเลือกสุดยอดเยาวชนจนเหลือ TO BE NUMBER ONE IDOL ระดับประเทศ 16 คน

ทั้งนี้สามารถติดตามความเคลื่อนไหวได้      ภายใต้ชื่อรายการ  “TO BE NUMBER ONE IDOL 15 DAILY HI-LIGHT”   ทางสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย (ช่อง NBT) ทุกวันจันทร์–ศุกร์ เวลา 16.05–16.30 น.  เริ่มตั้งแต่วันที่ 31 มีนาคม – 2 พฤษภาคม 2568

และจัดการประกวดประจำสัปดาห์ ณ ศูนย์การค้าเจเจ มอลล์  เขตจตุจักร กทม. ออกอากาศทุกวันเสาร์ เวลา 21.30–23.30 น. ทางสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย (ช่อง NBT) เริ่มวันเสาร์ที่ 5 , 12 , 19 , 26 เมษายน 2568    โดยทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา  สิริวัฒนาพรรณวดี เสด็จทอดพระเนตรและทรงร่วมแสดงคอนเสิร์ต และพระราชทานรางวัลแก่ผู้ชนะเลิศ    ในวันเสาร์ที่ 3 พฤษภาคม 2568   เวลา 18.00–23.00 น.  ติดตามชมและร่วมเชียร์และส่งกำลังใจให้น้องๆ ทุกคนนะคะ!! 

 #ทูบีนัมเบอร์วัน  #เยาวชนต้นแบบเก่งและดี #TOBENUMBERONEIDOL #IDOL15

-(016)